ทำไมบางสิ่งถึงดูน่ารัก?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
790 คำ 146 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอเชื่อมประวัติคำว่า cute ลักษณะแบบทารก ระบบรางวัลของสมอง การออกแบบ ภาวะคงลักษณะวัยเยาว์ และการคัดเลือกพันธุ์สุนัข ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. be used as slang for — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนวิธีบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคำสแลงใช้หมายถึงอะไร และแยกความหมายจากระดับภาษา 2. the cuter … the more — ไวยากรณ์และรูปประโยค: สังเกตการเปรียบเทียบแบบคู่ที่เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง และใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเพิ่มตามอีกสิ่งหนึ่ง 3. not that dissimilar from — ไวยากรณ์และรูปประโยค: เข้าใจว่าการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธแบบนุ่มนวลนี้หมายถึง “ค่อนข้างคล้ายกับ” ไม่ใช่ต่างกันมาก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey Vsauce, Michael here.

0:00

เฮ้ Vsauce ไมเคิลเองครับ

And the Pet Collective offers 24-hour coverage of puppies and kittens. การใช้คำ

0:02

และ Pet Collective ก็มีรายการลูกสุนัขและลูกแมวให้ชมตลอด 24 ชั่วโมง

การใช้คำ

24-hour coverage: เนื้อหาสื่อตลอด 24 ชั่วโมง

ในที่นี้ 24-hour coverage หมายถึงบริการที่มีเนื้อหาสื่อให้รับชมตลอดทั้งวันและคืน coverage หมายถึงรายการที่ช่องนำเสนออย่างต่อเนื่อง ส่วน 24-hour บอกระยะเวลาที่บริการดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่าเป็นรายการสื่อที่มีให้ชมตลอดทั้งวันและคืน: The wildlife channel provides ____.

ดูคำตอบ

24-hour coverage

It's really cute.

0:08

น่ารักจริง ๆ

But what is cute scientifically?

0:10

แต่ถ้ามองในเชิงวิทยาศาสตร์ ความน่ารักคืออะไรกันแน่?

I mean, why do we like soft cuddly things and

0:13

ผมหมายถึง ทำไมเราถึงชอบสิ่งที่นุ่มนิ่มน่ากอด และ

why do cute things have a unique effect on us?

0:16

ทำไมของน่ารัก ๆ ถึงส่งผลต่อเราเป็นพิเศษ?

Well, the word cute is a shortening of acute, การใช้คำ

0:20

คำว่า cute เป็นรูปย่อของคำว่า acute

which originally meant keen, shrewd, perceptive.

0:24

ซึ่งเดิมหมายถึง เฉียบคม ฉลาดหลักแหลม และช่างสังเกต

การใช้คำ

a shortening of acute: รูปย่อของ acute

ในโครงสร้าง X is a shortening of Y นั้น X คือรูปคำที่เกิดจากการตัดบางส่วนของรูปที่ยาวกว่าอย่าง Y วลีนี้ใช้อธิบายว่ารูปของคำพัฒนามาอย่างไร ในประโยคนี้ cute ถูกอธิบายว่าเป็นรูปที่สั้นลงจาก acute ความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้หมายความว่า cute และ acute ยังมีความหมายเหมือนกันในภาษาอังกฤษปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับประวัติของคำด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: Blog is ____ weblog.

ดูคำตอบ

a shortening of

About 180 years ago,

0:28

เมื่อประมาณ 180 ปีก่อน

the word cute began to be used as slang for a girl who was pretty. วลี

0:30

คำว่า cute เริ่มถูกใช้เป็นคำสแลงเรียกสาวสวย

วลี

be used as slang for: ถูกใช้เป็นคำสแลงเพื่อหมายถึง…

ในโครงสร้างนี้ be used as slang for ใช้เพื่อนำเข้าสู่บุคคล สิ่งของ หรือความหมายที่คำไม่เป็นทางการนั้นกล่าวถึง ในที่นี้ cute เคยถูกใช้แบบไม่เป็นทางการเพื่อเรียกเด็กผู้หญิงที่สวย โครงสร้างคือ คำหรือสำนวน + be used as slang for + สิ่งที่กล่าวถึงหรือความหมาย คำนามหลัง for บอกว่าคำสแลงนั้นหมายถึงอะไร ไม่ได้บอกเหตุผลที่ใช้คำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ถูกใช้อย่างไม่เป็นทางการเพื่อกล่าวถึง” In the 1990s, sick began to ____ something impressive.

ดูคำตอบ

be used as slang for

And after that,

0:35

และหลังจากนั้น

it accrued a new meaning วลี

0:36

คำนี้ก็มีความหมายใหม่เพิ่มขึ้น

and was used to describe

0:37

และถูกนำมาใช้บรรยายลักษณะต่าง ๆ ที่

cuddly, delicate, quaint,

0:39

น่ากอด บอบบาง มีเสน่ห์แบบโบราณ

precious, youthful traits.

0:42

น่าทะนุถนอม และดูอ่อนเยาว์

วลี

accrued a new meaning: ค่อย ๆ มีความหมายใหม่เพิ่มขึ้น

Accrued a new meaning หมายความว่าคำหนึ่งค่อย ๆ มีความหมายเพิ่มเติมเมื่อเวลาผ่านไป accrue เน้นการสะสมหรือพัฒนาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นความหมายใหม่จึงไม่จำเป็นต้องถูกกำหนดขึ้นจากการกระทำโดยเจตนาเพียงครั้งเดียว แม้ accrue มักใช้กับดอกเบี้ย ผลประโยชน์ หรือค่าใช้จ่าย แต่ในงานเขียนทางประวัติศาสตร์หรือภาษาศาสตร์ที่เป็นทางการ ก็สามารถมีกรรมที่เป็นนามธรรมอย่าง meaning ได้ ในที่นี้ new หมายถึง “เพิ่มเติม” ไม่ได้หมายความว่าความหมายเก่าหายไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายแบบเป็นทางการที่เน้นพัฒนาการอย่างค่อยเป็นค่อยไป Over several generations, the term ____ and came to refer to digital messages as well.

ดูคำตอบ

accrued a new meaning

Konrad Lorenz studied cuteness in living things

0:46

Konrad Lorenz ศึกษาความน่ารักในสิ่งมีชีวิต

and put together a great specific list of what we consider cute. กริยาวลี

0:49

และรวบรวมรายการอย่างละเอียดว่าลักษณะแบบไหนที่เรามองว่าน่ารัก

กริยาวลี

put together ในความหมายว่าจัดทำรายการ

ในประโยคนี้ put together หมายถึงสร้างบางสิ่งขึ้นมาด้วยการรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูลที่จำเป็น ลอเรนซ์รวบรวมสิ่งที่เขาสังเกตและทำให้เป็นรายการที่เฉพาะเจาะจง กรรมที่ตามมาช่วยบอกว่ากำลังใช้ความหมายใด เมื่อใช้กับรายการ รายงาน แผน หรืองานนำเสนอ put together มักหมายถึงเตรียมหรือเรียบเรียง ไม่ใช่นำสิ่งของจริงมาวางไว้ข้างกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้: We need to ____ a guest list before Friday.

