ทำไมความรักถึงไม่เคยสวยงามอย่างที่ควรจะเป็น: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
882 คำ 166 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: ความผิดหวังในวัยผู้ใหญ่อาจเกิดจากการเปรียบเทียบความสัมพันธ์แบบตอบแทนกันกับการดูแลทางเดียวในวัยเด็ก ซึ่งพ่อแม่ซ่อนต้นทุนและความเหนื่อยล้าไว้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “was supposed to be” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เปรียบความคาดหวังในอดีตกับความจริงที่น่าผิดหวัง เพื่ออธิบายว่าประสบการณ์ต่างจากสิ่งที่เคยคิดไว้อย่างไร 2. “stumbling in the dark” — สำนวนและการเปรียบเปรย: เข้าใจภาพการคลำทางในความมืดว่าเป็นการพยายามอ่านความต้องการอันละเอียดอ่อนเมื่อข้อมูลไม่พอ ไม่ใช่การเดินจริง 3. “not because ... but because” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ปฏิเสธเหตุผลที่ดูเป็นธรรมชาติก่อน แล้วเน้นสาเหตุจริง เพื่อแก้การอธิบายที่ผิดให้ชัดเจนและมีน้ำหนัก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Often, our partner isn't necessarily being terrible in any overt way, ไวยากรณ์

0:00

บ่อยครั้ง คู่ของเราไม่ได้ทำตัวแย่ๆ อย่างเปิดเผยแต่อย่างใด

but we feel a growing sadness about the character of our relationship. การใช้คำ

0:05

แต่เรากลับรู้สึกเศร้ามากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับลักษณะความสัมพันธ์ของเรา

ไวยากรณ์

isn't necessarily: การปฏิเสธบางส่วนอย่างระมัดระวัง

ใน isn't necessarily being terrible คำปฏิเสธมีผลต่อ necessarily หมายความว่ายังไม่แน่นอนว่าคนรักกำลังทำตัวแย่ พฤติกรรมแย่ยังเป็นไปได้ แต่ผู้พูดไม่ได้มองว่าเป็นคำอธิบายที่แน่นอน โครงสร้าง be + not necessarily + ส่วนเติมเต็มใช้จำกัดข้อสรุปไม่ให้เด็ดขาดเกินไป และไม่ได้ยืนยันความหมายตรงข้าม ดังนั้น isn't necessarily terrible จึงมีน้ำหนักอ่อนกว่า definitely isn't terrible

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการมาสายอาจมีเหตุผลที่ไม่ได้เกิดจากความสะเพร่า

  1. Arriving late necessarily doesn't mean someone is careless.
  2. Arriving late necessarily means someone is careless.
  3. Arriving late doesn't necessarily mean someone is careless.
ดูคำตอบ

Arriving late doesn't necessarily mean someone is careless.

การใช้คำ

the character of our relationship: ลักษณะโดยรวมของความสัมพันธ์

character ในที่นี้หมายถึงลักษณะ คุณภาพ หรือรูปแบบโดยรวมของความสัมพันธ์ ความเศร้าเกิดจากการที่ความสัมพันธ์โดยรวมกลายเป็นแบบใด ไม่ได้หมายถึงนิสัยของคนคนหนึ่งหรือตัวละครสมมติ โครงสร้าง the character of + สิ่งที่เป็นนามธรรม เป็นวิธีค่อนข้างเป็นทางการในการบอกลักษณะสำคัญหรือบรรยากาศโดยรวมของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "The redesign changed the character of the neighborhood." character หมายถึงอะไร

  1. ลักษณะหรือบรรยากาศโดยรวมของละแวกนั้น
  2. บุคคลสมมติที่อาศัยอยู่ที่นั่น
  3. นิสัยของผู้อยู่อาศัยคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

ลักษณะหรือบรรยากาศโดยรวมของละแวกนั้น

The partner isn't as focused on us as we'd hoped. ไวยากรณ์

0:10

คู่ของเราไม่ได้ให้ความสนใจเราเท่าที่เราคาดหวังไว้

ไวยากรณ์

isn't as ... as we'd hoped: ไม่……เท่าที่เราหวังไว้

โครงสร้าง not as + adjective + as ... หมายความว่าระดับที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่าเกณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ พันธมิตรให้ความสำคัญกับเราน้อยกว่าระดับที่เราคาดหวัง As we'd hoped หมายถึง as we had hoped ความหวังเกิดขึ้นก่อนการประเมินในปัจจุบัน และ as ตัวที่สองนำความคาดหวังก่อนหน้านั้นมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ โครงสร้างนี้เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าบางสิ่งไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง as ... as we'd hoped และคำคุณศัพท์ reliable: The new internet service isn't ____.

ดูคำตอบ

as reliable as we'd hoped

There are often times when they don't understand us properly.

0:13

มีหลายครั้งที่พวกเขาไม่เข้าใจเราอย่างถ่องแท้

They're often busy and preoccupied.

0:16

พวกเขามักจะยุ่งและมีเรื่องให้คิดเสมอ

They can be a bit offhand or abrupt. การใช้คำ

0:18

พวกเขาอาจจะดูเมินเฉยหรือห้วนๆ ไปบ้าง

การใช้คำ

a bit offhand or abrupt: ดูไม่ใส่ใจหรือห้วนไปบ้าง

ในที่นี้ offhand เป็นคำคุณศัพท์ที่บรรยายท่าทีซึ่งดูสบายเกินไปหรือไม่ใส่ใจ ราวกับว่าบุคคลนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากพอ ไม่ใช่ offhand ในความหมายคำวิเศษณ์ว่าโดยไม่ได้เตรียมตัว Abrupt ใช้บรรยายคำพูดหรือพฤติกรรมที่สั้น ฉับพลัน หรือห้วนอย่างคาดไม่ถึง คุณลักษณะสองอย่างนี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้ แต่ชี้ถึงปัญหาคนละแบบ A bit ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ให้หมายถึงค่อนข้างหรือเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำให้ความหมายเป็นบวก

แบบฝึกหัด

พนักงานให้คำตอบที่สั้นมากและฉับพลันจนฟังดูห้วน คำภาษาอังกฤษใดเหมาะที่สุด

  1. abrupt
  2. offhand
  3. thoughtful
ดูคำตอบ

abrupt

They're not hugely interested in the details of our day.

0:21

พวกเขาไม่ได้สนใจรายละเอียดในแต่ละวันของเรามากมายนัก

They call their friends rather than talk with us. ไวยากรณ์

0:24

พวกเขาโทรหาเพื่อนแทนที่จะคุยกับเรา

ไวยากรณ์

rather than: เลือกทำอย่างหนึ่งแทนอีกอย่างหนึ่ง

rather than เชื่อมสองตัวเลือกและแสดงว่าการกระทำแรกเกิดขึ้นหรือถูกเลือกแทนการกระทำที่สอง ในประโยคนี้ They เป็นประธานร่วมกัน กล่าวคือพวกเขาทำ call their friends แต่ไม่ทำ talk with us เมื่อ rather than เชื่อมวลีกริยาที่ใช้ประธานเดียวกัน รูปทางไวยากรณ์ควรขนานกัน ในที่นี้ call และ talk เป็นกริยารูปพื้นฐานทั้งคู่ ให้มอง rather than เป็นคำเชื่อมชุดเดียว เพราะ rather เพียงคำเดียวไม่ได้หมายถึง “แทนที่จะ” ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่แสดงว่าเลือกการกระทำแรกแทนการกระทำที่สอง: Leo chose to stay home ____ go to the crowded party.

ดูคำตอบ

rather than

We feel disenchanted and let down. กริยาวลี

0:27

เรารู้สึกหมดศรัทธาและผิดหวัง

กริยาวลี

feel let down: ความผิดหวังเมื่อสิ่งที่คาดหวังไม่เกิดขึ้น

ใน feel let down คำว่า let down เป็นรูป past participle ของ phrasal verb let someone down ใช้บรรยายความรู้สึกผิดหวังหรือรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เพราะบุคคล กลุ่ม หรือสถานการณ์ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ในที่นี้คำนี้เป็นส่วนเติมเต็มที่ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์หลัง feel และเชื่อมขนานกับ disenchanted ไม่ได้หมายถึงการถูกลดลงทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Nora รู้สึกผิดหวังเพราะทีมไม่เป็นไปตามความคาดหวังของเธอ

  1. Nora let the team down.
  2. Nora put the team down.
  3. Nora felt let down by the team.
ดูคำตอบ

Nora felt let down by the team.

