ทำไมสายการบินถึงขายตั๋วมากเกินไป? - Nina Klietsch: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดสายการบินจึงขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง วิธีใช้ความน่าจะเป็นและรายได้คาดหมายกำหนดจำนวนตั๋วที่ควรขาย และเหตุใดแนวทางที่ทำกำไรได้จึงยังมีประเด็นทางจริยธรรม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. been bumped off a flight — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจสำนวนในธุรกิจการบินที่หมายถึงผู้โดยสารซึ่งจ่ายค่าตั๋วแล้วแต่ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง โดยมากเกิดจากการขายตั๋วเกินจำนวน และไม่ตีความ bump ว่าเป็นเพียงการชนทางกายภาพ 2. Multiply these probabilities by / add them all up / subtract the sum from — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ติดตามและอธิบายการคำนวณหลายขั้นด้วยกริยารูปคำสั่งที่เรียงอย่างกระชับ โดยสื่อขั้นตอนการคูณ การบวก และการลบให้ชัดเจนในคำอธิบายคณิตศาสตร์หรือคำแนะนำเชิงกระบวนการ 3. But should they? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าคำถามเชิงวาทศิลป์สั้น ๆ เปลี่ยนประเด็นจากการที่การขายตั๋วเกินช่วยเพิ่มรายได้ได้หรือไม่ ไปสู่คำถามว่าสายการบินควรทำหรือไม่ และนำวิธีนี้ไปใช้เปลี่ยนจากผลลัพธ์เชิงปฏิบัติไปสู่การประเมินทางจริยธรรม
คำอธิบายในบทเรียนนี้
despite having an appointment at a specific time? ไวยากรณ์
0:08ทั้งๆ ที่มีการนัดหมายในเวลาที่เจาะจงไว้แล้ว?
Have you ever + past participle เพื่อถามถึงประสบการณ์
Have you ever + past participle ใช้ถามว่าเคยมีประสบการณ์นั้นในช่วงเวลาใดก็ตามตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้หรือไม่ ในประโยคนี้ sat เป็น past participle ของ sit และ ever ขยายช่วงเวลาให้หมายถึงเวลาใดก็ตามก่อนตอนนี้ เนื่องจากคำถามไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร ผู้ฟังจึงเชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่คุ้นเคยได้ และผู้พูดใช้เปิดหัวข้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากถามถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เฉพาะเจาะจงและจบไปแล้ว ให้ใช้ simple past
แบบฝึกหัด
เติมคำถาม present perfect ที่ถามคนหนึ่งคนถึงประสบการณ์ในเวลาใดก็ตามจนถึงตอนนี้ให้สมบูรณ์: ____ seen the ocean at night?
ดูคำตอบ
Have you ever
despite having: การแสดงความขัดแย้งด้วย despite + -ing
Despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นด้านหลังจึงต้องตามด้วยคำนามหรือส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ใน despite having an appointment วลี having an appointment เป็นวลี gerund และระบุข้อเท็จจริงที่ตามปกติควรทำให้การรอนานเกิดขึ้นได้น้อยลง รูปแบบ despite + -ing สร้างความขัดแย้งอย่างกระชับ คือข้อเท็จจริงหนึ่งเป็นจริง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ยังเกิดขึ้น ไม่สามารถวางอนุประโยคที่มีประธานและกริยาต่อจาก despite โดยตรงได้ ให้ใช้ although + อนุประโยค หรือ despite the fact that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ have เพื่อเติมโครงสร้างแสดงความขัดแย้งให้สมบูรณ์: Despite ____ a map, we got lost.
ดูคำตอบ
having
Has a hotel turned down your reservation because it's full? กริยาวลี
0:11โรงแรมเคยปฏิเสธการจองของคุณเพราะห้องเต็มไหม?
turn down a reservation: ปฏิเสธการจอง
ในที่นี้ turned down หมายถึง “ปฏิเสธที่จะรับ” โรงแรมไม่รับคำขอจองเพราะห้องเต็ม ไม่ได้หมายถึงการหมุนสิ่งใดลงด้านล่างหรือลดระดับของสิ่งนั้น turn down รับสิ่งที่ถูกปฏิเสธเป็นกรรม เช่น offer, request, invitation, application หรือ reservation
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีรูปอดีตที่หมายถึง “ปฏิเสธ” ให้สมบูรณ์: Because every room was booked, the hotel ____ our reservation.
ดูคำตอบ
turned down
Or have you been bumped off a flight that you paid for? การใช้คำ
0:16หรือคุณเคยถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเที่ยวบินที่คุณจ่ายเงินไปแล้วหรือเปล่า?
be bumped off a flight: ถูกตัดสิทธิ์จากเที่ยวบิน
ในการเดินทางทางอากาศ be bumped off a flight หมายถึงผู้โดยสารถูกบังคับให้สละที่นั่งและไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเที่ยวบินที่จองไว้ โดยปกติเกิดจากสายการบินขายตั๋วมากกว่าจำนวนที่นั่ง เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของผู้โดยสาร และไม่ได้หมายความว่าผู้โดยสารเลือกยกเลิกเอง ใน have you been bumped off โครงสร้าง have been + กริยาช่องสาม เป็น present perfect แบบ passive ใช้ถามว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับคุณจนถึงตอนนี้หรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนการเดินทางแบบ passive ที่หมายถึงถูกปฏิเสธที่นั่งเพราะขายตั๋วเกินจำนวน: Although Maya had a confirmed ticket, she ____ the flight after the airline sold too many tickets.
ดูคำตอบ
was bumped off
a practice where businesses and institutions sell or book more than their full capacity. วลี
0:22ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ธุรกิจและสถาบันต่างๆ ขายหรือรับจองเกินกว่าความจุสูงสุดของตน
overbooking: การรับจองเกินความจุ
overbooking คือการรับจองหรือขายที่นั่งเกินจำนวนที่ธุรกิจหรือสถาบันสามารถให้บริการได้จริง คำเติมหน้า over- หมายถึง “เกินขีดจำกัด” ดังนั้นคำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียง “มีการจองจำนวนมาก” ธุรกิจอาจทำ overbooking เพราะคาดว่าลูกค้าบางคนจะไม่มา คำนี้หมายถึงการตัดสินใจรับจองเกินความจุ แม้ภายหลังจะมีผู้ยกเลิกมากพอและไม่มีลูกค้าคนใดถูกปฏิเสธบริการในท้ายที่สุดก็ตาม
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ overbooking?
- The hotel accepted exactly 80 reservations for its 80 rooms.
- The dentist scheduled two patients for the same 10:00 appointment.
- The airline sold 110 tickets for a plane with 100 seats.