ดูคำตอบ

put together

Small body size with a disproportionately large head,

0:54

ลำตัวเล็ก แต่ศีรษะใหญ่เกินสัดส่วน

large eyes,

0:59

ดวงตาโต

and round and soft body features.

1:00

และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่กลมมนและนุ่มนิ่ม

But why exactly do these characteristics elicit an aw response from us humans? วลี

1:03

แต่ทำไมลักษณะเหล่านี้ถึงทำให้มนุษย์เราเกิดปฏิกิริยา “อ๊าย น่ารัก” กันนะ?

วลี

elicit an aw response: ทำให้เกิดปฏิกิริยา “aw”

ใน elicit an aw response คำว่า elicit หมายถึงดึงหรือทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นมา ลักษณะที่น่ารักทำให้คนตอบสนองด้วยเสียง aw Elicit เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่มักใช้เมื่อคำถาม ภาพ เหตุการณ์ หรือสิ่งเร้าอื่นทำให้เกิดคำตอบ ปฏิกิริยา อารมณ์ หรือข้อมูล ในที่นี้ aw ทำหน้าที่คล้ายคำนามที่ใช้ขยาย response เพื่อบอกว่าเป็นปฏิกิริยาแบบใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าภาพอาจทำให้เกิดปฏิกิริยา

  1. The picture may elicit an emotional response.
  2. The picture may illicit an emotional response.
ดูคำตอบ

The picture may elicit an emotional response.

Well, Lorenz pointed out that you can find all of those characteristics in the human baby,

1:11

Lorenz ชี้ให้เห็นว่าเราพบลักษณะทั้งหมดนี้ได้ในทารกมนุษย์

which makes sense.

1:17

ซึ่งก็สมเหตุสมผล

If merely looking at our offspring makes us instinctively feel protective and nurturing, ไวยากรณ์

1:19

หากเพียงมองลูกของเรา ก็ทำให้เรารู้สึกอยากปกป้องและเลี้ยงดูโดยสัญชาตญาณ

well, that's great for all of us.

1:25

นั่นย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับเราทุกคน

ไวยากรณ์

looking at our offspring makes us instinctively feel: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

วลีอาการนาม looking at our offspring ทำหน้าที่เป็นประธาน กล่าวคือ การมองดูลูกหลานของตนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ วลีอาการนามทั้งวลีถูกมองว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง จึงใช้กริยาเอกพจน์ makes หลัง makes คำว่า us เป็นกรรม ส่วน feel เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โดยมีโครงสร้าง make + someone + feel คำว่า instinctively ขยาย feel และแสดงว่าปฏิกิริยาที่อยากปกป้องและเลี้ยงดูเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ make พร้อมกับ me และ feel: Looking at old photos ____ happy.

ดูคำตอบ

makes me feel

A fun consequence of this is that our experience of cuteness can be triggered by things that aren't human babies. โน้ต

1:28

ผลที่น่าสนุกอย่างหนึ่งก็คือ สิ่งที่ไม่ใช่ทารกมนุษย์ก็กระตุ้นให้เรารู้สึกว่าน่ารักได้

ลำดับความ

A fun consequence of this is that: เชื่อมเหตุเข้ากับผลของมัน

โครงสร้าง A consequence of this is that ใช้จัดความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล โดย this ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดที่เพิ่งอธิบาย ส่วนอนุประโยค that นำเสนอสิ่งที่เกิดตามมา ผู้ฟังจึงรู้ว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงก่อนหน้าไปสู่ผลของมัน fun เพิ่มการประเมินแบบเบา ๆ และเป็นบวกจากผู้พูด หมายความว่าผลนั้นน่าสนใจหรือเป็นความประหลาดใจที่น่ายินดี ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นเป็นกิจกรรมเพื่อความสนุก และ consequence ในที่นี้หมายถึงผลลัพธ์เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องไม่ดี

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งอธิบายว่าชั้นเรียนหนึ่งปลูกดอกไม้ไว้ข้างหน้าต่าง คำขึ้นต้นใดนำเสนอผลที่ว่าผีเสื้อเริ่มบินมาได้อย่างถูกต้อง

  1. A fun consequence of this is that
  2. In contrast to this
  3. One reason for this is that
ดูคำตอบ

A fun consequence of this is that

วลี

can be triggered by: สามารถถูกกระตุ้นโดย

can be triggered by เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้คำกริยาช่วย: can + be + past participle + by หมายความว่าบางสิ่งมีความสามารถหรือความเป็นไปได้ที่จะทำให้ความรู้สึก ปฏิกิริยา หรือกระบวนการเริ่มขึ้น ในประโยคนี้ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นคือประสบการณ์ความรู้สึกว่าน่ารักของเรา ส่วนสิ่งที่ไม่ใช่ทารกมนุษย์คือสิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้ trigger ในที่นี้มีความหมายเป็นกลางว่า “กระตุ้นให้เกิด” หรือ “ทำให้เริ่มขึ้น” ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับบาดแผลทางใจหรือเรื่องเชิงลบ

แบบฝึกหัด

ใช้ trigger ในโครงสร้างกรรมวาจกร่วมกับ can เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A fear response ____ a sudden loud noise.

ดูคำตอบ

can be triggered by

For instance, shells, bunnies, owls, and even a hammer.

1:36

อย่างเช่น เปลือกหอย กระต่าย นกฮูก หรือแม้แต่ค้อน

A hammer, how can that be?

1:43

ค้อนเนี่ยนะ เป็นไปได้ยังไง?

Take a look at this interactive tool from the Exploratorium.

1:45

ลองดูเครื่องมืออินเทอร์แอกทีฟจาก Exploratorium ชิ้นนี้

A hammer is boring,

1:48

ค้อนธรรมดานั้นน่าเบื่อ

but if we apply Lorenz's traits and make it really round and really squat,

1:50

แต่ถ้าเราใส่ลักษณะของ Lorenz ลงไป ทำให้มันทั้งกลมมากและป้อมเตี้ยมาก

it goes from a utilitarian tool to a cute little tiny hammer. ไวยากรณ์

1:56

มันก็เปลี่ยนจากเครื่องมือใช้งานธรรมดาเป็นค้อนจิ๋วแสนน่ารัก

ไวยากรณ์

goes from A to B: เปลี่ยนจาก A เป็น B

Go from A to B แสดงการเปลี่ยนแปลง โดย A คือสถานะ ตัวตน หรือมุมมองตอนเริ่มต้น และ B คือผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง ในโครงสร้างนี้ go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่อื่นจริง ๆ ในที่นี้ มุมมองที่มีต่อวัตถุเปลี่ยนจากเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงไปเป็นค้อนเล็ก ๆ ที่น่ารัก ควรวางส่วนที่ตามหลัง from และ to ให้มีรูปแบบขนานกันเมื่อทำได้ เช่น นามวลีกับนามวลี หรือคำคุณศัพท์กับคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

ใช้ go from A to B ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: With one update, the interface ____ cluttered ____ clean and simple.

ดูคำตอบ

went from · to

Oh, he's just a little hammer. ลำดับความ

2:01

โอ้ เขาเป็นแค่ค้อนตัวน้อย ๆ เอง

Don't hurt him.

