ข้อดีของการไม่ทำอะไรเลย ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้สำรวจว่าเหตุใดสัตว์ที่ดูขยันจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นิ่ง ๆ ความเบื่อและการตั้งใจพักอาจเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์หรือไม่ และเฉลยว่าสลอธสามนิ้วเป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่ช้าที่สุดในโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. as busy as a bee. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจว่าอุปมาที่คุ้นเคยนี้ใช้ภาพผึ้งผู้ขยันเพื่อเน้นว่าคนหนึ่งยุ่งมากเพียงใด พร้อมสังเกตรูปแบบตายตัว as...as... และนำไปบรรยายตารางเวลาที่แน่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ตีความแยกทีละคำ 2. to get rid of this unpleasant state of boredom is actually to allow more boredom into your life. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะเห็นว่าโครงสร้างคู่ขนาน to... is actually to... นำเสนอข้อย้อนแย้งหลักว่า การพ้นจากความเบื่ออาจต้องยอมเปิดพื้นที่ให้ความเบื่อมากขึ้น ความเข้าใจนี้ช่วยให้ติดตามเหตุผลที่สวนทางกับสัญชาตญาณและสรุปแนวคิดที่คาดไม่ถึงได้ชัดเจน 3. With a top speed of 30 cm per minute, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: คุณจะเรียนรู้การวาง with a top speed of... ไว้ต้นประโยค เพื่อให้ตัวเลขความเร็วเป็นข้อมูลพื้นหลังก่อนใจความหลัก และใช้รูปแบบกระชับนี้นำเสนอข้อมูลของสัตว์ ยานพาหนะ หรือกีฬาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.
0:09สวัสดี นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English
Phew, I've spent a day in meetings, then shopping, then collecting the kids from school. วลี
0:15เฮ้อ ฉันใช้เวลาทั้งวันไปกับการประชุม ตามด้วยช้อปปิ้ง แล้วก็ไปรับลูกๆ ที่โรงเรียน
spent a day in meetings: spend + เวลา + in + กิจกรรม
ในที่นี้ spent หมายถึงการใช้เวลา ไม่ใช่การจ่ายเงิน ใน I've spent a day in meetings คำว่า a day บอกระยะเวลา ส่วน in meetings บอกว่ากิจกรรมใดใช้เวลานั้นไป ใช้โครงสร้าง spend + ช่วงเวลา + in + กิจกรรมหรือสถานการณ์ เช่น spend the morning in class และ spend the day in meetings ถ้าตามด้วยคำกริยา ให้ใช้ spend + เวลา + คำกริยา-ing เช่น spend an hour reading
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าลีโอเข้ารับการฝึกอบรมตลอดช่วงเช้า
- Leo used the morning in training.
- Leo paid the morning in training.
- Leo spent the morning in training.
ดูคำตอบ
Leo spent the morning in training.
What have you been doing today?: กิจกรรมที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้
คำถามนี้ใช้ present perfect continuous: have + been + คำกริยา-ing เพื่อถามถึงกิจกรรมในช่วงเวลาที่เริ่มขึ้นก่อนหน้านี้ในวันนี้และต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ กิจกรรมนั้นอาจยังดำเนินอยู่ เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือเพิ่งหยุดไปแต่ยังมีผลที่เห็นได้ในปัจจุบัน จุดเน้นคือกิจกรรมและระยะเวลาจนถึงขณะที่พูด ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่จบแล้ว จึงเป็นคำถามที่เป็นธรรมชาติเมื่ออีกฝ่ายดูเหนื่อยและคุณอยากรู้ว่าอะไรทำให้เขายุ่งมาตลอด
แบบฝึกหัด
เติมคำถาม present perfect continuous เพื่อถามคนที่กำลังคุยด้วยให้สมบูรณ์: What ____ today?
ดูคำตอบ
have you been doing
sitting around: นั่งอยู่เฉย ๆ โดยไม่มีอะไรทำ
Sit around หมายถึงอยู่ที่ใดที่หนึ่งโดยไม่ได้ทำสิ่งที่มีจุดประสงค์ชัดเจน คำว่า around เพิ่มความรู้สึกว่าใช้เวลาไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีอะไรทำ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่เป็นวงกลม วลีนี้ยังใช้พูดถึงการรอโดยไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ให้ทำได้ และไม่ได้หมายความว่าคนนั้นต้องนั่งอยู่ทุกวินาที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sit around ในความหมายว่าใช้เวลาไปโดยไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ
- We sat around all afternoon waiting for the call.
- We walked around the park before lunch.
- We sat around the table to eat dinner.
ดูคำตอบ
We sat around all afternoon waiting for the call.
kicking back: ผ่อนคลายแบบสบาย ๆ
Kick back หมายถึงผ่อนคลายและหยุดทำงานหรืองานอื่น ๆ เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเตะไปข้างหลังจริง ๆ Relaxing and kicking back นำความหมายที่คล้ายกันสองอย่างมาวางคู่กัน ทำให้ผู้พูดฟังดูผ่อนคลายและไม่เร่งรีบเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ kick back ในความหมายว่าผ่อนคลาย
- The horse kicked back when I touched the gate.
- After dinner, we kicked back and watched a film.
- They offered him a kickback to approve the deal.
ดูคำตอบ
After dinner, we kicked back and watched a film.
Lucky you.: คำตอบสั้น ๆ ที่แสดงความอิจฉาแบบเป็นมิตร
“Lucky you.” เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายอยู่ในสถานการณ์ที่ดี เป็นรูปละคำของ “You are lucky.” แต่ในการสนทนาไม่ได้เป็นเพียงการบอกข้อเท็จจริงแบบเป็นกลาง มักสื่อถึงความอิจฉาแบบเป็นมิตร ความยินดีกับอีกฝ่าย หรือการหยอกเล็กน้อย ท่าทีขึ้นอยู่กับน้ำเสียง น้ำเสียงอบอุ่นและสดใสมักฟังดูจริงใจ ส่วนน้ำเสียงเรียบหรือจงใจพูดเกินจริงอาจฟังเป็นการประชดเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I have no homework this weekend.” คำตอบใดแสดงความอิจฉาแบบเป็นมิตรได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Never mind.
- That’s too bad.
- Lucky you!
ดูคำตอบ
Lucky you!
Don't you have any work to do?: ความคาดหมายในคำถามปฏิเสธ
“Don't you have ...?” เป็นคำถามปฏิเสธ โดย “don't” อยู่หน้าประธาน “you” และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน “have” ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดไว้อยู่แล้วว่าผู้ฟังน่าจะมีงานทำ คำถามจึงสื่อถึงความประหลาดใจและการทักท้วงเล็กน้อย ไม่ใช่การขอข้อมูลแบบเป็นกลาง “Any work” ถามว่ามีงานให้ทำแม้เพียงเล็กน้อยหรือไม่ ในที่นี้ “work” เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงไม่ใช้ “a” หรือ “an” นำหน้า
แบบฝึกหัด
“Don't you have any work to do?” สื่อความหมายใดชัดเจนที่สุด
- ผู้พูดกำลังเสนองานให้ผู้ฟัง
- ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังน่าจะมีงานให้ทำ
- ผู้พูดกำลังถามคำถามที่เป็นกลางโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังน่าจะมีงานให้ทำ
It may not look it, Neil, but I'm actually as busy as a bee. โน้ต
0:31มันอาจจะดูไม่เป็นแบบนั้นนะนีล แต่จริงๆ แล้วฉันยุ่งเป็นผึ้งงานเลยล่ะ
It may not look it, but...: ความต่างระหว่างรูปลักษณ์กับความจริง
ใน It may not look it คำว่า it ตัวท้ายไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่แทนข้อเท็จจริงหรือสภาพที่ยังไม่ได้พูดและจะบอกต่อจากนั้น ซึ่งในประโยคนี้คือการยุ่งมาก รูปแบบ It may not look it, but... เริ่มจากยอมรับว่าสิ่งที่เห็นทำให้เข้าใจอย่างหนึ่ง แล้วใช้ but บอกความจริงที่ตรงกันข้าม ใช้สื่อว่าความจริงอาจมองไม่ออกจากภายนอก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ It may not look it, but... อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเปรียบต่างรูปลักษณ์กับความจริง
- It may not look it, but this old laptop still runs every app I need.
- It may not look at it, but this old laptop still runs every app I need.
- It may not watch it, but this old laptop still runs every app I need.
ดูคำตอบ
It may not look it, but this old laptop still runs every app I need.
as busy as a bee: ยุ่งมาก
as busy as a bee เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงยุ่งมากหรือทำสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอด ภาพของผึ้งช่วยให้คำบรรยายมีชีวิตชีวาและเน้นความหมาย แต่ไม่ได้เปรียบเทียบปริมาณงานกับผึ้งตามตัวอักษร คำเปรียบเทียบชนิดนี้มีรูปแบบ as + คำคุณศัพท์ + as + a/an + คำนาม ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดอยู่หลัง I'm และบอกสภาพของผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบแบบตายตัวที่หมายถึง “ยุ่งมาก”: Before the school play, Mia was ____ checking costumes and tickets.
