คณิตศาสตร์คือสิ่งที่ถูกค้นพบหรือถูกประดิษฐ์ขึ้น? - Jeff Dekofsky: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
คำอธิบายวิดีโอ: สำรวจประวัติศาสตร์ทางความคิดของข้อถกเถียงว่าคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นหรือเป็นความจริงที่ดำรงอยู่อย่างอิสระ ตั้งแต่นักคิดสมัยโบราณไปจนถึงทฤษฎีนามธรรมที่ภายหลังมีประโยชน์ในโลกจริงอย่างคาดไม่ถึง ก่อนย้อนกลับสู่คำถามที่ยังไม่มีข้อยุติ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Would mathematics exist if people didn't? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า Would ... if ... didn't? ใช้ตั้งคำถามสมมุติที่สวนทางกับความจริงเกี่ยวกับโลกในจินตนาการได้อย่างไร โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับเปิดประเด็นเชิงปรัชญาและพิจารณาว่าการมีอยู่ของสิ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับมนุษย์หรือไม่ 2. "the unreasonable effectiveness of mathematics," — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจวลีที่มีชื่อเสียงของยูจีน วิกเนอร์ว่า指ถึงความสามารถอันน่าประหลาดใจของคณิตศาสตร์นามธรรมในการอธิบายความเป็นจริงทางกายภาพ ไม่ใช่ตีความ unreasonable ตามตัวอักษรเพียงว่าไร้เหตุผลหรือยอมรับไม่ได้ 3. If there's a number of trees in a forest, but no one's there to count them, does that number exist? — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองออกว่าคำถามปิดท้ายเป็นการดัดแปลงเชิงคณิตศาสตร์จากการทดลองทางความคิดคลาสสิกเรื่องต้นไม้ล้มในป่าที่ไม่มีใครอยู่ และเข้าใจว่าการอ้างอิงนี้ใช้ถกเถียงว่าความเป็นจริงขึ้นอยู่กับผู้สังเกตหรือไม่
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Would mathematics exist if people didn't?: คำถามเชิงสมมติที่ตรงข้ามกับความจริง
คำถามนี้ให้คุณจินตนาการถึงโลกที่ต่างจากความเป็นจริง คือโลกที่ไม่มีมนุษย์ แล้วถามว่าคณิตศาสตร์จะยังคงมีอยู่ในโลกสมมตินั้นหรือไม่ Would แสดงผลลัพธ์ภายใต้สมมติฐาน ไม่ได้หมายถึงอนาคตที่มองจากอดีตในที่นี้ ใน if people didn't คำว่า didn't ใช้แทน didn't exist ภาษาอังกฤษมักละกริยาวลีที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วย รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Would + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ... if + ประธาน + รูปอดีตธรรมดา ...?
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้กำลังถามอะไร?
- คณิตศาสตร์มีอยู่ก่อนที่มนุษย์จะเรียนรู้มันหรือไม่
- มนุษย์จะเลิกเรียนคณิตศาสตร์ในอนาคตหรือไม่
- คณิตศาสตร์จะยังคงมีอยู่ในโลกสมมติที่ไม่มีมนุษย์หรือไม่
ดูคำตอบ
คณิตศาสตร์จะยังคงมีอยู่ในโลกสมมติที่ไม่มีมนุษย์หรือไม่
mankind has hotly debated whether mathematics was discovered or invented. วลี
0:16มนุษยชาติได้ถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าคณิตศาสตร์ถูกค้นพบหรือถูกประดิษฐ์ขึ้น
Since ancient times: การสร้างกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน
Since ancient times วางการถกเถียงนี้ไว้ในช่วงเวลาที่เริ่มจากอดีตอันไกลโพ้นและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้จะให้กรอบทางประวัติศาสตร์แก่ผู้ฟังก่อนเสนอใจความหลัก since ในที่นี้หมายถึงตั้งแต่จุดเริ่มต้นในอดีตจนถึงตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงเพราะ กรอบเวลานี้สอดคล้องกับ present perfect ใน has debated ซึ่งทำให้เข้าใจว่าการถกเถียงยังดำเนินอยู่หรือยังมีความสำคัญในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
Since ancient times จัดวางข้อมูลอะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้บอกเหตุผลที่ผู้คนถกเถียงเรื่องคณิตศาสตร์
- วลีนี้วางกรอบว่าการถกเถียงเริ่มขึ้นในอดีตอันไกลโพ้นและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
- วลีนี้จำกัดว่าการถกเถียงเกิดขึ้นเฉพาะในสมัยโบราณ
ดูคำตอบ
วลีนี้วางกรอบว่าการถกเถียงเริ่มขึ้นในอดีตอันไกลโพ้นและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
has hotly debated whether: ถกเถียงอย่างดุเดือดเกี่ยวกับคำถามหนึ่ง
has hotly debated whether หมายถึง “ได้ถกเถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับคำถามว่า...” คำว่า hotly บอกระดับความขัดแย้งที่รุนแรง ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิ whether ใช้นำเข้าสู่ประเด็นที่กำลังเป็นข้อถกเถียง ในประโยคนี้ discovered or invented แสดงความเป็นไปได้สองอย่างที่ขัดแย้งกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ hotly debated whether ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงความขัดแย้งอย่างรุนแรงเกี่ยวกับคำถามที่ยังไม่มีข้อยุติ
- Scientists have hotly debated whether the signal is natural.
- Scientists have calmly agreed whether the signal is natural.
- Scientists have hotly noticed whether the signal is natural.
ดูคำตอบ
Scientists have hotly debated whether the signal is natural.
Did we create mathematical concepts to help us understand the universe around us,
0:22เราได้สร้างแนวคิดทางคณิตศาสตร์ขึ้นมาเพื่อช่วยให้เราเข้าใจจักรวาลรอบตัวเรา
existing whether we find its truths or not? ไวยากรณ์
0:31ซึ่งมีอยู่ไม่ว่าเราจะค้นพบความจริงของมันหรือไม่ก็ตาม?
the native language of the universe itself: อุปมาถึงระเบียบทางคณิตศาสตร์ที่ฝังอยู่ในจักรวาล
the native language of the universe itself เป็นอุปมา โดยนำเสนอคณิตศาสตร์ว่าเป็นโครงสร้างหรือรูปแบบที่ฝังอยู่ในจักรวาล ไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้น native language ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภาษาแม่ของมนุษย์ ภาพเปรียบนี้สนับสนุนความเป็นไปได้ที่ความจริงทางคณิตศาสตร์จะมีอยู่โดยไม่ขึ้นกับว่ามนุษย์จะค้นพบหรือไม่
แบบฝึกหัด
the native language of the universe itself ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- จักรวาลพูดภาษามนุษย์ภาษาหนึ่งจริง ๆ
- คณิตศาสตร์อาจเป็นโครงสร้างที่มีอยู่ในจักรวาลและช่วยให้เราเข้าใจจักรวาลได้
- มนุษย์ประดิษฐ์ภาษาพูดใหม่ขึ้นเพื่อศึกษาอวกาศ
ดูคำตอบ
คณิตศาสตร์อาจเป็นโครงสร้างที่มีอยู่ในจักรวาลและช่วยให้เราเข้าใจจักรวาลได้
whether ... or not: ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนในทั้งสองกรณี
ใน whether we find its truths or not คำว่า whether แสดงความเป็นไปได้สองแบบ คือเราค้นพบความจริงเหล่านั้น หรือเราไม่ค้นพบ ใจความหลักตั้งใจให้เป็นจริงในทั้งสองกรณี ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงไม่ว่าเราจะค้นพบมันหรือไม่ก็ตาม whether ในที่นี้ไม่ได้เพียงนำคำถามแบบใช่หรือไม่ที่ยังไม่มีคำตอบ แต่สร้างเงื่อนไขแบบไม่ว่ากรณีใด กล่าวคือ การค้นพบของมนุษย์ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าความจริงเหล่านั้นมีอยู่หรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง whether ... or not ที่แสดงความหมายแบบไม่ว่ากรณีใดให้สมบูรณ์: The deadline remains Friday ____ the team is ready ____.
ดูคำตอบ
whether · or not
Are numbers, polygons, and equations truly real,
0:34ตัวเลข รูปหลายเหลี่ยม และสมการเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
or merely ethereal representations of some theoretical ideal? การใช้คำ
0:37หรือเป็นเพียงตัวแทนที่จับต้องไม่ได้ของอุดมคติทางทฤษฎีบางอย่าง?
เป็นเพียงภาพแทนที่ไร้ตัวตนของอุดมคติทางทฤษฎี
merely จำกัดทางเลือกหลังให้หมายถึงเพียงหรือไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านั้น คำถามนี้เปรียบต่างระหว่างการมีอยู่จริงอย่างแท้จริงกับการเป็นเพียงภาพแทนของอุดมคติ ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่โดยอิสระ ในที่นี้ ethereal สื่อถึงสิ่งที่ไม่มีตัวตน ไม่เป็นวัตถุ หรือจับต้องและเข้าใจได้ยาก ส่วน representations คือรูปแบบที่ใช้แทนอุดมคติทางทฤษฎีที่เป็นนามธรรมกว่า ในบริบททางปรัชญานี้ ethereal ไม่ได้มีความหมายหลักว่า“สวยงาม”หรือ“สง่างาม”
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ merely ethereal representations of some theoretical ideal มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?
