Doomscrolling (การเสพติดข่าวร้าย): ทำไมเราถึงทำแบบนั้น? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
954 คำ 165 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: แซมและนีลสำรวจ doomscrolling ซึ่งเป็นนิสัยที่คอยเปิดดูข่าวร้ายซ้ำ ๆ พวกเขาเชื่อมโยงพฤติกรรมสมัยใหม่นี้กับแนวโน้มที่มนุษย์วิวัฒนาการมาให้สนใจอันตราย แล้วพิจารณาว่ากระแสข่าวทั่วโลกที่ไหลเข้ามาไม่หยุดและการทำให้บาดแผลทางใจดูสวยงามเกินจริงอาจเพิ่มผลกระทบต่ออารมณ์ได้อย่างไร ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. It's when — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้วิธีนิยามคำ นิสัย หรือสถานการณ์อย่างเป็นธรรมชาติในบทสนทนา โดยบอกเงื่อนไขหรือช่วงเวลาที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น แทนการให้คำนิยามแบบพจนานุกรมที่เป็นทางการและแข็งทื่อ 2. negativity bias. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจศัพท์ทางจิตวิทยาและสื่อที่หมายถึงแนวโน้มของมนุษย์ในการสังเกตหรือจดจำข้อมูลด้านลบได้ง่ายกว่า และนำไปใช้อธิบายว่าเหตุใดข่าวที่ชวนวิตกจึงดึงดูดความสนใจ 3. build up strength and resilience — กริยาวลี: ใช้ build up ร่วมกับคุณสมบัติเชิงนามธรรมเพื่อสื่อว่าความเข้มแข็งและความสามารถในการฟื้นตัวค่อย ๆ พัฒนาผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบาก ไม่ได้เกิดขึ้นทันที

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from the BBC.

0:00

6 Minute English จาก BBC

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Sam.

0:09

ฉัน Sam

And I'm Neil.

0:10

และผม Neil

Have you heard the expression doomscrolling, โน้ต

0:11

คุณเคยได้ยินสำนวน doomscrolling ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Have you heard the expression ...? เพื่อแนะนำคำศัพท์

“Have you heard the expression ...?” ใช้ถามว่าอีกฝ่ายรู้จักคำหรือวลีหนึ่งอยู่แล้วหรือไม่ พร้อมทั้งยกคำนั้นขึ้นมาเป็นหัวข้อถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ ในที่นี้ heard หมายถึง “เคยได้ยินหรือเคยพบเห็นมาก่อน” ไม่ได้หมายถึงเพียงการได้ยินเสียงด้วยหู วางคำที่ต้องการแนะนำไว้หลัง expression โดยตรง เช่น “Have you heard the expression quiet quitting?” รูปแบบนี้ช่วยเริ่มต้นการให้คำจำกัดความหรือการสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำถาม “Have you heard the expression doomscrolling?”

  1. ตรวจว่าอีกฝ่ายรู้จักคำนี้หรือไม่และแนะนำคำนี้เป็นหัวข้อ
  2. ตรวจว่าอีกฝ่ายได้ยินเสียงชัดหรือไม่
  3. ขอให้อีกฝ่ายสะกดคำนี้ทันที
ดูคำตอบ

ตรวจว่าอีกฝ่ายรู้จักคำนี้หรือไม่และแนะนำคำนี้เป็นหัวข้อ

การใช้คำ

doomscrolling: เลื่อนอ่านข่าวออนไลน์เชิงลบซ้ำ ๆ

Doomscrolling หมายถึงการเลื่อนอ่านข่าวหรือโพสต์ออนไลน์เชิงลบหรือน่าตกใจซ้ำ ๆ โดยมักทำต่อไปแม้ว่าจะทำให้รู้สึกกังวลหรือแย่ลงก็ตาม ความหมายนี้เฉพาะเจาะจงกว่าการใช้โทรศัพท์เป็นเวลานานเพียงอย่างเดียว คำนี้ผสม doom ซึ่งสื่อถึงภัยพิบัติหรือมุมมองที่เป็นลบอย่างมาก เข้ากับ scrolling ในที่นี้ doom ใช้บรรยายบรรยากาศหรือเนื้อหา ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความพินาศจริง ๆ หรือวันสิ้นโลก

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ doomscrolling ที่ชัดเจนที่สุด

  1. อ่านโพสต์ที่น่าตกใจต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทั้งที่ทำให้รู้สึกกังวล
  2. เปิดแอปพยากรณ์อากาศเพื่อตรวจสภาพอากาศของวันพรุ่งนี้
  3. ดูคลิปตลกหนึ่งคลิประหว่างพัก
ดูคำตอบ

อ่านโพสต์ที่น่าตกใจต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทั้งที่ทำให้รู้สึกกังวล

Neil?

0:14

Neil?

It's when people spend a lot of time reading or scrolling ไวยากรณ์

0:15

มันคือการที่ผู้คนใช้เวลาจำนวนมากไปกับการอ่านหรือเลื่อนดู

ไวยากรณ์

It's when + อนุประโยค สำหรับอธิบายปรากฏการณ์

It's when + อนุประโยค เป็นวิธีอธิบายความหมายของคำ พฤติกรรม หรือสถานการณ์แบบภาษาพูด อนุประโยคหลัง when จะบรรยายสถานการณ์ทั่วไปที่ถือว่าเป็นปรากฏการณ์นั้น ในที่นี้ when ไม่ได้ถามถึงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่นิยามปรากฏการณ์ดังกล่าว นั่นคือผู้คนใช้เวลามากไปกับการอ่านหรือเลื่อนดูหน้าจอ

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “What is stage fright?” คำตอบใดใช้ It's when... เพื่ออธิบายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. It's when you feel nervous before speaking to an audience.
  2. It's when to feel nervous before speaking to an audience.
  3. It's when feeling nervous before speaking to an audience.
ดูคำตอบ

It's when you feel nervous before speaking to an audience.

ไวยากรณ์

spend a lot of time reading or scrolling: spend + เวลา + V-ing

โครงสร้างคือ spend + ระยะเวลา + V-ing ส่วนบอกเวลาระบุว่าใช้เวลานานเท่าไร และรูป -ing ระบุกิจกรรมที่ทำในช่วงเวลานั้น ในประโยคนี้ reading และ scrolling เป็นกิจกรรมรูป -ing สองอย่างที่เชื่อมกันและใช้ส่วนบอกเวลาเดียวกัน ต้องใช้ spend time doing ไม่ใช่ spend time to do

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของคำกริยาในวงเล็บ: Nina spends thirty minutes ____ the piano after school. (practise)

ดูคำตอบ

practising

a mobile phone or computer screen in order to read negative news stories, ไวยากรณ์

0:19

หน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านข่าวในแง่ลบ

ไวยากรณ์

in order to read: ระบุจุดประสงค์ให้ชัดเจน

in order to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำอย่างชัดเจน หมายถึงการทำบางสิ่งเพื่อเป้าหมายหนึ่ง ในที่นี้ in order to read อธิบายว่าคนมองหรือใช้หน้าจอไปเพื่ออะไร ส่วน order เป็นส่วนหนึ่งของวลีทั้งหมด ไม่ได้แปลว่า “คำสั่ง” หรือ “รายการสั่งซื้อ” หลายกรณีใช้เพียง to เพื่อบอกจุดประสงค์เดียวกันได้ แต่ in order to ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดขึ้น จึงมีประโยชน์เมื่อคำอธิบายยาวหรือจำเป็นต้องเน้นความชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย in order to เพื่อระบุจุดประสงค์ให้ชัดเจน: Maya saved the file twice ____ prevent data loss.

ดูคำตอบ

in order to

stories full of doom.

0:24

เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหายนะ

I hate to admit it, น้ำเสียง/เจตนา

0:25

ฉันเกลียดที่จะยอมรับนะ

but I do sometimes doomscroll. ไวยากรณ์

0:27

แต่ฉันก็มีดูมสโครล (doomscroll) บ้างเป็นบางครั้ง

น้ำเสียง/เจตนา

I hate to admit it: เกริ่นสิ่งที่ไม่อยากยอมรับ

I hate to admit it ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดไม่อยากยอมรับหรือรู้สึกอายที่จะยอมรับ คำว่า hate ในที่นี้เน้นความไม่เต็มใจอย่างมาก โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าเกลียดการยอมรับบางสิ่งอย่างตรงตัว วลีนี้มักตามด้วย but แล้วจึงบอกสิ่งที่ยอมรับ: I hate to admit it, but.... การเกริ่นแบบนี้แสดงให้เห็นทั้งความซื่อตรงและความอึดอัดใจของผู้พูดก่อนบอกข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเกริ่นสิ่งที่ผู้พูดไม่ค่อยอยากยอมรับ?

  1. I hate to admit it, and water freezes at zero degrees.
  2. I hate to admit it, so the library closes at six.
  3. I hate to admit it, but you were right about the shortcut.
ดูคำตอบ

I hate to admit it, but you were right about the shortcut.

ไวยากรณ์

I do sometimes doomscroll: do ที่ใช้เน้นย้ำ

ในประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นย้ำ “I do sometimes doomscroll” ยืนยันว่าพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะหลังจากผู้พูดลังเลที่จะยอมรับ ที่นี่ do ไม่ได้ใช้สร้างประโยคคำถามหรือประโยคปฏิเสธ โครงสร้างคือ do/does/did + กริยาหลักรูปพื้นฐาน เนื่องจาก do ทำหน้าที่แสดงกาลและความสอดคล้องกับประธาน คำว่า doomscroll จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยปัจจุบันกาลที่ใช้เน้นย้ำให้สมบูรณ์: You may doubt me, but I ____ remember our agreement.

