มิตรภาพส่งผลต่อสมองของคุณอย่างไร - แชนนอน โอเดลล์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
679 คำ 176 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดมิตรภาพในช่วงวัยรุ่นจึงให้ความรู้สึกพิเศษ ทั้งน่าพึงพอใจ ใกล้ชิด และสอดประสานกัน โดยเชื่อมเรื่องราวของเพื่อนที่คอยสนับสนุนเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของระบบรางวัลในสมอง พัฒนาการอย่างต่อเนื่องของทฤษฎีจิต และภาวะประสานสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสนิท ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What I'm trying to say is — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การใช้สัญญาณในภาษาพูดนี้เพื่อรวบรวมตัวอย่างหรือความคิดที่ยังกระจัดกระจายให้เป็นสารหลักที่ชัดเจนหนึ่งประเด็น ช่วยชี้แจงเจตนาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงคำพูดเพื่อถ่วงเวลา 2. While it may seem intuitive, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตโครงสร้างยอมรับข้อหนึ่งก่อน ซึ่งรับรองสิ่งที่ผู้ฟังอาจคิดตามสัญชาตญาณ แล้วจึงเสนอคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนกว่า ใช้สร้างข้อเปรียบต่างอย่างสุขุมและมีเหตุผลน่าเชื่อถือ 3. scientifically in step. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า in step เปลี่ยนจากความหมายตรงที่ว่าเดินด้วยจังหวะเดียวกัน ไปสู่ความหมายเปรียบเทียบว่ามีพฤติกรรมที่ประสานกัน คำวิเศษณ์ที่เติมเข้ามาเชื่อมภาพเพื่อนสนิทในชีวิตประจำวันกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์เรื่องภาวะประสานสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Friendships can hold an exceptional place in our life stories. วลี

0:07

มิตรภาพสามารถเป็นส่วนที่พิเศษในเรื่องราวชีวิตของเรา

วลี

hold an exceptional place: แสดงความสำคัญในเชิงเปรียบเทียบ

ใน hold an exceptional place คำว่า hold หมายถึง “ครอง” หรือ “มี” ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของจริง ๆ ส่วน place คือที่ทางเชิงเปรียบเทียบที่แสดงความสำคัญในชีวิต ความทรงจำ หรือเรื่องราว exceptional บอกว่าที่ทางนั้นสำคัญอย่างไม่ธรรมดา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ hold a special, important, or exceptional place in... ซึ่งใช้บรรยายความสำคัญอันยาวนานของบุคคล ความสัมพันธ์ ประสบการณ์ หรือความทรงจำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hold a special place: That small library ____ in our family's story.

ดูคำตอบ

holds a special place

What is it about these connections that make them so unique? ไวยากรณ์

0:11

อะไรเกี่ยวกับความเชื่อมโยงเหล่านี้ที่ทำให้มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขนาดนี้?

ไวยากรณ์

What is it about X that...?: ถามว่าลักษณะใดทำให้เกิดผล

โครงสร้างคำถาม What is it about X that...? ใช้ถามว่าคุณสมบัติหรือลักษณะใดของ X ทำให้เกิดผลที่ตามหลัง that ในที่นี้เน้นลักษณะบางอย่างของ these connections ไม่ใช่สาเหตุภายนอกแบบกว้าง ๆ it เป็นคำที่ทำหน้าที่เติมตำแหน่งในโครงสร้าง และไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ ให้อ่านส่วนต้นทั้งหมดเป็นหน่วยเดียว: What is it about X that + ผลลัพธ์?

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง What is it about X that... เพื่อถามว่าคุณสมบัติใดของทำนองนี้ทำให้เกิดผลดังกล่าว: ____ makes it so calming?

ดูคำตอบ

What is it about this melody that

Before we dive into the science, วลี

0:14

ก่อนที่เราจะเจาะลึกเข้าไปในวิทยาศาสตร์

วลี

dive into the science: เริ่มอธิบายอย่างเจาะลึก

ในประโยคนี้ dive into ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเริ่มสำรวจหัวข้ออย่างละเอียด ไม่ได้หมายถึงกระโดดลงน้ำ ส่วน the science หมายถึงคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่จะตามมา Before we dive into the science เป็นสัญญาณเปลี่ยนจากบทนำหรือตัวอย่างไปสู่คำอธิบายที่ลึกขึ้น เมื่อเทียบกับการใช้ start เฉย ๆ dive into สื่อถึงการให้ความสนใจอย่างจดจ่อและลงรายละเอียดมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เริ่มตรวจสอบอย่างละเอียด”: We have reviewed the summary; now let's ____ the results.

ดูคำตอบ

dive into

let's first observe one in action. ลำดับความ

0:16

เรามาสังเกตตัวอย่างจริงกันก่อน

ลำดับความ

observe one in action: ดูตัวอย่างก่อนฟังคำอธิบาย

ในที่นี้ observe one in action หมายถึงการดูว่ามิตรภาพหรือความสัมพันธ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้แสดงออกอย่างไรในสถานการณ์จริง one ย้อนกลับไปหมายถึงแนวคิดนั้น ส่วน in action หมายถึงกำลังทำงานหรือถูกแสดงให้เห็นในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายถึงภาพยนตร์แอ็กชันหรือการเคลื่อนไหวทางร่างกายที่รุนแรง ประโยคนี้จัดลำดับคำอธิบายเป็น “ตัวอย่างก่อน หลักการทีหลัง” ผู้ชมจะเห็นกรณีที่เป็นรูปธรรมก่อนฟังคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ลำดับนี้ช่วยให้เชื่อมโยงคำอธิบายเชิงนามธรรมที่ตามมากับสิ่งที่สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้บอกว่าจะนำเสนอข้อมูลตามลำดับใด?

  1. ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมก่อน แล้วจึงตามด้วยคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
  2. มีเพียงคำบรรยายการเคลื่อนไหวทางร่างกาย โดยไม่มีคำอธิบาย
  3. คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก่อน แล้วจึงตามด้วยตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
ดูคำตอบ

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมก่อน แล้วจึงตามด้วยคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

If I could somehow design a best friend, ไวยากรณ์

0:20

ถ้าฉันสามารถออกแบบเพื่อนสนิทที่สุดได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

you know, put together all the ideal qualities of my perfect match, กริยาวลี

0:22

แบบว่า รวบรวมคุณสมบัติในอุดมคติทั้งหมดของเพื่อนที่สมบูรณ์แบบของฉัน

ไวยากรณ์

If I could somehow design...: จินตนาการถึงความเป็นไปได้ที่ไม่เป็นจริง

If I could somehow design... ใช้เปิดเงื่อนไขที่สมมติขึ้น could ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงอดีต แต่ทำให้ความสามารถนั้นดูไม่จริง ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือมีอยู่เพียงในจินตนาการ somehow หมายถึง 'ด้วยวิธีบางอย่างที่ไม่ได้ระบุ' คำนี้สื่อว่าวิธีการไม่ชัดเจนหรือไม่ค่อยเป็นจริง แต่ยังชวนให้ผู้ฟังจินตนาการถึงผลลัพธ์ หลัง could ให้ใช้ design ในรูปกริยาพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขสมมติด้วยสำนวนเป้าหมาย: ____ my dream playground, I would include a climbing wall and a quiet garden.

ดูคำตอบ

If I could somehow design

กริยาวลี

put together all the ideal qualities: รวมหลายส่วนให้เป็นหนึ่งเดียว

Put together หมายถึงการนำส่วนที่แยกกันมารวมเป็นหนึ่งเดียว ในที่นี้ส่วนเหล่านั้นคือคุณสมบัติในอุดมคติ ไม่ใช่สิ่งของ ผู้พูดจินตนาการถึงการรวมลักษณะต่าง ๆ เพื่อสร้างเพื่อนที่สมบูรณ์แบบ กริยาวลีนี้ยังใช้พูดถึงการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นนามธรรมจากข้อมูล ความคิด หรือผู้คนหลายส่วนได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่า Nina นำข้อมูลที่แยกกันมารวมเป็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์หนึ่งชิ้น?

  1. Nina put away her study guide after class.
  2. Nina put off making her study guide until Friday.
  3. Nina put together a study guide from her class notes.
ดูคำตอบ

Nina put together a study guide from her class notes.

that person would pale in comparison to Priya. สำนวน

0:26

คนๆ นั้นก็จะดูจืดชืดไปเลยเมื่อเทียบกับ Priya

สำนวน

pale in comparison to: ดูด้อยกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบ

ในประโยคนี้ pale in comparison to หมายถึง “ดูด้อยกว่าหรือไม่น่าประทับใจมากเมื่อเทียบกับใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” คำว่า pale ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงใบหน้าซีดลงจริง ๆ รูปแบบทั่วไปคือ A pales in comparison to B โดย A เป็นฝ่ายที่ดูด้อยกว่า ส่วน B เป็นมาตรฐานที่โดดเด่นกว่า ในที่นี้ แม้แต่เพื่อนในอุดมคติที่สมมติขึ้นก็ยังดูไม่ดีเท่า Priya

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ดูด้อยกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกัน” ให้สมบูรณ์: The old laptop ____ the new model in speed and battery life.

ดูคำตอบ

pales in comparison to

She can turn any situation into a good time. วลี

0:30

เธอสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ใดๆ ให้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆ ได้

วลี

turn any situation into a good time: โครงสร้าง turn X into Y

รูปแบบ turn X into Y หมายถึงทำให้ X เปลี่ยนจนกลายเป็น Y โดย X คือสถานการณ์หรือสิ่งของก่อนเปลี่ยน และ Y คือผลลัพธ์หลังการเปลี่ยน ในที่นี้ any situation คือ X และ a good time คือ Y โดย a good time หมายถึงประสบการณ์หรือช่วงเวลาที่สนุก ไม่ใช่เวลาที่แน่นอนบนหน้าปัดนาฬิกา ประโยคนี้ชมว่าเธอสามารถทำให้ทุกสถานการณ์สนุกขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง turn X into Y ให้สมบูรณ์: A few decorations can ____ this empty hall ____ a party room.

ดูคำตอบ

turn · into

Chemistry lab, band practice.

0:32

ไม่ว่าจะในห้องแล็บเคมี หรือเวลาซ้อมวงดนตรี

What I'm trying to say is I never laugh harder than when I'm with Priya. น้ำเสียง/เจตนา

0:35

สิ่งที่ฉันพยายามจะบอกก็คือ ฉันไม่เคยหัวเราะดังเท่าตอนที่อยู่กับ Priya เลย

น้ำเสียง/เจตนา

What I'm trying to say is: การเกริ่นประเด็นหลัก

What I'm trying to say is ใช้เกริ่นประเด็นหลักของผู้พูดหลังจากเล่ารายละเอียด ยกตัวอย่าง หรืออธิบายบางอย่างได้ไม่ชัดเจน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวรวบรายละเอียดก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปว่า ผู้พูดหัวเราะมากที่สุดเมื่ออยู่กับ Priya โครงสร้างนี้ยังใช้เริ่มจัดคำอธิบายใหม่ได้ด้วย เนื้อหาหลัง is คือข้อความที่ผู้ฟังควรสนใจเป็นพิเศษ ในที่นี้ trying ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดพยายามแล้วล้มเหลว แต่มีความหมายตามธรรมชาติว่า “ประเด็นของฉันคือ...” หรือ “ที่ฉันหมายถึงคือ...”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนนี้ได้ถูกต้องเพื่อกล่าวซ้ำและทำให้ประเด็นหลักชัดเจนขึ้น

  1. What I'm trying to say that we need a simpler plan.
  2. What I'm trying to say is that we need a simpler plan.
  3. What I'm trying saying is that we need a simpler plan.
ดูคำตอบ

What I'm trying to say is that we need a simpler plan.