- สิ่งเหล่านั้นเป็นรูปทรงที่สวยงามเป็นพิเศษซึ่งพบในธรรมชาติ
- สิ่งเหล่านั้นเป็นวัตถุที่ใช้วัดโลกทางกายภาพในทางปฏิบัติ
- สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงการแสดงออกที่ไม่เป็นวัตถุของอุดมคติที่เป็นนามธรรม
ดูคำตอบ
สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงการแสดงออกที่ไม่เป็นวัตถุของอุดมคติที่เป็นนามธรรม
The independent reality of math has some ancient advocates. การใช้คำ
0:42ความเป็นจริงที่เป็นอิสระของคณิตศาสตร์มีผู้สนับสนุนในสมัยโบราณ
The independent reality of math: ความเป็นจริงที่เป็นอิสระของคณิตศาสตร์
ในที่นี้ The independent reality of math หมายถึงคณิตศาสตร์อาจดำรงอยู่ได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับจิตใจ การสังเกต หรือข้อตกลงของมนุษย์ คำว่า independent บอกลักษณะการดำรงอยู่ของคณิตศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าคณิตศาสตร์พึ่งพาตนเองได้เหมือนบุคคล นามวลีทั้งหมดนี้เสนอจุดยืนทางปรัชญา หากจุดยืนนี้เป็นจริง วัตถุหรือความจริงทางคณิตศาสตร์ก็ยังคงมีอยู่ แม้จะไม่มีใครเคยคิดถึงหรือค้นพบสิ่งเหล่านั้นก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ The independent reality of math หมายถึงอะไร
- คณิตศาสตร์อาจดำรงอยู่ไม่ว่ามนุษย์จะคิดถึงมันหรือไม่
- คณิตศาสตร์จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อผู้คนเขียนมันลงมา
- คณิตศาสตร์ช่วยให้ผู้คนตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
ดูคำตอบ
คณิตศาสตร์อาจดำรงอยู่ไม่ว่ามนุษย์จะคิดถึงมันหรือไม่
The Pythagoreans of 5th century Greece: กลุ่มพีทาโกรัสแห่งกรีซในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล
วลี The Pythagoreans ในที่นี้หมายถึงกลุ่มหรือสำนักของนักคิดชาวกรีกโบราณที่เกี่ยวข้องกับพีทาโกรัส ไม่ได้หมายถึงพีทาโกรัสเพียงคนเดียว ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ 5th century Greece หมายถึงกรีซในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล สิ่งสำคัญที่ควรรู้เพื่อเข้าใจเนื้อหาถัดไปคือ กลุ่มนี้ให้ความสำคัญทางปรัชญาและศาสนาแก่ตัวเลข พวกเขามองว่าจำนวนเป็นหลักการพื้นฐานสำหรับทำความเข้าใจระเบียบของจักรวาล ไม่ใช่แค่เครื่องมือคำนวณ
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ The Pythagoreans หมายถึงใคร
- นักคณิตศาสตร์สมัยใหม่คนหนึ่งชื่อพีทาโกรัส
- กลุ่มนักคิดชาวกรีกโบราณที่เกี่ยวข้องกับพีทาโกรัส
- ทุกคนที่ใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัส
ดูคำตอบ
กลุ่มนักคิดชาวกรีกโบราณที่เกี่ยวข้องกับพีทาโกรัส
believed numbers were both living entities and universal principles. ไวยากรณ์
0:48เชื่อว่าตัวเลขเป็นทั้งสิ่งที่มีชีวิตและหลักการสากล
both living entities and universal principles: โครงสร้าง both ... and ...
both ... and ... เชื่อมคำอธิบายสองส่วนที่วางขนานกัน และบอกว่าทั้งสองอย่างใช้กับประธานเดียวกัน ในประโยคนี้ living entities และ universal principles ต่างก็ใช้อธิบาย numbers จึงตัดอย่างใดอย่างหนึ่งออกไม่ได้ โครงสร้างทั่วไปคือ both + A + and + B โดย A และ B ควรมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในที่นี้ทั้งสองส่วนเป็นวลีนามพหูพจน์ที่วางหลัง were
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย both ... and ...: The new backpack is ____ lightweight ____ durable.
ดูคำตอบ
both · and
the monad: ชื่อทางปรัชญาของเลขหนึ่ง
ในบริบทปรัชญากรีกโบราณนี้ the monad เป็นชื่อเฉพาะของเลขหนึ่ง เมื่อมองว่าเลขหนึ่งแทนความเป็นหนึ่งเดียวและหลักการที่เป็นจุดกำเนิด ไม่ใช่เพียงชื่อเรียกทั่วไปของเลข 1 ความรู้พื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดเนื้อหาจึงมอง one ว่าเป็นต้นกำเนิดของตัวเลขอื่นและสิ่งต่าง ๆ ในที่นี้ monad เป็นแนวคิดทางอภิปรัชญา ไม่ใช่ความหมายด้านคอมพิวเตอร์ที่คำนี้อาจมีในบริบทอื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the monad หมายถึงอะไร
- เลขหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นหลักแห่งความเป็นหนึ่งเดียวและจุดกำเนิด
- คำพ้องทั่วไปที่ใช้กับตัวเลขใดก็ได้
- แนวคิดการเขียนโปรแกรมสมัยใหม่ที่กำลังกล่าวถึงในที่นี้
ดูคำตอบ
เลขหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นหลักแห่งความเป็นหนึ่งเดียวและจุดกำเนิด
the generator of all other numbers and source of all creation. สำนวน
0:55ซึ่งเป็นตัวกำเนิดตัวเลขอื่น ๆ ทั้งหมดและเป็นแหล่งที่มาของการสร้างสรรค์ทั้งปวง
the generator ... and source ...: อุปมาเรื่องต้นกำเนิด
ในประโยคนี้ the generator of all other numbers หมายถึง “สิ่งที่ตัวเลขอื่นทั้งหมดถือกำเนิดขึ้นจากมัน” generator ตรงนี้หมายถึงต้นกำเนิดหรือพลังที่ก่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่เครื่องผลิตไฟฟ้า วลีคู่ขนาน the generator of ... และ source of ... นำเสนอ monad หรือเลขหนึ่งว่าเป็นต้นกำเนิดทั้งของตัวเลขและสรรพสิ่ง นี่เป็นอุปมาทางปรัชญาที่มอบบทบาทเชิงสร้างสรรค์และเกือบจะศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ตัวเลขที่เป็นนามธรรม ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรเกี่ยวกับกระบวนการทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
generator ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- เครื่องจักรที่จ่ายพลังงานไฟฟ้า
- คนที่จดตัวเลข
- ต้นกำเนิดหรือพลังที่ทำให้ตัวเลขอื่น ๆ เกิดขึ้น
ดูคำตอบ
ต้นกำเนิดหรือพลังที่ทำให้ตัวเลขอื่น ๆ เกิดขึ้น
Numbers were active agents in nature. การใช้คำ
0:59ตัวเลขเป็นตัวการที่ขับเคลื่อนอย่างตื่นตัวในธรรมชาติ
active agents in nature: พลังที่มีบทบาทเชิงรุกในธรรมชาติ
active agent คือบุคคล สิ่งของ หรือพลังที่ช่วยก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ agents ไม่ได้หมายถึงตัวแทน นายหน้า หรือสายลับ การเรียกตัวเลขว่า active agents in nature หมายความว่า ในระบบความเชื่อนี้ ผู้คนมองว่าตัวเลขมีส่วนกำหนดการทำงานของธรรมชาติ ไม่ได้เพียงใช้ตั้งชื่อหรืออธิบายธรรมชาติเท่านั้น Active เน้นบทบาทเชิงรุกซึ่งตรงข้ามกับบทบาทที่เป็นฝ่ายรับ
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้กล่าวถึงตัวเลขว่าอย่างไร
- ตัวเลขถูกมองว่าเป็นพลังที่กำหนดธรรมชาติอย่างแข็งขัน
- ตัวเลขเป็นคนที่ถูกจ้างให้ทำงานให้ธรรมชาติ
- ตัวเลขเป็นเพียงป้ายชื่อที่ไม่มีอิทธิพลต่อธรรมชาติ
ดูคำตอบ
ตัวเลขถูกมองว่าเป็นพลังที่กำหนดธรรมชาติอย่างแข็งขัน
as real as the universe itself: การเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน
โครงสร้าง as + adjective + as บอกว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติหนึ่งในระดับเท่ากัน ในที่นี้ as real as the universe itself หมายถึงมีการกล่าวว่าแนวคิดทางคณิตศาสตร์มีอยู่จริงพอ ๆ กับจักรวาล การเปรียบเทียบนี้พูดถึงเพียงระดับของความเป็นจริง ไม่ใช่ขนาดหรือรูปลักษณ์ คำว่า itself เน้นว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือ “ตัวจักรวาลเอง”
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบระดับที่เท่ากันโดยใช้ reliable: This method is ____ the older one.
ดูคำตอบ
as reliable as
regardless of our knowledge of them: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
ในประโยคนี้ regardless of our knowledge of them หมายความว่าข้อเสนอของเพลโตไม่เปลี่ยนไปตามสิ่งที่ผู้คนรู้ โดย them หมายถึง mathematical concepts regardless of ใช้นำหน้าปัจจัยที่ไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์หรือข้อเสนอหลัก และบอกว่าข้อความนั้นยังคงเป็นจริงในทุกกรณีที่ปัจจัยดังกล่าวครอบคลุม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย regardless of: The game will continue ____ the weather.
