วิทยาศาสตร์เบื้องหลังวันสิ้นโลกซอมบี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้โรคพิษสุนัขบ้าและเส้นทางสมองด้านการดมกลิ่น เพื่อตรวจสอบว่าการระบาดแบบซอมบี้เป็นไปได้ทางชีววิทยาหรือไม่ ประเด็นการเรียนภาษาอังกฤษหลัก: 1. “wreaking havoc” เป็นสำนวนและคำที่ใช้คู่กัน หมายถึงการก่อความเสียหายหรือความโกลาหลวงกว้าง ใช้ wreak คู่กับ havoc เมื่อกล่าวถึงภัยพิบัติ โรค หรือความปั่นป่วนในสังคม 2. “The farther” และ “the longer” เป็นรูปแบบไวยากรณ์เปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน เมื่อระดับหนึ่งเพิ่ม อีกระดับก็เพิ่มตาม ใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางกับเวลาเดินทางหรือฟื้นตัว 3. “it just so happens that” เป็นจุดเปลี่ยนทางวาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ที่เสนอข้อเท็จจริงคาดไม่ถึงหลังเกิดข้อสงสัย ช่วยให้เห็นว่าผู้พูดเปลี่ยนข้อโต้แย้งเป็นหลักฐานสนับสนุนอย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
History is full of stories of demons and other otherworldly creatures
0:00ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยเรื่องราวของปีศาจและสิ่งมีชีวิตจากต่างโลก
coming into our world and wreaking havoc on society. วลี
0:03ที่เข้ามาในโลกของเราและสร้างความโกลาหลให้สังคม
wreaking havoc: ก่อความเสียหายหรือความขัดข้องอย่างรุนแรง
“Wreak havoc” เป็นกลุ่มคำกริยาและคำนามแบบตายตัว หมายถึงการก่อให้เกิดความเสียหาย ความไร้ระเบียบ หรือการหยุดชะงักอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ “wreaking havoc on society” ระบุผลกระทบเชิงทำลายที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก่อขึ้นเมื่อเข้ามาในโลกมนุษย์ “Wreaking” เป็นคำกริยารูป -ing ที่เชื่อมขนานกับ “coming” โดยทั้งสองคำขยาย “creatures” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “wreak havoc on + เป้าหมาย” และต้องเปลี่ยนรูป “wreak” ตามกาลที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ก่อให้เกิดความขัดข้องอย่างรุนแรง”: The ransomware attack ____ on the hospital's computer network.
ดูคำตอบ
wreaked havoc
But what does science have to say about zombies? ลำดับความ
0:06แต่วิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องซอมบี้ว่าอย่างไร?
What does X have to say about Y?: ถามมุมมองจากแหล่งข้อมูล
โครงสร้าง “What does X have to say about Y?” ใช้ถามว่า X สามารถให้ข้อมูล หลักฐาน ข้อสรุป หรือมุมมองใดเกี่ยวกับ Y ได้บ้าง “Have to say” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพูดจริง ๆ หรือข้อผูกมัด ส่วน “science” หมายถึงงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ในฐานะเครื่องมือจัดลำดับเนื้อหา คำถามนี้เปลี่ยนประเด็นจากเรื่องเหนือธรรมชาติไปสู่การสืบค้นทางวิทยาศาสตร์ และระบุคำถามหลักที่เนื้อหาจะตรวจสอบ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้แนะนำแหล่งข้อมูลหรือมุมมองใหม่ในงานพูด การสัมภาษณ์ หรือบทความได้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้างที่ใช้ถามหาหลักฐานหรือมุมมองจากสาขาวิชาหนึ่ง: What ____ psychology ____ about habit formation?
ดูคำตอบ
does · have to say
Are these ferocious freaks plausible or scientifically accurate in any way? การใช้คำ
0:09สิ่งมีชีวิตประหลาดที่ดุร้ายเหล่านี้มีโอกาสเป็นจริงหรือสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์บ้างไหม?
