การแต่งเพลง - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
977 คำ 174 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าเนื้อร้องและดนตรีทำงานร่วมกันอย่างไรจนเกิดเป็นเพลงที่น่าจดจำ พร้อมกล่าวถึงความรู้สึกหวนหาอดีตทางดนตรีของอดัม แบรดลีย์ วิธีแต่งเพลงร่วมกันของมิก แจ็กเกอร์กับคีธ ริชาร์ดส์ และศิลปินที่มีเพลงอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักรมากที่สุด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. real earworm, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า earworm เป็นคำไม่เป็นทางการเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเพลงหรือทำนองที่ดังวนซ้ำอยู่ในหัวไม่หยุด ผู้เรียนจึงสังเกตและใช้คำนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงเพลงติดหูที่เลิกนึกถึงได้ยาก 2. had put the melody down — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า put down อาจหมายถึงการจดหรือบันทึกความคิด ไม่ได้หมายถึงวางสิ่งของลงบนพื้นผิวเท่านั้น รูป past perfect ยังบอกว่าคีธบันทึกทำนองไว้แล้วก่อนตื่นขึ้นมาและนำผลงานไปให้มิก 3. this give and take, this tension. — สำนวนและถ้อยคำเปรียบเทียบ: ตีความ give and take ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อเสนอและการยอมถอยให้กันในการร่วมงาน สามารถใช้บรรยายคู่ร่วมงานที่ปรับหรือยอมทิ้งความคิดของตนบางส่วนขณะสร้างสรรค์ เจรจา หรือแก้ปัญหาร่วมกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from the BBC.

0:01

Six Minute English จาก BBC

Hello, this is Six Minute English

0:06

สวัสดี นี่คือรายการ Six Minute English

from BBC Learning English.

0:08

จาก BBC Learning English

I'm Sam.

0:09

ฉันแซม

And I'm Neil.

0:10

และฉันนีล

What's that song you're singing, Neil? ไวยากรณ์

0:12

คุณกำลังร้องเพลงอะไรอยู่น่ะ นีล?

ไวยากรณ์

that song you're singing: การละคำสรรพนามเชื่อมสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

ใน that song you're singing ส่วน you're singing บอกว่าหมายถึงเพลงไหน ซึ่งก็คือ the song that you are singing และไม่ได้เป็นประโยคใหม่แยกออกมา รูปเต็มของวลีนามอาจเป็น that song that you're singing เนื่องจาก that เป็นกรรมของ singing จึงละได้ โดยเฉพาะในภาษาพูด รูปแบบคือ คำนาม + ประธาน + คำกริยา เช่น the book I'm reading

แบบฝึกหัด

ใช้ you และรูป simple past ของ draw แล้วละคำสรรพนามเชื่อมสัมพันธ์ที่เป็นกรรม: This is the picture ____ yesterday.

ดูคำตอบ

you drew

Is it The Rolling Stones?

0:17

ใช่เพลงของ The Rolling Stones หรือเปล่า?

Well, I've had this song วลี

0:19

อืม เพลงนี้มัน

stuck in my head all day.

0:20

ติดอยู่ในหัวฉันมาทั้งวันแล้ว

วลี

I've had this song stuck in my head: เพลงที่ดังวนซ้ำอยู่ในหัว

สำนวน have a song stuck in your head หมายถึงเพลงนั้นดังวนอยู่ในความคิด มักเป็นแบบที่เราไม่อยากให้วน ไม่มีสิ่งใดติดอยู่ในศีรษะจริง ๆ โครงสร้างคือ have + something + stuck in + someone's head ในประโยคนี้ I've had ... all day ใช้ present perfect เพื่อบอกว่าเริ่มก่อนหน้านี้และยังเป็นอยู่ตอนนี้ โดย something อาจเป็นเพลง ทำนอง วลี หรือความคิด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มี stuck และหมายถึงทำนองวนซ้ำอยู่ในหัว: I've had that tune ____ since breakfast.

ดูคำตอบ

stuck in my head

It's a real earworm, การใช้คำ

0:23

มันเป็นเพลงที่ติดหูจริงๆ (earworm)

you know, a song

0:25

คุณรู้ไหม เพลงที่

you keep hearing over and over again วลี

0:26

คุณได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า

in your head.

0:28

วนเวียนอยู่ในหัวคุณน่ะ

การใช้คำ

a real earworm: ทำนองที่ติดอยู่ในหัว

earworm คือเพลง ทำนอง ท่อนฮุก หรือเพลงโฆษณาที่วนซ้ำอยู่ในความคิด แม้ในขณะนั้นจะไม่มีเพลงเล่นอยู่ ในประโยคนี้ real ช่วยเน้นนามวลี ดังนั้น a real earworm จึงหมายถึงตัวอย่างที่ชัดเจนหรือรุนแรงมากของอาการเพลงติดหัว Earworm เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่หนอนจริง ๆ คำอธิบายหลัง you know กล่าวความหมายนี้อีกแบบหนึ่งว่าเพลงนั้นเอาออกจากหัวได้ยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ earworm ในความหมายเชิงเปรียบเทียบตามปกติ

  1. That jingle is an earworm; a small insect wrote it.
  2. That jingle is an earworm; I have never heard it.
  3. That jingle is an earworm; it keeps repeating in my head.
ดูคำตอบ

That jingle is an earworm; it keeps repeating in my head.

วลี

keep hearing ... over and over again: ประสบการณ์ที่เกิดซ้ำ

โครงสร้าง keep + คำกริยาเติม -ing แสดงว่าการกระทำหรือประสบการณ์ยังดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ในที่นี้ keep hearing หมายถึงเพลงนั้นผุดเข้ามาในการรับรู้ของบุคคลซ้ำ ๆ ไม่ได้หมายถึงการฟังเพียงครั้งเดียว over and over again เป็นวลีวิเศษณ์ที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำอีก” วลีนี้เน้นความหมายของ keep hearing และทำให้การเกิดซ้ำเด่นชัดขึ้น ในที่นี้ over ไม่ได้บอกตำแหน่งหรือทิศทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ keep + คำกริยาเติม -ing และ over and over again: I ____ the same mistake ____.

ดูคำตอบ

keep making · over and over again

Oh, well, The Rolling Stones, for example,

0:29

โอ้ แน่นอน ยกตัวอย่างเช่นวง The Rolling Stones

are famous for their catchy songs. วลี

0:31

มีชื่อเสียงเรื่องเพลงที่ติดหู

วลี

be famous for their catchy songs: บอกว่ามีชื่อเสียงเพราะอะไร

be famous for + คำนาม ใช้บอกลักษณะหรือสิ่งที่ทำให้คน สถานที่ หรือสิ่งหนึ่งเป็นที่รู้จัก ในประโยคนี้ their catchy songs คือเหตุผลที่ The Rolling Stones มีชื่อเสียง เมื่อใช้กับเพลง catchy หมายถึงจำง่ายและมักร้องตามได้ง่าย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A is/are famous for B

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ be famous for: The cafe ____ its giant pancakes.

ดูคำตอบ

is famous for

But writing a memorable song isn't easy. ไวยากรณ์

0:33

แต่การแต่งเพลงให้น่าจดจำนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ไวยากรณ์

writing a memorable song: ใช้วลี -ing เป็นประธาน

Writing a memorable song เป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน และมักเรียกว่าวลี gerund วลีนี้ใช้เรียกกิจกรรมการแต่งเพลงแบบนั้น ส่วน isn't easy เป็นการประเมินกิจกรรมนั้น ในที่นี้ writing ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ continuous tense เพราะ continuous tense จะมีรูปของ be อยู่กับ writing เช่น She is writing a song.

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ ride เพื่อให้กิจกรรมเป็นประธาน: ____ a bike takes practice.

ดูคำตอบ

Riding

Not only do you have to write a good tune, ไวยากรณ์

0:36

คุณไม่ได้แค่ต้องแต่งทำนองที่ดีเท่านั้น

you also need to match it to the lyrics, วลี

0:39

คุณยังต้องจับคู่มันกับเนื้อร้องด้วย

ไวยากรณ์

Not only do you have to ... you also need to: การกลับคำและการเพิ่มข้อมูล

เมื่อ Not only ขึ้นต้นอนุประโยค กริยาช่วยจะวางไว้หน้าประธาน จึงใช้ Not only do you have to ... ไม่ใช่ Not only you have to ... ส่วนกริยาหลักคงรูปพื้นฐานคือ have อนุประโยคถัดมา you also need to ... เพิ่มข้อกำหนดข้อที่สอง โครงสร้าง Not only ... also ... โดยรวมหมายความว่าทั้งสองอย่างจำเป็น และเน้นประเด็นที่สองซึ่งเพิ่มเข้ามามากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำเพื่อสร้างการกลับคำในอดีตกาล: Not only ____ finish early, she also helped her team.

ดูคำตอบ

did she

the words of the song.

0:41

นั่นก็คือคำร้องของเพลง

วลี

match it to the lyrics: โครงสร้าง match A to B

ใน match A to B คำว่า match เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้ A เข้ากับหรือสอดคล้องกับ B ในที่นี้ it หมายถึง tune ส่วน lyrics คือคำร้องของเพลง ดังนั้นทำนองจึงต้องเข้ากับคำเหล่านั้น โครงสร้างเดียวกันยังใช้จับคู่สิ่งที่สอดคล้องกันได้ เช่น match each word to a picture ให้วางสิ่งแรกไว้หลัง match และวางสิ่งที่ต้องเข้าคู่กันไว้หลัง to

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้ใน match A to B เพื่อให้คำสั่งสมบูรณ์: Match each animal ____ its home.

