ความเครียดส่งผลต่อสมองของคุณอย่างไร - Madhumita Murgia: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
560 คำ 150 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าความเครียดต่อเนื่องและคอร์ติซอลอาจเปลี่ยนโครงสร้าง การทำงาน และการแสดงออกของยีนในสมองอย่างไร พร้อมชี้ว่าการออกกำลังกายและการทำสมาธิอาจช่วยต้านผลกระทบเหล่านี้ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Are you sleeping restlessly, feeling irritable or moody, forgetting little things and feeling overwhelmed and isolated? — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าการถามต่อเนื่องอย่างรวดเร็วถึงอาการที่ผู้ฟังคุ้นเคยทำหน้าที่เป็นประโยคเปิดที่ดึงความสนใจได้อย่างไร รูปแบบนี้ช่วยทำให้คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้ฟัง และนำเสนอปัญหาผ่านประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมแทนการเริ่มด้วยข้อกล่าวเชิงนามธรรม 2. epigenetic changes, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจคำสำคัญที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีผลต่อว่ายีนใดจะแสดงออก โดยไม่เปลี่ยนรหัสดีเอ็นเอโดยตรง ความรู้นี้ช่วยให้ติดตามการทดลองในหนูที่เชื่อมโยงการเลี้ยงดูของแม่ ความไวต่อความเครียดในภายหลัง และผลที่ส่งต่อกันหลายรุ่นได้ 3. Get in control of your stress before it takes control of you. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าการใช้ control of ซ้ำสร้างความต่างแบบสะท้อนกันระหว่างการควบคุมความเครียดกับการถูกความเครียดควบคุม คุณสามารถประยุกต์โครงสร้างสั้นกระชับนี้เพื่อจบคำอธิบายด้วยคำเตือนที่จำง่ายและข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Are you sleeping restlessly, ลำดับความ

0:06

คุณนอนหลับไม่สนิท

feeling irritable or moody, การใช้คำ

0:08

รู้สึกหงุดหงิดหรืออารมณ์แปรปรวน

forgetting little things and feeling overwhelmed and isolated? วลี

0:10

ลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และรู้สึกหนักใจรวมถึงโดดเดี่ยวอยู่หรือเปล่า?

ลำดับความ

เปิดเรื่องด้วย Are you sleeping ... feeling overwhelmed and isolated?

นี่คือคำถามเปิดเรื่องกว้าง ๆ เพียงคำถามเดียวที่สร้างจากประสบการณ์หลายอย่างซึ่งวางขนานกัน ได้แก่ นอนกระสับกระส่าย รู้สึกหงุดหงิดง่ายหรืออารมณ์แปรปรวน ลืมสิ่งต่าง ๆ และรู้สึกหนักเกินรับไหวกับโดดเดี่ยว รายการนี้ควรฟังเป็นสถานการณ์เดียวที่ผู้ฟังอาจคุ้นเคย ไม่ใช่คำถามหลายข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน การชวนให้ผู้ฟังมองเห็นประสบการณ์ของตนเองในรายละเอียดเหล่านี้ช่วยสร้างประโยคดึงความสนใจ และเตรียมไปสู่คำอธิบายว่าสิ่งใดอาจเชื่อมโยงประสบการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน หน้าที่หลักของคำถามคือสร้างความรู้สึกร่วมและพาเข้าสู่หัวข้อ ไม่ใช่ขอคำตอบแยกสำหรับแต่ละข้อ

แบบฝึกหัด

คำถามเปิดเรื่องนี้มีหน้าที่หลักอะไร

  1. คำถามนี้จัดประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้ฟังเห็นสถานการณ์ร่วมและเข้าสู่หัวข้อ
  2. คำถามนี้ขอการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการสำหรับอาการแต่ละอย่าง
  3. คำถามนี้เสนอปัญหาที่ไม่เกี่ยวข้องกันและต้องตอบทีละข้อ
ดูคำตอบ

คำถามนี้จัดประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้ฟังเห็นสถานการณ์ร่วมและเข้าสู่หัวข้อ

การใช้คำ

irritable or moody: รูปแบบอารมณ์ที่แตกต่างกัน

Irritable หมายถึงหงุดหงิดง่าย หรือหมดความอดทนและโกรธอย่างรวดเร็ว โดยมักเกิดจากสิ่งกระตุ้นเล็ก ๆ ส่วน moody หมายถึงอารมณ์ของคนคนหนึ่งเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดหรือคาดเดาได้ยาก โดยไม่จำเป็นต้องโกรธ ในวลี feeling irritable or moody ทั้งสองคำเป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง feeling และ or นำเสนอคำทั้งสองว่าเป็นรูปแบบอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้สองแบบ ไม่ใช่ชื่อสองชื่อที่มีความหมายเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

เลือกคำอธิบายที่แม่นยำที่สุด: Tiny noises suddenly annoyed Priya, and she wanted everyone to stop. She was ___.

  1. in a bad mood
  2. irritable
  3. moody
ดูคำตอบ

irritable

วลี

feeling overwhelmed and isolated: รู้สึกรับมือไม่ไหวและโดดเดี่ยว

Feeling overwhelmed หมายถึงรู้สึกว่างาน ความกดดัน หรืออารมณ์ที่อยู่ตรงหน้ามีมากเกินกว่าจะรับมือได้ ส่วน feeling isolated หมายถึงรู้สึกขาดการเชื่อมโยงกับคนอื่นหรือขาดการสนับสนุน และใช้บรรยายความเหงาได้แม้ไม่ได้ถูกแยกออกจากผู้อื่นจริง ๆ ในที่นี้ and เชื่อมสองสภาวะที่เกิดพร้อมกันได้ คือรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ไม่ไหวและยังรู้สึกห่างเหินจากผู้อื่นด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel หรือ be + overwhelmed/isolated

แบบฝึกหัด

Nina มีงานมากเกินกว่าจะรับมือได้และไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ ให้พูดคุยด้วย วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? Nina is feeling ___.

  1. calm and connected
  2. overwhelmed and isolated
  3. busy but supported
ดูคำตอบ

overwhelmed and isolated

Don't worry,

0:14

ไม่ต้องกังวลไป

we've all been there. สำนวน

0:15

เราทุกคนเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว

สำนวน

we've all been there: ปลอบใจด้วยประสบการณ์ที่มีร่วมกัน

We've all been there เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปเพื่อบอกว่า “พวกเราหลายคนเคยเจอปัญหา ความผิดพลาด ความอับอาย หรือความเครียดแบบนั้นมาแล้ว” There ย้อนกลับไปหมายถึงสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ใช่สถานที่จริง รูป present perfect ใน we've been เชื่อมประสบการณ์ในอดีตเข้ากับความเข้าใจของผู้พูดในตอนนี้ เมื่อมี all สำนวนนี้จะทำให้ประสบการณ์ดังกล่าวดูเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป และช่วยให้ผู้ฟังสบายใจว่าไม่ได้เผชิญอยู่เพียงลำพัง

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า 'I got nervous and forgot my lines during the presentation.' คำตอบใดแสดงความเห็นอกเห็นใจผ่านประสบการณ์ร่วมได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. We've all visited there.
  2. We've all been there.
  3. We'll all be there.
ดูคำตอบ

We've all been there.

You're probably just stressed out. การใช้คำ

0:16

คุณอาจจะแค่เครียดมากเกินไป

การใช้คำ

stressed out: คำพูดไม่เป็นทางการที่แสดงถึงความเครียดอย่างมาก

stressed out ใช้บรรยายคนที่อยู่ภายใต้ความกดดันมาก จนรู้สึกตึงเครียด เหนื่อย หรือรับมือกับสถานการณ์ได้ยาก ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเสนอว่าความเครียดอาจเป็นสาเหตุของสภาพของคนนั้นในตอนนี้ แต่ just อาจทำให้ปัญหาฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ร้ายแรง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท วลีนี้มักวางหลัง be หรือ feel เช่น be stressed out และ feel stressed out คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของวลี ไม่ได้บอกทิศทาง และช่วยเน้นความรู้สึกเหนื่อยล้าจากความกดดัน

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่เป็นธรรมชาติ: After three late shifts in a row, Maya felt completely ___.

  1. relaxed
  2. stressed out
  3. ready to celebrate
ดูคำตอบ

stressed out

Stress isn't always a bad thing. ไวยากรณ์

0:18

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องแย่เสมอไป

ไวยากรณ์

isn't always a bad thing: การปฏิเสธบางส่วน

ประโยคเต็มหมายความว่า ความเครียดไม่ได้แย่ในทุกสถานการณ์ ประโยคนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างจำกัดและสมดุล คือความเครียดบางอย่างอาจมีประโยชน์ แต่ในสถานการณ์อื่นก็อาจเป็นอันตรายได้ ในที่นี้ isn't ย่อมาจาก is not และ not ใช้ร่วมกับ always เพื่อปฏิเสธความคิดที่ว่าทุกกรณีเหมือนกัน นี่คือการปฏิเสธบางส่วน ไม่ใช่การบอกว่าความเครียดไม่เคยเป็นสิ่งที่แย่เลย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บอกว่าความเครียดไม่ได้แย่ในทุกสถานการณ์ โดยไม่กล่าวอย่างเด็ดขาด

  1. Stress is always a bad thing.
  2. Stress isn't always a bad thing.
  3. Stress is never a bad thing.
ดูคำตอบ

Stress isn't always a bad thing.

It can be handy for a burst of extra energy and focus, วลี

0:20

มันอาจมีประโยชน์ในการช่วยดึงพลังงานและสมาธิพิเศษออกมา

วลี

be handy for: มีประโยชน์สำหรับจุดประสงค์หนึ่ง

be handy for หมายถึง “มีประโยชน์หรือสะดวกสำหรับจุดประสงค์หนึ่ง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงอาจช่วยเพิ่มพลังงานและสมาธิได้ในช่วงสั้น ๆ โครงสร้างคือ be handy for + วลีคำนามหรือรูป -ing ส่วนที่ตามหลัง for จะบอกการใช้งานจริง ในที่นี้ handy หมายถึง “มีประโยชน์” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ใกล้หรือหยิบถึงได้ง่าย”

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: A small flashlight is ___ finding things during a power cut.

