สระว่ายน้ำ | ตอนเต็ม | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ทริปครอบครัวไปสระว่ายน้ำเริ่มมีปัญหาเมื่อพ่อไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นมาด้วย สุดท้ายแม่มาถึงพร้อมของที่ขาดทั้งหมด ทำให้เห็นว่าการเตรียมตัวที่ดูน่าเบื่อก็มีความสำคัญ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. got it covered. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าวลีนี้เป็นการยืนยันอย่างมั่นใจว่างานหรือสถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้ว ไม่ได้หมายถึงการเอาอะไรไปคลุมตามตัวอักษร คุณสามารถใช้ตอบคำเตือนหรือคำย้ำเตือน เพื่อบอกอีกฝ่ายอย่างเป็นธรรมชาติว่าไม่ต้องเป็นห่วง 2. morning tea time. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: รู้ว่าสำนวนแบบออสเตรเลียนี้หมายถึงช่วงพักตามปกติในตอนสายสำหรับกินของว่างหรือดื่มเครื่องดื่ม โดยไม่จำเป็นต้องดื่มชา ความเข้าใจนี้ช่วยให้ติดตามกิจวัตรของครอบครัวและเข้าใจว่าทำไมเด็ก ๆ จึงคาดว่าจะมีอาหารที่สระว่ายน้ำ 3. you left behind. — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า leave behind ใช้กล่าวถึงสิ่งของที่ใครบางคนลืมไว้หรือไม่ได้หยิบติดตัวมา คุณสามารถนำไปใช้อธิบายสาเหตุที่ของบางอย่างหายไปจากสัมภาระ และในเรื่องนี้ยังช่วยให้เข้าใจว่าการที่แม่นำอุปกรณ์ว่ายน้ำที่ถูกลืมมาด้วยนั้นคลี่คลายปัญหาอย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
until you've cleaned: เงื่อนไขที่ต้องทำให้เสร็จก่อน
ในประโยคนี้ until ใช้บอกเงื่อนไข ไม่ได้บอกเพียงจุดสิ้นสุดของเวลา คำว่า Nothing หมายความว่ายังไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมใด ๆ จนกว่าจะทำตามเงื่อนไขสำเร็จ คือ ต้องแปรงฟันให้เสร็จก่อน You've cleaned เป็นรูปย่อของ you have cleaned รูป present perfect เน้นว่าต้องแปรงฟันเสร็จก่อนจึงจะได้รับอนุญาต ไม่ได้เล่าประสบการณ์ในอดีต
แบบฝึกหัด
ในกฎ “No games until you've finished your homework,” ต้องทำอะไรให้เกิดขึ้นก่อน?
- ต้องเล่นเกมให้จบ
- จะทำการบ้านเมื่อไรก็ได้ในภายหลัง
- ต้องทำการบ้านให้เสร็จ
ดูคำตอบ
ต้องทำการบ้านให้เสร็จ
Boring things are still important: ประโยคใจความสำคัญที่ชี้นำเนื้อหาต่อไป
ประโยคนี้บอกใจความสำคัญของเรื่องว่า บางสิ่งอาจน่าเบื่อแต่ก็ยังมีความสำคัญ Still แสดงว่าความสำคัญนั้นยังคงอยู่ แม้คนทั่วไปอาจคาดว่ากิจกรรมที่น่าเบื่อไม่มีคุณค่า เมื่อใช้เป็นประโยคบอกประเด็นในช่วงต้น ประโยคนี้ช่วยให้ผู้ชมมีมุมมองสำหรับทำความเข้าใจเหตุการณ์ต่อมา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังอาจสนับสนุนหรือย้ำความคิดนี้ จึงเป็นการจัดระเบียบความเข้าใจเรื่องราว ไม่ใช่เพียงการบรรยายเหตุการณ์หนึ่งช่วง
แบบฝึกหัด
“Boring things are still important.” มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูลของเรื่อง?
- บอกรายการเหตุการณ์ถัดไปทั้งหมด
- เสนอใจความสำคัญที่เหตุการณ์ต่อมาสามารถสนับสนุนได้
- แนะนำตัวละครใหม่โดยไม่ได้เสนอแนวคิดใด
ดูคำตอบ
เสนอใจความสำคัญที่เหตุการณ์ต่อมาสามารถสนับสนุนได้
Uncle Stripe said we could use his pool while he's in Bali.
0:52ลุงสไตรป์บอกว่าเราใช้สระว่ายน้ำลุงได้ตอนที่ลุงไปบาหลี
Let's get out of here: การชวนแบบกันเองให้ออกไปด้วยกัน
โครงสร้าง Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน ในที่นี้ get out of here หมายถึง “ออกจากที่นี่” ดังนั้นทั้งประโยคจึงเป็นคำพูดแบบกันเองว่า “ไปกันเถอะ” get out of here อาจฟังเร่งด่วนได้เมื่อสถานการณ์หรือน้ำเสียงเร่งด่วน แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้แปลว่า “หนี” เสมอไป ในฉากนี้เป็นการชวนให้ออกเดินทางด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและสบาย ๆ
แบบฝึกหัด
คุณกับเพื่อนทำธุระที่คาเฟ่เสร็จแล้วและอยากออกไปด้วยกัน ประโยคแบบกันเองข้อใดเหมาะที่สุด
- Could you leave so I can stay?
- Let's get out of here.
- You can stay here without me.
ดูคำตอบ
Let's get out of here.
Make sure you take: การเตือนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำต่อไป
ในโครงสร้างคำสั่ง make sure + ประธาน + คำกริยา ผู้พูดบอกให้อีกฝ่ายทำให้แน่ใจว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้น Make sure you take... เป็นการเตือนอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงคำแนะนำที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ ในที่นี้ take หมายถึงการกระทำถัดไป คือการนำอุปกรณ์ว่ายน้ำติดตัวไปด้วย ประโยคนี้ใช้ป้องกันการลืม ไม่ได้ใช้ตรวจสอบว่าเอาของไปแล้วหรือยัง
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนโดยใช้ make sure + ประธาน + คำกริยา: ____ your lunch with you.
ดูคำตอบ
Make sure you take
got it covered: รับผิดชอบและจัดการเรื่องนั้น
ใน we got it covered คำว่า covered หมายถึงเรื่องนั้นได้รับการจัดการแล้วหรืออยู่ภายใต้การควบคุม ผู้พูดกำลังบอกว่าพวกเขารับผิดชอบและจัดการเรื่องนั้นได้ ไม่ได้หมายถึงการเอาอะไรมาปิดคลุมสิ่งของจริง ๆ การพูด Yeah, yeah ซ้ำทำให้คำตอบที่ใช้ให้ความมั่นใจฟังเป็นกันเอง และในบริบทนี้ยังฟังดูหงุดหงิดเล็กน้อยด้วย แสดงว่าผู้พูดคิดว่าไม่จำเป็นต้องย้ำเตือนอีก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายความว่าทีมของคุณกำลังจัดการเรื่องนี้อยู่ให้บทตอบสมบูรณ์: A: Do you need help with the travel plans? B: No, thanks. We've ____.
