อาหาร! | เพิ่งเกิดเมื่อวาน - ซีซั่น 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
228 คำ 138 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: แบนดิตเริ่มทำตัวราวกับเพิ่งเกิดเมื่อวาน ครอบครัวจึงสอนให้เขารู้จักของใช้ในบ้าน โลกภายนอก มารยาททางสังคม และอาหาร การตีความทุกอย่างตรงตัวทำให้บทเรียนธรรมดากลายเป็นความเข้าใจผิดชวนขำ ก่อนจบลงด้วยการวิ่งหนีอย่างวุ่นวายหลังจากเขากินซอสบนพายของคนอื่น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what have you done to your dad? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้การใช้ present perfect เพื่อถามว่าการกระทำใดทำให้เกิดสภาพผิดปกติที่ยังมองเห็นผลอยู่ในปัจจุบัน รูปแบบนี้ช่วยเชื่อมเหตุการณ์ในอดีตกับผลที่เกิดขึ้นตอนนี้เมื่อต้องการถามหาสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจ 2. It's meant to be there. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน เข้าใจว่า be meant to be ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในตำแหน่งหรือสภาพที่ตั้งใจและคาดหมายไว้ สามารถใช้กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาตินี้เพื่อปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ เมื่อสถานการณ์ดูแปลกแต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องปกติ 3. I'll say. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ จำแนกได้ว่านี่คือคำพูดแสดงความเห็นด้วยอย่างหนักแน่น คล้าย “แน่นอน” หรือ “ใช่เลย” ไม่ใช่คำสัญญาว่าจะพูดอะไรบางอย่าง จึงช่วยหลีกเลี่ยงการแปลตรงตัวและทำให้เข้าใจท่าทีเห็นพ้องของผู้พูดได้ถูกต้อง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I like food.

0:00

ฉันชอบอาหาร

Thanks for the update. วลี

0:01

ขอบใจที่อัปเดตนะ

วลี

Thanks for the update: ขอบคุณสำหรับข้อมูลใหม่

“Thanks for the update.” เป็นคำตอบแบบตายตัวที่ใช้หลังจากอีกฝ่ายให้ข้อมูลใหม่หรือรายงานความคืบหน้า ในที่นี้ update หมายถึง “ข้อมูลหรือสถานะล่าสุด” ไม่ได้หมายถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ คำตอบนี้แสดงว่าคุณรับทราบข้อมูลแล้วและขอบคุณผู้พูดอย่างสุภาพ เนื่องจากฟังดูกระชับและค่อนข้างเป็นภาษางาน จึงอาจสร้างอารมณ์ขันเบา ๆ ได้เมื่อนำไปใช้กับสถานการณ์ที่ง่ายหรือเห็นได้ชัดมาก

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานเพิ่งแจ้งสถานะล่าสุดของโครงการ เติมคำนามที่หมายถึง “ข้อมูลหรือสถานะล่าสุด” ในคำตอบเป้าหมาย: Thanks for the ____.

ดูคำตอบ

update

And stools can't talk.

0:02

และเก้าอี้พูดไม่ได้

Kids, what have you done to your dad? ไวยากรณ์

0:05

เด็กๆ ทำอะไรกับพ่อเนี่ย?

ไวยากรณ์

what have you done to ...?: ถามว่าอะไรทำให้เกิดผลในปัจจุบัน

“What have you done to ...?” ใช้ present perfect เพื่อถามว่าการกระทำก่อนหน้านี้อะไรทำให้เกิดผลที่มองเห็นได้หรือยังสำคัญอยู่ในตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเห็นว่าพ่ออยู่ในสภาพผิดปกติ จึงถามเด็ก ๆ ว่าทำอย่างไรถึงเกิดสภาพนั้น ในโครงสร้าง do something to someone or something กรรมที่ตามหลัง to คือคนหรือสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ คำถามนี้มักสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ จึงอาจมีน้ำเสียงประหลาดใจ กังวล หรือตำหนิ

แบบฝึกหัด

หลังจากมีคนยืมแล็ปท็อปของคุณ คุณเห็นว่าตอนนี้หน้าจอแตกร้าว คำถามใดเน้นผลที่มองเห็นอยู่ได้ชัดที่สุด?

  1. What do you do to my laptop every Tuesday?
  2. What did you do to my laptop last Tuesday?
  3. What have you done to my laptop?
ดูคำตอบ

What have you done to my laptop?