ดูคำตอบ
regardless of
the father of geometry: สมญาสำหรับบุคคลผู้วางรากฐาน
the father of geometry เป็นสมญาเชิงเปรียบเทียบของยูคลิด หมายความว่าเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญผู้วางรากฐานให้เรขาคณิต ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นพ่อทางสายเลือด รูปแบบ the father of + สาขา สิ่งประดิษฐ์ หรือแนวคิด ใช้กล่าวถึงผู้ชายที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เริ่มต้นหรือมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมสิ่งนั้น ในประโยคนี้ วลีที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคช่วยบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Euclid
แบบฝึกหัด
the father of geometry ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- ยูคลิดได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลผู้วางรากฐานให้เรขาคณิต
- ยูคลิดสอนเรขาคณิตให้เฉพาะลูกของตนเองเท่านั้น
- ยูคลิดเป็นพ่อทางสายเลือดของคนที่ชื่อ Geometry
ดูคำตอบ
ยูคลิดได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลผู้วางรากฐานให้เรขาคณิต
believed nature itself was the physical manifestation of mathematical laws. การใช้คำ
1:12เชื่อว่าธรรมชาตินั้นเป็นปรากฏการณ์ทางกายภาพของกฎทางคณิตศาสตร์
the physical manifestation of mathematical laws: กฎนามธรรมที่ปรากฏในรูปแบบที่สังเกตได้
the physical manifestation of mathematical laws หมายถึงรูปแบบที่เป็นรูปธรรมและสังเกตได้ ซึ่งกฎทางคณิตศาสตร์อันเป็นนามธรรมปรากฏขึ้นในโลกวัตถุ ประโยคนี้มองว่าธรรมชาติเองคือรูปแบบดังกล่าว ในที่นี้ manifestation หมายถึงการที่บางสิ่งปรากฏในรูปแบบที่มองเห็นหรือสังเกตได้ รูปแบบ a physical manifestation of + แนวคิดนามธรรม เชื่อมโยงความคิด ภาวะ หรือพลังเข้ากับหลักฐานที่สังเกตได้ในร่างกาย วัตถุ หรือเหตุการณ์
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้กล่าวถึงธรรมชาติว่าอย่างไร?
- ธรรมชาติคือเอกสารที่เขียนรายการกฎทางคณิตศาสตร์ไว้
- ธรรมชาติทำให้กฎทางคณิตศาสตร์ที่เป็นนามธรรมสังเกตได้ในโลกทางกายภาพ
- กฎทางคณิตศาสตร์มีอยู่ได้เฉพาะในหนังสือเรียนที่พิมพ์เป็นเล่มเท่านั้น
ดูคำตอบ
ธรรมชาติทำให้กฎทางคณิตศาสตร์ที่เป็นนามธรรมสังเกตได้ในโลกทางกายภาพ
while ... may or may not ..., ... definitely don't: ยอมรับความไม่แน่นอนก่อนเน้นข้อสรุป
while ในที่นี้ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนแล้วจึงเปรียบต่าง ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน อนุประโยคที่มี while ใช้ may or may not เพื่อเปิดไว้ว่าแนวคิดแรกยังไม่แน่นอน จากนั้นประโยคหลักใช้ definitely เพื่อให้ข้อสรุปที่หนักแน่นกว่า ใน definitely don't คำว่า don't ใช้แทนวลีกริยา exist physically ที่กล่าวไปแล้ว ความหมายเต็มคือ mathematical statements definitely don't exist physically โครงสร้างนี้ช่วยให้ยอมรับความไม่แน่นอนก่อน แล้วจึงเน้นข้อสรุปที่ต้องการสื่อจริง ๆ
แบบฝึกหัด
while ... definitely don't จัดลำดับข้อมูลในตัวอย่างอย่างไร
- เปิดไว้ก่อนว่าความเป็นไปได้แรกยังไม่แน่นอน แล้วจึงให้ข้อสรุปที่แน่นอนและตรงข้ามกัน
- นำเสนอว่าแนวคิดทั้งสองไม่แน่นอนเท่ากัน
- แสดงว่าเหตุการณ์ทางกายภาพสองอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
เปิดไว้ก่อนว่าความเป็นไปได้แรกยังไม่แน่นอน แล้วจึงให้ข้อสรุปที่แน่นอนและตรงข้ามกัน
Their truth values are based on rules that humans created. การใช้คำ
1:24ค่าความจริงของพวกมันตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
truth values: สถานะทางตรรกะของข้อความ
truth values เป็นรูปพหูพจน์ของ truth value ซึ่งเป็นศัพท์ทางตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่หมายถึงสถานะที่ข้อความหนึ่งสามารถได้รับ เช่น จริงหรือเท็จ ในที่นี้ Their หมายถึงข้อความทางคณิตศาสตร์ ในศัพท์ประสมนี้ values หมายถึงสถานะที่สามารถกำหนดให้ได้ภายในระบบเชิงรูปแบบ ไม่ได้หมายถึงราคา ค่านิยมทางศีลธรรม หรือความจริงมีคุณค่ามากเพียงใด
แบบฝึกหัด
ในทางตรรกศาสตร์ truth values ของข้อความหมายถึงอะไร
- ความสำคัญทางศีลธรรมที่ผู้คนมอบให้กับการพูดความจริง
- ราคาที่กำหนดให้กับกฎทางคณิตศาสตร์
- สถานะทางตรรกะ เช่น จริงหรือเท็จ ที่ระบบกำหนดให้แก่ข้อความ
ดูคำตอบ
สถานะทางตรรกะ เช่น จริงหรือเท็จ ที่ระบบกำหนดให้แก่ข้อความ
Mathematics is thus an invented logic exercise
1:29ดังนั้นคณิตศาสตร์จึงเป็นแบบฝึกหัดตรรกะที่ถูกประดิษฐ์ขึ้น
with no existence outside mankind's conscious thought, วลี
1:32ซึ่งไม่มีตัวตนอยู่นอกเหนือการรับรู้ทางความคิดของมนุษย์
with no existence outside mankind's conscious thought: ขอบเขตเชิงนามธรรมของการดำรงอยู่
วลีที่ขึ้นต้นด้วย with เพิ่มคำอธิบายเกี่ยวกับคณิตศาสตร์อย่างกระชับ กล่าวคือตามข้ออ้างนี้ คณิตศาสตร์ไม่มีการดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระนอกเหนือความคิดที่มีสำนึกของมนุษยชาติ ในทางไวยากรณ์ with นำหน้านามวลี no existence outside ... ซึ่งขยายความนามวลีก่อนหน้า an invented logic exercise outside ในที่นี้แสดงขอบเขตเชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ No existence outside X หมายถึงสิ่งหนึ่งมีอยู่เฉพาะภายใน X หรือต้องพึ่งพา X เพื่อให้ดำรงอยู่ได้
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้กล่าวถึงคณิตศาสตร์ว่าอย่างไรในประโยคนี้
- คณิตศาสตร์มีอยู่เฉพาะภายในความคิดที่มีสำนึกของมนุษยชาติ
- คณิตศาสตร์มีอยู่เป็นวัตถุทางกายภาพนอกจิตใจมนุษย์
- คณิตศาสตร์ทำให้ผู้คนหยุดคิดอย่างมีสำนึก
ดูคำตอบ
คณิตศาสตร์มีอยู่เฉพาะภายในความคิดที่มีสำนึกของมนุษยชาติ
a language of abstract relationships: อุปลักษณ์ที่เปรียบคณิตศาสตร์เป็นภาษา
วลีนี้อธิบายคณิตศาสตร์ด้วยอุปลักษณ์ว่าเป็นภาษา เพราะสัญลักษณ์และกฎสามารถใช้แสดงความสัมพันธ์เชิงนามธรรมได้ รวมถึงความสัมพันธ์ด้านปริมาณ รูปร่าง แบบแผน และตรรกะ language ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภาษาธรรมชาติอย่างภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน อุปลักษณ์นี้เน้นว่าคณิตศาสตร์เป็นระบบสำหรับแทนและจัดการความสัมพันธ์ต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ a language of abstract relationships หมายถึงอะไร
- ภาษาพูดที่นักคณิตศาสตร์ทุกคนเรียนรู้ที่บ้าน
- ระบบสัญลักษณ์และกฎที่ใช้แสดงความสัมพันธ์เชิงนามธรรม
- วิธีแปลตัวเลขทุกตัวเป็นคำภาษาอังกฤษ
ดูคำตอบ
ระบบสัญลักษณ์และกฎที่ใช้แสดงความสัมพันธ์เชิงนามธรรม
built to use those patterns to invent useful
1:41ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้รูปแบบเหล่านั้นในการประดิษฐ์ระเบียบที่มีประโยชน์
artificial order from chaos: ระเบียบที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความไร้ระเบียบ
order from chaos เป็นอุปลักษณ์เชิงนามธรรม หมายถึงการสร้างโครงสร้างที่ชัดเจนจากสิ่งที่ไร้ระเบียบหรือเข้าใจได้ยาก ในที่นี้ chaos หมายถึงสภาวะที่ไร้ระเบียบ ไม่ใช่เหตุการณ์วุ่นวายครั้งใดครั้งหนึ่ง artificial ขยายคำว่า order และบอกว่าโครงสร้างที่มีประโยชน์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยความคิดของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่พร้อมแล้วในธรรมชาติและเพียงรอให้ค้นพบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงกับบทเรียน ซึ่งหมายถึงโครงสร้างที่มีประโยชน์และมนุษย์สร้างขึ้นจากความไร้ระเบียบ: The classification system creates ____.