ดูคำตอบ
as busy as a bee
you probably think animals are always on the move. วลี
0:40คุณอาจจะคิดว่าสัตว์ต่างๆ เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
If you've seen ... you probably think: เชื่อมประสบการณ์ที่ผ่านมาเข้ากับความคิดที่น่าจะมีในตอนนี้
โครงสร้าง If you've seen/done ..., you probably think ... เชื่อมประสบการณ์ในอดีตที่ยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้เข้ากับความคิดที่ผู้ฟังน่าจะมีอยู่ในปัจจุบัน ในตัวอย่าง การเคยเห็นภาพจากสารคดีคือประสบการณ์ ส่วนความคิดเกี่ยวกับสัตว์คือข้อสรุปที่น่าจะเกิดขึ้น if ในที่นี้ใช้ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงประสบการณ์ที่พบได้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้พูดสงสัยว่าประสบการณ์นั้นเคยเกิดขึ้นหรือไม่ ส่วน probably บอกว่าความคิดนั้นมีแนวโน้มเป็นเช่นนั้น แต่ไม่แน่นอนทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อเชื่อมประสบการณ์ที่ผ่านมาเข้ากับความคิดที่น่าจะมีอยู่ในตอนนี้
- If you read the reviews tomorrow, you probably thought the film was frightening.
- If you've reading the reviews, you probably thinking the film is frightening.
- If you've read the reviews, you probably think the film is frightening.
ดูคำตอบ
If you've read the reviews, you probably think the film is frightening.
on the move: สภาพที่เคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
on the move ใช้ตามหลัง be เพื่อบอกสภาพของการเคลื่อนที่ไปมา เดินทาง หรือทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ในประโยคนี้ always on the move ทำให้ดูเหมือนว่าสัตว์เคลื่อนไหวเกือบตลอดเวลาแทนที่จะพัก วลีนี้รวมการเคลื่อนไหวหลายครั้งให้เป็นสภาพเดียวที่ดำเนินต่อเนื่อง move ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนที่เรียนในบทนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The wildlife photographer is constantly ____, travelling between forests.
ดูคำตอบ
on the move
But the surprising truth is, away from the cameras, ลำดับความ
0:44แต่ความจริงที่น่าประหลาดใจก็คือ เมื่ออยู่ลับหลังกล้อง
away from the cameras: ด้านที่สาธารณชนมองไม่เห็น
ในบริบทของสื่อนี้ away from the cameras หมายถึงสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากภาพที่ถูกบันทึกและนำเสนอต่อสาธารณชน วลีนี้ชี้ไปยังความเป็นจริงที่คนทั่วไปไม่ค่อยเห็น ไม่ได้หมายถึงเพียงการอยู่ห่างจากกล้องในเชิงสถานที่ เมื่อวางหลัง But the surprising truth is วลีนี้จะเตรียมให้เห็นความขัดแย้ง: หลังจากภาพน่าตื่นเต้นที่ผู้ชมเห็น จะมีคำอธิบายอีกแบบเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน วิธีจัดข้อมูลแบบนี้ใช้ได้เมื่อภาพที่นำเสนอต่อสาธารณะแตกต่างจากความเป็นจริงส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ในรายงานเกี่ยวกับนักกีฬาชื่อดัง ประโยคนี้สื่อถึงอะไร? “Away from the cameras, she lives a very quiet life.”
- เธอยืนอยู่ห่างจากกล้องทุกตัวเสมอ
- เธอทำอุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำเธอหาย
- ชีวิตส่วนตัวของเธอเงียบสงบกว่าที่ภาพลักษณ์สาธารณะอาจทำให้คนคิด
ดูคำตอบ
ชีวิตส่วนตัวของเธอเงียบสงบกว่าที่ภาพลักษณ์สาธารณะอาจทำให้คนคิด
most animals spend most of their time doing absolutely nothing at all. วลี
0:48สัตว์ส่วนใหญ่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการไม่ทำอะไรเลยโดยสิ้นเชิง
spend most of their time doing: บอกว่าเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับอะไร
spend most of their time doing ... หมายถึงกิจกรรมหนึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ spend + ปริมาณเวลา + รูป -ing โดยวลี -ing บอกว่ากิจกรรมนั้นคืออะไร คำแสดงความเป็นเจ้าของมักต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I spend most of my time ... แต่ใช้ she spends most of her time ... เมื่อประธานคือ she ในประโยคต้นฉบับ doing absolutely nothing at all อยู่ในตำแหน่งของกิจกรรมและเน้นอย่างมากว่าไม่ได้ทำอะไรเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ read: She spends most of her free time ____ before bed.
ดูคำตอบ
reading
why have some animals evolved to do nothing?
0:56ทำไมสัตว์บางชนิดถึงมีวิวัฒนาการมาเพื่อที่จะไม่ทำอะไรเลย
where finding food and shelter is hard work: เพิ่มข้อมูลพื้นหลังด้วย where
อนุประโยค where finding food and shelter is hard work ให้ข้อมูลพื้นหลังเพิ่มเติมเกี่ยวกับ the natural world ในที่นี้ where หมายถึง ในสภาพแวดล้อมนั้น โดยเชื่อมข้อมูลกลับไปยัง the natural world ไม่ได้เริ่มประโยคใหม่แยกต่างหาก เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยคนี้เป็นข้อมูลเสริม where ไม่ได้ใช้อธิบายเฉพาะสถานที่จริงเท่านั้น แต่ยังตามหลังคำที่สื่อถึงสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ได้ เช่น a team where everyone helps
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ where ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์
- We joined a team where does everyone help.
- We joined a team where everyone helps.
- We joined a team who everyone helps.
ดูคำตอบ
We joined a team where everyone helps.
work for humans: ได้ผลหรือเหมาะกับมนุษย์
ใน work for humans คำว่า work หมายถึง ให้ผลตามที่ต้องการ หรือ เหมาะกับ ไม่ได้หมายถึง ทำงาน ส่วน for humans ระบุว่าความคิดนี้อาจได้ผลกับใคร รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ something works for someone หมายถึง วิธี แผน ตารางเวลา หรือวิธีแก้ปัญหานั้นได้ผลหรือเหมาะกับบุคคลหรือกลุ่มนั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่มีความหมายว่า เหมาะกับ ลงในประโยค: This schedule may ____ busy families, but it does not suit everyone.
ดูคำตอบ
work for
That's what we'll be discussing in this program. ลำดับความ
1:05นั่นคือสิ่งที่เราจะมาพูดคุยกันในรายการนี้
That's what we'll be discussing: การแนะนำหัวข้อถัดไป
That's what we'll be discussing ใช้ย้อนกลับไปถึงคำถามหรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง และกำหนดให้สิ่งนั้นเป็นหัวข้อถัดไป ในประโยคนี้ That's อ้างถึงคำถามก่อนหน้า ส่วน what we'll be discussing หมายถึง “สิ่งที่เราจะพูดคุยกัน” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ไม่ใช่คำถามโดยตรง แต่ช่วยเติมข้อความหลัง That's ให้สมบูรณ์ ทำให้ผู้พูดจบบทนำและพาผู้ฟังเข้าสู่การพูดคุยหลัก
แบบฝึกหัด
พิธีกรเพิ่งถามว่า “Can music help us focus?” ประโยคใดทำให้คำถามนี้กลายเป็นหัวข้อของรายการได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- That's what we'll be discussing in today's show.
- What will we be discussing in today's show?
- That's what we discussed before today's show.
ดูคำตอบ
That's what we'll be discussing in today's show.
And as usual, we'll be learning some useful new vocabulary as well.
1:07และเช่นเคย เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์กันด้วย
But first, let me work up the energy to ask you a question, Neil. สำนวน
1:12แต่ก่อนอื่น ขอฉันรวบรวมพลังงานเพื่อถามคำถามคุณก่อนนะ นีล
work up the energy: ค่อย ๆ รวบรวมพลังเพื่อเริ่มลงมือทำ
work up the energy หมายถึงค่อย ๆ รวบรวมพลังทางกาย พลังใจ หรือแรงจูงใจให้มากพอที่จะทำบางอย่าง โครงสร้างคือ work up + the energy + to + กริยารูปพื้นฐาน โดยส่วนที่ขึ้นต้นด้วย to จะบอกการกระทำที่รู้สึกว่าเริ่มทำได้ยาก ในประโยคนี้ การถามคำถามปกติใช้แรงเพียงเล็กน้อย ผู้พูดจึงจงใจพูดเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์ขันและเชื่อมกับหัวข้อความขี้เกียจ work up ในที่นี้หมายถึง “ค่อย ๆ สร้างหรือสะสม” ไม่ใช่ “ทำงาน” หรือ “เคลื่อนขึ้นด้านบน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ค่อย ๆ รวบรวมพลังให้เพียงพอ”: I need a minute to ____ to get off the sofa.
