เราจะรอดพ้นจากจุดจบของดวงอาทิตย์ได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
672 คำ 197 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้ถามว่าการให้ดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลกซ้ำ ๆ จะย้ายวงโคจรโลกก่อนดวงอาทิตย์ทำให้โลกอยู่อาศัยไม่ได้หรือไม่ พร้อมชั่งความเสี่ยงต่อดวงจันทร์ ภูมิอากาศ ดาวเคราะห์ใกล้เคียง และโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. will have expanded - ไวยากรณ์และรูปประโยค: เข้าใจ future perfect ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เสร็จเมื่อถึงจุดอ้างอิงในอนาคต 2. use Earth's gravity as a slingshot - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าอุปมาหนังสติ๊กอธิบายการแลกเปลี่ยนพลังงานวงโคจรโดยไม่ใช่ความหมายตรงตัว 3. doesn't come without risks. - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: อ่านปฏิเสธซ้อนว่าเป็นคำเตือนอย่างระมัดระวังว่าแผนที่ทำได้ยังมีความเสี่ยงร้ายแรง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The Sun is around 4.5 billion years old

0:00

ดวงอาทิตย์มีอายุประมาณ 4.5 พันล้านปี

and just like you and I, วลี

0:02

และก็เหมือนกับคุณและผม

it's aging.

0:04

มันกำลังแก่ลง

วลี

just like: เน้นความคล้ายกันอย่างมาก

ใน just like คำว่า just ทำหน้าที่เน้น like โดยหมายถึง “ในแบบที่เหมือนกันอย่างมากหรือเกือบเหมือนกันทุกประการ” ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” วลีนี้สร้างการเปรียบเทียบที่ชัดเจนระหว่างดวงอาทิตย์กับมนุษย์ การกล่าวว่าดวงอาทิตย์กำลังแก่ลงเช่นเดียวกับมนุษย์เป็นการทำให้ดวงอาทิตย์มีลักษณะเหมือนบุคคล เพื่อช่วยให้เข้าใจกระบวนการทางดาราศาสตร์ที่ยาวนานมากได้ง่ายขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X does/is something just like Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบแบบเน้นย้ำที่มีสองคำจากบทเรียนนี้: This battery loses capacity as it gets older, ____ a phone battery.

ดูคำตอบ

just like

In just over a billion years,

0:05

ในอีกเพียงหนึ่งพันล้านปีเศษ

the Sun will have expanded so much ไวยากรณ์

0:06

ดวงอาทิตย์จะขยายตัวจนใหญ่โตมาก

that the heat will begin to melt

0:08

จนความร้อนเริ่มหลอมละลาย

the Earth's surface.

0:09

พื้นผิวโลก

ไวยากรณ์

will have expanded: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วภายในเวลาในอนาคต

Will have expanded เป็น future perfect มีโครงสร้าง will + have + past participle โดยมองว่าการขยายตัวได้ไปถึงผลลัพธ์หนึ่งแล้วภายในจุดอ้างอิงในอนาคต ในที่นี้ In just over a billion years เป็นตัวกำหนดมุมมองในอนาคต ประโยคมองย้อนจากเวลานั้นมายังการขยายตัวที่สะสมของดวงอาทิตย์ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นจะมากพอที่จะก่อให้เกิดผลที่กล่าวไว้ ใช้รูปนี้กับผลลัพธ์ที่จะเสร็จสิ้นหรือสะสมจนถึงเวลาหนึ่งที่ระบุไว้ในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป future perfect ของ install: By 6 p.m., the crew ____ all twelve windows, so the building will be secure.

ดูคำตอบ

will have installed

ไวยากรณ์

so much that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

โครงสร้าง so much that เชื่อมระดับหรือปริมาณที่มากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ much ขยายว่าดวงอาทิตย์จะขยายตัวมากเพียงใด และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลคือความร้อนจะเริ่มหลอมละลายพื้นผิวโลก ในโครงสร้างนี้ that ใช้นำอนุประโยคบอกผล ไม่ได้เป็นคำชี้เฉพาะถึงสิ่งใด

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงว่าระดับน้ำที่สูงขึ้นมากทำให้เกิดผลตามมา? The river rose ___ several roads flooded.

  1. so that
  2. such that
  3. so much that
ดูคำตอบ

so much that

So,

0:10

ถ้าอย่างนั้น

is there any way ไวยากรณ์

0:11

มีวิธีใดบ้างไหม

us Earthlings can avoid

0:11

ที่พวกเราชาวโลกจะหลีกเลี่ยง

this detrimental event?

0:12

เหตุการณ์อันเลวร้ายนี้ได้

ไวยากรณ์

Is there any way + อนุประโยค: ถามว่ามีทางแก้หรือไม่

Is there any way + อนุประโยค ใช้ถามว่ามีวิธีหรือทางแก้ที่เป็นไปได้อย่างน้อยหนึ่งวิธีหรือไม่ อนุประโยคหลัง way บอกว่าใครจะเป็นผู้ลงมือและต้องการทำอะไรให้สำเร็จ: us Earthlings can avoid this detrimental event. คำถามนี้ใช้สำรวจความเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่ามีทางแก้อยู่จริง หลัง way สามารถตามด้วยอนุประโยคนี้ได้โดยตรง จึงไม่ต้องเติม how

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามอย่างสุภาพว่ามีทางแก้หรือไม่

  1. Is there any way we can reach the station before noon?
  2. Why did we reach the station before noon?
  3. We reached the station before noon, didn't we?
ดูคำตอบ

Is there any way we can reach the station before noon?

Can we save ourselves วลี

0:14

เราจะช่วยตัวเอง

from the Sun's ultimate death?

0:15

ให้พ้นจากวาระสุดท้ายของดวงอาทิตย์ได้ไหม

วลี

save ourselves from: ช่วยตัวเองให้พ้นจากอันตราย

ใน save ourselves from ... คำว่า save หมายถึงปกป้องหรือช่วยให้รอด ไม่ได้หมายถึงเก็บข้อมูลหรือใช้น้อยลง ourselves ย้อนกลับไปหา we ดังนั้นผู้ที่ช่วยและผู้ที่ได้รับการปกป้องจึงเป็นคนกลุ่มเดียวกัน โครงสร้าง save + สรรพนามสะท้อนกลับ + from + อันตรายหรือผลที่ตามมา หมายถึงการป้องกันไม่ให้อันตรายนั้นทำร้ายคนหรือกลุ่มเดียวกัน ในที่นี้ภัยที่แฝงอยู่คือผลที่การดับสูญของดวงอาทิตย์จะมีต่อสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มนุษย์จะหยุดได้อย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

ใช้ save และสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: The hikers need to ____ the freezing wind.

ดูคำตอบ

save themselves from

Sure,

0:17

แน่นอนว่า

none of us will be here,

0:17

พวกเราคงไม่มีใครอยู่ถึงตอนนั้น

assuming we don't find the secret ไวยากรณ์

0:19

ถ้าเรายังไม่ค้นพบความลับ

to everlasting life,

0:20

ของการมีชีวิตนิรันดร์

ไวยากรณ์

assuming ที่ใช้เป็นเงื่อนไขของข้อสรุป

assuming ใช้บอกเงื่อนไขที่ผู้พูดยอมรับไว้ชั่วคราวเพื่อใช้คาดการณ์หรือหาข้อสรุป ในที่นี้ none of us will be here ถูกเสนอว่าเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขว่าเราไม่ค้นพบชีวิตนิรันดร์ ซึ่งใกล้เคียงกับ if we assume that คำนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเงื่อนไขดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้ว ในประโยคนี้ ข้อยกเว้นที่จงใจให้เป็นไปได้ยากอย่างการค้นพบชีวิตนิรันดร์สร้างอารมณ์ขันแบบเรียบเฉย และยังจำกัดขอบเขตของคำคาดการณ์ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอสภาพอากาศแจ่มใสว่าเป็นข้อสมมติที่ใช้ในการวางแผน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  1. Because the forecast confirms clear weather, we'll leave at dawn.
  2. Assuming the weather stays clear, we'll leave at dawn.
  3. Given that the weather is clear, we'll leave at dawn.
ดูคำตอบ

Assuming the weather stays clear, we'll leave at dawn.

but at the billion year mark, วลี

0:21

แต่เมื่อครบหนึ่งพันล้านปี

the Sun will have used up กริยาวลี

0:22

ดวงอาทิตย์จะใช้

the hydrogen fuel in its core,

0:23

เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในแกนกลางจนหมด

กริยาวลี

used up: ใช้สิ่งที่มีจำกัดจนหมด

use up หมายถึงใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดจนหมดและไม่เหลือเลย ใน will have used up รูป future perfect แสดงว่าไฮโดรเจนจะหมดลงอย่างสมบูรณ์เมื่อถึงหมุดหมายในอนาคตที่กล่าวไว้ ส่วน up เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ว่าการใช้เสร็จสิ้น ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นข้างบน use up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ จึงใช้ได้ทั้ง use up the fuel และ use the fuel up เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามต้องแยก โดยใช้ use it up ไม่ใช่ use up it

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ use up เพื่อแสดงว่างบประมาณทั้งหมดถูกใช้จนหมด: By Friday, the team had ____ its entire travel budget.

