วิธีพูดคุยเกี่ยวกับวันหยุดและการท่องเที่ยว - บทเรียน English for Life: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้ทริปโตเกียวเป็นตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีเปลี่ยนคำตอบกว้าง ๆ ว่าเที่ยวสนุกดี ให้เป็นเรื่องเล่าที่มีโครงสร้างและเห็นภาพมากขึ้น โดยขยายความผ่านอาหาร กิจกรรม ผู้คน และบรรยากาศของจุดหมายปลายทาง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. talk about the food, the people, the things you did, or the environment. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การใช้หัวข้อสี่ด้าน ได้แก่ อาหาร ผู้คน สิ่งที่ทำ และสภาพแวดล้อม เป็นกรอบที่นำกลับมาใช้ได้เมื่อต้องขยายคำตอบเกี่ยวกับการเดินทางหรือประสบการณ์อื่น ๆ จึงไม่ต้องจบเพียงคำประเมินกว้าง ๆ ว่าทุกอย่างก็ดี แต่สามารถจัดรายละเอียดให้ผู้ฟังติดตามได้ชัดเจน 2. checked out — กริยาวลี: เข้าใจว่าในบริบทการท่องเที่ยว สำนวนนี้หมายถึงการไปดู สำรวจ หรือลองสัมผัสสถานที่หรือกิจกรรมบางอย่าง สามารถใช้ในบทสนทนาเพื่อเล่าการแวะชมสถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า การแสดง หรืองานท้องถิ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ visit ซ้ำ ๆ 3. chill vibe — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: แยกแยะว่าวลีไม่เป็นทางการนี้สื่อถึงบรรยากาศที่สบาย ผ่อนคลาย และไม่เคร่งเครียด ไม่ได้หมายถึงความเย็นตามตัวอักษร เหมาะสำหรับใช้ในการสนทนาสบาย ๆ เพื่อบรรยายบรรยากาศของคาเฟ่ ร้านอาหาร ห้องพัก ย่าน หรือกิจกรรมต่าง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
This can be a really easy answer when somebody asks you,
0:04นี่อาจเป็นคำตอบที่ง่ายมากๆ เวลาที่มีคนถามคุณว่า
How was your trip?: การถามความรู้สึกโดยรวมเกี่ยวกับทริป
How was your trip? ใช้ถามความรู้สึกหรือความประทับใจโดยรวมของอีกฝ่ายต่อทริปที่จบไปแล้ว ในที่นี้ how หมายถึง “ประสบการณ์นั้นเป็นอย่างไร” ไม่ได้ถามเพียงว่า “การเดินทางราบรื่นไหม” คำตอบสั้น ๆ ที่บอกความรู้สึกโดยรวมก็เพียงพอ แต่คำถามนี้ยังเปิดโอกาสให้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรม อาหาร หรือช่วงเวลาที่น่าจดจำได้ด้วย
แบบฝึกหัด
คำตอบใดตอบ How was your trip? ได้เหมาะสมที่สุดและช่วยให้บทสนทนาดำเนินต่อไป?
- I usually travel by train.
- It starts at three o'clock.
- It was great. We went swimming every day.
ดูคำตอบ
It was great. We went swimming every day.
making small talk: การพูดคุยเรื่องเบา ๆ อย่างสุภาพ
Making small talk เป็นรูป -ing ของวลีตายตัว make small talk หมายถึงการพูดคุยเรื่องเบา ๆ อย่างสุภาพ มักใช้เพื่อแสดงความเป็นมิตร ลดความเก้อเขิน หรือเติมช่วงเวลาที่เงียบ small ในที่นี้อธิบายประเภทของหัวข้อว่าเป็นเรื่องเบา ๆ ไม่เป็นส่วนตัวหรือจริงจังมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าบทสนทนามีขนาดเล็กหรือไม่มีคุณค่า
แบบฝึกหัด
ใช้ make small talk ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We ____ while we waited for the bus.
ดูคำตอบ
made small talk
but if you really want to bring your story to life, สำนวน
0:15แต่ถ้าคุณอยากให้เรื่องราวของคุณมีชีวิตชีวาจริงๆ
bring your story to life: ทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา
ในที่นี้ bring your story to life หมายถึงทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา น่าสนใจ และนึกภาพตามได้ง่าย รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับภาพที่เห็น เสียง ผู้คน และการกระทำช่วยสร้างผลเช่นนี้ได้ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bring + something + to life โดยวาง story, character, lesson หรือ idea ที่ถูกทำให้มีชีวิตชีวาไว้ระหว่าง bring กับ to life
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ bring ... to life ในความหมายว่าทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ
- Bring your story to class tomorrow.
- Read your story from the first page to the last.
- Add specific sights and sounds to bring your story to life.
