ฉันมีแผลเจ็บจัง + รถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์|S1-2|ทีมกู้ภัยซูเปอร์ของพิงค์ฟอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pinkfong Super Rescue Team - Kids Songs & Cartoons

ความยากในการเรียน
453 คำ 116 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เรื่องราวกู้ภัยสำหรับเด็กนี้ติดตามทีมช่วยเหลือที่ดูแลแผลไหม้จากเครื่องดื่มหกและไอน้ำ พร้อมอธิบายวิธีทำให้บริเวณที่บาดเจ็บเย็นลงและปกป้องแผล จากนั้นจึงเข้าสู่ภารกิจรถพยาบาลที่มีคำสั่งฉุกเฉินและการประสานงานแบบวิทยุสื่อสาร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. boo-boo. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าเป็นคำอ่อนโยนแบบภาษาเด็กที่ใช้เรียกแผลเล็ก ๆ หรือจุดที่เจ็บ คุณจะแยกได้ว่าเหตุใดเด็กและผู้ดูแลจึงอาจใช้คำนี้แทน injury ที่เป็นทางการกว่า และทราบว่าน้ำเสียงเบา ๆ ของคำนี้ไม่เหมาะกับอาการทางการแพทย์ที่รุนแรง 2. If you have burned yourself, you have to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าอนุประโยค if ระบุสถานการณ์ที่ผู้พูดถูกลวกหรือถูกไฟไหม้ ส่วน have to นำไปสู่สิ่งที่จำเป็นต้องทำ คุณจึงติดตามคำแนะนำปฐมพยาบาลและเชื่อมเหตุฉุกเฉินเข้ากับการตอบสนองที่ต้องปฏิบัติได้ 3. Roger. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: ตีความคำตอบสั้นนี้ในวิทยุสื่อสารว่ารับและเข้าใจข้อความแล้ว คุณจะจำการใช้คำนี้ได้ในงานกู้ภัย ตำรวจ ทหาร การบิน และเกมภารกิจ โดยไม่เข้าใจว่าเป็นเพียงชื่อบุคคลเท่านั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Pinkfong.

0:00

พิงฟอง

Super Rescue team. วลี

0:03

ทีมกู้ภัยซูเปอร์

วลี

rescue team: ทีมที่เข้าช่วยเหลือในเหตุฉุกเฉิน

rescue team หมายถึงกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยหรือช่วยชีวิตผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย คำว่า team บอกว่าเป็นกลุ่ม ส่วน rescue บอกประเภทงานของกลุ่มนั้น ในที่นี้ rescue เป็นคำนามที่วางหน้าคำนามอีกคำเพื่อขยายความ ไม่ใช่คำกริยาหลักของประโยค วลีนี้ใช้ได้กับหน่วยฉุกเฉิน การกู้ภัยบนภูเขา และการรับมือภัยพิบัติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rescue team อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงกลุ่มคนที่มาช่วยในเหตุฉุกเฉิน

  1. A team rescue came to help the lost hikers.
  2. A rescue team came to help the lost hikers.
  3. A rescue came team to help the lost hikers.
ดูคำตอบ

A rescue team came to help the lost hikers.

To the rescue. วลี

0:04

ออกไปช่วยแล้ว

วลี

To the rescue!: มาช่วยได้ทันเวลา

To the rescue! เป็นวลีตายตัวที่ฟังดูคึกคัก ใช้เมื่อมีใครมาถึงหรือเข้ามาช่วย มักฟังเหมือนคำพูดตอนฮีโร่ปรากฏตัว จึงมีความหมายว่า “ฉันมาช่วยแล้ว!” ไม่ใช่ทิศทางตามตัวอักษรว่า “มุ่งไปยังการช่วยชีวิต” เมื่ออยู่ในประโยคเต็ม come to the rescue หรือ come to someone's rescue หมายถึงการให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น ซึ่งมักเป็นการช่วยได้ทันเวลา

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายความว่า Lee มาช่วยได้ทันเวลา: When the lights went out, Lee came ____ with a flashlight.

ดูคำตอบ

to the rescue

Pinkfong Super Rescue Team.

0:08

ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง

I've got a boo-boo. การใช้คำ

0:13

ฉันมีแผลเจ็บ

การใช้คำ

boo-boo: คำแบบเด็ก ๆ สำหรับแผลเล็กน้อย

a boo-boo ในที่นี้หมายถึงแผลเล็ก ๆ หรือจุดที่เจ็บ เช่น แผลถลอก รอยช้ำจากการกระแทก หรือแผลมีดบาดเล็ก ๆ I've got a boo-boo หมายความว่าผู้พูดมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยแบบนี้ คำที่ซ้ำกันนี้ฟังดูเป็นภาษาเด็กและให้ความรู้สึกปลอบโยนมากกว่าจะเป็นศัพท์ทางการแพทย์ โดยทั่วไปสื่อว่าแผลไม่ร้ายแรง แต่ยังต้องดูสถานการณ์จริงเพื่อตัดสินว่าร้ายแรงเพียงใด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะพูดว่า “I've got a boo-boo”?

  1. พนักงานกำลังเขียนรายงานอุบัติเหตุอย่างเป็นทางการ
  2. เด็กเล็กกำลังให้ผู้ดูแลดูแผลถลอกเล็กน้อย
  3. แพทย์กำลังบันทึกอาการบาดเจ็บภายในที่รุนแรง
ดูคำตอบ

เด็กเล็กกำลังให้ผู้ดูแลดูแผลถลอกเล็กน้อย

Wow,

0:25

ว้าว

it's an emergency.

0:25

เป็นเรื่องฉุกเฉิน

Pinkfong Forest to the rescue.

0:27

พิงฟองและฟอเรสต์ไปช่วยแล้ว

Ouchy, ouchy, ouch, ouch,

0:39

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

can you help me?

0:41

เธอช่วยฉันได้ไหม?

Yes, yes, yes.

0:44

ได้ ได้ ได้

Ouchy, ouchy, ouch, ouch,

0:48

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

can you help my boo-boo? น้ำเสียง/เจตนา

0:50

เธอช่วยรักษาแผลฉันได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you help my boo-boo?: คำขอแบบเด็ก ๆ ให้ช่วยดูแลแผลเล็กน้อย

Can you help...? ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำขอ ไม่ใช่คำถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถช่วยหรือไม่ ผู้พูดกำลังขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่างอย่างสุภาพ ใน help my boo-boo คำว่า my boo-boo เป็นกรรมตรงของ help เด็กต้องการสื่อว่า “ช่วยทำให้แผลเล็ก ๆ ของฉันดีขึ้น” หรือ “ช่วยดูแลแผลนี้” ในคำพูดแบบเด็กนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ help me เพราะได้ระบุปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือโดยตรงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำขอของเด็กด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ดูแลแผลเล็ก ๆ ของฉัน”: Can you ____?

ดูคำตอบ

help my boo-boo

Yes, yes, yes.

