ความลับทางคณิตศาสตร์ของสามเหลี่ยมปาสคาล - Wajdi Mohamed Ratemi: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายวิธีสร้างสามเหลี่ยมปาสกาล ความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละแถวกับสัมประสิทธิ์ของการกระจายทวินาม และรูปแบบที่เชื่อมโยงกับเลขยกกำลัง เรขาคณิต แฟร็กทัล ความน่าจะเป็น และการจัดหมู่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. which seems a bit unfair since he was clearly late to the party. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า which ใช้เติมความเห็นเชิงขบขันเล็กน้อยต่อข้อเท็จจริงก่อนหน้า ส่วน since ใช้บอกเหตุผล และนำโครงสร้างนี้ไปใช้รวมข้อมูล ความเห็นของผู้พูด และเหตุผลสนับสนุนไว้ในคำอธิบายที่เป็นธรรมชาติได้ 2. Shade in — กริยาวลี: เข้าใจว่าเป็นคำสั่งให้เติมสีหรือแรเงาบริเวณที่กำหนด และใช้ได้อย่างแม่นยำเมื่ออธิบายแผนภาพ แบบฝึกหัด รูปทรงเรขาคณิต หรือการสาธิตด้วยภาพ เช่น การระบายเพื่อทำให้รูปแบบแฟร็กทัลปรากฏขึ้น 3. 12 choose five, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้วิธีอ่านจำนวนวิธีจัดหมู่เป็นภาษาอังกฤษ เชื่อมโยงกับการเลือกห้าสิ่งจากสิบสองสิ่งโดยไม่คำนึงถึงลำดับ และติดตามคำอธิบายที่สลับระหว่างสัญลักษณ์หรือสูตรคณิตศาสตร์กับโจทย์การเลือกในชีวิตประจำวันได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
This may look like a neatly arranged stack of numbers, วลี
0:07นี่อาจดูเหมือนกองตัวเลขที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ
look like: รูปลักษณ์และความประทับใจแรก
look like หมายถึง “ดูคล้ายกับบางสิ่งจากรูปลักษณ์หรือความประทับใจแรก” ในที่นี้ look เป็นกริยาเชื่อม และ like นำหน้ากลุ่มคำนามที่ใช้เป็นสิ่งเปรียบเทียบ คือ a neatly arranged stack of numbers may แสดงว่าความประทับใจแรกนี้ยังไม่แน่นอน ส่วนการตัดกันกับ but it's actually ที่ตามมาแสดงว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ look like: At first, the device ____ a toy, but it is a real camera.
ดูคำตอบ
looks like
but it's actually a mathematical treasure trove. สำนวน
0:10แต่มันคือขุมทรัพย์ทางคณิตศาสตร์เลยทีเดียว
mathematical treasure trove: ขุมทรัพย์ทางคณิตศาสตร์ที่เต็มไปด้วยแนวคิด
treasure trove ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงแหล่งที่มีสิ่งมีค่าหรือน่าสนใจอยู่มากมาย ใน a mathematical treasure trove คำว่า mathematical ระบุสาขา ดังนั้น “สมบัติ” จึงหมายถึงรูปแบบและแนวคิดทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เหรียญหรืออัญมณี การเรียกบางสิ่งว่า treasure trove เป็นคำชมอย่างมาก ผู้พูดหมายความว่าเนื้อหาที่ดูเรียบง่ายนี้มีสิ่งให้ค้นพบอีกมาก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แหล่งที่อุดมไปด้วยเนื้อหามีค่า”: The science museum's website is a ____ of ideas for simple experiments.
ดูคำตอบ
treasure trove
Indian mathematicians called it the staircase of Mount Meru. วัฒนธรรม
0:14นักคณิตศาสตร์ชาวอินเดียเรียกมันว่า บันไดแห่งเขาพระสุเมรุ
staircase of Mount Meru: ชื่อทางคณิตศาสตร์ในประวัติศาสตร์
ในประโยคนี้ the staircase of Mount Meru เป็นชื่อทางประวัติศาสตร์จากธรรมเนียมคณิตศาสตร์ของอินเดีย ใช้เรียกรูปแบบการจัดเรียงเป็นสามเหลี่ยมที่กำลังกล่าวถึง ชื่อนี้ใช้เรียกสิ่งทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้บรรยายบันไดจริง Mount Meru หรือเขาพระสุเมรุเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในธรรมเนียมทางวัฒนธรรมและศาสนาของอินเดีย ชื่อนี้นำภาพของบันไดที่ทอดไปสู่ภูเขามาใช้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the staircase of Mount Meru หมายถึงอะไร?
- เส้นทางที่นักคณิตศาสตร์ใช้ปีนขึ้นไป
- บันไดจริงที่สร้างบนเขาพระสุเมรุ
- ชื่อทางประวัติศาสตร์ในอินเดียของรูปสามเหลี่ยมทางคณิตศาสตร์นี้
ดูคำตอบ
ชื่อทางประวัติศาสตร์ในอินเดียของรูปสามเหลี่ยมทางคณิตศาสตร์นี้
be known as + ชื่อ: การแนะนำชื่อหรือสถานะ
be known as + ชื่อหรือสถานะ หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักด้วยชื่อนั้น” ในที่นี้ใช้แนะนำ Pascal's triangle ว่าเป็นชื่อที่ใช้กันในโลกตะวันตกส่วนใหญ่ โครงสร้างคือ ประธาน + รูปที่เหมาะสมของ be + known as + ชื่อหรือสถานะ แม้ known จะมาจาก know แต่โครงสร้างแบบถูกกระทำนี้ไม่ได้หมายความว่าประธานรู้อะไรบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ known และคำบุพบทที่ถูกต้อง: In astronomy, Mars is ____ the Red Planet.
ดูคำตอบ
known as
after French mathematician Blaise Pascal, การใช้คำ
0:27ตามชื่อของนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส แบลซ ปาสกาล
after Blaise Pascal: บอกที่มาของชื่อ
ในบริบทของการตั้งชื่อ after French mathematician Blaise Pascal หมายถึง “ตั้งชื่อตามแบลซ ปาสกาล นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส” วลีนี้บอกว่าชื่อ Pascal's triangle มาจากชื่อของใคร รูปแบบที่สมบูรณ์และนำไปใช้ต่อได้คือ be named after someone เช่น The school was named after its founder. ในที่นี้ after ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดภายหลังอีกเหตุการณ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ after เพื่อบอกที่มาของชื่อ?
- A local teacher named the community center.
- The community center was named after a local teacher.
- The community center opened after a local teacher retired.
ดูคำตอบ
The community center was named after a local teacher.
which seems a bit unfair since he was clearly late to the party. โน้ต
0:30ซึ่งดูจะไม่ค่อยยุติธรรมนัก เพราะเห็นได้ชัดว่าเขามาค้นพบทีหลัง
which ... since ...: แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์และให้เหตุผล
Which ย้อนกลับไปกล่าวถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือวัตถุนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Pascal's triangle ไม่ได้กล่าวถึงเฉพาะตัว Blaise Pascal เท่านั้น อนุประโยค which seems a bit unfair เพิ่มความเห็นเชิงประเมินอย่างอ่อน ๆ ของผู้พูดต่อสถานการณ์นั้น จากนั้น since นำเข้าสู่เหตุผลของความเห็นนั้น ในที่นี้มีความหมายว่า because ส่วน late to the party เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าปาสกาลเข้าถึงแนวคิดหรือเข้าร่วมการถกเถียงช้ากว่าคนอื่น ลำดับข้อมูลคือ ข้อเท็จจริง ความเห็นต่อข้อเท็จจริง และเหตุผลของความเห็น
แบบฝึกหัด
which ... since ... จัดลำดับข้อมูลในที่นี้อย่างไร?
- ประโยคนี้แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การตั้งชื่อทั้งหมด แล้วให้เหตุผลของความเห็นนั้น
- ประโยคนี้อธิบายตัว Blaise Pascal แล้วบอกว่าการตั้งชื่อเกิดขึ้นเมื่อใด
- ประโยคนี้บอกว่าปาสกาลไปงานสังสรรค์จริง ๆ สาย
ดูคำตอบ
ประโยคนี้แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การตั้งชื่อทั้งหมด แล้วให้เหตุผลของความเห็นนั้น
late to the party: เข้าร่วมช้ากว่าคนอื่น
late to the party เป็นสำนวนที่หมายถึงการที่ใครคนหนึ่งเพิ่งสังเกตเห็น เข้าร่วม หรือเริ่มทำบางสิ่ง หลังจากคนอื่นจำนวนมากทำไปแล้ว ในประโยคนี้หมายความว่า ปาสกาลเข้ามาศึกษาเรื่องนี้หลังธรรมเนียมทางคณิตศาสตร์ที่มีมาก่อน สำนวนนี้ไม่ได้บรรยายถึงงานปาร์ตี้จริง ๆ แต่พูดเชิงขำขันเล็กน้อยราวกับว่ากิจกรรมนั้นเริ่มไปแล้วตอนที่เขามาถึง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “เข้าร่วมกระแสช้ากว่าคนอื่น” ลงในประโยค: Most local shops began taking mobile payments years ago, but our store is ____.