ดูคำตอบ

to

In this program, ลำดับความ

0:42

ในรายการนี้

we'll be discussing the art of songwriting, การใช้คำ

0:43

เราจะมาพูดคุยถึงศิลปะแห่งการแต่งเพลง

ลำดับความ

In this program, we'll be discussing...: สำนวนเกริ่นเปิดเพื่อบอกหัวข้อ

In this program กำหนดกรอบของเนื้อหาที่จะตามมา ส่วน we'll be discussing ใช้แนะนำหัวข้อ ทั้งประโยคจึงทำหน้าที่เป็นคำบอกทางตอนเปิดรายการ เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่ารายการจะเน้นเรื่องใด รูป future continuous ใน we'll be discussing ทำให้การพูดคุยดูเป็นส่วนหนึ่งของรายการที่วางแผนไว้แล้ว ตรงนี้ใช้จัดความคาดหวังของผู้ฟัง ไม่ได้เพียงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกริ่นเปิดให้สมบูรณ์ โดยใช้ discuss ในรูป future continuous แบบย่อ: In today's lesson, ____ how plants grow.

ดูคำตอบ

we'll be discussing

การใช้คำ

the art of songwriting: หมายถึงทักษะ ไม่ใช่ผลงานศิลปะ

ใน the art of songwriting คำว่า art หมายถึงทักษะและความรู้ที่ใช้ในการแต่งเพลงให้ดี ไม่ได้หมายถึงภาพวาดหรือผลงานศิลปะอื่น โครงสร้าง the art of + คำนามหรือกิจกรรมรูป -ing ใช้นำเสนอกิจกรรมว่าเป็นทักษะที่เรียนรู้และฝึกฝนได้ เช่น the art of storytelling

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ art ในความหมายว่าเป็นทักษะในการทำกิจกรรมให้ดี?

  1. The class teaches the art of telling a clear story.
  2. The museum owns a colourful work of art.
  3. She drew a picture in art class.
ดูคำตอบ

The class teaches the art of telling a clear story.

combining lyrics and music to make a hit song. วลี

0:46

การผสมผสานเนื้อร้องและดนตรีเพื่อสร้างเพลงฮิต

วลี

combine A and B to make C: รวมองค์ประกอบเพื่อให้เกิดผลลัพธ์

Combining เป็นรูป -ing ของ combine. Combine A and B หมายถึงการนำสองส่วนมารวมกัน และ to make C บอกเป้าหมายหรือผลลัพธ์ ในที่นี้นำเนื้อร้องกับดนตรีมารวมกันเพื่อสร้างเพลงฮิต รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ combine A and B to make C. A hit song หมายถึงเพลงที่ได้รับความนิยมหรือประสบความสำเร็จ โดย hit ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตีสิ่งใด

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบที่ตรงกันคือ combine A and B to make C: ____ a simple paste.

ดูคำตอบ

Combine flour and water to make

And of course,

0:49

และแน่นอน

we'll be learning some new vocabulary as well.

0:50

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน

But first, I have a question for you, Neil. ลำดับความ

0:52

แต่ก่อนอื่น ฉันมีคำถามจะถามคุณ นีล

ลำดับความ

But first: หยุดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

But first บอกว่าจะมีอีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นก่อนการกระทำหรือหัวข้อที่ผู้ฟังคาดว่าจะได้เจอต่อไป ในที่นี้วลีนี้พารายการจากช่วงเกริ่นนำไปสู่คำถาม ในการใช้นี้ but ไม่ได้แสดงการคัดค้านอย่างรุนแรง แต่ช่วยหยุดลำดับที่คาดไว้ชั่วคราวอย่างนุ่มนวล ส่วน first บอกว่าคำถามเป็นขั้นตอนที่ต้องทำก่อนดำเนินต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่ตรงกับบทเรียนและใช้หยุดขั้นตอนถัดไปที่คาดไว้ชั่วคราว: We're ready to start. ____, I have one quick question.

ดูคำตอบ

But first

Every week from 1964 until it ended in 2006, ไวยากรณ์

0:55

ทุกสัปดาห์ตั้งแต่ปี 1964 จนกระทั่งสิ้นสุดในปี 2006

the BBC television program Top of the Pops วัฒนธรรม

0:59

รายการโทรทัศน์ของ BBC อย่าง Top of the Pops

had a countdown of the most popular songs วัฒนธรรม

1:03

จะมีการนับถอยหลังเพลงยอดนิยมที่สุด

in the British music charts,

1:05

ในชาร์ตเพลงของอังกฤษ

วัฒนธรรม

a countdown ... in the British music charts: การเปิดเผยอันดับเพลงตามลำดับ

ในรายการเพลง a countdown คือการนำเสนอรายการจัดอันดับ โดยเริ่มจากอันดับที่ต่ำกว่าแล้วไล่ไปจนถึงอันดับหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงนาฬิกาที่นับถอยหลังเป็นวินาที British music charts คือชาร์ตจัดอันดับเพลงยอดนิยมในสหราชอาณาจักร เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายถึงช่วงรายการที่เปิดเผยเพลงยอดนิยมตามลำดับในชาร์ต

แบบฝึกหัด

ในบริบทของรายการเพลง วลีนี้อธิบายถึงอะไร?

  1. ตัวจับเวลาวัดว่าแต่ละเพลงยาวกี่วินาที
  2. รายการเปิดเผยเพลงยอดนิยมตามลำดับอันดับโดยไล่ไปสู่อันดับหนึ่ง
  3. รายการเรียงชื่อเพลงตามลำดับตัวอักษร
ดูคำตอบ

รายการเปิดเผยเพลงยอดนิยมตามลำดับอันดับโดยไล่ไปสู่อันดับหนึ่ง

from number 40 up to number one. วลี

1:07

ตั้งแต่อันดับที่ 40 ไปจนถึงอันดับหนึ่ง

ไวยากรณ์

from 1964 until it ended in 2006: ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของช่วงเวลา

from 1964 ระบุจุดเริ่มต้นของช่วงเวลา ส่วน until it ended in 2006 ระบุจุดสิ้นสุด ในที่นี้ it หมายถึง Top of the Pops และใช้ ended เป็นอดีตกาล เพราะรายการจบลงแล้วในปี 2006 Every week บอกว่าการนับถอยหลังเกิดขึ้นบ่อยเพียงใดตลอดช่วงเวลานั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ from + เวลาเริ่มต้น + until + เวลาสิ้นสุดหรืออนุประโยคที่บอกเหตุการณ์สิ้นสุด

แบบฝึกหัด

อ่านสถานการณ์: The library began operating in 1985 and closed in 2021. เติมประโยคโดยใช้ from + ปีเริ่มต้น + until ตามรูปแบบนี้เท่านั้น: The library operated ____ it closed in 2021.

ดูคำตอบ

from 1985 until

วัฒนธรรม

Top of the Pops: ชื่อรายการเพลงของ BBC

ในประโยคนี้ Top of the Pops เป็นชื่อรายการโทรทัศน์ของ BBC ที่เกี่ยวกับเพลงยอดนิยมและชาร์ตเพลงอังกฤษ รายการนี้นับถอยหลังอันดับจากอันดับ 40 ไปถึงอันดับหนึ่ง ให้เข้าใจ Top of the Pops ทั้งหมดเป็นชื่อเฉพาะ ไม่ใช่วลีทั่วไปที่กล่าวถึงส่วนบนสุดของสิ่งของ การรู้ว่าเป็นชื่อรายการจะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับชาร์ตได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Top of the Pops หมายถึงอะไร?

  1. วลีที่หมายถึงชั้นวางของที่สูงที่สุดในร้านขายเพลง
  2. ชื่อรายการโทรทัศน์ของ BBC ที่เกี่ยวกับเพลงยอดนิยม
  3. ชื่อเพลงที่อยู่อันดับหนึ่งในชาร์ต
ดูคำตอบ

ชื่อรายการโทรทัศน์ของ BBC ที่เกี่ยวกับเพลงยอดนิยม

วลี

from number 40 up to number one: การไล่อันดับจาก 40 ไปถึงอันดับหนึ่ง

โครงสร้าง from number 40 up to number one ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของลำดับอันดับ โดยเริ่มจากอันดับ 40 แล้วผ่านอันดับที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอันดับหนึ่ง ในที่นี้ up to หมายถึง “ไปจนถึง” หรือ “จนกระทั่งถึง” ส่วน up แสดงการขยับไปสู่อันดับที่ดีกว่า ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ไม่เกิน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับอันดับด้วยวลีสองคำที่ใช้ในตัวอย่าง: The countdown goes from number 20 ____ number one.

ดูคำตอบ

up to

So, who's had the most number one hit songs การใช้คำ

1:09

ดังนั้น ใครที่มีเพลงฮิตอันดับหนึ่งมากที่สุด

in the UK over the years?

1:12

ในสหราชอาณาจักรตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา?

การใช้คำ

who's had the most number one hit songs: เปรียบเทียบยอดรวมเพลงที่ขึ้นอันดับหนึ่ง

number one hit song หมายถึงเพลงฮิตที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งของชาร์ตเพลง ส่วน the most number one hit songs หมายถึงมีจำนวนเพลงที่ทำได้เช่นนั้นมากที่สุด โดย number one บอกอันดับบนชาร์ตของเพลงแต่ละเพลง ไม่ได้หมายความว่ามีเพลงเพียงหนึ่งเพลง ในที่นี้ who's had ย่อมาจาก who has had รูป present perfect มองย้อนตลอดช่วงเวลาจนถึงเวลาที่กล่าวถึง คำถามนี้จึงเปรียบเทียบยอดสะสมตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แบบฝึกหัด

“who's had the most number one hit songs” ถามถึงอะไร?

  1. ศิลปินคนใดชื่อ Number One?
  2. ศิลปินคนใดออกเพลงเพียงหนึ่งเพลงเท่านั้น?
  3. ศิลปินคนใดมีเพลงที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งของชาร์ตมากที่สุด?
ดูคำตอบ

ศิลปินคนใดมีเพลงที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งของชาร์ตมากที่สุด?