ดูคำตอบ
The airline sold 110 tickets for a plane with 100 seats.
sell or book more than their full capacity: เกินขีดจำกัดสูงสุด
ใน sell or book more than their full capacity คำว่า full capacity หมายถึงจำนวนสูงสุดของที่นั่ง ห้อง ช่วงนัดหมาย หรือคนที่ธุรกิจสามารถรองรับได้ ส่วน more than แสดงว่าจำนวนที่ขายหรือรับจองสูงกว่าขีดจำกัดนั้น ในที่นี้ full capacity คือเพดานที่วัดเป็นจำนวนได้ ไม่ใช่ “ความสามารถที่สมบูรณ์” ในความหมายเชิงนามธรรม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + more than + capacity เมื่อต้องการความชัดเจน ให้ระบุสิ่งที่กำลังนับ เช่น sell more tickets than capacity allows หรือ book more guests than the hotel can accommodate
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบสองคำจากบทเรียน: The hall booked 350 guests even though its full capacity is 300. The hall booked ____ its full capacity.
ดูคำตอบ
more than
overbooking happens because it increases profits while also letting businesses optimize their resources. วลี
0:31แต่การจองเกินจำนวนก็ยังเกิดขึ้นเพราะมันเพิ่มผลกำไร ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรของตนได้
While often infuriating... ในฐานะวลีเปิดที่แสดงการยอมรับอีกด้านหนึ่ง
While ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในขณะที่” ส่วน While often infuriating for the customer ยอมรับข้อเท็จจริงด้านลบก่อน แล้วประโยคหลักจึงอธิบายว่าเหตุใดจึงยังมีการรับจองเกินจำนวน นี่เป็นอนุประโยคแบบย่อที่เข้าใจได้ว่าเป็น While overbooking is often infuriating for the customer โดยละประธานและกริยา be เพราะประธานของประโยคหลักคือ overbooking ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหงุดหงิดเช่นกัน ใช้โครงสร้างนี้เมื่อประธานที่ละไว้ชัดเจนเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปิดแบบยอมรับอีกด้านหนึ่งจำนวนสองคำที่ตรงกับความหมายว่า “แม้ว่ามันจะแพง”: ____, the new system is much more reliable.
ดูคำตอบ
While expensive
optimize their resources: ใช้ทรัพยากรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดซึ่งทำได้จริง
Optimize their resources หมายถึงการจัดสรรหรือใช้ทรัพยากรที่ธุรกิจมีอยู่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพหรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดซึ่งทำได้จริง ในประโยคนี้ resources อาจรวมถึงที่นั่ง ห้องพัก หรือช่วงเวลานัดหมายที่มีจำกัด วลีนี้เน้นการปรับปรุงการจัดสรรหรือวิธีใช้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวทรัพยากรเอง Optimize มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำกว่า use well เพราะสื่อถึงการปรับอย่างตั้งใจเพื่อไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดซึ่งทำได้จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำภาษาอังกฤษสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด”: The library changed its booking system to ____.
ดูคำตอบ
optimize its resources
They know that not everyone will show up to their appointments, reservations, and flights, กริยาวลี
0:37พวกเขารู้ว่าไม่ใช่ทุกคนจะมาตามนัดหมาย การจอง หรือเที่ยวบิน
show up to ...: มาตามที่นัดหมาย
ในประโยคนี้ show up หมายถึง "มาหรือปรากฏตัวตามที่คาดไว้" จุดสำคัญคือบุคคลนั้นมาตามบริการที่วางแผนไว้หรือไม่ ไม่ได้เน้นเส้นทางหรือเวลาที่มาถึงอย่างแน่นอน to เชื่อมกริยาวลีกับรายการที่เรียงคู่กันคือ appointments, reservations, and flights ผู้พูดรวมแผนหลายประเภทเข้าด้วยกันเพื่อบอกว่าลูกค้าบางคนจะไม่มาใช้บริการที่ตนจองไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya ไม่ได้มาตามการสัมภาษณ์ที่กำหนดไว้
- Maya didn't show up to the scheduled interview.
- Maya didn't show the scheduled interview up.
- Maya didn't show up the scheduled interview.
ดูคำตอบ
Maya didn't show up to the scheduled interview.
so they make more available than they actually have to offer. ไวยากรณ์
0:42ดังนั้นพวกเขาจึงเสนอจำนวนที่มากกว่าสิ่งที่มีให้จริงๆ
make more available than ...: จำนวนที่เปิดให้จองเทียบกับอุปทานจริง
โครงสร้าง make + จำนวนหรือกรรม + available หมายถึง "ทำให้จำนวนนั้นเปิดให้จอง ซื้อ หรือใช้งานได้" more ในที่นี้แทนจำนวนเวลานัด ที่นั่ง ห้อง หรือหน่วยอื่นที่บริบทระบุไว้แล้ว ไม่ได้หมายถึงลูกค้าที่มากขึ้น than นำเข้าสู่การเปรียบเทียบกับ they actually have to offer จำนวนที่แสดงว่าใช้ได้มีมากกว่าความจุจริง Available บอกว่าลูกค้าสามารถจองหรือซื้ออะไรได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกรายการที่แสดงมีอยู่จริงหรือจะสามารถจัดหาให้ได้ในที่สุด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าแอปเปิดเวลานัดมากกว่าจำนวนที่คลินิกสามารถให้บริการได้จริง
- The app made the clinic available to more patients than before.
- The app had to offer more appointment slots because the clinic had extra capacity.
- The app made more appointment slots available than the clinic could actually provide.
ดูคำตอบ
The app made more appointment slots available than the clinic could actually provide.
About 50,000 people get bumped off their flights each year. ไวยากรณ์
0:51มีคนประมาณ 50,000 คนถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องในแต่ละปี
get bumped off their flights: รูปถูกกระทำแบบไม่เป็นทางการด้วย get
ใน get bumped off their flights โครงสร้าง get + กริยาช่องสามทำหน้าที่เป็นรูปถูกกระทำแบบไม่เป็นทางการ people เป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำ กล่าวคือสายการบินนำพวกเขาออกจากเที่ยวบินที่จองไว้ โดยทั่วไปเพราะมีผู้โดยสารที่จองมากกว่าจำนวนที่นั่งว่าง รูปถูกกระทำด้วย get มักเน้นเหตุการณ์หรือผลกระทบที่เกิดกับบุคคล โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องไม่คาดคิดหรือสร้างความไม่สะดวก ไม่ได้หมายความว่าผู้โดยสารยกเลิกเที่ยวบินด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของโครงสร้างถูกกระทำด้วย get จาก bump off: Because the flight was oversold, two travelers ____ the flight even though it still departed.