ดูคำตอบ

do

Hmm,

0:29

อืม

well don't feel too bad, น้ำเสียง/เจตนา

0:29

อย่ารู้สึกแย่เกินไปเลย

Neil,

0:30

Neil

because you're not alone. น้ำเสียง/เจตนา

0:31

เพราะคุณไม่ได้เป็นคนเดียว

น้ำเสียง/เจตนา

don't feel too bad: การปลอบใจอย่างอ่อนโยน

“Don't feel too bad” เป็นวิธีพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่าอย่าโทษตัวเองหรือจมอยู่กับความรู้สึกแย่มากเกินไป ในที่นี้เป็นการตอบรับคำยอมรับเกี่ยวกับนิสัยที่ไม่ค่อยดี ดังนั้น bad จึงหมายถึงความรู้สึกผิด ความอับอาย หรือความไม่สบายใจ ไม่ใช่สุขภาพร่างกาย คำว่า too หมายถึง “มากกว่าระดับที่สมเหตุสมผลหรือเป็นประโยชน์” ผู้พูดไม่ได้บอกว่าไม่มีปัญหาเลย แต่กำลังช่วยลดการตำหนิตัวเองของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งสูญเสียสมาชิกครอบครัวที่ใกล้ชิด การใช้ “Don't feel too bad” เป็นคำตอบแรกเหมาะสมหรือไม่?

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

น้ำเสียง/เจตนา

you're not alone: การปลอบใจด้วยประสบการณ์ร่วม

ในที่นี้ you're not alone หมายถึง “คุณไม่ใช่คนเดียวที่มีประสบการณ์หรือปัญหาแบบนี้” ไม่ได้บอกว่ามีใครอยู่ข้างนีลจริง ๆ หรือไม่ สำนวนนี้ช่วยปลอบใจด้วยการชี้ว่ามีคนอื่นผ่านเรื่องคล้ายกัน จึงช่วยลดความอับอาย การโทษตัวเอง หรือความรู้สึกโดดเดี่ยว และแสดงความเข้าอกเข้าใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I feel embarrassed that I keep checking bad news.” คุณตอบว่า “You're not alone.” คุณกำลังสื่อความหมายใด?

  1. คนอื่นก็เคยมีประสบการณ์คล้ายกัน
  2. ไม่เคยมีใครอื่นประสบปัญหานี้เลย
  3. มีใครบางคนยืนอยู่ข้างผู้ฟังจริง ๆ
ดูคำตอบ

คนอื่นก็เคยมีประสบการณ์คล้ายกัน

Research from the University of California found that people all over the world doomscroll, วลี

0:32

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่าผู้คนทั่วโลกต่างก็ดูมสโครล

regardless of culture. วลี

0:38

โดยไม่เกี่ยงเรื่องวัฒนธรรม

วลี

all over the world: ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ทั่วโลก

all over the world เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ในหลายแห่งทั่วโลก” หรือ “ทั่วโลก” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวลีบุพบทเพื่อบอกว่าผู้คนเลื่อนดูข่าวร้ายอย่างต่อเนื่องที่ใด และแสดงว่างานวิจัยพบพฤติกรรมนี้ในหลายประเทศและหลายวัฒนธรรม ให้เข้าใจทั้งสำนวนเป็นหน่วยเดียว over ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่เหนือขึ้นไปทางกายภาพ” แต่ทั้งสำนวนใช้อธิบายการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ในวงกว้าง และโดยทั่วไปไม่ได้ยืนยันว่าหมายถึงทุกสถานที่อย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในหลายแห่งทั่วโลก”: The charity supports families ____.

ดูคำตอบ

all over the world

วลี

regardless of culture: ตัดเงื่อนไขออกจากข้อสรุป

โครงสร้าง regardless of + คำนามหรือวลีคำนาม หมายความว่าเงื่อนไขที่กล่าวถึงไม่ส่งผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหรือความจริงของข้อสรุป ในประโยคนี้ culture ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นข้อจำกัดของผลการศึกษา กล่าวคือผลนี้ใช้ได้ข้ามวัฒนธรรม รูปที่ใช้ตายตัวคือ regardless of โดยบุพบท of ใช้นำหน้าเงื่อนไขที่ตัดออกจากการพิจารณา เช่น regardless of age หรือ regardless of the result

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่จำเป็นหลัง regardless: The club welcomes everyone, regardless ____ background.

ดูคำตอบ

of

What's more, ลำดับความ

0:39

ยิ่งไปกว่านั้น

there may even be evolutionary reasons why we're attracted to bad news. ไวยากรณ์

0:40

อาจมีเหตุผลทางวิวัฒนาการด้วยซ้ำว่าทำไมเราถึงถูกดึงดูดเข้าหาข่าวร้าย

ลำดับความ

What's more: เพิ่มประเด็นสนับสนุนที่มีน้ำหนักมากขึ้น

What's more เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้เพิ่มอีกหนึ่งประเด็นไปในทิศทางเดียวกับข้อมูลก่อนหน้า โดยประเด็นที่เพิ่มมามักสำคัญกว่า มีน้ำหนักกว่า หรือน่าประหลาดใจกว่า คำเชื่อมนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังต่อยอดแนวคิดเดิม ไม่ได้เปลี่ยนทิศทาง ในประโยคนี้ คำเชื่อมพาเนื้อหาจากรูปแบบที่พบทั่วโลกไปสู่ความเป็นไปได้ที่น่าสนใจกว่าว่าอาจมีคำอธิบายทางวิวัฒนาการ ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมตายตัว ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรว่าอะไร “มากกว่า”

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้คำเชื่อมเพื่อเพิ่มข้อดีข้อที่สองซึ่งช่วยเสริมข้อดีข้อแรก?

  1. The hotel is quiet. However, the street outside is noisy.
  2. The hotel is quiet. What's more, it is close to the station.
  3. The hotel offers several free services. For example, breakfast is included.
ดูคำตอบ

The hotel is quiet. What's more, it is close to the station.

ไวยากรณ์

there may even be ... reasons why ...: เสนอเหตุผลที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

โครงสร้าง there may be + นามวลี ใช้บอกว่าบางสิ่งอาจมีอยู่ ในที่นี้ may ทำให้คำอธิบายยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ส่วน even เน้นว่าเหตุผลทางวิวัฒนาการเป็นความเป็นไปได้ที่น่าประหลาดใจกว่า อนุประโยค why ระบุปรากฏการณ์ที่เหตุผลเหล่านั้นจะใช้อธิบาย นั่นคือ why we're attracted to bad news เนื่องจากเป็นอนุประโยคที่ตามหลัง reasons จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถามโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ there may be ... reasons why ... ได้ถูกต้อง

  1. There may be several reasons why the results differ.
  2. There may be several reasons why do the results differ.
  3. There may have several reasons why the results differ.
ดูคำตอบ

There may be several reasons why the results differ.

In this program,

0:44

ในรายการนี้

we'll be investigating why we feel compelled to look at การใช้คำ

0:45

เราจะมาสืบสวนกันว่าทำไมเราถึงรู้สึกถูกบังคับให้มองดู

and even seek out bad news. กริยาวลี

0:49

และถึงขั้นค้นหาข่าวร้าย

การใช้คำ

feel compelled to + กริยารูปพื้นฐาน

feel compelled to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการรู้สึกถึงแรงกดดัน หน้าที่ หรือแรงกระตุ้นอย่างมากให้ลงมือทำ แรงนั้นอาจมาจากภายนอก หรืออาจมาจากมโนธรรมหรือแรงผลักดันภายในก็ได้ จึงไม่ได้หมายความว่ามีคนอื่นมาบังคับเสมอไป ในประโยคนี้ feel compelled to look at นำเสนอการสนใจข่าวร้ายว่าเป็นแรงกระตุ้นที่ต้านทานได้ยาก ไม่ใช่เพียงสิ่งที่คนเราอยากทำตามปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ feel compelled to: When Maya noticed the exposed wire, she ____ warn the staff.

ดูคำตอบ

felt compelled to

กริยาวลี

seek out bad news: จงใจค้นหาข่าวร้าย

Seek out หมายถึงการพยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใน seek out bad news บุคคลนั้นไม่ได้เพียงบังเอิญพบข่าวด้านลบ แต่เป็นฝ่ายค้นหาข่าวนั้นเอง ประโยคนี้เพิ่มระดับจาก look at ไปเป็น even seek out คำว่า even แสดงว่าการค้นหาเป็นพฤติกรรมที่เข้มข้นและมีเจตนามากกว่า ส่วน out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี seek out ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

บรรณาธิการคนหนึ่งพยายามเป็นพิเศษเพื่อค้นหาเสียงของผู้คนที่มักถูกมองข้าม ประโยคใดเน้นการค้นหาอย่างตั้งใจนี้ได้ดีที่สุด

  1. The editor looked for voices that are usually ignored.
  2. The editor sought out voices that are usually ignored.
  3. The editor waited for voices that are usually ignored.
ดูคำตอบ

The editor sought out voices that are usually ignored.

And as usual,

0:52

และตามปกติ

we'll be learning some new vocabulary as well.

0:53

เราก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ไปด้วย

But before that,

0:55

แต่ก่อนหน้านั้น

I have a question for you,

0:56

ผมมีคำถามมาถามคุณ

Neil.

0:57

Neil

Doomscrolling is a very modern idea which is only possible with the 24/7 การใช้คำ

0:58

Doomscrolling เป็นแนวคิดที่ทันสมัยมาก ซึ่งเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี

non-stop cycle of news reporting.

1:03

วงจรการรายงานข่าวแบบไม่มีหยุดตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน

การใช้คำ

the 24/7 non-stop cycle of news reporting: วงจรข่าวที่ดำเนินตลอดเวลา

The 24/7 non-stop cycle of news reporting หมายถึงข่าวที่ถูกผลิต อัปเดต และเปิดให้เข้าถึงตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน คำว่า non-stop เน้นย้ำว่าไม่มีช่วงหยุดตามปกติ Cycle หมายถึงรูปแบบหรือระบบการรายงานข่าวที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่ข่าวเพียงเรื่องเดียว ในประโยคนี้ กระแสข้อมูลที่เข้าถึงได้ตลอดเวลาถูกนำเสนอว่าเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิด doomscrolling

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ตรงกับสิ่งที่ได้ยินทุกคำ สังเกตว่าประโยคนั้นกล่าวถึงการพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง วันที่ หรือระยะเวลา

  1. The support line is available for twenty-four minutes.
  2. The support line is available twenty-four seven.
  3. The support line is available on the twenty-fourth of July.
ดูคำตอบ

The support line is available twenty-four seven.

So,

1:05

ดังนั้น

according to international news agency Reuters, วลี

1:06

ตามรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศอย่างรอยเตอร์ส

what has been the top global news story of 2023 so far? วลี

1:08

อะไรคือข่าวระดับโลกอันดับหนึ่งของปี 2023 จนถึงตอนนี้?