  1. handy at
  2. handy to
  3. handy for
ดูคำตอบ

handy for

วลี

a burst of extra energy and focus: การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันในช่วงสั้น ๆ

a burst of หมายถึงช่วงหรือปริมาณของบางสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและอยู่ไม่นาน ในประโยคนี้ a burst of extra energy and focus หมายถึงพลังงานและสมาธิที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสั้น ๆ burst แสดงว่าการเพิ่มขึ้นนั้นเกิดขึ้นชั่วครู่ ไม่ได้คงที่หรือยาวนาน โครงสร้างนี้มักใช้กับสิ่งที่เริ่มต้นหรือเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันได้ เช่น energy, speed, laughter หรือ applause

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึง “ระลอกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสั้น ๆ”: The announcement was followed by ___ applause.

  1. a burst of
  2. a lifetime of
  3. a level of
ดูคำตอบ

a burst of

like when you're playing a competitive sport or have to speak in public. วลี

0:24

เช่น ตอนที่คุณแข่งกีฬา หรือต้องพูดในที่สาธารณะ

วลี

speak in public: พูดต่อหน้าผู้ฟัง

speak in public หมายถึงการพูดในสถานการณ์ที่คนกลุ่มหนึ่งมองเห็นและได้ยินคุณ ในที่นี้ in public เป็นวลีบุพบทที่บอกสถานการณ์ ส่วน public ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่ขยาย speak โดยตรง สำนวนนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการต่อคนจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังใช้กับการนำเสนอหน้าชั้น การพูดในที่ประชุม หรือการกล่าวต่อฝูงชนได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่เติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: Maya feels nervous when she has to ___.

  1. speak in public
  2. speak the public
  3. speak at public
ดูคำตอบ

speak in public

But when it's continuous, ลำดับความ

0:28

แต่เมื่อมันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

the kind most of us face day in and day out, สำนวน

0:30

ในรูปแบบที่คนส่วนใหญ่ต้องเจอในทุกๆ วัน

สำนวน

day in and day out: ซ้ำไปทุกวัน

day in and day out เป็นสำนวนที่หมายถึง “ทุกวันเป็นเวลานาน” โดยเฉพาะเมื่อเรื่องเดิมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่เผชิญเกิดขึ้นซ้ำและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงบางครั้ง วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนขยายบอกเวลา และมักแฝงความรู้สึกจำเจ ลำบาก หรือเหนื่อยล้า จึงเน้นมากกว่า every day ที่มีความหมายเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทุกวันเป็นเวลานาน” และให้ความรู้สึกถึงการทำซ้ำ: For six months, Leo checked the same reports ____.

ดูคำตอบ

day in and day out

it actually begins to change your brain.

0:33

มันจะเริ่มเปลี่ยนแปลงสมองของคุณจริงๆ

ลำดับความ

But when it's continuous: เปลี่ยนไปสู่เงื่อนไขที่แตกต่าง

But ส่งสัญญาณว่าคำอธิบายทั้งหมดกำลังเปลี่ยนทิศทาง ผู้พูดเลิกกล่าวถึงประเด็นก่อนหน้าเรื่องความเครียดระยะสั้น แล้วเริ่มพูดถึงอันตรายของความเครียดที่ต่อเนื่อง การเปลี่ยนทิศทางนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำหรืออนุประโยคเดียว When it's continuous กำหนดเงื่อนไขใหม่ เมื่อนำมารวมกัน But when... จะสร้างรูปแบบที่ชัดเจนว่า ผลแบบหนึ่งอาจเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขก่อนหน้า แต่เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนก็จะเกิดผลอีกแบบหนึ่ง ผลหลักตามมาภายหลังในส่วน it actually begins to change your brain

แบบฝึกหัด

But when it's continuous ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. ขอให้ผู้ฟังอธิบายความหมายของคำว่า continuous
  2. เปลี่ยนจากกรณีความเครียดระยะสั้นก่อนหน้าไปสู่ผลที่แตกต่างภายใต้ความเครียดต่อเนื่อง
  3. เพิ่มข้อดีอีกอย่างของความเครียดระยะสั้นโดยไม่เปลี่ยนเงื่อนไข
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากกรณีความเครียดระยะสั้นก่อนหน้าไปสู่ผลที่แตกต่างภายใต้ความเครียดต่อเนื่อง

Chronic stress, การใช้คำ

0:36

ความเครียดเรื้อรัง

การใช้คำ

chronic stress: ความเครียดที่ยาวนาน

chronic stress คือความเครียดที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือกลับมาเกิดซ้ำ ๆ ในที่นี้ chronic บอกระยะเวลาและรูปแบบการเกิด ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “รุนแรง” ในบริบทด้านสุขภาพและจิตวิทยา chronic stress มักเปรียบเทียบกับ acute stress ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความท้าทายตรงหน้าที่เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

คำใดบอกรูปแบบด้านเวลาของความเครียดที่ดำเนินมาหลายเดือนและยังรบกวนการนอนของคนคนหนึ่งได้ดีที่สุด

  1. chronic stress
  2. acute stress
  3. severe stress
ดูคำตอบ

chronic stress

like being overworked or having arguments at home,

0:37

เช่น การทำงานหนักเกินไป หรือการทะเลาะเบาะแว้งที่บ้าน

can affect brain size, its structure, ไวยากรณ์

0:41

อาจส่งผลต่อขนาดของสมอง โครงสร้าง

and how it functions,

0:43

และวิธีการทำงานของมัน

ไวยากรณ์

can affect brain size, its structure, and how it functions: กรรมที่เรียงคู่กัน

หลัง can affect มีองค์ประกอบสามส่วนเรียงเป็นรายการเดียว ได้แก่ brain size, its structure และ how it functions ทั้งสามส่วนเป็นกรรมของ affect สองส่วนแรกเป็นนามวลี ส่วนที่สามเป็นอนุประโยค how ซึ่งหมายถึง “วิธีที่สมองทำงาน” รูปแบบทางไวยากรณ์ที่ต่างกันสามารถนำมาเรียงคู่กันได้ หากทำหน้าที่เดียวกันในประโยค ในที่นี้ทั้งสามส่วนเติมความหมายให้ affect และระบุแง่มุมต่าง ๆ ของสมองที่ความเครียดอาจเปลี่ยนแปลงได้

แบบฝึกหัด

brain size, its structure และ how it functions ที่อยู่หลัง affect ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ร่วมกันอย่างไร?

  1. มีเพียง brain size ที่เป็นกรรม ส่วน how it functions เริ่มประโยคหลักใหม่
  2. ทั้งสามส่วนเป็นกรรมที่เรียงคู่กันและระบุแง่มุมที่อาจได้รับผลกระทบ
  3. ทั้งสามส่วนเป็นสาเหตุที่แยกจากกันของความเครียดเรื้อรัง
ดูคำตอบ

ทั้งสามส่วนเป็นกรรมที่เรียงคู่กันและระบุแง่มุมที่อาจได้รับผลกระทบ

right down to the level of your genes. วลี

0:45

ลึกลงไปจนถึงระดับยีนของคุณเลยทีเดียว

วลี

right down to the level of your genes: ลึกไปจนถึงระดับที่ลึกที่สุด

Right down to หมายถึงขอบเขตหรือผลกระทบที่ขยายไปจนถึงจุดที่ละเอียด เป็นพื้นฐาน หรืออาจคาดไม่ถึงมากขึ้น ส่วน right ช่วยเน้นจุดปลายทางนั้น ในประโยคนี้ right down to the level of your genes เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ แต่เน้นว่าผลของความเครียดเรื้อรังอาจไปถึงระดับพันธุกรรม

แบบฝึกหัด

right down to the level of your genes เพิ่มความหมายอะไรให้กับประโยค?

  1. เน้นว่าผลกระทบไปถึงระดับที่ลึกและเฉพาะเจาะจงมาก
  2. จำกัดผลกระทบไว้เฉพาะขนาดทางกายภาพของสมอง
  3. บอกว่ายีนเคลื่อนลงด้านล่าง
ดูคำตอบ

เน้นว่าผลกระทบไปถึงระดับที่ลึกและเฉพาะเจาะจงมาก

Stress begins with something called the hypothalamus, pituitary, adrenal axis, โน้ต

0:48

ความเครียดเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียกว่า แกนไฮโปทาลามัส พิทูอิทารี อะดรีนัล (HPA axis)

วลี

something called + ชื่อ

something called + ชื่อ ใช้แนะนำสิ่งของ แนวคิด หรือระบบที่ผู้ฟังอาจยังไม่รู้จัก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยบอกผู้ฟังว่าชื่อทางเทคนิคกำลังจะตามมา ในโครงสร้างนี้ called มีความหมายว่า “ที่เรียกว่า” หรือ “ที่มีชื่อว่า” และใช้ขยาย something ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่ใช้แนะนำชื่อที่ผู้ฟังอาจไม่คุ้นเคย: The lab uses ____ a spectrometer to study light.

ดูคำตอบ

something called

วัฒนธรรม

the hypothalamus, pituitary, adrenal axis: แกน HPA

วลีนี้หมายถึง hypothalamic-pituitary-adrenal axis ซึ่งมักย่อว่า HPA axis คำว่า hypothalamus, pituitary และ adrenal เป็นชื่อส่วนต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันในระบบเดียว ไม่ใช่รายการสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน สิ่งสำคัญสำหรับการเข้าใจประโยคนี้คือ แกน HPA ช่วยประสานการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด และคอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีส่วนในกระบวนการนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the hypothalamus, pituitary, adrenal axis หมายถึงอะไร?

