นักปลอมแปลงงานศิลปะผู้หลอกลวงนาซี - Noah Charney: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
687 คำ 144 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าเรื่องฮัน ฟาน เมเคอเริน นักปลอมภาพชาวดัตช์ ซึ่งอาศัยความคาดหวังของผู้เชี่ยวชาญทำให้ภาพของตนถูกยอมรับว่าเป็นผลงานของแฟร์เมร์ ก่อนจะต้องพิสูจน์การฉ้อโกงของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาร่วมมือกับนาซี การพลิกกลับของชื่อเสียงเขาชี้ให้เห็นว่าการกำหนดคุณค่าศิลปะมีความไม่แน่นอนเพียงใด ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. could have detected — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจ modal perfect ที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ในอดีตซึ่งไม่ได้หมายความว่าเกิดขึ้นจริงเสมอไป ในเรื่องนี้ การตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มีโอกาสค้นพบเรซินสังเคราะห์ แต่การตรวจดังกล่าวยังไม่ก้าวหน้าหรือแพร่หลาย รูปแบบนี้ใช้ประเมินโอกาสที่พลาดไป ผลลัพธ์ที่ไม่เกิดขึ้น หรือทางเลือกอื่นในประวัติศาสตร์ได้ 2. had come into his own. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่าสำนวนนี้หมายถึงการพัฒนาความสามารถหรือรูปแบบเฉพาะตัวจนเต็มที่ ไม่ใช่ความหมายตรงตัว ผู้เชี่ยวชาญอธิบายจุดบกพร่องของภาพปลอมว่าเป็นลักษณะของแฟร์เมร์ที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ จึงใช้กล่าวถึงช่วงที่ศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ หรือทีมเริ่มแสดงความมั่นใจและเอกลักษณ์อย่างชัดเจนได้ 3. in turn — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เห็นว่าคำเชื่อมสั้น ๆ นี้บอกถึงการที่การกระทำคล้ายกันส่งต่อไปยังอีกคนจนเกิดลำดับหรือการสลับบทบาท ฟาน เมเคอเรินเคยปลอมผลงานของศิลปินเอก ต่อมางานของเขาเองกลับมีราคาและถูกลูกชายปลอมอีกทอดหนึ่ง จึงเหมาะสำหรับสื่อผลที่ต่อเนื่อง การกระทำตอบโต้กัน หรือการกลับบทบาทอย่างเสียดสี

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It was one of the strangest trials in Dutch history. ไวยากรณ์

0:07

มันเป็นหนึ่งในการพิจารณาคดีที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ดัตช์

ไวยากรณ์

one of the strangest trials: one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์

โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ ใช้จัดให้บุคคลหรือสิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีคุณสมบัติสุดขั้วในการเปรียบเทียบ ในที่นี้ การพิจารณาคดีนี้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคดีที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์เนเธอร์แลนด์ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคดีเดียวที่แปลกที่สุดเสมอไป คำนามหลัง one of the ต้องเป็นพหูพจน์ เพราะใช้เรียกทั้งกลุ่ม: one of the strangest trials แต่ทั้งวลีหมายถึงการพิจารณาคดีเพียงหนึ่งคดี ประโยคจึงใช้กริยาเอกพจน์ was

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่กำหนด one of the most reliable sources: This website is ____ for local weather.

ดูคำตอบ

one of the most reliable sources

The defendant in this 1947 case was an art forger who had counterfeited millions of dollars worth of paintings, โน้ต

0:11

จำเลยในคดีปี 1947 นี้คือนักปลอมแปลงงานศิลปะผู้ทำภาพวาดปลอมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

การใช้คำ

defendant: ฝ่ายที่ต้องเผชิญคดีในศาล

Defendant เป็นศัพท์กฎหมายที่หมายถึงบุคคลหรือคู่ความที่ถูกดำเนินคดีในศาล ในคดีอาญา defendant คือผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ส่วนในคดีแพ่งคือฝ่ายที่ถูกฟ้อง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุสถานะทางกฎหมายของนักปลอมแปลงงานศิลปะในการพิจารณาคดี

แบบฝึกหัด

คำใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง? The person accused of theft is the ___ in the criminal case.

  1. defender
  2. defendant
  3. plaintiff
ดูคำตอบ

defendant

วลี

had counterfeited ... dollars worth of paintings: past perfect และการบอกมูลค่า

past perfect ใน had counterfeited วางการปลอมแปลงไว้ก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต คือคดีหรือการพิจารณาคดีที่กำลังกล่าวถึง รูปแบบคือ had + past participle และ counterfeit ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงทำของเลียนแบบเพื่อหลอกลวง โครงสร้าง amount + worth of + noun ใช้บอกสิ่งของที่มีมูลค่ารวมตามจำนวนเงินนั้น ดังนั้น millions of dollars worth of paintings จึงหมายถึงภาพวาดที่มีมูลค่ารวมหลายล้านดอลลาร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยใช้ past perfect ของ counterfeit ก่อน แล้วเติมวลีบอกมูลค่าด้วยคำที่กำหนดให้ตรงตัวว่า thousands of dollars: By the time investigators found the workshop, the group ____ ____ concert tickets.

ดูคำตอบ

had counterfeited · thousands of dollars' worth of

but he wasn't arguing his innocence. วลี

0:19

แต่เขาไม่ได้กำลังโต้แย้งเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

วลี

wasn't arguing his innocence: ไม่ได้กำลังโต้แย้งว่าตนเองบริสุทธิ์

argue one's innocence หมายถึงเสนอเหตุผลหรือข้อโต้แย้งว่าบุคคลหนึ่งไม่ได้กระทำผิด ในการใช้เชิงกฎหมายนี้ argue หมายถึง “เสนอข้อโต้แย้งอย่างมีเหตุผล” ไม่ใช่ “ทะเลาะ” และคำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น argue my, her, or their innocence wasn't arguing his innocence บอกว่าการพิสูจน์ว่าตนไม่ได้กระทำผิดไม่ใช่จุดยืนที่เขากำลังเสนอ ประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเขายอมรับว่ามีความผิด แต่ระบุแค่ว่าข้อโต้แย้งของเขาไม่ใช่อะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าทนายกำลังเสนอเหตุผลเพื่อสนับสนุนว่าลูกความของตนบริสุทธิ์?

  1. The lawyer argued her client's innocence using new evidence.
  2. The defendant pleaded not guilty at the arraignment.
  3. The lawyer claimed that her client was innocent but gave no reasons.
ดูคำตอบ

The lawyer argued her client's innocence using new evidence.

In fact, his life depended on proving that he had committed the fraud. วลี

0:21

ในความเป็นจริง ชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่าเขาได้ก่อเหตุฉ้อโกงจริงๆ

วลี

his life depended on proving: โครงสร้าง depend on + V-ing

depend on หมายความว่า ผลลัพธ์อย่างหนึ่งถูกกำหนดโดยเงื่อนไขบางอย่าง เนื่องจาก on เป็นคำบุพบท เมื่อตามด้วยการกระทำจึงมักใช้รูป -ing: depended on proving ไม่ใช่ depended on prove ในที่นี้ his life depended on ... เป็นความหมายตามตัวอักษรและมีน้ำหนักมาก การพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้ก่อการฉ้อโกงอาจเป็นเงื่อนไขที่ชี้ว่าเขาจะรอดชีวิตหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ depend on และคำกริยา check: The team's success ____ every detail before launch.

ดูคำตอบ

depends on checking

Like many art forgers, Han van Meegeren was an artist whose original works had failed to bring him renown. โน้ต

0:27

เช่นเดียวกับนักปลอมแปลงงานศิลปะหลายๆ คน ฮัน ฟาน เมเคอเรน เป็นศิลปินที่ผลงานดั้งเดิมไม่สามารถสร้างชื่อเสียงให้เขาได้

ลำดับความ

Like many art forgers: เปิดประโยคด้วย Like + กลุ่ม

Like many art forgers ที่ต้นประโยคหมายถึง «เช่นเดียวกับนักปลอมแปลงงานศิลปะหลายคน» Like เป็นคำบุพบทที่ตามด้วยนามวลี many art forgers ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงชอบในที่นี้ ส่วนเปิดนี้สร้างกรอบการเปรียบเทียบก่อนเอ่ยชื่อ Han van Meegeren โดยนำเสนอข้อมูลที่ตามมาว่าเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่พบร่วมกันในกลุ่ม ทำให้ผู้อ่านเข้าใจบุคคลผ่านหมวดหมู่ที่กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Like + กลุ่ม ที่ต้นประโยคเพื่อเปรียบเทียบบุคคลกับกลุ่มนั้น

  1. Like many first-time drivers, Omar felt nervous on the highway.
  2. Like many first-time drivers, the highway felt frightening to Omar.
  3. Omar liked many first-time drivers who felt nervous on the highway.
ดูคำตอบ

Like many first-time drivers, Omar felt nervous on the highway.

วลี

had failed to bring him renown: ไม่สามารถสร้างชื่อเสียงให้เขาได้

Fail to do something หมายถึงทำบางอย่างไม่สำเร็จ ในที่นี้ bring someone renown หมายถึง “ทำให้คนนั้นเป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง” ดังนั้นผลงานต้นฉบับของเขาจึงไม่ได้ทำให้เขามีชื่อเสียง Renown เป็นคำนามนับไม่ได้ที่ค่อนข้างเป็นทางการ ไม่ใช่คำกริยา ส่วน past perfect ใน had failed นำเสนอผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จนี้เป็นข้อมูลเบื้องหลังที่เกิดขึ้นก่อนในเรื่องเล่าอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้ failed to bring และคำสรรพนามที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: Her first novel ____.

ดูคำตอบ

failed to bring her renown

Embittered towards the art world, van Meegeren set out to make fools of his detractors. โน้ต

0:35

ด้วยความขมขื่นต่อวงการศิลปะ ฟาน เมเคอเรน จึงตั้งใจที่จะทำให้พวกที่วิจารณ์เขาต้องหน้าแตก

การใช้คำ

Embittered towards the art world: ขุ่นแค้นต่อวงการศิลปะ

Embittered หมายถึงการเกิดความขุ่นแค้นอย่างลึกซึ้งจากความผิดหวัง ความไม่ยุติธรรม หรือความเจ็บปวดที่เกิดซ้ำ ๆ คำนี้สื่อถึงทัศนคติเชิงลบที่ยาวนาน ไม่ใช่ความโกรธเพียงชั่วครู่ เมื่ออยู่ต้นประโยค Embittered towards the art world เป็นวลี past participle ที่บรรยายฟัน เมเคอเรินและให้เหตุผลทางอารมณ์สำหรับการกระทำถัดไปของเขา Towards ระบุเป้าหมายของความขุ่นแค้น ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ embittered ได้เป็นธรรมชาติ?

  1. Years of repeated rejection left Mara embittered toward the publishing industry.
  2. A five-minute delay left Mara embittered toward the bus schedule for life.
  3. Mara embittered toward the publishing industry after one short meeting.
ดูคำตอบ

Years of repeated rejection left Mara embittered toward the publishing industry.

กริยาวลี

set out to: เริ่มลงมืออย่างมีจุดมุ่งหมาย

set out to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “เริ่มพยายามทำบางอย่างอย่างตั้งใจ” โดยนำเสนอการกระทำที่ตามมาว่าเป็นเป้าหมายหรือแผน ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ในประโยคนี้ set out to นำไปสู่เป้าหมายที่ van Meegeren ตั้งใจไว้ นั่นคือเขาเริ่มดำเนินแผนเพื่อทำให้คนที่ดูถูกเขาดูโง่เขลา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ set out to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เริ่มความพยายามอย่างตั้งใจ” ให้สมบูรณ์: The researchers ____ identify the source of the error.

ดูคำตอบ

set out to

สำนวน

make fools of his detractors: ทำให้ผู้วิจารณ์เขาดูโง่

make a fool of someone หมายถึงทำให้คนนั้นดูโง่หรือรู้สึกอับอาย ใน make fools of his detractors คำพหูพจน์ fools นำเสนอผู้ที่วิจารณ์เขาว่าเป็นคนหลายคนซึ่งแต่ละคนถูกทำให้ดูโง่ วลีนี้สื่อถึงการจงใจทำให้อับอาย เขาต้องการเปิดโปงว่าคนที่ดูถูกเขาตัดสินผิดอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงการ “สร้างคนโง่” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมรูปพหูพจน์ในอดีตกาลของ make a fool of ให้สมบูรณ์: By revealing the missing records, the journalist ____ the officials who had denied the problem.

ดูคำตอบ

made fools of

He learned all he could about the old masters, วัฒนธรรม

0:40

เขาเรียนรู้ทุกอย่างที่ทำได้เกี่ยวกับศิลปินชั้นครูในอดีต

วัฒนธรรม

the old masters: ศัพท์ประวัติศาสตร์ศิลปะที่หมายถึงจิตรกรยุโรปในอดีต

ในประวัติศาสตร์ศิลปะ the old masters หมายถึงจิตรกรยุโรปในอดีตที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานก่อนประมาณปี ค.ศ. 1800 คำนี้ยังอาจใช้เรียกรวมถึงภาพวาดของพวกเขาด้วย ในประโยคนี้ เขาศึกษาศิลปินและผลงานเหล่านั้นเพื่อทำความเข้าใจรูปแบบและเทคนิคของพวกเขา ไม่ได้หมายถึงครูที่มีอายุมาก

แบบฝึกหัด

ในบทความประวัติศาสตร์ศิลปะ the old masters น่าจะหมายถึงใครมากที่สุด?