Is it A, The Rolling Stones,

1:15

คือ A, The Rolling Stones

B, The Beatles,

1:18

B, The Beatles

or C, Elvis Presley?

1:19

หรือ C, Elvis Presley?

Oh, you're showing your age there, Sam. สำนวน

1:21

โอ้ คุณกำลังเผยอายุตัวเองอยู่นะ แซม

สำนวน

you're showing your age there: การหยอกเล่นเรื่องอายุ

you're showing your age หมายถึงสิ่งที่คุณเพิ่งพูด จำได้ หรือแสดงว่าชอบ ทำให้คนอื่นเดาอายุหรือรุ่นของคุณได้ โดยทั่วไปเป็นการพูดหยอกว่าเรื่องที่คุณอ้างถึงดูเก่าหรือมาจากยุคก่อน there ย้อนกลับไปชี้ถึงคำพูดหรือการกระทำนั้น ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง และประโยคนี้ก็ไม่ได้ขอให้แสดงหรือบอกอายุตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ หากผู้สัมภาษณ์พูดถึงเพลงเก่า การพูดว่า“You're showing your age there” เหมาะสมหรือไม่?

  1. ไม่เหมาะสม เพราะอาจฟังเหมือนกำลังล้อเรื่องอายุส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์
  2. เหมาะสม เพราะเป็นวิธีถามอายุของผู้สัมภาษณ์อย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม เพราะอาจฟังเหมือนกำลังล้อเรื่องอายุส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์

Those musicians were famous decades ago.

1:23

นักดนตรีเหล่านั้นดังมาหลายทศวรรษแล้ว

I'm going to go for C, วลี

1:26

ฉันขอเลือกข้อ C

The King of Rock and Roll, วัฒนธรรม

1:28

ราชาเพลงร็อกแอนด์โรล

Elvis Presley.

1:29

Elvis Presley

วลี

I'm going to go for C: การเลือกตัวเลือกหนึ่ง

ในประโยคนี้ I'm going to go for C หมายถึง “ฉันจะเลือกตัวเลือก C” ส่วน going to ตอนต้นบอกความตั้งใจ และ go for เป็นวลีที่แสดงการเลือก เมื่อเข้าใจกันว่ามีหลายตัวเลือก go for + ตัวเลือก สามารถหมายถึง “เลือกสิ่งนั้น” ไม่ได้หมายถึงเดินไปทาง C จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เลือก”: At the café, I think I'll ____ the apple juice.

ดูคำตอบ

go for

วัฒนธรรม

The King of Rock and Roll: ฉายาทางวัฒนธรรมของ Elvis Presley

The King of Rock and Roll เป็นฉายาทางวัฒนธรรมของ Elvis Presley ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ฉายานี้ยกย่องความสำคัญและอิทธิพลของเขาในวงการเพลงยอดนิยม ส่วน King ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นสมาชิกของราชวงศ์ ในที่นี้ฉายาอยู่หน้า Elvis Presley และชื่อที่ตามมาบอกว่าฉายานั้นหมายถึงใคร สื่อภาษาอังกฤษมักใช้ฉายาที่คนรู้จักแล้วตามด้วยชื่อ เพื่อแนะนำหรือบรรยายบุคคลมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

The King of Rock and Roll ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ตำแหน่งอย่างเป็นทางการในราชวงศ์ที่ Elvis Presley ดำรงอยู่
  2. ชื่อของรางวัลทางดนตรี
  3. ฉายาทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของ Elvis Presley
ดูคำตอบ

ฉายาทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของ Elvis Presley

Okay, Neil.

1:30

โอเค นีล

I'll reveal the answer later in the program. ลำดับความ

1:31

ฉันจะเฉลยคำตอบในช่วงท้ายของรายการ

ลำดับความ

I'll reveal the answer later in the program: ประกาศคำตอบในช่วงหลังของรายการ

ในที่นี้ I'll reveal the answer หมายถึง “ฉันจะบอกคำตอบให้รู้” คำว่า reveal ไม่จำเป็นต้องมีความหมายแบบเปิดโปงเรื่องใหญ่ ผู้ดำเนินรายการสามารถใช้คำนี้เพื่อประกาศข้อมูลที่ยังไม่บอกก่อนหน้านี้ได้ later in the program บอกผู้ชมหรือผู้ฟังว่าจะได้รู้คำตอบเมื่อใด ประโยคนี้ช่วยบอกลำดับของรายการและสร้างความอยากรู้ เพื่อให้ติดตามชมหรือฟังต่อไป

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า I'll reveal the answer later in the program?

  1. ฉันจะอธิบายตอนนี้เลยว่าทำไมคำตอบจึงถูกต้อง
  2. ฉันจะซ่อนคำตอบหลังจากรายการจบ
  3. ฉันจะประกาศคำตอบในช่วงหลังของรายการนี้
ดูคำตอบ

ฉันจะประกาศคำตอบในช่วงหลังของรายการนี้

Professor Adam Bradley is the

1:33

ศาสตราจารย์ Adam Bradley คือ

author of the Book of Rhymes,

1:35

ผู้แต่งหนังสือ The Book of Rhymes

a study into the lyrics of hip hop music. วลี

1:37

ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับเนื้อร้องของเพลงฮิปฮอป

วลี

a study into the lyrics of hip hop music: งานศึกษาเนื้อเพลงฮิปฮอป

ในโครงสร้าง a study into + นามวลี คำว่า into ใช้นำหัวข้อที่กำลังศึกษาอยู่ A study into the lyrics of hip hop music หมายถึงงานวิจัยที่ศึกษาเนื้อเพลงเหล่านั้น โดย into ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่เข้าไปข้างใน วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นนามวลีที่วางซ้อนเพื่ออธิบายคำนามเดิม วลีนี้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า Book of Rhymes เป็นงานศึกษาและระบุหัวข้อของงานศึกษานั้น

แบบฝึกหัด

ใช้คำนามวลี a study into เติมประโยคให้สมบูรณ์: The report is ____ sleep habits.

ดูคำตอบ

a study into

He knows a lot

1:40

เขารู้เรื่องต่างๆ มากมาย

about how words and music combine ไวยากรณ์

1:41

เกี่ยวกับวิธีการผสมผสานคำร้องและดนตรี

to make hit songs.

1:43

เพื่อสร้างเพลงฮิต

ไวยากรณ์

how words and music combine to make hit songs: ลำดับคำในอนุประโยค how ที่ซ้อนอยู่

ใน about how words and music combine to make hit songs อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท about โดยบอกกระบวนการที่เขารู้ดี คือคำร้องกับดนตรีทำงานร่วมกันอย่างไรจนเกิดเพลงที่ประสบความสำเร็จ เพราะอนุประโยคนี้ซ้อนอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: words and music combine ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่ใช้ do หรือการสลับลำดับแบบคำถาม เราใช้ about how + ประธาน + กริยา เพื่อพูดว่ากระบวนการหนึ่งทำงานหรือเกิดขึ้นอย่างไรได้

แบบฝึกหัด

ใช้คำทั้งหมดในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยค how ที่ซ้อนอยู่: We learned about ____. (how / bees / make / honey)

ดูคำตอบ

how bees make honey

When he spoke to BBC Radio 4 program Word of Mouth,

1:45

เมื่อเขาไปพูดคุยในรายการ Word of Mouth ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4

the presenter Michael Rosen asked Adam

1:48

ผู้จัดรายการ Michael Rosen ได้ถาม Adam ว่า

what music he was listening to at the moment. ไวยากรณ์

1:51

ตอนนี้เขากำลังฟังเพลงอะไรอยู่

ไวยากรณ์

what music he was listening to: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

อนุประโยค what music he was listening to at the moment อยู่ต่อจาก asked Adam และบอกเนื้อหาคำถามของผู้ดำเนินรายการ โดยยังคงวลีคำถาม what music ไว้ แต่อนุประโยคทั้งหมดซ้อนอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า แทนที่จะเป็นคำถามที่ถามแยกต่างหาก คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าหลังวลีคำถาม: he was listening ไม่ใช่ was he listening ให้คงคำแสดงคำถามไว้ แล้ววางประธานไว้หน้ากริยาช่วยหรือกริยา

แบบฝึกหัด

ใช้คำทั้งหมดในวงเล็บเติมคำถามทางอ้อมให้สมบูรณ์: Maya asked what ____. (I / was / reading)

ดูคำตอบ

I was reading

These days, วลี

1:53

ช่วงนี้

I have a little bit of a nostalgic streak. วลี

1:54

ผมมีความรู้สึกโหยหาอดีตอยู่บ้าง (nostalgic streak)

วลี

These days: ช่วงเวลาปัจจุบัน

These days หมายถึง “ในปัจจุบัน” หรือ “ในช่วงเวลานี้” ใช้กำหนดกรอบเวลาปัจจุบันแบบกว้าง ๆ สำหรับนิสัย สภาพ หรือแนวโน้ม โดยปกติไม่ได้หมายถึงวันตามปฏิทินเพียงไม่กี่วันที่เจาะจง เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังเตรียมรับข้อมูลว่าตอนนี้ผู้พูดเป็นอย่างไรหรือทำอะไรอยู่ และมักแฝงการเปรียบเทียบกับอดีต

แบบฝึกหัด

ในประโยค “These days, Leo reads before bed,” คำว่า These days หมายถึงอะไร

  1. ในช่วงเวลาปัจจุบัน
  2. เฉพาะวันนี้กับพรุ่งนี้
  3. ในวันที่เจาะจงเพียงไม่กี่วัน
ดูคำตอบ