ดูคำตอบ

used up

forcing it to burn at its surface. ไวยากรณ์

0:25

จนต้องเผาไหม้ที่บริเวณพื้นผิว

วลี

at the ... mark: ระบุจุดของช่วงหนึ่ง

at the ... mark ใช้ระบุจุดเฉพาะบนเส้นเวลาหรือมาตรวัด ในประโยคนี้ at the billion year mark หมายถึงเมื่อดวงอาทิตย์มาถึงจุดอายุหนึ่งพันล้านปี ไม่ได้บอกว่าการกระทำหนึ่งดำเนินอยู่นานหนึ่งพันล้านปี รูปแบบคือ at the + ค่าที่วัด + mark ค่าที่วัดเป็นชื่อของหมุดหมาย และ at วางเหตุการณ์ไว้ตรงจุดนั้น เมื่อหน่วยเวลาอยู่หน้า mark ในฐานะคำขยายประสม ปกติจะใช้รูปเอกพจน์ โดยเฉพาะในงานเขียนที่เรียบเรียงแล้ว เช่น at the one-billion-year mark

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ at the ... mark และเวลาที่อยู่ในวงเล็บ: The first results appeared ____. (three months)

ดูคำตอบ

at the three-month mark

ไวยากรณ์

forcing it to burn: อนุประโยคแสดงผลลัพธ์และ force + กรรม + to-infinitive

forcing it to burn ที่อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์ โดยบอกถึงผลจากเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า นั่นคือดวงอาทิตย์ใช้ไฮโดรเจนในแกนกลางจนหมด และสภาวะนี้ทำให้กระบวนการถัดไปจำเป็นต้องเกิดขึ้น forcing ไม่ได้หมายความว่าเชื้อเพลิงไฮโดรเจนตั้งใจออกแรง ภายในอนุประโยค force ใช้โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive: force it to burn โดย it หมายถึงดวงอาทิตย์ โครงสร้างนี้บอกว่าสาเหตุหรือแรงกดดันทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งต้องทำบางอย่าง ซึ่งมักไม่ใช่การเลือกอย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมรูป -ing ของ force เพื่อแสดงผลลัพธ์: The blocked pipe raised the pressure, ____ the safety valve to open.

ดูคำตอบ

forcing

The increased radiation will boil away กริยาวลี

0:27

รังสีที่เพิ่มขึ้นจะทำให้

all of the water on Earth,

0:29

น้ำทั้งหมดบนโลกเดือดจนระเหยหายไป

กริยาวลี

boil away: เดือดจนค่อย ๆ หายไป

Boil away หมายถึงของเหลวค่อย ๆ หายไปเพราะการเดือดหรือได้รับความร้อนอย่างรุนแรง ในที่นี้ away เป็นคำอนุภาคที่แสดงผลลัพธ์ โดยบอกว่าของเหลวลดลงจนไม่เหลือหรือแทบไม่เหลือ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังที่ไกล กริยาวลีนี้ใช้แบบไม่มีกรรมได้ เช่น The water boiled away หรือใช้แบบมีกรรมได้ เช่น The heat boiled away the water ในคำบรรยาย radiation เป็นสาเหตุ และ all of the water คือสิ่งที่หายไป

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีจากบทเรียนนี้ในรูปที่ถูกต้อง: The water in the hot pan kept boiling until it had completely ____.

ดูคำตอบ

boiled away

creating an international desert.

0:30

และเปลี่ยนทั้งโลกให้เป็นทะเลทราย

Flash forward about 5 billion years ลำดับความ

0:32

ลองข้ามเวลาไปข้างหน้าราว 5 พันล้านปี

and the swelling Sun will begin

0:34

ดวงอาทิตย์ที่พองตัวจะเริ่ม

literally melting mountains

0:36

หลอมละลายภูเขาอย่างแท้จริง

with most, if not all life on Earth, วลี

0:37

ขณะที่สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ หรืออาจทั้งหมดบนโลก

now extinct.

0:39

สูญพันธุ์ไปแล้ว

ลำดับความ

Flash forward ในฐานะการข้ามเวลาในการเล่าเรื่อง

ในประโยคนี้ Flash forward เป็นสัญญาณเปลี่ยนเวลาในการเล่าเรื่อง โดยพาผู้ฟังจากจุดปัจจุบันบนเส้นเวลาไปยังช่วงเวลาประมาณห้าพันล้านปีข้างหน้าทันที ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพหรือภาพที่เคลื่อนไหวเร็วขึ้น รูปแบบที่ใช้ได้คือ flash forward + ระยะเวลา หรือ flash forward to + จุดเวลาในภายหลัง ผู้พูดจึงสามารถข้ามเหตุการณ์ระหว่างทางและกำหนดกรอบเวลาใหม่ได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้สัญญาณการเล่าเรื่องสองคำที่เรียนในบทนี้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: “____ two hundred years, and coastal cities look completely different.”

ดูคำตอบ

Flash forward

วลี

most, if not all: ขยายจาก most ไปสู่ all อย่างระมัดระวัง

Most, if not all เริ่มจากข้อกล่าวที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนคือ most แล้วเพิ่ม all เป็นข้อกล่าวที่แรงกว่าและอาจเป็นจริงด้วย ในประโยคนี้หมายความว่าสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลกจะสูญพันธุ์ และอาจรวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ในโครงสร้าง most, if not all, + คำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ คำว่า if not ไม่ได้ลบล้าง most แต่ขยายขอบเขตการประมาณอย่างระมัดระวัง เพื่อเน้นว่าเกือบทั้งหมดโดยไม่ยืนยันว่าเป็น all อย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแบบระมัดระวังที่หมายถึง “ส่วนใหญ่อย่างชัดเจนและอาจเป็นทุกคน” ให้สมบูรณ์: “____, if not ____, students submitted the form before Friday.”

ดูคำตอบ

Most · all

Around 7.5 billion years,

0:40

เมื่อถึงราว 7.5 พันล้านปี

the expanding Sun,

0:42

ดวงอาทิตย์ที่ขยายตัว

now a red giant, วัฒนธรรม

0:43

ซึ่งตอนนี้กลายเป็นดาวยักษ์แดง

will engulf the Earth entirely.