  1. จิตรกรยุโรปในอดีตที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง
  2. ศิลปินร่วมสมัยที่วาดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
  3. ครูที่มีอายุมากในโรงเรียนศิลปะ
ดูคำตอบ

จิตรกรยุโรปในอดีตที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง

their biographies, their techniques,

0:44

ชีวประวัติของพวกเขา เทคนิค

and their materials.

0:46

และวัสดุอุปกรณ์ของพวกเขา

The artist he chose for his deception was 17th century Baroque painter Johannes Vermeer, วัฒนธรรม

0:48

ศิลปินที่เขาเลือกมาใช้ในการหลอกลวงคือ โยฮันเนส เฟอร์เมร์ จิตรกรยุคบาโรกในศตวรรษที่ 17,

วัฒนธรรม

17th century Baroque painter Johannes Vermeer: การใช้ป้ายข้อมูลเพื่อสร้างวลีระบุตัวบุคคล

วลีนี้นำป้ายข้อมูลหลายอย่างมาวางรวมกับชื่อ 17th century บอกยุคสมัย Baroque บอกยุคหรือรูปแบบทางประวัติศาสตร์ศิลปะ painter บอกอาชีพ และ Johannes Vermeer ระบุว่าบุคคลนั้นคือใคร รูปแบบที่กระชับเช่นนี้พบได้บ่อยในงานเขียนด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพราะช่วยระบุยุคสมัยและสาขาของบุคคลได้อย่างรวดเร็ว ในที่นี้ Baroque เป็นป้ายทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อเฟอร์เมร์หรือคำบรรยายทั่วไป

แบบฝึกหัด

วลี 17th century Baroque painter Johannes Vermeer รวมข้อมูลใดไว้ก่อนและร่วมกับชื่อบุคคล?

  1. ระบุว่า Johannes Vermeer เป็นจิตรกรและจัดเขาไว้ในบริบทบาโรกของศตวรรษที่ 17
  2. บอกว่า Johannes Vermeer วาดผลงานชื่อ 17th Century Baroque
  3. บอกว่า Baroque เป็นนามสกุลของ Johannes Vermeer และ painter เป็นชื่อเล่นของเขา
ดูคำตอบ

ระบุว่า Johannes Vermeer เป็นจิตรกรและจัดเขาไว้ในบริบทบาโรกของศตวรรษที่ 17

an ambitious decision given Vermeer was famed for his carefully executed ไวยากรณ์

0:54

ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ทะเยอทะยาน เนื่องจากเฟอร์เมร์มีชื่อเสียง

and technically brilliant domestic scenes. การใช้คำ

0:59

จากภาพวิถีชีวิตในบ้านที่วาดอย่างประณีตและมีเทคนิคยอดเยี่ยม

ไวยากรณ์

given Vermeer was famed for: การบอกข้อเท็จจริงที่เป็นฐานของการตัดสิน

ในที่นี้ given ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ควรนำมาพิจารณาเมื่อตัดสินคุณค่าของการตัดสินใจนั้น มีความหมายว่า “เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า...” ชื่อเสียงของแวร์เมียร์จากภาพฉากชีวิตในบ้านที่ประณีตและโดดเด่นด้านเทคนิค เป็นเหตุผลรองรับการเรียกการตัดสินใจนี้ว่าทะเยอทะยาน สามารถวางอนุประโยคสมบูรณ์ต่อท้าย given ได้โดยตรงเหมือนในตัวอย่างนี้ และยังใช้ given that + อนุประโยค ได้ด้วย โดยมักละ that

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ given หมายถึง “เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงนี้”

  1. She was given a key when she arrived.
  2. Given that the roads were icy, closing the school early was sensible.
  3. He has given the book back to the library.
ดูคำตอบ

Given that the roads were icy, closing the school early was sensible.

การใช้คำ

domestic scenes: ชีวิตประจำวันในบ้านที่ปรากฏในงานศิลปะ

ในงานเขียนด้านศิลปะ domestic scenes หมายถึงภาพที่ถ่ายทอดชีวิตประจำวันภายในบ้าน เช่น การอ่านหนังสือ ทำงานบ้าน หรือเล่นดนตรี คำว่า scene หมายถึงสถานการณ์หรือกิจกรรมที่ปรากฏในงานศิลปะ ในที่นี้ domestic หมายถึง “เกี่ยวกับบ้านและชีวิตครอบครัว” ไม่ใช่ “ภายในประเทศ” วลีนี้บอกประเภทเนื้อหาที่ทำให้แวร์เมียร์มีชื่อเสียง

แบบฝึกหัด

ในบทวิจารณ์ศิลปะ domestic scene มักแสดงภาพอะไร

  1. ทิวทัศน์ของพรมแดนประเทศ
  2. เหตุการณ์ทางการเมืองภายในประเทศหนึ่ง
  3. ชีวิตประจำวันภายในบ้าน
ดูคำตอบ

ชีวิตประจำวันภายในบ้าน

Working in secret for six years, ไวยากรณ์

1:03

ด้วยการแอบทำงานอย่างลับๆ เป็นเวลาหกปี

ไวยากรณ์

Working in secret: วลี present participle ที่ต้นประโยค

Working in secret เป็นวลี present participle ที่วางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้ให้ข้อมูลเบื้องหลังอย่างกระชับว่าการกระทำหลักเกิดขึ้นอย่างไร คือทำเป็นการส่วนตัวโดยไม่ให้คนอื่นรู้ วลีนี้ไม่มีประธานของตัวเองเขียนไว้ ประธานโดยนัยต้องเป็นประธานของประโยคหลักที่ตามมา ในประโยคเต็ม the forger เป็นทั้งผู้ที่ทำงานอย่างลับ ๆ และผู้ที่ขัดเกลาฝีมือของตน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าประธานโดยนัยของ Working in secret คือผู้ที่ทำงานนั้น?

  1. Working in secret, a new prototype was completed ahead of schedule.
  2. Working in secret, the laboratory remained locked all week.
  3. Working in secret, the engineers tested the prototype.
ดูคำตอบ

Working in secret, the engineers tested the prototype.

the forger perfected his art, วลี

1:06

นักปลอมแปลงผู้นี้ได้พัฒนาฝีมือทางศิลปะของเขาจนสมบูรณ์แบบ

วลี

perfected his art: ขัดเกลาทักษะจนถึงระดับที่สูงมาก

ในที่นี้ perfected เป็นคำกริยา หมายถึงพัฒนาด้วยการฝึกฝนจนไปถึงระดับที่สูงมาก ดังนั้น perfected his art จึงสื่อถึงผลจากการขัดเกลาอย่างยาวนานและรอบคอบ ไม่ใช่แค่ดีขึ้นเล็กน้อย art ในที่นี้หมายถึงทักษะหรือฝีมือที่ฝึกฝนมา ไม่ได้หมายความว่าเขาทำผลงานศิลปะชิ้นหนึ่งเสร็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการฝึกฝนหลายปีทำให้ทักษะของเธอพัฒนาไปถึงระดับที่สูงมาก?

  1. After years of practice, she perfected her art.
  2. After years of practice, she displayed her art.
  3. After years of practice, she described her art.
ดูคำตอบ

After years of practice, she perfected her art.

copying numerous works as practice. วลี

1:08

คัดลอกผลงานจำนวนมากเพื่อเป็นการฝึกฝน

วลี

as practice: ถือว่ากิจกรรมหนึ่งเป็นการฝึก

ในประโยคนี้ as practice บอกเหตุผลที่คัดลอกผลงานจำนวนมาก กล่าวคือ การคัดลอกนั้นเป็นการฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ ตรงนี้ practice เป็นคำนามนับไม่ได้ที่ตามหลัง as โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do something as practice ซึ่งหมายถึง “ทำกิจกรรมนั้นโดยถือว่าเป็นการฝึก”

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง as practice บอกอะไรเกี่ยวกับการคัดลอกผลงาน

  1. เป็นธรรมเนียมที่กำหนดไว้และทำเป็นประจำ
  2. ทำเพื่อเป็นการฝึกและพัฒนาทักษะ
  3. ทำเพื่อขายผลงานที่คัดลอกทันที
ดูคำตอบ

ทำเพื่อเป็นการฝึกและพัฒนาทักษะ

He mixed his own paints วลี

1:11

เขาผสมสีขึ้นมาเอง

วลี

mixed his own paints: เตรียมสีสำหรับวาดภาพด้วยตัวเอง

mixed ... paints หมายถึงการผสมสีหรือส่วนประกอบของสีเพื่อเตรียมวัสดุที่จะใช้วาดภาพ ตรงนี้ paints คือวัสดุให้สี ไม่ใช่ผลงานศิลปะที่วาดเสร็จแล้ว his own เน้นว่าเขาเตรียมสีด้วยตัวเอง แทนที่จะพึ่งเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผสมสำเร็จไว้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าภาพวาดที่เสร็จแล้วเป็นของเขา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าศิลปินเตรียมวัสดุให้สีด้วยตัวเอง

  1. The artist bought a framed painting before the exhibition.
  2. The artist created her own paintings before the exhibition.
  3. The artist mixed her own paints before starting the portrait.
ดูคำตอบ

The artist mixed her own paints before starting the portrait.

after researching the raw materials and pigments available in Vermeer's time. โน้ต

1:12

หลังจากค้นคว้าเรื่องวัตถุดิบและเม็ดสีที่มีใช้ในยุคของเฟอร์เมร์

การใช้คำ

raw materials and pigments: วัสดุที่ใช้สร้างงานศิลปะ

Raw materials คือสารหรือวัสดุพื้นฐานที่ใช้ทำสิ่งต่าง ๆ ส่วน pigments คือสารที่ให้สี ในงานจิตรกรรม pigment มักผสมกับสารยึดเกาะหรือตัวกลางชนิดอื่นเพื่อทำเป็น paint การระบุทั้งสองอย่างเน้นว่ามีการศึกษาวัสดุจริงในยุคของเฟอร์เมร์ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ของภาพวาด Pigments เป็นส่วนประกอบ จึงไม่ได้หมายถึง paints ที่ผสมเสร็จและพร้อมใช้แล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความหมายของ pigments และ paints ได้ถูกต้อง?

  1. Pigments ให้สี ส่วน paints เป็นวัสดุที่เตรียมไว้สำหรับใช้บนพื้นผิว
  2. Pigments และ paints หมายถึงสิ่งเดียวกันทุกครั้ง
  3. Pigments คือผลงานศิลปะที่เสร็จสมบูรณ์ ส่วน paints เป็นเพียงแร่ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป
ดูคำตอบ

Pigments ให้สี ส่วน paints เป็นวัสดุที่เตรียมไว้สำหรับใช้บนพื้นผิว

วลี

available in Vermeer's time: การหาได้ภายในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์

วลี available in Vermeer's time ขยาย raw materials and pigments คำว่า available หมายถึงหาได้หรือใช้ได้ ส่วน in Vermeer's time กำหนดช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่สามารถหาวัสดุเหล่านั้นได้ ในที่นี้ someone's time หมายถึงยุคสมัยหรือช่วงชีวิตของบุคคลนั้น ไม่ใช่เวลาใดเวลาหนึ่งอย่างเจาะจง โครงสร้าง available in + สถานที่หรือช่วงเวลา สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นเพื่อบอกข้อจำกัดที่เกิดจากสถานที่ สภาพแวดล้อม หรือยุคสมัย

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึง “หาได้ในช่วงศตวรรษที่ 18” โดยไม่ระบุผู้ใช้เฉพาะหรือวันที่เริ่มมีให้ใช้?

  1. available in the eighteenth century
  2. available from the eighteenth century onward
  3. available to eighteenth-century craftspeople
ดูคำตอบ

available in the eighteenth century

He bought 17th century canvases,

1:17

เขาซื้อผืนผ้าใบจากศตวรรษที่ 17

created his own brushes,

1:19

สร้างพู่กันของตัวเอง

and aged the works by applying synthetic resin โน้ต

1:22

และทำผลงานให้ดูเก่าโดยการทาเรซินสังเคราะห์

การใช้คำ

aged the works: ใช้ age เป็นสกรรมกริยาเพื่อทำให้ผลงานดูเก่า

ตรงนี้ age เป็นสกรรมกริยา: aged the works หมายถึงมีคนจงใจนำผลงานไปผ่านกระบวนการเพื่อให้ดูเก่าขึ้น ผลงานเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ ไม่ได้หมายความว่ามันเก่าไปเองตามธรรมชาติ โครงสร้างคือ age + กรรม ในบริบทศิลปะ การออกแบบฉาก และการตกแต่งพื้นผิว อาจหมายถึงการทำให้สิ่งของดูเก่าหรือผ่านการใช้งานมาแล้ว ส่วนเมื่อใช้กับอาหาร เครื่องดื่ม หรือวัสดุ โครงสร้างสกรรมแบบเดียวกันมักหมายถึงการปล่อยหรือทำให้บ่มตัวตามเวลา

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ age ตามด้วยกรรม the frame เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The artist ____ with a special coating to make it look old.