He was born yesterday. สำนวน

0:08

เขาเพิ่งเกิดเมื่อวานค่ะ

สำนวน

was born yesterday และ wasn't born yesterday: ความหมายตามตัวอักษรและความหมายเชิงสำนวน

ในประโยคนี้ was born yesterday มีความหมายตามตัวอักษรว่าเขาเกิดเมื่อวาน เรื่องยังใช้ภาพของคนที่เพิ่งลืมตาดูโลกเพื่อสื่อว่าเขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกเลย อย่าตีความรูปบอกเล่าว่าเป็นสำนวนโดยอัตโนมัติ สำนวนที่คุ้นเคยมักอยู่ในรูปปฏิเสธว่า I wasn't born yesterday ซึ่งหมายถึง “ฉันมีประสบการณ์มากพอที่จะไม่ถูกหลอกง่าย ๆ”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาหรือหลอกง่าย”: I ____.

ดูคำตอบ

wasn't born yesterday

He doesn't know anything.

0:09

เขาไม่รู้อะไรเลย

Are you alive?

0:11

ยังมีชีวิตอยู่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Yoo-hoo: คำร้องเรียกเพื่อดึงความสนใจ

Yoo-hoo เป็นคำร้องเรียกที่ใช้ดึงความสนใจของใครบางคนหรือตรวจสอบว่าอีกฝ่ายได้ยินคุณหรือไม่ โดยมักใช้เมื่ออยู่ห่างกัน คำนี้ทำหน้าที่เรียกอีกฝ่าย ไม่ใช่กล่าวทักทายตามปกติ จึงไม่ได้เป็นเพียงอีกคำหนึ่งที่ใช้แทน hello

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะพูดว่า Yoo-hoo!?

  1. เรียกเพื่อนที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร
  2. เริ่มการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ
  3. เขียนอีเมลขอบคุณแบบมืออาชีพ
ดูคำตอบ

เรียกเพื่อนที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร

Hi.

0:13

ไง

I'm your wife.

0:14

ฉันเป็นภรรยาคุณ

My wife?

0:15

ภรรยาผมเหรอ?

Yes.

0:17

ใช่

And if you want me to stay your wife, ไวยากรณ์

0:17

และถ้าคุณอยากให้ฉันเป็นภรรยาคุณต่อไป

you'll learn about dishwashers.

0:20

คุณก็ต้องเรียนรู้เรื่องเครื่องล้างจาน

ไวยากรณ์

If you want ..., you'll ...: การตั้งเงื่อนไข

อนุประโยค if บอกเงื่อนไขในอนาคตที่เป็นไปได้ คือผู้ฟังต้องการให้ผู้พูดยังคงเป็นภรรยาของเขา ในเงื่อนไขอนาคตทั่วไป ภาษาอังกฤษใช้รูปปัจจุบัน want หลัง if ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์ใช้ will + กริยารูปพื้นฐานได้ ในที่นี้ you'll learn ไม่ใช่การคาดการณ์แบบเป็นกลาง แต่เป็นการบอกว่าการเรียนรู้เรื่องเครื่องล้างจานคือสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ดังนั้นทั้งประโยคจึงเป็นการตั้งเงื่อนไขที่หนักแน่นแต่พูดแบบกึ่งล้อเล่น

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขอนาคตที่มีความเป็นไปได้จริงด้วยรูปที่ถูกต้องของ want และ will: If you ____ to borrow my car, you ____ need to return it by six.

ดูคำตอบ

want · will

Dishwasher.

0:22

เครื่องล้างจาน

Wife.

0:23

ภรรยา

Wow.

0:24

ว้าว

There's just so much to learn. ไวยากรณ์

0:25

มีเรื่องให้เรียนรู้เยอะแยะเลย

ไวยากรณ์

so much to learn: much + to-infinitive

ใน so much to learn คำว่า much หมายถึงเนื้อหาหรือข้อมูลปริมาณมาก และ so ช่วยเน้นปริมาณนั้น ส่วน learn ในรูป to-infinitive บอกว่ายังมีอะไรที่ต้องทำหรือสามารถทำได้ นั่นคือมีเนื้อหามากมายที่เรียนรู้ได้หรือจำเป็นต้องเรียนรู้ รูป infinitive ตรงนี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์ โครงสร้างสั้นแบบเดียวกันสามารถนำไปใช้เป็น so much to do, so much to see หรือ so much to remember ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง so much + to-infinitive ให้มีความหมายว่า “ยังมีอีกมากที่ต้องทำ”: We should start early because there's ____.

ดูคำตอบ

so much to do

Wow.

0:28

ว้าว

This is outside.