ดูคำตอบ
late to the party
had a lot to contribute: มีคุณค่าที่จะช่วยเพิ่มเติมได้มาก
had a lot to contribute หมายความว่าเขาสามารถนำเสนอแนวคิด ทักษะ หรือผลงานที่มีคุณค่าได้มาก ในที่นี้ contribute มีความหมายกว้าง คือการเพิ่มคุณค่าให้หัวข้อทางคณิตศาสตร์ด้วยแนวคิดหรือการทำงาน โครงสร้างคือ have + a lot/something/much + to contribute และอาจตามด้วยวลีที่ขึ้นต้นด้วย to เพื่อระบุกลุ่ม การสนทนา หรือสาขาที่ได้รับคุณค่านั้น เช่น have a lot to contribute to the team ในประโยคนี้ had เป็นรูปอดีต และ still เน้นว่าแม้จะเข้ามาช้า แต่คุณค่าของเขาก็ไม่ได้หายไป
แบบฝึกหัด
เติมส่วนที่ขาดหายไปของ have a lot to contribute ลงในประโยค: Although Leo is new, he has ____ to the design team.
ดูคำตอบ
a lot to contribute
So what is it about this that has so intrigued mathematicians the world over? โน้ต
0:37แล้วอะไรในสิ่งนี้ที่ทำให้นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกหลงใหลนักล่ะ?
What is it about ... that ...?: ถามว่าคุณสมบัติใดทำให้เกิดผลลัพธ์
โครงสร้าง What is it about X that Y? ใช้ถามว่าคุณสมบัติหรือลักษณะใดของ X ทำให้เกิดปฏิกิริยาหรือผลลัพธ์ใน Y ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้น และต้องการหาต้นเหตุของมัน ในประโยคนี้ X คือ this ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ว่า it has so intrigued mathematicians the world over คำว่า so เน้นระดับของ intrigued ดังนั้นใจความของคำถามคือ “สิ่งนี้มีลักษณะอะไรที่ทำให้นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกหลงใหลมากขนาดนั้น”
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามว่าคุณสมบัติอะไรของหนังสือทำให้ผู้คนมีปฏิกิริยาเช่นนี้
- What is this book about?
- What is it about this book that makes it so popular?
- What do you think about this book?
ดูคำตอบ
What is it about this book that makes it so popular?
the world over: ทั่วทุกแห่งในโลก
the world over หมายถึง “ในทุกส่วนของโลก” หรือ “ในหมู่ผู้คนทั่วโลก” ในวลี mathematicians the world over สำนวนนี้วางหลังนามวลีและบอกว่านักคณิตศาสตร์เหล่านั้นมาจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คำว่า over ในที่นี้สื่อถึงการแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เหนือโลก สำนวนนี้กระชับและมีน้ำเสียงเชิงวาทศิลป์เล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวาง the world over ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่า “นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก”
- The discovery fascinated the world over scientists.
- The discovery fascinated scientists the world over.
- The discovery fascinated scientists over the world.
ดูคำตอบ
The discovery fascinated scientists the world over.
In short, it's full of patterns and secrets. ลำดับความ
0:42สั้นๆ เลยก็คือ มันเต็มไปด้วยรูปแบบและความลับ
In short: การเกริ่นเข้าสู่บทสรุปสั้น ๆ
In short เป็นคำเชื่อมเพื่อสรุป หมายถึง “กล่าวใจความสำคัญอย่างสั้น ๆ” คำนี้บอกผู้ฟังว่ารายละเอียดก่อนหน้ากำลังจะถูกรวบให้เหลือข้อสรุปที่ชัดเจนเพียงข้อเดียว อนุประโยคหลัง In short คือข้อสรุปนั้น ในที่นี้ short หมายถึงการใช้ถ้อยคำสั้นกระชับ ไม่ได้หมายถึงระยะเวลาที่บางสิ่งดำเนินอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสรุปสองคำจากบทเรียนนี้: ____, the movie was fun but too long.
ดูคำตอบ
In short
First and foremost, there's the pattern that generates it. ลำดับความ
0:45อย่างแรกและสำคัญที่สุด คือรูปแบบที่สร้างมันขึ้นมา
First and foremost: การระบุสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด
First and foremost ใช้เกริ่นประเด็นที่ทั้งมาก่อนตามลำดับและสำคัญที่สุด ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เริ่มรายการ แต่ยังบอกผู้ฟังให้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นพิเศษ ในประโยคนี้ the pattern ถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องหลักที่ควรพิจารณาก่อนรายละเอียดอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุด”: ____, check that everyone is safe.
ดูคำตอบ
First and foremost
Start with one and imagine invisible zeros on either side of it. วลี
0:49เริ่มจากเลขหนึ่ง แล้วจินตนาการว่ามีเลขศูนย์ที่มองไม่เห็นอยู่ทั้งสองข้าง
on either side of: อยู่ทั้งสองด้านของบางสิ่ง
on either side of something หมายถึง “อยู่ทั้งสองด้านของบางสิ่ง” โดยทั่วไปคือมีสิ่งหนึ่งหรือหนึ่งกลุ่มอยู่ทางซ้าย และมีอีกสิ่งหรืออีกกลุ่มอยู่ทางขวา ในประโยคนี้ ให้จินตนาการว่ามีเลข 0 วางอยู่ข้างเลข 1 ด้านละหนึ่งตัว แม้ either ในโครงสร้างอื่นอาจหมายถึง “อย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่าง” แต่ on either side of มักบอกการจัดวางที่รวมทั้งสองด้าน ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นการจัดวางสองด้าน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่ามีโคมไฟอยู่ข้างเตียงด้านละหนึ่งดวง
- There is a lamp on either side of the bed.
- There is a lamp at the end of the bed.
- There is a lamp on one side of the bed.
ดูคำตอบ
There is a lamp on either side of the bed.
in pairs: จัดเป็นกลุ่มละสอง
in pairs หมายถึง “จัดเป็นกลุ่มละสอง” หรือ “ทำงานเป็นคู่” ในที่นี้ ตัวเลขถูกแบ่งเป็นกลุ่มละสองตัว แล้วนำตัวเลขสองตัวในแต่ละกลุ่มมาบวกกัน วลีนี้บอกวิธีการจัดกลุ่ม ไม่ได้หมายเพียงว่ามีจำนวนรวมเท่ากับสอง ใช้อธิบายคนที่ทำงานกับคู่ของตนหนึ่งคน หรือสิ่งของที่จัดเป็นชุดคู่กันได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกให้ทุกคนแบ่งเป็นกลุ่มละสองคน
- Please work as one large group for this activity.
- Please work in pairs for this activity.
- Please work alone for this activity.
ดูคำตอบ
Please work in pairs for this activity.
Keep going, and you'll wind up with something like this. โน้ต
1:01ทำต่อไป แล้วคุณจะได้บางอย่างหน้าตาแบบนี้
Keep going: ทำขั้นตอนเดิมต่อไป
ในที่นี้ Keep going เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้ผู้ฟังทำกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ต่อไป ในบริบทของบทสอนนี้หมายถึง “ทำขั้นตอนก่อนหน้าซ้ำต่อไป” ไม่ใช่ “เดินต่อไป” ในโครงสร้าง Keep going, and you'll... ส่วนแรกช่วยดำเนินคำอธิบายขั้นตอนต่อ ส่วนที่สองบอกผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อทำต่อไป โดยทั่วไป keep ตามด้วยรูป -ing หมายถึง “ทำกิจกรรมหนึ่งต่อไป”
แบบฝึกหัด
ในบทสอน Keep going โดยทั่วไปบอกให้ผู้เรียนทำอะไร?
- ทำกระบวนการปัจจุบันต่อไป
- เดินไปข้างหน้าโดยไม่หยุด
- เริ่มกระบวนการใหม่ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
ทำกระบวนการปัจจุบันต่อไป
wind up with: ลงเอยด้วยผลลัพธ์บางอย่าง
Wind up with หมายถึง “ในที่สุดก็มีหรือได้ผลลัพธ์บางอย่างหลังจากผ่านกระบวนการหนึ่ง” กลุ่มคำนามหลัง with จะระบุสิ่งที่คนคนนั้นได้มาในท้ายที่สุด ในประโยคนี้คือ something like this สำนวนนี้เน้นว่ากระบวนการนำไปสู่จุดใด ผลลัพธ์อาจเป็นสิ่งที่วางแผนไว้หรือไม่คาดคิดก็ได้ แต่สำนวนนี้มักใช้เมื่อเส้นทางหรือผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้อย่างสมบูรณ์ ในที่นี้เป็นเพียงการคาดการณ์ผลจากการทำขั้นตอนต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ wind up with ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ?