ดูคำตอบ
got it covered
I mean: ชี้ให้ชัดว่าหมายถึงอะไร
I mean ในที่นี้เป็นคำสั้น ๆ ที่ใช้ชี้แจงความหมาย โดยนำเข้าสิ่งที่ผู้พูดต้องการระบุให้แม่นยำขึ้น นั่นคือ the bag of stuff ในบทสนทนา I mean ช่วยจัดข้อมูลด้วยการแก้ไข จำกัดขอบเขต หรือทำให้สิ่งที่เพิ่งพูดชัดเจนขึ้น ไม่จำเป็นต้องตามด้วยคำอธิบายยาว ๆ เพราะตามด้วยนามวลีสั้น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ใน “Please wait by the entrance—I mean the side entrance,” คำว่า I mean ทำหน้าที่อะไร?
- แสดงว่าทางเข้าเป็นของผู้พูด
- ทำให้สถานที่เจาะจงมากขึ้น
- เปลี่ยนบทสนทนาไปเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
ทำให้สถานที่เจาะจงมากขึ้น
such a fusspot: คนที่กังวลกับรายละเอียดเล็ก ๆ มากเกินไป
Fusspot เป็นคำนามไม่เป็นทางการที่มีนัยตำหนิเล็กน้อย ใช้เรียกคนที่กังวล บ่น หรือให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ มากเกินไป ส่วน such a ช่วยเน้นการประเมินนั้น ดังนั้น such a fusspot จึงสื่อว่าผู้พูดมองว่าคนนั้นเป็น fusspot อย่างเห็นได้ชัดหรือเป็นแบบฉบับมาก ในบทสนทนาของคนในครอบครัวนี้ คำดังกล่าวฟังเหมือนการบ่นหรือหยอกเบา ๆ มากกว่าคำด่ารุนแรง คำนี้กล่าวถึงนิสัยที่ชอบวุ่นวายกับเรื่องเล็ก ๆ ไม่ได้หมายถึงคนที่สร้างปัญหาทุกประเภท
แบบฝึกหัด
คนแบบใดเหมาะจะเรียกว่า fusspot มากที่สุด
- คนที่ไม่สนใจกฎและคำเตือนใด ๆ
- คนที่คอยกังวลกับรายละเอียดเล็ก ๆ ทุกเรื่อง
- คนที่ชอบเล่าเรื่องตลกในงานสังสรรค์
ดูคำตอบ
คนที่คอยกังวลกับรายละเอียดเล็ก ๆ ทุกเรื่อง
isn't she?: คำถามท้ายประโยคที่ชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
isn't she? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่ต่อจากข้อความบอกเล่าเชิงบวก Mum is... ส่วนท้ายใช้กริยา be ในรูปปฏิเสธซ้ำ และแทน Mum ด้วยสรรพนาม she จึงเป็นโครงสร้าง “ข้อความบอกเล่าเชิงบวก + คำถามท้ายแบบปฏิเสธ” ตรงนี้ผู้พูดไม่ได้มุ่งถามข้อมูลที่ตนไม่รู้ แต่ใช้คำถามท้ายเพื่อชวนผู้ฟังเห็นด้วยกับการประเมินก่อนหน้า คล้ายกับ Wouldn't you agree? รูปเดียวกันนี้อาจใช้ยืนยันข้อมูลในบริบทอื่นได้ และทำนองเสียงช่วยบอกว่าผู้พูดมั่นใจเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: Your sister is ready, ____?
ดูคำตอบ
isn't she
makes us do: make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน
โครงสร้าง make + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคนหนึ่งทำให้หรือกำหนดให้อีกคนทำบางอย่าง ใน makes us do คำว่า us คือผู้ที่ลงมือทำ และ do ใช้รูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to ในประโยคนี้ makes มีน้ำหนักมากกว่า asks เด็ก ๆ กำลังพูดถึงกิจกรรมเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่เพียงคำขอทั่วไป
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของคำกริยา run: The coach made us ____ five laps.
ดูคำตอบ
run
way more fun: เน้นระดับของการเปรียบเทียบ
คำว่า way วางไว้หน้าวลีเปรียบเทียบ more fun โดยตรง และหมายถึง “มาก” หรือมีความแตกต่างในระดับมาก Dad ไม่ได้แค่สนุกกว่าเท่านั้น แต่ผู้พูดรู้สึกว่าความแตกต่างนั้นชัดเจนมาก ในโครงสร้างนี้ way เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ทาง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ way + ขั้นกว่า เช่น way better หรือ way more interesting
แบบฝึกหัด
ใช้ way และคำคุณศัพท์ useful เพื่อสร้างการเปรียบเทียบที่หนักแน่น: This app is ____ than the old one.
ดูคำตอบ
way more useful
Dad, what does a a a a a b b b u... k k k k k j j k k k spell?
1:33พ่อ ตัว เอ เอ เอ เอ เอ บี บี บี ยู... เค เค เค เค เค เจ เจ เค เค เค สะกดว่าอะไรคะ?
stick your thongs on: ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่หมายถึง “ใส่รองเท้าแตะคีบ”
ในบริบทภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียนี้ thongs หมายถึง “รองเท้าแตะคีบ” ซึ่งเป็นรองเท้าเปิดหน้าแบน ๆ ที่มักใส่ในสถานที่อย่างสระว่ายน้ำ ที่นี่ไม่ได้หมายถึงชุดชั้นใน เมื่อใช้กับเสื้อผ้าหรือรองเท้า โครงสร้าง stick + สิ่งของ + on เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “สวมสิ่งนั้น” และมักให้ความรู้สึกว่าให้ใส่อย่างรวดเร็วและสบาย ๆ ดังนั้น stick your thongs on จึงเป็นการบอกให้ใส่รองเท้าแตะคีบ
แบบฝึกหัด
ในบริบทริมสระแบบออสเตรเลียนี้ “Stick your thongs on” หมายความว่าอย่างไร
- ใส่รองเท้าทางการของคุณ
- ใส่ชุดชั้นใน
- ใส่รองเท้าแตะคีบของคุณ
ดูคำตอบ
ใส่รองเท้าแตะคีบของคุณ
How are we going to do this?: พาบทสนทนาไปสู่แผนที่ทำได้จริง
How ใช้ถามถึงวิธีการ be going to ชี้ไปที่การกระทำที่กลุ่มคาดว่าจะทำต่อไป และ this หมายถึงงานหรืออุปสรรคที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท โดยรวมแล้ว คำถามนี้เปลี่ยนบทสนทนาจากการรับรู้ว่ามีปัญหาไปสู่การคิดแผนที่ทำได้จริง สามารถใช้ชวนเสนอความคิด วางแผน หรือร่วมมือกัน แทนที่จะถามถึงวิธีทั่วไปแบบนามธรรม
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งพบว่าลิฟต์เสีย แต่ยังต้องย้ายเปียโนขึ้นไปชั้นบน “How are we going to do this?” มีหน้าที่หลักอย่างไรในบทสนทนา
- ถามว่าในอดีตย้ายเปียโนเมื่อไร
- ประกาศว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว
- ชวนให้กลุ่มร่วมกันคิดแผนที่ทำได้จริง
ดูคำตอบ
ชวนให้กลุ่มร่วมกันคิดแผนที่ทำได้จริง
What's going on up there?:ถามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
What's going on? เป็นคำถามที่ใช้บ่อยในภาษาพูด หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น” และในบางบริบทก็ใช้ถามว่าอีกคนกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อมองไม่ออกว่ากิจกรรมนั้นคืออะไร Up there เพียงระบุสถานที่ซึ่งอยู่สูงกว่าและห่างจากผู้พูด ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน going on และไม่เปลี่ยนความหมายหลักของสำนวนนี้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามโดยใช้ what's going on กับวลีบอกสถานที่ in there: คุณได้ยินเสียงชนดังมาจากห้องข้าง ๆ '____?'
