ตำนานของอารัคเน - Iseult Gillespie: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: ตำนานเล่าถึงอารัคนี ช่างทอผ้าฝีมือเยี่ยมผู้ทะนงตนซึ่งท้าทายอะธีนา และถ่ายทอดภาพเหล่าเทพใช้อำนาจในทางมิชอบ แม้ผลงานของเธอจะเหนือกว่า แต่อะธีนาก็เปลี่ยนเธอเป็นแมงมุมตัวแรก ทำให้ตอนจบตีความได้ทั้งว่าเป็นโทษทัณฑ์และความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมจำนน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. From sailors who were turned into pigs, nymphs that sprouted into trees, and a gaze that converted the beholder to stone, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าการเปิดด้วยรายการตัวอย่างที่ขึ้นต้นด้วย From ก่อนเข้าสู่ใจความหลักช่วยสร้างภาพชัดและความคาดหวังต่อหัวข้ออย่างไร แล้วนำโครงสร้างนี้ไปใช้เริ่มสุนทรพจน์หรือเรื่องเล่าด้วยภาพที่เป็นรูปธรรมแทนข้อความเชิงนามธรรมได้ 2. a swan for Leda, a bull for Europa, a shower of gold for Danae. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้ว่าเลดา ยูโรปา และดาเนเป็นหญิงที่ซูสแปลงกายต่างกันเพื่อเข้าใกล้ จึงอ่านลำดับนี้เป็นหลักฐานของพฤติกรรมมิชอบในตำนาน ไม่ใช่รายการสัตว์และสิ่งของทั่วไป 3. or is it undaunted persistence, in the shadows of giants. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าคำถามเชิงวาทศิลป์ท้ายเรื่องพลิกข้อคิดที่เห็นในตอนแรก โดยตีความการปั่นด้ายไม่รู้จบใหม่ว่าเป็นการต่อต้าน ไม่ใช่เพียงการชดใช้โทษ เทคนิคนี้ช่วยคงความคลุมเครือและชวนผู้อ่านทบทวนคำตัดสินที่ง่ายเกินไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
turned into: การเปลี่ยนรูปร่างในรูปถูกกระทำ
Turn into หมายถึงเปลี่ยนจากรูปร่างหรือสภาพหนึ่งไปเป็นอีกรูปร่างหรือสภาพหนึ่ง ใน sailors who were turned into pigs วลี were turned into เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าใครบางคนหรือบางสิ่งทำให้เหล่ากะลาสีกลายเป็นหมู โครงสร้างแบบกระทำคือ turn A into B ส่วนรูปถูกกระทำคือ A be turned into B ในที่นี้ turn ไม่ได้หมายถึงหมุนหรือเปลี่ยนทิศทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบถูกกระทำของ turn into: At midnight last night, the wooden toy ____ a real horse.
ดูคำตอบ
was turned into
sprouted into: เติบโตไปสู่รูปแบบใหม่
Sprout มีความหมายตรงตัวว่าพืชเริ่มงอกและเติบโต ในที่นี้ sprouted into trees ทำให้การแปลงร่างของเหล่านางไม้มีภาพแบบพืช พวกเธอดูเหมือนงอกและเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนรูปร่างในทันที ในโครงสร้าง คำกริยา + into + ผลลัพธ์ คำว่า into ชี้ไปยังรูปแบบสุดท้ายที่เกิดขึ้น เมื่อใช้กับ sprout โครงสร้างนี้สื่อถึงพัฒนาการที่ค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติ จึงเห็นภาพชัดกว่า turned into ที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ sprout ตามด้วย into: A tiny idea ____ a plan for the whole class.
ดูคำตอบ
sprouted into
and a gaze that converted the beholder to stone, วัฒนธรรม
0:11และการจ้องมองที่เปลี่ยนผู้พบเห็นให้กลายเป็นหิน
a gaze that converted the beholder to stone: การพาดพิงถึงเมดูซา
ในตำนานกรีก สายตาของเมดูซาทำให้ทุกคนที่มองนางกลายเป็นหิน คำบรรยายนี้พาดพิงถึงพลังดังกล่าว ดังนั้น gaze จึงหมายถึงการจ้องมองที่ต่อเนื่องและอันตราย ไม่ใช่การมองเพียงแวบเดียวตามปกติ beholder คือผู้ที่เห็นหรือกำลังมอง converted the beholder to stone บอกผลลัพธ์ว่าผู้ที่มองกลายเป็นหิน ในที่นี้ convert หมายถึงเปลี่ยนสภาพ ไม่ใช่แลกสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยายเชิงตำนานนี้ เกิดอะไรขึ้นกับ beholder?
- ก้อนหินก้อนหนึ่งมองคนนั้นจากระยะไกล
- คนนั้นนำก้อนหินไปแลกกับสิ่งอื่น
- ผู้ที่มองถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นหิน
ดูคำตอบ
ผู้ที่มองถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นหิน
From sailors ... to stone: ยกตัวอย่างก่อนสรุป
รายการที่ขึ้นต้นด้วย From... ไม่ได้บอกสถานที่ต้นทาง แต่ยกชุดตัวอย่างที่เห็นภาพชัด ได้แก่ กะลาสี นางไม้ และสายตาอันร้ายแรง อนุประโยคหลัก Greek mythology brims with shape-shifters มาหลังรายการและสรุปแนวคิดร่วม การวางตัวอย่างไว้ก่อนช่วยสร้างภาพและความคาดหวังก่อนผู้พูดจะบอกข้อสรุปทั่วไป
แบบฝึกหัด
รายการ From... ตอนต้นทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แสดงว่าเรื่องทั้งสามมาจากสถานที่เดียวกัน
- ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมหลายอย่างก่อนที่อนุประโยคหลักจะสรุปหัวข้อร่วม
- เรียงการแปลงร่างสามครั้งตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ
ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมหลายอย่างก่อนที่อนุประโยคหลักจะสรุปหัวข้อร่วม
brims with: บอกว่า “เต็มไปด้วย” อย่างเห็นภาพ
brims with หมายถึง “เต็มไปด้วย” หรือ “มีอยู่เป็นจำนวนมาก” ในประโยคนี้ เทพปกรณัมกรีกถูกบรรยายว่ามีผู้ที่แปลงร่างได้อยู่มากมาย ภาพเปรียบของคำนี้มาจากภาชนะที่ใส่ของจนถึงขอบ แต่ประธานไม่จำเป็นต้องเป็นภาชนะจริง ๆ อาจเป็นเรื่องราว สถานที่ หรือคนก็ได้ โครงสร้าง X brims with Y เน้นว่ามี Y อยู่มากอย่างเห็นภาพ และมักสื่ออารมณ์ได้มากกว่า X is full of Y
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ brim with เติมประโยคให้สมบูรณ์: The spring garden ____ color and birdsong.
ดูคำตอบ
brims with
The powerful gods usually changed their own forms at will, วลี
0:18เหล่าทวยเทพผู้ทรงพลังมักจะเปลี่ยนร่างตนเองได้ตามใจชอบ
at will: ทำได้อย่างอิสระเมื่อใดก็ตามที่เลือก
at will หมายถึง “อย่างอิสระ เมื่อใดก็ตามที่ตนเลือก” แสดงว่าบุคคลนั้นควบคุมได้ว่าการกระทำจะเกิดขึ้นหรือจะเกิดขึ้นเมื่อใด ในที่นี้ เหล่าเทพเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนรูปร่างเมื่อไร ในวลีนี้ will เป็นคำนามที่หมายถึง “การเลือก” หรือ “ความต้องการ” ไม่ใช่กริยาช่วย will ที่ใช้พูดถึงอนาคต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้เล่นเลือกได้อย่างอิสระว่าจะเปลี่ยนโหมดเมื่อใด
- The player can switch modes at will.
- The player switches modes willingly.
- The player will switch modes tomorrow.
ดูคำตอบ
The player can switch modes at will.
but for mortals: เปลี่ยนจุดเปรียบต่างมาที่มนุษย์
but แสดงการเปลี่ยนจากเรื่องของเหล่าเทพไปยังกรณีที่ตรงกันข้าม ส่วน for mortals หมายถึง “เมื่อพิจารณากรณีของมนุษย์ผู้ไม่เป็นอมตะ” หรือ “สำหรับมนุษย์ผู้ไม่เป็นอมตะ” ไม่ได้หมายความว่ามีการทำบางสิ่งเพื่อประโยชน์ของพวกเขา mortals คือมนุษย์ที่ตายได้ ซึ่งต่างจากเทพ ประโยคนี้กล่าวก่อนว่าเหล่าเทพควบคุมการเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจ แล้วจึงกล่าวว่ามนุษย์มักต้องเผชิญการเปลี่ยนรูปร่างที่ตนไม่ต้องการ การเปรียบต่างนี้จัดข้อมูลโดยเน้นว่าใครเป็นผู้มีอำนาจควบคุม
แบบฝึกหัด
but for mortals ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- หมายถึง “ถ้ามนุษย์ผู้ไม่เป็นอมตะไม่มีอยู่”
- หมายถึงเหล่าเทพเปลี่ยนรูปร่างเพื่อประโยชน์ของมนุษย์
- เป็นการเปรียบมนุษย์กับเหล่าเทพ และหมายถึง “ในกรณีของมนุษย์ผู้ไม่เป็นอมตะ”
ดูคำตอบ
เป็นการเปรียบมนุษย์กับเหล่าเทพ และหมายถึง “ในกรณีของมนุษย์ผู้ไม่เป็นอมตะ”
One such unnerving transformation befell the spinner Arachne. การใช้คำ
0:26การกลายร่างอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นได้เกิดขึ้นกับ อารัคเน ช่างทอผ้า
befell the spinner Arachne: เหตุการณ์ + befall + บุคคล
befell เป็นรูปอดีตของ befall ใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับหรือมาถึงใครบางคน โดยมักเป็นสิ่งที่เลวร้าย น่ากลัว หรือแปลกประหลาด ในที่นี้ การกลายร่างอันน่าหวาดหวั่นคือเหตุการณ์ และอารัคนีผู้ปั่นด้ายคือผู้ที่ได้รับผลกระทบ A spinner คือผู้ที่ปั่นด้าย befell ไม่ได้หมายถึง “ล้มลง” โครงสร้างทั่วไปคือ เหตุการณ์ + befall + บุคคล โดยเหตุการณ์เป็นประธาน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจะตามหลังคำกริยาโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ befall: A terrible fate ____ the young king.
