ม้าจอมหนี | ขี่ม้า | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
177 คำ 141 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ระหว่างเล่นสมมติเป็นม้า Socks ไม่ยอมปล่อยของเล่นชิ้นพิเศษของ Bluey หลังจากลองหลายวิธีแต่ไม่สำเร็จและถกเถียงกันว่าใครผิด เด็ก ๆ จึงหันมาหาทางแก้ โดยจัดงานแต่งงานให้ Sparkles กับ Gallahop แล้วเชิญ Socks เพื่อดึงความสนใจไปยังกิจกรรมที่สนุกกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Giddyup — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่านี่คือคำสั่งตามธรรมเนียมที่ใช้เร่งให้ม้าเดินหน้า และเข้าใจการใช้แบบสนุกสนานเมื่อเด็กเล่นสมมติว่าขี่ม้า จึงไม่ตีความผิดว่าเป็นคำทักทายหรือชื่อของตัวละคร 2. No point playing the blame game. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า the blame game เปรียบถึงการกล่าวโทษกันไปมา ส่วนรูปแบบ No point + -ing ใช้ห้ามปรามการกระทำที่ไม่เกิดประโยชน์และช่วยเปลี่ยนบทสนทนาไปสู่การหาทางแก้ 3. we'd like to invite you to the wedding — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าทีในการสนทนา: ใช้รูปแบบนี้เพื่อเชิญผู้อื่นอย่างสุภาพ และสังเกตระดับภาษางานแต่งงานที่จงใจให้เป็นทางการในโลกสมมติ ซึ่งทำให้คำเชิญฟังดูสุภาพและเป็นพิธีการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Giddyup Sparkles. การใช้คำ

0:02

ฮี้กรับ Sparkles

การใช้คำ

Giddyup: คำสั่งให้ม้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

Giddyup เป็นคำสั่งตายตัวที่ใช้บอกให้ม้าเริ่มเคลื่อนที่หรือไปให้เร็วขึ้น ในที่นี้ผู้พูดพูดกับ Sparkles ซึ่งเป็นม้าของเล่นอย่างสนุกสนานระหว่างเล่นสมมติว่ากำลังขี่ม้า คำนี้ทำหน้าที่เหมือนเสียงร้องสั้น ๆ หรือคำอุทาน ไม่ใช่วลีกริยาทั่วไป ให้เข้าใจคำทั้งคำว่าเป็นคำสั่ง ไม่ใช่คำทักทายหรือชื่อ

แบบฝึกหัด

“Giddyup” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นการบอกให้ม้าเดินหน้าอย่างสนุกสนาน
  2. เป็นการตั้งชื่อให้ม้าของเล่น
  3. เป็นการทักทาย Sparkles
ดูคำตอบ

เป็นการบอกให้ม้าเดินหน้าอย่างสนุกสนาน

Giddyup Gallahop.

0:05

ฮี้กรับ Gallahop

Come on, horsies. น้ำเสียง/เจตนา

0:10

มาเร็ว เจ้าม้า

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: การเร่งและให้กำลังใจให้ลงมือทำ

ใน “Come on, horsies.” คำว่า Come on ใช้เร่งและให้กำลังใจ “เจ้าพวกม้าน้อย” ให้เริ่มเคลื่อนไหว หน้าที่ของคำนี้อาจใกล้เคียงกับ Let’s go, Hurry up หรือ You can do it แล้วแต่น้ำเสียง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสั่งให้พวกมันเข้ามาหาผู้พูดตามความหมายตรงตัว Come on มักทำหน้าที่เป็นสัญญาณโต้ตอบสั้น ๆ ที่ผลักดันให้การกระทำดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

Come on ใน “Come on, horsies” ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. เป็นการถามว่าม้าน้อยมาจากที่ไหน
  2. เป็นการเร่งและให้กำลังใจม้าน้อยให้เริ่มเคลื่อนไหว
  3. เป็นเพียงการบอกให้ม้าน้อยเข้ามาใกล้ผู้พูด
ดูคำตอบ

เป็นการเร่งและให้กำลังใจม้าน้อยให้เริ่มเคลื่อนไหว

Giddyup.