  1. อาการสามอย่างที่เกิดจากความเครียด
  2. ฮอร์โมนสามชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกันและหลั่งออกมาเมื่อเกิดความเครียด
  3. ระบบตอบสนองต่อความเครียดหนึ่งระบบที่เชื่อมโยงกัน หรือเรียกว่าแกน HPA
ดูคำตอบ

ระบบตอบสนองต่อความเครียดหนึ่งระบบที่เชื่อมโยงกัน หรือเรียกว่าแกน HPA

a series of interactions between endocrine glands in the brain and on the kidney, วลี

0:53

ซึ่งเป็นกระบวนการโต้ตอบระหว่างต่อมไร้ท่อในสมองและที่ไต

วลี

a series of interactions between: อิทธิพลซึ่งกันและกันที่เชื่อมโยงกัน

ในวลีนี้ a series of หมายถึงเหตุการณ์หรือขั้นตอนหลายอย่างที่เชื่อมโยงกัน ส่วน interactions หมายถึงแต่ละส่วนส่งผลต่อกัน เมื่อนำมารวมกัน a series of interactions between X, Y, and Z จึงอธิบายอิทธิพลหลายอย่างที่เชื่อมโยงกันระหว่างองค์ประกอบที่ระบุ ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยวที่แยกออกมา between ใช้เพื่อนำเข้าสู่องค์ประกอบที่ร่วมปฏิสัมพันธ์กัน สามารถใช้กับองค์ประกอบสองอย่างหรือมากกว่าสองอย่างที่แยกกันได้ชัดเจน เช่น ต่อมต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในที่นี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายอิทธิพลหลายอย่างที่เชื่อมโยงและส่งผลต่อกันระหว่างปัจจัยสามอย่าง

  1. The result comes from a series of interactions between genes, sleep, and diet.
  2. The result is a single effect of genes on sleep and diet.
  3. Genes, sleep, and diet have no effect on one another.
ดูคำตอบ

The result comes from a series of interactions between genes, sleep, and diet.

which controls your body's reaction to stress. ไวยากรณ์

0:59

ที่ควบคุมปฏิกิริยาของร่างกายคุณต่อความเครียด

ไวยากรณ์

which controls your body's reaction to stress: การเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่

อนุประโยคที่มีเครื่องหมายจุลภาค + which เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของระบบตอบสนองต่อความเครียดที่กล่าวถึงไปแล้ว นั่นคือระบบนี้ควบคุมวิธีที่ร่างกายตอบสนองต่อความเครียด ในที่นี้ which เป็นสรรพนามเชื่อมความ ไม่ใช่คำถาม เนื่องจากอนุประโยคนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงระบบใด จึงเป็นอนุประโยคขยายแบบไม่จำกัดความ ในประโยคนี้ให้เข้าใจว่า which หมายถึงแกนหรือระบบปฏิสัมพันธ์ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงเพียงไตหรือต่อมใดต่อมหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค which แบบไม่จำกัดความเพื่อเพิ่มหน้าที่ของระบบที่ระบุไว้แล้ว

  1. The alarm system that detects smoke sends a warning.
  2. The alarm system, which detects smoke, sends a warning.
  3. Which alarm system detects smoke?
ดูคำตอบ

The alarm system, which detects smoke, sends a warning.

When your brain detects a stressful situation, ไวยากรณ์

1:02

เมื่อสมองของคุณตรวจพบสถานการณ์ที่ตึงเครียด

your HPA axis is instantly activated and releases a hormone called cortisol, ไวยากรณ์

1:05

แกน HPA ของคุณจะถูกกระตุ้นในทันที และหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่า คอร์ติซอล

ไวยากรณ์

When your brain detects a stressful situation: สิ่งกระตุ้นในรูปแบบ When A, B

When your brain detects a stressful situation เป็นอนุประโยคไม่อิสระที่ขึ้นต้นด้วย When โดยนำเสนอเหตุการณ์ที่ทำให้กระบวนการเริ่มต้นก่อน เครื่องหมายจุลภาคบอกจุดสิ้นสุดของอนุประโยคเปิดประโยคนี้ ส่วนประโยคหลักเริ่มที่ your HPA axis และบอกว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป รูปแบบ When A, B ใช้อธิบายลำดับที่เกิดซ้ำหรือกลไกได้ ในคำอธิบายแบบนี้ A บอกเวลาหรือสิ่งกระตุ้น และ B บอกการตอบสนอง โดยปกติอนุประโยค When ไม่สามารถเป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ When A, B เพื่อนำเสนอสิ่งกระตุ้นก่อน แล้วจึงบอกการตอบสนอง?

  1. When the timer reaches zero.
  2. When the timer reaches zero, the oven turns off.
  3. The timer reaches zero when the oven turns off.
ดูคำตอบ

When the timer reaches zero, the oven turns off.

ไวยากรณ์

is instantly activated: โครงสร้าง passive แบบ be + past participle

is instantly activated เป็นรูป passive ใน present simple โดยมีโครงสร้าง is + คำวิเศษณ์ instantly + past participle activated หมายความว่าบางสิ่งกระตุ้นแกน HPA และทำให้แกนนี้เริ่มทำงานทันที รูป passive ทำให้ความสนใจอยู่ที่แกน HPA และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับมัน ไม่ใช่บุคคลหรือสิ่งที่ทำให้เกิดการกระตุ้น ในที่นี้ activated บอกถึงการกระทำที่ระบบได้รับ ไม่ได้หมายถึงเพียงสถานะ active

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย is + instantly + past participle ของ activate: When a gas leak is detected, the shutoff system ____.

ดูคำตอบ

is instantly activated

which primes your body for instant action. การใช้คำ

1:11

ซึ่งเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการตอบสนองแบบฉับพลัน

การใช้คำ

primes your body for instant action: รูปแบบ prime ... for ...

ในที่นี้ primes เป็นคำกริยา หมายถึง “ทำให้พร้อม” อนุประโยคนี้บอกว่าบางสิ่งทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะที่สามารถลงมือได้ทันที โดย prime ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “หลัก” หรือ “ดีที่สุด” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ prime + กรรม + for + วลีนาม เช่น prime your body for action และ prime a team for change กรรมคือคนหรือสิ่งที่ถูกทำให้พร้อม ส่วนหลัง for บอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ prime: A short warm-up ____ your muscles for the race.

ดูคำตอบ

primes

But high levels of cortisol over long periods of time wreak havoc on your brain. โน้ต

1:15

แต่ระดับคอร์ติซอลที่สูงเป็นระยะเวลานาน จะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อสมองของคุณ

วลี

high levels of cortisol: levels ที่หมายถึงปริมาณที่วัดได้

ใน high levels of cortisol คำว่า levels หมายถึงปริมาณหรือความเข้มข้นที่วัดได้ วลีนี้บอกว่าปริมาณคอร์ติซอลในร่างกายอยู่ในระดับสูง โดย levels ไม่ได้หมายถึงชั้นของอาคาร ใช้รูปแบบ high/low levels of + สารหรือภาวะที่วัดได้ เช่น high levels of pollution, low levels of oxygen หรือ high levels of stress คำว่า high บอกว่าปริมาณที่วัดได้อยู่ในระดับสูง และส่วนหลัง of ระบุสิ่งที่ถูกวัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ levels อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกปริมาณที่วัดได้

  1. The report found tall levels of mercury in the fish.
  2. The report found high floors of mercury in the fish.
  3. The report found high levels of mercury in the fish.
ดูคำตอบ

The report found high levels of mercury in the fish.

วลี

over long periods of time: ระยะเวลาที่ยาวนานและการสะสม

ในที่นี้ over long periods of time หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน” ไม่ได้หมายถึง “อยู่เหนือ” สิ่งใด คำบุพบท over บอกระยะเวลาที่ผลกระทบดำเนินต่อหรือค่อย ๆ เกิดขึ้น ใช้รูปแบบนี้เมื่อการเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยง หรือผลลัพธ์ค่อย ๆ สะสมหรือดำเนินอยู่นาน คำนามพหูพจน์ periods สื่อถึงช่วงเวลายาว ๆ โดยทั่วไป ไม่ใช่เพียงชั่วขณะเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน” ลงในประโยค: Small effects can build up ____.

ดูคำตอบ

over long periods of time

สำนวน

wreak havoc on: สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

ในที่นี้ wreak havoc on your brain หมายถึง “สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงมากต่อสมองของคุณ” wreak havoc เป็นวลีกริยาตายตัว โดย wreak หมายถึง “ก่อให้เกิด” ส่วน havoc หมายถึงความเสียหายหรือความโกลาหลรุนแรง ไม่ใช่วัตถุ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + wreak havoc on + สิ่งที่ได้รับผลกระทบ สำนวนนี้เน้นว่าผลลัพธ์ร้ายแรงถึงขั้นทำลาย ไม่ใช่แค่สร้างความไม่สะดวกเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนที่หมายถึง “ทำให้...หยุดชะงักอย่างรุนแรง”: The power outage ____ the train network.

ดูคำตอบ

wreaked havoc on

For example,

1:20

ตัวอย่างเช่น

chronic stress increases the activity level and number of neural connections in the amygdala, โน้ต

1:21

ความเครียดเรื้อรังจะเพิ่มระดับการทำงานและจำนวนการเชื่อมต่อของระบบประสาทในอะมิกดาลา

วลี

increases the activity level and number of neural connections: ค่าที่วัดได้สองอย่างซึ่งเชื่อมด้วย and

ในประโยคนี้ increases ใช้กับกลุ่มคำนามสองกลุ่มที่เชื่อมด้วย and คือ the activity level และ the number of neural connections กลุ่มแรกบอกว่าอะมิกดะลาทำงานมากเพียงใด ส่วนกลุ่มหลังบอกว่ามีการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทกี่จุด การใช้กริยาเดียวกับทั้งสองกลุ่มช่วยไม่ให้ต้องพูด increases ซ้ำ และแสดงชัดเจนว่าค่าที่วัดได้สองอย่างเพิ่มขึ้นพร้อมกัน number of ต้องตามด้วยคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น connections ส่วน level แสดงระดับ ไม่ใช่จำนวนชิ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กริยาเพียงคำเดียวอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าทั้งระดับที่วัดได้และจำนวนเพิ่มขึ้น?

  1. The redesign increased the satisfaction level and number of returning customer.
  2. The redesign increased the number of satisfaction level and returning customers.
  3. The redesign increased the satisfaction level and number of returning customers.
ดูคำตอบ

The redesign increased the satisfaction level and number of returning customers.

your brain's fear center.