ความแตกต่างระหว่าง plausible กับ scientifically accurate
ในคำถามนี้ plausible ใช้ถามว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้พอจะมีอยู่จริงหรือสมเหตุสมผลตามสิ่งที่เรารู้หรือไม่ คำนี้ประเมินความเป็นไปได้และความน่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว scientifically accurate ใช้ถามว่าการนำเสนอนั้นสอดคล้องกับหลักฐานและหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ ทั้งสองอย่างเป็นเกณฑ์คนละด้านกัน กล่าวคือ สถานการณ์สมมติอาจดู plausible โดยรวม แต่ยังมีรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ที่ผิดได้
แบบฝึกหัด
นักวิจารณ์กล่าวว่า “The alien ecosystem is plausible but not scientifically accurate.” เขาหมายความว่าอย่างไร
- นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าระบบนิเวศนั้นมีอยู่จริง
- โดยรวมแล้วอาจสมเหตุสมผล แต่รายละเอียดบางอย่างขัดกับวิทยาศาสตร์
- มันเป็นไปไม่ได้ แม้ว่ารายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ทุกอย่างจะถูกต้อง
ดูคำตอบ
โดยรวมแล้วอาจสมเหตุสมผล แต่รายละเอียดบางอย่างขัดกับวิทยาศาสตร์
Should we be preparing for a zombie apocalypse? ไวยากรณ์
0:13เราควรเตรียมรับมือกับหายนะซอมบี้ล้างโลกหรือไม่?
Should we be preparing ...?: ถามว่าการกระทำควรกำลังดำเนินอยู่ตอนนี้หรือไม่
โครงสร้าง should + ประธาน + be + กริยา-ing ใช้ถามว่ากิจกรรมหนึ่งควรกำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลานี้หรือไม่ ใน Should we be preparing ...? คำว่า should แสดงการตัดสินหรือคำแนะนำ ส่วน be preparing แสดงลักษณะของการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ เมื่อเทียบกับ Should we prepare ...? รูปดำเนินอยู่จะเน้นกระบวนการที่ต่อเนื่องมากกว่า และอาจสื่อว่าถึงเวลาที่ควรเริ่มหรือดำเนินการนั้นต่อแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วย should + we + be + รูป -ing ของ prepare เพื่อถามว่ากิจกรรมนั้นควรกำลังดำเนินอยู่แล้วหรือไม่: ____ for the inspection?
ดูคำตอบ
Should we be preparing
Well, it depends on what type of zombie we're talking about. น้ำเสียง/เจตนา
0:15ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังพูดถึงซอมบี้แบบไหน
it depends on: ทำให้คำตอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
ในประโยคนี้ it depends on ชะลอการตัดสินแบบตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ โดยบุพบท on นำปัจจัยที่กำหนดคำตอบเข้ามา ซึ่งในที่นี้คือหมายถึงซอมบี้ประเภทใด ใช้ it depends on ตามด้วยนามวลี อนุประโยค wh- หรืออนุประโยค whether เมื่อเงื่อนไขต่างกันนำไปสู่ข้อสรุปต่างกัน สำนวนนี้ไม่ได้แปลเพียงว่า I do not know แต่ระบุว่าคำตอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Whether the outdoor concert goes ahead ____ the weather.
ดูคำตอบ
depends on
Not so likely: บอกว่ามีโอกาสต่ำโดยไม่ตัดความเป็นไปได้ทิ้ง
Not so likely เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายความว่าเหตุการณ์ที่กล่าวถึงมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างต่ำ ในที่นี้ so ทำหน้าที่บอกระดับร่วมกับ likely และ not ลดการประเมินความเป็นไปได้ของผู้พูดโดยไม่ได้ประกาศว่าเหตุการณ์นั้นเป็นไปไม่ได้ ในฐานะคำตอบแบบละส่วน สำนวนนี้ละอนุประโยคเต็มอย่าง That is not so likely. การใช้คำอย่างพอดีนี้ยังเปิดช่องไว้สำหรับข้อยกเว้นหรือการแสดงความต่างในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมคาดการณ์ว่าแผนการทดลองหนึ่งจะได้ผล คำตอบใดแสดงความสงสัยโดยไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้?
- Not so likely.
- Definitely.
- Impossible.
ดูคำตอบ
Not so likely.