ดูคำตอบ
work up the energy
Of course, some animals have a reputation for lounging about. วลี
1:17แน่นอนว่า สัตว์บางชนิดมีชื่อเสียงในเรื่องการนอนเลื้อยไปมา
have a reputation for lounging about: เป็นที่รู้จักจากพฤติกรรมหนึ่ง
have a reputation for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากลักษณะหรือพฤติกรรมบางอย่าง ในประโยคนี้ for lounging about บอกว่าสัตว์เหล่านั้นขึ้นชื่อเรื่องอะไร นั่นคือใช้เวลาส่วนใหญ่พักผ่อนและแทบไม่ทำอะไรเลย reputation คือภาพลักษณ์ที่หลายคนมีร่วมกัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงหรือคำชม คำที่ตามหลัง for จะบอกว่าชื่อเสียงนั้นเป็นด้านบวก ด้านลบ หรือเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have a reputation for: The bakery ____ making delicious bread.
ดูคำตอบ
has a reputation for
Lions, for example, can sleep up to 20 hours a day. วลี
1:21อย่างเช่น สิงโต สามารถนอนหลับได้ถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน
up to 20 hours a day: ค่าสูงสุด ไม่ใช่ปริมาณตายตัว
up to 20 hours a day หมายถึงในหนึ่งวันมีค่าสูงสุดที่ 20 ชั่วโมง เวลาจริงอาจน้อยกว่านั้นได้ ประโยคนี้บอกว่าสิงโตอาจนอนได้นานถึงขีดจำกัดนั้น ไม่ได้หมายความว่าสิงโตทุกตัวจะนอนครบ 20 ชั่วโมงทุกวันเสมอ ใช้ up to หน้าตัวเลขหรือปริมาณเพื่อบอกค่าสูงสุดที่อาจไปถึงได้ เช่น เวลา ราคา ความเร็ว หรือความจุ ส่วน a day ในที่นี้บอกว่าช่วงเวลาที่ใช้วัดปริมาณคือหนึ่งวัน
แบบฝึกหัด
ใช้ up to เพื่อบอกว่า 30 นาทีเป็นเวลาสูงสุดที่อาจใช้: Delivery may take ____.
ดูคำตอบ
up to 30 minutes
I'll reveal the correct answer at the end of the program.
1:43ฉันจะเฉลยคำตอบที่ถูกต้องในตอนท้ายของรายการ
Now, it's no surprise that lazy lions love relaxing, ลำดับความ
1:46ทีนี้ มันไม่น่าแปลกใจเลยที่สิงโตขี้เกียจจะชอบการพักผ่อน
It's no surprise that: บอกข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามคาด
It's no surprise that ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดมองว่าเป็นไปตามคาดหรือยอมรับได้ง่าย ในประโยคนี้ การที่สิงโตขี้เกียจชอบพักผ่อนถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องที่คาดอยู่แล้ว คำว่า surprise หมายถึงสิ่งที่ไม่คาดคิด ไม่ใช่ของขวัญหรือเหตุการณ์น่ายินดีที่เตรียมไว้ให้ใคร อนุประโยคหลัง that ระบุข้อเท็จจริงที่เป็นไปตามคาด ในการอธิบายหรือให้เหตุผล โครงสร้างนี้ช่วยสร้างความเห็นร่วมกันก่อน แล้วจึงใช้ข้อความที่ขัดแย้งกันเพื่อนำไปสู่ประเด็นที่คาดไม่ถึงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่มี no surprise และหมายถึง 'นี่เป็นเรื่องที่คาดไว้แล้ว': ____ the park is crowded on a sunny Saturday.
ดูคำตอบ
It's no surprise that
but even animals with reputations for being busy spend time doing nothing. ลำดับความ
1:50แต่แม้แต่สัตว์ที่มีชื่อเสียงเรื่องความยุ่งก็ยังใช้เวลาไปกับการไม่ทำอะไรเลย
even animals with reputations for being busy: เน้นกรณีที่ผิดจากความคาดหมาย
Even ทำให้ animals with reputations for being busy เป็นกลุ่มที่ผู้ฟังคาดน้อยที่สุดว่าจะใช้เวลาโดยไม่ทำอะไรเลย คำนี้รวมกลุ่มดังกล่าวไว้ในข้อกล่าวอ้าง พร้อมบอกว่าการรวมกลุ่มนี้ขัดกับความคาดหมายทั่วไป with reputations for being busy หมายความว่าสัตว์เหล่านี้เป็นที่รู้จักหรือมักถูกมองว่ายุ่ง ไม่ได้หมายความว่าพวกมันยุ่งอยู่ทุกขณะ การเลือกกลุ่มที่ดูไม่น่าเป็นไปได้นี้ทำให้ even ช่วยเน้นข้อคิดโดยรวมให้หนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
มีหลายคนลืมการประชุม แต่ทุกคนคาดว่ากัปตันทีมผู้รอบคอบจะจำได้ ประโยคใดใช้ even เพื่อเน้นบุคคลที่ไม่น่าจะลืมมากที่สุด
- Even the team captain forgot the meeting.
- The team captain forgot the meeting early.
- The team captain also forgot the meeting.
ดูคำตอบ
Even the team captain forgot the meeting.
and you'll see around half of them just sitting there motionless. การใช้คำ
1:59และคุณจะเห็นว่าพวกมันราวๆ ครึ่งหนึ่งแค่นั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น
around half of them: ประมาณครึ่งหนึ่ง
ในที่นี้ around แปลว่า “ประมาณ” และขยาย half ส่วน around half of them หมายถึงสมาชิกเกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มกำลังอยู่นิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 50 เปอร์เซ็นต์พอดี เมื่อวางหน้าตัวเลขหรือเศษส่วน around จะแสดงว่าเป็นค่าประมาณ เช่น around 20 people, around a third of the class ในประโยคนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งในพื้นที่
แบบฝึกหัด
around half of the seats ในประโยค “Around half of the seats were empty” หมายความว่าอย่างไร
- ที่นั่งครึ่งหนึ่งพอดี
- ที่นั่งซึ่งวางอยู่รอบห้อง
- ที่นั่งประมาณครึ่งหนึ่ง
ดูคำตอบ
ที่นั่งประมาณครึ่งหนึ่ง
Here is Professor Dan Charbonneau, an expert in insect behavior,
2:04นี่คือศาสตราจารย์ แดน ชาร์บอนโน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมแมลง
discussing the lazy rock ant with Emily Knight, presenter of BBC Radio 4 program Naturebang. วลี
2:08กำลังพูดคุยเกี่ยวกับมดหินที่ขี้เกียจกับ เอมิลี่ ไนท์ พิธีกรรายการ Naturebang ของวิทยุ BBC Radio 4
discussing X with Y: บอกหัวข้อก่อน แล้วบอกผู้ร่วมสนทนาหลัง with
โครงสร้าง discuss X with Y หมายถึง “พูดคุยเรื่อง X ร่วมกับ Y” ในคำบรรยายนี้ the lazy rock ant เป็นหัวข้อ และ Emily Knight เป็นผู้ร่วมสนทนาอีกคนหนึ่ง with ในที่นี้ไม่ได้บอกเครื่องมือ discuss ตามด้วยหัวข้อโดยตรงโดยไม่เติม about เช่น discuss the results with the team ในที่นี้ discussing ซึ่งเป็นรูป -ing เป็นส่วนหนึ่งของการเกริ่นบทสนทนาอย่างกระชับ ส่วนโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปใช้ต่อได้คือ discuss X with Y
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง discuss X with Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: I need to ____ the budget ____ our manager.
ดูคำตอบ
discuss · with
has focused on: บอกจุดเน้นของงานวิจัยที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
focus on หมายถึงการมุ่งงานวิจัย ความสนใจ หรือความพยายามไปยังเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ใน has focused on ant colonies คำที่อยู่หลัง on คือ ant colonies ซึ่งบอกหัวข้องานวิจัยของแดน has focused เป็นรูป present perfect ใช้นำเสนอจุดเน้นของงานวิจัยในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันโดยไม่ระบุวันที่แน่นอน แต่ตัวรูปนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่างานทุกโครงการในปัจจุบันยังมีจุดเน้นเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ focus on: For the past year, our study ____ how sleep affects memory.
ดูคำตอบ
has focused on
a species called Temnothorax or the rock ant.
