ทำไมคุณถึงเอาโลหะเข้าไมโครเวฟไม่ได้? - Aaron Slepkov: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
703 คำ 136 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การค้นพบโดยบังเอิญของเพอร์ซี สเปนเซอร์เชื่อมโยงเทคโนโลยีเรดาร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สองเข้ากับเตาไมโครเวฟ วิดีโออธิบายว่าไมโครเวฟทำให้อาหารที่มีน้ำร้อนขึ้นด้วยการเคลื่อนที่ของโมเลกุลอย่างไร เหตุใดจึงไม่ทำลายพันธะเคมี และโลหะอาจก่อประกายไฟภายใต้เงื่อนไขใด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. would soon have other surprising applications. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการใช้ would soon have เพื่อเกริ่นถึงเหตุการณ์ที่จะตามมา โดยเล่าจากมุมมองในอดีต คุณสามารถใช้ในชีวประวัติหรือเรื่องเล่าวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความคาดหวัง และพาผู้ฟังจากการใช้งานเรดาร์เดิมไปสู่การค้นพบที่คาดไม่ถึง 2. mechanically through friction, / chemically. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าการนำคำวิเศษณ์ลงท้ายด้วย -ly มาเปรียบต่างกันช่วยระบุลักษณะของผลกระทบได้อย่างแม่นยำ ที่นี่เป็นการแยกความร้อนจากการเคลื่อนที่และแรงเสียดทานของโมเลกุลออกจากการเปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมี จึงช่วยให้อ่านข้ออ้างเชิงวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง 3. as long as it doesn't approach the oven's walls, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ as long as เพื่อระบุเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความหรือการประเมินความปลอดภัยเป็นจริง รูปแบบนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวแบบเหมารวม และอธิบายได้ว่าวัตถุโลหะอาจไม่ก่อเหตุในไมโครเวฟก็ต่อเมื่ออยู่ห่างจากผนังเตา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

American engineer Percy Spencer

0:07

เพอร์ซี สเปนเซอร์ วิศวกรชาวอเมริกัน

developed World War II radar technology

0:09

ได้พัฒนาเทคโนโลยีเรดาร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

that helped detect Nazi airplanes,

0:12

ซึ่งช่วยในการตรวจจับเครื่องบินของนาซี

but it would soon have other surprising applications. ลำดับความ

0:15

แต่มันกำลังจะมีการนำไปใช้งานที่น่าประหลาดใจอย่างอื่นในไม่ช้า

ลำดับความ

would soon have...: เกริ่นถึงพัฒนาการภายหลังจากมุมมองในอดีต

ในการเล่าเรื่องที่มีฉากเป็นอดีตนี้ would มองไปข้างหน้าจากช่วงเวลาก่อนหน้าในเรื่องถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้แสดงความเต็มใจ it หมายถึงเทคโนโลยีเรดาร์ และ would soon have other surprising applications หมายความว่าไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดการใช้งานใหม่ ๆ ขึ้น วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับเรื่องด้วย โดยเกริ่นถึงพัฒนาการถัดไปก่อนจะอธิบายรายละเอียด ประโยคที่มองไปข้างหน้าแบบนี้ช่วยสร้างความอยากรู้ในงานเขียนด้านประวัติศาสตร์ ชีวประวัติ และวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เลือกคำอธิบายที่ตรงที่สุดเกี่ยวกับหน้าที่ของ would ในประโยค

  1. บอกว่าการใช้งานที่น่าประหลาดใจมีอยู่แล้วในขณะนั้น
  2. แสดงว่าเทคโนโลยีต้องการมีการใช้งานใหม่
  3. เกริ่นถึงพัฒนาการภายหลังจากมุมมองในอดีต
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงพัฒนาการภายหลังจากมุมมองในอดีต

One day in 1945,

0:19

วันหนึ่งในปี ค.ศ. 1945

Spencer was standing near a radar instrument called a magnetron, ไวยากรณ์

0:21

สเปนเซอร์ยืนอยู่ใกล้อุปกรณ์เรดาร์ที่เรียกว่าแมกนีตรอน

ไวยากรณ์

was standing near: ใช้ past continuous สร้างฉากหลังในอดีต

Was standing near ใช้ past continuous ซึ่งมีโครงสร้าง was + คำกริยาเติม -ing และ near ในที่นี้ใช้บอกตำแหน่ง โครงสร้างนี้แสดงว่าสเปนเซอร์อยู่ในท่ายืนนั้นต่อเนื่องอยู่แล้ว ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ในการเล่าเรื่อง past continuous มักใช้สร้างฉากหลัง จากนั้นจึงใช้กริยา simple past เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในฉากนั้น เช่น was standing... when someone called

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past continuous ของ stand เพื่อสร้างฉากหลัง: One afternoon, Maya ____ near the window when the lights went out.

ดูคำตอบ

was standing

a device that produced high intensity microwaves

0:25

ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สร้างไมโครเวฟความเข้มสูง

ไวยากรณ์

called a magnetron, a device that...: การบอกชื่อและนิยามคำศัพท์

ใน called a magnetron คำว่า called เริ่มอนุประโยคสัมพัทธ์รูปถูกกระทำที่ย่อมาจาก a radar instrument that was called a magnetron โครงสร้างนี้บอกชื่อเครื่องมือโดยไม่ต้องเริ่มประโยคหลักใหม่ หลังเครื่องหมายจุลภาค a device หมายถึงสิ่งเดียวกับ magnetron จึงเป็นส่วนขยายแบบนามซ้อน ส่วนอนุประโยคสัมพัทธ์ that produced high intensity microwaves อธิบายว่าอุปกรณ์นี้ทำอะไร รูปแบบ คำศัพท์, a/an + คำนามบอกประเภท + that... ช่วยนิยามคำศัพท์ใหม่ไปพร้อมกับการดำเนินประโยคต่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชื่อเครื่องมือที่ไม่คุ้นเคย แล้วอธิบายเครื่องมือนั้นอย่างถูกต้องด้วยส่วนขยายแบบนามซ้อนและอนุประโยคสัมพัทธ์

  1. The rover uses an instrument called a spectrometer and a device that analyzes light.
  2. The rover uses an instrument called a spectrometer, a device that analyzes light.
  3. The rover uses an instrument called a spectrometer, that a device analyzes light.
ดูคำตอบ

The rover uses an instrument called a spectrometer, a device that analyzes light.

that could reflect off planes. วลี

0:29

ที่สามารถสะท้อนกลับจากเครื่องบินได้

วลี

reflect off planes: สะท้อนกลับจากพื้นผิว

ใน reflect off planes ไมโครเวฟกระทบเครื่องบินแล้วสะท้อนกลับจากพื้นผิวของเครื่องบิน ตรงนี้ off หมายถึงเคลื่อนออกจากพื้นผิวหลังจากสัมผัส ไม่ได้หมายถึงปิด ใช้ reflect off + วัตถุหรือพื้นผิว เพื่ออธิบายแสง เสียง สัญญาณวิทยุ หรือคลื่นอื่นที่เปลี่ยนทิศทางหลังจากกระทบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าคลื่นเรดาร์สะท้อนกลับหลังจากกระทบวัตถุโลหะขนาดใหญ่

  1. Radar waves can turn off large metal objects.
  2. Radar waves can reflect off large metal objects.
  3. Radar waves can reflect large metal objects off.
ดูคำตอบ

Radar waves can reflect off large metal objects.

Suddenly, he noticed

0:31

ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่า

that the candy bar in his pocket had melted. ไวยากรณ์

0:33

แท่งขนมในกระเป๋าของเขาละลาย

ไวยากรณ์

had melted: ระบุเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดก่อน

had melted เป็น past perfect มีโครงสร้าง had + past participle melted รูปนี้บอกว่าช็อกโกแลตละลายเสร็จก่อนการกระทำในอดีตที่เกิดทีหลังคือ noticed ใช้ past perfect เมื่อเรื่องเล่ามองย้อนจากช่วงเวลาหนึ่งในอดีตไปยังเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านั้น ในที่นี้ had เป็นกริยาช่วย ไม่ใช่กริยาหลักที่หมายถึง “เป็นเจ้าของ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ melt: By the time Ava checked her lunch bag, the chocolate ____.