- If we keep adding files, we'll wind with up a cluttered folder.
- If we keep adding files, we'll wind up with a cluttered folder.
- If we keep adding files, we'll wind up from a cluttered folder.
ดูคำตอบ
If we keep adding files, we'll wind up with a cluttered folder.
Though really Pascal's triangle goes on infinitely. โน้ต
1:05ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วสามเหลี่ยมปาสกาลจะขยายต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด
Though really: การแก้ไขอย่างนุ่มนวล
ในที่นี้ Though really เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ไขสิ่งที่เพิ่งพูดไปเล็กน้อย โดยเปลี่ยนจากภาพหรือคำอธิบายแบบย่อให้เป็นข้อเท็จจริงที่แม่นยำกว่า really เน้นว่าข้อความที่ตามมาคือแบบที่ถูกต้องกว่า though ในที่นี้ไม่ได้ขึ้นต้นโครงสร้างแสดงความขัดแย้งแบบเต็มประโยค เมื่อวาง Though really ไว้ต้นคำพูดเสริมแบบสนทนา วลีนี้จะจัดข้อมูลในความหมายว่า “คำอธิบายก่อนหน้านั้นมีประโยชน์ แต่แบบนี้แม่นยำกว่า”
แบบฝึกหัด
Though really ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้อธิบายว่าเหตุใดสามเหลี่ยมปาสกาลจึงมีอยู่
- วลีนี้เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
- วลีนี้แก้คำอธิบายก่อนหน้าอย่างนุ่มนวลเพื่อให้แม่นยำขึ้น
ดูคำตอบ
วลีนี้แก้คำอธิบายก่อนหน้าอย่างนุ่มนวลเพื่อให้แม่นยำขึ้น
goes on infinitely: ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
go on หมายถึง “ดำเนินต่อไป” ส่วน infinitely หมายถึง “โดยไม่มีจุดสิ้นสุด” เมื่อนำมารวมกัน goes on infinitely จึงหมายถึงบางสิ่งดำเนินต่อหรือขยายออกไปตลอดกาล ในที่นี้ วลีดังกล่าวอธิบายโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่ไม่มีแถวสุดท้าย ภาพวาดแสดงได้เพียงส่วนที่จำกัด แต่รูปแบบนั้นเองไม่หยุด
แบบฝึกหัด
ใช้วลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ดำเนินต่อไปโดยไม่มีจุดสิ้นสุด” เพื่อเติมประโยค: The number pattern ____.
ดูคำตอบ
goes on infinitely
row corresponds to: การจับคู่ระหว่างสองระบบ
ในโครงสร้าง A corresponds to B คำว่า correspond to หมายความว่า A ตรงกับ B ในอีกระบบหนึ่งตามตำแหน่ง ความหมาย ค่า หรือหน้าที่ ในประโยคนี้ แต่ละแถวตรงกับสัมประสิทธิ์ของการกระจายทวินาม Each row เป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ กริยาจึงต้องเติม -s เป็น each row corresponds to ในความหมายนี้ correspond บอกความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างคน
แบบฝึกหัด
เติมรูปสองคำของ correspond ที่แสดงความสัมพันธ์แบบจับคู่ให้สมบูรณ์: In the key, each color ____ one category.
ดูคำตอบ
corresponds to
what's called the coefficients: แนะนำศัพท์โดยใช้รูปเอกพจน์และพหูพจน์ให้สอดคล้องกัน
What's called X เป็นรูปย่อของ what is called X ใช้แนะนำชื่อหรือศัพท์เฉพาะของสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไปมีน้ำเสียงเป็นกลางและให้คำอธิบาย ในตัวอย่างนี้ รูปดังกล่าวบอกว่าคำที่ตามมาคือศัพท์คณิตศาสตร์ที่กำลังจะได้รับการแนะนำ วลีนี้ตามด้วย coefficients ซึ่งเป็นพหูพจน์ หากผู้พูดหมายถึงตัวเลขหลายตัว ในภาษาอังกฤษที่เขียนอย่างรอบคอบมักใช้ what are called the coefficients ในการพูดสดอาจได้ยิน what's called the coefficients เมื่อผู้พูดมองวลีที่ตามมาทั้งหมดเป็นป้ายชื่อเดียว แต่ไม่ใช่รูปแบบที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้เรียนในการใช้หน้าศัพท์พหูพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแนะนำศัพท์เฉพาะที่เป็นพหูพจน์อย่างเป็นกลางในภาษาอังกฤษที่เขียนอย่างรอบคอบ
- These numbers are so-called coefficients.
- These numbers are what are called coefficients.
- These numbers are what's called coefficients.
ดูคำตอบ
These numbers are what are called coefficients.
a binomial expansion: การกระจายนิพจน์ที่มีสองพจน์
ในที่นี้ a binomial expansion คือผลจากการเขียนกำลังของนิพจน์พีชคณิตที่มีสองพจน์ เช่น (x + y)^n ให้อยู่ในรูปผลบวกของหลายพจน์ binomial หมายถึงนิพจน์สองพจน์ ส่วน expansion ในที่นี้เป็นการดำเนินการทางพีชคณิต ไม่ใช่การขยายขนาดทางกายภาพ ในวลีนี้ expansion ยังอาจหมายถึงนิพจน์ที่ได้หลังจากกระจายแล้ว ซึ่งแต่ละพจน์มีสัมประสิทธิ์และเลขชี้กำลัง
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนคณิตศาสตร์ a binomial expansion อธิบายอะไร?
- เขียนกำลังของนิพจน์สองพจน์ให้อยู่ในรูปผลบวกของหลายพจน์
- ใส่ตัวเลขสองจำนวนลงในตาราง
- ทำให้รูปทรงเรขาคณิตมีขนาดจริงใหญ่ขึ้น
ดูคำตอบ
เขียนกำลังของนิพจน์สองพจน์ให้อยู่ในรูปผลบวกของหลายพจน์
of the form: การนำเสนอแบบแผนโครงสร้าง
Of the form หมายถึง “มีโครงสร้างหรือรูปแบบนี้” ในประโยคนี้ใช้เพื่อนำเสนอแบบแผนทางพีชคณิต (x + y)^n และบอกว่ากำลังพูดถึงนิพจน์ชนิดใด แบบแผนมักอยู่ต่อจาก form ทันที เช่น numbers of the form 2n + 1 ในที่นี้ form หมายถึง “โครงสร้าง” ไม่ใช่แบบฟอร์มที่ต้องกรอก
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคเชิงเทคนิคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? The equation is ___ ax + b = 0.
- of the form
- on the form
- in the form of
ดูคำตอบ
of the form
raised to the n: การบอกเลขชี้กำลัง
ในที่นี้ raised to the n หมายถึงการยกกำลัง โดยนำฐานที่อยู่ข้างหน้าไปยกกำลัง n ตัวอักษร n คือเลขชี้กำลัง ดังนั้น A raised to the n จึงตรงกับ A^n Raised ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งของขึ้นจริง ๆ เมื่อเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเฉพาะเจาะจง ภาษาอังกฤษมักใช้เลขลำดับ เช่น raised to the third power และ raised to the fourth power
แบบฝึกหัด
ข้อใดหมายถึง 2^5?
- two multiplied by five
- two raised to the fifth power
- two raised by five
ดูคำตอบ
two raised to the fifth power
where n is the number of the row, and we start counting from zero. ไวยากรณ์
1:18โดยที่ n คือหมายเลขแถว และเราเริ่มนับจากศูนย์
where n is ...: การนิยามตัวแปรหลังสูตร
ในที่นี้ where ไม่ได้หมายถึงสถานที่ หลังนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ where n is the number of the row ใช้นิยามว่าตัวแปร n แทนอะไร อนุประโยคที่เชื่อมด้วย and เพิ่มกติกาการนับอีกข้อหนึ่ง นั่นคือหมายเลขแถวเริ่มจากศูนย์ โครงสร้างนี้นำเสนอนิพจน์ก่อน แล้วจึงนิยามสัญลักษณ์และเพิ่มกติกาที่จำเป็นต่อการตีความ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้เริ่มนิยามตัวแปรในคำอธิบายสูตร: The area is A = lw, ____ l is the length and w is the width.