ดูคำตอบ
artificial order from chaos
One proponent of this sort of idea was Leopold Kronecker, ลำดับความ
1:46ผู้สนับสนุนแนวคิดประเภทนี้คนหนึ่งคือเลโอโพลด์ โครเนคเกอร์
One proponent of this sort of idea: เชื่อมมุมมองกับผู้สนับสนุนคนหนึ่ง
โครงสร้าง One proponent of this sort of idea was ... เชื่อมข้อเสนอที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับบุคคลที่สนับสนุนข้อเสนอนั้น this sort of idea ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดประเภทที่เพิ่งกล่าวถึง และชื่อที่ตามหลัง was เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม One บอกว่าบุคคลนี้เป็นเพียงหนึ่งในผู้สนับสนุนที่อาจมีหลายคน proponent คือผู้ที่สนับสนุนหรือออกหน้าปกป้องจุดยืนหนึ่ง ๆ คำนี้ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าบุคคลนั้นเป็นผู้คิดแนวคิดทั้งหมดขึ้นมา
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นทำหน้าที่อะไรในการเรียบเรียงเนื้อหา?
- เป็นการแนะนำบุคคลหนึ่งที่สนับสนุนแนวคิดประเภทที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
- เป็นการอ้างว่าบุคคลนั้นสร้างแนวคิดทั้งหมดขึ้นมาเพียงลำพัง
- เป็นการบอกว่าบุคคลนั้นคัดค้านแนวคิดก่อนหน้า
ดูคำตอบ
เป็นการแนะนำบุคคลหนึ่งที่สนับสนุนแนวคิดประเภทที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
a professor of mathematics in 19th century Germany.
1:50ศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ในประเทศเยอรมนีในศตวรรษที่ 19
His belief is summed up in his famous statement, กริยาวลี
1:53ความเชื่อของเขาถูกสรุปไว้ในคำกล่าวอันโด่งดังของเขา
summed up: การถ่ายทอดความเชื่ออย่างสั้นกระชับ
ในที่นี้ sum up หมายถึงการถ่ายทอดใจความสำคัญอย่างสั้นกระชับ รูปถูกกระทำ is summed up ทำให้ his belief เป็นสิ่งที่ถูกสรุป โครงสร้าง A is summed up in B หมายความว่า B ถ่ายทอด A อย่างสั้นและชัดเจน ในประโยคนี้ คำกล่าวอันโด่งดังที่ตามมาแสดงความเชื่อของบุคคลนั้นอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ summed up ในความหมายว่า “ถูกถ่ายทอดอย่างสั้นกระชับ”
- Her main idea is summed up in one sentence.
- His explanation does not add up.
- The cashier added up the prices before closing.
ดูคำตอบ
Her main idea is summed up in one sentence.
all else is the work of man: สิ่งอื่นทั้งหมดเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
ใน all else คำว่า else หมายถึง “นอกเหนือจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง” ดังนั้น all else จึงหมายถึง “สิ่งอื่นทั้งหมด” ในที่นี้หมายถึงทุกสิ่งในคณิตศาสตร์ที่ไม่ใช่จำนวนธรรมชาติ the work of man หมายถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างหรือพัฒนาขึ้น คำกล่าวนี้สร้างความเปรียบต่าง โดยนำเสนอว่าจำนวนธรรมชาติถูกสร้างโดยพระเจ้า ส่วนคณิตศาสตร์ที่เหลือเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น man หมายถึงมนุษยชาติ ไม่ใช่ผู้ชายคนใดคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในคำกล่าวนี้ all else is the work of man หมายความว่าอย่างไร
- ทุกสิ่งในคณิตศาสตร์นอกเหนือจากจำนวนธรรมชาติถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
- จำนวนธรรมชาติถูกคิดค้นโดยผู้ชายคนหนึ่งโดยเฉพาะ
- มีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ศึกษาคณิตศาสตร์ส่วนที่เหลือ
ดูคำตอบ
ทุกสิ่งในคณิตศาสตร์นอกเหนือจากจำนวนธรรมชาติถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
there was a push to establish mathematics as a logical construct. วลี
2:03มีการผลักดันให้สถาปนาคณิตศาสตร์เป็นโครงสร้างเชิงตรรกะ
a push to establish: แรงผลักดันร่วมกันเพื่อไปสู่เป้าหมาย
ในประโยคนี้ a push to establish หมายถึงความพยายามหรือกระแสที่จริงจังเพื่อไปสู่เป้าหมายทางความคิดในการมองคณิตศาสตร์เป็นโครงสร้างเชิงตรรกะ คำว่า push ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การผลักทางกายภาพ โครงสร้าง a push to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงเป้าหมายที่ผู้คน สถาบัน หรือขบวนการขนาดใหญ่กำลังพยายามทำให้สำเร็จ เมื่อเทียบกับ effort ที่เป็นกลางกว่า a push มักสื่อถึงการทำงานร่วมกันหรือแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างที่หมายถึงความพยายามอย่างเป็นระบบเพื่อไปสู่เป้าหมายได้ถูกต้อง
- The school launched a push to reduce food waste.
- The school launched a push to reducing food waste.
- The school launched a push for reduce food waste.
ดูคำตอบ
The school launched a push to reduce food waste.
to axiomatize all of mathematics: สร้างคณิตศาสตร์ทั้งหมดจากสัจพจน์
To axiomatize all of mathematics หมายถึงการจัดคณิตศาสตร์ทั้งสาขาให้เป็นระบบแบบแผนที่เริ่มจากสัจพจน์ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจน แล้วใช้กฎตรรกะเพื่ออนุมานผลลัพธ์อื่น ไม่ได้หมายถึงเพียงการสรุปหรือแจกแจงความรู้ทางคณิตศาสตร์ รูป infinitive คือ to axiomatize ทำหน้าที่เติมความหมายให้ attempted และระบุสิ่งที่ฮิลเบิร์ตตั้งใจทำ การเปรียบเทียบกับยุคลิดแสดงแบบอย่างว่าเขาต้องการนำแนวทางระบบสัจพจน์ที่ใช้กับเรขาคณิตมาใช้กับคณิตศาสตร์ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
to axiomatize a field หมายถึงอะไร
- ย่อผลลัพธ์ทั้งหมดให้เหลือเพียงประโยคเดียว
- แก้ทุกปัญหาในสาขานั้นด้วยการคำนวณ
- สร้างให้เป็นระบบที่มีสัจพจน์ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนและการอนุมานเชิงตรรกะเป็นพื้นฐาน
ดูคำตอบ
สร้างให้เป็นระบบที่มีสัจพจน์ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนและการอนุมานเชิงตรรกะเป็นพื้นฐาน
as Euclid had done with geometry: เปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เกิดขึ้นก่อน
as Euclid had done with geometry เปรียบเทียบแผนของฮิลแบร์ตกับแบบอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ในที่นี้ as หมายถึง “ในแบบเดียวกับที่” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” had done เป็น past perfect จึงแสดงว่างานของยูคลิดเกิดขึ้นก่อนความพยายามของฮิลแบร์ต done ใช้แทนการกระทำ axiomatize ที่กล่าวไปแล้ว ส่วน with geometry ระบุสาขาที่เกี่ยวข้อง โครงสร้าง as + ประธาน + had done เชื่อมการกระทำภายหลังเข้ากับตัวอย่างที่เกิดขึ้นก่อน
แบบฝึกหัด
as Euclid had done with geometry ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- เปรียบเทียบโครงการของฮิลแบร์ตกับแบบอย่างที่คล้ายกันและเกิดขึ้นก่อน
- กล่าวว่างานของยูคลิดเป็นสาเหตุโดยตรงของโครงการของฮิลแบร์ต
- กล่าวว่าทั้งสองคนทำงานด้านเรขาคณิตในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบโครงการของฮิลแบร์ตกับแบบอย่างที่คล้ายกันและเกิดขึ้นก่อน
saw mathematics as a deeply philosophical game, วลี
2:14มองว่าคณิตศาสตร์เป็นเกมทางปรัชญาที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง
saw mathematics as a deeply philosophical game: โครงสร้าง see A as B
see A as B หมายถึงมอง เข้าใจ หรือจัดประเภท A ว่าเป็น B ใน saw mathematics as a deeply philosophical game คำว่า saw เป็นรูปอดีตของ see และแสดงการตัดสินหรือมุมมอง ไม่ใช่การมองเห็นด้วยตา คำว่า game ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยมองคณิตศาสตร์ว่าเป็นกิจกรรมที่ดำเนินไปตามกฎและมีความหมายทางปรัชญาอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงความบันเทิง โครงสร้างนี้ใช้บอกมุมมองหรือวิธีตีความสิ่งต่าง ๆ ของบุคคลได้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ขาดในโครงสร้าง see A as B ให้สมบูรณ์: The coach sees every setback ____ a lesson.