ดูคำตอบ
Add specific sights and sounds to bring your story to life.
food, people, things you did, environment: การจัดรายละเอียด
รายการ food, people, things you did และ environment จัดข้อมูลออกเป็นสี่ส่วนที่เป็นประโยชน์ แทนที่จะบอกเพียงความคิดเห็นกว้าง ๆ เกี่ยวกับการเดินทาง คุณสามารถเลือกหนึ่งส่วนหรือหลายส่วนแล้วเพิ่มรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงได้ ในที่นี้ things you did หมายถึงกิจกรรมหรือประสบการณ์ เช่น การว่ายน้ำหรือไปพิพิธภัณฑ์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่คุณทำขึ้น ส่วน environment หมายถึงสถานที่และบริเวณรอบ ๆ ไม่จำเป็นต้องพูดครบทั้งสี่ส่วน เพียงเลือกหนึ่งหรือสองส่วนแล้วให้รายละเอียดที่ชัดเจน คำตอบก็สมบูรณ์ขึ้นได้
แบบฝึกหัด
คำตอบใดใช้หลายด้านเพื่อเล่าเรื่องการเดินทางได้อย่างเฉพาะเจาะจงที่สุด
- It was nice.
- I packed my bag on Tuesday.
- The food was spicy, the guides were kind, and we went kayaking on a quiet river.
ดูคำตอบ
The food was spicy, the guides were kind, and we went kayaking on a quiet river.
give that another go: ลองอีกครั้ง
Give something another go หมายถึงลองทำสิ่งหนึ่งอีกครั้ง ในประโยคนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงคำตอบที่เพิ่งลองไป ตรงนี้ go เป็นคำนามนับได้ หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่าเคลื่อนที่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + something + another go และใช้บอกว่าทำกิจกรรมเดิมอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย give ... another go: The paper plane did not fly far, so let's ____.
ดูคำตอบ
give it another go
trip to Tokyo: ใช้ to ระบุจุดหมาย
Trip to + place ใช้ระบุจุดหมายของการเดินทาง หรือสถานที่ที่เดินทางไป ใน trip to Tokyo นั้น Tokyo คือจุดหมายของทริป สามารถเปลี่ยนสถานที่ได้ เช่น a trip to London หรือ our trip to the museum โดยคำที่อยู่หน้าสถานที่ยังคงเป็น to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าเกาะเป็นจุดหมายของการเดินทาง
- The class is taking a trip from the island.
- The class is taking a trip to the island.
- The class is taking a trip around the island.
ดูคำตอบ
The class is taking a trip to the island.
such a large variety of dishes: เน้นว่ามีหลายประเภทที่แตกต่างกัน
such a large variety of dishes หมายถึงมีอาหารหลายชนิดที่แตกต่างกันให้เลือก variety เน้นความกว้างและความหลากหลายของตัวเลือก ไม่ใช่ขนาดของอาหารจานใดจานหนึ่ง โครงสร้างคือ such + a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + of + คำนามพหูพจน์: such a large variety of dishes คำว่า such เน้นนามวลีทั้งชุด และแสดงว่ามีชนิดให้เลือกมากจนน่าประทับใจ
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ถูกต้องซึ่งเน้นความหลากหลายอย่างน่าประทับใจให้ประโยคสมบูรณ์: The science museum has ____ exhibits.
ดูคำตอบ
such a large variety of
tasted so fresh and flavorful: taste + คำคุณศัพท์
ในที่นี้ tasted เป็นกริยาเชื่อมที่บอกว่าอาหารให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่อกิน อาหารเป็นประธาน ส่วนคำคุณศัพท์ fresh และ flavorful อธิบายรสชาติและคุณภาพ tasted ไม่ได้หมายความว่าอาหารทุกอย่างกำลังชิมสิ่งอื่นอยู่ so เน้นคำคุณศัพท์สองคำที่เชื่อมกัน Flavorful หมายถึงมีรสชาติที่น่าพอใจและชัดเจน จึงเป็นคำอธิบายที่เฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าอาหาร good
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าซุปให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่อกิน?
- I tasted fresh the soup.
- The soup tasted rich and flavorful.
- The soup tasted richly and flavorfully.
ดูคำตอบ
The soup tasted rich and flavorful.
All the street food looked really inviting as well. การใช้คำ
0:35อาหารริมทางทั้งหมดก็ดูน่ากินมากๆ เหมือนกัน
looked really inviting as well: ดูน่าดึงดูดมากเช่นกัน
ในที่นี้ inviting เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงดูน่าดึงดูดและน่าพอใจจนทำให้อยากลอง อาหารไม่ได้กำลังเชื้อเชิญใครตามความหมายตรงตัว แต่ looked really inviting หมายถึงรูปลักษณ์ของอาหารดูน่ากินจนอยากลอง โครงสร้าง look + คำคุณศัพท์ใช้บอกความประทับใจ เช่น looked inviting คำว่า really ช่วยเน้น inviting และ as well ที่ท้ายประโยคหมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” เป็นการเพิ่มความประทับใจข้อนี้จากสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ inviting ในความหมายว่า “ดูน่าสนใจจนทำให้อยากเข้าไป”
- The warm, bright bakery looked inviting.
- The warm, bright bakery looked invited.
- The warm, bright bakery sent us an invitation.
ดูคำตอบ
The warm, bright bakery looked inviting.
Next: เริ่มหัวข้อถัดไปของการพูด
ในที่นี้ Next เป็นคำเชื่อมในการพูดที่บอกผู้ฟังว่าส่วนหนึ่งของคำอธิบายจบแล้ว และกำลังจะเริ่มประเด็นใหม่ คำนี้บอกลำดับของแนวคิดในการพูด ไม่จำเป็นต้องบอกเวลาที่เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง เช่น Next, we will discuss the results.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Next เพื่อเริ่มส่วนใหม่ของการพูด
- Next, let's look at three ways to save water.