ดูคำตอบ
befell
who spent his days dyeing cloth the deepest shades of purple. วลี
0:34ผู้ใช้เวลาทั้งวันไปกับการย้อมผ้าให้เป็นสีม่วงเข้มที่สุด
spent his days dyeing: ใช้ spend one's days doing บอกกิจวัตรที่ทำต่อเนื่องยาวนาน
spend one's days doing หมายถึงทำกิจกรรมนั้นเป็นประจำต่อเนื่องเป็นเวลานาน มักใช้สรุปอาชีพ นิสัย หรือวิถีชีวิตหลัก ในประโยคนี้ spent his days dyeing แสดงว่าการย้อมผ้าเป็นงานประจำวันของช่างฝีมือ ไม่ใช่สิ่งที่ทำเพียงครั้งเดียว โครงสร้างคือ spend + คำแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น his หรือ her + days + รูป -ing โดยเน้นว่าปกติคนคนนั้นใช้เวลาไปกับอะไร แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทำสิ่งนั้นทุกนาทีตลอดทั้งวัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ spend one's days doing: After retiring, Mr. Lee ____ in his garden.
ดูคำตอบ
spent his days working
She had a flair for spinning the finest threads, โน้ต
0:39เธอมีพรสวรรค์ในการปั่นด้ายที่ละเอียดที่สุด
had a flair for: พรสวรรค์โดยธรรมชาติในกิจกรรมหนึ่ง
have a flair for something หมายถึงมีพรสวรรค์โดยธรรมชาติที่เห็นได้ชัด หรือมีความรู้สึกพิเศษต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ had a flair for spinning บอกว่าอารัคนีมีพรสวรรค์เป็นพิเศษในการทำด้ายเส้นละเอียด ไม่ใช่แค่ทำเป็นเท่านั้น ใช้ have, has หรือ had a flair for + คำนามหรือรูป -ing เช่น a flair for design และ a flair for telling stories
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have a flair for: Priya ____ explaining difficult ideas clearly.
ดูคำตอบ
has a flair for
spinning..., weaving... และ creating... ในโครงสร้าง -ing แบบขนาน
วลีรูป -ing ทั้งสาม ได้แก่ spinning, weaving และ creating เป็นส่วนเติมเต็มที่วางขนานกันของบุพบท for ใน had a flair for วลีเหล่านี้บอกกิจกรรมที่เธอถนัด ส่วน weaving และ creating ไม่ใช่กริยาหลักที่แยกจากกัน การใช้รูป -ing เหมือนกันทั้งสามส่วนทำให้เกิดโครงสร้างขนาน ลำดับยังแสดงสายงานของทักษะ ตั้งแต่ทำเส้นด้าย เปลี่ยนเส้นด้ายเป็นผ้า ไปจนถึงสร้างพรมแขวนผนังสำหรับตกแต่ง โดย them หมายถึง threads
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคงกิจกรรมทั้งสามให้อยู่ในรูป -ing ที่ขนานกันเหมือนกันหลัง has a flair for
- Maya has a flair for sketching characters, to color scenes, and the design of covers.
- Maya has a flair for sketching characters, coloring scenes, and designing covers.
- Maya has a flair for sketch characters, coloring scenes, and designed covers.
ดูคำตอบ
Maya has a flair for sketching characters, coloring scenes, and designing covers.
People flocked to watch her hands flying across her loom, วลี
0:48ผู้คนต่างหลั่งไหลมาดูมือของเธอที่โบกสะบัดไปบนกี่ทอผ้า
flocked to watch: ผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันด้วยจุดประสงค์เดียวกัน
ใน flocked to watch คำว่า flocked หมายถึงผู้คนจำนวนมากมาหรือรวมตัวกัน เพราะทุกคนต้องการดู จึงให้ภาพที่มีชีวิตชีวามากกว่าการพูดเพียงว่า people went to watch คำกริยานี้ทำให้นึกถึงนกหรือสัตว์ที่เคลื่อนที่เป็นฝูง แต่ในที่นี้ใช้บรรยายคน ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นเป็นนกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมวลีอดีตกาลสองคำที่หมายถึง “มาเป็นจำนวนมากเพื่อทำบางอย่าง”: When the museum opened its dinosaur hall, families ____ see it.
ดูคำตอบ
flocked to
as if thread sprung directly from her fingertips. สำนวน
0:52ราวกับว่าเส้นด้ายผุดขึ้นมาจากปลายนิ้วของเธอโดยตรง
as if thread sprung directly from her fingertips: ภาพเปรียบเทียบที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
as if ใช้นำการเปรียบเทียบจากจินตนาการ กล่าวคือเส้นด้ายดูเหมือนผุดออกมาจากปลายนิ้วของเธอโดยตรง ภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อเน้นว่าเธอทำงานได้รวดเร็วและชำนาญมาก จนการทอผ้าดูเกือบเหมือนเวทมนตร์ ในงานเล่าเรื่อง as if + อนุประโยคสามารถเชื่อมสิ่งที่ผู้สังเกตเห็นจริงเข้ากับภาพในจินตนาการที่ชัดเจนซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน
แบบฝึกหัด
อนุประโยค as if ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- เธอหยุดทอผ้าเพื่อเอาเส้นด้ายให้ผู้คนดู
- เส้นด้ายงอกออกมาจากนิ้วของเธอจริง ๆ
- ฝีมือของเธอทำให้ดูเหมือนว่าเส้นด้ายปรากฏออกมาจากนิ้วของเธอโดยตรง
ดูคำตอบ
ฝีมือของเธอทำให้ดูเหมือนว่าเส้นด้ายปรากฏออกมาจากนิ้วของเธอโดยตรง
As praise for her work grew, so did her pride: การเพิ่มขึ้นพร้อมกันด้วยโครงสร้างสลับตำแหน่ง
As praise for her work grew หมายความว่าคำชื่นชมผลงานของเธอมีจำนวนเพิ่มขึ้น ส่วน So did her pride ใช้การสลับตำแหน่ง โดย did แทน grew ที่กล่าวไปแล้ว และคำกริยาช่วยอยู่หน้าประธาน her pride ความหมายเต็มคือ her pride grew too โครงสร้าง as A grew, so did B โดยรวมแสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เพิ่มขึ้นไปพร้อมกัน ในที่นี้ยังสื่อว่าคำชื่นชมที่เพิ่มขึ้นส่งเสริมความหยิ่งของเธอด้วย ส่วน so ใน so did ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่แสดงการเพิ่มขึ้นพร้อมกันให้สมบูรณ์: ____ the project's costs rose, ____ the pressure on the team.
ดูคำตอบ
As · so did
Arachne could often be heard boasting about her skills, ไวยากรณ์
1:00มักจะได้ยินอารัคเนโอ้อวดเกี่ยวกับทักษะของตนเองเสมอ
could often be heard boasting: การรับรู้ในรูปถูกกระทำเมื่อบรรยายอดีต
Could be heard doing เป็นรูปถูกกระทำของ hear someone doing โดย Arachne คือคนที่ผู้อื่นได้ยินว่ากำลังทำบางอย่าง ส่วนผู้ฟังไม่ได้ถูกระบุไว้ วิธีนี้ทำให้เรื่องยังคงเน้นที่ Arachne และเน้นว่าพฤติกรรมของเธอสะดุดหูเพียงใด ในที่นี้ could often be heard หมายถึงผู้คนได้ยินเธอทำเช่นนั้นซ้ำ ๆ ในอดีต ไม่ได้กล่าวถึงความสามารถของ Arachne เอง ส่วน boasting หมายถึงการพูดถึงฝีมือของตนด้วยความภูมิใจมากเกินไป จึงมีน้ำเสียงเชิงตำหนิมากกว่าเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย could be heard เพื่อแสดงว่าผู้คนได้ยินการกระทำนั้นซ้ำ ๆ: During the summer camp, Leo ____ singing by the lake every morning.