ดูคำตอบ
as
but a game nonetheless: ยังคงข้อสรุปไว้หลังการยอมรับข้อหนึ่ง
nonetheless หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “อย่างไรก็ตาม” ในที่นี้ but เปลี่ยนทิศทางจากคำอธิบายก่อนหน้า ส่วน nonetheless ยืนยันว่าข้อสรุปหลัก—สิ่งนี้เป็นเกม—ยังคงเป็นจริง ถ้อยคำนี้เป็นส่วนต่อแบบละคำที่ต้องอาศัยบริบทก่อนหน้า ในบริบทนี้มีความหมายเท่ากับ but it was a game nonetheless การวาง nonetheless ไว้ท้ายทำให้ข้อสรุปเป็นข้อมูลสุดท้ายและเด่นที่สุด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The road was icy, but open nonetheless,” คำว่า nonetheless แสดงอะไร
- ถนนเปิดเพราะเป็นน้ำแข็ง
- ถนนหายเป็นน้ำแข็งก่อนที่จะเปิด
- ถนนเป็นน้ำแข็ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเปิดอยู่
ดูคำตอบ
ถนนเป็นน้ำแข็ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเปิดอยู่
one of the fathers of ...: หนึ่งในบุคคลผู้วางรากฐานหลายคน
One of the fathers of X เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงผู้ชายคนหนึ่งในหลายคนซึ่งผลงานช่วยก่อตั้งหรือสร้างรากฐานให้ X คำว่า fathers ในที่นี้หมายถึงบุคคลสำคัญผู้วางรากฐาน ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบพ่อในครอบครัว โครงสร้างคือ one of + the + คำนามพหูพจน์ + of ดังนั้น fathers ต้องเป็นพหูพจน์ สำนวนนี้ไม่เจาะจงเพียงคนเดียวเท่ากับ the father of X เพราะยังยอมรับว่ามีผู้มีส่วนสำคัญคนอื่นอีก ในประโยคนี้ วลีระหว่างเครื่องหมายจุลภาคเพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับ Henri Poincaré
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่า Alan Turing เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญหลายคนผู้วางรากฐานวิทยาการคอมพิวเตอร์
- Alan Turing is often called one of the fathers of computer science.
- Alan Turing is often called the one fathers of computer science.
- Alan Turing is often called one of the father of computer science.
ดูคำตอบ
Alan Turing is often called one of the fathers of computer science.
believed that the existence of non-Euclidean geometry,
2:23เชื่อว่าการมีอยู่ของเรขาคณิตนอกระบบยูคลิด
dealing with the non-flat surfaces of hyperbolic and elliptical curvatures, วลี
2:26ซึ่งจัดการกับพื้นผิวที่ไม่แบนของความโค้งแบบไฮเปอร์โบลิกและวงรี
dealing with ... เพื่ออธิบายเพิ่มหลังคำนาม
ในที่นี้ dealing with ... เป็นวลี participle รูป -ing ที่วางหลัง non-Euclidean geometry เพื่อบอกเพิ่มว่าสาขานี้ศึกษาอะไร นั่นคือพื้นผิวที่ไม่แบนและมีความโค้งแบบไฮเพอร์โบลิกกับแบบวงรี ในการใช้นี้ deal with หมายถึง “กล่าวถึง” หรือ “ศึกษา” ไม่ได้หมายถึง “จัดการปัญหา” หรือ “ค้าขาย” วลีนี้ย่ออนุประโยคขยายที่ยาวกว่า ซึ่งใกล้เคียงกับ which deals with ... วลีอยู่หลังคำนามและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ non-Euclidean geometry ไม่ได้ทำให้ความหมายของ believed สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมวลี -ing สองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “กล่าวถึง” ลงในประโยค: The guide, ____ local wildlife, is written for young readers.
ดูคำตอบ
dealing with
but rather one outcome of using one particular set of game rules.
2:37แต่เป็นเพียงผลลัพธ์หนึ่งจากการใช้กฎของเกมชุดหนึ่งเท่านั้น
not a universal truth, but rather ... เพื่อแก้ไขความเข้าใจ
โครงสร้าง not A, but rather B ปฏิเสธคำอธิบาย A แล้วแทนที่ด้วยคำอธิบาย B ที่แม่นยำกว่า rather ทำให้การแก้ไขชัดเจนขึ้น โดย B ไม่ใช่ตัวอย่างเพิ่มเติมหรือข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่ง ในประโยคนี้ คำอธิบายว่าเป็น a universal truth ถูกปฏิเสธ และเรขาคณิตแบบยุคลิดถูกนิยามใหม่ว่าเป็นผลลัพธ์หนึ่งจากการใช้กฎชุดหนึ่งโดยเฉพาะ one outcome ยังชี้ว่ากฎที่ต่างกันอาจนำไปสู่เรขาคณิตแบบอื่น
แบบฝึกหัด
เติมช่องว่างสองช่องด้วยโครงสร้างแก้ไขที่มี rather: The bright mark is ____ a star, ____ a nearby planet.
ดูคำตอบ
not · but rather
Nobel physics laureate Eugene Wigner coined the phrase "the unreasonable effectiveness of mathematics," โน้ต
2:43ยูจีน วิกเนอร์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ได้บัญญัติวลีที่ว่า "ประสิทธิภาพอันไร้เหตุผลของคณิตศาสตร์"
coined the phrase: สร้างถ้อยคำใหม่
ในประโยคนี้ coined the phrase หมายถึง “สร้างหรือเสนอถ้อยคำนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก” coined เป็นรูปอดีตของ coin และข้อความในเครื่องหมายคำพูดก็คือวลีที่ถือว่าวิกเนอร์เป็นผู้เสนอขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ บุคคล + coined the phrase + ถ้อยคำ ซึ่งใช้บอกว่าใครเป็นผู้คิดคำศัพท์หรือสำนวนขึ้น ที่นี่ coin เป็นคำกริยาที่หมายถึงการสร้างถ้อยคำทางภาษา ไม่ใช่การผลิตเหรียญโลหะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายรูปอดีตที่หมายถึง “สร้างถ้อยคำใหม่ขึ้น”: The coach ____ 'reset minute' for a short break after a mistake.
ดูคำตอบ
coined the phrase
the unreasonable effectiveness of mathematics: ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เกินคาด
The unreasonable effectiveness of mathematics เป็นชื่ออันโด่งดังที่วิกเนอร์ใช้เรียกปริศนาข้อหนึ่ง นั่นคือคณิตศาสตร์เชิงนามธรรมสามารถอธิบายโลกทางกายภาพได้อย่างแม่นยำมาก แม้ตอนแรกจะไม่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อจุดประสงค์นั้นโดยเฉพาะ ในวลีตายตัวนี้ unreasonable ไม่ได้หมายความว่าคณิตศาสตร์ไร้ตรรกะหรือประพฤติไม่สมเหตุสมผล แต่หมายถึงความสำเร็จของคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่เกินคาดจนดูเหมือนจะอธิบายได้ไม่ครบถ้วน
แบบฝึกหัด
คำว่า unreasonable ในวลี the unreasonable effectiveness of mathematics สื่อความหมายหลักว่าอะไร?
- คณิตศาสตร์ไม่สนใจตรรกะ จึงไม่สามารถอธิบายธรรมชาติได้
- นักคณิตศาสตร์ยื่นข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรมเมื่อศึกษาฟิสิกส์
- คณิตศาสตร์อธิบายธรรมชาติได้ดีอย่างน่าทึ่ง และความสำเร็จนี้อธิบายได้ยาก
ดูคำตอบ
คณิตศาสตร์อธิบายธรรมชาติได้ดีอย่างน่าทึ่ง และความสำเร็จนี้อธิบายได้ยาก
that mathematics is real and discovered by people.
2:51ที่ว่าคณิตศาสตร์มีอยู่จริงและถูกค้นพบโดยผู้คน
pushing strongly for the idea: การสนับสนุนแนวคิดอย่างแข็งขัน
ในประโยคนี้ pushing strongly for the idea หมายถึงการสนับสนุนจุดยืนนั้นอย่างแข็งขันและพยายามให้ผู้อื่นยอมรับ ตรงนี้ push ไม่ได้หมายถึงการผลักทางกายภาพ แต่ push for หมายถึงการผลักดันบางสิ่งหรือพยายามอย่างจริงจังเพื่อให้ได้รับการสนับสนุน โครงสร้างคือ push for + คำนามหรือวลีคำนาม ในที่นี้ the idea that mathematics is real and discovered by people ระบุจุดยืนที่กำลังได้รับการผลักดัน ส่วน strongly เพิ่มระดับความหนักแน่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ push for: Parents are ____ safer streets near the school.
ดูคำตอบ
pushing for
Wigner pointed out that many purely mathematical theories developed in a vacuum, สำนวน
2:55วิกเนอร์ชี้ให้เห็นว่าทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ล้วน ๆ จำนวนมากที่พัฒนาขึ้นในสภาวะสุญญากาศ
developed in a vacuum: พัฒนาขึ้นโดยแยกจากบริบทภายนอก
developed in a vacuum ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าทฤษฎีเหล่านั้นพัฒนาขึ้นโดยแยกจากการนำไปใช้จริง ความต้องการภายนอก หรืออิทธิพลจากปัญหาทางฟิสิกส์ที่ต่อมาทฤษฎีเหล่านั้นถูกนำไปใช้อธิบาย โดยทั่วไป in a vacuum ใช้อธิบายความคิด การตัดสินใจ หรืองานที่แทบไม่เชื่อมโยงกับเงื่อนไขแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง สำนวนนี้จะหมายถึงพื้นที่ไร้อากาศตามตัวอักษรก็ต่อเมื่อบริบทพูดถึงสภาพทางกายภาพจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากคำอธิบายนี้: A school policy cannot be designed ____; local needs matter.
