อาหาร! | เพิ่งเกิดเมื่อวาน - ซีซั่น 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: แบนดิตเริ่มทำตัวราวกับเพิ่งเกิดเมื่อวาน ครอบครัวจึงสอนให้เขารู้จักของใช้ในบ้าน โลกภายนอก มารยาททางสังคม และอาหาร การตีความทุกอย่างตรงตัวทำให้บทเรียนธรรมดากลายเป็นความเข้าใจผิดชวนขำ ก่อนจบลงด้วยการวิ่งหนีอย่างวุ่นวายหลังจากเขากินซอสบนพายของคนอื่น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what have you done to your dad? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้การใช้ present perfect เพื่อถามว่าการกระทำใดทำให้เกิดสภาพผิดปกติที่ยังมองเห็นผลอยู่ในปัจจุบัน รูปแบบนี้ช่วยเชื่อมเหตุการณ์ในอดีตกับผลที่เกิดขึ้นตอนนี้เมื่อต้องการถามหาสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจ 2. It's meant to be there. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน เข้าใจว่า be meant to be ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในตำแหน่งหรือสภาพที่ตั้งใจและคาดหมายไว้ สามารถใช้กลุ่มคำที่เป็นธรรมชาตินี้เพื่อปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ เมื่อสถานการณ์ดูแปลกแต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องปกติ 3. I'll say. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ จำแนกได้ว่านี่คือคำพูดแสดงความเห็นด้วยอย่างหนักแน่น คล้าย “แน่นอน” หรือ “ใช่เลย” ไม่ใช่คำสัญญาว่าจะพูดอะไรบางอย่าง จึงช่วยหลีกเลี่ยงการแปลตรงตัวและทำให้เข้าใจท่าทีเห็นพ้องของผู้พูดได้ถูกต้อง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Thanks for the update: ขอบคุณสำหรับข้อมูลใหม่
“Thanks for the update.” เป็นคำตอบแบบตายตัวที่ใช้หลังจากอีกฝ่ายให้ข้อมูลใหม่หรือรายงานความคืบหน้า ในที่นี้ update หมายถึง “ข้อมูลหรือสถานะล่าสุด” ไม่ได้หมายถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ คำตอบนี้แสดงว่าคุณรับทราบข้อมูลแล้วและขอบคุณผู้พูดอย่างสุภาพ เนื่องจากฟังดูกระชับและค่อนข้างเป็นภาษางาน จึงอาจสร้างอารมณ์ขันเบา ๆ ได้เมื่อนำไปใช้กับสถานการณ์ที่ง่ายหรือเห็นได้ชัดมาก
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานเพิ่งแจ้งสถานะล่าสุดของโครงการ เติมคำนามที่หมายถึง “ข้อมูลหรือสถานะล่าสุด” ในคำตอบเป้าหมาย: Thanks for the ____.
ดูคำตอบ
update
what have you done to ...?: ถามว่าอะไรทำให้เกิดผลในปัจจุบัน
“What have you done to ...?” ใช้ present perfect เพื่อถามว่าการกระทำก่อนหน้านี้อะไรทำให้เกิดผลที่มองเห็นได้หรือยังสำคัญอยู่ในตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเห็นว่าพ่ออยู่ในสภาพผิดปกติ จึงถามเด็ก ๆ ว่าทำอย่างไรถึงเกิดสภาพนั้น ในโครงสร้าง do something to someone or something กรรมที่ตามหลัง to คือคนหรือสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ คำถามนี้มักสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ จึงอาจมีน้ำเสียงประหลาดใจ กังวล หรือตำหนิ
แบบฝึกหัด
หลังจากมีคนยืมแล็ปท็อปของคุณ คุณเห็นว่าตอนนี้หน้าจอแตกร้าว คำถามใดเน้นผลที่มองเห็นอยู่ได้ชัดที่สุด?
- What do you do to my laptop every Tuesday?
- What did you do to my laptop last Tuesday?
- What have you done to my laptop?