ดูคำตอบ
What's going on in there
rashie:เสื้อว่ายน้ำแบบออสเตรเลีย
Rashie เป็นคำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย หมายถึงเสื้อรัดรูปที่ใส่ขณะว่ายน้ำหรือเล่นเซิร์ฟ มักใช้ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและการเสียดสี เสื้อชนิดนี้เรียกอีกอย่างว่า rash vest หรือ rash guard ในที่นี้ rashie เป็นชื่อเสื้อผ้า แม้ rash จะหมายถึงผิวหนังบริเวณที่ระคายเคืองหรือผื่นได้ แต่ประโยคนี้ไม่ได้ขออาการทางผิวหนังหรือยา
แบบฝึกหัด
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย rashie ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: 'Can I have my rashie?'
- กระเป๋าสำหรับใส่ผ้าขนหนูเปียก
- เสื้อป้องกันที่ใส่ขณะว่ายน้ำหรือเล่นเซิร์ฟ
- ผื่นผิวหนังที่ต้องใช้ยา
ดูคำตอบ
เสื้อป้องกันที่ใส่ขณะว่ายน้ำหรือเล่นเซิร์ฟ
Then no.: สรุปผลเชิงปฏิเสธโดยตรง
ใน Then no. คำว่า then หมายถึง “ถ้าเป็นอย่างนั้น” หรือ “ถ้าอย่างนั้น” ไม่ได้หมายถึง “หลังจากนั้น” คำนี้เชื่อมคำตอบก่อนหน้าคือ No. เข้ากับข้อสรุปเชิงปฏิเสธ คำว่า no ละการกระทำหรือคำขอที่ถูกปฏิเสธไว้ เพราะผู้พูดทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร รูปแบบสั้นนี้ฟังดูหนักแน่น โดยถือว่าข้อเท็จจริงก่อนหน้านั้นเพียงพอที่จะตัดสินผลได้
แบบฝึกหัด
อ่านบทสนทนานี้: 'Can we enter through this door?' 'Do you have a staff pass?' 'No.' 'Then no.' คำตอบสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร?
- ก่อนหน้านี้คำตอบคือไม่ แต่ตอนนี้อาจเป็นใช่
- เนื่องจากคุณไม่มีบัตรผ่านของพนักงาน คุณจึงเข้าทางประตูนี้ไม่ได้
- คุณเข้าไปตอนนี้ได้ แล้วค่อยแสดงบัตรผ่านของพนักงานทีหลัง
ดูคำตอบ
เนื่องจากคุณไม่มีบัตรผ่านของพนักงาน คุณจึงเข้าทางประตูนี้ไม่ได้
We'll just have to: ยอมรับทางเลือกเดียวที่ใช้ได้จริง
We'll just have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสถานการณ์ทำให้กลุ่มเหลือแนวทางที่ใช้ได้จริงเพียงทางเดียว have to แสดงความจำเป็น ส่วน just จำกัดตัวเลือกให้หมายถึง “เหลือทางนี้เท่านั้น” โดย just ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” วลีนี้มักใช้เสนอแผนสำรองที่ไม่ดีที่สุดแต่ยังทำได้ อาจแสดงความรู้สึกจำใจเล็กน้อย แต่ก็ช่วยให้บทสนทนาดำเนินไปสู่การลงมือทำ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปย่อของ we will แล้วตามด้วย just have to: The road is closed, so ____ take the train.
ดูคำตอบ
we'll just have to
the shady bit: พื้นที่เล็ก ๆ ที่มีร่มเงา
ในประโยคนี้ the shady bit หมายถึง “ส่วนเล็ก ๆ ของพื้นที่ที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง” bit เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงส่วนหนึ่งหรือช่วงหนึ่ง จึงใช้เรียกส่วนหนึ่งของพื้นที่ได้ ไม่ได้หมายถึงปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ในที่นี้ shady ใช้บรรยายสถานที่ที่มีร่มเงา ไม่ได้หมายถึง “น่าสงสัย” ซึ่งเป็นความหมายที่มักใช้เมื่อบรรยายคน ธุรกิจ หรือการกระทำ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Let's sit in the shady bit beside the wall,” the shady bit หมายถึงอะไร?
- แสงแดดในปริมาณน้อยมาก
- คนที่ดูไม่ซื่อสัตย์
- พื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง
ดูคำตอบ
พื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง
put our hats on: กริยาวลี put on ที่แยกคำได้
Put something on หมายถึงสวมหรือนำเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายมาใส่บนร่างกาย สำหรับ hats ภาษาอังกฤษใช้ put on แม้ว่าบางภาษาจะมีคำกริยาเฉพาะสำหรับสิ่งที่สวมบนศีรษะก็ตาม Put on เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางระหว่าง put กับ on ได้ เช่น put our hats on หรือวางหลัง on ได้ เช่น put on our hats ส่วนกรรมที่เป็นคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: ใช้ put them on ไม่ใช่ put on them
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย put on โดยวางคำสรรพนาม them ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: Your gloves are dry now. Please ____ before we go outside.
ดูคำตอบ
put them on
check it out: ชวนให้อีกฝ่ายดู
ในที่นี้ check it out เป็นคำชวนแบบไม่เป็นทางการให้อีกฝ่ายดูบางอย่างหรือสนใจสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะให้ดู ความหมายใกล้กับ “ดูนี่สิ!” มากกว่าการขอให้ตรวจหาข้อผิดพลาด คำสรรพนาม it หมายถึงสิ่งของ การกระทำ หรือผลลัพธ์ที่กำลังนำมาให้ดู ในความหมายนี้ check out แยกคำได้ จึงต้องวางคำสรรพนามไว้ตรงกลางเป็น check it out ไม่ใช่ check out it
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งทำแบบจำลองเสร็จและอยากให้เพื่อนดู ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- Check out it—I built it myself.
- Check it for mistakes—I built it myself.
- Check it out—I built it myself.
ดูคำตอบ
Check it out—I built it myself.
take that out: เอาสิ่งของออกมาจริง ๆ
ในที่นี้ take that out หมายถึงการเอาสิ่งของที่มองเห็นออกจากตำแหน่งที่มันอยู่จริง ๆ โดย that ระบุสิ่งของ และ out บอกทิศทางจากข้างในออกมาข้างนอก ส่วนจุดเริ่มต้นที่แน่นอนต้องดูจากสถานการณ์ ในฉากนี้สิ่งของอยู่ในน้ำ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง take กับ out เช่น take that out, take it out หรือ take them out หากไม่ชัดว่าเอาออกจากที่ใด ให้เติมวลีที่มี out of เช่น take it out of the box
แบบฝึกหัด
ใช้ take ... out โดยวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The batteries are dead. Please ____ before recycling the toy.