ดูคำตอบ
in a vacuum
often with no view towards describing any physical phenomena, วลี
2:59บ่อยครั้งโดยไม่ได้มีมุมมองที่จะอธิบายปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ใด ๆ
with no view towards describing: ไม่ได้มีการอธิบายเป็นเป้าหมาย
with no view towards describing หมายถึง “โดยไม่ได้มุ่งหมายหรือตั้งใจจะอธิบาย” คำว่า view ในที่นี้หมายถึงจุดมุ่งหมายหรือเจตนา ไม่ใช่สายตาหรือทิศทางการมอง และ towards ตามด้วยรูป -ing คือ describing ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่า ในตอนที่แนวคิดทางคณิตศาสตร์ถูกพัฒนาขึ้น การอธิบายปรากฏการณ์ทางกายภาพจริงมักไม่ใช่เป้าหมาย โครงสร้างนี้ใช้ปฏิเสธจุดประสงค์ของการกระทำอย่างเป็นทางการได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างทางการจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: He wrote the manuscript ____ it.
ดูคำตอบ
with no view towards publishing
to explain how the universe has been working all along. ไวยากรณ์
3:07ในการอธิบายว่าจักรวาลทำงานมาโดยตลอดได้อย่างไร
decades or even centuries later: แสดงผลลัพธ์ที่ปรากฏล่าช้า
decades or even centuries later ระบุช่วงเวลาที่ทฤษฎีเหล่านั้นได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นกรอบคำอธิบายที่จำเป็น later ขยาย have proven ซึ่งหมายถึงเวลาที่มีการพิสูจน์ในภายหลัง ไม่ใช่เวลาที่ทฤษฎีถูกสร้างขึ้นก่อนหน้านั้น วลีนี้เพิ่มขนาดของช่วงเวลาจากหลายสิบปีไปเป็นหลายศตวรรษซึ่งน่าประหลาดใจกว่า จึงจัดลำดับข้อโต้แย้งให้เห็นผลที่ปรากฏล่าช้า คือแนวคิดนามธรรมเกิดขึ้นก่อน และคุณค่าของมันในการอธิบายจักรวาลเพิ่งชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมาอีกนาน
แบบฝึกหัด
decades or even centuries later สร้างลำดับเวลาแบบใดในประโยคนี้?
- ทฤษฎีถูกสร้างขึ้นหลังจากมีผู้รู้จักการประยุกต์ใช้ทางกายภาพแล้วเท่านั้น
- ทฤษฎีเกิดขึ้นก่อน และคุณค่าในการอธิบายของมันเพิ่งชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมาอีกนาน
- ทฤษฎีหายไปนานหลายศตวรรษแล้วจึงถูกเขียนขึ้นใหม่
ดูคำตอบ
ทฤษฎีเกิดขึ้นก่อน และคุณค่าในการอธิบายของมันเพิ่งชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมาอีกนาน
to be the framework necessary: เป็นโครงสร้างเชิงนามธรรมที่จำเป็นต่อการอธิบาย
framework ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกรอบหรือโครงที่เป็นวัตถุ แต่หมายถึงระบบของแนวคิดและความสัมพันธ์ที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบจนทำให้สามารถอธิบายเรื่องหนึ่งได้ ใน the framework necessary to explain ... คำว่า necessary อยู่หลัง framework เพื่อขยายคำนั้น ซึ่งมีความหมายเท่ากับ “the framework that is necessary to explain ...” วลีนี้นำเสนอทฤษฎีคณิตศาสตร์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ว่าเป็นโครงสร้างทางความคิดที่จำเป็นต่อการอธิบายจักรวาล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ framework ในความหมายว่าโครงสร้างทางความคิดที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ
- The builders lifted the steel framework into place.
- The researchers use a framework to interpret the results.
- The picture fell out of its wooden frame.
ดูคำตอบ
The researchers use a framework to interpret the results.
has been working all along: ดำเนินต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
has been working เป็น present perfect continuous โดยมีโครงสร้าง has been + คำกริยาเติม -ing ใช้แสดงกระบวนการที่เริ่มในอดีตและดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน working ในที่นี้หมายถึง “ทำงานหรือเดินระบบได้” ไม่ใช่ “มีอาชีพทำงาน” all along หมายถึง “ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้” คำนี้เน้นว่าจักรวาลดำเนินไปในลักษณะนี้อยู่แล้วก่อนที่ผู้คนจะค้นพบคำอธิบาย และมักมีนัยว่าความจริงเพิ่งถูกรับรู้ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ work: The backup system ____ smoothly all along.
ดูคำตอบ
has been working
the number theory of British mathematician Gottfried Hardy,
3:12ทฤษฎีจำนวนของนักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ กอดฟรีย์ ฮาร์ดี
would ever be found useful: กรรมวาจกของอนาคตที่มองจากอดีต
would be found useful เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่พูดถึงอนาคตจากมุมมองในอดีต เมื่อมองจากเวลาที่เขาเคยกล่าวอ้าง เขากำลังพูดถึงสิ่งที่ผู้คนจะพบหรือไม่พบในภายหลัง หากเปลี่ยนความหมายทั้งหมดเป็นประโยคกรรตุวาจก จะได้ no one would ever find any of his work useful เนื่องจาก none ทำให้อนุประโยคเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว ever จึงหมายถึง “ไม่ว่าเวลาใด” ดังนั้น none of his work would ever be found useful จึงเป็นคำกล่าวที่เด็ดขาดว่า ไม่มีผลงานส่วนใดของเขาที่จะได้รับการยอมรับว่ามีประโยชน์ในอนาคตเลย
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย would ever be found useful ในประโยคได้ดีที่สุด
- เขาอ้างว่าในภายหลังจะไม่มีใครพบคุณค่าในทางปฏิบัติจากผลงานของเขาเลย
- เขากำลังถามในขณะนั้นว่าผลงานของตนมีประโยชน์หรือไม่
- เขากล่าวว่าผลงานของตนถูกนำไปใช้อย่างสำเร็จแล้ว
ดูคำตอบ
เขาอ้างว่าในภายหลังจะไม่มีใครพบคุณค่าในทางปฏิบัติจากผลงานของเขาเลย
helped establish cryptography: ช่วยให้สาขาวิชาหนึ่งก่อตัวขึ้น
helped establish หมายถึงมีส่วนช่วยให้บางสิ่งก่อตัวและมีรากฐานที่มั่นคง establish ใช้อธิบายสาขาวิชา ระบบ วิธีการ หรือหลักการที่พัฒนาจนเป็นรูปเป็นร่างและได้รับการยอมรับได้ ไม่ได้หมายถึงการก่อตั้งองค์กรเท่านั้น หลัง help ภาษาอังกฤษสามารถใช้คำกริยารูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to ได้ จึงใช้ helped establish ส่วน helped to establish ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์เช่นกัน วลีนี้บอกว่าผลงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีส่วนต่อการพัฒนาวิทยาการเข้ารหัสลับ ไม่ได้บอกว่าผลงานนั้นสร้างทั้งสาขาขึ้นมาเพียงลำพัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาจากสำนวนเป้าหมาย helped establish: Her research helped ____ a new field of medicine.
ดูคำตอบ
establish
became known as the Hardy-Weinberg law in genetics วลี
3:26กลายเป็นที่รู้จักในชื่อกฎของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์กในวิชาพันธุศาสตร์
became known as the ...: ต่อมามีชื่อเรียกนี้
ในประโยคนี้ became known as the Hardy-Weinberg law หมายความว่า ต่อมาผู้คนใช้ชื่อนี้เรียกผลงานเชิงทฤษฎีชิ้นนี้ became แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา กล่าวคือ ตอนแรกอาจยังไม่ได้ใช้ชื่อนี้ ใช้โครงสร้าง become known as + ชื่อ ฉายา หรือสถานะ ตรงนี้ as ใช้นำหน้าชื่อ และ the เป็นส่วนหนึ่งของนามวลีที่เป็นชื่อ ส่วน known ไม่ได้หมายถึงรู้จักใครเป็นการส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่ใช้นำหน้าชื่อซึ่งอุปกรณ์นี้ได้รับในภายหลังได้ถูกต้อง: The device later ___ the safety bicycle.
- became familiar with
- became known for
- became known as
ดูคำตอบ
became known as
And Fibonacci stumbled upon his famous sequence กริยาวลี
3:31และฟีโบนัชชีก็บังเอิญพบกับลำดับที่โด่งดังของเขา
Fibonacci stumbled upon ...: พบบางอย่างโดยบังเอิญ
Fibonacci stumbled upon his famous sequence หมายความว่า ฟีโบนัชชีพบลำดับอันโด่งดังนี้โดยบังเอิญ ไม่ใช่จากการค้นหาที่วางแผนไว้ stumble upon เป็นกริยาวลีที่ใช้บอกการพบแนวคิด ข้อเท็จจริง สถานที่ หรือสิ่งของโดยไม่คาดคิด stumbled ในที่นี้เป็นรูปอดีต ไม่ได้หมายความว่าฟีโบนัชชีสะดุดล้มจริง ๆ และ upon เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนเต็ม stumble upon
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stumble upon ในความหมายว่า “พบบางอย่างโดยบังเอิญ”
- Maya searched every shelf until she found a specific box.
- Maya stumbled over a box and fell in the doorway.