ดูคำตอบ

had melted

He exposed other things to the magnetron, วลี

0:36

เขาลองนำสิ่งอื่น ๆ ไปวางใกล้แมกนีตรอน

วลี

expose X to Y: ทำให้ X สัมผัสกับ Y

exposed other things to the magnetron ใช้โครงสร้าง expose X to Y ซึ่งหมายถึงทำให้ X สัมผัสกับ Y หรือได้รับผลจาก Y ในที่นี้ X คือ other things และ Y คือ the magnetron เขาจึงวางสิ่งของไว้ในตำแหน่งที่อุปกรณ์ส่งผลต่อสิ่งเหล่านั้นได้ ในบริบทด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และความปลอดภัย Y มักเป็นแหล่งของแสง รังสี ความร้อน สารเคมี หรือโรค ในโครงสร้างนี้ expose ไม่ได้หมายถึง “เปิดเผยความลับ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ expose X to Y ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าตัวอย่างถูกนำไปไว้ใต้แสงอัลตราไวโอเลต

  1. The researchers exposed the samples to ultraviolet light.
  2. The researchers exposed ultraviolet light to the samples.
  3. The researchers exposed the samples with ultraviolet light.
ดูคำตอบ

The researchers exposed the samples to ultraviolet light.

and sure enough, popcorn kernels popped, วลี

0:38

และแน่นอน เมล็ดข้าวโพดก็แตกตัวเป็นป๊อปคอร์น

วลี

sure enough: เกริ่นผลลัพธ์ที่เป็นไปตามคาด

sure enough เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่หมายถึง “เป็นไปตามที่คาด” หรือ “ตรงตามที่ทำนายไว้” ในประโยคนี้ คำนี้เชื่อมการทดลองหรือความคาดหมายก่อนหน้าเข้ากับผลที่ยืนยันสิ่งนั้น นั่นคือเมล็ดข้าวโพดแตกจริง ให้เข้าใจสองคำนี้เป็นสำนวนเดียว โดยมักวางไว้ก่อนผลลัพธ์และคั่นด้วยจุลภาค ไม่ได้หมายถึง “แน่ใจเพียงพอ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่ใช้เมื่อผลลัพธ์ยืนยันสิ่งบอกเหตุก่อนหน้า: The lock looked broken, and ____, the key would not turn.

ดูคำตอบ

sure enough

and an egg, well, exploded onto a colleague. น้ำเสียง/เจตนา

0:41

และไข่ก็ เอิ่ม... ระเบิดใส่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง

น้ำเสียง/เจตนา

well: หยุดก่อนบอกเรื่องน่าประหลาดใจที่ชวนกระอักกระอ่วน

well ในที่นี้เป็นคำบอกท่าทีที่แทรกอยู่ในประโยค ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สุขภาพดี” หรือคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “อย่างชำนาญ” ผู้พูดชะลอข่าวสำคัญไว้ชั่วครู่ก่อนบอกว่าไข่ระเบิดกระเด็นใส่เพื่อนร่วมงาน การหยุดนี้บอกเป็นนัยว่าผลลัพธ์ชวนกระอักกระอ่วน น่าประหลาดใจ หรือพูดตรง ๆ ได้ยาก ในการเล่าเรื่อง ยังช่วยให้ช่วงเปิดเผยผลมีอารมณ์ขันเล็กน้อยได้ด้วย

แบบฝึกหัด

well ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? “The team tested the model, and it, well, fell apart immediately.”

  1. สร้างการหยุดก่อนผลลัพธ์ที่ชวนกระอักกระอ่วนและน่าประหลาดใจ
  2. บอกว่าแบบจำลองมีสุขภาพดี
  3. บอกว่าแบบจำลองพังลงอย่างชำนาญ
ดูคำตอบ

สร้างการหยุดก่อนผลลัพธ์ที่ชวนกระอักกระอ่วนและน่าประหลาดใจ

Soon after, the first microwave oven became available,

0:45

ไม่นานหลังจากนั้น เตาไมโครเวฟเครื่องแรกก็ถูกวางจำหน่าย

operating using the very same technology. วลี

0:49

ซึ่งทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเดียวกันทุกประการ

วลี

the very same technology: การเน้นว่าเป็นสิ่งเดียวกันทุกประการ

ในวลี the very same technology คำว่า very ใช้เน้นคำว่า same วลีนี้หมายถึง “เทคโนโลยีเดียวกับที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ทุกประการ” ไม่ใช่ “เทคโนโลยีที่คล้ายกันมาก” ในประโยคนี้หมายถึงเทคโนโลยีไมโครเวฟที่ก่อนหน้านี้เชื่อมโยงกับเรดาร์และแมกนีตรอน ใช้โครงสร้าง the very same + คำนาม เมื่อการเป็นสิ่งเดียวกันทุกประการนั้นน่าประหลาดใจหรือควรเน้น เช่น the very same room และ the very same method ในโครงสร้างนี้ very ไม่ได้หมายถึง “มาก” ตามปกติ แต่ใช้เพิ่มน้ำหนักให้ same

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอต้องการเน้นว่าเครื่องจักรสองเครื่องใช้การออกแบบเซ็นเซอร์แบบเดียวกับที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ทุกประการ ไม่ใช่แค่แบบที่คล้ายกัน ประโยคใดสื่อความหมายนี้

  1. Both machines use the same type of sensor.
  2. Both machines use similar sensor designs.
  3. Both machines use the very same sensor design.
ดูคำตอบ

Both machines use the very same sensor design.

So, how does it work? ลำดับความ

0:52

แล้วมันทำงานอย่างไรล่ะ?

ลำดับความ

So, how does it work?: คำถามที่ใช้เปิดการอธิบายหลักการทำงาน

ในที่นี้ it หมายถึงเตาไมโครเวฟ คำถามนี้ถามถึงวิธีการทำงานของเตา และยังทำหน้าที่เปลี่ยนเนื้อหาจากเรื่องราวการประดิษฐ์ไปสู่หลักวิทยาศาสตร์เบื้องหลังเตาไมโครเวฟ So เชื่อมคำถามกับเนื้อหาก่อนหน้า ส่วนคำถามทั้งประโยคบอกผู้ฟังว่าหัวข้อถัดไปจะอธิบายอะไร รูปแบบที่ตั้งคำถามแล้วตามด้วยคำอธิบายเช่นนี้พบได้บ่อยในวิดีโอวิทยาศาสตร์ งานนำเสนอ และบทสอน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งอธิบายว่าเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่ทำอะไรได้บ้าง และตอนนี้ต้องการเริ่มอธิบายกลไกการทำงาน ประโยคเปลี่ยนหัวข้อใดเหมาะสมที่สุด

  1. So, how does it work?
  2. So, who bought it first?
  3. So, when did it arrive?
ดูคำตอบ

So, how does it work?

All light energy travels in waves

0:54

พลังงานแสงทั้งหมดเดินทางในรูปของคลื่น

of oscillating electric and magnetic fields.

0:56

ของการแกว่งกวัดของสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก

These oscillations span a range of frequencies วลี

1:00

การแกว่งกวัดเหล่านี้ครอบคลุมช่วงความถี่

comprising the electromagnetic spectrum. การใช้คำ

1:03

ที่ประกอบกันเป็นสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า

วลี

span a range of frequencies: ครอบคลุมช่วงหนึ่ง

ในประโยคนี้ span a range of frequencies หมายถึง “แผ่ครอบคลุมหลายความถี่” หรือ “ครอบคลุมช่วงความถี่หนึ่ง” span เป็นคำกริยาที่บอกความกว้างของขอบเขต ไม่ได้ใช้กับช่วงเวลาเท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ span a range of + คำนามพหูพจน์ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งครอบคลุมค่าต่าง ๆ ระดับ อายุ หัวข้อ หรือหมวดหมู่อื่น ๆ โดยประธานคือสิ่งที่กำลังอธิบายขอบเขตการครอบคลุม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ span a range of: The library collection ____ reading levels, from beginner to advanced.

ดูคำตอบ

spans a range of

การใช้คำ

comprising the electromagnetic spectrum: ความสัมพันธ์การประกอบที่ย่อไว้

comprising the electromagnetic spectrum ขยายคำนาม frequencies ที่อยู่ข้างหน้า เป็นอนุประโยคกริยารูป present participle ที่มีความหมายเท่ากับ that comprise the electromagnetic spectrum กล่าวคือ ความถี่ต่าง ๆ ประกอบกันเป็นสเปกตรัม เนื่องจาก comprising ไม่มีประธานใหม่ระบุไว้ ประธานที่เข้าใจได้จึงมาจากคำนามที่มันขยาย โครงสร้างแบบย่อนี้พบบ่อยในคำอธิบายที่มีข้อมูลหนาแน่น และช่วยเพิ่มความสัมพันธ์เชิงนิยามโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ comprising ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าแผงต่าง ๆ ประกอบกันเป็นจอแสดงผล

  1. The panels are comprising the display are easy to replace.
  2. The panels comprising the display are easy to replace.
  3. The panels comprising of the display are easy to replace.
ดูคำตอบ

The panels comprising the display are easy to replace.

The higher the frequency, the more energetic. ไวยากรณ์

1:06

ยิ่งความถี่สูง พลังงานก็ยิ่งมาก

ไวยากรณ์

The higher..., the more...: การเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน

The higher..., the more... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ the + ขั้นกว่า..., the + ขั้นกว่า... ใช้บอกว่าเมื่อปริมาณหนึ่งเปลี่ยน อีกปริมาณหนึ่งก็เปลี่ยนตาม ในประโยคนี้ ความถี่ที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับพลังงานที่มากขึ้น ในโครงสร้างนี้ the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายทางไวยากรณ์ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ ข้อความสั้นในคำบรรยายละคำที่เข้าใจได้จากบริบทไว้ รูปที่สมบูรณ์กว่าอาจเป็น: The higher the frequency is, the more energetic it is.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่ายิ่งฝึกมากก็ยิ่งมั่นใจ

  1. The more you practice, the more confident you become.
  2. The most you practice, the most confident you become.
  3. More you practice, more confident you become.
ดูคำตอบ

The more you practice, the more confident you become.

