อะไรเป็นตัวกำหนดมูลค่าของธนบัตรดอลลาร์? - Doug Levinson: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
607 คำ 182 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดธนบัตรที่รัฐบาลออกจึงมีมูลค่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จัดการปริมาณเงินอย่างไร และเหตุใดการรักษาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อกับเงินฝืดจึงส่งผลทั้งต่อกำลังซื้อและการจ้างงาน ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. fiat money, — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจศัพท์เศรษฐศาสตร์สำคัญที่หมายถึงเงินตราซึ่งไม่มีสินค้าอย่างทองคำค้ำประกันโดยตรง คุณจะมองออกว่ามูลค่าของเงินประเภทนี้พึ่งพานโยบายรัฐบาล ความเชื่อมั่นของสังคม และการควบคุมปริมาณเงิน แทนที่จะเดาความหมายจากคำว่า fiat ที่ใช้ทั่วไป 2. If the total amount of currency in circulation increases / then each individual piece will be able to buy — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้าง If... then... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเงินเข้ากับผลที่เกิดขึ้นต่อกำลังซื้ออย่างไร จึงช่วยให้คุณติดตามและสร้างคำอธิบายเหตุและผลเกี่ยวกับกลไกทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ 3. Like in the story of Goldilocks, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักการอ้างถึงโกลดิล็อกส์ในฐานะอุปมาของปริมาณที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป คุณจะเข้าใจว่าการอ้างอิงนี้ช่วยสื่อเป้าหมายของเฟดในการสนับสนุนการเติบโตและการจ้างงาน โดยไม่ปล่อยให้เงินเฟ้อสูงถึงระดับที่สร้างความปั่นป่วนได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

If you tried to pay for something with a piece of paper, โน้ต

0:06

หากคุณพยายามจะจ่ายค่าสินค้าด้วยกระดาษสักแผ่น

วลี

pay for something with: สิ่งที่จ่ายเงินซื้อก่อน แล้วตามด้วยวิธีชำระเงิน

ใน pay for something with a piece of paper ส่วน pay for นำหน้าสิ่งที่ซื้อหรือสิ่งที่ต้องจ่ายเงิน ส่วน with นำหน้าสิ่งที่ใช้เป็นวิธีชำระเงิน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pay for + สินค้าหรือบริการ + with + วิธีชำระเงิน เช่น pay for lunch with a card ให้ใช้ for หน้าสิ่งที่จ่ายเงินซื้อ และใช้ with หน้าวิธีชำระเงิน

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทสองคำที่หายไปเพื่อทำให้รูปแบบการจ่ายเงินสมบูรณ์: At the station, I paid ____ the ticket ____ my phone.

ดูคำตอบ

for · with

you might run into some trouble. กริยาวลี

0:09

คุณอาจจะเจอปัญหาบ้าง

ไวยากรณ์

If you tried ... you might ...: การกระทำสมมติและผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในที่นี้ If you tried ... สร้างสถานการณ์สมมติเกี่ยวกับปัจจุบันหรืออนาคต รูปอดีต tried แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่าเคยลองทำจริงในอดีต อนุประโยคหลัก you might run into ... บอกผลลัพธ์หนึ่งอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + รูปอดีต, ... might + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อพูดถึงการกระทำสมมติและผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

รูปแบบ If you tried ..., you might ... ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สมมติการกระทำหนึ่งอย่างและบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น
  2. สั่งให้ใครบางคนจ่ายเงินทันที
  3. บอกถึงความพยายามจ่ายเงินที่เกิดขึ้นแน่นอนในอดีต
ดูคำตอบ

สมมติการกระทำหนึ่งอย่างและบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

กริยาวลี

run into some trouble: พบปัญหา

ในที่นี้ run into some trouble หมายถึง “พบปัญหาหรือความยากลำบากที่ไม่คาดคิด” ควรเข้าใจ run into เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ไม่ได้หมายถึงการวิ่งเข้าไปในสถานที่จริง ๆ รูปแบบ run into trouble ใช้ได้เมื่อแผน งาน หรือกระบวนการพบอุปสรรค โดยเฉพาะอุปสรรคที่ไม่ได้คาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ “run into some trouble”: We ____ when the printer suddenly stopped working.

ดูคำตอบ

ran into some trouble

Unless, of course, the piece of paper was a $100 bill. ลำดับความ

0:11

เว้นเสียแต่ว่ากระดาษแผ่นนั้นจะเป็นธนบัตร 100 ดอลลาร์

ลำดับความ

Unless, of course, ...: เพิ่มข้อยกเว้นที่เห็นได้ชัด

Unless นำเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความทั่วไปก่อนหน้าไม่ใช้บังคับอีกต่อไป อนุประโยคที่ตามมาระบุข้อยกเว้นนั้น ซึ่งก็คือกรณีที่กระดาษแผ่นนั้นเป็นธนบัตร 100 ดอลลาร์ Of course เป็นข้อความแทรกที่นำเสนอว่าข้อยกเว้นนี้เห็นได้ชัดเมื่อกล่าวออกมาแล้ว การวาง Unless, of course, หลังกรณีทั่วไปทำให้ผู้พูดเก็บข้อยกเว้นไว้ชั่วครู่ ก่อนดึงความสนใจไปยังกรณีพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่มข้อยกเว้นที่เห็นได้ชัดให้กับกฎ “The office is closed on Sundays” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The office is closed on Sundays—while, of course, there is a special event.
  2. The office is closed on Sundays—unless, of course, there is a special event.
  3. The office is closed on Sundays—because, of course, there is a special event.
ดูคำตอบ

The office is closed on Sundays—unless, of course, there is a special event.

But what is it that makes that bill so much more interesting and valuable ไวยากรณ์

0:15

แต่สิ่งใดล่ะที่ทำให้ธนบัตรนั้นน่าสนใจและมีมูลค่า

than other pieces of paper?

0:18

มากกว่ากระดาษแผ่นอื่นๆ

ไวยากรณ์

what is it that makes ...?: เน้นถามหาสาเหตุที่แท้จริง

What is it that makes ...? เป็นรูปคำถามแบบเน้น เพื่อถามว่าสาเหตุ ลักษณะ หรือปัจจัยใดทำให้เกิดผลลัพธ์หนึ่งขึ้นมา โดยปกติผลลัพธ์นั้นเห็นได้ชัดหรือถือว่ารู้กันแล้ว และคำถามจะเน้นเป็นพิเศษว่าอะไรเป็นตัวการ it ในที่นี้เป็นเพียงคำที่ทำหน้าที่ในโครงสร้าง ไม่ได้หมายถึงธนบัตรหรือสิ่งของชิ้นอื่น คำถามแบบง่ายกว่าคือ What makes that bill ...? เมื่อเพิ่ม is it that makes การถามหาสาเหตุที่แท้จริงจะเด่นชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำถามแบบเน้นให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: What ____ this tiny speaker so loud?

ดูคำตอบ

is it that makes

ไวยากรณ์

so much more ... than: เน้นว่าความแตกต่างในการเปรียบเทียบมีมาก

so much more + คำคุณศัพท์ + than ใช้เปรียบเทียบโดยบอกว่าความแตกต่างมีมาก more ... than เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบ much ช่วยขยายว่าความต่างนั้นมาก และ so เพิ่มน้ำหนักย้ำอีกขั้น ในตัวอย่าง more เพียงคำเดียวใช้ร่วมกับทั้ง interesting และ valuable ดังนั้นประโยคจึงหมายความว่าธนบัตรนั้นน่าสนใจกว่าและมีค่ากว่ากระดาษชิ้นอื่นมาก ภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องใส่ more ซ้ำหน้า valuable

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย so much more ... than และคำคุณศัพท์ useful กับ reliable: The new app is ____ the old one.

ดูคำตอบ

so much more useful and reliable than

After all, ลำดับความ

0:20

ท้ายที่สุดแล้ว

there's not much you can do with it. ไวยากรณ์

0:21

คุณก็ทำอะไรกับมันไม่ได้มากนัก

ลำดับความ

After all: เกริ่นเหตุผลสนับสนุนข้อคิดเห็นก่อนหน้า

After all ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ การที่สิ่งของนั้นนำไปทำอะไรได้จำกัด ถูกใช้เป็นเหตุผลว่าทำไมข้อสรุปก่อนหน้าจึงสมเหตุสมผล วลีนี้มักสื่อว่าเหตุผลดังกล่าวน่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ฟังยอมรับได้ง่าย วลีนี้ช่วยจัดลำดับการให้เหตุผล ไม่ได้หมายถึงลำดับเวลาว่า “หลังจากทุกอย่าง”

แบบฝึกหัด

After all ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  2. แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดหลังเหตุการณ์อื่นทั้งหมด
  3. ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อคิดเห็นก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อคิดเห็นก่อนหน้า

ไวยากรณ์

there's not much you can do with ...: ใช้ประโยชน์ได้จำกัด

รูปแบบ there's not much you can do with ... หมายความว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งมีประโยชน์ใช้สอยน้อย หรือมีทางเลือกในการนำไปใช้จริงไม่มาก with ใช้นำหน้าสิ่งของที่ถูกนำมาใช้หรือจัดการ ความหมายเต็มคือ there is not much that you can do with it โดยละ that ไว้ ส่วน you มักหมายถึงคนทั่วไป ไม่ได้เจาะจงเฉพาะผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with เพื่อบอกว่าสิ่งของมีประโยชน์ใช้สอยจริงอย่างจำกัดมาก?