0:30

นี่คือข้างนอก

You've got some grass and some wood, การใช้คำ

0:32

มีหญ้ากับไม้

a fence.

0:36

แล้วก็รั้ว

การใช้คำ

You've got some grass: ใช้บอกสิ่งที่อยู่รอบตัว

ในประโยคนี้ You've got some grass ใช้ชี้ให้เห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวผู้ฟัง ความหมายใกล้เคียงกับ “ตรงนี้มีหญ้า” หรือ “คุณมองเห็นหญ้าได้” มากกว่าจะย้ำว่าผู้ฟังเป็นเจ้าของหญ้านั้น have got มักหมายถึง “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ” แต่ในการบรรยายสถานที่แบบไม่เป็นทางการ โครงสร้าง you have got + คำนาม สามารถใช้บอกสิ่งที่มองเห็น ใช้งานได้ หรือเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณรอบตัวได้ ต้องดูสถานการณ์ว่าหมายถึงการเป็นเจ้าของจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ไกด์กำลังชี้ให้ดูส่วนต่าง ๆ รอบพื้นที่ตั้งแคมป์ ในที่นี้ “You’ve got a stream behind the tents” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ไกด์กำลังสั่งให้ผู้มาเยือนสร้างลำธาร
  2. มีลำธารอยู่หลังเต็นท์และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ตั้งแคมป์
  3. ผู้มาเยือนเป็นเจ้าของลำธารทุกสายในบริเวณนั้นตามกฎหมาย
ดูคำตอบ

มีลำธารอยู่หลังเต็นท์และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ตั้งแคมป์

น้ำเสียง/เจตนา

Look out!: คำเตือนอันตรายเร่งด่วน

เมื่อใช้เป็นคำเตือนเดี่ยว ๆ Look out! หมายถึง “ระวัง!” หรือ “รีบหลบก่อนจะบาดเจ็บ” ผู้พูดเห็นอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นและต้องการให้อีกฝ่ายตอบสนองทันที out ในที่นี้ไม่ได้บอกทิศทางการมอง ให้เข้าใจ Look out! เป็นคำเตือนตายตัวทั้งวลี แทนที่จะแปล look และ out แยกกัน

แบบฝึกหัด

จักรยานกำลังจะชนเพื่อนของคุณ ประโยคใดเป็นคำเตือนทันทีที่เหมาะสมที่สุด

  1. Look out of the window! A cyclist is coming!
  2. Look outside! A cyclist is coming!
  3. Look out! A cyclist is coming!
ดูคำตอบ

Look out! A cyclist is coming!

What is it?

0:38

อะไรน่ะ?

There's a giant fireball in the big blue thing. การใช้คำ

0:39

มีลูกไฟยักษ์อยู่ในของสีฟ้าใหญ่ๆ ด้วย

การใช้คำ

the big blue thing: บรรยายสิ่งของเมื่อไม่รู้ชื่อ

คำนาม thing ใช้แทนชื่อสิ่งของได้เมื่อผู้พูดไม่รู้หรือนึกชื่อที่แน่นอนไม่ออก คำคุณศัพท์ที่วางหน้า thing ให้เบาะแส โดย big และ blue ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงสิ่งไหน ในที่นี้ คำบรรยายนี้หมายถึงท้องฟ้า การใช้คำเรียกกว้าง ๆ แทนชื่อปกติอย่าง sky ยังแสดงว่าผู้พูดยังไม่รู้ชื่อนั้น

แบบฝึกหัด

คุณไม่รู้ชื่อของชิ้นโลหะเล็ก ๆ บนโต๊ะ คำขอใดใช้ thing เป็นคำเรียกชั่วคราวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Could you pass me the small metal person on the desk?
  2. Could you pass me the small metal thing on the desk?
  3. Could you pass me the thing small metal on the desk?
ดูคำตอบ

Could you pass me the small metal thing on the desk?

That's the sun.

0:43

นั่นคือดวงอาทิตย์

It's meant to be there. วลี

0:44

มันก็ต้องอยู่ตรงนั้นแหละ

วลี

It's meant to be there: ตำแหน่งที่กำหนดไว้หรือเป็นปกติ

Be meant to + คำกริยา ใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งเป็นไปตามเจตนา การจัดวาง การออกแบบ หรือสิ่งที่คาดไว้ตามปกติ ใน It's meant to be there ส่วน to be there ระบุตำแหน่งที่คาดไว้ ประโยคนี้ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจโดยอธิบายว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นอยากอยู่ตรงนั้นด้วยความต้องการของตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายที่แสดงตำแหน่งที่กำหนดไว้: The emergency key is ____ in this box.