ดูคำตอบ
could be heard
surpassed anyone else's, mortal or divine: การเปรียบเทียบแบบเป็นทางการที่ละคำนาม
surpassed หมายถึงเหนือกว่าหรือดีกว่า และตามด้วยกรรมโดยตรงโดยไม่ใช้ than ส่วน anyone else's เป็นวลีแสดงความเป็นเจ้าของ โดยละ talent ไว้เพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นรูปเปรียบเทียบเต็มคือ her talent surpassed anyone else's talent mortal or divine ขยายขอบเขตของ anyone else ให้รวมทั้งมนุษย์และเทพ การใช้ถ้อยคำแบบย่อและเป็นวรรณกรรมเช่นนี้ทำให้คำกล่าวของเธอฟังดูสุดโต่งและโอหัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ surpass ได้ถูกต้องและละคำนามที่ซ้ำหลัง else's?
- Her final score surpassed than everyone else's.
- Her final score surpassed everyone else.
- Her final score surpassed everyone else's.
ดูคำตอบ
Her final score surpassed everyone else's.
She refused to see weaving as a gift from the gods, ไวยากรณ์
1:09เธอปฏิเสธที่จะมองว่าการทอผ้าเป็นพรจากเทพเจ้า
refused to see weaving as a gift: ปฏิเสธที่จะมองว่า X เป็น Y
ในโครงสร้าง see X as Y คำว่า see หมายถึง “เข้าใจหรือมองว่า” ไม่ใช่ “มองเห็นด้วยตา” X คือสิ่งที่ถูกตีความ ส่วน Y คือสถานะ คุณสมบัติ หรือคำอธิบายที่กำหนดให้ X ในที่นี้ weaving คือ X และ a gift from the gods คือ Y refused to see แสดงว่าการปฏิเสธนั้นเกิดขึ้นอย่างตั้งใจ เธอไม่ยอมรับการตีความดังกล่าว โครงสร้าง refuse to see X as Y ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ หมายถึง “ปฏิเสธที่จะมองว่า X เป็น Y”
แบบฝึกหัด
ใช้ failure และ a lesson ในโครงสร้าง see X as Y เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the loss, the coach encouraged us to ____.
ดูคำตอบ
see failure as a lesson
she flaunted it as her own personal genius. การใช้คำ
1:14โอ้อวดว่ามันเป็นความอัจฉริยะส่วนตัวของเธอเอง
rather, she...: ใช้ข้อความหลังแทนความคิดที่ถูกปฏิเสธ
rather ในที่นี้นำข้อความที่มาแทนความคิดก่อนหน้าซึ่งถูกปฏิเสธไปแล้ว ข้อมูลถูกจัดเป็นแบบ “ไม่ใช่ A แต่เป็น B” กล่าวคือ เธอปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการทอผ้าเป็นของขวัญจากเหล่าทวยเทพ แล้วกลับโอ้อวดทักษะนั้นว่าเป็นหลักฐานแสดงอัจฉริยภาพของตนเอง rather แบบนี้เป็นคำเชื่อมเพื่อแก้หรือกลับแนวคิด มีความหมายว่า “แต่กลับ” หรือ “ตรงกันข้าม” ไม่ใช่คำวิเศษณ์บอกระดับแบบใน rather difficult
แบบฝึกหัด
rather แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้?
- ข้อความที่สองเพิ่มเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งเกิดขึ้นภายหลัง
- ข้อความที่สองแทนความคิดที่ถูกปฏิเสธด้วยคำอธิบายที่ตรงข้าม
- ข้อความที่สองบอกระดับของคำบรรยายเดิม
ดูคำตอบ
ข้อความที่สองแทนความคิดที่ถูกปฏิเสธด้วยคำอธิบายที่ตรงข้าม
flaunted it as her own personal genius: การอวดอย่างโจ่งแจ้งที่มีน้ำเสียงตำหนิ
Flaunted หมายถึง “นำมาอวดให้เด่นชัดอย่างโอ้อวด” โดยทั่วไปคำนี้สื่อว่าผู้เล่ากำลังตำหนิ จึงมีน้ำเสียงแรงกว่าและไม่เป็นกลางเท่า showed ในประโยคนี้ it หมายถึงทักษะการทอผ้าของเธอ วลีที่ขึ้นต้นด้วย as นำเสนอทักษะนั้นว่าเป็นหลักฐานถึงพรสวรรค์อันโดดเด่นของเธอเอง กล่าวคือเธอยกความดีความชอบทั้งหมดให้ตัวเอง ไม่ได้เพียงให้คนอื่นเห็นผลงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ flaunt ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อวิจารณ์การอวดอย่างเด่นชัด
- He showed the repair clerk where the watch was scratched.
- He checked the time on his watch before the meeting.
- He flaunted his expensive watch at every meeting.
ดูคำตอบ
He flaunted his expensive watch at every meeting.
the goddess of wisdom and crafts, Athena: เหตุใดสมญาของเธอจึงสำคัญ
สมญา the goddess of wisdom and crafts ระบุขอบเขตอำนาจของเทพีอะธีนา ในที่นี้ crafts รวมถึงงานฝีมือที่ต้องใช้ทักษะ เช่น การทอผ้า ดังนั้นการทอผ้าจึงเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับเธอ ข้อมูลนี้อธิบายว่าเหตุใดคำกล่าวอ้างของอารัคนีจึงสำคัญต่ออะธีนา การยกความดีความชอบด้านการทอผ้าทั้งหมดให้ตนเองเป็นการท้าทายเกียรติและอำนาจที่เชื่อมโยงกับขอบเขตของอะธีนา สมญานี้กับ Athena หมายถึงบุคคลเดียวกัน โดยสมญาช่วยให้ข้อมูลพื้นหลังที่จำเป็นต่อการเข้าใจความขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
เหตุใดผู้เล่าจึงเรียก Athena ว่า the goddess of wisdom and crafts ในตอนนี้
- เธอได้รับการแนะนำเพียงว่าเป็นผู้สัญจรที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และชอบฟังเรื่องซุบซิบ
- ขอบเขตของเธอรวมถึงงานฝีมืออย่างการทอผ้า ดังนั้นคำกล่าวอ้างของอารัคนีจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับอำนาจของเธอ
- สมญานี้หมายความว่าอะธีนาเรียนการทอผ้าจากอารัคนี
ดูคำตอบ
ขอบเขตของเธอรวมถึงงานฝีมืออย่างการทอผ้า ดังนั้นคำกล่าวอ้างของอารัคนีจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับอำนาจของเธอ
Planning to teach the ungrateful girl a lesson, วลี
1:25ด้วยความตั้งใจที่จะสั่งสอนเด็กสาวผู้อกตัญญู
teach someone a lesson: ลงโทษเพื่อให้รู้สำนึก
ในสำนวน teach someone a lesson คำว่า lesson หมายถึงประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจหรือการลงโทษที่มีจุดประสงค์ให้ใครสักคนสำนึกผิดจากพฤติกรรมไม่ดี ในประโยคนี้คือการลงโทษเด็กสาวผู้ไม่รู้คุณ ไม่ใช่การสอนในห้องเรียน โครงสร้างคือ teach + คน + a lesson คนที่อยู่ระหว่าง teach กับ a lesson คือผู้ที่ต้องเรียนรู้จากผลของการกระทำ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ planning to teach the girl a lesson หมายความว่าอย่างไร?
- วางแผนจะสอนบทเรียนตามปกติให้เธอ
- วางแผนจะขอให้เธอไปสอนคนอื่น
- วางแผนจะลงโทษเธอเพื่อให้เรียนรู้จากผลที่ตามมา
ดูคำตอบ
วางแผนจะลงโทษเธอเพื่อให้เรียนรู้จากผลที่ตามมา
Athena disguised herself as an old woman and stole amongst the mortals. โน้ต
1:28อาธีน่าได้ปลอมตัวเป็นหญิงชราและแฝงตัวเข้าไปในหมู่มนุษย์
disguise oneself as ...: ปลอมตัวเป็นอีกบุคคลหนึ่ง
disguise oneself as + ตัวตน หมายถึงการเปลี่ยนรูปลักษณ์เพื่อให้คนอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลนั้นหรือเป็นคนประเภทนั้น ในประโยคนี้อะธีนาซ่อนตัวตนที่แท้จริงด้วยการปรากฏตัวเป็นหญิงชรา สรรพนามสะท้อนกลับต้องอ้างกลับไปยังประธาน เช่น I disguise myself, she disguises herself และ they disguise themselves ส่วน as ใช้นำหน้าตัวตนหรือรูปลักษณ์ที่ปลอมเป็น
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ขาดหายไปตามโครงสร้าง disguise oneself as: Daniel disguised ____ a hotel guest to enter the private event unnoticed.