  1. There's not much you can do without this cracked plastic lid.
  2. There's not much you can do about this cracked plastic lid.
  3. There's not much you can do with this cracked plastic lid.
ดูคำตอบ

There's not much you can do with this cracked plastic lid.

You can't eat it.

0:23

คุณกินมันไม่ได้

You can't build things with it,

0:24

คุณใช้มันสร้างสิ่งก่อสร้างไม่ได้

and burning it is actually illegal.

0:26

และการเผามันก็ผิดกฎหมายอีกต่างหาก

So what's the big deal? สำนวน

0:29

แล้วมันมีดีอะไรนักหนาล่ะ

สำนวน

What's the big deal? — ถามว่าทำไมบางสิ่งจึงสำคัญ

What's the big deal? เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึง “ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ” หรือ “เรื่องนี้พิเศษตรงไหน” ในประโยคนี้ใช้เพื่อเกริ่นนำเหตุผลหลักที่จะอธิบายต่อไป คำว่า deal ไม่ได้หมายถึงข้อตกลงทางธุรกิจ คำถามเดียวกันนี้อาจเป็นการขอคำอธิบายอย่างจริงใจ หรืออาจสื่อการไม่เห็นความสำคัญว่า “ทำไมใครจะต้องสนใจด้วย” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ What's the big deal? กำลังถามอะไร?

  1. ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญหรือควรได้รับความสนใจ?
  2. ข้อตกลงทางธุรกิจรายการใดใหญ่ที่สุด?
  3. ธนบัตรนี้ราคาเท่าไร?
ดูคำตอบ

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญหรือควรได้รับความสนใจ?

Of course, you probably know the answer.

0:30

แน่นอน คุณคงรู้คำตอบอยู่แล้ว

A $100 bill is printed by the government and designated as official currency, การใช้คำ

0:32

ธนบัตร 100 ดอลลาร์ถูกพิมพ์ขึ้นโดยรัฐบาลและกำหนดให้เป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการ

การใช้คำ

designated as official currency — กำหนดสถานะอย่างเป็นทางการ

Designated as official currency หมายถึง “ได้รับสถานะเป็นเงินตราอย่างเป็นทางการ” โครงสร้างทางการ designate A as B ใช้เมื่อกำหนดบทบาท ประเภท หรือวัตถุประสงค์ที่ได้รับการยอมรับให้แก่ A ในประโยคนี้ is ใช้ร่วมกับทั้ง printed และ designated กล่าวคือ ธนบัตรถูกพิมพ์โดยรัฐบาลและถูกกำหนดให้เป็นเงินตราอย่างเป็นทางการ รูปประโยคกรรมวาจกเน้นธนบัตร ไม่ใช่หน่วยงานที่ตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยวลีที่หมายถึง “ได้รับสถานะอย่างเป็นทางการ”: The wetland was ____ a protected area.

ดูคำตอบ

designated as

while other pieces of paper are not. ไวยากรณ์

0:37

ในขณะที่กระดาษแผ่นอื่นๆ ไม่ใช่

ไวยากรณ์

while other pieces of paper are not: การเปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองข้อ

ในประโยคนี้ while ใช้เชื่อมความแตกต่าง: ธนบัตร 100 ดอลลาร์ถูกกำหนดให้เป็นเงินตราอย่างเป็นทางการ แต่กระดาษชิ้นอื่นไม่ใช่ ในที่นี้ while มีความหมายเท่ากับ whereas ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่” คำว่า are not ช่วยเลี่ยงการกล่าวภาคแสดงรูปถูกกระทำที่อยู่ก่อนหน้าซ้ำ ความหมายเต็มคือ other pieces of paper are not designated as official currency การละคำเช่นนี้ทำให้การเปรียบเทียบกระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองข้อ แทนที่จะบอกว่าการกระทำเกิดขึ้นเมื่อใด?

  1. While Maya was cooking dinner, the phone rang.
  2. I read a book while I waited for the bus.
  3. The first room is bright, while the second is quite dark.
ดูคำตอบ

The first room is bright, while the second is quite dark.

But that's just what makes them legal.

0:40

แต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้มันถูกกฎหมายเท่านั้น

What makes a $100 bill valuable, ไวยากรณ์

0:42

สิ่งที่ทำให้ธนบัตร 100 ดอลลาร์มีมูลค่า

on the other hand,

0:44

ในอีกทางหนึ่ง

is how many or few of them are around. การใช้คำ

0:45

คือการมีมันหมุนเวียนอยู่มากหรือน้อยเพียงใด

ไวยากรณ์

What makes X valuable ... is Y: ระบุปัจจัยที่ชี้ขาด

รูปแบบ What makes X + adjective is Y หมายถึง “ปัจจัยที่ทำให้ X มีคุณสมบัตินี้คือ Y” อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และ is ใช้นำปัจจัยหรือคำอธิบายที่ตามมา ในที่นี้ What makes a $100 bill valuable ตั้งประเด็นเรื่องที่มาของมูลค่า และ how many or few of them are around ให้คำตอบ นั่นคือธนบัตรชนิดนี้มีอยู่มากหรือขาดแคลน โครงสร้างนี้นำเสนอผลลัพธ์ก่อน แล้วจึงเน้นปัจจัยที่ชี้ขาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ What makes X + adjective is Y: ____ this backpack comfortable ____ its padded straps.

ดูคำตอบ

What makes · is

การใช้คำ

how many or few ... are around: ปริมาณที่มีอยู่หรือหาได้

ใน how many or few of them are around คำว่า how many or few ถามว่าปริมาณมีมากหรือน้อย ส่วน them หมายถึงสิ่งที่พูดถึงไปแล้ว ในที่นี้ are around หมายถึงมีอยู่หรือหาได้ในบริบทนั้น ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นปริมาณที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่อยู่รอบตัวใครหรือเคลื่อนที่เป็นวงกลม

แบบฝึกหัด

how many or few of them are around ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. บอกว่าสิ่งของกำลังเคลื่อนที่เป็นวงกลม
  2. ถามว่าสิ่งของวางอยู่ตรงไหนรอบตัวบุคคลหนึ่ง
  3. ถามว่าปริมาณที่มีอยู่หรือหาได้นั้นมากหรือน้อย
ดูคำตอบ

ถามว่าปริมาณที่มีอยู่หรือหาได้นั้นมากหรือน้อย

Throughout history,

0:47

ตลอดช่วงประวัติศาสตร์

most currency, including the US dollar,

0:49

สกุลเงินส่วนใหญ่ รวมถึงดอลลาร์สหรัฐ

was linked to valuable commodities, การใช้คำ

0:51

ถูกผูกติดอยู่กับสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่า

การใช้คำ

was linked to valuable commodities: ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ

Was linked to เป็นรูปถูกกระทำในอดีตของ link A to B ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเชื่อมโยงหรือผูกไว้กับอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ มูลค่าของเงินหรือระบบเงินตราขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์กับสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่า Commodities คือสินค้าพื้นฐานที่ซื้อขายในตลาด โดยมักซื้อขายในปริมาณที่มีมาตรฐาน ในบริบทประวัติศาสตร์การเงินนี้ valuable commodities หมายถึงสินค้าอย่างทองคำหรือเงิน ไม่ใช่เพียงสินค้าราคาแพงในร้านค้า

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be linked to ที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The size of the bonus is ____ team performance.

ดูคำตอบ

linked to

and the amount of it in circulation การใช้คำ

0:53

และปริมาณของมันที่หมุนเวียนในระบบ

depended on a government's gold or silver reserves.

0:55

ขึ้นอยู่กับปริมาณทองคำหรือเงินสำรองของรัฐบาล

การใช้คำ

in circulation: เงินที่กำลังใช้งานอยู่

'In circulation' หมายถึงเงินที่ออกใช้แล้วและกำลังถูกใช้หรือแลกเปลี่ยนในระบบเศรษฐกิจ 'The amount of it in circulation' หมายถึงปริมาณของเงินนั้นที่กำลังใช้งานอยู่ ในที่นี้ 'circulation' อธิบายการที่เงินส่งต่อกันระหว่างผู้คน ธุรกิจ และสถาบันต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าเงินกำลังเคลื่อนที่เป็นวงกลมจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่เรียนในบทนี้ ซึ่งหมายถึง ‘กำลังถูกใช้เป็นเงิน’: Most of these old coins are still ____.