ดูคำตอบ

aged the frame

and baking them to dry and crack the paint. ไวยากรณ์

1:25

แล้วนำไปอบให้แห้งเพื่อให้สีแตกคราก

ไวยากรณ์

by applying ... and baking ...: การบอกวิธีการ

by applying synthetic resin and baking them ตอบคำถามว่าทำให้ผลงานดูเก่าลงได้อย่างไร การทาเรซินและการอบคือการกระทำที่ใช้เพื่อให้ได้ผลนั้น ตรงนี้ by หมายถึง “ด้วยวิธีการ…” เมื่อ by ใช้ในความหมายนี้ คำที่ตามมาต้องอยู่ในรูป -ing โดย applying และ baking เป็น gerund ที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ทั้งสองคำอยู่ภายใต้ by ตามโครงสร้าง by doing A and doing B

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ test และ compare: The researchers checked the claim by ____ several samples.

ดูคำตอบ

testing and comparing

ไวยากรณ์

to dry and crack the ...: to หนึ่งตัวกับกริยาที่ขนานกันสองคำ

ในประโยคนี้ to dry and crack the paint อธิบายผลที่ต้องการจากการอบ นั่นคืออบเพื่อทำให้สีแห้งและเกิดรอยแตก ตรงนี้รูป infinitive ตอบคำถามว่า “ทำไปเพื่ออะไร” Dry และ crack เป็นคำกริยารูปพื้นฐานสองคำที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ทั้งสองคำใช้ to ตัวเดียวกันและมีกรรมร่วมกันคือ the paint โดยมีโครงสร้างเทียบเท่ากับ to dry the paint and (to) crack the paint รูปแบบนี้ใช้เครื่องหมาย infinitive เพียงตัวเดียวเพื่อนำคำกริยาที่ขนานกันสองคำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้คำกริยา polish และ protect เป็นกริยารูปพื้นฐานสองคำที่วางขนานกัน: We applied the wax to ____ the wood.

ดูคำตอบ

polish and protect

A forensic test could have detected the synthetic resin, โน้ต

1:29

การตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อาจตรวจพบเรซินสังเคราะห์ได้

การใช้คำ

forensic test: การตรวจหลักฐานด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

Forensic test หมายถึงการตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้วิเคราะห์หลักฐานเพื่อการสืบสวน ประเด็นทางกฎหมาย หรือการพิสูจน์ของแท้ ในประโยคนี้ การตรวจวัสดุอาจพบเรซินสังเคราะห์ซึ่งเป็นหลักฐานเกี่ยวกับความแท้ของวัตถุ คำว่า test ในที่นี้หมายถึงการตรวจหรือการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อสอบในโรงเรียน ส่วน forensic จำกัดความหมายให้เป็นงานวิทยาศาสตร์ที่เน้นหลักฐาน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้วลี forensic test มากที่สุด

  1. ครูจัดแบบทดสอบคำศัพท์เมื่อจบชั้นเรียน
  2. ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เส้นใยจากสถานที่เกิดเหตุเพื่อดูว่าตรงกับเสื้อโค้ตของผู้ต้องสงสัยหรือไม่
  3. แพทย์สั่งตรวจเลือดตามปกติในการตรวจสุขภาพประจำปี
ดูคำตอบ

ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เส้นใยจากสถานที่เกิดเหตุเพื่อดูว่าตรงกับเสื้อโค้ตของผู้ต้องสงสัยหรือไม่

ไวยากรณ์

could have detected: ผลลัพธ์ในอดีตที่เป็นไปได้

could have detected ใช้โครงสร้าง modal could + have + past participle โดยมองย้อนกลับไปยังสถานการณ์ในอดีตและบอกว่า การตรวจพบนั้นเป็นไปได้ภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง รูปนี้มักสื่อ โดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปภายหลัง ว่าความเป็นไปได้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม could have เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีการตรวจพบ ต้องตัดสินจากบริบท ในที่นี้ อนุประโยคถัดไปอธิบายว่าเหตุใดการตรวจเช่นนั้นจึงมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติในเวลานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย could have + past participle ของ detect เพื่อแสดงความเป็นไปได้ในอดีตที่พลาดไป: A backup sensor ____ the leak before the tank failed.

ดูคำตอบ

could have detected

but at the time such tests were neither advanced nor widespread. โน้ต

1:32

แต่ในเวลานั้นการทดสอบดังกล่าวไม่ได้ก้าวหน้าหรือแพร่หลายนัก

วลี

at the time: กำหนดกรอบช่วงเวลาเฉพาะในอดีต

at the time หมายถึงในช่วงเวลาเฉพาะที่กำลังกล่าวถึง โดยคำนำหน้านามชี้เฉพาะ the อ้างกลับไปยังเวลาที่บริบทรอบข้างได้ระบุไว้แล้ว เมื่อวางไว้ใกล้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดให้ข้อความที่ตามมาเป็นจริงในช่วงอดีตนั้น และมักเปรียบต่างกับสภาพในปัจจุบัน ที่นี่วลีนี้ช่วยไม่ให้เรานำระดับเทคโนโลยีนิติวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันไปใช้ตัดสินยุคก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

บทความประวัติศาสตร์กำลังกล่าวถึงช่วงเวลาเฉพาะช่วงหนึ่งในอดีต ประโยคใดกำหนดข้อเท็จจริงว่าเป็นจริงในช่วงนั้นได้ถูกต้อง

  1. At times, most maps were printed on paper.
  2. On the time, most maps were printed on paper.
  3. At the time, most maps were printed on paper.
ดูคำตอบ

At the time, most maps were printed on paper.

ไวยากรณ์

neither advanced nor widespread: การปฏิเสธสองส่วนที่ขนานกัน

“Neither advanced nor widespread” ปฏิเสธคำบรรยายทั้งสองอย่าง คือ การทดสอบเหล่านั้นไม่ได้ก้าวหน้าและไม่ได้แพร่หลาย รูปแบบ neither A nor B เชื่อมองค์ประกอบสองส่วนและปฏิเสธแต่ละส่วน A และ B ควรมีโครงสร้างทางไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในที่นี้ทั้งสองส่วนเป็นคำคุณศัพท์ โครงสร้างที่สมดุลนี้ทำให้ข้อจำกัดทั้งสองได้รับน้ำหนักเท่ากัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง neither ... nor ที่ตรงกับความหมาย “not accurate and not affordable”: The first model was ____.

ดูคำตอบ

neither accurate nor affordable

And even today, ลำดับความ

1:37

และแม้แต่ในปัจจุบัน

verification of a painting's authenticity

1:39

การตรวจสอบความถูกต้องของภาพวาด

relies on the assessment of art specialists. วลี

1:42

ก็ยังอาศัยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ

ลำดับความ

And even today: จากอดีตสู่สถานการณ์ที่ยังดำเนินต่อในปัจจุบัน

“And even today” เลื่อนคำอธิบายจากช่วงเวลาก่อนหน้ามายังปัจจุบัน And เชื่อมประโยคนี้กับประเด็นก่อนหน้า ส่วน today ระบุว่าข้อความใหม่กล่าวถึงปัจจุบัน even เพิ่มความขัดแย้งกับสิ่งที่คาดไว้ กล่าวคือ แม้เวลาจะผ่านไปหรือมีความก้าวหน้าเกิดขึ้นแล้ว สถานการณ์ที่ตามมาก็ยังคงเป็นจริง ดังนั้น วลีนี้จึงจัดข้อมูลในรูปแบบ “สถานการณ์ในอดีต → การดำเนินต่อมาถึงปัจจุบัน” แทนที่จะเพียงระบุเวลา

แบบฝึกหัด

“And even today” ในประโยคนี้ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. นำเสนอข้อเท็จจริงในปัจจุบันที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำอธิบายก่อนหน้า
  2. เลื่อนเรื่องจากอดีตมาสู่ปัจจุบันและเน้นว่าสถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่
  3. ระบุว่าสถานการณ์เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในวันนี้เท่านั้น
ดูคำตอบ

เลื่อนเรื่องจากอดีตมาสู่ปัจจุบันและเน้นว่าสถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

วลี

relies on the assessment of art specialists: อาศัยการประเมินของผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ

ในที่นี้ relies on หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นหรือสำคัญ” ประธานของประโยคคือ verification of a painting's authenticity ซึ่งต้องอาศัยสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญประเมิน the assessment of art specialists หมายถึงการประเมินอย่างเป็นทางการของผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเหล่านั้น assessment อาจหมายถึงกระบวนการประเมินหรือผลการประเมินก็ได้ และสื่อถึงการสังเกตกับการวิเคราะห์ ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นแบบผิวเผิน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง rely on + assessment ที่เรียนมาเติมประโยคให้สมบูรณ์: The final safety decision ____ independent engineers.

ดูคำตอบ

relies on the assessment of

So it's a matter of their subjective judgment วลี

1:45

ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องของดุลยพินิจส่วนบุคคลของพวกเขา

วลี

It's a matter of subjective judgment: ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล

ในที่นี้ it's a matter of... ใช้ระบุปัจจัยหลักที่กำหนดประเด็นนั้น ประโยคนี้หมายความว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคลของผู้เชี่ยวชาญ ในโครงสร้างนี้ matter หมายถึง “ประเด็นหรือปัจจัยชี้ขาด” ไม่ใช่สสาร ส่วน subjective judgment คือการประเมินที่ได้รับอิทธิพลจากมุมมองของบุคคล ไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินได้ทั้งหมดด้วยการวัดอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่สื่อว่าวิจารณญาณส่วนบุคคลเป็นปัจจัยชี้ขาด: Choosing the winner is partly ____ personal judgment.

ดูคำตอบ

a matter of

as well as their reputation. วลี

1:48

รวมถึงชื่อเสียงของพวกเขาด้วย

วลี

as well as their reputation: การเพิ่มอีกปัจจัยหนึ่ง

ในที่นี้ as well as their reputation เพิ่ม “ชื่อเสียงของพวกเขา” เป็นอีกปัจจัยหนึ่งควบคู่กับปัจจัยที่กล่าวไปแล้ว โครงสร้าง A as well as B หมายความว่า B ถูกรวมไว้ด้วย แต่โดยทั่วไป B จะถูกนำเสนอเป็นข้อมูลเสริม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่ม actors เป็นข้อมูลเสริมและใช้ความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยาตามมาตรฐาน?

  1. The director and the actors is attending the event.
  2. The director, as well as the actors, are attending the event.
  3. The director, as well as the actors, is attending the event.
ดูคำตอบ

The director, as well as the actors, is attending the event.

And this is where van Meegeren truly outwitted the art world. โน้ต

1:50

และนี่คือจุดที่ฟาน เมเคอเรน เอาชนะวงการศิลปะได้อย่างแท้จริง

ลำดับความ

And this is where: การชี้จุดสำคัญของเรื่อง

And เชื่อมประโยคนี้กับส่วนปูเรื่องก่อนหน้า จากนั้น this is where ชี้ไปยังช่วงของเรื่องที่ผลลัพธ์สำคัญเริ่มชัดเจน และพาผู้ฟังจากข้อมูลเบื้องหลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนหลัก where ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง แต่อาจหมายถึงจุด สถานการณ์ หรือขั้นตอนที่บางสิ่งเกิดขึ้น เช่น This is where the plan begins to fail.

แบบฝึกหัด

This is where ทำหน้าที่อะไรในประโยค This is where the plan begins to fail?

  1. ชี้ขั้นตอนสำคัญที่ปัญหาเริ่มต้น
  2. ระบุที่อยู่จริง
  3. กล่าวถึงสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ชี้ขั้นตอนสำคัญที่ปัญหาเริ่มต้น

การใช้คำ

truly outwitted the art world: เอาชนะวงการศิลปะด้วยไหวพริบที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง

ในประโยคนี้ outwitted หมายถึงเอาชนะหรือเป็นฝ่ายได้เปรียบด้วยความฉลาดหรือกลยุทธ์ที่เหนือกว่า ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่หลอกอีกฝ่ายเท่านั้น truly เน้นย้ำข้อความนี้ว่า นี่คือช่วงเวลาที่แผนของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาฉลาดกว่าคนที่ประเมินงานศิลปะเหล่านั้น คำเติมหน้า out- สามารถสร้างคำกริยาที่สื่อว่าทำสิ่งหนึ่งได้ดีกว่าหรือเหนือกว่าอีกคน เช่น outsmart และ outperform ในที่นี้ the art world เป็นคำเรียกรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ พ่อค้างานศิลปะ สถาบัน และคนอื่น ๆ ในวงการนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ outwit: By noticing a hidden clue, Maya ____ the scammers.

ดูคำตอบ

outwitted

From his research, ลำดับความ

1:54

จากการค้นคว้าของเขา

ลำดับความ

From his research: ระบุแหล่งที่มาของข้อสรุป

From his research เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อระบุแหล่งที่มาหรือพื้นฐานของข้อมูลที่ตามมา วลีนี้บอกผู้ฟังว่าเรื่องต่อไปเป็นสิ่งที่เรียนรู้ สรุป หรือวางแผนโดยอาศัยงานวิจัยของเขา วลีนี้จัดลำดับการเล่าโดยให้หลักฐานก่อนแล้วจึงตามด้วยผลลัพธ์ เครื่องหมายจุลภาคที่ตามมาแสดงว่าวลีนี้นำเข้าสู่ประโยคหลัก ไม่ได้เป็นประโยคสมบูรณ์ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ใช้ From + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + research เพื่อเติมประโยค: ____, she knew the bridge needed repairs.