ดูคำตอบ
got bumped off
That figure comes at little surprise to the airlines themselves,
0:55ตัวเลขนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับสายการบินเอง
which use statistics to determine exactly how many tickets to sell. ไวยากรณ์
0:59ซึ่งใช้สถิติเพื่อกำหนดจำนวนตั๋วที่จะขายอย่างแม่นยำ
how many tickets to sell: เนื้อหาการตัดสินใจที่ฝังอยู่ในประโยค
How many tickets to sell เป็นวลีคำถามที่ฝังอยู่ในประโยคและตามด้วยกริยารูป infinitive ที่มี to วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ determine และหมายถึงจำนวนตั๋วที่สายการบินควรขาย โดย how many ตามด้วยนามนับได้พหูพจน์ tickets นี่ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามหรือเครื่องหมายคำถาม ประธานที่ละไว้ของ to sell คือผู้ตัดสินใจซึ่งทราบได้จากประโยคอยู่แล้ว รูปแบบนี้พบบ่อยหลังกริยาอย่าง decide, determine, know และ work out
แบบฝึกหัด
ใช้ tables และ reserve ตามรูปแบบที่กำหนดคือ how many + นามพหูพจน์ + infinitive ที่มี to: The organizer must decide ____.
ดูคำตอบ
how many tables to reserve
a delicate operation: กระบวนการที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง
ใน a delicate operation คำว่า delicate หมายถึงกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย จึงต้องจัดการอย่างระมัดระวังและรักษาสมดุล ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลร้ายแรงได้ ในที่นี้ operation หมายถึงกระบวนการหรืองานที่จัดเป็นระบบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการผ่าตัด เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ใช้บรรยายงานด้านธุรกิจ เทคนิค การแพทย์ หรืองานสำคัญอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงสูงและแทบไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a delicate operation หมายความว่าอย่างไร
- กระบวนการที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง เพราะความผิดพลาดอาจก่อให้เกิดปัญหา
- สิ่งของที่ดูสวยงามและทำจากวัสดุเปราะบาง
- ขั้นตอนทางการแพทย์ในทุกบริบทโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ
กระบวนการที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง เพราะความผิดพลาดอาจก่อให้เกิดปัญหา
Sell too few, and ... / Sell too many, and ...: เงื่อนไขและผลลัพธ์
รูปแบบอนุประโยคคำสั่ง + and + อนุประโยคบอกผล สามารถใช้แสดงเงื่อนไขและผลที่ตามมาได้ Sell too few, and ... มีความหมายเท่ากับ If they sell too few, ... และ Sell too many, and ... ก็ใช้รูปแบบเดียวกัน Sell ในที่นี้ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษร แต่เป็นการเสนอการกระทำที่อาจเกิดขึ้นอย่างกระชับ แล้วอนุประโยคหลัง and จะบอกผลที่ตามมา การใช้รูปแบบนี้ซ้ำช่วยวางความเสี่ยงสองด้านที่ตรงข้ามกันไว้คู่กัน
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่ทำให้ประโยคมีความหมายว่า "If you skip the backup, you may lose your files": Skip the backup, ____ you may lose your files.
ดูคำตอบ
and
money, free flights, hotel stays, and annoyed customers.
1:12ทั้งเงิน เที่ยวบินฟรี การเข้าพักในโรงแรม และเจอกับลูกค้าที่หงุดหงิด
pay penalties: รับภาระต้นทุนอย่างเป็นทางการจากการฝ่าฝืน
pay penalties หมายถึงจ่ายเงินหรือรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการเพราะมีการฝ่าฝืนกฎ กฎหมาย หรือข้อตกลง pay เป็นคำกริยาที่ใช้ร่วมกับ penalty อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อกล่าวถึงผลที่ตามมาในฐานะค่าปรับหรือต้นทุน penalty มีความหมายกว้างกว่าค่าปรับจากรัฐบาล ในบริบทธุรกิจอาจหมายถึงค่าปรับตามสัญญาหรือต้นทุนอื่นที่ถูกเรียกเก็บ ส่วนรูปพหูพจน์ penalties อาจหมายถึงค่าใช้จ่ายหลายรายการหรือผลลงโทษหลายประเภท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าบริษัทต้องรับภาระต้นทุนอย่างเป็นทางการเพราะละเมิดข้อตกลง
- The company had to pay penalties for breaking the contract.
- The company had to pay a fee for the regular account service.
- The company had to pay punishments for breaking the contract.
ดูคำตอบ
The company had to pay penalties for breaking the contract.
So here's a simplified version of how their calculations work. ลำดับความ
1:17ดังนั้น นี่คือเวอร์ชันง่ายๆ ของวิธีการคำนวณของพวกเขา
here's a simplified version of ...: เกริ่นคำอธิบายที่ง่ายขึ้น
here's a simplified version of ... เป็นสำนวนเปลี่ยนช่วงการอธิบาย ซึ่งบอกว่าผู้พูดกำลังจะนำเสนอแนวคิดที่ซับซ้อนในรูปแบบที่มีรายละเอียดน้อยลง here's เป็นรูปย่อของ here is และใช้เกริ่นข้อมูลที่จะตามมา สำนวนนี้ยังบอกขอบเขตของคำอธิบายด้วย simplified หมายถึงมีการตัดรายละเอียดบางส่วนออกเพื่อให้เห็นกระบวนการหลักได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาไม่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ หลัง of สามารถตามด้วยกลุ่มคำนามหรืออนุประโยค how เช่น how their calculations work
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนเปลี่ยนช่วงจากบทเรียนนี้อย่างตรงตัว: The full process is complex. ____ how it works.
ดูคำตอบ
Here's a simplified version of
Airlines have collected years' worth of information about who does and doesn't show up for certain flights. โน้ต
1:21สายการบินได้รวบรวมข้อมูลหลายปีเกี่ยวกับคนที่มาและไม่มาในเที่ยวบินบางเที่ยว
years' worth of information: ใช้เวลาเป็นตัววัดปริมาณสะสม
ในประโยคนี้ years' worth of information หมายถึงปริมาณข้อมูลที่สะสมมาหลายปี ตรงนี้ worth ไม่ได้ตัดสินว่าข้อมูลมีคุณค่าหรือไม่ แต่ใช้ช่วงเวลาเป็นตัววัดปริมาณ รูปแบบคือ คำบอกเวลาในรูปแสดงความเป็นเจ้าของ + worth of + คำนาม เช่น a day's worth of work, two weeks' worth of food และ years' worth of records ถ้าเป็นหน่วยเวลาเอกพจน์ให้ใช้ 's แต่ถ้าเป็นพหูพจน์ปกติให้ใส่อะพอสทรอฟีหลัง s
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ time + worth of ที่หมายถึง “ปริมาณข้อมูลที่เก็บรวบรวมตลอดสามปี”: The lab has ____ data to analyze.
