กลัวการพูดภาษาอังกฤษใช่ไหม? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าเหตุใดผู้ที่มีทักษะภาษาต่างประเทศดีอยู่แล้วจึงยังรู้สึกกังวลเมื่อต้องสนทนาในชีวิตประจำวัน ประสบการณ์ของนักข่าวที่สั่งกาแฟได้อย่างยากลำบากแสดงให้เห็นว่า ความกลัวการทำผิด การถูกมองในแง่ลบ และความเชื่อที่ไร้เหตุผลบั่นทอนความมั่นใจได้ บทสรุปคือความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติและช่วยให้เรียนรู้ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษที่สำคัญ: 1. you found it stressful speaking in French, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้าง “find it + คำคุณศัพท์ + กริยา -ing” เพื่อประเมินความรู้สึกหรือความยากของกิจกรรมหนึ่ง ๆ จึงสามารถบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าการพูด การเรียน หรือการรับมือสถานการณ์นั้นเป็นอย่างไร โดยไม่ต้องพึ่งประโยคที่คลุมเครือกว่า 2. Your self-perception is what you think about yourself. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า self-perception คือวิธีที่บุคคลมองตนเอง รวมถึงความสามารถและลักษณะของตน การรู้จักศัพท์เชิงจิตวิทยาที่เป็นนามธรรมนี้ช่วยให้ติดตามคำอธิบายว่า ความเชื่อภายในส่งผลต่อความมั่นใจและความกังวลในการพูดอย่างไร 3. our six minutes are up. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: สังเกตว่า be up ในบริบทของเวลาหมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดสิ้นสุดลง ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ และใช้สำนวนสั้น ๆ นี้ได้เมื่อหมดเวลาของบทเรียน การประชุม การสอบ หรือช่วงผลัดของตน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello and welcome to Six Minute English from BBC Learning English.
0:06สวัสดีและยินดีต้อนรับสู่ Six Minute English จาก BBC Learning English
Have you ever been scared of + -ing?: การถามถึงประสบการณ์ที่เคยกลัว
Have you ever been scared of + -ing? ใช้ถามว่าตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ผู้ฟังเคยรู้สึกกลัวการทำสิ่งใดหรือไม่ ever หมายถึง “เคยในช่วงใดช่วงหนึ่งจนถึงตอนนี้” ไม่ได้กล่าวถึงอนาคต been ใช้ร่วมกับ have เพื่อสร้างคำถามแบบ present perfect ส่วน scared of บอกความรู้สึกกลัว และรูป -ing บอกการกระทำที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น เช่น scared of speaking คำตอบสั้น ๆ คือ Yes, I have หรือ No, I haven't
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เรียนเพื่อถามว่าเคยเกิดความกลัวนี้หรือไม่: Have you ever ____ giving a presentation?
ดูคำตอบ
been scared of
In this episode, we're talking about why speaking in a foreign language can be so stressful. โน้ต
0:16ในตอนนี้ เราจะมาพูดคุยกันว่าทำไมการพูดภาษาต่างประเทศถึงเป็นเรื่องที่ทำให้เครียดได้ขนาดนี้
In this episode, we're talking about ...: การแนะนำหัวข้อของตอน
In this episode บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังแนะนำตอนใด จากนั้น we're talking about ใช้บอกหัวข้อ โดยในประโยคนี้หัวข้อเริ่มด้วย why โครงสร้างทั้งหมดช่วยจัดข้อมูลในช่วงเปิดรายการและบอกผู้ฟังว่าจะได้ฟังอะไรต่อไป รูป -ing ใน we're talking ใช้ประกาศเนื้อหาของตอนนี้ได้ ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้พูดกำลังสนทนากันในวินาทีนั้นเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีแนะนำหัวข้อที่เรียนเพื่อให้ช่วงเปิดพอดแคสต์สมบูรณ์: In this episode, ____ how rainbows form.
ดูคำตอบ
we're talking about
why speaking ... can be: ลำดับคำแบบบอกเล่าในอนุประโยค why ที่เป็นคำถามทางอ้อม
ในประโยคเต็ม why speaking in a foreign language can be so stressful คือเนื้อหาที่อยู่หลัง about โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย why ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นคำถามทางอ้อม ซึ่ง speaking in a foreign language เป็นประธาน และ can be so stressful เป็นภาคแสดง อนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ใช้ why จะเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า แม้จะสื่อความหมายเป็นคำถามก็ตาม จึงต้องใช้ why speaking ... can be ไม่ใช่ why can speaking ... be หลังกริยาอย่าง know, explain หรือ discuss ก็ใช้ลำดับคำแบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค why แบบคำถามทางอ้อมหลัง discussed ได้ถูกต้อง
- We discussed why can be difficult learning online.
- We discussed why learning online can be difficult.
- We discussed why can learning online be difficult.
ดูคำตอบ
We discussed why learning online can be difficult.
So, Pippa, do you ever get nervous speaking in a different language? วลี
0:23แล้ว Pippa ล่ะ คุณเคยตื่นเต้นเวลาพูดภาษาอื่นบ้างไหม?
get nervous speaking ...: ระบุกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกประหม่า
Get nervous หมายถึงเริ่มรู้สึกประหม่า หรือในภาษาที่ใช้ทั่วไปอาจหมายถึงรู้สึกประหม่าในสถานการณ์นั้น ส่วน speaking in a different language ระบุกิจกรรมที่กำลังทำอยู่เมื่อเกิดความรู้สึกประหม่า โครงสร้าง get nervous + -ing ใช้ระบุกิจกรรมที่กระตุ้นหรือเกิดขึ้นพร้อมกับความประหม่าได้ เช่น get nervous taking tests หรือ get nervous meeting new people วลี -ing ในที่นี้ไม่ใช่การกระทำหลักอีกอย่างหนึ่งที่แยกออกมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าการพูดต่อหน้าคนกลุ่มใหญ่ทำให้ผู้พูดรู้สึกประหม่า
- I get nervous speaking to large groups.
- I get speaking nervous to large groups.
- I get nervous to speak to large groups.
ดูคำตอบ
I get nervous speaking to large groups.
Yes, I learned French when I was younger and I was actually quite good at it, I think. วลี
0:27เคยสิ ฉันเรียนภาษาฝรั่งเศสตอนเด็กๆ และฉันคิดว่าฉันก็ทำได้ค่อนข้างดีนะ
actually quite good at it: จริง ๆ แล้วค่อนข้างเก่งเรื่องนั้น
be good at something หมายถึง “มีทักษะหรือเก่งในเรื่องนั้น” ในประโยคนี้ it ย้อนกลับไปหมายถึง French ดังนั้น I was good at it จึงบอกว่าผู้พูดเก่งภาษาฝรั่งเศส quite ทำให้คำชมยังคงเป็นบวกแต่ไม่แรงเกินไป โดย quite good ในที่นี้มีระดับไม่ถึง excellent ส่วน actually ทำให้ความสามารถนี้เป็นข้อมูลที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจหรือช่วยแก้ความเข้าใจเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “จริง ๆ แล้วค่อนข้างเก่งเรื่อง”:I was ____ solving puzzles.
ดูคำตอบ
actually quite good at
But I was really nervous when I was speaking French. วลี
0:33แต่ฉันรู้สึกประหม่ามากตอนที่พูดภาษาฝรั่งเศส
really nervous when ...: รู้สึกประหม่ามากเมื่อ...
really เพิ่มระดับความหมายของ nervous ดังนั้น really nervous จึงหมายถึง “ประหม่ามาก” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุสถานการณ์ที่เกิดความรู้สึกนั้น ในที่นี้ when I was speaking French เชื่อมความประหม่าเข้ากับการพูดภาษาฝรั่งเศสโดยตรง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be หรือ feel + คำคุณศัพท์บอกอารมณ์ + when + อนุประโยคที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์บอกอารมณ์ตามด้วยอนุประโยค when เพื่อระบุสถานการณ์ได้ถูกต้อง
- He feels really nervous when he speaks to new people.
- He feels when really nervous he speaks to new people.
- He really nervous when he speaks to new people.