2:21ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เรียกว่า Temnothorax หรือมดหิน
I think ants are sort of a symbol of like industriousness, you know. น้ำเสียง/เจตนา
2:24ผมคิดว่ามดเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความอุตสาหะ คุณรู้ไหม
sort of ... like: ลดความหนักแน่นและเว้นจังหวะในการพูด
sort of ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวที่ว่ามดเป็นสัญลักษณ์ของความขยัน ทำให้แนวคิดนี้ฟังดูเป็นการกล่าวโดยประมาณหรืออย่างระมัดระวัง ไม่ใช่คำนิยามที่ตายตัว ในที่นี้ like เป็นคำเติมก่อน industriousness ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ ในการเลือกคำถัดไป ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” และไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองคำแสดงถึงภาษาพูดที่เกิดขึ้นสด ๆ และมีความลังเลเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
sort of และ like ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ทั้งสองคำทำให้ข้อความแม่นยำและเป็นทางการ
- ทั้งสองคำช่วยให้ข้อความนุ่มนวลลงและให้เวลาผู้พูดเลือกคำ
- ทั้งสองคำแสดงว่ามดชอบความขยัน
ดูคำตอบ
ทั้งสองคำช่วยให้ข้อความนุ่มนวลลงและให้เวลาผู้พูดเลือกคำ
They have this whole tiny little society going on that's kind of similar to ours, กริยาวลี
2:27พวกมันมีสังคมเล็กๆ ทั้งสังคมที่ดำเนินไปคล้ายๆ กับของเรา
going on: กำลังเกิดขึ้นหรือดำเนินอยู่
ในประโยคนี้ going on หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น มีอยู่ หรือดำเนินไป” มดมีสังคมเล็ก ๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ กล่าวคือ ระบบสังคมของพวกมันกำลังทำงานอย่างแข็งขัน ในโครงสร้างอย่าง there is something going on หรือ have something going on วลีนี้ใช้อธิบายสถานการณ์หรือกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
แบบฝึกหัด
going on หมายถึงอะไรในประโยคนี้? There are three games going on in the park.
- มีเกมสามเกมกำลังจัดขึ้นในสวนสาธารณะ
- เกมสามเกมกำลังเคลื่อนที่ไปทางสวนสาธารณะ
- เกมสามเกมถูกยกเลิกแล้ว
ดูคำตอบ
มีเกมสามเกมกำลังจัดขึ้นในสวนสาธารณะ
a some idealized version of what humans might be if we could only like pull it together and all work together. โน้ต
2:31เป็นเหมือนภาพในอุดมคติว่ามนุษย์จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถร่วมมือและทำงานร่วมกันได้
if we could only: เงื่อนไขที่หวังไว้แต่ทำได้ยาก
ใน if we could only pull it together คำว่า if นำเสนอเงื่อนไขสมมุติ และ could แสดงว่าความสามารถนั้นยังไม่แน่นอน ส่วน only ชี้ว่าการกระทำนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่ยังขาดอยู่ ผู้พูดกำลังจินตนาการว่ามนุษย์อาจเป็นอย่างไรถ้าร่วมมือกันได้สำเร็จ ถ้อยคำนี้มักมีทั้งความหวังและความรู้สึกคับข้องใจ ใกล้เคียงกับ “ถ้าเพียงแต่เราสามารถทำให้สำเร็จได้...” ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงคนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ลงมือทำได้
แบบฝึกหัด
if we could only สื่อความหมายอย่างไรในประโยคนี้? If we could only listen to each other, we might solve this.
- การฟังกันและกันเป็นเงื่อนไขสำคัญที่หวังให้เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนจะทำได้ยาก
- ทุกคนฟังกันและกันและแก้ปัญหาได้แล้ว
- มีเพียงคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ฟัง
ดูคำตอบ
การฟังกันและกันเป็นเงื่อนไขสำคัญที่หวังให้เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนจะทำได้ยาก
pull it together: กลับมาควบคุมสถานการณ์และจัดระเบียบใหม่
Pull it together เป็นสำนวนที่หมายถึงการกลับมาควบคุมสถานการณ์ ตั้งสมาธิ หรือจัดระเบียบใหม่หลังจากเกิดความสับสนหรือทำได้ไม่ดี ในประโยคนี้หมายถึงมนุษย์ต้องจัดระเบียบตนเองให้ดีพอที่จะร่วมมือกัน ไม่ได้หมายถึงการดึงสิ่งของจริง ๆ คำสรรพนาม it กล่าวถึงสถานการณ์ทั้งหมดหรือความพยายามร่วมกันแบบกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง สำนวนนี้บอกถึงการเปลี่ยนจากความวุ่นวายไปสู่การกระทำที่เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ
แบบฝึกหัด
โค้ชพูดว่า We are making careless mistakes, but we can still pull it together. ในที่นี้ pull it together หมายความว่าอะไร
- เลิกพยายามร่วมมือกัน
- กลับมาตั้งสมาธิและทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
- ลากอุปกรณ์ทั้งหมดมาไว้ในที่เดียวจริง ๆ
ดูคำตอบ
กลับมาตั้งสมาธิและทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
as industrious as the ants: การเปรียบเทียบระดับเท่ากันด้วย as ... as
โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงว่าคนหรือสิ่งของสองอย่างมีคุณสมบัติบางอย่างในระดับเท่ากัน ใน as industrious as the ants คำว่า industrious บอกคุณสมบัติที่เปรียบเทียบ และ the ants คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ as ตัวแรกอยู่หน้าคำคุณศัพท์ ส่วน as ตัวที่สองนำหน้าสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ เนื่องจากประโยคนี้ใช้ could จึงพูดถึงความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะขยันได้เท่ากับมด ไม่ได้บอกว่ามนุษย์ขยันเท่ากับมดอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบระดับเท่ากันให้สมบูรณ์: This backpack is ____ heavy ____ that one.
ดูคำตอบ
as · as
you know, roughly about half the colony is inactive at any given time. วลี
2:39คุณรู้ไหม ประมาณครึ่งหนึ่งของอาณาจักรจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ
when you look at it: เกริ่นสิ่งที่พบเมื่อพิจารณาให้ละเอียด
ในประโยคนี้ when you look at it หมายถึง “เมื่อพิจารณาสถานการณ์ให้ละเอียดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “เมื่อมองวัตถุชิ้นหนึ่ง” คำสรรพนาม it ชี้กลับไปยังประเด็นที่กำลังพูดถึง คือจริง ๆ แล้วฝูงมดมีความกระตือรือร้นแค่ไหน วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง But then บอกการเปลี่ยนจากภาพคุ้นเคยว่ามดขยัน ไปสู่ข้อสังเกตที่น่าแปลกใจว่ามดจำนวนมากไม่ได้ทำกิจกรรมอยู่ ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้เกริ่นสิ่งที่เห็นชัดขึ้นหลังจากพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ when you look at it เพื่อเกริ่นสิ่งที่ค้นพบหลังจากพิจารณาสถานการณ์ให้ละเอียดขึ้น
- Wear dark glasses when you look at the bright light.
- Use a magnifying glass when you look at the tiny stamp.
- The timetable seems simple, but when you look at it, three classes overlap.
ดูคำตอบ
The timetable seems simple, but when you look at it, three classes overlap.
at any given time: ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่เจาะจง
at any given time หมายถึง “ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งที่เลือกมาพิจารณา” วลีนี้ให้ภาพ ณ ขณะหนึ่ง กล่าวคือ ถ้าหยุดดูฝูงมดในช่วงเวลาหนึ่ง จะพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งไม่ได้ทำกิจกรรมอยู่ given ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “เฉพาะเจาะจง” หรือ “ที่กำหนดไว้” ไม่ได้บอกว่ามีการมอบอะไรให้ใคร วลีนี้ใช้ได้ดีกับจำนวน ขีดจำกัด และสถานะที่เปลี่ยนแปลง และไม่ได้หมายความว่ามดกลุ่มเดิมไม่ทำกิจกรรมอยู่ตลอดเวลา
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ณ ช่วงเวลาเฉพาะเวลาใดเวลาหนึ่ง” ให้สมบูรณ์: The website can handle up to 5,000 visitors ____.
ดูคำตอบ
at any given time
Groups of ants called colonies seem tiny perfect societies where everyone works hard for the good of the group. วลี
2:49กลุ่มของมดที่เรียกว่าอาณาจักรดูเหมือนสังคมที่สมบูรณ์แบบเล็กๆ ที่ทุกคนทำงานหนักเพื่อประโยชน์ของกลุ่ม
for the good of the group: ทำเพื่อประโยชน์ร่วมกันของกลุ่ม
ในที่นี้ for the good of the group หมายถึง “เพื่อให้ทั้งกลุ่มได้รับประโยชน์” วลีนี้บอกว่าการทำงานของทุกตัวเป็นไปเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เพื่อมดตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น ในโครงสร้าง for the good of + บุคคลหรือกลุ่ม คำว่า good เป็นคำนามที่หมายถึง “ประโยชน์” หรือ “ความเป็นอยู่ที่ดี” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ good
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้วลีที่เน้นไว้และคำนาม team: The captain changed the plan ____.
ดูคำตอบ
for the good of the team
One possible answer is that they're reserve ants,
3:00คำตอบที่เป็นไปได้ข้อหนึ่งคือพวกมันเป็นมดสำรอง
ready to step in if disease or disaster strike. กริยาวลี
3:03ที่พร้อมจะเข้ามาแทรกแซงหากเกิดโรคระบาดหรือภัยพิบัติ
step in: เข้ามาช่วยหรือรับช่วงเมื่อจำเป็น
ในที่นี้ step in หมายถึงการเข้ามาช่วยจัดการและรับผิดชอบเมื่อจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ ในประโยคนี้ พวกมันพร้อมรับช่วงงานเมื่อเกิดโรคหรือภัยพิบัติ ไม่ได้หมายถึงการก้าวเข้าไปในสถานที่จริง ๆ กริยาวลีนี้ใช้บอกการทำหน้าที่แทนใครบางคนชั่วคราว หรือการเข้าแทรกแซงเพื่อไม่ให้ปัญหาแย่ลงได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เน้นไว้: When the teacher had to leave, another teacher was ready to ____ and lead the class.