ดูคำตอบ
three years' worth of
who does and doesn't show up: ใช้กริยาหลักคำเดียวร่วมกัน
who does and doesn't show up หมายถึง “ใครมาและใครไม่มา” คำกริยาช่วย does และ doesn't ใช้กริยาหลัก show up ร่วมกัน จึงเปรียบเทียบกลุ่มบอกเล่าและกลุ่มปฏิเสธได้โดยไม่ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ ตรงนี้ does เป็นกริยาช่วย ไม่ใช่กริยาหลักที่แปลว่า “ทำ” ในรูปแบบ simple present นี้ กริยาที่ใช้ร่วมกันต้องคงรูปพื้นฐาน: ใช้ does and doesn't show up ไม่ใช่ does and doesn't shows up
แบบฝึกหัด
เติมรูปเปรียบต่างแบบกระชับด้วยกริยาช่วยบอกเล่าและปฏิเสธใน simple present ที่เชื่อมด้วย and: The report records who ____ attend the weekly meeting.
ดูคำตอบ
does and doesn't
the probability that each individual customer will show up on time is 90%. ไวยากรณ์
1:30ความน่าจะเป็นที่ลูกค้าแต่ละคนจะมาตรงเวลานั้นคือ 90%
for example ที่แทรกกลางประโยค
ในที่นี้ for example เป็นคำแทรกที่อยู่ระหว่าง They know กับอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โดยส่งสัญญาณว่าเส้นทางเฉพาะและตัวเลข 90% ที่ตามมาเป็นกรณีตัวอย่างที่ช่วยทำให้คำอธิบายกว้าง ๆ ชัดเจนขึ้น คำนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน They know that + clause เมื่อตัดออก อนุประโยคที่มี that ก็ยังคงเติมเนื้อหาให้ know ได้ครบ การวางคำนี้ไว้กลางประโยคช่วยให้ผู้พูดเพิ่มตัวอย่างได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ for example เป็นคำแทรกกลางประโยคและใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง?
- The app can for example, send a reminder before your appointment.
- The app can, for example, send a reminder before your appointment.
- The app can, for example send a reminder before your appointment.
ดูคำตอบ
The app can, for example, send a reminder before your appointment.
the probability that ... is ... สำหรับบอกค่าความน่าจะเป็น
รูปแบบ the probability that + clause + is + percentage ใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ในประโยคนี้ that each individual customer will show up on time ระบุเหตุการณ์ที่นำมาคำนวณ ส่วน is 90% ให้ค่าความน่าจะเป็นของเหตุการณ์นั้น คำว่า that ในที่นี้นำเข้าสู่เนื้อหาของ probability ไม่ได้เป็นคำชี้เฉพาะที่หมายถึงสิ่งนั้น คำนามหลักของประธานคือ probability ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา is
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ the probability that ... is ...: The ____ the server will fail tonight ____ 5%.
ดูคำตอบ
probability that · is
we'll assume that every customer is traveling individually,
1:38เราจะสมมติว่าลูกค้าทุกคนเดินทางคนเดียว
For the sake of simplicity: บอกจุดประสงค์ของการทำให้ง่ายขึ้น
For the sake of simplicity หมายถึง “เพื่อทำให้คำอธิบาย แบบจำลอง หรือการคำนวณง่ายขึ้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกเหตุผลของข้อสมมติที่ตามมา คือผู้พูดจงใจไม่นับกรณีที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือเป็นกลุ่ม โครงสร้างคือ for the sake of + คำนามหรือรูป -ing ในวลีนี้ sake สื่อถึงจุดประสงค์หรือเหตุผลที่คำนึงถึง ไม่ได้หมายถึงผลประโยชน์ทางการเงิน
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “เพื่อทำให้คำอธิบายหรือการคำนวณง่ายขึ้น” ให้ตรงทุกคำ: ____, we'll use round numbers.
ดูคำตอบ
For the sake of simplicity
rather than as families or groups: ตัดอีกตัวเลือกหนึ่งออก
Rather than ใช้นำตัวเลือกที่ไม่ได้เลือกหรือไม่ได้นำมารวมไว้ ประโยคนี้เปรียบเทียบ traveling individually กับ traveling as families or groups ดังนั้นข้อสมมติจึงเลือกความเป็นไปได้แรกและตัดความเป็นไปได้ที่สองออก หลัง rather than ละคำว่า traveling ไว้เพราะเข้าใจได้จากส่วนก่อนหน้า: rather than (traveling) as families or groups การละคำแบบนี้ช่วยให้ตัวเลือกที่มีโครงสร้างขนานกันกระชับ เมื่อคำที่หายไปชัดเจนจากส่วนแรก
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมจากบทเรียนที่ใช้แนะนำตัวเลือกซึ่งไม่ได้เลือก: Mia chose to email the form ____ mail it.
ดูคำตอบ
rather than
if there are 180 seats on the plane and they sell 180 tickets,
1:44หากมีที่นั่งบนเครื่องบิน 180 ที่และพวกเขาขายตั๋วไป 180 ใบ
the most likely result is that 162 passengers will board. ไวยากรณ์
1:49ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือผู้โดยสาร 162 คนจะขึ้นเครื่อง
the most likely result is that: บอกผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มมากที่สุด
the most likely result is that + อนุประโยค ใช้บอกผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดเมื่อมีหลายผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ในประโยคนี้ อนุประโยคหลัง that ระบุว่า ตามแบบจำลอง การมีผู้โดยสาร 162 คนขึ้นเครื่องเป็นผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มมากที่สุด most likely ไม่ได้แปลว่าแน่นอนหรือรับประกันแล้ว จำนวนจริงอาจเป็นเลขอื่นได้ แม้ว่า 162 จะมีโอกาสมากกว่าตัวเลือกอื่นแต่ละตัวก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมคำพยากรณ์ด้วยรูปแบบเป้าหมาย: After comparing all three scenarios, the analysts say ____ demand will remain steady.