And she's always there for me. วลี

0:39

และเธอก็อยู่เคียงข้างฉันเสมอ

วลี

be there for me: คอยสนับสนุนอย่างไว้วางใจได้

ใน be there for someone คำว่า there ไม่ได้ใช้บอกสถานที่เป็นหลัก สำนวนนี้หมายถึงการพร้อมรับฟัง ปลอบใจ หรือช่วยเหลือในทางปฏิบัติเมื่อคนนั้นต้องการการสนับสนุน ในประโยคนี้ always แสดงว่าการสนับสนุนนั้นสม่ำเสมอและเชื่อถือได้ ส่วน me ระบุคนที่ได้รับการสนับสนุน สามารถเปลี่ยนตามผู้รับได้ เช่น be there for you, her หรือ them

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าพี่สาวหรือน้องสาวของผู้พูดให้การสนับสนุนทางอารมณ์

  1. My sister was there for me when I felt anxious.
  2. My sister was there when I felt anxious.
  3. My sister was with me near the bus stop.
ดูคำตอบ

My sister was there for me when I felt anxious.

Like last year after I got dumped by Te— การใช้คำ

0:41

อย่างเช่นปีที่แล้วตอนที่ฉันถูก Te— ทิ้ง

การใช้คำ

got dumped: สำนวนไม่เป็นทางการที่แปลว่า “ถูกบอกเลิก”

Got dumped เป็นรูปอดีตของ get dumped ซึ่งเป็นสำนวนแบบถูกกระทำที่ไม่เป็นทางการ หมายถึงคนรักเป็นฝ่ายยุติความสัมพันธ์กับเรา ในคำบรรยาย after I got dumped หมายถึง “หลังจากอีกฝ่ายบอกเลิกผู้พูด” ตรงนี้ dump ไม่ได้หมายถึงการเทของออกหรือทิ้งขยะ เมื่อใช้กับความสัมพันธ์ คำนี้เล่าเหตุการณ์จากมุมของคนที่ถูกบอกเลิก และมักมีน้ำเสียงเจ็บปวด อับอาย หรือตรงแรง

แบบฝึกหัด

แฟนหนุ่มของ Alex ยุติความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่เรียนมา โดยใช้ get ในรูปอดีต: I ____ a week before the school dance.

ดูคำตอบ

got dumped

You know what? น้ำเสียง/เจตนา

0:43

รู้อะไรไหม?

I don't even want to mention their name.

0:44

ฉันไม่อยากจะเอ่ยชื่อคนนั้นด้วยซ้ำ

น้ำเสียง/เจตนา

You know what?: สัญญาณเปลี่ยนทิศทางของบทสนทนา

ตรงนี้ You know what? ไม่ใช่คำถามที่ต้องการข้อมูลจริง ๆ แต่เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังหยุดความคิดก่อนหน้าและกำลังจะบอกการตัดสินใจที่เพิ่งเกิดขึ้น นั่นคือไม่อยากเอ่ยชื่อของคนนั้นอีกแล้ว ในบทสนทนา วลีนี้ใช้เกริ่นการตัดสินใจแบบฉับพลัน ความคิดเห็น หรือปฏิกิริยาทางอารมณ์ได้ ปกติผู้พูดจะพูดต่อทันที ผู้ฟังจึงเข้าใจว่าสิ่งที่ตามมาคือประเด็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ You know what? เพื่อเปลี่ยนทิศทางบทสนทนาและเกริ่นการตัดสินใจใหม่?

  1. You know what? Let's stop here and finish tomorrow.
  2. You know the answer because I told you.
  3. Do you know what time the library closes?
ดูคำตอบ

You know what? Let's stop here and finish tomorrow.

It felt like my whole world was crashing down. สำนวน

0:45

มันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของฉันกำลังพังทลายลงมา

สำนวน

my whole world was crashing down: รู้สึกเหมือนชีวิตพังทลายอย่างสิ้นเชิง

“My whole world was crashing down” เป็นอุปลักษณ์ที่รุนแรง หมายถึงความรู้สึกว่าทุกสิ่งที่สำคัญและมั่นคงในชีวิตกำลังพังทลายหลังเผชิญเหตุสะเทือนใจอย่างหนัก ไม่ได้มีสิ่งใดพังลงจริง ๆ ภาพนี้สื่อถึงความสิ้นหวังและความรู้สึกว่าควบคุมอะไรไม่ได้ รูป past continuous “was crashing down” แสดงให้เห็นว่าการพังทลายทางอารมณ์กำลังดำเนินอยู่รอบตัวผู้พูด ทำให้ประสบการณ์นั้นดูเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและหนักหน่วงมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Her whole world was crashing down หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอรู้สึกว่าทุกสิ่งที่สำคัญในชีวิตกำลังพังทลาย
  2. เธอรู้สึกรำคาญเล็กน้อยเพราะความล่าช้านิดหน่อย
  3. อาคารรอบตัวเธอกำลังพังลงจริง ๆ
ดูคำตอบ

เธอรู้สึกว่าทุกสิ่งที่สำคัญในชีวิตกำลังพังทลาย

But as soon as I told Priya, ไวยากรณ์

0:48

แต่ทันทีที่ฉันบอก Priya

boom, she was at my door.

0:50

ตู้ม เธอก็มาอยู่ที่หน้าประตูบ้านฉันเลย

ไวยากรณ์

as soon as: เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นทันทีหลังอีกเหตุการณ์หนึ่ง

“As soon as” ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา และหมายความว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น แล้วอีกเหตุการณ์ก็ตามมาทันทีหรือหลังจากนั้นไม่นาน เหตุการณ์ในอนุประโยค as soon as เกิดขึ้นก่อน ในที่นี้ผู้พูดบอก Priya ก่อน แล้ว Priya ก็มาถึงหน้าประตูทันที ให้มอง as soon as เป็นคำเชื่อมชุดเดียว ไม่ใช่แยกคำว่า soon ออกมาใช้ตามลำพัง อนุประโยคนี้สามารถอยู่ก่อนหรือหลังประโยคหลักได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ as soon as: ____ the bell rang, the students left the classroom.

ดูคำตอบ

As soon as

I was a wreck, การใช้คำ

0:52

ฉันรู้สึกแย่มากๆ

การใช้คำ

a wreck: อยู่ในสภาพจิตใจหรือร่างกายที่ย่ำแย่มาก

เมื่อพูดว่า I was a wreck คำว่า a wreck หมายถึงผู้พูดอยู่ในสภาพอารมณ์ ร่างกาย หรือสภาพโดยรวมที่แย่มากจนรับมือได้ลำบาก ในที่นี้แสดงว่าการเลิกราทำให้ผู้พูดเสียใจและย่ำแย่มาก ตามตัวอักษร wreck อาจหมายถึงสิ่งที่เสียหายหนัก แต่เมื่อใช้กับคนจะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือรู้สึกราวกับว่าตัวเองพังทลาย

แบบฝึกหัด

He was a wreck after the breakup น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. เขาสงบและรู้สึกว่าสภาพของตนดีอย่างสมบูรณ์
  2. เขารับมือกับอารมณ์ไม่ไหวและจัดการสถานการณ์ได้ลำบาก
  3. เขาเป็นยานพาหนะที่เสียหายหนัก
ดูคำตอบ

เขารับมือกับอารมณ์ไม่ไหวและจัดการสถานการณ์ได้ลำบาก

but she sat there with me and listened. น้ำเสียง/เจตนา

0:53

แต่เธอก็มานั่งอยู่ตรงนั้นกับฉันและรับฟัง

น้ำเสียง/เจตนา

sat there with me and listened: สนับสนุนด้วยการอยู่เคียงข้าง

ในประโยคนี้ sat there with me and listened บอกการกระทำง่าย ๆ สองอย่างที่รวมกันแล้วแสดงถึงการช่วยเหลือทางใจ คือเธอยังคงอยู่ข้างผู้พูดและตั้งใจฟัง ในที่นี้ sat there ไม่ได้สื่อว่าเธอนั่งเฉย ๆ อย่างไร้ประโยชน์ ประเด็นคือการช่วยเหลือใครสักคนอาจเป็นการอยู่ข้าง ๆ และรับฟัง แทนที่จะรีบแก้ปัญหา

แบบฝึกหัด

ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก She sat there with me and listened น่าจะแสดงถึงอะไรมากที่สุด

  1. เธอแก้ปัญหาทุกอย่างโดยไม่ยอมให้ฉันพูด
  2. เธอไม่สนใจฉันระหว่างรอให้ฉันจากไป
  3. เธอช่วยเหลือฉันด้วยการอยู่ข้าง ๆ และรับฟัง
ดูคำตอบ

เธอช่วยเหลือฉันด้วยการอยู่ข้าง ๆ และรับฟัง

We're always on the same page. สำนวน

0:56

เรามักจะเข้าใจตรงกันเสมอ

สำนวน

on the same page: มีความเข้าใจตรงกัน

be on the same page เป็นสำนวนที่หมายถึงมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับสถานการณ์ แผน หรือเป้าหมาย ในประโยคนี้ always ช่วยเน้นว่าคนสองคนนี้เข้าใจกันได้ง่ายอย่างสม่ำเสมอ สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงกำลังเปิดดูหน้าหนังสือเดียวกันจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ be on the same page และมักตามด้วย about + หัวข้อ: We are on the same page about the plan.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีคำว่า page และหมายถึง ‘มีความเข้าใจตรงกัน’: The coach explained the plan again so the whole team would be ____.

ดูคำตอบ

on the same page

It's as if we can read each other's minds. โน้ต

0:58

ราวกับว่าเราสามารถอ่านใจกันได้

ไวยากรณ์

as if: ใช้นำความรู้สึกหรือการเปรียบเทียบ

as if ใช้นำอนุประโยคที่บอกว่าสิ่งหนึ่งดูหรือให้ความรู้สึกอย่างไร โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ as though ในประโยคนี้ as if ทำให้ can read each other's minds เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพ ไม่ใช่การยืนยันว่าการอ่านใจเป็นเรื่องจริง รูปแบบคือ as if + อนุประโยค อนุประโยคนั้นอาจบอกสิ่งที่เป็นไปได้หรือสิ่งที่เห็นได้ชัดว่าไม่จริงก็ได้ จึงต้องดูบริบท ไม่ใช่ดูแค่ as if เพื่อตัดสินว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as if นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายความรู้สึกหรือภาพที่เห็น?