ดูคำตอบ

in circulation

But after the US abolished this system in 1971, วัฒนธรรม

0:59

แต่หลังจากที่สหรัฐฯ ยกเลิกระบบนี้ในปี 1971

วัฒนธรรม

after the US abolished this system in 1971: หลังจากสหรัฐฯ ยกเลิกระบบนี้ในปี 1971

ในประโยคนี้ 'this system' ย้อนกลับไปหมายถึงระบบที่ปริมาณเงินหมุนเวียนขึ้นอยู่กับทุนสำรองทองคำหรือโลหะเงินของรัฐบาล ส่วน 'Abolished' แสดงถึงการยุติระบบการเงินอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การยกเลิกกฎเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ปี 1971 หมายถึงเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ ระงับการแลกเปลี่ยนดอลลาร์เป็นทองคำตามอัตราทางการสำหรับหน่วยงานการเงินต่างประเทศโดยเฉพาะ ประโยคนี้ย่อการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่าให้เป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งจุด เพื่อปูทางไปสู่การอธิบาย fiat money

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ 'this system' หมายถึงอะไร?

  1. ระบบที่ใช้ตัดสินว่าผู้คนสามารถสะสมเหรียญใดได้บ้าง
  2. กฎที่กำหนดให้รัฐบาลใช้เฉพาะเหรียญเงินเท่านั้น
  3. ระบบที่ผูกปริมาณเงินหมุนเวียนเข้ากับทุนสำรองทองคำหรือโลหะเงิน
ดูคำตอบ

ระบบที่ผูกปริมาณเงินหมุนเวียนเข้ากับทุนสำรองทองคำหรือโลหะเงิน

the dollar became what is known as fiat money, โน้ต

1:02

เงินดอลลาร์ก็กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า เงินเฟียต (fiat money)

วลี

what is known as: การเกริ่นศัพท์ที่มีชื่อเรียกอยู่แล้ว

โครงสร้าง what is known as + นามวลี ใช้เกริ่นชื่อที่เป็นที่ยอมรับของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวบอกว่า fiat money คือคำเรียกประเภทของเงินที่ดอลลาร์เปลี่ยนไปเป็น อนุประโยค what is known as fiat money ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ became ในโครงสร้างนี้ what มีความหมายใกล้เคียงกับ “the thing that” ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงระบุประเภทที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นศัพท์ซึ่งมีชื่อเรียกอยู่แล้ว: The process creates ____ a feedback loop.

ดูคำตอบ

what is known as

meaning not linked to any external resource,

1:05

ซึ่งหมายความว่ามันไม่ได้ผูกติดอยู่กับทรัพยากรภายนอกใดๆ

การใช้คำ

fiat money: เงินตราที่ไม่มีสินค้าโภคภัณฑ์หนุนหลังโดยตรง

Fiat money คือเงินตราที่มูลค่าไม่ได้อาศัยคำมั่นว่าจะแลกเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ภายนอก เช่น ทองคำ ในปริมาณคงที่ เงินประเภทนี้ใช้งานได้เพราะได้รับการรับรองตามกฎหมาย มีสถาบันและนโยบายสาธารณะสนับสนุน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการชำระเงิน ในประโยคนี้ meaning not linked to any external resource แสดงความแตกต่างสำคัญ การไม่มีสินค้าโภคภัณฑ์หนุนหลังไม่ได้หมายความว่าเงินนั้นไม่มีมูลค่าหรือไม่มีสิ่งรองรับ แต่หมายความว่าฐานของมูลค่าแตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย fiat money ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เงินที่มูลค่าไม่ได้ผูกโดยตรงกับสินค้าโภคภัณฑ์ภายนอกในปริมาณคงที่
  2. วัตถุที่ทำจากกระดาษทุกชนิดซึ่งผู้คนสะสม
  3. เงินที่สามารถแลกเป็นทองคำในปริมาณคงที่ได้เสมอ
ดูคำตอบ

เงินที่มูลค่าไม่ได้ผูกโดยตรงกับสินค้าโภคภัณฑ์ภายนอกในปริมาณคงที่

but relying instead solely on government policy วลี

1:08

แต่ต้องอาศัยนโยบายของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว

to decide how much currency to print.

1:11

ในการตัดสินใจว่าจะพิมพ์สกุลเงินออกมาเท่าใด

วลี

relying instead solely on ...: เปลี่ยนมาพึ่งแหล่งเดียวเท่านั้น

ในวลี relying instead solely on government policy คำว่า rely on หมายถึง “พึ่งพา” คำว่า instead แสดงการเปลี่ยนจากเกณฑ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้าไปเป็นเกณฑ์อื่น ส่วน solely จำกัดเกณฑ์ใหม่ไว้ที่แหล่งเดียว คือ นโยบายของรัฐบาล เมื่อใช้คำวิเศษณ์สองคำนี้ร่วมกัน ความหมายจะมากกว่าแค่ “พึ่งพารัฐบาล” เพราะเกณฑ์เดิมถูกแทนที่และไม่มีการใช้เกณฑ์อื่นเพิ่มเติม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ rely instead solely on + คำนาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุชัดเจนว่าทีมเลิกใช้แบบจำลองเก่าและตอนนี้พึ่งพาเฉพาะพยากรณ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

  1. The team has always relied solely on the official forecast.
  2. After abandoning the old model, the team relies instead solely on the official forecast.
  3. After abandoning the old model, the team relies instead on the official forecast.
ดูคำตอบ

After abandoning the old model, the team relies instead solely on the official forecast.

So which branch of our government sets this policy?

1:13

แล้วส่วนไหนของรัฐบาลล่ะที่กำหนดนโยบายนี้

The executive, the legislative, or the judicial? วัฒนธรรม

1:16

ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายตุลาการ

วัฒนธรรม

The executive, the legislative, or the judicial?: สามฝ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ

ในที่นี้ the executive, the legislative และ the judicial หมายถึงสามฝ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ฝ่ายบริหารบังคับใช้กฎหมาย ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมาย และฝ่ายตุลาการตีความกฎหมาย คำถามนี้ละคำนาม branch ที่ซ้ำกันหลังคำคุณศัพท์แต่ละคำ จุดประสงค์คือถามว่าอำนาจของรัฐบาลที่กำลังกล่าวถึงอยู่ในฝ่ายใด ไม่ใช่การเอ่ยชื่อบุคคลสามคน

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับคำถามในบริบทนี้

  1. เป็นการระบุพรรคการเมืองสามพรรค
  2. เป็นการระบุรัฐบาลสามระดับ ได้แก่ ระดับสหพันธรัฐ ระดับรัฐ และระดับท้องถิ่น
  3. เป็นการระบุสามฝ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
ดูคำตอบ

เป็นการระบุสามฝ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

The surprising answer is none of the above. วลี

1:19

คำตอบที่น่าประหลาดใจคือไม่มีเลย

วลี

none of the above: ปฏิเสธตัวเลือกทั้งหมดที่ระบุไว้

None of the above หมายความว่าไม่มีตัวเลือกหรือความเป็นไปได้ที่เพิ่งระบุไว้ข้อใดถูกต้องหรือใช้ได้ ในที่นี้ above หมายถึงเนื้อหาที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ด้านบน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวปฏิเสธคำตอบที่คาดไว้ทั้งหมดในคราวเดียว จึงทำให้เกิดการหักมุมที่น่าประหลาดใจ ใช้ได้เมื่อมีรายการที่ชัดเจนอยู่ก่อนแล้วและไม่มีข้อใดในรายการนั้นใช้ได้

แบบฝึกหัด

แบบสอบถามระบุสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว แต่คุณชอบสีเหลือง คำตอบใดปฏิเสธตัวเลือกทั้งสามที่ระบุไว้ได้ถูกต้อง?

  1. Any of the above.
  2. All of the above.
  3. None of the above.
ดูคำตอบ

None of the above.

In fact,

1:22

อันที่จริง

monetary policy is set by an independent Federal Reserve System, โน้ต

1:22

นโยบายการเงินถูกกำหนดโดยระบบธนาคารกลางอิสระ

การใช้คำ

monetary policy: การตัดสินใจของธนาคารกลางเรื่องเงินและอัตราดอกเบี้ย

Monetary policy หมายถึง “นโยบายการเงิน” ซึ่งเป็นชุดการตัดสินใจที่ธนาคารกลางใช้เพื่อส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ย ปริมาณเงิน เงื่อนไขสินเชื่อ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ในประโยคนี้ monetary policy คือสิ่งที่ระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นผู้ set โดย set ในที่นี้หมายถึง “ตัดสินใจ” หรือ “กำหนด” ควรเข้าใจคำสองคำนี้เป็นศัพท์เศรษฐศาสตร์หนึ่งคำ ไม่ใช่นโยบายทั่วไปที่เกี่ยวกับเงินอย่างคลุมเครือ

แบบฝึกหัด

คำศัพท์ใดอธิบายการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางได้เหมาะสมที่สุด?