ดูคำตอบ
What have you done to my laptop?
was born yesterday และ wasn't born yesterday: ความหมายตามตัวอักษรและความหมายเชิงสำนวน
ในประโยคนี้ was born yesterday มีความหมายตามตัวอักษรว่าเขาเกิดเมื่อวาน เรื่องยังใช้ภาพของคนที่เพิ่งลืมตาดูโลกเพื่อสื่อว่าเขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกเลย อย่าตีความรูปบอกเล่าว่าเป็นสำนวนโดยอัตโนมัติ สำนวนที่คุ้นเคยมักอยู่ในรูปปฏิเสธว่า I wasn't born yesterday ซึ่งหมายถึง “ฉันมีประสบการณ์มากพอที่จะไม่ถูกหลอกง่าย ๆ”
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาหรือหลอกง่าย”: I ____.
ดูคำตอบ
wasn't born yesterday
Yoo-hoo: คำร้องเรียกเพื่อดึงความสนใจ
Yoo-hoo เป็นคำร้องเรียกที่ใช้ดึงความสนใจของใครบางคนหรือตรวจสอบว่าอีกฝ่ายได้ยินคุณหรือไม่ โดยมักใช้เมื่ออยู่ห่างกัน คำนี้ทำหน้าที่เรียกอีกฝ่าย ไม่ใช่กล่าวทักทายตามปกติ จึงไม่ได้เป็นเพียงอีกคำหนึ่งที่ใช้แทน hello
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะพูดว่า Yoo-hoo!?
- เรียกเพื่อนที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร
- เริ่มการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ
- เขียนอีเมลขอบคุณแบบมืออาชีพ
ดูคำตอบ
เรียกเพื่อนที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร
If you want ..., you'll ...: การตั้งเงื่อนไข
อนุประโยค if บอกเงื่อนไขในอนาคตที่เป็นไปได้ คือผู้ฟังต้องการให้ผู้พูดยังคงเป็นภรรยาของเขา ในเงื่อนไขอนาคตทั่วไป ภาษาอังกฤษใช้รูปปัจจุบัน want หลัง if ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์ใช้ will + กริยารูปพื้นฐานได้ ในที่นี้ you'll learn ไม่ใช่การคาดการณ์แบบเป็นกลาง แต่เป็นการบอกว่าการเรียนรู้เรื่องเครื่องล้างจานคือสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ดังนั้นทั้งประโยคจึงเป็นการตั้งเงื่อนไขที่หนักแน่นแต่พูดแบบกึ่งล้อเล่น
แบบฝึกหัด
เติมเงื่อนไขอนาคตที่มีความเป็นไปได้จริงด้วยรูปที่ถูกต้องของ want และ will: If you ____ to borrow my car, you ____ need to return it by six.
ดูคำตอบ
want · will
so much to learn: much + to-infinitive
ใน so much to learn คำว่า much หมายถึงเนื้อหาหรือข้อมูลปริมาณมาก และ so ช่วยเน้นปริมาณนั้น ส่วน learn ในรูป to-infinitive บอกว่ายังมีอะไรที่ต้องทำหรือสามารถทำได้ นั่นคือมีเนื้อหามากมายที่เรียนรู้ได้หรือจำเป็นต้องเรียนรู้ รูป infinitive ตรงนี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์ โครงสร้างสั้นแบบเดียวกันสามารถนำไปใช้เป็น so much to do, so much to see หรือ so much to remember ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง so much + to-infinitive ให้มีความหมายว่า “ยังมีอีกมากที่ต้องทำ”: We should start early because there's ____.
ดูคำตอบ
so much to do
You've got some grass: ใช้บอกสิ่งที่อยู่รอบตัว
ในประโยคนี้ You've got some grass ใช้ชี้ให้เห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวผู้ฟัง ความหมายใกล้เคียงกับ “ตรงนี้มีหญ้า” หรือ “คุณมองเห็นหญ้าได้” มากกว่าจะย้ำว่าผู้ฟังเป็นเจ้าของหญ้านั้น have got มักหมายถึง “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ” แต่ในการบรรยายสถานที่แบบไม่เป็นทางการ โครงสร้าง you have got + คำนาม สามารถใช้บอกสิ่งที่มองเห็น ใช้งานได้ หรือเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณรอบตัวได้ ต้องดูสถานการณ์ว่าหมายถึงการเป็นเจ้าของจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
ไกด์กำลังชี้ให้ดูส่วนต่าง ๆ รอบพื้นที่ตั้งแคมป์ ในที่นี้ “You’ve got a stream behind the tents” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- ไกด์กำลังสั่งให้ผู้มาเยือนสร้างลำธาร
- มีลำธารอยู่หลังเต็นท์และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ตั้งแคมป์
- ผู้มาเยือนเป็นเจ้าของลำธารทุกสายในบริเวณนั้นตามกฎหมาย
ดูคำตอบ
มีลำธารอยู่หลังเต็นท์และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ตั้งแคมป์
Look out!: คำเตือนอันตรายเร่งด่วน
เมื่อใช้เป็นคำเตือนเดี่ยว ๆ Look out! หมายถึง “ระวัง!” หรือ “รีบหลบก่อนจะบาดเจ็บ” ผู้พูดเห็นอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นและต้องการให้อีกฝ่ายตอบสนองทันที out ในที่นี้ไม่ได้บอกทิศทางการมอง ให้เข้าใจ Look out! เป็นคำเตือนตายตัวทั้งวลี แทนที่จะแปล look และ out แยกกัน
แบบฝึกหัด
จักรยานกำลังจะชนเพื่อนของคุณ ประโยคใดเป็นคำเตือนทันทีที่เหมาะสมที่สุด
- Look out of the window! A cyclist is coming!