ดูคำตอบ
where
So if you make n equal two and expand it, ไวยากรณ์
1:23ดังนั้นถ้าคุณให้ n เท่ากับสองและกระจายมันออกมา
if you make n equal two and expand it: กำหนดค่าก่อนดำเนินการ
ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย if ให้เงื่อนไขที่มีสองขั้นตอน make n equal two หมายถึง “กำหนดให้ n มีค่าเป็น 2” และ expand it หมายถึง “เขียนนิพจน์ให้อยู่ในรูปกระจาย” ในโครงสร้าง make + variable + equal + value คำว่า make แสดงว่าผู้พูดเป็นผู้กำหนดค่าของตัวแปร ไม่ใช่ว่าตัวแปรเปลี่ยนค่าเอง โครงสร้างนี้ใช้เพื่ออธิบายการคำนวณ การทดลอง หรือกรณีสมมุติได้
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วย make + variable + equal + value: To test the case n = 2, ____ and expand the expression.
ดูคำตอบ
make n equal two
The coefficients, or numbers in front of the variables, การใช้คำ
1:30สัมประสิทธิ์ หรือตัวเลขที่อยู่หน้าตัวแปร
numbers in front of the variables: คำอธิบายสัมประสิทธิ์ด้วยภาษาง่าย ๆ
numbers in front of the variables เป็นการอธิบายคำว่า coefficients ด้วยภาษาทั่วไป ใน 3x เลข 3 เขียนอยู่หน้า x และเป็นสัมประสิทธิ์ที่คูณ x วลี in front of บอกตำแหน่งในนิพจน์ที่เขียนไว้ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ คำว่า or ใช้ขึ้นต้นคำอธิบายศัพท์เฉพาะที่เข้าใจง่ายกว่า
แบบฝึกหัด
ในนิพจน์ 7y ส่วนใดคือ number in front of the variable?
- 7y
- 7
- y
ดูคำตอบ
7
are the same as the numbers in that row of Pascal's triangle.
1:34จะเหมือนกับตัวเลขในแถวนั้นของสามเหลี่ยมปาสกาล
You'll see the same thing with n equals three, which expands to this.
1:38คุณจะเห็นแบบเดียวกันเมื่อ n เท่ากับสาม ซึ่งกระจายออกมาได้แบบนี้
So the triangle is a quick and easy way to look up all of these coefficients. วลี
1:43ดังนั้นสามเหลี่ยมนี้จึงเป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายดายในการหาสัมประสิทธิ์เหล่านี้ทั้งหมด
a quick and easy way to look up: การอธิบายเครื่องมืออ้างอิงที่สะดวก
ใน a quick and easy way to look up ... โครงสร้าง a way to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้อธิบายว่าเครื่องมือหรือวิธีหนึ่งช่วยให้ทำอะไรได้ quick และ easy ต่างก็ขยายคำว่า way ดังนั้นทั้งวลีจึงนำเสนอรูปสามเหลี่ยมว่าเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับค้นหาค่าสัมประสิทธิ์ ในที่นี้ look up หมายถึงการค้นหาข้อมูลเฉพาะจากแหล่งอ้างอิง เช่น แผนภูมิ พจนานุกรม หรือฐานข้อมูล ไม่ได้หมายถึงการเงยหน้ามอง
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่แสดงว่าอภิธานศัพท์ช่วยให้ตรวจสอบคำนิยามได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย: The glossary is ____ technical terms.
ดูคำตอบ
a quick and easy way to look up
But there's much more: การบอกว่ายังมีข้อมูลเพิ่มเติมตามมา
But there's much more. เป็นประโยคเปลี่ยนผ่าน But ใช้ตัดจากประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึงไปสู่ข้อมูลจำนวนมากกว่าที่ยังจะตามมา จึงช่วยเดินหน้าคำอธิบายต่อไป More แทนข้อเท็จจริง คุณสมบัติ การใช้งาน หรือเนื้อหาเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่เข้าใจได้จากบริบท โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่ามีรูปสามเหลี่ยมหรือสิ่งของจริงเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอได้แนะนำคุณสมบัติหนึ่งของแอปและกำลังจะอธิบายอีกหลายคุณสมบัติ ประโยคเปลี่ยนผ่านใดเหมาะที่สุด
- But there's much more.
- But there are much more.
- But there's one more.
ดูคำตอบ
But there's much more.
For example: การยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง
For example เป็นคำที่ใช้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะยกตัวอย่าง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกผู้ฟังว่าคำสั่งที่ตามมาเป็นตัวอย่างเฉพาะที่ช่วยอธิบายแนวคิดทั่วไปก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ประเด็นหลักใหม่ เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ใช้คำนี้เมื่อต้องการเปลี่ยนจากข้อความทั่วไปไปสู่กรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณี
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: Many materials can be reused. ___, glass jars can become storage containers.
- However
- In other words
- For example
ดูคำตอบ
For example
add up: คำนวณผลรวม
ในที่นี้ add up หมายถึงการหาผลรวมด้วยการบวกตัวเลขหลายจำนวน ใน add up the numbers คำว่า the numbers เป็นกรรมที่บอกว่าต้องนำค่าใดมารวมกัน คำว่า up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ในบริบทอื่น add up อาจแปลว่า “สมเหตุสมผล” แต่กรรมตรงอย่าง the numbers ทำให้ชัดเจนว่าในประโยคนี้หมายถึงการหาผลรวม
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “คำนวณผลรวม” เพื่อทำให้คำสั่งสมบูรณ์: Please ____ these four prices and write the total.
ดูคำตอบ
add up
successive powers of two: ค่ากำลังของ 2 ที่เรียงต่อกัน
ค่ากำลังของ 2 ที่เรียงต่อกันคือค่าที่มีเลขชี้กำลังต่อกันตามลำดับ เช่น 2⁰, 2¹, 2² และ 2³ ซึ่งมีค่าเป็น 1, 2, 4 และ 8 เมื่อไปยังกำลังถัดไป ค่าจะถูกคูณด้วย 2 ในที่นี้ successive หมายถึง “เรียงต่อกันทีละตัว” ไม่ได้หมายถึง successful ส่วน power หมายถึงแนวคิดทางคณิตศาสตร์เรื่องการคูณซ้ำ ไม่ใช่พลังทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
รายการใดประกอบด้วยค่ากำลังของ 2 ที่เรียงต่อกัน
- 1, 2, 4, 8
- 2, 4, 6, 8
- 1, 4, 9, 16
ดูคำตอบ
1, 2, 4, 8
treat each number as part of a decimal expansion. ไวยากรณ์
1:57ให้มองตัวเลขแต่ละตัวเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายเลขฐานสิบ
treat each number as part of ...: ถือว่าแต่ละจำนวนเป็นส่วนหนึ่งของ…
รูปแบบ treat A as B หมายถึงการมอง จัดประเภท หรือจัดการ A ในฐานะ B เพื่อทำงานหนึ่ง ๆ ในประโยคนี้ แต่ละจำนวนถูกตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของการขยายทศนิยม ไม่ใช่ค่าเดี่ยวที่แยกออกมา ในคำสั่งเชิงเทคนิค treat ใช้บอกวิธีหรือสมมติฐานที่ต้องใช้ ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายทางการแพทย์ว่ารักษาใครบางคน
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ treat A as B ให้สมบูรณ์: For this calculation, treat each empty square ____ zero.
ดูคำตอบ
as
In other words, row two is 1 * 1 + 2 * 10 + 1 * 100. ลำดับความ
2:01พูดอีกอย่างคือ แถวที่สองคือ 1 * 1 + 2 * 10 + 1 * 100
In other words: กล่าวใจความเดิมด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง
In other words เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะถ่ายทอดใจความหลักเดิมด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมักจะชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่นิพจน์การบวกที่อธิบายใหม่ว่าแถวที่สองถูกแทนค่าอย่างไร วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยเชื่อมคำอธิบายสองแบบที่มีใจความหลักเดียวกัน โดยปกติไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นคำกล่าวซ้ำจึงช่วยให้เข้าใจสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าได้ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
In other words บอกให้ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป?
- แนวคิดที่ขัดแย้งกับแนวคิดก่อนหน้า
- ใจความหลักเดิมที่ถ่ายทอดด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง
- ตัวอย่างหนึ่งของแนวคิดที่กว้างกว่า
ดูคำตอบ
ใจความหลักเดิมที่ถ่ายทอดด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง
And take a look at what happens when you do the same thing to row six. วลี
2:11และลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณทำแบบเดียวกันกับแถวที่หก
take a look at what happens: ชวนให้ผู้อื่นสังเกตผลลัพธ์
Take a look at หมายถึงมองดูหรือสังเกต ในที่นี้ what happens เป็นอนุประโยคที่บอกว่าต้องสังเกตอะไร ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุเงื่อนไขที่ทำให้ผลนั้นปรากฏขึ้น เมื่อใช้รวมกัน take a look at what happens เป็นคำแนะนำที่เป็นมิตรเพื่อดึงความสนใจไปยังผลลัพธ์ วลีนี้พบบ่อยในการสาธิต บทเรียน และการทดลอง
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญของผู้สอนด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: ____ when I switch on the fan.