0:52

ได้ ได้ ได้

What happened? น้ำเสียง/เจตนา

0:56

เกิดอะไรขึ้น?

น้ำเสียง/เจตนา

What happened?: ถามถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

What happened? ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมองออกว่าเพิ่งมีเรื่องไม่คาดคิดหรือเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ในประโยคนี้เป็นคำถามเปิดเพื่อให้อีกฝ่ายเล่าเหตุการณ์ของอุบัติเหตุ happened เป็นรูปอดีตของ happen คำถามนี้ไม่ได้ต้องการคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณเห็นเพื่อนยืนอยู่ข้างสเกตบอร์ดที่เพิ่งหัก และต้องการถามถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น คุณควรพูดว่าอะไร?

  1. What's happening?
  2. What happened?
  3. What usually happens?
ดูคำตอบ

What happened?

I tried to grab a cup, ไวยากรณ์

0:58

ฉันพยายามจะหยิบแก้ว

ไวยากรณ์

tried to grab: ความพยายามที่ไม่รับประกันผลสำเร็จ

tried to grab เป็นรูปอดีตของ try to grab โครงสร้าง try to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความพยายามหรือความตั้งใจที่จะทำบางอย่าง แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่าทำสำเร็จหรือไม่ เมื่อเล่าอุบัติเหตุ โครงสร้างนี้ช่วยแยกสิ่งที่ตั้งใจจะทำออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังจากนั้น ผู้พูดตั้งใจจะหยิบถ้วย แต่ผลที่เกิดขึ้นอาจต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ try to เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ lift the box, but it was too heavy.

ดูคำตอบ

tried to

but it spilled. การใช้คำ

1:01

แต่มันหก

การใช้คำ

it spilled: ของเหลวหกออกมา

ในประโยคนี้ it spilled หมายถึงของเหลวหกออกจากภาชนะโดยไม่ตั้งใจ ประโยคบอกว่าเกิดการหก ไม่ได้หมายความว่าแก้วแตก ตรงนี้ spilled ไม่มีกรรมตามหลัง เพราะของเหลวเป็นสิ่งที่หกเอง คำว่า spill ใช้แบบมีกรรมได้ด้วย เช่น I spilled the milk.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าน้ำผลไม้หกออกจากภาชนะโดยไม่ตั้งใจ

  1. The cup broke into pieces.
  2. The juice spilled onto the table.
  3. Someone poured the juice into a glass.
ดูคำตอบ

The juice spilled onto the table.

Ouch!

1:04

โอ๊ย!

I got a boo-boo on my wrist. วลี

1:07

ฉันมีแผลที่ข้อมือ

วลี

on my wrist: ระบุตำแหน่งของบาดแผลบนผิวหนัง

ใน on my wrist คำว่า on ระบุตำแหน่งบนร่างกายของบาดแผลที่ผิวหนัง ภาษาอังกฤษมักใช้ on + อวัยวะ เมื่อต้องการพูดถึงแผลกรีด แผลไหม้ แผลเป็น จุด หรือรอยอื่นที่มองเห็นได้บนผิวหนัง คำว่า on ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “เหนือข้อมือ” แต่หมายถึงแผลเล็ก ๆ อยู่ตรงบริเวณข้อมือ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้กับบาดแผลบนผิวหนัง: She has a small cut ____ her knee.

ดูคำตอบ

on

Oh,

1:14

โอ้

if you wear accessories over the burn, โน้ต

1:14

ถ้าเธอใส่เครื่องประดับทับรอยไหม้

take them off. กริยาวลี

1:18

ถอดมันออกนะ

ไวยากรณ์

If ..., take them off: เงื่อนไขตามด้วยประโยคคำสั่ง

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if เป็นตัวกำหนดเงื่อนไขว่า มีเครื่องประดับอยู่ทับบริเวณแผลไหม้ ส่วนประโยคหลัก take them off เป็นประโยคคำสั่ง และบอกสิ่งที่ต้องทำเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริงเท่านั้น รูปแบบนี้คือ If + เงื่อนไขในรูป present tense, ประโยคคำสั่ง มักพบในคำแนะนำด้านความปลอดภัย กฎ และขั้นตอนต่าง ๆ โดยระบุสถานการณ์ก่อน แล้วจึงทำตามคำสั่ง ในรูปแบบนี้ อนุประโยค if ปกติใช้ present tense ไม่ใช้ will

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยให้สมบูรณ์ด้วย If และรูปคำสั่งของ leave: ____ you see smoke, ____ the room immediately.

ดูคำตอบ

If · leave

การใช้คำ

over the burn: over ในความหมายว่าปกคลุมบริเวณนั้น

ใน over the burn คำว่า over หมายถึงเครื่องประดับปกคลุม พาดผ่าน หรืออยู่ในพื้นที่เดียวกับแผลไหม้ ความสัมพันธ์ที่สำคัญคือการทับซ้อนกับบริเวณที่บาดเจ็บ ไม่ใช่แค่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า ความหมายที่สื่อถึงการปกคลุมนี้พบได้บ่อยเมื่อสิ่งหนึ่งวางพาดบนพื้นผิวหรือส่วนของร่างกาย เช่น a bandage over a cut

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผ้าพันแผลปกคลุมบาดแผลอยู่?

  1. The bandage hangs above the cut without touching it.
  2. The bandage lies beside the cut.
  3. The bandage lies over the cut.
ดูคำตอบ

The bandage lies over the cut.

กริยาวลี

take them off: ถอดสิ่งของที่สวมอยู่

ในที่นี้ take them off หมายถึงถอดเครื่องประดับออกจากร่างกาย Them ย้อนกลับไปหมายถึง accessories ส่วน off แสดงการเปลี่ยนจากสภาพที่สวมหรือติดอยู่กับร่างกายเป็นไม่ได้สวมหรือติดอยู่อีกต่อไป take off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง take กับ off โดยใช้ take them off ไม่ใช่ take off them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ take off และวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: These gloves are wet. Please ____ before you touch the books.

ดูคำตอบ

take them off

Thank you, Super Rescue Team.

1:23

ขอบคุณ ทีมกู้ภัยซูเปอร์

Ouchy, ouchy, ouch, ouch,

1:27

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

can you help me?

1:29

เธอช่วยฉันได้ไหม?

Yes, yes, yes.

1:31

ได้ ได้ ได้

Ouchy, ouchy, ouch, ouch,

1:36

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

can you help my boo-boo?

1:38

เธอช่วยรักษาแผลฉันได้ไหม?

Yes, yes, yes.

1:40

ได้ ได้ ได้

What happened?

1:44

เกิดอะไรขึ้น?

Some steam came out and กริยาวลี

1:46

มีไอน้ำออกมาและ

I tried to touch it.