- Maya stumbled upon a box of old postcards while cleaning the closet.
ดูคำตอบ
Maya stumbled upon a box of old postcards while cleaning the closet.
while looking at the growth of an idealized rabbit population. ไวยากรณ์
3:34ในขณะที่กำลังดูการเติบโตของประชากรกระต่ายในอุดมคติ
while looking at ...: การกระทำพื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
while looking at ... ใช้บอกฉากหลังด้านเวลาให้เหตุการณ์หลัก: ฟีโบนัชชีค้นพบลำดับนี้ระหว่างที่ศึกษาการเพิ่มขึ้นของประชากร ในที่นี้ while หมายถึง “ในช่วงที่” ไม่ได้หมายถึง “แม้ว่า” หรือใช้เพื่อแสดงความขัดแย้งว่า “ในขณะที่อีกฝ่าย……” โครงสร้างนี้คือ while + รูป -ing ซึ่งเป็นรูปย่อของ while + ประธาน + be + รูป -ing ประธานที่ละไว้จะเข้าใจจากประโยคหลัก ดังนั้นเมื่อ Fibonacci เป็นประธานของประโยคหลักด้วย while Fibonacci was looking at ... จึงย่อเป็น while looking at ... ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while + -ing ได้ถูกต้องเพื่อบอกการกระทำที่เป็นฉากหลังและเกิดขึ้นพร้อมกัน?
- While checking the map, the battery in Lena's phone died.
- While checking the map, Lena found a shorter route.
- While Lena checking the map, she found a shorter route.
ดูคำตอบ
While checking the map, Lena found a shorter route.
Mankind later found the sequence everywhere in nature,
3:38ต่อมามนุษยชาติก็พบเห็นลำดับดังกล่าวได้ทุกที่ในธรรมชาติ
from ... to ..., even ...: การขยายขอบเขตของตัวอย่าง
กรอบ from ... to ... จัดตัวอย่างหลายอย่างให้เป็นช่วงที่กว้าง ในที่นี้มีการไล่ผ่านรูปแบบธรรมชาติที่คุ้นเคย ได้แก่ เมล็ดทานตะวัน การเรียงตัวของกลีบดอก และโครงสร้างของสับปะรด เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวว่าลำดับนี้ปรากฏอย่างแพร่หลายในธรรมชาติ จากนั้น even เพิ่มการแตกแขนงของหลอดลมในปอดเป็นตัวอย่างสุดท้ายที่คาดไม่ถึงมากกว่าเดิม จึงเน้นตัวอย่างนี้เป็นพิเศษและทำให้รายการกว้างขึ้นทั้งในด้านขอบเขตและความน่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง from ... to ..., even ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เน้นตัวอย่างทุกอย่างเท่ากันทุกประการ
- แก้ไขตัวอย่างก่อนหน้าและแทนที่ด้วยตัวอย่างสุดท้าย
- แสดงขอบเขตที่กว้างและเน้นตัวอย่างสุดท้ายที่น่าประหลาดใจกว่าเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ
แสดงขอบเขตที่กว้างและเน้นตัวอย่างสุดท้ายที่น่าประหลาดใจกว่าเป็นพิเศษ
Or there's the non-Euclidean work of Bernhard Riemann in the 1850s,
3:48หรือผลงานนอกระบบยูคลิดของแบร์นฮาร์ด รีมันน์ในช่วงปี 1850
which Einstein used ...: การเพิ่มอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ
Which Einstein used in the model for general relativity เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ โดย which ย้อนกลับไปหมายถึง the non-Euclidean work of Bernhard Riemann และทำหน้าที่เป็นกรรมของ used กล่าวคือ ไอน์สไตน์ใช้ผลงานนั้นในแบบจำลองของเขา อนุประโยคที่คั่นด้วยจุลภาคนี้เพิ่มผลที่เกิดขึ้นภายหลังให้กับผลงานที่ระบุชัดอยู่แล้ว ไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่และไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงผลงานชิ้นใด เมื่ออ่านประโยคยาว ให้ตามโครงหลัก Or there's ... work ก่อน แล้วจึงเชื่อมอนุประโยค which เป็นข้อมูลเสริม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค which แบบไม่จำกัดความเพื่อเพิ่มผลที่เกิดขึ้นภายหลังเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ที่ระบุชัดอยู่แล้ว
- The team later used the solar cooker in the desert, and it won an award.
- The solar cooker that worked best won an award.
- The solar cooker, which the team later used in the desert, won an award.
ดูคำตอบ
The solar cooker, which the team later used in the desert, won an award.
Here's an even bigger jump: การส่งสัญญาณการเปลี่ยนช่วงที่เข้มข้นขึ้น
Here's ... นำความสนใจของผู้ฟังไปยังตัวอย่างถัดไป jump ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านหัวข้อ เวลา ขนาด หรือระยะห่างทางแนวคิด ไม่ใช่การกระโดดจริง ๆ even bigger เปรียบเทียบการเปลี่ยนช่วงถัดไปกับช่วงก่อนหน้า และทำให้ผู้ฟังคาดว่าสิ่งที่จะตามมาจะโดดเด่นหรือน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น ประโยคนี้จัดระเบียบข้อโต้แย้งด้วยการส่งสัญญาณว่าความเข้มข้นกำลังเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอพูดว่า "The first two examples connect ideas from nearby fields. Here's an even bigger jump." ผู้ฟังควรคาดหวังอะไรต่อไป
- คำสั่งให้กระโดดจริง ๆ
- ตัวอย่างที่น่าประหลาดใจยิ่งขึ้นและมีระยะห่างทางแนวคิดมากกว่า
- การแก้ไขที่แสดงว่าตัวอย่างก่อนหน้านั้นผิด
ดูคำตอบ
ตัวอย่างที่น่าประหลาดใจยิ่งขึ้นและมีระยะห่างทางแนวคิดมากกว่า
first developed ... to describe: ย่อข้อมูลเรื่องเวลาและจุดประสงค์
First developed around 1771 เป็นวลี past participle ที่ขยาย Mathematical knot theory และมีความหมายแบบถูกกระทำ สามารถเขียนเต็มได้ว่า which was first developed around 1771 กล่าวคือ มีคนพัฒนาทฤษฎีนี้ขึ้นมา ไม่ใช่ทฤษฎีพัฒนาตัวเอง To describe the geometry of position บอกจุดประสงค์ดั้งเดิม โครงสร้างย่อ “คำนาม, first developed + เวลา + to + คำกริยา” ช่วยให้งานเขียนเชิงประวัติศาสตร์หรือเทคนิคเพิ่มข้อมูลว่าสิ่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อใดและเพื่ออะไรได้โดยไม่ต้องขึ้นประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี past participle ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มข้อมูลเรื่องเวลาและจุดประสงค์ดั้งเดิม
- The device, first developing in 2010 to detect smoke, is now used in many homes.
- The device, first developed in 2010 to detect smoke, is now used in many homes.
- The device, first developed in 2010 for detect smoke, is now used in many homes.
ดูคำตอบ
The device, first developed in 2010 to detect smoke, is now used in many homes.
was used ... to explain how: เชื่อมทฤษฎีกับจุดประสงค์ในการอธิบาย
Was used in the late 20th century เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ หมายความว่า ผู้ใช้ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ได้นำทฤษฎีปมทางคณิตศาสตร์มาใช้ในช่วงเวลานั้น ทฤษฎีเป็นฝ่ายรับการกระทำ ดังนั้นรูปสำคัญคือ was used ไม่ใช่ used itself To explain บอกจุดประสงค์ของการนำไปใช้ ส่วน how DNA unravels itself คือเนื้อหาที่ต้องการอธิบาย ในที่นี้ unravels itself หมายถึงโครงสร้าง DNA ที่พันกันคลายออกระหว่างการจำลองแบบ ไม่ได้หมายความว่า DNA ไขปริศนา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอ model อย่างเป็นธรรมชาติว่าเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้เพื่ออธิบายกระบวนการหนึ่ง
- The model used itself to explain how the disease spreads.
- The model was used to explain how the disease spreads.
- The model was use to explain how the disease spreads.
ดูคำตอบ
The model was used to explain how the disease spreads.
It may even provide key explanations for string theory. วลี
4:12มันอาจจะให้คำอธิบายที่สำคัญสำหรับทฤษฎีสตริงด้วยซ้ำ
may even provide...: การเสนอความเป็นไปได้ที่เกินคาดอย่างระมัดระวัง
ในที่นี้ it หมายถึงทฤษฎีปมทางคณิตศาสตร์ may แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การอนุญาต กล่าวคือ ทฤษฎีปมอาจให้คำอธิบายเหล่านั้นได้ แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องแน่นอน even แสดงว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้นี้เป็นอีกขั้นหนึ่งหรือเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจกว่าเดิม โครงสร้าง may even + กริยารูปพื้นฐานช่วยเน้นความสำคัญของความเป็นไปได้โดยไม่พูดว่าเป็นข้อเท็จจริง provide explanations for หมายถึง “ให้ข้อมูลที่ช่วยอธิบายบางสิ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดทั้งคงความไม่แน่นอนของคำกล่าวไว้ และนำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ก้าวไปอีกขั้นหรือน่าประหลาดใจ?
- The new study may provide an explanation for the pattern.
- The new study may even provide an explanation for the pattern.
- The new study definitely provides an explanation for the pattern.
