ทำไมความเบื่อถึงเป็นเรื่องดี: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Life Of Riza
ภาพรวมวิดีโอ: ผู้สร้างทดลองลดการเสพสื่อเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยเว้นช่วงวันละหนึ่งถึงสองชั่วโมงเพื่อยอมรับช่วงเวลาธรรมดาที่มีสิ่งเร้าน้อยลง ช่วงแรกเขารู้สึกอึดอัดและเผลอหยิบโทรศัพท์ตามความเคยชิน แต่ต่อมาความคิดเริ่มไหลอย่างอิสระและมีทั้งแนวคิดเก่ากับใหม่ผุดขึ้นมา จึงเห็นว่าความเบื่อที่ตั้งใจสร้างอาจเปิดพื้นที่ให้ความอยากรู้อยากเห็นและงานสร้างสรรค์ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. gotten a pretty bad rap — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจสำนวนไม่เป็นทางการนี้ว่า บางสิ่งมีชื่อเสียงในทางลบซึ่งอาจไม่ยุติธรรมนัก ใช้เกริ่นเพื่อปกป้องแนวคิด นิสัย หรือบุคคลที่มักถูกมองไม่ดีได้ เช่นเดียวกับที่ผู้พูดชวนให้ทบทวนมุมมองต่อความเบื่อ 2. goes on autopilot — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองออกว่าเป็นอุปมาถึงร่างกายหรือคนที่ทำงานราวกับถูกควบคุมโดยอัตโนมัติ ใช้บรรยายกิจกรรมคุ้นเคยที่ทำซ้ำและแทบไม่ต้องใช้ความใส่ใจ เช่น อาบน้ำ เดินทาง หรือทำงานบ้าน จึงปล่อยให้ความคิดล่องลอยได้ 3. a real compound effect — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า compound effect หมายถึงผลลัพธ์สำคัญที่เกิดจากการสะสมของการกระทำเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องตามเวลา ใช้อธิบายได้ว่าเหตุใดกิจวัตรเล็กน้อยในแต่ละวัน เช่น การไม่ใช้หน้าจอหนึ่งถึงสองชั่วโมงในวิดีโอนี้ จึงอาจส่งผลดีต่อความคิดสร้างสรรค์อย่างเห็นได้ชัดในระยะยาว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The state of being that's gotten a pretty bad rap over the years. สำนวน
0:03สภาวะที่ได้รับชื่อเสียงค่อนข้างแย่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
gotten a pretty bad rap: ถูกมองในแง่ลบ
get a bad rap เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการถูกมองในแง่ลบหรือมีชื่อเสียงที่ไม่ดี สำนวนนี้มักสื่อว่าคำวิจารณ์นั้นอาจรุนแรงเกินไปหรือไม่ยุติธรรมเท่าที่คนหรือสิ่งนั้นสมควรได้รับ ใน that's gotten a pretty bad rap คำว่า 's หมายถึง has และ gotten เป็นรูปกริยาช่องสามของ get ที่พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบอเมริกาเหนือ ส่วน pretty ในที่นี้หมายถึง “ค่อนข้างมาก” และ over the years แสดงว่ามุมมองเชิงลบนั้นสะสมขึ้นตามเวลา
แบบฝึกหัด
เติม get a pretty bad rap หลัง has โดยใช้รูปภาษาอังกฤษแบบอเมริกาเหนือเช่นเดียวกับตัวอย่าง: This hobby has ____ over the years.
ดูคำตอบ
gotten a pretty bad rap
But as I'm continuously trying to navigate this super connected world we're now living in, การใช้คำ
0:08แต่ในขณะที่ฉันพยายามใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องในโลกที่เชื่อมต่อกันมากเป็นพิเศษที่เราอาศัยอยู่ในตอนนี้
navigate this super connected world: รับมือกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงสูง
navigate ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการหาวิธีที่ใช้ได้จริงเพื่อผ่านสถานการณ์ซับซ้อน โดยตัดสินใจและปรับตัวไปเรื่อย ๆ ไม่ได้หมายถึงการดูแผนที่เพื่อหาเส้นทางจริง This super connected world หมายถึงชีวิตสมัยใหม่ที่ผู้คน อุปกรณ์ และข้อมูลเชื่อมโยงกันเกือบตลอดเวลา วลีทั้งหมดสื่อถึงการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนนั้นอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่อาศัยอยู่ในนั้น
แบบฝึกหัด
navigate ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? It took me a week to navigate the new school system.
- หมายถึงการหาวิธีรับมือกับระบบที่ซับซ้อน
- หมายถึงการใช้แผนที่เพื่อค้นหาอาคารเรียน
- หมายถึงการนั่งเรือไปโรงเรียน
ดูคำตอบ
หมายถึงการหาวิธีรับมือกับระบบที่ซับซ้อน
the constant consumption of media has not only left me feeling pretty drained, วลี
0:12การบริโภคสื่ออย่างต่อเนื่องไม่เพียงแต่ทำให้ฉันรู้สึกหมดพลังไปมากเท่านั้น
the constant consumption of media: การเสพสื่ออย่างต่อเนื่อง
Consumption of media หมายถึงกิจกรรมการรับเนื้อหาสื่อผ่านการดู อ่าน หรือฟัง ส่วน constant บอกว่ากิจกรรมนี้เกิดซ้ำ ๆ หรือแทบไม่มีช่วงหยุด วลีนี้จึงรวมการใช้สื่ออย่างต่อเนื่องให้เป็นกิจกรรมเดียว นามวลีนี้มาจากกริยาวลี consume media เมื่อเปลี่ยนกริยาเป็นคำนาม consumption ก็สามารถนำกิจกรรมทั้งหมดมาเป็นประธานของประโยคได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้นามวลีที่เป็นธรรมชาติเพื่อกล่าวถึงการใช้สื่อโดยทั่วไปอย่างต่อเนื่อง
- Constant consumption on media can make it hard to focus.
- Constant consume of media can make it hard to focus.
- Constant consumption of media can make it hard to focus.
ดูคำตอบ
Constant consumption of media can make it hard to focus.
only left me feeling pretty drained: โครงสร้าง leave + person + feeling + adjective
Left me feeling pretty drained ใช้โครงสร้าง leave + person + feeling + adjective ในที่นี้ left หมายถึงบางสิ่งทำให้เกิดสภาวะหนึ่งเป็นผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงมีใครจากไป การใช้สื่อทำให้ผู้พูดแทบไม่เหลือพลัง ส่วน pretty เป็นคำเพิ่มระดับที่ใช้ในการสนทนาและหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” Only เป็นส่วนหลังของ not only ซึ่งเริ่มอยู่ก่อนช่วงที่เน้น คำนี้บอกว่าการรู้สึกหมดแรงเป็นผลลัพธ์อย่างหนึ่งและยังมีผลลัพธ์อื่นตามมา โดย only ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้าง leave + person + feeling
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกผลลัพธ์ด้วยรูป -ing ของ feel: The confusing instructions left me ____ unsure about the next step.
ดูคำตอบ
feeling
but the more I think that being bored isn't such a bad thing. ไวยากรณ์
0:16แต่ยิ่งฉันคิดว่าการรู้สึกเบื่อไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่ขนาดนั้น
isn't such a bad thing: การทบทวนการตัดสินในแง่ลบ
โครงสร้าง such a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้สร้างคำประเมินแบบครบถ้วน เช่น such a bad thing ใน isn't such a bad thing คำปฏิเสธสื่อว่าสิ่งนั้นไม่ได้แย่อย่างที่อาจดูเหมือน คำพูดแบบนี้ช่วยลดความแรงหรือปรับมุมมองของการตัดสินเชิงลบ ไม่ได้เป็นการชื่นชมความเบื่ออย่างมาก แต่เปิดโอกาสให้มองว่าความเบื่ออาจมีคุณค่าบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง such a + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์: Making a mistake isn't ____ terrible thing.
ดูคำตอบ
such a
from a creative standpoint: กำหนดกรอบการประเมินจากมุมมองด้านความคิดสร้างสรรค์
From a creative standpoint หมายถึงการตัดสินบางสิ่งโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์หรืองานสร้างสรรค์เป็นเกณฑ์ standpoint คือมุมหรือเกณฑ์ที่ใช้ประเมินสิ่งนั้น โครงสร้าง from a/an + adjective + standpoint บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปใช้ได้จากมุมมองหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงในทุกด้าน โครงสร้างนี้มักอยู่ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง standpoint ให้มีความหมายว่า “เมื่อพิจารณาในด้านความปลอดภัย”: ____, the brighter route is better.
ดูคำตอบ
From a safety standpoint
Just hear me out: ขอให้อีกฝ่ายฟังจนจบก่อนตัดสิน
To hear someone out หมายถึงการฟังจนอีกฝ่ายอธิบายจบ โดยไม่ขัดจังหวะหรือตัดสินเร็วเกินไป ในประโยคนี้ Just hear me out คือการขอให้ผู้ฟังพักข้อโต้แย้งไว้ก่อน และให้โอกาสผู้พูดอธิบายเหตุผลทั้งหมด Out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและเพิ่มความหมายว่าให้ทำจนเสร็จ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกไปข้างนอก ส่วน just ทำให้คำขอฟังดูเบาลง เหมือนขอโอกาสอธิบายเพียงสั้น ๆ แต่ทั้งประโยคก็ยังอาจฟังดูยืนกรานได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายฟังคำอธิบายทั้งหมดให้สมบูรณ์: The idea may sound strange, but please hear me ____ before you decide.
ดูคำตอบ
out
I feel like we live in a very overstimulated world. การใช้คำ
0:28ฉันรู้สึกเหมือนเราอาศัยอยู่ในโลกที่ถูกกระตุ้นมากเกินไป
a very overstimulated world: โลกที่รับสิ่งกระตุ้นต่อเนื่องจนเกินกำลัง
Overstimulated หมายถึงการได้รับเสียง ภาพ ข้อมูล กิจกรรม หรือสิ่งกระตุ้นอื่นมากกว่าที่จะรับมือได้อย่างสบาย มักสื่อถึงความรู้สึกตึงเครียด เหนื่อย กระสับกระส่าย หรือไม่มีสมาธิ เพราะมีหลายอย่างเกิดขึ้นมากเกินไป ใน a very overstimulated world วลีนี้มองชีวิตสมัยใหม่เหมือนเป็นระบบใหญ่ระบบหนึ่งที่รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องจนเกินกำลัง ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าดาวเคราะห์มีประสาทสัมผัส คำนำหน้า over- ในที่นี้หมายถึง “มากเกินไป”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ overstimulated เพื่ออธิบายสภาพเกินกำลังที่เกิดจากการรับข้อมูลมากเกินไป
- Leo felt overstimulated when the screen was turned off and the room became calm.
- The quiet library was overstimulated because no one was speaking.
- After two hours of notifications and background noise, Maya felt overstimulated.
ดูคำตอบ
After two hours of notifications and background noise, Maya felt overstimulated.
And lately it feels like a little much. น้ำเสียง/เจตนา
0:33และช่วงหลังมานี้ มันรู้สึกเหมือนจะมากเกินไปหน่อย
feels like a little much: การตัดสินแบบนุ่มนวลว่า “เกินไปอยู่หน่อย”
ในที่นี้ a little much หมายถึง “มากหรือเกินไปอยู่หน่อย” เช่น รุนแรง เรียกร้อง ราคาแพง หรือยอมรับได้ยากกว่าระดับที่รู้สึกว่าสมเหตุสมผล นี่เป็นการประเมินแบบสำนวน ไม่ใช่การนำความหมายตรงตัวของ “ปริมาณน้อย” กับ “มาก” มารวมกัน feels like ทำให้คำตัดสินนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผู้พูด เมื่อเทียบกับ It is too much แล้วจะฟังไม่ฟันธงเท่าและช่วยลดความตรงของคำวิจารณ์ ในโครงสร้างนี้ a little much วางเดี่ยว ๆ หลัง feels like ได้ โดยไม่ต้องมีคำนามตามหลัง much
แบบฝึกหัด
“The schedule feels like a little much” มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- ตารางเวลาดูเหมือนจะหนักเกินไปอยู่หน่อย
- ตารางเวลามีงานเพียงเล็กน้อย
- ตารางเวลาไม่สำคัญอีกต่อไป
ดูคำตอบ
ตารางเวลาดูเหมือนจะหนักเกินไปอยู่หน่อย
Changes to Instagram... growing trend in the US.
0:36การเปลี่ยนแปลงใน Instagram... เทรนด์ที่เติบโตขึ้นในสหรัฐอเมริกา
We're always being bombarded with information สำนวน
0:39เรามักจะถูกระดมยิงด้วยข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ
being bombarded with information: คำเปรียบเทียบถึงภาวะข้อมูลล้น
Being bombarded with information เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการได้รับข้อมูลมากและรวดเร็วหรือซ้ำ ๆ จนประมวลผลได้ยาก นอกจากสื่อว่าได้รับข้อมูลจำนวนมากแล้ว ยังให้ความรู้สึกกดดันและควบคุมไม่ได้ด้วย ไม่ได้หมายถึงการโจมตีจริง โครงสร้างคือ be bombarded with + สิ่งของหรือเรื่องต่าง ๆ โดยผู้รับเป็นประธานทางไวยากรณ์ และสิ่งที่หลั่งไหลมาเป็นจำนวนมากอยู่หลัง with ส่วน We’re always being bombarded ใช้รูปถูกกระทำแบบต่อเนื่องเพื่อแสดงว่าภาวะข้อมูลล้นเกิดซ้ำ ๆ หรือเกิดอยู่ตลอด
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ “We’re being bombarded with information” หมายความว่าอย่างไร?