ดูคำตอบ

meant to be

And the big blue thing is the sky.

0:45

และของสีฟ้าใหญ่ๆ ก็คือท้องฟ้า

Ah.

0:48

อา

Phew.

0:49

ฟู่

This is a swing.

0:51

นี่คือชิงช้า

Push me.

0:53

ผลักฉันหน่อย

Swing.

0:54

ชิงช้า

The other way. วลี

0:55

อีกทางหนึ่ง

วลี

“The other way”: การแก้ทิศทาง

“The other way” หมายถึงไปในทิศตรงข้ามหรือไปอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้เป็นคำแก้สั้น ๆ ที่บอกให้อีกฝ่ายกลับทิศของการเคลื่อนที่ การหมุน หรือตำแหน่ง ในที่นี้ way หมายถึง “ทิศทาง” ไม่ใช่ถนน คำสั่งแบบเต็มอาจเป็น “Go the other way”, “Turn it the other way” หรือ “Move it the other way”

แบบฝึกหัด

มีคนกำลังหมุนกุญแจผิดทิศ ประโยคแก้ไขใดบอกให้เขาหมุนกลับทิศได้ชัดที่สุด?

  1. Please try another way to open the door.
  2. Please turn the key the other way.
  3. Please place the key on the other side.
ดูคำตอบ

Please turn the key the other way.

Oh, okay.

0:57

อ้อ โอเค

Swing.

0:58

ชิงช้า

Now, this way.

0:59

ทีนี้ ทางนี้

Oh, swing.

1:02

โอ้ ชิงช้า

This is

1:04

นี่คือ

So, this is our street. ลำดับความ

1:07

เอาล่ะ นี่คือถนนของเรา

ลำดับความ

“So,” ต้นประโยคสำหรับเปลี่ยนหัวข้อ

เมื่ออยู่ต้นประโยค “So, this is our street.” คำว่า So, ใช้เปิดส่วนถัดไปของคำอธิบายและดึงความสนใจไปยังฉากหรือหัวข้อใหม่ ในที่นี้ทำหน้าที่คล้าย “Now” หรือ “All right” So, แบบนี้เป็นคำช่วยจัดลำดับบทสนทนา ไม่ใช่คำเชื่อมเหตุและผลอย่างเคร่งครัด เมื่อได้ยิน ให้ดูว่าผู้พูดกำลังสรุปผลจากเหตุผล หรือเพียงกำลังพาเรื่องดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

So, ใน “So, this is our street.” ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. ถามว่าทำไมผู้พูดจึงอาศัยอยู่ที่นั่น
  2. เปิดส่วนถัดไปของคำอธิบาย
  3. แสดงว่าถนนนี้เป็นผลจากสาเหตุก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เปิดส่วนถัดไปของคำอธิบาย

You've got some cars and oh, a bird.

1:09

มีรถสองสามคัน แล้วก็โอ้ นก

Ooh, rubbish. การใช้คำ

1:12

อู้ ขยะ

การใช้คำ

rubbish: “ขยะ” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

ในประโยคนี้ rubbish หมายถึงขยะที่เป็นสิ่งของจริงซึ่งตกอยู่หรือถูกทิ้งไป เมื่อใช้ในความหมายนี้ คำนี้มักเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงพูดว่า some rubbish ไม่ใช่ a rubbish คำนี้เป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย ในบริบทอื่น rubbish อาจหมายถึง “เรื่องไร้สาระ” แต่ที่นี่ผู้พูดกำลังเรียกสิ่งที่มองเห็นอยู่ จึงหมายถึงขยะจริง

แบบฝึกหัด

rubbish ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งของที่มีประโยชน์ซึ่งมีคนซ่อมแล้ว
  2. ขยะที่ถูกทิ้ง
  3. ข้อความที่ต้องเป็นความจริง
ดูคำตอบ

ขยะที่ถูกทิ้ง

Don't worry about the sun. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

ไม่ต้องห่วงเรื่องดวงอาทิตย์หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry about ...: ระบุเรื่องที่กังวลเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

Don't worry about + คำนามหรือนามวลี เป็นวิธีทั่วไปในการพูดให้อีกฝ่ายสบายใจ หมายความว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรู้สึกกังวลเกี่ยวกับสิ่งของหรือสถานการณ์ที่ระบุไว้ about ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นหัวข้อของความกังวล ไม่ใช่จุดประสงค์ของการกระทำ สำนวนนี้เจาะจงกว่า No problem เพราะบอกชัดเจนว่าผู้ฟังไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสามคำเพื่อทำให้ประโยคปลอบใจสมบูรณ์: ____ the delay. We still have plenty of time.