ดูคำตอบ
himself as
stole amongst the mortals: เคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ ไม่ใช่ขโมย
ในประโยคนี้ stole เป็นรูปอดีตของ steal แต่ไม่ได้หมายถึง “เอาบางสิ่งไป” ในการเล่าเรื่องเชิงวรรณกรรม steal อาจหมายถึง “เคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ หรืออย่างลับ ๆ” ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าอธีนาแอบเข้าไปท่ามกลางเหล่ามนุษย์โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น วลี amongst the mortals บอกสถานที่หรือกลุ่มที่เธอเคลื่อนผ่าน ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกขโมย รูปแบบนี้ช่วยให้สังเกตความหมายเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้ เมื่อหลัง steal เป็นทิศทางหรือสถานที่แทนที่จะเป็นของที่ถูกขโมย
แบบฝึกหัด
stole amongst the mortals ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- เธอเอาทรัพย์สินของเหล่ามนุษย์ไป
- เธอขอให้เหล่ามนุษย์ไปขโมยของ
- เธอเคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางเหล่ามนุษย์
ดูคำตอบ
เธอเคลื่อนที่อย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางเหล่ามนุษย์
berated Arachne in public: การตำหนิอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้คน
Berated เป็นคำกริยาที่มีน้ำเสียงรุนแรงและค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงตำหนิหรือวิจารณ์อย่างรุนแรง คำนี้นำเสนอคำพูดว่าเป็นการโจมตีด้วยถ้อยคำอย่างหนัก ไม่ใช่การตักเตือนเบา ๆ หรือการบ่นทั่วไป Berate เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม โดยใช้รูป berate someone และมักใช้ berate someone for something ส่วน in public บอกว่าการตำหนิเกิดขึ้นต่อหน้าคนอื่น ซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกตำหนิรู้สึกอับอายมากขึ้น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ She berated Arachne in public? มากที่สุด
- เธอตำหนิอารัคนีอย่างรุนแรงต่อหน้าคนอื่น
- เธอเสนอคำแนะนำเล็กน้อยแก่อารัคนีอย่างเงียบ ๆ
- เธอชื่นชมอารัคนีต่อหน้าผู้ชม
ดูคำตอบ
เธอตำหนิอารัคนีอย่างรุนแรงต่อหน้าคนอื่น
How dare the weaver claim herself greater than the gods? น้ำเสียง/เจตนา
1:36ช่างทอผ้ากล้าดีอย่างไรถึงอ้างตนว่ายิ่งใหญ่กว่าเหล่าทวยเทพ?
How dare ... claim ...?: คำถามเชิงตำหนิอย่างรุนแรง
How dare + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ไม่ใช่คำถามที่ต้องการข้อมูลจริง ๆ แต่เป็นการท้าทายอย่างรุนแรง ซึ่งแสดงว่าผู้พูดมองว่าการกระทำนั้นน่าตกใจ ไม่ให้เกียรติ หรือยอมรับไม่ได้ ในประโยคนี้ คำถามใช้ตำหนิช่างทอผ้าที่อ้างว่าตนยิ่งใหญ่กว่าเหล่าเทพ หลัง dare คำว่า claim ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างทั้งหมดทำหน้าที่ตำหนิ ไม่ได้ถามว่าเธอเอาความกล้ามาจากไหน
แบบฝึกหัด
เติมคำตำหนิที่รุนแรงด้วย How dare + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน: ____ open my private letter without permission?
ดูคำตอบ
How dare you
barely looking up: แทบไม่เงยหน้าขึ้น
ในที่นี้ barely หมายถึง “แทบไม่” หรือ “เพียงเล็กน้อยมาก” barely looking up หมายความว่าช่างทอผ้าเงยตาหรือศีรษะขึ้นเพียงเล็กน้อยขณะที่ยังคงทอผ้าต่อไป ปกติการเงยหน้าขึ้นแสดงว่ากำลังให้ความสนใจใครบางคน ดังนั้นในบริบทนี้ การเงยขึ้นเพียงเล็กน้อยจึงสื่อถึงความไม่ใส่ใจ การดูแคลน หรือการท้าทายได้ โดยทั่วไปแล้ว การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ของร่างกายสามารถแสดงท่าทีได้เมื่อสถานการณ์ทำให้คาดหวังการตอบสนองที่ชัดเจนกว่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค "During the meeting, Leo kept drawing, barely looking up when his name was called," barely looking up สื่อถึงอะไร?
- เขารีบเงยหน้าขึ้นเพราะอยากตอบ
- เขาเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าหาญแม้จะรู้สึกกลัว
- เขาเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อยและแทบไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
ดูคำตอบ
เขาเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อยและแทบไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
the old woman threw off her cloak to reveal her true form. กริยาวลี
1:44หญิงชราจึงสะบัดผ้าคลุมออกเพื่อเผยร่างที่แท้จริง
threw off her cloak: ถอดผ้าคลุมออกอย่างฉับพลันและแรง
ในที่นี้ threw off her cloak หมายถึงหญิงชราถอดผ้าคลุมออกด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแรง Throw off ใช้บอกการถอดสิ่งที่สวมอยู่แบบกะทันหันได้ โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงการขว้างสิ่งนั้นไปไกล เพราะการเคลื่อนไหวดูฉับพลันและมีพลัง การเปลี่ยนจากร่างปลอมเป็นร่างจริงจึงดูน่าตื่นเต้นและมีความเป็นละครมากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ throw off: The costume became too hot, so Nina ____ the heavy cape and stepped away.
ดูคำตอบ
threw off
insisted on defaming: insist on + รูป -ing
ใน insisted on defaming โครงสร้าง insist on + รูป -ing หมายถึงยังคงตั้งใจจะทำหรือทำสิ่งหนึ่งต่อไป แม้จะมีคนคัดค้าน on เป็นคำบุพบท ดังนั้น defame จึงอยู่ในรูป -ing เป็น defaming หลังคำนี้ เมื่อต้องการกล่าวถึงการกระทำที่ใครบางคนไม่ยอมเลิก ให้ใช้ insist on + คำนาม/รูป -ing ห้ามเปลี่ยนเป็น insist to + คำกริยา เพราะ insisted to defame ไม่ใช่รูปมาตรฐานในที่นี้ ในประโยคนี้ defaming หมายถึงการพูดถึงหรือบรรยายเหล่าเทพเจ้าในแบบที่ทำลายชื่อเสียงของพวกเขา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ on และรูป -ing ของ check: The editor insisted ____ every source before publication.
ดูคำตอบ
on checking
If Arachne insisted ..., Athena would challenge ...: การเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ตั้งเงื่อนไขว่าอารัคนียังคงใส่ร้ายเหล่าเทพต่อไป โดยไม่ได้บอกว่าเงื่อนไขนี้เกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน ส่วนประโยคหลักบอกว่าอธีนาจะทำอะไรหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง รูปแบบคือ If + past simple, ... would + กริยารูปพื้นฐาน: insisted ... would challenge ในการเล่าเรื่องด้วยอดีตกาลนี้ would challenge เป็นผลที่ผูกกับอนุประโยค if ไม่ใช่การบอกการกระทำในภายหลังแบบไม่มีเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์ได้ถูกต้องโดยใช้ If + past simple, ... would + กริยารูปพื้นฐาน?
- If Liam would refuse to apologize, Maya left the meeting.
- If Liam refused to apologize, Maya would left the meeting.
- If Liam refused to apologize, Maya would leave the meeting.
ดูคำตอบ
If Liam refused to apologize, Maya would leave the meeting.
Masking her shock at the appearance of the gray-eyed goddess, ไวยากรณ์
1:57แม้จะปกปิดความตกใจที่เห็นเทพีตาสีเทาปรากฏกาย
Masking her shock: วลี -ing ต้นประโยคที่ใช้ประธานเดียวกับประโยคหลัก
Masking her shock เป็นวลี present participle หรือวลี -ing ที่อยู่ต้นประโยค วลีนี้ย่อการกระทำเบื้องหลังให้กระชับ โดยประธานของประโยคหลักซ่อนความตกใจของตนไปพร้อมกับทำการกระทำหลัก ผู้ที่ทำ Masking โดยเข้าใจกันแต่ไม่ได้ระบุไว้ ต้องเป็นประธานของประโยคหลักที่ตามมา ในประโยคเต็ม ผู้ทำคือ Arachne ส่วน the gray-eyed goddess อยู่ในวลีบุพบทที่เริ่มด้วย at และไม่ได้เป็นผู้ทำ Masking
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลระหว่างวลี -ing ต้นประโยคกับประธานของประโยคหลัก?
- Masking his disappointment, the ceremony ended quietly.
- Masking his disappointment, the trophy was handed to Noah.
- Masking his disappointment, Noah congratulated the winner.
ดูคำตอบ
Masking his disappointment, Noah congratulated the winner.