  1. The room looked as if an old painting.
  2. The room looked like an old painting.
  3. The room looked as if nobody had been there for years.
ดูคำตอบ

The room looked as if nobody had been there for years.

สำนวน

read each other's minds: เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด

ในที่นี้ read each other's minds เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ หมายถึงคนสองคนรู้ใจกันดีมากจนเข้าใจหรือคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพูดทุกอย่างออกมา ไม่ได้หมายถึงมีพลังเหนือธรรมชาติจริง ๆ each other's แสดงความหมายแบบต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน คือแต่ละคนเข้าใจความคิดของอีกคน ส่วน mind ในที่นี้หมายถึงความคิด ไม่ใช่คำกริยา mind ที่หมายถึงรังเกียจหรือถือสา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้าใจความคิดของกันและกันโดยไม่ต้องบอก”: The best friends often know what the other is about to say. It's as if they can ____.

ดูคำตอบ

read each other's minds

And we can talk for hours about anything.

1:00

และเราสามารถคุยกันได้เป็นชั่วโมงๆ เกี่ยวกับทุกเรื่อง

I know my mom would say she has the phone bills to prove it. วลี

1:03

ฉันรู้ว่าแม่ต้องบอกว่าท่านมีบิลค่าโทรศัพท์มายืนยันแน่ๆ

วลี

to prove it: แสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าว

ในโครงสร้าง have + หลักฐาน + to prove it วลี infinitive to prove it อธิบายว่าหลักฐานนั้นทำอะไรได้ นั่นคือสนับสนุนคำกล่าวที่เพิ่งพูดไป คำสรรพนาม it หมายถึงคำกล่าวนั้น ไม่ได้หมายถึงบิลค่าโทรศัพท์ ในที่นี้ บิลค่าโทรศัพท์เป็นหลักฐานที่จับต้องได้แบบขำ ๆ ว่าการคุยโทรศัพท์เป็นเวลานานเกิดขึ้นจริง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กล่าวถึงใบเสร็จ รูปถ่าย บันทึก หรือผลลัพธ์ เพื่อเป็นหลักฐานของคำกล่าวก่อนหน้าได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่แสดงว่าใบเสร็จเป็นหลักฐานของคำกล่าวนั้น: Nora says she paid for the book, and she has the receipt ____.

ดูคำตอบ

to prove it

If it seems like friendships formed in adolescence are particularly special, ลำดับความ

1:08

หากดูเหมือนว่ามิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นในวัยรุ่นนั้นพิเศษเป็นพิเศษ

that's because they are.

1:12

นั่นก็เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ลำดับความ

If it seems like ... that's because they are: จากความรู้สึกไปสู่คำอธิบาย

If it seems like... นำเสนอความรู้สึกหรือข้อสังเกตที่ผู้ฟังอาจมีอยู่แล้ว จากนั้น that's because... ยืนยันว่าความรู้สึกนั้นมีมูลและนำไปสู่คำอธิบาย โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อมูลจากข้อสังเกตหรือสัญชาตญาณไปสู่เหตุผล ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจจริง ๆ ใน that's because they are คำว่า they หมายถึง friendships formed in adolescence ส่วน are ใช้แทน are particularly special ภาษาอังกฤษละส่วนที่ซ้ำออกได้เพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

If it seems like... that's because they are ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้

  1. ปฏิเสธว่าความรู้สึกนั้นเป็นความเข้าใจผิด แล้วเปลี่ยนหัวข้อ
  2. แสดงว่าผู้พูดตัดสินใจไม่ได้ว่าความรู้สึกนั้นเป็นจริงหรือไม่
  3. นำเสนอความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น ยืนยันความรู้สึกนั้น และเปิดทางไปสู่คำอธิบาย
ดูคำตอบ

นำเสนอความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น ยืนยันความรู้สึกนั้น และเปิดทางไปสู่คำอธิบาย

Early childhood, adolescent and adult friendships all manifest a little differently. การใช้คำ

1:14

มิตรภาพในวัยเด็กตอนต้น วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ ล้วนแสดงออกแตกต่างกันเล็กน้อย

การใช้คำ

manifest a little differently: ปรากฏออกมาในรูปแบบที่ต่างกันเล็กน้อย

ในที่นี้ manifest เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ปรากฏให้เห็นหรือสังเกตได้ในรูปแบบหนึ่ง” ประธานคือ early childhood, adolescent and adult friendships ส่วน all เป็นคำบอกปริมาณแบบลอยที่ย้อนกลับไปหมายถึงมิตรภาพเหล่านั้น Manifest a little differently หมายถึงลักษณะของมิตรภาพเหล่านี้ปรากฏออกมาในรูปแบบที่ต่างกันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ manifest เป็นคำกริยาในความหมายว่า “ปรากฏให้สังเกตได้”

  1. The condition can manifest differently from person to person.
  2. The ship carries a different cargo manifest for each route.
  3. The clinic can manufacture different products for each person.
ดูคำตอบ

The condition can manifest differently from person to person.

In part, ลำดับความ

1:18

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ

because the brain works in different ways at those stages of life.

1:19

สมองทำงานในลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงของชีวิต

ลำดับความ

In part: กล่าวถึงเหตุผลเพียงส่วนหนึ่ง

In part จำกัดขอบเขตของคำอธิบายที่ตามมา โดยบอกว่าอนุประโยค because ให้เหตุผลหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดผล ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดหรือสาเหตุเดียว เมื่อวางไว้หน้า because เช่นในประโยคนี้ วลีนี้ทำให้คำตอบระมัดระวังขึ้นและเปิดไว้ว่าอาจมีเหตุผลอื่นด้วย นี่เป็นวิธีที่พบบ่อยในการจำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างในภาษาที่ใช้อธิบายและภาษาเชิงวิชาการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีจำกัดความหมายสองคำที่บอกว่าความช่วยเหลือจากอาสาสมัครเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย: The festival succeeded ____ because local volunteers helped.

ดูคำตอบ

in part

Adolescence is a unique time when peer relationships take focus. โน้ต

1:23

วัยรุ่นเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมือนใครซึ่งความสัมพันธ์กับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกลายเป็นจุดสนใจ

การใช้คำ

Peer relationships: ความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างคนที่มีอายุหรือสถานะใกล้เคียงกัน

Peer relationships คือความสัมพันธ์ทางสังคมที่บุคคลมีกับ peers ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุ สถานะ หรือช่วงชีวิตใกล้เคียงกัน ในประโยคนี้ หมายถึงความสัมพันธ์ของวัยรุ่นกับคนหนุ่มสาวคนอื่นที่มีอายุใกล้เคียงกันเป็นหลัก คำนี้มีขอบเขตกว้างกว่า friendships เพราะ peers อาจเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมทีม หรือสมาชิกคนอื่นในกลุ่มอายุเดียวกันก็ได้ คำนี้พบได้บ่อยในจิตวิทยา การศึกษา และการอภิปรายเรื่องพัฒนาการทางสังคม

แบบฝึกหัด

งานวิจัยหนึ่งศึกษาปฏิสัมพันธ์ของวัยรุ่นกับเพื่อนร่วมชั้นและกลุ่มทางสังคม ไม่ได้ศึกษาเฉพาะเพื่อนสนิท คำใดเหมาะสมที่สุด?

  1. friendships
  2. parent-child relationships
  3. peer relationships
ดูคำตอบ

peer relationships

วลี

take focus: กลายเป็นจุดสนใจ

ในประโยคนี้ take focus ต้องการสื่อว่าในช่วงวัยรุ่น ความสัมพันธ์กับเพื่อนวัยเดียวกันกลายเป็นจุดสนใจสำคัญและได้รับความสนใจมากขึ้น focus ในที่นี้หมายถึงศูนย์กลางของความสนใจ ไม่ใช่การปรับโฟกัสของกล้อง แม้จะเข้าใจความหมายได้จากบริบท แต่เมื่อต้องแต่งประโยคใหม่ ควรใช้รูปแบบทั่วไปคือ become a focus

แบบฝึกหัด

take focus ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. Peer relationships are photographed more often during adolescence.
  2. Peer relationships become a major focus during adolescence.
  3. Peer relationships become less noticeable during adolescence.
ดูคำตอบ

Peer relationships become a major focus during adolescence.

And thanks to the developing brain, ไวยากรณ์

1:26

และด้วยสมองที่กำลังพัฒนา

there are changes in the way you value, ไวยากรณ์

1:28

จึงมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีที่คุณให้คุณค่า

understand, and connect to friends.

1:31

เข้าใจ และเชื่อมโยงกับเพื่อนๆ

ไวยากรณ์

thanks to the developing brain: การบอกสาเหตุ

Thanks to + กลุ่มคำนาม ใช้บอกสาเหตุของผลลัพธ์ ในที่นี้ the developing brain หมายถึงสมองที่ยังอยู่ระหว่างการเติบโต และถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงวิธีที่คุณให้ความสำคัญ เข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน แม้ว่าวลีนี้จะมีคำว่า thanks แต่ในที่นี้ไม่ได้แสดงความขอบคุณตามความหมายตรง ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ thanks to มีความหมายหลักว่า “เนื่องจาก” หรือ “เป็นผลมาจาก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ยกความดีให้สาเหตุที่เป็นประโยชน์: The school garden grew well ____ the students' daily care.

ดูคำตอบ

thanks to

ไวยากรณ์

the way you value, understand, and connect to friends: โครงสร้าง the way + อนุประโยค

โครงสร้าง the way + ประธาน + กริยา หมายถึง “วิธีหรือรูปแบบที่บางสิ่งเกิดขึ้น” ในที่นี้ อนุประโยค you value, understand, and connect to friends อธิบายว่าวิธีที่กำลังเปลี่ยนไปนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง กริยาสามคำที่เรียงขนานกันใช้ประธาน you ร่วมกัน และแสดงแง่มุมต่าง ๆ ของประสบการณ์ด้านมิตรภาพ the way ตามด้วยอนุประโยคได้โดยตรง เช่น the way you connect อย่ารวมกับ how เป็น the way how you connect คุณสามารถพูด how you connect ได้ แต่เป็นโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the way + อนุประโยคอย่างถูกต้องเพื่ออธิบายรูปแบบการสื่อสาร?

  1. I noticed the way people communicate online.
  2. I noticed the way how people communicate online.
  3. I noticed the way people communicating online.
ดูคำตอบ

I noticed the way people communicate online.

Teenage friends can seem attached at the hip. สำนวน

1:34

เพื่อนวัยรุ่นอาจดูเหมือนตัวติดกันเป็นตังเม

สำนวน

attached at the hip: แทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

attached at the hip เป็นสำนวนที่หมายถึงคนสองคนซึ่งแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาและมักสนิทกันมาก ในประโยคนี้หมายความว่าเพื่อนวัยรุ่นอาจดูเหมือนแยกจากกันไม่ได้ ภาพที่สำนวนนี้สร้างขึ้นเป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ได้หมายความว่าร่างกายเชื่อมติดกันจริง ๆ ให้จำเป็นวลีตายตัวที่มักใช้หลัง be หรือ seem เช่น They are attached at the hip.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “แทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา”: Maya and Lena do everything as a pair; they're ____.