Love was supposed to be lovely, ไวยากรณ์

0:30

ความรักควรจะเป็นสิ่งที่สวยงาม

but without any one huge thing having gone wrong, ไวยากรณ์

0:33

แต่โดยที่ไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตอะไรผิดพลาดไป

it doesn't feel much that way day-to-day.

0:36

มันกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยในแต่ละวัน

ไวยากรณ์

was supposed to be: ความคาดหวังในอดีตที่ความจริงไม่เป็นไปตามนั้น

ในประโยคนี้ was supposed to be หมายถึง “เคยถูกคาดหวังหรือจินตนาการไว้ว่าจะเป็นเช่นนั้น” ความคาดหวังนั้นมีอยู่ในอดีต กล่าวคือคาดกันว่าความรักควรให้ความรู้สึกที่สวยงาม ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย but แสดงว่าความเป็นจริงไม่ตรงกับความคาดหวังนั้น ในที่นี้วลีดังกล่าวบอกถึงสภาพที่หวังไว้หรือเป็นที่เข้าใจกันทั่วไป ไม่ใช่คำสั่งหรือหน้าที่บังคับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ was supposed to be เพื่อแสดงว่าความเป็นจริงไม่เป็นไปตามความคาดหวังในอดีต

  1. The form was supposed to be on my desk by noon because the manager ordered it.
  2. The new job was stressful from the first day.
  3. The new job was supposed to be less stressful, but I work longer hours now.
ดูคำตอบ

The new job was supposed to be less stressful, but I work longer hours now.

ไวยากรณ์

without any one huge thing having gone wrong: เหตุการณ์ก่อนหน้าที่ไม่ได้เกิดขึ้น

Without ใช้นำเข้าสถานการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้น ใน without any one huge thing having gone wrong นั้น any one huge thing เป็นประธานที่เข้าใจได้ของ having gone wrong ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่เรื่องใดเรื่องหนึ่งผิดพลาดไป Having gone wrong เป็นรูป -ing แบบสมบูรณ์ที่วางปัญหาซึ่งอาจเกิดขึ้นไว้ก่อนผลในปัจจุบันที่อธิบายด้วย it doesn't feel much that way ประเด็นสำคัญคือผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังยังคงมีอยู่ แม้ก่อนหน้านั้นจะไม่ได้เกิดหายนะที่ชัดเจนสักเรื่องเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Without the alarm having gone off, everyone still woke up on time,” วลีเปิดประโยคบอกอะไรเรา

  1. นาฬิกาปลุกดังหนึ่งครั้ง
  2. เราไม่รู้ว่านาฬิกาปลุกดังหรือไม่
  3. นาฬิกาปลุกไม่ได้ดัง
ดูคำตอบ

นาฬิกาปลุกไม่ได้ดัง

This sorrow has a paradoxical source.

0:40

ความเศร้าโศกนี้มีที่มาที่ดูย้อนแย้ง

We're upset now because at some point in the past,

0:43

เราอารมณ์เสียในตอนนี้เพราะในอดีตที่ผ่านมา

we were really rather fortunate.

0:47

เราเคยโชคดีมากๆ

We're sad because we've been lucky. ลำดับความ

0:49

เราเศร้าเพราะเราเคยโชคดีมาก่อน

ลำดับความ

We're sad because we've been lucky: บทนำเชิงปฏิทรรศน์

ประโยคนี้นำความเศร้ากับความโชคดีมาอยู่ในความสัมพันธ์แบบเหตุและผลที่ดูขัดแย้งกัน because ระบุว่าความโชคดีเป็นสาเหตุของความเศร้า จึงทำให้ความเชื่อมโยงที่ยังไม่ถูกอธิบายกลายเป็นคำถามที่ผู้ฟังคาดว่าผู้พูดจะตอบต่อไป ในที่นี้ lucky หมายถึงการได้รับการดูแลในอุดมคติในวัยเด็ก ซึ่งอาจทำให้ความคาดหวังต่อความสัมพันธ์ใกล้ชิดในวัยผู้ใหญ่สูงขึ้น ประโยคนี้ย่อข้อโต้แย้งเฉพาะดังกล่าวไว้ในบทนำเชิงปฏิทรรศน์ ไม่ได้กล่าวเป็นกฎทั่วไปว่าความโชคดีมักทำให้คนเศร้า

แบบฝึกหัด

ในข้อโต้แย้งนี้ We're sad because we've been lucky มีหน้าที่หลักในการจัดลำดับเนื้อหาอย่างไร?

  1. ประโยคนี้เสนอเป็นกฎทั่วไปว่าความโชคดีมักทำให้เกิดความเศร้า
  2. ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อจากความเศร้าไปเป็นความโชคดีที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. ประโยคนี้สร้างความขัดแย้งที่เห็นเพียงผิวเผิน ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ฟังความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลที่ซ่อนอยู่
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สร้างความขัดแย้งที่เห็นเพียงผิวเผิน ทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ฟังความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลที่ซ่อนอยู่

To explain the seeming paradox,

0:52

เพื่ออธิบายความย้อนแย้งที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้น

we need to have a look at the intimate origins of love. วลี

0:54

เราต้องดูที่มาอันลึกซึ้งของความรัก

วลี

have a look at: ใช้เกริ่นการตรวจสอบ

Have a look at เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงดู ตรวจสอบ หรือพิจารณาบางสิ่ง ในวลีนี้ look เป็นคำนามที่อยู่หลัง have และ at ใช้นำสิ่งที่ถูกตรวจสอบ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมองอย่างรวดเร็วตามความหมายตรงตัว We need to have a look at... เป็นการบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดกำลังจะสำรวจรากฐานทางจิตวิทยาของความรัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย have: Before we approve the plan, let's ____ the budget.

ดูคำตอบ

have a look at

Our idea of what a good loving relationship should be like ไวยากรณ์

0:58

ความคิดของเราที่ว่าความสัมพันธ์แห่งความรักที่ดีควรเป็นอย่างไร

and what it feels like to be loved

1:01

และการถูกรักรู้สึกอย่างไร

ไวยากรณ์

what a good loving relationship should be like ... what it feels like to be loved: อนุประโยค what แบบฝังสองส่วนที่ขนานกัน

อนุประโยค what สองส่วนที่เชื่อมด้วย and ทำหน้าที่บอกเนื้อหาของ Our idea ส่วนแรกอธิบายคุณลักษณะที่คาดหวังจากความสัมพันธ์อันเปี่ยมด้วยความรักในอุดมคติ ส่วนที่สองอธิบายประสบการณ์ของการได้รับความรัก การเชื่อมทั้งสองส่วนด้วย and จึงนำเสนอสองมิติที่ขนานกันของแนวคิดเดียวกัน เนื่องจากทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยคคำถามแบบฝัง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what a good loving relationship should be like and what it feels like to be loved ไม่สลับตำแหน่งประธานกับ should และไม่เติม does แบบที่ใช้ในคำถามโดยตรง

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมเต็มที่เป็นธรรมชาติและมีอนุประโยค what แบบฝังสองส่วน: The workshop helped us think about ____.

  1. what a supportive team should be like and what it feels like to be respected
  2. how a supportive team should be like and how it feels like to be respected
  3. what should a supportive team be like and what does it feel like to be respected
ดูคำตอบ

what a supportive team should be like and what it feels like to be respected

doesn't ever come from what we've seen in adulthood.

1:03

ไม่เคยมาจากสิ่งที่เราเห็นในวัยผู้ใหญ่เลย

It arises from a stranger,

1:07

มันเกิดขึ้นจากแหล่งที่มาที่แปลกประหลาดกว่า

more powerful source.