  1. foreign policy
  2. fiscal policy
  3. monetary policy
ดูคำตอบ

monetary policy

or the Fed,

1:26

หรือเฟด (Fed)

วัฒนธรรม

independent Federal Reserve System: ความเป็นอิสระเชิงสถาบัน

Federal Reserve System คือระบบธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา และมักเรียกว่า the Fed ในที่นี้ independent อธิบายลักษณะเชิงสถาบัน หมายความว่าสถาบันนี้มีอิสระมากพอสมควรในการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินโดยไม่รับคำสั่งรายวันจากประธานาธิบดี รัฐสภา หรือศาล คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเฟดอยู่นอกกฎหมายหรือไม่ต้องถูกกำกับดูแล ใจความสำคัญคือการเว้นระยะจากแรงกดดันทางการเมืองระยะสั้น ไม่ใช่การแยกออกจากรัฐบาลโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

independent ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สถาบันนี้สามารถเพิกเฉยต่อรัฐสภาและกฎหมายของรัฐบาลกลางทั้งหมดได้
  2. สถาบันนี้เป็นบริษัทเอกชนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
  3. สถาบันนี้ตัดสินใจด้านนโยบายการเงินด้วยความเป็นอิสระมากพอสมควร แต่ยังอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแล
ดูคำตอบ

สถาบันนี้ตัดสินใจด้านนโยบายการเงินด้วยความเป็นอิสระมากพอสมควร แต่ยังอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแล

made up of 12 regional banks กริยาวลี

1:28

ประกอบด้วยธนาคารส่วนภูมิภาค 12 แห่ง

in major cities around the country.

1:30

ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ

กริยาวลี

made up of: ส่วนต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นองค์รวม

Be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” โครงสร้างนี้กล่าวถึงสิ่งที่เป็นองค์รวมก่อน แล้วจึงระบุผู้คนหรือส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน โดยมีรูปแบบคือ องค์รวม + be + made up of + ส่วนประกอบ ในที่นี้ made up of 12 regional banks เป็นส่วนขยายแบบย่อที่อธิบาย the Fed และสามารถขยายเป็น which is made up of 12 regional banks ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: The school orchestra is ____ thirty students.

ดูคำตอบ

made up of

Its Board of Governors, วัฒนธรรม

1:32

คณะกรรมการผู้ว่าการ

which is appointed by the President and confirmed by the Senate, ไวยากรณ์

1:33

ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและรับรองโดยวุฒิสภา

วัฒนธรรม

Its Board of Governors: หน่วยงานบริหารส่วนกลางของ Federal Reserve

Board of Governors หมายถึงหน่วยงานบริหารส่วนกลางของ Federal Reserve System ในที่นี้ Its ย้อนกลับไปหมายถึงระบบดังกล่าว ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “คณะผู้ว่าการของระบบ” เมื่อรู้ว่าเป็นชื่อของหน่วยงาน จะเห็นว่าอนุประโยคที่ตามมากำลังอธิบายโครงสร้างการบริหารของธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ใช่ธนาคารกลางภูมิภาคทั้ง 12 แห่ง

แบบฝึกหัด

Board of Governors ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. คณะกรรมาธิการหนึ่งของวุฒิสภาสหรัฐฯ
  2. หน่วยงานบริหารส่วนกลางของ Federal Reserve System
  3. ธนาคารกลางภูมิภาคทั้ง 12 แห่ง
ดูคำตอบ

หน่วยงานบริหารส่วนกลางของ Federal Reserve System

ไวยากรณ์

appointed by ... and confirmed by ...: รูปถูกกระทำที่เชื่อมกัน

appointed by ... and confirmed by ... เชื่อมวลีกริยารูปถูกกระทำสองวลีที่กล่าวถึงประธานของประโยคเดียวกัน past participle ทั้งสองคำใช้ is ตัวก่อนหน้าร่วมกัน รูปเต็มคือ “is appointed ... and is confirmed ...” แต่ในประโยคนี้ละ is ตัวที่สองไว้ วลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุบุคคลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละขั้นตอน รูปถูกกระทำช่วยเน้นคนหรือหน่วยงานที่ได้รับเลือกและกระบวนการทางการ ซึ่งพบได้บ่อยในคำอธิบายด้านรัฐบาลและกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ใช้ past participle ของ appoint และ confirm เติมโครงสร้างรูปถูกกระทำแบบเชื่อมกันให้สมบูรณ์: The committee chair is ____ by the mayor and ____ by the council.

ดูคำตอบ

appointed · confirmed

reports to Congress, การใช้คำ

1:36

ขึ้นตรงต่อสภาคองเกรส

การใช้คำ

reports to Congress: การบอกความสัมพันธ์ในการรายงานอย่างเป็นทางการ

ใน reports to Congress โครงสร้าง report to + บุคคลหรือสถาบัน ใช้ระบุหน่วยงานที่รับรายงานอย่างเป็นทางการ หรือหน่วยงานที่องค์กรนั้นต้องชี้แจงรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ ในที่นี้คือรัฐสภา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ report to เพื่อระบุสถาบันที่รับรายงานอย่างเป็นทางการของหน่วยงาน?

  1. The agency reports from Parliament each year.
  2. The agency reports on Parliament each year.
  3. The agency reports to Parliament each year.
ดูคำตอบ

The agency reports to Parliament each year.

and all of the Fed's profit goes into the US Treasury.

1:37

และผลกำไรทั้งหมดของเฟดจะเข้าสู่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ

But to keep the Fed from being influenced by the day-to-day vicissitudes of politics, โน้ต

1:41

แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เฟดได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในแต่ละวัน

การใช้คำ

day-to-day vicissitudes of politics: ความผันผวนรายวันของการเมือง

ในประโยคนี้ day-to-day vicissitudes of politics หมายถึงความเปลี่ยนแปลงและแรงกดดันทางการเมืองในระยะสั้นที่มักคาดเดาไม่ได้ คำว่า vicissitudes หมายถึงสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนหรือความยากลำบาก วลีที่เป็นทางการนี้เปรียบเทียบความผันผวนทางการเมืองชั่วคราวกับการตัดสินใจที่มั่นคง กล่าวคือ เฟดควรได้รับการปกป้องไม่ให้นโยบายถูกชักนำไปมาตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ day-to-day vicissitudes of politics มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?

  1. โครงสร้างถาวรของรัฐบาล
  2. ความเปลี่ยนแปลงและแรงกดดันทางการเมืองระยะสั้นที่คาดเดาไม่ได้
  3. รายงานข่าวประจำวันเกี่ยวกับนักการเมือง
ดูคำตอบ

ความเปลี่ยนแปลงและแรงกดดันทางการเมืองระยะสั้นที่คาดเดาไม่ได้

it is not under the direct control of any branch of government. วลี

1:45

จึงไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของสาขาใดสาขาหนึ่งของรัฐบาล

ไวยากรณ์

to keep X from being influenced by Y: การบอกจุดประสงค์เพื่อป้องกัน

to keep ... ที่ต้นประโยคบอกจุดประสงค์ของการจัดวางระบบที่กล่าวถึงในประโยคหลัก โดยหมายถึง “เพื่อป้องกันไม่ให้เฟดได้รับอิทธิพลจาก...” รูป infinitive ที่ขึ้นต้นด้วย to นี้ตอบว่าเหตุใดจึงมีการจัดวางระบบดังกล่าว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + X + from + V-ing เนื่องจากเฟดเป็นฝ่ายที่ได้รับอิทธิพล ส่วน V-ing จึงอยู่ในรูปถูกกระทำคือ being influenced จากนั้น by ใช้นำเข้าสู่แหล่งที่มาของอิทธิพล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย keep ... from being influenced by: Blind review helps ____ the judges ____ the applicants' names.

ดูคำตอบ

keep · from being influenced by

วลี

under the direct control of: อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของ

Be under the direct control of someone or an organization หมายความว่าบุคคลหรือองค์กรนั้นมีอำนาจโดยตรงในการสั่งการหรือบริหารสิ่งนั้น under ในที่นี้อธิบายความสัมพันธ์ด้านอำนาจ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ not ... any หมายความว่าไม่มีหน่วยงานใดของรัฐบาลควบคุมเฟดโดยตรง คำว่า direct มีความสำคัญ เพราะประโยคไม่ได้บอกว่าเฟดไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย การกำกับดูแล หรือความเชื่อมโยงทางสถาบันใดเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่สอนในบทนี้: The regional office is ____ the national agency.

ดูคำตอบ

under the direct control of

So why doesn't the Fed just decide to print infinite $100 bills น้ำเสียง/เจตนา

1:49

แล้วทำไมเฟดถึงไม่ตัดสินใจพิมพ์ธนบัตร 100 ดอลลาร์ออกมาอย่างไม่จำกัดล่ะ

to make everyone happy and rich?