But a virus that induces zombie-like qualities of rage
0:21แต่ถ้าเป็นไวรัสที่ทำให้ผู้ติดเชื้อเกรี้ยวกราดแบบซอมบี้
Hypothetically, yes: คำตอบว่าใช่ที่จำกัดอยู่ในกรณีสมมติ
ในประโยคนี้ “Hypothetically, yes.” หมายความว่าคำตอบคือใช่เฉพาะภายในสถานการณ์สมมติที่กำลังพูดถึงเท่านั้น ไม่ได้ยืนยันว่าไวรัสดังกล่าวมีอยู่จริงหรือมีหลักฐานพิสูจน์ว่ามันทำเช่นนั้นได้ Hypothetically เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายคำตอบทั้งประโยคและกำหนดเงื่อนไขให้คำตอบ วิธีพูดนี้ช่วยแยกการทดลองทางความคิดออกจากการกล่าวอ้างเกี่ยวกับโลกจริง
แบบฝึกหัด
คำตอบใดหมายความอย่างชัดเจนว่า “ใช่เฉพาะภายใต้เงื่อนไขสมมติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในโลกจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว”
- Definitely, yes.
- Hypothetically, yes.
- Probably, yes.
ดูคำตอบ
Hypothetically, yes.
specific to the brain areas for these symptoms
0:30ที่มุ่งเป้าไปยังบริเวณสมองซึ่งก่อให้เกิดอาการเหล่านี้โดยเฉพาะ
while leaving other areas intact: รูปย่อ while + -ing
ในที่นี้ while leaving other areas intact อธิบายผลที่ต้องการจากไวรัสตามสมมติฐาน นั่นคือไวรัสจะส่งผลต่อบริเวณสมองเป้าหมาย ขณะเดียวกันก็ไม่ทำลายบริเวณอื่น ผู้กระทำที่ละไว้ของ leaving คือไวรัสหรือการทำงานของมัน ไม่ใช่คนที่กำลังค้นหาไวรัส รูปแบบ while + -ing เป็นอนุประโยค while แบบลดรูป ใช้นำเสนอการกระทำหรือผลลัพธ์สองอย่างที่เกิดควบคู่กันอย่างกระชับ และอาจแสดงความต่างได้ด้วย คือสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในขณะที่อีกสิ่งยังถูกคงไว้หรือหลีกเลี่ยง
แบบฝึกหัด
ใช้ keep ในรูปแบบ while + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The repair team fixed the leak ____ the original tiles in place.
ดูคำตอบ
while keeping
คงบริเวณอื่นไว้ให้สมบูรณ์
ในโครงสร้าง leave + กรรม + intact คำว่า intact เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่อธิบายสภาพของกรรมหลังจากเกิดการกระทำ โครงสร้างนี้หมายถึงการที่บางสิ่งยังคงสมบูรณ์ ไม่เสียหาย หรือไม่เปลี่ยนแปลง โดย leave ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ออกจากสถานที่” ในประโยคนี้กำลังกล่าวถึงการหาไวรัสที่มุ่งเป้าไปยังบริเวณสมองที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ทำอันตรายหรือเปลี่ยนแปลงบริเวณอื่น วลีนี้เปรียบต่างผลที่เจาะจงกับการรักษาส่วนอื่นทั้งหมดไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าส่วนหนึ่งถูกเปลี่ยน แต่ส่วนที่เหลือยังไม่เสียหายหรือเปลี่ยนแปลง?
- The technician left the building after replacing every component.
- The technician removed the battery and the other components.
- The technician replaced the battery while leaving the other components intact.
ดูคำตอบ
The technician replaced the battery while leaving the other components intact.
Viruses can enter the body and affect cells in many ways,
0:34ไวรัสเข้าสู่ร่างกายและส่งผลต่อเซลล์ได้หลายวิธี
แต่เราจะเน้นที่เซลล์ประสาท
But เริ่มจากยอมรับประเด็นกว้าง ๆ ว่าไวรัสสามารถส่งผลต่อเซลล์ได้หลายวิธี จากนั้น we're going to focus on จะจำกัดขอบเขตให้แคบลงและบอกผู้ฟังว่าจะอธิบายเรื่องใดต่อไป ในที่นี้ be going to แสดงแผนการนำเสนอของผู้พูด ไม่ใช่การคาดการณ์เหตุการณ์ภายนอก รูปแบบ “บริบทกว้าง + but + focus” ช่วยพาผู้ฟังจากข้อมูลพื้นฐานทั่วไปไปสู่หัวข้อหลัก
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอได้กล่าวถึงสาเหตุหลายประการของการนอนหลับที่ไม่ดี และตอนนี้ต้องการจำกัดการบรรยายให้เหลือเรื่องแสงในตอนเย็น ข้อความเชื่อมใดเหมาะสมที่สุด?