1:09

และทรงพลังกว่านั้น

The idea of happy coupledom

1:11

แนวคิดของการเป็นคู่รักที่มีความสุข

taps into a fundamental picture of comfort, กริยาวลี

1:13

เชื่อมโยงกับภาพพื้นฐานของความสบายใจ

deep security,

1:16

ความรู้สึกปลอดภัยอย่างลึกซึ้ง

wordless communication,

1:17

การสื่อสารแบบไร้คำพูด

and of our needs being effortlessly understood ไวยากรณ์

1:18

และความต้องการของเราที่ได้รับการเข้าใจอย่างง่ายดาย

ไวยากรณ์

our needs being effortlessly understood: อนุประโยค -ing แบบถูกกระทำ

ใน “our needs being effortlessly understood” คำว่า “our needs” เป็นประธานเชิงตรรกะของ “being understood” รูปประโยคแบบถูกกระทำแสดงว่าความต้องการเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ มีคนอื่นเข้าใจความต้องการเหล่านั้น โครงสร้าง คำนาม + being + กริยาช่อง 3 เปลี่ยนเหตุการณ์แบบถูกกระทำให้เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวอยู่หลัง “of” และบอกถึงส่วนหนึ่งของสถานการณ์ในอุดมคติที่กำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing แบบถูกกระทำของ “ignore”: The review found several cases of safety warnings ____.

ดูคำตอบ

being ignored

that comes from early childhood.

1:21

ซึ่งมาจากวัยเด็กตอนต้น

กริยาวลี

taps into: เข้าถึงและกระตุ้นทรัพยากรหรือความรู้สึกที่ลึกกว่า

ในประโยคนี้ taps into หมายถึง “เชื่อมโยงกับและกระตุ้น” ภาพทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความสบายใจและความมั่นคง แนวคิดเรื่องคู่รักที่มีความสุขมีพลังเพราะเข้าถึงความรู้สึกและความต้องการที่หยั่งรากในวัยเด็กตอนต้น ไม่ใช่เพราะไปเคาะสิ่งใดจริง ๆ โดยทั่วไป tap into + คำนาม หมายถึงการเข้าถึงแหล่งบางอย่างแล้วนำมาใช้ ปลุกให้เกิดขึ้น หรือรับประโยชน์จากมัน กรรมที่พบบ่อย ได้แก่ ประสบการณ์ ความรู้ ศักยภาพ ความต้องการ ความทรงจำ และอารมณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ taps into ในความหมายว่า “เข้าถึงหรือกระตุ้นทรัพยากรหรือความรู้สึกที่ลึกกว่า”

  1. The speaker taps on the microphone before the meeting.
  2. The report touches on three problems without exploring them.
  3. The campaign taps into people's desire to belong.
ดูคำตอบ

The campaign taps into people's desire to belong.

At the best moments of childhood,

1:25

ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัยเด็ก

if things went reasonably well,

1:27

หากสิ่งต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดีพอสมควร

a loving parent offered us extraordinary satisfaction.

1:29

พ่อแม่ที่เปี่ยมด้วยความรักได้มอบความพึงพอใจอย่างพิเศษให้กับเรา

They knew when we were hungry or tired,

1:32

พวกเขารู้ว่าเราหิวหรือเหนื่อยเมื่อไหร่

even though we couldn't usually explain. ไวยากรณ์

1:34

แม้ว่าปกติแล้วเราจะอธิบายไม่ได้ก็ตาม

ไวยากรณ์

even though สำหรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์อย่างน่าประหลาดใจ

“Even though” ใช้แสดงความยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ โดยอนุประโยคของมันกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ปกติแล้วน่าจะทำให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ยากขึ้นหรือดูน่าประหลาดใจมากขึ้น ในที่นี้ การอธิบายไม่ได้เป็นเรื่องจริง แต่ผู้ดูแลก็ยังรู้ว่าเด็ก ๆ หิวหรือเหนื่อยเมื่อไร วลีนี้วางก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้ ได้แก่ “Even though X, Y” หรือ “Y even though X” ไม่ว่าจะเรียงแบบใด X คืออุปสรรค ส่วน Y ยังคงเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดรู้ว่าแบตเตอรี่เหลือน้อย แต่โทรศัพท์กลับใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ประโยคใดนำเสนอข้อเท็จจริงที่ทราบแล้วนี้เป็นความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ?

  1. Because the battery was low, the phone lasted all day.
  2. Even if the battery was low, the phone lasted all day.
  3. Even though the battery was low, the phone lasted all day.
ดูคำตอบ

Even though the battery was low, the phone lasted all day.

We didn't need to strive.

1:37

เราไม่ต้องพยายามดิ้นรน

They made us feel completely safe.

1:39

พวกเขาทำให้เรารู้สึกปลอดภัยอย่างสมบูรณ์

We were held peacefully.

1:40

เราถูกโอบกอดอย่างสงบสุข

We were entertained and indulged.

1:42

เราได้รับความบันเทิงและการตามใจ

And even if we don't recall the explicit details,

1:45

และแม้ว่าเราจะจำรายละเอียดที่ชัดเจนไม่ได้

the experience of being cherished has made a profound impression on us. วลี

1:47

ประสบการณ์ของการถูกทะนุถนอมได้ประทับอยู่ในใจเราอย่างลึกซึ้ง

วลี

make a profound impression on someone: สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งต่อใครบางคน

ในประโยคนี้ made a profound impression on us หมายถึงประสบการณ์นั้นส่งผลต่อเราอย่างลึกซึ้งและทิ้งร่องรอยทางความคิดหรืออารมณ์ที่ยาวนาน ในที่นี้ impression ไม่ได้หมายถึงความเห็นแรกที่มีต่อบุคคล รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ make an impression on + บุคคลหรือกลุ่ม คำคุณศัพท์อย่าง profound, strong หรือ lasting วางไว้หน้า impression ส่วน made เป็นรูปอดีตของ make

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมายที่หมายถึง 'ส่งผลต่อฉันอย่างลึกซึ้งและยาวนาน': Her kindness ____ me.

ดูคำตอบ

made a profound impression on

It's planted itself in our deep minds สำนวน

1:52

มันฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของเรา

as the ideal template of what love should be.

1:55

ในฐานะรูปแบบอุดมคติของสิ่งที่ความรักควรจะเป็น

สำนวน

planted itself in our deep minds: ความคิดที่หยั่งรากในจิตใจ

คำว่า it ในที่นี้หมายถึงประสบการณ์ของการได้รับความรักและการทะนุถนอมที่กล่าวถึงก่อนหน้า Planted itself in our deep minds เป็นอุปมา โดยเปรียบประสบการณ์นั้นเป็นเมล็ดที่หยั่งรากในส่วนลึกของจิตใจซึ่งเราไม่ค่อยตระหนักถึง หมายความว่าประสบการณ์นั้นฝังแน่นและยังคงกำหนดความคาดหวังโดยที่เราไม่ต้องตั้งใจนึกถึง สรรพนามสะท้อน itself ทำให้กระบวนการดูเหมือนเกิดขึ้นเอง ไม่ใช่มีคนจงใจนำไปวางไว้ อุปมาที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ plant an idea, memory, or feeling in someone's mind หรือกล่าวว่าบางสิ่ง planted itself there

แบบฝึกหัด

planted itself หมายความว่าอะไรในประโยคนี้? The warning planted itself in Maya's mind.

  1. มันฝังแน่นอยู่ในความคิดของเธอ
  2. เธอปลูกวัตถุจริงชิ้นหนึ่ง
  3. เธอจงใจเขียนมันลงไป
ดูคำตอบ

มันฝังแน่นอยู่ในความคิดของเธอ

As adults,

1:59

เมื่อเป็นผู้ใหญ่

without really noticing,

2:00

โดยไม่ทันสังเกตจริงๆ

we continue to be enthralled to this notion of being loved, การใช้คำ

2:01

เรายังคงหลงใหลในแนวคิดของการถูกรักนี้ต่อไป

การใช้คำ

น้ำหนักเชิงวรรณกรรมของ be enthralled to this notion of being loved

ในที่นี้ be enthralled to หมายถึง “ตกอยู่ใต้อำนาจของ” หรือ “ถูกผูกมัดทางจิตใจกับ” แนวคิดเรื่องการได้รับความรักยังคงกำหนดความคาดหวังของผู้คน แม้พวกเขาจะไม่รู้ตัวก็ตาม นี่เป็นการใช้ enthralled แบบเก่าและเชิงวรรณกรรม ซึ่งเชื่อมโยงกับความหมายดั้งเดิมว่า “ตกเป็นทาสหรือถูกพันธนาการ” บุพบท to ชี้สิ่งที่คนถูกผูกมัดหรืออยู่ใต้อำนาจ ไม่ได้เพียงหมายความว่าแนวคิดนั้นน่าหลงใหล

แบบฝึกหัด

ใน “She remained enthralled to the belief that success would solve everything,” enthralled to สื่อความหมายใด?