- มีคนกำลังโจมตีเราด้วยวัตถุระเบิดจริง
- ข้อมูลจำนวนมากหลั่งไหลมาหาเราอย่างต่อเนื่องจนประมวลผลได้ยาก
- เราได้รับข้อความสั้น ๆ เพียงข้อความเดียวที่จัดการได้ง่าย
ดูคำตอบ
ข้อมูลจำนวนมากหลั่งไหลมาหาเราอย่างต่อเนื่องจนประมวลผลได้ยาก
keeping up with the trends: ตามกระแสให้ทัน
Keep up with หมายถึงการตามความเร็ว ความก้าวหน้า หรือการเปลี่ยนแปลงของคนหรือสิ่งหนึ่งให้ทัน ในที่นี้ keeping up with the trends หมายถึงการคอยสังเกตและติดตามสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม เพื่อไม่ให้ล้าหลัง โครงสร้างคือ keep up with + คำนาม เช่น keep up with the news, keep up with changes หรือ keep up with a fast runner
แบบฝึกหัด
เรียงคำว่า keep, up และ with ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I check the school website to ____ schedule changes.
ดูคำตอบ
keep up with
It's all here to keep us busy and scrolling. ไวยากรณ์
0:47ทั้งหมดนี้มีไว้เพื่อให้เรายุ่งและเลื่อนหน้าจอต่อไป
keep us busy and scrolling: ทำให้เรายุ่งและเลื่อนหน้าจอต่อไป
โครงสร้าง keep + กรรม + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงการทำให้กรรมคงอยู่ในสภาพหนึ่งหรือทำการกระทำหนึ่งต่อไป ใน keep us busy and scrolling คำว่า us เป็นกรรม busy เป็นคำคุณศัพท์ที่อธิบายสภาพที่ดำเนินต่อเนื่อง และ scrolling เป็นรูป -ing ที่อธิบายการกระทำที่ดำเนินต่อเนื่อง And เชื่อมส่วนเติมเต็มสองส่วนที่อธิบาย us ทั้งคู่ วลีนี้สื่อว่าทุกอย่างบนแพลตฟอร์มดึงความสนใจของเราไว้และทำให้เราเลื่อนหน้าจอต่อไป
แบบฝึกหัด
ใช้ busy และ work ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The group project kept us ____ and ____ all morning.
ดูคำตอบ
busy · working
Jumping from one device to another: การสลับระหว่างสิ่งประเภทเดียวกัน
ในที่นี้ jumping หมายถึงการสลับอย่างรวดเร็วหรือซ้ำไปมา ไม่ได้หมายถึงการกระโดดจริง ๆ วลีนี้บอกถึงการเปลี่ยนจากอุปกรณ์เครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่องหนึ่งแทนที่จะใช้เครื่องเดิมตลอด โครงสร้าง from one + คำนามเอกพจน์ + to another ใช้แสดงการย้ายหรือการสลับระหว่างสิ่งประเภทเดียวกัน เช่น from one task to another หรือ from one topic to another
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง from one ... to another: During study time, Leo kept jumping ____.
ดูคำตอบ
from one subject to another
For extended periods of time: วลีแบบเป็นทางการสำหรับบอกระยะเวลานาน
for extended periods of time หมายถึง “เป็นเวลานานหลายช่วง” ในที่นี้ for ใช้บอกระยะเวลาของการไม่หยุดพัก ส่วน extended บอกว่าช่วงเวลาเหล่านั้นยาวนานเป็นพิเศษ การใช้ periods ในรูปพหูพจน์เหมาะกับนิสัยโดยทั่วไปหรือสิ่งที่เกิดซ้ำ ประโยคนี้กล่าวถึงช่วงเวลายาว ๆ ที่มักไม่มีการหยุดพัก
แบบฝึกหัด
เติมวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เป็นเวลานาน”: The safety guide warns against standing in one position ____.
ดูคำตอบ
for extended periods of time
And I sense that this constant need to be entertained วลี
0:57และฉันรู้สึกว่าความต้องการความบันเทิงอย่างต่อเนื่องนี้
this constant need to be entertained: การตั้งชื่อความต้องการที่เกิดซ้ำ
นามวลี this constant need ทำให้ความรู้สึกที่เกิดซ้ำ ๆ กลายเป็นเรื่องหนึ่งที่ผู้พูดสามารถระบุชื่อและนำมาพูดถึงได้ constant หมายถึงความต้องการนั้นดำเนินต่อไปหรือกลับมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ต้องการความบันเทิงเพียงครั้งเดียว ใน need to be entertained คำว่า to be entertained เป็น infinitive รูปถูกกระทำ บุคคลนั้นเป็นฝ่ายรับความสนุก ความน่าสนใจ หรือสิ่งกระตุ้นจากเนื้อหา กิจกรรม หรือคนอื่น โครงสร้าง need to be + past participle ใช้บอกว่าจำเป็นต้องมีการกระทำบางอย่างเกิดขึ้นกับคนหรือสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ need และ infinitive รูปถูกกระทำของ entertain เติมประโยคให้สมบูรณ์: During every quiet moment, Maya feels a constant ____.
ดูคำตอบ
need to be entertained
turn into a life that's distracted: การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
Turn into หมายถึงการเปลี่ยนจนกลายเป็นสิ่งหรือสภาพที่ต่างออกไป โดยตามด้วยผลของการเปลี่ยนแปลง: turn into + นามวลี ในที่นี้ could แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ผลลัพธ์ a life that's distracted หมายถึงวิถีชีวิตที่ความสนใจถูกดึงออกไปทางอื่นซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “กลายเป็น” เติมประโยคให้สมบูรณ์: A small leak can ____ a major problem.
ดูคำตอบ
turn into
I sense that most people have encountered this at some point or another, วลี
1:02ฉันรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่น่าจะเคยเจอกับเรื่องนี้ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง
at some point or another: ช่วงเวลาที่ไม่ระบุแน่ชัด
at some point or another หมายถึง “ในช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด” หรือ “ในโอกาสใดโอกาสหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ” ผู้พูดไม่รู้ จำไม่ได้ หรือไม่จำเป็นต้องบอกเวลาที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีนี้ช่วยกล่าวรวมถึงประสบการณ์ที่พบได้ทั่วไปว่า คนส่วนใหญ่เคยเจอ “เรื่องนี้” มาแล้วสักครั้งก่อนถึงปัจจุบัน คำว่า or another ย้ำว่าโอกาสที่แน่นอนไม่สำคัญ และควรเข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวนบอกเวลาชุดเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ในช่วงเวลาที่ไม่ระบุแน่ชัด”: Most people need help ____.
ดูคำตอบ
at some point or another
but lately just everything has been feeling like noise. สำนวน
1:05แต่ช่วงหลังมานี้ทุกอย่างให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเสียงรบกวน
been feeling like noise: คำเปรียบเทียบถึงความสับสนในความคิด
been feeling like noise เป็นการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบในที่นี้ noise ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างกำลังส่งเสียงจริง ๆ แต่หมายถึงข้อความ เนื้อหา หรือข้อมูลที่พบในแต่ละวันดูยุ่งเหยิง รบกวนสมาธิ ซ้ำไปมา หรือทำให้หาความหมายได้ยาก has been feeling แสดงว่าความรู้สึกนี้ดำเนินต่อเนื่องมาตลอดช่วงเวลาล่าสุดที่ระบุด้วย lately ส่วน feel like นำเสนอความรู้สึกส่วนตัวของผู้พูด ไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นกลางว่าทุกอย่างไร้คุณค่า
แบบฝึกหัด
คำเปรียบเทียบในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? "After hours of scrolling, all the posts started to feel like noise."
- โพสต์เหล่านั้นเข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น
- โพสต์เหล่านั้นทำให้เสียสมาธิและหาความหมายได้ยาก
- โพสต์เหล่านั้นเริ่มส่งเสียงดังจริง ๆ
ดูคำตอบ
โพสต์เหล่านั้นทำให้เสียสมาธิและหาความหมายได้ยาก
Everything online is starting to look like a copy of one another, วลี
1:09ทุกสิ่งออนไลน์เริ่มดูเหมือนกันไปหมด
like a copy of one another: ดูเกือบเหมือนกันทั้งหมด
ในประโยคนี้ like a copy of one another หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตกำลังคล้ายกันมากขึ้นจนดูเหมือนคัดลอกกันมา แทนที่จะมีความแตกต่าง เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงความเหมือนกันไปหมดหรือการขาดความแปลกใหม่ ไม่ได้หมายความว่ามีการคัดลอกจริงเสมอไป ความหมายของคำบรรยายชัดเจน แต่ a copy ที่เป็นเอกพจน์จับคู่กับ one another ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ของหลายสิ่งได้ค่อนข้างหลวม เมื่อนำไปใช้เอง ควรใช้ประธานพหูพจน์กับ copies ซึ่งจะเป็นธรรมชาติกว่า: The websites look like copies of one another.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าแบบของแอปหลายแบบดูเกือบเหมือนกันทั้งหมด?
- The app designs look like copies of one another.
- The app designs look copies with one another.
- The app designs look like a copy of itself.
ดูคำตอบ
The app designs look like copies of one another.
and as someone who's caught between trying to make sense of it วลี
1:12และในฐานะคนที่ติดอยู่ระหว่างการพยายามทำความเข้าใจกับมัน
make sense of it: พยายามเข้าใจสิ่งที่ชวนสับสน
Make sense of it หมายถึง “พยายามจนเข้าใจหรืออธิบายมันได้” โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นสับสนหรือซับซ้อน ในที่นี้ ผู้พูดกำลังพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ที่กล่าวถึง โครงสร้างคือ make sense of + คำนามหรือคำสรรพนาม โดย it คือสิ่งที่ต้องการทำความเข้าใจ จึงต้องคง of ไว้หน้า it
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในประโยค: I'm trying to make sense ____ these conflicting instructions.
ดูคำตอบ
of
while also barely keeping up with the pace of the world, กริยาวลี
1:15ในขณะที่ก็แทบจะตามจังหวะของโลกไม่ทัน
keeping up with the pace of the world: ตามให้ทันจังหวะของโลก
keep up with หมายถึงรักษาความเร็วหรือระดับให้เท่ากับสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตามหลัง ในที่นี้ keeping up with the pace of the world หมายถึงพยายามตามการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของชีวิตและโลกให้ทัน barely หมายถึงทำได้แบบเฉียดฉิวและแทบไม่มีช่องว่างให้พลาด จึงทำให้วลีนี้สื่อถึงความกดดันและความพยายามอย่างมาก
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในกริยาวลีที่หมายถึงติดตามข้อมูลให้ทันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง: I read a weekly science newsletter to keep ____ with new discoveries.
ดูคำตอบ
up
can get a little overwhelming: อาจเริ่มหนักเกินจะรับมือไปสักหน่อย
get + adjective มักใช้บอกการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ในประโยคนี้ get overwhelming หมายถึงสถานการณ์อาจเปลี่ยนจนยาก รุนแรง หรือซับซ้อนเกินจะจัดการได้ ส่วน can บอกว่าเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน a little ทำให้น้ำเสียงเบาลง คำพูดจึงอาจฟังดูไม่รุนแรงหรือเหมือนลดทอนปัญหา แม้ว่าผู้พูดจะรู้สึกกดดันจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่าสถานการณ์หนึ่งอาจเริ่มรับมือได้ยากขึ้นเล็กน้อย
- Planning the trip can get a little overwhelmed.
- Planning the trip can get a little overwhelming.
- Planning the trip can get a little overwhelm.
ดูคำตอบ
Planning the trip can get a little overwhelming.
search for an antidote: “ยาถอนพิษ” ในเชิงเปรียบเทียบ
ตามความหมายตรงตัว antidote คือสารที่หยุดผลของพิษ แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงวิธีรับมือกับข้อมูลที่มากเกินไป ดังนั้น a search for an antidote จึงหมายถึงการค้นหาวิธีแก้ที่เหมาะสม ไม่ใช่การหายาจริง ๆ คำเปรียบเทียบนี้ทำให้ปัญหาดูเหมือนสิ่งที่เป็นอันตราย และสื่อว่าคำตอบควรลดหรือลบล้างผลของปัญหาโดยตรง
แบบฝึกหัด
ในวลี a search for an antidote คำว่า antidote หมายถึงอะไร
- วิธีแก้ที่สามารถต้านผลของปัญหาได้
- คำอธิบายปัญหาอย่างละเอียด
- สารอันตรายที่ทำให้เกิดปัญหา
ดูคำตอบ
วิธีแก้ที่สามารถต้านผลของปัญหาได้
there was one idea I became increasingly curious about. วลี
1:32มีแนวคิดหนึ่งที่ฉันเริ่มอยากรู้มากขึ้นเรื่อยๆ
became increasingly curious about: ความอยากรู้ที่เพิ่มขึ้นตามเวลา
ใน became increasingly curious about คำว่า became แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ ส่วน increasingly หมายถึง “มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป” เมื่อใช้ร่วมกันจึงแสดงว่าความอยากรู้ของผู้พูดค่อย ๆ เพิ่มขึ้น Curious about ใช้นำหน้าสิ่งที่ทำให้เกิดความอยากรู้นั้น ในประโยคเต็ม one idea ทำหน้าที่เป็นกรรมของ about โดยเข้าใจได้ในรูป one idea (that) I became increasingly curious about การจบอนุประโยคขยายด้วย about เป็นรูปแบบที่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ become increasingly + curious ในรูปอดีตและใช้คำบุพบทที่ถูกต้อง: As the clues appeared, I ____ the old map.