ในช่วงเวลาปัจจุบัน

วลี

have a little bit of a nostalgic streak: แนวโน้มด้านหนึ่งของบุคลิก

ในวลี have a nostalgic streak คำว่า streak หมายถึงด้านหนึ่งของนิสัยที่เห็นได้ชัด หรือแนวโน้มที่แสดงออกซ้ำ ๆ ส่วน a nostalgic streak คือแนวโน้มที่จะรู้สึกผูกพันและคิดถึงอดีต a little bit of ช่วยลดความแรงของคำบรรยาย ผู้พูดกำลังบอกว่าความรู้สึกโหยหาอดีตเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของบุคลิก ไม่ใช่ทั้งหมด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have + a bit/little bit of + a/an + คำคุณศัพท์ + streak

แบบฝึกหัด

“Maya has a bit of a competitive streak” หมายความว่าอะไร

  1. ความชอบแข่งขันเป็นด้านหนึ่งที่เห็นได้ชัดในบุคลิกของ Maya
  2. Maya ชนะเกมติดต่อกันหลายครั้ง
  3. Maya กำลังสวมเสื้อลายทาง
ดูคำตอบ

ความชอบแข่งขันเป็นด้านหนึ่งที่เห็นได้ชัดในบุคลิกของ Maya

So, I go back to some of the earliest music กริยาวลี

1:57

ดังนั้น ผมเลยย้อนกลับไปฟังดนตรียุคแรกๆ

that mattered to me as a as a young person, วลี

1:59

ที่มีความหมายกับผมสมัยตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น

กริยาวลี

go back to: กลับไปหาสิ่งที่เคยทำหรือเคยสัมผัส

ในประโยคนี้ go back to ไม่ได้หมายถึงการเดินกลับไปยังสถานที่หนึ่ง แต่หมายถึงการกลับไปหาดนตรีจากช่วงเวลาก่อนหน้าและสัมผัสกับดนตรีนั้นอีกครั้ง go back to สามารถตามด้วยสิ่งหนึ่งหรือกิจกรรมรูป -ing ได้ โดยอาจหมายถึงการกลับมาพูดถึงหัวข้อเดิม เริ่มทำกิจกรรมหรือนิสัยเดิมอีกครั้ง หรือกลับไปใช้วิธีเดิม คำที่อยู่หลัง to และบริบทจะบอกว่าเป็นการกลับไปในความหมายใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go back to เพื่อแสดงว่า Maya กลับไปทำกิจกรรมเดิมอีกครั้ง: After trying digital art, Maya ____ painting with brushes.

ดูคำตอบ

went back to

วลี

that mattered to me: ที่มีความสำคัญต่อฉันเป็นการส่วนตัว

คำว่า that mattered to me อธิบาย music ที่กล่าวถึงก่อนหน้านั้น โดยบอกว่าดนตรีนั้นสำคัญหรือมีความหมายส่วนตัวต่อผู้พูด ในที่นี้ matter เป็นคำกริยาในโครงสร้าง something matters to someone ส่วน mattered เป็นรูปอดีต เพราะผู้พูดกำลังกล่าวถึงช่วงที่ตนยังอายุน้อย โครงสร้างนี้มักสื่อถึงคุณค่าทางความรู้สึกหรือคุณค่าส่วนตัว ไม่ใช่เพียงความสำคัญในทางปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ matter to someone เพื่อบอกว่าการ์ดใบนี้สำคัญต่อผู้พูดเป็นการส่วนตัว: This handmade card ____ because my son made it.

ดูคำตอบ

matters to me

music that my mother played for me,

2:02

ดนตรีที่แม่เคยเปิดให้ผมฟัง

things like Crosby, Stills, and Nash, วลี

2:04

อะไรทำนองเพลงของ Crosby, Stills, and Nash

Suite Judy Blue Eyes,

2:07

เพลง Suite Judy Blue Eyes

วลี

things like: การยกตัวอย่างที่เป็นตัวแทน

ในประโยคนี้ things like ใช้เกริ่นตัวอย่างของเพลงที่กล่าวถึงก่อนหน้า Crosby, Stills, and Nash และ Suite Judy Blue Eyes เป็นตัวอย่างเฉพาะในหมวดที่กว้างกว่านั้น วลีนี้บอกว่าเป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมา ไม่ใช่รายการทั้งหมด ความหมายของคำนาม things ขึ้นอยู่กับบริบท โดยที่นี่หมายถึงเพลงหรือประเภทของเพลง

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย things like บอกอะไรเกี่ยวกับชื่อที่ตามมา

  1. ชื่อเหล่านั้นเป็นตัวอย่างของเพลง ไม่ใช่รายการทั้งหมด
  2. ชื่อเหล่านั้นคือเพลงทั้งหมดที่ผู้พูดเคยฟังมาตลอดชีวิต
  3. ชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อเรียกต่างกันของเพลงเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ

ชื่อเหล่านั้นเป็นตัวอย่างของเพลง ไม่ใช่รายการทั้งหมด

things like the earliest music

2:08

อะไรทำนองเพลงยุคแรกๆ

that I discovered

2:10

ที่ผมได้ค้นพบ

as an independent tastemaker for myself, การใช้คำ

2:11

ในฐานะผู้สร้างรสนิยมอิสระด้วยตัวเอง

การใช้คำ

as an independent tastemaker for myself: การสร้างรสนิยมของตัวเอง

ตรงนี้ as หมายถึง “ในบทบาทของ” ผู้พูดค้นพบเพลงเหล่านี้ขณะทำหน้าที่เป็น tastemaker ที่เป็นอิสระให้กับตัวเอง Independent เน้นว่าเขาเลือกด้วยตนเอง ไม่ได้เพียงทำตามเพลงที่คนอื่นเลือกให้ ปกติ tastemaker คือคนที่มีอิทธิพลต่อสิ่งที่คนอื่นมองว่าทันสมัยหรือน่าสนใจ แต่ for myself ในที่นี้ตั้งใจจำกัดอิทธิพลนั้นไว้ที่คนคนเดียว คือตัวผู้พูดที่กำลังสร้างรสนิยมทางดนตรีของตนเอง นี่เป็นคำบรรยายตัวเองที่สร้างสรรค์และติดเล่นเล็กน้อย ไม่ได้เกี่ยวกับรสชาติอาหาร

แบบฝึกหัด

as an independent tastemaker for myself ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. เขามีชื่อเสียงจากการตัดสินว่าทุกคนควรฟังอะไร
  2. เขาเลือกเพลงอย่างเป็นอิสระและสร้างความชอบของตัวเอง
  3. เขาทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้นเพื่อคนอื่น
ดูคำตอบ

เขาเลือกเพลงอย่างเป็นอิสระและสร้างความชอบของตัวเอง

things like De La Soul

2:14

อย่างเช่นเพลงของ De La Soul

and A Tribe Called Quest.

2:16

และ A Tribe Called Quest

Adam says he's currently listening

2:17

Adam บอกว่าตอนนี้เขากำลังฟัง

to the music his mother played him

2:19

ดนตรีที่แม่เคยเปิดให้เขาฟัง

when he was young

2:21

ตอนที่เขายังเด็ก

because he has a nostalgic streak,

2:22

เพราะเขามีความรู้สึกโหยหาอดีต (nostalgic streak)

an affectionate feeling for a happy time in the past.

2:25

ความรู้สึกผูกพันต่อช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต

His mom, liked 1960s American singer-songwriters

2:28

แม่ของเขาชอบนักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกันในยุค 1960

like Crosby, Stills, and Nash.

2:31

อย่างเช่น Crosby, Stills, and Nash

Adam is also listening to hip hop

2:33

Adam ยังฟังเพลงฮิปฮอปด้วย

groups like De La Soul,

2:35

อย่างเช่นวง De La Soul

the music he chose

2:37

ดนตรีที่เขาเลือก

when he started finding his own taste in music, วลี

2:38

ตอนที่เขาเริ่มค้นพบรสนิยมทางดนตรีของตัวเอง

becoming a tastemaker for himself.

2:41

จนกลายมาเป็นผู้สร้างรสนิยม (tastemaker) ให้กับตัวเอง

วลี

finding his own taste in music: พัฒนารสนิยมทางดนตรีของตัวเอง

ในประโยคนี้ finding his own taste in music หมายถึงการค่อย ๆ ค้นพบและพัฒนาว่าตัวเขาเองชอบดนตรีแบบไหน คำว่า taste ตรงนี้หมายถึงความชอบส่วนตัวหรือรสนิยมทางสุนทรียะ ไม่ใช่การรับรสอาหาร คำว่า his own เน้นความเป็นตัวของตัวเอง เขากำลังเรียนรู้ว่าสิ่งใดเหมาะกับตนแทนที่จะทำตามคนอื่นเฉย ๆ ส่วน started finding แสดงว่าการค้นพบนี้เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เริ่มขึ้นในตอนนั้น ไม่ใช่การตัดสินใจอย่างฉับพลันเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

finding his own taste in music ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เขากำลังค่อย ๆ พัฒนาความชอบทางดนตรีของตัวเอง
  2. เขากำลังเลียนแบบการเลือกเพลงของคนอื่น
  3. เขากำลังชิมอาหารขณะฟังเพลง
ดูคำตอบ

เขากำลังค่อย ๆ พัฒนาความชอบทางดนตรีของตัวเอง

A tastemaker is someone การใช้คำ

2:44

ผู้สร้างรสนิยมคือบุคคล

who influences what is considered fashionable

2:46

ที่มีอิทธิพลต่อสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นแฟชั่น

or popular at the moment.