1:28

ซึ่งเป็นศูนย์กลางความกลัวของสมอง

วัฒนธรรม

amygdala, your brain's fear center: คำอธิบายแบบนามซ้อน

ในที่นี้ your brain's fear center เป็นนามซ้อน คือกลุ่มคำนามที่วางหลัง amygdala เพื่ออธิบายศัพท์เฉพาะ ทั้งสองวลีหมายถึงบริเวณเดียวกันในสมอง ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ศัพท์เฉพาะอาจตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและคำอธิบายสั้น ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจคำที่ไม่คุ้นเคยโดยไม่ต้องหยุดประโยค Fear center เป็นคำเรียกแบบง่ายที่เน้นบทบาทสำคัญของอะมิกดะลาในการประมวลผลความกลัวและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าอะมิกดะลามีหน้าที่เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

your brain's fear center ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ให้คำอธิบาย amygdala แบบสั้นและเข้าใจง่ายขึ้น
  2. กล่าวถึงบริเวณอื่นของสมองที่ได้รับผลจากอะมิกดะลา
  3. ระบุว่าความกลัวเป็นหน้าที่เพียงอย่างเดียวของอะมิกดะลา
ดูคำตอบ

ให้คำอธิบาย amygdala แบบสั้นและเข้าใจง่ายขึ้น

And as levels of cortisol rise, ไวยากรณ์

1:30

และเมื่อระดับคอร์ติซอลเพิ่มสูงขึ้น

ไวยากรณ์

as levels of cortisol rise: as ในความหมายว่า “เมื่อบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไป”

ในที่นี้ as หมายถึง “เมื่อบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไป” หรือ “ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินไป” อนุประโยค as levels of cortisol rise แสดงแนวโน้มที่กำลังสูงขึ้น ส่วนประโยคหลักบอกว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่แนวโน้มนั้นดำเนินไป รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ as + ประธาน + คำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง แล้วตามด้วยอีกสถานการณ์หนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง: As temperatures rise, people use more air conditioning. จุดสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงสองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน แต่บริบทที่กว้างขึ้นก็อาจแสดงว่าสิ่งหนึ่งส่งผลต่ออีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งดำเนินไปพร้อมกับอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง

  1. As the temperature rises, the ice melts faster.
  2. As a guide, Leo answers visitors' questions.
  3. I used the side door, as the front entrance was locked.
ดูคำตอบ

As the temperature rises, the ice melts faster.

electric signals in your hippocampus,

1:32

สัญญาณไฟฟ้าในฮิปโปแคมปัสของคุณ

the part of the brain associated with learning, memories, and stress control, วัฒนธรรม

1:34

ส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ความจำ และการควบคุมความเครียด

deteriorate. การใช้คำ

1:39

ก็จะเสื่อมสภาพลง

การใช้คำ

deteriorate: มีสภาพหรือการทำงานแย่ลง

ในประโยคนี้ deteriorate หมายถึงมีสภาพหรือการทำงานแย่ลง เมื่อระดับคอร์ติซอลสูงขึ้น สัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้สูญเสียคุณภาพหรือประสิทธิภาพ แต่คำกริยานี้ไม่ได้หมายความว่าสัญญาณเสียหายโดยสิ้นเชิงอย่างฉับพลัน deteriorate มักนำเสนอการแย่ลงว่าเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว โดยกระบวนการนั้นอาจเร็วหรือช้าก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ deteriorate ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. After years without repairs, the building's condition deteriorated.
  2. After years without repairs, the building's condition remained unchanged.
  3. After years without repairs, the building's condition recovered.
ดูคำตอบ

After years without repairs, the building's condition deteriorated.

วัฒนธรรม

the part of the brain associated with...: วลีซ้อนนามที่อธิบาย hippocampus

ข้อความระหว่างเครื่องหมายจุลภาค the part of the brain associated with learning, memories, and stress control ใช้เรียก hippocampus อีกแบบพร้อมอธิบายเพิ่มเติม นี่คือวลีซ้อนนาม ซึ่งระบุว่าฮิปโปแคมปัสคือส่วนดังกล่าวของสมอง ภายในวลีนี้ associated with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” และรายการที่ตามมาบอกว่าฮิปโปแคมปัสเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง หากต้องการเห็นโครงสร้างประโยค ให้ตัดคำอธิบายที่แทรกอยู่ออกชั่วคราว: electric signals in your hippocampus deteriorate. ประธานคือ electric signals และกริยาหลักคือ deteriorate ส่วนวลีที่แทรกเข้ามาไม่ใช่อนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ตัดคำอธิบายระหว่างเครื่องหมายจุลภาคออกชั่วคราว โครงสร้างประธานและกริยาหลักคืออะไร

  1. learning controls memories
  2. electric signals deteriorate
  3. the part deteriorates
ดูคำตอบ

electric signals deteriorate

The hippocampus also inhibits the activity of the HPA axis, การใช้คำ

1:40

ฮิปโปแคมปัสยังทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของแกน HPA

การใช้คำ

inhibits the activity of: จำกัดการทำงานโดยไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งหมด

ในประโยคนี้ inhibits the activity of หมายถึงจำกัดหรือลดระดับการทำงานของบางสิ่ง ฮิปโปแคมปัสทำหน้าที่ลดการทำงานของแกน HPA ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย inhibit ไม่ได้หมายถึงหยุดโดยสิ้นเชิงเสมอไป ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คำนี้มักบอกว่าสาร อวัยวะ หรือกระบวนการหนึ่งลดอัตราหรือการทำงานของอีกกระบวนการหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายยาที่ลดการทำงานของเอนไซม์โดยไม่จำเป็นต้องหยุดโดยสิ้นเชิงได้ดีที่สุด

  1. The drug increases the activity of the enzyme.
  2. The drug stops all activity of the enzyme.
  3. The drug inhibits the activity of the enzyme.
ดูคำตอบ

The drug inhibits the activity of the enzyme.

so when it weakens, ไวยากรณ์

1:45

ดังนั้นเมื่อมันอ่อนแอลง

so does your ability to control your stress.

1:46

ความสามารถในการควบคุมความเครียดของคุณก็ลดลงตามไปด้วย

ไวยากรณ์

so does your ability: การกลับคำเพื่อแสดงผลแบบเดียวกัน

ใน so does your ability... คำว่า so แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันเกิดกับประธานใหม่ด้วย ไม่พูด weakens ซ้ำ แต่ใช้ does เพื่อบอกกาลปัจจุบัน ความหมายเต็มคือ your ability to control your stress weakens too. รูปแบบคือ so + กริยาช่วย + ประธาน แม้ does จะอยู่หน้า your ability แต่นี่คือประโยคบอกเล่าแบบกลับคำ ไม่ใช่คำถาม กริยาช่วยต้องสอดคล้องกับอนุประโยคก่อนหน้า: She improved, and so did I; The system can recover, and so can we.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย so + กริยาช่วยที่ถูกต้อง: When one support weakens, ____ the whole structure.

ดูคำตอบ

so does

That's not all, though. ลำดับความ

1:49

แต่ยังไม่หมดแค่นั้น

ลำดับความ

That's not all, though: บอกว่ายังมีข้อมูลเพิ่มเติม

That's not all บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่เพิ่งกล่าวมายังไม่ครบ และกำลังจะมีประเด็นอื่นตามมา วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยปิดประเด็นหนึ่งพร้อมกับเปิดประเด็นถัดไป though ที่ท้ายประโยคเพิ่มความขัดแย้งเล็กน้อย คือแม้จะพูดไปแล้วหลายอย่าง แต่ยังมีข้อมูลอีก ในที่นี้ though ไม่ได้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับแบบสมบูรณ์เหมือน although ที่ต้นประโยค

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดกล่าวว่า “That's not all, though,” โดยปกติผู้ฟังควรคาดหวังอะไร?

  1. ผู้พูดจะพูดประโยคเดิมซ้ำเพียงเพื่อแก้การออกเสียง
  2. ผู้พูดอธิบายจบแล้ว
  3. ผู้พูดจะเพิ่มประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะเพิ่มประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง

Cortisol can literally cause your brain to shrink in size. ไวยากรณ์

1:51

คอร์ติซอลสามารถทำให้สมองของคุณหดตัวลงได้จริงๆ

ไวยากรณ์

cause your brain to shrink in size: cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน

ใน cause your brain to shrink คำว่า cause เชื่อมสาเหตุกับการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น your brain เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to shrink ระบุการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลลัพธ์ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ต้องคง to ไว้หน้ากริยาที่บอกผลลัพธ์ โดยใช้ cause your brain to shrink ไม่ใช่ cause your brain shrink ส่วน in size ช่วยให้ชัดเจนว่าสิ่งที่เล็กลงคือขนาดทางกายภาพของสมอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาในวงเล็บ: The loud noise caused the baby ____ (wake up).