ดูคำตอบ

From her research

he knew historians believed Vermeer

1:55

เขารู้ว่านักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเฟอร์เมร์

had an early period of religious painting การใช้คำ

1:58

เคยมีช่วงเวลาของการวาดภาพทางศาสนาในยุคแรก

influenced by the Italian painter Caravaggio. วลี

2:01

ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก การาวัจโจ จิตรกรชาวอิตาลี

การใช้คำ

had an early period of religious painting: ช่วงหนึ่งของการสร้างสรรค์

ในที่นี้ period หมายถึงช่วงหนึ่งที่แตกต่างชัดเจนในเส้นทางอาชีพของศิลปิน วลีนี้บอกว่าเชื่อกันว่าช่วงต้นของการทำงานของแวร์เมร์มีระยะที่โดดเด่นด้วยการวาดภาพศาสนา ในประวัติศาสตร์ศิลปะและชีวประวัติ period สามารถใช้แบ่งชีวิตหรือผลงานตามหัวเรื่อง รูปแบบ หรือกิจกรรมที่เป็นลักษณะเด่นได้ จุดสำคัญคือลักษณะของช่วงนั้น ไม่ใช่เพียงระยะเวลาที่กินเวลานานเท่าใด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The architect had a brief period of experimental design.” คำว่า period หมายถึงอะไร

  1. เครื่องหมายจุดที่วางไว้ท้ายประโยค
  2. การวัดว่าอาคารหนึ่งมีความยาวเท่าใด
  3. ช่วงหนึ่งในอาชีพของสถาปนิกที่โดดเด่นด้วยงานเชิงทดลอง
ดูคำตอบ

ช่วงหนึ่งในอาชีพของสถาปนิกที่โดดเด่นด้วยงานเชิงทดลอง

วลี

influenced by the Italian painter Caravaggio: ระบุแหล่งอิทธิพล

ในที่นี้ influenced by หมายถึงรูปแบบหรือแนวทางถูกหล่อหลอมโดยแหล่งอิทธิพลที่ระบุไว้ข้างหลัง การาวัจโจเป็นแหล่งของอิทธิพลทางศิลปะ ไม่ใช่บุคคลที่ลงมือวาดภาพศาสนาเหล่านั้น Influenced เป็นกริยารูป past participle วลีนี้เข้าใจได้ว่าเป็นอนุประโยคขยายที่ย่อมาจาก religious painting that was influenced by Caravaggio รูปแบบนี้ใช้บ่อยเมื่ออธิบายว่ารูปแบบ ความคิด หรือการเลือกได้รับอิทธิพลมาจากที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ influence และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The architect's style was strongly ____ traditional Japanese design.

ดูคำตอบ

influenced by

The leading authority on Vermeer, วลี

2:04

ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าเกี่ยวกับเฟอร์เมร์

วลี

The leading authority on Vermeer: ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านเฟอร์เมร์

วลีนี้ระบุถึงบุคคลที่ถูกนำเสนอว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเฟอร์เมร์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ในที่นี้ authority เป็นคำนามนับได้ หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูง และ leading เน้นว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของวงการ รูป an authority on + หัวข้อ ใช้บอกหัวข้อที่บุคคลนั้นเชี่ยวชาญ authority ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอำนาจของรัฐบาลหรือหน่วยงานทางการ

แบบฝึกหัด

เติม authority และคำบุพบทที่ใช้บอกสาขาความเชี่ยวชาญ: Dr. Reed is a leading ____ ancient coins.

ดูคำตอบ

authority on

Abraham Bredius,

2:06

อับราฮัม เบรดิอุส

was a huge proponent of this theory, การใช้คำ

2:08

เป็นผู้สนับสนุนทฤษฎีนี้อย่างแข็งขัน

การใช้คำ

A huge proponent of this theory: ผู้สนับสนุนทฤษฎีนี้อย่างแข็งขัน

A proponent of a theory คือคนที่สนับสนุนหรือออกมาส่งเสริมทฤษฎีนั้นอย่างเปิดเผย ในวลี was a huge proponent of this theory กลุ่มคำนามที่อยู่หลัง was บอกจุดยืนของบุคคลนั้นต่อทฤษฎี Huge เน้นระดับการสนับสนุน ในที่นี้หมายถึงหนักแน่นหรือกระตือรือร้นมาก ไม่ได้หมายถึงมีรูปร่างใหญ่ ในงานเขียนที่เป็นทางการกว่า a strong proponent มักเป็นธรรมชาติกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Lena สนับสนุนข้อเสนออย่างมาก?

  1. Lena has no opinion about the proposal.
  2. Lena is a strong proponent of the proposal.
  3. Lena is a strong opponent of the proposal.
ดูคำตอบ

Lena is a strong proponent of the proposal.

though none of these works had surfaced. ไวยากรณ์

2:10

แม้ว่าจะยังไม่มีผลงานใดๆ ปรากฏขึ้นมาเลยก็ตาม

ไวยากรณ์

though none ... had surfaced: การยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งเรื่องการขาดหลักฐาน

Though นำเข้าข้อมูลเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน การที่ยังไม่มีผลงานชิ้นใดถูกค้นพบหรือเป็นที่รับรู้ของสาธารณะขัดกับคำกล่าวหรือการสนับสนุนทฤษฎีก่อนหน้า มีความหมายว่า “แม้จะไม่มีหลักฐานที่เป็นชิ้นเป็นอัน” จึงทำให้การสนับสนุนนั้นดูน่าประหลาดใจและทำให้ทฤษฎีดูน่าสงสัย None of these works หมายถึงไม่มีผลงานที่คาดไว้อยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว Had surfaced เป็น past perfect ซึ่งวางภาวะที่ผลงานยังไม่ปรากฏไว้ก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต ในที่นี้ surface เป็นกริยาอกรรมที่ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ปรากฏ ถูกค้นพบ หรือเป็นที่รู้จัก” ไม่ได้หมายถึง “ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ”

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถ่ายทอดความหมายและความสัมพันธ์เชิงยอมรับข้อเท็จจริงของ though none of these works had surfaced ได้ดีที่สุด

  1. เพราะยังไม่มีผลงานชิ้นใดถูกวาดขึ้น
  2. แม้ว่าผลงานที่คาดไว้จะยังไม่ถูกค้นพบหรือเป็นที่รู้จักเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
  3. หลังจากผลงานที่คาดไว้ทั้งหมดลอยขึ้นสู่ผิวน้ำจริง ๆ
ดูคำตอบ

แม้ว่าผลงานที่คาดไว้จะยังไม่ถูกค้นพบหรือเป็นที่รู้จักเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

So van Meegeren decided to make one.

2:13

ดังนั้นฟาน เมเคอเรน จึงตัดสินใจสร้างมันขึ้นมาสักชิ้น

He called it The Supper at Emmaus. วัฒนธรรม

2:16

เขาตั้งชื่อมันว่า The Supper at Emmaus

วัฒนธรรม

The Supper at Emmaus: ชื่อสถานที่ในคัมภีร์ไบเบิลที่อยู่ในชื่อภาพ

The Supper at Emmaus เป็นชื่อภาพฉากทางศาสนา Emmaus (เอมมาอูส) เป็นชื่อสถานที่ในคัมภีร์ไบเบิล ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไป ชื่อนี้อ้างถึงมื้ออาหารที่เอมมาอูส ซึ่งศิษย์สองคนจำพระเยซูผู้ฟื้นคืนพระชนม์ได้ ภูมิหลังนี้อธิบายว่าทำไมชื่อภาพจึงสำคัญในเรื่อง เนื้อหาจากคัมภีร์ไบเบิลอาจทำให้ภาพดูเข้ากับช่วงแรกของการวาดภาพศาสนาของ Vermeer ตามที่มีการตั้งสมมติฐานไว้

แบบฝึกหัด

ในชื่อ The Supper at Emmaus คำว่า Emmaus เพิ่มความหมายอะไรให้กับชื่อภาพ

  1. เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายความว่ามื้ออาหารมีความเป็นทางการมาก
  2. เป็นชื่อสถานที่ในคัมภีร์ไบเบิลที่ระบุฉากทางศาสนา
  3. เป็นชื่อเม็ดสีสำหรับวาดภาพ
ดูคำตอบ

เป็นชื่อสถานที่ในคัมภีร์ไบเบิลที่ระบุฉากทางศาสนา

Bredius declared van Meegeren's fake ไวยากรณ์

2:19

เบรดิอุสประกาศให้ของปลอมของฟาน เมเคอเรน

the masterpiece of Vermeer's oeuvre. การใช้คำ

2:22

เป็นผลงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเฟอร์เมร์

ไวยากรณ์

declared van Meegeren's fake the masterpiece: declare + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม

ในประโยคนี้ declared ใช้โครงสร้าง declare + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม โดย van Meegeren's fake เป็นกรรม และ the masterpiece of Vermeer's oeuvre เป็นนามวลีที่บอกสถานะซึ่งเบรดิอุสมอบให้สิ่งนั้น ไม่ใช่กรรมตัวที่สองที่เป็นอิสระจากกัน ใช้ declare A B เมื่อผู้ที่มีอำนาจหรือมีสถานะต่อสาธารณะประกาศหรือตัดสินอย่างเป็นทางการว่า A คือ B ส่วนเติมเต็มอาจระบุบทบาท ผลลัพธ์ หรือการประเมิน เช่น declare the event a success

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย declared + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม เพื่อประกาศอย่างเป็นทางการว่าโรซาเป็นผู้ชนะ: After the final vote, the panel ____.

ดูคำตอบ

declared Rosa the winner

การใช้คำ

oeuvre: ผลงานทั้งหมดของศิลปิน

ในที่นี้ oeuvre หมายถึงผลงานทั้งหมดที่ศิลปิน นักเขียน นักประพันธ์เพลง หรือผู้สร้างสรรค์คนหนึ่งสร้างขึ้น ไม่ใช่ผลงานเพียงชิ้นเดียว ดังนั้น the masterpiece of Vermeer's oeuvre จึงหมายถึงผลงานที่ได้รับการตัดสินว่าดีที่สุดในบรรดาผลงานทั้งหมดของเฟอร์เมร์

แบบฝึกหัด

ในงานวิจารณ์ศิลปะ oeuvre โดยทั่วไปหมายถึงอะไร

  1. เครื่องมือและวัสดุที่ศิลปินใช้
  2. ผลงานทั้งหมดที่ศิลปินคนหนึ่งสร้างขึ้น
  3. ผลงานเพียงชิ้นเดียวที่ยังสร้างไม่เสร็จ
ดูคำตอบ

ผลงานทั้งหมดที่ศิลปินคนหนึ่งสร้างขึ้น

Van Meegeren's forgery was not totally up to Vermeer's technical standards, วลี

2:25

ภาพวาดปลอมของฟาน เมเคอเรน ไม่ได้มาตรฐานทางเทคนิคของเฟอร์เมร์อย่างสมบูรณ์แบบ

วลี

not totally up to Vermeer's technical standards: ยังไม่ถึงมาตรฐานทางเทคนิคของ Vermeer อย่างสมบูรณ์

be up to a standard หมายถึงมีคุณภาพ ทักษะ หรือผลงานถึงระดับที่คาดหวัง ในที่นี้ not totally up to Vermeer's technical standards หมายความว่าผลงานปลอมชิ้นนี้ยังต่ำกว่ามาตรฐานในด้านเทคนิคบางส่วน not totally ช่วยลดความรุนแรงของคำวิจารณ์ ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนล้มเหลว ในโครงสร้างนี้ up to หมายถึง “ถึงหรือได้มาตรฐาน” ไม่ใช่ “กำลังทำอะไรอยู่” หรือ “มากถึง”

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทนี้ซึ่งหมายถึง “ถึงระดับที่กำหนด” ลงในประโยค: After several revisions, the report is finally ____ the required standard.