ดูคำตอบ
take them out
keep the pool clean: keep + กรรม + คำคุณศัพท์
keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมคงอยู่ในสภาพนั้น ใน keeps the pool clean คำว่า the pool เป็นกรรม และ clean บอกสภาพที่ยังคงอยู่ของสระ คำคุณศัพท์ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่ง โครงสร้างนี้ใช้กับสภาพต่าง ๆ ได้ เช่น keep the door open, keep the food warm และ keep the room quiet
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ keep และคำคุณศัพท์ warm: This lid ____ the soup ____.
ดูคำตอบ
keeps · warm
floaties: ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของอุปกรณ์ช่วยว่ายน้ำแบบเป่าลมสำหรับเด็ก
floaties เป็นคำนามพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงอุปกรณ์เป่าลมที่ช่วยให้เด็กลอยตัว โดยเฉพาะปลอกแขนว่ายน้ำหรืออุปกรณ์ช่วยว่ายน้ำที่คล้ายกัน ในคำขอที่สระว่ายน้ำนี้ my floaties หมายถึงอุปกรณ์ว่ายน้ำของเด็กเอง คำนี้เกี่ยวข้องกับคำกริยา float แต่ในที่นี้เป็นชื่อสิ่งของ ชนิดที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท จึงไม่ได้หมายถึงเสื้อชูชีพเสมอไป
แบบฝึกหัด
ใน Can I have my floaties? คำว่า floaties น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- คำสั่งให้ใครบางคนเริ่มลอยตัว
- อุปกรณ์เป่าลมที่ช่วยให้เด็กลอยตัว
- ของเล่นหนักที่ออกแบบมาให้จม
ดูคำตอบ
อุปกรณ์เป่าลมที่ช่วยให้เด็กลอยตัว
stay on the shallow steps: อยู่ในตำแหน่งที่กำหนด
stay on + สถานที่ หมายถึง “ให้อยู่บนพื้นผิว ตามเส้นทาง หรือภายในบริเวณจำกัดนั้นต่อไปโดยไม่ออกไปจากจุดนั้น” ในประโยคนี้ สถานที่คือ the shallow steps ซึ่งเป็นขั้นบันไดของสระตรงที่น้ำตื้น วลีนี้จึงกำหนดบริเวณปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน ในโครงสร้างนี้ on ใช้บอกว่าคนต้องอยู่ที่ไหน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของถูกเปิดอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย stay on: During the tour, please ____ the viewing platform.
ดูคำตอบ
stay on
But I won't be able to swim away from the crawly thing. โน้ต
3:07แต่หนูก็ว่ายหนีเจ้าตัวคลานนั่นไม่ได้น่ะสิ
won't be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ไม่สามารถทำได้ในอนาคต
won't be able to เป็นรูปย่อของ will not be able to ใช้บอกว่าในสถานการณ์อนาคต คนคนหนึ่งจะไม่มีความสามารถ โอกาส หรือเงื่อนไขที่จะทำบางอย่าง โครงสร้างคือ ประธาน + won't be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยคำกริยารูปพื้นฐานในประโยคนี้คือ swim รูปนี้ระบุอย่างชัดเจนว่าข้อจำกัดเกิดขึ้นในอนาคต ปัญหาอาจมาจากความสามารถของบุคคลหรือจากเงื่อนไขภายนอกก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อในอนาคตของ be able to: The lift will be closed tomorrow, so we ____ use it.
ดูคำตอบ
won't be able to
swim away from: ว่ายออกห่างจากบางสิ่ง
Swim away from หมายถึงการเคลื่อนที่ในน้ำเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนหรือสิ่งของ swim บอกวิธีการเคลื่อนที่ ส่วน away from บอกทิศทางและระบุสิ่งที่เรากำลังทิ้งไว้ข้างหลัง รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ กริยาการเคลื่อนที่ + away from + กรรม ตัวอย่างเช่น run away from the fire หมายถึงวิ่งเพื่อให้อยู่ห่างจากไฟมากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ swim + away from: When the seal saw the boat, it had to ____ it.
ดูคำตอบ
swim away from
the crawly thing: คำเรียกเชิงบรรยายแบบเด็ก
The crawly thing เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและมีน้ำเสียงแบบเด็กสำหรับสิ่งที่ไม่รู้ชื่อที่แน่นอนหรือไม่ได้ใช้ชื่อที่แน่นอน crawly บอกว่าสิ่งนั้นดูเหมือนกำลังคลาน และอาจเพิ่มความรู้สึกน่ากลัวหรือไม่น่าอภิรมย์ ส่วน thing ใช้แทนคำนามที่เฉพาะเจาะจงกว่า คำนี้ไม่ใช่ชื่อที่กำหนดไว้ของสัตว์หรือเครื่องจักร ในฉากนี้เด็กใช้คำดังกล่าวเรียกอุปกรณ์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำที่ตนจินตนาการว่าเป็นสิ่งที่กำลังคลาน
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ the crawly thing ในตัวอย่างมากที่สุด
- ชื่อทางการของเครื่องทำความสะอาดสระชนิดหนึ่ง
- คำเรียกแบบไม่เป็นทางการและมีน้ำเสียงแบบเด็กสำหรับวัตถุที่ดูเหมือนกำลังคลาน
- ศัพท์วิทยาศาสตร์สำหรับสัตว์ที่คลาน
ดูคำตอบ
คำเรียกแบบไม่เป็นทางการและมีน้ำเสียงแบบเด็กสำหรับวัตถุที่ดูเหมือนกำลังคลาน
from this side to that side: บอกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
from ... to ... ใช้บอกว่าการเคลื่อนที่ ช่วงเวลา หรือขอบเขตเริ่มที่ไหนและสิ้นสุดที่ไหน ในประโยคนี้ from this side คือจุดเริ่มต้น และ to that side คือจุดหมาย ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการว่ายข้ามสระจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง คำว่า this และ that จะชี้ถึงอะไรต้องดูจากสถานการณ์ที่ผู้พูดกับผู้ฟังรับรู้ร่วมกัน โดย this side คือฝั่งที่ผู้พูดมองว่าอยู่ใกล้หรือเป็นฝั่งปัจจุบัน ส่วน that side คืออีกฝั่งที่กำลังชี้ถึง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับชื่อสถานที่หรือเวลาได้
แบบฝึกหัด
ใช้ from ... to ... เพื่อบอกว่างานโรงเรียนเริ่มตอนสิบโมงและสิ้นสุดตอนบ่ายสอง: The school fair runs ____.
ดูคำตอบ
from ten to two
all by myself: ทำบางอย่างด้วยตัวเองโดยไม่มีคนช่วย
by myself อาจหมายถึงการอยู่คนเดียว หรือการทำบางอย่างโดยไม่มีใครช่วยก็ได้ ในประโยคนี้ การว่ายน้ำข้ามไปอีกฝั่งเป็นความท้าทาย ดังนั้น all by myself จึงหมายถึง “ทำด้วยตัวเองทั้งหมดโดยไม่ให้พ่อช่วย” และ by ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้าง ๆ” คำว่า all ช่วยเน้นว่าการทำได้ด้วยตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก คำสรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น all by yourself, all by herself, all by himself และ all by ourselves รูปที่ใช้ต้องตรงกับคนที่ทำกริยานั้น
แบบฝึกหัด
ใช้ all by + คำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้องเพื่อบอกว่า Leo ไม่ได้รับความช่วยเหลือ: Leo made the card ____.