ดูคำตอบ
He feels really nervous when he speaks to new people.
How about you?: ส่งคำถามเดียวกันกลับไปให้อีกฝ่าย
How about you? รับคำถามหรือหัวข้อที่เพิ่งพูดถึงแล้วส่งคำถามเดียวกันไปให้อีกฝ่าย รายละเอียดที่ละไว้ต้องเข้าใจจากบริบท ดังนั้นในประโยคนี้จึงหมายถึง “คำตอบของคุณสำหรับคำถามเดียวกันคืออะไร” ไม่ใช่คำถามกว้าง ๆ อย่าง How are you? สำนวนนี้ยังช่วยเชิญให้อีกฝ่ายพูดต่อโดยไม่ต้องพูดคำถามเต็มซ้ำอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
คุณบอกเพื่อนว่า 'I'm staying home this weekend.' ประโยคใดที่ใช้ถามแผนวันหยุดสุดสัปดาห์ของเพื่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- What about it?
- How about you?
- How are you?
ดูคำตอบ
How about you?
I've always felt like that with ...: บอกความรู้สึกร่วมที่มีมานาน
I've always felt like that บอกว่าผู้พูดมีความรู้สึกเดียวกับที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Present perfect ใน I've felt เชื่อมประสบการณ์ในอดีตกับปัจจุบัน always เพิ่มความหมายว่าเป็นมานาน และ like that ย้อนกลับไปอ้างถึงความรู้สึกที่พูดไว้แล้ว With Spanish หมายถึง “เมื่อใช้ เรียน หรือพูดภาษาสเปน” ในที่นี้ with ใช้บอกด้านที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น ไม่ได้หมายถึง “อยู่กับคนสเปน”
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า 'I get nervous before science tests.' เติมคำตอบให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเป้าหมาย: I've ____ maths tests.
ดูคำตอบ
always felt like that with
make mistakes: กลุ่มคำมาตรฐานที่แปลว่า “ทำผิดพลาด”
Make mistakes เป็นคำกริยาและคำนามที่ใช้คู่กันเป็นมาตรฐาน หมายถึง “ทำบางอย่างไม่ถูกต้อง” หรือ “ทำผิด” ในประโยคนี้ to make mistakes คือการกระทำที่ผู้พูดไม่ต้องการทำ ส่วน make ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ ใช้ make a mistake เมื่อพูดถึงความผิดหนึ่งครั้ง และใช้ make mistakes เมื่อพูดถึงการทำผิดโดยทั่วไปหรือหลายครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: It is normal to ____ when you try something new.
ดูคำตอบ
make mistakes
even though I know it's okay to make mistakes. ไวยากรณ์
0:44แม้ว่าฉันจะรู้ว่าการทำผิดพลาดเป็นเรื่องปกติก็ตาม
even though: แสดงความยอมรับข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว
even though ใช้แสดงความยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ โดยนำเสนอข้อเท็จจริงที่ตามปกติอาจทำให้เราคาดหวังผลอีกแบบหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดรู้ว่าการทำผิดพลาดไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ทำให้ความต้องการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดหายไป even though ตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยา เช่น even though I know โดยมักมีความหมายว่า “แม้ว่า” และ even ช่วยเน้นความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่แสดงว่าอากาศหนาวเป็นข้อเท็จจริง: We played outside, ___ it was cold.
- because
- even if
- even though
ดูคำตอบ
even though
we'll be hearing about how to feel less nervous when you speak English. ลำดับความ
0:50เราจะมาฟังวิธีที่จะทำให้รู้สึกประหม่าน้อยลงเวลาที่คุณพูดภาษาอังกฤษ
we'll be hearing: เกริ่นเนื้อหาถัดไปของรายการ
We'll be hearing บอกผู้ฟังว่าสิ่งใดกำลังจะมาต่อไป รูปประโยคคือ will + be + คำกริยา-ing ซึ่งมักเรียกว่า future continuous ในที่นี้ รูปดังกล่าวทำให้หัวข้อฟังดูเป็นส่วนหนึ่งที่วางแผนไว้แล้วของรายการ ใน hear about คำว่า hear หมายถึงการได้รับหรือเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ไม่ได้กล่าวถึงความสามารถทางกายในการได้ยิน
แบบฝึกหัด
ใช้วลี future continuous แบบย่อจากบทเรียนให้ตรงทุกคำเพื่อเติมคำเกริ่นรายการให้สมบูรณ์: Later, ____ from a wildlife expert.
ดูคำตอบ
we'll be hearing
And as usual, we'll be learning some useful new words and phrases. วลี
0:54และเช่นเคย เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์และวลีใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์
as usual: แสดงว่าสิ่งหนึ่งเป็นไปตามแบบแผนปกติ
As usual หมายถึง “ในแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในโอกาสอื่น ๆ ส่วนใหญ่” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าการเรียนคำและวลีที่เป็นประโยชน์เป็นส่วนประจำของรายการ วลีนี้ใช้กล่าวถึงใจความทั้งอนุประโยคได้ มักวางไว้ต้นประโยคแล้วตามด้วยจุลภาค หรือวางท้ายประโยค เช่น He arrived early, as usual.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในโอกาสอื่น ๆ ส่วนใหญ่”: Nora arrived ten minutes early, ____.
ดูคำตอบ
as usual
You can practice these with the quiz and worksheet on our website, bbclearningenglish.com. วลี
0:58คุณสามารถฝึกฝนคำเหล่านี้ได้จากแบบทดสอบและใบงานบนเว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com
You can practice these: หาว่า these อ้างถึงอะไร
ใน You can practice these คำว่า these ใช้แทนเนื้อหาพหูพจน์ useful new words and phrases ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ โดยเป็นกรรมของ practice สิ่งที่นำมาฝึกคือคำและวลีเหล่านั้น ไม่ใช่แบบทดสอบ ใบงาน หรือเว็บไซต์ เมื่อ these ใช้เดี่ยว ๆ แบบนี้ ให้ย้อนหาในข้อความก่อนหน้าว่ามีกลุ่มคำพหูพจน์ใดที่เข้ากับความหมาย ส่วนข้อความหลัง with บอกเครื่องมือที่ใช้ฝึก
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความนี้: “Leo learned six new words. He can practice these at home.” คำว่า these อ้างถึงอะไร?
- คำศัพท์ใหม่หกคำ
- Leo
- บ้าน
ดูคำตอบ
คำศัพท์ใหม่หกคำ
But first, I have a question: เปลี่ยนไปทำขั้นตอนก่อนหน้า
ใน But first วลี but first บอกว่าผู้พูดจะทำขั้นตอนสั้น ๆ หนึ่งอย่างก่อนเข้าสู่ส่วนถัดไปที่วางไว้ จึงเป็นการเปลี่ยนลำดับการพูดแทนที่จะเริ่มเนื้อหาที่ผู้ฟังกำลังรอทันที I have a question บอกว่าขั้นตอนที่จะทำก่อนคือการถามคำถาม ผู้ดำเนินรายการ ครู หรือผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่อพาผู้ฟังจากเนื้อหาที่เกริ่นไว้ไปสู่คำถามได้
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งบอกว่าจะอธิบายเกม แต่ก่อนอธิบายคุณต้องการถามกลุ่มหนึ่งคำถาม ประโยคเชื่อมใดเหมาะสม?
- For example, the game has three rounds.
- But first, I have a question for you.
- In conclusion, I have explained the game.
ดูคำตอบ
But first, I have a question for you.
how many words does a typical English speaker use in daily conversation?
1:13ผู้ที่พูดภาษาอังกฤษทั่วไปใช้คำศัพท์กี่คำในการสนทนาในชีวิตประจำวัน?
but on average: เปลี่ยนจากจำนวนทั้งหมดมาดูค่าเฉลี่ย
ใน but on average คำว่า but เปลี่ยนจุดสนใจของคำถามจากจำนวนคำภาษาอังกฤษทั้งหมดไปเป็นจำนวนคำที่ผู้พูดทั่วไปใช้ ส่วน on average เป็นวลีวิเศษณ์ที่หมายถึง “เมื่อพิจารณากรณีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและคำนวณค่าเฉลี่ยแล้ว” ค่าเฉลี่ยเป็นผลในระดับกลุ่ม จึงไม่ได้หมายความว่าผู้พูดทุกคนใช้คำจำนวนเท่ากันพอดี
แบบฝึกหัด
ร้านค้าแห่งหนึ่งมีลูกค้ามากน้อยต่างกันในแต่ละวัน ประโยคใดบอกจำนวนลูกค้าเฉลี่ยต่อวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The number changes by day, but in average, the shop serves 120 customers.