0:12

ฮี้กรับ

When I do this, ไวยากรณ์

0:14

เวลาฉันทำแบบนี้

it means giddyup!

0:16

มันแปลว่า “ฮี้!”

ไวยากรณ์

When I do this, it means ...: การอธิบายความหมายของสัญญาณ

รูปแบบ “When I do this, it means ...” เริ่มจากบอกการกระทำหรือสัญญาณ แล้วจึงอธิบายว่าสัญญาณนั้นสื่อความหมายอะไร this หมายถึงท่าทางที่ผู้พูดกำลังทำให้ดู และ it ก็ย้อนกลับไปหมายถึงท่าทางเดียวกัน when ในที่นี้หมายถึง “ทุกครั้งที่เกิดสิ่งนี้” ไม่ได้หมายถึง “เวลาไหน” เราสามารถใช้รูปแบบ When + การกระทำ, it means + ข้อความ เพื่ออธิบายท่าทาง ป้าย รหัส หรือกฎได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับสัญญาณในห้องเรียนด้วยรูปแบบ When I ..., it means ...: ____ raise my hand, ____ everyone should be quiet.

ดูคำตอบ

When I · it means

Giddyup.

0:17

ฮี้กรับ

Horses love tiles.

0:23

ม้าชอบกระเบื้องนะ

Sparkles needs more sparkles on her.

0:25

Sparkles ต้องมีประกายระยิบระยับมากกว่านี้

I'll get some glitter. ไวยากรณ์

0:29

เดี๋ยวฉันไปเอากลิตเตอร์มาให้

ไวยากรณ์

I'll get ...: การตัดสินใจที่เกิดขึ้นทันที

“I'll get” เป็นรูปย่อของ “I will get” ในที่นี้ “will” บอกการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะพูด ผู้พูดอาสาไปเอากากเพชรมา การใช้แบบนี้มักเป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคตแบบทั่วไป แต่ยังแสดงว่าผู้พูดพร้อมลงมือทำทันที

แบบฝึกหัด

ใน “We need some glue. I'll get it,” คำว่า “I'll get it” น่าจะแสดงความหมายใดมากที่สุด?

  1. ผู้พูดตัดสินใจในตอนนั้นว่าจะไปเอากาว
  2. ผู้พูดบอกว่าเมื่อวานมีคนเอากาวมาแล้ว
  3. ผู้พูดบอกว่าการไปเอากาวเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำทุกวัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดตัดสินใจในตอนนั้นว่าจะไปเอากาว

Polly Puppy.

0:35

Polly Puppy

Dad!

0:39

พ่อคะ!

Let go, Socks!

0:41

Socks ไม่ยอมปล่อยเลย

Hey, hey.

0:43

เฮ้ เฮ้

Okay.

0:43

โอเค

Chill the beans, สำนวน

0:44

ใจเย็นๆ ก่อน

everyone.

0:45

ทุกคน

สำนวน

Chill the beans: คำพูดขำ ๆ ที่บอกให้ทุกคนใจเย็น

Chill the beans ในฉากนี้เป็นคำพูดแบบไม่ตรงตัวและขำ ๆ ที่ใช้บอกให้ทุกคนใจเย็นลง คำว่า beans ไม่ได้หมายถึงอาหารจริง ๆ ภาพของอาหารที่โผล่มาอย่างไม่คาดคิดทำให้คำขอฟังดูตลกและเหมาะกับบริบทของเด็ก หน้าที่ของประโยคคล้ายกับ calm down หรือ chill out แต่ถ้อยคำนี้มีไว้สร้างอารมณ์ขัน ไม่ใช่คำสั่งมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

“Chill the beans, everyone.” ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. ประโยคนี้บอกให้ทุกคนใจเย็นลงแบบขำ ๆ
  2. ประโยคนี้บอกให้ทุกคนเอาถั่วใส่ตู้เย็น
  3. ประโยคนี้บอกให้ทุกคนเริ่มทำอาหาร
ดูคำตอบ

ประโยคนี้บอกให้ทุกคนใจเย็นลงแบบขำ ๆ

Socks won't let go กริยาวลี

0:46

Socks ไม่ยอมปล่อยเลย

of Polly Puppy.