2:02

อย่าทำเขาเจ็บนะ

ลำดับความ

การใช้ he/him เพื่อทำให้ hammer เป็นบุคคล

ผู้พูดจงใจใช้ he และ him เรียกค้อน ทั้งที่โดยปกติสิ่งของไม่มีชีวิตจะใช้ it การเลือกสรรพนามแบบนี้ทำให้ค้อนมีความเป็นบุคคล โดยนำเสนอให้เหมือนตัวละครตัวเล็กที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง กรอบความคิดนี้ยังสอดคล้องกับ little และ Don't hurt him ด้วย ผู้ฟังถูกชวนให้รู้สึกเอ็นดูและอยากปกป้องค้อน ดังนั้นสรรพนามเหล่านี้จึงจัดคำบรรยายโดยเน้นปฏิกิริยาทางอารมณ์ แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้พูดจึงใช้ he และ him กับ hammer?

  1. เพื่อทำให้ hammer เป็นบุคคล และทำให้ดูตัวเล็กน่าเอ็นดูและควรได้รับการปกป้อง
  2. เพราะ hammer ต้องใช้สรรพนาม he/him เสมอ
  3. เพื่อกล่าวถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้ปรากฏให้เห็น
ดูคำตอบ

เพื่อทำให้ hammer เป็นบุคคล และทำให้ดูตัวเล็กน่าเอ็นดูและควรได้รับการปกป้อง

It is a hammer that has become cute

2:04

นี่คือค้อนที่กลายเป็นของน่ารัก

because we gave it qualities that we see in our own offspring.

2:07

เพราะเราใส่คุณสมบัติที่เห็นในลูกของเราเองให้มัน

As Daniel Dennett puts it, ลำดับความ

2:12

ดังที่ Daniel Dennett กล่าวไว้

ลำดับความ

As X puts it เพื่อระบุถ้อยคำของผู้อื่น

As Daniel Dennett puts it ส่งสัญญาณว่าคำที่ตามมาจะแสดงวิธีที่ Daniel Dennett ใช้ถ่ายทอดแนวคิด ในโครงสร้างนี้ put หมายถึง “แสดงออกด้วยคำพูด” ไม่ใช่ “วางบางสิ่งไว้ที่ใดที่หนึ่ง” วลีเปิดนี้ระบุที่มาของถ้อยคำหรือวิธีเรียบเรียงก่อนจะเข้าสู่ข้อความหลัก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ As + บุคคล/แหล่งที่มา + puts it ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและแนวคิดที่ยกคำพูดมาหรือถอดความ

แบบฝึกหัด

เติมวลีระบุที่มาซึ่งเน้นถ้อยคำของ Maya ให้ประโยคสมบูรณ์: ____, "A calm answer can stop an argument."

ดูคำตอบ

As Maya puts it

if human babies looked like this instead of that, ไวยากรณ์

2:13

ถ้าทารกมนุษย์หน้าตาเป็นแบบนี้แทนที่จะเป็นแบบนั้น

we would find this cute.

2:17

เราก็จะมองว่าแบบนี้น่ารัก

ไวยากรณ์

If ... looked ..., we would find ...: เงื่อนไขสมมติ

โครงสร้าง if + past simple, ... would + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้นและผลของเงื่อนไขนั้น ในที่นี้ looked ไม่ได้หมายความว่ารูปลักษณ์นั้นเกิดขึ้นในอดีต แต่แสดงว่าเป็นสมมติฐานที่ต่างจากความเป็นจริง instead of that เปรียบเทียบรูปลักษณ์ที่เป็นไปได้สองแบบ เมื่อเปลี่ยนเงื่อนไขตั้งต้น ผู้พูดก็คาดการณ์การตัดสินของเรา นั่นคือเราคงมองว่ารูปลักษณ์นี้น่ารัก โครงสร้างนี้ใช้คิดต่อได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากสภาพในปัจจุบันต่างจากความจริงหรือไม่เป็นจริง

แบบฝึกหัด

ใช้ would และคำกริยาในวงเล็บเติมผลลัพธ์เชิงสมมติให้สมบูรณ์: If our apartment had a balcony, we ____ outside more often. (eat)

ดูคำตอบ

would eat

And whenever we saw something that looked like it,

2:20

และทุกครั้งที่เราเห็นอะไรที่หน้าตาคล้ายมัน

we would want to cuddle and snuggle with it.

2:22

เราก็จะอยากกอดและคลอเคลียมัน

All right,

2:25

เอาละ

so we have a pretty good idea about the how and what of cute. ไวยากรณ์

2:25

ดังนั้น เราจึงพอเข้าใจแล้วว่าความน่ารักคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร

ไวยากรณ์

The how and what of cute: คำแสดงคำถามที่ใช้เป็นคำนาม

เมื่อมี the อยู่ข้างหน้า how และ what จะถูกใช้เป็นแนวคิดที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม the how หมายถึงวิธีการหรือกลไก ส่วน the what หมายถึงสิ่ง ลักษณะ หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง และ of cute ระบุหัวข้อว่าเป็นเรื่องความน่ารัก นี่เป็นการสรุปแบบกระชับ ไม่ใช่คำถามโดยตรง ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดเป็นกรรมของ about และหมายความว่าเราเข้าใจทั้งว่าความน่ารักทำงานอย่างไรและลักษณะใดบ้างที่ถือว่าน่ารัก

แบบฝึกหัด

ใน "The guide explains the how and what of the process," คำว่า "the how and what" หมายถึงอะไร

  1. เวลาและสถานที่ของกระบวนการ
  2. คำถามสองข้อที่คู่มือปฏิเสธจะตอบ
  3. วิธีการและเนื้อหาหรือลักษณะที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

วิธีการและเนื้อหาหรือลักษณะที่เกี่ยวข้อง

But where is cute? ลำดับความ

2:29

แต่ความน่ารักอยู่ที่ไหนล่ะ?

ลำดับความ

But where is cute? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์เรื่องตำแหน่ง

ในที่นี้ cute ถูกทำให้ดูเหมือนเป็นสิ่งที่มีตำแหน่งอยู่จริงโดยตั้งใจ ผู้พูดไม่ได้ถามว่าสิ่งของน่ารักชิ้นหนึ่งอยู่ที่ไหน แต่ where ชี้ไปยังพื้นฐานทางกายภาพในสมองที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าน่ารัก คำถามสั้น ๆ ที่คาดไม่ถึงนี้สร้างความสงสัยและเปลี่ยนหัวข้อจากการบรรยายลักษณะภายนอกที่น่ารักไปสู่การอธิบายการทำงานของสมอง คำถามที่จงใจใช้รูปแบบไม่ปกติเช่นนี้สามารถทำให้คุณสมบัตินามธรรมกลายเป็นปัญหาวิจัยได้ แต่ความหมายต้องอาศัยหัวข้อแวดล้อม

แบบฝึกหัด

ในการบรรยายวิทยาศาสตร์ คำถาม “But where is cute?” ทำหน้าที่อะไร?