- Look outside! A cyclist is coming!
- Look out! A cyclist is coming!
ดูคำตอบ
Look out! A cyclist is coming!
the big blue thing: บรรยายสิ่งของเมื่อไม่รู้ชื่อ
คำนาม thing ใช้แทนชื่อสิ่งของได้เมื่อผู้พูดไม่รู้หรือนึกชื่อที่แน่นอนไม่ออก คำคุณศัพท์ที่วางหน้า thing ให้เบาะแส โดย big และ blue ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงสิ่งไหน ในที่นี้ คำบรรยายนี้หมายถึงท้องฟ้า การใช้คำเรียกกว้าง ๆ แทนชื่อปกติอย่าง sky ยังแสดงว่าผู้พูดยังไม่รู้ชื่อนั้น
แบบฝึกหัด
คุณไม่รู้ชื่อของชิ้นโลหะเล็ก ๆ บนโต๊ะ คำขอใดใช้ thing เป็นคำเรียกชั่วคราวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Could you pass me the small metal person on the desk?
- Could you pass me the small metal thing on the desk?
- Could you pass me the thing small metal on the desk?
ดูคำตอบ
Could you pass me the small metal thing on the desk?
It's meant to be there: ตำแหน่งที่กำหนดไว้หรือเป็นปกติ
Be meant to + คำกริยา ใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งเป็นไปตามเจตนา การจัดวาง การออกแบบ หรือสิ่งที่คาดไว้ตามปกติ ใน It's meant to be there ส่วน to be there ระบุตำแหน่งที่คาดไว้ ประโยคนี้ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจโดยอธิบายว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นอยากอยู่ตรงนั้นด้วยความต้องการของตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายที่แสดงตำแหน่งที่กำหนดไว้: The emergency key is ____ in this box.
ดูคำตอบ
meant to be
“The other way”: การแก้ทิศทาง
“The other way” หมายถึงไปในทิศตรงข้ามหรือไปอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้เป็นคำแก้สั้น ๆ ที่บอกให้อีกฝ่ายกลับทิศของการเคลื่อนที่ การหมุน หรือตำแหน่ง ในที่นี้ way หมายถึง “ทิศทาง” ไม่ใช่ถนน คำสั่งแบบเต็มอาจเป็น “Go the other way”, “Turn it the other way” หรือ “Move it the other way”
แบบฝึกหัด
มีคนกำลังหมุนกุญแจผิดทิศ ประโยคแก้ไขใดบอกให้เขาหมุนกลับทิศได้ชัดที่สุด?
- Please try another way to open the door.
- Please turn the key the other way.
- Please place the key on the other side.
ดูคำตอบ
Please turn the key the other way.
“So,” ต้นประโยคสำหรับเปลี่ยนหัวข้อ
เมื่ออยู่ต้นประโยค “So, this is our street.” คำว่า So, ใช้เปิดส่วนถัดไปของคำอธิบายและดึงความสนใจไปยังฉากหรือหัวข้อใหม่ ในที่นี้ทำหน้าที่คล้าย “Now” หรือ “All right” So, แบบนี้เป็นคำช่วยจัดลำดับบทสนทนา ไม่ใช่คำเชื่อมเหตุและผลอย่างเคร่งครัด เมื่อได้ยิน ให้ดูว่าผู้พูดกำลังสรุปผลจากเหตุผล หรือเพียงกำลังพาเรื่องดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
So, ใน “So, this is our street.” ทำหน้าที่หลักอะไร?