Athena drew up her own glittering loom as a great crowd gathered to watch. โน้ต
2:03อาธีน่าตั้งกี่ทอผ้าอันเปล่งประกายของตน ขณะที่ฝูงชนกลุ่มใหญ่หลั่งไหลมามุงดู
drew up her own glittering loom: การกระทำที่เป็นรูปธรรมซึ่งตีความตามบริบท
ในฉากนี้ drew up her own glittering loom หมายถึงอะธีนานำกี่ทอผ้าออกมาด้านหน้าหรือจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้ ประโยคบรรยายการเตรียมสิ่งของที่เป็นรูปธรรม แต่ไม่ได้ระบุว่าเธอเคลื่อนย้ายมันอย่างไรโดยละเอียด draw up เปลี่ยนความหมายตามกรรมและบริบท เมื่อใช้กับเอกสาร มักหมายถึง “ร่างหรือจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร” เช่น draw up a contract แต่ loom ในที่นี้เป็นสิ่งของจริง ความหมายเกี่ยวกับการร่างเอกสารจึงไม่เหมาะ
แบบฝึกหัด
drew up her own glittering loom ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- เธอเขียนแผนอย่างเป็นทางการสำหรับสร้างกี่ทอผ้า
- เธอนำกี่ทอผ้าออกมาด้านหน้าหรือจัดวางให้พร้อมใช้งาน
- เธอวาดรูปกี่ทอผ้าลงบนกระดาษ
ดูคำตอบ
เธอนำกี่ทอผ้าออกมาด้านหน้าหรือจัดวางให้พร้อมใช้งาน
as a great crowd gathered to watch: ฉากหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
as ในที่นี้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา กล่าวคือ การกระทำของอะธีนาเกิดขึ้นขณะที่ฝูงชนกำลังมารวมตัวกันเพื่อชม อนุประโยคที่กล่าวถึงฝูงชนทำหน้าที่เป็นฉากหลัง ไม่ใช่เหตุผลของการกระทำ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เล่าเรื่องวางเหตุการณ์หลักกับฉากที่กำลังดำเนินไปไว้บนเส้นเวลาเดียวกัน ในการใช้แบบนี้ as มีความหมายใกล้กับ while และมักสื่อว่าสถานการณ์เบื้องหลังกำลังพัฒนาอยู่
แบบฝึกหัด
as ในประโยคต้นฉบับแสดงความสัมพันธ์แบบใด
- การมาถึงของฝูงชนทำให้กี่ทอผ้าเป็นประกาย
- อะธีนาทำเสร็จก่อนที่ฝูงชนจะเริ่มมารวมตัวกัน
- การกระทำทั้งสองกำลังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
การกระทำทั้งสองกำลังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
eyes fixed and shuttles blurring: รายละเอียดสภาพสองอย่างที่วางคู่ขนานกัน
eyes fixed and shuttles blurring ประกอบด้วยกลุ่มคู่ขนานสองกลุ่มในรูป “คำนาม + ส่วนบอกลักษณะ” ใน eyes fixed คำว่า fixed เป็นรูป past participle ที่บอกสภาพของดวงตา ส่วนใน shuttles blurring คำว่า blurring เป็น -ing participle ที่บอกว่ากระสวยทอผ้ากำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ถ้อยคำนี้เป็นคำบรรยายฉากแบบสั้นกระชับ ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่มีกริยาผันตามกาล ทั้งสองกลุ่มแสดงรายละเอียดพร้อมกันสองอย่าง คือความจดจ่อของผู้ทอและความเร็วของกระสวย ขณะที่เนื้อเรื่องหลักเป็นส่วนที่ดำเนินเหตุการณ์
แบบฝึกหัด
ส่วนที่เน้นทำหน้าที่อะไรในเรื่องเล่า?
- ส่วนนี้เพิ่มรายละเอียดของสภาพสองอย่างที่เกิดพร้อมกันให้กับการกระทำหลัก
- ส่วนนี้บอกการกระทำในอดีตที่สมบูรณ์สองอย่าง
- ส่วนนี้ออกคำสั่งสองอย่างแก่ผู้ทอ
ดูคำตอบ
ส่วนนี้เพิ่มรายละเอียดของสภาพสองอย่างที่เกิดพร้อมกันให้กับการกระทำหลัก
from above ... from below: แหล่งที่มาตรงข้ามกันในโครงสร้างคู่ขนาน
from above และ from below ใช้คำบุพบทเดียวกันร่วมกับคำบอกทิศทางที่ตรงข้ามกัน แต่ละวลีวางอยู่ข้างสิ่งที่มันบอกตำแหน่งหรือแหล่งที่มา ได้แก่ wisps of cloud from above และ slender threads of grass from below การใช้กรอบ from ... ซ้ำและจับคู่ above กับ below ช่วยจัดข้อมูลให้สมมาตร ผู้อ่านจึงนึกภาพวัตถุดิบที่มาจากทั้งท้องฟ้าและพื้นดิน ทำให้การแสดงพลังของอธีนาดูกว้างใหญ่และทรงพลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคงการจัดวางแบบคู่ขนานระหว่างด้านบนกับด้านล่างได้ดีที่สุด?
- The stage was bright, and the music was loud.
- Lights and cool air came from somewhere nearby.
- Lights shone from above, and cool air rose from below.
ดูคำตอบ
Lights shone from above, and cool air rose from below.
a spectacle of strength: ภาพอันตระการตาแห่งพลัง
ในประโยคนี้ a spectacle หมายถึงภาพหรือการแสดงอันน่าประทับใจที่ดึงดูดสายตา a spectacle of strength จึงนำเสนอพลังให้เป็นสิ่งที่มองเห็นได้และน่าตื่นตา ไม่ได้เพียงบอกว่าใครบางคนแข็งแกร่ง คำนามเอกพจน์ spectacle ในที่นี้หมายถึงภาพที่โดดเด่น ส่วนความหมายว่า “แว่นตา” โดยทั่วไปใช้รูปพหูพจน์ spectacles โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช
แบบฝึกหัด
ใน “The fireworks created a spectacle of color above the city,” คำว่า a spectacle หมายถึงอะไร
- แว่นตาหนึ่งคู่
- ภาพอันน่าประทับใจที่มีไว้ให้ผู้คนชม
- การสนทนาส่วนตัวที่เงียบสงบ
ดูคำตอบ
ภาพอันน่าประทับใจที่มีไว้ให้ผู้คนชม
She wove tremendous scenes that showed the power of the gods,
2:21เธอทอภาพฉากอันยิ่งใหญ่ที่แสดงถึงอำนาจของเหล่าทวยเทพ
Poseidon riding... Zeus firing... Apollo hurtling...: เบาะแสจากภาพในเทพปกรณัม
ภาพทั้งสามใช้สัญลักษณ์ที่คุ้นเคยจากเทพปกรณัมกรีก Poseidon เป็นเทพแห่งท้องทะเล เขาจึงขี่คลื่น อาวุธประจำตัวของ Zeus คือสายฟ้า ส่วน Apollo ปรากฏตัวขณะพุ่งผ่านท้องฟ้า และในคติกรีกกับโรมันยุคหลังก็เชื่อมโยงเขากับดวงอาทิตย์และแสงสว่างด้วย ในทางไวยากรณ์ Poseidon riding..., Zeus firing... และ Apollo hurtling... เป็นคำบรรยายภาพสามส่วนที่วางขนานกันหลัง scenes ทั้งสามส่วนบอกว่า Athena ทอภาพอะไร ไม่ใช่อนุประโยคหลักใหม่สามประโยค
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดจับคู่ภาพทั้งสามในประโยคได้ถูกต้อง
- Poseidon กับคลื่น Zeus กับสายฟ้า และ Apollo พุ่งผ่านท้องฟ้า
- Poseidon พุ่งผ่านท้องฟ้า Zeus อยู่ใต้ดิน และ Apollo ขี่คลื่น
- Poseidon กับสายฟ้า Zeus กับคลื่น และ Apollo อยู่ใต้ดิน
ดูคำตอบ
Poseidon กับคลื่น Zeus กับสายฟ้า และ Apollo พุ่งผ่านท้องฟ้า
the glory of the gods dwarfed mortal life. สำนวน
2:34ความรุ่งโรจน์ของเหล่าทวยเทพทำให้ชีวิตมนุษย์ดูต้อยต่ำไปเลย
dwarfed mortal life: ทำให้สิ่งหนึ่งดูเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกัน
dwarf ในที่นี้เป็นคำกริยา ในโครงสร้าง A dwarfs B นั้น A เหนือกว่า B อย่างมากในด้านขนาด พลัง ความสำคัญ หรืออิทธิพล จนทำให้ B ดูเล็กหรือสำคัญน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน ดังนั้น เกียรติยศของเหล่าเทพจึงทำให้ชีวิตของมนุษย์ดูไร้ความสำคัญ คำกริยานี้บอกผลที่เกิดจากการเปรียบเทียบสิ่งที่แตกต่างกันมาก ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ตัวเตี้ยลงจริง ๆ หรือกลายเป็นคนแคระ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The final cost dwarfed the original estimate,” คำว่า dwarfed หมายถึงอะไร
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่ายอดประมาณการมาก จนทำให้ยอดประมาณการดูน้อยไป
- ค่าใช้จ่ายกับยอดประมาณการเกือบเท่ากัน
- ค่าใช้จ่ายทำให้ยอดประมาณการสั้นลงจริง ๆ
ดูคำตอบ
ค่าใช้จ่ายสูงกว่ายอดประมาณการมาก จนทำให้ยอดประมาณการดูน้อยไป
But Arachne had no interest in boosting godly egos. น้ำเสียง/เจตนา
2:38แต่อารัคเนไม่ได้สนใจที่จะเสริมสร้างอีโก้ของเทพเจ้า
had no interest in boosting godly egos: ไม่ยอมส่งเสริมความหลงตัวเอง
had no interest in + -ing บอกว่าอารัคนีไม่ต้องการหรือไม่มีเจตนาจะทำสิ่งนั้น เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท ในที่นี้จึงตามด้วยรูป -ing คือ boosting boost someone's ego หมายถึงชมเชยหรือประจบใครบางคนจนทำให้เขาภูมิใจหรือรู้สึกว่าตนสำคัญมากขึ้น godly egos มีน้ำเสียงประชด เพราะทำให้เหล่าเทพดูหลงตัวเองและอยากได้รับคำสรรเสริญ ประโยคนี้จึงแสดงว่าอารัคนีไม่ยอมยกย่องพวกเขา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have no interest in: Jordan ____ flattering the actress just to boost her ego.