ดูคำตอบ
became increasingly curious about
It started when I read Austin Kleon's book Steal Like an Artist. วัฒนธรรม
1:36มันเริ่มขึ้นตอนที่ฉันอ่านหนังสือของ Austin Kleon เรื่อง Steal Like an Artist
Steal Like an Artist: steal ในฐานะอุปมาเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์
Steal Like an Artist เป็นชื่อหนังสือของ Austin Kleon คำว่า steal ในชื่อนี้จงใจใช้ให้สะดุดตา โดยหมายถึงการเรียนรู้จากผลงานสร้างสรรค์ที่มีอยู่ แล้วเลือก ผสมผสาน และปรับเปลี่ยนอิทธิพลเหล่านั้นให้กลายเป็นผลงานของตนเอง ชื่อนี้ไม่ได้สนับสนุนการลอกเลียนผลงานหรือการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าใจภูมิหลังนี้ ก็จะเห็นว่าทำไมผู้พูดจึงกล่าวถึงหนังสือเพื่อเกริ่นนำแนวคิดต่อไป
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ Steal Like an Artist น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด
- คัดลอกผลงานทั้งหมดแล้วอ้างว่าเป็นผลงานต้นฉบับ
- เรียนรู้จากอิทธิพลทางความคิดสร้างสรรค์และปรับเปลี่ยนให้เป็นสิ่งใหม่
- นำงานศิลปะที่เป็นวัตถุไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
ดูคำตอบ
เรียนรู้จากอิทธิพลทางความคิดสร้างสรรค์และปรับเปลี่ยนให้เป็นสิ่งใหม่
Take time to be bored: take time to + คำกริยารูปพื้นฐาน
take time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการตั้งใจจัดหรือเผื่อเวลาไว้เพื่อทำบางอย่าง โครงสร้างนี้มักใช้ในคำแนะนำ และสื่อว่าการกระทำนั้นมีค่าพอที่จะจัดเวลาให้ ในที่นี้ be bored หมายถึงการปล่อยให้ตัวเองมีช่วงเวลาที่ไม่มีกิจกรรมหรือสิ่งกระตุ้นมากนัก โครงสร้างคือ take time + to-infinitive จึงใช้ take time to be ไม่ใช่ take a time to be
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตั้งใจเผื่อเวลาไว้เพื่อทำ”: Even on busy days, ____ rest and think.
ดูคำตอบ
take time to
Creative people need time to just sit around and do nothing." กริยาวลี
1:43คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ต้องการเวลาเพื่อนั่งเฉยๆ และไม่ต้องทำอะไรเลย"
Just sit around and do nothing: นั่งเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร
sit around หมายถึงการใช้เวลานั่งหรืออยู่ที่ใดที่หนึ่งโดยไม่มีจุดหมายหรือกิจกรรมเฉพาะ เมื่อเติม and do nothing ก็ยิ่งระบุชัดว่าไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเลย ส่วน just เน้นว่าบุคคลนั้นทำเพียงเท่านี้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวไม่ได้ตำหนิว่าใครขี้เกียจ แต่เสนอว่าช่วงเวลาที่ไม่มีแผนและไม่ได้ทำอะไรอาจเป็นสิ่งที่คนมีความคิดสร้างสรรค์ต้องการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ตรงกับความหมายว่า “ใช้เวลาอย่างว่าง ๆ โดยไม่ทำกิจกรรมอะไร”: After a busy week, I wanted to just ____ for an hour.
ดูคำตอบ
sit around and do nothing
I want to see what happens when I embrace this idea of boredom over the next couple of days. วลี
1:47ฉันอยากจะดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันยอมรับแนวคิดเรื่องความเบื่อหน่ายนี้ในช่วงสองสามวันข้างหน้า
Embrace this idea of boredom: ยอมรับแนวคิดอย่างกระตือรือร้น
ในที่นี้ embrace ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย embrace an idea หมายถึงการต้อนรับและยอมรับแนวคิดหนึ่ง พร้อมทั้งเต็มใจนำไปใช้หรือสำรวจต่อ โครงสร้าง embrace the idea of + คำนามหรือรูป -ing ใช้ระบุแนวคิดที่กำลังยอมรับ ผู้พูดเลือกที่จะทดลองอยู่กับความเบื่อ ไม่ใช่เพียงทนต่อความรู้สึกที่ไม่น่าพอใจ ดังนั้น embrace จึงสื่อถึงท่าทีที่กระตือรือร้นและเปิดกว้าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่าทีมต้อนรับแนวคิดใหม่อย่างกระตือรือร้นและเต็มใจทดลองใช้?
- The team put up with the new schedule because they had no choice.
- The team accepted the idea but did not want to try it.
- The team embraced the idea of a four-day workweek.
ดูคำตอบ
The team embraced the idea of a four-day workweek.
If there is any difference at all in the creativity in my ideas, ไวยากรณ์
1:51ว่าจะมีความแตกต่างในความคิดสร้างสรรค์จากไอเดียของฉันบ้างไหม
If there is any difference at all: แม้จะแตกต่างเพียงเล็กน้อยที่สุด
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if นำเสนอเงื่อนไขที่อาจเป็นไปได้โดยไม่ได้ยืนยันว่ามีความแตกต่างจริง ในที่นี้ difference หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับความสร้างสรรค์ในความคิด โครงสร้าง any ... at all ลดเกณฑ์ลงจนถึงระดับที่น้อยที่สุดที่ตรวจพบได้ กล่าวคือ แม้มีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยก็นับ โครงสร้างนี้เหมาะกับการตรวจสอบหรือเปรียบเทียบผลโดยไม่ทึกทักว่าการเปลี่ยนแปลงจะมาก หรือแม้แต่จะเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย any ... at all เพื่อเน้นว่าแม้เพียงเล็กน้อยที่สุด: We need to find out whether there is ____ improvement ____.
ดูคำตอบ
any · at all
did I ... did I ... was it ...: รายการตรวจสอบด้วยคำถามแบบขนาน
ผู้พูดนำคำถามตรงสั้น ๆ หลายคำถามมาเรียงต่อกัน เพื่อจัดผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นรายการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ความจำเป็น ปฏิกิริยาส่วนตัว และประโยชน์ การใช้ did I ... ซ้ำทำให้รายการมีจังหวะชัดเจน ส่วน was it ... บอกว่านี่เป็นคำถามสุดท้ายเกี่ยวกับสภาพหรือการประเมิน แต่ละคำถามคงลำดับคำแบบคำถามตรงไว้ คือ did + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วนเมื่อใช้ be ตัวกริยาจะอยู่หน้าประธานดังใน was it สำหรับ Did I not ในที่นี้เป็นการละข้อความ เพราะผู้ฟังเข้าใจแนวคิดก่อนหน้าได้โดยไม่ต้องกล่าวซ้ำทั้งหมด ชุดคำถามนี้ช่วยให้ผู้ฟังเห็นว่าจะประเมินเรื่องใดบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องตอบแต่ละข้อออกมาดัง ๆ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้คำถามตรงแบบขนานเพื่อนำเสนอรายการสิ่งที่จะประเมิน?
- Did the plan save time, did it reduce stress, was it worth the cost?
- The plan saved time because it reduced stress and was worth the cost.
- Did the plan saved time, did it reduced stress, was worth the cost?
ดูคำตอบ
Did the plan save time, did it reduce stress, was it worth the cost?
Just for an hour or two each day: จำกัดเวลาที่ต้องทุ่มเทให้สั้นลง
ในที่นี้ just จำกัดช่วงเวลาให้แคบลง หมายความว่าแผนนี้ใช้เวลาเพียงวันละหนึ่งหรือสองชั่วโมง Just for... เป็นส่วนเสริมสั้น ๆ ที่เพิ่มข้อจำกัดด้านเวลาให้กับแผนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า การแยกข้อจำกัดนี้ออกมาเป็นประโยคสั้นทำให้ภาระดูน้อยและจัดการได้ ผู้พูดมักจัดข้อมูลแบบนี้เพื่อทำให้ความท้าทายดูยอมรับได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
โค้ชต้องการให้ผู้เริ่มต้นฝึกทุกวัน ข้อความเสริมใดทำให้ภาระนี้ดูน้อยและจัดการได้มากที่สุด
- Until you are completely exhausted each morning.
- Just for ten minutes each morning.
- For at least three hours each morning.
ดูคำตอบ
Just for ten minutes each morning.
How hard can that be?: การใช้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์
แม้ How hard can that be? จะดูเหมือนคำถาม แต่โดยทั่วไปไม่ได้ต้องการคำตอบจริง ๆ ในที่นี้ can ... be หมายถึง “มันจะยากได้สักแค่ไหนกัน?” และใจความของผู้พูดคือ “มันคงไม่ยากมากหรอก” ผู้พูดอาจใช้ประโยคนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตนเองหรือทำให้งานดูง่าย ในเรื่องเล่า คำถามเชิงวาทศิลป์ที่มั่นใจแบบนี้ยังอาจปูทางไปสู่ความย้อนแย้งเมื่องานนั้นกลับยากในภายหลัง
แบบฝึกหัด
คนคนหนึ่งพูดว่า “The recipe has only four ingredients. How hard can that be?” เขาน่าจะหมายความว่าอะไร
- กรุณาให้คะแนนความยากที่แม่นยำ
- มันคงไม่ยากมาก
- พิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้
ดูคำตอบ
มันคงไม่ยากมาก
I was doing good: การใช้ good แทน well ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ I was doing good หมายถึง I was doing well คือสถานการณ์ ผลงาน หรือความคืบหน้าของผู้พูดกำลังไปได้ดี ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังทำความดีหรือช่วยเหลือผู้อื่น ภาษาพูดแบบสบาย ๆ ในที่นี้ใช้คำคุณศัพท์ good ในตำแหน่งที่ภาษาอังกฤษมาตรฐานซึ่งผ่านการตรวจแก้มักใช้คำกริยาวิเศษณ์ well หลัง doing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในรายงานความคืบหน้าแบบทางการ เมื่อต้องการบอกว่างานดำเนินไปด้วยดีก่อนถึงขั้นตอนสุดท้าย
- I completed the final stage successfully.
- I was doing well until the final stage.
- I was doing good until the final stage.
ดูคำตอบ
I was doing well until the final stage.
and then I just reached for my phone out of habit. วลี
2:21แล้วฉันก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ด้วยความเคยชิน
reach for + สิ่งของ: ขยับมือไปทางสิ่งนั้น
Reach for + สิ่งของ หมายถึงการขยับมือหรือแขนไปทางสิ่งหนึ่งเพราะต้องการหยิบ สัมผัส หรือใช้สิ่งนั้น Reached for my phone บรรยายการเคลื่อนไหวไปทางโทรศัพท์ แต่ตัววลีเองไม่ได้ยืนยันว่าผู้พูดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ว เมื่อใช้กับ out of habit ประโยคนี้นำเสนอการเคลื่อนไหวว่าเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามความเคยชิน ไม่ใช่จากการตัดสินใจอย่างตั้งใจ
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้ในโครงสร้าง reach for + สิ่งของ: When the timer rang, Noah reached ____ the oven mitts.
ดูคำตอบ
for
out of habit: ทำโดยอัตโนมัติเพราะความเคยชิน
out of habit หมายถึงการทำบางอย่างโดยอัตโนมัติเพราะเคยทำมาหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะหยุดคิดแล้วตัดสินใจใหม่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ โดยปกติวลีนี้จะอยู่หลังการกระทำและบอกว่านิสัยเป็นสาเหตุของการกระทำนั้น: do something out of habit
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ทำโดยอัตโนมัติเพราะเป็นพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ” ให้สมบูรณ์: I opened the app ____, even though I had nothing to check.
ดูคำตอบ
out of habit
the habit of just like picking up and checking our phones when we're literally doing nothing. วลี
2:29นิสัยที่ชอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเวลาที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ
picking up and checking our phones: ลำดับการกระทำสองขั้นตอน
picking up and checking our phones บรรยายการกระทำสองขั้นตอนที่เป็นธรรมชาติ คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อน แล้วจึงดูข้อความ การแจ้งเตือน หรือเนื้อหาต่าง ๆ คำกริยาทั้งสองใช้กรรมร่วมกันคือ our phones จึงไม่ต้องพูดกรรมซ้ำ คำกริยาทั้งสองใช้รูป -ing เพราะการกระทำทั้งหมดอยู่หลัง the habit of เมื่อคำกริยาอยู่หลังคำบุพบท of ให้ใช้รูป -ing: the habit of picking up and checking a phone
แบบฝึกหัด
เติมชุดการกระทำรูป -ing ที่สื่อความหมาย 'pick up, then check' ให้สมบูรณ์: I am trying to break the habit of ____ my phone during meals.