- ถามว่าทำไมผู้พูดจึงอาศัยอยู่ที่นั่น
- เปิดส่วนถัดไปของคำอธิบาย
- แสดงว่าถนนนี้เป็นผลจากสาเหตุก่อนหน้า
ดูคำตอบ
เปิดส่วนถัดไปของคำอธิบาย
rubbish: “ขยะ” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย
ในประโยคนี้ rubbish หมายถึงขยะที่เป็นสิ่งของจริงซึ่งตกอยู่หรือถูกทิ้งไป เมื่อใช้ในความหมายนี้ คำนี้มักเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงพูดว่า some rubbish ไม่ใช่ a rubbish คำนี้เป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย ในบริบทอื่น rubbish อาจหมายถึง “เรื่องไร้สาระ” แต่ที่นี่ผู้พูดกำลังเรียกสิ่งที่มองเห็นอยู่ จึงหมายถึงขยะจริง
แบบฝึกหัด
rubbish ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- สิ่งของที่มีประโยชน์ซึ่งมีคนซ่อมแล้ว
- ขยะที่ถูกทิ้ง
- ข้อความที่ต้องเป็นความจริง
ดูคำตอบ
ขยะที่ถูกทิ้ง
Don't worry about ...: ระบุเรื่องที่กังวลเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
Don't worry about + คำนามหรือนามวลี เป็นวิธีทั่วไปในการพูดให้อีกฝ่ายสบายใจ หมายความว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรู้สึกกังวลเกี่ยวกับสิ่งของหรือสถานการณ์ที่ระบุไว้ about ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นหัวข้อของความกังวล ไม่ใช่จุดประสงค์ของการกระทำ สำนวนนี้เจาะจงกว่า No problem เพราะบอกชัดเจนว่าผู้ฟังไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายสามคำเพื่อทำให้ประโยคปลอบใจสมบูรณ์: ____ the delay. We still have plenty of time.
ดูคำตอบ
Don't worry about
come on: การเร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ
ตรงนี้ come on เป็นคำพูดที่ใช้บอกว่า “ขยับหรือไปต่อได้แล้ว” ผู้พูดกำลังเร่งให้ Bandit เดินต่อ ไม่ได้ขอให้เขาเข้ามายังสถานที่หนึ่งตามความหมายตรงตัว วลีนี้ยังใช้ให้กำลังใจหรือแสดงความไม่พอใจได้ด้วย ต้องดูสถานการณ์และน้ำเสียงเพื่อแยกความหมาย ในที่นี้ใช้เร่งให้การกระทำดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
come on ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เร่งให้ Bandit เคลื่อนไหวต่อไป
- ต้อนรับ Bandit อย่างเป็นทางการ
- ถามว่า Bandit กำลังยืนอยู่บนอะไร
ดูคำตอบ
เร่งให้ Bandit เคลื่อนไหวต่อไป
Keep walking: keep + คำกริยารูป -ing
keep + คำกริยารูป -ing หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งต่อไป Keep walking เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายเดินต่อและอย่าหยุด ในโครงสร้างนี้ ให้ใช้รูป -ing หลัง keep เช่น keep walking ไม่ใช่ keep walk โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ใน keep trying, keep talking และ keep going
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ try หลัง keep: Even when the puzzle is hard, keep ____.
ดูคำตอบ
trying
probably don't say things about the sun to people at bus stops. น้ำเสียง/เจตนา
1:24ทางที่ดีอย่าไปพูดเรื่องดวงอาทิตย์กับคนที่ป้ายรถเมล์ล่ะ
probably don't say: คำเตือนทางสังคมแบบนุ่มนวล
probably don't say ... เป็นวิธีพูดแบบกันเองและนุ่มนวลเพื่อบอกว่าไม่ควรพูดบางอย่าง ตรงนี้ probably ช่วยลดน้ำเสียงสั่งของ Don't say ... ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกว่าผู้พูดไม่แน่ใจเรื่องมารยาทนั้น ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ ใช้ probably don't + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อให้คำแนะนำเบา ๆ และรักษาน้ำใจได้ คำเตือนจึงฟังเหมือนการชี้แนะอย่างเป็นมิตรมากกว่าคำสั่งเคร่งครัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ probably don't เป็นคำเตือนทางสังคมแบบนุ่มนวล
- Probably don't mention her private news at dinner.