  1. เธอเห็นว่าความเชื่อนั้นน่าสนใจเล็กน้อยแต่ไม่สำคัญ
  2. เธอยังคงถูกผูกมัดและควบคุมอย่างมากด้วยความเชื่อนั้น
  3. เธอเพิ่งได้ยินเรื่องความเชื่อนั้นไม่นาน
ดูคำตอบ

เธอยังคงถูกผูกมัดและควบคุมอย่างมากด้วยความเชื่อนั้น

projecting the best experience of our early years

2:05

โดยฉายภาพประสบการณ์ที่ดีที่สุดในช่วงปีแรกๆ ของเรา

into our present relationships

2:08

เข้าไปในความสัมพันธ์ปัจจุบันของเรา

and finding them sorely wanting as a result, การใช้คำ

2:10

และส่งผลให้พบว่าพวกเขายังขาดตกบกพร่องอยู่อย่างมาก

การใช้คำ

finding them sorely wanting: ตัดสินว่าสิ่งหนึ่งบกพร่องอย่างร้ายแรง

ในโครงสร้าง find + กรรม + wanting คำว่า wanting เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ไม่เพียงพอ” หรือ “ไม่ดีพอ” โครงสร้างนี้หมายความว่า หลังจากประเมินสิ่งหนึ่งแล้ว ผู้พูดตัดสินว่าสิ่งนั้นต่ำกว่ามาตรฐาน Sorely ทำให้คำตัดสินนั้นหนักขึ้น โดย finding them sorely wanting หมายถึงการตัดสินว่าสิ่งเหล่านั้นบกพร่องอย่างร้ายแรง ในที่นี้ wanting ไม่ได้หมายถึง “ต้องการบางสิ่ง”

แบบฝึกหัด

ใช้วลีคำคุณศัพท์แบบเป็นทางการจากบทเรียนเพื่อสื่อว่า “ไม่เพียงพออย่างร้ายแรง”: After reviewing the proposal, the committee found it ____.

ดูคำตอบ

sorely wanting

a comparison that is profoundly corrosive and unfair. สำนวน

2:13

เป็นการเปรียบเทียบที่กัดกร่อนจิตใจและไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง

สำนวน

พลังเชิงเปรียบเทียบของ “profoundly corrosive”

ในประโยคนี้ corrosive ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่นเดียวกับสารกัดกร่อนที่ค่อย ๆ กัดวัสดุ การเปรียบเทียบที่ corrosive ก็ค่อย ๆ ทำลายความไว้วางใจ ความเคารพตนเอง หรือความสัมพันธ์ profoundly ทำให้คำตัดสินรุนแรงขึ้น กล่าวคือ ความเสียหายนั้นลึกและร้ายแรง ไม่ใช่แค่ชวนรำคาญหรือไม่ยุติธรรมเล็กน้อย ดังนั้นวลีนี้จึงมองว่าการเปรียบเทียบดังกล่าวอาจก่อความเสียหายทางจิตใจหรือสังคมอย่างยาวนาน

แบบฝึกหัด

“profoundly corrosive” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. มันแค่ไม่น่าพอใจเล็กน้อยและไม่มีผลระยะยาว
  2. มันก่อความเสียหายทางอารมณ์หรือสังคมอย่างลึกซึ้งและค่อยเป็นค่อยไป
  3. มันทำให้การเปรียบเทียบละลายด้วยปฏิกิริยาเคมี
ดูคำตอบ

มันก่อความเสียหายทางอารมณ์หรือสังคมอย่างลึกซึ้งและค่อยเป็นค่อยไป

The love we received from a parent

2:18

ความรักที่เราได้รับจากพ่อแม่

can't ever be a workable model for our later adult experience of love. วลี

2:20

ไม่มีทางที่จะเป็นแบบแผนที่ใช้การได้สำหรับประสบการณ์ความรักในวัยผู้ใหญ่ของเราในภายหลัง

วลี

“a workable model for” ในความหมายว่าแนวทางที่ใช้ได้จริง

a workable model for หมายถึงแบบแผนหรือกรอบที่ใช้เป็นแนวทางสำหรับสิ่งหนึ่งได้จริงในชีวิต Workable หมายถึงใช้ได้จริงหรือมีความเป็นไปได้ ไม่ได้แปลว่า “ขยันทำงาน” หรือเพียงแค่ “กำลังทำงานอยู่ในตอนนี้” ในที่นี้ ความรักที่ได้รับจากพ่อหรือแม่ถูกมองว่าไม่เหมาะจะใช้เป็นต้นแบบของความรักแบบคู่รักในวัยผู้ใหญ่ โครงสร้างคือ a workable model for + นามวลี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำจากบทเรียน: “A system designed for a huge hospital is not necessarily ____ a small clinic.”

ดูคำตอบ

a workable model for

The reason is fundamental.

2:25

เหตุผลนั้นเป็นเรื่องพื้นฐาน

We were a baby then, ลำดับความ

2:27

ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กทารก

we are an adult now,

2:29

ตอนนี้เราเป็นผู้ใหญ่

a dichotomy with several key ramifications.

2:31

เป็นความแตกต่างที่มีผลพวงสำคัญหลายประการ

ลำดับความ

We were ... then, we are ... now: แสดงการเปลี่ยนแปลงด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบแบบขนาน

ประโยคนี้สร้างกรอบเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบันอย่างชัดเจน รูปอดีต were ที่ใช้กับ then วางสถานะหนึ่งไว้ในอดีต ส่วนรูปปัจจุบัน are ที่ใช้กับ now วางสถานะตรงข้ามไว้ในปัจจุบัน โครงสร้างที่ขนานกันนี้ย่อข้อโต้แย้งที่ซับซ้อนให้เหลือการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว คือจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ ผู้พูดจึงสามารถให้ความแตกต่างหลักก่อน แล้วค่อยอธิบายผลที่ตามมาในประเด็นต่อ ๆ ไป ในที่นี้ a baby ใช้กับแต่ละคนที่รวมอยู่ใน we โดยหมายความว่าแต่ละคนเคยเป็นทารก ไม่ได้หมายความว่าคนทั้งกลุ่มเป็นทารกเพียงคนเดียวตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบ then ... now ตามรูปแบบเดิมเพื่อเติมการเปรียบเทียบแบบขนานให้สมบูรณ์: We were a local club ____; we are an international network ____.

ดูคำตอบ

then · now

For a start, ลำดับความ

2:34

เริ่มจาก

ลำดับความ

For a start: เริ่มเหตุผลสนับสนุนข้อแรก

For a start เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้เริ่มเหตุผลหรือประเด็นสนับสนุนข้อแรกในการโต้แย้ง คำนี้บอกเป็นนัยว่ายังมีข้อมูลสนับสนุนอื่นตามมาได้ และในขณะเดียวกันก็ชี้ว่าเพียงประเด็นแรกก็สำคัญอยู่แล้ว คำนี้ใช้จัดลำดับการอภิปราย ไม่ได้หมายถึงช่วงเริ่มต้นของระยะเวลา เมื่ออยู่ต้นประโยค โดยทั่วไปจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้เริ่มเหตุผลสนับสนุนข้อแรก: The proposal needs revision. ___, its budget leaves no room for maintenance.

  1. For a start
  2. At first
  3. In the beginning
ดูคำตอบ

For a start

our needs were so much simpler.