1:49

ฉันพยายามจะจับมัน

กริยาวลี

came out: ไอน้ำออกมาจากข้างใน

came out เป็นรูปอดีตของ come out เนื่องจากประธานคือ steam ในที่นี้จึงหมายถึงไอน้ำเคลื่อนหรือเล็ดลอดออกมาจากภายในบางสิ่งและปรากฏให้เห็น เมื่อประธานเป็นคำอย่าง steam, smoke, sound หรือ light คำว่า come out สามารถบรรยายสิ่งที่ออกมาจากแหล่งกำเนิดได้ ประธานและบริบทบอกว่าในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนที่เดินออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come out: When the machine started, a strange sound ____ of the speaker.

ดูคำตอบ

came out

Oh, oh,

1:51

โอ้ โอ้

ouch!

1:54

โอ๊ย!

I got a boo-boo on my hands.

1:55

ฉันมีแผลที่มือ

Oh,

2:02

โอ้

remember not to burst the blister. โน้ต

2:02

จำไว้ว่าอย่าเจาะตุ่มพองนะ

ไวยากรณ์

remember not to burst: จำไว้ว่าต้องหลีกเลี่ยงการกระทำหนึ่ง

ใน remember not to burst คำว่า not อยู่กับ to burst ผู้พูดกำลังเตือนให้จำไว้ว่าการทำให้ตุ่มพองแตกเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง ไม่ได้แปลว่า “อย่าจำ” โครงสร้างคือ remember + not to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เตือนตนเองหรือผู้อื่นให้หลีกเลี่ยงการกระทำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนโดยใช้ remember not to และ touch: Please ____ the wet paint.

ดูคำตอบ

remember not to touch

การใช้คำ

burst the blister: ทำให้ตุ่มพองแตก

ในที่นี้ burst the blister หมายถึงทำให้บริเวณผิวหนังที่นูนและมีของเหลวอยู่ข้างในแตก burst มักใช้อธิบายสิ่งที่พองหรือมีสิ่งบรรจุอยู่ เช่น ตุ่มพองหรือลูกโป่ง ที่แตกออก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการระเบิดครั้งใหญ่ ในประโยคนี้ burst มีกรรมตามหลัง คนหนึ่งสามารถ burst the blister ได้ หากตุ่มพองแตกเองโดยไม่ระบุสาเหตุ ให้พูดว่า the blister burst

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ามีคนทำให้ตุ่มพองบนผิวหนังแตก?

  1. They burst the blister.
  2. They covered the blister.
  3. The blister burst on its own.
ดูคำตอบ

They burst the blister.

Just cover it carefully. น้ำเสียง/เจตนา

2:06

แค่ปิดมันไว้อย่างระมัดระวัง

น้ำเสียง/เจตนา

Just + ประโยคคำสั่ง: Just cover it carefully.

ในประโยคคำสั่งนี้ just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” การปิดคลุมอย่างระมัดระวังคือสิ่งเดียวที่ผู้ฟังต้องทำ ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” เมื่อวาง just หน้าคำสั่ง จะช่วยทำให้ขั้นตอนนั้นดูง่ายและทำได้ไม่ยาก ในประโยคนี้ยังช่วยให้ผู้ฟังสบายใจ ส่วน carefully ยังคงบอกว่าต้องทำอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งโดยใช้ just ตามด้วยรูปคำสั่งของ place: ____ the lid on the box carefully.

ดูคำตอบ

Just place

Thank you, Super Rescue Team.

2:11

ขอบคุณ ทีมกู้ภัยซูเปอร์

Are you feeling better now? น้ำเสียง/เจตนา

2:18

ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Are you feeling better now? เพื่อถามว่าอาการดีขึ้นหรือไม่

Are you feeling better now? ใช้ถามว่าสภาพร่างกายหรือสภาพโดยรวมของใครบางคนดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้าที่แย่กว่าหรือไม่ Better เปรียบเทียบสภาพตอนนี้กับความรู้สึกก่อนหน้านี้ จึงอาจหมายถึงสบายขึ้นหรือไม่ป่วยเท่าเดิม ไม่ได้หมายถึงมีความสุขขึ้นเท่านั้น Are you feeling เน้นความรู้สึกของบุคคลนั้นในตอนนี้ ส่วน now ใช้ตรวจสอบสภาพหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ได้พัก ได้รับการดูแล หรือได้รับการรักษา

แบบฝึกหัด

เติมคำที่เปรียบเทียบสภาพของบุคคลกับก่อนหน้านี้ในคำถามแสดงความห่วงใย: Are you feeling ____ now?

ดูคำตอบ

better

Yes,

2:21

ใช่

thank you very much.

2:22

ขอบคุณมากเลย

You are the best. น้ำเสียง/เจตนา

2:24

พวกเธอเจ๋งที่สุด

น้ำเสียง/เจตนา

You are the best: การชมและขอบคุณอย่างอบอุ่น

You are the best. ใช้ชมและขอบคุณอย่างอบอุ่นกับคนที่เพิ่งช่วยเราได้ ในประโยคนี้ best ช่วยเพิ่มความกระตือรือร้นและความเป็นกันเอง โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าคนนั้นเป็นอันดับหนึ่งจริง ๆ เมื่อเทียบกับ Thank you ธรรมดา ประโยคนี้เน้นมากกว่าว่าเรารู้สึกว่าคนที่ช่วยเรานั้นยอดเยี่ยมมาก

แบบฝึกหัด

เพื่อนอยู่ช่วยคุณยกกล่องจนดึก คำตอบใดแสดงความขอบคุณอย่างอบอุ่นโดยไม่ได้จัดอันดับตามความหมายตรงตัว

  1. You are the best! Thanks for helping me with these boxes.
  2. You finished first in the race.
  3. Your work received the highest score.
ดูคำตอบ

You are the best! Thanks for helping me with these boxes.

I'll remember to never touch anything hot from now on. โน้ต

2:25

ฉันจะจำไว้ว่าจะไม่แตะต้องของร้อนอีกต่อไป

ไวยากรณ์

I'll remember to never touch: คำสัญญาเกี่ยวกับอนาคต

โครงสร้าง I'll remember to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงผู้พูดจะจำการกระทำหรือกฎที่จะทำในอนาคตไว้ ในที่นี้ I'll มีน้ำหนักเป็นคำสัญญาหลังจากได้บทเรียน ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์อนาคตแบบกลาง ๆ ใน to never touch คำว่า never ปฏิเสธการกระทำ touch กฎที่สัญญาไว้คือจะไม่แตะของร้อน การวาง never ระหว่าง to กับคำกริยาพบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษพูดสมัยใหม่ และ touch ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมคำสัญญาให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง I'll remember to + lock ตามที่กำหนด: '____ the door before I leave tonight.'

ดูคำตอบ

I'll remember to lock

วลี

from now on: การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มตอนนี้และดำเนินต่อไปในอนาคต

From now on กำหนดให้ช่วงเวลาปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นของกฎ คำสัญญา นิสัย หรือการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งใจให้ดำเนินต่อไปในอนาคต ในประโยคนี้ วลีนี้ใช้กับการไม่แตะของร้อนอีก ผู้พูดกำลังให้คำมั่นระยะยาวหลังจากได้บทเรียน ไม่ได้พูดถึงเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำสัญญาด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เริ่มตอนนี้และดำเนินต่อไปในอนาคต”: ____, I'll check the water temperature before stepping in.