2:49

หรือเป็นที่นิยมในขณะนั้น

การใช้คำ

A tastemaker: ผู้ที่ช่วยกำหนดกระแส

tastemaker คือบุคคลที่การเลือก การแนะนำ หรือผลงานของเขามีอิทธิพลต่อสิ่งที่คนอื่นมองว่าทันสมัยหรือเป็นที่นิยม ใจความสำคัญไม่ใช่เพียงการมีรสนิยมดี แต่คือการช่วยกำหนดรสนิยมของผู้อื่นและกระแสนิยมในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

บุคคลใดเหมาะที่จะเรียกว่า tastemaker มากที่สุด

  1. พ่อครัวที่ตรวจดูว่าซุปต้องเติมเกลือหรือไม่
  2. ผู้ฟังที่ชอบดนตรีแปลกใหม่เป็นการส่วนตัว แต่ไม่เคยแบ่งปันความคิดเห็น
  3. DJ ที่คำแนะนำของเขามักทำให้ศิลปินที่ไม่มีใครรู้จักกลายเป็นคนดัง
ดูคำตอบ

DJ ที่คำแนะนำของเขามักทำให้ศิลปินที่ไม่มีใครรู้จักกลายเป็นคนดัง

As well as hip hop, ลำดับความ

2:50

นอกจากเพลงฮิปฮอปแล้ว

Adam also loves rock and roll music

2:52

Adam ยังรักดนตรีร็อกแอนด์โรลด้วย

and, like me, is a big fan of The Rolling Stones, วลี

2:54

และเช่นเดียวกับฉัน เขาเป็นแฟนตัวยงของ The Rolling Stones

ลำดับความ

As well as hip hop: เพิ่มข้อมูลด้วย As well as + คำนาม

As well as hip hop อยู่ต้นประโยคเพื่อย้ำถึงความสนใจอย่างหนึ่งของ Adam ก่อน จากนั้นอนุประโยคหลักจึงเพิ่มอีกอย่างว่า Adam ชอบร็อกแอนด์โรลด้วย ในที่นี้มีความหมายว่า “นอกจากฮิปฮอปแล้ว” ใช้ As well as + นามวลีหรือรูป -ing หน้าอนุประโยค เมื่อต้องการให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญอยู่ในอนุประโยคที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้ As well as + the piano เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, Leo also plays the guitar.

ดูคำตอบ

As well as the piano

วลี

is a big fan of The Rolling Stones: การใช้ be a big fan of

Be a big fan of someone or something หมายถึงชอบ ชื่นชม หรือสนับสนุนบุคคลหรือสิ่งนั้นมาก ในประโยคนี้ Adam ชอบวง The Rolling Stones มาก โครงสร้างคือ be + a big fan of + คำนาม คำว่า big เน้นระดับความชอบ ส่วน fan ในที่นี้หมายถึงผู้สนับสนุนหรือผู้ชื่นชอบอย่างมาก ไม่ใช่เครื่องที่ทำให้อากาศเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ be a big fan of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nora loves basketball. Nora ____ basketball.

ดูคำตอบ

is a big fan of

whose singer Mick Jagger ไวยากรณ์

2:57

ซึ่งนักร้องนำอย่าง Mick Jagger

and guitar player Keith Richards

2:58

และมือกีตาร์ Keith Richards

are two of the most successful songwriters ever.

3:00

คือสองในนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ไวยากรณ์

whose singer ... and guitar player ...: ใช้ whose แบบคำสัมพันธ์เพื่อบอกสมาชิกของวง

Whose ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์ที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับ The Rolling Stones ในที่นี้ whose หมายถึง “ของวงนั้น” กล่าวคือ นักร้องนำของวงคือ Mick Jagger และมือกีตาร์คือ Keith Richards จากนั้นอนุประโยคบอกว่าทั้งสองคนเป็นนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก Whose ที่เป็นคำสัมพันธ์ไม่ได้ใช้กับคนเท่านั้น แต่ยังย้อนกลับไปอ้างถึงคำนามที่ไม่ใช่คนได้ด้วย โดยเชื่อมทีม องค์กร สถานที่ หรือสิ่งของเข้ากับสมาชิก ส่วนประกอบ หรือลักษณะของสิ่งนั้น เช่น a school whose students... หรือ a house whose roof... ในที่นี้ไม่ได้เป็นคำถามที่หมายถึง “นี่เป็นของใคร”

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ whose เชื่อมโรงเรียนกับนักเรียนของโรงเรียนนั้นได้ถูกต้อง

  1. We visited a school whose students had won the competition.
  2. We visited a school who students had won the competition.
  3. We visited a school who's students had won the competition.
ดูคำตอบ

We visited a school whose students had won the competition.

Here, Adam tells BBC Radio 4's Word of Mouth

3:04

ตรงนี้ Adam เล่าให้รายการ Word of Mouth ทางวิทยุ BBC Radio 4 ฟังว่า

how the rock stars work together to write ไวยากรณ์

3:07

ร็อกสตาร์เหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อแต่งเพลง

some of the best known songs in rock and roll history. การใช้คำ

3:09

ที่รู้จักกันดีที่สุดในประวัติศาสตร์ร็อกแอนด์โรล

ไวยากรณ์

how the rock stars work together to write: ลำดับคำแบบบอกเล่าในอนุประโยค how

How the rock stars work together to write... เป็นอนุประโยคเนื้อหาที่ตามหลัง tells โดยบอกสิ่งที่ Adam อธิบาย นั่นคือวิธีที่นักดนตรีร่วมมือกัน ส่วน to write แสดงจุดประสงค์ของการทำงานร่วมกัน เนื่องจากอนุประโยคนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อความบอกเล่า ไม่ใช่คำถามตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how + ประธาน + กริยา ดังนั้นใช้ how the rock stars work ไม่ใช่ how do the rock stars work รูปแบบเดียวกันนี้ใช้หลัง explain, show, describe และ tell ได้

แบบฝึกหัด

เรียง how, the machine และ works ให้เป็นอนุประโยคเนื้อหา: The guide explained ____.

ดูคำตอบ

how the machine works

การใช้คำ

some of the best known songs in rock and roll history: เพลงบางเพลงที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ร็อกแอนด์โรล

โครงสร้าง some of the + คำบรรยายขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ ใช้เลือกเพียงบางส่วนจากกลุ่มที่คำขั้นสูงสุดนั้นกล่าวถึง ในที่นี้ some of the best known songs หมายถึงเพลงหลายเพลงจากกลุ่มเพลงที่ผู้คนรู้จักกันอย่างกว้างขวางที่สุด best known บอกระดับความมีชื่อเสียง ไม่ได้บอกคุณภาพ กล่าวคือมีผู้คนจำนวนมากรู้จักเพลงเหล่านี้ ส่วน in rock and roll history จำกัดขอบเขตของคำกล่าวนี้ไว้ที่ประวัติศาสตร์ร็อกแอนด์โรล

แบบฝึกหัด

some of the best known songs มีความหมายตรงที่สุดว่าอะไร?

  1. เพลงบางเพลงที่อยู่ในกลุ่มเพลงซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด
  2. เพลงที่แทบไม่มีใครรู้จัก
  3. เพลงที่มีคุณภาพสูงที่สุดอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

เพลงบางเพลงที่อยู่ในกลุ่มเพลงซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด

Often, Keith Richards

3:12

บ่อยครั้งที่ Keith Richards

would would go on uh one of his historic benders

3:14

จะ จะไป เอ่อ ไปดื่มเหล้าเมาหยำเปครั้งประวัติศาสตร์ของเขา (benders)

and and wake up with a recording device next to him วลี

3:18

และ และตื่นขึ้นมาพร้อมกับเครื่องบันทึกเสียงข้างๆ ตัว

in the morning where he had put the melody down กริยาวลี

3:23

ในตอนเช้า ซึ่งเขาได้อัดทำนองเอาไว้

วลี

wake up with ... next to him: ตื่นขึ้นมาโดยมีบางสิ่งอยู่ข้างตัวเขา

ใน wake up with a recording device next to him คำว่า with นำเข้าสู่สถานการณ์ที่มีอยู่แล้วตอนที่เขาตื่น กล่าวคืออุปกรณ์บันทึกเสียงอยู่ข้างตัวเขา ส่วน next to him บอกตำแหน่งของอุปกรณ์ โครงสร้าง wake up with + นามวลี ใช้บรรยายความรู้สึก อาการ หรือสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ตอนตื่นได้ เช่น wake up with a headache ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของอีกชิ้นนั้นตื่นขึ้นมาด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ wake up with เติมประโยคให้สมบูรณ์: After a restless night, Maya ____ a headache.

ดูคำตอบ

woke up with

for a song

3:25

สำหรับเพลงสักเพลง

กริยาวลี

had put the melody down: ได้บันทึกไอเดียทำนองไว้แล้ว

ในบริบทของการแต่งเพลงนี้ put the melody down หมายถึงบันทึกทำนองไว้เพื่อไม่ให้สูญหาย อาจเป็นการเขียนเป็นโน้ตดนตรีหรืออัดเสียงก็ได้ ประโยคนี้ไม่ได้ระบุว่าใช้วิธีใด ในที่นี้ down เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้บอกทิศทาง had put เป็นรูป past perfect ซึ่งแสดงว่าการบันทึกเสร็จสิ้นก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีตของเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นไว้ในรูป past perfect: Before the composer left the studio, she ____ so she would not forget it.