0:48

Polly Puppy

กริยาวลี

let go of: ปล่อยสิ่งที่กำลังจับอยู่

let go of + คำนามหรือคำสรรพนาม หมายถึงหยุดจับ กำ หรือรั้งคนหรือสิ่งนั้นไว้ ในประโยคนี้ Socks ยังคงจับ Polly Puppy ไว้และไม่ยอมปล่อยเธอ กรรมที่ถูกปล่อยจะอยู่หลัง of เช่น let go of Polly Puppy และ let go of the rope ให้เข้าใจ let go of เป็นวลีเดียว ส่วน let เมื่อใช้ลำพังมักหมายถึง “อนุญาต” แต่ไม่ได้ทำหน้าที่นั้นในโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่เรียนในบทนี้และหมายถึง “คลายมือจากสิ่งที่จับอยู่” ให้สมบูรณ์: Please ____ my sleeve.

ดูคำตอบ

let go of

Socks,

0:49

Socks

let Polly go.

0:50

ปล่อย Polly เถอะ

It's Bluey's special toy.

0:52

นั่นมันของเล่นชิ้นโปรดของ Bluey นะ

Let me try. น้ำเสียง/เจตนา

0:55

พ่อลองดูหน่อยสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Let me try: ขอเป็นคนลอง

Let me + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปประโยคที่ใช้บ่อยในภาษาพูดเพื่อขอโอกาสทำบางอย่างด้วยตนเอง ใน Let me try ผู้พูดกำลังขอเป็นคนลองในรอบต่อไป หรือเสนอตัวรับช่วงหลังจากวิธีอื่นไม่ได้ผล แม้ let จะแปลตรงตัวเกี่ยวกับการอนุญาต แต่ทั้งวลีมักทำหน้าที่เป็นการเสนอตัวหรือขอลองอย่างตรงไปตรงมาแต่เป็นมิตร ไม่ใช่คำสั่งที่บังคับให้อีกฝ่ายต้องอนุญาต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย let + คำสรรพนามรูปกรรม + try เพื่อเสนอตัวลองทำเอง: The lid is stuck. ____.

ดูคำตอบ

Let me try

Hey there, Rock Socks.

0:57

ว่าไง Rock Socks

How about we... น้ำเสียง/เจตนา

0:58

พวกเรามาลอง...

น้ำเสียง/เจตนา

How about we...: เสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน

How about we + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอการกระทำที่ผู้พูดกับคนอื่นอีกอย่างน้อยหนึ่งคนจะทำร่วมกัน How about we take a break? หมายถึง “ฉันเสนอว่าเราพักกันหน่อย” จึงเป็นการชวนให้หารือ ไม่ใช่การออกคำสั่ง ในคำบรรยาย ผู้พูดหยุดหลังคำว่า we เครื่องหมายจุดสามจุดแสดงว่าผู้พูดเริ่มเสนอความคิด แต่ยังพูดไม่จบว่าจะทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอร่วมกันด้วยรูป How about + ประธาน: ____ take the earlier train?

ดูคำตอบ

How about we

Well, I'm out of ideas. วลี

1:00

เอาล่ะ พ่อหมดมุกแล้ว

วลี

I'm out of ideas: คิดไอเดียไม่ออกแล้ว

Be out of ideas หมายถึงไม่มีไอเดียเหลือให้เสนอหรือลองอีกแล้ว ในประโยคนี้ I'm out of ideas แสดงว่าผู้พูดคิดแผนอื่นไม่ออก out of ในที่นี้หมายถึง “ไม่มีเหลือ” ไม่ได้หมายถึงอยู่นอกสถานที่ ความหมายนี้ใช้กับสิ่งที่มีจำกัดได้ด้วย เช่น be out of time หรือ be out of milk

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัว out of ideas: We have tried every plan. I'm ____.