ดูคำตอบ

attached at the hip

Scientists describe adolescence as a social reorientation โน้ต

1:37

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าวัยรุ่นเป็นช่วงของการปรับทิศทางทางสังคม

ไวยากรณ์

describe adolescence as a social reorientation: โครงสร้าง describe X as Y

โครงสร้าง describe X as Y หมายถึง “อธิบาย X ว่าเป็น Y” หรือ “จัด X ให้อยู่ในประเภท Y” ในประโยคนี้ X คือ adolescence และ Y คือ a social reorientation ในโครงสร้างนี้ as ใช้นำคำอธิบายหรือการจัดประเภทของ X ไม่ได้หมายถึง “คล้ายกับ” แบบการเปรียบเทียบทั่วไป งานเขียนวิทยาศาสตร์มักใช้โครงสร้างนี้เพื่อสรุปมุมมองของผู้เชี่ยวชาญต่อกระบวนการหรือช่วงวัยอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง describe X as Y ให้สมบูรณ์: Scientists ____ this stage ____ a turning point.

ดูคำตอบ

describe · as

การใช้คำ

social reorientation: การเปลี่ยนจุดสนใจทางสังคม

social reorientation เป็นคำในด้านพัฒนาการที่หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางและจุดสนใจในชีวิตทางสังคมของคนคนหนึ่ง ในช่วงวัยรุ่น ความสนใจและเวลามักหันไปหาเพื่อนและคนวัยเดียวกันมากขึ้น แม้ว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวยังคงสำคัญ reorientation หมายถึงการหันจุดสนใจเดิมไปสู่ทิศทางใหม่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกิจกรรมปฐมนิเทศหรืองานต้อนรับ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ social reorientation หมายถึงอะไร?

  1. การประชุมปฐมนิเทศสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานสังคม
  2. การเปลี่ยนทิศทางและจุดสนใจในชีวิตทางสังคมของคนคนหนึ่ง
  3. การยุติความสัมพันธ์ในครอบครัวทั้งหมดของคนคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนทิศทางและจุดสนใจในชีวิตทางสังคมของคนคนหนึ่ง

as teenagers begin to spend as much or more time with their friends than with their parents. ไวยากรณ์

1:41

เมื่อวัยรุ่นเริ่มใช้เวลากับเพื่อนๆ มากเท่ากับหรือมากกว่าที่ใช้กับพ่อแม่

ไวยากรณ์

as much or more time ... than: ปริมาณที่อย่างน้อยเท่ากัน

ในประโยคนี้ as much or more time ... than หมายถึง “ใช้เวลาเท่ากันหรือมากกว่า” โครงสร้างนี้กำหนดค่าขั้นต่ำว่า เวลาที่อยู่กับเพื่อนอย่างน้อยต้องเท่ากับเวลาที่อยู่กับพ่อแม่ ถ้อยคำนี้ย่อรูปแบบการเปรียบเทียบเต็มสองแบบคือ as much time as และ more time than ทางเลือกทั้งสองทำงานร่วมกันเป็นการเปรียบเทียบเดียว ไม่ใช่ข้อความสองข้อที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบนี้บอกอะไรเกี่ยวกับเวลาที่วัยรุ่นใช้กับเพื่อน?

  1. ต้องน้อยกว่าเวลาที่อยู่กับพ่อแม่เสมอ
  2. อาจเท่ากับหรือมากกว่าเวลาที่อยู่กับพ่อแม่
  3. ต้องเท่ากับเวลาที่อยู่กับพ่อแม่พอดีเสมอ
ดูคำตอบ

อาจเท่ากับหรือมากกว่าเวลาที่อยู่กับพ่อแม่

This drive to hang with pals may be due to changes in the brain's reward center, โน้ต

1:46

แรงขับเคลื่อนในการอยากอยู่กับเพื่อนนี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในศูนย์รางวัลของสมอง

การใช้คำ

drive to hang with pals: แรงจูงใจทางสังคมในภาษากันเอง

ในที่นี้ drive เป็นคำนามที่หมายถึงแรงจูงใจหรือแรงผลักดันภายในที่รุนแรง ไม่ได้หมายถึงการขับรถ รูปแบบ drive to + verb บอกว่าแรงจูงใจนั้นผลักให้คนทำอะไร hang with pals หมายถึงใช้เวลาสบาย ๆ กับเพื่อน ทั้ง hang with และ pals เป็นภาษากันเอง ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงความต้องการหรือแรงผลักดันอย่างมากที่จะใช้เวลากับเพื่อน

แบบฝึกหัด

drive to hang with pals ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. แผนที่จะขับรถพาเพื่อนไปที่ใดที่หนึ่ง
  2. ความต้องการแขวนรูปภาพให้เพื่อน
  3. แรงจูงใจภายในอย่างแรงกล้าที่จะใช้เวลากับเพื่อน
ดูคำตอบ

แรงจูงใจภายในอย่างแรงกล้าที่จะใช้เวลากับเพื่อน

ไวยากรณ์

may be due to: การเสนอเหตุที่เป็นไปได้

may be due to หมายความว่าสิ่งหนึ่งอาจเกิดจากปัจจัยบางอย่างหรืออาจเป็นผลมาจากปัจจัยนั้น คำกริยาช่วย may แสดงว่าสาเหตุนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ส่วน due to ใช้นำเสนอสาเหตุที่เสนอขึ้นมา ในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ สำนวนนี้ช่วยเสนอคำอธิบายที่มีหลักฐานรองรับโดยไม่อ้างว่าได้รับการพิสูจน์แล้วหรือเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว อย่าตีความให้หนักแน่นเท่ากับ is due to

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ถูกต้องเพื่อแสดงสาเหตุที่เป็นไปได้แต่ยังไม่แน่นอน: The headaches ____ a lack of sleep.

ดูคำตอบ

may be due to

known as the ventral striatum. วัฒนธรรม

1:50

ซึ่งรู้จักกันในชื่อ เวนทราล สไตรอาตัม (ventral striatum)

วัฒนธรรม

known as the ventral striatum: การเติมชื่อทางเทคนิค

known as the ventral striatum เติมชื่อเฉพาะให้กับนามวลีที่อยู่ก่อนหน้าทันที คือ the brain's reward center ในที่นี้ known as หมายถึง “เรียกว่า” ไม่ได้บรรยายการกระทำใหม่ วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคสามารถขยายเป็น which is known as the ventral striatum ได้ โครงสร้างนี้จัดข้อมูลโดยเริ่มจากคำอธิบายทั่วไปแล้วตามด้วยชื่อทางเทคนิค ventral striatum เป็นบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลรางวัล การรู้เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะเข้าใจประโยค

แบบฝึกหัด

known as the ventral striatum ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง

  1. อธิบายว่าเหตุใดบริเวณสมองนี้จึงมีชื่อเสียง
  2. เริ่มบอกการกระทำอีกอย่างที่บริเวณสมองนี้ทำ
  3. บอกชื่อทางเทคนิคของบริเวณสมองที่กล่าวถึงก่อนหน้า
ดูคำตอบ

บอกชื่อทางเทคนิคของบริเวณสมองที่กล่าวถึงก่อนหน้า

Its activation makes hanging out with others enjoyable โน้ต

1:53

การทำงานของมันทำให้การออกไปเที่ยวกับคนอื่นเป็นเรื่องสนุกสนาน

ไวยากรณ์

makes hanging out with others enjoyable: make + กรรม + คำคุณศัพท์

โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งกลายเป็นหรือรู้สึกอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง” ในประโยคนี้ makes รับวลี gerund ทั้งวลี hanging out with others เป็นกรรม แล้วตามด้วยคำคุณศัพท์ enjoyable โครงสร้างคือ makes [hanging out with others] [enjoyable] โดย enjoyable อธิบายกิจกรรมการใช้เวลากับคนอื่น ไม่ได้อธิบายตัวคนใน others

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้อง

  1. The music made enjoyable the long trip.
  2. The music made the long trip enjoy.
  3. The music made the long trip enjoyable.
ดูคำตอบ

The music made the long trip enjoyable.

กริยาวลี

hanging out with others: ใช้เวลาร่วมกันแบบไม่เป็นทางการ

hang out with someone หมายถึงการใช้เวลาสบาย ๆ แบบไม่เป็นทางการกับคนนั้น โดยทั่วไปไม่มีจุดประสงค์ที่เป็นทางการ ในประโยคนี้ hanging อยู่ในรูป gerund ดังนั้น hanging out with others จึงหมายถึงกิจกรรมการใช้เวลาสบาย ๆ กับคนอื่นโดยรวม hang out ในที่นี้เป็น phrasal verb ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่าแขวนบางสิ่งไว้จากที่สูง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb สามคำที่หมายถึง “ใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับใครสักคน”: On Saturdays, I like to ____ my cousins at the park.

ดูคำตอบ

hang out with

and motivates you to spend more time with them.

1:56

และกระตุ้นให้คุณอยากใช้เวลากับพวกเขามากขึ้น

Neuroimaging studies show that this region is highly reactive during your teenage years, ลำดับความ

1:59

การศึกษาภาพถ่ายสมองแสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้จะตอบสนองสูงมากในช่วงวัยรุ่นของคุณ

ลำดับความ

Neuroimaging studies show that: การนำเสนอหลักฐานจากงานวิจัย

Neuroimaging studies ระบุแหล่งที่มาของหลักฐาน ส่วน show that ใช้นำเสนอผลการศึกษาที่หลักฐานนั้นสนับสนุน ในที่นี้ show หมายถึงแสดงให้เห็นผ่านผลการศึกษา ไม่ใช่นำบางสิ่งมาให้คนดู ในฐานะสัญญาณจัดลำดับข้อมูล วลีนี้พาคำอธิบายจากหัวข้อทั่วไปไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่มีงานวิจัยรองรับ อนุประโยคที่ตามหลัง that บรรจุข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับ ventral striatum ที่กล่าวถึงก่อนหน้า กล่าวคือบริเวณนี้ตอบสนองอย่างมากในช่วงวัยรุ่น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้แล้วเลือกหน้าที่ของวลีเปิดประโยค: Neuroimaging studies show that this region is highly reactive during your teenage years.