ดูคำตอบ

up to

but these inconsistencies could be made to fit the narrative. ลำดับความ

2:30

แต่ความไม่สอดคล้องเหล่านี้สามารถถูกสร้างขึ้นให้เข้ากับเรื่องราวได้

ลำดับความ

could be made to fit the narrative: สามารถถูกตีความใหม่ให้เข้ากับกรอบเรื่องเล่า

could be made to fit เป็นรูปถูกกระทำของโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย someone could make the inconsistencies fit เปลี่ยนเป็น the inconsistencies could be made to fit รูปถูกกระทำไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ตีความ และนำ inconsistencies ขึ้นมาก่อนในฐานะข้อมูลที่สามารถปรับหรือเปลี่ยนการตีความได้ ในที่นี้ narrative หมายถึงคำอธิบายหรือกรอบการตีความที่มีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องแต่ง ถ้อยคำนี้สื่อว่าหลักฐานไม่ได้สนับสนุนคำอธิบายนั้นโดยธรรมชาติ แต่สามารถนำเสนอให้ดูเหมือนว่าสนับสนุนได้ จึงมักมีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ "could be made to fit the narrative" ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ความไม่สอดคล้องถูกตีความใหม่ให้ดูเหมือนสนับสนุนคำอธิบายที่มีอยู่แล้ว
  2. ความไม่สอดคล้องพิสูจน์ว่าคำอธิบายที่มีอยู่แล้วถูกต้องอย่างเป็นกลาง
  3. คำอธิบายที่มีอยู่แล้วถูกแก้ไขให้ตรงกับความไม่สอดคล้องทุกจุดอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

ความไม่สอดคล้องถูกตีความใหม่ให้ดูเหมือนสนับสนุนคำอธิบายที่มีอยู่แล้ว

This was an early work

2:35

โดยถือว่านี่คือผลงานช่วงแรก

produced before the artist had come into his own. สำนวน

2:36

ที่ผลิตขึ้นก่อนที่ศิลปินจะค้นพบสไตล์ของตนเอง

สำนวน

had come into his own: เริ่มแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่

Come into one's own เป็นสำนวนที่หมายถึงการเริ่มแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ หรือเริ่มมีความมั่นใจและประสบความสำเร็จในบทบาทหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสิ่งที่ตนเป็นเจ้าของ ในประโยคนี้ had come into his own อยู่ในรูป past perfect อนุประโยคที่มี before แสดงว่าพัฒนาการของศิลปินเกิดขึ้นหลังผลงานช่วงแรกชิ้นนี้ ตอนที่สร้างผลงาน เขายังไปไม่ถึงขั้นนั้น คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามประธาน เช่น come into my, your, her, our หรือ their own

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “เริ่มแสดงความสามารถของเขาได้อย่างเต็มที่”: After years as a backup player, Leo finally ____ during the championship season.

ดูคำตอบ

came into his own

With the stamp of approval from the art world, สำนวน

2:40

ด้วยการรับรองจากวงการศิลปะ

สำนวน

With the stamp of approval from ...: การยอมรับที่มีผู้ทรงอำนาจรับรอง

A stamp of approval เป็นภาพเปรียบเทียบที่หมายถึงบุคคลหรือกลุ่มที่มีอิทธิพลยอมรับ สนับสนุน หรือให้การรับรองบางสิ่ง ไม่ได้หมายความว่ามีการประทับตราจริง ๆ ส่วน from the art world ระบุว่าการรับรองนี้มาจากวงการศิลปะ โครงสร้างเปิด with + นามวลี ให้ข้อมูลพื้นหลังแก่ข้อความที่ตามมา With the stamp of approval from X หมายความว่าได้รับการรับรองจาก X แล้ว จึงทำให้เหตุการณ์หรือข้อกล่าวอ้างถัดไปดูน่าเชื่อถือและยอมรับได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “การรับรองที่มีอิทธิพล”: After reviewing the proposal, the ethics committee gave it its ____.

ดูคำตอบ

stamp of approval

the fake was sold in 1937

2:43

ของปลอมชิ้นนั้นถูกขายในปี 1937

for the equivalent of over 4 million dollars in today's money. วลี

2:46

ในราคาเทียบเท่ากับกว่า 4 ล้านดอลลาร์ในค่าเงินปัจจุบัน

วลี

the equivalent of ... in today's money: มูลค่าเทียบเท่าตามค่าเงินปัจจุบัน

the equivalent of + จำนวนเงิน ใช้บอกจำนวนเงินที่มีมูลค่าใกล้เคียงกัน เมื่อเติม in today's money จะบอกว่าจำนวนเงินในอดีตถูกแปลงเป็นมูลค่าในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจขนาดของมูลค่าได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ over 4 million dollars คือมูลค่าเทียบเท่าในปัจจุบัน ไม่ใช่จำนวนดอลลาร์ที่จ่ายจริงในเวลานั้น การเทียบอาจอิงเงินเฟ้อหรืออำนาจซื้อ จึงมักเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ค่าที่ตรงกันอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ the equivalent of ... in today's money: The prize was ____ about $200,000 ____.

ดูคำตอบ

the equivalent of · in today's money

The success prompted van Meegeren to forge and sell more works ไวยากรณ์

2:50

ความสำเร็จนี้กระตุ้นให้ฟาน เมเคอเรน ปลอมแปลงและขายผลงานอีกมากมาย

ไวยากรณ์

prompt someone to do something: กระตุ้นให้ใครบางคนลงมือทำ

ในโครงสร้าง prompt + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า prompt เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้หรือกระตุ้นให้ใครบางคนลงมือทำ เหตุการณ์ก่อน prompted คือตัวกระตุ้น บุคคลคือผู้ลงมือ และ to-infinitive ระบุการกระทำนั้น ในประโยคนี้ ความสำเร็จเป็นตัวกระตุ้นให้ van Meegeren ปลอมและขายผลงานเพิ่มขึ้น Prompt บอกถึงสาเหตุหรือแรงกระตุ้น แต่ตัวคำเองไม่ได้หมายความว่ามีใครบังคับเขา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ prompt + บุคคล + to + คำกริยา: The new evidence ____ the decision.

ดูคำตอบ

prompted the committee to reconsider

through various art dealers.

2:54

ผ่านพ่อค้างานศิลปะหลายราย

As unbelievable as it may sound, ลำดับความ

2:56

แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ

ลำดับความ

As unbelievable as it may sound: วลีเปิดเชิงยอมรับ

As unbelievable as it may sound หมายถึง 'แม้สิ่งนั้นอาจฟังดูไม่น่าเชื่อ' โดยนำคำคุณศัพท์ unbelievable มาไว้ด้านหน้าในรูปแบบแสดงการยอมรับแล้วหักมุม as + adjective + as + subject + may + verb รูป as ... as ตรงนี้ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่าเท่ากันแบบทั่วไป วลีเปิดนี้ยอมรับล่วงหน้าว่าผู้ฟังอาจสงสัย ก่อนจะเสนอใจความหลัก เหมือนเป็นการบอกว่า 'ฉันรู้ว่านี่เชื่อได้ยาก แต่ข้อมูลต่อไปนี้ยังเป็นจริง' จึงช่วยนำเสนอข้อเท็จจริงที่เหนือความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ As + adjective + as ... may เพื่อยอมรับข้อสงสัยก่อนนำเสนอข้อเท็จจริงที่เหนือความคาดหมาย

  1. The backup plan seemed as strange as the original plan.
  2. Since the backup plan seemed strange, the team rejected it.
  3. As strange as it may seem, the backup plan worked.
ดูคำตอบ

As strange as it may seem, the backup plan worked.

the art world continued to believe in their authenticity. วลี

2:59

แต่วงการศิลปะก็ยังคงเชื่อในความแท้จริงของผลงานเหล่านั้น

วลี

continued to believe in their authenticity: ความมั่นใจในความแท้จริงที่ยังคงอยู่

continued to believe แสดงว่าความเชื่อนั้นยังคงอยู่ต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป รูป infinitive คือ to believe ตามหลัง continued และบอกว่าสภาวะใดดำเนินต่อไป ในที่นี้ believe in their authenticity หมายถึง 'มั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของแท้' Believe in ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเชื่อทางศาสนา เมื่ออยู่หน้าคำนามที่บอกคุณสมบัติอย่าง authenticity ก็สามารถสื่อถึงความมั่นใจว่าคุณสมบัตินั้นมีอยู่จริงได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ continue to believe in เติมประโยคให้สมบูรณ์: Even after doubts were raised, the curators ____ the painting's authenticity.

ดูคำตอบ

continued to believe in

When the Nazis occupied Holland during the Second World War, วัฒนธรรม

3:02

เมื่อพวกนาซียึดครองฮอลแลนด์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

วัฒนธรรม

the Nazis occupied Holland during the Second World War: ภูมิหลังการยึดครอง

อนุประโยคนี้วางเรื่องราวไว้ในช่วงที่นาซีเยอรมนียึดครองเนเธอร์แลนด์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันบุกในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1940 และการยึดครองดำเนินต่อไปจนประเทศได้รับการปลดปล่อยในช่วงใกล้สิ้นสุดสงคราม ในที่นี้ Holland เป็นชื่อที่คุ้นเคยซึ่งใช้แทน the Netherlands ภูมิหลังเรื่องการยึดครองนี้เปลี่ยนวิธีทำความเข้าใจการติดต่อกับเจ้าหน้าที่นาซีในเวลาต่อมา การช่วยฝ่ายผู้ยึดครอง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม อาจถูกมองว่าเป็นการร่วมมือกับศัตรูหรือการทรยศ ไม่ใช่เพียงธุรกรรมทั่วไป

แบบฝึกหัด

ภูมิหลังการยึดครองในสงครามโลกครั้งที่สองนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจอะไร

  1. เหตุใดการขายงานศิลปะทุกประเภทในทุกประเทศจึงผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติระหว่างสงคราม
  2. เหตุใด Holland ในที่นี้จึงควรเข้าใจว่าเป็นสถานที่ในสหรัฐอเมริกา
  3. เหตุใดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่นาซีจึงอาจถูกมองว่าเป็นการร่วมมือกับศัตรูผู้ยึดครอง
ดูคำตอบ

เหตุใดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่นาซีจึงอาจถูกมองว่าเป็นการร่วมมือกับศัตรูผู้ยึดครอง

Hermann Göring,

3:07

แฮร์มัน เกอริง

one of Hitler's top generals,

3:08

หนึ่งในนายพลระดับสูงของฮิตเลอร์

sought to add a Vermeer to his collection วลี

3:10

พยายามจะเพิ่มภาพของเฟอร์เมร์เข้าไปในคอลเลกชันของเขา

วลี

sought to add a Vermeer to his collection: รูปแบบเป็นทางการ seek to + กริยา

sought เป็นรูปอดีตของ seek รูปแบบ seek to + กริยารูปพื้นฐานหมายถึงพยายามหรือมุ่งทำบางสิ่ง และมีน้ำเสียงเป็นทางการและแสดงความตั้งใจมากกว่า try to ในที่นี้ sought to add หมายถึงเขาพยายามหาบางสิ่งมาเพิ่มในคอลเลกชันของตน a Vermeer หมายถึงผลงานหนึ่งชิ้นของโยฮันเนิส เฟอร์เมร์ ซึ่งในที่นี้คือภาพวาด ในบริบทศิลปะ ชื่อศิลปินสามารถใช้เป็นคำนามนับได้เพื่อหมายถึงผลงานหนึ่งชิ้นของศิลปินคนนั้น add X to a collection หมายถึงได้ X มาและทำให้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ seek เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The museum ____ a rare sculpture to its collection.

ดูคำตอบ

sought to add

of artwork looted from all over Europe. การใช้คำ

3:12

ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะที่ถูกปล้นมาจากทั่วทั้งยุโรป

การใช้คำ

artwork looted from all over Europe: การปล้นอย่างผิดกฎหมายในช่วงสงคราม

ใน artwork looted from all over Europe คำว่า looted เป็นกริยาช่องสามของ loot และขยาย artwork หมายความว่าผลงานเหล่านี้ถูกนำไปจากเจ้าของอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในบริบทของสงครามหรือการยึดครอง คำนี้ไม่เป็นกลาง เพราะสื่อถึงการใช้กำลัง การขโมย และการพรากทรัพย์สิน จึงทำให้มองว่าของสะสมนี้เกิดจากการกระทำที่มิชอบ ไม่ใช่จากการซื้อหรือสะสมตามปกติ

แบบฝึกหัด

“The artifacts were looted during the war” หมายความว่าอย่างไร

  1. โบราณวัตถุถูกซื้ออย่างถูกกฎหมายในการประมูล
  2. โบราณวัตถุได้รับการศึกษาในสถานที่ดั้งเดิม
  3. โบราณวัตถุถูกยึดไปด้วยกำลังหรือถูกนำออกไปอย่างผิดกฎหมาย
ดูคำตอบ

โบราณวัตถุถูกยึดไปด้วยกำลังหรือถูกนำออกไปอย่างผิดกฎหมาย

Van Meegeren obliged, การใช้คำ

3:16

ฟาน เมเคอเรน ยินดีจัดให้

การใช้คำ

Van Meegeren obliged: ยอมรับและทำตามคำขอ

ในที่นี้ obliged ใช้เป็นกริยาอกรรม หมายความว่าฟาน เมเคอเรินยอมรับคำขอและทำสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ ไม่ได้ระบุการกระทำเพราะเข้าใจได้จากเรื่องราว ในบริบทนี้คือเขาจัดหาและขายภาพที่อ้างว่าเป็นผลงานของแวร์เมียร์ การใช้นี้ไม่ได้หมายความว่าเขามีพันธะต้องทำ ถ้อยคำที่กระชับทำให้การเล่าเรื่องมีน้ำเสียงเป็นทางการและไม่เน้นอารมณ์

แบบฝึกหัด

ใน “Maya asked Leo to lower the music, and he obliged,” Leo ทำอะไร

  1. เขายอมรับคำขอและลดเสียงเพลง
  2. เขาถูกกฎหมายบังคับให้ลดเสียงเพลง
  3. เขาปฏิเสธที่จะตอบสนองต่อคำขอ
ดูคำตอบ

เขายอมรับคำขอและลดเสียงเพลง

selling him an alleged early Vermeer painting การใช้คำ

3:17

โดยขายภาพวาดที่อ้างว่าเป็นภาพช่วงแรกของเฟอร์เมร์ให้เขา

การใช้คำ

an alleged early Vermeer painting: คำกล่าวอ้าง ไม่ใช่การยืนยัน

ในที่นี้ alleged ขยาย early Vermeer painting หมายความว่ามีผู้กล่าวอ้างว่าภาพวาดนั้นเป็นผลงานยุคแรกของเวอร์เมียร์ แต่ผู้เล่าไม่ได้เสนอที่มานี้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว alleged ช่วยให้ผู้เขียนรายงานคำกล่าวอ้างโดยยังคงเว้นระยะห่างจากคำกล่าวนั้น คำนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวอ้างเป็นเท็จ แต่โทนของบริบทอาจเพิ่มนัยของความสงสัยได้

แบบฝึกหัด

alleged ใน “an alleged Vermeer painting” สื่อความหมายใด?