ดูคำตอบ

out of ideas

I put all my special toys away กริยาวลี

1:02

ฉันเก็บของเล่นชิ้นโปรดทั้งหมดไปเลย

when my cousins come over. กริยาวลี

1:05

เวลาที่ลูกพี่ลูกน้องฉันมาที่บ้าน

กริยาวลี

put all my special toys away: กริยาวลี put ... away ที่แยกคำได้

Put something away หมายถึงนำสิ่งของไปวางในที่ของมันหรือเก็บไว้เพื่อไม่ให้ถูกใช้งาน ในประโยคนี้ นามวลี all my special toys เป็นกรรมที่อยู่ระหว่าง put กับ away จึงหมายความว่าของเล่นเหล่านั้นถูกเก็บก่อนที่ลูกพี่ลูกน้องจะมาถึง Put away เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้ตรงกลางหรือหลัง away ก็ได้: put the toys away หรือ put away the toys แต่กรรมที่เป็นคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: ต้องใช้ put them away ไม่ใช่ put away them

แบบฝึกหัด

ใช้ put away กับคำสรรพนาม them: These crayons belong in the box. Please ____.

ดูคำตอบ

put them away

กริยาวลี

come over: มาเยี่ยมบ้านของใครสักคน

ในประโยคนี้ come over หมายถึง “มาที่บ้านของผู้พูดเพื่อเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการหรือใช้เวลาด้วยกัน” ผู้ฟังเข้าใจสถานที่จากบริบทอยู่แล้ว จึงมักไม่ต้องพูด to my house ในที่นี้ควรเข้าใจ come over เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด คำว่า over ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ข้ามเหนือสิ่งของหรือข้ามจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ come over ในตัวอย่างมากที่สุด?

  1. มีคนข้ามถนนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง
  2. มีคนเคลื่อนตัวข้ามเหนือกำแพง
  3. ญาติคนหนึ่งมาบ้านคุณเพื่อเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ญาติคนหนึ่งมาบ้านคุณเพื่อเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการ

You should have done that, Bluey. ไวยากรณ์

1:07

เธอควรจะทำแบบนั้นนะ Bluey

ไวยากรณ์

should have done: ประเมินการกระทำในอดีตที่ไม่ได้ทำ

should have + กริยาช่อง 3 ใช้มองย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีต และบอกว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือควรเกิดขึ้น แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เกิดขึ้น ใน should have done คำว่า done เป็นกริยาช่อง 3 ของ do และ that หมายถึงการกระทำที่พูดถึงก่อนหน้านี้ โครงสร้างนี้อาจแสดงการตัดสินย้อนหลัง ความเสียใจ หรือการตำหนิ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท ในที่นี้ผู้พูดตำหนิ Bluey ที่ไม่ได้ทำสิ่งนั้นให้เร็วกว่านี้ ไม่ใช่การให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัจจุบันหรืออนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย should have และรูปที่ถูกต้องของ bring เพื่อแสดงความเสียใจเกี่ยวกับอดีต: I got soaked. I ____ an umbrella.

ดูคำตอบ

should have brought

Good idea, Muffin.

1:09

เป็นความคิดที่ดีเลย Muffin

I was going to do that. ไวยากรณ์

1:12

ฉันกำลังจะทำแบบนั้นแหละ

ไวยากรณ์

was going to do that: ความตั้งใจในอดีต

was/were going to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแผนหรือความตั้งใจที่มีอยู่ในอดีต ใน I was going to do that คำว่า do that ย้อนกลับไปถึงการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าตนมีแผนนั้นอยู่แล้ว ณ เวลาหนึ่งในอดีต รูปนี้มักใช้เมื่อแผนถูกขัดจังหวะหรือเปลี่ยนไปในภายหลัง ในที่นี้ เหตุการณ์ถัดมาอธิบายว่าเหตุใดจึงไม่ได้ทำตามแผน อย่างไรก็ตาม was going to เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าการกระทำนั้นไม่เคยเกิดขึ้น ต้องดูจากบริบท และรูปนี้ไม่ได้บอกแผนที่มีอยู่ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be going to เพื่อแสดงว่าแผนถูกขัดจังหวะ: I ____ call you, but my phone died.