ดูคำตอบ
all by himself
No, you have to pretend that you don't think I could. ไวยากรณ์
3:18ไม่ได้ พ่อต้องแกล้งทำเป็นคิดว่าหนูทำไม่ได้สิ
have to pretend that + อนุประโยค: ต้องแกล้งทำเป็นว่า…
ในประโยคนี้ have to บอกว่าผู้ฟังจำเป็นต้องให้ความร่วมมือ ส่วน pretend that ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ เพื่อบอกสถานการณ์ที่ไม่จริงซึ่งผู้ฟังต้องทำเหมือนว่าเชื่อ ในที่นี้ ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายทำเหมือนคิดว่าผู้พูดทำสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ไม่ได้ could อ้างกลับไปถึงความสามารถนั้น ไม่ใช่คำขอแบบสุภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย have to + pretend + that: For the game, we ____ the carpet is the ocean.
ดูคำตอบ
have to pretend that
no way: การปฏิเสธหรือความไม่เชื่ออย่างแรงแบบไม่เป็นทางการ
No way เป็นคำตอบโต้แบบตายตัวและไม่เป็นทางการ ใช้ปฏิเสธความคิดอย่างหนักแน่นหรือบอกว่าบางอย่างดูเป็นไปไม่ได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดจงใจแสดงความไม่เชื่อแบบเกินจริงเพื่อเล่นสมมติ จึงมีน้ำหนักมากกว่า no ธรรมดา เมื่อบริบทและน้ำเสียงต่างออกไป No way! ยังใช้แสดงความตกใจแบบไม่อยากเชื่อ คล้ายกับ “ไม่อยากเชื่อเลย!” ได้ด้วย ไม่ได้หมายถึงถนนหรือเส้นทางตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบโต้แบบไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “ไม่อยากเชื่อเลย!”: ____! You finished the whole puzzle in two minutes?
ดูคำตอบ
No way
Sorry, not into ...: คำห้ามแบบสั้น
ในที่นี้ Sorry, not into the sunny bit. เป็นคำสั่งแบบสั้นในภาษาพูด ความหมายเต็มใกล้เคียงกับ Sorry, you can't go into the sunny bit. เนื่องจากกำลังเกิดการเคลื่อนไหวและทุกคนเข้าใจสถานการณ์อยู่แล้ว ผู้พูดจึงละประธานและกริยา ส่วน Sorry ช่วยให้คำห้ามฟังนุ่มนวลขึ้น into แสดงการเคลื่อนที่เข้าไปข้างในบริเวณหนึ่ง ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ the sunny bit หมายถึงส่วนหรือบริเวณที่โดนแดด ไม่ใช่โครงสร้าง be into ที่หมายถึงชอบหรือสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยคนี้?
- กำลังบอกว่าสถานที่ที่มีแดดไม่น่าเพลิดเพลิน
- กำลังชวนใครบางคนให้เข้าไปในบริเวณที่มีแดด
- กำลังห้ามไม่ให้ใครบางคนเข้าไปในบริเวณที่มีแดด
ดูคำตอบ
กำลังห้ามไม่ให้ใครบางคนเข้าไปในบริเวณที่มีแดด
have got ... on: สวม ใส่ หรือทาบางอย่างอยู่
โครงสร้าง have got + สิ่งของ + on บอกว่าสิ่งนั้นอยู่บนร่างกายของใครบางคนในขณะนั้น ใช้พูดถึงเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่สวมอยู่ รวมถึงผลิตภัณฑ์อย่างครีมกันแดดที่ทาบนผิว เมื่อใช้ no sunscreen ประโยคนี้จึงหมายความว่าไม่มีครีมกันแดดอยู่บนผิวของคนนั้น on ที่ท้ายประโยคมีความสำคัญ เพราะกำลังพูดถึงสภาพที่สวม ใส่ หรือทาบางอย่างอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่ว่ามีครีมกันแดดเป็นของตนเองหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง have got ... on เพื่อบอกว่า Mia กำลังสวมแว่นอยู่: Mia's ____.
ดูคำตอบ
got her glasses on
You'll be right ในฐานะคำปลอบแบบกันเองของภาษาอังกฤษออสเตรเลีย
ในประโยคนี้ You'll be right เป็นคำพูดปลอบแบบกันเอง หมายถึง “เดี๋ยวก็ไม่เป็นไร” หรือ “ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี” ตรงนี้ right หมายถึงคนหรือสถานการณ์จะลงเอยด้วยดี ไม่ได้หมายความว่าคำตอบหรือความคิดเห็นนั้นถูกต้อง ผู้พูดมองว่าปัญหานี้รับมือได้และพยายามทำให้อีกฝ่ายสบายใจ การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด “You'll be right” มีความหมายว่า “เดี๋ยวก็ไม่เป็นไร” ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- เพื่อนกังวลเรื่องแผลถลอกเล็กน้อย และคุณปลอบเขาอย่างใจเย็น
- เพื่อนร่วมชั้นถามว่าคำตอบของตนถูกต้องหรือไม่
- มีคนถามว่าด้านไหนคือด้านขวา
ดูคำตอบ
เพื่อนกังวลเรื่องแผลถลอกเล็กน้อย และคุณปลอบเขาอย่างใจเย็น
chill some beans ในฐานะการเล่นคำแบบขี้เล่น
ในประโยคนี้ chill some beans เป็นถ้อยคำที่แต่งขึ้นอย่างขี้เล่น ไม่ใช่สำนวนภาษาอังกฤษมาตรฐาน โดยใช้ chill ในความหมายว่า “ผ่อนคลาย” และชวนให้นึกถึงอารมณ์สดใสปนตลกของ cool beans ดังนั้นความหมายที่ตั้งใจสื่อจึงใกล้เคียงกับ “มาผ่อนคลายและสนุกกันเถอะ” มุกนี้ยังเกิดจากการที่ chill มีความหมายตรงตัวว่า “ทำให้บางอย่างเย็นลง” ได้ด้วย ขณะที่ beans เป็นกรรมที่คาดไม่ถึง ผู้พูดกำลังเล่นกับภาษา ไม่ได้สั่งให้ทำอะไรกับถั่วจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรกับคำว่า “chill some beans” ในประโยคนี้
- เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการเพื่อจบกิจกรรม
- เป็นการชวนให้ผ่อนคลายและสนุกกันแบบขี้เล่น
- เป็นคำสั่งมาตรฐานให้ทำให้ถั่วที่ปรุงแล้วเย็นลง
ดูคำตอบ
เป็นการชวนให้ผ่อนคลายและสนุกกันแบบขี้เล่น
making my eyes stingy: make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน making my eyes stingy คำว่า making ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย my eyes เป็นส่วนกรรม และ stingy บรรยายสภาพที่เกิดขึ้นตามมา ในฉากนี้ เด็กต้องการบอกว่าน้ำทำให้ดวงตารู้สึกแสบและไม่สบาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + คนหรือสิ่งของ + คำคุณศัพท์ เช่น make my eyes sore ในที่นี้ stingy เป็นคำบรรยายแบบเด็ก ๆ ที่สร้างจาก sting ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน stingy มักหมายถึง “ไม่อยากใช้จ่ายหรือให้ของ ขี้เหนียว” ส่วนคำพูดปกติเกี่ยวกับอาการแสบตาคือ make my eyes sting โดย sting เป็นคำกริยารูปฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายสภาพที่เกิดจากสาเหตุบางอย่าง?