ดูคำตอบ
picking up and checking
any indication how things are going: อนุมานแนวโน้มโดยรวมจากเบาะแสหนึ่งอย่าง
ในที่นี้ if that's any indication ใช้เหตุการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้าเป็นเบาะแสเกี่ยวกับแนวโน้มที่กว้างกว่า ส่วน how things are going หมายถึงความคืบหน้าหรือสถานการณ์โดยรวม ผู้พูดจึงเปลี่ยนจากตัวอย่างหนึ่งไปสู่การประเมินภาพรวม สำนวนนี้สื่อถึงการอนุมาน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ แนวโน้มอาจเป็นบวกหรือลบก็ได้ โดยต้องดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ใช้เหตุการณ์หนึ่งเป็นเบาะแส: If this morning's smooth rehearsal is ____, tonight's show should go well.
ดูคำตอบ
any indication
You see: ใช้เกริ่นคำอธิบาย
You see เป็นคำเชื่อมในการสนทนาที่บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีคำอธิบาย เหตุผล หรือข้อมูลเบื้องหลังที่เป็นประโยชน์ตามมา ในที่นี้ see ไม่ได้หมายถึงการมองสิ่งใดด้วยตาจริง ๆ คำนี้ช่วยจัดลำดับการพูดโดยเปลี่ยนจากสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่กล่าวไปแล้ว ไปสู่คำอธิบายว่าผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่าทำไมคุณจึงใช้เส้นทางอื่น ประโยคใดใช้ You see เพื่อเกริ่นเหตุผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- You watch, the main road is closed for repairs.
- See you, the main road is closed for repairs.
- You see, the main road is closed for repairs.
ดูคำตอบ
You see, the main road is closed for repairs.
an interesting thing happens when you're in a less stimulated state. การใช้คำ
2:42สิ่งที่น่าสนใจจะเกิดขึ้นเมื่อคุณอยู่ในสภาวะที่ถูกกระตุ้นน้อยลง
a less stimulated state: ภาวะที่มีสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสและทางใจน้อยลง
ใน a less stimulated state สมองและประสาทสัมผัสรับกิจกรรม ข้อมูล หรือสิ่งแปลกใหม่น้อยกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น อาจมีหน้าจอ การแจ้งเตือน เสียง หรืองานที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วน้อยลง stimulated ในที่นี้หมายถึงการที่จิตใจหรือประสาทสัมผัสถูกกระตุ้นด้วยสิ่งที่รับเข้ามา ไม่ได้หมายถึงการได้รับกำลังใจจากคำชมหรือการสนับสนุน ส่วน less ใช้เปรียบเทียบปริมาณหรือระดับของการกระตุ้น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิ่งกระตุ้นเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ภาวะที่มีสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสและข้อมูลน้อยลง”: After putting away every screen and sitting in a quiet room, Leo was in ____.
ดูคำตอบ
a less stimulated state
Our minds are able to wander: ความคิดเคลื่อนไปอย่างอิสระ
เมื่อ mind wander ความสนใจจะเคลื่อนออกจากงานหนึ่งที่กำลังจดจ่ออยู่ และความคิดจะไหลไปมาระหว่างความทรงจำ ไอเดีย หรือภาพที่จินตนาการไว้อย่างอิสระ wander ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ จิตใจไม่ได้เดินไปมาจริง ๆ Our minds are able to wander หมายถึงสภาพแวดล้อมหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ทำให้การเคลื่อนไหวของความคิดนี้เกิดขึ้นได้ รูปแบบที่เกี่ยวข้องและใช้ได้บ่อยคือ let your mind wander ซึ่งหมายถึงปล่อยให้ความคิดเคลื่อนไปโดยไม่บังคับให้จดจ่ออยู่กับหัวข้อเดียว
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน ให้สังเกตความต่างของเสียงสระใน wander และ wonder
- Our minds are able to wander.
- Our minds are able to wonder.
ดูคำตอบ
Our minds are able to wander.
get creative with problem solving: แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
ในที่นี้ get creative with problem solving หมายถึงการเริ่มใช้วิธีที่มีจินตนาการและไม่ยึดติดกับวิธีเดิม ๆ เพื่อแก้ปัญหา โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะหนึ่ง ดังนั้น get creative จึงเน้นการเริ่มคิดหรือทำอย่างสร้างสรรค์ รูปแบบ get creative with + คำนาม ใช้ระบุสิ่ง ทรัพยากร หรือโจทย์ที่เราจัดการอย่างสร้างสรรค์ ในประโยคนี้ problem solving คือกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนเป้าหมาย: We had only cardboard and tape, so we had to ____ the materials we had.
ดูคำตอบ
get creative with
and let one's dormant ideas find the space to plant roots and grow. โน้ต
2:51และปล่อยให้ไอเดียที่หลับใหลอยู่ของใครบางคนได้พบพื้นที่ในการหยั่งรากและเติบโต
dormant ideas: แนวคิดที่ยังหลับใหล
ใน dormant ideas คำว่า dormant หมายถึงแนวคิดที่ตอนนี้ยังไม่เคลื่อนไหวหรือยังไม่ได้ถูกแสดงออก แต่ยังคงมีอยู่และอาจกลับมามีบทบาทได้ในภายหลัง แนวคิดเหล่านี้ไม่ได้หายไป เพียงแต่ยังไม่มีพื้นที่หรือโอกาสให้พัฒนา วลีนี้เปรียบแนวคิดเหมือนสิ่งมีชีวิตที่พักนิ่งได้ แล้วจึงหยั่งรากและเติบโต ความหมายหลักแบบเดียวกันพบได้ใน dormant talent และ a dormant volcano คือขณะนี้ยังไม่เคลื่อนไหว แต่ยังคงมีอยู่
แบบฝึกหัด
dormant หมายถึงอะไรในประโยคนี้? After years without practice, her dormant musical talent began to return.
- พรสวรรค์นั้นยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว
- พรสวรรค์นั้นหายไปอย่างถาวรแล้ว
- พรสวรรค์นั้นถูกใช้งานอย่างเต็มที่ทุกวัน
ดูคำตอบ
พรสวรรค์นั้นยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว
to plant roots and grow: แนวคิดที่พัฒนาเหมือนพืช
ในประโยคนี้ to plant roots and grow เป็นอุปมาเรื่องการเติบโตของพืช เพื่อสื่อว่าแนวคิดที่หลับใหลเริ่มพัฒนาขึ้น แนวคิดไม่ได้เป็นพืชจริง ๆ การมีพื้นที่ช่วยให้แนวคิดตั้งหลัก แข็งแรงขึ้น และค่อย ๆ เติบโตเต็มที่ ภาพเปรียบนี้นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ว่าเป็นกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไป แนวคิดอาจต้องการความสงบ เวลา และพื้นที่ทางความคิด ก่อนจะก่อตัวอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
to plant roots and grow หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- แนวคิดเหล่านั้นต้องการเวลาและพื้นที่เพื่อเริ่มพัฒนาและก่อตัวอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- แนวคิดเหล่านั้นเป็นเมล็ดจริง ๆ ที่กำลังรอการปลูก
- ควรจดแนวคิดเหล่านั้นไว้ก่อนที่ใครจะลืม
ดูคำตอบ
แนวคิดเหล่านั้นต้องการเวลาและพื้นที่เพื่อเริ่มพัฒนาและก่อตัวอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
Just like when we get our best ideas in the shower ลำดับความ
2:55เหมือนกับเวลาที่เราได้ไอเดียที่ดีที่สุดตอนอาบน้ำ
Just like when: การแนะนำสถานการณ์คุ้นเคยเพื่อเปรียบเทียบ
Just like when เชื่อมประเด็นทั่วไปที่ผู้พูดกล่าวไว้ก่อนหน้าเข้ากับสถานการณ์ที่คุ้นเคย Just like แสดงการเปรียบเทียบ ส่วน when เปิดสถานการณ์ที่ใช้เป็นตัวอย่าง คือการคิดไอเดียดี ๆ ได้ตอนอาบน้ำ วลีนี้จัดลำดับข้อมูลโดยเปลี่ยนจากข้อกล่าวเชิงนามธรรมไปสู่กรณีในชีวิตประจำวันที่เป็นรูปธรรม วลีนี้ย้อนกลับไปเชื่อมกับประเด็นเดิมและนำไปสู่อนุประโยค when ที่ตามมา ช่วยให้ผู้ฟังเห็นความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเปรียบเทียบสามคำจากบทเรียนนี้: New ideas often appear when we relax, ____ a solution suddenly comes to you during a walk.
ดูคำตอบ
just like when
or think up new characters for a book on our commute. โน้ต
2:58หรือคิดตัวละครใหม่สำหรับหนังสือระหว่างเดินทางไปทำงาน
think up new characters: คิดสิ่งใหม่ขึ้นมา
ใน think up new characters คำว่า think up หมายถึงสร้างหรือคิดตัวละครขึ้นมาใหม่ด้วยการคิดและจินตนาการ คำนี้เป็นกริยาวลี ดังนั้นต้องเข้าใจ up รวมกับ think จุดสำคัญคือการได้แนวคิดหรือผลลัพธ์ใหม่ Think up ยังใช้กับชื่อ แผน เรื่องราว ข้อแก้ตัว หรือวิธีแก้ปัญหาได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ากลุ่มนี้ต้องคิดชื่อใหม่ขึ้นมา?
- We need to think about the new name for the club.
- We need to remember the new name for the club.
- We need to think up a new name for the club.
ดูคำตอบ
We need to think up a new name for the club.
book on our commute: on our commute ขยายส่วนใด
ในประโยคนี้ การแบ่งกลุ่มความหมายคือ think up new characters for a book + on our commute วลี on our commute บอกว่าการคิดตัวละครขึ้นมาเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางประจำ commute คือการเดินทางเป็นประจำระหว่างบ้านกับที่ทำงานหรือโรงเรียน on my/your/our commute หมายถึงระหว่างการเดินทางนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดฟังพอดแคสต์ระหว่างการเดินทางไปทำงานหรือไปโรงเรียนเป็นประจำ?
- I listen to podcasts at my commute.
- I listen to podcasts on my commute.
- I listen to podcasts on my trip.
ดูคำตอบ
I listen to podcasts on my commute.
goes on autopilot: ลงมือทำตามความเคยชิน
ใน goes on autopilot การกระทำที่คุ้นเคยดำเนินต่อไปโดยแทบไม่ต้องใส่ใจอย่างมีสติ เพราะนิสัยเป็นตัวนำทาง วลีนี้เป็นการเปรียบเทียบที่มาจากระบบควบคุมอัตโนมัติ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าร่างกายควบคุมตัวเองเหมือนเครื่องจักรจริง ๆ หรือคนคนนั้นหมดสติ ประเด็นคือการเคลื่อนไหวที่ฝึกจนชำนาญสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ความสนใจจะย้ายไปอยู่ที่อื่น
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ทำตามนิสัยโดยแทบไม่ต้องใส่ใจอย่างมีสติ” ลงในประโยค: When Leo folds the same towels every day, his hands go on ____.
ดูคำตอบ
autopilot
And I don't think being bored literally has to be laying around doing nothing. โน้ต
3:06และฉันไม่คิดว่าความเบื่อหน่ายหมายถึงการนอนเล่นโดยไม่ได้ทำอะไรเลยอย่างตรงตัว
literally has to be: การปฏิเสธเงื่อนไขบังคับที่แคบเกินไป
ภายใน I don't think ... นั้น has to be นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นข้อบังคับ และคำปฏิเสธที่อยู่ด้านนอกจะปฏิเสธข้อบังคับนั้น ดังนั้น I don't think X literally has to be Y จึงหมายความว่า Y ไม่ใช่รูปแบบเดียวที่ X เป็นได้ โดย Y ยังอาจเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้ Literally เน้นการตีความ Y แบบตรงหรือเคร่งครัด ในภาษาพูดทั่วไป คำนี้ยังอาจใช้เน้นความหมายว่า “จริง ๆ” ได้ด้วย แต่หน้าที่หลักในที่นี้คือโต้แย้งคำนิยามที่แคบเกินไปของ being bored
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการฉลองอาจเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากงานเลี้ยงใหญ่ได้?
- I don't think a celebration can be a big party.
- A celebration must not be a big party.
- I don't think a celebration literally has to be a big party.
ดูคำตอบ
I don't think a celebration literally has to be a big party.
laying around doing nothing: รูปมาตรฐาน lying around
ในประโยคนี้ laying around doing nothing หมายถึงการปล่อยเวลาไปเฉย ๆ โดยไม่ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์หรือวางแผนไว้ คำว่า around เพิ่มความรู้สึกแบบภาษาพูดว่าอยู่ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมายชัดเจน คำกริยาที่ตั้งใจใช้คือ lie ซึ่งหมายถึง “อยู่ในท่านอนหรือท่าพัก” และรูป -ing คือ lying ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน วลีนี้ควรเป็น lying around doing nothing ส่วน laying ในที่นี้เป็นการใช้ lie กับ lay สับสนกันแบบไม่เป็นมาตรฐานที่พบได้บ่อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing มาตรฐานของ lie: He was ____ around doing nothing all afternoon.