ดูคำตอบ
has no interest in
Her tapestry showed the gods abusing their power, วลี
2:43ภาพทอของเธอแสดงให้เห็นถึงเหล่าทวยเทพที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด
abusing their power: การใช้อำนาจในทางมิชอบ
To abuse one's power หมายถึงการใช้อำนาจหรือการควบคุมอย่างไม่ยุติธรรม ก่อให้เกิดอันตราย หรือไม่เหมาะสม ใน abusing their power คำว่า their หมายถึงเหล่าเทพ ส่วน abusing บอกถึงการกระทำที่ปรากฏบนผ้าทอ วลีนี้ทำให้ข้อความมีความหมายเชิงวิจารณ์ กล่าวคือ ผ้าทอกำลังกล่าวหาเหล่าเทพว่าใช้อำนาจในทางที่ผิด ไม่ได้เพียงแสดงว่าพวกเขาทรงพลัง ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามบุคคลหรือกลุ่ม เช่น abuse his power, abuse her power หรือ abuse their power
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ someone abusing their power?
- ผู้อำนวยการลงโทษนักเรียนที่วิจารณ์ตน ทั้งที่นักเรียนไม่ได้ทำผิดกฎ
- ผู้อำนวยการอธิบายกฎของโรงเรียนให้นักเรียนทุกคนฟัง
- ผู้อำนวยการขอคำแนะนำจากครูก่อนตัดสินใจ
ดูคำตอบ
ผู้อำนวยการลงโทษนักเรียนที่วิจารณ์ตน ทั้งที่นักเรียนไม่ได้ทำผิดกฎ
meddling in the lives of mortals: การก้าวก่ายชีวิตของมนุษย์
Meddle in something หมายถึงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของตน โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของเรื่องไม่ต้องการให้เข้ามายุ่ง โครงสร้างคือ meddle in + เรื่องหรือขอบเขต เช่น meddling in the lives of mortals ในที่นี้ วลีดังกล่าววิจารณ์เหล่าเทพว่าล้ำเส้นและแทรกแซงชีวิตของมนุษย์ ไม่ได้หมายถึงการช่วยเหลือตามปกติ mortals หมายถึงมนุษย์ที่ต้องตาย ซึ่งต่างจากเทพที่เป็นอมตะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ meddle และคำบุพบทของคำนี้: He was criticized for ____ his neighbors' private lives.
ดูคำตอบ
meddling in
a philanderer: ผู้ชายที่ตามจีบผู้หญิงซ้ำ ๆ
ในที่นี้ a philanderer หมายถึงผู้ชายที่ตามจีบผู้หญิงซ้ำ ๆ หรือมีความสัมพันธ์เชิงรักแบบไม่รับผิดชอบ คำนี้มีน้ำเสียงตำหนิอย่างแรง ไม่ได้หมายถึงเพียงคนรักหรือผู้มาจีบ ใน represented Zeus as a philanderer โครงสร้าง represent someone as + คำนาม บอกว่าบุคคลนั้นถูกถ่ายทอดให้มีภาพลักษณ์อย่างไร คำเรียกนี้ทำให้การแปลงกายที่ตามมากลายเป็นหลักฐานว่า Zeus หลอกลวงและตามจีบผู้หญิงซ้ำ ๆ ไม่ใช่เรื่องเล่ากลาง ๆ เกี่ยวกับเทพผู้ทรงอำนาจ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a philanderer หมายถึงอะไร
- คู่รักที่ซื่อสัตย์
- คนที่ช่วยให้ผู้อื่นได้รู้จักกัน
- ผู้ชายที่ตามจีบผู้หญิงซ้ำ ๆ อย่างไม่รับผิดชอบ
ดูคำตอบ
ผู้ชายที่ตามจีบผู้หญิงซ้ำ ๆ อย่างไม่รับผิดชอบ
a swan for Leda ... a shower of gold for Danae: การอ้างถึงตำนานสามเรื่อง
วลีทั้งสามย่อเรื่องเล่าจากเทพปกรณัมกรีกที่แยกจากกันสามเรื่อง: Zeus แปลงเป็นหงส์ในเรื่องของ Leda เป็นวัวในเรื่องของ Europa และเป็นสายฝนทองคำในเรื่องของ Danae วลีเหล่านี้ไม่ใช่รายการสัตว์และสิ่งของแบบสุ่ม และไม่ใช่ของขวัญสามชิ้น ในที่นี้ for จับคู่แต่ละรูปลักษณ์กับผู้หญิงและตำนานที่เกี่ยวข้อง โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “หงส์ในเรื่องของ Leda” รายการที่วางขนานกันนี้อ้างถึงรูปแบบที่ Zeus แปลงกายซ้ำ ๆ เพื่อเข้าใกล้ผู้หญิง
แบบฝึกหัด
รายการนี้ทำหน้าที่หลักอะไร
- บรรยายรูปลักษณ์สามแบบที่ Zeus ใช้ในการเดินทางครั้งเดียว
- แจกแจงของขวัญสามชิ้นที่ผู้หญิงมอบให้ Zeus
- จับคู่รูปลักษณ์แต่ละแบบของ Zeus กับผู้หญิงและตำนานที่ต่างกัน
ดูคำตอบ
จับคู่รูปลักษณ์แต่ละแบบของ Zeus กับผู้หญิงและตำนานที่ต่างกัน
Arachne then turned to the misdemeanors of other gods,
3:03จากนั้นอารัคเนก็หันไปเล่าถึงการกระทำผิดของเทพองค์อื่นๆ
from Pluto's abduction ... to Bacchus's wild pursuit: ช่วงของตัวอย่าง
เรื่องแรกกล่าวถึงพลูโตที่ใช้กำลังพาเพอร์เซโฟนีไป ส่วนเรื่องที่สองกล่าวถึงแบคคัสที่ไล่ตามเอริโกนีอย่างบ้าคลั่ง อารัคนีใช้ทั้งสองเรื่องเป็นตัวอย่างของเทพที่ประพฤติไม่ดี พรมทอของเธอจึงวิจารณ์เทพในวงกว้างขึ้น ในที่นี้ from ... to ... ใช้จัดกลุ่มตัวอย่างที่ครอบคลุมเป็นช่วง โดยมีความหมายคร่าว ๆ ว่า “รวมถึงตัวอย่างเช่นนี้” ไม่ได้บรรยายการเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
from ... to ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ใช้บรรยายเส้นทางที่อารัคนีเดินทาง
- ใช้แสดงว่าพลูโตกลายเป็นแบคคัส
- ใช้แสดงช่วงของตัวอย่างความประพฤติมิชอบของเหล่าเทพ
ดูคำตอบ
ใช้แสดงช่วงของตัวอย่างความประพฤติมิชอบของเหล่าเทพ
Even though she cast the gods in the most unflattering light, โน้ต
3:12แม้ว่าเธอจะวาดภาพทวยเทพในแง่มุมที่น่าเกลียดที่สุด
cast ... in the most unflattering light: นำเสนอในแง่ลบที่สุด
โครงสร้าง cast someone or something in a particular light หมายถึง “นำเสนอบุคคลหรือสิ่งใดในลักษณะที่ส่งผลต่อการตัดสินของผู้อื่น” light ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงมุมมองในการประเมิน ไม่ใช่แสงจริง ในประโยคนี้ พรมทอนำเสนอเหล่าเทพเจ้าให้ดูแย่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบอย่างมากต่อพวกเขา คำคุณศัพท์ที่อยู่หน้า light บอกว่าผู้ฟังหรือผู้ชมจะได้รับความรู้สึกแบบใด
แบบฝึกหัด
ประโยค “The documentary cast the coach in an unflattering light” หมายความว่าอย่างไร?
- สารคดีนำเสนอโค้ชในแง่ลบอย่างมาก
- สารคดีทำให้เสื้อผ้าของโค้ชดูสว่างขึ้น
- สารคดีใช้ไฟสลัวขณะถ่ายทำโค้ช
ดูคำตอบ
สารคดีนำเสนอโค้ชในแง่ลบอย่างมาก
Arachne's work shone with her dazzling skill.
3:16แต่ผลงานของอารัคเนก็เปล่งประกายด้วยทักษะอันตระการตาของเธอ
Even though ... Arachne's work shone: ความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง
Even though ใช้แสดงความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง อนุประโยคแรกยอมรับข้อเท็จจริงด้านลบว่าอารัคนีนำเสนอเหล่าเทพในแง่ที่แย่มาก ส่วนประโยคหลักบอกใจความสำคัญที่ยังคงเป็นจริงว่า ผลงานของเธอโดดเด่นเพราะฝีมือของเธอ ใช้โครงสร้าง even though + อนุประโยคสมบูรณ์, ประโยคหลัก เมื่อผลลัพธ์หนึ่งยังคงเป็นจริง แม้จะมีข้อเท็จจริงที่อาจทำให้คาดหวังผลตรงกันข้าม ข้อสรุปหลักมักอยู่ในประโยคหลัก ไม่ใช่อนุประโยค even though
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสันธานสองคำที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งจากบทเรียนนี้: ____ the review was harsh, the film attracted a large audience.
ดูคำตอบ
Even though
filled with movement and lustrous colors that winked triumphantly.