2:35

ความต้องการของเรานั้นเรียบง่ายกว่ามาก

Back then,

2:38

ย้อนกลับไปตอนนั้น

we needed to be washed, amused, put to bed,

2:39

เราต้องการแค่ให้อาบน้ำ ทำให้สนุกสนาน พาเข้านอน

but we didn't need someone to trawl intelligently through the troubled corners of our minds. สำนวน

2:42

แต่เราไม่ต้องการให้ใครมาสำรวจมุมที่มีปัญหาในจิตใจของเราอย่างชาญฉลาด

สำนวน

ภาพเปรียบเทียบใน trawl intelligently through the troubled corners of our minds

ในที่นี้ trawl through ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ตามความหมายตรงตัว เรืออวนลากจะลากอวนผ่านน้ำ แต่ในประโยคนี้วลีดังกล่าวทำให้การทำความเข้าใจความคิดและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ของผู้อื่นดูเหมือนการค้นหาที่ช้าและละเอียดถี่ถ้วน The troubled corners of our minds ขยายภาพเปรียบเทียบนี้ โดยจินตนาการว่าความรู้สึกที่รับมือยากหรือซ่อนอยู่บางส่วนเป็นสถานที่ที่เข้าถึงยาก ส่วน intelligently เน้นว่าการค้นหานี้ต้องใช้วิจารณญาณและความละเอียดอ่อน ไม่ใช่เพียงความพยายามต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ในประโยค After the argument, he trawled through the troubled corners of his mind. เขากำลังทำอะไรอยู่

  1. เขากำลังจับปลาในน่านน้ำอันตราย
  2. เขากำลังลืมการโต้เถียงอย่างรวดเร็ว
  3. เขากำลังตรวจสอบความคิดและความรู้สึกที่ยากและซ่อนอยู่อย่างละเอียด
ดูคำตอบ

เขากำลังตรวจสอบความคิดและความรู้สึกที่ยากและซ่อนอยู่อย่างละเอียด

We didn't need a caregiver to understand

2:46

เราไม่ต้องการให้ผู้ดูแลมาเข้าใจว่า

why we prefer the first series of a television show to the second, ไวยากรณ์

2:48

ทำไมเราถึงชอบทีวีซีรีส์ซีซั่นแรกมากกว่าซีซั่นสอง

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบตายตัว prefer A to B

Prefer A to B เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบตายตัว หมายความว่าชอบหรือเลือก A มากกว่า B ในประโยคนี้ A คือซีซันแรกของรายการ ส่วน B คือซีซันที่สอง โดยละคำว่า series หลัง second เพราะเป็นคำที่ซ้ำกัน ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบทที่เชื่อมตัวเลือกสองอย่าง ไม่ใช่เครื่องหมายของรูป infinitive องค์ประกอบที่นำมาเปรียบเทียบควรมีรูปไวยากรณ์ขนานกัน เช่น prefer tea to coffee และ prefer reading to watching TV

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตายตัว prefer A to B ให้สมบูรณ์: I prefer studying in the morning ____ studying late at night.

ดูคำตอบ

to

why it's necessary to see our aunt on Sunday,

2:52

ทำไมถึงจำเป็นต้องไปหาป้าในวันอาทิตย์

or why it matters to us so much that the curtains harmonize with the sofa covers, ไวยากรณ์

2:54

หรือทำไมการที่ผ้าม่านต้องเข้ากับผ้าคลุมโซฟาถึงสำคัญกับเรามาก

ไวยากรณ์

why it matters to us so much that ...: ระบุว่าสิ่งใดสำคัญ

ในที่นี้ it เป็นประธานแทนล่วงหน้า ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุสถานการณ์ที่สำคัญ นั่นคือผ้าม่านเข้ากับปลอกโซฟา หากเรียบเรียงให้ชัดขึ้น จะได้ความหมายว่า “เหตุใดข้อเท็จจริงที่ว่าผ้าม่านเข้ากับปลอกโซฟาจึงสำคัญกับเรามากขนาดนั้น” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ it matters to someone that + clause ส่วน so much ขยายระดับของ matters และแสดงว่าผู้พูดให้ความสำคัญอย่างมาก ในประโยคนี้ that นำเข้าสู่เนื้อหาที่สำคัญ ไม่ได้นำเข้าสู่ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยโครงสร้างห้าคำที่หมายถึง “สำคัญกับคุณมาก”: Why does it ____ that the meeting starts at exactly nine?

ดูคำตอบ

matter to you so much

or that bread must be cut with a proper bread knife.

2:59

หรือทำไมขนมปังต้องหั่นด้วยมีดหั่นขนมปังที่เหมาะสม

The parent knew absolutely what was required

3:02

พ่อแม่รู้ดีอย่างถ่องแท้ว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็น

in relation to certain basic physical and emotional requirements.

3:04

ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการพื้นฐานทางร่างกายและอารมณ์บางอย่าง

Our partner, on the other hand, ลำดับความ

3:08

ในทางกลับกัน คู่ของเรา

ลำดับความ

on the other hand ในฐานะคำเชื่อมแสดงการเปรียบต่าง

On the other hand เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกด้านหนึ่งที่ตรงข้ามกันของหัวข้อเดียวกัน ในที่นี้ ด้านก่อนหน้ากล่าวถึงพ่อแม่ ส่วนวลีนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะนำเรื่องนั้นมาเปรียบเทียบกับคู่ชีวิต วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้หมายถึง “มืออีกข้าง” ตามตัวอักษร หากด้านแรกชัดเจนอยู่แล้วจากบริบท ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วย on the one hand

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยคำเชื่อมสี่คำที่นำเสนอด้านตรงข้าม: The apartment is small. ____, it is close to school.

ดูคำตอบ

On the other hand

is stumbling in the dark สำนวน

3:10

กำลังสะดุดล้มอยู่ในความมืด

around needs that are immensely subtle,

3:12

รอบๆ ความต้องการที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง

far from obvious,

3:14

ห่างไกลจากความชัดเจน

and very complicated to deliver upon.

3:15

และซับซ้อนมากที่จะตอบสนองให้ได้

สำนวน

อุปลักษณ์ “stumbling in the dark”

“stumbling in the dark” เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงการพยายามเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีข้อมูล คำแนะนำ หรือแผนที่ชัดเจนเพียงพอ ในประโยคนี้ใช้บรรยายความยากลำบากของคนรักในการทำความเข้าใจความต้องการที่ละเอียดอ่อนและสังเกตได้ยาก ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังเดินอยู่ในความมืดจริง ๆ ภาพนี้ยังสื่อถึงการลองผิดลองถูกด้วย กล่าวคือ บุคคลนั้นไม่ได้แค่ไม่รู้ข้อมูล แต่ยังกำลังพยายามทำสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่แน่ใจและอาจทำผิดได้ อุปลักษณ์นี้ใช้ได้กับปัญหาใดก็ตามที่ต้องคาดเดาเพื่อค่อย ๆ หาทางไปสู่คำตอบ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะบรรยายด้วย “stumbling in the dark” มากที่สุด

  1. เดินผ่านห้องอย่างระมัดระวังหลังจากเปิดไฟทุกดวงแล้ว
  2. ลองแก้ไขหลายวิธีโดยไม่มีคำแนะนำหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์
  3. ทำตามคู่มือที่ชัดเจนทีละขั้นตอน
ดูคำตอบ

ลองแก้ไขหลายวิธีโดยไม่มีคำแนะนำหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์

Secondly,

3:18

ประการที่สอง

none of it was reciprocal back then.

3:19

ในตอนนั้นไม่มีอะไรที่เป็นการต่างตอบแทนเลย

The parent was intensely focused on caring for us,

3:22

พ่อแม่จดจ่ออยู่กับการดูแลเราอย่างเต็มที่

but they knew and totally accepted

3:25

แต่พวกเขารู้และยอมรับอย่างเต็มที่

that we wouldn't engage with their needs.

3:27

ว่าเราจะไม่สนใจความต้องการของพวกเขาเลย

They didn't for a second imagine

3:30

พวกเขาไม่เคยจินตนาการเลยแม้แต่วินาทีเดียว

that they could take their troubles to us

3:32

ว่าพวกเขาจะเอาปัญหามาให้เรา

or expect us to nurture them.

3:34

หรือคาดหวังให้เราดูแลพวกเขา

They didn't need us to ask them about their day.

3:36

พวกเขาไม่ต้องการให้เราถามพวกเขาเกี่ยวกับวันของพวกเขา

Our responsibility was blissfully simple.

3:38

ความรับผิดชอบของเรานั้นเรียบง่ายจนน่าปิติยินดี

All we had to please them ไวยากรณ์

3:41

สิ่งที่เรามีเพื่อทำให้พวกเขาพอใจ

was to exist.

3:43

ก็แค่การมีอยู่

ไวยากรณ์

“All ... was to ...” เพื่อแสดงสิ่งเดียวที่จำเป็น

ในโครงสร้าง “All ... was to ...” คำว่า all หมายถึง “สิ่งเดียว” และส่วนหลัง was ระบุการกระทำหรือเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวที่เพียงพอ ในที่นี้ “to exist” ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งเดียวที่จำเป็นต่อการทำให้ “พวกเขา” มีความสุข “To please them” ระบุจุดประสงค์ว่า “เพื่อทำให้พวกเขามีความสุข” ไม่ใช่ to ในกลุ่มคำที่พบบ่อยอย่าง “had to do” สามารถถอดความให้ชัดเจนได้ว่า “The only thing needed to please them was for us to exist.”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง “All ... was to ...” เพื่อแสดงว่าการกระทำหนึ่งอย่างเป็นสิ่งเดียวที่จำเป็น

  1. All I needed to unlock the door was to enter the code.
  2. I needed all the codes before I could unlock the door.
  3. To unlock all the doors, I needed several codes.
ดูคำตอบ

All I needed to unlock the door was to enter the code.