ดูคำตอบ

was going to

But then you ate me like a watermelon, สำนวน

1:13

แต่แล้วเธอก็กินฉันเหมือนแตงโม

and I got distracted. วลี

1:15

ฉันก็เลยลืมไปเลย

สำนวน

ate me like a watermelon: การเปรียบเทียบแบบขำ ๆ

ate me like a watermelon เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดถูกกินจริง ๆ ในการเล่นนี้ ผู้พูดเปรียบการที่อีกฝ่ายกัด แทะ หรือกระโจนใส่ กับวิธีที่คนหนึ่งกินแตงโมอย่างเอร็ดอร่อย like + กลุ่มคำนาม ใช้นำการเปรียบเทียบ ในที่นี้ like a watermelon หมายถึงในแบบที่คนหนึ่งจะกินแตงโม โดยจินตนาการว่าผู้พูดเป็นแตงโม จึงทำให้การกระทำนั้นเห็นเป็นภาพชัดและตลก

แบบฝึกหัด

ในฉากการเล่นนี้ ate me like a watermelon หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดกำลังอธิบายวิธีเตรียมแตงโม
  2. ผู้พูดบอกว่าอีกฝ่ายกินตนเป็นอาหารจริง ๆ
  3. ผู้พูดพูดเกินจริงแบบขำ ๆ โดยเปรียบการกระทำของอีกฝ่ายกับการกินแตงโม
ดูคำตอบ

ผู้พูดพูดเกินจริงแบบขำ ๆ โดยเปรียบการกระทำของอีกฝ่ายกับการกินแตงโม

วลี

got distracted: get บอกการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่

Got distracted เป็นรูปอดีตของ get distracted ในที่นี้ get หมายถึง “กลายเป็น” หรือ “เข้าสู่สภาวะหนึ่ง” จึงสื่อว่าความสนใจของผู้พูดเบนออกจากสิ่งที่ตั้งใจจะทำ โดย got ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” โครงสร้าง get + past participle มักใช้บอกการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่ Got distracted เน้นเหตุการณ์ที่ทำให้เสียสมาธิ ส่วน was distracted เพียงบรรยายว่าอยู่ในสภาวะที่เสียสมาธิ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “กลายเป็นไม่มีสมาธิ” ให้สมบูรณ์: The phone buzzed while I was studying, and I ____.

ดูคำตอบ

got distracted

No point playing the blame game. สำนวน

1:18

โทษกันไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก

สำนวน

No point playing the blame game: การกล่าวโทษกันที่ไม่เกิดประโยชน์

No point playing the blame game เป็นรูปย่อแบบภาษาพูดของ There's no point in playing the blame game โครงสร้าง no point + -ing บอกว่าการกระทำนั้นจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ จึงมักใช้เป็นคำแนะนำให้หยุด The blame game เป็นสำนวน ไม่ใช่เกมจริง ๆ Play the blame game หมายถึงการเข้าไปอยู่ในวงจรที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันหรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของตนเอง เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้บอกให้หยุดเถียงว่าใครผิดและหันไปหาทางแก้ไข

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนอังกฤษแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เข้าร่วมกล่าวโทษกันอย่างไม่เกิดประโยชน์” ให้สมบูรณ์: We need solutions, so there's no point ____.

ดูคำตอบ

playing the blame game

We need a solution. ลำดับความ

1:20

เราต้องการทางออกนะ

ลำดับความ

We need a solution: เปลี่ยนจากการกล่าวโทษไปสู่การลงมือแก้ไข

ในที่นี้ We need a solution กำหนดทิศทางใหม่ให้การสนทนา หลังจากทุกคนมุ่งโทษกัน solution ก็ระบุเป้าหมายร่วมต่อไป นั่นคือการหาวิธีเดินหน้าต่อ นี่คือการดำเนินบทสนทนาจากปัญหาไปสู่ทางแก้ ผู้พูดสามารถยุติการถกเถียงว่าใครเป็นต้นเหตุอย่างสั้น ๆ แล้วหันความสนใจของทุกคนไปยังสิ่งที่ควรทำต่อไป

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้คนกล่าวโทษกันแล้ว “We need a solution” ทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางบทสนทนาอย่างไร?