3:22เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวและสีสันอันแวววาวที่ระยิบระยับอย่างมีชัย
almost alive ... colors that winked triumphantly: ทำให้งานศิลปะดูราวกับมีชีวิต
ใน almost alive คำว่า almost สื่อถึงความรู้สึกว่าสิ่งนั้นมีชีวิตชีวา ไม่ได้หมายความว่ามีชีวิตจริง ๆ พรมทอดูมีพลังและการเคลื่อนไหวมากจนเหมือนกับมีชีวิต ส่วน filled with movement อธิบายว่าความรู้สึกนี้เกิดจากอะไร Colors that winked triumphantly เป็นการทำให้สีสันเป็นเหมือนบุคคล แสงเงาของสีดูเหมือนกะพริบวาบราวกับการขยิบตาอย่างภาคภูมิใจ ภาพเหล่านี้ทำให้งานศิลปะที่อยู่นิ่งดูมีพลัง สว่างไสว และมั่นใจ
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยายนี้ “the lustrous colors winked triumphantly” สื่อถึงอะไร?
- สีที่เป็นเงางามดูเหมือนกะพริบวาบราวกับการขยิบตาอย่างภาคภูมิใจ
- สีค่อย ๆ จางลงจนมองไม่เห็นอีกต่อไป
- ดวงตาจริง ๆ ในพรมทอขยิบตาให้ผู้ชม
ดูคำตอบ
สีที่เป็นเงางามดูเหมือนกะพริบวาบราวกับการขยิบตาอย่างภาคภูมิใจ
When Athena saw Arachne's undeniably better and flagrantly subversive work, การใช้คำ
3:27เมื่ออาธีน่าเห็นผลงานที่งดงามกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้และเป็นการลบหลู่อย่างโจ่งแจ้งของอารัคเน
undeniably better and flagrantly subversive: การประเมินสองด้านที่วางคู่กัน
undeniably better and flagrantly subversive เป็นการประเมินผลงานของอารัคนีสองด้านที่วางคู่กัน undeniably better หมายถึงคุณภาพของผลงานเหนือกว่าอย่างชัดเจนจนอะธีนาไม่อาจปฏิเสธได้อย่างจริงใจ ส่วน flagrantly subversive หมายถึงสารของผลงานท้าทายอำนาจหรือระเบียบเดิมอย่างเปิดเผยและน่าขุ่นเคือง คำว่า and เชื่อมการประเมินสองด้านนี้ ไม่ได้แสดงเหตุและผล ผลงานอาจดีกว่าในเชิงศิลปะ ขณะเดียวกันก็เป็นภัยทางการเมืองหรือสังคมต่อผู้มีอำนาจได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ undeniably better and flagrantly subversive ในประโยคได้ตรงที่สุด
- ผลงานมีคุณภาพเหนือกว่าอย่างชัดเจนและท้าทายอำนาจเดิมอย่างเปิดเผย
- ผลงานดีกว่าเพราะสารของมันสนับสนุนอำนาจของอะธีนา
- ผลงานดีกว่าเพียงเล็กน้อยและปฏิบัติตามระเบียบเดิมอย่างเงียบ ๆ
ดูคำตอบ
ผลงานมีคุณภาพเหนือกว่าอย่างชัดเจนและท้าทายอำนาจเดิมอย่างเปิดเผย
she flew into a rage and turned on the human weaver. โน้ต
3:32เธอจึงบันดาลโทสะและพุ่งเข้าใส่ช่างทอผ้าผู้เป็นมนุษย์
flew into a rage: ความโกรธจัดที่เกิดขึ้นฉับพลัน
flew into a rage เป็นรูปอดีตของสำนวนตายตัว fly into a rage หมายถึงจู่ ๆ ก็โกรธอย่างรุนแรงมาก คำว่า flew ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่มีใครบินจริง ๆ เมื่อเทียบกับ became angry สำนวนนี้เน้นทั้งความรวดเร็วและความรุนแรงของอารมณ์ และมักสื่อถึงปฏิกิริยาที่ระเบิดออกมาหรือการควบคุมตนเองไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fly into a rage: When the coach saw the ruined equipment, he ____.
ดูคำตอบ
flew into a rage
turned on the human weaver: จู่ ๆ ก็หันไปทำร้ายเธอ
ใน turn on someone คำว่า on ตามด้วยบุคคลที่กลายเป็นเป้าของการโจมตีหรือความเป็นปฏิปักษ์อย่างฉับพลัน การโจมตีอาจเป็นทางร่างกายหรือทางคำพูดก็ได้ และวลีนี้มักสื่อว่าท่าทีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในที่นี้ turned on the human weaver หมายถึงเทพีที่กำลังโกรธหันความเดือดดาลไปยังช่างทอผ้าที่เป็นมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่านางเปิดหรือทำให้คนคนนั้นทำงานเหมือนอุปกรณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ turn on ในความหมายว่า “จู่ ๆ ก็โจมตีหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อใครบางคน”
- When he was worried, Leo turned to his coach.
- Maya turned on the kitchen light.
- The small stream turned into a river after the storm.
- The guard dog suddenly turned on its handler.
ดูคำตอบ
The guard dog suddenly turned on its handler.
Arachne's glee dimmed as she felt her body shrinking and contorting. สำนวน
3:37ความปิติยินดีของอารัคเนจางหายไปเมื่อเธอรู้สึกว่าร่างกายของตนกำลังหดตัวและบิดเบี้ยว
Arachne's glee dimmed: ความยินดีค่อย ๆ หม่นแสง
glee หมายถึงความยินดีอย่างแรงกล้าและมีชีวิตชีวา ส่วน dim ปกติใช้บรรยายแสงที่สว่างน้อยลง ใน Arachne's glee dimmed ผู้เขียนทำให้อารมณ์ดูเหมือนแสง กล่าวคือ ความยินดีอย่างแรงกล้าของเธอเริ่มจางลง ภาพเปรียบนี้แสดงจุดเปลี่ยนจากความรู้สึกชนะไปสู่ความกลัว เมื่อเธอสังเกตว่าร่างกายกำลังเปลี่ยนไป โดยทั่วไปแล้ว ความรู้สึก ความหวัง หรือความกระตือรือร้นก็ใช้ dim ได้เมื่อสิ่งเหล่านั้นอ่อนกำลังลง
แบบฝึกหัด
Arachne's glee dimmed ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร
- ความยินดีอย่างแรงกล้าของเธอเริ่มจางลง
- เธอทำให้ไฟในห้องสว่างน้อยลง
- เธอยิ่งพอใจกับชัยชนะของตนมากขึ้น
ดูคำตอบ
ความยินดีอย่างแรงกล้าของเธอเริ่มจางลง
Her fingers waved wildly as her arms stuck to her sides, วลี
3:42นิ้วของเธอแกว่งไกวไปมาอย่างบ้าคลั่งในขณะที่แขนติดหนึบอยู่ข้างลำตัว
stuck to her sides: แขนแนบติดอยู่ข้างลำตัว
ตรงนี้ stuck เป็นรูปอดีตของ stick ในวลี stick to คำกริยานี้ใช้ความหมายทางกายภาพ คือ ติดอยู่กับหรือแนบชิดกับบางสิ่ง her sides หมายถึงด้านซ้ายและขวาของลำตัว ดังนั้นแขนของเธอจึงแนบติดกับตัวและขยับได้ไม่อิสระ คำนามหลัง to ช่วยบอกความหมายได้ ถ้าเป็นพื้นผิวหรือส่วนของร่างกาย stick to มักหมายถึงการติดกันจริง ๆ แต่ถ้าเป็น plan, rule หรือ promise มักหมายถึงเชิงนามธรรมว่าทำตามต่อไป ฉากนี้ใช้ความหมายทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ใช้ stick to ในรูปอดีตเพื่อแสดงการติดกันทางกายภาพ: After the rain, the wet leaves ____ my shoes.
ดูคำตอบ
stuck to
sprouted all over her body: งอกขึ้นทั่วทั้งร่างกาย
Sprout โดยทั่วไปหมายถึงเริ่มเติบโต โดยเฉพาะตอนที่เมล็ดเริ่มแตกหน่อ และยังใช้บรรยายให้เห็นภาพว่าผมหรือขนเริ่มปรากฏและเติบโตได้ด้วย ตรงนี้ sprouted แสดงให้เห็นว่าขนสีดำงอกออกมาอย่างกะทันหัน All over her body หมายถึงตามจุดต่าง ๆ ทั่วทั้งร่างกายของเธอ วลีนี้บอกตำแหน่งที่ขนงอก ไม่ได้หมายความว่ามีบางสิ่งเคลื่อนข้ามด้านบนหรือเลยออกไปจากร่างกายของเธอ
แบบฝึกหัด
ใช้ sprout all over ในรูปอดีต: After the rain, tiny mushrooms ____ the old log.
ดูคำตอบ
sprouted all over
The goddess left Arachne with a single spool of thread unfurling from her belly, โน้ต
3:50เทพีเหลือเพียงหลอดด้ายหลอดเดียวที่คลี่ออกจากท้องของอารัคเน
unfurling from her belly: คลี่ออกจากสภาพที่รวบไว้
Unfurl หมายถึงการเปิดหรือคลี่สิ่งที่เดิมม้วน พับ หรือรวบไว้ ในที่นี้ unfurling เป็น present participle ที่ขยายคำว่า thread โดยแสดงให้เห็นว่าเส้นด้ายกำลังยืดออกจากท้องของอะแร็กนี คำนี้เน้นการเคลื่อนไหวจากสภาพที่รวมตัวแน่นไปเป็นสภาพที่เปิดหรือยืดออก ไม่ใช่แค่การตกลงมา การเลือกคำที่เห็นภาพชัดนี้ช่วยสร้างภาพของแมงมุมที่ปล่อยใยออกมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายสิ่งที่เปิดออกจากสภาพพับหรือรวบไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The stone unfurled to the ground.