ดูคำตอบ

Don't worry about

It's meant to be there.

1:15

มันก็ต้องอยู่ตรงนั้นแหละ

Uh, okay.

1:17

เออ โอเค

Uh, come on, Bandit. น้ำเสียง/เจตนา

1:18

เอ้า มาเถอะ Bandit

น้ำเสียง/เจตนา

come on: การเร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ

ตรงนี้ come on เป็นคำพูดที่ใช้บอกว่า “ขยับหรือไปต่อได้แล้ว” ผู้พูดกำลังเร่งให้ Bandit เดินต่อ ไม่ได้ขอให้เขาเข้ามายังสถานที่หนึ่งตามความหมายตรงตัว วลีนี้ยังใช้ให้กำลังใจหรือแสดงความไม่พอใจได้ด้วย ต้องดูสถานการณ์และน้ำเสียงเพื่อแยกความหมาย ในที่นี้ใช้เร่งให้การกระทำดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

come on ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เร่งให้ Bandit เคลื่อนไหวต่อไป
  2. ต้อนรับ Bandit อย่างเป็นทางการ
  3. ถามว่า Bandit กำลังยืนอยู่บนอะไร
ดูคำตอบ

เร่งให้ Bandit เคลื่อนไหวต่อไป

Keep walking. ไวยากรณ์

1:19

เดินต่อไป

ไวยากรณ์

Keep walking: keep + คำกริยารูป -ing

keep + คำกริยารูป -ing หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งต่อไป Keep walking เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายเดินต่อและอย่าหยุด ในโครงสร้างนี้ ให้ใช้รูป -ing หลัง keep เช่น keep walking ไม่ใช่ keep walk โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ใน keep trying, keep talking และ keep going

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ try หลัง keep: Even when the puzzle is hard, keep ____.

ดูคำตอบ

trying

I have a wife.

1:20

ผมมีภรรยาแล้ว

Okay, Bandit,

1:22

โอเค Bandit

probably don't say things about the sun to people at bus stops. น้ำเสียง/เจตนา

1:24

ทางที่ดีอย่าไปพูดเรื่องดวงอาทิตย์กับคนที่ป้ายรถเมล์ล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

probably don't say: คำเตือนทางสังคมแบบนุ่มนวล

probably don't say ... เป็นวิธีพูดแบบกันเองและนุ่มนวลเพื่อบอกว่าไม่ควรพูดบางอย่าง ตรงนี้ probably ช่วยลดน้ำเสียงสั่งของ Don't say ... ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกว่าผู้พูดไม่แน่ใจเรื่องมารยาทนั้น ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ ใช้ probably don't + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อให้คำแนะนำเบา ๆ และรักษาน้ำใจได้ คำเตือนจึงฟังเหมือนการชี้แนะอย่างเป็นมิตรมากกว่าคำสั่งเคร่งครัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ probably don't เป็นคำเตือนทางสังคมแบบนุ่มนวล

  1. Probably don't mention her private news at dinner.
  2. Don't step onto the tracks!
  3. Employees must show identification.
ดูคำตอบ

Probably don't mention her private news at dinner.

Yeah.

1:28

ใช่

Why?

1:29

ทำไมล่ะ?

Uh, it's hard to explain. วลี

1:30

เออ มันอธิบายยากน่ะ

วลี

it's hard to explain: อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก

It's hard to explain หมายความว่าเรื่องนั้นอธิบายเป็นคำพูดหรือทำให้เข้าใจได้ยาก คำว่า hard ตรงนี้หมายถึง “ยาก” ไม่ใช่ “แข็ง” ทางกายภาพ โครงสร้างคือ it + be + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ใช้ตอบคำถามได้โดยไม่ได้หมายความว่าจะอธิบายไม่ได้เลย ผู้พูดอาจอธิบายภายหลัง หรือต้องการเวลาและบริบทเพิ่ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hard to explain อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงการอธิบายเป็นคำพูดได้ยาก

  1. It's a hard to explain, but I'll try.
  2. It's hard for explain, but I'll try.
  3. It's hard to explain, but I'll try.
ดูคำตอบ

It's hard to explain, but I'll try.