- The bright light is making my eyes soreness.
- The bright light is making sore my eyes.
- The bright light is making my eyes sore.
ดูคำตอบ
The bright light is making my eyes sore.
Well, we'll just have to play above the water games, kid. วลี
3:56งั้นเราก็ต้องเล่นแต่เกมเหนือผิวน้ำแล้วล่ะลูก
play above the water games: ใช้วลีบอกตำแหน่งเป็นชื่อหมวดหมู่ชั่วคราว
ใน play above the water games วลี above the water ระบุว่าเล่นเกมประเภทใดได้ นั่นคือเกมที่ไม่ต้องดำน้ำหรือลงไปใต้น้ำ ในที่นี้ above มีความหมายตามตัวอักษรเกี่ยวกับตำแหน่ง ไม่ได้หมายถึง “สูงกว่าในด้านระดับหรือคุณภาพ” ภาษาอังกฤษสามารถวางวลีบอกตำแหน่งไว้หน้าคำนามเพื่อสร้างหมวดหมู่ชั่วคราวได้เมื่อบริบทชัดเจน ในงานเขียนที่ผ่านการตรวจแก้ คำขยายหลายคำแบบนี้มักเชื่อมด้วยยัติภังค์เป็น above-the-water games ส่วนทางเลือกที่ชัดเจนกว่าในภาษาทั่วไปคือ games we can play without going underwater
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ above the water games หมายถึงเกมแบบใด?
- เกมที่มีคะแนนสูงกว่าน้ำ
- เกมที่เล่นโดยไม่ต้องลงไปใต้น้ำ
- เกมที่เล่นอยู่ใต้พื้นสระว่ายน้ำ
ดูคำตอบ
เกมที่เล่นโดยไม่ต้องลงไปใต้น้ำ
dive down: ดำน้ำลงไปทางก้นสระ
ในประโยคนี้ dive down หมายถึงเคลื่อนตัวลงไปในน้ำทางก้นสระ ในบริบทการว่ายน้ำนี้ dive บอกการดำน้ำ ส่วน down ทำให้ทิศทางชัดเจนขึ้น Down เป็นคำบอกทิศทาง ไม่ใช่คำส่วนเกินที่ไม่มีความหมาย หากเส้นทางชัดเจนอยู่แล้วอาจใช้ dive เพียงคำเดียวได้ แต่ dive down ช่วยให้เห็นภาพการเคลื่อนลงไปยังจุดที่ต่ำกว่าได้ชัดกว่า
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “เคลื่อนลงไปในน้ำ” ให้สมบูรณ์: The watch is on the pool floor, so I need to ____ to reach it.
ดูคำตอบ
dive down
sinkies: ของเล่นในสระที่ทำให้จม
ในที่นี้ sinkies เป็นคำนามพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงของเล่นชิ้นเล็กสำหรับสระน้ำที่ออกแบบให้จม เพื่อให้เด็กดำน้ำลงไปเก็บ ชื่อที่ฟังดูสนุกและเป็นภาษาของเด็กนี้มาจากคำกริยา sink ในประโยคนี้คำดังกล่าวเป็นชื่อเรียกของเล่น ไม่ใช่รูปคำกริยาของ sink นอกบริบทการเล่นในสระของเด็ก ผู้ฟังบางคนอาจไม่รู้จักคำนี้ จึงต้องอาศัยบริบทรอบข้าง
แบบฝึกหัด
sinkies หมายถึงอะไรในบริบทของสระน้ำนี้?
- สิ่งของทุกชนิดที่บังเอิญตกลงไปที่ก้นสระ
- อุปกรณ์เป่าลมที่ช่วยให้เด็กลอยตัว
- ของเล่นชิ้นเล็กในสระที่ออกแบบให้จมเพื่อให้เด็กเก็บ
ดูคำตอบ
ของเล่นชิ้นเล็กในสระที่ออกแบบให้จมเพื่อให้เด็กเก็บ
that solves that, then: ปิดเรื่องเมื่อมีข้อเท็จจริงใหม่
That solves that หมายความว่า ข้อเท็จจริงใหม่ทำให้เรื่องนั้นได้ข้อยุติแล้ว จึงไม่ต้องทำอะไรหรือคุยต่อ that ตัวแรกชี้ไปที่ข้อเท็จจริงใหม่ ส่วน that ตัวที่สองชี้ไปที่ประเด็นที่กำลังคุยกัน ไม่ได้หมายความว่าเจอวิธีแก้ที่ดีที่สุดเสมอไป ในประโยคนี้ อุปสรรคอย่างหนึ่งทำให้กิจกรรมที่ขอไว้ทำต่อไม่ได้ ผู้พูดจึงใช้วลีนี้ปิดเรื่อง ส่วน then ท้ายประโยคเพิ่มความหมายทำนองว่า “เมื่อเป็นอย่างนั้น นี่ก็คือข้อสรุป”
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะตอบว่า “Well, that solves that, then.”?
- งานจะจัดพรุ่งนี้ แต่ยังไม่มีใครหาสถานที่ได้
- ผู้จัดยังต้องตัดสินใจว่าจะจัดงานหรือไม่
- งานถูกยกเลิกแล้ว จึงไม่ต้องเลือกสถานที่อีก
ดูคำตอบ
งานถูกยกเลิกแล้ว จึงไม่ต้องเลือกสถานที่อีก
Dad, is the shady bit going to get bigger or smaller? ไวยากรณ์
4:13พ่อ ที่ร่มมันจะใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงคะ?
get bigger or smaller: ใช้ get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่าเพื่อบอกการเปลี่ยนแปลง
get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่าใช้บอกการเปลี่ยนแปลงของสภาพ get bigger หมายถึง “ใหญ่ขึ้น” และ get smaller หมายถึง “เล็กลง” ส่วน or เสนอทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้สองทาง get ในที่นี้หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” หรือ “ได้มา” โครงสร้างนี้ใช้บ่อยในการสนทนา และใช้กับการเปลี่ยนแปลงอื่นได้ เช่น get colder, get easier และ get more expensive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย get และรูปขั้นกว่าของ cold: As evening comes, the air will ____.
ดูคำตอบ
get colder
for sure: การแสดงความมั่นใจ
for sure เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “อย่างแน่นอน” หรือ “ไม่ต้องสงสัย” ใน bigger, for sure วลีนี้เพิ่มน้ำเสียงมั่นใจอย่างมากให้กับคำเปรียบเทียบ bigger โดย sure ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หลังคำกริยาเชื่อม วลีนี้มักอยู่ท้ายข้อความเหมือนเป็นคำเสริมเพื่อยืนยันสิ่งที่เพิ่งพูด ผู้พูดอาจฟังดูมั่นใจแม้ภายหลังจะพบว่าคำกล่าวนั้นผิด เพราะวลีนี้แสดงระดับความมั่นใจ ไม่ได้รับประกันว่าข้อเท็จจริงถูกต้อง
แบบฝึกหัด
for sure ใน “The new screen is easier to read, for sure.” หมายความว่าอะไร?