- We missed the bus, and the next one arrived at noon.
- Put the lid on next.
ดูคำตอบ
Next, let's look at three ways to save water.
looking forward to going to: to ที่เป็นคำบุพบท + รูป -ing
Look forward to หมายถึงรู้สึกดีใจหรือตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในสำนวนนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือคำกริยารูป -ing ดังนั้นจึงใช้ looking forward to going ไม่ใช่ looking forward to go ส่วน to ตัวที่สองอยู่ในโครงสร้าง go to + สถานที่ คือ going to the arcades เมื่อนำสองโครงสร้างมาต่อกันจึงได้ looking forward to going to the arcades
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ meet เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm looking forward to ____ you at the science fair.
ดูคำตอบ
meeting
surely enough: เชื่อมความคาดหวังกับผลลัพธ์ที่ตรงกัน
ในประโยคนี้ surely enough หมายถึง “เป็นอย่างที่คาดไว้” หรือ “เป็นอย่างที่ผู้คนพูดไว้” วลีนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงคำบรรยายก่อนหน้า และบอกผู้ฟังว่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังยืนยันคำบรรยายนั้น วลีนี้จัดลำดับเรื่องเป็นคำกล่าวหรือความคาดหวังก่อนหน้า แล้วตามด้วยผลลัพธ์ที่ตรงกัน enough ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มีปริมาณเพียงพอ”
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ surely enough สื่อถึงอะไร? People had said the playground was amazing, and surely enough, it was.
- ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังยืนยันคำกล่าวก่อนหน้า
- ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังขัดแย้งกับคำกล่าวก่อนหน้า
- ประโยคบอกว่ามีบางอย่างในปริมาณเพียงพอ
ดูคำตอบ
ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังยืนยันคำกล่าวก่อนหน้า
overwhelmed by the sights and the sounds: ผลกระทบทางประสาทสัมผัสที่รุนแรง
be overwhelmed by หมายถึงรู้สึกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งรุนแรงหรือมีมากจนรับทั้งหมดในครั้งเดียวได้ยาก คำบุพบท by ใช้บอกสาเหตุของความรู้สึกนี้ ในประโยคนี้ สิ่งที่มองเห็นและได้ยินจำนวนมากทำให้เกิดความรู้สึกทางประสาทสัมผัสที่รุนแรง overwhelmed ไม่ได้หมายถึงเศร้าหรือตื่นตระหนกเท่านั้น ในสถานที่ใหม่ที่น่าตื่นเต้น ความรู้สึกนี้อาจผสมทั้งความประหลาดใจ ความตื่นเต้น และการได้รับสิ่งเร้ามากเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายอย่างเป็นธรรมชาติว่ามีสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสรุนแรงจนรับแทบไม่ไหว
- I was overwhelming by the noise and flashing lights.
- I was overwhelmed by the noise and flashing lights.
- I overwhelmed by the noise and flashing lights.
ดูคำตอบ
I was overwhelmed by the noise and flashing lights.
It was packed with people playing all kinds of different games. วลี
0:54มันเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเล่นเกมต่างๆ มากมาย
packed with: เต็มแน่นไปด้วยคนหรือสิ่งของ
be packed with หมายถึงสถานที่หรือภาชนะมีคนหรือสิ่งของอยู่เต็มอย่างมาก ในประโยคนี้มีผู้คนอยู่ทั่วบริเวณและพวกเขากำลังเล่นเกมหลายชนิด โครงสร้างคือ สถานที่หรือภาชนะ + be packed with + คนหรือสิ่งของที่อยู่เต็มข้างใน packed ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนำบางสิ่งใส่ลงในถุงหรือกล่อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงห้องโถงเต็มไปด้วยแฟน ๆ อย่างมากได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The hall was packed with excited fans.
- The hall was packed of excited fans.
- The hall packed with excited fans.
ดูคำตอบ
The hall was packed with excited fans.
all kinds of different games: เน้นความหลากหลายของชนิด
all kinds of หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” ในประโยคนี้วลีนี้ขยาย games และ different ช่วยเน้นความหลากหลายเพิ่มขึ้น จุดสำคัญคือมีเกมหลายประเภท ไม่ใช่แค่มีเกมจำนวนมาก ใช้โครงสร้าง all kinds of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น all kinds of toys หรือ all kinds of music ในวลีนี้ kinds เป็นคำนามพหูพจน์ที่แปลว่า “ชนิด” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ kind ที่แปลว่า “ใจดี”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ all kinds of different + คำนามพหูพจน์ได้ถูกต้อง
- The club offers all kinds different activities.
- The club offers all kinds of different activities.
- The club offers all kind of different activities.
ดูคำตอบ
The club offers all kinds of different activities.
Every time + อนุประโยค: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำทุกครั้ง
Every time ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา โดยหมายถึง “ทุกครั้งที่” หรือ “ในทุกโอกาสที่” วลีนี้เสนอเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ แล้วประโยคหลักบอกผลที่ตามมาในแต่ละครั้ง โครงสร้างคือ Every time + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก เช่น Every time I call, she is busy. ในคำบรรยาย always ช่วยเน้นว่าผลนั้นเกิดซ้ำทุกครั้ง แต่ every time มีความหมายว่าซ้ำอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Every time เพื่อนำเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำได้ถูกต้อง
- At every time I take the bus, I sit by the window.