0:44

จะกลืนกินโลกจนหมดทั้งดวง

วัฒนธรรม

red giant (ดาวยักษ์แดง): ระยะที่ดวงอาทิตย์ขยายตัว

red giant หรือดาวยักษ์แดง เป็นศัพท์ดาราศาสตร์ที่หมายถึงช่วงหนึ่งของวิวัฒนาการดาวฤกษ์ เมื่อชั้นนอกของดาวขยายตัวอย่างมหาศาลและพื้นผิวดูออกสีแดง การขยายตัวนี้อธิบายได้ว่าเหตุใดดวงอาทิตย์ในอนาคตจึงอาจใหญ่พอที่จะกลืนกินโลก วลีนี้ไม่ได้เพียงบรรยายสิ่งที่มีสีแดงและมีขนาดใหญ่ ในประโยคนี้ now a red giant เป็นวลีนามซ้อนที่แทรกเข้ามาเพื่อเรียกดวงอาทิตย์ในอนาคตด้วยสถานะใหม่ คำว่า now หมายถึงช่วงเวลาในอนาคตที่กล่าวถึง ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ในปัจจุบัน และ giant ก็ไม่ได้หมายถึงยักษ์ในตำนาน

แบบฝึกหัด

red giant ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์
  2. ช่วงที่ดาวฤกษ์ขยายตัวอย่างมหาศาล
  3. ยักษ์สีแดงในตำนาน
ดูคำตอบ

ช่วงที่ดาวฤกษ์ขยายตัวอย่างมหาศาล

Sounds bleak. น้ำเสียง/เจตนา

0:46

ฟังดูสิ้นหวัง

น้ำเสียง/เจตนา

Sounds bleak: การประเมินแนวโน้มที่มืดมนอย่างสั้น ๆ

Sounds bleak. เป็นรูปย่อในภาษาสนทนาของ That sounds bleak. หรือ It sounds bleak. ประธานที่ละไว้หมายถึงสถานการณ์หรือแนวโน้มที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน sounds ในที่นี้หมายถึง “จากที่ได้ฟังมา ดูเหมือนว่า...” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ส่งเสียง” ในที่นี้ bleak ใช้บรรยายอนาคตที่แทบไม่มีความหวัง ผู้พูดกำลังประเมินข้อมูลก่อนหน้าในเชิงลบอย่างสั้น ๆ ไม่ได้กำลังบรรยายภูมิประเทศที่หนาวเย็นและว่างเปล่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “The project may lose all its funding.” คำตอบสั้น ๆ ข้อใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าแนวโน้มดูน่าท้อใจมาก

  1. Sounds promising.
  2. Sounds bleak.
  3. Sounds unrelated.
ดูคำตอบ

Sounds bleak.

So, can we avoid this hot mess? สำนวน

0:47

แล้วเราจะหลีกเลี่ยงหายนะร้อนระอุนี้ได้ไหม

สำนวน

hot mess: สถานการณ์ยุ่งเหยิงและการเล่นคำเรื่องความร้อน

ในที่นี้ hot mess เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงหรือเลวร้ายอย่างมาก ซึ่งก็คือวิกฤตในอนาคตที่เกิดจากดวงอาทิตย์ ผู้พูดกำลังถามว่าจะหลีกเลี่ยงผลลัพธ์นั้นได้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าจะจัดเก็บวัตถุที่มีอุณหภูมิอุ่นได้หรือไม่ ถ้อยคำนี้ยังสร้างการเล่นคำด้วย เพราะ hot mess เป็นสำนวนที่ใช้กันอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน hot ก็มีความหมายตามตัวอักษร เพราะความร้อนของดวงอาทิตย์เป็นสาเหตุของอันตราย ในบริบทอื่น สำนวนนี้อาจใช้บรรยายสถานการณ์หรือคนที่ไม่เป็นระเบียบโดยไม่เกี่ยวกับความร้อนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “So, can we avoid this hot mess?” คำว่า hot mess ทำหน้าที่อย่างไร?

  1. หมายความว่าดวงอาทิตย์สร้างกองวัตถุอุ่น ๆ ขนาดเล็กขึ้นมา
  2. บรรยายสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบไม่เป็นทางการ และยังเล่นคำกับความร้อนตามตัวอักษรด้วย
  3. บรรยายวิธีแก้ปัญหาที่จัดไว้อย่างรอบคอบด้วยความสุภาพ
ดูคำตอบ

บรรยายสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบไม่เป็นทางการ และยังเล่นคำกับความร้อนตามตัวอักษรด้วย

It turns out our best bet โน้ต

0:49

ปรากฏว่าทางเลือกที่ดีที่สุดของเรา

lies in something called gravity assist,

0:50

อยู่ที่สิ่งที่เรียกว่าการช่วยส่งด้วยแรงโน้มถ่วง

ลำดับความ

It turns out ในฐานะตัวเชื่อมที่เปิดเผยผลลัพธ์

It turns out ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากคำถามก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ที่ค้นพบผ่านการให้เหตุผลหรือหลักฐาน ในที่นี้ใช้เพื่อแนะนำ gravity assist ว่าเป็นคำตอบที่ปรากฏขึ้น โครงสร้างคือ It turns out (that) + อนุประโยค โดยมักละ that ได้เหมือนในประโยคนี้ โดยเฉพาะเมื่อข้อความที่ตามมาระบุผลลัพธ์โดยตรง สำนวนนี้สื่อว่าข้อสรุปไม่ได้ชัดเจนมาก่อน และ turn ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหมุนทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปปัจจุบันจากบทเรียนที่ใช้เปิดเผยผลลัพธ์: After reviewing the records, ____ that the payment was sent twice.

ดูคำตอบ

it turns out

สำนวน

best bet: ตัวเลือกที่มีแนวโน้มดีที่สุด

ในประโยคนี้ best bet หมายถึงตัวเลือกหรือแผนที่มีโอกาสได้ผลมากที่สุด ผู้พูดกำลังแนะนำ gravity assist ว่าเป็นตัวเลือกที่มีแนวโน้มดีที่สุด ไม่ได้กำลังพูดถึงการพนัน คำว่า bet ยังสื่อถึงความไม่แน่นอน best bet มีโอกาสดีกว่าทางเลือกอื่น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ในประโยค Given the storm, our best bet is to wait until morning. คำว่า best bet หมายถึงอะไร?

  1. การพนันที่เกี่ยวข้องกับเงิน
  2. ตัวเลือกที่มีโอกาสได้ผลมากที่สุด แต่ไม่มีการรับประกัน
  3. ตัวเลือกที่จะสำเร็จอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ตัวเลือกที่มีโอกาสได้ผลมากที่สุด แต่ไม่มีการรับประกัน

a technique we've been using for years ไวยากรณ์

0:53

เทคนิคที่เราใช้มาหลายปี

only to launch spacecrafts

0:54

แต่ใช้เพียงเพื่อส่งยานอวกาศ

throughout our solar system.

0:56

ไปทั่วระบบสุริยะของเรา

ไวยากรณ์

we've been using for years: กิจกรรมที่ดำเนินต่อมาถึงปัจจุบัน

We've been using เป็น present perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง have + been + คำกริยา-ing กรรมของวลีนี้คือ the technique และอยู่หน้าประโยคสัมพันธ์ที่เน้นไว้: a technique we've been using for years For years ระบุระยะเวลา เมื่อใช้รวมกัน รูปนี้นำเสนอการใช้งานว่าเป็นกิจกรรมที่เริ่มในอดีตและดำเนินมาถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ work: We ____ on this project for three months, and the work is still continuing.

ดูคำตอบ

have been working

Anytime a spacecraft or satellite

0:57

ทุกครั้งที่ยานอวกาศหรือดาวเทียม

comes in close proximity to a planet, วลี

0:59

เข้าใกล้ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง

วลี

in close proximity to: ความใกล้ในภาษาทางการ

in close proximity to หมายถึงอยู่ใกล้บางสิ่งมาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่ายานอวกาศหรือดาวเทียมอยู่ห่างจากดาวเคราะห์เป็นระยะทางสั้น ๆ โครงสร้างคือ in close proximity to + คำนาม คำว่า proximity สื่อถึงความใกล้อยู่แล้ว ส่วน close เน้นว่าระยะห่างนั้นสั้น และ to ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นจุดอ้างอิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “ใกล้มาก”: The probe will pass ____ the asteroid.