ดูคำตอบ

to wake up

Too much of it results in the loss of synaptic connections between neurons โน้ต

1:56

หากมีคอร์ติซอลมากเกินไป จะส่งผลให้สูญเสียการเชื่อมต่อไซแนปส์ระหว่างเซลล์ประสาท

การใช้คำ

the loss of synaptic connections between neurons: การเชื่อมต่อลดลงหรือหายไป

ในนามวลีเชิงวิทยาศาสตร์นี้ the loss of หมายถึงบางสิ่งลดลงหรือไม่มีอยู่อีกต่อไป ในที่นี้ การเชื่อมต่อแบบไซแนปส์ลดลงหรือหายไป ไม่ได้หมายความว่ามีใครทำสิ่งของหายจริง ๆ connections between neurons ระบุว่าสิ่งที่สูญเสียไปคืออะไรและมีองค์ประกอบใดอยู่ในความสัมพันธ์นั้น กล่าวคือ การเชื่อมต่อเหล่านี้เชื่อมเซลล์ประสาทเข้าหากัน วลีทั้งหมดอยู่หลัง results in และบอกผลลัพธ์หนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

“the loss of synaptic connections between neurons” หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. มีการสร้างการเชื่อมต่อแบบไซแนปส์ใหม่ระหว่างเซลล์ประสาท
  2. เซลล์ประสาททำวัตถุชิ้นหนึ่งหาย
  3. การเชื่อมต่อแบบไซแนปส์ที่เชื่อมเซลล์ประสาทลดลงหรือหายไป
ดูคำตอบ

การเชื่อมต่อแบบไซแนปส์ที่เชื่อมเซลล์ประสาทลดลงหรือหายไป

and the shrinking of your prefrontal cortex, การใช้คำ

2:00

และการหดตัวของพรีฟรอนทัลคอร์เทกซ์

วลี

results in + นามวลีที่เป็นผลลัพธ์

Results in หมายถึง ทำให้เกิด หรือ นำไปสู่ ประธานระบุสาเหตุ ส่วนส่วนเติมเต็มหลัง in ระบุผลลัพธ์ ในประโยคนี้ Too much of it เป็นสาเหตุ ขณะที่ the loss of synaptic connections และ the shrinking of the prefrontal cortex เป็นผลลัพธ์สองอย่างที่วางขนานกัน เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม นามวลี หรือรูป -ing เช่น result in damage, result in a delay, result in losing time อย่าวางกริยารูปพื้นฐานต่อจาก result in โดยตรง สำนวนนี้พบบ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ รายงาน และคำอธิบายที่เป็นกลางหรือเป็นทางการอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย in หรือ from: Poor ventilation can result ____ headaches.

ดูคำตอบ

in

การใช้คำ

the shrinking of your prefrontal cortex: การใช้ -ing เพื่อตั้งชื่อกระบวนการ

the shrinking of your prefrontal cortex เป็นนามวลีที่เรียกกระบวนการที่เปลือกสมองส่วนหน้าผากมีขนาดเล็กลง ในที่นี้ shrinking เป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่ขยาย cortex เนื่องจากหลัง results in ต้องตามด้วยผลลัพธ์ วลีนี้จึงเชื่อมขนานกับ the loss of... ได้ โดยทั้งคู่เป็นนามวลีที่บอกผลกระทบ โครงสร้าง the + รูป -ing + of พบบ่อยในคำอธิบายแบบเป็นทางการและเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อกล่าวถึงกระบวนการเสมือนเป็นสิ่งหนึ่งหรือเป็นผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง “the + รูป -ing + of” เพื่อเขียน “The lake is shrinking” ใหม่และเติมประโยคให้สมบูรณ์: The drought led to ____.

ดูคำตอบ

the shrinking of the lake

the part of your brain that regulates behaviors like concentration, วัฒนธรรม

2:03

ส่วนของสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรม เช่น สมาธิ

decision making,

2:07

การตัดสินใจ

judgement, and social interaction.

2:08

วิจารณญาณ และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

วัฒนธรรม

the part of your brain that regulates...: อธิบายส่วนของสมองผ่านหน้าที่

วลีนี้อธิบาย prefrontal cortex ที่กล่าวถึงก่อนหน้า โดยเรียกใหม่ว่า the part of your brain แล้วบอกหน้าที่ของมัน อนุประโยคขยาย that regulates... บอกว่าสมองส่วนนั้นทำอะไร จึงช่วยให้เข้าใจศัพท์วิทยาศาสตร์ที่ไม่คุ้นจากบริบทใกล้เคียงได้ ในที่นี้ like หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” concentration, decision making, judgement และ social interaction เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่สมองส่วนนี้ควบคุม ไม่ใช่รายการหน้าที่ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

คำจำกัดความนี้ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้?

  1. อธิบาย prefrontal cortex โดยยกตัวอย่างสิ่งที่สมองส่วนนี้ควบคุม
  2. ให้รายการทุกอย่างที่สมองทำได้อย่างครบถ้วน
  3. ระบุบริเวณสมองสี่ส่วนที่แยกจากกัน
ดูคำตอบ

อธิบาย prefrontal cortex โดยยกตัวอย่างสิ่งที่สมองส่วนนี้ควบคุม

It also leads to fewer new brain cells being made in the hippocampus. ไวยากรณ์

2:11

มันยังทำให้เกิดการสร้างเซลล์สมองใหม่ในฮิปโปแคมปัสน้อยลงด้วย

ไวยากรณ์

leads to fewer ... being made: ผลลัพธ์แบบถูกกระทำที่มีจำนวนน้อยลง

Leads to ใช้นำเข้าสู่ผลลัพธ์ ในที่นี้ผลลัพธ์แสดงด้วย fewer new brain cells being made โดย fewer ขยายคำนามนับได้พหูพจน์ cells และบอกว่าจำนวนเซลล์ลดลง Being made เป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ เซลล์เป็นฝ่ายรับการกระทำ คือ “ถูกสร้าง” ไม่ใช่เป็นฝ่ายสร้างสิ่งอื่น รูปแบบนี้ใช้บอกว่าเหตุหนึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์แบบถูกกระทำที่มีจำนวนน้อยลง: lead to + fewer + คำนามนับได้พหูพจน์ + being + กริยาช่อง 3

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย fewer และรูป -ing แบบถูกกระทำของ make: The change led to ____ products ____.

ดูคำตอบ

fewer · being made

This means chronic stress might make it harder for you to learn and remember things, ไวยากรณ์

2:16

นี่หมายความว่าความเครียดเรื้อรังอาจทำให้คุณเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ ได้ยากขึ้น

ไวยากรณ์

make it harder for you to...: ทำให้คุณทำบางอย่างได้ยากขึ้น

ใน make it harder for you to learn and remember things คำว่า make หมายถึง “ทำให้” และ harder บอกว่ากิจกรรมที่ตามมานั้นยากขึ้น วลีนี้จึงหมายความว่าความเครียดเรื้อรังอาจทำให้การเรียนรู้และการจดจำเป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับคุณ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make it + คำคุณศัพท์ + for someone + to + คำกริยา ในที่นี้ it เป็นคำที่วางแทนในตำแหน่งกรรม ส่วน to-infinitive ที่ตามมาระบุกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง make it harder for me to ตามที่กำหนด: Because I forgot my glasses, dim light can ____ read the menu.

ดูคำตอบ

make it harder for me to

and also set the stage for more serious mental problems, สำนวน

2:21

และยังเป็นการปูทางไปสู่ปัญหาทางจิตที่รุนแรงกว่า

สำนวน

set the stage for: สร้างเงื่อนไขสำหรับผลลัพธ์ในภายหลัง

Set the stage for เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึง “สร้างเงื่อนไขให้บางสิ่งเกิดขึ้นในภายหลัง” ในประโยคนี้ ความเครียดเรื้อรังไม่ได้กำลังเตรียมเวทีจริง ๆ แต่อาจสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้นพัฒนาได้ นามวลีที่ตามหลัง for ระบุเหตุการณ์ การเปลี่ยนแปลง หรือผลลัพธ์ที่จะเกิดภายหลัง สำนวนนี้นำเสนอสถานการณ์ก่อนหน้าว่าเป็นการเตรียมทางหรือเส้นทางไปสู่ผลลัพธ์ ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุด: The early agreement set the stage for years of cooperation?

  1. ข้อตกลงนั้นสร้างเงื่อนไขที่ช่วยให้ความร่วมมือในภายหลังพัฒนาขึ้น
  2. ข้อตกลงนั้นรับประกันว่าความร่วมมือจะเริ่มขึ้นทันที
  3. ข้อตกลงนั้นสร้างเวทีจริงที่ผู้คนสามารถร่วมมือกันได้
ดูคำตอบ

ข้อตกลงนั้นสร้างเงื่อนไขที่ช่วยให้ความร่วมมือในภายหลังพัฒนาขึ้น

like depression, and eventually Alzheimer's disease. วัฒนธรรม

2:24

เช่น โรคซึมเศร้า และอาจลุกลามเป็นโรคอัลไซเมอร์ในท้ายที่สุด

วัฒนธรรม

Alzheimer's disease ในฐานะชื่อเฉพาะของโรค

Alzheimer's disease เป็นชื่อเฉพาะของโรคทางสมองที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและค่อย ๆ ทำลายความจำกับความสามารถในการคิด ในรายการนี้ คำนี้หมายถึงโรคร้ายแรงที่เป็นระยะยาว ไม่ใช่อาการหลงลืมทั่วไป แม้ Alzheimer's จะลงท้ายด้วย 's แต่ในที่นี้ต้องเข้าใจ Alzheimer's disease ทั้งชุดว่าเป็นชื่อโรคหนึ่งชื่อ ชื่อนี้มาจากนามสกุลของบุคคล แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้เป็นของบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

Alzheimer's disease ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. วลีทั่วไปที่หมายถึงโรคซึ่งเป็นของบุคคลชื่อ Alzheimer
  2. การหลงลืมชั่วครู่ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
  3. ชื่อของโรคที่ค่อย ๆ ทำลายความจำและความสามารถในการคิด
ดูคำตอบ

ชื่อของโรคที่ค่อย ๆ ทำลายความจำและความสามารถในการคิด

The effects of stress may filter right down to your brain's DNA. สำนวน

2:28

ผลกระทบของความเครียดอาจแทรกซึมลึกลงไปถึง DNA ในสมองของคุณ

สำนวน

may filter right down to...: ไปถึงระดับที่ลึกกว่า

ใน may filter right down to your brain's DNA คำว่า filter down to ใช้อุปมาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ โดยผลกระทบอาจแพร่ผ่านระดับต่าง ๆ จนไปถึง DNA ซึ่งเป็นระดับทางชีววิทยาที่ลึกมาก right ช่วยเน้นความหมายว่า “ไปจนถึงที่สุด” ส่วน may แสดงว่านี่เป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ไม่ได้มีสิ่งใดถูกส่งผ่านตัวกรองจริง ๆ สำนวนนี้ช่วยให้เห็นภาพผลกระทบที่เป็นนามธรรมเหมือนสิ่งที่เคลื่อนลงไปสู่ระดับที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

may filter right down to your brain's DNA ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ความเครียดอาจเปลี่ยน DNA ในสมองให้เป็นของเหลว
  2. ผลกระทบอาจไปถึงระดับ DNA ในสมองได้
  3. DNA ในสมองอาจกำจัดความเครียดเหมือนตัวกรอง
ดูคำตอบ

ผลกระทบอาจไปถึงระดับ DNA ในสมองได้

An experiment showed that the amount of nurturing a mother rat provides its newborn baby ลำดับความ

2:33

การทดลองหนึ่งแสดงให้เห็นว่าระดับการดูแลที่แม่หนูมอบให้กับลูกเกิดใหม่

plays a part in determining how that baby responds to stress later in life. วลี

2:38

มีส่วนกำหนดว่าลูกหนูตัวนั้นจะตอบสนองต่อความเครียดอย่างไรในอนาคต

ลำดับความ

An experiment showed that: ใช้หลักฐานจากการทดลองเพื่อนำเสนอข้อค้นพบ

An experiment showed that... เริ่มจากระบุแหล่งที่มาของข้อมูลว่าเป็นการทดลองหนึ่ง จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกว่าการทดลองค้นพบอะไร กรอบนี้จัดข้อมูลเป็นแหล่งหลักฐานตามด้วยข้อค้นพบ จึงสื่อว่าข้อความต่อไปถูกนำเสนอในฐานะผลการทดลอง ไม่ใช่เพียงการคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด

แบบฝึกหัด

An experiment showed that... ทำหน้าที่อะไรในการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์?