ดูคำตอบ
step in
But could it simply be that they don't work because they don't need to? ไวยากรณ์
3:07แต่มันเป็นไปได้ไหมที่พวกมันแค่ไม่ทำงานเพราะมันไม่จำเป็นต้องทำ
could it simply be that...?: เสนอคำอธิบายง่าย ๆ ที่อาจเป็นไปได้อย่างนุ่มนวล
Could it simply be that...? ใช้ถามว่าสิ่งหนึ่งอาจเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้หรือไม่ ในที่นี้ could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้แสดงความสามารถ simply เพิ่มความหมายว่าคำอธิบายอาจไม่ซับซ้อน หรือประมาณว่า “อาจเป็นเพียงว่า...” คำถามนี้เสนอข้อสันนิษฐานอย่างนุ่มนวล แทนที่จะบอกว่าเป็นข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามแบบนุ่มนวลด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ the dog is hiding because of the thunder?
ดูคำตอบ
Could it simply be that
don't need to: ละคำกริยาที่ซ้ำหลัง to
ใน because they don't need to คำกริยา work ถูกละไว้ เพราะปรากฏแล้วใน they don't work รูปเต็มคือ because they don't need to work ภาษาอังกฤษสามารถคงเครื่องหมาย infinitive คือ to ไว้ แล้วละวลีกริยาที่ซ้ำได้ เมื่อผู้ฟังเข้าใจชัดว่าการกระทำที่หายไปคืออะไร ดังนั้น to ท้ายประโยคจึงทำให้โครงสร้างสมบูรณ์ และในที่นี้หมายถึง need to work
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบโดยใช้การละ infinitive เพื่อไม่พูด print the pass ซ้ำ: A: Do we need to print the pass? B: No, we ____.
ดูคำตอบ
don't need to
Would you get out of bed on Monday morning if you didn't have to? โน้ต
3:12คุณจะลุกจากเตียงในเช้าวันจันทร์ไหมถ้าคุณไม่จำเป็นต้องลุก
get out of bed: ลุกออกจากเตียงจริง ๆ
get out of bed หมายถึงการออกจากเตียงหลังจากนอนหรือนอนหลับอยู่ ในคำถามนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงการลุกออกจากเตียงจริง ๆ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการเริ่มเช้าวันจันทร์ ไม่ใช่เพียงแค่ตื่นนอน สำหรับกิจวัตรนี้ ภาษาอังกฤษใช้ get out of bed อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน leave the bed อาจใช้บอกว่าเดินออกห่างจากเตียงใดเตียงหนึ่งได้ แต่ไม่ใช่สำนวนปกติสำหรับการบอกว่าลุกจากเตียงในตอนเช้า
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ get out of bed เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the alarm rang, I ____ and got dressed.
ดูคำตอบ
got out of bed
if you didn't have to: การละการกระทำหลัง have to
have to หมายถึงจำเป็นต้องหรือถูกกำหนดให้ทำบางอย่าง ใน if you didn't have to คำบอก infinitive คือ to ยังคงอยู่ แต่ละการกระทำ get out of bed ที่กล่าวไปแล้วจะถูกละไว้ ภาษาอังกฤษละส่วนนี้ได้เพราะผู้ฟังเข้าใจการกระทำจากอนุประโยคก่อนหน้า การใช้ didn't ทำให้อนุประโยค if ในที่นี้เป็นเงื่อนไขสมมติว่า ถ้าการลุกจากเตียงไม่จำเป็น ในโครงสร้างนี้ have to แสดงถึงหน้าที่หรือความจำเป็น ไม่ได้แปลว่ามีหรือครอบครอง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสมมติด้วย if you didn't have to โดยละการกระทำที่ซ้ำ: The trip is optional. Would you go ____?
ดูคำตอบ
if you didn't have to
Maybe the ants can teach us a thing or two about relaxing. สำนวน
3:16บางทีมดอาจจะสอนเราสักเรื่องสองเรื่องเกี่ยวกับการพักผ่อนได้
teach us a thing or two: ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน
teach someone a thing or two about something หมายถึงการให้ความรู้หรือบทเรียนที่เป็นประโยชน์แก่ใครสักคนเกี่ยวกับเรื่องนั้น ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกว่ามนุษย์อาจเรียนรู้วิธีผ่อนคลายจากมดได้ a thing or two จงใจบอกจำนวนแบบไม่เจาะจง และโดยปกติไม่ได้หมายถึงหนึ่งหรือสองอย่างพอดี สำนวนนี้ยังทำให้ข้อความฟังดูสบาย ๆ และเป็นกันเอง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึงให้ความรู้เชิงปฏิบัติที่เป็นประโยชน์แก่เราในประโยคนี้: Rosa can ____ repairing old clocks.
ดูคำตอบ
teach us a thing or two about
But wouldn't it get boring just sitting around all day?
3:20แต่มันจะน่าเบื่อไหมถ้าต้องนั่งอยู่เฉยๆ ทั้งวัน
Not according to psychologist Dr. Sandi Mann. ลำดับความ
3:23ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ตามความเห็นของนักจิตวิทยา ดร. แซนดี้ แมนน์
Not according to...: ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างโดยอ้างแหล่งข้อมูล
Not according to + แหล่งข้อมูล เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายความว่าแหล่งข้อมูลนั้นไม่สนับสนุนข้อความหรือคำตอบที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ในที่นี้มีการยกนักจิตวิทยาเป็นแหล่งที่มาของมุมมองตรงกันข้าม วลีนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือ Not ปฏิเสธแนวคิดก่อนหน้า และ according to ระบุบุคคล รายงาน หรือหลักฐานที่เป็นที่มาของการปฏิเสธนั้น According to ใช้บอกแหล่งข้อมูล ไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วยกับใคร
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบสั้น ๆ ที่ปฏิเสธแนวคิดโดยอ้างแหล่งข้อมูล: Is the pool closed today? ____ the council website.
ดูคำตอบ
Not according to
She thinks being productive, working to produce a lot for the amount of resources we use,
3:27เธอคิดว่าการมีประสิทธิผล การทำงานเพื่อผลิตให้ได้มากๆ สำหรับปริมาณทรัพยากรที่เราใช้นั้น
is overrated: ได้รับการประเมินสูงเกินกว่าที่ควร
Be overrated หมายถึงได้รับคำชม คุณค่า หรือความสำคัญมากกว่าที่ผู้พูดคิดว่าสมควรได้รับ สำนวนนี้มีนัยวิจารณ์ ไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งนั้นได้รับคะแนนสูง ในประโยคนี้ ประธานทางไวยากรณ์คือแนวคิดทั้งหมดของ being productive ส่วน is overrated แสดงว่าเธอคิดว่าสังคมให้คุณค่ากับผลิตภาพมากเกินไป โครงสร้าง X is overrated ใช้โต้แย้งความคิดเห็นเชิงบวกที่คนทั่วไปมีต่อ X ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึงได้รับคำชมมากกว่าที่สมควร: Everyone praises the cafe, but I think it ____.
ดูคำตอบ
is overrated
Boredom has its benefits: ยอมรับด้านบวกของความเบื่อ
รูปแบบ X has its benefits หมายความว่า X มีข้อดีอยู่จริง แม้ว่าจะมีข้อเสียด้วยหรือมักถูกมองในแง่ลบ รูปแบบนี้ช่วยนำเสนอมุมมองที่สมดุล แทนที่จะบอกว่า X เป็นสิ่งดีทั้งหมด ในที่นี้ its ย้อนกลับไปหมายถึง boredom และ benefits หมายถึงผลดีหรือข้อดี ส่วน too เพิ่มอีกหนึ่งประเด็นว่า ความเบื่อไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเท่านั้น แต่ยังอาจช่วยได้ในบางด้านด้วย
แบบฝึกหัด
เติมข้อความแสดงความคิดเห็นแบบสมดุลด้วยรูปแบบจากบทเรียน: Working in a small team ____, even if decisions take longer.
ดูคำตอบ
has its benefits
as she explains to BBC Radio 4 program Naturebang.
3:36ตามที่เธอได้อธิบายไว้ในรายการ Naturebang ของวิทยุ BBC Radio 4
you know, if we hadn't been bored and were wondering what on Earth would happen if we mix this with this, you know? น้ำเสียง/เจตนา
3:46ถ้าเราไม่ได้รู้สึกเบื่อและสงสัยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกนี้ถ้าเราเอาอันนี้มาผสมกับอันนี้
Would ... have invented ... if ... hadn't been: จินตนาการถึงอดีตอีกแบบ
คำถามนี้จินตนาการถึงอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง มนุษย์เคยรู้สึกเบื่อ แต่ผู้พูดกำลังคิดถึงประวัติศาสตร์อีกแบบที่มนุษย์ไม่ได้รู้สึกเบื่อ แล้วถามว่าสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นจะยังเกิดขึ้นหรือไม่ ใช้ would have + กริยาช่องที่ 3 เพื่อบอกผลลัพธ์ในอดีตที่จินตนาการขึ้น และใช้ if + had + กริยาช่องที่ 3 เพื่อบอกเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริง: Would ... have invented ... if ... hadn't been ...? ในที่นี้ would have invented หมายถึงอดีตอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่อนาคต
แบบฝึกหัด
เติมคำถามเกี่ยวกับอดีตอีกแบบที่จินตนาการขึ้น โดยใช้ find และ not look: Would Leo ____ the key if he ____ under the sofa?