ดูคำตอบ

in close proximity to

gravity grabs hold. สำนวน

1:01

แรงโน้มถ่วงจะคว้ามันไว้

สำนวน

gravity grabs hold: การทำให้แรงมีลักษณะเหมือนมนุษย์

Gravity grabs hold เป็นการทำให้แรงโน้มถ่วงมีลักษณะเหมือนมนุษย์ ราวกับว่ามันสามารถเอื้อมมือไปคว้ายานอวกาศได้ ในบริบทนี้หมายความว่าแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์เริ่มส่งอิทธิพลที่รุนแรงและสังเกตได้ต่อยาน คำอธิบายวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไปมักใช้คำกริยาแสดงการกระทำที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้จินตนาการถึงแรงทางฟิสิกส์ที่มองไม่เห็นได้ง่ายขึ้น จึงควรเข้าใจว่าเป็นคำอธิบายเหตุและผลที่เห็นภาพ ไม่ใช่การคว้าจับจริง ๆ

แบบฝึกหัด

“gravity grabs hold” หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. ยานอวกาศหลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์โดยสิ้นเชิง
  2. แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์เริ่มส่งอิทธิพลอย่างมากต่อยานอวกาศ
  3. แขนกลจับยานอวกาศไว้จริง ๆ
ดูคำตอบ

แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์เริ่มส่งอิทธิพลอย่างมากต่อยานอวกาศ

And if the spacecraft arrives

1:02

และถ้ายานอวกาศพุ่งเข้ามา

at the perfect angle,

1:03

ในมุมที่พอดี

it's able to use some

1:05

มันจะสามารถใช้

of the planet's velocity

1:05

ความเร็วส่วนหนึ่งของดาวเคราะห์

to catapult it further into space. การใช้คำ

1:07

เพื่อเหวี่ยงตัวเองออกไปในอวกาศได้ไกลขึ้น

การใช้คำ

catapult it further into space: การผลักไปข้างหน้าอย่างฉับพลันและทรงพลัง

ในประโยคนี้ catapult เป็นคำกริยาที่ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการส่งหรือผลักยานอวกาศไปข้างหน้าอย่างฉับพลันและทรงพลัง โดยไม่ได้มีเครื่องยิงจริง ๆ คำสรรพนาม it หมายถึงยานอวกาศ โครงสร้าง catapult + กรรม + ทิศทางหรือผลลัพธ์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและทรงพลัง ในที่นี้ further into space ระบุทิศทางและผลลัพธ์ของการเคลื่อนที่ของยานอวกาศ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “ผลักอย่างฉับพลันและทรงพลัง”: The surprise victory could ____ the team into the national spotlight.

ดูคำตอบ

catapult

This extra energy comes

1:09

พลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้มาจาก

from the planet's own energy of motion

1:10

พลังงานการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์เอง

around the Sun.

1:12

ขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์

But as Newton famously said,

1:13

แต่อย่างคำกล่าวอันโด่งดังของนิวตัน

to every action, วัฒนธรรม

1:15

ทุกแรงกิริยา

there is an equal and opposite reaction.

1:15

จะมีแรงปฏิกิริยาที่เท่ากันและตรงกันข้าม

วัฒนธรรม

to every action, there is an equal and opposite reaction: กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สามของนิวตัน

นี่คือถ้อยคำที่เป็นที่รู้จักของกฎการเคลื่อนที่ข้อที่สามของนิวตัน เมื่อวัตถุหนึ่งออกแรงต่ออีกวัตถุหนึ่ง วัตถุที่สองจะออกแรงกลับต่อวัตถุแรกด้วยขนาดเท่ากันแต่มีทิศทางตรงกันข้าม ในคำอธิบายนี้ ข้อความที่ยกมาทำหน้าที่เป็นหลักเหตุและผลว่าทำไมดาวเคราะห์จึงได้รับผลกระทบด้วย equal หมายถึงขนาดของแรงคู่กันที่เท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าระยะทาง ความเร็ว หรือการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นจะเท่ากัน วัตถุที่มีมวลต่างกันมากอาจตอบสนองแตกต่างกันมาก

แบบฝึกหัด

ใน 'equal and opposite reaction' คำว่า 'equal and opposite' อธิบายสิ่งใด?

  1. ยานอวกาศและดาวเคราะห์เคลื่อนที่เป็นระยะทางเท่ากันในทิศทางตรงกันข้าม
  2. วัตถุทั้งสองมีความเร็วสุดท้ายเท่ากันในทิศทางตรงกันข้าม
  3. แรงคู่กันมีขนาดเท่ากันและมีทิศทางตรงกันข้าม
ดูคำตอบ

แรงคู่กันมีขนาดเท่ากันและมีทิศทางตรงกันข้าม

As the spacecraft uses

1:18

ขณะที่ยานอวกาศใช้

the Earth's gravity to speed

1:19

แรงโน้มถ่วงของโลกเพื่อเร่งความเร็ว

up and move towards Earth,

1:20

และเคลื่อนเข้าหาโลก

the planet will ever so slightly slow down วลี

1:21

โลกจะช้าลงเพียงนิดเดียว

and move towards the spacecraft.

1:23

และเคลื่อนไปทางยานอวกาศ

วลี

Ever so slightly: ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ

Ever so slightly หมายถึง “ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ” ในที่นี้ ever ไม่ได้หมายถึง “เคย” แต่ทำหน้าที่เน้น so ให้ระดับที่ slightly สื่อดูน้อยลงไปอีก วลีนี้เน้นว่าความเร็วและตำแหน่งของโลกเปลี่ยนจริง แต่เปลี่ยนน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้ รูปแบบ ever so + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ใช้เพิ่มน้ำหนักอย่างนุ่มนวล เช่น ever so carefully ในประโยคนี้ ever so slightly ขยาย slow down และ move towards เพื่อบอกระดับของการเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ”: Turn the dial ____ to the left.

ดูคำตอบ

ever so slightly

Of course,

1:25

แน่นอนว่า

the spacecraft's mass is so small

1:26

มวลของยานอวกาศนั้นน้อยมาก

comparatively that it gets launched

1:28

เมื่อเทียบกัน มันจึงถูกเหวี่ยง

incredibly far

1:29

ออกไปไกลอย่างเหลือเชื่อ

while the planet experiences little change.

1:30

ขณะที่ดาวเคราะห์แทบไม่เปลี่ยนแปลง

But if we were to increase ไวยากรณ์

1:33

แต่ถ้าเราเพิ่ม

the spacecraft's size or use an asteroid,

1:34

ขนาดของยานอวกาศ หรือใช้ดาวเคราะห์น้อยแทน

we could potentially move

1:37

เราก็อาจขยับ

the Earth's orbit away from the Sun.

1:38

วงโคจรของโลกให้ออกห่างจากดวงอาทิตย์ได้

ไวยากรณ์

If we were to ... we could potentially ...: สมมติฐานอย่างระมัดระวัง

If we were to increase ... ใช้โครงสร้าง if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อนำเสนอการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่จินตนาการขึ้นว่าเป็นแนวคิดที่ยังไม่แน่นอนหรือห่างจากความจริง were ไม่ได้วางเหตุการณ์ไว้ในอดีต แต่แสดงระยะห่างเชิงสมมติ We could potentially move ... บอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น could และ potentially ต่างก็ลดระดับความแน่นอน ดังนั้นประโยคนี้จึงสำรวจสิ่งที่อาจทำได้ แทนที่จะรับประกันว่าวงโคจรจะเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมสมมติฐานแบบระมัดระวังด้วยสองส่วนของโครงสร้างที่เรียน: If we ____ add a second delivery van, we ____ shorten wait times.

ดูคำตอบ

were to · could potentially

This would take millions of years

1:40

เรื่องนี้จะใช้เวลาหลายล้านปี

and involve large objects

1:42

และต้องอาศัยวัตถุขนาดใหญ่

coming just close enough ไวยากรณ์

1:43

ที่เข้าใกล้โลกมากพอ

to not collide with Earth.

1:44

โดยไม่ชนโลก

ไวยากรณ์

just close enough to not collide: adjective + enough + to

โครงสร้าง adjective + enough + to + verb บอกว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งมีระดับถึงเกณฑ์ที่จำเป็นต่อผลลัพธ์ในรูป infinitive ในที่นี้ close enough กำหนดระดับความใกล้ที่จำเป็น ส่วน to not collide ยังคงปฏิเสธผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการไว้ภายใน infinitive just ทำให้ช่วงเผื่อแคบลง กล่าวคือวัตถุเข้าใกล้ขอบเขตที่เกี่ยวข้องมาก แต่ไม่เกินขีดจำกัดที่ปลอดภัย ในบริบทที่เกี่ยวกับขอบเขต just enough หมายถึง “เท่าที่จำเป็นเท่านั้น” ไม่ใช่ “มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ high และ hit ตามรูปแบบ adjective + enough + to not + verb: The drone stayed ____ the trees.