  1. ถามว่ารูปทารกรูปใดน่ารักที่สุด
  2. ถามว่าสิ่งของน่ารักถูกวางไว้ที่ไหน
  3. ถามว่าส่วนใดของสมองสร้างความรู้สึกว่าน่ารัก
ดูคำตอบ

ถามว่าส่วนใดของสมองสร้างความรู้สึกว่าน่ารัก

Well, researchers have shown cute baby pictures to subjects while using functional MRI to track activity in the brain. วลี

2:33

นักวิจัยให้กลุ่มตัวอย่างดูภาพทารกน่ารัก ๆ พร้อมใช้ MRI เชิงหน้าที่ติดตามกิจกรรมในสมอง

วลี

shown cute baby pictures to subjects: โครงสร้าง show something to someone

ในกริยาวลี present perfect have shown คำว่า shown ตามด้วยสิ่งที่นำเสนอ คือ cute baby pictures ก่อน แล้วจึงตามด้วย to และผู้รับ คือ subjects รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ show something to someone ซึ่งใช้บอกว่านักวิจัยแสดงสื่อการทดลองให้ผู้ที่เข้าร่วมดู ในที่นี้ subjects หมายถึงคนที่ถูกศึกษาในการทดลอง ไม่ได้หมายถึงวิชาเรียนหรือประธานของประโยคตามหลักไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

เรียงคำในวงเล็บให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The researchers have ____ during the study. (shown / the pictures / to / the subjects)

ดูคำตอบ

shown the pictures to the subjects

And sure enough, ลำดับความ

2:41

และก็เป็นอย่างที่คิด

ลำดับความ

sure enough: เครื่องหมายบอกว่าสิ่งที่คาดไว้ได้รับการยืนยัน

sure enough เป็นคำเชื่อมในระดับประโยคที่บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่ค้นพบตรงกับความคาดหมาย การคาดการณ์ หรือข้อสงสัยก่อนหน้านี้ ในที่นี้คำนี้พาเนื้อหาจากการอธิบายขั้นเตรียมการไปสู่ผลการค้นพบที่ยืนยันรูปแบบที่คาดไว้ And ที่ต้นประโยคเชื่อมการยืนยันนี้กับคำอธิบายก่อนหน้า sure enough ใช้ประเมินผลลัพธ์ที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดมั่นใจมากพอ

แบบฝึกหัด

sure enough ในตัวอย่างส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ผลการค้นพบถัดมายืนยันความคาดหมายก่อนหน้า
  2. ผลลัพธ์ถัดมาเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง
  3. ผู้พูดมั่นใจเพียงบางส่วน
ดูคำตอบ

ผลการค้นพบถัดมายืนยันความคาดหมายก่อนหน้า

the cuter the baby in the picture, ไวยากรณ์

2:42

ยิ่งทารกในภาพน่ารักเท่าไร

the more activation found right here,

2:44

บริเวณตรงนี้ก็ยิ่งถูกกระตุ้นมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

the cuter ... the more ...: การเปลี่ยนแปลงเชิงเปรียบเทียบที่เชื่อมโยงกัน

โครงสร้าง the + comparative ..., the + comparative ... เชื่อมระดับที่เปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อระดับในส่วนแรกเปลี่ยน ระดับหรือปริมาณในส่วนที่สองก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในประโยคนี้ ความน่ารักที่มากขึ้นสัมพันธ์กับการทำงานที่มากขึ้นในบริเวณสมองที่กำลังชี้อยู่ the ทั้งสองตำแหน่งเป็นเครื่องหมายของโครงสร้าง ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ cuter ขยาย baby ส่วน more บอกปริมาณของ activation คำว่า found เป็น past participle ในถ้อยคำแบบย่อ โดยเข้าใจว่าละ was ไว้: more activation was found here

แบบฝึกหัด

ใช้รูป comparative ของ clear และ easy เพื่อเติมโครงสร้างคู่ให้สมบูรณ์: ____ the instructions are, ____ the task becomes.

ดูคำตอบ

The clearer · the easier

the nucleus accumbens,

2:48

นั่นคือนิวเคลียส แอคคัมเบนส์

a pleasure center.

2:50

ซึ่งเป็นศูนย์กลางความพึงพอใจ

When activated,

2:51

เมื่อถูกกระตุ้น

the nucleus accumbens releases dopamine.

2:53

นิวเคลียส แอคคัมเบนส์จะหลั่งโดพามีน

It's all part of our internal reward system.

2:55

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบให้รางวัลภายในตัวเรา

It's the same part of the brain targeted by cocaine and meth.

2:58

สมองส่วนนี้ยังเป็นเป้าหมายของโคเคนและเมทแอมเฟตามีนด้วย

Cuteness is such a powerful force on the brain, ไวยากรณ์

3:03

ความน่ารักมีอิทธิพลต่อสมองอย่างมหาศาล

in fact, that it can affect our behaviors,

3:05

ถึงขั้นส่งผลต่อพฤติกรรมของเราได้

ไวยากรณ์

such a powerful force ... that it can affect: โครงสร้างบอกผล such ... that

กรอบ such a powerful force ... that it can affect แสดงระดับที่มากและผลที่ตามมา such a powerful force เป็นนามวลี โดย such เน้นระดับของคุณสมบัติที่ powerful สื่อ ส่วน a force เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลจากความรุนแรงระดับนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + that + อนุประโยคบอกผล ในที่นี้ in fact เป็นข้อความแทรก จึงไม่ตัดความเชื่อมโยงระหว่าง such กับ that

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง such ... that โดยใช้ severe: It was ____ storm ____ all flights were canceled.

ดูคำตอบ

such a severe · that

what we like, what we buy. ลำดับความ

3:08

ทั้งสิ่งที่เราชอบและสิ่งที่เราซื้อ

ลำดับความ

what we like, what we buy: อนุประโยค what แบบขนาน

what we like และ what we buy เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นนามสองชุดซึ่งมีโครงสร้างขนานกัน what ในแต่ละชุดหมายถึง “สิ่งที่” ดังนั้นอนุประโยคเหล่านี้จึงระบุพฤติกรรมสองด้าน ได้แก่ ความชอบและการซื้อ ไม่ได้ใช้ถามคำถาม การทำซ้ำรูปแบบ what + ประธาน + กริยา ช่วยจัดข้อมูลให้เป็นจังหวะสองช่วงที่สมดุลกัน เนื่องจากทั้งสองอนุประโยคขยายแนวคิดก่อนหน้าเกี่ยวกับ behaviors ที่อาจได้รับผลกระทบ ผู้พูดจึงสามารถแจกแจงได้อย่างกระชับโดยไม่ต้องพูดประโยคหลักเต็มซ้ำอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค what แบบขนานเพื่อแจกแจงสองสิ่งที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่พูดประโยคหลักซ้ำ?

  1. The app changes what we read and what we share.
  2. The app changes what do we read and what do we share.
  3. The app changes what we read and we share.
ดูคำตอบ

The app changes what we read and what we share.