- The number changes by day, but at average, the shop serves 120 customers.
- The number changes by day, but on average, the shop serves 120 customers.
ดูคำตอบ
The number changes by day, but on average, the shop serves 120 customers.
I'm going to say: ตอบแบบยังไม่มั่นใจเต็มที่
เมื่อตอบคำถาม I'm going to say ใช้เกริ่นคำตอบที่ผู้พูดเลือก โดยมีความหมายว่า “คำตอบหรือสิ่งที่ฉันเดาคือ...” วลีนี้มักแสดงว่าผู้พูดกำลังตัดสินใจในขณะนั้นและยังไม่มั่นใจเต็มที่ be going to ในที่นี้แสดงความตั้งใจที่จะให้คำตอบทันที ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด และเนื้อหาของคำตอบจะตามหลัง say
แบบฝึกหัด
เพื่อนขอให้คุณประมาณเวลาเดินทาง แต่คุณยังไม่มั่นใจเต็มที่ คำตอบใดเกริ่นการคาดเดาของคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I'm going to speak the trip will take about twenty minutes.
- I'm going to say the trip will take about twenty minutes.
- I'm going to tell the trip will take about twenty minutes.
ดูคำตอบ
I'm going to say the trip will take about twenty minutes.
Okay, well, we will find out later in the program. กริยาวลี
1:35ตกลง เดี๋ยวเราจะได้รู้คำตอบกันในช่วงหลังของรายการ
find out: ได้รู้คำตอบหรือข้อเท็จจริง
find out หมายถึงการได้รับข้อมูลใหม่จนรู้คำตอบหรือข้อเท็จจริงที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ ในประโยคนี้ ผู้พูดจะได้รู้คำตอบในช่วงหลังของรายการ คำนี้เป็นกริยาวลี และมักตามด้วยอนุประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย who, what, why หรือ whether เช่น find out who won
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ได้รู้คำตอบ”: Let's ____ who won the game.
ดูคำตอบ
find out
found it stressful speaking ...: การประเมินกิจกรรม
โครงสร้าง find + it + คำคุณศัพท์ + -ing หมายถึงใครบางคนคิดหรือรู้สึกว่าการทำกิจกรรมหนึ่งมีลักษณะตามคำคุณศัพท์นั้น ในที่นี้ found เป็นรูปอดีตของ find, stressful เป็นคำประเมิน และ speaking in French เป็นกิจกรรม it เป็นกรรมแทนตำแหน่ง โดยอยู่ในตำแหน่งกรรมแต่ไม่ได้หมายถึง French หรือสิ่งอื่น อนุประโยค -ing ที่ตามมาระบุกิจกรรมจริงที่ถูกประเมิน
แบบฝึกหัด
เรียง find, it, stressful และ speaking ให้ถูกต้อง: Some people ____ in front of a large crowd.
ดูคำตอบ
find it stressful speaking
Now, someone else who has had this experience is Hanan Razek.
1:46ตอนนี้มีอีกคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ นั่นคือ Hanan Razek
and also host of the podcast Beating Speaking Anxiety. การใช้คำ
1:53และยังเป็นผู้จัดพอดแคสต์ Beating Speaking Anxiety ด้วย
host of the podcast: ผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์
ในบริบทของสื่อ host เป็นคำนามที่หมายถึงผู้ที่นำเสนอและดำเนินรายการ วลี host of the podcast Beating Speaking Anxiety บอกว่าฮานันเป็นผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ใด ไม่ได้หมายถึง “เจ้าบ้าน” ที่ต้อนรับแขกที่บ้าน also เพิ่มบทบาทนี้จากอาชีพนักข่าวที่กล่าวไว้แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ host และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Maya is the ____ a weekly science podcast.
ดูคำตอบ
host of
Here she is telling BBC Learning English presenter Georgie about speaking English. ลำดับความ
1:58และนี่คือตอนที่เธอเล่าให้ Georgie พิธีกรของ BBC Learning English ฟังเกี่ยวกับการพูดภาษาอังกฤษ
Here she is telling ...: วลีเกริ่นเข้าสู่คลิปถัดไป
ในประโยคนี้ Here she is telling ... ใช้เกริ่นเข้าสู่คลิปที่จะตามมา here ชี้ไปยังเนื้อหาที่กำลังนำเสนอ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริงที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ วลีนี้ช่วยจัดลำดับรายการ โดยบอกว่าช่วงเกริ่นกำลังจบลง และผู้ชมหรือผู้ฟังจะได้เห็นหรือได้ยินเธอพูดต่อไป
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการกำลังจะเปิดคลิปที่ผู้หญิงคนหนึ่งอธิบายว่าโครงการเริ่มต้นขึ้นอย่างไร ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นเข้าสู่คลิปนี้
- Here is the room where she explained the project.
- Here she is explaining how the project began.
- She explained how the project began yesterday.
ดูคำตอบ
Here she is explaining how the project began.
pretty good: pretty ที่หมายถึง “ค่อนข้าง”
ใน pretty good คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย good มีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ดังนั้นผู้พูดจึงประเมินภาษาอังกฤษของตนในทางบวกอย่างชัดเจน ตรงนี้ pretty ไม่ได้บรรยายรูปลักษณ์ pretty good เป็นการประเมินเชิงบวกแต่ไม่หนักแน่นเกินไป น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้ฟังเหมือนคำชมที่อบอุ่นหรือการยอมรับแบบค่อนข้างสงวนท่าทีก็ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pretty ในความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว”?
- They painted a pretty picture.
- The new game is pretty good.
- She picked a pretty flower.
ดูคำตอบ
The new game is pretty good.
Having conversations ..., I found it difficult: วางกิจกรรมไว้ข้างหน้าแล้วใช้ it อ้างกลับ
Having conversations with people บอกชื่อกิจกรรมที่กำลังถูกประเมิน ตรงนี้เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ tense แบบ continuous ในรูปแบบภาษาพูดที่ยกหัวข้อขึ้นมาก่อนนี้ กิจกรรมจะมาก่อน แล้วสรรพนาม it ใน I found it really difficult จะย้อนกลับไปอ้างถึงกิจกรรมนั้น ลำดับคำที่เป็นกลางและปกติกว่าคือ I found having conversations with people really difficult ทั้งสองแบบประเมินกิจกรรมเดียวกัน แต่แบบที่ย้ายมาข้างหน้าทำให้กิจกรรมนั้นเป็นหัวข้อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวางกิจกรรมไว้ข้างหน้าก่อน แล้วใช้ it ย้อนกลับไปอ้างถึงกิจกรรมนั้นได้ถูกต้อง?
- Speak to a large group, I find it really difficult.
- Speaking to a large group, I find it really difficult.
- Speaking to a large group, I am finding really difficult it.
ดูคำตอบ
Speaking to a large group, I find it really difficult.
the Learning English team made an assessment of my English level, วลี
2:12ทีมงาน Learning English ได้ทำการประเมินระดับภาษาอังกฤษของฉัน
make an assessment of: ทำการประเมินอย่างเป็นทางการ
Make an assessment of something หมายถึงประเมินสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วสรุปเป็นข้อวินิจฉัยที่ผ่านการพิจารณา ในประโยคนี้ ทีมได้ตัดสินระดับภาษาอังกฤษของผู้พูดอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงแสดงความคิดเห็นแบบสบาย ๆ โครงสร้างคือ make an assessment of + คำนาม โดย of ใช้นำหน้าบุคคล ระดับ สถานการณ์ ความเสี่ยง หรือสิ่งอื่นที่ถูกประเมิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำทางการ make an assessment of: The trainer made ____ each employee's language needs.