Gamma rays and X-rays have the highest frequencies,

1:09

รังสีแกมมาและรังสีเอกซ์มีความถี่สูงที่สุด

microwaves and radio waves, the lowest.

1:13

ไมโครเวฟและคลื่นวิทยุมีความถี่ต่ำที่สุด

Generally, light's oscillating electric field

1:16

โดยทั่วไปแล้ว สนามไฟฟ้าที่แกว่งกวัดของแสง

exerts forces on charged particles, วลี

1:18

จะออกแรงกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุ

like the electrons in a molecule.

1:21

เช่น อิเล็กตรอนในโมเลกุล

วลี

exert forces on: คำที่ใช้ร่วมกันทางวิทยาศาสตร์เพื่อบอกการออกแรง

ใน exerts forces on charged particles คำว่า exert หมายถึงออกแรงหรือกระทำแรง ไม่ใช่พยายาม รูปแบบคือ exert a force/forces on + สิ่งที่ได้รับแรง ในประโยคนี้ light's oscillating electric field เป็นแหล่งกำเนิดแรง และ charged particles เป็นสิ่งที่ได้รับแรง นี่เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นมาตรฐานและแม่นยำในงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม การใช้ forces พหูพจน์เป็นธรรมชาติ เพราะกล่าวโดยรวมถึงแรงที่กระทำต่ออนุภาคหลายตัว ส่วน a force มักใช้เมื่อกล่าวถึงแรงหนึ่งแรงที่กระทำต่อวัตถุหนึ่งชิ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของคำที่ใช้ร่วมกันทางวิทยาศาสตร์ exert a force on: A magnet ____ a nearby steel ball.

ดูคำตอบ

exerts a force on

When light encounters polar molecules, like water,

1:23

เมื่อแสงสัมผัสกับโมเลกุลแบบมีขั้ว เช่น น้ำ

it can make them rotate ไวยากรณ์

1:27

มันสามารถทำให้พวกมันหมุนได้

as their positive and negative regions

1:29

เนื่องจากบริเวณขั้วบวกและขั้วลบของพวกมัน

are pushed and pulled in different directions. วลี

1:31

ถูกผลักและดึงไปในทิศทางที่แตกต่างกัน

ไวยากรณ์

make them rotate: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

make them rotate ใช้โครงสร้างแสดงเหตุ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ them หมายถึง polar molecules ส่วน rotate คือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ กล่าวคือ แสงสามารถทำให้โมเลกุลหมุนได้ ในประโยคแสดงเหตุแบบประธานเป็นผู้กระทำ กริยาหลังกรรมไม่ใช้ to จึงพูดว่า make them rotate ไม่ใช่ make them to rotate โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าแรง เหตุการณ์ หรือเงื่อนไขทำให้คนหรือสิ่งของเกิดการกระทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง

  1. The magnetic field makes move the needle.
  2. The magnetic field makes the needle to move.
  3. The magnetic field makes the needle move.
ดูคำตอบ

The magnetic field makes the needle move.

วลี

pushed and pulled: การกระทำแบบถูกกระทำที่ใช้เป็นคู่

หลัง are คำว่า pushed และ pulled เป็นรูปกริยาถูกกระทำสองคำที่เชื่อมกัน บริเวณขั้วบวกและขั้วลบเป็นฝ่ายรับการกระทำทั้งสอง ประโยคจึงเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับบริเวณเหล่านั้น ไม่ได้เน้นว่าสิ่งใดเป็นผู้ให้แรง การใช้ push คู่กับ pull เน้นแรงที่กระทำในทิศทางตรงข้ามกัน ในประโยคนี้ คำคู่นี้ช่วยอธิบายการหมุน ไม่ได้เป็นเพียงการบอกเหตุการณ์สองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายอย่างเป็นธรรมชาติว่าเชือกได้รับแรงจากทิศทางตรงข้ามกัน

  1. The rope pushed and pulled from opposite sides.
  2. The rope was push and pulled from opposite sides.
  3. The rope was pushed and pulled from opposite sides.
ดูคำตอบ

The rope was pushed and pulled from opposite sides.

The frequency the light is traveling at ไวยากรณ์

1:34

ความถี่ที่แสงเดินทางอยู่

also determines how it interacts with matter.

1:36

ยังเป็นตัวกำหนดวิธีที่มันทำปฏิกิริยากับสสารด้วย

ไวยากรณ์

The frequency the light is traveling at: ละคำสัมพันธ์และคง at ไว้ท้ายประโยค

The frequency the light is traveling at ประกอบด้วยคำนามหลัก frequency และอนุประโยคขยายคำนาม the light is traveling at โดยละคำสัมพันธ์ that หรือ which ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม ส่วน at ยังคงอยู่ท้ายประโยค เพราะโครงสร้างพื้นฐานคือ the light is traveling at that frequency รูปที่เป็นทางการกว่าคือ the frequency at which the light is traveling คำว่า at ท้ายประโยคไม่ได้เกินมา แต่เชื่อม traveling เข้ากับ frequency และทำให้ความสัมพันธ์สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่จำเป็นในรูป run at a speed: This is the speed the motor is running ____.

ดูคำตอบ

at

Microwaves interact strongly วลี

1:40

ไมโครเวฟทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรง

with the water molecules found in most foods.

1:42

กับโมเลกุลของน้ำที่พบในอาหารส่วนใหญ่

วลี

interact strongly with: ระบุอีกฝ่ายของปฏิสัมพันธ์

Interact with หมายถึงสิ่งสองสิ่งส่งผลต่อกัน ส่วน strongly เพิ่มระดับความแรง ดังนั้น interact strongly with จึงหมายถึงมีปฏิสัมพันธ์อย่างมากกับสิ่งที่ระบุหลัง with ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ with ใช้นำอีกฝ่ายหนึ่งของปฏิสัมพันธ์ เช่น วัสดุ โมเลกุล สนาม หรือระบบ หากทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วมกันอยู่แล้ว ก็อาจไม่ต้องใช้ with: The two chemicals interact strongly.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: This material can ____ sunlight.

ดูคำตอบ

interact strongly with

Essentially, they make the molecules jostle against each other, การใช้คำ

1:44

โดยพื้นฐานแล้ว พวกมันทำให้โมเลกุลชนและเบียดเสียดกัน

creating frictional heat.

1:48

ทำให้เกิดความร้อนจากการเสียดสี

การใช้คำ

jostle against each other: เบียดและชนกัน

ในที่นี้ jostle against each other หมายถึงโมเลกุลผลักและชนกัน jostle ให้ภาพของการสัมผัสกันอย่างเบียดเสียดและไม่เป็นระเบียบ จึงเห็นภาพชัดกว่าการใช้เพียง move each other ทำให้การกระทำเป็นแบบต่างฝ่ายต่างทำต่อกัน กล่าวคือโมเลกุลมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ส่วน against เน้นการสัมผัสระหว่างโมเลกุล วลีนี้จึงช่วยอธิบายว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความร้อนจากการเสียดสีในประโยคได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ jostle against each other: At the crowded doorway, the passengers ____ as they tried to enter.

ดูคำตอบ

jostled against each other

Household microwave ovens are fitted with cavity magnetrons. วลี

1:52

เตาไมโครเวฟในครัวเรือนติดตั้งด้วยโพรงแมกนีตรอน

วลี

be fitted with cavity magnetrons: มีชิ้นส่วนติดตั้งอยู่

ใน are fitted with cavity magnetrons โครงสร้าง be fitted with + คำนาม หมายถึง “มีชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์นั้นติดตั้งอยู่” เตาไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์ที่มีแมกนีตรอนติดตั้งอยู่ภายใน รูปแบบกรรมวาจกทำให้ความสนใจอยู่ที่อุปกรณ์และคุณสมบัติของมัน ไม่ใช่ผู้ที่ติดตั้ง ในที่นี้ fitted ไม่ได้หมายถึง “มีขนาดพอดี” แต่ใช้ความหมายของ fit ที่แปลว่าติดตั้งหรือจัดให้มีอุปกรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีกรรมวาจกที่หมายถึง “มีอุปกรณ์ติดตั้งอยู่”: The new school bus ____ seat belts.