And so it's no coincidence that the creators of cartoon characters like Mickey Mouse or Pikachu วลี

3:10

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผู้สร้างตัวละครการ์ตูนอย่าง Mickey Mouse หรือ Pikachu

have drawn them more and more cute over time. ไวยากรณ์

3:15

วาดตัวละครเหล่านี้ให้น่ารักขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา

วลี

It's no coincidence that: บอกถึงความเชื่อมโยงที่มีความหมาย

It's no coincidence that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่สังเกตได้ และนำเสนอว่าข้อเท็จจริงนั้นมีความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับข้อมูลที่กล่าวมาก่อนหน้า ในประโยคนี้ เหตุผลก่อนหน้าทำให้การเลือกออกแบบของผู้สร้างดูเป็นสิ่งที่ตั้งใจ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สำนวนนี้ชี้นำให้ผู้ฟังนึกถึงคำอธิบายหนึ่ง แต่ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผลด้วยตัวมันเอง ผู้พูดยังต้องมีหลักฐานหรือเหตุผลมาสนับสนุนความเชื่อมโยงนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้ coincidence เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: The school added shaded benches last month, so it's ____ more students now eat lunch outside.

ดูคำตอบ

no coincidence that

ไวยากรณ์

More and more cute over time: บรรยายระดับที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

More and more + คำคุณศัพท์ หมายถึงระดับของคุณสมบัติหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใน more and more cute คำว่า cute ใช้บรรยายตัวละคร ส่วน more and more แสดงว่าระดับความน่ารักเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ Over time ระบุกรอบเวลา กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในครั้งเดียว เมื่อนำมารวมกัน โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย more and more และคำคุณศัพท์ในวงเล็บ: As the team simplified the menus, the app became ____ over time. (intuitive)

ดูคำตอบ

more and more intuitive

The Japanese concept of kawaii is a great example of this, วัฒนธรรม

3:20

แนวคิดเรื่อง kawaii ของญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดีมาก

and it's one that's fun to quantify.

3:24

และยังสนุกที่จะลองวัดมันออกมาเป็นตัวเลข

วัฒนธรรม

แนวคิด kawaii ของญี่ปุ่น

Kawaii เป็นแนวคิดญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับความน่ารักและสุนทรียศาสตร์การออกแบบที่มีลักษณะเด่นแบบหวาน ๆ ดูเยาว์วัย หรือชวนเอ็นดู สื่อภาษาอังกฤษมักคงคำภาษาญี่ปุ่นนี้ไว้เมื่อแนวคิดนั้นกว้างและเฉพาะเจาะจงทางวัฒนธรรมมากกว่าการบอกเพียงว่าสิ่งหนึ่ง cute ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวยก kawaii ขึ้นมาเป็นตัวอย่างทางวัฒนธรรมที่จะนำไปวัด ไม่ใช่ชื่อของตัวละคร

แบบฝึกหัด

เหตุใดประโยคนี้จึงใช้ kawaii แทนที่จะใช้เพียง cute?

  1. เป็นชื่อของตัวละครที่กำลังถูกวัด
  2. หมายถึงแนวคิดทางวัฒนธรรมและสุนทรียศาสตร์แห่งความน่ารักของญี่ปุ่น
  3. หมายความว่าการออกแบบของญี่ปุ่นทั้งหมดมีสัดส่วนเหมือนกัน
ดูคำตอบ

หมายถึงแนวคิดทางวัฒนธรรมและสุนทรียศาสตร์แห่งความน่ารักของญี่ปุ่น

If you're an adult,

3:26

ถ้าคุณเป็นผู้ใหญ่

how many of your own heads stacked on top of each other โน้ต

3:27

คุณคิดว่าต้องเอาหัวของตัวเองกี่หัวมาวางซ้อนกัน

do you think it would take to equal your height?

3:30

ถึงจะสูงเท่ากับตัวคุณ?

ไวยากรณ์

โครงสร้าง How many ... do you think it would take to ...?

How many ใช้ถามจำนวนศีรษะที่ต้องใช้ กลุ่มคำนามยาว how many of your own heads stacked on top of each other ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยคคำถาม แทรก do you think เพื่อขอการคาดคะเนจากผู้ฟัง หลังจากนั้นอนุประโยคที่เหลือใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ it would take ไม่ใช่ would it take ในที่นี้ it เป็นประธานสมมติในโครงสร้าง it would take X to do Y

แบบฝึกหัด

ใช้ it, would และ take ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: How many people do you think ____ to move the piano?

ดูคำตอบ

it would take

วลี

stacked on top of each other: การจัดในแนวตั้ง

ในคำถามนี้ stacked on top of each other ใช้บรรยายการจินตนาการว่ามีศีรษะแบบเดียวกันหลายอันเรียงในแนวตั้ง โดยแต่ละอันวางอยู่เหนืออีกอันหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าคนคนหนึ่งมีหลายศีรษะจริง ๆ รูปแบบ X stacked on top of each other แสดงว่า X ถูกจัดเป็นกองหรือเป็นแถวแนวตั้ง ใช้บรรยายสิ่งของหรืออธิบายวิธีวัดความสูงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงความหมายว่าซ้อนเป็นกองแนวตั้ง: To save floor space, the boxes were ____ in one tall column.

ดูคำตอบ

stacked on top of each other

The answer for most of us is around seven and a half.

3:33

สำหรับพวกเราส่วนใหญ่ คำตอบคือประมาณเจ็ดหัวครึ่ง

But illustrations of people that are meant to make them look heroic or noble ไวยากรณ์

3:37

แต่ภาพคนที่วาดขึ้นเพื่อให้ดูเป็นวีรบุรุษหรือสูงส่ง

tend to make the person around eight to eight and a half heads high.

3:41

มักวาดให้คนนั้นสูงประมาณแปดถึงแปดหัวครึ่ง

ไวยากรณ์

are meant to make them look + คำคุณศัพท์: ภาพลักษณ์ที่ตั้งใจไว้

Are meant to บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ของภาพวาด นั่นคือภาพถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจบางอย่าง ในที่นี้ meant หมายถึง intended หรือ “ตั้งใจไว้” ไม่ใช่การบอกว่าบางสิ่งมีความหมายว่าอะไร ใน make them look heroic or noble คำว่า them หมายถึงบุคคลในภาพ และ make + กรรม + look + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้ใครบางคนดูเป็นแบบใดแบบหนึ่ง เมื่อนำมารวมกัน be meant to make someone look + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายการเลือกออกแบบที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์บางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างสองแบบจากบทเรียน: The soft lighting ____ the actor ____ calm.

ดูคำตอบ

is meant to make · look

Cute goes the other way. สำนวน

3:46

ส่วนความน่ารักกลับตรงกันข้าม

สำนวน

goes the other way: แนวโน้มไปในทิศทางตรงกันข้าม

ในประโยคนี้ goes the other way ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง แต่หมายถึงรูปแบบหรือแนวโน้มที่ตรงกันข้าม กล่าวคือ ดีไซน์แบบฮีโร่ใช้สัดส่วนที่ยาวกว่า ส่วนดีไซน์แบบน่ารักใช้สัดส่วนที่สั้นกว่า ใช้ go the other way เมื่อผลลัพธ์หรือแนวโน้มพัฒนาไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง ประธานระบุสิ่งที่เป็นไปตามรูปแบบตรงกันข้ามนั้น โดย Cute ในที่นี้หมายถึงการออกแบบตัวละครแบบน่ารัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Costs fell last month, but this month they went the other way,” คำว่า “went the other way” หมายถึงอะไร

  1. ต้นทุนถูกคำนวณด้วยวิธีอื่น
  2. ต้นทุนเพิ่มขึ้นในเดือนนี้
  3. ต้นทุนถูกย้ายไปยังสถานที่อื่น
ดูคำตอบ

ต้นทุนเพิ่มขึ้นในเดือนนี้

Manga characters tend to only be about five and a half

3:48

ตัวละครมังงะมักสูงเพียงประมาณห้าหัวครึ่ง

to six and a half heads tall.