ดูคำตอบ
an assessment of
used to do: นิสัยหรือสภาพในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว
Used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีตที่โดยทั่วไปไม่เป็นจริงแล้วในปัจจุบัน ใน which they used to do คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึงการประเมินที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ do ใช้แทนการกระทำที่ไม่ต้องการกล่าวซ้ำ นั่นคือ they used to make that assessment ใช้โครงสร้างนี้กับกิจวัตรที่เกิดซ้ำหรือสภาพในอดีต ไม่ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและจบไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง used to เพื่อแสดงกิจวัตรในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว: They ____ hold meetings here.
ดูคำตอบ
used to
new joiners: ผู้ที่เพิ่งเข้าร่วมองค์กร
วลี new joiners หมายถึงผู้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ทีม ชมรม หรือกลุ่มที่มีการจัดตั้งแบบอื่น ในวลีที่ใช้ในที่ทำงานนี้ หมายถึงผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ขององค์กร joiner เป็นคำนามที่หมายถึงบุคคลและสร้างมาจากคำว่า join วลีนี้เน้นการเข้าร่วมกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนที่ใช้เชื่อมสิ่งของเข้าด้วยกัน
แบบฝึกหัด
ในประกาศของที่ทำงาน new joiners หมายถึงอะไร?
- ชิ้นส่วนที่ใช้เชื่อมเครื่องจักรสองเครื่อง
- ผู้มาเยือนที่กำลังออกจากอาคาร
- ผู้ที่เพิ่งเข้าร่วมบริษัท
ดูคำตอบ
ผู้ที่เพิ่งเข้าร่วมบริษัท
to see if they need any help or courses. วลี
2:18เพื่อดูว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือหรือหลักสูตรใดๆ หรือไม่
to see if: แสดงจุดประสงค์ของการตรวจสอบ
ใน to see if they need any help or courses คำว่า to แสดงจุดประสงค์ ส่วน see หมายถึงการค้นหาคำตอบหรือตรวจสอบ ไม่ใช่การมองด้วยตา และ if นำเข้าสู่สถานการณ์ที่ต้องการตรวจสอบ ใช้โครงสร้าง การกระทำ + to see if + อนุประโยค เพื่ออธิบายว่าคนหนึ่งทำบางอย่างเพื่อค้นหาว่าเรื่องหนึ่งเป็นจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เพื่อค้นหาว่า...หรือไม่”: I'll call the clinic ____ it's open today.
ดูคำตอบ
to see if
My results were pretty good and I was fluent,
2:21ผลการทดสอบของฉันออกมาค่อนข้างดีและฉันก็พูดได้คล่องแคล่ว
but on that very same day: ความขัดแย้งที่เกิดในวันเดียวกัน
but ส่งสัญญาณว่าเนื้อหาส่วนถัดไปจะขัดแย้งกับภาพเชิงบวกที่เกิดจากผลลัพธ์ที่ดี ส่วน on that very same day ระบุว่าเหตุการณ์ที่ขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นตรงกับวันที่เพิ่งกล่าวถึงพอดี ในที่นี้ very ใช้เน้น same ดังนั้น that very same day จึงหมายถึง “วันเดียวกันนั้นพอดี” ไม่ใช่วันใดวันหนึ่งที่ไม่เจาะจง ทั้งวลีเชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่แตกต่างกันมากและทำให้ความขัดแย้งเด่นชัดขึ้นทันที
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษหกคำจากบทเรียนที่แสดงความขัดแย้งและเน้นว่าเป็นวันเดียวกันพอดี: Maya won an award, ____, she lost her lucky pen.
ดูคำตอบ
but on that very same day
I couldn't really understand what the barista was saying ไวยากรณ์
2:29ฉันไม่เข้าใจเลยว่าบาริสต้ากำลังพูดอะไร
what the barista was saying: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม
what the barista was saying เป็นกรรมของ understand และหมายถึงเนื้อหาที่บาริสต้าพูด อนุประโยคทั้งหมดจึงบอกว่าสิ่งที่ผู้พูดไม่เข้าใจคืออะไร แม้อนุประโยคนี้จะมีความหมายเป็นคำถาม แต่เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ภายในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what + ประธาน + กริยา คือ what the barista was saying ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง what was the barista saying
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามทางอ้อมหลัง I don't know ได้ถูกต้อง
- I don't know what wants the customer.
- I don't know what does the customer want.
- I don't know what the customer wants.
ดูคำตอบ
I don't know what the customer wants.
felt pretty nervous to order coffee: คำคุณศัพท์ + to-infinitive
ใน felt pretty nervous to order coffee ส่วน felt pretty nervous บอกความรู้สึกของผู้พูด ส่วน to order coffee ระบุการกระทำที่ทำให้ผู้พูดรู้สึกประหม่า to-infinitive ตรงนี้เติมความหมายของ nervous ให้สมบูรณ์ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการรู้สึกประหม่า โครงสร้าง “คำคุณศัพท์ + to-infinitive” สามารถเชื่อมความรู้สึกหรือทัศนคติเข้ากับการกระทำได้ เช่น nervous to speak, afraid to ask และ happy to help
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Leo felt nervous to speak first,' ส่วน 'to speak first' อธิบายอะไร
- การกระทำที่ทำให้ Leo รู้สึกประหม่า
- จุดประสงค์ที่ Leo รู้สึกประหม่า
- ผลจากการที่ Leo รู้สึกประหม่า
ดูคำตอบ
การกระทำที่ทำให้ Leo รู้สึกประหม่า
hoping that my grammar is correct and I am pronouncing the words right.
2:38โดยหวังว่าไวยากรณ์ของฉันจะถูกต้องและฉันออกเสียงคำต่างๆ ได้เป๊ะ
trying to stress every single word: stress ในฐานะคำกริยาเกี่ยวกับการพูด
stress ตรงนี้เป็นคำกริยา หมายถึงการทำให้คำที่พูดเด่นขึ้นด้วยการเพิ่มน้ำหนักเสียง every single word หมายถึงทุกคำโดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้น trying to stress every single word จึงบอกว่าผู้พูดตั้งใจทำให้ทุกคำฟังดูสำคัญ ในการพูดภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้พูดมักเน้นเฉพาะคำที่มีข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลที่นำมาเปรียบต่าง การเน้นทุกคำอาจทำให้จังหวะฟังแข็งและบดบังจุดที่ต้องการเน้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stress ในความหมายว่า ทำให้คำที่พูดเด่นขึ้นเป็นพิเศษ
- Please stress the final word in the question.
- I felt stressed before the interview.
- The long trip caused me a lot of stress.
ดูคำตอบ
Please stress the final word in the question.
Yeah, I'm sure that's a situation lots of people can relate to. วลี
2:42ใช่ ฉันมั่นใจว่านั่นเป็นสถานการณ์ที่หลายคนสามารถเข้าใจความรู้สึกได้
that's a situation lots of people can relate to: สถานการณ์ที่หลายคนรู้สึกร่วมได้
that ในที่นี้หมายถึงประสบการณ์ความประหม่าที่เพิ่งกล่าวถึง That's a situation lots of people can relate to หมายความว่าหลายคนเคยรู้สึกคล้ายกัน จึงเข้าใจความรู้สึกนั้น ผู้พูดกำลังปลอบอีกฝ่ายด้วยการบอกว่าประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป คำว่า lots of people can relate to ทำหน้าที่ขยาย situation ส่วน to ท้ายประโยคใช้คู่กับ relate ดังใน people relate to the situation ในความหมายนี้ relate to หมายถึงเข้าใจหรือรู้สึกร่วมจากประสบการณ์ที่คล้ายกัน ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าสองสิ่งมีความเกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “เข้าใจเพราะมีประสบการณ์คล้ายกัน” ให้สมบูรณ์: Getting nervous before a test is a situation lots of people ____.
ดูคำตอบ
relate to
Hanan's results on her English assessment were pretty good,
2:46ผลการประเมินภาษาอังกฤษของ Hanan ออกมาค่อนข้างดี
but she was still pretty nervous to speak in English,
2:49แต่เธอก็ยังรู้สึกประหม่ามากที่จะพูดภาษาอังกฤษ
The modifier pretty means quite or a bit.