ดูคำตอบ

high enough to not hit

But hey,

1:45

แต่ก็นะ

we've got a billion year head start. สำนวน

1:46

เรามีเวลาเริ่มก่อนตั้งหนึ่งพันล้านปี

สำนวน

a head start: ความได้เปรียบจากการเริ่มก่อน

A head start คือความได้เปรียบที่เกิดจากการเริ่มก่อนหรือมีเวลาเตรียมตัวเพิ่มก่อนถึงเวลาที่ต้องลงมือ ในประโยคนี้ หนึ่งพันล้านปีคือช่วงเวลาล่วงหน้าปริมาณมหาศาลที่มีอยู่ วลีนี้เป็นสำนวน โดย head ไม่ได้หมายถึงอวัยวะของร่างกาย และความได้เปรียบนี้ไม่จำเป็นต้องมีคู่แข่งที่ระบุชัด ผู้พูดใช้ช่วงเวลาที่เกินจริงเพื่อทำให้แผนที่ใช้เวลานานมากฟังดูรับมือได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงความได้เปรียบจากการเริ่มก่อน: Starting the assignment today will give us ____ over the other teams.

ดูคำตอบ

a head start

It may seem far fetched, การใช้คำ

1:48

อาจฟังดูเกินจริงไปหน่อย

but it's already happening.

1:49

แต่มันกำลังเกิดขึ้นแล้ว

การใช้คำ

far-fetched: ยากที่จะเชื่อ

Far-fetched หมายถึงแนวคิด คำกล่าวอ้าง หรือคำอธิบายที่ดูมีโอกาสเป็นจริงน้อยมากจนเชื่อได้ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนเสมอไป ในประโยคนี้ It may seem far-fetched ยอมรับข้อสงสัยที่ผู้ฟังน่าจะมีก่อน แล้ว but ก็เตรียมเปลี่ยนไปนำเสนอหลักฐาน รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับความสงสัยก่อนจะโต้แย้งความสงสัยนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “It may seem far-fetched, but the data supports it,” คำว่า far-fetched สื่อความหมายใด?

  1. แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นไปไม่ได้
  2. แนวคิดนี้อยู่ไกลมากในทางกายภาพ
  3. ในตอนแรก แนวคิดนี้ดูเชื่อได้ยาก
ดูคำตอบ

ในตอนแรก แนวคิดนี้ดูเชื่อได้ยาก

On October 9th, 2013,

1:50

ในวันที่ 9 ตุลาคม 2013

Earth will be used to gravity assist วัฒนธรรม

1:52

โลกจะถูกใช้เป็นตัวช่วยส่งด้วยแรงโน้มถ่วง

a spacecraft called Juno,

1:54

ให้ยานอวกาศชื่อ Juno

which is on its way to Jupiter. วลี

1:56

ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังดาวพฤหัสบดี

วัฒนธรรม

gravity assist: เปลี่ยนการเคลื่อนที่ระหว่างการบินเฉียด

Gravity assist หรือการช่วยเหวี่ยงด้วยแรงโน้มถ่วง คือการควบคุมการบินอวกาศที่ยานบินเฉียดใกล้ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ หรือวัตถุท้องฟ้าอื่นที่กำลังเคลื่อนที่ แล้วใช้แรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนที่ในวงโคจรของวัตถุนั้นเพื่อเปลี่ยนความเร็ว ทิศทาง หรือทั้งสองอย่าง อีกชื่อหนึ่งคือ gravitational slingshot หรือการเหวี่ยงด้วยแรงโน้มถ่วง ใน will be used to gravity assist a spacecraft คำว่า gravity assist ทำหน้าที่เป็นคำกริยาหลัง to ที่บอกจุดประสงค์ หมายความว่าโลกจะช่วยให้จูโนทำการเคลื่อนที่แบบนี้ ดาวเคราะห์ไม่ได้เปิดระบบขับเคลื่อนเพิ่มเติม การเปลี่ยนแปลงเกิดจากการบินเฉียดที่วางแผนไว้และการแลกเปลี่ยนพลังงานวงโคจรกับโมเมนตัม

แบบฝึกหัด

เกิดอะไรขึ้นในการทำ gravity assist?

  1. ยานอวกาศต้องลงจอดบนดาวเคราะห์ก่อนจึงจะเดินทางต่อได้
  2. ดาวเคราะห์เปิดเครื่องยนต์เพิ่มเติมและให้เชื้อเพลิงแก่ยานอวกาศ
  3. ยานอวกาศบินเฉียดใกล้วัตถุท้องฟ้าที่กำลังเคลื่อนที่เพื่อเปลี่ยนความเร็วหรือทิศทาง
ดูคำตอบ

ยานอวกาศบินเฉียดใกล้วัตถุท้องฟ้าที่กำลังเคลื่อนที่เพื่อเปลี่ยนความเร็วหรือทิศทาง

วลี

“on its way to”:กำลังเดินทางไปยังจุดหมายแล้ว

ในประโยคนี้ is on its way to Jupiter หมายความว่าจูโนเริ่มออกเดินทางแล้วและกำลังมุ่งหน้าไปยังดาวพฤหัสบดี Its หมายถึงยานอวกาศจูโน ไม่ได้หมายความว่าจูโนเป็นเจ้าของถนน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ be on one's way to + จุดหมาย คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน เช่น I am on my way, she is on her way และ the probe is on its way

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับประธาน: The ambulance is ____ the hospital and should arrive soon.

ดูคำตอบ

on its way to

As Juno flies within 559 km of us,

1:57

เมื่อ Juno บินเฉียดเราในระยะไม่เกิน 559 กม.

it will use Earth's gravity as a slingshot สำนวน

2:01

มันจะใช้แรงโน้มถ่วงของโลกเหมือนหนังสติ๊ก

to boost its velocity วลี

2:03

เพื่อเพิ่มความเร็ว

by 7.3 km per second.

2:04

ขึ้น 7.3 กม. ต่อวินาที

สำนวน

“use Earth's gravity as a slingshot”:อุปมาเชิงหน้าที่

วลีนี้นำเสนอแรงโน้มถ่วงของโลกว่าใช้ทำหน้าที่เหมือนหนังสติ๊ก ไม่ได้มีหนังสติ๊กจริงอยู่ในเหตุการณ์ จูโนบินผ่านโลกและใช้การพบกับสนามแรงโน้มถ่วงเพื่อเปลี่ยนและเพิ่มความเร็ว กรอบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ use A as B ซึ่งกำหนดบทบาทหรือหน้าที่ของ B ให้กับ A ในคำอธิบาย B อาจเป็นสิ่งของที่คุ้นเคยซึ่งช่วยให้มองเห็นภาพกลไกที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่กำหนดให้แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำหน้าที่เป็นเบรก: The probe used the moon's gravity ____ a brake.

ดูคำตอบ

as

วลี

boost its velocity by + ปริมาณ

ในที่นี้ boost its velocity หมายถึงทำให้ความเร็วของยานเพิ่มขึ้น คำแสดงความเป็นเจ้าของ its ระบุว่าวัตถุใดมีความเร็วเปลี่ยนไป ส่วน boost แสดงการเพิ่มขึ้นนั้น by 7.3 km per second บอกขนาดของความเร็วที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ความเร็วสุดท้ายที่ไปถึงหลังจากนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ boost + velocity ของคนหรือสิ่งของ + by + ปริมาณ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: During the test, the drone will activate an extra motor to ____ 5 meters per second.