วลี

according to: ระบุแหล่งข้อมูลภายนอก

according to + แหล่งข้อมูล หมายความว่าข้อมูล ข้อกล่าวอ้าง หรือคำถามที่ตามมานั้นอ้างอิงสิ่งที่แหล่งข้อมูลดังกล่าวพูดหรือรายงาน ในประโยคนี้ Reuters คือแหล่งข้อมูลภายนอกที่ใช้เป็นที่มาของคำถาม แหล่งข้อมูลอาจเป็นบุคคล องค์กร รายงาน งานวิจัย หรือเอกสาร วลีนี้ทำหน้าที่ระบุที่มาเท่านั้น ไม่ได้รับประกันว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ according to เพื่อระบุแหล่งข้อมูลภายนอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. According to the latest report, rail use increased in May.
  2. According to me, rail travel is the best choice.
  3. According the latest report, rail use increased in May.
ดูคำตอบ

According to the latest report, rail use increased in May.

วลี

so far: จำกัดผลลัพธ์ไว้ถึงปัจจุบัน

so far หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “จนถึงช่วงเวลาที่กำลังพูดถึง” โดยครอบคลุมช่วงเวลาที่เริ่มก่อนหน้านี้และต่อเนื่องมาถึงจุดปัจจุบัน ในคำถามนี้ คำตอบครอบคลุมเฉพาะส่วนของปี 2023 ที่ผ่านไปแล้วในขณะนั้น ดังนั้นเหตุการณ์ภายหลังอาจทำให้คำตอบเปลี่ยนไป so far มักใช้กับ present perfect เมื่อกล่าวถึงประสบการณ์ ความคืบหน้า หรือผลลัพธ์ที่ยังไม่สิ้นสุด เช่น has been ... so far คำว่า far ในที่นี้หมายถึงความคืบหน้าของเวลา ไม่ใช่ระยะทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย so far เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์เป็นจริงจนถึงตอนนี้แต่ยังเปลี่ยนแปลงได้: The new restaurant has received fifty reviews ____.

ดูคำตอบ

so far

Is it A,

1:13

คือ A

the war in Ukraine,

1:15

สงครามในยูเครน

B,

1:16

B

increasing prices and inflation,

1:16

ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นและอัตราเงินเฟ้อ

or C,

1:19

หรือ C

Prince Harry's autobiography?

1:20

หนังสืออัตชีวประวัติของเจ้าชายแฮร์รี่?

I think the answer is an issue that's affecting everyone,

1:22

ฉันคิดว่าคำตอบคือปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนนะ

inflation.

1:25

อัตราเงินเฟ้อ

Okay,

1:26

โอเค

Neil.

1:27

Neil

I'll reveal the answer at the end of the program. วลี

1:27

ฉันจะเปิดเผยคำตอบในตอนท้ายของรายการนะ

วลี

reveal the answer: เปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้เก็บไว้

Reveal the answer หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้เก็บไว้หรือยังไม่บอกให้รู้ reveal เน้นการเปลี่ยนจาก “ยังไม่รู้” เป็น “รู้แล้ว” มากกว่าการพูดคำตอบออกมาเฉย ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดเลื่อนการเปิดเผยคำตอบไปจนจบเพื่อสร้างความคาดหวัง โครงสร้างคือ reveal + ข้อมูลที่เปิดเผย เช่น reveal the answer หรือ reveal the result

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้เก็บไว้”: After everyone votes, the quiz host will ____.

ดูคำตอบ

reveal the answer

Now,

1:30

เอาล่ะ

it might be true that the non-stop news cycle makes doomscrolling possible, ลำดับความ

1:30

มันอาจเป็นความจริงที่วงจรข่าวที่ไม่เคยหยุดนิ่งทำให้การดูมสโครลเป็นไปได้

but that doesn't explain why we do it.

1:34

แต่นั่นก็ไม่ได้อธิบายว่าทำไมเราถึงทำมัน

ลำดับความ

it might be true that ... but that doesn't explain why ...: ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนชี้ช่องว่างของคำอธิบาย

โครงสร้าง It might be true that ..., but that doesn't explain why ... เริ่มจากยอมรับว่าข้ออ้างหนึ่งอาจเป็นจริง แล้วจึงจำกัดว่าข้ออ้างนั้นอธิบายอะไรได้บ้าง จึงเป็นการเรียบเรียงเหตุผลแบบยอมรับบางส่วนก่อน แล้วชี้ช่องว่างของคำอธิบาย ในประโยคนี้ วงจรข่าวที่ไม่หยุดอาจอธิบายได้ว่าการไถดูข่าวร้ายอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่ได้อธิบายว่าทำไมผู้คนจึงเลือกทำเช่นนั้น that ใน but that doesn't explain why อ้างถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมด และ but ไม่ได้ลบล้างข้อความนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจเป็นจริง พร้อมทั้งแสดงว่าข้อเท็จจริงนั้นยังอธิบายปัญหาได้ไม่ครบถ้วน

  1. The road cannot be wet because one car skidded.
  2. It might be true that the road is wet, but that doesn't explain why only one car skidded.
  3. It might be true that the road is wet, and that fully explains why only one car skidded.
ดูคำตอบ

It might be true that the road is wet, but that doesn't explain why only one car skidded.

Anthropologist Ella al-Shamahi thinks the answer may lie in human evolution. การใช้คำ

1:37

นักมานุษยวิทยา Ella al-Shamahi คิดว่าคำตอบอาจอยู่ที่วิวัฒนาการของมนุษย์

การใช้คำ

may lie in: ชี้ถึงต้นเหตุที่เป็นไปได้

ในประโยคนี้ may lie in หมายถึง “อาจอยู่ที่” หรือ “อาจมีต้นเหตุมาจาก” Ella กำลังเสนอความเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันอย่างแน่นอนว่า การศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์อาจช่วยให้พบคำตอบ ใช้ lie in ในความหมายเชิงนามธรรมนี้เมื่อคำตอบ สาเหตุ ความยาก หรือกุญแจสำคัญมาจากปัจจัยบางอย่าง เช่น The cause lies in... และ The key may lie in....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “อาจมีต้นเหตุมาจาก”: The reason for the error ____ the way the data was entered.

ดูคำตอบ

may lie in

Here,

1:43

ที่นี่

she outlines the problem for BBC Radio 4 program "Why do we do that". การใช้คำ

1:43

เธอสรุปปัญหานี้ให้ฟังในรายการ "Why do we do that" ของบีบีซีเรดิโอโฟร์

การใช้คำ

outlines the problem: นำเสนอประเด็นหลักอย่างสั้น ๆ

ในที่นี้ outlines เป็นคำกริยาที่หมายถึง “นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานและประเด็นสำคัญของเรื่อง” เธออธิบายปัญหาอย่างชัดเจนพอให้ผู้ฟังเข้าใจประเด็นหลัก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดทุกอย่าง การใช้ในความหมายเชิงนามธรรมนี้พบได้บ่อยเมื่อผู้พูด รายงาน บทความ หรือรายการนำเสนอกรอบพื้นฐานของประเด็นหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “นำเสนอประเด็นหลักอย่างสั้น ๆ”: The introduction ____ before the report examines possible solutions.

ดูคำตอบ

outlines the problem

We go searching out for bad news, กริยาวลี

1:48

เราออกไปค้นหาข่าวร้าย

กริยาวลี

go searching out for bad news: การค้นหาอย่างตั้งใจในโครงสร้างผสม

ในที่นี้ go searching out for bad news หมายถึงการตั้งใจค้นหาข่าวร้าย ไม่ใช่เพียงบังเอิญไปเจอข่าวนั้น โครงสร้าง go + รูป -ing นำเสนอการค้นหาว่าเป็นกิจกรรมที่คนหนึ่งตั้งใจออกไปทำ ถ้อยคำนี้ยังผสมรูปแบบมาตรฐานสองแบบเข้าด้วยกัน คือ go searching for bad news และ search out bad news รูปแบบที่ผสมกันนี้ยังพอเข้าใจได้ในการพูดสด แต่เมื่อพูดหรือเขียนภาษาอังกฤษเองควรเลือกใช้รูปแบบมาตรฐานแบบใดแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบมาตรฐานที่เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อสื่อถึงการตั้งใจค้นหาบางสิ่ง

  1. People sometimes go searching for alarming stories online.
  2. People sometimes go searching out for alarming stories online.
  3. People sometimes search out for alarming stories online.
ดูคำตอบ

People sometimes go searching for alarming stories online.

looking for things that will make us feel ick inside. การใช้คำ

1:50

มองหาสิ่งที่จะทำให้เรารู้สึกขยะแขยง (ick) อยู่ข้างใน

การใช้คำ

feel ick inside: ความไม่สบายใจหรือความขยะแขยงแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ feel ick inside หมายถึงการมีปฏิกิริยาภายในที่ไม่น่าพอใจ เช่น รู้สึกไม่สบาย คลื่นไส้ กระวนกระวาย หรือขยะแขยงเล็กน้อย เนื่องจากสิ่งกระตุ้นคือข่าวร้าย ความรู้สึกนี้จึงอาจเป็นด้านอารมณ์และไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเจ็บป่วยทางร่างกาย ick เป็นคำที่จงใจสื่อความรู้สึกอย่างกว้าง ๆ และไม่เป็นทางการมาก ส่วน inside เน้นว่าปฏิกิริยานั้นเกิดขึ้นภายในตัวบุคคล ทำให้ความรู้สึกดูชัดเจนและเป็นเรื่องส่วนตัว

แบบฝึกหัด

feel ick inside ในประโยคนี้น่าจะหมายถึงอะไร

  1. เนื้อหานั้นทำให้เรารู้สึกสงบและร่าเริง
  2. เนื้อหานั้นยืนยันว่าเรามีโรคที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว
  3. เนื้อหานั้นทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่สบายใจหรือขยะแขยงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

เนื้อหานั้นทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่สบายใจหรือขยะแขยงเล็กน้อย

And so many of us do it.