ดูคำตอบ
lying
I think that it counts as washing the dishes and folding your laundry, วลี
3:10ฉันคิดว่ามันรวมถึงการล้างจานและพับผ้าของคุณ
counts as washing the dishes and folding your laundry: การจัดเข้าหมวดหมู่ด้วย count as
ในที่นี้ counts as บอกว่าบางสิ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่หนึ่ง ผู้พูดใช้สำนวนนี้ขณะเพิ่ม washing the dishes และ folding your laundry เข้าไปในกลุ่มกิจกรรมประจำวันซึ่งเข้ากับแนวคิดที่กำลังพูดถึงได้ แทนที่จะจำกัดแนวคิดนั้นไว้แค่การไม่ทำอะไรเลย โครงสร้างคือ X counts as Y หมายถึง “X มีคุณสมบัติเป็น Y” หรือ “X ได้รับการยอมรับว่าเป็น Y” โดย Y อาจเป็นนามวลีหรือกิจกรรมรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง count as: A brisk walk ____ exercise.
ดูคำตอบ
counts as
just without reaching for your phone to help pass the time. วลี
3:18เพียงแค่ไม่ต้องเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เพื่อช่วยฆ่าเวลา
pass the time: ทำให้ช่วงรอหรือเวลาว่างผ่านไป
pass the time หมายถึงการทำกิจกรรมบางอย่างระหว่างรอ รู้สึกเบื่อ หรือไม่มีอย่างอื่นให้ทำ เพื่อให้ช่วงเวลานั้นผ่านไปง่ายขึ้นหรือรู้สึกว่าสั้นลง ในประโยคนี้ การหยิบโทรศัพท์คือการเติมช่วงเวลาว่าง ไม่ได้หมายถึงทำให้เวลาเคลื่อนที่จริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ do X to pass the time และ pass the time by doing X
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: The bus was late, so we played a word game to ____.
ดูคำตอบ
pass the time
It's interesting that boredom is not typically something that's pursued, ไวยากรณ์
3:22น่าสนใจที่โดยปกติแล้วความเบื่อหน่ายไม่ใช่สิ่งที่คนเราไขว่คว้าหา
not typically something that's pursued: รูปถูกกระทำและการสรุปอย่างระมัดระวัง
ใน something that's pursued คำว่า that's เป็นรูปย่อของ that is ส่วน pursued เป็นรูปถูกกระทำ โดยนำเสนอ boredom ว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนอาจตั้งใจแสวงหา ขณะที่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้แสวงหาและกล่าวถึงคนเหล่านั้นแบบทั่วไป โครงสร้าง not typically something that's pursued เป็นการกล่าวสรุปอย่างระมัดระวัง Typically หมายถึง “โดยทั่วไป” หรือ “ในกรณีส่วนใหญ่” ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีใครเคยแสวงหาความเบื่อเลย
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดถอดความประโยคนี้ได้ดีที่สุด: Boredom is not typically something that's pursued?
- โดยทั่วไปแล้วผู้คนไม่ได้ตั้งใจแสวงหาความเบื่อ
- ไม่เคยมีใครรู้สึกเบื่อเลย
- โดยทั่วไปแล้วความเบื่อจะไล่ตามผู้คน
ดูคำตอบ
โดยทั่วไปแล้วผู้คนไม่ได้ตั้งใจแสวงหาความเบื่อ
but many of the world's problems are because there is just too much of everything. วลี
3:26แต่ปัญหาหลายอย่างของโลกเกิดขึ้นเพราะมันมีทุกอย่างมากเกินไป
there is just too much of everything: การสื่อว่าทุกอย่างมีมากเกินไปโดยรวม
ในประโยคนี้ there is just too much of everything หมายถึง สิ่งหลายประเภทมีปริมาณมากเกินไปจนทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างล้นเกินโดยรวม ผู้พูดไม่ได้หมายถึงสิ่งของทุกชิ้นตามตัวอักษร แต่ everything เป็นการสรุปกว้าง ๆ ถึงตัวเลือก ข้อมูล สินค้า ภาระเรียกร้อง หรือสิ่งที่คล้ายกัน Too much มองปริมาณที่รวมกันเป็นภาพรวม แทนที่จะนับสิ่งของทีละชิ้น ในที่นี้ just ใช้เน้นความหมาย ใกล้เคียงกับ “จริง ๆ” หรือ “พูดง่าย ๆ ก็คือ” ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น”
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับข้อความ "There is just too much of everything" มากที่สุด
- คนคนหนึ่งรู้สึกท่วมท้นจากตัวเลือก ข้อความ และงานต่าง ๆ
- คนคนหนึ่งหาอะไรไม่พบเลย
- คนคนหนึ่งมีวัตถุทุกชนิดอย่างละหนึ่งชิ้นพอดี
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งรู้สึกท่วมท้นจากตัวเลือก ข้อความ และงานต่าง ๆ
Too many possibilities, too many options: การซ้ำโครงสร้างแบบขนาน
Too many possibilities, too many options ซ้ำกรอบ too many + คำนามพหูพจน์ การวางวลีสองวลีที่มีรูปแบบตรงกันไว้ต่อกันช่วยจัดข้อมูลให้เป็นรายการที่เพิ่มขึ้น และทำให้ความรู้สึกว่า “มากเกินไป” สะสมแรงขึ้น ข้อความนี้ตั้งใจใช้เป็นส่วนของประโยค ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา ในภาษาพูด ส่วนของประโยคที่มีโครงสร้างขนานกันช่วยเพิ่มจังหวะและความกดดัน พร้อมกับสานต่อแนวคิดจากประโยครอบข้าง
แบบฝึกหัด
ข้อความใดใช้การซ้ำโครงสร้างแบบขนานเพื่อสร้างความรู้สึกว่ามีมากจนล้นได้ดีที่สุด
- Too many messages, too many meetings, too many decisions.
- Messages arrived, meetings happened, and I made decisions.
- There are too many messages, but the meeting is at noon.
ดูคำตอบ
Too many messages, too many meetings, too many decisions.
and something as simple as taking time to unplug requires focus and intent. โน้ต
3:33และสิ่งที่เรียบง่ายอย่างการหาเวลาตัดการเชื่อมต่อจำเป็นต้องใช้สมาธิและความตั้งใจ
something as simple as taking time to: นำเสนอการกระทำว่าดูเหมือนง่าย
วลี something as simple as taking time to... นำเสนอการกระทำว่าเป็นตัวอย่างพื้นฐานที่ดูเหมือนทำได้ง่าย หลัง as simple as คำว่า taking เป็น gerund หรือกริยาที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ส่วนใน taking time to unplug นั้น to unplug เป็น infinitive ที่บอกว่าใช้เวลานั้นไปทำอะไร ตรงนี้เกิดความขัดแย้งเล็กน้อย เพราะแม้แต่การกระทำเล็ก ๆ ที่ฟังดูง่ายก็อาจต้องใช้ความพยายาม โครงสร้าง something as simple as + คำนามหรือรูป -ing ใช้ยกตัวอย่างเรื่องธรรมดาหนึ่งเรื่องก่อนอธิบายว่าทำไมเรื่องนั้นจึงสำคัญหรือยากกว่าที่คาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง something as simple as + -ing: Even ____ taking time to stretch can improve your day.
ดูคำตอบ
something as simple as
unplug requires focus and intent: การพักจากโลกดิจิทัลอย่างตั้งใจ
ในที่นี้ unplug ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการถอยห่างจากโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย หรือข้อมูลดิจิทัลอื่น ๆ ชั่วคราว ไม่ได้หมายถึงการดึงปลั๊กไฟออกจริง ๆ ประธานทางไวยากรณ์ของ requires คือวลีทั้งหมด something as simple as taking time to unplug ส่วน focus and intent หมายถึงการใส่ใจและการตัดสินใจอย่างตั้งใจ ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังบอกว่าการพักจากโลกดิจิทัลไม่ได้เกิดขึ้นเองเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ unplug ในความหมายว่า “พักจากชีวิตดิจิทัลชั่วคราว”
- I'm going to mute one group chat but keep scrolling all night.
- I'm going to unplug for the evening and stay off social media.
- Please unplug the lamp before replacing the bulb.
ดูคำตอบ
I'm going to unplug for the evening and stay off social media.
At least in the beginning: จำกัดข้อความไว้ที่ช่วงเริ่มต้น
At least in the beginning จำกัดขอบเขตของข้อความก่อนหน้าให้แคบลง ผู้พูดยืนยันว่าข้อความนั้นเป็นจริงในช่วงเริ่มต้น แต่ยังไม่สรุปว่าเป็นจริงในช่วงหลังด้วย เมื่อแยกพูดเป็นข้อความเสริม วลีนี้จะช่วยแก้ข้อความที่อาจฟังเหมือนเป็นจริงตลอดทั้งกระบวนการ at least ไม่ได้แปลว่า only แต่ระบุช่วงเวลาขั้นต่ำ ดังนั้นสถานการณ์อาจดำเนินต่อหลังช่วงเริ่มต้นก็ได้
แบบฝึกหัด
การเติม At least in the beginning ส่งผลต่อข้อความก่อนหน้าอย่างไร
- หมายความว่าข้อความนั้นเป็นจริงแน่นอนในช่วงเริ่มต้น และยังไม่สรุปเกี่ยวกับช่วงหลัง
- หมายความว่าข้อความนั้นเป็นจริงก่อนที่กระบวนการจะเริ่มขึ้น
- หมายความว่าข้อความนั้นหยุดเป็นจริงทันทีเมื่อช่วงเริ่มต้นจบลง
ดูคำตอบ
หมายความว่าข้อความนั้นเป็นจริงแน่นอนในช่วงเริ่มต้น และยังไม่สรุปเกี่ยวกับช่วงหลัง
Okay, so I have been really enjoying this experiment so far. วลี
3:40เอาล่ะ จนถึงตอนนี้ฉันสนุกกับการทดลองนี้มากจริงๆ
experiment so far: รายงานประสบการณ์จนถึงตอนนี้
ใน experiment so far คำว่า so far หมายถึง “ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้” วลีนี้จำกัดการประเมินเชิงบวกไว้ที่ประสบการณ์ที่มีอยู่ในเวลาที่พูด จึงยังไม่สรุปว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร รูป present perfect progressive อย่าง have been enjoying เหมาะกับช่วงเวลาที่ยังไม่สิ้นสุดนี้ เพราะความรู้สึกสนุกเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “จนถึงตอนนี้” ให้สมบูรณ์: So ____, the new schedule has worked well.
ดูคำตอบ
far
It's only been 3 days: เวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้
โครงสร้าง It has been + ระยะเวลา ใช้บอกว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจากจุดเริ่มต้นที่เข้าใจได้จากบริบทจนถึงตอนนี้ ในที่นี้ It's ย่อมาจาก It has ดังนั้น present perfect จึงเชื่อมจุดเริ่มต้นเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของผู้พูด Only ทำให้สามวันดูเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ประโยคนี้จึงฟังเหมือนการรายงานในระยะแรก ประสบการณ์หรือผลลัพธ์ยังใหม่และอาจเปลี่ยนแปลงได้
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อทำให้ประโยค present perfect ที่บอกเวลาที่ผ่านไปสมบูรณ์: It's only ____ three days since the project started.
ดูคำตอบ
been
but I feel like there is something about needing to fill the silence สำนวน
3:45แต่ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเกี่ยวกับความจำเป็นที่จะต้องเติมเต็มความเงียบ
needing to fill the silence: แรงกระตุ้นที่จะใช้เสียงเติมความเงียบ
ใน needing to fill the silence ความเงียบถูกมองเหมือนพื้นที่ว่างที่คนรู้สึกว่าต้องเติมด้วยการพูด เพลง สื่อ หรือเสียงอื่น ๆ คำว่า Needing บอกถึงแรงกระตุ้นที่รู้สึกอยู่ภายใน ไม่จำเป็นต้องเป็นความจำเป็นจริง ๆ วลีนี้ใช้ได้ทั้งกับช่วงเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างผู้คนและการพยายามเลี่ยงความเงียบเมื่อต้องอยู่คนเดียว โดยมักสื่อว่าเสียงนั้นมีไว้เพื่อไม่ให้ความเงียบดำเนินต่อไปเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะเนื้อหาสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมกลุ่มคำเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึง “ใช้การพูดเพื่อไม่ให้ช่วงเงียบดำเนินต่อไป”: When the conversation stopped, Maya asked a simple question to fill the ____.
ดูคำตอบ
silence
being alone with your thoughts: อยู่ลำพังกับความคิดของตัวเอง
being alone with your thoughts หมายถึงการมีเวลาเงียบ ๆ โดยไม่มีคนอื่นหรือสิ่งรบกวน เพื่อให้สังเกตและทบทวนว่าตัวเองกำลังคิดและรู้สึกอะไร thoughts ไม่ได้เป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันจริง ๆ ส่วน with สื่อว่ากำลังจดจ่อกับประสบการณ์ภายในใจของตนเอง ในประโยคนี้ being ทำให้วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นชื่อของกิจกรรม และ also เพิ่มกิจกรรมนี้เข้าไปจากกิจกรรมอื่นที่กล่าวถึงก่อนแล้ว ประสบการณ์นี้อาจรู้สึกสงบหรืออึดอัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่ใช้พูดถึงการทบทวนตัวเองอย่างสงบให้สมบูรณ์: After a busy day, Mia enjoys being alone ____ her thoughts.