- Don't step onto the tracks!
- Employees must show identification.
ดูคำตอบ
Probably don't mention her private news at dinner.
it's hard to explain: อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก
It's hard to explain หมายความว่าเรื่องนั้นอธิบายเป็นคำพูดหรือทำให้เข้าใจได้ยาก คำว่า hard ตรงนี้หมายถึง “ยาก” ไม่ใช่ “แข็ง” ทางกายภาพ โครงสร้างคือ it + be + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ใช้ตอบคำถามได้โดยไม่ได้หมายความว่าจะอธิบายไม่ได้เลย ผู้พูดอาจอธิบายภายหลัง หรือต้องการเวลาและบริบทเพิ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ hard to explain อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงการอธิบายเป็นคำพูดได้ยาก
- It's a hard to explain, but I'll try.
- It's hard for explain, but I'll try.
- It's hard to explain, but I'll try.
ดูคำตอบ
It's hard to explain, but I'll try.
I won't: คำรับปากแบบละการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ใน I won't คำว่า won't หมายถึง will not การกระทำที่ตามหลังถูกละไว้ เพราะคำพูดก่อนหน้าทำให้รู้ชัดอยู่แล้ว ในที่นี้ผู้พูดกำลังรับปากว่าจะไม่พูดเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ทำอะไรเลยทุกอย่าง การละแบบนี้พบได้บ่อยในบทสนทนา โดยยังคงคำกริยาช่วยไว้ แต่ละวลีกริยาที่ซ้ำออก ให้ย้อนดูคำขอหรือคำถามก่อนหน้าเพื่อหาการกระทำที่ถูกละไว้: Don't mention it. — I won't. หมายถึง I won't mention it.
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยคำรับปากแบบละข้อความที่ใช้รูปย่อของ will not: A: Please don't mention the surprise to Mia. B: Okay, ____.
ดูคำตอบ
I won't
I'll say!: การเห็นด้วยอย่างหนักแน่นแบบกันเอง
ในที่นี้ I'll say! เป็นสำนวนตอบกลับแบบกันเองที่ใช้เป็นคำตายตัว เพื่อแสดงว่าเห็นด้วยอย่างมากกับความคิดเห็นของอีกฝ่าย Yeah, I'll say หมายถึง ใช่ แน่นอน หรือ นั่นเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน แม้ปกติ I'll จะหมายถึง I will แต่ผู้พูดในที่นี้ไม่ได้ประกาศว่าจะพูดอะไรในอนาคต เมื่อ I'll say ใช้เดี่ยว ๆ เป็นปฏิกิริยาสั้น ๆ ต่อการประเมินของอีกฝ่าย ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสัญญาณของการเห็นด้วย
แบบฝึกหัด
A: That hill was much steeper than it looked. คำตอบใดใช้ I'll say! เพื่อแสดงความเห็นด้วยอย่างหนักแน่น?
- I'll say the route name after I check the map.
- I'll say a few words before we leave.
- I'll say! My legs are still aching.
ดูคำตอบ
I'll say! My legs are still aching.
Just go.:ตัดบทและเร่งให้อีกฝ่ายลงมือทำ
ในประโยคคำสั่ง Just go. คำว่า just ไม่ได้หมายถึง “เดินเท่านั้น” แต่หมายถึง “หยุดอธิบายหรือลังเล แล้วทำเลย” ในที่นี้ผู้พูดกำลังตัดบทและเร่งให้อีกฝ่ายออกไป โครงสร้าง just + กริยารูปพื้นฐาน สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นเพื่อผลักให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่ตรงและเร่งด่วนที่สุด เช่น Just wait. หรือ Just tell me. น้ำหนักที่แท้จริงขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท โดยอาจฟังดูปลอบใจ หนักแน่น ไม่อดทน หรือเร่งด่วน
แบบฝึกหัด
หลังสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น เพื่อนยังอยู่ในอาคารและเอาแต่เถียงว่าจะใช้ประตูไหน คำตอบใดสื่อความหมายว่า “หยุดเถียงแล้วออกไปเดี๋ยวนี้” ได้ชัดที่สุด
- Just go.
- Go for a walk.
- Go whenever you're ready.
ดูคำตอบ
Just go.