- Everytime I take the bus, I sit by the window.
- Every time I take the bus, I sit by the window.
ดูคำตอบ
Every time I take the bus, I sit by the window.
lost track of time: เพลินจนลืมเวลา
Lost track of time เป็นรูปอดีตของ lose track of time หมายถึงการที่เราจดจ่อ ยุ่ง หรือวอกแวกมากจนไม่ทันสังเกตว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน คำว่า track ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรางรถไฟหรือเส้นทาง แต่หมายถึงการรับรู้ว่าเวลาผ่านไปอย่างไร วลีนี้จึงอธิบายว่ากิจกรรมที่สนุกทำให้รู้สึกว่าเวลาหายไปโดยไม่ทันสังเกต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lose track of time: The puzzle was so absorbing that we ____ and missed dinner.
ดูคำตอบ
lost track of time
checked out: ไปดูหรือไปสัมผัสบางอย่าง
ในบริบทการท่องเที่ยวนี้ checked out หมายถึงไปดู สำรวจ หรือลองสัมผัสบางอย่างเพราะดูน่าสนใจ We also checked out the sumo wrestling หมายความว่าพวกเขาไปชมกิจกรรมหรือการแข่งขันซูโม่ด้วย คำที่ตามหลัง check out และสถานการณ์จะบอกว่าหมายถึงอะไร เมื่อมีสถานที่ การแสดง หรือกิจกรรมตามหลัง check out มักหมายถึงการไปดูแบบสบาย ๆ ไม่ใช่การตรวจสอบ
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ check out ที่หมายถึง “ไปดูหรือไปสัมผัส” ให้สมบูรณ์: During our trip, we ____ a night market near the river.
ดูคำตอบ
checked out
sumo wrestling: กีฬาดั้งเดิมของญี่ปุ่น
sumo wrestling หมายถึงกีฬามวยปล้ำแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น นักกีฬาสองคนแข่งขันกันบนสังเวียนยกพื้น โดยปกติผู้แข่งขันจะแพ้เมื่อถูกดันออกนอกสังเวียน หรือมีส่วนใดของร่างกายนอกจากฝ่าเท้าแตะพื้น ในเรื่องเล่าการเดินทางนี้ การกล่าวถึง sumo wrestling แสดงว่าผู้พูดเลือกทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น คำนี้ไม่ได้หมายถึงมวยปล้ำทุกประเภทโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย sumo wrestling ได้ถูกต้อง?
- Sumo wrestling เป็นฟุตบอลชนิดหนึ่งที่เล่นในญี่ปุ่น
- Sumo wrestling เป็นกีฬาดั้งเดิมของญี่ปุ่น
- Sumo wrestling เป็นชื่อรวมของมวยปล้ำทุกประเภท
ดูคำตอบ
Sumo wrestling เป็นกีฬาดั้งเดิมของญี่ปุ่น
hard to get tickets for + งาน: ตั๋วหาซื้อยาก
hard to get tickets for + งาน หมายถึงการหาหรือซื้อตั๋วสำหรับงานนั้นเป็นเรื่องยาก ในตัวอย่างนี้ this หมายถึงงานซูโม่ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ โครงสร้างเต็มคือ It + be + hard + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วน for this ระบุว่าตั๋วนั้นเป็นตั๋วสำหรับงานใด โดย for ไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมตั๋วจึงหายาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงตั๋วหาซื้อได้ยาก: "It was ____ the final match."
ดูคำตอบ
hard to get tickets for
waited in line: รอในแถวจนถึงคิวของตนเอง
Wait in line หมายถึงอยู่ในแถวและรอจนกว่าจะถึงคิวของตนเอง ในที่นี้ line หมายถึงแถวของคนที่กำลังรอ ไม่ใช่เส้นที่วาดไว้ และ waited แสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต ใช้ wait in line ได้ในสถานการณ์อย่างการซื้อตั๋ว การเข้าไปในสถานที่ หรือการรอที่เคาน์เตอร์บริการ สามารถบอกระยะเวลาด้วย for ได้ เช่น wait in line for two hours สำนวนนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ส่วนภาษาอังกฤษแบบบริติชก็มักใช้ queue หรือ wait in a queue
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ wait in line: We ____ for forty minutes before the museum opened.
ดูคำตอบ
waited in line
like 2 hours: ใช้ like เพื่อบอกจำนวนโดยประมาณแบบไม่เป็นทางการ
ในภาษาพูดแบบเป็นกันเอง like สามารถวางไว้หน้าตัวเลขหรือปริมาณ เพื่อบอกว่าตัวเลขนั้นเป็นเพียงการประมาณ like 2 hours หมายถึง about two hours หรือประมาณสองชั่วโมง ในที่นี้ like ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” และไม่ได้หมายความว่าสิ่งหนึ่งคล้ายกับอีกสิ่งหนึ่ง แต่ทำให้ปริมาณนั้นไม่เจาะจงมากนัก
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The game lasted like forty minutes," like หมายถึงอะไร?