ดูคำตอบ

From now on

Good thinking. น้ำเสียง/เจตนา

2:30

เป็นความคิดที่ดี

น้ำเสียง/เจตนา

Good thinking: การชมการตัดสินใจที่รอบคอบ

Good thinking. เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดที่ใช้ชมว่าการตัดสินใจ แผน หรือวิธีแก้ปัญหาของใครคนหนึ่งนั้นรอบคอบ ในที่นี้หมายถึง “เป็นตัวเลือกที่ฉลาด” ไม่ได้หมายถึง “คุณกำลังคิดอยู่ในขณะนี้” ในสำนวนนี้ thinking หมายถึงการตัดสินใจหรือกระบวนการคิดที่อยู่เบื้องหลังคำพูดหรือการกระทำของคนนั้น สำนวนนี้เป็นธรรมชาติอย่างยิ่งเมื่อสิ่งที่เลือกช่วยแก้หรือป้องกันปัญหา

แบบฝึกหัด

เพื่อนสำรองไฟล์ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงที่มีความเสี่ยง ในสถานการณ์นี้ Good thinking. สื่อความหมายอะไร?

  1. เป็นการขอให้เพื่อนคิดต่อก่อนที่จะทำอะไร
  2. เป็นการบอกว่าเพื่อนกำลังคิดอยู่ในขณะนั้นพอดี
  3. เป็นการชมเพื่อนว่าตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ

เป็นการชมเพื่อนว่าตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ

You must always be careful with hot things. โน้ต

2:31

เธอต้องระวังของร้อนอยู่เสมอนะ

ไวยากรณ์

must always be careful: กฎที่ใช้ทุกครั้ง

must ในที่นี้แสดงหน้าที่ที่ต้องทำอย่างชัดเจน การระมัดระวังเป็นกฎด้านความปลอดภัย ไม่ใช่คำแนะนำที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ ส่วน always บอกว่ากฎนี้ใช้ทุกครั้ง ไม่ใช่แค่บางครั้ง ในโครงสร้าง must + คำกริยารูปพื้นฐาน must บอกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องทำ ที่นี่ must ไม่ได้เป็นการคาดคะเนว่าบางอย่างน่าจะจริง แต่ตามด้วยการกระทำที่ผู้ฟังต้องปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

เติมกฎด้านความปลอดภัยนี้ด้วยวลีจากบทเรียน: You ____ near an open flame.

ดูคำตอบ

must always be careful

วลี

be careful with: ระบุสิ่งที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง

be careful with + คนหรือสิ่งของ หมายถึงจัดการ ใช้ หรือปฏิบัติต่อคนนั้นหรือสิ่งของนั้นอย่างระมัดระวัง ในประโยคนี้ with hot things ระบุว่าสิ่งที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวังคือของร้อน with ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าร่วมกับ แต่ใช้แนะนำสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการกระทำอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: Please ____ this camera.

ดูคำตอบ

be careful with

Remember,

2:34

จำไว้

if you see steam, ไวยากรณ์

2:35

ถ้าเธอเห็นไอน้ำ

it means something is hot.

2:37

แปลว่าสิ่งนั้นมันร้อน

ไวยากรณ์

if ..., it means ...: เชื่อมโยงเบาะแสกับความหมาย

อนุประโยค if บอกเงื่อนไขหรือเบาะแสที่สังเกตเห็นได้ จากนั้น it means นำเข้าสู่ข้อสรุปหรือข้อความที่ได้จากเบาะแสนั้น ในที่นี้ it อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดของการเห็นไอน้ำ ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง รูปแบบนี้ใช้เชื่อมป้าย อาการ หรือสัญญาณกับสิ่งที่สิ่งเหล่านั้นบอกเราได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if ..., it means ... เพื่อเชื่อมโยงเบาะแสที่มองเห็นกับความหมายของเบาะแสนั้น

  1. If the red light is on, it means the machine is busy.
  2. The machine is busy, but the red light is off.
  3. Turn on the red light while the machine is busy.
ดูคำตอบ

If the red light is on, it means the machine is busy.

So,

2:39

ดังนั้น

do not touch steaming cups or hot irons. โน้ต

2:39

อย่าจับแก้วที่มีไอน้ำหรือเตารีดที่ร้อนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

do not touch: คำสั่งห้ามสัมผัสที่ชัดเจน

Do not + คำกริยารูปพื้นฐาน สร้างประโยคคำสั่งปฏิเสธ ซึ่งเป็นคำสั่งโดยตรงไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง ในคำเตือนด้านความปลอดภัยนี้ do not touch ห้ามสัมผัสถ้วยที่มีไอน้ำหรือเตารีดร้อนอย่างชัดเจน รูปเต็มช่วยให้คำเตือนที่เขียนไว้ชัดเจนขึ้น คำสั่งนี้มีไว้เพื่อป้องกันการกระทำ ไม่ได้บรรยายว่าขณะนี้ใครกำลังทำอะไรอยู่

แบบฝึกหัด

เติมป้ายความปลอดภัยแบบเป็นทางการด้วยรูปคำสั่งปฏิเสธแบบเต็มของ touch: ____ the wet paint.

ดูคำตอบ

Do not touch

การใช้คำ

steaming cups or hot irons: การสังเกตอันตรายจากความร้อน

ในที่นี้ steaming ใช้อธิบายถ้วยที่มีไอน้ำลอยขึ้นมา โดยปกติเพราะของเหลวข้างในร้อนมาก ไม่ได้หมายความว่ามีคนกำลังนำถ้วยไปนึ่ง วลี steaming cups or hot irons ใช้ or เพื่อระบุสิ่งของสองประเภทที่อาจทำให้ลวกหรือไหม้ได้ ในคำเตือนด้านความปลอดภัย รายละเอียดอย่าง steaming ช่วยให้สังเกตอันตรายได้แม้จะไม่ได้ใช้คำว่า hot ซ้ำ

แบบฝึกหัด

ซุปกำลังเดือด วลีใดเติมคำเตือน “Stay away from the ___.” ได้เหมาะสมที่สุด

  1. steam pot
  2. steaming pot
  3. steamed pot
ดูคำตอบ

steaming pot

If you have burned yourself, โน้ต

2:42

ถ้าเธอโดนลวก

การใช้คำ

burned yourself: กรรมสะท้อนกลับที่บอกว่าตัวเองบาดเจ็บ

ใน burn yourself คำว่า yourself เป็นสรรพนามสะท้อนกลับ หมายความว่าคนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและคนที่บาดเจ็บคือ you คนเดียวกัน ในที่นี้ burned หมายถึงได้รับบาดเจ็บจากความร้อน จึงใช้ได้ทั้งกับแผลลวกจากไอน้ำหรือของร้อน และแผลไหม้จากไฟ ตรงนี้ yourself ไม่ได้แปลว่า “ด้วยตัวเอง” ในความหมายว่าเป็นผู้ลงมือเอง แต่ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยาเพื่อบอกว่าใครถูกลวกหรือไหม้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย burn และสรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ you: Be careful not to ____ on the hot pan.