1:54

และพวกเราหลายคนก็ทำแบบนั้น

Is it a result of 24/7 doom on tap on our phones? โน้ต

1:56

มันเป็นผลพวงจากความเลวร้ายที่หาได้ตลอด 24 ชั่วโมงบนโทรศัพท์ของเราหรือเปล่า?

วลี

a result of: การนำเสนอสาเหตุของผลลัพธ์

ในนามวลี a result of คำว่า result หมายถึงผลลัพธ์ และ of ใช้นำหน้าสาเหตุ โครงสร้าง A is a result of B หมายความว่า B ทำให้ A เกิดขึ้นหรือมีส่วนทำให้ A เกิดขึ้น ในคำถามนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าปรากฏการณ์ที่กล่าวถึงเกิดจากเนื้อหาเชิงลบที่เข้าถึงได้ตลอดเวลาบนโทรศัพท์หรือไม่ คำถามนี้เสนอเพียงสาเหตุที่เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่านั่นคือสาเหตุที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมนามวลีเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: Heavy traffic caused the delay. The delay was ____ heavy traffic.

ดูคำตอบ

a result of

สำนวน

doom on tap: เนื้อหาเชิงลบที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา

doom ในที่นี้หมายถึงข่าวและเนื้อหาที่น่ากลัว เกี่ยวกับหายนะ หรือเป็นลบอย่างมาก ส่วน on tap ตามความหมายตรงตัวใช้บรรยายเครื่องดื่มที่กดหรือเปิดจากก๊อกได้ และในเชิงเปรียบเทียบหมายถึงสิ่งที่พร้อมให้เข้าถึงได้ง่ายและต่อเนื่อง doom on tap จึงนำเสนอเนื้อหาเชิงลบเสมือนเป็นสิ่งที่มีให้ไม่รู้จบและเข้าถึงผ่านโทรศัพท์ได้ทุกเมื่อ tap ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแตะหน้าจอโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

doom on tap ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เนื้อหาเชิงลบที่พร้อมให้เข้าถึงอยู่ตลอดเวลา
  2. รายงานหนึ่งชิ้นเกี่ยวกับปัญหาก๊อกน้ำ
  3. คำเตือนว่าหน้าจอโทรศัพท์เสีย
ดูคำตอบ

เนื้อหาเชิงลบที่พร้อมให้เข้าถึงอยู่ตลอดเวลา

Or is it some kind of compulsion that comes from somewhere way, โน้ต

2:01

หรือเป็นแรงกระตุ้นบางอย่างที่มาจากอดีตอัน

way back?

2:06

แสนไกล?

การใช้คำ

some kind of compulsion: คำเรียกแบบยังไม่ฟันธงสำหรับแรงกระตุ้นที่ต้านทานได้ยาก

ในคำถามนี้ compulsion หมายถึงแรงกระตุ้นภายในที่รุนแรงและต้านทานหรือควบคุมได้ยาก มีความหมายแรงกว่าความชอบธรรมดา some kind of แสดงว่าผู้พูดกำลังเสนอคำเรียกที่อาจเป็นไปได้ ไม่ได้อ้างว่ารู้แน่ชัดว่าแรงขับนั้นคืออะไร เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้จึงสื่อถึงแรงขับที่ทรงพลังแต่ยังคงน้ำเสียงแบบตั้งข้อสันนิษฐาน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ some kind of compulsion ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ความชอบส่วนตัวเพียงเล็กน้อย
  2. ภาวะทางการแพทย์ที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจน
  3. แรงกระตุ้นรุนแรงบางอย่างที่อาจมีอยู่และต้านทานได้ยาก
ดูคำตอบ

แรงกระตุ้นรุนแรงบางอย่างที่อาจมีอยู่และต้านทานได้ยาก

วลี

way, way back: การเน้นว่าเป็นอดีตที่ห่างไกลมาก

ใน way, way back คำว่า way เป็นคำขยายแบบไม่เป็นทางการที่เพิ่มระดับให้ back ทั้งวลีหมายถึงย้อนกลับไปไกลมากในอดีต หรือเมื่อนานแสนนานมาแล้ว โดย way ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถนน การพูด way ซ้ำเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้น ในคำถามนี้ การซ้ำทำให้ต้นกำเนิดที่เป็นไปได้ฟังดูอยู่ในอดีตที่ห่างไกลอย่างยิ่งโดยไม่ระบุวันที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค This custom goes way, way back วลี way, way back หมายความว่าอย่างไร

  1. ช้ากว่านั้นมากในอนาคต
  2. ไกลออกไปตามถนน
  3. เมื่อนานแสนนานมาแล้ว
ดูคำตอบ

เมื่อนานแสนนานมาแล้ว

Reading bad news stories makes us feel ick,

2:07

การอ่านข่าวร้ายทำให้เรารู้สึก 'ick'

an informal American phrase which means feel sick,

2:10

ซึ่งเป็นวลีภาษาอเมริกันแบบไม่เป็นทางการที่แปลว่า รู้สึกคลื่นไส้

often because of something disgusting or disturbing.

2:13

มักเป็นเพราะบางสิ่งที่น่าขยะแขยงหรือน่าสะเทือนใจ

It's a feeling caused by the fact that,

2:17

มันเป็นความรู้สึกที่เกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่า

thanks to the internet, วลี

2:19

ต้องขอบคุณอินเทอร์เน็ต

now we have the news on tap, สำนวน

2:20

ตอนนี้เรามีข่าวแบบ on tap (เปิดก๊อกก็ไหลมา)

easily available so that you can have as much of it as you want, ไวยากรณ์

2:22

หาได้ง่ายจนคุณสามารถเสพได้มากเท่าที่คุณต้องการ

whenever you want.

2:26

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการ

วลี

thanks to the internet: ใช้ thanks to เพื่อบอกสาเหตุ

ใน thanks to the internet คำว่า thanks to ระบุว่าอินเทอร์เน็ตเป็นสาเหตุของสถานการณ์ที่ตามมา มีความหมายว่า “because of” หรือ “as a result of” ไม่ใช่การกล่าวขอบคุณอินเทอร์เน็ต วลีนี้ใช้กับผลลัพธ์ที่ดี เป็นกลาง หรือไม่ดีก็ได้ ในประโยคนี้ คำอธิบายรอบข้างเน้นว่าอินเทอร์เน็ตทำให้เข้าถึงข่าวได้ตลอดเวลา ดังนั้นต้องดูบริบทเพื่อเข้าใจท่าทีของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้บอกสาเหตุ: ____ the backup system, the website stayed online during the outage.

ดูคำตอบ

Thanks to

สำนวน

the news on tap: ข่าวที่พร้อมให้เข้าถึงได้ทุกเมื่อ

ใน have the news on tap คำว่า on tap หมายถึงสิ่งที่พร้อมและเข้าถึงได้ทุกเมื่อที่ต้องการ และมักมีอยู่อย่างเพียงพอ วลีที่ตามมาอย่าง easily available, as much ... as you want และ whenever you want ทำให้ความหมายนี้ชัดเจน ภาพเปรียบเทียบมาจากเครื่องดื่มที่จ่ายตรงจากก๊อก ซึ่งสามารถกดหรือรินได้เมื่อต้องการ ในที่นี้ข่าวถูกเปรียบเป็นทรัพยากรที่เข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง ส่วน tap ไม่ได้หมายถึงการแตะหน้าจอโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้ภาพของก๊อกเพื่อหมายถึง “พร้อมให้ใช้ทุกเมื่อที่ต้องการ”: The membership gives you expert advice ____.

ดูคำตอบ

on tap

ไวยากรณ์

as much of it as you want: ปริมาณที่ไม่จำกัด

ในที่นี้ as much of it as you want หมายถึง “มากเท่าที่คุณต้องการ” โครงสร้าง as much of + คำสรรพนามหรือวลีนามที่ชี้เฉพาะ + as + อนุประโยค แสดงว่าปริมาณที่มีให้ตรงกับปริมาณที่บุคคลนั้นต้องการ จึงสื่อว่าในทางปฏิบัติไม่มีขีดจำกัด it ย้อนกลับไปหมายถึง the news ในที่นี้ news ถูกมองเป็นปริมาณข้อมูลที่นับไม่ได้ จึงใช้ much แต่ถ้าเป็นสิ่งของพหูพจน์ที่นับได้ ให้ใช้ many

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง as much of it as ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The online guide is free, so you can read ____.

ดูคำตอบ

as much of it as you want

But Ella thinks that that's not the whole story. ลำดับความ

2:27

แต่ Ella คิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด

ลำดับความ

that's not the whole story: บอกว่าคำอธิบายยังไม่ครบถ้วน

ในที่นี้ that's not the whole story หมายความว่าคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวไปเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานการณ์ทั้งหมด Story หมายถึงคำอธิบายข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ไม่ใช่เรื่องแต่ง สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับการอภิปราย โดยยอมรับประเด็นก่อนหน้าโดยไม่ปฏิเสธทั้งหมด แล้วส่งสัญญาณว่าจะมีเหตุผล มุมมอง หรือข้อมูลอื่นตามมา

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดใช้ that's not the whole story ในการอภิปราย โดยทั่วไปกำลังส่งสัญญาณอะไร?

  1. คำอธิบายก่อนหน้ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังต้องมีข้อมูลเพิ่มเติม
  2. คำอธิบายก่อนหน้าผิดทั้งหมดและควรเพิกเฉย
  3. เรื่องแต่งกำลังจะเริ่มขึ้น
ดูคำตอบ

คำอธิบายก่อนหน้ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังต้องมีข้อมูลเพิ่มเติม

There's another theory.