ดูคำตอบ

boost its velocity by

Meanwhile,

2:07

ในขณะเดียวกัน

Earth will have been moved by a fraction. ไวยากรณ์

2:07

โลกก็จะถูกขยับไปเพียงนิดเดียว

ไวยากรณ์

will have been moved: รูปถูกกระทำของ future perfect

Will have been moved ประกอบด้วย will + have + been + กริยาช่องที่สาม moved ส่วน will have แสดงว่าการเคลื่อนที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อถึงจุดอ้างอิงในอนาคต และ been moved ทำให้เป็นรูปถูกกระทำ กล่าวคือ โลกเป็นฝ่ายที่ถูกเคลื่อน ไม่ใช่ฝ่ายที่เคลื่อนสิ่งอื่น จุดอ้างอิงเข้าใจได้จากเหตุการณ์บินเฉียดที่กำลังอธิบาย โดยทั่วไปใช้ will have been + กริยาช่องที่สาม เมื่อคนหรือสิ่งใดจะผ่านการกระทำบางอย่างเสร็จแล้วเมื่อถึงเวลาในภายหลัง ในประโยคเต็ม by a fraction อธิบายปริมาณการเคลื่อนที่ที่น้อยมาก ไม่ได้ระบุผู้กระทำที่ทำให้โลกเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป future perfect passive ของ move: By the time the inspection begins tomorrow, the damaged satellite ____ to a safer orbit by the recovery team.

ดูคำตอบ

will have been moved

Juno will later arrive at Jupiter in 2016,

2:09

ต่อมา Juno จะไปถึงดาวพฤหัสบดีในปี 2016

where it will study

2:12

และที่นั่นมันจะศึกษา

the interior of the planet

2:13

ภายในของดาวเคราะห์

and help to unveil

2:14

พร้อมช่วยเปิดเผย

many new spectacular mysteries

2:15

ปริศนาใหม่อันน่าทึ่งมากมาย

of our solar system.

2:17

ของระบบสุริยะของเรา

In order to move the Earth ไวยากรณ์

2:18

เพื่อขยับโลก

within our billion year timeline,

2:19

ภายในกรอบเวลาหนึ่งพันล้านปีของเรา

we would need approximately one encounter ไวยากรณ์

2:21

เราจะต้องมีการเข้าใกล้ประมาณหนึ่งครั้ง

every 6,000 years

2:22

ทุก ๆ 6,000 ปี

ไวยากรณ์

ใช้ In order to เพื่อระบุจุดประสงค์ให้ชัดเจน

In order to ใช้เกริ่นจุดประสงค์ของการกระทำ ในประโยคนี้ จุดประสงค์คือการเคลื่อนย้ายโลกภายในช่วงเวลาที่กำหนด ส่วนประโยคหลักอธิบายว่าสิ่งใดจำเป็นต่อการบรรลุจุดประสงค์นั้น ประธานที่เข้าใจกันของกริยา infinitive เป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก กล่าวคือ we เป็นทั้งผู้เคลื่อนย้ายโลกและผู้ที่ต้องการการเข้าใกล้กันเหล่านี้ ในโครงสร้างนี้ order ไม่ได้หมายถึงคำสั่งหรือลำดับ แต่ in order to ทั้งชุดทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมบอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมบอกจุดประสงค์สามคำจากบทเรียนนี้: ____ protect the equipment, the team covered it before the storm.

ดูคำตอบ

In order to

ไวยากรณ์

ใช้ one encounter every 6,000 years เป็นรูปแบบบอกความถี่

รูปแบบ one + เหตุการณ์ที่นับได้ + every + ช่วงเวลา ใช้บอกความถี่เฉลี่ยที่เกิดซ้ำ one encounter every 6,000 years หมายถึงต้องมีการเข้าใกล้กันหนึ่งครั้งต่อทุกช่วง 6,000 ปี ไม่ได้หมายความว่าการเข้าใกล้กันหนึ่งครั้งกินเวลานาน 6,000 ปี ในบริบทนี้ encounter หมายถึงเหตุการณ์เข้าใกล้หนึ่งครั้งที่สร้างผลทางแรงโน้มถ่วงตามต้องการ กรอบการบอกความถี่เดียวกันนี้ใช้กับเหตุการณ์ที่นับได้ประเภทอื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ one + เหตุการณ์ + every + ช่วงเวลา เพื่อบอกความถี่ที่เกิดซ้ำ

  1. The clinic schedules one safety drill every three months.
  2. The clinic scheduled one safety drill during the first three months.
  3. The clinic schedules a safety drill lasting three months.
ดูคำตอบ

The clinic schedules one safety drill every three months.

using an object with a mass

2:24

โดยใช้วัตถุที่มีมวล

of approximately 10 to the 19 kg. การใช้คำ

2:25

ประมาณ 10 ยกกำลัง 19 กก.

การใช้คำ

10 to the 19 kg ในฐานะนิพจน์เลขยกกำลัง

ในประโยคนี้ “10 to the 19 kg” แสดงเลขยกกำลัง คือ 10^19 กิโลกรัม ไม่ใช่ 10 บวก 19 กิโลกรัม เลขชี้กำลัง 19 หมายความว่าจำนวนนี้เขียนเป็นเลข 1 ตามด้วยเลขศูนย์ 19 ตัว รูปคำพูดนี้เป็นการย่อแบบไม่เป็นทางการของ “ten to the nineteenth power” ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ “ten to the…” บอกผู้ฟังถึงอันดับขนาด และหน่วยที่ตามมาจะใช้กับจำนวนทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “10 to the 19 kg” หมายความว่าอะไร

  1. ประมาณ 10^19 กิโลกรัม
  2. ประมาณ 29 กิโลกรัม
  3. ประมาณ 190 กิโลกรัม
ดูคำตอบ

ประมาณ 10^19 กิโลกรัม

That's 19 zeros,

2:28

นั่นคือตัวเลขที่มีศูนย์ 19 ตัว

somewhere around the size วลี

2:30

หรือมีขนาดราว ๆ

of a 100 km wide asteroid.

2:31

ดาวเคราะห์น้อยที่กว้าง 100 กม.

วลี

การใช้ somewhere around the size of เพื่อเปรียบเทียบขนาดแบบคร่าว ๆ

“Somewhere around the size of” ใช้เปรียบเทียบแบบคร่าว ๆ อย่างจงใจ ในที่นี้ “somewhere” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่เมื่อใช้ร่วมกับ “around” จะบอกว่าค่าประมาณอยู่ในช่วงกว้าง ๆ ที่ไม่แน่นอน “The size of” นำหน้าสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ วลีทั้งหมดหมายถึง “มีขนาดใหญ่พอ ๆ กันโดยประมาณ” โดยไม่ได้อ้างว่าวัตถุทั้งสองมีทุกมิติเท่ากันอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

“somewhere around the size of” ในตัวอย่างสื่อความหมายอะไร

  1. สถานที่จริงใกล้ดาวเคราะห์น้อย
  2. ความคล้ายกันด้านขนาดโดยประมาณ
  3. การประมาณว่ามันเล็กกว่าดาวเคราะห์น้อย
  4. ความเท่ากันอย่างแม่นยำในทุกมิติ
ดูคำตอบ

ความคล้ายกันด้านขนาดโดยประมาณ

In between passes,

2:33

ระหว่างการบินผ่านแต่ละครั้ง

the asteroid would slingshot around the Sun,

2:34

ดาวเคราะห์น้อยจะเหวี่ยงตัวรอบดวงอาทิตย์

fly out to Jupiter,

2:37

บินออกไปยังดาวพฤหัสบดี

and then be gravity assisted back to Earth,

2:38

แล้วอาศัยแรงโน้มถ่วงเหวี่ยงกลับมายังโลก

like one long version ลำดับความ

2:40

เหมือนเกมรับส่งลูกแบบยาว ๆ

of catch between planets.