ดูคำตอบ

burn yourself

you have to pour cool water on it to cool it down. โน้ต

2:44

เธอต้องราดน้ำเย็นลงไปเพื่อให้มันเย็นลง

ไวยากรณ์

If you have..., you have to...: สถานการณ์และการกระทำที่จำเป็น

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว: If you have burned yourself รูป present perfect ใน have burned เชื่อมอาการบาดเจ็บนั้นเข้ากับสถานการณ์ในตอนนี้ ประโยคหลักบอกสิ่งที่จำเป็นต้องทำ: you have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ have to หมายถึง “ต้อง” ไม่ใช่ “มีหรือครอบครอง” โครงสร้างนี้พบบ่อยในคำแนะนำด้านความปลอดภัย โดยเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง ก็จะตามด้วยการกระทำที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยโดยใช้ hurt และโครงสร้าง If you have..., you have to...: ____ yourself, ____ tell an adult.

ดูคำตอบ

If you have hurt · you have to

วลี

pour cool water on it: pour + ของเหลว + on + เป้าหมาย

โครงสร้าง pour + ของเหลว + on + เป้าหมาย หมายถึงทำให้ของเหลวตกลงบนและสัมผัสพื้นผิวหรือส่วนหนึ่งของร่างกาย ใน pour cool water on it คำว่า cool water คือของเหลวที่เท ส่วน it หมายถึงบริเวณที่ถูกลวกหรือไหม้ ใช้ on เมื่อจุดหมายเป็นพื้นผิว แต่ถ้าของเหลวเข้าไปข้างในภาชนะ ให้ใช้ into

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าควรให้น้ำสัมผัสพื้นผิวของรอยเปื้อน?

  1. Pour some water on the dirty spot.
  2. Pour some water into the dirty spot.
  3. Pour the dirty spot with some water.
ดูคำตอบ

Pour some water on the dirty spot.

กริยาวลี

cool it down: ทำให้บางสิ่งเย็นลง

ในประโยคนี้ cool it down หมายถึง “ทำให้บริเวณที่บาดเจ็บร้อนน้อยลง” โดย cool เป็นคำกริยา it เป็นกรรม และ down แสดงการเปลี่ยนไปสู่อุณหภูมิที่ต่ำลง เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางไว้ระหว่าง cool กับ down เป็น cool it down ไม่ใช่ cool down it ในที่นี้ down บอกผลของการลดอุณหภูมิ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง cool, it และ down ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: The computer is overheating, so turn it off and ____.

ดูคำตอบ

cool it down

If you're wearing accessories on the burn,

2:48

ถ้าเธอใส่เครื่องประดับตรงที่โดนลวก

remove them carefully.

2:50

ถอดมันออกอย่างระมัดระวัง

And if you have blisters,

2:52

และถ้าเธอมีตุ่มพอง

please remember you shouldn't pop them. โน้ต

2:53

โปรดจำไว้ว่าเธอไม่ควรเจาะมัน

น้ำเสียง/เจตนา

please remember you shouldn't...: คำเตือนเชิงห้ามอย่างสุภาพ

Please remember you shouldn't... ใช้เกริ่นถึงการกระทำที่แนะนำให้ผู้ฟังหลีกเลี่ยง shouldn't เป็นส่วนที่สื่อคำแนะนำเชิงห้าม ส่วน please remember ทำให้คำแนะนำนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจำไว้ คำขึ้นต้นที่สุภาพทำให้วิธีพูดนุ่มนวลลง แต่ไม่ได้ทำให้สารที่ต้องการสื่ออ่อนลง ในประโยคนี้ ผู้พูดยังคงต้องการอย่างชัดเจนไม่ให้ผู้ฟังเจาะตุ่มพองให้แตก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบคำเตือนเชิงห้ามอย่างสุภาพจากบทเรียน: ____ share your password.

ดูคำตอบ

Please remember you shouldn't

การใช้คำ

pop them: ทำให้ตุ่มพองแตก

ในประโยคนี้ pop หมายถึงทำให้ตุ่มพองแตกโดยตั้งใจ และ them หมายถึงตุ่มพองที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ผู้ฟังกำลังได้รับการเตือนว่าไม่ควรทำเช่นนั้น pop เป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการที่มักใช้กับสิ่งที่มีผิวหุ้มและมีอากาศหรือของเหลวอยู่ข้างใน เช่น ลูกโป่ง ตุ่มพอง หรือสิว คำนี้อาจหมายถึงสิ่งนั้นแตกเองหรือมีคนทำให้มันแตกก็ได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำให้มันปรากฏขึ้นหรือกระเด้งออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pop อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าทำให้บริเวณที่นูนและมีของเหลวอยู่ข้างในแตก?

  1. Don't pop the scrape on your knee.
  2. Don't pop the bruise on your arm.
  3. Don't pop the blister on your heel.
ดูคำตอบ

Don't pop the blister on your heel.

Stay smart, ลำดับความ

2:57

จงฉลาด

stay safe.

2:58

จงปลอดภัย

ลำดับความ

Stay smart, stay safe: คำขวัญด้านความปลอดภัยที่มีโครงสร้างสมดุล

ประโยคนี้วางอนุประโยคที่มีโครงสร้างเหมือนกันสองส่วน คือ stay + คำคุณศัพท์ ไว้คู่กัน: Stay smart และ stay safe ส่วนแรกบอกแนวทางการกระทำ คือให้เลือกอย่างมีเหตุผลต่อไป ส่วนที่สองบอกผลลัพธ์ที่ต้องการ คือให้ปลอดภัยต่อไป การใช้โครงสร้างเดิมซ้ำช่วยจัดข้อความเป็นสองส่วนที่สมดุล รูปแบบที่สั้นและมีจังหวะทำให้ประโยคนี้เป็นคำขวัญปิดท้ายที่จำง่าย ไม่ใช่คำแนะนำแบบละเอียด

แบบฝึกหัด

ใช้ stay + คำคุณศัพท์สองครั้งเพื่อเติมคำเตือนที่สมดุลนี้ให้สมบูรณ์: ____ calm, ____ focused.

ดูคำตอบ

Stay · stay

Super Rescue Team.

2:59

ทีมกู้ภัยซูเปอร์

Super Duper Ambulance. การใช้คำ

3:03

รถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์

การใช้คำ

Super Duper: คำชมแบบขี้เล่นและเกินจริง

Super duper เป็นวิธีพูดแบบขี้เล่นและเกินจริงว่าคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งยอดเยี่ยม น่าประทับใจ หรือพิเศษมาก ใน Super Duper Ambulance วลีนี้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อตัวละครที่สดใส ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการ ให้เข้าใจ super duper เป็นสำนวนเดียวที่ใช้เน้นอารมณ์ ตรงนี้ duper ไม่ใช่คำนามแยกที่หมายถึงคนหลอกลวง แต่คล้องจองกับ super และทำให้คำชมฟังดูแรงขึ้นและสนุกขึ้น

แบบฝึกหัด

Super Duper ในชื่อ Super Duper Ambulance น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด

  1. การจัดอันดับทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ
  2. คำเตือนว่ารถพยาบาลหลอกลวงผู้คน
  3. คำชมแบบขี้เล่นและเป็นบวกอย่างมาก
ดูคำตอบ

คำชมแบบขี้เล่นและเป็นบวกอย่างมาก

Hmm.