  1. ขอให้กลุ่มระบุว่าใครเป็นฝ่ายผิด
  2. เปลี่ยนการสนทนาจากการกล่าวโทษไปสู่การหาวิธีเดินหน้าต่อ
  3. ยุติการสนทนาโดยไม่กำหนดทิศทางใหม่
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการสนทนาจากการกล่าวโทษไปสู่การหาวิธีเดินหน้าต่อ

Something for Socks that's even more fun than Polly Puppy. ไวยากรณ์

1:22

หาอะไรให้ Socks เล่นที่สนุกกว่า Polly Puppy กันเถอะ

ไวยากรณ์

even more fun than: เน้นระดับการเปรียบเทียบให้มากขึ้น

More fun than สร้างการเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งสนุกกว่า Polly Puppy ส่วน Even วางไว้ตรงหน้าวลีเปรียบเทียบ more fun เพื่อเน้นการเปรียบเทียบให้ชัดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ even + ขั้นกว่า + than + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ เช่น even better than หรือ even faster than ในที่นี้ even ไม่ได้ขยายเหตุการณ์ทั้งหมดแยกต่างหาก แต่เน้นระดับของการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ใช้ exciting เติมการเปรียบเทียบตามรูปแบบ even + more + คำคุณศัพท์ + than: The second book is ____ the first one.

ดูคำตอบ

even more exciting than

What about a horsey ride? น้ำเสียง/เจตนา

1:25

ไปขี่ม้ากันไหมล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ What about + วลีนาม เพื่อเสนอทางเลือก

โครงสร้าง What about + วลีนาม? ใช้เสนอทางเลือกให้อีกฝ่ายพิจารณา ในประโยคนี้ a horsey ride คือกิจกรรมที่เสนอ ผู้พูดจึงกำลังถามว่าแนวคิดนี้ดีไหม ไม่ได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับการขี่ม้า รูปแบบเดียวกันใช้เสนอสิ่งของหรือกิจกรรมได้ เช่น What about a picnic? หรือ What about taking a break? เป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยอมรับ ปรับเปลี่ยน หรือปฏิเสธข้อเสนอได้

แบบฝึกหัด

ใช้ What about + วลีนาม เพื่อเติมข้อเสนอให้สมบูรณ์: ____ a board game?

ดูคำตอบ

What about

Or two horsey rides.

1:27

หรือขี่ม้าสองรอบไปเลย

What if we had a horsey wedding? น้ำเสียง/เจตนา

1:29

แล้วถ้าเราจัดงานแต่งงานม้าล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ What if we had...? เสนอแนวคิดแบบสมมุติ

โครงสร้าง What if we + รูปอดีต...? ใช้เสนอแนวคิดใหม่ให้ทุกคนร่วมกันจินตนาการและพูดคุย ในที่นี้ had a horsey wedding หมายถึงจัดหรือแสดงงานแต่งงานของม้า รูปอดีต had ทำให้แนวคิดเป็นเรื่องสมมุติ ไม่ได้เล่าว่าเคยมีงานแต่งงานเกิดขึ้นในอดีต คำถามนี้ทำหน้าที่เป็นข้อเสนอแบบลองถามความเห็น ไม่ได้มีไว้เพียงขอให้คาดการณ์ผลลัพธ์ จึงเปิดโอกาสให้คนอื่นยอมรับ ปรับเปลี่ยน หรือปฏิเสธแนวคิดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ What if we + รูปอดีต เพื่อเสนอแผนใหม่ แทนที่จะพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต?

  1. We made a blanket fort last Saturday.
  2. What if we made a blanket fort?
  3. When did we make the blanket fort?
ดูคำตอบ

What if we made a blanket fort?