  1. วลีนี้นำเสนอข้อสรุปที่มีหลักฐานจากงานวิจัยสนับสนุน
  2. วลีนี้ขอให้ผู้อ่านดูภาพสแกนสมอง
  3. วลีนี้แสดงการคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอข้อสรุปที่มีหลักฐานจากงานวิจัยสนับสนุน

which may explain why adolescents seem to place a higher value on social interactions than children or adults. โน้ต

2:03

ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมวัยรุ่นจึงดูเหมือนจะให้คุณค่ากับการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากกว่าเด็กหรือผู้ใหญ่

ลำดับความ

may explain why: การเชื่อมหลักฐานกับคำอธิบายที่เป็นไปได้

May explain why เชื่อมข้อเท็จจริงหรือผลการศึกษาที่กล่าวก่อนหน้าเข้ากับปรากฏการณ์ถัดมาที่ข้อเท็จจริงนั้นอาจใช้อธิบายได้ ในประโยคนี้ การตอบสนองอย่างมากของบริเวณสมองถูกเสนอเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้ว่าทำไมวัยรุ่นจึงดูเหมือนให้ความสำคัญกับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากกว่า May ทำให้ข้อกล่าวอ้างมีความระมัดระวัง กล่าวคือผลการศึกษาอาจอธิบายรูปแบบนี้ได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์สาเหตุ หลัง why ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ เช่น why adolescents seem ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ไฮไลต์ไว้ด้านบนให้ตรงทุกคำ เพื่อทำให้คำอธิบายมีความระมัดระวัง: The broken seal ____ the food spoiled.

ดูคำตอบ

may explain why

วลี

place a higher value on: มองว่าบางสิ่งสำคัญกว่า

place value on something หมายถึงมองว่าสิ่งหนึ่งสำคัญหรือมีคุณค่า ส่วน place a higher value on something หมายถึงให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากกว่าเมื่อมีการเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ social interactions คือสิ่งที่วัยรุ่นให้ความสำคัญ และ than children or adults ใช้เปรียบเทียบกลุ่มคนที่เป็นผู้ให้คุณค่า คำว่า place เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคำนี้ ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปวางจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มองว่าสำคัญกว่า”: In choosing a captain, the coach may ____ teamwork than on individual fame.

ดูคำตอบ

place a higher value on

Teenage friendships can also feel more intimate than

2:11

มิตรภาพในวัยรุ่นยังอาจรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมมากกว่า

the friendships of your childhood.

2:14

มิตรภาพในวัยเด็กของคุณ

This deeper connection is possible

2:15

การเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนี้เป็นไปได้

thanks to improvements in what scientists call theory of mind. วัฒนธรรม

2:18

ด้วยพัฒนาการในสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ทฤษฎีจิตวิทยา (theory of mind)

วัฒนธรรม

what scientists call theory of mind: การแนะนำศัพท์เฉพาะ “ทฤษฎีจิตใจ”

what scientists call X หมายถึง “สิ่งหรือแนวคิดที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า X” ในที่นี้อนุประโยค what scientists call theory of mind ทั้งหมดเป็นกรรมของ in และใช้แนะนำชื่อทางวิทยาศาสตร์ของความสามารถที่กำลังกล่าวถึง theory of mind เป็นศัพท์ทางจิตวิทยาสำหรับความสามารถในการเข้าใจว่าคนอื่นอาจมีความคิด ความรู้สึก แรงจูงใจ ความรู้ และมุมมองที่แตกต่างจากของตนเอง ไม่ได้หมายถึงทฤษฎีส่วนตัวของคนคนหนึ่งเกี่ยวกับจิตใจ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The child is developing what psychologists call theory of mind. ส่วน what psychologists call theory of mind ทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นการเสนอความคิดเห็นส่วนตัวของนักจิตวิทยาคนหนึ่งเกี่ยวกับจิตใจ
  2. หมายความว่านักจิตวิทยากำลังโทรศัพท์หาทฤษฎีหนึ่ง
  3. เป็นการแนะนำชื่อที่นักจิตวิทยาใช้เรียกความสามารถในการเข้าใจจิตใจของผู้อื่น
ดูคำตอบ

เป็นการแนะนำชื่อที่นักจิตวิทยาใช้เรียกความสามารถในการเข้าใจจิตใจของผู้อื่น

Theory of mind is the ability to understand others' ไวยากรณ์

2:22

ทฤษฎีจิตวิทยาคือความสามารถในการเข้าใจ

emotions, thoughts, motivations,

2:25

อารมณ์ ความคิด แรงจูงใจ

and points of view, การใช้คำ

2:27

และมุมมองของผู้อื่น

and to realize that they may be different from your own. ไวยากรณ์

2:28

และตระหนักว่าสิ่งเหล่านั้นอาจแตกต่างไปจากของตัวคุณเอง

ไวยากรณ์

the ability to understand others': the ability to + คำกริยารูปพื้นฐาน

คำที่เน้นไว้เริ่มต้นคำนิยามของความสามารถอย่างหนึ่ง คือความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่เป็นของผู้อื่น หลัง ability ใช้ to-infinitive คือ to understand เพื่อบอกว่าความสามารถนั้นคือการทำอะไร others' เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของ others ซึ่งเป็นพหูพจน์ ในที่นี้รูปดังกล่าวครอบคลุมรายการทั้งหมดที่ตามมา ได้แก่ อารมณ์ ความคิด แรงจูงใจ และมุมมองของผู้อื่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the ability to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น the ability to solve problems

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ the ability to และคำกริยา understand: Empathy includes ____ how other people feel.

ดูคำตอบ

the ability to understand

การใช้คำ

points of view: วิธีมองหรือเข้าใจสิ่งหนึ่ง

ในประโยคนี้ points of view หมายถึงวิธีที่ผู้อื่นมองหรือเข้าใจสิ่งต่าง ๆ โดยอยู่ในรายการเดียวกับ emotions, thoughts และ motivations ทั้งสี่อย่างเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้อื่นที่คนคนหนึ่งอาจพยายามทำความเข้าใจ คำนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงที่คนยืนเพื่อมองดู Points of view เป็นรูปพหูพจน์ของ point of view โดยเปลี่ยนเป็นพหูพจน์เฉพาะคำว่า point ใช้ point of view เมื่อเน้นมุมมองที่คนคนหนึ่งใช้ทำความเข้าใจประเด็นหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The group considered several points of view before deciding," points of view หมายถึงอะไร

  1. จุดเล็ก ๆ ที่บอกว่าควรมองตรงไหน
  2. วิธีต่าง ๆ ในการมองหรือเข้าใจประเด็นนั้น
  3. สถานที่จริงที่ผู้คนยืนเพื่อมองดู
ดูคำตอบ

วิธีต่าง ๆ ในการมองหรือเข้าใจประเด็นนั้น

ไวยากรณ์

may be different from your own: การละคำนามที่ซ้ำ

ใน "may be different from your own" คำว่า your own หมายถึง "อารมณ์ ความคิด แรงจูงใจ และมุมมองของคุณเอง" คำเหล่านี้ถูกละไว้เพราะรายการคำนามเดียวกันปรากฏหลัง others' ไปแล้ว ภาษาอังกฤษมักละคำนามที่ซ้ำหลังรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่มี own เมื่อบริบทชัดเจน ตัวอย่างเช่น "Their priorities differ from your own" หมายถึง "Their priorities differ from your own priorities" สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือข้อมูลชนิดเดียวกันสองชุด ไม่ใช่ความคิดของผู้อื่นกับสิ่งของที่คุณเป็นเจ้าของ

แบบฝึกหัด

ใน "The team's priorities may be different from your own" คำว่า your own หมายถึงอะไร

  1. เพื่อนร่วมทีมของผู้ฟัง
  2. สิ่งของที่ผู้ฟังเป็นเจ้าของ
  3. สิ่งที่ผู้ฟังให้ความสำคัญ
ดูคำตอบ

สิ่งที่ผู้ฟังให้ความสำคัญ

While it may seem intuitive, ลำดับความ

2:32

แม้ว่ามันอาจดูเหมือนเป็นสัญชาตญาณ

this ability hinges on the careful coordination of various brain regions, วลี

2:33

แต่ความสามารถนี้ขึ้นอยู่กับการประสานงานอย่างระมัดระวังของสมองหลายๆ ส่วน

ลำดับความ

While it may seem ...: ยอมรับก่อนแล้วจึงแสดงข้อแตกต่าง

while ในที่นี้หมายถึง "แม้ว่า" ไม่ใช่ "ในขณะที่" อนุประโยคแรกยอมรับความรู้สึกแรกที่น่าจะเกิดขึ้นก่อน กล่าวคือ ความสามารถนี้อาจดูเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยสัญชาตญาณ จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอประเด็นที่ซับซ้อนกว่า นั่นคือ ความสามารถนี้อาศัยการทำงานที่ประสานกันของสมองหลายบริเวณ โครงสร้าง "While X may seem Y, ..." ใช้จัดลำดับเหตุผลโดยยอมรับภาพที่เห็นในตอนแรก แล้วจึงจำกัดหรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนกว่า

แบบฝึกหัด

while ใน "While the design may seem simple, it took months of careful testing" แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. บอกว่าการทดสอบเกิดขึ้นในช่วงที่การออกแบบดูเรียบง่าย
  2. บอกว่ารูปลักษณ์ที่เรียบง่ายทำให้การทดสอบใช้เวลาหลายเดือน
  3. ยอมรับว่าการออกแบบดูเรียบง่ายก่อน แล้วจึงให้ข้อเท็จจริงที่ต่างออกไป
ดูคำตอบ

ยอมรับว่าการออกแบบดูเรียบง่ายก่อน แล้วจึงให้ข้อเท็จจริงที่ต่างออกไป

วลี

hinges on: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสำคัญ

hinges on หมายถึง “ขึ้นอยู่กับอย่างมาก” หรือ “ถูกกำหนดโดย” ในที่นี้ ความสามารถดังกล่าวต้องอาศัยการประสานงานอย่างรอบคอบระหว่างสมองส่วนต่าง ๆ โดยการประสานงานนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญ สำนวนนี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ hinge ในความหมายตรงตัวคือบานพับที่ทำให้สิ่งหนึ่งเคลื่อนไปรอบจุดคงที่ สำนวนนี้นำภาพดังกล่าวมาใช้กับผลลัพธ์ที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญเพียงจุดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hinge on: The team's success ____ clear communication.

ดูคำตอบ

hinges on

sometimes referred to as the social brain. วลี

2:38

ซึ่งบางครั้งเรียกว่า สมองทางสังคม (social brain)

วลี

referred to as: การแนะนำชื่อหรือป้ายกำกับ

be referred to as หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “ถูกอธิบายด้วยชื่อเฉพาะ” ในที่นี้ บริเวณสมองหรือเครือข่ายที่เพิ่งกล่าวถึงได้รับชื่อรวมว่า “สมองทางสังคม” โครงสร้างกรรตุวาจกคือ refer to A as B และรูปกรรมวาจกคือ A is referred to as B ในอนุประโยคแบบย่อนี้ รูปของ be ที่เข้าใจได้จากบริบทถูกละไว้ เพราะวลีนี้เพิ่มข้อมูลให้คำนามก่อนหน้า ในโครงสร้างการตั้งชื่อต้องคงทั้ง to และ as ไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกสำหรับการตั้งชื่อ refer to as: A short phrase used in advertising ____ a slogan.