  1. ไม่เคยมีใครกล่าวอ้างว่าใครเป็นผู้วาดภาพนี้
  2. มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นภาพวาดของเวอร์เมียร์ แต่คำกล่าวอ้างนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน
  3. ผู้เชี่ยวชาญยืนยันแล้วว่าเป็นภาพวาดของเวอร์เมียร์
ดูคำตอบ

มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นภาพวาดของเวอร์เมียร์ แต่คำกล่าวอ้างนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน

titled Christ with the Adulteress.

3:20

ซึ่งมีชื่อว่า Christ with the Adulteress

As the tide of the war turned, ลำดับความ

3:23

เมื่อกระแสของสงครามพลิกผัน

so did van Meegeren's luck.

3:25

โชคของฟาน เมเคอเรน ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ลำดับความ

As ... turned, so did ...: การเปลี่ยนแปลงที่ขนานกันด้วยโครงสร้างกลับคำ

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย As ใช้ the tide of the war เป็นอุปมาถึงทิศทางโดยรวมของสงคราม As the tide of the war turned หมายถึงสถานการณ์ทางทหารเปลี่ยนทิศ และอนุประโยคนี้ทำหน้าที่วางกรอบประวัติศาสตร์ในภาพกว้าง ประโยคหลักสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเดียวกัน โดย so did van Meegeren's luck หมายถึงโชคของเขาก็เปลี่ยนไปด้วย ลำดับ so + did + ประธาน เป็นโครงสร้างกลับคำ และ did ใช้แทนกริยาอดีต turned โครงสร้างขนานนี้วางการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ไว้คู่กับการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคล ในที่นี้ As เชื่อมทั้งสองอย่างในฐานะเหตุการณ์ที่ดำเนินไปพร้อมกัน แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าเหตุการณ์หนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอีกเหตุการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างขนานด้วยรูปกลับคำสองคำที่ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าว grew ซ้ำ: As the neighborhood grew, ____ the local library.

ดูคำตอบ

so did

Following the Allied victory, วลี

3:27

หลังชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร

วลี

Following + เหตุการณ์: หมายถึง “หลังเหตุการณ์หนึ่ง”

ในประโยคนี้ Following เป็นคำบุพบท หมายถึง after หรือ “หลังจาก” ตามด้วยนามวลี the Allied victory จึงเป็นวลีบอกเวลาที่ต้นประโยค ซึ่งกำหนดกรอบเวลาและพาเรื่องไปสู่ช่วงหลังชัยชนะ following ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ตามไป” หรือ “ไล่ตาม” รูปแบบ following + เหตุการณ์ พบบ่อยในงานเขียนประวัติศาสตร์ ข่าว และรายงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบททางการหนึ่งคำที่เรียนในบทนี้ ซึ่งหมายถึง “หลังจาก”: ____ the meeting, the committee released a statement.

ดูคำตอบ

Following

he was arrested for delivering a priceless piece of Dutch heritage วัฒนธรรม

3:29

เขาถูกจับกุมในข้อหาส่งมอบมรดกอันล้ำค่าของชาวดัตช์

to the Nazis,

3:33

ให้กับพวกนาซี

วัฒนธรรม

a priceless piece of Dutch heritage: มรดกทางวัฒนธรรมที่ประเมินค่าเป็นราคาไม่ได้

ในประโยคนี้ a piece of Dutch heritage นำเสนอผลงานศิลปะว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่สังคมเนเธอร์แลนด์ได้รับสืบทอดร่วมกัน ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินส่วนตัวของใครคนหนึ่ง heritage เชื่อมโยงสิ่งของเข้ากับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชุมชน priceless หมายถึงมีคุณค่ามากจนราคาโดยทั่วไปไม่อาจใช้วัดมูลค่าได้ เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้ทำให้ภาพวาดมีความสำคัญทางวัฒนธรรมและศีลธรรมต่อสาธารณะ การส่งมอบภาพให้พวกนาซีจึงดูเป็นความสูญเสียหรือการทรยศต่อวัฒนธรรมของชาติ ไม่ใช่ธุรกรรมทั่วไป

แบบฝึกหัด

a priceless piece of Dutch heritage ในประโยคนี้สื่อความหมายหลักว่าอะไร

  1. สิ่งนั้นไม่มีมูลค่าทางการเงินเพราะไม่มีใครตั้งราคาไว้
  2. สิ่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของเนเธอร์แลนด์
  3. สิ่งนั้นเป็นเพียงทรัพย์สินทั่วไปของชาวดัตช์ที่ไม่มีความสำคัญพิเศษทางวัฒนธรรม
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของเนเธอร์แลนด์

an act of treasonous collaboration การใช้คำ

3:34

ซึ่งเป็นการกระทำที่ถือเป็นกบฏสมรู้ร่วมคิด

punishable by death. วลี

3:36

และมีโทษถึงประหารชีวิต

การใช้คำ

an act of treasonous collaboration: การร่วมมือกับศัตรูที่ถือเป็นการทรยศ

ในประโยคนี้ collaboration หมายถึงการร่วมมือกับศัตรูหรือฝ่ายยึดครอง ไม่ใช่การทำงานเป็นทีมตามปกติ คำว่า treasonous ตีตราความร่วมมือนั้นว่าเป็นการทรยศต่อประเทศของตน โครงสร้าง an act of ทำให้แนวคิดนี้กลายเป็นการกระทำที่ชัดเจนหนึ่งอย่างซึ่งอาจถูกตัดสินว่าเป็นความผิด ทั้งวลีเป็นภาษาทางการด้านกฎหมายและการเมืองสำหรับพฤติกรรมที่ถูกมองว่าไม่จงรักภักดีหรือเป็นการทรยศ

แบบฝึกหัด

ในรายงานช่วงสงคราม an act of treasonous collaboration น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ข้อตกลงทางกฎหมายระหว่างรัฐบาลที่เป็นมิตรต่อกัน
  2. การร่วมมือกับศัตรูที่ถูกมองว่าเป็นการทรยศต่อประเทศของตน
  3. การทำงานเป็นทีมตามปกติระหว่างเพื่อนร่วมงาน
ดูคำตอบ

การร่วมมือกับศัตรูที่ถูกมองว่าเป็นการทรยศต่อประเทศของตน

วลี

punishable by death: ตามกฎหมายอาจมีโทษประหารชีวิต

Punishable by + บทลงโทษ หมายความว่ากฎหมายอนุญาตให้ใช้บทลงโทษนั้นกับความผิดหนึ่ง ๆ ในที่นี้ punishable by death บอกว่าการกระทำดังกล่าวอาจได้รับโทษประหารชีวิตตามกฎหมาย วลีนี้อธิบายผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่คำพิพากษาที่ได้ตัดสินไปแล้วหรือผลที่จะเกิดขึ้นในทุกคดี วลีคุณศัพท์นี้ขยายวลีนามที่อยู่ข้างหน้า คือ an act of treasonous collaboration

แบบฝึกหัด

เติมประโยคกฎหมายให้สมบูรณ์ด้วย punishable และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Under this law, the offense is ____ up to ten years in prison.

ดูคำตอบ

punishable by

To prove the painting wasn't a national treasure, ไวยากรณ์

3:39

เพื่อพิสูจน์ว่าภาพวาดนั้นไม่ใช่สมบัติของชาติ

ไวยากรณ์

To prove ...: การบอกจุดประสงค์ด้วย infinitive ที่ต้นประโยค

คำเปิดประโยค To prove the painting wasn't a national treasure เป็นวลี infinitive ที่วางไว้หน้าประโยคหลักเพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำที่ตามมา มีความหมายว่า “เพื่อพิสูจน์...” ไม่ใช่คำสั่งให้ใครพิสูจน์บางอย่าง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ To + กริยารูปพื้นฐาน ... แล้วตามด้วยประธาน + กริยาในประโยคหลัก วลีเปิดประโยคตอบคำถามว่า “ประธานทำการกระทำหลักไปเพื่ออะไร” และประธานที่ละไว้มักเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี infinitive ที่ต้นประโยคเพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำหลัก?

  1. To confirm the address, Maya checked the email again.
  2. Maya wanted to confirm the address, so she checked the email again.
  3. After confirming the address, Maya checked the email again.
ดูคำตอบ

To confirm the address, Maya checked the email again.

he explained step by step วลี

3:42

เขาจึงอธิบายทีละขั้นตอน

how he had forged it.

3:44

ว่าเขาปลอมแปลงมันขึ้นมาได้อย่างไร

วลี

explained step by step: การอธิบายกระบวนการตามลำดับ

ใน explained step by step คำว่า step by step เป็นวลีวิเศษณ์ที่ขยาย explained หมายความว่าคำอธิบายถูกนำเสนอเป็นขั้นตอนตามลำดับที่ชัดเจน ไม่ได้หมายถึงการที่ใครคนหนึ่งเดินจริง ๆ ใช้ step by step เพื่อแสดงว่ากระบวนการ วิธีการ หรือวิธีแก้ปัญหาถูกแบ่งเป็นส่วนตามลำดับที่ติดตามได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีวิเศษณ์ภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้คำว่า step ซ้ำและหมายถึง “ตามลำดับ” ลงในประโยค: The guide explained the setup ____, so everyone could follow the process.

ดูคำตอบ

step by step

But he faced an unexpected obstacle, วลี

3:46

แต่เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิด

วลี

faced an unexpected obstacle: face ในฐานะคำกริยาที่หมายถึงเผชิญความยากลำบาก

ในประโยคนี้ faced เป็นรูปอดีตของคำกริยา face หมายถึง “พบเจอบางสิ่งและต้องรับมือกับมัน” กรรมของคำกริยาคือ an unexpected obstacle ซึ่งหมายถึงความยากลำบากที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงใบหน้าของใครหรือทิศทางที่ร่างกายหันไป โครงสร้าง face + obstacle/problem/challenge นำเสนอความยากลำบากว่าเป็นสิ่งที่บุคคลหรือกลุ่มต้องเผชิญและรับมือโดยตรง พบได้ทั่วไปในงานเล่าเรื่อง ข่าว งานเขียนเชิงวิชาการ และภาษาอังกฤษในที่ทำงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปอดีตที่สร้างจาก face + an unexpected obstacle: Halfway through the project, the team ____.

ดูคำตอบ

faced an unexpected obstacle

the very expert who had enabled his scam. โน้ต

3:49

นั่นคือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคนช่วยให้การหลอกลวงของเขาเป็นไปได้

ไวยากรณ์

the very expert: very ที่เน้นว่าเป็นบุคคลนั้นพอดี

ใน the very expert คำว่า very วางอยู่หน้าคำนาม expert โดยตรงภายในนามวลีที่ชี้เฉพาะ ความหมายคือ “ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นพอดี” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นเอง” ไม่ใช่ “คนที่เชี่ยวชาญมาก” การใช้นี้เน้นว่าเป็นบุคคลเดียวกันอย่างตรงตัว มักใช้เมื่อบุคคลนั้นน่าประหลาดใจ มีความสำคัญ หรือเป็นที่รู้จักอยู่แล้วจากบริบท โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the very + คำนาม และมักตามด้วยอนุประโยคที่ระบุตัวตน เช่น the very person who..., the very place where..., the very thing that....

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง the very + คำนาม ร่วมกับ person เพื่อสื่อว่า “คนที่ระบุไว้แล้วคนนั้นพอดี”: She turned to ____ who had warned her earlier.

ดูคำตอบ

the very person

การใช้คำ

had enabled his scam: ทำให้กลโกงเกิดขึ้นได้

ใน had enabled his scam คำว่า enable หมายถึง “ทำให้กลโกงเกิดขึ้นได้หรือช่วยให้สำเร็จ” enable ไม่ได้มีความหมายเชิงบวกเสมอไป เมื่อมี scam เป็นกรรม วลีนี้หมายความว่าผู้เชี่ยวชาญช่วยให้การกระทำผิดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

แบบฝึกหัด

คำกริยาใดหมายความว่ามาตรการควบคุมที่หละหลวมทำให้กลโกงเกิดขึ้นได้? Weak controls _____ the scam.