ดูคำตอบ
have found · hadn't looked
what on Earth: ทำให้คำถามหนักแน่นขึ้น
ใน what on Earth คำว่า on Earth ใช้เน้นคำถาม what ให้แรงขึ้น มีความหมายใกล้เคียงกับ “究竟是什么” และอาจแสดงความอยากรู้อยากเห็น ความประหลาดใจ ความสับสน หรือความรำคาญอย่างมาก ในประโยคนี้แสดงความอยากรู้อย่างมากเกี่ยวกับผลของการนำสิ่งต่าง ๆ มาผสมกัน ในรูปแบบนี้ on Earth ไม่ใช่วลีบอกสถานที่ คำเน้นแบบเดียวกันสามารถตามหลังคำแสดงคำถามอื่นได้ เช่น who on Earth, where on Earth, why on Earth และ how on Earth
แบบฝึกหัด
เติมคำเน้นสองคำที่ทำให้คำถามฟังดูสับสนมาก: Where ____ did my backpack go?
ดูคำตอบ
on Earth
Are all these sorts of inventions the mother of boredom? สำนวน
3:52สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ทั้งหมดคือมารดาแห่งความเบื่อหน่ายใช่ไหม
the mother of boredom?: การพลิกสุภาษิตอย่างขบขัน
the mother of boredom ยืมโครงสร้างมาจากสุภาษิตที่รู้จักกันดีว่า Necessity is the mother of invention หรือ «ความจำเป็นคือมารดาแห่งการประดิษฐ์» ในสุภาษิตนี้ mother of หมายถึงต้นกำเนิดหรือสาเหตุของบางสิ่ง แต่ในที่นี้ผู้พูดถามอย่างขบขันว่าสิ่งประดิษฐ์กลับเป็นสาเหตุของความเบื่อหน่ายหรือไม่ จึงเป็นการสลับความสัมพันธ์เพื่อสร้างแนวคิดที่น่าประหลาดใจและมีอารมณ์ขัน นี่เป็นการดัดแปลงขึ้นเฉพาะสำหรับบริบทนี้ ไม่ใช่สุภาษิตที่ใช้กันเป็นปกติ เมื่อวลีหนึ่งคล้ายคำกล่าวที่รู้จักกันดีแต่เปลี่ยนคำสำคัญ ให้เปรียบเทียบกับต้นฉบับและมองหาแนวคิดใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนนั้น
แบบฝึกหัด
วลี the mother of boredom ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ดัดแปลงสุภาษิตที่คุ้นเคยอย่างขบขันเพื่อสื่อว่าสิ่งประดิษฐ์อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่าย
- บอกว่าความเบื่อหน่ายมีผู้ปกครองอยู่จริง ๆ
- กล่าวสุภาษิตดั้งเดิมตามรูปแบบมาตรฐาน
ดูคำตอบ
ดัดแปลงสุภาษิตที่คุ้นเคยอย่างขบขันเพื่อสื่อว่าสิ่งประดิษฐ์อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่าย
constant stimulation: สิ่งเร้าที่เข้ามาต่อเนื่องต่อประสาทสัมผัสและจิตใจ
constant stimulation หมายถึงกระแสของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและทำให้ประสาทสัมผัสหรือจิตใจตื่นตัว เช่น การแจ้งเตือน เสียง วิดีโอ และข้อมูลใหม่ ๆ คำว่า constant เน้นว่าแทบไม่มีช่วงพักเลย ในที่นี้ stimulation อธิบายสภาพหรือประสบการณ์โดยรวม ไม่ใช่สิ่งกระตุ้นเพียงอย่างเดียว วลีนี้มีประโยชน์เมื่อต้องพูดถึงเทคโนโลยี สมาธิ สภาพแวดล้อมที่วุ่นวาย และจังหวะชีวิตสมัยใหม่
แบบฝึกหัด
เติมกลุ่มคำสองคำที่หมายถึง «ข้อมูลหรือสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสหรือจิตใจที่ไม่หยุดพัก» ลงในประโยค: Notifications and short videos can create ____ all day.
ดูคำตอบ
constant stimulation
switching off: พักสมองและผ่อนคลาย
ในที่นี้ switching off หมายถึงการหยุดคิดถึงความกังวล งาน หรือข้อมูลที่เข้ามาเรื่อย ๆ ชั่วคราว เพื่อให้ผ่อนคลาย ไม่ได้หมายถึงการปิดอุปกรณ์ Switching off เป็นวลีรูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ is harder เมื่อกำลังพูดถึงคน ไม่มีอุปกรณ์เป็นกรรม และบริบทเกี่ยวกับการพักใจ switch off จะมีความหมายเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ switch off ในความหมายว่า “พักสมอง”
- The timer switches the heater off at nine.
- Before bed, I switch off the bedroom light.
- After homework, I draw for ten minutes to switch off.
ดูคำตอบ
After homework, I draw for ten minutes to switch off.
harder than it's ever been: ยากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้
Harder than it's ever been หมายถึง “ตอนนี้ยากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้” ever ครอบคลุมเวลาทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงช่วงใดช่วงหนึ่งในอดีต ในที่นี้ it's เป็นรูปย่อของ it has ไม่ใช่ it is รูปเต็มคือ harder than it has ever been โครงสร้าง “คำขั้นกว่า + than + ประธาน + has/have ever been” แสดงว่าระดับในปัจจุบันมากกว่าทุกระดับที่ผ่านมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าสิ่งหนึ่งในตอนนี้ยากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้
- Making time to read is harder than it's ever been.
- Making time to read is hardest than it's ever been.
- Making time to read is harder than it ever be.
ดูคำตอบ
Making time to read is harder than it's ever been.
That's why we're constantly swiping and scrolling and looking for the next big thing and the new thing โน้ต
4:01นั่นเป็นเหตุผลที่เรามักจะปัดและเลื่อนหน้าจออยู่เสมอ และมองหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแปลกใหม่สิ่งต่อไป
That's why: จากเหตุผลที่กล่าวไว้ไปสู่ผลลัพธ์
That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลที่เกิดจากเหตุผลนั้น ในที่นี้ แนวคิดก่อนหน้าที่ว่าการอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่ทำอะไรเป็นเรื่องยาก นำไปสู่พฤติกรรมใช้หน้าจอซ้ำ ๆ ที่บรรยายหลังวลีนี้ ลำดับข้อมูลคือ เหตุผล ตามด้วย That's why + ผลลัพธ์ นี่เป็นคำเชื่อมในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม โดย why อ้างถึงเหตุผลที่กล่าวไว้ก่อนแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมเหตุและผลด้วยวลีจากบทเรียนนี้: The roads were icy. ____ school opened late.
ดูคำตอบ
That's why
swiping and scrolling: การกระทำบนหน้าจอสองแบบที่ต่างกัน
swiping and scrolling หมายถึงการกระทำบนหน้าจอสองแบบที่ทำซ้ำ ๆ ขณะมองหาเนื้อหาเพิ่ม คำกริยาเหล่านี้อธิบายการโต้ตอบกับหน้าจอ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทั่วไปจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ทั้งสองคำอยู่ในรูป -ing และเชื่อมกันด้วย and หลัง we're constantly ทำให้การกระทำทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการดูเนื้อหาที่ดำเนินต่อเนื่องและเกิดซ้ำ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ swiping and scrolling ในประโยคมากที่สุด?
- ถืออุปกรณ์เดินจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง
- พิมพ์ข้อความและบันทึกข้อความเสียง
- ใช้การปัดนิ้วอย่างรวดเร็วและเลื่อนดูเนื้อหาบนหน้าจอเพิ่มเติม
ดูคำตอบ
ใช้การปัดนิ้วอย่างรวดเร็วและเลื่อนดูเนื้อหาบนหน้าจอเพิ่มเติม
the next big thing: สิ่งที่คาดว่าจะเป็นกระแสใหญ่ต่อไป
the next big thing หมายถึงบุคคล ผลิตภัณฑ์ แนวคิด หรือกระแสใหม่ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก มีความสำคัญ หรือมีอิทธิพล ในที่นี้ big หมายถึงผลกระทบและความสนใจที่ได้รับ ไม่ใช่ขนาดจริง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงว่าผู้คนมองหาสิ่งใหม่ที่อาจกลายเป็นกระแสใหญ่ครั้งต่อไปอยู่เสมอ สำนวนนี้มักมีนัยของการคาดการณ์หรือการไล่ตามกระแส
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคให้มีความหมายว่า “สิ่งที่จะได้รับความนิยมหรือมีความสำคัญในอนาคต”: Many people think this tiny robot will be ____.