ดูคำตอบ

is fitted with

When you activate a microwave oven,

1:56

เมื่อคุณเปิดใช้งานเตาไมโครเวฟ

a heated element within the magnetron ejects electrons,

1:58

ชิ้นส่วนทำความร้อนภายในแมกนีตรอนจะปล่อยอิเล็กตรอนออกมา

and a strong magnet forces them to spiral outwards. ไวยากรณ์

2:02

และแม่เหล็กกำลังสูงจะบังคับให้พวกมันหมุนวนออกไปด้านนอก

ไวยากรณ์

โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive ใน forces them to spiral outwards

ใน forces them to spiral outwards คำว่า force เป็นคำกริยา ใช้โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive โดย them หมายถึง electrons และ to spiral outwards บอกการเคลื่อนที่ที่แม่เหล็กบังคับให้เกิดขึ้น โครงสร้างนี้ใช้กับคน สิ่งของ หรือกระบวนการก็ได้ ในประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าแม่เหล็กโน้มน้าวอิเล็กตรอน แต่หมายถึงสาเหตุทางกายภาพที่ทำให้เส้นทางของอิเล็กตรอนเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ force และคำในวงเล็บ พร้อมผันคำกริยาให้ถูกต้อง: The strong current ____ toward the shore. (the swimmer / move)

ดูคำตอบ

forces the swimmer to move

As they pass over the magnetron's metallic cavities,

2:06

เมื่อพวกมันเคลื่อนผ่านโพรงโลหะของแมกนีตรอน

the electrons induce an oscillating charge, การใช้คำ

2:09

อิเล็กตรอนจะเหนี่ยวนำให้เกิดประจุที่แกว่งกวัด

generating a continuous stream of electromagnetic microwaves. ไวยากรณ์

2:12

สร้างกระแสคลื่นไมโครเวฟแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาอย่างต่อเนื่อง

การใช้คำ

ความหมายทางวิทยาศาสตร์ของ induce ใน induce an oscillating charge

ใน induce an oscillating charge คำว่า induce หมายถึงทำให้ปรากฏการณ์ทางกายภาพเกิดขึ้น อิเล็กตรอนเป็นสาเหตุ และประจุที่สั่นเป็นผลลัพธ์ นี่เป็นการใช้ induce แบบเป็นทางการในบริบททางวิทยาศาสตร์ โดยมักตามด้วยคำนามที่เป็นชื่อของปฏิกิริยา สภาวะ หรือผลกระทบ เช่น induce a current หรือ induce a response ไม่ได้หมายความว่าอิเล็กตรอนโน้มน้าวประจุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ induce ในความหมายทางวิทยาศาสตร์แบบเดียวกับตัวอย่าง

  1. The promise of a reward induced him to confess.
  2. The company produces electric motors.
  3. The changing magnetic field induces an electric current in the wire.
ดูคำตอบ

The changing magnetic field induces an electric current in the wire.

ไวยากรณ์

generating...: การใช้วลี V-ing เพื่อบอกผลลัพธ์

วลี generating a continuous stream of electromagnetic microwaves บอกผลที่เกิดจากอนุประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ การเหนี่ยวนำประจุที่สั่นนำไปสู่การเกิดไมโครเวฟ ในที่นี้ generating มีความหมายประมาณว่า “จึงทำให้เกิด” วลีนี้เป็นวลี present participle ที่เชื่อมกับอนุประโยคสมบูรณ์ทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค ไม่ใช่กริยาหลักอิสระตัวใหม่ รูปแบบ complete clause, V-ing พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เพราะเชื่อมกระบวนการกับผลลัพธ์ได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี V-ing อย่างถูกต้องเพื่อบอกผลของอนุประโยคแรก

  1. The liquid cooled rapidly, to forming crystals on the surface.
  2. The liquid cooled rapidly, formed crystals on the surface.
  3. The liquid cooled rapidly, forming crystals on the surface.
ดูคำตอบ

The liquid cooled rapidly, forming crystals on the surface.

A metal pipe directs the microwaves

2:17

ท่อโลหะจะนำทางไมโครเวฟ

into the main food compartment,

2:19

เข้าไปในช่องใส่อาหารหลัก

where they bounce off the metal walls กริยาวลี

2:21

ซึ่งพวกมันจะสะท้อนไปมากับผนังโลหะ

and penetrate a few centimeters into the food inside. วลี

2:23

และทะลุเข้าไปในอาหารด้านในได้ไม่กี่เซนติเมตร

กริยาวลี

bounce off: กระทบพื้นผิวแล้วเด้งออก

Bounce off หมายถึงกระทบพื้นผิวแล้วเคลื่อนออกจากพื้นผิวนั้นหรือเปลี่ยนทิศทาง ในตัวอย่าง คลื่นไมโครเวฟกระทบผนังโลหะแล้วสะท้อนออกมา รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ bounce off + surface เช่น bounce off the wall แนวคิดสำคัญคือมีการสัมผัสพื้นผิวแล้วจึงเด้งหรือสะท้อนออก ไม่ใช่แค่เคลื่อนห่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ bounce off: The tennis ball ____ the back wall and flew toward the net.

ดูคำตอบ

bounced off

วลี

penetrate a few centimeters into...: บอกความลึกภายในวัสดุ

ในประโยคนี้ penetrate หมายถึง “ผ่านพื้นผิวแล้วเข้าไปข้างใน” a few centimeters บอกความลึก ส่วน into the food inside ระบุสิ่งที่คลื่นเข้าไป โครงสร้าง penetrate + ระยะทาง + into + วัสดุ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเข้าไปใต้พื้นผิวได้ลึกเพียงใด ระยะทางในที่นี้คือความลึกภายในอาหาร ไม่ใช่ระยะทางที่เคลื่อนไปยังจุดหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ เพื่อบอกว่าสัญญาณเข้าไปในคอนกรีตลึกเพียงใด: The signal could ____ the concrete.

ดูคำตอบ

penetrate ten centimeters into

When the microwaves encounter polar molecules in the food,

2:28

เมื่อไมโครเวฟสัมผัสกับโมเลกุลแบบมีขั้วในอาหาร

like water, they make them vibrate

2:31

เช่น น้ำ พวกมันจะทำให้โมเลกุลเหล่านั้นสั่น

at high frequencies.

2:34

ที่ความถี่สูง

This can have interesting effects, depending on the food's composition. วลี

2:36

สิ่งนี้อาจส่งผลที่น่าสนใจ ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของอาหาร

วลี

depending on the food's composition: เพิ่มเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป

Depending on the food's composition หมายความว่า ผลที่เกิดขึ้นอาจเปลี่ยนไปเมื่อส่วนผสมและโครงสร้างทางกายภาพของอาหารเปลี่ยนไป วลี -ing นี้เพิ่มเงื่อนไขที่ควบคุมความเปลี่ยนแปลงของผลในอนุประโยคหลัก โดยต้องอาศัยข้อความสมบูรณ์ที่อยู่ข้างหน้าและไม่สามารถเป็นประโยคสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ เพื่อแสดงว่าความต้องการอาจเปลี่ยนผลลัพธ์: The delivery time may vary, ____ demand.

ดูคำตอบ

depending on

Oil and sugar absorb fewer microwaves than water,

2:41

น้ำมันและน้ำตาลดูดซับไมโครเวฟได้น้อยกว่าน้ำ

so if you microwave them alone, not much happens. การใช้คำ

2:45

ดังนั้นถ้าคุณนำพวกมันไปอุ่นในไมโครเวฟเพียงอย่างเดียว ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก

การใช้คำ

microwave them alone: microwave ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน microwave them คำว่า microwave เป็นสกรรมกริยา หมายถึง “อุ่นสิ่งเหล่านั้นด้วยเตาไมโครเวฟ” โดย them เป็นกรรมของกริยา และในประโยคนี้หมายถึงน้ำมันกับน้ำตาล ในที่นี้ alone หมายถึง “เฉพาะสิ่งเหล่านั้น โดยไม่ใส่ส่วนผสมอื่น” เป็นการบอกว่ามีอะไรถูกอุ่นรวมกัน ไม่ได้สื่ออารมณ์โดดเดี่ยว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ microwave เป็นกริยา และใช้ alone ในความหมายว่า “ไม่มีอาหารอื่นร่วมด้วย”

  1. The potato sat alone beside the microwave.
  2. Microwave the potato alone, without the sauce.
  3. The microwave beside the potato is unplugged.
ดูคำตอบ

Microwave the potato alone, without the sauce.

But when microwaves encounter a marshmallow,

2:49

แต่เมื่อไมโครเวฟสัมผัสกับมาร์ชเมลโลว์

they heat the moisture trapped within its gelatin sugar matrix, การใช้คำ

2:52

พวกมันจะทำความร้อนให้กับความชื้นที่ติดอยู่ในโครงสร้างเจลาตินน้ำตาล

การใช้คำ

gelatin sugar matrix: matrix ในความหมายว่าโครงสร้างวัสดุ

ใน gelatin sugar matrix คำว่า matrix หมายถึงโครงสร้างวัสดุต่อเนื่องที่เกิดจากเจลาตินและน้ำตาล โครงสร้างนี้ล้อมรอบและกักความชื้นไว้ภายในมาร์ชแมลโลว์ ในที่นี้ matrix ใช้ในความหมายทางวิทยาศาสตร์อาหารและวัสดุ ไม่ได้หมายถึงตารางหรือตารางช่อง trapped within its gelatin sugar matrix เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อที่ขยาย moisture โดยมีความหมายว่า moisture that is trapped within its gelatin sugar matrix วลีนี้บอกว่าความชื้นถูกกักอยู่ที่ใด

แบบฝึกหัด

ใน “The medicine is held within a soft gel matrix,” คำว่า matrix หมายถึงอะไร

  1. การจัดเรียงตัวเลขเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
  2. โครงสร้างวัสดุที่กักสารอีกชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

โครงสร้างวัสดุที่กักสารอีกชนิดหนึ่ง

making the hot air expand and the marshmallow puff. ไวยากรณ์

2:56

ทำให้อากาศร้อนขยายตัวและมาร์ชเมลโลว์ก็พองขึ้น

ไวยากรณ์

making the hot air expand ...: การบอกผลที่เกิดขึ้น

อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นด้วย making เชื่อมกับการให้ความร้อนที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและบอกผลที่เกิดขึ้น โดยสื่อว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นตามมา ตรงนี้ make แปลว่า “ทำให้เกิด” ไม่ใช่ “สร้าง” ส่วนนี้เป็นวลีบอกผล จึงไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง ภายในวลีใช้โครงสร้าง make + object + base verb โดยมีผลสองอย่างวางขนานกันหลัง making คือ the hot air expand และ the marshmallow puff คำว่า expand และ puff เป็นกริยารูปพื้นฐาน จึงไม่เติม to

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้อนุประโยคบอกผลด้วย making และโครงสร้าง make + object + base verb ได้ถูกต้อง

  1. The heat warmed the jar, making the air expanding and the lid popping open.
  2. The heat warmed the jar, making the air expand and the lid pop open.
  3. The heat warmed the jar, making the air to expand and the lid to pop open.
ดูคำตอบ

The heat warmed the jar, making the air expand and the lid pop open.