- ประมาณ
- ชอบ
- ในแบบเดียวกับ
ดูคำตอบ
ประมาณ
managed to get in: เข้าไปได้สำเร็จหลังพบความยากลำบาก
managed to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงใครบางคนทำสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามหรือมีผลลัพธ์ไม่แน่นอนได้สำเร็จ managed เป็นรูปอดีตของ manage ส่วน get in หมายถึงเข้าไปในสถานที่หรืองานกิจกรรม ในประโยคนี้ managed to get in นำเสนอการเข้าไปว่าเป็นความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ธรรมดา โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกความสำเร็จอื่นหลังพบความยากลำบากได้ เช่น manage to finish, manage to find หรือ manage to arrive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ manage to: After waiting outside for an hour, we finally ____ enter the museum.
ดูคำตอบ
managed to
worth the wait: บอกว่าผลลัพธ์คุ้มค่ากับการรอ
worth the wait หมายถึงผลลัพธ์หรือประสบการณ์ดีมากพอที่จะทำให้เวลาที่ใช้รอนั้นคุ้มค่า ในที่นี้เป็นการประเมินในเชิงบวกหลังจากการรอสิ้นสุดลง โครงสร้างคือ be + worth + กลุ่มคำนาม ใน worth the wait คำว่า the wait เป็นกลุ่มคำนามที่หมายถึงการรอครั้งนั้นโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าอาหารดีมากพอที่จะทำให้การรอนั้นคุ้มค่า
- The meal was worth wait.
- The meal was worth to wait.
- The meal was worth the wait.
ดูคำตอบ
The meal was worth the wait.
different to anything ในภาษาอังกฤษแบบบริติช
ในประโยคนี้ different to ใช้นำสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ ส่วน anything we'd experienced before หมายถึงประสบการณ์ก่อนหน้านี้ทั้งหมด ดังนั้นข้อความเปรียบเทียบทั้งประโยคจึงบอกว่าประสบการณ์ครั้งนี้ไม่เหมือนกับประสบการณ์ใด ๆ ที่ผ่านมา โครงสร้างนี้เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบบริติช: different to + กลุ่มคำนาม โดยอนุประโยค we'd experienced before จำกัดความหมายของ anything ให้หมายถึงประสบการณ์ในอดีตของผู้พูดเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบบริติชจากบทเรียน: The boat ride was ____ Mia had done before.
ดูคำตอบ
different to anything
การใช้ What else can you talk about? เพื่อเปลี่ยนประเด็น
ในที่นี้ What else can you talk about? เป็นคำถามสำหรับเปลี่ยนไปสู่เนื้อหาถัดไป คำว่า else ใช้ถามถึงแง่มุมเพิ่มเติม และคำถามนี้ส่งสัญญาณว่าส่วนหนึ่งของคำอธิบายจบแล้วและกำลังจะเริ่มส่วนใหม่ ผู้พูดไม่จำเป็นต้องกำลังรอคำตอบจากผู้ฟัง เมื่อผู้พูดตอบคำถามนี้เองต่อทันที ก็จะใช้คำถามที่ถามตัวเองเพื่อจัดระเบียบข้อมูลและช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนหัวข้อได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ในการนำเสนอ ผู้พูดกล่าวว่า: We've discussed the activities. What else can you talk about? The people you met are another useful topic. คำถามนี้ทำหน้าที่อะไร?
- ขอให้ผู้ฟังให้ตัวเลขที่แน่นอน
- ใช้แนะนำประเด็นถัดไปของผู้พูด
- แสดงว่าการนำเสนอจบแล้ว
ดูคำตอบ
ใช้แนะนำประเด็นถัดไปของผู้พูด
If you ever got lost: เงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ในสถานการณ์อดีต
ในที่นี้ If you ever got lost ใช้ตั้งสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อใดก็ได้ในช่วงประสบการณ์ในอดีตนั้น ever ทำให้เงื่อนไขมีความหมายกว้างขึ้นว่า “เมื่อใดก็ตาม” ไม่ได้บอกว่าเคยหลงทางจริง ๆ ในครั้งใดครั้งหนึ่ง ทั้งประโยคเล่าย้อนถึงอดีต จึงใช้ got ในอนุประโยค if และ were ในส่วนผลลัพธ์ get lost หมายถึง “หลงทาง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ if + ประธาน + ever + คำกริยา เพื่อบอกเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสามคำ โดยใช้ if และ ever เพื่อสื่อว่า “ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม”: ____ get lost, call this number.
ดูคำตอบ
If you ever
more than happy to help you: เต็มใจอย่างมากที่จะช่วย
More than happy to help you หมายถึง “เต็มใจและยินดีอย่างมากที่จะช่วยคุณ” ในที่นี้ more than ใช้เน้นระดับของ happy ไม่ได้เปรียบเทียบว่าใครมีความสุขมากกว่ากัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be more than happy to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ were สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ strangers และช่วงเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบที่อบอุ่นและกระตือรือร้นด้วยวลีเป้าหมาย: เพื่อนร่วมงานขอความช่วยเหลือ "I'd ____ explain the form."