Okay, I won't. ไวยากรณ์

1:32

โอเค ผมจะไม่ทำ

ไวยากรณ์

I won't: คำรับปากแบบละการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ใน I won't คำว่า won't หมายถึง will not การกระทำที่ตามหลังถูกละไว้ เพราะคำพูดก่อนหน้าทำให้รู้ชัดอยู่แล้ว ในที่นี้ผู้พูดกำลังรับปากว่าจะไม่พูดเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ทำอะไรเลยทุกอย่าง การละแบบนี้พบได้บ่อยในบทสนทนา โดยยังคงคำกริยาช่วยไว้ แต่ละวลีกริยาที่ซ้ำออก ให้ย้อนดูคำขอหรือคำถามก่อนหน้าเพื่อหาการกระทำที่ถูกละไว้: Don't mention it. — I won't. หมายถึง I won't mention it.

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยคำรับปากแบบละข้อความที่ใช้รูปย่อของ will not: A: Please don't mention the surprise to Mia. B: Okay, ____.

ดูคำตอบ

I won't

Food!

1:33

อาหาร!

Yeah, I got steak and bacon.

1:33

ใช่ ฉันได้สเต๊กกับเบคอนมา

Oh, hey Bandit.

1:36

โอ้ ไง Bandit

Dad, no.

1:39

พ่อ ไม่นะ

That's my pie.

1:40

นั่นพายของหนู

Oh.

1:42

โอ้

Oh.

1:42

โอ้

Here.

1:44

นี่

Oh, you ate all the sauce.

1:46

โธ่ คุณกินซอสไปหมดเลย

Sorry, Lucky's Dad.

1:47

ขอโทษนะ Lucky's Dad

He was born yesterday.

1:49

เขาเพิ่งเกิดเมื่อวานน่ะ

Yeah, I'll say. สำนวน

1:50

อาฮะ ว่างั้นแหละ

สำนวน

I'll say!: การเห็นด้วยอย่างหนักแน่นแบบกันเอง

ในที่นี้ I'll say! เป็นสำนวนตอบกลับแบบกันเองที่ใช้เป็นคำตายตัว เพื่อแสดงว่าเห็นด้วยอย่างมากกับความคิดเห็นของอีกฝ่าย Yeah, I'll say หมายถึง ใช่ แน่นอน หรือ นั่นเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน แม้ปกติ I'll จะหมายถึง I will แต่ผู้พูดในที่นี้ไม่ได้ประกาศว่าจะพูดอะไรในอนาคต เมื่อ I'll say ใช้เดี่ยว ๆ เป็นปฏิกิริยาสั้น ๆ ต่อการประเมินของอีกฝ่าย ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสัญญาณของการเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

A: That hill was much steeper than it looked. คำตอบใดใช้ I'll say! เพื่อแสดงความเห็นด้วยอย่างหนักแน่น?

  1. I'll say the route name after I check the map.
  2. I'll say a few words before we leave.
  3. I'll say! My legs are still aching.
ดูคำตอบ

I'll say! My legs are still aching.

I can't hold him.

1:53

ฉันจับเขาไม่อยู่แล้ว

Run, Lucky's Dad.

1:54

หนีไป Lucky's Dad

But I'm going that way.

1:55

แต่ฉันจะไปทางนั้นนะ

Just go. น้ำเสียง/เจตนา

1:57

รีบไปเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Just go.:ตัดบทและเร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ

ในประโยคคำสั่ง Just go. คำว่า just ไม่ได้หมายถึง “เดินเท่านั้น” แต่หมายถึง “หยุดอธิบายหรือลังเล แล้วทำเลย” ในที่นี้ผู้พูดกำลังตัดบทและเร่งให้อีกฝ่ายออกไป โครงสร้าง just + กริยารูปพื้นฐาน สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นเพื่อผลักให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่ตรงและเร่งด่วนที่สุด เช่น Just wait. หรือ Just tell me. น้ำหนักที่แท้จริงขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท โดยอาจฟังดูปลอบใจ หนักแน่น ไม่อดทน หรือเร่งด่วน

แบบฝึกหัด

หลังสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น เพื่อนยังอยู่ในอาคารและเอาแต่เถียงว่าจะใช้ประตูไหน คำตอบใดสื่อความหมายว่า “หยุดเถียงแล้วออกไปเดี๋ยวนี้” ได้ชัดที่สุด

  1. Just go.
  2. Go for a walk.
  3. Go whenever you're ready.
ดูคำตอบ

Just go.

Oh.

1:58

โอ้

Ah, bye, food.

2:00

อา บ๊ายบาย อาหาร