  1. บอกว่าการทดลองยังไม่ได้ผลลัพธ์ใด ๆ
  2. ระบุว่าข้อความถัดไปเป็นการคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด
  3. นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อค้นพบจากการทดลอง
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อค้นพบจากการทดลอง

วลี

plays a part in determining: หนึ่งในหลายปัจจัย

plays a part in determining หมายถึง “มีส่วนช่วยตัดสินหรือกำหนดผลลัพธ์” โครงสร้างคือ play a part in + คำนามหรือรูป -ing ดังนั้น determining จึงตามหลังคำบุพบท in คำว่า a part แสดงว่าประธานเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง จึงเป็นสำนวนที่ระมัดระวังกว่าการพูดตรง ๆ ว่าประธานเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายเพื่อแสดงว่าการนอนเป็นหนึ่งในหลายปัจจัย: Regular sleep ____ how well you can focus in class.

ดูคำตอบ

plays a part in determining

วลี

later in life: ในช่วงชีวิตที่มาภายหลัง

later in life หมายถึงช่วงที่อยู่ถัดไปของชีวิตคนหรือสัตว์ ในประโยคนี้หมายถึงหลังจากที่ลูกสัตว์โตขึ้น ไม่ใช่แค่ช่วงหลังของวันเดียวกัน วลีนี้มักใช้เชื่อมประสบการณ์ช่วงต้นของชีวิตกับผลลัพธ์ระยะยาว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวถึงผลที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตภายหลังของคนคนหนึ่ง

  1. She arrived later than her brother.
  2. Let's finish this puzzle later this afternoon.
  3. Good habits learned in childhood can help you later in life.
ดูคำตอบ

Good habits learned in childhood can help you later in life.

The pups of nurturing moms turned out less sensitive to stress วลี

2:44

ลูกหนูที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จะไวต่อความเครียดน้อยกว่า

วลี

turned out less sensitive to stress: ผลปรากฏว่าไวต่อความเครียดน้อยกว่า

turned out + วลีคุณศัพท์ใช้บอกผลที่หลักฐานหรือเหตุการณ์ภายหลังแสดงให้เห็น ในที่นี้ turned out นำเข้าสู่ผลที่สังเกตพบ ส่วน less sensitive to stress อธิบายผลนั้น sensitive to X หมายถึงได้รับผลกระทบจาก X ง่ายหรือตอบสนองต่อ X ได้ไว ประโยคนี้บอกว่าพบว่าลูกสัตว์ตอบสนองต่อความเครียดน้อยลง ส่วน turned out ไม่ได้หมายถึงการหันตัวหรือเคลื่อนออกไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn out เพื่อแสดงผลที่ค้นพบหลังการทดสอบ: After the tests, the new plants ____ less sensitive to cold than expected.

ดูคำตอบ

turned out

because their brains developed more cortisol receptors, วัฒนธรรม

2:48

เพราะสมองของพวกมันพัฒนาตัวรับคอร์ติซอลมากขึ้น

วัฒนธรรม

cortisol receptors: โปรตีนที่จับกับคอร์ติซอล

ในประโยคนี้ cortisol receptors หมายถึงตัวรับทางชีววิทยา คือโปรตีนภายในเซลล์ที่จดจำและจับกับฮอร์โมนคอร์ติซอล นี่คือข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าใจว่าตัวรับเหล่านี้มีผลต่อการตอบสนองต่อความเครียดได้อย่างไร คำว่า receptors ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนหรืออุปกรณ์ที่รับข้อความ ในทางชีววิทยา ตัวรับคือโครงสร้างที่มีส่วนทำให้เกิดการตอบสนองเมื่อโมเลกุลเฉพาะเข้ามาจับ

แบบฝึกหัด

ในบริบททางชีววิทยานี้ cortisol receptors หมายถึงอะไร

  1. เซลล์สมองที่สร้างการตอบสนองต่อความเครียดทุกอย่าง
  2. คนหรืออุปกรณ์ที่รับข้อความเกี่ยวกับคอร์ติซอล
  3. โปรตีนภายในเซลล์ที่จดจำและจับกับคอร์ติซอล
ดูคำตอบ

โปรตีนภายในเซลล์ที่จดจำและจับกับคอร์ติซอล

which stick to cortisol and dampen the stress response. การใช้คำ

2:51

ซึ่งจะจับกับคอร์ติซอลและช่วยบรรเทาการตอบสนองต่อความเครียด

การใช้คำ

stick to cortisol: เกาะติดหรือจับกับคอร์ติซอล

ในที่นี้ stick to cortisol หมายถึง “เกาะติดหรือจับกับคอร์ติซอล” คำสรรพนามเชื่อมความ which อ้างถึง receptors ดังนั้นตัวรับคือสิ่งที่เข้าไปเกาะ ส่วนคอร์ติซอลคือสิ่งที่ตัวรับเข้าไปเกาะ นี่คือความหมายของ stick to ที่แสดงการเกาะติดทางกายภาพหรือทางชีววิทยา ไม่ใช่ความหมายว่า “ทำตามต่อไป” อย่างใน stick to a plan

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The drug molecules stick to receptors on the cell surface,” stick to หมายถึงอะไร

  1. เกาะติดหรือจับกับตัวรับ
  2. พูดถึงตัวรับเท่านั้น
  3. ทำตามแผนที่ตัวรับสร้างขึ้นต่อไป
ดูคำตอบ

เกาะติดหรือจับกับตัวรับ

การใช้คำ

dampen the stress response: ลดความรุนแรงของการตอบสนองต่อความเครียด

ในวลี dampen the stress response คำว่า dampen หมายถึงทำให้การตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายเบาลง การตอบสนองลดลงแต่ไม่จำเป็นต้องหยุดไปทั้งหมด นี่เป็นการใช้ dampen ในความหมายเชิงนามธรรม คำนี้ยังใช้บอกว่าความรุนแรงของอารมณ์ เสียง ผลกระทบ หรือการตอบสนองอื่นลดลงได้ด้วย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำให้สิ่งใดเปียก

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดตรงกับความหมายของ dampen the stress response มากที่สุด

  1. การหายใจช้า ๆ สามารถทำให้การตอบสนองต่อความเครียดเปียกได้จริง
  2. การหายใจช้า ๆ สามารถทำให้การตอบสนองต่อความเครียดเบาลงโดยไม่จำเป็นต้องหยุดไปทั้งหมด
  3. การหายใจช้า ๆ ต้องกำจัดการตอบสนองต่อความเครียดออกไปทั้งหมด
ดูคำตอบ

การหายใจช้า ๆ สามารถทำให้การตอบสนองต่อความเครียดเบาลงโดยไม่จำเป็นต้องหยุดไปทั้งหมด

The pups of negligent moms had the opposite outcome, โน้ต

2:54

ลูกหนูของแม่ที่ละเลยจะให้ผลตรงกันข้าม

การใช้คำ

negligent moms: แม่ที่ไม่ทำหน้าที่ดูแลตามที่ควร

negligent moms หมายถึงแม่ที่ไม่ได้ให้การดูแลและความเอาใจใส่ตามที่ควรทำ คำว่า negligent มีการตัดสินด้านลบเกี่ยวกับความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายถึงเพียง busy เท่านั้น ในที่นี้ moms หมายถึงแม่หนูในการศึกษา วลีนี้ตรงข้ามกับ nurturing moms และใช้ระบุกลุ่มผู้ดูแลอีกกลุ่มหนึ่งในการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

พ่อแม่คนหนึ่งมีช่วงบ่ายที่ยุ่ง แต่ยังดูแลลูกครบทุกอย่างที่จำเป็น ควรใช้ negligent อธิบายพ่อแม่คนนี้หรือไม่

  1. เหมาะสม เพราะเพียงแค่ busy ก็ทำให้พ่อแม่คนนั้น negligent
  2. ไม่เหมาะสม เพราะการ busy เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงว่าขาดการดูแลหรือความรับผิดชอบ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม เพราะการ busy เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงว่าขาดการดูแลหรือความรับผิดชอบ

วลี

had the opposite outcome: เกิดผลลัพธ์ตรงกันข้าม

ในที่นี้ had the opposite outcome หมายถึงผลที่เกิดขึ้นตรงข้ามกับผลที่เพิ่งกล่าวถึง คำว่า the ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงก่อนหน้านี้ ดังนั้นการใช้ opposite จึงต้องมีสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่างชัดเจน โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกลุ่ม วิธีการ หรือทางเลือก: X had the opposite outcome ไม่ได้หมายความเพียงว่าผลลัพธ์แตกต่างกัน แต่หมายถึงทิศทางหรือผลกระทบกลับเป็นตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

แผนแรกทำให้ต้นทุนลดลง แต่แผนที่สองทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ประโยคใดอธิบายแผนที่สองได้ดีที่สุด

  1. The second plan had the opposite outcome.
  2. The second plan had exactly the same outcome.
  3. The second plan had an unrelated outcome.
ดูคำตอบ

The second plan had the opposite outcome.

and so became more sensitive to stress throughout life. วลี

2:58

พวกมันจึงกลายเป็นหนูที่ไวต่อความเครียดไปตลอดชีวิต

วลี

throughout life: ตลอดชีวิต

Throughout life หมายถึงตลอดช่วงชีวิตทั้งหมด ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงว่าความไวต่อความเครียดที่เพิ่มขึ้นดำเนินต่อไปในหลายช่วงวัย ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนอายุใดอายุหนึ่ง ใช้ throughout หน้าช่วงเวลาเมื่อสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือยังคงเป็นจริงตลอดช่วงนั้น เช่น throughout the day, throughout the year, throughout her life ส่วน throughout life เหมาะกับข้อความทั่วไป หากพูดถึงคนหรือสัตว์ตัวใดตัวหนึ่ง throughout his, her, or its life มักจะชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยชน์อย่างหนึ่งเริ่มขึ้นในวัยเด็กและดำเนินต่อไปจนถึงวัยชรา วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด: The habit can help you _____?