2:30

ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่ง

Way back in human history, ลำดับความ

2:31

ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

when we lived in caves,

2:33

ตอนที่เรายังอาศัยอยู่ในถ้ำ

ลำดับความ

Way back in human history: วางกรอบเวลาไว้ในอดีตอันไกลโพ้น

Way back in human history วางคำอธิบายทั้งหมดไว้ในอดีตอันไกลโพ้นของมนุษย์ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบเวลา ทำให้ผู้ฟังเข้าใจข้อมูลถัดไปว่าเป็นภูมิหลังทางประวัติศาสตร์หรือวิวัฒนาการ ในที่นี้ way เป็นคำวิเศษณ์ที่เน้นความหมายของ back จึงหมายถึงย้อนกลับไปไกลมากในอดีต ไม่ได้หมายถึงถนนหรือทิศทาง

แบบฝึกหัด

Way back in human history ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้ทำนายว่ามนุษย์จะทำอะไรในอนาคต
  2. วลีนี้อธิบายเส้นทางที่ผ่านประวัติศาสตร์
  3. วลีนี้สร้างภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ห่างไกลมาก
ดูคำตอบ

วลีนี้สร้างภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ห่างไกลมาก

it seemed everything could kill us,

2:35

ดูเหมือนทุกสิ่งสามารถฆ่าเราได้

from wild animals to eating the wrong mushroom. ไวยากรณ์

2:37

ตั้งแต่สัตว์ป่าไปจนถึงการกินเห็ดผิดชนิด

ไวยากรณ์

from ... to ...: ระบุปลายทั้งสองด้านของช่วง

from A to B ใช้ระบุปลายทั้งสองด้านของช่วงหนึ่งได้ ในที่นี้ from wild animals to eating the wrong mushroom ยกตัวอย่างอันตรายสองอย่างที่แตกต่างกันมากเป็นปลายของช่วง และสื่อว่ายังมีอันตรายอื่นอีกมากในช่วงกว้างนี้ โครงสร้างนี้ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ A และ B อาจเป็นหน่วยที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามแต่มีรูปต่างกันได้ โดย wild animals เป็นนามวลี ส่วน eating the wrong mushroom เป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม

แบบฝึกหัด

ใช้ from ... to ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The workshop covers topics ____ camera basics ____ advanced editing.

ดูคำตอบ

from · to

Knowing what the dangers were and how to avoid them was vital to our survival. โน้ต

2:40

การรู้ว่าอันตรายคืออะไรและจะหลีกเลี่ยงมันได้อย่างไรเป็นสิ่งสำคัญต่อความอยู่รอดของเรา

ไวยากรณ์

Knowing what... and how...: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

วลี “Knowing what the dangers were and how to avoid them” ทั้งหมดเป็นประธานของประโยค Knowing เป็น gerund โดยรูป -ing ทำให้ความรู้หรือความสามารถนี้กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่นำมาพูดถึง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ present progressive อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what และอนุประโยค how to ให้เนื้อหาสองส่วนที่วางคู่กันหลัง knowing เนื่องจากประธานทั้งหมดถูกมองเป็นความสามารถโดยรวมหนึ่งอย่าง จึงใช้กริยาเอกพจน์ was

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานได้ถูกต้องและมองว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง?

  1. Learning a new language take time.
  2. Learn a new language takes time.
  3. Learning a new language takes time.
ดูคำตอบ

Learning a new language takes time.

วลี

vital to our survival: โครงสร้าง be vital to + คำนาม

ใน “vital to our survival” คำว่า vital หมายถึงจำเป็นอย่างยิ่งหรือขาดไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มีประโยชน์ ประโยคนี้บอกว่าการอยู่รอดของมนุษย์ต้องพึ่งพาความรู้นี้ โครงสร้างคือ be vital to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทที่ตามหลัง vital และนำหน้าสิ่งที่ได้รับผล ซึ่งก็คือ our survival ไม่ได้แสดงทิศทางการเคลื่อนที่และไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive

แบบฝึกหัด

เติม vital และคำบุพบทที่ถูกต้องให้ครบ: Regular backups are ____ data security.

ดูคำตอบ

vital to

And from an evolutionary perspective, ลำดับความ

2:45

และจากมุมมองทางวิวัฒนาการ

survival is everything.

2:48

ความอยู่รอดคือทุกสิ่ง

ลำดับความ

from an evolutionary perspective: การกำหนดกรอบการวิเคราะห์

from an evolutionary perspective ทำหน้าที่กำหนดกรอบให้ข้อความที่ตามมา โดยบอกผู้ฟังให้เข้าใจ survival is everything ผ่านแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการและการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัวที่จริงจากทุกมุมมอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ from a/an + คำคุณศัพท์ + perspective ซึ่งหมายถึง “เมื่อพิจารณาจากมุมเฉพาะนี้” การบอกมุมมองก่อนแล้วจึงให้ข้อสรุปช่วยจัดลำดับคำอธิบายให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง from a ... perspective เพื่อระบุมุมมองด้านกฎหมาย: ____, the agreement is valid.

ดูคำตอบ

From a legal perspective

As a result, ลำดับความ

2:50

ด้วยเหตุนี้

we humans naturally pay attention to the negative stuff, วลี

2:51

มนุษย์เราจึงให้ความสนใจกับเรื่องแง่ลบตามธรรมชาติ

something Ella calls negativity bias. การใช้คำ

2:55

สิ่งที่ Ella เรียกว่า อคติเชิงลบ (negativity bias)

ลำดับความ

As a result: การเกริ่นนำผลที่เกิดขึ้น

As a result บอกผู้ฟังว่าเนื้อหาที่ตามมาเป็นผลจากสาเหตุที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ในที่นี้สำนวนดังกล่าวพาคำอธิบายจากประโยชน์ต่อการอยู่รอดของการสังเกตเห็นอันตราย ไปสู่แนวโน้มตามธรรมชาติที่มนุษย์สนใจข้อมูลด้านลบ โดยทั่วไปสำนวนนี้ใช้เปิดอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกผลลัพธ์ และเมื่ออยู่ต้นประโยคจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง สำนวนนี้แสดงขั้นตอนเชิงเหตุและผล ไม่ได้บอกเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นถัดไปตามเวลา

แบบฝึกหัด

The bridge was closed because of high winds. ประโยคใดเกริ่นนำผลที่เกิดขึ้นได้เหมาะสมที่สุด?

  1. After that, the buses had to take another route.
  2. As a result, the buses had to take another route.
  3. As a result of, the buses had to take another route.
ดูคำตอบ

As a result, the buses had to take another route.

วลี

pay attention to: มุ่งความสนใจไปที่บางสิ่ง

pay attention to หมายถึง “มุ่งความสนใจไปที่” บุคคล สิ่งของ หรือกิจกรรม ในประโยคนี้หมายความว่ามนุษย์มักสนใจเนื้อหาด้านลบโดยธรรมชาติ โดย pay ไม่ได้แปลว่า “จ่ายเงิน” to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว pay attention to + กรรม กรรมอาจเป็นนามวลี สรรพนาม รูป -ing หรืออนุประโยค เช่น pay attention to the warning, pay attention to it, pay attention to driving และ pay attention to what happens next

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อให้วลีตายตัวสมบูรณ์: During the tour, please pay attention ____ the guide's instructions.

ดูคำตอบ

to

การใช้คำ

negativity bias: ให้น้ำหนักกับข้อมูลด้านลบมากกว่า

negativity bias คือแนวโน้มที่ข้อมูลด้านลบจะดึงดูดความสนใจมากกว่า ติดอยู่ในความทรงจำมากกว่า หรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าข้อมูลด้านบวกหรือเป็นกลางที่มีความสำคัญใกล้เคียงกัน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียกรูปแบบที่มนุษย์มุ่งความสนใจไปที่ “เรื่องด้านลบ” โดยธรรมชาติ bias ในที่นี้หมายถึงแนวโน้มทางความคิดที่มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่การตั้งใจชอบข่าวร้าย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง negativity bias ได้ดีที่สุด

  1. แม้จะได้รับคำชมสิบครั้ง ความคิดเห็นที่รุนแรงเพียงหนึ่งข้อก็ยังติดอยู่ในใจ
  2. คนคนหนึ่งจำคำชมและคำวิจารณ์ได้ดีเท่า ๆ กัน
  3. คนคนหนึ่งเลือกสมุดสีแดงเพราะสีแดงเป็นสีโปรด
ดูคำตอบ

แม้จะได้รับคำชมสิบครั้ง ความคิดเห็นที่รุนแรงเพียงหนึ่งข้อก็ยังติดอยู่ในใจ

But while cavemen only knew what was happening in their local area, ไวยากรณ์

2:58

แต่ในขณะที่มนุษย์ถ้ำรู้แค่สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท้องถิ่นของพวกเขา

nowadays we know the bad news from all over the world.

3:02

ทุกวันนี้เรารู้ข่าวร้ายจากทั่วทุกมุมโลก

ไวยากรณ์

while ... nowadays เพื่อเปรียบต่างอดีตกับปัจจุบัน

while ในประโยคนี้หมายถึง “ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง...” เพื่อแสดงความแตกต่าง ไม่ได้หมายถึง “ระหว่างช่วงเวลาที่...” โดยคำนี้นำเข้าสถานการณ์ในอดีต แล้วประโยคหลักนำไปเปรียบต่างกับสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบัน ส่วน nowadays ระบุด้านที่เป็นปัจจุบันอย่างชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ while + สถานการณ์ในอดีตหรือสถานการณ์ที่ต่างออกไป, nowadays + สถานการณ์ปัจจุบัน รูปแบบนี้ช่วยเรียบเรียงการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเมื่อสองสถานการณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันโดยใช้ while ก่อน แล้วตามด้วย nowadays: ____ people once waited days for letters, ____ messages arrive instantly.

ดูคำตอบ

While · nowadays

Here's Ella again discussing this with her friend,

3:06

นี่คือ Ella อีกครั้งที่กำลังพูดคุยเรื่องนี้กับเพื่อนของเธอ

TV presenter Clara Amfo,

3:09

Clara Amfo พิธีกรรายการโทรทัศน์

for BBC Radio 4 program "Why do we do that".

3:11

สำหรับรายการ "Why do we do that" ทางบีบีซีเรดิโอโฟร์

You know,

3:15

คุณรู้ไหม

before it would be like,

3:15

เมื่อก่อนมันอาจจะเป็นเหมือน

I don't know,

3:16

ไม่รู้สิ

I'm assuming you'd go to the neighbor's cave น้ำเสียง/เจตนา

3:17

ฉันเดาว่าคุณจะไปที่ถ้ำของเพื่อนบ้าน

and they'd only know like the bad news from like,

3:19

แล้วพวกเขาก็จะรู้แค่ข่าวร้ายจาก

you know,

3:21

คุณรู้ไหม

that particular mountain.