- Many factors affect sleep because evening light is the only cause.
- Many factors affect sleep, but we're going to focus on evening light.
- Many factors affect sleep, and every cause will receive equal attention.
ดูคำตอบ
Many factors affect sleep, but we're going to focus on evening light.
and can transport molecules and proteins across the entire body.
0:41และสามารถลำเลียงโมเลกุลกับโปรตีนไปทั่วทั้งร่างกาย
to travel from their entry point to where they want to be.
0:49เพื่อเดินทางจากจุดที่เข้าสู่ร่างกายไปยังตำแหน่งเป้าหมาย
take advantage of a mechanism: ใช้ประโยชน์จากกลไก
ในประโยคนี้ take advantage of หมายถึง “ใช้กลไกหรือเงื่อนไขที่มีอยู่เพื่อให้เกิดผลลัพธ์” ไวรัสเคลื่อนที่โดยอาศัยการขนส่งตามแอกซอนแบบย้อนกลับ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าไวรัสวางแผนอย่างมีสติ สำนวนนี้ใช้บรรยายได้ว่าคน องค์กร เทคโนโลยี หรือกระบวนการทางชีวภาพได้รับประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ใช้คุณสมบัติที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ”: The software ____ the device's sensors to track movement.
ดูคำตอบ
takes advantage of
retrograde axonal transport: การขนส่งตามแอกซอนแบบย้อนกลับ
retrograde axonal transport คือการเคลื่อนที่ของสารภายในเซลล์ประสาทไปตามแอกซอนเข้าหาตัวเซลล์ประสาท คำว่า retrograde ระบุทิศทางที่มุ่งเข้าหาตัวเซลล์ ไม่ใช่ออกจากตัวเซลล์ ส่วน axonal หมายถึง “เกี่ยวข้องกับแอกซอน” ในที่นี้ คำศัพท์นี้เป็นชื่อกลไกการขนส่งระดับเซลล์ที่สามารถพาไวรัสจากปลายประสาทไปยังระบบประสาทส่วนกลางได้ ไม่ใช่การขนส่งผ่านกระแสเลือดหรือการย้อนเวลากลับไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำศัพท์เฉพาะที่หมายถึงการเคลื่อนที่ตามแอกซอนเข้าหาตัวเซลล์ประสาท: Material traveling from the axon terminal back to the cell body uses ____.
ดูคำตอบ
retrograde axonal transport
In the case of + คำนาม: จำกัดเรื่องให้เหลือกรณีเฉพาะ
“In the case of rabies” กำหนดให้โรคพิษสุนัขบ้าเป็นกรณีเฉพาะที่กำลังจะกล่าวถึง วลีนี้เปลี่ยนจากคำอธิบายทั่วไปเกี่ยวกับไวรัสไปสู่โรคหนึ่งโดยเฉพาะ ดังนั้นส่วนที่เหลือของประโยคจึงควรเข้าใจว่าใช้กับกรณีนี้ รูปแบบคือ “in the case of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม” และในประโยคนี้ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคกับข้อความหลัก “Case” ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์หรือตัวอย่าง ไม่ใช่คดีความหรือภาชนะ
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่แสดงว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นกรณีเฉพาะที่กำลังกล่าวถึงในประโยคนี้: “____ rabies, symptoms may not appear for weeks.”