- the next big thing
- the big next thing
- the next large thing
ดูคำตอบ
the next big thing
get bored of things: เปลี่ยนจากความสนใจเป็นความเบื่อ
ใน get bored of things คำว่า get bored หมายถึง “เริ่มเบื่อ” หรือ “กลายเป็นรู้สึกเบื่อ” คำว่า get แสดงการเปลี่ยนแปลง คือคนคนหนึ่งหมดความสนใจในสิ่งที่เคยสนใจหรือเคยดึงดูดความสนใจของตน คนที่รู้สึกเบื่อจะอยู่หน้า bored ส่วน of ใช้นำหน้าสิ่งที่คนนั้นหมดความสนใจ quickly บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ get + bored + of: I often ____ games that repeat the same level.
ดูคำตอบ
get bored of
a kind of paradox: ความย้อนแย้งแบบหนึ่ง
paradox คือสถานการณ์หรือแนวคิดที่ดูเหมือนมีความจริงสองด้านที่ตรงข้ามกัน แต่ก็ยังอาจเป็นจริงหรือสมเหตุสมผลได้ ในที่นี้ การพยายามหนีจากผลที่ไม่น่าพอใจของความเบื่อด้วยการยอมให้มีความเบื่อมากขึ้นฟังดูเหมือนเป็นวิธีตรงกันข้าม ผู้พูดจึงเรียกสิ่งนี้ว่า paradox a kind of ทำให้การจัดประเภทไม่เด็ดขาดเกินไป หมายความว่าสถานการณ์นี้คล้ายกับความย้อนแย้ง หรือเป็นความย้อนแย้งในแง่หนึ่ง paradox ไม่ได้เป็นเพียง problem ธรรมดา จุดสำคัญคือความขัดแย้งที่เห็นอยู่ภายนอกระหว่างแนวคิดที่จริง ๆ แล้วอาจเข้ากันได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะเรียกว่า a kind of paradox?
- การมีตัวเลือกมากขึ้นอาจทำให้เลือกได้ยากขึ้น
- ปริศนาที่ยากต้องใช้เวลาแก้
- ประตูที่ล็อกอยู่ต้องใช้กุญแจ
ดูคำตอบ
การมีตัวเลือกมากขึ้นอาจทำให้เลือกได้ยากขึ้น
to get rid of this unpleasant state of boredom is actually to allow more boredom into your life. โน้ต
4:09เพื่อที่จะกำจัดสภาวะที่น่าเบื่อหน่ายซึ่งไม่พึงประสงค์นี้ จริงๆ แล้วคุณต้องปล่อยให้ความเบื่อหน่ายเข้ามาในชีวิตของคุณมากขึ้น
to ... is actually to ...: วิธีที่คาดไม่ถึงเพื่อไปถึงเป้าหมาย
วลี infinitive ที่มี to วลีแรกบอกเป้าหมาย คือการกำจัดภาวะเบื่อหน่ายที่ไม่น่าพอใจ ส่วนวลีหลัง is บอกสิ่งที่ผู้พูดเสนอว่าเป็นวิธีจริงในการไปถึงเป้าหมายนั้น คือการยอมให้ความเบื่อเข้ามาในชีวิตมากขึ้น รูปแบบที่สมดุลนี้ทำให้ประโยคฟังเหมือนคำนิยามหรือข้อสรุปหลัก actually แก้ความสัมพันธ์ที่คนทั่วไปคาดไว้ระหว่างสองแนวคิด เพราะการยอมให้มีความเบื่อมากขึ้นดูเหมือนตรงข้ามกับการกำจัดมัน คำนี้จึงส่งสัญญาณว่าการกระทำที่ดูตรงข้ามกลับถูกเสนอว่าเป็นทางจริงไปสู่เป้าหมาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ to ... is actually to ... แสดงความสัมพันธ์แบบใด?
- การกระทำทั้งสองเพียงถูกเรียงตามลำดับเวลา
- ผู้พูดบอกว่าการกระทำทั้งสองไม่สามารถเกิดขึ้นได้
- การกระทำที่สองถูกเสนอว่าเป็นวิธีจริงแต่คาดไม่ถึงในการบรรลุการกระทำแรก
ดูคำตอบ
การกระทำที่สองถูกเสนอว่าเป็นวิธีจริงแต่คาดไม่ถึงในการบรรลุการกระทำแรก
get rid of: กำจัดหรือหลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่ต้องการ
get rid of หมายถึงกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ ทิ้งสิ่งนั้นไป หรือทำให้ตนไม่ต้องได้รับผลจากสิ่งนั้นอีก ในประโยคนี้ สิ่งที่ไม่ต้องการคือ this unpleasant state of boredom ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการหลุดพ้นจากความรู้สึกนั้น ให้จำ get rid of เป็นวลีเดียว: get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม กรรมจะตามหลัง of เช่น get rid of this unpleasant state
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำ: We need to ____ these broken chairs before the room can be used.
ดูคำตอบ
get rid of
Dr. Mann doubts humans would have invented things without the curiosity that comes from being bored.
4:15ดร. แมนน์ สงสัยว่ามนุษย์คงไม่ประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาหากไม่มีความอยากรู้อยากเห็นที่เกิดจากความเบื่อหน่าย
an idea based on the famous proverb, necessity is the mother of invention,
4:24ซึ่งเป็นแนวคิดที่มาจากสุภาษิตที่มีชื่อเสียงที่ว่า ความจำเป็นคือมารดาแห่งการประดิษฐ์
Boredom is the mother of invention: การดัดแปลงสุภาษิตที่คุ้นเคย
Boredom is the mother of invention เป็นการดัดแปลงสุภาษิตที่คุ้นเคย Necessity is the mother of invention อย่างตั้งใจ โดยคงโครง X is the mother of invention ไว้ แต่เปลี่ยน necessity เป็น boredom จึงเกิดแนวคิดใหม่ว่าความเบื่อหน่ายอาจนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ mother ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงแหล่งกำเนิดหรือสาเหตุที่ผลักดันให้บางสิ่งเกิดขึ้น ผลของสำนวนนี้ขึ้นอยู่กับการที่ผู้ฟังจำสุภาษิตเดิมได้ ดังนั้น Boredom is the mother of invention จึงเป็นการดัดแปลงอย่างมีลูกเล่น ไม่ใช่ถ้อยคำดั้งเดิมที่ตายตัว
แบบฝึกหัด
Boredom is the mother of invention นำสุภาษิตที่คุ้นเคยมาใช้อย่างไร?
- กล่าวสุภาษิตดั้งเดิมตามรูปที่ใช้กันทั่วไปโดยไม่เปลี่ยนแปลง
- คงโครง X is the mother of invention ไว้ และเปลี่ยน necessity เป็น boredom
- ใช้ mother เพื่อบรรยายความสัมพันธ์ในครอบครัวตามความหมายตรง
ดูคำตอบ
คงโครง X is the mother of invention ไว้ และเปลี่ยน necessity เป็น boredom
if you really need ..., you will ...: first conditional
รูปแบบ if + present simple, will + กริยารูปพื้นฐาน เรียกว่า first conditional ใช้บอกเงื่อนไขที่เป็นจริงหรือมีโอกาสเกิดขึ้น และผลที่คาดว่าจะเกิดหากเงื่อนไขนั้นเกิดขึ้น ในประโยคนี้ need อยู่ในอนุประโยค if และ will think อยู่ในอนุประโยคผลลัพธ์ ในคำอธิบายนี้ will ไม่ใช่การคาดเดาอนาคตที่แยกออกมาต่างหาก แต่เชื่อมการคิดหาวิธีกับความจำเป็นต้องลงมือทำจริง ๆ กล่าวคือ เมื่อเกิดความจำเป็นขึ้น ก็คาดว่าคนนั้นจะหาทางแก้ได้ ในรูปแบบนี้ ปกติจะไม่ใช้ will ในอนุประโยค if
แบบฝึกหัด
ใช้ leave และ arrive เติม first conditional ให้สมบูรณ์: If we ____ now, we ____ before dark.
ดูคำตอบ
leave · will arrive
Instead of fearing boredom: ใช้ instead of + -ing เพื่อบอกทางเลือกอื่น
Instead of ใช้เกริ่นถึงทางเลือกที่ไม่ได้เลือก ในวลีเปิดประโยคนี้ fearing boredom คือปฏิกิริยาที่ผู้พูดไม่เห็นด้วย ส่วนประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าควรทำหรือคิดอย่างไรแทน Of เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงการกระทำหลัง instead of จึงมักใช้รูป -ing ต้องใช้ instead of fearing ไม่ใช่ instead of fear รูปแบบที่พบบ่อยคือ Instead of + วลี -ing, ประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ใช้ worry ในรูปที่ถูกต้อง: Instead of ____ about the rain, we packed umbrellas.