ดูคำตอบ

had put the melody down

and had the chord structure and everything in place วลี

3:26

และมีโครงสร้างคอร์ดรวมถึงทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว

วลี

had the chord structure and everything in place: โครงสร้างคอร์ดและทุกอย่างพร้อมแล้ว

Have something in place หมายถึงมีการจัด วางระบบ หรือเตรียมสิ่งนั้นไว้พร้อมแล้ว ในที่นี้ โครงสร้างคอร์ดและส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับเพลงได้รับการจัดเตรียมไว้เพียงพอที่จะทำงานขั้นต่อไป In place บอกถึงสภาพที่พร้อม ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพเท่านั้น ส่วน everything เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้รวมองค์ประกอบทางดนตรีอื่น ๆ ที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'We have everything in place for the school concert,' คำว่า have everything in place หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งของทุกชิ้นอยู่ในจุดทางกายภาพเดียวกัน
  2. การเตรียมการที่จำเป็นทั้งหมดพร้อมแล้ว
  3. การเตรียมงานยังไม่เริ่มขึ้น
ดูคำตอบ

การเตรียมการที่จำเป็นทั้งหมดพร้อมแล้ว

and he might take that to Mick วลี

3:28

แล้วเขาก็อาจจะเอามันไปให้ Mick

วลี

he might take that to Mick: นำไอเดียไปเสนอให้ใครสักคน

ในที่นี้ that หมายถึงทำนองและโครงสร้างคอร์ดที่ Keith คิดขึ้น He might take that to Mick หมายถึงเขาอาจนำไอเดียทางดนตรีนั้นไปเสนอให้ Mick ฟัง พูดคุย หรือพัฒนาต่อ take จึงไม่ได้หมายถึงการขนย้ายสิ่งของจริงเท่านั้น โครงสร้าง take + something + to + someone มักใช้เมื่อเสนอไอเดีย ร่างงาน ข้อเสนอ หรือปัญหาให้ใครสักคนตรวจสอบ ให้คำแนะนำ อนุมัติ หรือดำเนินการต่อ

แบบฝึกหัด

ใช้ the proposal และ the committee ตามโครงสร้าง take + object + to + person เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We should ____ before Friday.

ดูคำตอบ

take the proposal to the committee

and Mick would would listen through กริยาวลี

3:30

และ Mick ก็จะ จะฟังจนจบ

and he would he would write lyrics

3:33

และเขา เขาจะแต่งเนื้อร้อง

กริยาวลี

listen through: ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

ในการใช้แบบนี้ listen through หมายถึงฟังเสียงตั้งแต่ต้นจนจบ ในประโยคนี้เราเข้าใจจากบริบทว่าฟังอะไร โดย Mick ฟังเนื้อหาทางดนตรีให้จบก่อนเขียนเนื้อเพลง through แสดงว่าฟังจนครบ ไม่ได้หมายความว่าเสียงเคลื่อนผ่านสถานที่หนึ่ง สามารถระบุสิ่งที่ฟังต่อท้ายได้ เช่น listen through the whole recording อีกสำนวนที่เป็นธรรมชาติคือ listen to the whole recording all the way through

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ”: Before giving feedback, please ____ the whole recording.

ดูคำตอบ

listen through

and and in Mick's mind, วลี

3:35

และ และในความคิดของ Mick

as he said in an interview once,

3:37

อย่างที่เขาเคยกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์หนึ่งว่า

he would impose his melodies วลี

3:38

เขาจะใส่ทำนองของเขา

as a singer on Keith's chord structure.

3:41

ในฐานะนักร้องทับลงบนโครงสร้างคอร์ดของ Keith

วลี

in Mick's mind: บอกมุมมองของมิก

in Mick's mind ทำหน้าที่บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นความเข้าใจหรือภาพในใจของมิกเอง ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “ในมุมมองของมิก” ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง in someone's mind อาจหมายถึงความเชื่อ การตีความ หรือภาพสถานการณ์ที่คนนั้นจินตนาการไว้ตามบริบท สำนวนนี้บอกว่าข้อความนั้นถูกมองผ่านมุมมองส่วนตัวของใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in someone's mind เพื่อบอกมุมมองของบุคคลนั้นเอง

  1. Leo changed his mind and rejected the plan.
  2. The plan is on Leo's mind, so he keeps thinking about it.
  3. In Leo's mind, the plan is already a success.
ดูคำตอบ

In Leo's mind, the plan is already a success.

วลี

impose his melodies ... on Keith's chord structure: บังคับใส่ทำนองลงบนโครงสร้างคอร์ด

โครงสร้าง impose X on Y หมายถึงการบังคับ กดดัน หรือนำ X ไปใช้กับ Y แทนที่จะปล่อยให้ Y พัฒนาหรือเลือกอย่างอิสระ ในที่นี้ X คือ his melodies และ Y คือ Keith's chord structure ส่วน as a singer ระบุว่ามิกนำทำนองเหล่านั้นมาในบทบาทนักร้อง คำกริยานี้เพิ่มความหมายเรื่องแรงกดดันหรือการควบคุมฝ่ายเดียว ประโยคนี้นำเสนอว่าทำนองถูกนำไปใส่ในกรอบคอร์ดที่มีอยู่แล้ว และสื่อถึงความตึงเครียดระหว่างแนวทางสร้างสรรค์สองแบบ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มทำนองอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง impose X on Y โดยใช้ strict rules เป็น X: The director tried to ____ the entire team.

ดูคำตอบ

impose strict rules on

So, there would be this give and take, สำนวน

3:43

ดังนั้น มันจะมีการประนีประนอมกันแบบนี้ (give and take)

this tension.

3:45

มีความตึงเครียดแบบนี้

สำนวน

this give and take, this tension: การปรับเข้าหากันและความตึงเครียด

ในประโยคนี้ give and take เป็นสำนวนที่หมายถึงกระบวนการสองทาง แต่ละฝ่ายบอกสิ่งที่ตนต้องการ รับฟังอีกฝ่าย และปรับหรือยอมกันบ้าง ไม่ได้หมายถึงการให้และรับสิ่งของจริง ๆ วลี this tension ที่ตามมาแสดงว่ากระบวนการนี้อาจมีความเห็นไม่ตรงกันหรือแรงกดดันด้วย ผู้พูดจึงมองความร่วมมือว่าเป็นการดึงไปดึงมา ไม่ใช่ความกลมกลืนที่สมบูรณ์แบบ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงการปรับเข้าหากันของทั้งสองฝ่ายให้สมบูรณ์: A good partnership needs ____.

ดูคำตอบ

give and take

Keith Richards is famous for going on benders, สำนวน

3:46

Keith Richards ขึ้นชื่อเรื่องการดื่มเหล้าเมาหยำเป (going on benders)

a period of time spent in heavy alcohol drinking

3:50

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใช้ไปกับการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก

and non-stop partying.

3:53

และปาร์ตี้กันแบบไม่หยุดหย่อน

สำนวน

going on benders: ช่วงดื่มหนักซ้ำ ๆ

go on a bender เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงการใช้ช่วงเวลาหนึ่งดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักมาก โดยมักปาร์ตี้และควบคุมตัวเองไม่ได้ด้วย มีความหมายรุนแรงกว่าการออกไปดื่มเพียงเล็กน้อยมาก going on benders ใช้ benders ในรูปพหูพจน์ จึงชี้ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้มากกว่าหนึ่งครั้งหรือเกิดซ้ำเป็นรูปแบบ วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายความหมายของสำนวนนี้ในประโยค

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ "He went on a bender" มากที่สุด

  1. He spent several days drinking heavily and partying.
  2. He had one soft drink with dinner.
  3. He stayed home to rest for the weekend.
ดูคำตอบ

He spent several days drinking heavily and partying.

During these, he often thought up กริยาวลี

3:55

ในช่วงเวลาเหล่านี้ เขามักจะคิดค้น

the chord structure for a song.

3:57

โครงสร้างคอร์ดสำหรับเพลง

กริยาวลี

often thought up: มักคิดแนวคิดขึ้นมา

thought up เป็นรูปอดีตของ think up ในที่นี้หมายถึงการสร้างบางอย่างขึ้นในความคิด เขาคิดโครงสร้างคอร์ดขึ้นมาเป็นแนวคิด คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้ ดังนั้น thought up จึงมีความหมายมากกว่า thought ที่ใช้ตามลำพัง often บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ think up + แนวคิด ชื่อ แผน คำอธิบาย หรือสิ่งอื่นที่เกิดจากการคิด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ think up เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the party, Amir ____ a fun game for everyone.

ดูคำตอบ

thought up

A chord is three or more musical notes played together.

3:59

คอร์ด (chord) คือโน้ตดนตรีสามตัวขึ้นไปที่เล่นพร้อมกัน

So, a chord structure is a sequence of chords การใช้คำ

4:03

ดังนั้น โครงสร้างคอร์ด (chord structure) จึงเป็นลำดับของคอร์ด

played one after the other. วลี

4:06

ที่เล่นต่อเนื่องกันไป

การใช้คำ

chord structure: ลำดับคอร์ดที่จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ

ส่วนที่เน้นเป็นการให้คำจำกัดความของ chord structure ในบริบทดนตรีนี้ chord คือโน้ตตั้งแต่สามตัวขึ้นไปที่เล่นพร้อมกัน ส่วน chord structure คือลำดับที่เกิดจากการเล่นคอร์ดหลายคอร์ดต่อกันทีละคอร์ด คำนี้อธิบายการจัดเรียงคอร์ด ไม่ใช่การจัดเนื้อเพลง So เชื่อมคำจำกัดความนี้กับประโยคก่อนหน้า รูปแบบ A is B บอกผู้ฟังโดยตรงว่าคำศัพท์หนึ่งมีความหมายว่าอะไร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ chord structure หมายถึงอะไร

  1. การจัดเรียงคำในเนื้อเพลง
  2. ลำดับที่เป็นระเบียบในการเล่นคอร์ดหลายคอร์ด
  3. โน้ตดนตรีเพียงตัวเดียวที่เล่นตามลำพัง
ดูคำตอบ

ลำดับที่เป็นระเบียบในการเล่นคอร์ดหลายคอร์ด

วลี

played one after the other: เล่นต่อกันทีละอย่าง

one after the other หมายถึงสิ่งหรือการกระทำหลายอย่างที่คล้ายกันเกิดขึ้นตามลำดับ คืออย่างแรก แล้วอย่างถัดไป และต่อไปเรื่อย ๆ ในที่นี้ played one after the other หมายความว่าคอร์ดถูกเล่นตามลำดับ ไม่ได้เล่นพร้อมกันทั้งหมด วลีนี้เน้นลำดับที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ได้หมายเพียงว่าสิ่งหนึ่งเกิดหลังจากเวลาใดเวลาหนึ่งหรือเหตุการณ์เดียวเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่านักดนตรีเดินขึ้นเวทีทีละคนตามลำดับ

  1. The musicians walked onto the stage all at once.
  2. The musicians walked onto the stage one after the other.
  3. The musicians walked onto the stage after the concert.
ดูคำตอบ

The musicians walked onto the stage one after the other.