ดูคำตอบ
with
It has just been really nice to not be living from screen to screen all the time สำนวน
3:56มันเป็นเรื่องดีจริงๆ ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอหนึ่งไปยังอีกหน้าจอหนึ่งตลอดเวลา
living from screen to screen: ใช้ชีวิตสลับไปมาระหว่างหน้าจอ
living from screen to screen เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดและไม่ได้หมายตามตัวอักษร ใช้บรรยายการสลับไปมาระหว่างอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์ สำนวนนี้สื่อว่าหน้าจอใช้เวลาและความสนใจส่วนใหญ่ในแต่ละวันของคนคนหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเขาอาศัยอยู่ระหว่างหน้าจอจริง ๆ โครงสร้าง from X to X แสดงกิจกรรมเป็นลำดับที่ดำเนินต่อเนื่อง การใช้ screen ซ้ำสื่อว่าจากหน้าจอหนึ่งก็ไปยังอีกหน้าจอหนึ่งทันที โดยมักแทบไม่มีช่วงพักจริง ๆ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะบรรยายว่า living from screen to screen มากที่สุด
- จอร์แดนย้ายจอคอมพิวเตอร์สองจอจากโต๊ะหนึ่งไปอีกโต๊ะหนึ่ง
- จอร์แดนวาดรูปกลางแจ้งตลอดบ่ายและทิ้งอุปกรณ์ทั้งหมดไว้ที่บ้าน
- จอร์แดนเรียนด้วยแล็ปท็อป เช็กโทรศัพท์ในช่วงพัก และดูโทรทัศน์ตลอดทั้งเย็น
ดูคำตอบ
จอร์แดนเรียนด้วยแล็ปท็อป เช็กโทรศัพท์ในช่วงพัก และดูโทรทัศน์ตลอดทั้งเย็น
and instead feeling like I'm living in the real world.
4:01และรู้สึกว่าฉันกำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแทน
have the space to think: มีเวลาและพื้นที่ทางใจให้คิด
ใน have the space to think คำว่า space มีความหมายเชิงนามธรรม หมายถึงการมีเวลา ความสงบ และพื้นที่ทางใจมากพอที่จะคิดได้อย่างชัดเจน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการอยู่ในสถานที่จริงที่กว้างหรือว่างเปล่า รูปแบบ have the space to do something ใช้บอกว่ามีความพร้อมทางสถานการณ์หรือทางอารมณ์ที่จะทำบางอย่างโดยไม่มีแรงกดดันหรือการรบกวนมากเกินไป ส่วน just ในที่นี้เน้นความต้องการง่าย ๆ ที่จะได้คิดเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ have the space to think หมายความว่าอะไร?
- อยู่ภายในห้องที่มีขนาดใหญ่
- จองที่นั่งในสถานที่สาธารณะ
- มีเวลาและพื้นที่ทางใจมากพอที่จะคิดได้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
มีเวลาและพื้นที่ทางใจมากพอที่จะคิดได้อย่างชัดเจน
Just allowing you to have that designated time. การใช้คำ
4:11แค่ปล่อยให้ตัวเองมีเวลาที่กำหนดไว้นั้น
designated time: เวลาที่กำหนดไว้เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ
Designated time คือช่วงเวลาที่ตั้งใจจัดสรรหรือกันไว้เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ designated เป็นคำคุณศัพท์รูป past participle ที่ขยาย time ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นการวางแผนและการมีจุดประสงค์ชัดเจน ไม่ใช่แค่การมีเวลาว่าง That ชี้ไปยังช่วงเวลาเฉพาะที่ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจอยู่แล้วจากบทสนทนา
แบบฝึกหัด
designated time ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?
- เวลาที่ไม่มีแผนว่าจะใช้ทำอะไร
- เวลาว่างที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
- เวลาที่กันไว้โดยเฉพาะเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง
ดูคำตอบ
เวลาที่กันไว้โดยเฉพาะเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง
I know that sounds so weird because creativity is such an organic thing, โน้ต
4:15ฉันรู้ว่านั่นฟังดูแปลกมากเพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติมาก
ใช้ “I know that sounds so weird” เพื่อทำให้คำพูดนุ่มนวลลง
I know that sounds so weird เป็นการคาดการณ์ปฏิกิริยาของผู้ฟังไว้ก่อน ผู้พูดยอมรับว่าความคิดที่เพิ่งกล่าวอาจฟังดูแปลก จึงช่วยลดความแข็งของคำพูดและทำให้คำอธิบายต่อจากนั้นไม่ดูกะทันหันเกินไป that ในที่นี้หมายถึงความคิดที่เพิ่งพูดไป ส่วน sounds บอกความรู้สึกหรือภาพที่ความคิดนั้นให้ ไม่ได้หมายความว่ามีเสียงแปลก ๆ หรือว่าความคิดนั้นผิดอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อใช้ I know that sounds so weird?
- บอกว่าได้ยินเสียงประหลาด
- ตำหนิผู้ฟังที่ไม่เข้าใจ
- ยอมรับว่าความคิดนั้นอาจดูแปลกก่อนจะอธิบายต่อ
ดูคำตอบ
ยอมรับว่าความคิดนั้นอาจดูแปลกก่อนจะอธิบายต่อ
“such an organic thing”: สิ่งที่เป็นธรรมชาติและไม่ถูกบังคับ
ในประโยคนี้ organic หมายถึงการพัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติและเกิดขึ้นเอง ไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นจากแผนที่ตายตัว การเรียกความคิดสร้างสรรค์ว่า such an organic thing แสดงให้เห็นว่ามันเติบโตจากแนวคิดและประสบการณ์ ไม่ใช่สิ่งที่กำหนดตารางแบบกลไกได้ such an organic thing ใช้โครงสร้าง such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ โดย such ใช้เพื่อเน้นความหมาย และใช้ an หน้า organic เพราะ organic เริ่มต้นด้วยเสียงสระ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง organic บอกอะไรเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์?
- มันพัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากแผนที่ตายตัว
- มันเป็นอาหารที่ผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
- มันดำเนินไปตามตารางแบบกลไกอย่างเคร่งครัด
ดูคำตอบ
มันพัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากแผนที่ตายตัว
Our schedules are often filled up from like hour to hour. วลี
4:23ตารางเวลาของเรามักจะถูกเติมเต็มชั่วโมงต่อชั่วโมง
filled up from like hour to hour: ตารางที่แน่นทุกชั่วโมง
เมื่อ schedule เป็นประธาน be filled up หมายความว่าเวลาที่ว่างอยู่ถูกกิจกรรมที่วางแผนไว้ใช้ไปแล้ว ส่วน From hour to hour เพิ่มความหมายว่ากิจกรรมต่อเนื่องจากช่วงเวลาหนึ่งไปยังอีกช่วงเวลาหนึ่งจนแทบไม่มีเวลาว่าง like ในที่นี้เป็นคำแทรกในการพูดแบบไม่เป็นทางการ หรือใช้บอกว่ากำลังอธิบายอย่างคร่าว ๆ ผู้พูดกำลังบอกแบบกว้าง ๆ ว่าตารางแน่นตั้งแต่ชั่วโมงหนึ่งไปอีกชั่วโมงหนึ่ง คำว่า like ไม่จำเป็นต่อความหมายหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบาย “Our schedules are filled up from like hour to hour” ได้ดีที่สุด
- ตารางถูกเติมด้วยหมึกเขียนจริง ๆ
- ตารางมีเพียงกิจกรรมเดียวตลอดทั้งสัปดาห์
- มีกิจกรรมต่อเนื่องกันในช่วงเวลาหนึ่งแล้วไปยังช่วงเวลาถัดไป
ดูคำตอบ
มีกิจกรรมต่อเนื่องกันในช่วงเวลาหนึ่งแล้วไปยังช่วงเวลาถัดไป
This is also feeling a lot like a dopamine detox, วัฒนธรรม
4:26สิ่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนการทำโดพามีนดีท็อกซ์เช่นกัน
like a dopamine detox: สำนวนที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต
ในประโยคนี้ feeling a lot like หมายถึงรู้สึกคล้ายกับบางสิ่งอย่างมาก Dopamine detox เป็นคำไม่เป็นทางการบนอินเทอร์เน็ตและในการพูดเรื่องการดูแลชีวิต หมายถึงการพักจากนิสัยที่กระตุ้นสูงและให้ความพอใจทันที เช่น วิดีโอสั้น โซเชียลมีเดีย หรือเกม วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการดีท็อกซ์จริง ๆ ที่นำโดพามีนออกจากร่างกาย ในที่นี้ วลีช่วยให้ผู้พูดเปรียบเทียบประสบการณ์กับการตั้งใจลดสิ่งกระตุ้นที่มีอยู่ตลอดเวลา
แบบฝึกหัด
ในบริบทบนอินเทอร์เน็ตนี้ dopamine detox มักหมายถึงอะไร
- กินยาเพื่อให้ทุกกิจกรรมรู้สึกน่าตื่นเต้นมากขึ้น
- ลดกิจกรรมที่กระตุ้นสูงและให้ความพอใจทันทีเป็นการชั่วคราว
- นำโดพามีนออกจากร่างกายด้วยวิธีทางการแพทย์
ดูคำตอบ
ลดกิจกรรมที่กระตุ้นสูงและให้ความพอใจทันทีเป็นการชั่วคราว
mainly because I'm doing this like every single day. วลี
4:30สาเหตุหลักเป็นเพราะฉันทำแบบนี้แทบทุกวัน
like every single day: เน้นมากกว่า every day
every single day หมายถึง “ทุกวัน” แต่เน้นการเกิดซ้ำมากกว่า single ทำให้ผู้ฟังนึกถึงแต่ละวันทีละวัน ผู้พูดจึงนำเสนอว่ากิจกรรมนั้นเกิดขึ้นต่อเนื่องวันแล้ววันเล่า ในประโยคนี้ like ทำให้น้ำเสียงเป็นกันเอง และอาจทำให้คำกล่าวไม่ตายตัวนัก คล้ายกับ “แทบทุกวัน” ส่วนที่สร้างการเน้นจริง ๆ คือ every single day; single ไม่ได้หมายถึงวันใดวันหนึ่งเพียงวันเดียว
แบบฝึกหัด
เติมคำที่เปลี่ยน every day ให้เป็นสำนวนเน้นย้ำที่เรียนในบทนี้: She checks on the seedlings every ____ day, even on weekends.
ดูคำตอบ
single
Now that I'm doing this experiment: ใช้สถานการณ์ใหม่เป็นพื้นฐาน
Now that + อนุประโยค ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วในช่วงเวลาปัจจุบัน และใช้สถานการณ์นั้นเป็นพื้นฐานของผลลัพธ์ การค้นพบ หรือการตัดสินใจ โดยทั่วไปจะตามด้วยประโยคหลักที่บอกว่าสถานการณ์นั้นนำไปสู่อะไร ในที่นี้ I'm doing this experiment คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว Now that ทำหน้าที่รวมกันเป็นคำเชื่อมหนึ่งชุดที่หมายถึง “ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว” ไม่ใช่เพียงคำบอกเวลา now ที่ตามด้วยอนุประโยค that ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนที่ใช้เสนอสถานการณ์ใหม่ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว: ____ the science lab has reopened, we can finish the project there.
ดูคำตอบ
Now that
I'm realizing like how much it actually plays into my daily life. กริยาวลี
4:35ฉันเริ่มตระหนักได้ว่าจริงๆ แล้วมันมีส่วนในชีวิตประจำวันของฉันมากแค่ไหน
“plays into my daily life”: ส่งผลต่อนิสัยและประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน
ในที่นี้ plays into my daily life หมายถึง “ส่งผลต่อนิสัยและประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของฉัน” รูปแบบ play into + สถานการณ์ ตัวเลือก หรือผลลัพธ์ แสดงว่าประธานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหล่อหลอมสิ่งที่ใหญ่กว่า play ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรว่า “เล่น” และปัจจัยนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ play into: Cost ____ our choice of hotel.
ดูคำตอบ
plays into
the more we need to search for small pockets of time to be bored. สำนวน
4:44เรายิ่งต้องหาช่วงเวลาเล็กๆ เพื่อที่จะเบื่อมากขึ้นเท่านั้น
“the more ..., the more ...”: เชื่อมระดับสองอย่างที่เพิ่มขึ้น
the more ..., the more ... ใช้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง หมายความว่าเมื่อปริมาณหรือระดับในอนุประโยคแรกเพิ่มขึ้น ปริมาณหรือระดับในอนุประโยคที่สองก็เพิ่มขึ้นด้วย ในประโยคนี้ ยิ่งสังคมหมกมุ่นกับผลิตภาพมากขึ้น ความจำเป็นที่จะต้องหาเวลาสั้น ๆ สำหรับการไม่ทำอะไรเลยก็ยิ่งมากขึ้น แต่ละอนุประโยคขึ้นต้นด้วย the + รูปเปรียบเทียบ ได้แก่ the more society becomes ... และ the more we need ... ในโครงสร้างนี้ the ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป นอกจากนี้ยังใช้รูปเปรียบเทียบอื่นได้ เช่น the less ... หรือ the easier ...
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วยคำที่ซ้ำกันซึ่งแสดงว่าปริมาณทั้งสองเพิ่มขึ้น: The ____ you read, the ____ words you learn.