ดูคำตอบ
be more than happy to
For example, my wife dropped her purse in the shop. ลำดับความ
1:21ตัวอย่างเช่น ภรรยาของฉันทำกระเป๋าเงินตกในร้าน
For example: นำเสนอตัวอย่างเฉพาะเพื่อสนับสนุนประเด็นทั่วไป
For example เป็นสัญญาณว่าหลังข้อความหรือความคิดเห็นกว้าง ๆ จะมีกรณีเฉพาะตามมา ในที่นี้ เหตุการณ์เกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์เป็นหลักฐานสนับสนุนประเด็นก่อนหน้า ไม่ใช่การเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง เมื่ออ่านหรือได้ยินวลีนี้ ให้คาดว่ารายละเอียดถัดไปจะแสดงให้เห็นว่าข้อความก่อนหน้าหมายถึงอะไรหรือเหตุใดจึงน่าเชื่อ
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับช่องว่าง: The town has many beautiful parks. ___ Riverside Park has a huge playground.
- However,
- As a result,
- For example,
ดูคำตอบ
For example,
We were really worried that we'd lost everything. ไวยากรณ์
1:23เรากังวลมากว่าเราจะสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว
worried that we'd lost everything: ระบุความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้า
โครงสร้าง be worried that + อนุประโยค ใช้ระบุสถานการณ์ที่ทำให้กังวล ในที่นี้ that we'd lost everything คือเนื้อหาของความกังวล และ really ช่วยเน้นว่าความรู้สึกนั้นรุนแรงมาก we'd ในที่นี้หมายถึง we had ไม่ใช่ we would ส่วน had lost เป็น past perfect เมื่อมองจากช่วงเวลาที่พวกเขากังวลในอดีต พวกเขากลัวว่าการทำของหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค We were really worried that we'd lost everything คำว่า we'd หมายถึงอะไร?
- we had
- we would
- we did
ดูคำตอบ
we had
went back the next day: การกลับไปในวันถัดมาในเรื่องเล่าอดีต
went back หมายถึงกลับไปยังสถานที่ที่เคยไปหรือเคยออกมาแล้ว ในที่นี้ back ชี้ไปยังสถานที่ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ในเรื่อง the next day หมายถึงวันหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้าในเรื่อง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงวันหลังจากวันนี้ เมื่อนำ went back the next day มาใช้ร่วมกัน จะพาเรื่องไปยังช่วงเวลาที่กลับไปในภายหลังอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเล่าเรื่องการเดินทางเมื่อปีที่แล้ว ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณกลับไปในวันหลังจากการไปครั้งแรก
- We will go back to the gallery tomorrow.
- We went back to the gallery the next day.
- We left the gallery the next day.
ดูคำตอบ
We went back to the gallery the next day.
handed it in: ความหมายและตำแหน่งคำสรรพนาม
hand in หมายถึงนำสิ่งของไปมอบให้บุคคลหรือสถานที่ที่รับผิดชอบรับสิ่งนั้น ในประโยคนี้ มีคนพบของที่หายและนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่หรือจุดรับของหาย โดย it หมายถึงของชิ้นนั้น hand in เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it หรือ them ต้องวางไว้ระหว่าง hand กับ in จึงใช้ handed it in ไม่ใช่ handed in it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ hand in และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: A customer found my phone and ____ at reception.
ดูคำตอบ
handed it in
How often does that happen?: ใช้คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อแสดงความประหลาดใจ
ตามความหมายตรงตัว How often does that happen? ถามถึงความถี่ของเหตุการณ์ แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อแสดงความคิดเห็น ผู้พูดหมายความว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นน้อยและน่าประหลาดใจ ไม่ได้ต้องการให้ใครบอกจำนวนครั้ง รูปคำถามช่วยให้ผู้พูดแสดงความประหลาดใจต่อเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดาโดยไม่ต้องพูดตรง ๆ ว่า That hardly ever happens. (เรื่องแบบนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้น)
แบบฝึกหัด
หลังจากได้ยินว่ากระเป๋าสตางค์ที่หายไปถูกนำมาคืนในวันถัดมา ผู้พูดกล่าวว่า How often does that happen? ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไร
- เรื่องนี้เกิดขึ้นทุกวันและเป็นเรื่องธรรมดามาก
- เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นน้อยและน่าประหลาดใจ
- โปรดบอกจำนวนครั้งที่แน่นอนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกี่ครั้งต่อสัปดาห์
ดูคำตอบ
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นน้อยและน่าประหลาดใจ
at this point: บอกขั้นตอนปัจจุบันของเรื่องราวหรือกระบวนการ
at this point ใช้บอกขั้นตอนที่เรื่องราว คำอธิบาย หรือกระบวนการดำเนินมาถึงแล้ว ใน And at this point, วลีนี้พาผู้ฟังมาสู่ขั้นตอนปัจจุบันและส่งสัญญาณว่าความเห็นถัดไปอ้างอิงจากทุกอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้า คำว่า point ในที่นี้หมายถึงตำแหน่งหรือขั้นตอนในลำดับ ไม่ได้หมายถึงความคิดเห็นหรือข้อโต้แย้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at this point เพื่อบอกขั้นตอนที่กระบวนการดำเนินมาถึงแล้ว
- Her point about the poster was helpful.
- He pointed at the poster on the wall.