  1. throughout life
  2. at some point in life
  3. later in life
ดูคำตอบ

throughout life

These are considered epigenetic changes, วัฒนธรรม

3:02

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางอีพิเจเนติกส์

วัฒนธรรม

epigenetic changes: การควบคุมยีนโดยไม่เปลี่ยนลำดับ DNA

การเปลี่ยนแปลงแบบอีพีเจเนติกส่งผลต่อวิธีที่ยีนถูกใช้งานหรือควบคุม โดยไม่เปลี่ยนลำดับ DNA เดิม ประเด็นสำคัญคือ สิ่งที่เปลี่ยนคือการทำงานของยีน ไม่ใช่ตัวอักษรในรหัสพันธุกรรม

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย epigenetic changes ได้ถูกต้องที่สุด

  1. อาจเปลี่ยนการทำงานของยีนโดยไม่เปลี่ยนลำดับ DNA
  2. เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคนในช่วงสั้น ๆ
  3. จะเปลี่ยนลำดับ DNA ทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตเสมอ
ดูคำตอบ

อาจเปลี่ยนการทำงานของยีนโดยไม่เปลี่ยนลำดับ DNA

meaning that they affect which genes are expressed การใช้คำ

3:04

หมายความว่ามันส่งผลต่อการแสดงออกของยีน

การใช้คำ

which genes are expressed: ความหมายทางชีววิทยาของ expressed

ในทางชีววิทยา genes are expressed หมายถึงเซลล์อ่านและใช้ข้อมูลในยีนเหล่านั้นเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีหน้าที่ เช่น RNA หรือโปรตีน ใน which genes are expressed ส่วน which genes เป็นอนุประโยคคำถามแฝงที่ตามหลัง affect ส่วน are expressed เป็นรูปถูกกระทำที่ระบุว่าข้อมูลของยีนใดถูกนำไปใช้ ไม่ได้หมายความว่ายีนสื่อสารความคิดหรือความรู้สึก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The environment can affect which genes are expressed" คำว่า genes are expressed หมายถึงอะไร

  1. เซลล์ใช้ข้อมูลในยีนเหล่านั้นเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีหน้าที่
  2. ยีนพูดความคิดเห็นของตัวเองออกมาดัง ๆ
  3. ตัวอักษร DNA ทุกตัวในยีนเหล่านั้นถูกแทนที่
ดูคำตอบ

เซลล์ใช้ข้อมูลในยีนเหล่านั้นเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีหน้าที่

without directly changing the genetic code. ไวยากรณ์

3:07

โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรมโดยตรง

ไวยากรณ์

without directly changing...: โครงสร้าง without + -ing

ในวลี without directly changing the genetic code คำว่า without ตามด้วย changing ซึ่งเป็นรูป -ing เมื่อคำกริยาอยู่ต่อจาก without ทันที ต้องใช้คำกริยารูป -ing วลีนี้หมายถึงมีกระบวนการหนึ่งเกิดขึ้น แต่การกระทำที่กล่าวถึงไม่ได้เกิดขึ้น กล่าวคือ การแสดงออกของยีนได้รับผลกระทบ แต่รหัสพันธุกรรมไม่ได้ถูกเปลี่ยนโดยตรง ใช้ without + คำนาม หรือ without + -ing เพื่อแสดงว่าไม่ได้ทำการกระทำหนึ่งหรือไม่มีเงื่อนไขบางอย่าง ในที่นี้ directly ขยาย changing ดังนั้นวลีนี้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงโดยตรง ไม่ได้ปฏิเสธผลกระทบทางอ้อมที่อาจมีทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้ without และรูป -ing ของ reduce เติมประโยคให้สมบูรณ์: The team cut costs ____ the quality of the service.

ดูคำตอบ

without reducing

And these changes can be reversed if the moms are swapped. ไวยากรณ์

3:10

และสามารถย้อนกลับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้หากเปลี่ยนตัวแม่หนู

ไวยากรณ์

can be reversed if...: ความเป็นไปได้ภายใต้เงื่อนไข

can be reversed เป็นการรวม can เข้ากับรูปถูกกระทำ be + กริยาช่องที่สาม โดยบอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมีโอกาสถูกทำให้กลับคืนได้ แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ทำ และไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดการย้อนกลับอย่างแน่นอน อนุประโยค if ระบุเงื่อนไขของความเป็นไปได้นั้น ในประโยคนี้ การย้อนกลับเป็นไปได้หากสลับแม่กัน รูปแบบ can be + กริยาช่องที่สาม + if... ใช้บรรยายผลที่เป็นไปได้ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ ไม่ได้หมายความโดยทั่วไปว่าการเปลี่ยนแปลงทุกชนิดเช่นนี้จะย้อนกลับเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can be + กริยาช่องที่สาม ร่วมกับเงื่อนไข if ได้ถูกต้อง?

  1. The leak can be stopped if the valve is closed quickly.
  2. The leak can be stopping if the valve is closed quickly.
  3. The leak can stopped if the valve closes quickly.
ดูคำตอบ

The leak can be stopped if the valve is closed quickly.

But there's a surprising result. ลำดับความ

3:14

แต่ก็มีผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ

ลำดับความ

there's a surprising result: ส่งสัญญาณว่าจะมีข้อค้นพบที่ไม่คาดคิด

there's a surprising result ใช้เสนอข้อค้นพบใหม่และบอกผู้ฟังล่วงหน้าว่า ข้อค้นพบนั้นอาจไม่ตรงกับสิ่งที่คาดไว้ surprising ขยาย result และไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ผิดทั้งหมด เมื่อ But อยู่ต้นประโยคเต็ม วลีนี้จะสร้างการเปลี่ยนประเด็นแบบแสดงความขัดแย้ง โดยดึงความสนใจจากคำอธิบายปัจจุบันไปสู่ข้อสรุปที่คาดไม่ถึง และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับเนื้อหาถัดไป

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบาย "But there's a surprising result." มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. บอกว่าหัวข้อนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
  2. บอกว่าข้อค้นพบก่อนหน้านี้ผิดทั้งหมด
  3. เตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับข้อค้นพบที่คาดไม่ถึง
ดูคำตอบ

เตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับข้อค้นพบที่คาดไม่ถึง

The epigenetic changes caused by one single mother rat ไวยากรณ์

3:16

การเปลี่ยนแปลงทางอีพิเจเนติกส์ที่เกิดจากแม่หนูเพียงตัวเดียว

ไวยากรณ์

caused by one single mother rat: อนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูป

caused by one single mother rat อยู่หลัง the epigenetic changes และบอกว่ากำลังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงใด ในทางไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นวลี past participle และเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูป รูปเต็มคือ the epigenetic changes which were caused by one single mother rat Caused ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคเต็ม กริยาหลักจะปรากฏภายหลัง รูปลดนี้ยังคงความหมายแบบถูกกระทำ แต่ทำให้นามวลีกระชับขึ้น เป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์และภาษาเขียน one single เน้นว่าแหล่งที่มาคือแม่หนูเพียงตัวเดียว

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างเพื่อลดรูปอนุประโยคสัมพันธ์: The delays that were caused by the storm lasted for hours. The delays ____ lasted for hours.

ดูคำตอบ

caused by the storm

were passed down to many generations of rats after her. กริยาวลี

3:19

ถูกส่งต่อไปยังหนูรุ่นหลังอีกหลายชั่วอายุคน

กริยาวลี

passed down: การถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อมา

ในประโยคนี้ were passed down หมายถึง “ถูกถ่ายทอดจากรุ่นก่อนหน้าไปยังรุ่นต่อ ๆ มา” รูปประโยคแบบถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงทางอีพีเจเนติกส์และสิ่งที่เกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่ผู้ที่ถ่ายทอด เมื่อใช้ในความหมายเรื่องการสืบทอดระหว่างรุ่น down ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ กริยาวลีนี้ยังใช้กับลักษณะเฉพาะ ประเพณี ความรู้ หรือทรัพย์สินที่ส่งต่อจากรุ่นก่อนหน้าไปยังรุ่นต่อมาได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ passed down ในความหมายว่า “ถูกถ่ายทอดจากรุ่นก่อนหน้า”

  1. The note was passed down the row.
  2. The boat passed down the river at noon.
  3. The family story was passed down from my great-grandmother.
ดูคำตอบ

The family story was passed down from my great-grandmother.

In other words, ลำดับความ

3:23

พูดอีกอย่างก็คือ

the results of these actions were inheritable. การใช้คำ

3:24

ผลลัพธ์จากการกระทำเหล่านี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

ลำดับความ

In other words: การกล่าวใจความเดิมด้วยคำใหม่

In other words เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะนำเสนอใจความหลักเดิมด้วยถ้อยคำที่ต่างออกไป ซึ่งมักชัดเจนหรือตรงประเด็นกว่า ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวเปลี่ยนคำอธิบายก่อนหน้าที่ว่าการเปลี่ยนแปลงไปถึงหนูรุ่นต่อ ๆ มา ให้เป็นข้อสรุปที่สั้นกว่าว่าผลนั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ สำนวนนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการเชื่อมคำอธิบายเข้ากับการกล่าวซ้ำด้วยคำใหม่ โดยปกติไม่ได้ใช้เพื่อนำเสนอตัวอย่าง ข้อเท็จจริง หรือหลักฐานใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคแรกคือ The library will not be open after six. เลือกประโยคต่อที่กล่าวข้อมูลเดิมด้วยคำใหม่

  1. For example, the library closes at six.
  2. Therefore, the library closes at six.
  3. In other words, the library closes at six.
ดูคำตอบ

In other words, the library closes at six.