ดูคำตอบ
the most likely result is that
you could also end up with more passengers or fewer. กริยาวลี
1:55คุณอาจจะจบลงด้วยผู้โดยสารที่มากกว่าหรือน้อยกว่านั้นก็ได้
end up with: สุดท้ายมีผลลัพธ์บางอย่าง
end up with + นามวลี หมายถึง หลังจากผ่านกระบวนการหนึ่งแล้ว สุดท้ายมี ได้รับ หรือเหลือผลลัพธ์บางอย่าง ในที่นี้กล่าวถึงจำนวนผู้โดยสารสุดท้ายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการไปสิ้นสุดอยู่ที่สถานที่ใด วลีนี้มักสื่อว่าผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามแผนทั้งหมด หรืออาจต่างจากที่คาดไว้ ถ้าตามด้วยสิ่งของ จำนวน หรือสถานการณ์ ให้ใช้ end up with; ถ้าผลสุดท้ายคือการทำบางอย่าง ให้ใช้ end up + -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายในรูปกาลที่ถูกต้อง: The repair looked simple, but we ____ a much larger bill than expected.
ดูคำตอบ
ended up with
The probability for each value is given by what's called a binomial distribution, การใช้คำ
1:59ความน่าจะเป็นสำหรับแต่ละค่าหาได้จากสิ่งที่เรียกว่าการแจกแจงแบบทวินาม
what's called a binomial distribution: การแนะนำศัพท์เฉพาะ
what's called a binomial distribution เป็นรูปย่อของ what is called a binomial distribution โครงสร้าง what is called + คำนาม ใช้แนะนำว่าคำนามนั้นเป็นชื่อของแนวคิด ในที่นี้ศัพท์เฉพาะคือ binomial distribution หรือการแจกแจงทวินาม สำนวนนี้มีน้ำเสียงเป็นกลาง ไม่ได้ตั้งคำถามว่าชื่อนั้นถูกต้องหรือไม่ การแจกแจงทวินามอธิบายความน่าจะเป็นของจำนวนครั้งที่สำเร็จแบบต่าง ๆ ในการทดลองอิสระที่มีจำนวนครั้งคงที่
แบบฝึกหัด
what's called a binomial distribution ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ขอให้ผู้ฟังเลือกชื่อให้แนวคิดนี้
- แสดงว่าผู้พูดสงสัยว่าแนวคิดนี้มีชื่อจริงหรือไม่
- แนะนำชื่อทางเทคนิคของแนวคิดอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ
แนะนำชื่อทางเทคนิคของแนวคิดอย่างเป็นกลาง
peaks at: ขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ค่าหรือตำแหน่งหนึ่ง
ตรงนี้ peak เป็นคำกริยา peaks at หมายถึงขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ตำแหน่งหนึ่ง ประธานคือการแจกแจงความน่าจะเป็น และ at the most likely outcome บอกตำแหน่งบนการแจกแจงที่มีความน่าจะเป็นสูงที่สุด ใช้ peak at เมื่อคำที่ตามมาระบุระดับหรือจุดที่แน่นอน เช่น 80%, noon หรือตำแหน่งบนกราฟ at บอกว่าค่าสูงสุดเกิดขึ้นตรงไหน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปยังจุดหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ peak at: Website traffic usually ____ 8 p.m.
ดูคำตอบ
peaks at
let's look at: เปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป
Let's look at เป็นสำนวนเปลี่ยนช่วงที่นำความสนใจของผู้ฟังไปยังหัวข้อหรือสิ่งถัดไปที่จะพูดถึง ในประโยคนี้ Now ช่วยบอกให้ชัดว่ากำลังเปลี่ยนไปพูดถึง revenue หรือรายได้ ในการอธิบาย look at มักหมายถึง “ตรวจสอบ พิจารณา หรือพูดถึง” ไม่ได้หมายถึงมองด้วยตาเท่านั้น โครงสร้างคือ let's look at + กลุ่มคำนาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เปลี่ยนการนำเสนอไปสู่ส่วนใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The next part of the report looked at us.
- Let's look at the next part of the report.
- I looked at the report yesterday.
ดูคำตอบ
Let's look at the next part of the report.
The airline makes money from each ticket buyer and loses money for each person who gets bumped. วลี
2:09สายการบินทำเงินจากผู้ซื้อตั๋วแต่ละคน และเสียเงินให้กับแต่ละคนที่ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
makes money from ... loses money for: แหล่งรายได้และการขาดทุนเป็นรายหน่วย
Makes money from ระบุแหล่งที่มาของรายได้ โดยผู้ซื้อตั๋วแต่ละคนนำรายได้มาให้ ส่วน loses money for each... หมายความว่าผู้ได้รับผลกระทบแต่ละคนก่อให้เกิดความเสียหายแยกกัน ดังนั้น for each จึงกำหนดหน่วยที่ใช้คำนวณ สองส่วนนี้นำรายได้และความสูญเสียมาเปรียบเทียบกัน ในที่นี้ for ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของใคร” แต่เมื่อใช้กับ each person จะหมายถึง “สำหรับแต่ละคนที่นับรวมในการคำนวณ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบเทียบรายได้กับความสูญเสียด้วยสองวลีเป้าหมาย: The shop ____ online sales but ____ each returned item.
ดูคำตอบ
makes money from · loses money for
Let's say a ticket costs $250 and isn't exchangeable for a later flight. โน้ต
2:14สมมติว่าตั๋วราคา 250 ดอลลาร์ และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินภายหลังได้
Let's say: การตั้งสมมติฐานชั่วคราว
Let's say ใช้เกริ่นสถานการณ์ ตัวเลข หรือตัวอย่างที่ผู้พูดต้องการให้ทุกคนยอมรับไว้ชั่วคราวเพื่อใช้ในขั้นต่อไปของคำอธิบาย ในประโยคนี้ ราคาตั๋ว 250 ดอลลาร์และเงื่อนไขของตั๋วถูกตั้งเป็นสมมติฐานสำหรับการคำนวณ สำนวนนี้ไม่ได้ขอให้ใครพูด โครงสร้าง Let's say + อนุประโยค หมายถึง “สำหรับตัวอย่างนี้ ให้สมมติว่า...” โดยอนุประโยคที่ตามมาคือสมมติฐานชั่วคราว
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Let's say the room holds 80 people,' คำว่า Let's say ทำหน้าที่อะไร
- ขอให้ใครบางคนพูดตัวเลขนั้นออกมาดัง ๆ
- ใช้เกริ่นตัวเลขสมมติสำหรับการอภิปราย
- รายงานตัวเลขที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นตัวเลขสมมติสำหรับการอภิปราย
isn't exchangeable for: ระบุสิ่งที่ไม่สามารถรับเป็นของแลกได้
โครงสร้าง A + be + exchangeable for + B หมายถึงสามารถนำ A ไปแลกเพื่อรับ B ได้ เมื่อเป็นรูปปฏิเสธ isn't exchangeable for จะหมายความว่าไม่อนุญาตให้แลกเป็นสิ่งที่ระบุไว้ ในประโยคนี้หมายถึงไม่สามารถเปลี่ยนตั๋วเพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ออกช้ากว่าได้ exchangeable เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกกฎหรือคุณสมบัติของตั๋ว ไม่ได้บอกการกระทำของคนที่กำลังแลกตั๋ว
แบบฝึกหัด
ใช้วลีปฏิเสธที่เน้นไว้โดยคงรูปย่อ เพื่อเติมข้อความกฎให้สมบูรณ์: The voucher ____ cash.