ดูคำตอบ
Take a look at what happens
do the same thing to + สิ่งที่ถูกกระทำ
do the same thing to + สิ่งที่ถูกกระทำ หมายถึงการทำการกระทำหรือขั้นตอนเดิมซ้ำกับอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ขั้นตอนก่อนหน้าถูกนำไปใช้กับแถวที่หกโดยไม่ต้องอธิบายใหม่ คำบุพบท to ใช้นำหน้าสิ่งที่รับการกระทำนั้น ใน to row six คำว่า to ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่หรือทิศทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายที่ใช้การกระทำเดิมกับสิ่งใหม่: After resizing the first photo, ____ the second photo.
ดูคำตอบ
do the same thing to
adds up to + ยอดรวม
add up to + ยอดรวม หมายถึงตัวเลขหรือจำนวนหลายส่วนเมื่อนำมารวมกันแล้วได้ยอดรวมตามที่ระบุ ในที่นี้เป็นการบอกผลลัพธ์ 1,771,561 เนื่องจากประธานคือสรรพนามเอกพจน์ it คำว่า add จึงเติม -s เป็น adds ตัวเลขหลัง to คือยอดรวมสุดท้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ add up: The cost of the three repairs ____ $120.
ดูคำตอบ
adds up to
and so on: ละส่วนต่อของรูปแบบที่ชัดเจน
and so on หมายความว่ายังมีรายการหรือขั้นตอนอื่นที่ดำเนินต่อไปในรูปแบบเดียวกัน แต่ผู้พูดไม่ได้ไล่บอกทั้งหมด ใช้เมื่อผู้ฟังสามารถคาดเดารูปแบบที่ซ้ำกันได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ว่ามีกรณีทางคณิตศาสตร์ประเภทเดียวกันต่อไปอีก ไม่ได้เพิ่มตัวเลขหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงเข้ามา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายความว่ายังมีรายการประเภทเดียวกันต่อไป: The workshop covers drawing, painting, sculpture, ____.
ดูคำตอบ
and so on
geometric applications: การนำไปใช้ในเรขาคณิต
geometric applications หมายถึงวิธีที่แนวคิด วิธีการ หรือผลลัพธ์สามารถนำไปใช้ในเรขาคณิตได้ geometric เป็นคำคุณศัพท์ที่ระบุสาขา ส่วน applications เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงการใช้เหล่านั้น ในบริบททางวิชาการนี้ applications ไม่ได้หมายถึงแอปในโทรศัพท์หรือแบบฟอร์มที่ยื่นเพื่อสมัครบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางวิชาการ geometric applications มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- แบบฟอร์มสำหรับสมัครเรียนวิชาเรขาคณิต
- วิธีนำแนวคิดหรือวิธีการไปใช้ในเรขาคณิต
- แอปโทรศัพท์สำหรับเรียนเรขาคณิต
ดูคำตอบ
วิธีนำแนวคิดหรือวิธีการไปใช้ในเรขาคณิต
also known as natural numbers: การบอกชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง
also known as + ชื่อ ใช้บอกชื่อเพิ่มเติมของคน สิ่งของ หรือแนวคิดเดียวกัน ในที่นี้ natural numbers เป็นอีกชื่อหนึ่งของจำนวนที่กล่าวถึงไปแล้ว known เป็นคำกริยาช่องที่สามในโครงสร้างถูกกระทำ หมายความว่าประธานเป็นที่รู้จักด้วยชื่อนั้น ไม่ได้หมายความว่าจำนวนเหล่านี้ “รู้” บางอย่างด้วย
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “มีอีกชื่อหนึ่ง” ให้สมบูรณ์: Sodium chloride is ____ table salt.
ดูคำตอบ
also known as
But the numbers in the next diagonal are called the triangular numbers,
2:36แต่ตัวเลขในแนวทแยงถัดมาเรียกว่า จำนวนสามเหลี่ยม
if you take that many dots, you can...: การเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์
อนุประโยคที่มี if บอกเงื่อนไขที่ทำได้จริง คือการนำจุดมาตามจำนวนที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วนประโยคหลักที่มี can บอกผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ คือการจัดจุดเหล่านั้นให้เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า โครงสร้าง if ..., can ... อธิบายว่าเมื่อทำตามเงื่อนไขแล้ว อะไรจะเป็นไปได้ that many + คำนามพหูพจน์ อ้างกลับไปยังจำนวนที่กล่าวไว้แล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท โดยตัวมันเองไม่ได้ระบุตัวเลขตายตัว ในที่นี้ stack them into หมายถึงจัดจุดให้เป็นรูปร่างที่กล่าวถึง ในประโยคเต็ม because ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ทั้งหมดเป็นเหตุผลของข้อความก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ใช้ if สำหรับเงื่อนไขและ can สำหรับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้: The rack holds twelve bottles. ____ you take that many bottles, you ____ fill the rack.
ดูคำตอบ
If · can
you can stack that many spheres into tetrahedra.
2:50คุณสามารถเรียงทรงกลมจำนวนเท่านั้นให้เป็นรูปทรงสี่หน้าได้
“because similarly,” — การเชื่อมไปยังตัวอย่างที่ดำเนินแบบคล้ายกัน
ในคำอธิบายนี้ because ทำหน้าที่สืบต่อเหตุผลของผู้พูด ส่วน similarly ส่งสัญญาณให้เชื่อมตัวอย่างถัดไปกับตัวอย่างที่เพิ่งอธิบายไป ข้อมูลจึงถูกจัดเป็นกรณีที่ดำเนินไปในแนวเดียวกัน นั่นคือทรงกลมสามารถซ้อนตามรูปแบบที่คล้ายกันได้ similarly หมายถึง “ในลักษณะที่คล้ายกัน” โดยชี้ว่ามีวิธีการหรือความสัมพันธ์ร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าวัตถุหรือผลลัพธ์ทั้งสองเหมือนกันทุกประการ
แบบฝึกหัด
“because similarly,” สร้างความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลในประโยคอย่างไร?
- ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังปฏิเสธตัวอย่างก่อนหน้า
- บอกว่าวัตถุเหล่านั้นเหมือนกันทุกด้านอย่างสมบูรณ์
- นำเสนอตัวอย่างถัดไปว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินไปในลักษณะคล้ายกัน
ดูคำตอบ
นำเสนอตัวอย่างถัดไปว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินไปในลักษณะคล้ายกัน
“Or how about this?” — การเกริ่นตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง
ในที่นี้ Or how about this? เป็นคำถามที่ใช้พาการนำเสนอไปข้างหน้า Or บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปสู่อีกความเป็นไปได้หนึ่ง ส่วน this ชี้ไปยังตัวอย่างที่ผู้พูดกำลังจะนำเสนอ ผู้พูดไม่ได้ต้องการถามเป็นหลักว่าผู้ฟังชอบอะไร คำถามนี้ทำหน้าที่เปลี่ยนช่วงอย่างมีปฏิสัมพันธ์และดึงความสนใจไปยังรูปแบบหรือการสาธิตใหม่
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอพูดว่า “Or how about this?” แล้วแสดงรูปแบบใหม่ คำถามนี้ทำหน้าที่อะไร?
- กำลังเกริ่นตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง
- กำลังขอให้ผู้ฟังเลือกสิ่งที่ชอบที่สุด
- กำลังจบการนำเสนอ
ดูคำตอบ
กำลังเกริ่นตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง
Shade in: ระบายสีภายในพื้นที่ที่กำหนด
Shade in เป็นกริยาวลีที่ใช้ในคำสั่ง หมายถึงการเติมสี เส้นดินสอ หรือแรเงาลงในด้านในของรูป ช่อง หรือพื้นที่ที่กำหนด ในประโยคนี้ต้องเติมพื้นที่ที่สัมพันธ์กับจำนวนคี่ ในที่นี้ shade เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงบริเวณมืด ส่วน in เน้นว่าต้องเติมด้านในของพื้นที่ที่เลือก
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึงการเติมด้านในของรูปที่เลือก: ____ the three circles at the bottom.