Sparkles can marry Gallahop.

1:33

Sparkles แต่งงานกับ Gallahop ได้นะ

And we could make confetti. น้ำเสียง/เจตนา

1:35

แล้วเราก็ทำกระดาษโปรย

and invite Socks.

1:37

แล้วก็ชวน Socks มา

น้ำเสียง/เจตนา

we could make confetti: การเสนอแนะอย่างนุ่มนวลด้วย we could

ในที่นี้ we could + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอแนวคิดหนึ่งให้ทุกคนพิจารณา Could ไม่ได้เน้นว่าพวกเขามีความสามารถทำกระดาษโปรยหรือไม่ แต่ทำให้แผนนั้นฟังดูเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินใจแล้ว รูปแบบนี้เปิดโอกาสให้คนอื่นเห็นด้วย ปฏิเสธ หรือเสนอความคิดอื่นได้ ใช้ We could + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการเสนอทางเลือกหนึ่งระหว่างการวางแผน

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอแนะที่สุภาพด้วย could: We ____ make paper decorations for the party.

ดูคำตอบ

could

Oh, is that so? น้ำเสียง/เจตนา

1:39

โอ้ อย่างนั้นเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, is that so?: การตอบสนองด้วยความสนใจหรือความสงสัย

Oh, is that so? เป็นการตอบสนองต่อข้อมูลที่เพิ่งได้ยิน Oh แสดงปฏิกิริยาในทันที ส่วน is that so? ใช้รับรู้หรือตรวจสอบสิ่งที่อีกฝ่ายพูด มักทำหน้าที่คล้าย Oh, really? มากกว่าจะเป็นการขอหลักฐานอย่างจริงจัง ท่าทีขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบทอย่างมาก การพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและสนใจอาจแสดงความแปลกใจหรือความอยากรู้ ส่วนการพูดด้วยน้ำเสียงเรียบหรือท้าทายอาจสื่อถึงความสงสัยเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับ Oh, is that so? ต่อไปนี้: วลีนี้หมายความว่าผู้พูดไม่เชื่ออีกฝ่ายเสมอ

  1. ไม่จริง: วลีนี้แสดงได้เพียงความสุขเท่านั้น
  2. จริง: วลีนี้แสดงความไม่เชื่อเสมอ
  3. ไม่จริง: ท่าทีขึ้นอยู่กับทำนองเสียงและบริบท
ดูคำตอบ

ไม่จริง: ท่าทีขึ้นอยู่กับทำนองเสียงและบริบท

Horsey wedding.

1:41

งานแต่งงานม้า

Horsey wedding.

1:42

งานแต่งงานม้า

Oh, man.

1:43

โธ่เอ๊ย

Socks,

1:49

Socks

we'd like to invite you to the wedding of Sparkles and Gallahop. น้ำเสียง/เจตนา

1:51

พวกเราขอเชิญเธอมางานแต่งงานของ Sparkles และ Gallahop นะ

น้ำเสียง/เจตนา

We'd like to invite you to...: คำเชิญที่สุภาพและเป็นทางการ

We'd like to invite you to... เป็นสำนวนสุภาพที่ใช้กล่าวเชิญใครสักคนจริง ๆ ในที่นี้ we'd ย่อมาจาก we would และ would like ทำให้น้ำเสียงนุ่มนวลและให้เกียรติกว่า We want to... รูปแบบที่ใช้คือ We'd like to invite + คน + to + งานหรือสถานที่ ในประโยคนี้ การพูดเต็มรูปแบบทำให้งานแต่งงานสมมติฟังดูเป็นทางการและมีพิธีรีตอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการเชิญอย่างสุภาพและเป็นทางการให้มาร่วมพิธีมอบรางวัล

  1. We'd like to invite you to our annual awards ceremony.
  2. We want you to come to our annual awards ceremony.
  3. We might invite you to our annual awards ceremony.
ดูคำตอบ

We'd like to invite you to our annual awards ceremony.

Giddy up, Sparkles.

1:56

ฮี้กรับ Sparkles