ดูคำตอบ
isn't exchangeable for
And the cost of bumping a passenger is $800. การใช้คำ
2:20และต้นทุนในการปฏิเสธผู้โดยสารคือ 800 ดอลลาร์
the cost of bumping a passenger: การมองการกระทำเป็นรายการต้นทุน
โครงสร้าง the cost of + -ing เปลี่ยนการกระทำหรือเหตุการณ์ให้เป็นสิ่งที่วัดเป็นต้นทุนได้ ในที่นี้ bumping a passenger คือเหตุการณ์ที่ถูกคิดเป็นเงิน 800 ดอลลาร์ ในภาษาที่ใช้เกี่ยวกับสายการบิน bumping a passenger หมายถึงการไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีตั๋วขึ้นเที่ยวบินที่จองไว้ ซึ่งมักเกิดจากที่นั่งไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายถึงการชนหรือตีผู้โดยสาร ค่าใช้จ่ายนี้อาจรวมค่าชดเชยและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดจากการปฏิเสธการขึ้นเครื่อง
แบบฝึกหัด
ใช้ replace ในรูป -ing ที่ถูกต้องเพื่อเติมสำนวนเกี่ยวกับต้นทุนให้สมบูรณ์: The cost of ____ the damaged parts is $500.
ดูคำตอบ
replacing
These numbers are just for the sake of example.
2:24ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงเพื่อการยกตัวอย่างเท่านั้น
no-shows: ผู้ที่จองหรือนัดหมายไว้แต่ไม่มา
no-show คือคนที่ควรมาตามการจอง ตั๋ว นัดหมาย การลงทะเบียน หรือคำมั่นอื่น ๆ แต่ไม่มา ในประโยคนี้ no-shows เป็นรูปพหูพจน์และหมายถึงผู้โดยสารที่มีตั๋วแต่ไม่ได้มาเพื่อขึ้นเที่ยวบิน คำนี้เป็นคำนามนับได้: one no-show, several no-shows มีความหมายเกี่ยวข้องกับ show up ซึ่งหมายถึง “มาถึง” หรือ “ปรากฏตัว” แต่ no-show ไม่ได้หมายถึง “ไม่มีการแสดง”
แบบฝึกหัด
เติมคำนามประสมที่หมายถึงคนที่จองไว้แต่ไม่มา: Anyone who books a table but does not arrive is a ____.
ดูคำตอบ
no-show
the best case ... in the worst case: ระบุผลลัพธ์สองด้านสุดขั้ว
the best case และ the worst case ใช้ระบุปลายทั้งสองด้านของช่วงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น คือผลที่ดีที่สุดและผลที่แย่ที่สุด ในประโยคนี้ ประโยคแรกระบุด้านหนึ่ง แล้ว In the worst case นำเข้าสู่อีกด้านหนึ่ง เพื่อให้ผู้ฟังเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่อาจเกิดจากแผนได้ case ในที่นี้หมายถึง “กรณี” หรือ “สถานการณ์” ไม่ใช่คดีความหรือภาชนะ วลีเหล่านี้บอกว่าผลลัพธ์อาจดีหรือแย่ได้เพียงใด ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์ใดมีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วยวลีมาตรฐานสำหรับสองกรณีสุดขั้ว: In ____, we finish today; in ____, we need two extra days.
ดูคำตอบ
the best case · the worst case
15 unlucky passengers get bumped and the revenue will only be $36,750,
2:48ผู้โดยสารผู้โชคร้าย 15 คนถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่อง และรายได้จะเหลือเพียง 36,750 ดอลลาร์
even less than if you only sold 180 tickets in the first place. สำนวน
2:55ซึ่งน้อยกว่าถ้าคุณขายเพียง 180 ใบตั้งแต่แรกเสียอีก
in the first place: ย้อนกลับไปยังทางเลือกเดิม
in the first place ในที่นี้หมายถึง “เดิมที” หรือ “ตั้งแต่แรก” วลีนี้พาการเปรียบเทียบย้อนกลับไปยังทางเลือกเดิม คือการขายตั๋วเพียง 180 ใบก่อนจะมีการขายเกินจำนวนที่นั่ง และแสดงว่าผลลัพธ์ในภายหลังแย่กว่าทางเลือกตั้งต้นนั้นเสียอีก วลีนี้ชี้ถึงจุดเริ่มต้นทางเวลาหรือทางเหตุผล ไม่ใช่ “สถานที่แรก” จริง ๆ ในบริบทอื่น โดยเฉพาะคำถามที่ใช้ Why...? วลีนี้อาจย้อนกลับไปถามถึงเหตุผลเดิมของการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in the first place เพื่อย้อนกลับไปยังทางเลือกเดิม?
- At first, the direct train seemed too expensive.
- First, check whether the direct train is running.
- We would have saved time by taking the direct train in the first place.
ดูคำตอบ
We would have saved time by taking the direct train in the first place.
What matters isn't just A, but B: การเพิ่มเกณฑ์ข้อที่สอง
What matters isn't just A, but B หมายความว่า A เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ A เพียงอย่างเดียวยังไม่พอ และ B เป็นเกณฑ์ที่จำเป็นอีกข้อหนึ่ง ในประโยคนี้ A คือผลลัพธ์ทางการเงิน ส่วน B คือโอกาสที่สถานการณ์จะเกิดขึ้น But เพิ่มเกณฑ์ข้อที่สองโดยไม่ได้ตัดเกณฑ์ข้อแรกออก อนุประโยค how ทั้งสองมีโครงสร้างขนานกัน โดยส่วนหนึ่งวัดว่าผลลัพธ์ดีหรือแย่เพียงใด และอีกส่วนวัดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงว่าปัจจัยทั้งสองมีความสำคัญ: What matters ____ how quickly you finish, ____ how accurately you work.
ดูคำตอบ
isn't just · but
find out by using...: การเชื่อมคำตอบกับวิธีการ
Find out หมายถึงการค้นพบหรือทราบข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน ในคำบรรยายนี้ ข้อมูลที่ยังไม่ทราบคือโอกาสที่แต่ละสถานการณ์จะเกิดขึ้น By using ระบุวิธีการ เนื่องจาก by เป็นคำบุพบทในโครงสร้างนี้ จึงตามด้วยรูป -ing คือ using โครงสร้างทั้งหมดเชื่อมคำถามเข้ากับเครื่องมือหรือวิธีที่ให้คำตอบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: Which route is shortest? We can ____ a map.