3:51

ถึงหกหัวครึ่งเท่านั้น

Back to babies.

3:54

กลับมาที่เรื่องทารกกัน

There are many other psychological factors at work สำนวน

3:56

ยังมีปัจจัยทางจิตวิทยาอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำงานอยู่

that cause us to want to instinctively take care of our young.

3:58

ซึ่งทำให้เราอยากดูแลลูกของเราโดยสัญชาตญาณ

สำนวน

psychological factors at work: อิทธิพลที่กำลังทำงานอยู่

ใน psychological factors at work คำว่า at work หมายถึงกำลังทำงานหรือกำลังส่งผล วลีนี้บอกว่ากลไกทางจิตหลายอย่างมีอิทธิพลต่อสัญชาตญาณในการดูแลลูกของเรา ไม่ได้บอกว่ามีใครอยู่ในสถานที่ทำงาน รูปแบบนี้พบได้บ่อยหลังคำนาม เช่น factors, forces, processes และ mechanisms โดยนำเสนอสาเหตุว่าเป็นสิ่งที่กำลังมีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ แม้จะมองไม่เห็นโดยตรงก็ตาม

แบบฝึกหัด

at work ใน “Several forces are at work behind the sudden change” หมายถึงอะไร

  1. สิ่งเหล่านั้นกำลังซ่อมบางอย่าง
  2. สิ่งเหล่านั้นกำลังมีอิทธิพลต่อสถานการณ์
  3. สิ่งเหล่านั้นทำงานอยู่ในสำนักงาน
ดูคำตอบ

สิ่งเหล่านั้นกำลังมีอิทธิพลต่อสถานการณ์

And to be sure, ลำดับความ

4:03

และแน่นอนว่า

some of them are decidedly not cute.

4:04

บางปัจจัยก็ไม่น่ารักเอาเสียเลย

ลำดับความ

“to be sure,” ในฐานะคำเชื่อมแสดงการยอมรับข้อหนึ่ง

ในที่นี้ “to be sure,” มีความหมายว่า “ต้องยอมรับว่า” หรือ “เป็นความจริงว่า” ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับ ก่อนจะเสริมข้อจำกัดให้กับประเด็นหลัก ไม่ได้เป็นการขอให้ใครตรวจสอบว่าสิ่งใดจริงหรือไม่ เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค คำเชื่อมเชิงวาทกรรมนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการยอมรับประเด็นหนึ่งโดยไม่ละทิ้งข้อสรุปหลัก

แบบฝึกหัด

“to be sure,” ทำหน้าที่อะไรในประโยค “To be sure, the plan is expensive, but it could save money later”?

  1. ยอมรับว่าแผนมีราคาแพง ก่อนเสนอประเด็นอีกด้านหนึ่ง
  2. ขอให้ใครสักคนตรวจสอบว่าแผนมีค่าใช้จ่ายเท่าไร
  3. บอกว่าแผนจะช่วยประหยัดเงินได้อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ยอมรับว่าแผนมีราคาแพง ก่อนเสนอประเด็นอีกด้านหนึ่ง

For instance, poopy diapers.

4:07

อย่างเช่น ผ้าอ้อมเปื้อนอึ

Researchers have found that mothers,

4:10

นักวิจัยพบว่าคุณแม่ทั้งหลาย

when exposed to soiled diapers, ไวยากรณ์

4:12

เมื่อเจอกับผ้าอ้อมที่เปื้อนอึ

tend to consider the smell coming from their own child's diaper

4:15

มักมองว่ากลิ่นจากผ้าอ้อมของลูกตัวเอง

to be the least terrible, ไวยากรณ์

4:19

เหม็นน้อยที่สุด

despite not knowing which diaper belonged to which kid. ไวยากรณ์

4:23

แม้จะไม่รู้ว่าผ้าอ้อมชิ้นไหนเป็นของเด็กคนไหนก็ตาม

ไวยากรณ์

อนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว “when exposed to”

“When exposed to” เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว รูปเต็มในที่นี้คือ “when they are exposed to” ประธาน “they” ที่ถูกละหมายถึง “mothers” และคำกริยาช่องสาม “exposed” แสดงว่าเหล่าแม่เป็นฝ่ายรับสิ่งกระตุ้น ไม่ใช่ฝ่ายก่อให้เกิดสิ่งนั้น โครงสร้างนี้หมายถึง “เมื่อคนหรือสิ่งของถูกทำให้สัมผัสกับ X หรือได้รับผลจาก X” พบได้บ่อยในงานวิจัยและคำอธิบายที่เป็นทางการ เพราะช่วยไม่ให้ต้องพูดประธานและ “be” ซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ “when they were exposed to”: The volunteers, ____ bright light, wore protective glasses.

ดูคำตอบ

when exposed to

ไวยากรณ์

the least terrible: ตัวเลือกที่แย่น้อยที่สุดในกลุ่มตัวเลือกที่แย่

โครงสร้าง the least + คำคุณศัพท์ เป็นรูปขั้นสูงสุด ซึ่งชี้ถึงสมาชิกในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบซึ่งมีคุณสมบัตินั้นในระดับต่ำที่สุด ในที่นี้ terrible เป็นคำเชิงลบ ดังนั้น the least terrible จึงหมายถึง “แย่น้อยกว่ากลิ่นผ้าอ้อมอื่นทุกกลิ่นที่นำมาเปรียบเทียบ” ไม่ได้หมายความว่า pleasant หรือ good แต่เป็นเพียงการจัดอันดับตัวเลือกที่แย่หลายตัวเลือก แล้วเลือกตัวเลือกที่ดีกว่าโดยเปรียบเทียบเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษที่เน้นไว้: Of the three proposals, none is good, but this one is ____.

ดูคำตอบ

the least terrible

ไวยากรณ์

despite not knowing: despite + วลี -ing เชิงปฏิเสธ

Despite นำเสนอความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง กล่าวคือ การไม่รู้ข้อมูลตามปกติควรทำให้ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้ยากกว่าที่คาด แต่ผลลัพธ์ก็ยังเกิดขึ้น ใน despite not knowing คำว่า despite เป็นคำบุพบท และ not knowing เป็นวลี gerund เชิงปฏิเสธ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ despite + คำนามหรือวลี -ing ในที่นี้ not อยู่หน้า knowing เพื่อทำให้รูป -ing เป็นปฏิเสธ

แบบฝึกหัด

ใช้ despite ตามด้วยรูป -ing เชิงปฏิเสธของ know เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the address, Mia found the café by following the signs.