- At this point, we have drawn the poster but have not added the title.
ดูคำตอบ
At this point, we have drawn the poster but have not added the title.
firstly ... secondly: การใส่ลำดับให้ประเด็น
firstly และ secondly ใช้ใส่ลำดับให้ประเด็นของผู้พูด โดย firstly นำเข้าสู่ประเด็นแรก และ secondly นำเข้าสู่ประเด็นที่สอง ในที่นี้คำเหล่านี้บอกลำดับของแนวคิด ไม่ใช่เวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น คำส่งสัญญาณเหล่านี้ช่วยให้ผู้ฟังตามคำอธิบายที่มีหลายส่วนได้ แม้ผู้พูดจะแทรกมุกหรือความคิดเห็นสั้น ๆ ก่อนกลับเข้าสู่ประเด็นถัดไป
แบบฝึกหัด
ใช้ firstly และ secondly เติมเหตุผลสองข้อที่เรียงลำดับไว้ให้สมบูรณ์: ____, the park is nearby. ____, it has a safe play area.
ดูคำตอบ
Firstly · Secondly
bustling city: เมืองที่คึกคักและเต็มไปด้วยกิจกรรม
ในประโยคนี้ a bustling city หมายถึงเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน การเคลื่อนไหว และกิจกรรม Bustling ทำให้เห็นภาพความมีชีวิตชีวา ซึ่งสื่อได้มากกว่าการบอกเพียงว่าเมืองนั้น busy คำนี้มีความรู้สึกเป็นกลางหรือเป็นบวกในที่นี้ โตเกียวฟังดูมีพลังและคึกคัก ไม่ได้หมายความว่าต้องเครียดหรือวุ่นวายเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ bustling อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายสถานที่ที่คึกคัก?
- The empty park was bustling with no people or activity.
- Leo was bustling with homework all evening.
- The market was bustling with shoppers.
ดูคำตอบ
The market was bustling with shoppers.
crowded and hectic: จำนวนคนและจังหวะที่เร่งรีบ
ในที่นี้ crowded บอกจำนวนคน คือมีคนมากจนสถานที่ดูแน่น ส่วน hectic บอกจังหวะของสิ่งต่าง ๆ คือมีหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมความสับสนหรือความเครียดเล็กน้อย เมื่อใช้ crowded and hectic ด้วยกัน จะสื่อถึงความกดดันสองแบบที่ต่างกัน สถานที่หนึ่งอาจ crowded แต่ไม่ hectic และวันหนึ่งอาจ hectic โดยไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่ crowded ก็ได้
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เหมาะสมที่สุด: I had a ___ morning with five meetings one after another.
- peaceful
- hectic
- crowded
ดูคำตอบ
hectic
at the same time: แสดงว่าทั้งสองด้านเป็นจริง
at the same time ช่วยจัดระเบียบคำบรรยายด้วยการเพิ่มอีกด้านหนึ่งที่เป็นจริงเช่นกัน เมื่อใช้ร่วมกับ but จะบอกความแตกต่าง คือสถานที่นั้นอาจคึกคักในด้านหนึ่งและสงบในอีกด้านหนึ่ง ในที่นี้ same time ไม่ได้กำหนดว่าคุณสมบัติทั้งสองต้องปรากฏในวินาทีเดียวกันพอดี แต่หมายความว่าทั้งสองอย่างสามารถเป็นส่วนหนึ่งของคำบรรยายโดยรวมที่สมดุลได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่แสดงว่าคำบรรยายทั้งสองเป็นจริง: The town is lively, but ____, it feels safe and calm.
ดูคำตอบ
at the same time
peaceful and tranquil: ใช้สองคำร่วมกันเพื่อเน้นความสงบ
peaceful และ tranquil ต่างก็ใช้บรรยายสถานที่หรือบรรยากาศที่สงบ peaceful เป็นคำทั่วไปและมีความหมายกว้าง ส่วน tranquil มีลักษณะเป็นคำบรรยายมากกว่าและค่อนข้างเป็นทางการกว่าเล็กน้อย เมื่อใช้คำที่มีความหมายใกล้กันสองคำนี้ร่วมกัน จะเป็นการเน้นความหมายเดียว ไม่ใช่การบอกคุณสมบัติสองอย่างที่ต่างกัน ทำให้รู้สึกว่าสถานที่นั้นสงบ ผ่อนคลาย และไม่มีสิ่งรบกวนเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ peaceful and tranquil ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายสถานที่ที่สงบและไม่มีสิ่งรบกวน
- The alarm was peaceful and tranquil because it was extremely loud.
- The lake was peaceful and tranquil after the boats left.
- The market was peaceful and tranquil while hundreds of people shouted.
ดูคำตอบ
The lake was peaceful and tranquil after the boats left.
The restaurants and cafes had such a chill vibe การใช้คำ
1:46ร้านอาหารและร้านกาแฟก็มีบรรยากาศที่ชิลล์มาก
chill vibe: บรรยากาศผ่อนคลายแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ chill vibe หมายถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสบาย ๆ chill ใช้บอกความรู้สึกชิล ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ ส่วน vibe หมายถึงความรู้สึกโดยรวมที่สถานที่หนึ่งมอบให้ รูปแบบ a place has a chill vibe เป็นวิธีพูดเชิงบวกแบบไม่เป็นทางการว่าสถานที่นั้นทำให้รู้สึกสบายและไม่กดดัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “บรรยากาศผ่อนคลายและสบาย”: The cafe had a ____.