การใช้คำ

were inheritable: สามารถถ่ายทอดสู่รุ่นต่อไปได้

inheritable เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้” ในประโยคนี้ were inheritable หมายความว่าผลจากการกระทำสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้ คำนี้บอกถึงความสามารถหรือคุณสมบัติ ไม่ได้บอกว่าการสืบทอดเกิดขึ้นเสร็จแล้ว สิ่งหนึ่งอาจเป็น inheritable ได้แม้ยังไม่มีใครได้รับสืบทอดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสิ่งหนึ่งสามารถถ่ายทอดได้ โดยไม่ได้บอกว่าการสืบทอดเกิดขึ้นแล้ว?

  1. The trait is inherited because the child received it from a parent.
  2. The child received an inheritance from a relative.
  3. The trait is inheritable, although no child has received it yet.
ดูคำตอบ

The trait is inheritable, although no child has received it yet.

It's not all bad news, though. ลำดับความ

3:28

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายซะทีเดียว

ลำดับความ

It's not all bad news, though: เปลี่ยนไปพูดถึงด้านบวก

It's not all bad news เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายความว่าสถานการณ์มีด้านที่ไม่ดี แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ดีอยู่ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีข่าวร้ายเลย though ที่ท้ายประโยคในที่นี้หมายถึง “อย่างไรก็ตาม” โดยใช้เปลี่ยนจากประเด็นด้านลบไปสู่ความหวัง ข้อดี หรือทางแก้ที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเปลี่ยนจากอุปสรรคไปสู่ด้านบวกได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The rain ruined our picnic. It's not all bad news, though—the garden needed water.
  2. The rain ruined our picnic, and the garden was damaged too.
  3. The rain stopped before our picnic, so there was no problem.
ดูคำตอบ

The rain ruined our picnic. It's not all bad news, though—the garden needed water.

There are many ways to reverse what cortisol does to your stressed brain. ไวยากรณ์

3:30

มีหลายวิธีที่จะพลิกฟื้นสิ่งที่คอร์ติซอลทำกับสมองที่เครียดของคุณ

ไวยากรณ์

There are many ways to reverse what cortisol does: การนำเสนอหลายวิธี

โครงสร้าง There are many ways to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เปิดประเด็นว่ามีหลายวิธีที่เป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ to reverse บอกว่าวิธีเหล่านั้นทำอะไรได้ what cortisol does เป็นกรรมของ reverse โดย what นำอนุประโยคคำนามที่แทรกอยู่ในประโยค และหมายถึงผลที่คอร์ติซอลก่อขึ้น ลำดับคำเป็นแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถามตรง What does cortisol do?

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้แนะนำวิธีแก้หลายวิธีได้ถูกต้องและใช้อนุประโยค what แบบแทรกอย่างถูกต้อง

  1. There are several ways to limit what too much sun does to your skin.
  2. There are several ways to limit what does too much sun do to your skin.
  3. There are several ways for limit what too much sun does to your skin.
ดูคำตอบ

There are several ways to limit what too much sun does to your skin.

The most powerful weapons are exercise and meditation, สำนวน

3:34

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือการออกกำลังกายและการทำสมาธิ

สำนวน

The most powerful weapons: คำเปรียบเทียบถึงวิธีที่มีประสิทธิภาพ

ในประโยคนี้ The most powerful weapons เป็นคำเปรียบเทียบ weapons ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ใช้ก่อความรุนแรง แต่หมายถึงวิธีที่ทรงพลังที่สุดสำหรับต่อสู้กับผลกระทบที่เป็นอันตราย การเรียกการออกกำลังกายและการทำสมาธิว่า weapons ทำให้ความเครียดดูเป็นสิ่งที่เราลงมือต่อสู้ได้ จึงทำให้คำแนะนำฟังดูกระตือรือร้นและโน้มน้าวใจมากขึ้น

แบบฝึกหัด

weapons ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. วิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการรับมือกับความเครียด
  2. สิ่งของที่ใช้ทำร้ายร่างกายผู้อื่น
  3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันกีฬา
ดูคำตอบ

วิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการรับมือกับความเครียด

which involves breathing deeply and being aware and focused on your surroundings. วลี

3:38

ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหายใจลึกๆ ตระหนักรู้ และจดจ่ออยู่กับสิ่งรอบตัว

วลี

breathing deeply: การใช้คำวิเศษณ์หลัง breathe

Breathing deeply หมายถึงการหายใจลึกและเต็มปอด เพื่อให้อากาศเข้าสู่ปอดได้เต็มที่ deeply เป็นคำวิเศษณ์ จึงบอกว่าการหายใจเกิดขึ้นอย่างไร ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ในที่นี้ breathing เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง involves เพื่อระบุหนึ่งในกิจกรรมของการฝึกนี้ วลีกริยาที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ breathe deeply

แบบฝึกหัด

ใช้ breathe กับรูปที่ถูกต้องของ deep เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Before you begin, ____ for a few seconds.

ดูคำตอบ

breathe deeply

วลี

being aware and focused on your surroundings: การใช้ aware of กับ focused on

Being aware and focused on your surroundings หมายถึงการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวและคงความสนใจไว้ที่สิ่งเหล่านั้น ในข้อความเดิม aware ไม่มีสิ่งที่เป็นเป้าหมายระบุไว้ ส่วน on your surroundings เป็นส่วนเติมเต็มของ focused เมื่อต้องการระบุเป้าหมายหลังคำคุณศัพท์แต่ละคำ ให้ใช้ aware of something และ focused on something บุพบทสองคำนี้ต่างกันและสลับกันไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทสองคำให้ถูกต้อง: During the experiment, stay aware ____ the time and focused ____ the instructions.

ดูคำตอบ

of · on

Both of these activities decrease your stress and increase the size of the hippocampus,

3:43

กิจกรรมทั้งสองอย่างนี้ช่วยลดความเครียดและเพิ่มขนาดของฮิปโปแคมปัส

thereby improving your memory. ไวยากรณ์

3:49

ทำให้ความจำของคุณดีขึ้นด้วย

ไวยากรณ์

thereby improving...: การบอกผลลัพธ์ด้วย thereby + -ing

ในประโยคนี้ thereby improving your memory หมายถึงผลที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ทำให้ความจำดีขึ้น thereby มีความหมายว่า “ด้วยวิธีนั้น” หรือ “ด้วยเหตุนี้” จึงใช้บอกผลลัพธ์ ไม่ใช่ลำดับเวลา รูปแบบคือ อนุประโยค, thereby + คำกริยาเติม -ing วลี -ing จะเพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดก่อนหน้า โดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคสมบูรณ์ใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ thereby + -ing อย่างถูกต้องเพื่อแสดงผลลัพธ์ของอนุประโยคแรก

  1. The update reduced loading time, thereby it improved the user experience.
  2. The update reduced loading time, thereby improve the user experience.
  3. The update reduced loading time, thereby improving the user experience.
ดูคำตอบ

The update reduced loading time, thereby improving the user experience.

So don't feel defeated by the pressures of daily life. วลี

3:51

ดังนั้น อย่ารู้สึกพ่ายแพ้ต่อความกดดันในชีวิตประจำวัน

วลี

feel defeated by...: การระบุที่มาของความท้อแท้

feel defeated หมายถึงรู้สึกท้อแท้หรือไร้พลังมากจนคิดว่าตนเองไม่สามารถประสบความสำเร็จหรือไปต่อได้ ในที่นี้ defeated เป็นคำคุณศัพท์เชิงเปรียบเทียบที่บอกสภาพอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงการแพ้ในการแข่งขันหรือการต่อสู้จริง ๆ รูปแบบ feel defeated by + สาเหตุ ใช้ระบุว่าอะไรทำให้เกิดความรู้สึกนั้น ในประโยคนี้ by the pressures of daily life ระบุว่าแรงกดดันในชีวิตประจำวันเป็นที่มาของความท้อแท้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ feel defeated by: After several setbacks, Lena began to ____ the challenge.

ดูคำตอบ

feel defeated by

Get in control of your stress ลำดับความ

3:54

จงควบคุมความเครียดของคุณ

before it takes control of you.

3:57

ก่อนที่มันจะมาควบคุมคุณ

ลำดับความ

Get in control of your stress before it takes control of you: คำเตือนแบบโครงสร้างสะท้อน

Get in control of your stress เป็นคำเรียกร้องตรง ๆ ให้ผู้ฟังจัดการความเครียดอย่างจริงจัง ในวลี before it takes control of you คำว่า it หมายถึง stress และ takes control of you หมายถึงความเครียดเริ่มครอบงำการตัดสินใจ ความสนใจ หรือชีวิตประจำวันของคุณ ไม่ได้หมายถึงการควบคุมร่างกายจริง ๆ ประโยคนี้ใช้คำว่า control ซ้ำ พร้อมสลับว่าใครควบคุมใคร ตอนแรกคุณควบคุมความเครียด จากนั้นความเครียดกลับมาควบคุมคุณ before ทำให้การสลับนี้กลายเป็นคำเตือนให้รีบลงมือ จึงจำง่ายและเหมาะเป็นคำเรียกร้องให้ลงมือทำในช่วงท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเตือนแบบสะท้อนเดียวกัน คือคุณควบคุมบางสิ่ง ไม่เช่นนั้นสิ่งนั้นอาจควบคุมคุณ?

  1. Take control of your schedule before it takes control of you.
  2. Your schedule is busy, so write down your tasks.
  3. Before your schedule begins, check the time.
ดูคำตอบ

Take control of your schedule before it takes control of you.