2:55คำขยาย (modifier) ว่า 'pretty' หมายถึง ค่อนข้าง หรือ เล็กน้อย
Georgie says that Hanan's experience is something that lots of people can relate to. วลี
2:58Georgie บอกว่าประสบการณ์ของ Hanan เป็นสิ่งที่หลายคนสามารถเข้าใจความรู้สึก (relate to) ได้
something that lots of people can relate to: สิ่งที่หลายคนรู้สึกร่วมได้
Something that lots of people can relate to หมายถึงประสบการณ์หรือความรู้สึกที่หลายคนคุ้นเคยจากชีวิตของตนเอง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าประสบการณ์ของ Hanan เป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจได้ ส่วน that lots of people can relate to ขยาย something โดย that แทน something ที่จะอยู่หลัง to ดังใน lots of people can relate to something ในที่นี้ relate to สื่อถึงความรู้สึกเชื่อมโยงส่วนตัวหรือประสบการณ์ที่คล้ายกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ relate to ในความหมายว่าประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกคุ้นเคย เพราะผู้พูดเคยผ่านสิ่งที่คล้ายกัน?
- Her story about feeling new at school is something that many people can relate to.
- Those stories are related to the same event.
- The teacher relates the story to a history lesson.
ดูคำตอบ
Her story about feeling new at school is something that many people can relate to.
usually because a similar thing has happened to you. ไวยากรณ์
3:08มักเป็นเพราะมีเรื่องคล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นกับคุณ
A similar thing has happened to you: ใช้ present perfect กล่าวถึงประสบการณ์
“A similar thing has happened to you” ใช้ present perfect โดยมีโครงสร้าง has + กริยาช่องที่สาม happened หมายถึงคุณเคยมีประสบการณ์คล้ายกับเรื่องที่กำลังพูดถึงในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนตอนนี้ โดยไม่ได้ระบุเวลาแน่นอน ประสบการณ์ในอดีตนั้นสำคัญกับตอนนี้ เพราะช่วยอธิบายว่าทำไมคุณจึงเข้าใจอีกฝ่าย โครงสร้าง something has happened to someone บอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับใครคนหนึ่ง แต่ถ้าระบุเวลาในอดีตที่ชัดเจนและจบไปแล้ว ให้ใช้ simple past
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ happen to: Something similar ____ me before, so I know how you feel.
ดูคำตอบ
has happened to
So, lots of people feel nervous speaking another language,
3:11ผู้คนจำนวนมากจึงรู้สึกประหม่าเวลาพูดภาษาอื่น
even if they're good at it, like Hanan. ไวยากรณ์
3:15แม้ว่าพวกเขาจะเก่งภาษานั้นก็ตาม อย่างเช่น Hanan
even if they're good at it: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
“Even if they're good at it” ใช้เพื่อนำเสนอเงื่อนไขเชิงยอมรับ ในข้อความทั่วไปนี้ วลีดังกล่าวครอบคลุมกรณีที่บางคนใช้ภาษาอื่นได้ดี แต่ไม่ได้บอกว่าทุกคนใช้ได้ดี ถึงจะเก่ง พวกเขาก็ยังอาจรู้สึกประหม่าได้ โดย it หมายถึงการพูดหรือใช้ภาษานั้น โครงสร้าง even if + อนุประโยค ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น สมมติขึ้น หรือเป็นเงื่อนไขทั่วไป และบอกว่าผลหลักยังคงเดิมหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดไม่แน่ใจว่าห้องจะมีเสียงดังหรือไม่ แต่ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือที่นั่นอยู่ดี ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด
- I'll study there even if the room is noisy.
- I'll study there even though the room is noisy.
- I'll study there because the room is noisy.
ดูคำตอบ
I'll study there even if the room is noisy.
We can call this speaking anxiety. วลี
3:18เราเรียกสิ่งนี้ว่าความวิตกกังวลในการพูด (speaking anxiety)
call this speaking anxiety: การตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์
ใน call this speaking anxiety คำว่า call หมายถึง “ตั้งชื่อให้สิ่งหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “โทรศัพท์หา” คำว่า this ชี้ถึงความรู้สึกที่เพิ่งอธิบายไป และ speaking anxiety คือชื่อที่ใช้เรียกความรู้สึกนั้น โครงสร้างคือ call + กรรม + ชื่อ เช่น call this speaking anxiety ใช้เมื่อต้องการนิยามคำศัพท์หรือตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์ ในโครงสร้างนี้ไม่ต้องใส่ as หลัง call
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้มีความหมายว่า “เราเรียกลวดลายนี้ว่าเกลียว” โดยใช้โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ: We ____ this pattern ____.
ดูคำตอบ
call · a spiral
Anxiety: ความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น
Anxiety คือความรู้สึกกังวลหรือกลัวที่ทำให้ไม่สบายใจเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นในภายหลัง คำนี้เรียกชื่อความรู้สึก ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น ใน speaking anxiety คำว่า anxiety คือความกังวลหรือความไม่สบายใจที่คนคนหนึ่งรู้สึกเกี่ยวกับการพูด แนวคิดสำคัญคือการกังวลถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ anxiety ในความหมายว่ากังวลเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
- She felt stress because she had three projects due tomorrow.
- She felt anxiety about what the test results might show.
- Her nervousness grew as she stepped onto the stage.
ดูคำตอบ
She felt anxiety about what the test results might show.
So, why does so many people have anxiety about speaking a foreign language?
3:27แล้วทำไมคนจำนวนมากถึงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการพูดภาษาต่างประเทศล่ะ?
Experts think it's connected to the beliefs we have about ourselves. โน้ต
3:33ผู้เชี่ยวชาญคิดว่ามันเชื่อมโยงกับความเชื่อที่เรามีเกี่ยวกับตัวเราเอง
be connected to: แสดงความเชื่อมโยง
ใน it's connected to the beliefs... คำว่า connected to หมายถึง เกี่ยวข้องกับ หรือ เชื่อมโยงกับ โครงสร้างคือ be + connected + to + คำนามหรือวลีนาม ในที่นี้ to นำหน้าสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับ it วลีนี้บอกว่ามีความเชื่อมโยงกัน แต่ตัววลีเองไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอีกสิ่งหนึ่ง ต้องคง to ไว้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสำนวน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Good sleep is ____ better concentration.
ดูคำตอบ
connected to
beliefs we have about ourselves: การละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม
ใน beliefs we have about ourselves ส่วน we have about ourselves ระบุว่าหมายถึง beliefs แบบใด รูปเต็มคือ beliefs that we have about ourselves that เป็นกรรมของ have จึงละได้ในภาษาอังกฤษ: beliefs we have... คำนามหลักของทั้งวลียังคงเป็น beliefs และ we have ไม่ใช่ประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์ที่ละคำสรรพนามซึ่งเป็นกรรมได้ถูกต้อง?
- The ideas helped us were useful.
- The ideas we discussed were useful.
- The ideas we discussed them were useful.
ดูคำตอบ
The ideas we discussed were useful.
Han Luo, professor of Chinese at Lafayette College in the United States,
3:38Han Luo ศาสตราจารย์ด้านภาษาจีนที่ Lafayette College ในสหรัฐอเมริกา
explains more to BBC Learning English presenter Georgie.
3:43อธิบายเพิ่มเติมให้ Georgie พิธีกรของ BBC Learning English ฟัง
You know, usually the beliefs that cause anxiety,
3:47คุณรู้ไหม ปกติแล้วความเชื่อที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล
especially severe anxiety: ความวิตกกังวลที่รุนแรงเป็นพิเศษ
Severe anxiety หมายถึงความวิตกกังวลที่อยู่ในระดับสูงหรือรุนแรงมาก ในที่นี้ severe บอกระดับความรุนแรงของความวิตกกังวล ไม่ได้หมายความว่าความวิตกกังวลนั้น “เข้มงวด” Especially ช่วยเน้น severe ให้มากขึ้น ดังนั้น especially severe anxiety จึงหมายถึงความวิตกกังวลที่รุนแรงเป็นพิเศษ ในบริบทนี้ วลีนี้เน้นกรณีที่รุนแรงที่สุด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ especially severe anxiety ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงความวิตกกังวลในระดับที่รุนแรงเป็นพิเศษ
- The guide explains how to respond to especially tiny anxiety.