ดูคำตอบ

is referred to as

Babies begin to develop theory of mind around 18 months or so. วลี

2:42

ทารกเริ่มพัฒนาทฤษฎีจิตวิทยาเมื่ออายุประมาณ 18 เดือน

วลี

around 18 months or so: การบอกอายุโดยประมาณ

ทั้ง around ที่วางหน้าตัวเลขและ or so ที่วางหลังตัวเลขต่างบอกว่าตัวเลขนั้นเป็นค่าประมาณ ในที่นี้ around 18 months or so หมายถึง “เมื่ออายุประมาณ 18 เดือน” ไม่ใช่อายุที่แน่นอน การใช้ทั้งสองส่วนร่วมกันทำให้การประมาณฟังดูกว้างและเป็นภาษาพูดมากขึ้น or so ไม่ได้เสนออีกตัวเลือกหนึ่ง แต่ช่วยลดความแม่นยำของตัวเลขลงอีก

แบบฝึกหัด

ค่าประมาณนี้หมายความว่าอย่างไร? The repair should take around two hours or so.

  1. จะใช้เวลาสองชั่วโมงพอดี
  2. อาจใช้เวลาสองชั่วโมงหรือไม่ใช้เวลาเลย
  3. จะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง
ดูคำตอบ

จะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง

Before that,

2:46

ก่อนหน้านั้น

it's thought they believe that everyone perceives and knows exactly what they know. โน้ต

2:46

เชื่อกันว่าพวกเขาคิดว่าทุกคนรับรู้และรู้ในสิ่งที่พวกเขารู้ทุกประการ

ไวยากรณ์

it's thought: โครงสร้างรายงานแบบไม่ระบุผู้คิด

ใน it's thought คำว่า it's เป็นรูปย่อของ it is ในโครงสร้าง it's thought (that) + อนุประโยค คำว่า it เป็นประธานสมมติที่ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ ส่วนอนุประโยคที่ตามมาจะบอกเนื้อหาของความเชื่อ โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำนี้ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้มีความเห็น และนำเสนอข้อความอย่างระมัดระวัง ความหมายคือ “คนทั่วไปหรือผู้เชี่ยวชาญคิดว่า” ไม่ใช่ “เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างรายงานแบบไม่ระบุบุคคลเป้าหมายที่หมายถึง “คนทั่วไปเชื่อว่า”: ____ the cave was used as a shelter.

ดูคำตอบ

It's thought that

การใช้คำ

perceives and knows: การรับรู้ข้อมูลกับการมีความรู้

Perceive หมายถึงการรับหรือสังเกตข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสหรือความคิด ส่วน know หมายถึงการมีข้อมูลหรือความเข้าใจนั้นอยู่แล้ว ใน perceives and knows คำกริยาสองคำแยกสิ่งที่คนคนหนึ่งสัมผัสหรือสังเกตเห็น ออกจากสิ่งที่คนนั้นเข้าใจว่าเป็นข้อเท็จจริง Perceive ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมองเห็น ในบริบททางจิตวิทยาอาจรวมถึงการได้ยิน การรู้สึก และการตีความข้อมูลในใจ

แบบฝึกหัด

เลือกคำกริยาที่เติมในประโยคได้เหมาะสมที่สุด: Researchers are studying how infants ___ faces and what they ___ about familiar people.

  1. watch; perceive
  2. know; see
  3. perceive; know
ดูคำตอบ

perceive; know

It was once considered to be fully developed by age five, ไวยากรณ์

2:52

ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่ามันจะพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุ 5 ขวบ

ไวยากรณ์

was once considered to be: การรายงานความเชื่อในอดีต

Was considered to be เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำที่ใช้รายงานว่าผู้คนเชื่อว่าประธานมีสภาพหรือคุณสมบัติบางอย่าง once ในที่นี้หมายถึงในอดีตหรือครั้งหนึ่งในอดีต ไม่ได้หมายถึงจำนวนหนึ่งครั้ง Was once considered to be มักใช้เสนอความเห็นในอดีตก่อนกล่าวถึงหลักฐานใหม่หรือความเห็นปัจจุบัน ในประโยคนี้ to be fully developed ระบุสภาพที่ผู้คนในอดีตเชื่อว่าทฤษฎีแห่งจิตพัฒนาไปถึงเมื่ออายุห้าขวบ ถ้อยคำนี้อาจบอกเป็นนัยว่าความเห็นดังกล่าวถูกปรับแก้ภายหลัง แต่ตัวถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าความเห็นเก่านั้นผิดในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงจากบทเรียนที่หมายถึง “ในอดีตผู้คนเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้น”: The medicine ____ harmless.

ดูคำตอบ

was once considered to be

but scientists now know that theory of mind

2:55

แต่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันรู้แล้วว่า ทฤษฎีจิตวิทยา

continues to improve and mature well into your teenage years and beyond. วลี

2:58

ยังคงพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงวัยรุ่นและหลังจากนั้น

วลี

well into ... and beyond: ดำเนินไปจนลึกในช่วงหนึ่งและเลยไปกว่านั้น

ในที่นี้ well into your teenage years หมายความว่าพัฒนาการไม่ได้หยุดเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น แต่ยังดำเนินต่อไปจนถึงช่วงที่ล่วงเข้าสู่วัยรุ่นมานานพอสมควรแล้ว well ใช้เน้นความลึกในแง่เวลาให้กับ into ไม่ได้หมายความว่า “อย่างดี” and beyond ขยายช่วงเวลาให้เลยวัยรุ่นออกไป เมื่อนำมารวมกัน well into ... and beyond จึงเน้นว่าบางสิ่งดำเนินต่อไปนานกว่าการเพียงเข้าสู่ช่วงนั้นมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: The repairs continued well into the winter and beyond?

  1. การซ่อมแซมทำได้ดีเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว
  2. การซ่อมแซมดำเนินต่อไปจนถึงช่วงค่อนข้างท้ายของฤดูหนาวและยังนานกว่านั้นอีก
  3. การซ่อมแซมสิ้นสุดลงก่อนฤดูหนาวเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

การซ่อมแซมดำเนินต่อไปจนถึงช่วงค่อนข้างท้ายของฤดูหนาวและยังนานกว่านั้นอีก

Likewise, regions within the social brain show increased connectivity during adolescence compared with childhood. โน้ต

3:02

เช่นเดียวกัน บริเวณภายในสมองทางสังคมจะแสดงการเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่นเมื่อเทียบกับวัยเด็ก

ลำดับความ

Likewise: เพิ่มหลักฐานคู่ขนานที่ไปในทิศทางเดียวกัน

Likewise เป็นคำเชื่อมประโยคที่หมายถึง “ในทำนองเดียวกัน” หรือ “ในลักษณะที่คล้ายกัน” เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ คำดังกล่าวส่งสัญญาณว่าข้อค้นพบใหม่ไปในทิศทางเดียวกับแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง คำนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งโดยเพิ่มหลักฐานที่สอดคล้องกัน ไม่ได้แสดงความขัดแย้งหรือบอกว่าข้อเท็จจริงแรกทำให้เกิดข้อเท็จจริงที่สอง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด: Exercise can improve sleep. ____, a balanced diet can support better rest.

  1. As a result
  2. Likewise
  3. However
ดูคำตอบ

Likewise

ไวยากรณ์

compared with childhood: การกำหนดเกณฑ์เปรียบเทียบ

วลี compared with childhood ใช้ childhood เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ประโยคนี้เปรียบเทียบการเชื่อมต่อในช่วงวัยรุ่นกับช่วงวัยเด็ก โดย increased หมายความว่าการเชื่อมต่อในช่วงวัยรุ่นสูงกว่า ในที่นี้ with ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกับวัยเด็ก เมื่ออ่านการเปรียบเทียบในงานวิจัย ให้หาเกณฑ์หลัง compared with แล้วจึงดูว่าส่วนอื่นของประโยคกำลังวัดลักษณะใด

แบบฝึกหัด

compared with the countryside ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? Air quality improved in the city compared with the countryside.

  1. ใช้พื้นที่ชนบทเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ
  2. บอกว่าเมืองและชนบทพัฒนาขึ้นพร้อมกัน
  3. บอกเหตุผลที่คุณภาพอากาศในเมืองดีขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้พื้นที่ชนบทเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ

As a result, ลำดับความ

3:09

เป็นผลให้

teens can better understand their friend's perspectives,

3:09

วัยรุ่นสามารถเข้าใจมุมมองของเพื่อนได้ดีขึ้น

allowing for deeper connections to flourish. ไวยากรณ์

3:12

ทำให้ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นสามารถเบ่งบานได้

ลำดับความ

As a result: การบอกผลลัพธ์

As a result เป็นคำเชื่อมบอกผลลัพธ์ หมายถึง ดังนั้น หรือ เพราะสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้วลีนี้ย้อนกลับไปชี้ว่าพัฒนาการของสมองที่กล่าวก่อนหน้าเป็นสาเหตุ และนำเสนอความเข้าใจที่ดีขึ้นของวัยรุ่นเป็นผลลัพธ์ วลีนี้จัดลำดับเหตุผลจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์ โดยให้หาสาเหตุก่อนวลีและหาผลลัพธ์หลังวลี เมื่ออยู่ต้นประโยค โดยทั่วไปจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าแนวคิดที่สองเป็นผลจากแนวคิดแรก? Maya practiced every day. Her piano playing improved.

  1. However
  2. Likewise
  3. As a result
ดูคำตอบ

As a result

ไวยากรณ์

allowing for deeper connections to flourish: ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาคอย่าง allowing for... แสดงผลลัพธ์หรือความเป็นไปได้ที่เกิดจากใจความก่อนหน้าทั้งหมด การเข้าใจมุมมองของเพื่อนได้ดีขึ้นช่วยสร้างเงื่อนไขให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ในที่นี้ allow for หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” หรือ “เปิดพื้นที่ให้” ส่วน flourish ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความสัมพันธ์แข็งแรงขึ้นและพัฒนาไปได้ดี ไม่ได้หมายถึงการออกดอกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Careful planning left more time, allowing for the discussion to flourish,' อนุประโยคที่แสดงผลลัพธ์หมายความว่าอย่างไร

  1. การวางแผนอย่างรอบคอบทำให้การอภิปรายพัฒนาไปได้ด้วยดี
  2. การอภิปรายเติบโตเหมือนต้นไม้จริง ๆ
  3. การวางแผนอย่างรอบคอบรับประกันว่าทุกคนจะเห็นด้วย
ดูคำตอบ

การวางแผนอย่างรอบคอบทำให้การอภิปรายพัฒนาไปได้ด้วยดี

In the closest friendships,

3:16

ในมิตรภาพที่ใกล้ชิดที่สุด

it can almost feel as if you're metaphysically connected, โน้ต

3:17

มันอาจจะรู้สึกเกือบจะเหมือนกับว่าพวกคุณเชื่อมโยงกันในทางอภิปรัชญา

ไวยากรณ์

it can almost feel as if: ความรู้สึกส่วนตัวที่ลดความหนักแน่น

It can feel as if... ทำให้เนื้อหาที่ตามมาเป็นความรู้สึกของบุคคล ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่เป็นข้อเท็จจริง คำสรรพนาม it ทำหน้าที่วางกรอบทั่วไป ส่วนอนุประโยค as if ให้ภาพเปรียบเทียบที่จินตนาการขึ้น almost ช่วยลดความหนักแน่นของกรอบนี้ลงอีก ในประโยคนี้ มิตรภาพอาจดูสนิทจนคนสองคนรู้สึกว่าเชื่อมโยงกันเกินกว่าจะอธิบายด้วยเรื่องทางกายภาพทั่วไป แต่ผู้พูดกำลังบรรยายแบบใกล้เคียงและเกินจริงเล็กน้อย ไม่ได้กำลังกล่าวข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมกรอบที่ตรงกับบทเรียนลงในประโยคเพื่อแสดงความรู้สึก ไม่ใช่ข้อเท็จจริง: Inside the planetarium, ____ we are traveling through space.