ดูคำตอบ
chill vibe
minimalist: สไตล์การออกแบบที่ตั้งใจให้เรียบง่าย
ในประโยคนี้ minimalist เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง was ใช้บรรยายการตกแต่งที่ตั้งใจใช้องค์ประกอบน้อย มีเส้นสายสะอาดตา และไม่มีสิ่งรบกวนสายตามาก คำนี้หมายถึงสไตล์การออกแบบที่ตั้งใจให้เรียบง่าย ไม่ได้หมายความว่าราคาถูก ทำอย่างลวก ๆ หรือเพียงแค่ว่างเปล่า และยังใช้บรรยายการตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรม เสื้อผ้า หรือการออกแบบภาพได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ห้องหนึ่งตั้งใจใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยมาก มีเส้นสายสะอาดตา และไม่มีของตกแต่งเกินจำเป็น คำใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคภาษาอังกฤษนี้: The room has a ___ interior?
- minimalist
- simple
- minimal
ดูคำตอบ
minimalist
The next time someone asks you, ...: ตั้งสถานการณ์สำหรับครั้งถัดไปในอนาคต
The next time someone asks you เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่กล่าวถึงอนาคต หมายถึง “ในครั้งถัดไปที่มีคนถามคุณ” โดยใช้ตั้งสถานการณ์ก่อน แล้วประโยคหลักมักตามมาด้วยคำแนะนำ คำเตือน หรือสิ่งที่ควรทำ แม้จะพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple คือ asks ในอนุประโยคเวลานี้ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ The next time + ประธาน + present simple, + ประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ตั้งสถานการณ์ในอนาคตได้ถูกต้อง แล้วตามด้วยคำเตือน
- At the next time you ride your bike, wear your helmet.
- The next time you ride your bike, wear your helmet.
- The next time you will ride your bike, wear your helmet.
ดูคำตอบ
The next time you ride your bike, wear your helmet.
Here are a few more things you can talk about. ลำดับความ
1:54นี่คือสิ่งอื่นๆ อีกสองสามอย่างที่คุณสามารถพูดถึงได้
Here are a few more things: การนำเสนอรายการเพิ่มเติม
Here are ใช้นำเสนอกลุ่มสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะกล่าวถึง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวพาผู้ฟังเข้าสู่รายการถัดไป ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่ที่ไหน a few more things หมายถึง “หัวข้อเพิ่มเติมอีกสองสามเรื่อง” หลังจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว รูปแบบ Here are + คำนามพหูพจน์ ใช้เพิ่มและนำเสนอชุดประเด็น คำแนะนำ หรือตัวอย่างได้
แบบฝึกหัด
ตอนเริ่มการนำเสนอ ให้เติมประโยคด้วย Here is หรือ Here are: ____ three simple ways to save water.
ดูคำตอบ
Here are
So, you have no excuse to be lazy and say, น้ำเสียง/เจตนา
2:00ดังนั้น คุณไม่มีข้ออ้างที่จะขี้เกียจและพูดว่า
have no excuse to be: บอกว่าไม่มีเหตุผลที่ยอมรับได้
have no excuse to be + คำคุณศัพท์ หมายถึงผู้พูดเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่ยอมรับได้ให้ใครยังอยู่ในสภาพนั้นหรือทำตัวแบบนั้น ในประโยคนี้ lazy ตามหลัง be และผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ผู้ฟังตอบให้ละเอียดขึ้น แทนที่จะพูดเพียง "It was fine." คำว่า no excuse ไม่ได้หมายความเพียงว่าไม่มีสาเหตุ แต่หมายถึงผู้พูดไม่ยอมรับข้ออ้างที่อาจยกขึ้นมา ในบรรยากาศการสอนที่เป็นกันเองนี้เป็นการเร่งแบบหยอก ๆ แต่รูปแบบเดียวกันอาจฟังดูตำหนิแรงกว่านี้มากในบริบทอื่น
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนอย่างหนักแน่นของโค้ชด้วยรูปแบบ have no excuse to be: The start time is clear, so you ____ late.
ดูคำตอบ
have no excuse to be
Have fun in Tokyo: คำอวยพรแบบเป็นกันเองก่อนเดินทาง
Have fun in Tokyo เป็นคำอวยพรแบบสบาย ๆ และเป็นกันเองให้อีกฝ่ายมีช่วงเวลาที่สนุกในเมืองนั้น ประโยคเริ่มด้วย Have จึงดูคล้ายคำสั่ง แต่ในที่นี้เป็นคำอวยพร ไม่ใช่การออกคำสั่ง ใช้รูปแบบ Have fun in + เมือง ประเทศ หรือพื้นที่ เมื่ออีกฝ่ายกำลังจะไปหรือกำลังเที่ยวอยู่ที่นั่น
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณกำลังจะเดินทางไปปารีส เติมคำอวยพรแบบเป็นกันเองด้วยสำนวนจากบทเรียน: "____ in Paris!"
ดูคำตอบ
Have fun