Later, Mick Jagger would listen to the music

4:07

ต่อมา Mick Jagger ก็จะฟังดนตรี

Keith had thought up and write lyrics to match. วลี

4:10

ที่ Keith คิดขึ้นมาและแต่งเนื้อร้องให้เข้ากัน

วลี

write lyrics to match: เขียนเนื้อเพลงให้เข้ากับดนตรี

write lyrics to match หมายถึงเขียนเนื้อเพลงให้เข้ากับดนตรีที่กล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้ match เป็นคำกริยาที่หมายถึงเข้ากันหรือเหมาะกัน ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันกีฬา to match ซึ่งเป็นรูป infinitive บอกผลที่ต้องการ คือเนื้อเพลงใหม่ควรเข้ากับดนตรี เนื่องจากส่วนก่อนหน้าบอกชัดแล้วว่าต้องเข้ากับดนตรี จึงละกรรมได้ ในที่นี้ to match จึงหมายถึง to match the music

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย infinitive สองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงเข้ากับบัตรเชิญ: The invitation is blue, so choose an envelope ____.

ดูคำตอบ

to match

Adam describes this relationship as give and take,

4:13

Adam อธิบายความสัมพันธ์นี้ว่าเป็นการให้และรับ (give and take)

a compromise

4:17

การประนีประนอม

where you're willing to accept วลี

4:17

ซึ่งคุณเต็มใจที่จะยอมรับ

suggestions from another person

4:19

ข้อเสนอแนะจากอีกคนหนึ่ง

วลี

be willing to accept suggestions: เต็มใจรับข้อเสนอแนะ

be willing to do something หมายถึงเต็มใจหรือมีท่าทีพร้อมที่จะทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ you're willing to accept suggestions หมายถึงคุณเปิดใจรับข้อเสนอแนะจากอีกคนหนึ่ง โครงสร้างคือ be willing to + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้บอกความเต็มใจ ไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้ว การเต็มใจรับข้อเสนอแนะจึงไม่ได้หมายความว่าคุณยอมรับไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ willing และคำที่ถูกต้องซึ่งต้องตามหลังมา: Nora is ____ accept her partner's suggestion.

ดูคำตอบ

willing to

and give up some ideas of your own. กริยาวลี

4:20

และละทิ้งไอเดียบางอย่างของตัวคุณเองไป

กริยาวลี

give up some ideas of your own: ยอมละทิ้งความคิดบางอย่างของตัวเอง

ในที่นี้ give up หมายถึงเลิกยึดถือหรือยืนกรานในบางสิ่ง Give up some ideas of your own หมายถึงยอมปล่อยความคิดของตัวเองบางอย่าง แทนที่จะเรียกร้องให้ใช้ทุกความคิดของตน Of your own ชี้ว่าความคิดเหล่านั้นเป็นของคุณ วลีนี้กล่าวถึงการประนีประนอม ไม่ได้หมายถึงการมอบความคิดให้คนอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย give up: To reach a compromise, we may have to ____ some ideas of our own.

ดูคำตอบ

give up

Mick and Keith's legendary friendship สำนวน

4:22

มิตรภาพระดับตำนานของ Mick และ Keith

has certainly been up and down over the years

4:24

ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างแน่นอนตลอดหลายปี

สำนวน

friendship has been up and down: มิตรภาพที่มีทั้งช่วงดีและช่วงยากลำบาก

ในประโยคนี้ the friendship has been up and down หมายถึงมิตรภาพนั้นเคยผ่านทั้งช่วงที่ดีและช่วงที่ยากลำบาก up and down ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นลงในพื้นที่ has been แสดงว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติมิตรภาพที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ส่วน certainly แสดงว่าผู้พูดมั่นใจอย่างมากกับคำบรรยายนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ up and down ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อพูดถึงผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลง?

  1. The lift went up and down between the floors.
  2. The team's season has been up and down, with both big wins and tough losses.
  3. We walked up and down the beach before lunch.
ดูคำตอบ

The team's season has been up and down, with both big wins and tough losses.

and there's no doubt วลี

4:27

และไม่ต้องสงสัยเลยว่า

they've written some of the best rock songs ever.

4:28

พวกเขาได้แต่งเพลงร็อกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

วลี

there's no doubt: แสดงความมั่นใจอย่างมาก

There's no doubt ใช้นำข้อความที่ผู้พูดเชื่อว่าเป็นความจริงอย่างแน่นอน โครงสร้างเต็มคือ there's no doubt (that) + อนุประโยค โดยในตัวอย่างละ that ไว้หน้า they've written No doubt หมายถึงข้อสงสัยถูกตัดออกไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่ายังมีข้อสงสัยอยู่ วลีนี้ใช้ยืนยันความคิดเห็นหรือข้อสรุปอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งแสดงความมั่นใจอย่างมาก: ____ that Maya knows the answer.

ดูคำตอบ

There's no doubt

But have they been top วลี

4:31

แต่พวกเขาเคยอยู่อันดับสูงสุดไหม

when it comes to number one hits?

4:33

เมื่อพูดถึงเพลงฮิตอันดับหนึ่ง?

วลี

top when it comes to number one hits: จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบ

ในคำถามนี้ when it comes to number one hits จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่ด้านเดียว คือเพลงที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่ง ผู้พูดกำลังถามว่าพวกเขาอยู่ในอันดับสูงสุดของหมวดนี้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าพวกเขาดีที่สุดในทุกด้านหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ when it comes to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing หมายถึงเมื่อพิจารณาหัวข้อหรือด้านนี้ โดย comes to ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่มายังสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย when it comes to: ____ solving puzzles, Maya is the fastest in our group.

ดูคำตอบ

When it comes to

It's time to reveal the answer to my question. ลำดับความ

4:35

ถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของฉันแล้ว

ลำดับความ

It's time to reveal the answer: ส่งสัญญาณเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

It's time to reveal the answer ทำหน้าที่เป็นประโยคเปลี่ยนช่วง โดยบอกผู้ฟังว่าช่วงคำถามและการสนทนากำลังจบลง และกำลังเข้าสู่ช่วงเฉลยคำตอบ รูปแบบ It's time to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ประกาศการกระทำถัดไป ในที่นี้ reveal หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปิดโปงความลับร้ายแรง

แบบฝึกหัด

แบบทดสอบจบแล้ว เติมประโยคเปลี่ยนช่วงของพิธีกรด้วย time to reveal: It's ____ the answer to today's quiz.

ดูคำตอบ

time to reveal

Yes, you asked who's had the most number one hits

4:38

ใช่ คุณถามว่าใครมีเพลงฮิตอันดับหนึ่งมากที่สุด

in the UK music charts

4:41

ในชาร์ตเพลงของสหราชอาณาจักร

and I said it was Elvis Presley.

4:43

และฉันตอบว่าเป็น Elvis Presley

Which was the correct answer, Neil.

4:47

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้องเลย นีล

With 21 number one hits, ไวยากรณ์

4:49

ด้วยเพลงฮิตอันดับหนึ่ง 21 เพลง

Elvis, the King of Rock and Roll,

4:52

Elvis ราชาเพลงร็อกแอนด์โรล

is the most successful chart topper, การใช้คำ

4:54

จึงเป็นผู้ขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ตที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

ไวยากรณ์

With 21 number one hits, ...: วลี with ที่วางไว้ต้นประโยค

วลี With 21 number one hits ที่ต้นประโยคให้ข้อมูลเป็นตัวเลขเพื่อสนับสนุนข้อความหลักเกี่ยวกับ Elvis ความหมายโดยประมาณคือ “มีเพลงฮิตอันดับหนึ่ง 21 เพลง” หรือ “เพราะเขามีเพลงฮิตอันดับหนึ่ง 21 เพลง” โครงสร้าง With + นามวลี, + ประโยคหลัก ใช้นำข้อเท็จจริง ลักษณะ หรือเงื่อนไขของประธานมาบอกก่อนข้อความหลัก ในที่นี้ with แสดงถึงผลงานที่ Elvis มี ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ด้วยกันกับเพลงเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี with ที่ต้นประโยคเพื่อให้ข้อเท็จจริงซึ่งสนับสนุนการประเมินในประโยคหลัก

  1. The house has four bedrooms, and a large family likes it.
  2. Along with her cousin, Mia toured the house.
  3. With four bedrooms, the house is ideal for a large family.
ดูคำตอบ

With four bedrooms, the house is ideal for a large family.

การใช้คำ

is the most successful chart topper: ความหมายของ chart topper

ในบริบทดนตรีนี้ chart topper หมายถึงศิลปินหรือผลงานที่ขึ้นถึงอันดับสูงสุดของชาร์ตความนิยมหรือยอดขาย เนื่องจากประธานคือ Elvis คำนี้จึงหมายถึงตัวศิลปิน ไม่ใช่เพลงหรืออัลบั้ม the most successful เป็นรูปขั้นสูงสุด โดยเปรียบเทียบ Elvis กับคนอื่นในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง และบอกว่าเขามีผลงานบนชาร์ตโดดเด่นที่สุด chart topper เป็นคำเกี่ยวกับการจัดอันดับ ไม่ได้หมายถึงคนที่ยืนอยู่บนแผนภูมิจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้คำนามจากบทเรียนสำหรับเพลงที่ขึ้นถึงอันดับสูงสุดของการจัดอันดับ: The band's new single became a ____ within a week.