ดูคำตอบ
more · more
small pockets of time: ช่วงเวลาว่างสั้น ๆ ที่กระจัดกระจาย
small pockets of time หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่กระจัดกระจายและพอใช้ได้ระหว่างกิจกรรมอื่น ๆ สำนวนนี้เปรียบช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นช่องเล็ก ๆ ที่เราหาเจอได้ในวันที่ยุ่ง คำว่า pocket ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงกระเป๋าเสื้อจริง ๆ สำนวนนี้เน้นว่าเวลามาเป็นช่วงเล็ก ๆ ไม่ใช่ช่วงยาวต่อเนื่องก้อนเดียว
แบบฝึกหัด
small pockets of time หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- เวลาว่างยาวต่อเนื่องหนึ่งช่วง
- ช่องเล็ก ๆ ภายในกระเป๋า
- ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่กระจัดกระจายและมีอยู่ระหว่างกิจกรรมอื่น ๆ
ดูคำตอบ
ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่กระจัดกระจายและมีอยู่ระหว่างกิจกรรมอื่น ๆ
it's not just about doing nothing: การแก้ไขมุมมองที่จำกัด
โครงสร้าง it's not just about A บอกผู้ฟังว่า A เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำอธิบาย ในที่นี้ doing nothing ถูกนำเสนอว่าเป็นมุมมองที่ยังไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับความเบื่อ ไม่ใช่สิ่งที่ผิดทั้งหมด การขึ้นต้นด้วย But แสดงการเปลี่ยนจากมุมมองง่าย ๆ นั้น ประโยคนี้เตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีประเด็นเพิ่มเติมหรือคำอธิบายที่ลึกขึ้นตามมา
แบบฝึกหัด
วลี it's not just about doing nothing ส่งสัญญาณอะไรในที่นี้
- การไม่ทำอะไรเลยไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้เลย
- ผู้พูดกำลังจบหัวข้อโดยไม่เพิ่มข้อมูลอะไรอีก
- การไม่ทำอะไรเลยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวคิด และกำลังจะมีคำอธิบายที่ครบถ้วนกว่าเดิม
ดูคำตอบ
การไม่ทำอะไรเลยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวคิด และกำลังจะมีคำอธิบายที่ครบถ้วนกว่าเดิม
but I find it's more so choosing to be observant of the world around you every now and then. โน้ต
4:50แต่ฉันพบว่ามันเป็นเรื่องของการเลือกที่จะสังเกตโลกที่อยู่รอบตัวคุณเป็นระยะๆ มากกว่า
more so: แก้คำอธิบายและปรับจุดเน้นในการพูด
ในประโยคนี้ more so หมายถึง “ถ้าจะพูดให้แม่นยำกว่า” หรือ “จะเรียกว่า...มากกว่า” โดยชี้ไปข้างหน้าที่ choosing to be observant ว่าเป็นคำอธิบายที่ตรงกับความคิดของผู้พูดมากกว่า วลีนี้ไม่ได้ปฏิเสธคำอธิบายก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง แต่ย้ายจุดเน้นจากคำอธิบายนั้นไปยังคำอธิบายที่เหมาะกว่า รูปแบบที่พบบ่อยในภาษาพูดคือ It's not really X; it's more so Y.
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The job isn't hard; it's more so repetitive,' คำว่า more so ทำหน้าที่อะไร?
- หมายความว่างานกำลังซ้ำซากมากขึ้นเรื่อย ๆ
- หมายความว่า repetitive เป็นคำอธิบายที่ตรงกว่า
- หมายความว่า hard และ repetitive เป็นคำอธิบายที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
หมายความว่า repetitive เป็นคำอธิบายที่ตรงกว่า
every now and then: ความถี่แบบนาน ๆ ครั้งและไม่สม่ำเสมอ
Every now and then หมายถึง “เป็นครั้งคราว” หรือ “นาน ๆ ครั้ง” บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดบ่อยและไม่ได้เกิดตามกำหนดเวลาที่สม่ำเสมอ ให้จำคำเหล่านี้เป็นวลีบอกความถี่หนึ่งวลี ในที่นี้ now and then ไม่ได้เปรียบเทียบ “ตอนนี้” กับเวลาในอดีตตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่แปลว่า “เป็นครั้งคราว” ให้ประโยคสมบูรณ์: I go for a walk by the river ____.
ดูคำตอบ
every now and then
Being left to my thoughts without media and posts telling me how to feel โน้ต
4:54การถูกทิ้งให้อยู่กับความคิดของตัวเองโดยไม่มีสื่อและโพสต์มาบอกฉันว่าควรจะรู้สึกอย่างไร
left to my thoughts: อยู่กับความคิดของตัวเองโดยไม่มีอิทธิพลจากภายนอก
ในที่นี้ left to my thoughts หมายถึงการอยู่โดยไม่มีข้อมูลหรืออิทธิพลจากภายนอก ผู้พูดจึงเหลือเพียงความคิดและความรู้สึกของตัวเอง left เป็นรูป past participle ของ leave และ be left to one's thoughts ใช้บรรยายภาวะที่หันกลับมาคิดกับตัวเองโดยไม่มีสิ่งรบกวน ไม่ได้หมายความว่าความคิดจากผู้พูดไป ตรงกันข้าม สื่อและโพสต์ต่างหากที่หายไป และสิ่งที่เหลืออยู่คือจิตใจของผู้พูดเอง
แบบฝึกหัด
ความหมายใดเหมาะกับ left to my thoughts ในประโยคนี้มากที่สุด
- ไม่สามารถมีความคิดใด ๆ ได้
- อยู่คนเดียวโดยไม่มีข้อความจากภายนอกมาชี้นำปฏิกิริยาของฉัน
- มอบความคิดเห็นของฉันให้คนอื่น
ดูคำตอบ
อยู่คนเดียวโดยไม่มีข้อความจากภายนอกมาชี้นำปฏิกิริยาของฉัน
telling me how to feel: tell + คน + how to + คำกริยา
ใน telling me how to feel คำว่า tell ตามด้วยคนที่ได้รับผลคือ me แล้วตามด้วยอนุประโยค how to + คำกริยา วลีนี้แสดงว่าคนหรือสิ่งหนึ่งกำลังกำหนดว่าอีกคนควรมีปฏิกิริยาทางอารมณ์แบบใด tell ในที่นี้กว้างกว่าการออกคำสั่งด้วยคำพูด สื่อและโพสต์สามารถนำเสนอเหตุการณ์ในกรอบหนึ่งหรือสร้างแรงกดดันทางสังคมได้ ดังนั้นถ้อยคำนี้จึงวิจารณ์อิทธิพลที่มีต่ออารมณ์ของผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง tell + person + how to + verb ให้สมบูรณ์: Good friends listen without telling you ____.
ดูคำตอบ
how to feel
and not reaching for a distraction every time I need to fill the silence, วลี
4:59และไม่เอื้อมมือไปหาของแก้เบื่อทุกครั้งที่ฉันต้องการเติมเต็มความเงียบ
not reaching for a distraction: ไม่รีบหาสิ่งอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจ
Reach for โดยทั่วไปหมายถึงการยื่นมือไปหยิบบางสิ่ง ในที่นี้ reach for a distraction ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการหันไปหาสิ่งที่ช่วยดึงความสนใจไปทางอื่นอย่างรวดเร็วและแทบจะอัตโนมัติ เช่น โทรศัพท์ วลีปฏิเสธ not reaching for a distraction หมายถึงการยับยั้งนิสัยนั้นเมื่อความเงียบทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ในประโยคนี้ distraction คือสิ่งที่ผู้พูดอาจตั้งใจหา ไม่ใช่สิ่งรบกวนที่เกิดจากภายนอก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ reach for เพื่อแสดงการพยายามหนีจากช่วงเวลาเงียบที่ทำให้อึดอัดแบบแทบจะอัตโนมัติ
- Whenever the conversation stops, Maya reaches for her phone without thinking.
- Maya charges her phone before every long trip.
- Maya reaches the station before the doors close.
ดูคำตอบ
Whenever the conversation stops, Maya reaches for her phone without thinking.
Sometimes it feels like boredom can be one of the most undesirable states you can be in. ไวยากรณ์
5:04บางครั้งรู้สึกเหมือนว่าความเบื่อหน่ายอาจเป็นหนึ่งในสภาวะที่ไม่พึงประสงค์ที่สุดที่คุณสามารถเป็นได้
can be one of the most undesirable states you can be in: อาจเป็นหนึ่งในสภาวะที่ไม่น่าปรารถนาที่สุด
โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหนึ่งอย่างในกลุ่มที่อยู่ในระดับสูงสุดหรือรุนแรงที่สุดของมาตรวัด ใน one of the most undesirable states ความเบื่อถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสภาวะที่ผู้คนไม่อยากเผชิญมากที่สุด คำว่า states เป็นพหูพจน์เพราะโครงสร้างนี้เลือกหนึ่งอย่างจากหลายอย่าง You can be in เป็นอนุประโยคขยาย states หมายถึงสภาวะที่คนเราอาจอยู่ในนั้น ภาษาอังกฤษใช้ be in a state ดังนั้นบุพบท in จึงอยู่ท้ายอนุประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน Can be แสดงว่าการจัดประเภทนี้เป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่คำกล่าวที่ตายตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง one of the most โดยใช้ useful และรูปที่ถูกต้องของ tool: This is ____ in our classroom.
ดูคำตอบ
one of the most useful tools
We go so much out of our way to occupy our time with other work or projects, สำนวน
5:09เราพยายามอย่างมากที่จะใช้เวลาของเราไปกับงานหรือโปรเจ็กต์อื่นๆ
go so much out of our way to: ทุ่มเทเป็นพิเศษอย่างมาก
go out of one's way to do something หมายถึง ยอมใช้ความพยายามเพิ่มหรือยอมลำบากเพื่อทำสิ่งหนึ่ง คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน: I go out of my way, she goes out of her way และ we go out of our way ในที่นี้ so much เน้นระดับของสำนวนนี้ให้แรงขึ้น โดยแสดงว่าผู้คนพยายามมากเป็นพิเศษเพื่อทำให้ตัวเองไม่ว่าง แทนที่จะทำเพียงสิ่งที่ตามปกติคาดหวังให้ทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวน go out of one's way: Maya ____ to return the lost wallet.
ดูคำตอบ
went out of her way
and maybe there are some things we can learn from it.
5:13และบางทีอาจมีบางสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากมันได้
for about a week now: ระยะเวลาที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
for about a week now หมายความว่าสิ่งหนึ่งเริ่มขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน และดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำมาจนถึงตอนนี้ for ใช้บอกระยะเวลา about ทำให้ระยะเวลาเป็นค่าประมาณ และ now เชื่อมระยะเวลานั้นกับปัจจุบัน ในประโยคนี้ I've been doing เป็นรูป present perfect continuous เมื่อใช้ร่วมกับวลีบอกเวลา จะสื่อว่ากิจกรรมดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำในช่วงเวลานั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกเวลาเป้าหมายที่หมายถึง “เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์จนถึงปัจจุบัน”: I've been practicing this song ____.
ดูคำตอบ
for about a week now
as the days went on: การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเวลาผ่านไป
ใน as the days went on คำว่า as หมายถึง “ระหว่างที่เวลาผ่านไป” หรือ “เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ” อนุประโยคนี้สร้างกรอบเวลาที่ค่อย ๆ ดำเนินไปให้กับการเปลี่ยนแปลงในประโยคหลัก กล่าวคือ สิ่งนั้นง่ายขึ้นทีละน้อยตลอดช่วงหลายวัน โครงสร้าง as + สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงหรือดำเนินต่อไป เชื่อมพัฒนาการสองอย่างที่เกิดขึ้นควบคู่กัน แต่ไม่ได้บอกว่าการที่วันเวลาผ่านไปเป็นสาเหตุโดยตรงของการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเวลาผ่านไป โดยไม่ได้ระบุว่าเวลาเองเป็นสาเหตุ?
- Her confidence grew because several weeks had passed.
- Her confidence grew as the weeks went on.
- Her confidence grew after several weeks had passed.
ดูคำตอบ
Her confidence grew as the weeks went on.
It's been really interesting to see new ideas and also old ideas
5:23มันน่าสนใจมากที่ได้เห็นไอเดียใหม่ๆ และไอเดียเก่าๆ
just pondering that randomly have come up. กริยาวลี
5:27ที่เพิ่งผุดขึ้นมาแบบสุ่มๆ ตอนที่กำลังครุ่นคิด
come up: แนวคิดหรือคำถามปรากฏขึ้น
come up ในที่นี้หมายถึง “ผุดขึ้น เกิดขึ้น หรือเข้ามาในความคิด” สิ่งที่กำลังคิดถึง เช่น แนวคิดหรือคำถาม ผุดขึ้นมาแบบไม่เจาะจง เมื่อใช้ในความหมายนี้ แนวคิด คำถาม หรือหัวข้อจะเป็นประธาน เช่น an idea comes up วลีนี้เน้นสิ่งที่ปรากฏขึ้น ไม่ได้เน้นคนที่คิดสิ่งนั้นออกมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอว่าคำถามนั้นปรากฏขึ้นเอง โดยไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนคิดหรือนำคำถามนั้นเข้าสู่การสนทนา?
- We came up with a useful question during the discussion.
- We brought up a useful question during the discussion.
- A useful question came up during the discussion.
ดูคำตอบ
A useful question came up during the discussion.