Our most ordinary actions,

3:44

การกระทำที่แสนธรรมดาที่สุดของเรา

rolling over on our tummy,

3:46

การนอนคว่ำกลิ้งไปมา

grasping a biscuit in our tiny hand,

3:48

การกำบิสกิตไว้ในมือเล็กๆ ของเรา

enchanted them with ease.

3:50

ทำให้พวกเขาหลงใหลได้อย่างง่ายดาย

We were loved. ลำดับความ

3:52

เราเป็นที่รัก

We didn't have to love,

3:53

เราไม่จำเป็นต้องรัก

ลำดับความ

We were loved ... we didn't have to love: การสลับบทบาทระหว่างผู้รับกับผู้มอบความรัก

อนุประโยคสั้นสองส่วนนี้สร้างความขัดแย้งแบบขนานกัน We were loved เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ คือคนอื่นมอบความรักและการดูแล ส่วนเราเป็นผู้รับ We didn't have to love เปลี่ยนเป็นโครงสร้างแบบผู้กระทำ คือในตอนนั้นเรายังไม่มีหน้าที่ต้องมอบการดูแลแบบเดียวกันกลับไป การใช้ love/loved ซ้ำกันทำให้การสลับบทบาทเด่นชัดและสังเกตได้ง่าย didn't have to หมายถึงตอนนั้นไม่มีข้อผูกมัด ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ ไม่มีความรักหรือปฏิเสธที่จะรักใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคคู่ “We were loved. We didn't have to love” สร้างความแตกต่างแบบใด

  1. พวกเขาถูกห้ามไม่ให้ใส่ใจใคร
  2. พวกเขาต้องการความรักแต่ไม่เคยได้รับเลย
  3. พวกเขาได้รับการดูแลโดยที่ยังไม่มีหน้าที่ต้องตอบแทนด้วยการดูแลในระดับเดียวกัน
ดูคำตอบ

พวกเขาได้รับการดูแลโดยที่ยังไม่มีหน้าที่ต้องตอบแทนด้วยการดูแลในระดับเดียวกัน

a distinction between kinds of love which language normally artfully blurs,

3:54

ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่างชนิดของความรักที่ภาษามักจะทำให้เบลออย่างแยบยล

shielding us from the difference between being the privileged customer of love สำนวน

3:59

ปกป้องเราจากความแตกต่างระหว่างการเป็นลูกค้าวีไอพีของความรัก

or its more exhausted and long-suffering provider.

4:03

หรือการเป็นผู้มอบความรักที่เหน็ดเหนื่อยและทนทุกข์ทรมานมาอย่างยาวนานกว่า

สำนวน

the privileged customer of love ... its exhausted provider: ลูกค้าผู้มีอภิสิทธิ์ของความรักกับผู้มอบที่เหนื่อยล้า

ในโครงสร้าง being ... or ... คำว่า customer และ provider ขยายอุปมาเรื่องการให้บริการ the privileged customer of love คือผู้ที่รับความรัก การปกป้อง และการดูแลเป็นหลัก ส่วน its provider คือผู้ทำหน้าที่มอบการดูแลนั้นและรับภาระทางอารมณ์ที่ตามมา more exhausted and long-suffering ทำให้เห็นความไม่สมดุลอย่างชัดเจน การรับอาจรู้สึกสบาย แต่การให้อย่างต่อเนื่องต้องอาศัยความอดทนและการเสียสละ อุปมานี้ไม่ได้บอกว่าความรักเป็นธุรกรรมทางธุรกิจจริง ๆ แต่ทำให้ความแตกต่างเชิงนามธรรมระหว่างบทบาทในความสัมพันธ์เห็นเป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

ในอุปมานี้ เหตุใด provider จึงถูกบรรยายว่า “more exhausted and long-suffering”

  1. เพราะผู้มอบต้องรับผิดชอบงานและความเหนื่อยล้าจากการดูแลอย่างต่อเนื่อง
  2. เพราะผู้มอบเรียกเก็บเงินค่าความรักจากลูกค้า
  3. เพราะผู้มอบได้รับความสบายใจและการปฏิบัติเป็นพิเศษมากกว่า
ดูคำตอบ

เพราะผู้มอบต้องรับผิดชอบงานและความเหนื่อยล้าจากการดูแลอย่างต่อเนื่อง

Furthermore,

4:07

นอกจากนี้

our parents were probably kind enough to shield us from the burden วลี

4:08

พ่อแม่ของเราอาจจะใจดีพอที่จะปกป้องเราจากภาระ

that looking after us imposed on them.

4:11

ที่การดูแลเราได้บังคับให้พวกเขาต้องแบกรับ

วลี

ปกป้องใครจากภาระ ... เพิ่มภาระให้ใคร

shield someone from something หมายถึงปกป้องใครบางคนไม่ให้ต้องเผชิญ เห็น หรือรับมือกับบางสิ่ง ในที่นี้ พ่อแม่ไม่ให้ลูกรับรู้หรือรู้สึกถึงภาระนั้น แต่ภาระยังคงมีอยู่ ในอนุประโยคขยาย that looking after us imposed on them วลี looking after us เป็นประธานของ imposed โครงสร้าง impose a burden on someone หมายถึงทำให้คนนั้นต้องรับภาระหน้าที่ ค่าใช้จ่าย หรือความกดดัน ประโยคนี้เชื่อมสองโครงสร้างคือ shield someone from a burden และ impose that burden on someone

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทเป้าหมายสองคำ: The policy shields families ____ sudden medical costs without imposing extra fees ____ them.

ดูคำตอบ

from · on

They maintained a reasonably sunny facade สำนวน

4:14

พวกเขารักษาภาพลักษณ์ภายนอกที่สดใสพอสมควร

สำนวน

รักษาภาพลักษณ์ภายนอกที่ค่อนข้างร่าเริง

facade ตามความหมายตรงตัวคือด้านหน้าของอาคาร แต่ในที่นี้เป็นอุปมาหมายถึงภาพลักษณ์ภายนอกที่ซ่อนความรู้สึกจริงของคนไว้ sunny บรรยายภาพลักษณ์นั้นว่าร่าเริงและมองโลกในแง่ดี ไม่ได้หมายถึงมีแสงแดดส่อง maintained ชี้ว่าพ่อแม่รักษาภาพลักษณ์นี้ไว้อย่างต่อเนื่อง และอาจต้องใช้ความพยายาม reasonably ลดระดับความหมายของ sunny คือพวกเขาดูค่อนข้างร่าเริง แต่ไม่ได้ไร้กังวลอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

maintained a sunny facade ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: During the interview, he maintained a sunny facade despite feeling anxious.

  1. เขารู้สึกร่าเริงขึ้นมาจริง ๆ และไม่กังวลอีกต่อไป
  2. เขายังคงทำตัวให้ดูร่าเริง แม้ว่าท่าทีนั้นจะซ่อนความกังวลของเขาไว้
  3. เขายืนอยู่หน้าอาคารที่มีแสงสว่างจ้า
ดูคำตอบ

เขายังคงทำตัวให้ดูร่าเริง แม้ว่าท่าทีนั้นจะซ่อนความกังวลของเขาไว้

until they retired to their own bedroom,

4:17

จนกระทั่งพวกเขากลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง

at which point the true toll of their efforts could be witnessed. วลี

4:19

ซึ่งในเวลานั้นจึงจะได้เห็นถึงความเหนื่อยล้าที่แท้จริงจากความพยายามของพวกเขา

วลี

the true toll of their efforts: ความเสียหายสะสมจากความพยายามของพวกเขา

ในประโยคนี้ the true toll of their efforts หมายถึงความเสียหาย ความเหนื่อยล้า หรือการเสียสละทั้งหมดที่เกิดจากสิ่งที่พวกเขาทำอย่างต่อเนื่อง Toll เน้นความเสียหายที่สะสมและปรากฏชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะความสึกหรอทางร่างกายหรืออารมณ์ โครงสร้าง the toll of + คำนาม ใช้เรียกผลเสียจากกิจกรรมหรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ ในที่นี้ toll ไม่ได้หมายถึงค่าผ่านทางสำหรับใช้ถนนหรือสะพาน

แบบฝึกหัด

เติมคำนามที่เน้นความเสียหายสะสมให้สมบูรณ์: Months of night shifts revealed the true ____ of overwork.