- ผู้พูดกำลังถามว่าหน้าจอใหม่อ่านง่ายกว่าหรือไม่
- ผู้พูดมั่นใจว่าหน้าจอใหม่อ่านง่ายกว่า
- ผู้พูดคิดว่าหน้าจอใหม่อาจอ่านยากกว่า
ดูคำตอบ
ผู้พูดมั่นใจว่าหน้าจอใหม่อ่านง่ายกว่า
I'm bored ... Hi, Bored: การทำให้คำคุณศัพท์กลายเป็นชื่อ
ใน I'm bored คำว่า bored เป็นคำคุณศัพท์ที่อธิบายความรู้สึกของผู้พูด แต่คำตอบ Hi, Bored จงใจทำเหมือนว่า Bored เป็นชื่อของผู้พูด และตอบราวกับว่า I'm bored เป็นการแนะนำตัว รูปแบบ I'm X สามารถบอกสภาวะได้ เช่น I'm bored หรือบอกว่าผู้พูดเป็นใครได้ เช่น I'm Sam เนื่องจากเราไม่ได้ยินตัวพิมพ์ใหญ่จากเสียง ผู้ตอบจึงจงใจใช้ประโยชน์จากโครงสร้างนี้ การใช้ Hungry ต่อมาย้ำมุกคุณพ่อแบบเดียวกัน โดย Bored และ Hungry ไม่ใช่คำเรียกคนตามปกติ
แบบฝึกหัด
ทำไม “I'm bored. Hi, Bored.” จึงเป็นมุก?
- คำตอบแกล้งทำเหมือนว่า Bored เป็นชื่อของผู้พูด
- คำตอบแก้การออกเสียง bored ของผู้พูด
- คำตอบขอให้ผู้พูดอธิบายว่าทำไมทุกอย่างจึงน่าเบื่อ
ดูคำตอบ
คำตอบแกล้งทำเหมือนว่า Bored เป็นชื่อของผู้พูด
tough crowd: คำพูดแซวตัวเองหลังมุกแป้ก
Tough crowd มาจากบริบทของการแสดงตลกและการแสดงบนเวที a tough crowd หมายถึงผู้ชมที่ทำให้หัวเราะหรือทำให้พอใจได้ยาก ในประโยคนี้ คนที่ฟังไม่ได้หัวเราะกับมุก ผู้พูดจึงเปรียบพวกเขาแบบขำ ๆ ว่าเป็นผู้ชมที่ไม่ค่อยมีปฏิกิริยา และแซวตัวเองว่ามุกไม่สำเร็จ คำว่า crowd อาจใช้กว้าง ๆ หมายถึงคนฟังได้ แม้จะมีเพียงไม่กี่คน
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเล่ามุก แต่ไม่มีใครหัวเราะ “Tough crowd” ในที่นี้หมายความว่าอะไร
- คนฟังอยากให้ผู้พูดพูดเสียงดังขึ้น
- ในห้องเต็มไปด้วยคนที่แข็งแรงทางร่างกาย
- คนฟังไม่ได้ถูกทำให้สนุกได้ง่าย ๆ
ดูคำตอบ
คนฟังไม่ได้ถูกทำให้สนุกได้ง่าย ๆ
morning tea time: ช่วงพักและกินของว่างตอนสาย
ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ morning tea มักหมายถึงช่วงพักสั้น ๆ ตอนสายที่ผู้คนดื่มเครื่องดื่มหรือกินของว่าง ไม่จำเป็นต้องดื่มชา และไม่ใช่พิธีดื่มชาอย่างเป็นทางการ ดังนั้น morning tea time จึงหมายความว่าถึงเวลาพักหรือกินของว่างช่วงนี้แล้ว ในที่นี้ การเข้าใจกิจวัตรเฉพาะภูมิภาคมีประโยชน์กว่าการแปลคำว่า tea ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย ครูพูดว่า “It's morning tea time.” ต่อไปน่าจะเกิดอะไรขึ้นมากที่สุด
- ชั้นเรียนจะพักตอนสายและอาจกินของว่าง
- ชั้นเรียนจะกินอาหารเช้าก่อนเริ่มเรียน
- ชั้นเรียนจะเข้าร่วมพิธีดื่มชาอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ชั้นเรียนจะพักตอนสายและอาจกินของว่าง
I think we might be done: พูดให้การตัดสินใจหยุดฟังนุ่มนวลขึ้น
I think และ might ช่วยกันทำให้ข้อสรุปว่า “กิจกรรมกำลังจะจบ” ฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดไม่ได้พูดตรง ๆ ว่า We're done แต่เสนอเป็นความคิดเห็นส่วนตัวอย่างไม่หักดิบ might ในที่นี้ไม่ได้เน้นว่าผู้พูดไม่แน่ใจข้อเท็จจริงจริง ๆ ในการตัดสินใจแบบนี้ คำนี้ช่วยให้ข้อความไม่ฟังฉับพลันเกินไป ส่วน be done หมายถึงกิจกรรมเสร็จแล้วหรือควรหยุดตอนนี้
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ผู้พูดใช้ “I think we might be done” เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?
- สัญญาว่ากิจกรรมจะดำเนินต่อไป
- เสนออย่างนุ่มนวลว่าควรจบกิจกรรม
- ถามว่าเด็ก ๆ ทำงานเสร็จแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ
เสนออย่างนุ่มนวลว่าควรจบกิจกรรม
grab your towel: คำสั่งแบบกันเองให้ไปหยิบของ
Grab your towel เป็นคำสั่งแบบกันเองที่หมายถึง “หยิบหรือไปเอาผ้าเช็ดตัวมาตอนนี้” ในภาษาพูดทั่วไป grab มักเพิ่มความรู้สึกว่าทำอย่างรวดเร็วและง่าย ๆ ไม่ได้หมายความว่าต้องคว้าสิ่งของอย่างรุนแรงเสมอไป ในโครงสร้าง grab + สิ่งของ ผู้พูดมักหมายถึงการหยิบของที่ต้องใช้ทันที เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อคลุม กระเป๋า หรือของว่าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ grab ในความหมายกันเองแบบเดียวกันว่า “รีบหยิบหรือไปเอาของที่ต้องใช้”?
- Grab your coat before we leave.
- The police grabbed the thief at the station.
- The baby grabbed my finger tightly.
ดูคำตอบ
Grab your coat before we leave.
Haven't learned how to ... yet: ทักษะที่ยังทำไม่เป็นจนถึงตอนนี้
โครงสร้าง haven't learned how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงยังไม่ได้เรียนรู้หรือฝึกทักษะนั้นสำเร็จจนถึงตอนนี้ present perfect เชื่อมการเรียนรู้ก่อนหน้านี้กับผลในปัจจุบัน คือผู้พูดยังทำสิ่งนั้นไม่ได้ ส่วน how to shake ระบุว่าทักษะนั้นคืออะไร เมื่อ yet อยู่ท้ายประโยคปฏิเสธ จะเน้นความหมายว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่ และมักเปิดความเป็นไปได้ว่าอาจเรียนรู้ได้ในภายหลัง ในฉากนี้ shake หมายถึงสะบัดร่างกายให้น้ำหลุดออก ไม่ได้หมายถึงการจับมือทักทาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้ haven't learned how to ... yet และ swim: I ____.