Butter is essentially a suspension of water droplets in fat. การใช้คำ

3:00

เนยโดยพื้นฐานแล้วก็คือหยดน้ำที่แขวนลอยอยู่ในไขมัน

การใช้คำ

a suspension of water droplets in fat: suspension ในความหมายทางวิทยาศาสตร์

ในที่นี้ผู้พูดใช้ suspension ในความหมายทางวิทยาศาสตร์ คือส่วนผสมที่มีหยดเล็ก ๆ หรืออนุภาคกระจายอยู่ในสารอีกชนิดหนึ่ง a suspension of water droplets in fat หมายถึงหยดน้ำกระจายอยู่ทั่วไขมัน ในรูปแบบ a suspension of A in B ตำแหน่ง A คือสารที่กระจายอยู่ ส่วน B คือตัวกลางที่ล้อมรอบสารนั้น ในบริบทนี้ suspension ไม่ได้หมายถึงการหยุดชั่วคราวหรือการลงโทษ เช่น การพักการเรียนหรือพักงาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ suspension ในความหมายทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นส่วนผสม

  1. The suspension of the game was caused by rain.
  2. His suspension from the team lasts one week.
  3. The medicine is a suspension of tiny particles in water.
ดูคำตอบ

The medicine is a suspension of tiny particles in water.

When microwaved, the water rapidly vaporizes,

3:05

เมื่อนำเข้าไมโครเวฟ น้ำจะระเหยอย่างรวดเร็ว

making the butter melt quickly and sometimes a bit violently.

3:08

ทำให้เนยละลายอย่างรวดเร็วและบางครั้งก็ค่อนข้างรุนแรงนิดหน่อย

So, microwaves heat food molecules mechanically through friction, การใช้คำ

3:13

ดังนั้น ไมโครเวฟจึงให้ความร้อนแก่โมเลกุลของอาหารในเชิงกลผ่านการเสียดสี

but they don't alter them chemically.

3:17

แต่ไม่ได้ทำให้คุณสมบัติทางเคมีของพวกมันเปลี่ยนไป

การใช้คำ

mechanically through friction ... chemically: การเปลี่ยนแปลงสองระดับ

ในที่นี้ mechanically through friction หมายถึง การให้ความร้อนเกิดจากการเคลื่อนที่ทางกายภาพและแรงเสียดทานระหว่างโมเลกุล คำว่า mechanically อธิบายกระบวนการ ไม่ได้หมายเพียงว่าใช้เครื่องจักร อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but นำความหมายนี้ไปเทียบต่างกับ chemically กล่าวคือ มีการให้ความร้อนทางกายภาพ แต่ผู้พูดบอกว่าองค์ประกอบทางเคมีของโมเลกุลไม่ได้เปลี่ยนไป ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คำกริยาวิเศษณ์ที่ลงท้ายด้วย -ly แบบนี้ใช้ระบุระดับหรือวิธีที่ผลอย่างหนึ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

mechanically through friction และ chemically แสดงความแตกต่างแบบใดในประโยคนี้

  1. อาหารถูกทำให้ร้อนด้วยการเคลื่อนที่ทางกายภาพและแรงเสียดทาน แต่องค์ประกอบทางเคมีไม่เปลี่ยนแปลง
  2. เครื่องจักรทำให้อาหารร้อนก่อน แล้วสารเคมีจึงทำให้อาหารร้อนต่อ
  3. แรงเสียดทานขัดขวางไม่ให้โมเลกุลเคลื่อนที่ อาหารจึงไม่ร้อนขึ้น
ดูคำตอบ

อาหารถูกทำให้ร้อนด้วยการเคลื่อนที่ทางกายภาพและแรงเสียดทาน แต่องค์ประกอบทางเคมีไม่เปลี่ยนแปลง

Soup heated in the microwave is molecularly indistinguishable วลี

3:20

ซุปที่อุ่นในไมโครเวฟ เมื่อมองในระดับโมเลกุลแล้วไม่สามารถแยกความแตกต่างได้เลย

from soup heated using a stove or oven.

3:24

จากซุปที่อุ่นโดยใช้เตาแก๊สหรือเตาอบ

วลี

molecularly indistinguishable from: การเปรียบเทียบในระดับที่ระบุ

indistinguishable from หมายถึง 'คล้ายกันมากจนตรวจไม่พบความแตกต่างที่เกี่ยวข้อง' รูปแบบปกติคือ A is indistinguishable from B โดย from ใช้นำหน้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ molecularly จำกัดขอบเขตของข้อความ กล่าวคือ ซุปทั้งสองแบบถูกระบุว่าไม่สามารถแยกความแตกต่างกันได้ในระดับโมเลกุล ข้อความนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าทั้งคู่ต้องมีอุณหภูมิ รสชาติ หรือลักษณะอื่นทุกอย่างเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการที่ตรงกับความหมายว่า 'ไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ในระดับโมเลกุล' ให้สมบูรณ์: Under this test, sample A is ____ sample B.

ดูคำตอบ

molecularly indistinguishable from

The term microwave radiation can be alarming,

3:26

คำว่า 'รังสีไมโครเวฟ' อาจฟังดูน่าตกใจ

but in physics, radiation simply describes การใช้คำ

3:30

แต่ในทางฟิสิกส์ รังสีเป็นเพียงคำอธิบาย

any transfer of energy across a gap.

3:33

การถ่ายโอนพลังงานใด ๆ ข้ามช่องว่าง

การใช้คำ

radiation ในฐานะคำกว้าง ๆ ทางฟิสิกส์

ในทางฟิสิกส์ radiation เป็นคำกว้าง ๆ ที่เป็นกลาง หมายถึงพลังงานที่เคลื่อนผ่านอวกาศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ในที่นี้ simply describes ชี้ว่าคำนี้เพียงตั้งชื่อให้กระบวนการทางฟิสิกส์ ไม่ได้เตือนถึงอันตรายโดยอัตโนมัติ คำว่า radiation เพียงคำเดียวไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเป็นอันตรายหรือไม่ ต้องพิจารณาชนิดของรังสี พลังงาน และปริมาณที่ได้รับด้วย

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตรงกับความหมายของ radiation ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. Radiation เป็นคำกว้าง ๆ และไม่ใช่ radiation ทุกชนิดที่จะเป็น ionizing radiation
  2. ทุกสิ่งที่เรียกว่า radiation ไม่มีอันตราย
  3. Radiation หมายถึงพลังงานอันตรายจากวัสดุนิวเคลียร์เสมอ
ดูคำตอบ

Radiation เป็นคำกว้าง ๆ และไม่ใช่ radiation ทุกชนิดที่จะเป็น ionizing radiation

High frequency ionizing radiation may be harmful การใช้คำ

3:36

รังสีที่ก่อให้เกิดไอออนที่มีความถี่สูงอาจเป็นอันตรายได้

because it can strip electrons from molecules, including DNA. วลี

3:40

เพราะมันสามารถดึงอิเล็กตรอนออกจากโมเลกุล ซึ่งรวมถึงดีเอ็นเอด้วย

การใช้คำ

High frequency ionizing radiation: รังสีไอออไนซ์ความถี่สูง

คำนามหลักคือ radiation คำว่า ionizing จำกัดความหมายให้เป็นรังสีที่มีพลังงานมากพอจะดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมหรือโมเลกุล ส่วน high frequency อธิบายเพิ่มเติมว่ารังสีนี้มีความถี่สูง ดังนั้น วลีทั้งหมดจึงหมายถึงรังสีประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่ radiation ทั้งหมด อนุประโยคถัดไปอธิบายว่าเหตุใดมันจึงอาจเป็นอันตราย เพราะการดึงอิเล็กตรอนออกอาจทำให้โมเลกุล รวมถึง DNA เปลี่ยนแปลงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย ionizing radiation ได้ถูกต้อง