3:14

อืม

I love cleaning time. วลี

3:15

ฉันรักเวลาทำความสะอาด

วลี

cleaning time: รูปแบบ activity + time

ใน I love cleaning time วลี cleaning time ใช้เรียกช่วงหนึ่งของกิจวัตรที่จัดไว้สำหรับทำความสะอาด ผู้พูดชอบกิจกรรมหรือช่วงเวลาทำความสะอาดนั้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะเวลาที่ใช้ทำความสะอาด รูปแบบ activity + time ใช้ตั้งชื่อเวลาหรือช่วงหนึ่งของกิจวัตรสำหรับทำกิจกรรม ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ story time, bath time และ snack time

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ activity + time ร่วมกับ cleaning เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The room is messy. It's ____, so grab a broom.

ดูคำตอบ

cleaning time

Let's start cleaning. น้ำเสียง/เจตนา

3:18

มาเริ่มทำความสะอาดกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's start cleaning: ชวนทุกคนเริ่มทำด้วยกัน

Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้คนในกลุ่มทำบางอย่างร่วมกัน และโดยปกติรวมผู้พูดด้วย ในประโยคนี้ Let's start... เป็นการพาทุกคนเข้าสู่กิจกรรม ไม่ใช่เพียงสั่งให้คนอื่นทำ หลัง start คำว่า cleaning เป็นรูป -ing ที่บอกกิจกรรมซึ่งกำลังจะเริ่ม โครงสร้าง Let's start + คำกริยารูป -ing สามารถนำไปใช้เริ่มกิจกรรมกลุ่มได้หลายแบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนกลุ่มของผู้พูดให้เริ่มบรรจุของลงกล่องด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Let's started packing the boxes.
  2. Let's start packing the boxes.
  3. Start packing the boxes while I watch.
ดูคำตอบ

Let's start packing the boxes.

Oh,

3:20

โอ้

Ninimo,

3:21

นินิโม

you troublemaker. การใช้คำ

3:21

เจ้าตัวป่วน

การใช้คำ

you troublemaker: คำเรียกที่อาจหยอกล้อหรือตำหนิ

Troublemaker เป็นคำเรียกเชิงลบสำหรับคนที่ก่อปัญหา ในคำเรียกตรง ๆ ว่า you troublemaker ผู้พูดนำคำนี้มาเรียก Ninimo เพื่อว่ากล่าวเล็กน้อย น้ำหนักของคำขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์ หากพูดกับคนคุ้นเคยด้วยน้ำเสียงเบา ๆ อาจฟังเหมือนหยอกล้อ แต่หากใช้น้ำเสียงจริงจังหรือพูดกับคนที่ไม่คุ้นเคย จะฟังเป็นการกล่าวหา ไม่ใช่คำเรียกที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการเรียกพนักงานใหม่ว่า 'you troublemaker' ระหว่างการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปแล้วเหมาะสมหรือไม่?

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Dropped the bandages again. ไวยากรณ์

3:23

ทำผ้าพันแผลตกอีกแล้วนะ

ไวยากรณ์

การละประธานใน Dropped the bandages again.

Dropped เป็นกริยารูปอดีตแบบ simple past ในที่นี้ประธานที่ละไว้แต่เข้าใจได้คือ you ดังนั้นใจความเต็มคือ You dropped the bandages again. ในภาษาพูดแบบกันเองที่รวดเร็ว ผู้พูดอาจละประธานได้เมื่อทุกคนระบุได้ง่ายจากสถานการณ์ว่าใครเป็นผู้ทำ เนื่องจากการกระทำเกิดขึ้นเสร็จแล้ว ประโยคสั้นนี้จึงเป็นความเห็นต่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่คำสั่ง ส่วน again บอกว่าปัญหาเดิมเคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจสื่อความหงุดหงิดเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในฉากที่รู้ชัดว่าใครเป็นประธาน Dropped the bandages again. ทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นความเห็นแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
  2. เป็นคำสั่งให้ใครบางคนทำผ้าพันแผลหล่น
  3. เป็นคำถามว่าผ้าพันแผลอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

เป็นความเห็นแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

Huh.

3:26

หึ

Nice.

3:28

ดีเลย

It's so shiny.

3:28

มันเงางามมาก

Hmm.

3:31

อืม

Neat.

3:32

เรียบร้อย

And tidy.

3:34

และเป็นระเบียบ

All done. วลี

3:38

เสร็จหมดแล้ว

วลี

All done: การประกาศว่าบางอย่างเสร็จแล้ว

All done เป็นสำนวนสนทนาแบบตายตัว หมายถึงงาน กิจกรรม หรือกระบวนการเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด เป็นรูปย่อของใจความที่สมบูรณ์กว่า เช่น It's all done แต่สามารถใช้เดี่ยว ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาพูด ใช้เพื่อประกาศว่าทำเสร็จแล้วหรือบอกใครบางคนว่ากิจกรรมจบแล้ว หากพูด All done? ด้วยเสียงสูงขึ้น จะเป็นการถามว่าอีกฝ่ายทำเสร็จหรือยัง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ประกาศว่างานทั้งหมดเสร็จแล้ว: I put away the last book. ____!

ดูคำตอบ

All done

Now,

3:40

ตอนนี้

I'll do some dusting. วลี

3:40

ฉันจะปัดฝุ่นสักหน่อย

วลี

do some dusting: ใช้ do some + -ing เพื่อกล่าวถึงกิจกรรม

โครงสร้าง do some + รูป -ing ใช้กล่าวถึงกิจกรรมในฐานะงานหนึ่งโดยรวม ไม่ใช่การกระทำหนึ่งครั้งที่นับจำนวนได้ ในที่นี้ do some dusting หมายถึงใช้เวลาสักเล็กน้อยทำงานบ้านโดยกำจัดฝุ่นออกจากพื้นผิว ในวลีนี้ dusting หมายถึงการกำจัดฝุ่น ไม่ใช่การสร้างหรือทำให้ฝุ่นกระจาย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้บ่อยกับกิจกรรมประจำวัน เช่น do some cleaning และ do some shopping

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงการทำงานปัดฝุ่นสั้น ๆ: Before the guests arrive, I'll ____.

ดูคำตอบ

do some dusting

Mhm.

3:42

อือฮึ

Mhm.

3:44

อือฮึ

Huh.

3:45

หึ

Huh?

3:48

ห๊ะ?