- The flag unfurled as the wind rose.
- The bell unfurled at noon.
ดูคำตอบ
The flag unfurled as the wind rose.
a slim reminder of her human talent.
3:55เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจเล็กๆ ถึงพรสวรรค์ของมนุษย์ที่เธอเคยมี
left Arachne with a single spool of thread: ทำให้ใครบางคนลงเอยด้วยผลลัพธ์หนึ่ง
โครงสร้าง leave + คน + with + สิ่งของหรือสภาพ ใช้บอกผลลัพธ์ว่า การกระทำหรือเหตุการณ์หนึ่งทำให้คนนั้นลงเอยด้วยการมี เก็บไว้ หรือต้องรับมือกับบางสิ่ง ในประโยคนี้ left ไม่ได้หมายความว่าเทพธิดาเพียงแค่เดินจากไป สิ่งเดียวที่อะแร็กนีเหลืออยู่คือเส้นด้ายที่เชื่อมโยงกับพรสวรรค์ด้านการทอผ้าในอดีต วลีที่ขึ้นต้นด้วย with บอกว่าสิ่งใดเหลืออยู่หลังการลงโทษ จึงใช้โครงสร้างนี้บรรยายผลที่ตามมาหรือสภาพที่คงอยู่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ left ... with ... เพื่อบอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์
- Maya left the office with her laptop.
- The storm left the town with no electricity.
- Jon left his keys with the neighbor.
ดูคำตอบ
The storm left the town with no electricity.
For challenging the assumption that the gods were untouchable, ไวยากรณ์
3:58สำหรับการท้าทายความเชื่อที่ว่าทวยเทพนั้นแตะต้องไม่ได้
the assumption that the gods were untouchable: อนุประโยคบอกเนื้อหา
อนุประโยค that the gods were untouchable บอกเนื้อหาที่ชัดเจนของ assumption หรือสิ่งที่ผู้คนถือว่าเป็นจริง หลัง that เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ โดย the gods เป็นประธาน were เป็นกริยา และ untouchable ทำให้ความคิดสมบูรณ์ ที่นี่ that นำหน้าอนุประโยคบอกเนื้อหา ไม่ได้ใช้แทนคำนามที่ขาดหายไป ในบริบทนี้ untouchable ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงถูกมองว่ามีอำนาจหรือได้รับการปกป้องมากจนไม่อาจถูกวิจารณ์ ท้าทาย หรือเรียกร้องความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายถึงไม่สามารถสัมผัสตัวได้จริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ that เพื่อนำหน้าอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของข้อสันนิษฐาน?
- The assumption that the report challenged proved wrong.
- The assumption that prices would fall proved wrong.
- The assumption that caused the delay proved wrong.
ดูคำตอบ
The assumption that prices would fall proved wrong.
Athena had shrunk her adversary into the first spider. วลี
4:01อาธีน่าได้ย่อส่วนคู่ปรับของตนให้กลายเป็นแมงมุมตัวแรก
For challenging ...: วลีบอกเหตุผลของการลงโทษที่วางต้นประโยค
ในที่นี้ วลี for + รูป -ing ที่อยู่ต้นประโยคบอกเหตุผลของการลงโทษ อะธีนาย่อร่างคู่แข่งเพราะคู่แข่งได้ท้าทายความเชื่อที่ได้รับการปกป้องอยู่ for หมายถึง “เพราะ” ไม่ใช่ “เพื่อ” การวางเหตุผลไว้ก่อนทำให้ประโยคกล่าวถึงการกระทำผิดก่อน แล้วจึงบอกผลที่ตามมา เป็นรูปที่กระชับกว่าการใช้อนุประโยค because แบบเต็ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย For และรูป -ing ที่ถูกต้องของ ignore: ____ the safety rules, the player was removed from the game.
ดูคำตอบ
For ignoring
shrunk her adversary into ...: shrink + กรรม + into + ผลลัพธ์
ในโครงสร้าง shrink + กรรม + into + ผลลัพธ์ คำว่า shrink ใช้ในความหมายว่ามีผู้ทำให้กรรมมีขนาดเล็กลง วลีที่ขึ้นต้นด้วย into บอกว่าสิ่งนั้นกลายเป็นรูปร่างใดจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้บอกสถานที่ที่สิ่งนั้นเคลื่อนเข้าไป ตรงนี้ her adversary หมายถึงอารัคนี คู่ต่อสู้ของอะธีนา และ the first spider คือร่างใหม่ของอารัคนี ถ้อยคำนี้รวมการลดขนาดเข้ากับการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ shrink + กรรม + into + ผลลัพธ์ เพื่อแสดงทั้งการลดขนาดและการเปลี่ยนร่าง?
- The lizard carried the spell into the cave.
- The dragon shrank after it walked into the cave.
- The spell shrank the dragon into a tiny lizard.
ดูคำตอบ
The spell shrank the dragon into a tiny lizard.
To this day: ต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
To this day หมายถึง “แม้กระทั่งตอนนี้” หรือ “จนถึงปัจจุบัน” ใช้บอกว่าสถานการณ์ ผลกระทบ ธรรมเนียม ความรู้สึก หรือคำถามจากอดีตยังคงเป็นจริงหรือเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะทำให้เนื้อหาทั้งหมดที่ตามมาถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ในตำนานหรือเรื่องเล่า วลีนี้เชื่อมเหตุการณ์โบราณกับสิ่งที่กล่าวกันว่ายังสังเกตเห็นได้ในทุกวันนี้
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แม้จนถึงตอนนี้หลังจากผ่านมานาน” ลงในประโยค: ____, no one knows who sent the letter.
ดูคำตอบ
To this day
Arachne and her children spin out her penance, สำนวน
4:07อารัคเนและลูกๆ ของเธอยังคงปั่นด้ายเพื่อชดใช้กรรม
ความหมายสองชั้นของ spin out her penance
ใน spin out her penance คำว่า spin ทำให้นึกถึงการที่แมงมุมสร้างเส้นใยจริง ๆ ขณะที่ spin out ยังหมายถึงการยืดเวลาหรือทำให้บางสิ่งดำเนินต่อไปได้ด้วย ส่วน penance คือการลงโทษหรือการชดใช้เพื่อทดแทนความผิด ถ้อยคำนี้เป็นการเล่นคำ ลูกหลานของอารัคนียังคงปั่นใย และการกระทำเดียวกันนั้นก็ทำให้ดูเหมือนว่าการลงโทษของเธอดำเนินต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น หากเข้าใจเพียงว่าเป็นการสร้างเส้นใย ก็จะพลาดความหมายเชิงนามธรรมเรื่องการยืดการลงโทษออกไป
แบบฝึกหัด
วลี spin out her penance สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้?
- วลีนี้เชื่อมการปั่นใยจริงของแมงมุมกับการลงโทษของอารัคนีที่ดำเนินต่อไป
- วลีนี้บอกว่าแมงมุมยุติการลงโทษของอารัคนีด้วยการสร้างใยเส้นสุดท้าย
- วลีนี้ใช้ spin out เพียงเพื่อบอกว่าควบคุมไม่ได้และหมุนไปรอบ ๆ
ดูคำตอบ
วลีนี้เชื่อมการปั่นใยจริงของแมงมุมกับการลงโทษของอารัคนีที่ดำเนินต่อไป
or is it undaunted persistence ... ตีความตอนจบใหม่อย่างไร
รูปแบบ or is it ... ทำให้การตัดสินที่เพิ่งเสนอไปถูกเปิดขึ้นมาพิจารณาใหม่ และนำเสนอคำอธิบายอีกแบบหนึ่ง แทนที่จะมองการปั่นใยว่าเป็นเพียง penance ผู้บรรยายถามว่ามันอาจเป็น undaunted persistence หรือความพยายามต่อเนื่องที่ไม่พ่ายแพ้ต่อความกลัวหรืออำนาจหรือไม่ in the shadows of giants เป็นอุปมา giants แทนเทพหรือผู้มีอำนาจที่แข็งแกร่งอย่างท่วมท้น ส่วน shadows สื่อถึงการมีชีวิตอยู่ภายใต้อำนาจนั้น คำถามนี้ไม่ได้ยกเลิกการตีความว่าเป็นการลงโทษ แต่ทำให้การประเมินทั้งสองแบบอยู่เคียงกันและเปิดปลายเรื่องไว้
แบบฝึกหัด
or is it ... ในตอนท้ายมีบทบาทอย่างไรในการจัดข้อมูล?
- ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นขนาดร่างกายของยักษ์จริง ๆ
- ประโยคนี้เสนอการตีความที่สอง โดยมองการลงโทษใหม่ว่าเป็นความเพียรภายใต้อำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า
- ประโยคนี้ยืนยันว่าการลงโทษเป็นคำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เสนอการตีความที่สอง โดยมองการลงโทษใหม่ว่าเป็นความเพียรภายใต้อำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า
check out this playlist for more epic tales.
4:17ลองดูเพลย์ลิสต์นี้สำหรับเรื่องราวสุดยิ่งใหญ่เพิ่มเติม