1:52

เพื่อให้ทุกคนมีความสุขและร่ำรวย

น้ำเสียง/เจตนา

why doesn't the Fed just decide to: เสนอทางแก้ที่ดูเหมือนง่าย

Why doesn't the Fed just decide to...? มีรูปเป็นคำถามที่ถามหาเหตุผล แต่ในที่นี้ใช้เพื่อเสนอทางแก้ที่ดูเหมือนง่าย แล้วให้ผู้พูดอธิบายต่อว่าทำไมทางนั้นจึงใช้ไม่ได้ ผู้พูดกำลังพูดแทนคำถามที่ผู้ฟังอาจคิดอยู่แล้ว ในโครงสร้างนี้ just หมายถึง “เพียงแค่” หรือ “ทำเป็นขั้นตอนที่ดูชัดเจน” คำนี้ทำให้การเลือกฟังดูง่ายและทำให้คำถามมีน้ำเสียงท้าทายเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงว่าการพิมพ์เงินนั้นง่าย สมเหตุสมผล หรือทำได้จริง

แบบฝึกหัด

คำถามในตัวอย่างมีหน้าที่หลักอะไรในการดำเนินเรื่อง?

  1. เสนอทางแก้ที่ดูเหมือนง่ายเพื่อให้ผู้พูดนำไปพิจารณา
  2. รายงานการตัดสินใจที่เฟดได้ทำไปแล้ว
  3. พิสูจน์ว่าทางแก้ที่เสนอจะได้ผล
ดูคำตอบ

เสนอทางแก้ที่ดูเหมือนง่ายเพื่อให้ผู้พูดนำไปพิจารณา

Well, because then the bills wouldn't be worth anything. การใช้คำ

1:54

ก็เพราะว่าถ้าทำแบบนั้นธนบัตรก็จะไม่มีค่าอะไรเลย

การใช้คำ

wouldn't be worth anything: บอกว่าไม่มีค่าในผลลัพธ์สมมติ

Wouldn't be worth anything หมายถึง “จะไม่มีค่าอะไรเลย” ในสถานการณ์สมมติ wouldn't แสดงว่าผลลัพธ์เป็นสิ่งที่สมมติขึ้น และ not ... anything สร้างความหมายปฏิเสธทั้งหมด ซึ่งเท่ากับ be worth nothing ในที่นี้ worth อยู่หลัง be และใช้อธิบายคุณค่า โครงสร้างคือ be worth + สำนวนบอกมูลค่า เช่น be worth ten dollars หรือ be worth a lot ในโครงสร้างนี้ไม่ใช้ worth เป็นกริยาหลักเพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

เติมผลลัพธ์สมมติด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “จะไม่มีค่าอะไรเลย”: If every ticket could be copied without limit, each ticket ____.

ดูคำตอบ

wouldn't be worth anything

Think about the purpose of currency,

1:57

ลองคิดถึงจุดประสงค์ของสกุลเงินสิ

which is to be exchanged for goods and services. การใช้คำ

1:59

ซึ่งมีไว้เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการ

การใช้คำ

to be exchanged for goods and services: ใช้แลกกับสินค้าและบริการ

ในประโยคนี้ to be exchanged for goods and services อธิบายจุดประสงค์ของเงินตรา รูป infinitive แบบถูกกระทำ to be exchanged แสดงว่าเงินตราเป็นสิ่งที่ผู้คนนำไปให้ในการทำธุรกรรม ไม่ใช่บุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้ทำการแลกเปลี่ยน รูปแบบ exchange A for B หมายถึง “ให้ A แล้วรับ B เป็นสิ่งตอบแทน” ในที่นี้ A คือ currency และ B คือ goods and services โดย goods หมายถึงสินค้าที่จับต้องได้ ส่วน services หมายถึงงานหรือบริการที่ผู้คนจ่ายเงินเพื่อรับ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำของ exchange เติมประโยคให้สมบูรณ์: These reward points can ____ free museum tickets.

ดูคำตอบ

be exchanged for

If the total amount of currency in circulation โน้ต

2:01

หากปริมาณสกุลเงินทั้งหมดที่หมุนเวียนในระบบ

การใช้คำ

the total amount of currency in circulation: ปริมาณเงินทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่

วลีนี้หมายถึงเงินตราทั้งหมดที่ออกใช้แล้วและปัจจุบันพร้อมให้ใช้ในระบบเศรษฐกิจ ใช้ amount of กับ currency เมื่อมอง currency เป็นปริมาณที่นับแยกชิ้นไม่ได้ ส่วน total เน้นปริมาณทั้งหมดรวมกัน in circulation ขยาย currency และบอกสถานะของเงินว่าเงินนั้นออกมาอยู่ในระบบเศรษฐกิจและสามารถใช้ได้ คำหลักของนามวลีคือ amount ซึ่งเป็นเอกพจน์ ดังนั้นทั้งวลีจึงใช้กริยาเอกพจน์ เช่น the total amount ... increases

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวถึงเงินที่ปัจจุบันพร้อมให้ใช้ในระบบเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง

  1. The total amount of currency in circulation has increased.
  2. The total amount of currency in circulation have increased.
  3. The total number of currency in circulation has increased.
  4. The total amount of currency on circulation has increased.
ดูคำตอบ

The total amount of currency in circulation has increased.

increases faster than the total value of goods and services in the economy, วลี

2:04

เพิ่มขึ้นเร็วกว่ามูลค่ารวมของสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจ

วลี

increases faster than: การเปรียบเทียบความเร็วของการเปลี่ยนแปลง

increases faster than ใช้เปรียบเทียบว่าปริมาณสองอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วเพียงใด ไม่ได้เปรียบเทียบว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งอย่างใดมีขนาดใหญ่กว่า ในประโยคนี้ ปริมาณเงินเพิ่มขึ้นเร็วกว่ามูลค่ารวมของสินค้าและบริการ ในโครงสร้าง A increases faster than B คำว่า faster เป็นคำวิเศษณ์ขั้นกว่าที่ขยาย increases โดยปกติการเปรียบเทียบนี้หมายถึง A increases faster than B increases ซึ่งละ increases ตัวที่สองไว้แต่ยังเข้าใจได้ แม้ปัจจุบัน A จะมีขนาดเล็กกว่า B ก็ใช้โครงสร้างนี้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสามคำที่เน้นไว้ ซึ่งใช้เปรียบเทียบว่าปริมาณสองอย่างเพิ่มขึ้นเร็วเพียงใด: The city's population ____ its housing supply.

ดูคำตอบ

increases faster than

then each individual piece will be able to buy a smaller portion of those things than before.

2:08

เงินแต่ละใบก็จะสามารถซื้อสิ่งเหล่านั้นได้น้อยลงกว่าเดิม

ไวยากรณ์

If ... then ...: เชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if เสนอเงื่อนไขว่า ปริมาณเงินตราทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ามูลค่ารวมของสินค้าและบริการ ส่วนประโยคหลักที่ขึ้นต้นด้วย then เสนอผลลัพธ์ว่า เงินตราแต่ละหน่วยซื้อของได้น้อยลง If และ then ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางทางตรรกะในคำอธิบายที่ยาว รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ If + เงื่อนไข, then + ผลลัพธ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านตามเหตุผลได้ แม้แต่ละส่วนจะมีรายละเอียดมาก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเงื่อนไขและผลลัพธ์ด้วย If และ then: ____ the battery runs out, ____ the device will shut down.

ดูคำตอบ

If · then

This is called inflation. การใช้คำ

2:13

สิ่งนี้เรียกว่าภาวะเงินเฟ้อ

การใช้คำ

This is called inflation: การตั้งชื่อให้กระบวนการ

ในประโยคนี้ This อ้างถึงกระบวนการทั้งหมดที่อธิบายไว้ก่อนหน้า is called หมายถึงการตั้งชื่อให้สิ่งหนึ่ง ดังนั้นประโยคนี้จึงเรียกกระบวนการนั้นว่า inflation รูปแบบ This/It + is called + ชื่อ เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยเพื่อแนะนำคำศัพท์หลังจากอธิบายแนวคิดหรือกระบวนการ โดยเชื่อมคำอธิบายเข้ากับชื่อทางเทคนิค

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ is called: When overall prices keep rising across an economy, the process ____ inflation.

ดูคำตอบ

is called

On the other hand, ลำดับความ

2:15

ในทางกลับกัน

if the money supply remains the same การใช้คำ

2:16

หากปริมาณเงินยังคงเท่าเดิม

การใช้คำ

money supply: ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ

money supply หมายถึงจำนวนเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เป็นศัพท์เศรษฐศาสตร์มาตรฐานที่มีสองคำ ใช้เมื่อพูดถึงเงินเฟ้อ เงินฝืด และการตัดสินใจของธนาคารกลาง ในอนุประโยค the money supply remains the same จำนวนเงินไม่เปลี่ยนแปลง จึงเป็นปริมาณคงที่ที่นำไปเปรียบเทียบกับปริมาณสินค้าและบริการที่มีอยู่ได้

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์เศรษฐศาสตร์มาตรฐานสองคำลงในประโยค: If an economy has more money in circulation, its ____ has increased.