ดูคำตอบ
In the case of
make its way to: ค่อย ๆ เคลื่อนไปยังจุดหมาย
“Make its way to” หมายถึงเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายและไปถึงในที่สุด โดยเน้นเส้นทาง ความคืบหน้า หรือเวลาที่ใช้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงการแพร่ของไวรัสไปยังสมองหรือระบบประสาทส่วนกลางว่าเป็นกระบวนการที่ช้า ไม่ใช่การเคลื่อนไปถึงทันที รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “make + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way to + จุดหมาย” คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น the virus makes its way, we make our way และ she makes her way ในวลีนี้ “make” ไม่ได้หมายถึงสร้าง และ “way” ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นถนนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ “make one’s way to” โดยใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของที่สอดคล้องกับ “we”: “After hours of hiking, we finally ____ the cabin.”
ดูคำตอบ
made our way to
The farther ..., the longer ...: การเปรียบเทียบแบบคู่
โครงสร้างคู่ the + comparative ..., the + comparative ... เชื่อมระดับสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน อนุประโยคแรกกำหนดเงื่อนไข ส่วนอนุประโยคที่สองบอกผลที่เปลี่ยนตามกัน ในประโยคนี้ ยิ่งระยะทางทางกายภาพจากสมองมากขึ้น เวลาที่ใช้เคลื่อนที่ก็ยิ่งนานขึ้น ในโครงสร้างนี้ the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายทางไวยากรณ์ที่แสดงความสัมพันธ์ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ โครงสร้างนี้นำไปใช้กับความสัมพันธ์อื่นได้ เช่น the more ..., the less ... หรือ the earlier ..., the easier ....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปเปรียบเทียบแบบคู่ของ long และ expensive: ____ you wait to book, ____ the tickets become.
ดูคำตอบ
The longer · the more expensive
with the only difference being which neurons they're specific to. ไวยากรณ์
1:07ต่างกันเพียงว่ามันมุ่งเป้าไปที่เซลล์ประสาทชนิดใด
with the only difference being ...: ส่วนเสริมแบบกระชับ
ประโยคหลักบอกว่าไวรัสหลายชนิดใช้ระบบที่คล้ายกัน จากนั้นส่วนเสริมที่ขึ้นต้นด้วย with จะย่อความแตกต่างให้กระชับ โดย with the only difference being ... มีความหมายเท่ากับ and the only difference is .... นามวลี the only difference เป็นประธานโดยนัยของกริยาไม่ผัน being ดังนั้น being จึงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปกำลังกระทำในประโยคหลัก อนุประโยคซ้อน which neurons they're specific to ระบุเนื้อหาของความแตกต่างนั้น โดยคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า they หมายถึงไวรัส และ to ท้ายประโยคทำให้รูปคำคุณศัพท์ specific to สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยส่วนเสริมแบบกระชับที่สร้างจาก with / the main difference / being: Both services offer the same features, ____ how quickly they respond.
ดูคำตอบ
with the main difference being
would have to สำหรับเงื่อนไขจำเป็นในสถานการณ์สมมติ
Would have to หมายความว่า บางสิ่งเป็นข้อจำเป็นเพื่อให้สถานการณ์ที่สมมติขึ้นเกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ ไวรัสเป็นสิ่งสมมติ และการใช้เซลล์ประสาทเฉพาะถูกนำเสนอว่าเป็นข้อกำหนด ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้ โครงสร้างคือ ประธาน + would have to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เมื่อต้องการอนุมานจากเงื่อนไขสมมติไปสู่ผลที่จำเป็น
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงเงื่อนไขจำเป็นในสถานการณ์สมมติ? If the town built a tunnel under the river, engineers ___ protect it from flooding.