  1. Ionizing radiation สามารถดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมหรือโมเลกุลได้
  2. Ionizing radiation หมายความว่าการถ่ายโอนพลังงานทุกรูปแบบเป็นอันตราย
  3. Ionizing radiation เป็นอีกชื่อหนึ่งของ microwave radiation ทุกชนิด
ดูคำตอบ

Ionizing radiation สามารถดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมหรือโมเลกุลได้

วลี

strip electrons from molecules: รูปแบบ strip A from B

รูปแบบ strip A from B หมายถึงนำ A ออกจาก B โดยเฉพาะเมื่อเดิม A เป็นส่วนหนึ่งของ B ติดอยู่กับ B หรืออยู่ภายใน B ในประโยคนี้ อิเล็กตรอนถูกดึงออกจากโมเลกุล วลี including DNA บอกว่า DNA เป็นตัวอย่างหนึ่งของโมเลกุลที่อาจได้รับผลกระทบ ไม่ได้หมายความว่า DNA เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกดึงออก ในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ strip ระบุการกระทำที่เป็นรูปธรรมของ ionizing นั่นคือรังสีทำให้โมเลกุลสูญเสียอิเล็กตรอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ strip A from B ได้ถูกต้องเพื่อหมายความว่ากระบวนการหนึ่งกำจัดเกลือออกจากน้ำ

  1. The process strips salt from the water.
  2. The process strips water from the salt.
ดูคำตอบ

The process strips salt from the water.

However, microwaves aren't energetic enough to alter chemical bonds, ไวยากรณ์

3:45

อย่างไรก็ตาม ไมโครเวฟมีพลังงานไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงพันธะเคมี

ไวยากรณ์

aren't energetic enough to: not + คำคุณศัพท์ + enough to

รูปแบบ be + adjective + enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าระดับของคุณสมบัติตามคำคุณศัพท์สูงถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำบางสิ่ง รูปปฏิเสธ not + adjective + enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่ายังไม่ถึงระดับที่จำเป็น ในที่นี้ aren't energetic enough to alter หมายความว่าคลื่นไมโครเวฟมีพลังงานไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนพันธะเคมี energetic ในที่นี้อธิบายระดับพลังงานของคลื่นไมโครเวฟ ไม่ได้หมายถึงบุคลิกที่กระตือรือร้น ส่วนคำกริยารูป infinitive หลัง to ระบุการกระทำที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เรียง isn't, strong, enough และ to ให้ถูกต้อง: The signal ____ reach the receiver.

ดูคำตอบ

isn't strong enough to

and microwave ovens are designed to prevent leakage, วลี

3:50

และเตาไมโครเวฟก็ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการรั่วไหล

for safety and efficiency's sake. วลี

3:53

เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

วลี

be designed to prevent leakage: หน้าที่ที่ออกแบบไว้

Be designed to do something ใช้บอกจุดประสงค์หรือหน้าที่ที่กำหนดไว้ของผลิตภัณฑ์ ระบบ หรือคุณสมบัติหนึ่ง ๆ ในประโยคนี้หมายความว่าโครงสร้างของเตาไมโครเวฟถูกสร้างมาเพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานไมโครเวฟรั่วออกมา รูปประโยคแบบถูกกระทำเน้นที่เตาไมโครเวฟและหน้าที่ของมัน ไม่ได้เน้นแผนส่วนตัวของผู้ออกแบบ ใน prevent leakage คำว่า prevent ตามด้วยคำนาม leakage

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be designed to และ prevent: This seal ____ water leakage.

ดูคำตอบ

is designed to prevent

วลี

for safety and efficiency's sake: เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

For X's sake หมายถึง “เพราะ X สำคัญ” หรือ “เพื่อประโยชน์หรือจุดประสงค์ของ X” ในที่นี้ใช้บอกเหตุผลที่ต้องป้องกันการรั่วไหล ซึ่งก็คือความปลอดภัยและประสิทธิภาพ เนื่องจาก X คือวลีที่เชื่อมกัน safety and efficiency เครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ 's จึงอยู่ท้ายวลีเพียงครั้งเดียว: safety and efficiency's sake ในสำนวนนี้ sake หมายถึงเหตุผล จุดประสงค์ หรือประโยชน์ ไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่มญี่ปุ่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย for X's sake เพื่อแสดงว่าความปลอดภัยคือเหตุผล: ____, wear protective glasses.

ดูคำตอบ

For safety's sake

Nonetheless, to totally limit exposure,

3:56

กระนั้น เพื่อจำกัดการสัมผัสโดยสิ้นเชิง

experts recommend simply standing a few feet away ไวยากรณ์

3:59

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ยืนห่างออกไปสองสามฟุต

when a microwave oven is on.

4:03

เมื่อเตาไมโครเวฟกำลังทำงาน

ไวยากรณ์

experts recommend simply standing: โครงสร้าง recommend + -ing

ใน experts recommend simply standing คำว่า recommend นำหน้าการกระทำที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ Standing เป็น gerund หรือคำนามกริยา ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ recommend + -ing: recommend doing something ส่วน Simply ขยาย standing และสื่อว่าการกระทำง่าย ๆ นี้ก็เพียงพอแล้ว ในที่นี้ คำนาม experts เป็นประธานที่ให้คำแนะนำ ประโยคไม่ได้ระบุว่าใครควรยืนให้ห่าง จึงนำเสนอ standing a few feet away เป็นการกระทำที่แนะนำโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปัจจุบันนี้ด้วยรูปที่ถูกต้องของ recommend และรูป -ing ของ wait: The guide ____ near the entrance until the group arrives.

ดูคำตอบ

recommends waiting

Microwaving metal is dangerous, though, right? น้ำเสียง/เจตนา

4:06

แต่การเอาโลหะเข้าไมโครเวฟนั้นอันตรายใช่ไหม?

Well, it depends.

4:09

ก็ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

น้ำเสียง/เจตนา

though, right? Well, it depends: คำตอบแบบมีเงื่อนไข

Though เพิ่มความขัดแย้งหลังข้อความ ส่วน right? เปลี่ยนข้อความนั้นเป็นการขอคำยืนยันที่คาดว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วย เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจึงแสดงความเชื่อทั่วไปว่า การนำโลหะเข้าไมโครเวฟเป็นเรื่องอันตราย ใช่ไหม Well ส่งสัญญาณว่าคำตอบ yes แบบง่าย ๆ ต้องมีการปรับหรือจำกัดความ It depends หมายความว่าคำตอบเปลี่ยนไปตามเงื่อนไข ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อปัดคำถาม แต่เพื่อเกริ่นว่าจะอธิบายว่าสถานการณ์ใดมีผล วิธีสื่อสารที่นำไปใช้ต่อได้คือยอมรับความเชื่อที่น่าจะมีอยู่ก่อน แล้วจึงบอกว่าคำตอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

Well, it depends ทำหน้าที่อะไรในบทสนทนานี้

  1. ให้คำตอบ yes แบบไม่มีเงื่อนไขและจบการสนทนา
  2. บอกว่าคำตอบเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และจะมีการอธิบายเงื่อนไขต่อไป
  3. แสดงว่าผู้พูดเพิกเฉยต่อคำถาม
ดูคำตอบ

บอกว่าคำตอบเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และจะมีการอธิบายเงื่อนไขต่อไป

Metals are conductors,

4:11

โลหะเป็นตัวนำไฟฟ้า

meaning their electrons are loosely bound to their atoms การใช้คำ

4:13

หมายความว่าอิเล็กตรอนของมันยึดเกาะกับอะตอมอย่างหลวม ๆ

and move freely in response to electric fields. วลี

4:16

และเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระเพื่อตอบสนองต่อสนามไฟฟ้า

การใช้คำ

loosely bound to their atoms: การยึดเหนี่ยวทางกายภาพที่อ่อน

ในที่นี้ bound to their atoms บรรยายความสัมพันธ์ทางกายภาพ กล่าวคือ อิเล็กตรอนถูกอะตอมยึดไว้ คำว่า loosely แสดงว่าแรงยึดนี้ค่อนข้างอ่อน จึงช่วยอธิบายว่าทำไมอิเล็กตรอนจึงเคลื่อนที่ผ่านโลหะได้ ในโครงสร้าง be + adverb + bound to + noun คำว่า to ใช้นำสิ่งที่ยึดหรือเชื่อมประธานไว้

แบบฝึกหัด

loosely bound to their atoms ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่เข้าหาอะตอมอย่างแน่นอน
  2. อิเล็กตรอนถูกกักไว้ภายในอะตอมอย่างสมบูรณ์
  3. อิเล็กตรอนถูกอะตอมยึดไว้ด้วยแรงที่ค่อนข้างอ่อน
ดูคำตอบ

อิเล็กตรอนถูกอะตอมยึดไว้ด้วยแรงที่ค่อนข้างอ่อน

วลี

in response to electric fields: การตอบสนองต่อตัวกระตุ้น

ในที่นี้ in response to electric fields หมายถึง “เป็นปฏิกิริยาต่อสนามไฟฟ้า” สนามไฟฟ้าเป็นตัวกระตุ้น ส่วนการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คำว่า response หมายถึงปฏิกิริยาทางกายภาพ ไม่ใช่คำตอบที่พูดออกมา วลีนี้นำเสนอเหตุการณ์หนึ่งว่าเป็นปฏิกิริยาต่ออีกเหตุการณ์หนึ่ง ทำให้ผู้อ่านเห็นทั้งสิ่งกระตุ้นและผลที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่สร้างจาก response และหมายถึง “เป็นปฏิกิริยาต่อ”: The automatic doors open ____ movement nearby.