ดูคำตอบ

money supply

while more goods and services are produced, ไวยากรณ์

2:18

ในขณะที่มีการผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น

each dollar's value would increase in a process known as deflation. วลี

2:20

มูลค่าของเงินแต่ละดอลลาร์ก็จะเพิ่มขึ้นในกระบวนการที่เรียกว่าภาวะเงินฝืด

ลำดับความ

On the other hand: การแนะนำอีกด้านที่แตกต่างกัน

On the other hand เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกด้านหนึ่งที่แตกต่างกันของหัวข้อเดียวกัน โดยบอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบสิ่งที่จะกล่าวต่อไปกับกรณีก่อนหน้า แทนที่จะมองว่าเป็นประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากกลไกของเงินเฟ้อไปสู่สภาวะทางเศรษฐกิจที่ตรงกันข้ามและนำไปสู่เงินฝืด วลีนี้ช่วยจัดระเบียบสองกรณี ไม่ได้บอกว่ากรณีแรกผิด

แบบฝึกหัด

Buying a home can provide stability. ประโยคใดแนะนำข้อดีที่แตกต่างกันของการเช่าได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. For example, renting gives you more flexibility.
  2. On the other hand, renting gives you more flexibility.
  3. On the contrary, renting gives you more flexibility.
ดูคำตอบ

On the other hand, renting gives you more flexibility.

ไวยากรณ์

while more goods and services are produced, ... ใช้ while แสดงความขัดแย้ง

while ในที่นี้นำเสนอเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับเงื่อนไขก่อนหน้า กล่าวคือ ปริมาณเงินไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีการผลิตสินค้าและบริการมากขึ้น จึงเข้าใจได้ในความหมายเดียวกับ whereas หรือ but at the same time การใช้ while แบบนี้จัดวางข้อเท็จจริงสองอย่างที่มีแนวโน้มต่างกัน โดยปริมาณหนึ่งคงที่ ส่วนอีกปริมาณหนึ่งเพิ่มขึ้น หน้าที่หลักของคำนี้ไม่ใช่การบอกว่าการกระทำหนึ่งกินเวลานานเท่าใด

แบบฝึกหัด

while มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้? The money supply stayed constant, while the amount of goods and services increased.

  1. คำนี้เปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองอย่างที่มีแนวโน้มต่างกัน
  2. คำนี้นำเสนอเหตุผลที่ทำให้การผลิตเพิ่มขึ้น
  3. คำนี้บอกว่าการกระทำหนึ่งดำเนินอยู่ระหว่างที่อีกการกระทำเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

คำนี้เปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองอย่างที่มีแนวโน้มต่างกัน

วลี

in a process known as deflation: การแนะนำศัพท์ทางการ

in a process known as deflation ใช้บอกชื่ออย่างเป็นทางการของกระบวนการนั้น โครงสร้าง known as + ชื่อหรือศัพท์เฉพาะ หมายถึง เรียกว่า และเชื่อมคำนามทั่วไป เช่น process เข้ากับชื่อที่ตามมา ในที่นี้ known เป็นคำกริยารูป past participle ที่ขยาย process รูปเต็มคือ a process that is known as deflation แต่ในคำอธิบายและคำนิยามมักใช้รูปย่อ a process known as deflation

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้แนะนำชื่ออย่างเป็นทางการของกระบวนการได้ถูกต้อง: Water vapor becomes liquid through a process ____ condensation.

  1. knowing as
  2. known as
  3. known for
ดูคำตอบ

known as

So which is worse?

2:25

แล้วอันไหนแย่กว่ากันล่ะ

Too much inflation means that the money in your wallet today วลี

2:26

อัตราเงินเฟ้อที่มากเกินไปหมายความว่าเงินในกระเป๋าของคุณในวันนี้

will be worth less tomorrow, การใช้คำ

2:29

จะมีมูลค่าน้อยลงในวันพรุ่งนี้

วลี

Too much inflation means that...: การอธิบายผลที่ตามมา

Too much inflation บอกว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่มากเกินไป และ means that ใช้เกริ่นถึงผลที่ตามมา Too much มีความหมายเชิงลบ โดยบอกว่าปริมาณหรือระดับนั้นสูงกว่าที่ยอมรับได้หรือปลอดภัย โครงสร้าง X means that + อนุประโยค ใช้เชื่อมสถานการณ์ สัญญาณ หรือข้อเท็จจริงเข้ากับคำอธิบายผลหรือความหมายที่ตามมา หลัง that ต้องเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตนเอง ในที่นี้อนุประโยคอธิบายว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมูลค่าของเงิน

แบบฝึกหัด

เลือกรูปของ mean ที่ใช้เกริ่นสิ่งที่สัญญาณบอกได้ถูกต้อง: A red warning light ____ the battery is low.

  1. is meaning that
  2. means that
  3. means to
ดูคำตอบ

means that

การใช้คำ

will be worth less tomorrow: พรุ่งนี้จะมีมูลค่าน้อยลง

“will be worth less tomorrow” หมายถึงเงินจำนวนนี้จะมีมูลค่าลดลงในอนาคต ในที่นี้จำนวนเงินไม่ได้ลดลง แต่กำลังซื้อของเงินลดลง ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลง โครงสร้าง “be worth + คำบอกมูลค่า” ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีมูลค่าเท่าไร less แสดงการเปรียบเทียบ และแม้จะไม่พูด than today แต่ today กับ tomorrow ก็ทำให้เห็นสองช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติและหมายความว่าเงินจะมีมูลค่าต่ำลงในปีหน้า

  1. The money will worth fewer next year.
  2. The money will be worth less next year.
  3. The money will be less worth next year.
ดูคำตอบ

The money will be worth less next year.

making you want to spend it right away. ไวยากรณ์

2:30

ทำให้คุณอยากจะใช้มันทันที

ไวยากรณ์

making you want to...: ใช้แสดงผลลัพธ์

อนุประโยค -ing ใน making you want to spend it right away ใช้แสดงผลที่เกิดจากข้อความก่อนหน้า หมายความว่าสถานการณ์ก่อนหน้านั้นทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ ไม่ได้กล่าวถึงการกระทำอีกอย่างของคนที่ไม่ได้ระบุไว้ ภายในอนุประโยคนี้ make ใช้โครงสร้าง make + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นจึงเป็น making + you + want ส่วน to เป็นส่วนหนึ่งของ want to spend ไม่ใช่ของ make

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing เพื่อแสดงผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

  1. The price dropped, made more people want to buy the product.
  2. The price dropped, making more people want to buy the product.
  3. The price dropped, making more people to want to buy the product.
ดูคำตอบ

The price dropped, making more people want to buy the product.

So while this would stimulate business, ไวยากรณ์

2:32

ดังนั้นในขณะที่สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นธุรกิจ

it would also encourage overconsumption การใช้คำ

2:34

มันก็สนับสนุนให้เกิดการบริโภคเกินความจำเป็นด้วย

ไวยากรณ์

while this would ..., it would also ...: การนำเสนอผลสองด้านอย่างสมดุล

ในประโยคนี้ while แสดงความหมายแบบยอมรับข้อหนึ่งก่อนแล้วจึงเสนออีกด้าน ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ยอมรับประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นก่อน คือการกระตุ้นธุรกิจ จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอผลอีกอย่างที่อาจเกิดขึ้น คือการบริโภคเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้พูดกังวล โครงสร้าง while X would ..., Y would also ... แสดงว่าผลทั้งสองอย่างสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ โดยเน้นข้อความในประโยคหลักมากกว่า also บอกว่าผลอย่างที่สองเพิ่มเข้ามาจากผลอย่างแรก ไม่ได้หักล้างผลอย่างแรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับข้อดีอย่างหนึ่งก่อน แล้วจึงเสนอความเสี่ยงเพิ่มเติม?

  1. While the update was installing, I charged the battery.
  2. While the update makes the app faster, it could also drain the battery more quickly.
  3. Because the update makes the app faster, I decided to install it.
ดูคำตอบ

While the update makes the app faster, it could also drain the battery more quickly.

or hoarding commodities like food and fuel,

2:37

หรือการกักตุนสินค้าเช่นอาหารและเชื้อเพลิง

การใช้คำ

overconsumption or hoarding commodities like food and fuel: พฤติกรรมสองแบบที่แตกต่างกัน

overconsumption หมายถึงการซื้อหรือใช้มากเกินกว่าที่จำเป็นอย่างสมเหตุสมผล ส่วน hoarding commodities หมายถึงการซื้อและเก็บสินค้าไว้ในปริมาณมากผิดปกติ ซึ่งมักเกิดจากความกลัวว่าสินค้าจะขาดแคลนหรือราคาจะสูงขึ้น ในที่นี้ commodities หมายถึงสินค้าพื้นฐานที่ซื้อขายได้ โดย food และ fuel เป็นตัวอย่าง คำว่า or เชื่อมพฤติกรรมที่เป็นไปได้สองแบบ overconsumption เน้นการซื้อหรือใช้มากเกินไป ส่วน hoarding เน้นการสะสมและเก็บรักษา เมื่อสินค้าขาดแคลนหรือราคาสูงขึ้น พฤติกรรมทั้งสองแบบอาจเพิ่มแรงกดดันได้

แบบฝึกหัด

ร้านอาหารแห่งหนึ่งซื้อน้ำมันปรุงอาหารมากเกินกว่าที่ต้องการและเก็บไว้ เพราะคาดว่าจะเกิดภาวะขาดแคลน สำนวนใดอธิบายพฤติกรรมนี้ได้ดีที่สุด?