ดูคำตอบ

Despite not knowing

When something retains juvenile traits all the way through adulthood, วลี

4:26

เมื่อสิ่งมีชีวิตยังคงลักษณะวัยเยาว์ไว้จนโตเต็มวัย

it is called neoteny, การใช้คำ

4:31

เราเรียกสิ่งนี้ว่า neoteny

วลี

all the way through adulthood: เน้นช่วงเวลาทั้งหมด

all the way through adulthood หมายถึงบางสิ่งดำเนินต่อไปตลอดช่วงโตเต็มวัยทั้งหมด โดยไม่หยุดก่อนที่ช่วงนั้นจะสิ้นสุด ในประโยคนี้ ลักษณะวัยอ่อนถูกคงไว้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หายไปแล้วกลับมาปรากฏอีกครั้ง รูปแบบ all the way through + ช่วงเวลา เพิ่มน้ำหนักให้คำว่า through โดยเน้นทั้งความต่อเนื่องและการครอบคลุมตลอดทั้งขั้นตอนหรือกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่เน้นช่วงเวลาทั้งหมด: The free classes run ____ the summer.

ดูคำตอบ

all the way through

การใช้คำ

neoteny: การคงลักษณะวัยอ่อนหลังโตเต็มวัย

neoteny คือการที่สิ่งมีชีวิตยังคงลักษณะทางร่างกายหรือพัฒนาการของวัยอ่อนไว้หลังจากโตเต็มวัยแล้ว ในที่นี้คำดังกล่าวใช้เรียกรูปแบบที่อธิบายในอนุประโยค when คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุน้อย ทำตัวเป็นเด็ก หรือดูน่ารัก แนวคิดสำคัญคือลักษณะที่เกี่ยวข้องกับช่วงชีวิตก่อนหน้ายังคงอยู่ในรูปแบบที่โตเต็มวัยแล้ว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง neoteny ได้ดีที่สุด

  1. สุนัขโตเต็มวัยเรียนรู้ท่าใหม่
  2. ซาลาแมนเดอร์ตัวเต็มวัยยังมีเหงือกซึ่งปกติเกี่ยวข้องกับระยะตัวอ่อน
  3. ลูกสุนัขยังไม่โตเต็มวัย
ดูคำตอบ

ซาลาแมนเดอร์ตัวเต็มวัยยังมีเหงือกซึ่งปกติเกี่ยวข้องกับระยะตัวอ่อน

and we love it,

4:33

และเราก็ชอบมัน

especially in animals that we keep as pets.

4:34

โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงของเรา

Of course,

4:38

แน่นอนว่า

us humans have selectively bred all kinds of animals การใช้คำ

4:39

มนุษย์เราได้คัดเลือกผสมพันธุ์สัตว์นานาชนิด

to make each generation more and more useful to us.

4:42

เพื่อให้สัตว์แต่ละรุ่นมีประโยชน์ต่อเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

การใช้คำ

selectively bred: การเลือกพ่อแม่พันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะที่ต้องการ

ในประโยคนี้ selectively bred หมายถึงมนุษย์จงใจเลือกสัตว์ที่มีลักษณะตามต้องการให้สืบพันธุ์ bred เป็นรูป past participle ของ breed ส่วน selectively แสดงว่าการเลือกนั้นอาศัยลักษณะเฉพาะเป็นเกณฑ์ กระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายรุ่น ทำให้ลักษณะเหล่านั้นพบได้บ่อยขึ้น breed ในที่นี้หมายถึงการควบคุมการสืบพันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ไม่ใช่เพียงการให้อาหาร เลี้ยงดู หรือดูแลสัตว์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำศัพท์สองคำที่หมายถึงการเลือกพ่อแม่พันธุ์เพื่อถ่ายทอดลักษณะที่ต้องการ: These cattle were ____ for heat tolerance.

ดูคำตอบ

selectively bred

But the dog may be the animal that we have spent the most time designing, ไวยากรณ์

4:46

แต่สุนัขอาจเป็นสัตว์ที่เราใช้เวลาออกแบบมากที่สุด

ไวยากรณ์

spend the most time designing: โครงสร้าง spend time doing ที่ใช้ขั้นสูงสุด

อนุประโยคนี้ใช้โครงสร้าง spend + จำนวนเวลา + -ing: we have spent the most time designing [the dog] คำว่า the most เปรียบเทียบเวลานี้กับเวลาที่ใช้สร้างลักษณะของสัตว์ชนิดอื่น ในอนุประโยคสัมพันธ์ dog เป็นกรรมที่เข้าใจได้ของ designing คำว่า designing ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ มนุษย์ไม่ได้ออกแบบสุนัขเสร็จในครั้งเดียว วลีนี้นำเสนอการคัดเลือกพันธุ์ตลอดหลายรุ่นว่าเป็นกระบวนการยาวนานในการสร้างลักษณะของสัตว์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปอดีตของ spend the most time answering: Of all the support agents, Lina ____ customer questions.

ดูคำตอบ

spent the most time answering

making each generation better at hunting

4:52

ทำให้แต่ละรุ่นล่าสัตว์เก่งขึ้น

or better at staying cuter for longer.

4:55

หรือคงความน่ารักไว้ได้นานขึ้น

Dogs like this have been designed by us ไวยากรณ์

5:00

เราได้ออกแบบสุนัขแบบนี้มา

to look, grow, and behave in ways that we want,

5:04

ให้มีหน้าตา เติบโต และประพฤติตัวในแบบที่เราต้องการ

ไวยากรณ์

have been designed by us to: present perfect แบบถูกกระทำ ผู้กระทำ และจุดประสงค์

have been designed เป็นโครงสร้าง present perfect แบบถูกกระทำ คือ have + been + กริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้ทำให้ dogs เป็นประธานทางไวยากรณ์แทนคนที่ทำการคัดเลือก และนำเสนอลักษณะในปัจจุบันของสุนัขว่าเป็นผลจากกระบวนการที่ดำเนินมาตลอดหลายรุ่นก่อนหน้า by us ระบุผู้กระทำที่รับผิดชอบต่อกระบวนการนั้น ส่วน to-infinitive ที่ตามมาบอกผลที่ตั้งใจหรือจุดประสงค์ คือเพื่อให้มีรูปลักษณ์ เติบโต และประพฤติตัวในลักษณะบางอย่าง to ตรงนี้เป็นส่วนของวลีบอกจุดประสงค์ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูป passive เอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect แบบถูกกระทำของ design และ infinitive บอกจุดประสงค์ของ make: After several updates, the controls ____ by the team ____ the app easier for first-time users.