- The guide explains how to respond to especially strict anxiety.
- The guide explains how to respond to especially severe anxiety.
ดูคำตอบ
The guide explains how to respond to especially severe anxiety.
are uh we call it irrational beliefs. การใช้คำ
3:52คือ เอ่อ เราเรียกมันว่าความเชื่อที่ไม่มีเหตุผล (irrational beliefs)
irrational beliefs: ความเชื่อที่ไร้เหตุผล
Irrational beliefs คือแนวคิดที่คนหนึ่งยอมรับว่าเป็นความจริง ทั้งที่ไม่มีข้อเท็จจริงหรือเหตุผลเชิงตรรกะสนับสนุนอย่างเพียงพอ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เรียกความเชื่อที่ถูกมองว่าเป็นสาเหตุของความวิตกกังวล Irrational ไม่ได้หมายถึง emotional เพียงอย่างเดียว ความเชื่ออาจเกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่รุนแรงแต่ยังสมเหตุสมผลได้ ประเด็นสำคัญคือข้อสรุปนั้นไม่มีพื้นฐานที่น่าเชื่อถือ
แบบฝึกหัด
ข้อความใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ irrational belief
- One mistake proves that I will always fail.
- I feel nervous, so I will ask for help.
- I made a mistake, so I will check my work.
ดูคำตอบ
One mistake proves that I will always fail.
And also like some low self-perceptions, การใช้คำ
3:56และก็รวมถึงการรับรู้ตนเอง (self-perceptions) ที่ต่ำด้วย
low self-perceptions: การมองตัวเองในแง่ลบ
low self-perceptions หมายถึงมุมมองที่เป็นลบหรือมองตนเองต่ำ เช่น คิดว่าตนไม่มีความสามารถ self-perceptions คือความคิดที่เรามีต่อตัวเอง ไม่ใช่ความคิดเห็นที่คนอื่นมีต่อเรา รูปพหูพจน์ self-perceptions ใช้รวมมุมมองต่อตนเองหลายด้าน หรือมุมมองของหลายคนที่มีต่อตัวเองได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึง low self-perceptions ได้ดีที่สุด
- พวกเขามั่นใจว่าจะแก้ปัญหาได้ทุกข้อ
- เพื่อนร่วมชั้นให้คะแนนพวกเขาต่ำ
- พวกเขาคิดว่าตัวเองมีความสามารถน้อยกว่าความเป็นจริง
ดูคำตอบ
พวกเขาคิดว่าตัวเองมีความสามารถน้อยกว่าความเป็นจริง
fear of negative evaluation: ความกังวลต่อการตัดสินของคนอื่น
fear of negative evaluation คือความกังวลว่าคนอื่นจะตัดสินเราในแง่ลบ เช่น คิดว่าคำตอบ ผลงาน หรือความสามารถของเราไม่ดี ในที่นี้ evaluation หมายถึงการตัดสินคนคนหนึ่งหรือผลงานของเขา ไม่ได้หมายถึงคะแนนสอบเท่านั้น โครงสร้างคือ fear of + นามวลี ใน negative evaluation คำว่า negative บอกประเภทของ evaluation
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยศัพท์ทางการวิจัยที่ตรงกับความกลัวว่าคนอื่นจะตัดสินเราในแง่ลบ: Mia avoided speaking because of her ____.
ดูคำตอบ
fear of negative evaluation
all those learner internal, you know, factors.
4:03ปัจจัยภายใน (internal) ของผู้เรียนเหล่านั้นทั้งหมดนั่นแหละครับ
And Han says that learners worry about mistakes
4:08และ Han บอกว่าผู้เรียนกังวลเกี่ยวกับความผิดพลาด
In other words, that people will judge them for their mistakes โน้ต
4:14พูดอีกอย่างก็คือ พวกเขากลัวว่าคนอื่นจะตัดสินพวกเขาจากความผิดพลาด
judge someone for something: ตัดสินใครด้วยเหตุผลบางอย่าง
ใน judge them for their mistakes คำว่า judge หมายถึงการมีความคิดเห็นเชิงวิจารณ์หรือเชิงลบต่อพวกเขาเพราะพวกเขาทำผิด เป็นการประเมินกันในสังคมทั่วไป ไม่ใช่การที่ผู้พิพากษาตัดสินคดีในศาล รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ judge + บุคคล + for + เหตุผลหรือการกระทำ หรือ judge someone for something โดย for ใช้นำเข้าสู่เหตุผลของการตัดสิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย judge + Maya + for: It isn't fair to ____ one small mistake.
ดูคำตอบ
judge Maya for
In other words: กล่าวความคิดเดิมด้วยคำอื่น
In other words เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายความคิดเดิมอีกครั้งให้ชัดเจนหรือตรงไปตรงมามากขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่คำอธิบายแบบเข้าใจง่ายของประเด็นก่อนหน้า ไม่ได้เพิ่มข้อโต้แย้งใหม่ โดยทั่วไปจะวางไว้ก่อนข้อความที่กล่าวใหม่และตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค: In other words, + คำอธิบายที่ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดกล่าวใจความของประโยคแรกใหม่? The pool is closed today.
- In other words, the public cannot use the pool today.
- However, the water was warm yesterday.
- For example, the pool has a diving board.
ดูคำตอบ
In other words, the public cannot use the pool today.
think badly of someone: มองใครในแง่ลบ
think badly of someone หมายถึงมีความคิดเห็นในแง่ลบต่อคนนั้น ในประโยคนี้ them เป็นกรรมที่ตามหลัง of ส่วน badly บอกว่าการประเมินนั้นเป็นไปในแง่ลบ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นคิดไม่เก่ง โครงสร้างคือ think badly of + คน เนื่องจาก badly ขยายวลีกริยา think of จึงต้องใช้คำกริยาวิเศษณ์ badly ไม่ใช่คำคุณศัพท์ bad
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มองใครในแง่ลบ” ให้ประโยคสมบูรณ์: Leo told the truth because he did not want his friends to ____ him.
ดูคำตอบ
think badly of
Han argues that irrational beliefs can make us anxious.
4:19Han แย้งว่าความเชื่อที่ไม่มีเหตุผลสามารถทำให้เราวิตกกังวลได้
Irrational beliefs are beliefs that aren't based on things that are true. วลี
4:23ความเชื่อที่ไม่มีเหตุผล (irrational beliefs) คือความเชื่อที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
aren't based on: ไม่ได้มีข้อเท็จจริงเป็นพื้นฐาน
be based on หมายถึงใช้บางสิ่งเป็นแหล่งข้อมูล หลักฐาน หรือพื้นฐานของความคิด ในประโยคนี้ aren't based on บอกว่าความเชื่อเหล่านั้นไม่ได้มาจากสิ่งที่เป็นจริง รูปแบบคือ A + รูปหนึ่งของ be + based on + B เช่น The answer is based on the facts. รูปของ be เปลี่ยนได้ แต่ต้องคง on ไว้หน้าสิ่งที่เป็นแหล่งหรือพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ใช้เป็นพื้นฐาน” ให้ประโยคสมบูรณ์: Our answer is ____ the facts in the book.
ดูคำตอบ
based on
Han says some people who have speaking anxiety have low self-perceptions.