  1. hoarding commodities
  2. overconsumption
  3. ordinary purchasing
ดูคำตอบ

hoarding commodities

raising their prices and leading to consumer shortages and even more inflation. ไวยากรณ์

2:39

ทำให้ราคาของสิ่งเหล่านี้สูงขึ้น นำไปสู่การขาดแคลนของผู้บริโภคและอัตราเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้น

ไวยากรณ์

raising ... and leading to ...: เชื่อมผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค -ing

ในที่นี้ raising their prices และ leading to consumer shortages เป็นอนุประโยค -ing สองส่วนที่เชื่อมแบบขนานกันด้วย and ทั้งสองส่วนบอกผลของเหตุการณ์ในอนุประโยคก่อนหน้า ผลหนึ่งคือราคาสูงขึ้น และอีกผลหนึ่งคือสินค้าไม่เพียงพอ คำว่า and ทำให้ผลเหล่านี้เป็นสายโซ่ผลลัพธ์ที่กระชับ raise เป็นกริยาที่รับกรรมตรง จึงใช้รูป raise prices ส่วนใน lead to consumer shortages คำว่า to เป็นคำบุพบทและตามด้วยผลลัพธ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ complete clause, raising X and leading to Y

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ raise ในช่องแรก และรูป -ing ของ lead to ในช่องที่สองเพื่อเติมสายโซ่ผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The factory closure reduced supply, ____ prices and ____ longer wait times.

ดูคำตอบ

raising · leading to

But deflation would make people want to hold on to their money, กริยาวลี

2:45

แต่ภาวะเงินฝืดจะทำให้คนอยากเก็บเงินไว้

กริยาวลี

hold on to their money: เก็บเงินไว้แทนที่จะใช้จ่าย

ใน hold on to their money วลี hold on to หมายถึงเก็บหรือคงสิ่งนั้นไว้ ในที่นี้ผู้คนต้องการเก็บเงินไว้แทนที่จะใช้จ่าย ไม่ได้หมายถึงการกำธนบัตรไว้ในมือตามความหมายตรงตัว ให้มอง hold on to เป็นหน่วยเดียวกัน สิ่งที่เก็บไว้จะอยู่หลัง to เช่น hold on to money และ hold on to it ในบริบทนี้ วลีนี้เน้นความไม่อยากปล่อยหรือใช้เงินในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงแผนการออมระยะยาว

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงเก็บไว้แทนที่จะปล่อยไป: Maya decided to ____ the concert ticket as a souvenir.

ดูคำตอบ

hold on to

and a decrease in consumer spending would reduce business profits, การใช้คำ

2:48

และการลดลงของการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะลดผลกำไรของธุรกิจ

การใช้คำ

a decrease in consumer spending: วลีนามแบบเป็นทางการ

ใน a decrease in consumer spending คำว่า decrease เป็นคำนาม และ in ใช้บอกว่าสิ่งใดลดลง วลีทั้งหมดเรียกการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหนึ่งอย่าง จึงทำหน้าที่เป็นประธานของ would reduce ได้ การใช้ถ้อยคำที่เน้นคำนามเช่นนี้พบได้บ่อยในข่าวและบทวิเคราะห์เศรษฐกิจ Consumer spending หมายถึงเงินที่ผู้บริโภคใช้ซื้อสินค้าและบริการ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ระบุว่าสิ่งใดลดลงเพื่อทำให้วลีนามแบบเป็นทางการสมบูรณ์: The report showed a decrease ____ consumer spending.

ดูคำตอบ

in

leading to more unemployment and a further decrease in spending, ไวยากรณ์

2:52

นำไปสู่การว่างงานที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของการใช้จ่ายที่มากขึ้น

ไวยากรณ์

leading to more unemployment...: การเพิ่มผลลัพธ์ที่ตามมา

Leading to more unemployment and a further decrease in spending เป็นวลี -ing ที่บอกผลลัพธ์ โดยย้อนกลับไปยังการคาดการณ์ก่อนหน้าว่ากำไรของธุรกิจจะลดลง แล้วเพิ่มผลที่ตามมาโดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคใหม่ที่มีกริยาผันตามกาล ใน lead to คำว่า to เป็นบุพบท จึงตามด้วยวลีนามสองวลีในที่นี้ ได้แก่ more unemployment และ a further decrease in spending คำว่า further แสดงว่าการใช้จ่ายยังคงลดลงต่อจากการลดลงครั้งแรก

แบบฝึกหัด

ใช้วลีผลลัพธ์แบบ -ing ที่สร้างจาก lead เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Heavy rain flooded the road, ____ long delays.

ดูคำตอบ

leading to

causing the economy to keep shrinking.

2:55

ส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัวต่อไป

So most economists believe that while too much of either is dangerous, ไวยากรณ์

2:58

ดังนั้นนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าแม้การมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปจะเป็นอันตราย

ไวยากรณ์

while too much of either is dangerous: การยอมรับข้อจำกัดก่อน

ในประโยคนี้ while ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับก่อนว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสองอย่างนี้อาจเป็นอันตรายได้หากมีมากเกินไป แล้วจึงนำเสนอข้อสรุปหลัก วิธีนี้ทำให้จุดยืนมีความสมดุลและไม่ตายตัวเกินไป Either หมายถึงภาวะใดภาวะหนึ่งจากสองภาวะที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งในที่นี้คือเงินเฟ้อหรือเงินฝืด ส่วน too much of either หมายถึงภาวะใดภาวะหนึ่งมีมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองภาวะต้องมากเกินไปพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

อนุประโยคแรกในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร? While both plans involve some risk, the second plan is more affordable.

  1. ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงกล่าวข้อสรุปหลัก
  2. บอกว่ามีเพียงแผนที่สองเท่านั้นที่มีความเสี่ยง
  3. บอกว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นระหว่างที่เลือกแผนที่สอง
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงกล่าวข้อสรุปหลัก

a small consistent amount of inflation is necessary to encourage economic growth. ลำดับความ

3:02

แต่อัตราเงินเฟ้อที่สม่ำเสมอในปริมาณเล็กน้อยเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ลำดับความ

a small consistent amount ... is necessary: การวางข้อจำกัดเพื่อสร้างข้อสรุป

ประโยคนี้เป็นข้อสรุปของย่อหน้า กลุ่มคำนาม a small consistent amount of inflation วางข้อจำกัดไว้ก่อน กล่าวคือ ข้อสรุปนี้พูดถึงเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำและสม่ำเสมอ ไม่ใช่เงินเฟ้อทุกระดับ ข้อความหลักคือ a small consistent amount of inflation is necessary ส่วน to-infinitive ใน to encourage economic growth บอกจุดประสงค์ที่ทำให้สิ่งนี้ถูกมองว่าจำเป็น โครงสร้าง “ประธานที่มีข้อจำกัด + ข้อความหลัก + จุดประสงค์” ช่วยสรุปการเปรียบเทียบก่อนหน้าอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

การตีความใดรักษาข้อจำกัดในประโยคตัวอย่างได้ดีที่สุด?

  1. ข้อสรุปแนะนำให้เพิ่มเงินเฟ้อให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
  2. ข้อสรุประบุอย่างเจาะจงว่าเงินเฟ้อระดับต่ำและสม่ำเสมอจำเป็นต่อจุดประสงค์ที่กล่าวไว้
  3. ข้อสรุประบุว่าเงินเฟ้อทุกระดับรับประกันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ดูคำตอบ

ข้อสรุประบุอย่างเจาะจงว่าเงินเฟ้อระดับต่ำและสม่ำเสมอจำเป็นต่อจุดประสงค์ที่กล่าวไว้

The Fed uses vast amount of economic data

3:07

เฟดใช้ข้อมูลทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล

to determine how much currency should be in circulation, ไวยากรณ์

3:10

เพื่อกำหนดว่าควรมีสกุลเงินหมุนเวียนอยู่เท่าใด

ไวยากรณ์

to determine how much currency should be in circulation: จุดประสงค์และคำถามทางอ้อม

วลี infinitive ที่มี to คือ to determine... บอกจุดประสงค์ของการใช้ข้อมูลเศรษฐกิจ กล่าวคือ ข้อมูลช่วยให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจได้ อนุประโยค how much currency should be in circulation เป็นกรรมของ determine และเป็นคำถามทางอ้อมเกี่ยวกับปริมาณ ในอนุประโยคนี้ how much currency เป็นประธาน ดังนั้นลำดับคำที่เป็นธรรมชาติคือ how much currency should be... ไม่ใช่ how much should currency be... ส่วนคำถามตรงที่สอดคล้องกันบังเอิญใช้ลำดับเดียวกัน: How much currency should be in circulation? in circulation หมายถึงเงินตราที่อยู่ในระบบหมุนเวียนและมีการใช้งานจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกจุดประสงค์ของการรวบรวมข้อมูลได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีคำถามทางอ้อมเกี่ยวกับจำนวนที่ต้องกำหนด?