ดูคำตอบ

in response to

Instead of absorbing microwave radiation, ไวยากรณ์

4:19

แทนที่จะดูดซับรังสีไมโครเวฟ

the metal's electrons concentrate on the surface,

4:22

อิเล็กตรอนของโลหะกลับรวมตัวกันที่พื้นผิว

leading to high voltages at sharp edges, corners, วลี

4:25

นำไปสู่แรงดันไฟฟ้าสูงที่ขอบแหลม มุม

ไวยากรณ์

Instead of absorbing...: โครงสร้าง instead of + -ing

instead of ใช้เกริ่นการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะมีการกระทำหรือผลลัพธ์อีกอย่างเกิดขึ้นแทน ในประโยคนี้ อิเล็กตรอนของโลหะไม่ได้ดูดซับรังสีไมโครเวฟ ส่วนประโยคหลักบอกสิ่งที่เกิดขึ้นแทน คืออิเล็กตรอนไปรวมตัวกันที่พื้นผิว instead of เป็นวลีบุพบท เมื่อมีการกระทำตามหลัง ให้ใช้รูป -ing: instead of absorbing ไม่ใช่ instead of absorb โครงสร้างนี้แสดงความต่างแบบ “ไม่ใช่ A แต่เป็น B” ได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ instead of กับรูป -ing ของ replace: ____ the old batteries, we recharged them.

ดูคำตอบ

Instead of replacing

and small gaps.

4:28

และช่องว่างเล็ก ๆ

วลี

leading to high voltages: การเติมผลลัพธ์

lead to หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “ก่อให้เกิดผลลัพธ์” ในที่นี้ leading to high voltages บอกผลของสถานการณ์ก่อนหน้า คืออิเล็กตรอนไปรวมตัวกันที่พื้นผิว และสิ่งนี้ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าสูง วลี -ing อย่าง leading to... ใช้เติมผลลัพธ์นี้ได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ มีความหมายใกล้เคียงกับ which leads to high voltages ในการใช้นี้ lead to ไม่ได้หมายถึงการนำใครไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีผลลัพธ์รูป -ing ที่สร้างจาก lead to: The pipe froze, ____ a loss of water pressure.

ดูคำตอบ

leading to

This includes areas between the creases on a sheet of aluminum foil, วลี

4:29

ซึ่งรวมถึงบริเวณระหว่างรอยพับของแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์

วลี

a sheet of aluminum foil: รูปแบบ sheet of + ชื่อวัสดุ

ใน a sheet of aluminum foil คำว่า sheet หมายถึงวัสดุหนึ่งแผ่นที่บาง กว้าง และโดยทั่วไปแบนราบ ไม่ได้หมายถึงผ้าปูที่นอน รูปแบบ a sheet of + material ใช้ระบุวัสดุหนึ่งแผ่นจากวัสดุที่ปกติเป็นคำนามนับไม่ได้ เช่น foil, paper หรือ glass ในที่นี้ รูปแบบดังกล่าวใช้กับ aluminum foil และระบุแผ่นที่มีรอยพับซึ่งกำลังกล่าวถึง ใช้รูปแบบเดียวกันได้เมื่อวัสดุมีลักษณะเป็นแผ่นบางและแบน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ a sheet of + material เติมประโยคให้มีความหมายว่า “อะลูมิเนียมฟอยล์หนึ่งแผ่น”: Please cover the tray with ____.

ดูคำตอบ

a sheet of aluminum foil

the prongs of a fork, or a metal object การใช้คำ

4:33

ซี่ของส้อม หรือวัตถุโลหะ

and the microwave oven's metal walls.

4:36

และผนังโลหะของเตาไมโครเวฟ

การใช้คำ

the prongs of a fork: ซี่แหลมของส้อม

the prongs of a fork หมายถึงซี่แหลมที่แยกออกจากกันตรงปลายส้อมด้านที่ใช้รับประทานอาหาร Prongs ไม่ได้หมายถึงด้ามหรือส้อมทั้งคัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเรียกปลายแหลมคมที่ยื่นออกมาจากส้อม โดยทั่วไป prong คือหนึ่งในส่วนแคบหลายส่วนที่ยื่นออกมาจากวัตถุ เช่น ขาโลหะของปลั๊กบางชนิด

แบบฝึกหัด

the prongs of a fork หมายถึงส่วนใดของส้อม?

  1. ซี่แหลมที่แยกออกจากกันตรงปลายด้านที่ใช้รับประทานอาหาร
  2. ส้อมทั้งคัน
  3. ด้ามที่ใช้จับ
ดูคำตอบ

ซี่แหลมที่แยกออกจากกันตรงปลายด้านที่ใช้รับประทานอาหาร

Sometimes, voltages get high enough to strip electrons

4:39

บางครั้ง แรงดันไฟฟ้าก็สูงพอที่จะดึงอิเล็กตรอน

from the surrounding air molecules.

4:42

ออกจากโมเลกุลของอากาศรอบ ๆ

This electrically charged gas, or plasma, การใช้คำ

4:45

ก๊าซที่มีประจุไฟฟ้า หรือ พลาสมา นี้

may then form lightning-like sparks การใช้คำ

4:48

อาจก่อตัวเป็นประกายไฟคล้ายสายฟ้า

การใช้คำ

electrically charged gas, or plasma: or แบบอธิบายที่หมายถึง “กล่าวคือ”

ในประโยคนี้ electrically charged gas เป็นคำอธิบายสารชนิดนี้ด้วยภาษาทั่วไปก่อน แล้ว or plasma จึงให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสารชนิดเดียวกัน เครื่องหมายจุลภาคที่คั่น or plasma แสดงว่าเป็นการเรียกชื่อใหม่เพื่ออธิบาย ดังนั้น or จึงหมายถึง “กล่าวคือ” หรือ “อีกนัยหนึ่ง” ไม่ได้เสนอสารสองชนิดให้เลือก ในบริบทวิทยาศาสตร์นี้ plasma หมายถึงก๊าซที่แตกตัวเป็นไอออนและมีประจุไฟฟ้า ไม่ได้หมายถึงส่วนที่เป็นของเหลวของเลือด

แบบฝึกหัด

or plasma ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของก๊าซ
  2. บอกว่า plasma หมายถึงส่วนที่เป็นของเหลวของเลือด
  3. แนะนำสารชนิดที่สองเพื่อให้เลือกแทน
ดูคำตอบ

ให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของก๊าซ

and grow as it absorbs more microwaves.

4:50

และขยายใหญ่ขึ้นเมื่อมันดูดซับไมโครเวฟมากขึ้น

การใช้คำ

lightning-like sparks: คำนาม + -like เพื่อแสดงความคล้ายกัน

Lightning-like เป็นคำคุณศัพท์ที่สร้างจากคำนาม lightning กับ -like โดยขยาย sparks และหมายความว่าประกายเหล่านั้นดูคล้ายสายฟ้า แต่ไม่ใช่สายฟ้าจริง โครงสร้าง “คำนาม + -like” ใช้สร้างการเปรียบเทียบอย่างรวดเร็ว เมื่อคำประสมที่สร้างขึ้นใหม่วางหน้าคำนาม เครื่องหมายยัติภังค์จะช่วยแสดงว่าคำเหล่านั้นทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำคุณศัพท์หนึ่งคำ เช่น lightning-like sparks

แบบฝึกหัด

ใช้ lightning + -like เติมประโยคให้สมบูรณ์: The experiment produced ____ sparks.

ดูคำตอบ

lightning-like

Once the oven is turned off, the plasma dissipates. โน้ต

4:53

เมื่อปิดเตาแล้ว พลาสมาก็จะสลายไป

กริยาวลี

turned off: ทำให้อุปกรณ์หยุดทำงาน

Turn off หมายถึงทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องจักรหยุดทำงาน โดยปกติใช้สวิตช์หรือปุ่มควบคุม ในประโยคนี้ is turned off เป็นรูปที่ประธานเป็นฝ่ายถูกกระทำ เตาอบเป็นสิ่งที่ถูกปิด และไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนปิด เมื่อพูดถึงอุปกรณ์อย่างเตาอบ ไฟ หรือคอมพิวเตอร์ turn off เน้นการปิดไฟเลี้ยงหรือหยุดการทำงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ประธานเป็นฝ่ายถูกกระทำของ turn off: Before anyone repairs the machine, it must be ____.