ดูคำตอบ
The new study may even provide an explanation for the pattern.
have chimed in on the issue: เข้าร่วมการสนทนาและแสดงความคิดเห็น
ในประโยคนี้ have chimed in on the issue หมายถึง “ได้เข้าร่วมการสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับประเด็นนั้นและแสดงความคิดเห็น” chime in ในที่นี้เป็น phrasal verb ไม่ได้หมายถึงเสียงระฆัง ส่วน on ใช้นำหน้าหัวข้อที่พูดถึง รูป present perfect อย่าง have chimed in แสดงว่าความคิดเห็นที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ยังเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในปัจจุบัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ someone chimes in on a topic
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past participle ของ chime in on: Several teachers have ____ the new homework policy.
ดูคำตอบ
chimed in on
Some of the most influential...: การเลือกบางส่วนจากกลุ่มระดับสูงสุด
Some of the most influential mathematicians and scientists หมายถึงคนบางส่วนในกลุ่มที่อยู่ระดับสูงสุดด้านอิทธิพล some of เลือกเพียงบางส่วนของกลุ่มนั้น ไม่ได้สื่อว่าคนเหล่านั้นมีอิทธิพลน้อย the most influential ขยายคำนามพหูพจน์ mathematicians และ scientists ส่วน of all of human history กำหนดขอบเขตของการเปรียบเทียบ กลุ่มคำนามทั้งหมดเป็นประธานของ have chimed in
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึง “บางส่วนของกลุ่มที่ถือว่าทรงอิทธิพลที่สุด”?
- all of the most influential scientists
- some influential scientists
- some of the most influential scientists
ดูคำตอบ
some of the most influential scientists
is mathematics an invention or a discovery? ...: คำถามสองทางเลือกแบบขนาน
คำถามแบบสองทางเลือกทั้งสามข้อไม่ได้เปิดประเด็นแยกกันสามเรื่อง แต่เป็นการกล่าวถึงความขัดแย้งหลักเรื่องเดียวด้วยถ้อยคำต่างกันว่า คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือมีอยู่โดยเป็นอิสระเพื่อให้มนุษย์ค้นพบ มีเพียงคำถามแรกที่เป็นประโยคคำถามสมบูรณ์ ส่วน “Artificial construct or universal truth?” และ “Human product or natural, possibly divine, creation?” ละ “Is mathematics ...?” ไว้ และเหลือเพียงคู่วลีนามที่ขนานกัน การละเช่นนี้ทำให้จังหวะเร็วขึ้น เน้นความแตกต่าง และพาเนื้อหากลับมาสู่คำถามหลัก
แบบฝึกหัด
คำถามทั้งสามข้อจัดระเบียบข้อมูลโดยให้ผลหลักอย่างไร?
- คำถามเหล่านี้เปลี่ยนจากคณิตศาสตร์ไปสู่สามหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- คำถามเหล่านี้ให้คำตอบเกี่ยวกับคณิตศาสตร์สามคำตอบที่แยกจากกัน
- คำถามเหล่านี้กล่าวถึงข้อถกเถียงหลักเรื่องเดียวอีกครั้งผ่านความขัดแย้งสามคู่ที่ขนานกัน
ดูคำตอบ
คำถามเหล่านี้กล่าวถึงข้อถกเถียงหลักเรื่องเดียวอีกครั้งผ่านความขัดแย้งสามคู่ที่ขนานกัน
the debate often becomes spiritual in nature.
4:35จนการถกเถียงมักจะกลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณโดยธรรมชาติ
so deep ... the debate becomes spiritual in nature: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + (that) + ผลลัพธ์ เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ so deep บอกระดับ ส่วน the debate often becomes spiritual in nature บอกผลลัพธ์ ในภาษาพูดอาจละ that ได้ โดยเข้าใจความหมายเป็น so deep that the debate... ใน spiritual in nature คำว่า in nature หมายถึง “ในแง่ลักษณะ” หรือ “โดยเนื้อแท้” การถกเถียงจึงมีมิติทางจิตวิญญาณหรือศาสนา ไม่ได้หมายความว่าเกิดขึ้นกลางแจ้งหรือในโลกธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปสองคำเพื่อทำโครงสร้างบอกผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The music was ____ loud ____ we couldn't hear the announcement.
ดูคำตอบ
so · that
The answer might depend on the specific concept being looked at, วลี
4:38คำตอบอาจขึ้นอยู่กับแนวคิดเฉพาะที่กำลังพิจารณา
might depend on ... being looked at: เงื่อนไขที่กล่าวอย่างระมัดระวังและส่วนขยายแบบถูกกระทำ
might depend on นำเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวังและมีเงื่อนไข กล่าวคือ คำตอบไม่จำเป็นต้องเหมือนกันในทุกกรณี might บอกความเป็นไปได้ ส่วน depend on นำปัจจัยที่อาจทำให้คำตอบเปลี่ยนไปเข้ามา being looked at เป็นวลี -ing แบบถูกกระทำที่วางหลัง the specific concept และเป็นรูปย่อของ that is being looked at ดังนั้นแนวคิดจึงเป็นสิ่งที่ได้รับการพิจารณา ในที่นี้ look at หมายถึง “พิจารณา ตรวจสอบ หรืออภิปราย” ไม่ใช่แค่มองไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคงความหมายของ might depend on ... being looked at ได้ดีที่สุด
- It may vary according to which specific concept is being considered.
- The answer is certain no matter which concept is discussed.
- The specific concept may decide to look at the answer.
ดูคำตอบ
It may vary according to which specific concept is being considered.
but it can all feel like a distorted Zen koan. วัฒนธรรม
4:41แต่มันทั้งหมดอาจรู้สึกเหมือนปริศนาธรรมเซนที่บิดเบี้ยว
ให้ความรู้สึกเหมือนโคอานแบบเซนที่ถูกบิดแปลง
โคอาน (koan) ของเซนคือคำถาม บทสนทนา หรือเรื่องเล่าที่ใช้ในการปฏิบัติเซน เพื่อผลักดันความคิดให้พ้นจากกรอบตรรกะแบบเดิม ๆ ไม่ใช่เพียงปริศนาที่ซ่อนคำตอบที่ถูกต้องไว้เพียงข้อเดียว ในที่นี้ feel like หมายถึง “ให้ความรู้สึกว่าเหมือน” ส่วน distorted บอกว่านี่เป็นฉบับที่ถูกดัดแปลงและมีความหยอกล้อเล็กน้อย ไม่ใช่โคอานดั้งเดิมที่แท้จริง การเปรียบเทียบนี้ทำให้ข้อถกเถียงทางคณิตศาสตร์ดูย้อนแย้ง ชวนสับสน และตัดสินให้จบได้ยากด้วยเหตุผลแบบปกติ
แบบฝึกหัด
การเปรียบเทียบว่า “a distorted Zen koan” ในประโยคนี้สื่อถึงอะไรเป็นหลัก
- ข้อถกเถียงนี้ดูย้อนแย้งและหาข้อสรุปได้ยากด้วยตรรกะแบบปกติ
- ข้อถกเถียงนี้ยากเพียงเพราะมีการคัดลอกข้อมูลตัวเลขผิดเท่านั้น
- ข้อถกเถียงนี้เป็นคัมภีร์เซนดั้งเดิมที่มีคำตอบเป็นตัวเลขที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว
ดูคำตอบ
ข้อถกเถียงนี้ดูย้อนแย้งและหาข้อสรุปได้ยากด้วยตรรกะแบบปกติ
ถ้าในป่ามีต้นไม้อยู่จำนวนหนึ่ง……จำนวนนั้นมีอยู่จริงหรือไม่
ประโยคนี้ดัดแปลงคำถามทางปรัชญาที่คุ้นเคยอย่างมีอารมณ์ขันว่า ถ้าต้นไม้ล้มในป่าและไม่มีใครอยู่ที่นั่นเพื่อได้ยิน มันทำให้เกิดเสียงหรือไม่ คำถามเดิมสำรวจว่าเราจะเข้าใจปรากฏการณ์ที่ไม่มีผู้สังเกตการณ์รับรู้ได้อย่างไร ในที่นี้ “เสียง” ถูกแทนด้วย “จำนวนต้นไม้” ประเด็นจริงไม่ใช่ว่าจะนับต้นไม้ในป่าอย่างไร แต่คือปริมาณทางคณิตศาสตร์มีอยู่อย่างเป็นกลางก่อนที่ใครจะนับหรือไม่ หรือว่าตัวเลขต้องพึ่งพาผู้สังเกตการณ์ที่เป็นมนุษย์ การอ้างอิงนี้เปลี่ยนข้อถกเถียงเชิงนามธรรมให้เป็นการทดลองทางความคิดที่มีลักษณะคล้ายมุกตลก
แบบฝึกหัด
คำถามเรื่องป่าที่ถูกดัดแปลงใหม่นี้กำลังถามอะไรจริง ๆ
- ถามว่าปริมาณทางคณิตศาสตร์มีอยู่อย่างเป็นอิสระจากคนที่สังเกตหรือนับมันหรือไม่
- ถามว่าต้องใช้กี่คนจึงจะนับต้นไม้ทุกต้นในป่าได้
- อ้างว่าต้นไม้จะหายไปเมื่อไม่มีใครนับ
ดูคำตอบ
ถามว่าปริมาณทางคณิตศาสตร์มีอยู่อย่างเป็นอิสระจากคนที่สังเกตหรือนับมันหรือไม่