ดูคำตอบ

it can almost feel as if

two bodies and minds perfectly in sync. วลี

3:20

ร่างกายและจิตใจทั้งสองซิงก์กันอย่างสมบูรณ์แบบ

การใช้คำ

metaphysically connected: ความผูกพันเชิงนามธรรมที่เหนือกว่าระดับกายภาพ

ในประโยคนี้ metaphysically connected หมายถึงการเชื่อมโยงที่ดูเหมือนจะก้าวพ้นความสัมพันธ์ทางกายภาพทั่วไป คำวิเศษณ์ metaphysically ทำให้ความผูกพันนี้มีลักษณะเชิงปรัชญาและเกือบเหมือนอยู่เหนือโลกความเป็นจริง เนื่องจากวลีนี้ตามหลัง almost feel as if จึงเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกส่วนตัวที่เข้มข้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์หรือเรื่องเหนือธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว ในประโยคอื่น feel as if หรือ seem ก็อาจเป็นสัญญาณว่าคำบรรยายที่ชัดเจนนั้นเป็นเชิงเปรียบเทียบหรือยังไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

metaphysically connected ในตัวอย่างนี้สื่อถึงอะไร

  1. การเชื่อมต่อที่ทำด้วยสายเคเบิลจริง
  2. ความสามารถอ่านใจผู้อื่นที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
  3. ความผูกพันอันลึกซึ้งที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าเหนือกว่าสิ่งทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ความผูกพันอันลึกซึ้งที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าเหนือกว่าสิ่งทางกายภาพ

วลี

in sync: ประสานกันด้านเวลา การกระทำ หรือความคิด

In sync หมายถึงการที่การกระทำ จังหวะเวลา ความคิด หรือระบบตรงกันและทำงานร่วมกันได้ดี ในที่นี้ใช้บรรยายว่าร่างกายและจิตใจของคนสองคนสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ Sync เป็นรูปย่อของ synchronization แต่ in sync เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้กันทั่วไป นอกจากนี้ยังใช้ in sync with ตามด้วยคนหรือสิ่งของได้ เช่น Our schedule is in sync with yours.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ประสานกัน”:The swimmers stayed ____ throughout the routine.

ดูคำตอบ

in sync

And there is science to this. ลำดับความ

3:23

และมีหลักวิทยาศาสตร์รองรับเรื่องนี้

ลำดับความ

there is science to this: ประโยคเชื่อมไปสู่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ในที่นี้ there is science to this หมายถึง “แนวคิดหรือประสบการณ์นี้มีหลักฐานหรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับ” this อ้างถึงความรู้สึกที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน to this เชื่อม science เข้ากับข้อกล่าวนั้น ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานจากคำบรรยายตามความรู้สึกไปสู่คำอธิบายกลไก โดยบอกว่างานวิจัยอาจช่วยอธิบายสิ่งที่สังเกตได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกรายละเอียดของถ้อยคำก่อนหน้านั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Many people focus better after a short walk, and there is science to this. วลี there is science to this หมายความว่าอย่างไร

  1. ข้อสังเกตนั้นเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติและศึกษาไม่ได้
  2. วิทยาศาสตร์กำลังเคลื่อนที่ไปทางข้อสังเกตนั้นจริง ๆ
  3. ข้อสังเกตนั้นมีพื้นฐานหรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

ข้อสังเกตนั้นมีพื้นฐานหรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

Your ability to connect with others

3:25

ความสามารถของคุณในการเชื่อมโยงกับผู้อื่น

somewhat depends on the coordination of actions, วลี

3:26

ขึ้นอยู่กับการประสานงานของการกระทำ

วลี

depends on the coordination of: ขึ้นอยู่กับหลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน

depends on the coordination of ใช้บอกเงื่อนไขของผลลัพธ์ กล่าวคือ ผลลัพธ์ได้รับอิทธิพลจากการที่การกระทำ กระบวนการ หรือระบบหลายส่วนทำงานร่วมกันได้ดีเพียงใด depend on แสดงความสัมพันธ์แบบพึ่งพา ส่วน the coordination of ระบุการจัดระเบียบ จังหวะเวลา หรือการทำงานร่วมกันของส่วนเหล่านั้น ในประโยคนี้ coordination มีความหมายกว้างกว่าการจัดงาน โดยครอบคลุมการที่การกระทำทำงานสอดคล้องกับอารมณ์ สรีรวิทยา และความคิด somewhat ช่วยจำกัดข้อกล่าวว่า การประสานกันนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย ไม่ใช่สาเหตุเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างภาษาอังกฤษห้าคำที่ตรงกับความหมายว่า “ต้องอาศัยหลายส่วนทำงานร่วมกัน”: Safe air travel ____ pilots, controllers, and ground crews.

ดูคำตอบ

depends on the coordination of

emotions, physiology,

3:29

อารมณ์ สรีรวิทยา

and thoughts.

3:30

และความคิดในระดับหนึ่ง

This is what psychologists call interpersonal synchrony. วัฒนธรรม

3:32

นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า การสอดคล้องกันระหว่างบุคคล (interpersonal synchrony)

วัฒนธรรม

what psychologists call interpersonal synchrony: การตั้งชื่อแนวคิด

ในประโยค This is what psychologists call interpersonal synchrony อนุประโยคที่มี what ระบุชื่อที่นักจิตวิทยาใช้เรียกปรากฏการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า โดยทำหน้าที่เหมือน “สิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า interpersonal synchrony” และ what ตรงนี้ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม interpersonal synchrony หมายถึงการประสานกันระหว่างผู้คน เช่น การเคลื่อนไหว อารมณ์ ปฏิกิริยาทางร่างกาย หรือความคิดที่สอดคล้องกันมากขึ้นตามเวลา interpersonal หมายถึง “ระหว่างบุคคล” ไม่ใช่ “ภายในคนคนเดียว”

แบบฝึกหัด

what psychologists call interpersonal synchrony ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ถามนักจิตวิทยาว่าปรากฏการณ์ที่ไม่รู้จักมีชื่อว่าอะไร
  2. บอกว่านักจิตวิทยากำลังโทรศัพท์หากัน
  3. ตั้งชื่อทางจิตวิทยาให้กับปรากฏการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป
ดูคำตอบ

ตั้งชื่อทางจิตวิทยาให้กับปรากฏการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป

You first show signs of the ability to sync with others as infants, วลี

3:36

คุณจะแสดงสัญญาณของความสามารถในการซิงก์กับผู้อื่นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ตอนเป็นทารก

synchronizing movements and babbling with your parents. การใช้คำ

3:40

ด้วยการเคลื่อนไหวและส่งเสียงอ้อแอ้ให้สอดคล้องกับพ่อแม่

วลี

show signs of the ability to: สัญญาณของความสามารถที่เริ่มพัฒนา

show signs of the ability to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “แสดงหลักฐานที่สังเกตได้ว่าสามารถทำบางสิ่งได้” ในประโยคนี้ การที่ทารกทำให้การเคลื่อนไหวและเสียงอ้อแอ้สอดคล้องกับพ่อแม่เป็นหลักฐานระยะแรกว่าพวกเขาสามารถประสานจังหวะกับผู้อื่นได้ สำนวนนี้ไม่ได้ยืนยันว่าความสามารถนั้นพัฒนาเต็มที่แล้วหรือทำได้สำเร็จทุกครั้ง signs ในที่นี้หมายถึง “สัญญาณ” หรือ “หลักฐาน” ไม่ใช่ป้ายประกาศหรือป้ายจราจร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “แสดงหลักฐานระยะแรกว่าสามารถทำบางสิ่งได้”: At around age four, some children ____ understand simple wordplay.

ดูคำตอบ

show signs of the ability to

การใช้คำ

synchronizing movements and babbling: ทำจังหวะการเคลื่อนไหวและเสียงอ้อแอ้ให้สอดคล้องกัน

“synchronizing movements and babbling” หมายถึงการทำให้ทั้งการเคลื่อนไหวของร่างกายและเสียงพูดระยะแรกสอดคล้องกับอีกคนในด้านเวลา或จังหวะ ในประโยคนี้ อีกฝ่ายคือพ่อแม่ของทารก “babbling” คือการเล่นเสียงคล้ายคำพูดของทารกก่อนที่จะใช้คำที่มีความหมายได้อย่างสม่ำเสมอ วลี -ing นี้ยกตัวอย่างอย่างชัดเจนว่าทารกแสดงความสามารถในการทำจังหวะให้สอดคล้องกับผู้อื่นอย่างไร

แบบฝึกหัด

“synchronizing movements and babbling” ในประโยคนี้อธิบายพฤติกรรมใด

  1. ทารกเคลื่อนไหวแบบสุ่มโดยไม่โต้ตอบกับใคร
  2. ทารกใช้ประโยคสมบูรณ์เพื่อสอนพ่อหรือแม่ให้พูด
  3. ทารกทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายและเสียงระยะแรกสอดคล้องกับพ่อหรือแม่
ดูคำตอบ

ทารกทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายและเสียงระยะแรกสอดคล้องกับพ่อหรือแม่

As you get older and spend more time outside the home, ไวยากรณ์

3:43

เมื่อคุณโตขึ้นและใช้เวลานอกบ้านมากขึ้น

ไวยากรณ์

As you get older: as ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ใน “As you get older” คำว่า as หมายถึง “ในระหว่างกระบวนการที่อายุมากขึ้น” โดยนำเสนออายุว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และกำหนดกรอบเวลาให้กับการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง โครงสร้าง As + ประธาน + คำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง มักเชื่อมพัฒนาการสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกัน ในที่นี้ as ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” หรือ “ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง As + you + get older ตามที่กำหนด เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป: ____, you may want more independence.