  1. exposed
  2. enabled
  3. prevented
ดูคำตอบ

enabled

Moved to protect his reputation, ไวยากรณ์

3:53

ด้วยความต้องการที่จะปกป้องชื่อเสียงของตนเอง

ไวยากรณ์

Moved to protect his reputation: วลีต้นประโยคที่บอกเหตุผล

Moved to protect his reputation เป็นวลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้ย่อความคิดว่า “เพราะเขาถูกผลักดันให้ปกป้องชื่อเสียงของตน” และบอกแรงจูงใจของการกระทำในประโยคหลักที่ตามมา ในที่นี้ moved หมายถึง “ถูกกระตุ้น” หรือ “ถูกผลักดัน” ไม่ใช่ถูกย้ายตำแหน่ง ประธานที่ละไว้ของวลีต้องเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ Moved to และคำว่า protect the hikers: ____, the guide changed the route.

ดูคำตอบ

Moved to protect the hikers

Bredius defended the painting's authenticity. วลี

3:55

เบรดิอุสจึงยืนกรานว่าภาพวาดนั้นเป็นของจริง

วลี

defended the painting's authenticity: ปกป้องข้ออ้างเรื่องความแท้ของภาพวาด

defend the painting's authenticity หมายถึงการโต้แย้งสนับสนุนว่าภาพวาดนั้นเป็นของแท้เมื่อข้ออ้างนี้ถูกตั้งคำถาม ในที่นี้ defend หมายถึงการสนับสนุนจุดยืนด้วยเหตุผลหรือหลักฐาน ไม่ใช่การปกป้องภาพวาดจากอันตรายทางกายภาพ authenticity คือคุณสมบัติของการเป็นของแท้และเป็นสิ่งที่มีการกล่าวอ้างจริง ๆ โครงสร้าง defend + ข้ออ้างหรือคุณสมบัติใช้ได้ดีเมื่อต้องพูดถึงข้อวินิจฉัยที่มีข้อโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าภัณฑารักษ์โต้แย้งสนับสนุนข้ออ้างว่าโบราณวัตถุเป็นของแท้

  1. The curator verified the artifact's authenticity.
  2. The curator defended the artifact's authenticity.
  3. The curator protected the artifact from damage.
ดูคำตอบ

The curator defended the artifact's authenticity.

With few options left, วลี

3:58

เมื่อเหลือทางเลือกไม่มาก

วลี

With few options left: เมื่อเหลือทางเลือกไม่มาก

With few options left เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วย with และใช้บอกฉากหลังของประโยคหลักที่จะตามมา คือเหลือทางเลือกเพียงเล็กน้อย โครงสร้างคือ with + นามวลี + ส่วนเติมเต็ม โดย left เป็นส่วนเติมเต็มที่หมายถึง “ที่เหลืออยู่” ไม่ได้บอกทิศทาง Few มีนัยเชิงลบ คือมีจำนวนน้อยและอาจไม่เพียงพอ วลีนี้จึงบอกเป็นนัยว่าการกระทำถัดไปเกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันหรือข้อจำกัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ left ในความหมายว่า “ที่เหลืออยู่” และใช้ few เพื่อสื่อถึงความขาดแคลน

  1. With a few seats left, we knew tickets were still available.
  2. With the seats on the left, we waited by the window.
  3. With few seats left, we booked immediately.
ดูคำตอบ

With few seats left, we booked immediately.

van Meegeren set to work on a new Vermeer. วลี

4:00

ฟาน เมเคอเรน จึงลงมือวาดภาพเฟอร์เมร์ขึ้นมาใหม่

วลี

set to work on: เริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง

set to work on หมายถึง “เริ่มลงมือทำจริง” กับงานหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ มักสื่อถึงการเปลี่ยนอย่างชัดเจนจากช่วงวางแผนหรือรอคอยไปสู่การลงมือทำอย่างมีสมาธิ โครงสร้างคือ set to work on + นามวลี ในที่นี้ set เป็นรูปอดีตแบบ simple past ของ set และ a new Vermeer คือสิ่งที่เขาเริ่มลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายในรูปอดีต: As soon as the data arrived, Maya ____ the final report.

ดูคำตอบ

set to work on

When he presented the fake to the court, วลี

4:03

เมื่อเขานำของปลอมชิ้นนี้ไปแสดงต่อศาล

วลี

presented the fake to the court: นำของปลอมไปเสนอต่อศาลอย่างเป็นทางการ

presented the fake to the court หมายถึงเขานำของปลอมไปแสดงหรือยื่นอย่างเป็นทางการเพื่อให้ศาลพิจารณา ในบริบททางกฎหมาย court อาจหมายถึงผู้พิพากษาหรือองค์กรตุลาการ ไม่ได้หมายถึงเพียงห้องพิจารณาคดี โครงสร้างคือ present something to a person or institution โดย the fake เป็นกรรมตรง และ the court เป็นหน่วยงานที่รับสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียงที่ลงน้ำหนักตรงกลางและเสียงลงท้าย /ɪd/ ของ presented

  1. He presented the evidence to the court.
  2. He preserved the evidence for the court.
  3. He prevented the evidence from reaching the court.
ดูคำตอบ

He presented the evidence to the court.

they finally believed him.

4:05

ในที่สุดพวกเขาก็เชื่อเขา

He was acquitted for collaborating with the Nazis การใช้คำ

4:07

เขาพ้นข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับพวกนาซี

การใช้คำ

acquitted for collaborating with the Nazis: คำตัดสินทางกฎหมายว่าไม่มีความผิด

ในประโยคนี้ was acquitted เป็นสำนวนกฎหมายรูปถูกกระทำ หมายถึงศาลหรือคณะลูกขุนมีคำตัดสินว่าเขาไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาว่าเคยร่วมมือกับพวกนาซี ส่วน for collaborating... ในที่นี้มีเจตนาระบุข้อกล่าวหา ไม่ได้หมายความว่าเขาได้รับรางวัลเพราะให้ความร่วมมือ การตัดสินว่าไม่มีความผิดเป็นผลทางกฎหมายต่อข้อหาทางอาญาข้อหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวมันเองว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับการพิสูจน์ว่าไม่เคยเกิดขึ้น ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่รอบคอบ ข้อกล่าวหามักตามหลัง of: He was acquitted of collaborating with the Nazis.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำมาตรฐานของ acquit: After the trial, she was ____ fraud.

ดูคำตอบ

acquitted of

and sentenced to a year imprisonment for fraud. การใช้คำ

4:10

และถูกตัดสินจำคุกหนึ่งปีในข้อหาฉ้อโกง

การใช้คำ

sentenced to a year imprisonment for fraud: การระบุบทลงโทษและความผิด

Sentenced เป็นรูป past participle ของกริยาทางกฎหมาย sentence ซึ่งหมายถึงการกำหนดโทษให้บุคคลอย่างเป็นทางการ โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ be sentenced to + บทลงโทษ ส่วน for fraud ระบุความผิดที่ทำให้ได้รับโทษนั้น ข้อความนี้หมายถึงเขาได้รับโทษจำคุกหนึ่งปีในข้อหาฉ้อโกง ในภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ a year's imprisonment, one year of imprisonment หรือ one year in prison ส่วน a year imprisonment ไม่ใช่รูปปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้กริยา sentence และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The accountant was ____ two years in prison ____ fraud.

ดูคำตอบ

sentenced to · for

Though there's evidence that van Meegeren did in fact collaborate with the Nazis, ไวยากรณ์

4:14

แม้จะมีหลักฐานว่าที่จริงแล้วฟาน เมเคอเรน ได้สมรู้ร่วมคิดกับพวกนาซีจริง

ไวยากรณ์

Though there's evidence that ... did in fact collaborate: การยอมรับข้อเท็จจริงและการเน้นย้ำ

Though ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนจะกล่าวสิ่งที่ขัดแย้งกัน ผู้พูดยอมรับข้อมูลเรื่องหลักฐานในอนุประโยคนี้ แต่ประโยคหลักจะเสนอผลที่ต่างจากสิ่งที่หลักฐานนั้นอาจทำให้คาดไว้ โครงสร้าง Though A, B หมายถึง “แม้ A จะเป็นจริง แต่ B ก็ยังเป็นจริงเช่นกัน” ใน did in fact collaborate คำช่วย did ที่ใช้เน้นความหมายทำงานร่วมกับ in fact และกริยารูปพื้นฐาน collaborate เพื่อยืนยันอย่างชัดเจนว่าการร่วมมือนั้นเกิดขึ้นจริง ถ้ากล่าวอดีตแบบเป็นกลางจะใช้ collaborated ส่วน did ในที่นี้เติมมาเพื่อเน้น ไม่ใช่เพราะประโยคบอกเล่าอดีตทั่วไปจำเป็นต้องใช้

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความอนุประโยคที่เน้นไว้ได้ตรงที่สุด?

  1. ผู้พูดยอมรับว่ามีหลักฐานของการร่วมมือจริง พร้อมส่งสัญญาณว่าจะมีผลที่ขัดแย้งตามมา
  2. ผู้พูดกล่าวว่าการร่วมมือจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเท่านั้น
  3. ผู้พูดปฏิเสธว่าไม่เคยมีการร่วมมือใด ๆ เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ผู้พูดยอมรับว่ามีหลักฐานของการร่วมมือจริง พร้อมส่งสัญญาณว่าจะมีผลที่ขัดแย้งตามมา

he managed to convince the public วลี

4:18

แต่เขาก็สามารถทำให้สาธารณชนเชื่อได้

that he had tricked Göring on purpose, วลี

4:20

ว่าเขาจงใจหลอกลวงเกอริง

วลี

managed to convince the public: พยายามจนโน้มน้าวสาธารณชนได้สำเร็จ

Managed to convince หมายถึง “โน้มน้าวได้สำเร็จ” โดยมักสื่อว่าต้องใช้ความพยายามหรือเผชิญความยากลำบาก ในที่นี้ manage ตามด้วย to + กริยารูปพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึงการ “บริหาร” หรือ “ควบคุม” สาธารณชน ใน convince the public that... คำว่า the public คือกลุ่มคนที่ความเชื่อเปลี่ยนไป และอนุประโยค that บอกว่าพวกเขาเชื่ออะไรในภายหลัง ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นทั้งกระบวนการที่ยากและผลลัพธ์ที่สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย managed to และรูปที่ถูกต้องของ convince: After three long discussions, Leo ____ the committee to approve the safety plan.

ดูคำตอบ

managed to convince

วลี

tricked Göring on purpose: การหลอกโดยเจตนา

ในที่นี้ tricked Göring หมายถึงทำให้เกอริงเชื่อสิ่งที่ไม่จริง หรือทำตามความเชื่อที่ผิด โดย Göring เป็นกรรมที่ระบุว่าใครถูกหลอก on purpose หมายถึง “โดยเจตนา” แสดงว่าการหลอกนั้นเป็นสิ่งที่ตั้งใจทำ ไม่ใช่อุบัติเหตุ จึงส่งผลต่อการตัดสินแรงจูงใจของบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Leo ตั้งใจให้ข้อมูลที่ผิดแก่ผู้โทรมา?

  1. Leo gave the caller the wrong number by accident.
  2. Leo almost gave the caller the wrong number.
  3. Leo gave the caller the wrong number on purpose.
ดูคำตอบ

Leo gave the caller the wrong number on purpose.

transforming his image into that of a folk hero ลำดับความ

4:23

โดยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองให้กลายเป็นวีรบุรุษพื้นบ้าน

ลำดับความ

transforming his image into that of a folk hero: การบอกผลลัพธ์และการใช้คำแทนคำนาม

Transforming his image into that of a folk hero เป็นวลี present participle ที่เพิ่มผลลัพธ์ของเหตุการณ์ก่อนหน้า โดยนำเสนอการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์เป็นผลที่ตามมา แทนที่จะเริ่มอนุประโยคใหม่ที่สมบูรณ์ โครงสร้าง transform X into Y หมายถึง “เปลี่ยน X ให้กลายเป็น Y” ในที่นี้ that ใช้แทนคำนามเอกพจน์ image ดังนั้น that of a folk hero จึงเท่ากับ the image of a folk hero หรือ “ภาพลักษณ์ของวีรบุรุษของประชาชน” วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำว่า image ซ้ำและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างภาพลักษณ์สองแบบชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมวลีสรรพนามที่ใช้แทนคำนามเอกพจน์ image ให้ประโยคสมบูรณ์: The campaign transformed Mira's image into ____ a national hero.