- would have to
- might have to
- had to
ดูคำตอบ
would have to
โครงสร้าง without + -ing ใน without damaging the entire brain
Without damaging the entire brain อธิบายผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งต้องไม่เกิดขึ้นระหว่างที่บรรลุเป้าหมายหลัก วลีนี้ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำก่อนหน้า แต่เพิ่มข้อจำกัดว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หลัง without ใช้คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ damaging เป็นรูป -ing และผู้กระทำที่เข้าใจได้ยังคงเป็นไวรัสหรือการทำงานของไวรัส
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของคำกริยาในวงเล็บ: The update fixed the bug without ____ any user data. (delete)
ดูคำตอบ
deleting
Sound unlikely? ในฐานะคำถามแบบละคำที่ใช้กับผู้ฟัง
sound ในที่นี้เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ดูเหมือนเป็นเช่นนั้นเมื่อได้ฟังหรือเมื่อมีการอธิบาย” คำถามเต็มคือ Does that sound unlikely? ส่วนในรูปภาษาพูดสั้น ๆ จะละประธาน that และกริยาช่วย does ซึ่งเข้าใจได้จากบริบท เมื่อใช้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์สั้น ๆ รูปนี้จะคาดการณ์ความสงสัยของผู้ฟังและชวนให้สนใจหลักฐานที่จะตามมา ผู้พูดสามารถใช้โครงสร้างนี้เพื่อพูดแทนปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมีเมื่อหัวข้อชัดเจนอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสั้น ๆ ของผู้นำเสนอด้วยรูปละคำที่ใช้ sound: “The device works without a battery. ____?”
ดูคำตอบ
Sound unlikely
it just so happens that สำหรับข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องอย่างคาดไม่ถึง
It just so happens that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องโดยบังเอิญหรือเกี่ยวข้องอย่างคาดไม่ถึง ในที่นี้ รูปนี้ตอบข้อสงสัยจาก Sound unlikely? ด้วยการเสนอข้อเท็จจริงที่สนับสนุนความเป็นไปได้ก่อนหน้าได้พอดี ในทางไวยากรณ์ it ทำหน้าที่เป็นประธานเตรียม ส่วนอนุประโยค that เป็นส่วนที่บรรจุข้อมูลหลัก just ช่วยเน้นความหมายว่า “บังเอิญเป็นเช่นนั้นพอดี” นี่ไม่ใช่โครงสร้าง happen to + verb
แบบฝึกหัด
คุณประหลาดใจที่พยานเพียงคนเดียวคือเพื่อนบ้านของคุณ เติมประโยคด้วยกรอบที่เน้นความบังเอิญ: “____ the only witness is my neighbor.”
ดูคำตอบ
It just so happens that
Olfactory nerve: dây thần kinh khứu giác
“Olfactory nerve” เป็นชื่อทางกายวิภาคของเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ส่งข้อมูลกลิ่นจากตัวรับในจมูกไปยังสมอง ในที่นี้ olfactory หมายถึง “เกี่ยวกับการรับกลิ่น” ส่วน nerve หมายถึงเส้นทางประสาทที่ส่งสัญญาณ ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกประหม่า ประโยคนี้เสนอว่าเส้นประสาทดังกล่าวเป็นเส้นทางตามสมมติฐานที่เชื่อมสิ่งที่อยู่ในจมูกกับบริเวณสมองที่อาจทำให้เกิดผลคล้ายซอมบี้ นี่เป็นการอธิบายสมมติฐานในวิดีโอ ไม่ใช่หลักฐานว่าผลดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์วิทยาศาสตร์ให้สมบูรณ์: The nerve that carries smell information from the nose to the brain is the ____.
ดูคำตอบ
olfactory nerve
and the frontal cortex responsible for problem solving,
1:38และเปลือกสมองส่วนหน้า ซึ่งรับผิดชอบการแก้ปัญหา
ไฮโปทาลามัสส่วนเวนโทรมีเดียล อะมิกดะลา และเปลือกสมองส่วนหน้า
ประโยคนี้แสดงความเชื่อมโยงระหว่างบริเวณสมองกับหน้าที่สามคู่ ได้แก่ ไฮโปทาลามัสส่วนเวนโทรมีเดียลกับความรู้สึกอิ่ม อะมิกดะลากับอารมณ์และความทรงจำ และเปลือกสมองส่วนหน้ากับการแก้ปัญหา การตัดสินทางศีลธรรม และการยับยั้งการกระทำตามแรงกระตุ้น รูปแบบ “บริเวณ → หน้าที่ → พฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้น” ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง ชื่อทางกายวิภาคระบุบริเวณสมอง ส่วนคำอธิบายที่ตามมาชี้ว่าเหตุใดแต่ละบริเวณจึงเกี่ยวข้องกับผลคล้ายซอมบี้ตามสมมติฐาน
แบบฝึกหัด
ตามคำอธิบายแบบย่อในประโยค ชุดความเชื่อมโยงระหว่างบริเวณสมองกับหน้าที่ข้อใดถูกต้อง?