ดูคำตอบ

chart topper

followed by The Beatles with 17 number ones วลี

4:56

ตามมาด้วย The Beatles ที่มี 17 เพลงอันดับหนึ่ง

วลี

followed by The Beatles with 17 number ones: รายการถัดไปในการจัดอันดับ

ในที่นี้ followed by The Beatles หมายความว่า The Beatles อยู่ถัดจากศิลปินที่กล่าวถึงก่อนหน้าในการจัดอันดับ เป็นรูปประโยคถูกกระทำที่ย่อมาจาก “the first artist is followed by The Beatles.” รูปนี้ใช้บอกลำดับ ไม่ได้หมายถึงคนที่เดินตามหลังกันจริง ๆ with 17 number ones บอกผลงานของ The Beatles ในการจัดอันดับนี้ว่า มีผลงาน 17 ชิ้นที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่ง รูปแบบ with + ผลลัพธ์หรือตัวเลขใช้เพิ่มจำนวนของรายการนั้นในการจัดอันดับ

แบบฝึกหัด

ในประโยคจัดอันดับ “Aisha came first, followed by Ben,” followed by Ben หมายความว่าอะไร

  1. Ben เดินตามหลัง Aisha
  2. Ben อยู่ในอันดับถัดไป
  3. Ben เลียนแบบการกระทำของ Aisha
ดูคำตอบ

Ben อยู่ในอันดับถัดไป

and further down the list, วลี

4:59

และไล่ลงมาในรายชื่อก็คือ

The Rolling Stones with eight.

5:00

The Rolling Stones ที่มีแปดเพลง

วลี

further down the list: ตำแหน่งที่ต่ำกว่าในรายชื่อที่มีลำดับ

further down the list หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ถัดไปหรืออยู่ต่ำกว่าในรายชื่อ และอยู่ห่างจากส่วนบนมากกว่ารายการที่กล่าวถึงไปแล้ว further เพิ่มความหมายว่าอยู่ไกลออกไปอีกภายในลำดับนั้น down ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยนึกว่ารายชื่อเรียงจากบนลงล่าง วลีนี้บอกตำแหน่งโดยเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกอันดับที่แน่นอนหรือการเคลื่อนไหวจริง

แบบฝึกหัด

further down the list ใน “Further down the list, we find another candidate” หมายความว่าอะไร

  1. อยู่บนสุดของรายชื่อ
  2. อยู่ในตำแหน่งที่ถัดไปหรือต่ำกว่าในรายชื่อ
  3. อยู่บนพื้นใต้รายชื่อ
ดูคำตอบ

อยู่ในตำแหน่งที่ถัดไปหรือต่ำกว่าในรายชื่อ

Okay, let's recap the vocabulary we've learned, ลำดับความ

5:02

โอเค เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้กัน

starting with earworm,

5:04

เริ่มจากเพลงติดหู (earworm)

ลำดับความ

“Okay, let's recap ...” เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงทบทวน

Okay เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนไปสู่อีกช่วงหนึ่ง ส่วน let's recap the vocabulary we've learned บอกผู้ฟังว่ากำลังจะเริ่มการทบทวนสั้น ๆ เมื่อใช้ร่วมกัน ประโยคนี้จึงพารายการจากการนำเสนอเนื้อหาไปสู่การทบทวนคำสำคัญอย่างเป็นธรรมชาติ Let's recap + หัวข้อ หมายถึง “มาทบทวนประเด็นสำคัญของหัวข้อนั้นแบบสั้น ๆ กันเถอะ” recap ในที่นี้เป็นคำกริยาที่ย่อมาจาก recapitulate ไม่ใช่ re + cap ในความหมายว่าใส่หมวกอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ใช้ let's recap เพื่อเริ่มการทบทวนสั้น ๆ: Before we move on, ____ the main points.

ดูคำตอบ

let's recap

a song that you can't stop hearing

5:06

เพลงที่คุณหยุดฟังไม่ได้

over and over in your head.

5:08

ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวของคุณ

A nostalgic streak

5:09

ความรู้สึกโหยหาอดีต (nostalgic streak)

is an affectionate or bittersweet feeling

5:11

คือความรู้สึกผูกพันหรือรู้สึกสุขปนเศร้า

you have for a happy time in the past.

5:13

ที่คุณมีต่อช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต

A tastemaker

5:16

ผู้สร้างรสนิยม (tastemaker)

is a person that influences

5:17

คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อ

what people think is popular

5:18

สิ่งที่ผู้คนคิดว่าเป็นที่นิยม

or fashionable at the moment.

5:20

หรือเป็นแฟชั่นในขณะนั้น

If you go on a bender,

5:22

หากคุณไปเมาหยำเป (go on a bender)

you spend time drinking alcohol heavily.

5:23

คุณจะใช้เวลาไปกับการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก

A chord structure

5:26

โครงสร้างคอร์ด (chord structure)

is a sequence of musical chords.

5:27

คือลำดับของคอร์ดดนตรี

And finally,

5:29

และสุดท้าย

give and take between two people

5:30

การถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน (give and take) ระหว่างคนสองคน

is a compromise

5:32

คือการประนีประนอม

in which they are willing to accept

5:33

ที่พวกเขาเต็มใจยอมรับ

suggestions from each other

5:34

ข้อเสนอแนะจากกันและกัน

and give up some of their own ideas.

5:36

และละทิ้งไอเดียบางส่วนของตัวเองไป

Don't forget that there is more to ไวยากรณ์

5:39

อย่าลืมว่ายังมีอะไรอีกมากมายใน

BBC Learning English than Six Minute English.

5:41

BBC Learning English มากกว่าแค่ Six Minute English

ไวยากรณ์

“There is more to X than Y”: X ไม่ได้มีแค่ Y

Don't forget that ทำให้ข้อความต่อมาเป็นคำเตือนให้จำไว้ There is more to X than Y หมายความว่า X ยังมีส่วน คุณสมบัติ หรือความเป็นไปได้อื่นนอกเหนือจาก Y ในที่นี้ Six Minute English เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ BBC Learning English ไม่ใช่ทั้งหมด ในโครงสร้างนี้ X คือสิ่งที่มีขอบเขตกว้างกว่า ส่วน Y คือส่วนที่รู้จักอยู่แล้วหรือเห็นได้ชัด more to ไม่ได้แปลว่า “ให้มากขึ้นแก่” แต่ทั้งโครงสร้างชวนให้ผู้ฟังมองว่า X กว้างหรือซับซ้อนกว่า Y

แบบฝึกหัด

ใช้ There is more to X than Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: There is ____ this book than its cover.

ดูคำตอบ

more to

Why not try to improve your vocabulary น้ำเสียง/เจตนา

5:44

ทำไมไม่ลองพัฒนาคำศัพท์ของคุณ

through the language in news headlines?

5:46

ผ่านภาษาในหัวข้อข่าวโลกล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why not try...?: การเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน...? เป็นการเสนอแนะในรูปคำถาม ในประโยคนี้หมายถึง “ลองทำดูน่าจะเป็นความคิดที่ดี” ไม่ได้ถามหาเหตุผลจริง ๆ หลัง not ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน try โดยตรง ส่วน to ใน to improve เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง try to do something ไม่ได้เป็นส่วนของ Why not

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำที่นุ่มนวลโดยใช้ Why not + take: ____ a short break before the next task?

ดูคำตอบ

Why not take

Try the News Review video

5:49

ลองชมวิดีโอ News Review

on our website

5:50

บนเว็บไซต์ของเรา

or download the podcast.

5:51

หรือดาวน์โหลดพอดแคสต์สิ

And of course,

5:53

และแน่นอน

we have a free app.

5:54

เรามีแอปพลิเคชันฟรี

It's full of useful programs วลี

5:55

ซึ่งเต็มไปด้วยรายการที่มีประโยชน์

and activities

5:57

และกิจกรรมต่างๆ

to help you improve your English.

5:58

ที่จะช่วยให้คุณพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ

วลี

be full of... + to help...: บอกเนื้อหาและวัตถุประสงค์

คำว่า It หมายถึงแอปฟรีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ be full of + กลุ่มคำนาม หมายถึง “มีบางสิ่งอยู่มาก” ในที่นี้แอปมีโปรแกรมและกิจกรรมที่มีประโยชน์จำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งของอัดแน่นอยู่จริง ๆ to help you improve your English บอกว่าโปรแกรมและกิจกรรมเหล่านั้นมีไว้เพื่ออะไร หลัง help + บุคคล คำกริยาถัดไปใช้รูปพื้นฐานได้ ดังนั้น help you improve จึงเป็นธรรมชาติ ส่วน Help you to improve ก็ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ be full of และ to help เติมคำอธิบายให้สมบูรณ์: The website ____ short lessons ____ beginners learn.

ดูคำตอบ

is full of · to help

Once again, ลำดับความ

6:00

เอาล่ะ อีกครั้งหนึ่ง

our six minutes are up.

6:01

เวลาหกนาทีของเราหมดลงแล้ว

ลำดับความ

Once again, our six minutes are up: สัญญาณบอกว่าเวลาสิ้นสุดแล้ว

Our six minutes are up หมายความว่าเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สำหรับรายการสิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ up หมายถึงไม่มีเวลาเหลือ ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดเคลื่อนขึ้นด้านบน ส่วนนี้ของประโยคเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าช่วงหนึ่งของรายการกำลังจะจบลง Once again บอกว่าเรามาถึงจุดสิ้นสุดเดิมอีกครั้ง เหมือนที่เกิดขึ้นในแต่ละตอนของรายการที่มีความยาวคงที่ เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้ใช้ปิดการสนทนาและพาผู้ฟังเข้าสู่ช่วงจบ

แบบฝึกหัด

เติมสัญญาณบอกเวลาสิ้นสุดด้วยสำนวนที่ถูกต้องจากบทเรียนนี้: Our six minutes ____.

ดูคำตอบ

are up

Bye for now.

6:02

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

6:03

ลาก่อน

Six Minute English from the BBC.

6:05

Six Minute English จาก BBC