ดูคำตอบ

toll

But by then,

4:22

แต่ในตอนนั้น

we were asleep.

4:23

เราก็หลับไปแล้ว

They did us the honor

4:24

พวกเขาให้เกียรติเรา

of not quite showing us what looking after us cost them,

4:25

ด้วยการไม่แสดงให้เราเห็นว่าการดูแลเรานั้นต้องแลกด้วยอะไรบ้าง

which was immensely kind,

4:29

ซึ่งเป็นความใจดีอย่างยิ่งยวด

but did us one lasting disservice. วลี

4:31

แต่กลับทำร้ายเราอย่างถาวรในเรื่องหนึ่ง

วลี

did us one lasting disservice: do someone a disservice

Did us one lasting disservice ใช้โครงสร้างตายตัว do someone a disservice ซึ่งหมายความว่าการกระทำหนึ่งไม่ได้ช่วยเรา แต่กลับทำร้าย ทำให้เราเข้าใจผิด หรือทำให้เราเสียเปรียบ a disservice มักใช้อธิบายผลเสียทางอ้อมหรือผลเสียที่ไม่ได้ตั้งใจ Lasting บอกว่าความเสียเปรียบนั้นดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ส่วน one ระบุว่าเป็นผลเสียเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงทำให้เธอเสียเปรียบ: By completing every assignment for Mia, her brother may ____ because she never learns to work independently.

ดูคำตอบ

do her a disservice

It may unwittingly have created an expectation

4:33

มันอาจสร้างความคาดหวังโดยไม่รู้ตัว

of what it could mean for someone to love us,

4:36

ว่าความหมายของการที่ใครสักคนจะรักเรานั้นควรเป็นอย่างไร

which was never true in the first place. วลี

4:38

ซึ่งมันไม่เคยเป็นความจริงเลยตั้งแต่แรก

วลี

in the first place เพื่อปฏิเสธสมมติฐานเดิม

ในที่นี้ in the first place หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “แต่เดิม” อนุประโยคนี้บอกว่าความคาดหวังดังกล่าวไม่เคยเป็นจริงเลย วลีนี้ย้อนกลับไปปฏิเสธสมมติฐานที่อยู่เบื้องหลัง เมื่ออยู่ท้ายข้อความปฏิเสธ วลีนี้มักใช้แก้ไขข้อสมมติตั้งต้นของเหตุผลหรือข้อโต้แย้ง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ประการแรก” ในรายการ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The plan was never practical in the first place,” คำว่า in the first place หมายถึงอะไร

  1. ความเป็นไปได้จริงคือหัวข้อแรกที่ต้องพูดถึง
  2. แผนนั้นใช้ไม่ได้จริงหลังจากขั้นตอนแรก
  3. แผนนั้นใช้ไม่ได้จริงมาตั้งแต่แรก
ดูคำตอบ

แผนนั้นใช้ไม่ได้จริงมาตั้งแต่แรก

We might in later life end up with lovers who are tetchy with us, โน้ต

4:41

ในชีวิตภายหลังเราอาจลงเอยกับคนรักที่หงุดหงิดใส่เรา

กริยาวลี

end up with เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย

end up with + นามวลี หมายถึง หลังผ่านกระบวนการหนึ่งแล้ว “สุดท้ายมี ได้มา หรือต้องเหลืออยู่กับ” บุคคลหรือสิ่งนั้น ในประโยคนี้ lovers คือผลลัพธ์ กล่าวคือ ต่อมาในชีวิต คนคนหนึ่งอาจพบว่าคู่รักของตนอารมณ์เสียง่ายกับตน สำนวนนี้เน้นผลลัพธ์สุดท้าย ซึ่งมักไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ทั้งหมด end up เป็นกริยาวลี ส่วน with ใช้นำบุคคลหรือสิ่งที่กลายเป็นผลลัพธ์ ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์สิ้นสุดลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้สำนวนเป้าหมายในรูปอดีตที่ถูกต้อง: We planned to rent a small car, but we ____ a large van because nothing else was available.

ดูคำตอบ

ended up with

การใช้คำ

tetchy with us: แสดงอาการหงุดหงิดต่อใครบางคน

ในที่นี้ tetchy หมายถึงหงุดหงิดง่าย ใจร้อน และมีแนวโน้มจะตอบกลับอย่างฉุนเฉียว tetchy with us บรรยายท่าทีหงุดหงิดที่คนรักเหล่านั้นมีต่อเรา ไม่ได้บอกเพียงว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรอยู่ข้างใน คำนี้มักสื่อถึงอารมณ์บูดหรืออารมณ์ร้อน ซึ่งอาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราว ไม่ใช่ลักษณะนิสัยถาวร

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่แสดงว่า Maya หงุดหงิดโดยรวม ไม่ใช่รู้สึกไวต่อหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง: After a sleepless night, Maya was ___ with everyone.

  1. cheerful
  2. tetchy
  3. touchy
ดูคำตอบ

tetchy

who are too tired to talk at the end of the day,

4:44

ที่เหนื่อยเกินกว่าจะคุยด้วยในตอนท้ายของวัน

who don't marvel at our every antic,

4:47

ที่ไม่ได้ประหลาดใจกับทุกความขี้เล่นของเรา

who can't even be bothered to listen to what we're saying. วลี

4:49

ที่แม้แต่จะฟังสิ่งที่เราพูดก็ยังขี้เกียจ

วลี

can't even be bothered to: không chịu bỏ ra dù chỉ một chút công sức

can't be bothered to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่เต็มใจจะลงแรงทำบางสิ่ง สำนวนนี้สื่อถึงการขาดแรงจูงใจหรือความใส่ใจ ไม่ได้หมายถึงถูกรบกวนหรือไม่สามารถทำได้ทางร่างกาย even แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องพื้นฐาน แต่บุคคลนั้นก็ยังไม่ยอมทำ ในประโยคนี้ even ทำให้คำตำหนิแรงขึ้น โดยนำเสนอว่าการฟังคือความพยายามขั้นต่ำที่ควรทำ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “ไม่เต็มใจจะลงแรงแม้เพียงเล็กน้อย” ให้ครบ: Leo ____ answer one simple question.

ดูคำตอบ

can't even be bothered to

And we might feel,

4:52

และเราอาจรู้สึก

with some bitterness,

4:53

ด้วยความขมขื่นบ้าง

that this is not how our parents were.

4:54

ว่าพ่อแม่ของเราไม่ได้เป็นแบบนี้

The irony, ลำดับความ

4:57

ความตลกร้าย

which has its redeeming side,

4:58

ซึ่งมีแง่มุมที่ช่วยไถ่บาปให้

is that in truth,

4:59

ก็คือ ในความเป็นจริงแล้ว

this is exactly how our parents were,

5:00

พ่อแม่ของเราก็เป็นแบบนี้เป๊ะๆ

just up in their bedroom

5:03

แค่อยู่ข้างบนในห้องนอนของพวกเขา

when we were asleep and realized nothing.

5:04

ในตอนที่เราหลับและไม่ได้รับรู้อะไรเลย

ลำดับความ

โครง “The irony ... is that in truth ...”

โครงหลักคือ “The irony ... is that ...” อนุประโยคที่แทรกว่า “which has its redeeming side” เป็นคำอธิบายเสริมเกี่ยวกับความย้อนแย้ง แล้วประโยคจึงกลับมาที่ “is that” เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงสำคัญ โครงนี้เตรียมผู้ฟังให้พบการพลิกกลับระหว่างสิ่งที่ดูเหมือนเป็นจริงกับความเป็นจริง สิ่งที่ถูกแก้ความเข้าใจในที่นี้คือ พ่อแม่ไม่ได้แตกต่างโดยพื้นฐาน พวกท่านก็เหนื่อยหรือหงุดหงิดเช่นกัน เพียงแต่เป็นตอนอยู่กันตามลำพังหลังจากลูกหลับแล้ว “In truth” เน้นว่านี่คือความจริงที่หักล้างความเข้าใจก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

“The irony ... is that ...” ทำหน้าที่อะไรในประโยคเดิม

  1. นำเสนอเรื่องบังเอิญที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. หมายความว่าพ่อแม่แสดงความเหนื่อยล้าอย่างเปิดเผยอยู่เสมอ
  3. เป็นสัญญาณของการพลิกกลับ พ่อแม่ดูเหมือนแตกต่าง แต่จริง ๆ แล้วมีปัญหาที่ซ่อนอยู่เหมือนกัน
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณของการพลิกกลับ พ่อแม่ดูเหมือนแตกต่าง แต่จริง ๆ แล้วมีปัญหาที่ซ่อนอยู่เหมือนกัน

The source of our present sorrow

5:07

ดังนั้น ต้นตอของความเศร้าโศกของเราในปัจจุบัน

is not, therefore,

5:09

จึงไม่ใช่

a special failing on the part of our adult lovers.