ดูคำตอบ
haven't learned how to swim yet
Give us a hand: การขอความช่วยเหลือแบบไม่เป็นทางการ
give someone a hand เป็นสำนวนที่หมายถึงช่วยใครบางคนทำงานบางอย่าง ในที่นี้ give us a hand คือการขอให้บลูอี้ช่วยเรื่องน้องสาว ไม่ได้หมายถึงการยื่นอวัยวะส่วนหนึ่งให้ใครจริง ๆ โดยปกติ us หมายรวมถึงผู้พูดและคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งคน แต่ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียบางรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ ผู้พูดเพียงคนเดียวอาจใช้ us ในตำแหน่งที่โดยทั่วไปใช้ me ต้องดูบริบทว่า us หมายถึงกลุ่มหรือผู้พูดคนเดียว ส่วน with your sister บอกว่าต้องการความช่วยเหลือเรื่องอะไร
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโดยใช้ give someone a hand และสรรพนาม us: We cannot lift this table alone. Could you ____ with it?
ดูคำตอบ
give us a hand
never getting out of this: ความรู้สึกว่าติดอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง
ในประโยคนี้ get out of this หมายถึง “หนีหรือหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้” this หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่วุ่นวายและรับมือยาก ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่หรือภาชนะจริง ๆ I'm never getting out of this ใช้ never เพื่อพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ ผู้พูดรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่และบ่นว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะไม่จบ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าจะเป็นเช่นนี้ตลอดไปจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “I'm never getting out of this.” คำว่า this น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?
- สถานการณ์ยากลำบากที่ผู้พูดรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่
- ประตูที่ผู้พูดหาไม่พบ
- พื้นที่กลางแจ้ง
ดูคำตอบ
สถานการณ์ยากลำบากที่ผู้พูดรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่
freezing ... starving: การพูดเกินจริงอย่างหนักในภาษาพูด
ในการพูดคุยทั่วไป I'm freezing มักหมายถึง “ฉันหนาวมาก” และ I'm starving มักหมายถึง “ฉันหิวมาก” สองสำนวนนี้ทำให้ความรู้สึกเข้มกว่าการพูดว่า I'm cold หรือ I'm hungry ในที่นี้ freezing และ starving เป็นรูป -ing ที่ใช้เหมือนคำคุณศัพท์หลัง be บริบทจะบอกว่าเป็นเพียงการพูดเกินจริงทั่วไปหรือเป็นคำบรรยายตามตัวอักษร คำบ่นเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าใครกำลังตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำภาษาพูดที่เน้นความหมายว่า “หนาวมาก” และ “หิวมาก” ลงในคำบ่นสองประโยคนี้: After waiting outside, I was ____; after missing lunch, I was ____.
ดูคำตอบ
freezing · starving
stop saying Dad: stop + -ing เพื่อยุติการกระทำ
ใน stop saying Dad คำว่า stop ตามด้วย saying ซึ่งเป็นรูป -ing ของ say กลุ่มคำรูป -ing นี้ระบุการกระทำที่ผู้พูดต้องการให้ทุกคนหยุด นั่นคือการพูดหรือเรียก “Dad” ซ้ำ ๆ ใช้ stop doing something เมื่อการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้นหรือเกิดซ้ำ ๆ และต้องการให้ยุติลง ซึ่งต่างจากการหยุดการกระทำหนึ่งเพื่อไปทำอีกอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ talk เพื่อเติมคำขอให้สมบูรณ์: Please stop ____ while I am explaining the rules.
ดูคำตอบ
talking
that's nice to hear: การตอบรับข่าวดี
ใน That's nice to hear คำว่า that หมายถึงข้อมูลที่อีกฝ่ายเพิ่งพูด ผู้พูดต้องการบอกว่า “ฉันดีใจที่ได้ยินเรื่องนั้น” ไม่ได้หมายความว่าเสียงนั้นไพเราะ ใช้ประโยคนี้เพื่อตอบรับข่าวดี ข้อมูลที่ทำให้สบายใจ หรือข่าวที่น่ายินดีอย่างอบอุ่นแต่ไม่เกินจริง
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานพูดว่า “The customer is happy with the new design.” คำตอบใดแสดงได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณดีใจกับข่าวนี้
- I hear a nice sound.
- That sounds nice.
- That's nice to hear.
ดูคำตอบ
That's nice to hear.
I brought all the swim stuff you left behind. กริยาวลี
5:41แม่เอาของว่ายน้ำที่ลูกทิ้งไว้มาให้หมดแล้ว
you left behind: leave something behind เมื่อไม่ได้เอาของไปด้วย
ใน you left behind คำว่า left behind หมายถึงผู้ฟังจากไปโดยไม่ได้เอาอุปกรณ์ว่ายน้ำไปด้วย behind จึงทำงานร่วมกับ left เพื่อสร้างความหมายนี้ ไม่ได้บอกเพียงว่าของอยู่ด้านหลัง กรรมที่ละไว้ของ left คือ all the swim stuff ใน all the swim stuff (that) you left behind สามารถละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้ อนุประโยคนี้จึงระบุว่าของชิ้นไหนไม่ได้ถูกนำไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย left behind: The hotel mailed me the charger I had ____ in my room.
ดูคำตอบ
left behind
So, boring things are important sometimes, then? ลำดับความ
5:55งั้นเรื่องน่าเบื่อบางทีก็สำคัญใช่ไหมคะ?
So ..., then?: ใช้สรุปและขอการยืนยัน
So ที่ต้นประโยคแสดงว่าผู้พูดกำลังนำเหตุการณ์หรือข้อมูลก่อนหน้ามาสรุปว่า ของที่น่าเบื่อก็อาจสำคัญในบางครั้ง then ที่ท้ายประโยคหมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ในกรณีนั้น” เมื่ออยู่ท้ายคำถามนี้ จะช่วยขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อสรุป โดยไม่ได้หมายถึงเวลา “หลังจากนั้น”
แบบฝึกหัด
So ..., then? ทำหน้าที่อย่างไรในการใช้นี้?
- สรุปจากข้อมูลก่อนหน้าและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน
- นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
- บอกว่าเหตุการณ์ถัดไปในลำดับคืออะไร
ดูคำตอบ
สรุปจากข้อมูลก่อนหน้าและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน
What was I saying?: กลับเข้าหัวข้อหลังถูกขัดจังหวะ
What was I saying? เป็นคำช่วยดำเนินบทสนทนาที่ใช้เมื่อการถูกขัดจังหวะหรือการเสียสมาธิทำให้คุณหลุดจากเรื่องที่ตนเองกำลังพูดอยู่ หมายถึง “เมื่อกี้พูดถึงไหนแล้วนะ” และช่วยให้กลับไปพูดหัวข้อที่ยังไม่จบต่อได้ รูป was saying แสดงว่าการพูดก่อนหน้านั้นยังดำเนินอยู่ตอนที่ถูกขัดจังหวะ คำถามนี้อาจใช้ขอให้คนอื่นช่วยเตือนสั้น ๆ หรือพูดกับตัวเองระหว่างนึกก็ได้ โดยปกติไม่ได้ขอให้ทวนคำพูดเดิมแบบคำต่อคำ
แบบฝึกหัด
มีสายโทรศัพท์เข้ามาขัดจังหวะคุณ เมื่อวางสายแล้ว คำถามใดช่วยให้คุณกลับไปพูดหัวข้อที่ยังไม่จบต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- What was I saying?
- What did I say?
- What am I saying?
ดูคำตอบ
What was I saying?