Oh,

3:50

โอ้

Ninimo.

3:51

นินิโม

I'm so glad you're well. น้ำเสียง/เจตนา

3:55

ฉันดีใจมากที่เธอสบายดี

น้ำเสียง/เจตนา

I'm so glad you're well: ความดีใจและโล่งใจที่อีกฝ่ายมีสุขภาพดี

I'm so glad + อนุประโยค ใช้แสดงความดีใจอย่างมาก ซึ่งมักมีความรู้สึกโล่งใจร่วมด้วย อนุประโยคจะบอกเหตุผลของความรู้สึกนั้น ในที่นี้ you're well หมายถึงอีกฝ่ายมีสุขภาพดีหรือปลอดภัยดี well ตามหลัง be และบรรยายสภาพของบุคคล ดังนั้นจึงเป็นคำคุณศัพท์ในประโยคนี้ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นทำสิ่งหนึ่งได้อย่างเก่งกาจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งหายจากอาการป่วยแล้ว ประโยคใดแสดงความดีใจและความโล่งใจอย่างมากเกี่ยวกับสุขภาพของเพื่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I'm so glad you're working again.
  2. I'm so glad you're well again.
  3. I'm so glad you did well in the race.
ดูคำตอบ

I'm so glad you're well again.

Ambulance.

4:00

รถพยาบาล

Move aside. น้ำเสียง/เจตนา

4:02

หลบทางหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

Move aside: คำสั่งตรง ๆ ให้เปิดทาง

Move aside หมายถึง “ขยับไปด้านข้างเพื่อให้มีที่สำหรับผ่าน” โดย aside ในที่นี้บอกทิศทางที่คนต้องขยับ ไม่ได้หมายถึงการย้ายหรือถือสิ่งของ ประโยคคำสั่งนี้ละประธาน you ไว้ จึงเป็นคำสั่งที่สั้นและหนักแน่น ในฉากนี้ผู้พูดต้องการให้เปิดทางทันที

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำสั่งตรง ๆ “Move aside.” มากที่สุด

  1. เพื่อนขอให้คุณถือกล่องขึ้นไปชั้นบน
  2. เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินต้องการให้ผู้คนเปิดทางทันที
  3. ครูขอให้นักเรียนเปิดหนังสือ
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินต้องการให้ผู้คนเปิดทางทันที

Mobilize. การใช้คำ

4:04

เคลื่อนกำลัง

การใช้คำ

Mobilize: จัดคนและทรัพยากรให้พร้อมปฏิบัติการ

ในคำสั่งนี้ mobilize หมายถึง “จัดระเบียบคน ยานพาหนะ หรือทรัพยากร แล้วเตรียมให้พร้อมปฏิบัติการ” คำนี้บอกถึงการเริ่มภารกิจที่มีการประสานงาน ไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เมื่อใช้เดี่ยว ๆ “Mobilize.” เป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่เป็นทางการให้เริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ mobilize อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงการปฏิบัติการที่มีการจัดระบบ

  1. Leo walked across the kitchen to get a glass of water.
  2. The emergency director told all available teams to mobilize.
  3. Nina moved the book onto the shelf.
ดูคำตอบ

The emergency director told all available teams to mobilize.

Move aside.

4:07

หลบทางหน่อย

Ambulance.

4:09

รถพยาบาล

Super Duper

4:13

ซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

4:14

ซูเปอร์ดูเปอร์

I'm a Super Duper Ambulance.

4:15

ฉันคือรถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

4:17

ซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

4:19

ซูเปอร์ดูเปอร์

Call me when you're sick or hurt. น้ำเสียง/เจตนา

4:19

เรียกฉันเมื่อเธอป่วยหรือบาดเจ็บนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Call me when you're sick or hurt: ใช้ when บอกเงื่อนไขในการติดต่อ

Call me when + อนุประโยค ใช้บอกให้อีกฝ่ายติดต่อหรือเรียกผู้พูดเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ระบุ ในประโยคนี้ การป่วยหรือบาดเจ็บคือสถานการณ์ที่ควรขอความช่วยเหลือ ส่วน call อาจหมายถึงโทรหา ติดต่อ หรือเรียกให้มา ขึ้นอยู่กับบริบท when ใช้บอกเวลาหรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดการกระทำ ไม่ได้ใช้ถามว่าเป็นเวลาใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Call me when... เพื่อบอกว่าอีกฝ่ายควรติดต่อคุณในสถานการณ์ใด

  1. Tell me whether you called the station.
  2. Call me and ask when the station opens.
  3. Call me when you arrive at the station.
ดูคำตอบ

Call me when you arrive at the station.

Ouch, ouch, ouch,

4:22

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

it hurts so much. การใช้คำ

4:23

มันเจ็บมากเลย

การใช้คำ

It hurts so much: การบอกว่าเจ็บมาก

It hurts so much หมายถึงความเจ็บปวดนั้นรุนแรงมาก hurt เป็นคำกริยาที่บอกถึงการรู้สึกเจ็บ ส่วน so much ใช้เพิ่มระดับความเจ็บปวด it ใช้แทนอวัยวะหรืออาการบาดเจ็บที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท หากยังไม่ชัดว่าเจ็บตรงไหน ให้ระบุอวัยวะโดยตรง เช่น My ankle hurts so much.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าความเจ็บปวดนั้นรุนแรงมาก

  1. I bumped my knee, and it hurts sometimes.
  2. I bumped my knee, but it does not hurt.
  3. I bumped my knee, and it hurts so much.
ดูคำตอบ

I bumped my knee, and it hurts so much.

Ambulance.

4:25

รถพยาบาล

Can you help me, น้ำเสียง/เจตนา

4:26

เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม

please?

4:27

ได้โปรด?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you help me, please? สำหรับขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ

Can you help me? เป็นประโยคที่ใช้ขอความช่วยเหลือกันทั่วไป แม้รูปประโยคจะเป็นคำถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถช่วยได้หรือไม่ แต่หน้าที่จริงในที่นี้คือขอให้อีกฝ่ายลงมือช่วย please ที่อยู่ท้ายประโยคช่วยให้คำขอนุ่มนวลและสุภาพขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนว่าผู้พูดกำลังขอความช่วยเหลือเรื่องใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการขอความช่วยเหลือที่เป็นธรรมชาติและสุภาพ?

  1. Can you help me, please?
  2. Can you please me help?
  3. You can help me, please.
ดูคำตอบ

Can you help me, please?

Super Duper Ambulance to the rescue.

4:29

รถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์มาช่วยแล้ว

Move aside.

4:35

หลบทางหน่อย

Mobilize.

4:38

เคลื่อนกำลัง

Move aside.

4:40

หลบทางหน่อย

Ambulance.

4:42

รถพยาบาล

Super Duper

4:46

ซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

4:47

ซูเปอร์ดูเปอร์

I'm a Super Duper Ambulance.

4:48

ฉันคือรถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

4:51

ซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

4:52

ซูเปอร์ดูเปอร์

Call me when you're sick or hurt.