ดูคำตอบ

have been designed · to make

not that dissimilar from how we would design, say, a DVD player and its features. ไวยากรณ์

5:08

ไม่ต่างจากการออกแบบเครื่องเล่น DVD กับฟีเจอร์ต่าง ๆ ของมันเท่าไรนัก

ไวยากรณ์

not that dissimilar from: การบอกความคล้ายอย่างนุ่มนวล

ใน not that dissimilar from คำว่า that เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ขนาดนั้น” หรือ “ถึงระดับนั้น” คำปฏิเสธ not ครอบคลุม that dissimilar ทั้งหมด ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ไม่ได้แตกต่างขนาดนั้น” ซึ่งโดยทั่วไปสื่อว่าสองสิ่งค่อนข้างคล้ายกัน นี่เป็นการเปรียบเทียบแบบลดความแรง ไม่ใช่การอ้างว่าสองสิ่งเหมือนกันทุกประการ ผู้พูดสามารถยอมรับว่ามีความต่างบางส่วน พร้อมกับเน้นว่ากระบวนการพื้นฐานนั้นนำมาเปรียบเทียบกันได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new schedule is not that dissimilar from the old one,” ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดยังไม่ได้เปรียบเทียบตารางเวลาทั้งสอง
  2. ตารางเวลาทั้งสองค่อนข้างคล้ายกัน แม้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกประการ
  3. ตารางเวลาทั้งสองเหมือนกันทุกประการ
  4. ตารางเวลาทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ตารางเวลาทั้งสองค่อนข้างคล้ายกัน แม้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกประการ

So whether it's staying cute forever ไวยากรณ์

5:13

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการคงความน่ารักไว้ตลอดไป

or just being a really great hunting companion,

5:16

หรือเพียงแค่เป็นเพื่อนล่าสัตว์ที่ยอดเยี่ยม

ไวยากรณ์

whether it's A or B: สองทางเลือกภายใต้ข้อสรุปเดียว

อนุประโยค whether it's A or B เปิดขอบเขตของทางเลือกสองแบบ ในที่นี้ A คือ staying cute forever และ B คือ being a really great hunting companion ซึ่งทั้งคู่เป็นลักษณะที่มนุษย์อาจต้องการให้เกิดขึ้นผ่านการเพาะพันธุ์ whether ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่หมายความว่าข้อสรุปหลักยังคงใช้ได้ไม่ว่าทางเลือกใดจะเป็นจริง ทางเลือกทั้งสองควรมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในประโยคนี้ staying และ being ต่างก็เป็นรูป -ing ผู้ฟังจึงเข้าใจได้ว่าเป็นความเป็นไปได้สองแบบที่มีโครงสร้างสอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย whether it's ... or เพื่อให้กิจกรรมทั้งสองนำไปสู่ผลเดียวกัน: ____ reading quietly ____ discussing the story with friends, Leo learns something new.

ดูคำตอบ

Whether it's · or

the modern dog, more than any other animal,

5:19

เมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่น สุนัขยุคใหม่อาจถือได้ว่า

could be considered not so much a consequence of nature ไวยากรณ์

5:22

ไม่ได้เป็นผลผลิตจากธรรมชาติมากนัก

as much as it is a piece of human technology. สำนวน

5:26

แต่เป็นเทคโนโลยีชิ้นหนึ่งของมนุษย์มากกว่า

ไวยากรณ์

not so much A as B: ย้ายจุดเน้นไปที่ B

รูปขยาย not so much A as much as it is B ปรับน้ำหนักของคำอธิบายสองแบบใหม่ รูปมาตรฐานที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ not so much A as B โดย A อาจมีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่ B ถูกเสนอให้เป็นคำอธิบายที่แม่นยำหรือสำคัญกว่า ในที่นี้ consequence of nature เป็นการจัดประเภทที่ถูกลดน้ำหนัก ส่วน piece of human technology เป็นการจัดประเภทที่ถูกเน้นมากกว่า ประเด็นไม่ใช่ว่าธรรมชาติไม่มีบทบาทเลย แต่คือการเพาะพันธุ์โดยเจตนาของมนุษย์อธิบายสุนัขสมัยใหม่ได้ดีกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป not so much A as B ที่ใช้ปรับน้ำหนัก: The meeting was ____ a debate ____ a careful exchange of ideas.

ดูคำตอบ

not so much · as

สำนวน

a piece of human technology ในฐานะอุปมา

ในประโยคนี้ a piece of human technology เป็นอุปมาที่มองสุนัขสมัยใหม่ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์ตั้งใจหล่อหลอมผ่านการคัดเลือกพันธุ์ ที่นี่ technology มีความหมายกว้างถึงการออกแบบเชิงปฏิบัติของมนุษย์ ไม่ได้หมายถึงเพียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องจักร อุปมานี้เน้นอิทธิพลที่มีจุดมุ่งหมายต่อเนื่องหลายชั่วรุ่น ไม่ได้หมายความว่าสุนัขไม่มีชีวิตหรือถูกผลิตขึ้นจริง ๆ แต่เสนอว่าลักษณะหลายอย่างของสุนัขเป็นผลจากการเลือกซ้ำ ๆ ของมนุษย์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a piece of human technology บอกเป็นนัยอย่างไรเกี่ยวกับสุนัข?

  1. มีเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยีเท่านั้นที่มีอิทธิพลต่อสุนัข ไม่ใช่ธรรมชาติ
  2. ลักษณะหลายอย่างของสุนัขถูกมนุษย์ตั้งใจหล่อหลอมมาตลอดหลายชั่วรุ่น
  3. สุนัขเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในโรงงานจริง ๆ
ดูคำตอบ

ลักษณะหลายอย่างของสุนัขถูกมนุษย์ตั้งใจหล่อหลอมมาตลอดหลายชั่วรุ่น

As Science Friday puts it,

5:30

อย่างที่ Science Friday กล่าวไว้

the dog is man's best friend ลำดับความ

5:32

สุนัขคือเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์

because it may be man's best invention.

5:35

เพราะมันอาจเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดของมนุษย์

ลำดับความ

จาก man's best friend สู่ man's best invention

man's best friend เป็นสำนวนที่คุ้นเคยซึ่งนำเสนอสุนัขว่าเป็นเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ของมนุษยชาติ ประโยคนี้วางสำนวนดังกล่าวไว้ก่อนในฐานะข้อมูลร่วมที่ผู้ฟังจะจำได้ จากนั้นจึงกล่าว man's best ซ้ำ และแทน friend ด้วย invention โครงสร้างคู่ขนานนี้เปลี่ยนข้อโต้แย้งเรื่องการคัดเลือกพันธุ์ให้เป็นประโยคปิดที่สั้นและคมคาย กล่าวคือ สุนัขอาจใกล้ชิดกับมนุษย์ส่วนหนึ่งเพราะมนุษย์ช่วยหล่อหลอมมันขึ้นมา invention เป็นถ้อยคำเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การอ้างว่าคนใดคนหนึ่งประดิษฐ์สุนัขขึ้นมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดอธิบายการจัดโครงสร้างของตอนจบได้ดีที่สุด?

  1. เริ่มด้วยสำนวนที่คุ้นเคย man's best friend กล่าว man's best ซ้ำ แล้วแทน friend ด้วย invention เพื่อสร้างข้อสรุปที่น่าจดจำ
  2. ให้คำจำกัดความของสุนัขสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แล้วจึงแก้ไขคำจำกัดความแรก
  3. ใช้ friend และ invention เป็นคำพ้องความหมายที่ตรงกันทุกประการในข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ตามตัวอักษร
ดูคำตอบ

เริ่มด้วยสำนวนที่คุ้นเคย man's best friend กล่าว man's best ซ้ำ แล้วแทน friend ด้วย invention เพื่อสร้างข้อสรุปที่น่าจดจำ

So go pet a cute dog today.

5:39

วันนี้ก็ไปลูบสุนัขน่ารัก ๆ สักตัวกันนะ

And as always,

5:41

และเช่นเคย

thanks for watching.

5:42

ขอบคุณที่รับชมครับ