ดูคำตอบ
Shade in
It doesn't look like much when the triangle's small, วลี
2:58มันดูไม่ค่อยมีอะไรตอนที่สามเหลี่ยมยังเล็กๆ
Doesn't look like much: ความประทับใจแรกที่ดูไม่โดดเด่น
ใน doesn't look like much คำว่า much หมายถึงสิ่งที่น่าประทับใจหรือสำคัญ วลีทั้งหมดบอกว่าสิ่งหนึ่งดูธรรมดา เล็ก หรือไม่น่าคาดหวังในตอนแรก ไม่ได้กล่าวถึงปริมาณ ในที่นี้ วลีนี้ช่วยลดความคาดหวังขณะที่รูปสามเหลี่ยมยังเล็ก รูปแบบนี้มักใช้เตรียมการเปรียบต่าง คือสิ่งหนึ่งอาจดูเรียบง่ายตอนนี้ แต่โดดเด่นขึ้นในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าร้านเล็ก ๆ ดูไม่น่าประทับใจในตอนแรก แต่จริง ๆ แล้วดีมาก
- The small shop doesn't look like much from outside, but the food is excellent.
- The small shop doesn't look like many from outside, but the food is excellent.
- The small shop doesn't look much from outside, but the food is excellent.
ดูคำตอบ
The small shop doesn't look like much from outside, but the food is excellent.
you get a fractal known as Sierpinski's triangle. วัฒนธรรม
3:03คุณจะได้แฟร็กทัลที่รู้จักกันในชื่อ สามเหลี่ยมเซอร์พินสกี
but if you add ..., you get ...: เปรียบต่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์
รูปแบบ but if ..., you get ... เชื่อมความขัดแย้งเข้ากับคำอธิบายแบบเงื่อนไขและผลลัพธ์ but บอกว่าผลเมื่อขยายขนาดแตกต่างจากผลในขนาดเล็กที่ไม่เด่นซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน if you add thousands of rows ระบุเงื่อนไข และ you get a fractal ระบุผลลัพธ์ คำว่า you ในที่นี้หมายถึงคนทั่วไป คือใครก็ตามที่ทำขั้นตอนนั้น โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าการเปลี่ยนเงื่อนไขทำให้เกิดผลที่สังเกตเห็นได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ but เพื่อแสดงความขัดแย้ง ใช้ if เพื่อระบุเงื่อนไข และใช้ you get เพื่อบอกผลลัพธ์ได้ถูกต้อง
- The change is hard to see, but if you repeat the step many times, you get a clear pattern.
- The change is hard to see because if you repeat the step, but you get a clear pattern.
- But you repeat the step many times if a clear pattern gets you.
ดูคำตอบ
The change is hard to see, but if you repeat the step many times, you get a clear pattern.
a fractal known as Sierpinski's triangle: บอกประเภทก่อน แล้วจึงบอกชื่อ
ใน a fractal known as Sierpinski's triangle คำว่า fractal บอกประเภท ส่วน known as Sierpinski's triangle บอกชื่อของสิ่งนั้น known as เป็นรูปย่อแบบถูกกระทำของ that is known as และหมายถึง “ที่เรียกว่า” ไม่ได้หมายความว่าแฟรกทัลเป็นผู้รู้อะไรบางอย่าง สามเหลี่ยมเซียร์ปินสกีเป็นแฟรกทัลที่มีชื่อเสียง โดยลวดลายสามเหลี่ยมจะซ้ำกันในขนาดที่เล็กลง ความรู้พื้นหลังสั้น ๆ นี้ช่วยให้เห็นว่าวลีดังกล่าวบอกประเภทของสิ่งนั้นก่อน แล้วจึงบอกชื่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวความหมายของ a fractal known as Sierpinski's triangle ใหม่ได้ถูกต้องที่สุด
- Every fractal has the name Sierpinski's triangle.
- It is a fractal that knows about Sierpinski's triangle.
- It is a fractal called Sierpinski's triangle.
ดูคำตอบ
It is a fractal called Sierpinski's triangle.
isn't just ..., it's also ...: เพิ่มคุณสมบัติสำคัญข้อที่สอง
โครงสร้าง isn't just A, it's also B ปฏิเสธความคิดที่ว่า A คือทั้งหมด แล้วเพิ่ม B เป็นคุณสมบัติสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ รูปสามเหลี่ยมมีทั้งคุณค่าทางศิลปะและคุณค่าด้านการใช้งาน ในโครงสร้างนี้ just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ไม่ได้หมายถึง “เพิ่ง” รูปแบบที่สมมาตรกว่าคือ not just A but also B ส่วนในการพูด อนุประโยคที่สองอาจขึ้นต้นด้วย it's also ได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงว่ากล้องมีคุณสมบัติทั้งสองอย่าง: This camera ____ small; ____ powerful.
ดูคำตอบ
isn't just · it's also
and calculations in the domain of combinatorics. การใช้คำ
3:14และการคำนวณในสาขาคณิตศาสตร์เชิงการจัด
when it comes to probability: จำกัดขอบเขตของหัวข้อ
when it comes to probability หมายถึง “เมื่อพูดถึงความน่าจะเป็น” หรือ “ในด้านความน่าจะเป็น” วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความให้อยู่ในหัวข้อหนึ่ง แทนที่จะกล่าวถึงทุกด้าน when it comes to เป็นวลีตายตัว ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ โดย to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ เช่น when it comes to solving problems
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวสี่คำจากบทเรียนซึ่งมีคำว่า comes และหมายถึง “เมื่อพูดถึง”: Leo is careful ____ sharing personal information online.
ดูคำตอบ
when it comes to
in the domain of combinatorics: การระบุสาขาอย่างเป็นทางการ
in the domain of combinatorics หมายถึง “ภายในสาขาคณิตศาสตร์เชิงการจัด” วลีบุพบทนี้ขยายคำว่า calculations และบอกว่าการคำนวณเหล่านั้นอยู่ในสาขาวิชาใด คำว่า domain ในที่นี้หมายถึงขอบเขตของความรู้หรือกิจกรรม ไม่ได้หมายถึงโดเมนอินเทอร์เน็ตหรือที่อยู่เว็บไซต์
แบบฝึกหัด
in the domain of combinatorics ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?
- ภายใต้กรรมสิทธิ์ของ combinatorics
- บนเว็บไซต์ชื่อ combinatorics
- ภายในสาขาคณิตศาสตร์เชิงการจัด
ดูคำตอบ
ภายในสาขาคณิตศาสตร์เชิงการจัด
Say you want to ...: การเปิดตัวอย่างสมมติ
Say you want to ... ในที่นี้หมายถึง “สมมติว่าคุณอยาก...” Say ใช้เปิดสถานการณ์สมมติให้ผู้ฟังจินตนาการ ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังพูดออกมา การเปิดแบบนี้เปลี่ยนคำอธิบายที่เป็นนามธรรมให้เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม จากนั้นผู้พูดสามารถเพิ่มเงื่อนไข ตั้งคำถาม หรือคำนวณต่อได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนเพื่อทำให้คำเปิดสถานการณ์สมมติสมบูรณ์: ____ compare two phone plans before choosing one.
ดูคำตอบ
Say you want to
and would like to know the probability of having your dream family โน้ต
3:20และอยากรู้ความน่าจะเป็นที่จะได้ครอบครัวในฝัน
would like to know สำหรับขอข้อมูลอย่างสุภาพ
would like to know หมายถึง “อยากรู้” แต่ would ช่วยลดความตรงของคำขอหรือการบอกว่าต้องการข้อมูล ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงความต้องการข้อมูลอย่างสุภาพ ไม่ได้หมายความว่าความต้องการนั้นเกิดขึ้นในอดีต หลัง would like to know สามารถตามด้วยนามวลีหรืออนุประโยคได้ เช่น would like to know the probability, would like to know whether... และ would like to know when.... ในการพูดคุยโดยตรง มักใช้รูปย่อ I'd like to know
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงการขอข้อมูลอย่างสุภาพ
- I knew when registration closed.
- Tell me when registration closes right now.
- I'd like to know when registration closes.
ดูคำตอบ
I'd like to know when registration closes.
dream family: dream + คำนาม ในความหมายว่า “ในอุดมคติ”
ใน dream family คำว่า dream ทำหน้าที่ขยายคำนาม family และหมายถึง “ในอุดมคติ” หรือ “ที่ปรารถนามากที่สุด” ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เห็นขณะนอนหลับ ในที่นี้หมายถึงครอบครัวที่จินตนาการไว้ว่าประกอบด้วยลูกสาวสามคนและลูกชายสองคนโดยเฉพาะ dream + คำนาม รูปแบบเดียวกันนี้พบใน dream job, dream home และ dream vacation โดยแสดงว่าคำนามที่ตามมาคือสิ่งที่คนคนหนึ่งอยากมีหรืออยากสัมผัสอย่างมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dream + คำนาม ในความหมายว่า “ในอุดมคติ” หรือ “ที่ปรารถนามากที่สุด”
- Their dream is to buy a home after years of saving.