4:53

เรียกฉันเมื่อเธอป่วยหรือบาดเจ็บนะ

Ouch, ouch, ouch,

4:55

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

it hurts so much.

4:57

มันเจ็บมากเลย

Ambulance.

4:58

รถพยาบาล

Can you help me,

4:59

เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม

please?

5:00

ได้โปรด?

Super Duper Ambulance to the rescue.

5:03

รถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์มาช่วยแล้ว

Move aside.

5:09

หลบทางหน่อย

Mobilize.

5:11

เคลื่อนกำลัง

Move aside.

5:13

หลบทางหน่อย

Ambulance.

5:16

รถพยาบาล

Super Duper

5:19

ซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

5:20

ซูเปอร์ดูเปอร์

I'm a Super Duper Ambulance.

5:21

ฉันคือรถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

5:24

ซูเปอร์ดูเปอร์

Super Duper

5:25

ซูเปอร์ดูเปอร์

ouch, ouch, ouch,

5:26

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

it hurts.

5:27

เจ็บจัง

Ouch, ouch, ouch,

5:28

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย

ouch.

5:29

โอ๊ย

You must be hurt. ไวยากรณ์

5:30

เธอต้องบาดเจ็บแน่เลย

ไวยากรณ์

must be hurt: must ที่ใช้แสดงการอนุมานอย่างหนักแน่น

ใน must be hurt คำว่า must แสดงข้อสรุปที่หนักแน่นจากหลักฐาน ผู้พูดสังเกตเห็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายเจ็บปวด จึงสรุปว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บ ไม่ได้เป็นคำสั่งให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ โครงสร้าง must + be + คำบอกสภาวะ สามารถใช้อนุมานสภาวะปัจจุบันอย่างมั่นใจได้ เช่น You must be tired คำว่า must แสดงความมั่นใจสูง แต่ยังต้องใช้บริบทตัดสินว่าเป็นการอนุมานหรือข้อบังคับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ must เพื่อแสดงการอนุมานอย่างหนักแน่น ไม่ใช่ข้อบังคับ?

  1. Passengers must wear seat belts.
  2. You must submit the form by Friday.
  3. The lights are off, so they must be asleep.
ดูคำตอบ

The lights are off, so they must be asleep.

Ambulance.

5:31

รถพยาบาล

I'll take care of you. วลี

5:32

ฉันจะดูแลเธอเอง

วลี

take care of you: สัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือจริง

Take care of someone หมายถึงดูแลใครสักคนและจัดการสิ่งที่คนนั้นต้องการ ในที่นี้ I'll take care of you เป็นคำสัญญาที่ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจว่าจะได้รับความช่วยเหลือจริง ไม่ใช่แค่การบอกว่าผู้พูดรู้สึกเป็นห่วง โครงสร้างคือ take care of + คนหรือสิ่งของ คำบุพบท of เชื่อมวลีนี้กับกรรม ซึ่งในประโยคนี้คือ you

แบบฝึกหัด

เติมคำสัญญาของผู้ดูแลเด็กด้วย take care of + กรรมที่ถูกต้อง: Your parents will be back soon. I'll ____ until then.

ดูคำตอบ

take care of you

Super Duper Ambulance to the rescue.

5:36

รถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์มาช่วยแล้ว

Move aside.

5:42

หลบทางหน่อย

Mobilize.

5:44

เคลื่อนกำลัง

Move aside.

5:47

หลบทางหน่อย

I'll take care of you.

5:49

ฉันจะดูแลเธอเอง

Super Duper Ambulance.

5:52

รถพยาบาลซูเปอร์ดูเปอร์

Mission complete. วัฒนธรรม

5:55

ภารกิจสำเร็จ

วัฒนธรรม

Mission complete: คำประกาศสั้น ๆ ว่าภารกิจสิ้นสุดแล้ว

Mission complete เป็นคำประกาศสั้น ๆ ว่าปฏิบัติการที่มีเป้าหมายชัดเจนได้จบลงอย่างสำเร็จ ในฉากนี้ วลีนี้ปิดฉากการช่วยเหลือเหมือนกำลังรายงานผลของภารกิจ วลีนี้เป็นรูปแบบสั้นคล้ายคำขวัญของ The mission is complete โดย mission ในที่นี้หมายถึงงานที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ภารกิจทางศาสนาหรือเป้าหมายตลอดชีวิต

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำประกาศ Mission complete มากที่สุด

  1. ทีมกู้ภัยทำปฏิบัติการเสร็จอย่างปลอดภัยแล้ว
  2. นักเรียนคนหนึ่งกำลังถามว่าการบ้านคืออะไร
  3. นักเดินทางคนหนึ่งกำลังเริ่มต้นการเดินทางไกล
ดูคำตอบ

ทีมกู้ภัยทำปฏิบัติการเสร็จอย่างปลอดภัยแล้ว

There.

6:00

เอาล่ะ

Huh?

6:05

ห๊ะ?

Huh.

6:07

หึ

Yeah,

6:08

ใช่

we're the best team.

6:09

พวกเราคือทีมที่ดีที่สุด

Ready.

6:19

พร้อม

Roger. วัฒนธรรม

6:20

รับทราบ

วัฒนธรรม

Roger: “รับข้อความแล้ว” ในการสื่อสารทางวิทยุ

ในการสื่อสารทางวิทยุหรือระหว่างภารกิจ “Roger.” เป็นคำตอบรับสั้น ๆ ที่บอกว่าผู้พูดได้รับข้อความของอีกฝ่ายและเข้าใจมากพอที่จะสื่อสารหรือดำเนินการต่อ ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่า “ฉันเห็นด้วย” หรือ “ฉันจะทำตาม” Roger ในที่นี้เป็นศัพท์การสื่อสาร ไม่ใช่ชื่อคน การใช้นี้มาจากระบบสะกดตัวอักษรทางวิทยุแบบเก่า ซึ่งใช้ Roger แทนตัวอักษร R และเชื่อมโยง R กับคำว่า received ที่แปลว่า “ได้รับแล้ว”

แบบฝึกหัด

ในการสื่อสารทางวิทยุ “Roger.” หมายความตรงที่สุดว่าอะไร?

  1. คุณกำลังคุยกับคนที่ชื่อ Roger
  2. ฉันได้รับและเข้าใจข้อความของคุณแล้ว
  3. ภารกิจประสบความสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
ดูคำตอบ

ฉันได้รับและเข้าใจข้อความของคุณแล้ว

Forest.

6:22

ฟอเรสต์

Cloudia.

6:24

คลาวเดีย

Pinkfong Super Rescue Team.

6:28

ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง

Are you ready?

6:35

พวกเธอพร้อมไหม?

Yes,

6:37

ใช่

I'm ready.

6:37

ฉันพร้อมแล้ว

Roger.

6:39

รับทราบ

Click the subscribe button.

6:42

คลิกปุ่มติดตามด้วยนะ

Complete.

6:44

เสร็จสมบูรณ์