ดูคำตอบ

turned off

การใช้คำ

plasma dissipates: ค่อย ๆ กระจายตัวและจางลง

ใน plasma dissipates คำว่า dissipates หมายถึงพลาสมาค่อย ๆ กระจายตัว มีความเข้มลดลง และไม่รวมตัวเป็นกลุ่มที่เห็นได้ชัดอีกต่อไป คำกริยานี้สื่อว่าเป็นกระบวนการ ไม่ใช่การหายไปทันที Dissipate มักใช้กับสิ่งที่กระจายตัวหรืออ่อนกำลังลง เช่น หมอก ควัน ความร้อน พลังงาน เมฆ หรือความตึงเครียด พบได้บ่อยเป็นพิเศษในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และงานเขียนที่ค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ dissipate: As sunlight warms the field, the mist slowly ____.

ดูคำตอบ

dissipates

But not all metal objects spark in the microwave, ไวยากรณ์

4:58

แต่วัตถุโลหะบางอย่างก็ไม่ได้ทำให้เกิดประกายไฟในไมโครเวฟเสมอไป

though they might make things cook a little unevenly.

5:01

แม้ว่าพวกมันอาจทำให้อาหารสุกไม่ค่อยสม่ำเสมอก็ตาม

ไวยากรณ์

not all metal objects spark: การปฏิเสธบางส่วน

not all metal objects spark หมายความว่าข้อความที่ว่า “วัตถุโลหะทุกชิ้นเกิดประกายไฟ” ไม่เป็นความจริง คำว่า not ปฏิเสธคำว่า all จึงเป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน กล่าวคือ อย่างน้อยวัตถุโลหะบางชิ้นไม่เกิดประกายไฟ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีวัตถุโลหะชิ้นใดเกิดประกายไฟเลย โครงสร้าง not all + คำนามพหูพจน์ + คำกริยา ใช้แก้ข้อความที่เหมารวมเกินไป โดยยังเปิดไว้ว่าเป็นอย่างไรกับสมาชิกที่เหลือ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนปฏิเสธบางส่วนสองคำจากบทเรียน: ____ online reviews are reliable.

ดูคำตอบ

Not all

In fact, a lot of microwavable packaging

5:04

ความจริงแล้ว บรรจุภัณฑ์สำหรับไมโครเวฟหลายชนิด

takes advantage of this, วลี

5:07

ก็ใช้ประโยชน์จากข้อนี้

using a thin metal coating to crisp the food's surface. การใช้คำ

5:09

โดยใช้สารเคลือบโลหะบาง ๆ เพื่อทำให้พื้นผิวของอาหารกรอบ

วลี

takes advantage of this: ใช้คุณสมบัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์

takes advantage of this หมายถึง “ใช้คุณสมบัติหรือสถานการณ์นี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์” ในที่นี้ this ย้อนกลับไปหมายถึงวิธีที่โลหะส่งผลต่อการให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ บรรจุภัณฑ์ใช้ผลดังกล่าวเพื่อทำให้ผิวอาหารกรอบ ให้มอง take advantage of เป็นกริยาวลีเดียว โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ take advantage of + คำนามหรือคำสรรพนาม เช่น take advantage of an opportunity หรือ take advantage of it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ใช้ให้เกิดประโยชน์”: We opened the curtains to ____ the morning light.

ดูคำตอบ

take advantage of

การใช้คำ

to crisp the food's surface: การใช้ crisp เป็นคำกริยา

ในประโยคนี้ crisp เป็นคำกริยาที่มีกรรม หมายถึง “ทำให้ด้านนอกแห้ง อยู่ตัว และกรอบน่ากิน” กรรมของคำกริยาคือ the food's surface ซึ่งเป็นส่วนที่มีเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป to crisp เป็นรูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์ กล่าวคือใช้สารเคลือบโลหะบาง ๆ เพื่อให้เกิดเนื้อสัมผัสแบบนั้น ในบริบทการทำอาหารใช้โครงสร้าง crisp + อาหารหรือส่วนของอาหารได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ crisp เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้พื้นผิวกรอบ”?

  1. The bread has a crisp surface.
  2. The oven helps crisp the bread's surface.
  3. The crisp bread is on the plate.
ดูคำตอบ

The oven helps crisp the bread's surface.

And overall, as long as it doesn't approach the oven's walls, ไวยากรณ์

5:13

และโดยรวมแล้ว ตราบใดที่มันไม่เข้าใกล้ผนังของเตา

ไวยากรณ์

as long as it doesn't...: การกำหนดเงื่อนไข

ในที่นี้ as long as ใช้เกริ่นเงื่อนไขและหมายถึง “ตราบใดที่” หรือ “โดยมีเงื่อนไขว่า” ผู้พูดบอกว่าข้อสรุปที่ตามมาจะใช้ได้หากวัตถุที่ it กล่าวถึงไม่เข้าใกล้ผนังเตาอบ ใช้โครงสร้าง as long as + ประธาน + คำกริยา เพื่อกำหนดกฎ ข้อจำกัด หรือข้อกำหนด ในการใช้แบบนี้ long ไม่ได้หมายถึงความยาวทางกายภาพหรือระยะเวลา

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ตราบใดที่”: ____ you keep the receipt, you can return the item.

ดูคำตอบ

As long as

leaving a metal spoon in a microwaving bowl of soup

5:16

การทิ้งช้อนโลหะไว้ในชามซุปที่กำลังอุ่นในไมโครเวฟ

should be a pretty uneventful affair. การใช้คำ

5:19

ก็ควรจะเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นอะไรเกิดขึ้น

การใช้คำ

a pretty uneventful affair: การกล่าวให้ดูเบาอย่างมีอารมณ์ขัน

ในประโยคนี้ a pretty uneventful affair หมายถึงประสบการณ์ที่คาดว่าจะไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ รุนแรง หรือน่าอันตรายเกิดขึ้น pretty ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ส่วน uneventful หมายถึง “ไม่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น” affair ในที่นี้เป็นวิธีเรียกเรื่องหรือประสบการณ์แบบค่อนข้างเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์เชิงชู้สาวหรือเรื่องอื้อฉาว การใช้คำนามที่เป็นทางการนี้ร่วมกับคำบรรยายที่สงบ ทำให้ผู้พูดจงใจพูดให้สถานการณ์ดูเบาลงและมีอารมณ์ขันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

a pretty uneventful affair ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เรื่องนี้น่าจะผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจหรืออันตราย
  2. เรื่องนี้จะน่าตื่นเต้นเพราะจะมีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างเกิดขึ้น
  3. เรื่องนี้น่าจะกลายเป็นข่าวอื้อฉาวต่อสาธารณะ
ดูคำตอบ

เรื่องนี้น่าจะผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจหรืออันตราย

That's just another neat benefit of cooking with radar. ลำดับความ

5:22

นั่นเป็นเพียงอีกหนึ่งประโยชน์เก๋ ๆ ของการทำอาหารด้วยเรดาร์

ลำดับความ

neat benefit of cooking with radar: ปิดท้ายด้วยการย้อนกลับไปหาแนวคิดเดิม

Another neat benefit นำผลที่เพิ่งอธิบายมาสรุปว่าเป็น “ข้อดีที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง” ดังนั้นประโยคนี้จึงทำหน้าที่สรุป ไม่ได้เปิดประเด็นใหม่ Cooking with radar เป็นคำเรียกการใช้เตาไมโครเวฟแบบขำ ๆ โดยอาศัยความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีไมโครเวฟกับเรดาร์ การใช้คำว่า radar ซ้ำในตอนท้ายช่วยย้อนกลับไปหาแนวการนำเสนอที่วิดีโอใช้ก่อนหน้านี้ และทำให้คำอธิบายจบลงอย่างน่าจดจำ ไม่ได้หมายถึงการใช้เครื่องเรดาร์จริง ๆ มาทำอาหาร

แบบฝึกหัด

ก่อนหน้านี้ วิดีโอวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงเตาไมโครเวฟกับเทคโนโลยีเรดาร์ และจบด้วย neat benefit of cooking with radar ตอนจบนี้ทำหน้าที่หลักอะไร

  1. เป็นการสรุปประเด็นและย้อนกลับไปหาแนวการนำเสนอเรื่องเรดาร์ที่ใช้ไว้ก่อนหน้าในวิดีโอ
  2. เป็นการให้คำแนะนำตามตัวอักษรเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์เรดาร์
  3. เป็นการแนะนำวิธีทำอาหารที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่เคยพูดถึงมาก่อน
ดูคำตอบ

เป็นการสรุปประเด็นและย้อนกลับไปหาแนวการนำเสนอเรื่องเรดาร์ที่ใช้ไว้ก่อนหน้าในวิดีโอ

Learn how another accidental discovery led to X-ray technology

5:28

เรียนรู้ว่าการค้นพบโดยบังเอิญอีกอย่างหนึ่งนำไปสู่เทคโนโลยีรังสีเอกซ์ได้อย่างไร

and why it makes you see-through with this video.

5:33

และเหตุใดมันจึงทำให้มองทะลุตัวคุณได้จากวิดีโอนี้

Or tap into how touchscreens work

5:36

หรือเจาะลึกว่าหน้าจอสัมผัสทำงานอย่างไร

and why they hate your gloves with this one.

5:38

และทำไมพวกมันถึงเกลียดถุงมือของคุณจากวิดีโออันนี้