- ventromedial hypothalamus—การมองเห็น; amygdala—ความอิ่ม; frontal cortex—การได้ยิน
- ventromedial hypothalamus—ความอิ่ม; amygdala—อารมณ์และความทรงจำ; frontal cortex—การแก้ปัญหาและการยับยั้งแรงกระตุ้น
- ventromedial hypothalamus—อารมณ์และความทรงจำ; amygdala—การแก้ปัญหา; frontal cortex—ความอิ่ม
ดูคำตอบ
ventromedial hypothalamus—ความอิ่ม; amygdala—อารมณ์และความทรงจำ; frontal cortex—การแก้ปัญหาและการยับยั้งแรงกระตุ้น
brain-dead ในฐานะคำกล่าวเกินจริงที่ไม่ใช่การวินิจฉัย
ในคำบรรยายเชิงสมมตินี้ brain-dead เป็นคำคุณศัพท์ที่กล่าวเกินจริง หมายความว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นแทบสูญเสียความสามารถตามปกติในการจดจำและควบคุมตนเองไปแล้ว อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ซึ่งตามมาแสดงพฤติกรรมที่ใช้รองรับความหมายนี้ คำนี้ไม่ได้เป็นการวินิจฉัยภาวะสมองตายอย่างแม่นยำ นอกฉากนี้ รูปคำเดียวกันอาจเป็นคำคุณศัพท์ทางการแพทย์ได้ จึงต้องใช้บริบทตัดสินว่าเป็นศัพท์แพทย์ตามตัวอักษรหรือภาษาภาพพจน์ที่รุนแรง
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: นักเรียนคนหนึ่งเรียกเพื่อนร่วมชั้นว่า “brain-dead” อย่างลวก ๆ หลังจากเพื่อนทำผิดธรรมดาหนึ่งครั้ง นี่เป็นการใช้แบบเป็นกลางที่เหมาะสมหรือไม่
- ไม่ใช่ คำนี้รุนแรงและอาจฟังดูเป็นการดูหมิ่น
- ใช่ เป็นการใช้ที่เป็นกลางและแม่นยำ
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ คำนี้รุนแรงและอาจฟังดูเป็นการดูหมิ่น
or control their own actions other than to feed. ไวยากรณ์
1:51หรือควบคุมการกระทำของตัวเองไม่ได้ นอกจากมุ่งกินเท่านั้น
Essentially, ในฐานะคำบอกการสรุป
Essentially ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อเสนออีกกลไกหนึ่ง แต่ใช้รวบรายละเอียดทางเทคนิคหลายอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปหลักเพียงข้อเดียวที่ผู้ชมเข้าใจได้ง่ายขึ้น คำนี้บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นการกล่าวผลลัพธ์หลักซ้ำในรูปแบบที่เรียบง่ายขึ้น โดยยังคงใจความสำคัญไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าครอบคลุมรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Essentially, the new policy combines several small rules into one clear standard,” คำว่า “Essentially” บอกอะไรแก่ผู้ฟัง
- ผู้พูดกำลังแก้ไขข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริง
- ผู้พูดกำลังกล่าวใจความสำคัญในรูปแบบที่เข้าใจง่ายขึ้น
- ผู้พูดกำลังเสนอรายละเอียดใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังกล่าวใจความสำคัญในรูปแบบที่เข้าใจง่ายขึ้น
other than to feed: ระบุข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียว
other than ในที่นี้หมายถึง “นอกจาก” หรือ “ยกเว้น” โดยจำกัดความสามารถของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในการควบคุมการกระทำของตนเอง กล่าวคือ การกินเป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่อยู่นอกขอบเขตการปฏิเสธ โครงสร้าง other than to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุการกระทำ จุดประสงค์ หรือตัวเลือกเพียงอย่างเดียวที่ยังเหลืออยู่หลังแนวคิดเชิงปฏิเสธหรือจำกัด ส่วน infinitive to feed เป็นสิ่งที่ระบุข้อยกเว้นนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง other than + infinitive: The emergency beacon has no function ____ send a distress signal.