ดูคำตอบ
find out by using
the probability of exactly 195 passengers boarding is almost 0%.
3:14ความน่าจะเป็นที่มีผู้โดยสารขึ้นเครื่อง 195 คนพอดีนั้นเกือบจะ 0%
The probability of exactly 184 passengers boarding is 1.11%,
3:20ความน่าจะเป็นที่มีผู้โดยสารขึ้นเครื่อง 184 คนพอดีคือ 1.11%
and so on: ละสิ่งอื่นประเภทเดียวกันที่ตามมา
And so on วางไว้ท้ายรายการเพื่อบอกว่ายังมีสิ่งอื่นประเภทเดียวกันต่อไปได้อีก แต่ผู้พูดละไว้โดยไม่กล่าวออกมา สำนวนนี้ไม่ได้เพิ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ผู้ฟังต้องอาศัยรูปแบบของรายการก่อนหน้าเพื่อดูว่าตัวอย่าง ขั้นตอน หรือค่าแบบใดถูกละไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่เรียนในบทนี้ซึ่งหมายถึงสิ่งอื่นที่คล้ายกัน: The craft box has paper, scissors, tape, ____.
ดูคำตอบ
and so on
add them all up and subtract the sum from the earnings by 195 sold tickets,
3:32นำทั้งหมดมาบวกกัน แล้วนำไปลบออกจากรายได้ที่ได้จากการขายตั๋ว 195 ใบ
and you get the expected revenue for selling 195 tickets. การใช้คำ
3:38และคุณจะได้รายได้ที่คาดหวังสำหรับการขายตั๋ว 195 ใบ
Multiply ... by, add ... up และ subtract ... from: เรียงลำดับการคำนวณ
คำกริยารูปพื้นฐาน Multiply, add และ subtract ทำหน้าที่เป็นคำสั่ง เมื่อเรียงต่อกัน คำเหล่านี้จะจัดลำดับการคำนวณ ได้แก่ คูณก่อน จากนั้นรวมผลลัพธ์ แล้วจึงลบ ส่วนอนุประโยค and you get... ตอนท้ายบอกผลที่ได้หลังทำขั้นตอนเหล่านั้น รูปแบบเหล่านี้ยังกำหนดบทบาทของค่าแต่ละค่าด้วย โดย multiply A by B หมายถึง A × B, add them all up หมายถึงรวมค่าทั้งหมดให้เป็นผลรวมเดียว และ subtract A from B หมายถึง B − A ลำดับรอบคำว่า from จึงสำคัญ
แบบฝึกหัด
ชุดคำสั่งใดหมายถึง ให้นำแต่ละจำนวนคูณกับค่าน้ำหนัก รวมผลลัพธ์ แล้วคำนวณผลรวมลบด้วยค่าธรรมเนียม
- Multiply each number by its weight, add them all up, and subtract the fee from the total.
- Multiply each number by its weight, add them all up, and subtract the total from the fee.
- Subtract each number from its weight, add them all up, and multiply the fee by the total.
ดูคำตอบ
Multiply each number by its weight, add them all up, and subtract the fee from the total.
expected revenue: รายได้คาดหมายที่ถ่วงน้ำหนักด้วยความน่าจะเป็น
ในประโยคนี้ expected revenue หมายถึงรายได้ที่คำนวณโดยนำผลลัพธ์ด้านรายได้แต่ละแบบมาถ่วงน้ำหนักตามความน่าจะเป็น คำว่า expected ในที่นี้มีความหมายทางสถิติ ไม่ได้หมายถึงจำนวนเงินที่ใครคนหนึ่งหวังอยากจะได้ ตัวเลขนี้ใช้เปรียบเทียบทางเลือกโดยพิจารณาผลลัพธ์ที่เป็นไปได้หลายแบบ ไม่ใช่รายได้จริงจากกรณีใดกรณีหนึ่ง และไม่ใช่จำนวนเงินที่รับประกันว่าจะได้รับ
แบบฝึกหัด
expected revenue ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- รายได้ที่แน่นอนซึ่งได้รับจริงแล้วในกรณีนี้
- จำนวนเงินที่สายการบินหวังอยากจะได้โดยไม่มีการคำนวณความน่าจะเป็น
- ค่าประมาณที่ถ่วงน้ำหนักตามความน่าจะเป็น ไม่ใช่จำนวนเงินที่รับประกัน
ดูคำตอบ
ค่าประมาณที่ถ่วงน้ำหนักตามความน่าจะเป็น ไม่ใช่จำนวนเงินที่รับประกัน
the airline can find the one likely to yield the highest revenue. การใช้คำ
3:46สายการบินสามารถหาจำนวนที่มีแนวโน้มว่าจะให้รายได้สูงสุด
By repeating this calculation: ใช้ By + -ing เพื่อบอกวิธีการ
By repeating this calculation เป็นวลีเปิดประโยคที่ใช้บอกวิธีการ รูปแบบ By + -ing ตอบคำถามว่า “ทำอย่างไร?” การคำนวณซ้ำสำหรับจำนวนตั๋วที่แตกต่างกันคือวิธีที่ช่วยให้สายการบินหาตัวเลือกที่ดีที่สุด by ในที่นี้หมายถึง “ด้วยการทำสิ่งหนึ่ง” ไม่ใช่ “ก่อนถึงกำหนดเวลา” วลี -ing ขยายผลลัพธ์ในประโยคหลัก และผู้กระทำที่เข้าใจโดยนัยมักเป็นประธานของประโยคหลัก ซึ่งในประโยคนี้คือสายการบิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ by และรูป -ing ของ check: ____ the records, Mia found the mistake.
ดูคำตอบ
By checking
yield the highest revenue: สร้างรายได้สูงสุด
ในประโยคนี้ yield หมายถึง “ผลิต” หรือ “ก่อให้เกิด” โดยกรรม the highest revenue ระบุผลลัพธ์ กล่าวคือ ตัวเลือกที่เลือกมีแนวโน้มจะสร้างรายได้มากกว่าตัวเลือกอื่น ความหมายที่สื่อถึงการก่อให้เกิดผลลัพธ์นี้พบได้บ่อยในบริบทธุรกิจและการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งต่างจาก yield ที่หมายถึง “ให้ทาง” ในกฎจราจร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ yield ในความหมายว่า “ก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการเงิน”
- The new pricing strategy could yield higher revenue.