4:28Han บอกว่าคนบางคนที่มีความวิตกกังวลในการพูด มีการรับรู้ตนเองต่ำ
Your self-perception is what you think about yourself. การใช้คำ
4:34การรับรู้ตนเอง (self-perception) ของคุณคือสิ่งที่คุณคิดเกี่ยวกับตัวเอง
self-perception: วิธีที่คุณมองและเข้าใจตัวเอง
Self-perception หมายถึงวิธีที่คุณมองและเข้าใจตัวเอง ในประโยคนี้ what you think about yourself อธิบายความหมายของคำนี้โดยตรง การรับรู้ตนเองอาจเป็นเชิงบวก เชิงลบ หรือผสมกันก็ได้ คำนี้ไม่ได้หมายถึงความมั่นใจในตัวเองโดยตรง แต่หมายถึงมุมมองที่คุณมีต่อตัวเอง
แบบฝึกหัด
self-perception ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ระดับความมั่นใจว่าคุณจะชนะ
- วิธีที่คนอื่นตัดสินคุณ
- วิธีที่คุณมองและเข้าใจตัวเอง
ดูคำตอบ
วิธีที่คุณมองและเข้าใจตัวเอง
Self-perception and irrational beliefs are both internal factors. การใช้คำ
4:37การรับรู้ตนเองและความเชื่อที่ไม่มีเหตุผลล้วนเป็นปัจจัยภายใน (internal factors)
are both internal factors: อิทธิพลสองอย่างที่มาจากภายในตัวบุคคล
internal factors คืออิทธิพลที่มาจากภายในตัวบุคคล เช่น ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก หรือสภาพร่างกาย ในที่นี้ self-perception และ irrational beliefs ถูกอธิบายว่าเป็นปัจจัยภายใน เพราะอยู่ในจิตใจของบุคคลนั้น ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัว รูปแบบ A and B are both C จัดสิ่งสองสิ่งไว้ในหมวดเดียวกัน คำว่า both เน้นว่าข้อความนั้นเป็นจริงกับประธานทั้งสองอย่าง
แบบฝึกหัด
ใช้ both และรูปที่ถูกต้องของ be เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Worry and negative thoughts ____ internal factors.
ดูคำตอบ
are both
But when you speak in a new language: การนำเข้าสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
ในที่นี้ But แสดงการเปลี่ยนจากสถานการณ์ก่อนหน้าไปสู่อีกสถานการณ์หนึ่งที่ตรงกันข้าม ส่วนอนุประโยคที่มี when คือ when you speak in a new language ใช้กำหนดสถานการณ์ แล้วประโยคหลักจึงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเริ่มจากสถานการณ์หนึ่งก่อน แล้วใช้ But when ... เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปในสถานการณ์เฉพาะ But ไม่ได้ลบล้างหรือปฏิเสธความคิดก่อนหน้า แต่ใช้ส่งสัญญาณถึงความแตกต่าง
แบบฝึกหัด
ข้อความต่อข้อใดแสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน แล้วระบุสถานการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง?
- I feel relaxed with close friends, so I call them when I need help.
- I feel relaxed with close friends. For example, I enjoy talking to them after school.
- I feel relaxed with close friends. But when I speak to a large audience, I get nervous.
ดูคำตอบ
I feel relaxed with close friends. But when I speak to a large audience, I get nervous.
feel less confident: less + คำคุณศัพท์
feel less confident หมายถึงรู้สึกว่ามีความมั่นใจในระดับที่ลดลง feel เชื่อมบุคคลเข้ากับคำคุณศัพท์ confident และ less ลดระดับที่คำคุณศัพท์นั้นแสดงออก ใช้ less + คำคุณศัพท์ เมื่อต้องการบอกว่าคุณลักษณะหรือความรู้สึกอ่อนลง อาจระบุสิ่งที่เปรียบเทียบอย่างชัดเจน เช่น less confident than before หรือให้เข้าใจจากบริบทก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึงรู้สึกมั่นใจในระดับที่ลดลงให้ประโยคสมบูรณ์: Without my notes, I ____ than I do with them.
ดูคำตอบ
feel less confident
You can't show people what you're really like and this is frustrating. การใช้คำ
4:57คุณไม่สามารถแสดงให้คนอื่นเห็นว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนอย่างไร และนี่เป็นเรื่องน่าหงุดหงิด
what you're really like: บุคลิกที่แท้จริงของใครบางคน
ในที่นี้ what you're really like หมายถึง “จริง ๆ แล้วคุณเป็นคนแบบไหน” หรือบุคลิกและนิสัยที่แท้จริงของคุณ ใน show people what you're really like อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดทำหน้าที่บอกสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น รูป what + ประธาน + be + like ใช้บอกลักษณะหรือนิสัยของใครบางคน ตรงนี้ like เป็นส่วนหนึ่งของ be like ในความหมายว่า “เป็นแบบไหน” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Maya อยากให้เพื่อนใหม่เข้าใจบุคลิกที่แท้จริงของเธอ
- Maya wants to know what her new friends are like.
- Maya wants her new friends to know what she really likes.
- Maya wants her new friends to know what she's really like.
ดูคำตอบ
Maya wants her new friends to know what she's really like.
But, as we tell people all the time at BBC Learning English,
5:01แต่ดังที่เราบอกกับผู้คนอยู่เสมอที่ BBC Learning English ว่า
You have to try to speak even though you make mistakes. ไวยากรณ์
5:07คุณต้องพยายามพูดแม้ว่าคุณจะทำผิดพลาดก็ตาม
You have to try to speak: ความจำเป็นและความพยายาม
You have to try to speak หมายความว่า จำเป็นต้องพยายามพูดแม้ว่าการพูดจะเป็นเรื่องยาก have to แสดงความจำเป็น ส่วน try to speak หมายถึงพยายามพูดบางอย่างออกมา โครงสร้างคือ have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้คำกริยารูปพื้นฐานคือ try และหลัง try ตามด้วย to + คำกริยารูปพื้นฐานอีกครั้ง: have to try to speak ในโครงสร้างนี้ have ไม่ได้หมายถึง “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ”
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียงของ have to
- You have tried to speak in every class.
- You have to try to speak in every class.
- You had to try to speak in every class.
ดูคำตอบ
You have to try to speak in every class.
tips to improve your speaking: เคล็ดลับเพื่อพัฒนาทักษะการพูด
ในวลี tips to improve your speaking คำว่า tips หมายถึงคำแนะนำสั้น ๆ ที่นำไปใช้ได้จริง ส่วน to improve your speaking เป็นรูปกริยา infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของคำแนะนำเหล่านั้นว่าใช้เพื่อช่วยพัฒนาทักษะนี้ speaking ในที่นี้หมายถึงความสามารถในการพูดโดยรวม ไม่ใช่การพูดเพียงครั้งหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้กับเรื่องอื่นได้คือ tips to improve + ทักษะหรือด้านที่ต้องการพัฒนา เช่น tips to improve your writing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย tips to improve: Our teacher shared two ____ our reading.
ดูคำตอบ
tips to improve
the notes below this episode: ข้อมูลประกอบด้านล่างตอน
ในบริบทของพอดแคสต์และสื่อออนไลน์ the notes below this episode หมายถึงข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งแนบอยู่กับหน้าของตอนนั้น โดยมักเรียกว่า episode notes หรือ show notes ส่วนนี้อาจมีลิงก์ แหล่งข้อมูล หรือเนื้อหาสรุปสั้น ๆ below บอกตำแหน่งของส่วนดังกล่าวบนหน้าจอหรือในแอป ประโยคนี้ชี้ให้ผู้ฟังไปที่ส่วนนั้นเพื่อหาลิงก์ โดย notes ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบันทึกส่วนตัวหรือสมุดจดในชั้นเรียนของผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ในพอดแคสต์ the notes below this episode น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- ข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งแนบอยู่กับหน้าของตอนนั้น
- สมุดจดในชั้นเรียนที่ผู้ฟังเขียนด้วยมือ
- ส่วนที่มาทีหลังในไฟล์เสียง
ดูคำตอบ
ข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งแนบอยู่กับหน้าของตอนนั้น
But Beth, I think it's time for the answer to your quiz question. วลี
5:23แต่ Beth ฉันคิดว่าถึงเวลาเฉลยคำถามควิซของคุณแล้วล่ะ
It's time for the answer: การประกาศช่วงถัดไป
โครงสร้าง It's time for + นามวลี ใช้ประกาศว่ากิจกรรมหรือช่วงที่กล่าวถึงควรเริ่มได้แล้ว ในประโยคนี้ นามวลีคือ the answer to your quiz question ผู้พูดจึงกำลังพารายการเข้าสู่ช่วงเฉลยคำตอบ ใน answer to a question คำว่า to เชื่อมคำตอบเข้ากับคำถามที่ตรงกัน ส่วน for หลัง time ใช้บอกสิ่งหรือช่วงถัดไป ไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ It's time for + นามวลี ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำพูดเปลี่ยนกิจกรรมของครู: ____ the next activity.