2:41

ระหว่างดาวเคราะห์

ลำดับความ

like one long version of catch between planets ในฐานะการเปรียบเทียบเพื่ออธิบาย

วลี like one long version of catch between planets เป็นการเปรียบเทียบเพื่อช่วยอธิบาย Like บอกว่าการเคลื่อนที่ซ้ำไปมาของดาวเคราะห์น้อยระหว่างวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ถูกนำไปเปรียบกับเกมที่คุ้นเคย ซึ่งผู้คนโยนลูกบอลรับส่งกันไปมา การเปรียบเทียบนี้ย่อเส้นทางที่ซับซ้อนให้เป็นภาพที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ได้หมายความว่าดาวเคราะห์กำลังเล่นเกมกันจริง ๆ หรือการโคจรเป็นไปตามกติกาของเกมรับส่งลูกบอล ในที่นี้ catch เป็นคำนามที่หมายถึงกิจกรรมโยนและรับลูกบอลไปมา

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกว่าดาวเคราะห์โยนดาวเคราะห์น้อยให้กันจริง ๆ ในฐานะส่วนหนึ่งของเกม
  2. ใช้สิ่งเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่อให้จินตนาการถึงเส้นทางอันซับซ้อนของดาวเคราะห์น้อยได้ง่ายขึ้น
  3. เกริ่นถึงเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากดาวเคราะห์น้อยกลับมายังโลก
ดูคำตอบ

ใช้สิ่งเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่อให้จินตนาการถึงเส้นทางอันซับซ้อนของดาวเคราะห์น้อยได้ง่ายขึ้น

Over millions of years,

2:43

ตลอดเวลาหลายล้านปี

this would move the Earth

2:44

วิธีนี้จะขยับโลก

to a comfortable 225 million km orbit

2:45

ไปสู่วงโคจรที่เหมาะสม ห่างออกไป 225 ล้านกิโลเมตร

out from the Sun.

2:48

จากดวงอาทิตย์

And while it is feasible, ไวยากรณ์

2:49

และแม้จะทำได้จริง

even with today's technology,

2:51

ถึงจะใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันก็ตาม

it doesn't come without risks. วลี

2:52

แต่มันก็มีความเสี่ยง

ไวยากรณ์

while it is feasible: while ที่แสดงการยอมรับก่อนหักมุม

ใน while it is feasible คำว่า while ใช้เปิดประเด็นยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำเสนอข้อจำกัด ไม่ได้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา ผู้พูดยอมรับข้อดีก่อนว่าแนวทางนี้เป็นไปได้แม้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน แล้วจึงเสนอประเด็นที่ขัดกันว่ายังคงมีความเสี่ยง รูปแบบแสดงการยอมรับก่อนหักมุม while + อนุประโยค ช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งให้สมดุล โดยยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อน แล้วจึงกล่าวถึงข้อจำกัดหรือข้อแย้งในประโยคหลัก ในการใช้นี้ while มีความหมายใกล้กับ although

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนนำเสนอสิ่งที่ขัดกัน

  1. While I was cooking dinner, the phone rang.
  2. While Maya worked in Paris, she visited the Louvre every month.
  3. While the apartment is small, it is close to the station.
ดูคำตอบ

While the apartment is small, it is close to the station.

วลี

การปฏิเสธซ้อนอย่างระมัดระวังใน “doesn't come without risks”

“Doesn't come without risks” เป็นวิธีพูดอย่างระมัดระวังว่าสิ่งหนึ่งมีความเสี่ยงอยู่จริง คำปฏิเสธ “doesn't” ครอบคลุมวลี “come without risks” ดังนั้นองค์ประกอบปฏิเสธสองส่วนจึงไม่ได้หมายถึง “ไม่มีความเสี่ยง” แต่เมื่อนำมารวมกันกลับยืนยันว่าความเสี่ยงยังคงมีอยู่ ในที่นี้ วลีดังกล่าวช่วยจำกัดข้อยอมรับก่อนหน้าว่าแผนนั้นเป็นไปได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้อย่าง “X doesn't come without Y” ยอมรับความเป็นไปได้หรือข้อดีก่อน แล้วจึงเติมต้นทุน ข้อจำกัด หรืออันตรายที่มีอยู่จริง โดยไม่กล่าวแรงถึงขั้นว่า X เป็นสิ่งอันตรายโดยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเตือนอย่างระมัดระวังจากบทเรียนนี้: The upgrade is feasible, but it ____.

ดูคำตอบ

doesn't come without risks

For one, ลำดับความ

2:54

อย่างแรก

we may lose the Moon,

2:54

เราอาจสูญเสียดวงจันทร์

which could ultimately create

2:55

ซึ่งท้ายที่สุดอาจทำให้เกิด

some extreme weather patterns.

2:57

รูปแบบสภาพอากาศสุดขั้ว

ลำดับความ

การใช้ “For one” เพื่อนำเสนอประเด็นสนับสนุนหนึ่งข้อ

ใน“For one,” คำว่า “one” หมายถึงเหตุผลหรือตัวอย่างหนึ่งข้อ ไม่ใช่คนหรือสิ่งของ วลีนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเริ่มด้วยประเด็นหนึ่งที่สนับสนุนข้อโต้แย้ง ต่างจาก “first” วลีนี้ไม่ได้ผูกมัดว่าผู้พูดจะนำเสนอรายการที่มีลำดับเลขหรือรายการที่ครบถ้วน แต่เปิดพื้นที่ให้เพิ่มประเด็นอื่นและทำให้การให้เหตุผลด้วยวาจามีจังหวะแบบสนทนา โดยอาจเพิ่มประเด็นถัดไปด้วย “for another”, “also” หรือ “not to mention”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอเหตุผลหนึ่งข้อได้เป็นธรรมชาติที่สุด โดยไม่ได้สัญญาว่าจะให้รายการที่มีลำดับเลขครบถ้วน

  1. First, turn off the power before opening the panel.
  2. For one, the train is cheaper than flying.
  3. For example, Paris has an extensive metro system.
ดูคำตอบ

For one, the train is cheaper than flying.

Not to mention, ลำดับความ

2:58

นอกจากนี้

the Earth's spin may increase,

2:59

โลกอาจหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้น

making days only hours long. ไวยากรณ์

3:01

จนหนึ่งวันยาวนานเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ลำดับความ

ใช้ Not to mention เพื่อเพิ่มประเด็นที่หนักแน่นขึ้น

Not to mention ใช้เสนอประเด็นเพิ่มเติมหลังจากมีการกล่าวถึงเหตุผลหรือผลที่ตามมาอื่น ๆ แล้ว หรือเมื่อประเด็นเหล่านั้นเป็นที่เข้าใจจากบริบท ในที่นี้ ความเป็นไปได้ที่โลกจะหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้นถูกเพิ่มเข้ามาเป็นผลร้ายแรงอีกประการหนึ่ง แม้จะมีคำว่า not แต่วลีนี้ไม่ได้ปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงแนวคิดที่ตามมา ตรงกันข้าม วลีนี้นำแนวคิดนั้นเข้าสู่การสนทนาอย่างชัดเจน และมักสื่อว่าแนวคิดนั้นช่วยเสริมข้อโต้แย้งของผู้พูดให้หนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ Not to mention ทำหน้าที่ด้านการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างไร

  1. เพิ่มผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ช่วยเสริมประเด็นก่อนหน้า
  2. ปฏิเสธว่าการหมุนรอบตัวเองของโลกอาจเปลี่ยนไป
  3. ระบุว่านี่เป็นเหตุผลเดียวในการอภิปราย
ดูคำตอบ

เพิ่มผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ช่วยเสริมประเด็นก่อนหน้า

ไวยากรณ์

ใช้ making + กรรม + ส่วนเติมเต็มเพื่อแสดงผลลัพธ์

อนุประโยค making หลังเครื่องหมายจุลภาคแสดงผลจากสถานการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ การหมุนรอบตัวเองของโลกที่เร็วขึ้นอาจทำให้หนึ่งวันยาวเพียงไม่กี่ชั่วโมง ภายในอนุประโยค making เป็นกริยา make ที่มีความหมายเชิงก่อให้เกิด days เป็นกรรม และ only hours long เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกระยะเวลาของวันเหล่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ เหตุหรือเหตุการณ์, making + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปบอกผลของ make และคำว่า “the process / much faster” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The software update removed several steps, ____.