ดูคำตอบ
other than to
Sounds kind of like...: การเปรียบเทียบแบบกันเองที่ผ่อนน้ำหนัก
Sounds ละประธาน It หรือ That ไว้ ซึ่งเป็นการย่อที่พบบ่อยในการตอบแบบกันเองเมื่อหัวข้อชัดเจนอยู่แล้ว sounds like ในที่นี้หมายถึง “ให้ความรู้สึกว่า” ไม่ได้จำกัดเฉพาะเสียงที่ได้ยินด้วยหู Kind of ทำให้การเปรียบเทียบ like a zombie เบาลง จึงฟังดูไม่ตายตัวและไม่หนักแน่นเกินไป หลังจากคำบรรยายที่รุนแรงก่อนหน้านี้ การใช้คำแบบเบา ๆ เช่นนี้ยังสร้างมุกแบบไม่เน้นย้ำด้วย
แบบฝึกหัด
เพื่อนอธิบายแผนที่ดูเหมือนมีความเสี่ยง แต่คุณต้องการเปรียบเทียบอย่างระมัดระวังและเป็นกันเอง คำตอบใดตรงกับจุดประสงค์นี้ที่สุด
- Sounds kind of like a risky shortcut.
- It is a kind of risky shortcut.
- Sounds exactly like a risky shortcut.
ดูคำตอบ
Sounds kind of like a risky shortcut.
with the right virus nerve specificity,
1:59แต่หากไวรัสมุ่งเป้าไปยังเส้นประสาทที่เหมาะสมได้อย่างเฉพาะเจาะจง
การยอมรับข้อจำกัดและความเป็นไปได้อย่างระมัดระวังด้วย while ... may be less than likely ... could be possible
while ในที่นี้แสดงการยอมรับข้อจำกัด โดยนำภาพซอมบี้ที่เน่าเปื่อยหรือไม่มีวันแพ้ซึ่งผู้คนคุ้นเคย มาเปรียบต่างกับความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ที่แคบกว่า ความหมายในที่นี้ใกล้กับ although หรือ whereas ไม่ใช่ความหมายว่า “ในระหว่างที่” วลี may be less than likely และ could be possible จำกัดระดับความแน่นอนอย่างระมัดระวัง วลีแรกทำให้ภาพสุดโต่งแบบในภาพยนตร์ดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ปฏิเสธผลลัพธ์คล้ายซอมบี้ทั้งหมด ส่วนวลีหลังยังคงเปิดโอกาสแบบมีเงื่อนไข หากสมมติว่ามีไวรัสชนิดที่เหมาะสม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ While [ข้ออ้างที่กว้างหรือสุดโต่งยังน่าสงสัย], [ข้ออ้างที่แคบกว่า] could be possible
แบบฝึกหัด
เติมบทสรุปที่ระมัดระวังด้วยสำนวนที่เน้นไว้ทั้งสามสำนวน: ____ a nationwide launch ____ this year, a limited regional trial ____.
ดูคำตอบ
While · may be less than likely · could be possible
Burning question: คำถามสำคัญที่อยากได้คำตอบอย่างเร่งด่วน
Burning question เป็นสำนวนที่หมายถึงคำถามสำคัญซึ่งใครบางคนอยากได้คำตอบอย่างมากหรือเร่งด่วน คำว่า burning เพิ่มความรู้สึกว่าต้องการคำตอบอย่างแรงกล้า ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรลุกไหม้อยู่จริง ๆ ในคำเชิญนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การขอให้ผู้ชมส่งคำถามดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ เหมาะที่สุดเมื่อคำถามนั้นให้ความรู้สึกเร่งด่วน น่าติดตาม หรือเป็นประเด็นหลัก ไม่ใช่เพียงคำถามประจำทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึงคำถามเร่งด่วนและสำคัญ: Before we end the interview, I have one ____ for the scientist.
ดูคำตอบ
burning question
Ask it in the comments or on Facebook and Twitter
2:07ถามได้ในช่องความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter
and subscribe for more weekly science videos.
2:10และกดติดตามเพื่อรับชมวิดีโอวิทยาศาสตร์รายสัปดาห์เพิ่มเติม