3:21

ภูเขาลูกนั้นโดยเฉพาะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm assuming เพื่อบอกข้อสรุปที่ยังไม่ได้ยืนยัน

I'm assuming ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดมองว่าเป็นการคาดเดาอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้แสดงว่าการไปยังถ้ำของเพื่อนบ้านเป็นเพียงสถานการณ์ที่ผู้พูดจินตนาการขึ้น ใช้ I'm assuming + อนุประโยค เพื่อบอกให้ชัดว่านี่คือข้อสันนิษฐานในขณะนี้และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแก้ไขได้ สำนวนนี้ลดระดับความมั่นใจ แต่ไม่ได้ทำให้ข้อสันนิษฐานเรื่องส่วนตัวสุภาพขึ้นโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงข้อสันนิษฐานที่มีเหตุผลแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I know the meeting starts at nine because I checked the official schedule.
  2. I'm assuming the meeting starts at nine, but I'll check the schedule.
  3. The meeting might start at nine, and I have already confirmed it.
ดูคำตอบ

I'm assuming the meeting starts at nine, but I'll check the schedule.

Yeah.

3:23

ใช่

Now it's like, ลำดับความ

3:23

แต่ตอนนี้มันเหมือนกับว่า

let me tell you about the really bad information น้ำเสียง/เจตนา

3:24

ขอเล่าข้อมูลและสถานการณ์ที่เลวร้ายมากๆ

and situation that's going on in some island somewhere. กริยาวลี

3:27

ที่กำลังเกิดขึ้นบนเกาะที่ไหนสักแห่งให้ฟังหน่อยสิ

ลำดับความ

Now it's like, เพื่อเปลี่ยนไปสู่คำพูดสมมติในปัจจุบัน

Now ทำหน้าที่บอกว่าการเปรียบเทียบกำลังเปลี่ยนมาที่สถานการณ์ในปัจจุบัน จากนั้น it's like จะนำเสนอภาพของสถานการณ์นั้นแบบภาษาพูดสบาย ๆ โดยผู้พูดทำเหมือนกำลังแสดงคำพูดที่ใครบางคนอาจพูดต่อไป like ในที่นี้เป็นตัวบ่งชี้ในบทสนทนา ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” ข้อความที่ตามมาเป็นคำพูดสมมติหรือคำพูดที่ใช้แทนภาพรวม ไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดที่ยกมาตรงทุกคำ

แบบฝึกหัด

"Now it's like," ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เปลี่ยนมาที่สถานการณ์ปัจจุบันและนำเข้าคำพูดสมมติแบบไม่เป็นทางการ
  2. บอกเวลาที่แน่นอนว่าเหตุการณ์ในคำพูดอ้างอิงเริ่มขึ้นเมื่อใด
  3. บอกว่าผู้พูดชอบสถานการณ์ในปัจจุบัน
ดูคำตอบ

เปลี่ยนมาที่สถานการณ์ปัจจุบันและนำเข้าคำพูดสมมติแบบไม่เป็นทางการ

น้ำเสียง/เจตนา

let me tell you about + หัวข้อ

let me tell you about + นามวลี ใช้เปิดหัวข้อที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย บรรยาย หรือเล่าเป็นเรื่อง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยจำลองภาพคนคนหนึ่งที่เริ่มรายงานข่าวร้ายจากสถานที่ห่างไกล let me มักใช้จัดลำดับการพูดของผู้พูด ไม่ได้เป็นการขออนุญาตจริง ๆ หลัง about ให้ใส่หัวข้อ เช่น let me tell you about my trip, the problem หรือ what happened

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ใช้เปิดหัวข้อ: I recently changed careers. ____ my new job.

ดูคำตอบ

Let me tell you about

กริยาวลี

going on: กำลังเกิดขึ้นหรือดำเนินอยู่

ในประโยคนี้ going on หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” หรือ “กำลังดำเนินอยู่” อนุประโยค that's going on in some island somewhere บอกว่าสถานการณ์เลวร้ายนั้นเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่นั่น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่หรือ “ดำเนินต่อไป” การใช้ความหมายนี้มักอยู่ในรูป be going on เช่น something is going on และยังพบใน What's going on? เมื่อต้องการถามโดยรวมว่าเหตุการณ์ กิจกรรม หรือสถานการณ์ใดกำลังเกิดขึ้น โดยไม่ต้องระบุรายละเอียดทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบสองคำของ go ที่หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” ลงในประโยค: There are flashing lights outside. Do you know what's ____?

ดูคำตอบ

going on

It's just the good news doesn't make up for it. กริยาวลี

3:30

เพียงแต่ข่าวดีมันไม่สามารถชดเชยสิ่งนั้นได้

กริยาวลี

doesn't make up for it: ไม่เพียงพอที่จะชดเชย

make up for หมายถึงการชดเชยความสูญเสีย ปัญหา หรือข้อเสียด้วยสิ่งที่เป็นบวก ในประโยคนี้ good news คือสิ่งดีที่อาจชดเชยได้ ส่วน it หมายถึงข่าวร้ายที่กล่าวถึงก่อนหน้าและผลกระทบด้านลบของมัน doesn't make up for it จึงหมายความว่าส่วนดีนั้นยังไม่มากพอจะหักล้างส่วนเสีย ให้มอง make up for เป็นวลีเดียว กรรมที่ตามหลังจะบอกสิ่งที่ต้องชดเชย เช่น make up for the delay, make up for lost time หรือ make up for it

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ชดเชย” ลงในประโยค: The free meal did not ____ the terrible service.

ดูคำตอบ

make up for

It really doesn't and it's I think trauma's romanticized, การใช้คำ

3:33

มันไม่ได้จริงๆ และฉันคิดว่าบาดแผลทางใจถูกทำให้เป็นเรื่องโรแมนติก

really.

3:36

จริงๆ นะ

การใช้คำ

trauma's romanticized: ทำให้บาดแผลทางใจดูดีกว่าความเป็นจริง

ใน trauma's romanticized คำว่า 's หมายถึง is ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงเป็นรูปถูกกระทำ โดย trauma คือสิ่งที่ถูกทำให้ดูดีเกินจริง To romanticize something หมายถึงการนำเสนอบางสิ่งให้น่าดึงดูด มีความหมาย หรือน่าชื่นชมกว่าความเป็นจริง ซึ่งมักละเลยอันตรายหรือความซับซ้อนของสิ่งนั้น ในที่นี้ ผู้พูดกำลังวิจารณ์วิธีที่ผู้คนพูดถึงบาดแผลทางใจ Romanticized ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนบาดแผลทางใจให้เป็นเรื่องรัก แต่หมายถึงการทำให้ความทุกข์ดูมีคุณค่าหรือน่าดึงดูด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงความหมายของ romanticize ได้ดีที่สุด

  1. เรื่องราวนำเสนอความยากลำบากว่าสวยงามและมีความหมาย แต่ละเลยอันตรายที่เกิดขึ้น
  2. เรื่องราวเพิ่มความสัมพันธ์แบบคนรักเข้าไปในเหตุการณ์ที่ยากลำบาก
  3. เรื่องราวรายงานทั้งประโยชน์และอันตรายโดยไม่ทำให้ด้านใดดูดีกว่า
ดูคำตอบ

เรื่องราวนำเสนอความยากลำบากว่าสวยงามและมีความหมาย แต่ละเลยอันตรายที่เกิดขึ้น

What doesn't kill you makes you stronger. สำนวน

3:37

สิ่งที่ไม่ฆ่าคุณจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น

สำนวน

What doesn't kill you makes you stronger: การให้กำลังใจหรือการวิจารณ์

คำกล่าวที่ใช้กันทั่วไปนี้หมายความว่า การผ่านพ้นความยากลำบากอาจสร้างความเข้มแข็ง ประสบการณ์ หรือความสามารถในการฟื้นตัว คำว่า kill ในที่นี้มักเป็นการพูดเกินจริง ความยากลำบากไม่จำเป็นต้องคุกคามชีวิตจริง ๆ คำกล่าวนี้อาจใช้ให้กำลังใจอย่างจริงใจ แต่ผู้พูดก็อาจยกมาใช้อย่างวิพากษ์หรือประชดได้ ในบริบทนี้ มันแทนแนวคิดที่ว่าบาดแผลทางใจจะกลายเป็นการเติบโตโดยอัตโนมัติ จึงไม่ควรตีความว่าผู้พูดเห็นด้วยทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมคำกล่าวที่ใช้กันทั่วไปให้สมบูรณ์: What doesn't kill you ____.

ดูคำตอบ

makes you stronger

Yeah.

3:39

ใช่

This is a test.

3:40

นี่คือบททดสอบ

I think we're conditioned to believe that negative experiences shape us more than joyous ones. การใช้คำ

3:41

ฉันคิดว่าเราถูกหล่อหลอมให้เชื่อว่าประสบการณ์เชิงลบหล่อหลอมเราได้มากกว่าประสบการณ์ที่น่ายินดี

การใช้คำ

we're conditioned to believe: ความเชื่อที่ก่อตัวจากอิทธิพลซ้ำ ๆ

ในประโยคนี้ we're conditioned to believe หมายถึง ข้อความ นิสัย หรืออิทธิพลทางสังคมที่เกิดซ้ำค่อย ๆ ทำให้ผู้คนยอมรับแนวคิดที่ตามมา Conditioned เป็นคำกริยาช่องสามในโครงสร้างกรรมวาจก be conditioned to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อเทียบกับ we believe ถ้อยคำนี้ยังอธิบายว่าความเชื่อนั้นก่อตัวขึ้นอย่างไร โดยสื่อว่าเป็นความเชื่อที่เรียนรู้มาจากอิทธิพลต่าง ๆ ไม่ใช่ข้อสรุปที่คิดขึ้นอย่างเป็นอิสระทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ค่อย ๆ ถูกฝึกจากอิทธิพลที่เกิดซ้ำให้ยึดถือความเชื่อหนึ่ง”: After seeing the same message for years, people are ____ that success always looks the same.