ดูคำตอบ
It's time for
how many words does the average English speaker use in daily communication?
5:28ผู้พูดภาษาอังกฤษโดยเฉลี่ยใช้คำศัพท์กี่คำในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน?
That's loads: ปฏิกิริยาแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการต่อจำนวนมาก
ในที่นี้ loads หมายถึง a lot คือจำนวนหรือปริมาณที่เพิ่งพูดถึงนั้นสูงมาก That's loads เป็นคำตอบสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการเพื่อแสดงปฏิกิริยาต่อปริมาณนั้น ในบริบทอื่น loads อาจเป็นรูปพหูพจน์ของ load และหมายถึงสินค้าหรือปริมาณที่ขนส่งอยู่ แต่ความหมายตามตัวอักษรนั้นไม่เข้ากับคำตอบนี้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดภาษาอังกฤษแบบบริติชได้ยินว่าจะมีคนมาห้าร้อยคน แล้วพูดว่า “That's loads.” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร?
- สินค้าเหล่านั้นถูกบรรทุกแล้ว
- จำนวนนั้นสูงมาก
- จำนวนนั้นน้อยมาก
ดูคำตอบ
จำนวนนั้นสูงมาก
Okay, let's recap the vocabulary we've learned. ลำดับความ
5:40เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้กันเถอะ
Okay, let's recap: การเปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ
Okay ใช้บอกว่าลำดับการพูดกำลังเปลี่ยนไป ส่วน let's recap ชวนทุกคนเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังส่งสัญญาณว่าจะย้อนทบทวนคำศัพท์ที่สอนไปแล้ว recap หมายถึงการหยิบประเด็นสำคัญกลับมาทบทวนอย่างสั้น ๆ จึงทำหน้าที่ปิดช่วงการสอนและเริ่มช่วงสรุป ไม่ใช่การพูดทุกอย่างซ้ำตั้งแต่ต้น
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอกล่าวว่า Okay, let's recap the three main points. คำเชื่อมนี้ส่งสัญญาณอะไร?
- จะพูดเนื้อหาการนำเสนอทั้งหมดซ้ำทุกคำ
- กำลังจะเริ่มทบทวนแนวคิดสำคัญอย่างสั้น ๆ
- กำลังจะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
กำลังจะเริ่มทบทวนแนวคิดสำคัญอย่างสั้น ๆ
Pretty can be used as a modifier to mean quite or a bit.
5:44Pretty สามารถใช้เป็นคำขยาย (modifier) ซึ่งหมายถึง ค่อนข้าง หรือ เล็กน้อย
If you relate to a person or situation,
5:48ถ้าคุณเข้าใจความรู้สึก (relate to) ต่อบุคคลหรือสถานการณ์ใด
you understand them, usually because you've experienced something similar.
5:51คุณจะเข้าใจพวกเขา มักเป็นเพราะคุณเคยเจอเรื่องคล้ายๆ กัน
Anxiety is feeling uncomfortable or worried about something that is happening
5:55ความวิตกกังวล (anxiety) คือการรู้สึกอึดอัดหรือกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
Irrational beliefs are beliefs about something that is not true.
6:02ความเชื่อที่ไม่มีเหตุผล (irrational beliefs) คือความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
Self-perception is the way you see yourself.
6:07การรับรู้ตนเอง (self-perception) คือวิธีที่คุณมองตัวเอง
And internal means inside the body or mind.
6:10และภายใน (internal) หมายถึงสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายหรือจิตใจ
our six minutes are up: เวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว
ใน our six minutes are up คำว่า are up หมายความว่าช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ someone's time is up หรือ “ระยะเวลาที่ระบุ + be up” เช่น Our ten minutes are up. ใช้บอกว่าเวลาที่กำหนดไว้หมดแล้ว เช่น ตอนจบแบบทดสอบ รอบการเล่น การประชุม หรือรายการ
แบบฝึกหัด
ครูยุติแบบทดสอบที่มีการจับเวลา ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว?
- Your time is up. Please put down your pencils.
- Your time goes up. Please put down your pencils.
- Your time is high. Please put down your pencils.
ดูคำตอบ
Your time is up. Please put down your pencils.
But if you'd like to find out more about speaking anxiety, น้ำเสียง/เจตนา
6:16แต่ถ้าคุณอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความวิตกกังวลในการพูด
if you'd like to find out more about ...: การเชิญอย่างสุภาพให้ศึกษาต่อ
If you'd like to ... ใช้เกริ่นอย่างสุภาพถึงสิ่งที่ผู้ฟังเลือกทำได้ You'd เป็นรูปย่อของ you would และ would like to ฟังนุ่มนวลกว่า want to หรือคำสั่งตรง ๆ Find out more about + หัวข้อ หมายถึงหาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ตรงนี้ if ใช้เปิดทางเลือกสำหรับขั้นตอนถัดไป ไม่ได้สื่อถึงการขู่หรือเงื่อนไขที่เคร่งครัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสุภาพและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังเลือกเอง?
- Find out more. I can send you the guide.
- If you'd like to find out more, I can send you the guide.
- If you'd like finding out more, I can send you the guide.
ดูคำตอบ
If you'd like to find out more, I can send you the guide.
then head over to our website, bbclearningenglish.com, กริยาวลี
6:20ก็เข้าไปที่เว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com
then head over to: บอกขั้นตอนถัดไปอย่างเป็นมิตร
Then เชื่อมทางเลือกก่อนหน้ากับผลลัพธ์ โดยบอกว่านี่คือสิ่งที่ควรทำต่อไป Head over to เป็นวิธีพูดแบบเป็นมิตรและเป็นภาษาสนทนาแทน go to หรือ visit ตรงนี้ head เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงส่วนหนึ่งของร่างกาย ใช้ head over to + จุดหมาย ได้ทั้งกับสถานที่จริงและเว็บไซต์อย่างในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
ใช้ then, head, over และ to ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: If you need more help, ____ our help page.
ดูคำตอบ
then head over to
There are podcasts about the things we find scary when speaking a different language ไวยากรณ์
6:28มีพอดแคสต์เกี่ยวกับสิ่งที่เราพบว่าน่ากลัวเวลาพูดภาษาที่แตกต่าง
things we find scary: find + กรรม + คำคุณศัพท์
find ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ค้นพบ” แต่หมายถึงการคิดหรือรู้สึกว่าสิ่งหนึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง โครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าผู้พูดมองหรือรู้สึกต่อกรรมนั้นอย่างไร we find things scary หมายถึงสิ่งเหล่านั้นดูน่ากลัวสำหรับเรา ใน things we find scary คำว่า things เป็นกรรม และ scary ใช้อธิบายกรรมนั้น ส่วน when speaking a different language บอกสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ find และ long journeys: I ____ tiring.
ดูคำตอบ
find long journeys
and videos with tips to help you feel more confident with speaking. วลี
6:33และวิดีโอพร้อมเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจในการพูดมากขึ้น
เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณมั่นใจในการพูดมากขึ้น
with tips หมายถึงว่าวิดีโอมีคำแนะนำหรือเคล็ดลับ ส่วน infinitive to help you... บอกจุดประสงค์ของเคล็ดลับเหล่านั้น ใน help you feel คำว่า you คือผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ feel เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน feel more confident แสดงการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความมั่นใจที่มากขึ้น ส่วน with speaking ระบุกิจกรรมหรือทักษะที่ความมั่นใจนั้นเกี่ยวข้องด้วย ทั้งวลีจึงแนะนำวิดีโอว่าเป็นสื่อที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการพูด
แบบฝึกหัด
เติมคำสามคำในคำอธิบายสื่อนี้ โดยใช้ feel ตามด้วยรูปเปรียบเทียบของ confident: These short videos can help you ____ with speaking.
ดูคำตอบ
feel more confident