  1. Analysts collect data for determine how much funding should be available.
  2. Analysts collect data to determine how much funding should be available.
  3. Analysts collect data to determine how much should funding be available.
ดูคำตอบ

Analysts collect data to determine how much funding should be available.

including previous rates of inflation,

3:13

รวมถึงอัตราเงินเฟ้อก่อนหน้านี้

international trends,

3:15

แนวโน้มในระดับสากล

and the unemployment rate. การใช้คำ

3:16

และอัตราการว่างงาน

การใช้คำ

the unemployment rate: ตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่แสดงเป็นร้อยละ

the unemployment rate หมายถึงอัตราการว่างงาน ซึ่งเป็นร้อยละของคนในกำลังแรงงานที่ไม่มีงานทำและกำลังหางานอย่างจริงจัง กำลังแรงงานหมายถึงคนที่กำลังทำงานหรือกำลังหางาน ดังนั้นอัตรานี้จึงไม่ใช่ร้อยละของประชากรทั้งหมด ในที่นี้ rate หมายถึงสัดส่วนที่มักแสดงเป็นร้อยละ ไม่ได้หมายถึงความเร็ว the unemployment rate เป็นคำมาตรฐานที่ใช้ในรายงานเศรษฐกิจ ข่าว และการอภิปรายด้านนโยบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำมาตรฐานที่หมายถึงร้อยละของกำลังแรงงานที่ไม่มีงานทำ?

  1. The report puts the unemployment speed at 4.2 percent.
  2. The report puts the unemployment rate at 4.2 percent.
  3. The report puts the unemployed amount at 4.2 percent.
ดูคำตอบ

The report puts the unemployment rate at 4.2 percent.

Like in the story of Goldilocks, วัฒนธรรม

3:18

เหมือนในนิทานเรื่องโกลดิล็อกส์

วัฒนธรรม

Like in the story of Goldilocks: การเปรียบเทียบกับสิ่งที่พอดี

Goldilocks คือเด็กผู้หญิงในนิทานภาษาอังกฤษเรื่อง Goldilocks and the Three Bears เธอลองสิ่งที่อยู่คนละขั้ว เช่น ร้อนเกินไปกับเย็นเกินไป ก่อนจะพบสิ่งที่พอดี Like in the story of Goldilocks ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาถัดไปว่าเป็นการหาจุดกึ่งกลางที่สมดุล โดยสื่อว่าค่าหรือเงื่อนไขหนึ่งต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป ไม่ได้เปลี่ยนไปพูดถึงตัวละครนี้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

การอ้างถึง Goldilocks ในที่นี้สื่อแนวคิดใด?

  1. ตัวเลือกที่เลือกโดยไม่คำนึงถึงความสมดุล
  2. ระดับที่อยู่ระหว่างสองขั้วที่ไม่เหมาะสม
  3. ระดับสูงสุดที่สามารถไปถึงได้
ดูคำตอบ

ระดับที่อยู่ระหว่างสองขั้วที่ไม่เหมาะสม

they need to get the numbers just right สำนวน

3:20

พวกเขาจำเป็นต้องทำตัวเลขให้พอดีเป๊ะ

สำนวน

need to get the numbers just right: ปรับตัวเลขให้อยู่ในระดับที่พอดี

ใน get the numbers just right คำว่า get หมายถึงทำให้หรือปรับให้ ไม่ได้หมายถึงได้รับ โครงสร้างคือ get + กรรม + กลุ่มคำคุณศัพท์: get + the numbers + just right ส่วน need to เพิ่มความหมายว่าจำเป็นต้องทำการปรับนี้ Just right หมายถึงเหมาะกับจุดประสงค์พอดี โดยมักอยู่ระหว่างสูงเกินไปกับต่ำเกินไป วลีนี้บอกว่าต้องตั้งค่าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงคำนวณตัวเลขให้ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใช้ get + object + just right เติมประโยคให้มีความหมายว่าปรับอุณหภูมิไปยังระดับที่เหมาะที่สุด: It took three tries to ____.

ดูคำตอบ

get the temperature just right

in order to stimulate growth ไวยากรณ์

3:22

เพื่อกระตุ้นการเติบโต

ไวยากรณ์

in order to stimulate growth: ระบุจุดประสงค์ให้ชัดเจน

โครงสร้าง in order to + กริยารูปพื้นฐาน บอกจุดประสงค์ของการกระทำ หรือเหตุผลว่าทำไมจึงทำสิ่งนั้น ในที่นี้จุดประสงค์คือ stimulate growth หรือกระตุ้นการเติบโต โครงสร้างที่สั้นกว่าอย่าง to + กริยา ก็ใช้บอกจุดประสงค์ได้ แต่ in order to ทำให้มองเห็นเป้าหมายได้ชัดขึ้น จึงมีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อต้องอธิบายแผน นโยบาย หรือขั้นตอนที่มีหลายแนวคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย in order to: The school opened the library early ____ give students more study time.

ดูคำตอบ

in order to

and keep people employed without letting inflation reach disruptive levels. ไวยากรณ์

3:23

และรักษาระดับการจ้างงานโดยไม่ปล่อยให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงจนเกิดความเสียหาย

ไวยากรณ์

without letting inflation reach disruptive levels: หลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ

โครงสร้าง without + -ing บอกผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการและต้องหลีกเลี่ยงขณะทำอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ต้องรักษาการจ้างงานไว้ แต่ต้องไม่ปล่อยให้อัตราเงินเฟ้อสูงถึงระดับที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนรุนแรง ในโครงสร้าง without letting + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า letting อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลัง without และหลัง let ต้องเป็นกรรมตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น letting inflation reach ห้ามเติม to หน้า reach

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย without letting: Keep stirring gently ____ the sauce burn.

ดูคำตอบ

without letting

The Fed not only determines how much that paper in your wallet is worth, โน้ต

3:27

เฟดไม่ได้กำหนดแค่มูลค่ากระดาษในกระเป๋าของคุณเท่านั้น

สำนวน

that paper in your wallet: paper ที่หมายถึงธนบัตร

ในประโยคนี้ that paper in your wallet หมายถึงธนบัตรหรือเงิน ไม่ใช่กระดาษธรรมดา paper ใช้ชื่อวัสดุแทนสิ่งของที่ทำจากวัสดุนั้น การแทนเชิงภาพพจน์แบบนี้เรียกว่า metonymy หรือนามนัย คำว่า wallet และ is worth เป็นเบาะแสว่ากำลังหมายถึงเงิน ถ้อยคำนี้ทำให้มูลค่าของสกุลเงินที่เป็นนามธรรมกลายเป็นสิ่งที่เห็นภาพได้ แต่ถ้าไม่มีบริบทเรื่องเงินที่ชัดเจน paper มักไม่ได้หมายถึงเงิน

แบบฝึกหัด

ในวลี that paper in your wallet คำว่า paper น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. ธนบัตรหรือเงิน
  2. กระดาษธรรมดาสำหรับเขียน
  3. รายงานของโรงเรียน
ดูคำตอบ

ธนบัตรหรือเงิน

but also your chances of getting or keeping the job where you earn it. วลี

3:32

แต่รวมถึงโอกาสในการได้งานหรือรักษางานที่คุณทำเพื่อหาเงินนั้นมาด้วย

ไวยากรณ์

not only determines ... but also: เชื่อมและเน้นผลกระทบสองอย่าง

โครงสร้าง not only ... but also ... เชื่อมผลกระทบสองอย่างและเน้นอย่างที่สองมากขึ้น ในที่นี้ เฟดมีอิทธิพลทั้งต่อมูลค่าของเงินและต่อโอกาสที่คนคนหนึ่งจะได้งานหรือรักษางานไว้ กริยา determines ใช้ร่วมกับทั้งสองส่วน ได้แก่ determines how much ... is worth และ determines your chances ... โดยละ determines ตัวที่สองไว้ เมื่อใช้โครงสร้างนี้ ส่วนที่เชื่อมกันควรมีรูปไวยากรณ์ขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย not only ... but also: The school club ____ cleans the park ____ plants trees.

ดูคำตอบ

not only · but also

วลี

your chances of getting or keeping the job: ใช้ chances of + -ing เพื่อบอกความเป็นไปได้

วลี your chances of getting or keeping the job หมายถึงความเป็นไปได้ว่าคุณจะได้งานนั้นหรือยังคงมีงานนั้นอยู่ ที่นี่ chances หมายถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่โอกาสหลายครั้งที่แยกจากกัน โครงสร้างคือ someone's chances of + -ing โดย getting และ keeping เป็นรูป -ing สองคำที่เชื่อมด้วย or เพื่อบอกเหตุการณ์สองอย่างที่กำลังพูดถึงความเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้คำกริยา succeed และโครงสร้าง chances of + -ing: Careful preparation can improve your ____.

ดูคำตอบ

chances of succeeding