ดูคำตอบ

conditioned to believe

การใช้คำ

shape us more than joyous ones: การเปรียบเทียบอิทธิพลที่หล่อหลอมคน

ใน shape us คำว่า shape เป็นคำกริยาที่หมายถึงการมีอิทธิพลระยะยาวต่อการก่อรูปนิสัย มุมมอง หรือพัฒนาการของเรา More than ใช้เปรียบเทียบระดับของอิทธิพล Joyous ones หมายถึง joyous experiences โดย ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ experiences ที่กล่าวไปแล้วเพื่อไม่ให้ต้องพูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shape ในความหมายเชิงนามธรรมว่า “หล่อหลอม” เหมือนกับตัวอย่าง?

  1. The potter shaped the clay into a bowl.
  2. The table has a round shape.
  3. Her years abroad shaped the way she sees the world.
ดูคำตอบ

Her years abroad shaped the way she sees the world.

Reading bad news from around the world can depress us,

3:47

การอ่านข่าวร้ายจากทั่วโลกสามารถทำให้เราหดหู่ได้

and Ella thinks that the little good news we do hear doesn't make up for the depressing news. ไวยากรณ์

3:50

และ Ella คิดว่าข่าวดีเพียงเล็กน้อยที่เราได้ยินนั้น ไม่สามารถชดเชยข่าวที่ทำให้หดหู่ได้เลย

ไวยากรณ์

the little good news we do hear: ปริมาณที่น้อยเกินไปและ do ที่ใช้เน้น

ใน the little good news คำว่า little ขยาย news ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้ และหมายถึงมีไม่มาก คือมีน้อยจนรู้สึกว่าไม่เพียงพอ คำนี้พูดถึงปริมาณ ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพ ส่วน the ชี้ถึงข่าวดีจำนวนเฉพาะที่มีอยู่อย่างจำกัดและได้ยินจริง ๆ ใน we do hear คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า โดยเน้นว่าเราได้ยินข่าวดีอยู่บ้างจริง ๆ แม้จะมีน้อยมาก เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ให้ความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงว่า ข่าวดีมีอยู่ แต่มีไม่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าได้รับการสนับสนุนอยู่บ้างจริง ๆ แต่ปริมาณไม่เพียงพอ

  1. The little support we receive is enough.
  2. The few support we do receive is not enough.
  3. The little support we do receive is not enough.
ดูคำตอบ

The little support we do receive is not enough.

To make up for something means to compensate for something bad with something good.

3:56

to make up for something หมายถึง การชดเชยสิ่งที่ไม่ดีด้วยสิ่งที่ดี

Good news is hard to find.

4:02

ข่าวดีนั้นหาได้ยาก

In fact,

4:03

ในความเป็นจริง

Clara thinks society has romanticized bad traumatic news.

4:04

Clara คิดว่าสังคมได้ทำให้ข่าวร้ายที่กระทบกระเทือนจิตใจเป็นเรื่องโรแมนติก

If you romanticize something,

4:09

ถ้าคุณทำให้บางสิ่งเป็นเรื่องโรแมนติก (romanticize)

you talk about it in a way that makes it sound better than it really is. ไวยากรณ์

4:11

คุณจะพูดถึงมันในวิธีที่ทำให้มันฟังดูดีกว่าความเป็นจริง

ไวยากรณ์

makes it sound better than it really is: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to

ใน makes it sound better คำว่า make ใช้ตามโครงสร้าง make + object + bare infinitive ได้แก่ makes + it + sound โดย sound ไม่มี to เพราะ make ในโครงสร้างก่อเหตุแบบประธานเป็นผู้กระทำจะตามด้วยกรรมและกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ส่วน better เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์หลัง sound ซึ่งเป็นกริยาเชื่อม Than it really is เปรียบเทียบภาพลักษณ์ที่ดูดีกับความเป็นจริง ข้อความนี้ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นดีขึ้นจริง ๆ แต่บอกว่าวิธีที่คนพูดถึงมันทำให้มันดูเหมือนดีกว่าความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + object + bare infinitive ได้ถูกต้อง

  1. The advertisement makes sound the job easier than it really is.
  2. The advertisement makes the job to sound easier than it really is.
  3. The advertisement makes the job sound easier than it really is.
ดูคำตอบ

The advertisement makes the job sound easier than it really is.

Connected to this is the saying what doesn't kill you makes you stronger, ลำดับความ

4:15

สิ่งที่เชื่อมโยงกับเรื่องนี้คือคำกล่าวที่ว่า สิ่งที่ไม่ฆ่าคุณจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น

meaning that by going through difficult experiences in life, ไวยากรณ์

4:20

หมายความว่าการผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบากในชีวิต

people build up strength and resilience for the future. กริยาวลี

4:23

ผู้คนจะสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นสำหรับอนาคต

ลำดับความ

Connected to this is the saying: นำความเชื่อมโยงขึ้นต้นเพื่อแนะนำข้อมูลใหม่

Connected to this is the saying... เชื่อมคำกล่าวใหม่เข้ากับแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง การวาง Connected to this ไว้ต้นประโยคทำให้ความเชื่อมโยงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดข้อมูล จากนั้นกริยาเชื่อมจะอยู่หน้าประธานที่ขึ้นต้นด้วย the saying ลำดับคำปกติคือ The saying ... is connected to this ส่วนลำดับคำแบบกลับตำแหน่งจะวางข้อมูลใหม่ที่ยาวกว่าไว้หลังกริยา จึงช่วยนำผู้ฟังหรือผู้อ่านจากประเด็นหนึ่งไปสู่อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชื่อมแบบเป็นทางการโดยใช้ Connected to this และวาง be ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: ____ another concern about cost.

ดูคำตอบ

Connected to this is

ไวยากรณ์

by going through difficult experiences: ใช้ by + V-ing เพื่อบอกวิธี

วลี by going through difficult experiences หมายถึง ผ่านกระบวนการที่ได้พบเจอสถานการณ์ยากลำบาก ในที่นี้ by ใช้บอกวิธีหรือเส้นทางที่นำไปสู่ผลลัพธ์ กล่าวคือ คนเราสร้างความเข้มแข็งด้วยวิธีนั้น เมื่อ by ตามด้วยการกระทำ ให้ใช้รูป -ing ตามโครงสร้าง by + V-ing ส่วน go through หมายถึงการได้ประสบและรับมือกับกระบวนการหรือช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงที่ยากลำบาก ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านวัตถุทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by + รูป -ing ของคำกริยาในวงเล็บ: Maya improved her writing ____ every day. (practise)

ดูคำตอบ

by practising

กริยาวลี

build up strength and resilience: ค่อย ๆ สร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น

Build up หมายถึงการค่อย ๆ เพิ่มหรือพัฒนาบางสิ่งเมื่อเวลาผ่านไป ใน build up strength and resilience คำว่า strength และ resilience เป็นคุณสมบัตินามธรรมที่ก่อตัวจากประสบการณ์ซ้ำ ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ได้รับมาทันทีในครั้งเดียว สำนวนนี้นำเสนอประสบการณ์ยากลำบากว่าเป็นกระบวนการสะสมที่ช่วยเตรียมคนให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำนามนามธรรม เช่น confidence, trust, stamina และ experience ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ build up ในความหมายว่า “ค่อย ๆ พัฒนาความสามารถหรือคุณสมบัติ”

  1. The builders worked all day to build up the wall around the garden.
  2. Months of steady practice helped Priya build up her confidence before the audition.
  3. Priya built up for confidence before the audition.
ดูคำตอบ

Months of steady practice helped Priya build up her confidence before the audition.

Maybe it's best to stop doomscrolling altogether.

4:26

บางทีมันอาจจะดีที่สุดที่จะหยุดดูมสโครล (doomscrolling) ไปเลย

But with so much bad news pouring into our mobile phones every day, ไวยากรณ์

4:30

แต่ด้วยข่าวร้ายมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเราทุกวัน

it's not easy.

4:34

มันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

ไวยากรณ์

with so much bad news pouring into our mobile phones: ใช้ with + คำนาม + V-ing เพื่อบอกสถานการณ์พื้นหลัง

With + คำนาม + present participle ใช้เติมสถานการณ์พื้นหลังให้กับประโยคหลัก ใน with so much bad news pouring into our mobile phones คำว่า bad news เป็นประธานตามความหมายของ pouring และวลีนี้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับประโยคหลัก วลีที่ขึ้นต้นด้วย with ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค วลีนี้สร้างภาพของแรงกดดันหรือเหตุผลเบื้องหลัง it's not easy ส่วน it's เป็นกริยาของประโยคหลัก Pouring into ใช้ภาพของของเหลวที่ไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ข้อความดูเหมือนไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและท่วมท้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + คำนาม + V-ing เพื่อบอกสถานการณ์พื้นหลังที่กำลังเกิดขึ้นได้ถูกต้อง

  1. With the students working quietly, the teacher prepared the materials.
  2. With the students to work quietly, the teacher prepared the materials.
  3. With the students worked quietly, the teacher prepared the materials.
ดูคำตอบ

With the students working quietly, the teacher prepared the materials.

Okay,

4:35

เอาล่ะ

it's time to reveal the answer to my question,

4:35

ได้เวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของฉันแล้ว

Neil.

4:37

Neil

I asked you what news agency Reuters considers the top news story of 2023 so far.

4:38

ฉันถามคุณว่าสำนักข่าวรอยเตอร์สพิจารณาว่าข่าวใดเป็นข่าวเด่นของปี 2023 จนถึงตอนนี้

And I guessed it was B,

4:45

และผมเดาว่าเป็น B

inflation.

4:46

อัตราเงินเฟ้อ

Which was the correct answer.

4:47

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Although there's still plenty of time for 2023 to bring us more doom, ลำดับความ

4:49

แม้ว่าจะยังมีเวลาอีกมากสำหรับปี 2023 ที่จะนำพาความหายนะมาให้เราอีก

hopefully along with a little positivity too. วลี

4:54

แต่ก็หวังว่าจะมาพร้อมกับเรื่องราวเชิงบวกเล็กๆ น้อยๆ ด้วยเช่นกัน

ลำดับความ

Although there's still plenty of time: ปูพื้นด้วยการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง

Although นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง ผู้พูดยอมรับก่อนว่ายังมีเวลามากพอให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นอีก อนุประโยคนี้เป็นเพียงข้อมูลพื้นหลัง ไม่ใช่ประเด็นสรุปของผู้พูด ถ้อยคำหลังเครื่องหมายจุลภาคถูกละบางส่วนแบบภาษาพูด ใจความหลักที่แฝงอยู่มีความหมายประมาณว่า “hopefully, 2023 will bring a little positivity too.” วิธีนี้ช่วยถ่วงดุลความเป็นไปได้ที่หม่นหมองกับความหวัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค although เพื่อสร้างความขัดแย้งได้ถูกต้อง

  1. Although the forecast looks bad, but we are still going on the picnic.
  2. Although the forecast looks bad, because we are still going on the picnic.
  3. Although the forecast looks bad, we are still going on the picnic.
ดูคำตอบ

Although the forecast looks bad, we are still going on the picnic.