1 or 2 hours every afternoon may not seem like a lot, วลี
5:301 หรือ 2 ชั่วโมงในทุกบ่ายอาจจะดูเหมือนไม่มาก
may not seem like a lot: ยอมรับก่อนว่าปริมาณดูน้อย
ในประโยคนี้ may not seem like a lot หมายถึงปริมาณนั้นอาจดูเหมือนน้อย คำว่า may ทำให้ข้อความไม่ฟันธง ส่วน seem ชี้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว สำนวนนี้มักใช้ยอมรับก่อนว่าผู้ฟังอาจคิดอย่างไร แล้วจึงใช้ but นำเข้าสู่ใจความที่ขัดแย้งกัน เพื่อปูไปสู่ประเด็นที่หนักแน่นกว่าว่า แม้ปริมาณจะไม่มากก็อาจให้ผลลัพธ์สำคัญได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับก่อนว่าปริมาณนั้นดูน้อย แล้วจึงบอกว่ายังมีความสำคัญได้?
- Fifteen minutes a day must be a lot, so no further explanation is needed.
- It may not seem like a lot, but fifteen minutes a day can make a difference.
- Fifteen minutes a day seems unimportant, and it can never help.
ดูคำตอบ
It may not seem like a lot, but fifteen minutes a day can make a difference.
but I think that there's a real compound effect there การใช้คำ
5:34แต่ฉันคิดว่ามันมีผลลัพธ์แบบทวีคูณที่แท้จริงอยู่ตรงนั้น
a real compound effect: ผลเล็ก ๆ ที่ต่อยอดขึ้นตามเวลา
compound effect คือผลลัพธ์ที่ขยายใหญ่ขึ้นเมื่อการกระทำหรือความก้าวหน้าเล็ก ๆ จำนวนมากต่อยอดกันไปตามเวลา แนวคิดนี้มาจากการเติบโตแบบทบต้น แต่ในที่นี้หมายถึงผลระยะยาวของความพยายามที่ทำซ้ำ ๆ ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเงิน real เน้นว่าผลนี้เกิดขึ้นจริงและมีความหมาย ไม่ใช่เพียงแนวคิดทางทฤษฎี ดังนั้น a real compound effect จึงสื่อว่าการลงแรงเล็กน้อยทุกวันสามารถสะสมจนเกิดผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ compound effect เพื่อสื่อถึงผลลัพธ์ที่ขยายขึ้นจากการทำสิ่งเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ตามเวลา?
- A short daily walk can create a compound effect as better fitness makes longer walks easier.
- Opening the door once caused an immediate compound effect.
- I chose the compound effect because the mixture contained two liquids.
ดูคำตอบ
A short daily walk can create a compound effect as better fitness makes longer walks easier.
be intentional with that time: ใช้ช่วงเวลานั้นอย่างมีเป้าหมาย
ในประโยคนี้ be intentional with that time หมายถึงการตั้งใจเลือกว่าจะใช้ช่วงเวลานั้นอย่างไร แทนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ตัดสินใจให้ชัดเจน intentional บอกถึงวิธีทำสิ่งต่าง ๆ อย่างมีเป้าหมาย ไม่ได้แปลตรงตัวว่ามีเจตนาต่อเวลา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be intentional with + ทรัพยากร ใช้พูดถึงการเลือกอย่างรอบคอบว่าจะใช้เวลา เงิน พลังงาน หรือความสนใจอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคนคนหนึ่งกำลังเลือกอย่างรอบคอบว่าจะใช้เวลาหลังเลิกงานอย่างไร
- I'm trying to be more intentional with my time after work.
- I'm trying to make my time intentional me after work.
- I'm trying to be more intentional at my time after work.
ดูคำตอบ
I'm trying to be more intentional with my time after work.
We often already have everything we need to think up new ideas
5:45เรามักจะมีทุกสิ่งที่เราต้องการในการคิดไอเดียใหม่ๆ แล้ว
But I think it's a matter of really creating the time to facilitate that. ลำดับความ
5:53แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของการสร้างเวลาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสิ่งนั้นจริงๆ
a matter of ...: ชี้เงื่อนไขสำคัญ
กรอบ it's a matter of + คำนามหรือรูป -ing ช่วยจำกัดการอภิปรายให้เหลือสิ่งที่ผู้พูดมองว่าเป็นประเด็นหรือเงื่อนไขหลัก ในที่นี้กรอบดังกล่าวจัดข้อสรุปรอบการกระทำสำคัญอย่างหนึ่งคือ really creating the time Creating the time หมายถึงการตั้งใจจัดพื้นที่ในตารางเวลา ไม่ได้หมายถึงการสร้างจำนวนชั่วโมงเพิ่มขึ้นตามตัวอักษร ส่วน to facilitate that บอกจุดประสงค์ คือทำให้กิจกรรมหรือผลลัพธ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ทำได้หรือเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำหนึ่งคำเพื่อสร้างกรอบที่มีความหมายว่า “ประเด็นสำคัญคือ”: For this plan to work, it's a matter ____ setting clear priorities.
ดูคำตอบ
of
Not too much and not too little: การกำหนดปริมาณที่พอดี
Not too much and not too little of it กำหนดขอบเขตของปริมาณแบบขนานกันสองด้าน โดย not too much ปฏิเสธการมีมากเกินไป ส่วน not too little ปฏิเสธการมีน้อยเกินไป การใช้โครงสร้างซ้ำกันทำให้คำแนะนำฟังดูสมดุลและมีน้ำหนักเหมือนบทสรุปสั้น ๆ of it อ้างถึงสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า วลีนี้จึงเป็นส่วนของประโยคที่ต้องอาศัยบริบท รูปแบบ not too much and not too little สามารถนำไปใช้สรุปคำแนะนำได้ว่าให้เลือกปริมาณพอเหมาะแทนที่จะไปสุดทางด้านใดด้านหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบที่แสดงความสมดุลให้สมบูรณ์: A clear explanation includes detail—not too much and not too ____.
ดูคำตอบ
little
But just enough that when we do return to our creative work, ไวยากรณ์
5:59แต่แค่พอดีที่ว่าเมื่อเรากลับไปทำงานสร้างสรรค์ของเราจริงๆ
when we do return: do เพื่อเน้น + กริยารูปพื้นฐาน
ใน when we do return คำว่า do เป็นกริยาช่วยเน้นความหมายในอนุประโยคบอกเล่า โดยเพิ่มความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “อย่างแน่นอน” ให้กับ return ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ เนื่องจาก do ทำหน้าที่แสดงกาล return จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน การใช้ do เพื่อเน้นทำให้การกลับไปฟังดูแน่นอนหรือสำคัญเป็นพิเศษ มักใช้เมื่อมีนัยเรื่องความล่าช้า ความสงสัย หรือความแตกต่าง โครงสร้างปัจจุบันคือ do/does + กริยารูปพื้นฐาน และอดีตคือ did + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยเน้นความหมายในประโยคปัจจุบันให้สมบูรณ์: I ____ understand why you're worried.
ดูคำตอบ
do
feel ready to: คง to ไว้และละการกระทำที่ซ้ำ
ใน feel ready to คำว่า to เป็นเครื่องหมายของรูป infinitive วลีกริยาที่ตามหลังถูกละไว้ เพราะผู้ฟังเติมได้จากบริบทก่อนหน้า คือ return to our creative work หรือ continue creating ภาษาอังกฤษมักคง to ไว้เมื่อรูป infinitive ซ้ำการกระทำที่พูดถึงแล้ว เช่น I'd like to; I'm ready to ประโยคนี้สมบูรณ์เมื่ออยู่ในบริบท ไม่ได้มีข้อมูลใหม่หายไปหลัง to
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบให้สมบูรณ์โดยละวลีกริยา give the presentation ที่ซ้ำ: Do you feel ready to give the presentation? — Yes, I feel ready ____.
ดูคำตอบ
to
So, this isn't really a solution or a groundbreaking discovery, วลี
6:08ดังนั้น นี่อาจไม่ใช่ทางแก้ปัญหาหรือการค้นพบที่ล้ำหน้าจริงๆ
solution or a groundbreaking discovery: สองคำเรียกที่ผู้พูดปฏิเสธ
วลีนี้เชื่อมคำนามสองกลุ่มด้วย or โดย solution คือสิ่งที่แก้ปัญหา ส่วน a groundbreaking discovery คือการค้นพบที่แปลกใหม่และสำคัญมากจนเปลี่ยนสิ่งที่ผู้คนรู้หรือทำได้ เนื่องจาก isn't really ครอบคลุมทั้งสองคำเรียก ผู้พูดจึงปฏิเสธทั้งคู่และนำเสนอความคิดอย่างถ่อมตัว แทนที่จะอ้างว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะสมที่สุดที่จะเรียกสิ่งที่พบว่า a groundbreaking discovery?
- ชั้นเรียนหนึ่งทำแบบฝึกหัดในห้องปฏิบัติการที่คุ้นเคยซ้ำ
- นักวิจัยค้นพบวิธีรักษาใหม่ที่เปลี่ยนแนวปฏิบัติทางการแพทย์มาตรฐาน
- รายงานฉบับหนึ่งแก้คำสะกดผิดหนึ่งคำ
ดูคำตอบ
นักวิจัยค้นพบวิธีรักษาใหม่ที่เปลี่ยนแนวปฏิบัติทางการแพทย์มาตรฐาน
but perhaps an alternate perspective on nurturing our creativity. วลี
6:13แต่อาจเป็นมุมมองทางเลือกในการหล่อเลี้ยงความคิดสร้างสรรค์ของเรา
an alternate perspective on nurturing our creativity: อีกมุมมองหนึ่งเกี่ยวกับการบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์
An alternate perspective หมายถึงวิธีทำความเข้าใจหรือมองเรื่องหนึ่งในอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ วลีนี้ทำให้แนวคิดของผู้พูดเป็นเพียงมุมมองหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว โครงสร้าง perspective on ใช้ on เพื่อนำเข้าหัวข้อที่กำลังพิจารณา ตามหลังได้ด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น on nurturing our creativity ในที่นี้ nurturing เป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามและหมายถึงกระบวนการช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโต
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ตามหลัง perspective อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องการนำเข้าหัวข้อ: The workshop offered a new perspective ____ learning through play.
ดูคำตอบ
on
As Steve Jobs once said: การนำเข้าคำพูดอ้างอิง
As Steve Jobs once said เป็นโครงสร้างสำหรับนำเข้าคำพูดอ้างอิง โดยระบุเจ้าของคำพูดก่อนข้อความที่ยกมา และส่งสัญญาณว่าคำพูดนั้นจะช่วยสนับสนุนหรือสรุปประเด็นปัจจุบันของผู้พูด ในที่นี้ as หมายถึง “ดังที่” หรือ “เช่นเดียวกับที่” ส่วน once หมายถึง “ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” Once ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นพูดประโยคนี้เพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างคำพูดอ้างอิงเพื่อนำคำพูดของผู้อื่นมาใช้อย่างเป็นธรรมชาติ
- As our coach once said, “Small steps add up.”
- As once our coach said that, “Small steps add up.”
- According to our coach once said, “Small steps add up.”
ดูคำตอบ
As our coach once said, “Small steps add up.”
"Boredom allows one to indulge in curiosity. วลี
6:19"ความเบื่อหน่ายช่วยให้คนเราดื่มด่ำไปกับความอยากรู้อยากเห็น
to indulge in curiosity: ปล่อยตัวเองให้สำรวจตามความอยากรู้
indulge in + คำนาม หมายถึงปล่อยให้ตัวเองเพลิดเพลินกับบางสิ่งอย่างเต็มที่หรือจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น โดยมักมีนัยว่าไม่ยับยั้งตัวเองมากนัก ในที่นี้ to indulge in curiosity หมายถึงให้เวลาและอิสระแก่ความอยากรู้ เพื่อนำไปสู่การสำรวจ แทนที่จะกดมันไว้ คำกริยารูป infinitive คือ to indulge ทำให้โครงสร้าง allow someone to do something สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ในข้อความอ้างอิงนี้ to indulge in curiosity หมายถึงอะไร
- หยุดถามคำถามเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น
- ให้เวลาและอิสระแก่ตัวเองเพื่อสำรวจสิ่งที่สนใจ
- ให้อภัยคนอื่นที่ชอบยุ่งเรื่องของผู้อื่น
ดูคำตอบ
ให้เวลาและอิสระแก่ตัวเองเพื่อสำรวจสิ่งที่สนใจ
Out of curiosity comes everything: การกลับลำดับเพื่อเน้นแหล่งที่มา
ในที่นี้ out of curiosity หมายถึงมาจากความอยากรู้หรือเกิดขึ้นเป็นผลจากความอยากรู้ วลีที่บอกแหล่งที่มาถูกย้ายไปไว้ข้างหน้า และคำกริยา comes อยู่ก่อนประธาน everything: out of curiosity + comes + everything การกลับลำดับโดยวางแหล่งที่มาไว้ก่อนเช่นนี้ทำให้ curiosity เป็นจุดเริ่มต้นของข้อความ และเลื่อน everything ไปไว้ท้ายประโยค จึงฟังเหมือนบทสรุปที่หนักแน่นและน่าจดจำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การกลับลำดับแบบเดียวกันโดยวางแหล่งที่มาไว้ก่อนอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างตอนจบเชิงวาทศิลป์
- Out of careful observation does comes a better question.
- Out of careful observation comes a better question.
- Out of careful observation a better question comes it.
ดูคำตอบ
Out of careful observation comes a better question.