- After years of saving, they finally bought their dream home.
- They often dream about the home they hope to buy.
ดูคำตอบ
After years of saving, they finally bought their dream home.
that corresponds to girl + boy to the fifth power. การใช้คำ
3:28นั่นจะตรงกับ (ลูกสาว + ลูกชาย) ยกกำลังห้า
girl + boy to the fifth power: การอ่านกำลังห้าของนิพจน์ทวินาม
ในบริบททางคณิตศาสตร์นี้ girl และ boy เป็นป้ายกำกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองแบบ นิพจน์นี้แทน (girl + boy)^5 โดยยกผลบวกทั้งหมดเป็นกำลัง 5 เพื่อจำลองการเลือกที่เป็นอิสระต่อกันห้าครั้ง หนึ่งครั้งต่อเด็กหนึ่งคน ไม่ใช่การนำจำนวนเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายมาบวกกันแบบทั่วไป to the fifth power บอกว่าเลขชี้กำลังคือ 5 หากไม่ชัดว่าเลขยกกำลังครอบคลุมส่วนใด ให้พูดว่า the quantity girl plus boy, raised to the fifth power เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่ากำลังนั้นใช้กับผลบวกทั้งหมด
แบบฝึกหัด
การอ่านแบบมาตรฐานข้อใดตรงกับ x⁵?
- x at the fifth power
- the fifth power to x
- x to five power
- x to the fifth power
ดูคำตอบ
x to the fifth power
where the first number ... and the last ...: การอธิบายตำแหน่งภายในแถว
where ย้อนอ้างถึง row five และนำเข้าสู่ข้อมูลว่ามีอะไรอยู่หรือมีอะไรเป็นจริงภายในแถวนั้น ในที่นี้หมายถึง “ในแถวนั้น” ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับสถานที่จริง การใช้แบบนี้ช่วยอธิบายเนื้อหาหรือการจัดวางในตาราง รายการ แผนภาพ หรือโครงสร้างที่คล้ายกัน the first number ... and the last ... เป็นโครงสร้างคู่ขนาน ในส่วนที่สองละคำว่า number เพราะผู้ฟังเข้าใจได้จากส่วนก่อนหน้า ดังนั้น the last จึงหมายถึง the last number จากนั้นใช้ corresponds to เชื่อมแต่ละตำแหน่งกับความหมายของมัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ where อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายข้อมูลภายในส่วนหนึ่งของแผนภูมิ?
- We checked the final column, which the top value represents Monday and the bottom represents Friday.
- We checked the final column, where the top value represents Monday and the bottom represents Friday.
- We checked where the final column because the top value represents Monday.
ดูคำตอบ
We checked the final column, where the top value represents Monday and the bottom represents Friday.
what we're looking for: ระบุคำตอบที่กำลังหา
ในประโยคนี้ what we're looking for หมายถึง “สิ่งหรือคำตอบที่เรากำลังพยายามหา” คำว่า what เริ่มอนุประโยคที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม และอนุประโยคทั้งหมดอยู่หลัง is เพื่อระบุว่าตัวเลขที่สามคืออะไร เป้าหมายของ look for อาจเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ ในโจทย์คณิตศาสตร์ วลีนี้อาจหมายถึงการพยายามหาคำตอบหรือค่า ไม่จำเป็นต้องเป็นการมองหาสิ่งของจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมอนุประโยคที่หมายถึง “คำตอบที่เรากำลังพยายามหา”: The missing number is ____.
ดูคำตอบ
what we're looking for
10 out of the sum of all the possibilities in the row. การใช้คำ
3:4210 จากผลรวมของความเป็นไปได้ทั้งหมดในแถวนั้น
10 out of the sum of ...: แสดงส่วนหนึ่งของจำนวนทั้งหมด
ใน 10 out of the sum of ... ตัวเลข 10 คือส่วนที่กำลังนับ และปริมาณหลัง out of คือจำนวนทั้งหมด ในการคำนวณความน่าจะเป็น สามารถอ่านวลีนี้เป็นเศษส่วนได้ โดย 10 เป็นตัวเศษ และผลรวมของความเป็นไปได้ทั้งหมดเป็นตัวส่วน ในที่นี้ out of แสดงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนหนึ่งกับทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากข้างในสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงว่าส่วนหนึ่งอยู่ในจำนวนทั้งหมด: In the survey, twelve ____ thirty people chose the red logo.
ดูคำตอบ
out of
pick ... out of a group: เลือกจากกลุ่มทั้งหมด
ในโครงสร้าง pick A out of B นั้น A คือคนหรือสิ่งที่ถูกเลือก ส่วน B คือกลุ่มทั้งหมดที่เป็นแหล่งให้เลือก ในประโยคนี้ ทีมถูกเลือกจากเพื่อนสิบสองคน โดย out of บอกกลุ่มต้นทาง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกจากสถานที่ randomly หมายถึงไม่มีการจงใจเลือกใครเป็นพิเศษ ส่วน five-player ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ชุดเดียวหน้า team ดังนั้น player จึงคงเป็นรูปเอกพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเลือกชื่อสามชื่อจากรายชื่อที่มียี่สิบชื่อ
- We randomly removed three names from a list of twenty.
- We randomly picked three names out of a list of twenty.
- We randomly added three names to a list of twenty.
ดูคำตอบ
We randomly picked three names out of a list of twenty.
In combinatorial terms: การอธิบายใหม่ด้วยภาษาวิชาการ
In combinatorial terms หมายถึงการใช้ภาษาและแนวคิดของคณิตศาสตร์เชิงการจัดหมู่ เป็นวลีเปลี่ยนผ่านที่บอกว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายสถานการณ์เดิมอีกครั้งด้วยภาษาคณิตศาสตร์ที่เป็นวิชาการมากขึ้น terms ในที่นี้หมายถึงคำศัพท์เฉพาะหรือวิธีแสดงความคิด ไม่ได้หมายถึงเงื่อนไขในข้อตกลง
แบบฝึกหัด
วลีเปิด In combinatorial terms, บอกอะไรแก่ผู้ฟัง
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้พูดจะอธิบายแนวคิดเดิมอีกครั้งโดยใช้ภาษาของคณิตศาสตร์เชิงการจัดหมู่
- ผู้พูดกำลังแจกแจงเงื่อนไขในสัญญา
ดูคำตอบ
ผู้พูดจะอธิบายแนวคิดเดิมอีกครั้งโดยใช้ภาษาของคณิตศาสตร์เชิงการจัดหมู่
would be phrased as: การนำเสนอรูปแบบมาตรฐาน
ในประโยคนี้ would be phrased as หมายถึง บางสิ่งจะถูกถ่ายทอดออกมาในรูปที่ตามมา คำว่า phrase ในที่นี้เป็นคำกริยา และรูปถูกกระทำ be phrased เน้นถ้อยคำที่ใช้กับโจทย์ ไม่ได้เน้นคนที่เลือกใช้คำ ใช้ would be phrased as เมื่อเปลี่ยนสถานการณ์ คำถาม หรือแนวคิดให้เป็นถ้อยคำเฉพาะ คำศัพท์ทางเทคนิค วิธีอ่านสูตร หรือคำถามแบบมาตรฐาน would ในที่นี้บอกว่า ตามธรรมเนียมทางคณิตศาสตร์จะกล่าวโจทย์นี้อย่างไร ไม่ได้บอกเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรูปถูกกระทำที่เรียนมา: In a math lesson, the problem would ____ a question about combinations.
ดูคำตอบ
be phrased as
12 choose five: การอ่านค่าการจัดหมู่
ในคณิตศาสตร์ 12 choose five เป็นวิธีอ่านออกเสียงของการจัดหมู่ C(12, 5) หรือที่เรียกว่าสัมประสิทธิ์ทวินาม หมายถึงจำนวนวิธีเลือกสิ่งของ 5 ชิ้นจาก 12 ชิ้นโดยไม่สนใจลำดับของสิ่งที่เลือก Choose ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการอ่านทางคณิตศาสตร์ที่ตายตัว วลีนี้ใช้เรียกค่าจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่คำสั่งให้ใครเลือกสิ่งของ 5 ชิ้นตอนนี้ และไม่ได้หมายความว่าคำตอบคือ 5
แบบฝึกหัด
การจัดหมู่ C(10, 3) โดยทั่วไปอ่านออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร
- ten divided by three
- ten to the third power
- choose three out of ten
- ten choose three
ดูคำตอบ
ten choose three
could be calculated with this formula: กรรมวาจกที่บอกวิธีคำนวณที่เป็นไปได้
Could be calculated มีโครงสร้างเป็นกริยาช่วย could + รูปพื้นฐาน be + กริยาช่องสาม calculated ซึ่งเป็นโครงสร้างกรรมวาจก ประธานคือสิ่งที่เราสามารถหาค่าได้ ส่วนผู้ที่ลงมือคำนวณไม่ได้ถูกกล่าวถึง ในที่นี้ could เสนอว่าสูตรนี้เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงอดีตเสมอไป ส่วน with this formula บอกวิธีหรือเครื่องมือที่ใช้คำนวณ
แบบฝึกหัด
ใช้ could รูปกรรมวาจกของ calculate และบุพบทที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: The area ____ this formula.