ดูคำตอบ

that of

who had swindled the Nazis. การใช้คำ

4:26

ผู้ที่หลอกต้มตุ๋นพวกนาซี

การใช้คำ

had swindled the Nazis: เคยฉ้อโกงพวกนาซีเพื่อผลประโยชน์

swindle someone หมายถึงหลอกลวงใครด้วยการฉ้อโกง โดยมักวางแผนเพื่อเอาเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่น ในที่นี้ swindled the Nazis ทำให้การหลอกนั้นมีลักษณะเป็นการฉ้อโกงอย่างจริงจังเพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่การแกล้งเล่นที่ไม่เป็นอันตราย had swindled เป็น past perfect ซึ่งประกอบด้วย had + past participle และแสดงว่าการฉ้อโกงเกิดขึ้นก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีตของเรื่องเล่า

แบบฝึกหัด

The con artist swindled the tourists น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. เขาทำให้พวกเขาประหลาดใจด้วยมายากลที่ไม่เป็นอันตราย
  2. เขาชวนพวกเขาเข้าร่วมเกม
  3. เขาหลอกพวกเขาด้วยการฉ้อโกงร้ายแรง ซึ่งน่าจะทำเพื่อเงินหรือผลประโยชน์
ดูคำตอบ

เขาหลอกพวกเขาด้วยการฉ้อโกงร้ายแรง ซึ่งน่าจะทำเพื่อเงินหรือผลประโยชน์

Thanks to this newfound notoriety, วลี

4:29

ต้องขอบคุณชื่อเสียงในทางลบที่เพิ่งได้รับมานี้

วลี

Thanks to this newfound notoriety: เพราะชื่อเสียงฉาวที่เพิ่งได้รับ

Thanks to ใช้บอกสาเหตุในที่นี้ โดยผลที่ตามมาเกิดขึ้นเพราะ this newfound notoriety แม้คำว่า thanks มักฟังดูเป็นบวก แต่ thanks to ก็ใช้กับสาเหตุที่ไม่พึงประสงค์หรือมีนัยประชดได้ newfound หมายถึงเพิ่งได้รับหรือเพิ่งค้นพบ ส่วน notoriety คือการเป็นที่รู้จักจากเรื่องไม่ดีหรือเรื่องขัดแย้ง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “เพราะชื่อเสียงฉาวที่เพิ่งได้รับนี้” ไม่ใช่เพียง “เพราะชื่อเสียงใหม่”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าชื่อเสียงฉาวที่เพิ่งได้รับทำให้นักข่าวหันมาสนใจเขา

  1. Despite his newfound notoriety, reporters followed him everywhere.
  2. Thanks to his newfound fame, reporters followed him everywhere.
  3. Thanks to his newfound notoriety, reporters followed him everywhere.
ดูคำตอบ

Thanks to his newfound notoriety, reporters followed him everywhere.

his works became valuable in their own right. สำนวน

4:31

ผลงานของเขาจึงมีมูลค่าด้วยตัวของมันเอง

สำนวน

valuable in their own right: มีคุณค่าในตัวเอง

ในที่นี้ valuable in their own right หมายความว่า ผลงานเหล่านั้นมีคุณค่าจากคุณสมบัติของตัวมันเอง ไม่ใช่เพียงเพราะความเชื่อมโยงกับสิ่งอื่น In one's own right เป็นสำนวนตายตัวที่แสดงว่าบุคคลหรือสิ่งของมีสถานะ คุณค่า หรือความสำเร็จได้อย่างเป็นอิสระ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับสิ่งที่กล่าวถึง โดย works เป็นพหูพจน์ จึงใช้ their

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ด้วยความสำเร็จของเธอเองอย่างเป็นอิสระ” ลงในประโยค: She is a respected scientist ____.

ดูคำตอบ

in her own right

So much so ไวยากรณ์

4:34

มากเสียจน

that they were later forged in turn by his own son. วลี

4:35

ในเวลาต่อมามันก็ถูกลูกชายของเขาเองปลอมแปลงขึ้นมาอีกที

ไวยากรณ์

So much so that: ย้อนอ้างถึงระดับและนำเข้าสู่ผลลัพธ์

So much so that หมายถึง “มากถึงระดับที่ส่งผลให้...” วลีนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์หรือระดับที่กล่าวไว้ในประโยคก่อนหน้า แล้วจึงนำเข้าสู่ผลลัพธ์ ในที่นี้ ผลงานมีมูลค่าสูงมากจนต่อมาแม้แต่ลูกชายของเขาเองก็ยังปลอมผลงานเหล่านั้น เมื่ออยู่ต้นประโยคใหม่ So much so that เป็นส่วนของประโยคเชิงวาทศิลป์ที่ช่วยเน้นผลลัพธ์ให้เด่นขึ้น ต้องมีข้อความที่ชัดเจนมาก่อน และวลีนี้ไม่ได้ใช้เพื่อนำเข้าสู่สาเหตุด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ย้อนกลับไปอ้างถึงระดับในประโยคก่อนหน้า: The trail was extremely steep. ____ several hikers turned back.

ดูคำตอบ

So much so that

วลี

in turn: การกระทำที่สอดคล้องกันในลำดับถัดไป

ในประโยคนี้ in turn ใช้บอกขั้นถัดไปที่สอดคล้องกัน หลังจากคนหนึ่งปลอมผลงานแล้ว ต่อมาลูกชายของเขาก็ปลอมผลงานชิ้นเดิมเช่นกัน การกระทำแบบเดียวกันจึงดูเหมือนถูกส่งต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคน และก่อให้เกิดวงจรที่ชวนประชด โดยทั่วไป in turn ใช้เชื่อมเหตุการณ์เป็นลูกโซ่ที่คนหรือเหตุการณ์หนึ่งนำไปสู่การตอบสนองหรือการกระทำที่เกี่ยวข้องของอีกคนได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหมุนตัวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ต่อมาก็ทำการกระทำชนิดเดียวกัน” ลงในประโยค: Maya taught Leo, who ____ taught Nina.

ดูคำตอบ

in turn

The same canvases went from revered classics ลำดับความ

4:39

ผืนผ้าใบเดียวกันที่เปลี่ยนจากผลงานคลาสสิกที่น่ายกย่อง

to despised forgeries

4:42

กลายเป็นของปลอมที่น่ารังเกียจ

to works of art

4:44

จนกลายเป็นงานศิลปะ

respected for the skill and notoriety of the forger.

4:45

ที่ได้รับการเคารพจากทักษะและชื่อเสียงฉาวโฉ่ของนักปลอมแปลง

ลำดับความ

went from ... to ... to ...: การเปลี่ยนแปลงสามขั้น

รูปแบบ went from A to B to C จัดเรียงสามสถานะของประธานเดียวกันตามลำดับ ในที่นี้ ภาพเขียนชุดเดิมถูกมองว่าเป็นผลงานคลาสสิกที่ได้รับการยกย่องก่อน จากนั้นถูกปฏิเสธว่าเป็นของปลอมที่น่าดูหมิ่น และสุดท้ายก็กลับมาได้รับการยอมรับในฐานะงานศิลปะ ทุกครั้งที่เพิ่ม to จะเป็นการนำเสนอขั้นใหม่ โครงสร้างนี้ใช้จัดลำดับการเปลี่ยนแปลงด้านอัตลักษณ์ สภาพ สถานะ หรือความคิดเห็นของสาธารณชนตามเวลาได้ โดยแต่ละขั้นไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ went from A to B to C: The building ____ a factory ____ an art studio ____ a museum.

ดูคำตอบ

went from · to · to

Determining the value of art ไวยากรณ์

4:51

การประเมินมูลค่าของงานศิลปะ

is clearly a complicated business. การใช้คำ

4:53

เป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างชัดเจน

ไวยากรณ์

Determining the value of art: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

“Determining the value of art” เป็นวลี gerund วลีทั้งหมดใช้เรียกกิจกรรมการตัดสินว่าศิลปะมีคุณค่าเท่าใด และทำหน้าที่เป็นประธานของ is ตรงนี้ Determining ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ present continuous เพราะไม่มี be ที่ผันรูปอยู่ข้างหน้า การใช้วลี -ing แบบนี้ทำให้เราพูดถึงการกระทำหรือประเด็นหนึ่งเป็นหัวข้อได้ เมื่อมองเป็นกิจกรรมเดียว ปกติจะถือเป็นเอกพจน์ จึงใช้ is

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing เป็นประธานเหมือน “Determining the value of art”?

  1. They enjoy learning a language.
  2. Learning a language takes time.
  3. She is learning a language now.
ดูคำตอบ

Learning a language takes time.

การใช้คำ

a complicated business: business ในความหมายว่า “เรื่องที่จัดการยาก”

ใน “a complicated business” คำว่า business หมายถึงเรื่อง กิจกรรม หรืองานที่ต้องจัดการ วลีนี้บอกว่าการกำหนดคุณค่าของศิลปะเป็นเรื่องซับซ้อนและยาก ไม่ได้หมายถึงบริษัทหรือการค้า ภาษาอังกฤษมักใช้ business ในความหมายนี้หลังคำคุณศัพท์ เช่น “a tricky business” หรือ “a risky business” โดยคำคุณศัพท์จะประเมินว่าเรื่องนั้นจัดการได้ยากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ใน “Planning a wedding can be a complicated business” วลี “a complicated business” หมายความว่าอย่างไร?

  1. เรื่องซับซ้อนที่จัดการได้ยาก
  2. บริษัทที่มีโครงสร้างซับซ้อน
  3. ข้อตกลงทางธุรกิจที่เสร็จสิ้นแล้ว
ดูคำตอบ

เรื่องซับซ้อนที่จัดการได้ยาก

But what about the meaning of art? ลำดับความ

4:55

แต่ความหมายของงานศิลปะล่ะ?

ลำดับความ

But what about ...? เพื่อเปลี่ยนไปสู่ประเด็นใหม่

But what about ...? ใช้เปลี่ยนจากประเด็นที่กำลังพูดถึงไปสู่คำถามที่เกี่ยวข้องซึ่งยังไม่ได้กล่าวถึง ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจุดสนใจไปที่ความหมายของศิลปะ ในบทสนทนา รูปแบบนี้มักทำหน้าที่เหมือน But ...? หรือ What about ...? ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “แต่...ล่ะ?” หรือ “แล้ว...ล่ะ?” ในที่นี้ what about ตามด้วยนามวลี the meaning of art ส่วน But เพิ่มความขัดแย้งเชิงเนื้อหา กล่าวคือ ประเด็นก่อนหน้าอาจได้ข้อสรุปแล้ว แต่เรื่องนี้ยังเปิดให้ถกเถียงอยู่ คำถามนี้ช่วยจัดลำดับการอภิปราย ไม่ได้เพียงขอคำตอบข้อเท็จจริงสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

กลุ่มหนึ่งได้พูดคุยเรื่องต้นทุนของโครงการแล้ว ประโยคใดเปลี่ยนไปสู่อีกประเด็นที่ยังไม่ได้พูดถึงได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. But what about its long-term impact?
  2. But what does its long-term impact mean?
  3. But how its long-term impact?
ดูคำตอบ

But what about its long-term impact?

Who decides that,

4:57

ใครเป็นคนตัดสินเรื่องนั้น

and does it even matter? ลำดับความ

4:58

และมันสำคัญด้วยหรือเปล่า?

ลำดับความ

does it even matter?: การเน้นความสงสัยให้ชัดขึ้น

ใน does it even matter? คำว่า even เน้นความสงสัยว่าสิ่งหนึ่งมีความสำคัญหรือไม่ เมื่อเทียบกับ Does it matter? แล้ว ประโยคนี้ใกล้กับ Is it really important at all? หรือ “มันสำคัญจริง ๆ หรือ?” มากกว่า และมักสื่อเป็นนัยว่าคำตอบอาจเป็น “ไม่” คำถามนี้ใช้เชิงวาทศิลป์ได้ กล่าวคือ ไม่ได้เพียงขอข้อมูล แต่ยังท้าทายสมมติฐานและชวนผู้ฟังให้คิดใหม่ว่าเรื่องใดควรได้รับความสนใจ อย่างไรก็ตาม บริบทและน้ำเสียงยังอาจทำให้เป็นคำถามปลายเปิดที่ต้องการคำตอบจริง ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ใน 'If both routes arrive at the same time, does the small distance difference even matter?' คำว่า even เพิ่มความหมายใด?

  1. แสดงความสงสัยอย่างมากว่าความแตกต่างนั้นสำคัญหรือไม่
  2. ยืนยันว่าความแตกต่างนั้นสำคัญ
  3. ถามว่าความแตกต่างนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ

แสดงความสงสัยอย่างมากว่าความแตกต่างนั้นสำคัญหรือไม่

Join the debate with this video

5:00

มาร่วมถกเถียงกันด้วยวิดีโอนี้

or consider the mathematical mystery

5:02

หรือพิจารณาปริศนาทางคณิตศาสตร์

at the heart of Van Gogh's paintings. สำนวน

5:05

ซึ่งเป็นหัวใจหลักในภาพวาดของแวนโก๊ะ

สำนวน

at the heart of: ระบุแนวคิดที่เป็นแก่นสำคัญ

at the heart of เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึง “อยู่ที่แก่นของ” หรือ “เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ” ตรงนี้ heart ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหัวใจ ข้อความนี้สื่อว่าแนวคิด คำถาม หรือลักษณะสำคัญบางอย่างเป็นกุญแจในการทำความเข้าใจภาพวาดของแวนโก๊ะ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ at the heart of + นามวลี ใช้เน้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในหัวข้อ ปัญหา การถกเถียง ความสัมพันธ์ หรือผลงาน

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความ “Fairness is at the heart of the debate.” แล้วเลือกความหมายที่ถูกต้อง

  1. ความเป็นธรรมอยู่ตรงกลางของการถกเถียงในทางกายภาพ
  2. ประเด็นหลักของการถกเถียงคือความเป็นธรรม
  3. ความเป็นธรรมไม่เกี่ยวข้องกับการถกเถียงเลย
ดูคำตอบ

ประเด็นหลักของการถกเถียงคือความเป็นธรรม