ดูคำตอบ

As you get older

you increasingly show this synchrony with your peers. ลำดับความ

3:46

คุณก็ยิ่งแสดงความสอดคล้องนี้กับเพื่อนร่วมวัยมากขึ้นเรื่อยๆ

ลำดับความ

แสดงความสอดประสานนี้กับเพื่อนวัยเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในประโยคนี้ increasingly ขยายคำว่า show หมายความว่า ความถี่หรือระดับของการแสดงความสอดประสานนี้กับเพื่อนวัยเดียวกันเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ได้ขยายคำว่า peers this synchrony ย้อนกลับไปอ้างถึงความสามารถในการประสานกับผู้อื่นที่กล่าวถึงแล้ว คำวิเศษณ์และคำอ้างอิงนี้จึงเชื่อมแนวคิดก่อนหน้าเข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แบบฝึกหัด

“you increasingly show this synchrony with your peers” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. คุณแสดงความสอดประสานนี้อย่างฉับพลันเพียงครั้งเดียวแล้วหยุด
  2. เมื่ออายุมากขึ้น มีเพียงจำนวนเพื่อนวัยเดียวกันของคุณที่เพิ่มขึ้น
  3. เมื่ออายุมากขึ้น คุณแสดงความสอดประสานนี้กับเพื่อนวัยเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดูคำตอบ

เมื่ออายุมากขึ้น คุณแสดงความสอดประสานนี้กับเพื่อนวัยเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

For example,

3:48

ตัวอย่างเช่น

imagine walking down the street with a friend. ลำดับความ

3:49

ลองจินตนาการว่ากำลังเดินไปตามถนนกับเพื่อน

ลำดับความ

imagine walking down the street: สร้างฉากด้วย imagine + -ing

imagine + รูป -ing ใช้ชวนผู้ฟังให้สร้างภาพเหตุการณ์ในใจ ในที่นี้ imagine walking down the street หมายถึงให้นึกภาพกิจกรรมการเดิน โดย imagine สามารถตามด้วย walking ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องใช้อนุประโยค that ที่สมบูรณ์ เมื่ออยู่ต้นคำอธิบาย รูปคำสั่งนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณนำทาง โดยพาผู้ฟังจากแนวคิดนามธรรมไปสู่สถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมและจินตนาการเห็นภาพได้

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำในวงเล็บเป็นรูปที่ถูกต้องหลัง imagine: Imagine ____ through a quiet forest at night. (walk)

ดูคำตอบ

walking

Often without consciously thinking, ไวยากรณ์

3:51

บ่อยครั้งโดยไม่ได้คิดอย่างรู้ตัว

ไวยากรณ์

without consciously thinking: โครงสร้าง without + รูป -ing

without + รูป -ing หมายความว่าการกระทำหรือกระบวนการหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ without consciously thinking หมายถึง “โดยไม่ได้ตัดสินใจผ่านการคิดอย่างตั้งใจ” เนื่องจาก without เป็นคำบุพบท thinking จึงทำหน้าที่เป็นกรรมของ without และต้องใช้รูป -ing แทนรูปกริยาพื้นฐาน think ส่วน consciously ขยาย thinking และบอกว่าพฤติกรรมที่ตามมาเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ได้เกิดจากการวางแผน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “โดยไม่ได้ตัดสินใจผ่านการคิดอย่างตั้งใจ”: Maya followed her usual route ____.

ดูคำตอบ

without consciously thinking

you stroll at the same pace and follow the same path. วลี

3:53

คุณจะเดินด้วยจังหวะเดียวกันและไปตามเส้นทางเดียวกัน

วลี

at the same pace: ความเร็วหรืออัตราความก้าวหน้าที่เท่ากัน

at the same pace หมายถึง “ด้วยความเร็วหรืออัตราที่เท่ากัน” ในประโยคนี้ ผู้ที่เดินเล่นเคลื่อนที่เร็วเท่ากัน pace ยังใช้บอกอัตราการทำงาน การเรียนรู้ หรือการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นวลีนี้จึงใช้เปรียบเทียบได้ทั้งความก้าวหน้าและการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าสองชั้นเรียนกำลังก้าวหน้าเร็วเท่ากัน

  1. The two classes are learning in the same place.
  2. The two classes are learning at the same pace.
  3. The two classes are following the same path.
ดูคำตอบ

The two classes are learning at the same pace.

You and your best friend may not be only on the same page, ไวยากรณ์

3:56

คุณกับเพื่อนสนิทอาจไม่ได้แค่ใจตรงกัน

but also scientifically in step. สำนวน

4:00

แต่ยังก้าวเดินไปพร้อมกันในทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย

ไวยากรณ์

not be only ... but also: เพิ่มข้อมูลส่วนที่สองให้มีน้ำหนักมากขึ้น

โครงสร้าง not only X but also Y เชื่อมข้อมูลสองส่วนที่มีรูปไวยากรณ์ขนานกัน และนำเสนอ Y เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่มักน่าประหลาดใจกว่า ในประโยคนี้ X คือ on the same page และ Y คือ scientifically in step จึงเป็นการขยับจากความเข้าใจตรงกันไปสู่ความสอดประสานในเชิงวิทยาศาสตร์ คำบรรยายวาง only ไว้หลัง be เป็น may not be only X, but also Y ส่วน but also ทำให้เห็นชัดว่าเป็นความหมายแบบเพิ่มเติม ในงานเขียนที่ต้องการความชัดเจน may be not only X but also Y มีลำดับที่สมดุลกว่า และช่วยไม่ให้ผู้อ่านตีความ may not be เป็นการปฏิเสธธรรมดาในตอนแรก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ด้วย not only ... but also: The solar lamp is ____ cheap ____ easy to use.

ดูคำตอบ

not only · but also

สำนวน

scientifically in step: สอดประสานกันในความหมายที่อิงงานวิจัย

in step สามารถใช้อธิบายตามตัวอักษรว่าคนหลายคนก้าวเท้าพร้อมกันได้ ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการสอดประสานกันด้านการเคลื่อนไหว จังหวะเวลา หรือความคืบหน้า ในที่นี้ scientifically จำกัดความหมายให้ชัดขึ้นว่า ความสอดประสานนี้เป็นสิ่งที่งานวิจัยสังเกตได้ ไม่ใช่เพียงคำชมว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน ข้อความนี้จงใจขยับความหมายให้ไกลกว่า on the same page ซึ่งเน้นความเข้าใจร่วมกัน ส่วน scientifically in step ชี้ไปที่รูปแบบหรือการตอบสนองที่สอดประสานกัน

แบบฝึกหัด

สองทีมจัดเวลาให้ตรงกันและปรับงานร่วมกัน ประโยคใดอธิบายพวกเขาได้ดีที่สุด

  1. They stayed in step.
  2. They were out of step.
  3. They were on the same page.
ดูคำตอบ

They stayed in step.

So are these same processes at play when you fall in love? วลี

4:05

แล้วกระบวนการเดียวกันนี้ทำงานอยู่ด้วยหรือไม่เวลาที่คุณตกหลุมรัก?

วลี

at play: กระบวนการที่กำลังทำงาน

ในคำถามนี้ at play หมายถึง “กำลังทำงานหรือส่งผลอยู่” ผู้พูดกำลังถามว่ากระบวนการเดียวกันนั้นมีส่วนกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนเราตกหลุมรักด้วยหรือไม่ นี่เป็นการใช้ play แบบสำนวน ไม่ได้หมายถึง “เล่นสนุก” เมื่อใช้ at play หลัง be มักกล่าวถึงปัจจัย พลัง หรือกระบวนการเชิงนามธรรมที่กำลังทำงานอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at play ในความหมายว่า “กำลังทำงานหรือส่งผลอยู่”

  1. The children are at play in the yard.
  2. Several hidden factors are at play in the team's decision.
  3. The final score is still in play.
ดูคำตอบ

Several hidden factors are at play in the team's decision.

วลี

fall in love: เข้าสู่ภาวะมีความรัก

Fall in love เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มรักใครสักคนในเชิงชู้สาว” fall ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง แต่บอกถึงการเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะมีความรัก หากต้องการระบุคนที่รัก ให้ใช้ fall in love with someone หากไม่มีวลีที่ขึ้นต้นด้วย with เหมือนในคำถามนี้ สำนวนดังกล่าวจะหมายถึงการเข้าสู่ภาวะมีความรักโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มรักใครสักคนในเชิงชู้สาว” ให้ประโยคสมบูรณ์: Maya and Leo spent months together and slowly began to ____.

ดูคำตอบ

fall in love

Take a whirlwind tour of the สำนวน

4:09

ลองมาดูการทำงานอย่างรวดเร็วของ

brain from first spark to last tear with this video. สำนวน

4:10

สมองตั้งแต่ประกายแรกจนถึงน้ำตาหยดสุดท้ายได้ในวิดีโอนี้

สำนวน

a whirlwind tour: ภาพรวมที่รวดเร็วและครอบคลุมกว้าง

ในที่นี้ a whirlwind tour หมายถึงการแนะนำแบบรวดเร็วและกระชับ ซึ่งครอบคลุมหลายส่วนของหัวข้อหนึ่งภายในเวลาสั้น ๆ คำว่า whirlwind ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเที่ยวอยู่ท่ามกลางพายุจริง ๆ สำนวนนี้มักเน้นความกว้างมากกว่าความลึก ในประโยคนี้ สำนวนทำให้การแนะนำวิดีโอดูมีพลัง และบอกว่าจะพาชมภาพรวมอย่างรวดเร็วของสมองตลอดเรื่องราวความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ภาพรวมที่รวดเร็วและครอบคลุมกว้าง” ลงในประโยค: In twenty minutes, the guide gave us ____ of ancient Rome.

ดูคำตอบ

a whirlwind tour

สำนวน

from first spark to last tear: ระบุเส้นทางอารมณ์ทั้งหมด

โครงสร้าง from X to Y ใช้ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของช่วงหรือเรื่องราว ในที่นี้ first spark แทนความรู้สึกดึงดูดและความหวั่นไหวครั้งแรก ส่วน last tear แทนความเศร้าในตอนจบ ภาพทั้งสองช่วยย่อเส้นทางอารมณ์ทั้งหมดให้เหลือจุดปลายสองด้านที่น่าจดจำ ทั้งสองเป็นภาพเปรียบเทียบเชิงกวี ไม่ใช่ชื่อขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

from first spark to last tear ทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ?

  1. เป็นการเรียงลำดับขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ตามความหมายตรงตัว
  2. เป็นการสรุปเส้นทางอารมณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ความรู้สึกดึงดูดครั้งแรกจนถึงความเศร้าในตอนท้าย
  3. เป็นการชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความสุขเพียงช่วงเดียวตรงกลางความสัมพันธ์
ดูคำตอบ

เป็นการสรุปเส้นทางอารมณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ความรู้สึกดึงดูดครั้งแรกจนถึงความเศร้าในตอนท้าย

Or watch this video to learn why boredom can be a crucial part of your development. วลี

4:13

หรือดูวิดีโอนี้เพื่อเรียนรู้ว่าทำไมความเบื่อหน่ายจึงเป็นส่วนสำคัญในพัฒนาการของคุณ

วลี

a crucial part of your development: ส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของคุณ

ใน a crucial part of your development คำว่า crucial หมายถึงสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์ โครงสร้าง a crucial part of X บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งภายใน X ที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ your development หมายถึงการเติบโตด้านความสามารถ ความคิด และวุฒิภาวะของคุณ ประโยคนี้เสนอว่าความเบื่อหน่ายอาจมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตดังกล่าว โดย can be แสดงว่านี่เป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “องค์ประกอบสำคัญของ”: Regular practice is ____ improving your skills.

ดูคำตอบ

a crucial part of