ดูคำตอบ
could be calculated with
or you could just look at the sixth element of row 12 on the triangle ลำดับความ
4:07หรือคุณจะแค่ไปดูตัวเลขตัวที่หกในแถวที่ 12 บนสามเหลี่ยม
or you could just look at: การเสนอทางเลือกที่ง่ายกว่า
Or เชื่อมวิธีนี้กับวิธีก่อนหน้าและบอกว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากขั้นตอนหนึ่งที่เป็นไปได้ไปสู่อีกขั้นตอนที่ตรงกว่า Could ทำให้ข้อเสนอเป็นทางเลือกและฟังดูนุ่มนวล ส่วน just หมายความว่าผู้ฟังเพียงแค่ต้องดูตำแหน่งที่ระบุ จึงเน้นว่ามีขั้นตอนน้อยกว่า ไม่ได้ลดความสำคัญของวิธีนี้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดได้อธิบายวิธีคำนวณที่ยาวไปแล้ว ประโยคใดเสนอทางเลือกที่ง่ายกว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- However, the table was checked yesterday.
- Or you could just check the table.
- Therefore, you must rebuild the table.
ดูคำตอบ
Or you could just check the table.
get your answer: ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
ใน get your answer คำว่า get หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ไปถึงผลลัพธ์” ส่วน answer คือผลลัพธ์ที่ต้องการ ในที่นี้ get ไม่ได้หมายถึง “ซื้อ” และไม่ได้ใช้ในความหมายเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ วลีนี้มักใช้ปิดท้ายชุดคำแนะนำ เมื่อทำขั้นตอนก่อนหน้าครบแล้ว คุณก็จะได้คำตอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเมื่อคำนวณเสร็จแล้ว คุณจะได้ผลลัพธ์?
- Finish the calculation to get your answer.
- Write your answer before you calculate.
- Ask a different question after the calculation.
ดูคำตอบ
Finish the calculation to get your answer.
The patterns in Pascal's triangle are a testament to the elegantly interwoven fabric of mathematics. โน้ต
4:13รูปแบบในสามเหลี่ยมปาสกาลเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงโครงสร้างอันสอดประสานอย่างสง่างามของคณิตศาสตร์
a testament to: หลักฐานอันชัดเจนของคุณสมบัติหนึ่ง
โครงสร้าง A is a testament to B หมายความว่า A เป็นหลักฐานที่ชัดเจนของ B หรือแสดงให้เห็น B อย่างชัดเจน ในประโยคนี้ รูปแบบต่าง ๆ ถูกนำเสนอเป็นหลักฐานว่าส่วนต่าง ๆ ของคณิตศาสตร์เชื่อมโยงกันอย่างงดงาม ในที่นี้ testament ไม่ได้หมายถึงพินัยกรรมทางกฎหมาย วลีนี้แสดงการประเมินว่า สิ่งแรกแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงคุณสมบัติ ความพยายาม หรือข้อเท็จจริงที่ตามหลัง to
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่มี testament และหมายถึง “เป็นหลักฐานอันชัดเจนของ”: Her recovery is ____ the team's careful work.
ดูคำตอบ
a testament to
elegantly interwoven fabric of mathematics: อุปลักษณ์ของแนวคิดที่เชื่อมโยงกัน
วลีนี้เป็นอุปลักษณ์ โดยเปรียบคณิตศาสตร์เป็นผืนผ้าที่เกิดจากการถักทอเส้นด้ายจำนวนมากเข้าด้วยกัน interwoven สื่อว่าแนวคิดและรูปแบบต่าง ๆ เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน ส่วน fabric หมายถึงระบบขนาดใหญ่ที่เกิดจากความเชื่อมโยงเหล่านั้น Elegantly เพิ่มความหมายเชิงชื่นชม ผู้พูดกำลังบอกว่าความเชื่อมโยงเหล่านี้ไม่เพียงใกล้ชิดและซับซ้อน แต่ยังจัดวางอย่างงดงามด้วย โดยไม่ได้หมายถึงผ้าจริง ๆ
แบบฝึกหัด
อุปลักษณ์ “the elegantly interwoven fabric of mathematics” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- คณิตศาสตร์เป็นวิธีออกแบบผ้าทอเป็นหลัก
- แนวคิดทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดเป็นองค์รวมที่จัดวางอย่างงดงาม
- รูปแบบทางคณิตศาสตร์แต่ละแบบแยกขาดจากรูปแบบอื่นทั้งหมด
ดูคำตอบ
แนวคิดทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดเป็นองค์รวมที่จัดวางอย่างงดงาม
And it's still revealing fresh secrets to this day. วลี
4:19และมันยังคงเผยความลับใหม่ๆ มาจนถึงทุกวันนี้
to this day: ต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
to this day หมายถึง “จนถึงปัจจุบัน โดยสถานการณ์หรือผลกระทบเดิมยังคงดำเนินอยู่” สำนวนนี้มองย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้าและเน้นว่าบางสิ่งยังเป็นจริงอยู่ในตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงวันใดวันหนึ่งในปฏิทิน ในประโยคนี้ still ย้ำแนวคิดเรื่องความต่อเนื่องเช่นเดียวกัน คือแม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว ความลับใหม่ ๆ ก็ยังคงถูกเปิดเผยอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ลงท้ายด้วย day และหมายถึง “ต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงตอนนี้”: Although the law was written two centuries ago, it still affects court decisions ____.
ดูคำตอบ
to this day
For example, mathematicians recently discovered a way to expand it to these kinds of polynomials. วลี
4:23ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ นักคณิตศาสตร์ค้นพบวิธีขยายมันไปยังพหุนามชนิดนี้
discover a way to expand A to B: ค้นพบวิธีขยาย A ไปยัง B
ใน discovered a way to expand it to ... โครงสร้าง discovered a way to + คำกริยา หมายถึงการที่ใครบางคนพบวิธีทำสิ่งหนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่เป็นที่รู้จัก ส่วน to expand บอกว่าวิธีนั้นช่วยให้ทำอะไรได้ โครงสร้าง expand A to B หมายถึงการขยาย A เพื่อให้ใช้กับหรือครอบคลุม B ได้ ในที่นี้ it อ้างถึงแนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ these kinds of polynomials คือขอบเขตใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เรียนมา: The team ____ the service ____ small towns.
ดูคำตอบ
discovered a way to expand · to
What might we find next?: คำถามปิดท้ายที่มองไปยังอนาคต
What might we find next? เปลี่ยนความสนใจของผู้ฟังจากสิ่งที่เพิ่งอธิบายไปสู่การค้นพบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อวางไว้ท้ายคำอธิบาย คำถามนี้ช่วยจัดสารให้จบแบบมองไปข้างหน้า แทนที่จะเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ might แสดงความไม่แน่นอนและเปิดไว้หลายความเป็นไปได้ โดยทั่วไปผู้พูดต้องการสร้างความอยากรู้และชวนให้คิด ไม่ได้ถามหาคำตอบเดียวที่รู้อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
หลังคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คำถามปิดท้าย What might we find next? มีหน้าที่หลักอย่างไร
- ขอให้ผู้ฟังบอกรายการสิ่งที่ค้นพบไปแล้ว
- กระตุ้นความอยากรู้เกี่ยวกับการค้นพบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- ยืนยันอย่างแน่นอนว่าการค้นพบครั้งต่อไปคืออะไร
ดูคำตอบ
กระตุ้นความอยากรู้เกี่ยวกับการค้นพบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
that's up to you: มอบการตัดสินใจให้ผู้ฟัง
ใน That's up to you คำว่า that หมายถึงตัวเลือกหรือขั้นตอนถัดไปที่กำลังพูดถึง และ up to you หมายถึง “คุณเป็นคนตัดสินใจ” ในที่นี้ up to ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน สำนวนนี้มอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้ผู้ฟัง ในประโยคปิดท้ายนี้ สำนวนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคำเชิญที่ให้กำลังใจว่า ผู้ชมเลือกได้ว่าจะสำรวจหรือทำอะไรต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย that's และหมายถึง “คุณเป็นคนตัดสินใจ”: We can meet at three or four; ____.
ดูคำตอบ
that's up to you