5:10

ความล้มเหลวพิเศษในส่วนของคนรักในวัยผู้ใหญ่ของเรา

They are not tragically inept ไวยากรณ์

5:14

พวกเขาไม่ได้ไร้ความสามารถอย่างน่าสลดใจ

nor uniquely selfish.

5:16

หรือเห็นแก่ตัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ไวยากรณ์

not A nor B: not tragically inept nor uniquely selfish

“Not A nor B” เชื่อมคำบรรยายสองอย่างให้อยู่ภายใต้การปฏิเสธเดียวกัน “Not” ปฏิเสธคำบรรยายแรก และ “nor” ส่งต่อความหมายเชิงปฏิเสธนั้นไปยังคำบรรยายที่สอง ดังนั้นข้อประเมินทั้งสองอย่างจึงไม่เป็นจริง ในที่นี้ “tragically” เพิ่มระดับความหมายของ “inept” ส่วน “uniquely” ทำให้ความเห็นแก่ตัวดูเป็นสิ่งผิดปกติหรือโดดเด่นเป็นพิเศษ ประโยคนี้ปฏิเสธทั้งสองข้อ ไม่ได้ให้ผู้ฟังเลือกระหว่างสองข้อ

แบบฝึกหัด

เติมโครง not A nor B แบบเป็นทางการด้วยหนึ่งคำ: The candidate was not careless ____ dishonest.

ดูคำตอบ

nor

It's rather that we're judging our adult experiences ลำดับความ

5:17

แต่เป็นเพราะเรากำลังตัดสินประสบการณ์ในวัยผู้ใหญ่ของเรา

in the light of a very different kind of childhood love. สำนวน

5:20

ในมุมมองของความรักในวัยเด็กที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก

ลำดับความ

ใช้ It's rather that ... เพื่อแก้ไขคำอธิบาย

ในที่นี้ It's rather that ... ใช้แทนคำอธิบายที่เพิ่งถูกปฏิเสธด้วยคำอธิบายที่แม่นยำกว่า มีความหมายว่า “ประเด็นที่แท้จริงกลับเป็นว่า...” และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกคำอธิบายที่แก้ไขแล้ว rather ทำหน้าที่จัดทิศทางของเหตุผล โดยดึงความสนใจไปยังคำอธิบายที่ผู้พูดเห็นว่าแม่นยำกว่า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ค่อนข้าง” และไม่ได้แสดงความชอบ

แบบฝึกหัด

'It's rather that ...' ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร

  1. ใช้แสดงความชอบต่อความรักในวัยเด็ก
  2. ใช้เสนอคำอธิบายที่แม่นยำกว่าหลังจากปฏิเสธคำอธิบายอีกอย่างหนึ่ง
  3. ใช้บอกว่าประสบการณ์ในวัยผู้ใหญ่ค่อนข้างเข้มข้น
ดูคำตอบ

ใช้เสนอคำอธิบายที่แม่นยำกว่าหลังจากปฏิเสธคำอธิบายอีกอย่างหนึ่ง

สำนวน

in the light of: ใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานในการตัดสิน

ในที่นี้ in the light of หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นข้อมูล หลักฐาน หรือมุมมองในการตัดสิน” ในประโยคนี้ ประสบการณ์ในวัยผู้ใหญ่ถูกประเมินโดยใช้ความรักในวัยเด็กอีกแบบที่แตกต่างอย่างมากเป็นจุดอ้างอิง ภาพของแสงเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยนามวลีที่ตามมาจะบอกพื้นฐานที่กำหนดว่าเราเข้าใจหรือตัดสินใจเรื่องหนึ่งอย่างไร รูปแบบที่พบบ่อยคือ judge, reconsider หรือ change something in the light of + information or experience

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เน้นการใช้หลักฐานเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจได้ดีที่สุด: The committee revised its recommendation ___ the new safety data.

  1. in the light of
  2. because of
  3. after
ดูคำตอบ

in the light of

We are sorrowful

5:24

เราโศกเศร้า

not because we've landed with the wrong person, โน้ต

5:25

ไม่ใช่เพราะเราลงเอยกับคนผิด

สำนวน

landed with the wrong person ในความหมายของผลลัพธ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้

ใน landed with the wrong person คำว่า landed ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสุดท้ายได้มาอยู่กับหรือถูกจับคู่กับคนที่มองว่าไม่เหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการลงจอดจริง ๆ คำกริยานี้นำเสนอความสัมพันธ์ว่าเป็นผลลัพธ์ที่คนหนึ่งลงเอยมาถึง โดยมีนัยถึงความบังเอิญหรือการควบคุมที่จำกัด ในประโยคเต็ม not because ปฏิเสธว่านี่คือสาเหตุของความเศร้า จึงเป็นเพียงคำอธิบายที่ถูกเสนอขึ้นมา ไม่ใช่การตัดสินที่ได้รับการยืนยัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ landed with หมายความว่าอย่างไร “After several team changes, Maya landed with a manager who really supported her.”

  1. สุดท้ายเธอได้ทำงานกับผู้จัดการคนนั้น
  2. เครื่องบินของเธอมาถึงข้างผู้จัดการคนนั้น
  3. เธอตั้งใจจ้างผู้จัดการคนนั้นมาตั้งแต่ต้น
ดูคำตอบ

สุดท้ายเธอได้ทำงานกับผู้จัดการคนนั้น

but because we have, sadly,

5:28

แต่เป็นเพราะเรา น่าเศร้าที่

been forced to grow up. กริยาวลี

5:30

ถูกบังคับให้ต้องเติบโตขึ้น

ไวยากรณ์

การใช้ not because ... but because ... เพื่อแก้เหตุผลที่เข้าใจผิด

โครงสร้าง not because A, but because B ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบาย แล้วชี้ว่า B คือเหตุผลที่ผู้พูดมองว่าจริงหรือสำคัญกว่า ในประโยคนี้ ความเศร้ายังคงเป็นเรื่องจริง สิ่งที่ถูกปฏิเสธมีเพียงเหตุผลแรกที่เสนอมาเท่านั้น โครงสร้างนี้พาผู้ฟังจากการตีความที่คาดเดาได้ไปสู่คำอธิบายที่ผู้พูดต้องการสื่อ ใช้เพื่อแก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาเหตุ ไม่ใช่เพื่อปฏิเสธข้อความทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่างานถูกยกเลิกด้วยเหตุผลหนึ่ง และสภาพอากาศเลวร้ายไม่ใช่เหตุผลนั้น

  1. The event was canceled not only because of the rain, but also because the venue lost power.
  2. The event was canceled not because of the rain, but because the venue lost power.
  3. The event was canceled because of the rain, and the venue lost power.
ดูคำตอบ

The event was canceled not because of the rain, but because the venue lost power.

กริยาวลี

grow up: วุฒิภาวะทางอารมณ์ที่มากกว่าแค่อายุเพิ่มขึ้น

ในประโยคนี้ กริยาวลี grow up ไม่ได้หมายถึงแค่อายุมากขึ้นหรือโตเป็นผู้ใหญ่ แต่หมายถึงการออกจากจุดที่ยังคิดแบบเด็ก และยอมรับข้อจำกัด การให้และรับ และสิ่งที่ต้องแลกในความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ โครงสร้างแบบถูกกระทำ been forced to grow up แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากสถานการณ์บีบบังคับ ไม่ใช่คำสั่งที่บอกให้ใครทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น วลีง่าย ๆ เกี่ยวกับช่วงหนึ่งของชีวิตนี้จึงปิดประเด็นด้วยเรื่องวุฒิภาวะทางอารมณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากขึ้น”: After taking care of his younger sisters for a year, Ben had to ____ quickly.

ดูคำตอบ

grow up