วลี

along with a little positivity too: เพิ่มสิ่งที่มาควบคู่กัน

Along with ใช้เพิ่มสิ่งที่มาด้วยกันหรือข้อมูลเสริมจากสิ่งหลักที่กล่าวไว้แล้ว ในที่นี้ doom คือความเป็นไปได้หลักที่กล่าวถึง ส่วน a little positivity คือสิ่งเพิ่มเติมที่ผู้พูดหวังว่าจะมาพร้อมกัน Too เน้นความหมายว่า “ด้วย” ส่วน a little ทำให้ความหวังนั้นดูพอประมาณ คือหวังให้มีเรื่องดีเพียงเล็กน้อย Along with ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินไปด้วยกัน แต่ทั้งวลีหมายถึง “พร้อมกับเรื่องดี ๆ เล็กน้อยด้วย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ along with เพื่อเพิ่มข้อมูลรองได้อย่างเป็นธรรมชาติและใช้กริยาสอดคล้องกับประธานอย่างถูกต้อง

  1. The museum, along with two smaller galleries, are closed today.
  2. The museum, along with two smaller galleries, is closed today.
  3. The museum along two smaller galleries with is closed today.
ดูคำตอบ

The museum, along with two smaller galleries, is closed today.

Okay,

4:57

โอเค

let's recap the vocabulary we've learned from this program about doomscrolling, ลำดับความ

4:57

เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากรายการนี้เกี่ยวกับการดูมสโครล (doomscrolling) กัน

spending lots of time reading bad news stories on your phone.

5:02

การใช้เวลามากมายไปกับการอ่านข่าวร้ายบนโทรศัพท์ของคุณ

ลำดับความ

Let's recap the vocabulary: เข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ

Let's recap the vocabulary เป็นการที่ผู้พูดชวนผู้ฟังให้ย้อนทบทวนคำศัพท์สำคัญที่กล่าวถึงไปแล้วอย่างสั้น ๆ Let's เป็นรูปภาษาพูดที่ใช้กันทั่วไปของ let us ส่วน recap หมายถึงการทบทวนประเด็นหลักสั้น ๆ ไม่ใช่การสอนทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ต้น ในฐานะวลีที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา วลีนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากการพูดคุยหลักไปสู่ช่วงทบทวนหรือปิดท้าย ผู้ฟังจึงคาดได้ว่าจะได้ฟังประเด็นสำคัญเดิม ไม่ใช่หัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนให้สมบูรณ์โดยใช้ recap และโครงสร้างธรรมชาติ Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน: ____ the vocabulary before we finish.

ดูคำตอบ

Let's recap

Feeling ick is American slang for feeling sick,

5:06

Feeling ick เป็นสแลงแบบอเมริกันที่แปลว่า รู้สึกคลื่นไส้ หรือขยะแขยง

often because of something disgusting or disturbing.

5:09

มักเป็นเพราะบางสิ่งที่น่ารังเกียจหรือน่าสะเทือนใจ

When something is on tap,

5:12

เมื่อบางสิ่ง on tap

it's easily available so that you can have as much of it as you want.

5:14

มันก็หาได้ง่ายจนคุณสามารถมีได้มากเท่าที่คุณต้องการ

The phrasal verb to make up for something means to compensate for something bad with something good.

5:18

กริยาวลี to make up for something หมายถึง การชดเชยสิ่งที่ไม่ดีด้วยสิ่งที่ดี

When we romanticize something,

5:24

เมื่อเราทำให้บางสิ่งเป็นเรื่องโรแมนติก (romanticize)

we make it sound better than it is.

5:26

เราจะทำให้มันฟังดูดีกว่าความเป็นจริง

And finally,

5:28

และสุดท้าย

the saying what doesn't kill you makes you stronger means that by going through difficult life experiences

5:29

คำกล่าวที่ว่า สิ่งที่ไม่ฆ่าคุณจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น หมายความว่าโดยการผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ยากลำบาก

people build up strength for the future.

5:36

ผู้คนจะสร้างความแข็งแกร่งสำหรับอนาคต

Once again,

5:38

อีกครั้งหนึ่ง

our 6 minutes are up. วลี

5:39

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้ว

วลี

our 6 minutes are up: บอกว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว

ใน our 6 minutes are up คำว่า be up หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงหรือถูกใช้หมดแล้ว ในที่นี้ up ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน รูปทั่วไปที่พบบ่อยคือ Time is up แต่ประโยคนี้ใช้ช่วงเวลาหกนาทีที่เฉพาะเจาะจงเป็นประธาน ดังนั้นคำนามพหูพจน์ minutes จึงใช้กับ are วลีนี้ยังส่งสัญญาณว่ารายการกำลังเข้าสู่ช่วงจบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be และ up: Your ten minutes ____.

ดูคำตอบ

are up

But if doomscrolling's not for you, การใช้คำ

5:40

แต่ถ้าการดูมสโครลไม่ใช่สำหรับคุณ

remember you can find lots of positive news stories to build your vocabulary วลี

5:43

จำไว้ว่าคุณสามารถหาข่าวเชิงบวกมากมายเพื่อสร้างคำศัพท์ของคุณได้

here at 6 Minute English.

5:47

ที่นี่ ที่ 6 Minute English

การใช้คำ

not for you: บอกว่าบางสิ่งไม่เหมาะกับคุณ

ในที่นี้ not for you หมายถึง “ไม่เหมาะกับคุณ” หรือ “ไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบ” คำบุพบท for บอกว่าสิ่งหนึ่งตรงกับรสนิยม ความต้องการ หรือความสนใจของคุณหรือไม่ และในบริบทนี้ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ X is not for someone ซึ่งช่วยให้ปฏิเสธหรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมหรือตัวเลือกหนึ่งอย่างนุ่มนวล โดย It's not for me มักฟังดูอ่อนโยนกว่า I hate it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างสุภาพว่าการตั้งแคมป์อาจไม่ตรงกับความชอบของอีกฝ่าย

  1. If camping isn't given to you, we can stay at a hotel.
  2. If camping isn't for you, we can stay at a hotel.
  3. If camping isn't yours, we can stay at a hotel.
ดูคำตอบ

If camping isn't for you, we can stay at a hotel.

วลี

build your vocabulary: ค่อย ๆ เพิ่มคำศัพท์ที่คุณรู้

Build your vocabulary เป็นกลุ่มคำที่ใช้เป็นธรรมชาติในการเรียนภาษา หมายถึง “ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนคำที่คุณรู้และใช้ได้” คำว่า build ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ คำศัพท์เพิ่มขึ้นจากการอ่าน การฟัง และการฝึกซ้ำ ๆ ไม่ใช่การก่อสร้างจริง รูปแบบทั่วไปคือ build + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + vocabulary เช่น build my vocabulary หรือ build their vocabulary โดยเน้นการสะสมอย่างสม่ำเสมอเมื่อเวลาผ่านไป

แบบฝึกหัด

ใช้กลุ่มคำ build + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + vocabulary ที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Reading about many subjects can help you ____.

ดูคำตอบ

build your vocabulary

Don't forget that there is more to BBC Learning English than 6 Minute English. ไวยากรณ์

5:48

อย่าลืมว่า BBC Learning English มีอะไรมากกว่า 6 Minute English นะ

ไวยากรณ์

There is more to X than Y: X ไม่ได้มีเพียง Y

โครงสร้าง there is more to X than Y หมายความว่า Y เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ลักษณะหนึ่ง หรือคำอธิบายส่วนหนึ่งของ X และ X ยังมีสิ่งอื่นนอกเหนือจาก Y ในประโยคนี้ 6 Minute English เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ BBC Learning English ในโครงสร้างนี้ more to X หมายถึง X ยังมีเนื้อหาหรือแง่มุมอื่นอีก ไม่ได้เป็นเพียงการเปรียบเทียบปริมาณของ X กับ Y ใช้โครงสร้างนี้เมื่อส่วนที่คุ้นเคยเพียงส่วนเดียวยังไม่แสดงภาพรวมทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง There is more to X than Y: There is ____ this job ____ answering emails.

ดูคำตอบ

more to · than

Why not try to improve your vocabulary through the language in news headlines. น้ำเสียง/เจตนา

5:53

ทำไมไม่ลองพัฒนาคำศัพท์ของคุณผ่านภาษาในพาดหัวข่าวล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Why not try to ...?: การเสนอแนะอย่างเป็นมิตร

Why not try to ...? เป็นวิธีเสนอแนะอย่างเป็นมิตรให้อีกฝ่ายลองทำบางอย่าง ในตัวอย่างนี้ ผู้พูดกำลังแนะนำวิธีเรียนรู้คำศัพท์ ไม่ได้ถามถึงเหตุผลที่ผู้ฟังยังไม่เคยใช้วิธีนั้น โครงสร้างคือ Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ try เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และ try to + คำกริยารูปพื้นฐาน ระบุการกระทำที่อยากให้อีกฝ่ายลอง: Why not try to improve ...? ผู้ฟังยังมีอิสระที่จะรับหรือปฏิเสธคำแนะนำ

แบบฝึกหัด

เติมคำเสนอแนะอย่างเป็นมิตรโดยให้ Why not ตามด้วย try to: ____ read one short article each day?

ดูคำตอบ

Why not try to

Try the news review video on our website or download the podcast.

5:58

ลองชมวิดีโอทบทวนข่าวบนเว็บไซต์ของเราหรือดาวน์โหลดพอดแคสต์ดูสิ

But that's bye for now.

6:02

แต่ตอนนี้ต้องลากันไปก่อนแล้ว

Bye.

6:03

ลาก่อน

6 Minute English from the BBC.

6:05

6 Minute English จาก BBC