ดูคำตอบ

making the process much faster

The surrounding planets,

3:03

ดาวเคราะห์รอบข้าง

like our new neighbor Mars,

3:04

อย่างดาวอังคาร เพื่อนบ้านใหม่ของเรา

would likely have their own orbits destabilized. ไวยากรณ์

3:05

ก็มีแนวโน้มที่วงโคจรจะไม่เสถียร

ไวยากรณ์

have their own orbits destabilized: ผลลัพธ์ที่ประธานต้องเผชิญ

โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่ 3 แสดงว่ากรรมลงเอยในสภาพที่กริยาช่องที่ 3 บอกไว้ ในที่นี้ ประธานหมายถึงดาวเคราะห์ที่อยู่โดยรอบ กรรมคือ their own orbits และ destabilized บอกสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับวงโคจรเหล่านั้น โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายความว่ามีคนตั้งใจจัดให้ผู้อื่นทำบริการบางอย่างเสมอไป เช่น have a bike repaired แต่ยังใช้บอกว่าประธานต้องเผชิญกับผลลัพธ์บางอย่าง ซึ่งมักเป็นผลที่ไม่พึงประสงค์ ในประโยคนี้ อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงจะทำให้วงโคจรไม่เสถียร ดาวเคราะห์ไม่ได้เลือกหรือจัดให้เกิดเรื่องนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษ "After the storm, many families had their homes damaged by falling trees" หมายความว่าอย่างไร

  1. ครอบครัวเหล่านั้นจัดให้คนงานมาทำลายบ้านของตน
  2. ครอบครัวเหล่านั้นทำให้ต้นไม้ใกล้บ้านของตนเสียหาย
  3. ต้นไม้ที่ล้มลงทำให้บ้านของครอบครัวเหล่านั้นเสียหาย
ดูคำตอบ

ต้นไม้ที่ล้มลงทำให้บ้านของครอบครัวเหล่านั้นเสียหาย

And,

3:08

และ

you know, น้ำเสียง/เจตนา

3:09

คุณก็รู้

the asteroid could come plummeting วลี

3:09

ดาวเคราะห์น้อยอาจดิ่งลงมา

into Earth by accident.

3:11

ชนโลกโดยไม่ตั้งใจ

น้ำเสียง/เจตนา

you know ในฐานะคำบอกจังหวะในการสนทนา

ในประโยคนี้ you know เป็นคำบอกจังหวะในการสนทนา ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้หรือไม่ คำนี้ทำให้ประโยคหยุดสั้น ๆ และเกริ่นแนวคิดถัดไปเหมือนเป็นสิ่งที่ผู้ฟังตามหรือยอมรับได้ การเกริ่นความเป็นไปได้ที่ร้ายแรงมากด้วยคำพูดสบาย ๆ เช่นนี้ยังทำให้น้ำเสียงดูเหมือนพูดผ่าน ๆ ด้วย ผู้ฟังไม่ต้องตอบ yes หรือ no

แบบฝึกหัด

ในประโยค "We should leave now because, you know, the buses stop early," หน้าที่หลักของ you know คืออะไร

  1. หมายความว่าผู้พูดลืมว่าทำไมจึงควรออกไป
  2. ทำให้เหตุผลดูเป็นเรื่องที่คุ้นเคยร่วมกันและรักษาน้ำเสียงแบบสนทนา
  3. ถามว่าผู้ฟังรู้ตารางเวลารถโดยสารหรือไม่
ดูคำตอบ

ทำให้เหตุผลดูเป็นเรื่องที่คุ้นเคยร่วมกันและรักษาน้ำเสียงแบบสนทนา

วลี

come plummeting into Earth: ใช้ come + -ing บรรยายการเคลื่อนที่อย่างเห็นภาพ

ใน come plummeting into Earth คำว่า come แสดงว่าดาวเคราะห์น้อยกำลังเคลื่อนเข้าหาจุดหมายหรือฉากปัจจุบัน ส่วน plummeting บอกลักษณะการเคลื่อนที่ว่า ตกลงอย่างรวดเร็ว ชัน และแทบควบคุมไม่ได้ คำว่า into Earth ทำให้เห็นว่ามันอยู่ในเส้นทางที่จะชนโลก รูปแบบ come + -ing รวมความหมายเรื่องการมาถึงหรือทิศทางเข้ากับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเห็นภาพ เหมาะเป็นพิเศษกับการเคลื่อนที่อย่างฉับพลัน เช่น คนอาจ come rushing in หรือวัตถุอาจ come crashing down

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ come + -ing อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงการเคลื่อนที่อย่างฉับพลันเข้าหาฉากนั้น

  1. The motorcycle came skidded into the yard.
  2. The motorcycle came skidding into the yard.
  3. The motorcycle came to skid into the yard.
ดูคำตอบ

The motorcycle came skidding into the yard.

But perhaps these are the risks ลำดับความ

3:12

แต่บางทีนี่อาจเป็นความเสี่ยง

we need to take

3:13

ที่เราจำเป็นต้องยอมรับ

to give our descendants, the planet,

3:14

เพื่อให้ลูกหลานของเรา โลกใบนี้

and all life on it

3:16

รวมถึงทุกชีวิตบนโลก

a few extra billion years.

3:17

มีเวลาเพิ่มอีกหลายพันล้านปี

ลำดับความ

But perhaps these are the risks we need to take: ปรับกรอบอันตรายเป็นต้นทุนที่อาจจำเป็น

But เปลี่ยนทิศทางของข้อโต้แย้งจากอันตรายที่เพิ่งกล่าวถึงไปสู่ข้อสรุปหนึ่งที่เป็นไปได้ว่า อันตรายเหล่านั้นอาจเป็นต้นทุนที่ต้องยอมรับเพื่อแลกกับประโยชน์ระยะยาวที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก These ชี้กลับไปยังอันตรายที่ระบุไว้ก่อนหน้า ส่วน to give ... แสดงจุดประสงค์ที่ใช้สนับสนุนการยอมรับความเสี่ยงนั้น Perhaps ทำให้ข้อสรุปยังคงระมัดระวังแทนที่จะเป็นการยืนยันเด็ดขาด The risks we need to take วางกรอบข้อโต้แย้งว่าเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนกับประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงนั้นเล็กน้อย ไม่เป็นอันตราย หรือรับประกันผลลัพธ์ที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

But perhaps these are the risks we need to take แสดงจุดยืนใดในที่นี้

  1. พวกเขาแย้งว่าควรปฏิเสธความเสี่ยงทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้น
  2. พวกเขารับประกันว่าความเสี่ยงเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตราย
  3. พวกเขาเสนออย่างระมัดระวังว่า ความเสี่ยงเหล่านี้อาจจำเป็นเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่า
ดูคำตอบ

พวกเขาเสนออย่างระมัดระวังว่า ความเสี่ยงเหล่านี้อาจจำเป็นเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่า

Got a burning question you want answered? สำนวน

3:20

มีคำถามคาใจที่อยากได้คำตอบไหม

สำนวน

burning question: คำถามสำคัญที่ต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน

ในประโยคนี้ a burning question หมายถึงคำถามสำคัญที่ใครบางคนอยากได้คำตอบอย่างมาก คำว่า burning ช่วยเพิ่มความรู้สึกเร่งด่วน ไม่ได้หมายความว่าคำถามกำลังติดไฟจริง ๆ หรือผู้พูดกำลังโกรธ เนื่องจากวิดีโอพูดถึงดวงอาทิตย์ ความร้อน และภาวะโลกร้อน burning จึงสร้างการเล่นคำสนุก ๆ ที่เชื่อมโยงกับหัวข้อด้วย ผู้ดำเนินรายการใช้สำนวนนี้เพื่อเชิญชวนให้ผู้ชมถามคำถามอย่างน่าสนใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “คำถามสำคัญที่คุณอยากได้คำตอบอย่างเร่งด่วน”: “I have one ____: who made the final decision?”

ดูคำตอบ

burning question

Ask it in the comments

3:22

ถามมาได้ในช่องความคิดเห็น

or on Facebook and Twitter.

3:23

หรือทาง Facebook และ Twitter

And if you want to learn more about Juno,

3:24

และถ้าอยากรู้เรื่อง Juno มากขึ้น

check out its awesome interactive website

3:26

ลองเข้าเว็บไซต์อินเทอร์แอกทีฟสุดเจ๋งของ Juno

we've linked in the description.

3:28

ที่เราใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบาย

Special thanks to NASA

3:29

ขอขอบคุณ NASA เป็นพิเศษ

for inspiring and supporting this episode.

3:30

ที่สร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนวิดีโอตอนนี้

And subscribe

3:32

และอย่าลืมกดติดตาม

for more weekly science videos.

3:33

เพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์