ดูคำตอบ
worrying
we can open up to its benefits by switching off. กริยาวลี
4:37เราสามารถเปิดรับประโยชน์ของมันได้ด้วยการปิดสวิตช์
open up to its benefits: เริ่มเปิดใจรับประโยชน์เหล่านั้น
ในประโยคนี้ open up to its benefits หมายถึงเริ่มเต็มใจมองเห็นและยอมรับประโยชน์ของความเบื่อ open up บอกถึงการเปลี่ยนท่าที ไม่ใช่การเปิดสิ่งของจริง ๆ โครงสร้างคือ open up to + คำนามหรือรูป -ing โดย to ตรงนี้เป็นคำบุพบท เช่น open up to new ideas หรือ open up to trying a different approach
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เริ่มเต็มใจพิจารณา”: At first, Mia disliked the plan, but she began to ____ its possible benefits.
ดูคำตอบ
open up to
Stopping worrying or thinking about something and relaxing.
4:41หยุดกังวลหรือคิดเรื่องต่างๆ และผ่อนคลายซะ
Something we can definitely learn from our animal cousins. สำนวน
4:47เป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากสัตว์ที่เป็นญาติๆ ของเราได้อย่างแน่นอน
learn from our animal cousins: การเปรียบสัตว์เป็นญาติของมนุษย์
ใน animal cousins คำว่า cousins เป็นคำเปรียบเทียบที่เป็นกันเอง หมายถึงสัตว์อื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ผ่านวิวัฒนาการหรือมีลักษณะสำคัญร่วมกับเรา ไม่ได้หมายถึงสมาชิกจริง ๆ ในครอบครัวมนุษย์ Learn from our animal cousins หมายถึงการสังเกตสัตว์และนำบทเรียนที่มีประโยชน์จากพฤติกรรมของพวกมันมาใช้ คำเปรียบเทียบนี้ทำให้เรื่องวิทยาศาสตร์รู้สึกใกล้ตัวและน่าสนใจขึ้น
แบบฝึกหัด
our animal cousins ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- สัตว์ที่ถูกนำเสนอว่าเป็นญาติทางวิวัฒนาการของเราด้วยคำเปรียบเทียบที่เป็นกันเอง
- ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นมนุษย์ของผู้พูดและเลี้ยงสัตว์ไว้
- ชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการของสัตว์กลุ่มหนึ่ง
ดูคำตอบ
สัตว์ที่ถูกนำเสนอว่าเป็นญาติทางวิวัฒนาการของเราด้วยคำเปรียบเทียบที่เป็นกันเอง
now's a good time to: การเสนอขั้นตอนถัดไป
Now's a good time to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตอนนี้เป็นจังหวะที่เหมาะจะทำสิ่งหนึ่ง good บอกว่าจังหวะเหมาะ ไม่ได้บอกว่าช่วงเวลานั้นสนุก Now's เป็นรูปย่อของ now is ในประโยคตัวอย่าง วลีนี้ช่วยพาบทสนทนาไปสู่ขั้นตอนถัดไปอย่างนุ่มนวล คือการเฉลยคำตอบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่บอกว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสม: ____ water the plants before it gets hot.
ดูคำตอบ
Now's a good time to
You asked me to name the world's slowest animal, ไวยากรณ์
4:56คุณให้ผมบอกชื่อสัตว์ที่ช้าที่สุดในโลก
asked me to name: ask + คน + to + คำกริยา
Asked me to name ใช้โครงสร้าง ask + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน คนที่อยู่หลัง ask คือผู้ที่ต้องทำการกระทำนั้น ดังนั้น me คือคนที่ต้องบอกชื่อบางสิ่ง ในที่นี้ name เป็นคำกริยาที่หมายถึงการพูดหรือระบุชื่อของสิ่งหนึ่ง รูปอดีต asked ใช้เล่าถึงคำขอหรือคำชี้แนะก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างอดีต ask + คน + to + name: The quiz host ____ a country in South America.
ดูคำตอบ
asked me to name
three-toed sloths move so slowly that algae grows on their coats. ไวยากรณ์
5:10สลอธสามนิ้วเคลื่อนที่ช้ามากจนตะไคร่น้ำขึ้นบนขนของพวกมันได้เลย
With a top speed of...: บอกความเร็วสูงสุดไว้ต้นประโยค
With a top speed of + ตัวเลข หมายถึง “มีความเร็วสูงสุด + ตัวเลข” ในที่นี้ with ใช้บอกลักษณะของสลอธ ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้วยกันกับ” ส่วน top speed คือความเร็วสูงสุดที่มันทำได้ ไม่ใช่ความเร็วที่ใช้ตลอดเวลา เมื่อวางวลีบุพบททั้งหมดไว้ต้นประโยค วลีนี้จะให้ข้อมูลความเร็วเป็นพื้นหลังก่อนเข้าสู่ใจความหลัก ส่วน per minute หมายถึง “ต่อนาที”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย With และมี top speed: ____ 180 kilometres per hour, the train can cover long distances quickly.
ดูคำตอบ
With a top speed of
so slowly that: เชื่อมระดับเข้ากับผล
So + คำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยค ใช้เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น slowly บอกว่าสลอธเคลื่อนที่อย่างไร ส่วน that นำเข้าสู่สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมันเคลื่อนที่ช้ามาก so ในที่นี้ไม่ใช่คำเชื่อมที่แปลว่า “ดังนั้น” ให้เข้าใจ so slowly เป็นวลีบอกระดับเดียวกันว่า “ช้ามากจน...” โครงสร้างนี้ใช้กับคำคุณศัพท์ได้ด้วย เช่น so tired that
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so + คำกริยาวิเศษณ์ + that เพื่อแสดงว่าระดับที่สูงมากทำให้เกิดผลตามมา
- The driver moved the bus slowly so that the passengers could look outside.
- The bus moved slowly, so we missed the start.
- The bus moved so slowly that we missed the start.
ดูคำตอบ
The bus moved so slowly that we missed the start.
Okay, let's recap the vocabulary we've learned from this program, ลำดับความ
5:16โอเค มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากรายการนี้กันเถอะ
Okay, let's recap: เปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ
Okay, let's recap เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากส่วนหลักไปสู่การทบทวนประเด็นสำคัญแบบสั้น ๆ โดย Okay บอกถึงการเปลี่ยนช่วง และ let's recap ชวนทั้งผู้พูดและผู้ฟังให้ย้อนทบทวนด้วยกัน recap หมายถึงการนำประเด็นหลักมากล่าวอีกครั้งให้สั้นลง ไม่ใช่การพูดซ้ำทุกรายละเอียด วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าบทเรียน การประชุม หรือรายการกำลังเข้าสู่ช่วงสรุป
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมด้วยสำนวนที่ชวนทุกคนทบทวนประเด็นสำคัญ: Okay, ____ the three safety rules before we leave.
ดูคำตอบ
let's recap
to stop doing things and relax completely.
5:22ซึ่งหมายถึง การหยุดทำสิ่งต่างๆ และผ่อนคลายอย่างเต็มที่
A colony is the name given to a group of certain animals,
5:30A colony คือชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มของสัตว์บางชนิด
Someone who is productive is able to produce a lot for the amount of resources they use.
5:36คนที่เป็น productive คือคนที่สามารถผลิตสิ่งต่างๆ ได้มากต่อปริมาณทรัพยากรที่เขาใช้
The proverb necessity is the mother of invention means that if you really need to do something,
5:43สุภาษิต necessity is the mother of invention หมายความว่าหากคุณจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างจริงๆ
And finally, to switch off means to stop worrying or thinking about something and relax.
5:50และสุดท้าย to switch off หมายถึงหยุดกังวลหรือหยุดคิดเกี่ยวกับบางสิ่งแล้วผ่อนคลาย
our six minutes are up: บอกว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว
Our six minutes are up หมายความว่าช่วงเวลาหกนาทีของรายการได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ up ไม่ได้บอกทิศทาง ในรูป be up หมายถึงเวลาที่มีอยู่ได้หมดลงแล้ว รูปที่ใช้กันทั่วไปคือ Time is up. ในประโยคเดิม minutes ถูกใช้เป็นพหูพจน์ ผู้พูดจึงใช้ are: Our six minutes are up.
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนบอกว่าหมดเวลาด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้: Your ten minutes ____, so please put down your pencils.
ดูคำตอบ
are up
It must be time to sit down, close your eyes, and just do nothing. น้ำเสียง/เจตนา
5:59คงถึงเวลาที่ต้องนั่งลง หลับตา และไม่ต้องทำอะไรเลย
It must be time to...: การคาดคะเนอย่างมั่นใจเกี่ยวกับขั้นตอนถัดไป
ในโครงสร้าง It must be time to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า must ใช้แสดงการคาดคะเนอย่างมั่นใจจากสถานการณ์ กล่าวคือ สิ่งที่เห็นบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะจะทำสิ่งนั้น ไม่ใช่คำสั่งโดยตรงต่ออีกคนหนึ่ง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวใช้ชวนไปสู่การกระทำถัดไปอย่างนุ่มนวลและขำ ๆ เล็กน้อย คุณสามารถเปลี่ยน sit down, close your eyes, and do nothing เป็นการกระทำอื่นที่ใช้กริยารูปพื้นฐานได้
แบบฝึกหัด
เติมการคาดคะเนอย่างมั่นใจด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: The café is closing. ____ leave.
ดูคำตอบ
It must be time to