- Drivers must yield to pedestrians at the crossing.
- After an hour, the other team refused to yield.
ดูคำตอบ
The new pricing strategy could yield higher revenue.
from which the airline will probably make $48,774. ไวยากรณ์
3:54ซึ่งสายการบินน่าจะทำเงินได้ 48,774 ดอลลาร์
from which: เชื่อมแหล่งที่มากับคำนามก่อนหน้า
from which เป็นโครงสร้าง “คำบุพบท + คำสรรพนามเชื่อมความ” โดย which ย้อนกลับไปแทนตั๋วที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ และ from แสดงว่าตั๋วเหล่านั้นเป็นแหล่งที่มาของเงิน เมื่อตีความโครงสร้างนี้ ให้หาคำนามที่อยู่ก่อนอนุประโยคเชื่อมความ แล้วสร้างความสัมพันธ์พื้นฐานใหม่ว่า the airline will make $48,774 from those tickets การวาง from ไว้หน้า which ทำให้ความเชื่อมโยงกระชับและเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: “The town created a solar farm from which it earns steady income.” which แทนสิ่งใด
- รายได้
- โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
- เมืองนั้น
ดูคำตอบ
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
per airline per year: หน่วยวัดสองหน่วย
per หมายถึง “ต่อแต่ละ” หรือ “ต่อหนึ่งหน่วย” ใน a million flights per airline per year คำว่า per ตัวแรกกำหนดหน่วยเป็นบริษัท ส่วน per ตัวที่สองกำหนดหน่วยเป็นเวลา ดังนั้นตัวเลขนี้หมายถึงหนึ่งล้านเที่ยวบินต่อสายการบินแต่ละแห่งในแต่ละปี การใช้ per ซ้ำเป็นวิธีสั้นและชัดเจนในการระบุหน่วยวัดมากกว่าหนึ่งหน่วย ให้อ่านทีละหน่วย คือ per airline แล้วจึง per year
แบบฝึกหัด
ใช้ per สองครั้งเพื่อเติมประโยคให้มีความหมายว่า “ต่อคลินิกแต่ละแห่งในแต่ละเดือน”: The service handles 200 appointments ____.
ดูคำตอบ
per clinic per month
adds up fast: ยอดรวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในที่นี้ adds up หมายถึงจำนวนเล็ก ๆ หรือผลกระทบหลายอย่างรวมกันจนกลายเป็นยอดรวมที่สำคัญ ส่วน fast บอกว่ายอดรวมนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนคิดเลขได้เร็ว เมื่อใช้ในความหมายว่า “สะสม” add up เป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม สิ่งที่สะสมจะเป็นประธาน เช่น costs add up หรือ delays add up ใช้ได้กับเงิน เวลา ความเสี่ยง และผลกระทบอื่น ๆ ที่มีความสำคัญเมื่อรวมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ add up ในความหมายว่า “สะสม” เหมือนกับตัวอย่าง?
- Those five-minute delays add up over a week.
- Add up the numbers at the bottom of the page.
- Add five to the total.
ดูคำตอบ
Those five-minute delays add up over a week.
Airlines apply many factors to create even more accurate models.
4:15สายการบินใช้ปัจจัยหลายอย่างเพื่อสร้างโมเดลที่แม่นยำยิ่งขึ้น
But should they? เพื่อเปลี่ยนไปสู่การตัดสินด้านจริยธรรม
But ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากผลในทางปฏิบัติที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน should เปลี่ยนคำถามจากสิ่งที่องค์กรเหล่านั้นทำได้หรือประโยชน์ที่อาจได้รับ ไปเป็นว่าการทำเช่นนั้นถูกต้อง มีความรับผิดชอบ หรือมีเหตุผลรองรับหรือไม่ they ย้อนกลับไปหมายถึงองค์กรที่ใช้กลยุทธ์นั้น คำถามเชิงวาทศิลป์สั้น ๆ นี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งและเปิดประเด็นการประเมินด้านจริยธรรม โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ฟังตอบออกมาทันที
แบบฝึกหัด
บริษัทหนึ่งสามารถเก็บข้อมูลตำแหน่งของผู้ใช้ได้ คำถามสั้น ๆ ข้อใดเปลี่ยนการอภิปรายไปสู่ว่าการกระทำนั้นถูกต้องตามหลักจริยธรรมหรือไม่
- But do they?
- But can they?
- But should they?
ดูคำตอบ
But should they?
You're charging two people for the same resource. การใช้คำ
4:24คุณกำลังคิดเงินคนสองคนสำหรับทรัพยากรเดียวกัน
charge someone for something: เรียกเก็บเงินจากใครบางคนสำหรับบางสิ่ง
charge someone for something หมายถึงขอให้บุคคลนั้นจ่ายเงินสำหรับสินค้า บริการ หรือทรัพยากร ในประโยคนี้ two people คือผู้จ่ายเงิน และ the same resource คือสิ่งที่แต่ละคนถูกเรียกเก็บเงิน เนื่องจากทรัพยากรหนึ่งรายการถูกขายสองครั้ง ถ้อยคำนี้จึงใช้วิจารณ์ความไม่เป็นธรรมด้วย ในที่นี้ charge หมายถึงเรียกเก็บเงิน ไม่ใช่ชาร์จไฟ
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่ใช้เมื่อพูดถึงค่าธรรมเนียม: The clinic charged me ____ the test.
ดูคำตอบ
for
what if: ทดสอบกฎด้วยเหตุการณ์สมมติ
ในประโยคนี้ what if ใช้เสนอเหตุการณ์สมมติว่า บุคคลนั้นมั่นใจเพียง 95% ไม่ได้มั่นใจอย่างเต็มที่ ผู้พูดใช้กรณีนี้เพื่อทดสอบว่ากฎก่อนหน้ายังใช้ได้หรือไม่เมื่อระดับความแน่นอนลดลง คำถามที่ใช้ what if มักเสนอความเสี่ยง ข้อยกเว้น หรือผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้เพียงถามหาข้อเท็จจริง แต่ขอให้ผู้ฟังทบทวนข้อสรุปใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสองคำที่เรียนในหัวข้อนี้เติมคำถามให้สมบูรณ์เพื่อเสนอความเสี่ยงสมมติ: ____ the emergency phone has no signal?
ดูคำตอบ
What if
Is there a number that separates being unethical from being practical? ไวยากรณ์
4:38มีตัวเลขที่แบ่งแยกความผิดจรรยาบรรณออกจากความเป็นจริงในการปฏิบัติหรือไม่?
separate A from B: ระบุเส้นแบ่งระหว่างหมวดหมู่
Separate A from B ใช้ระบุเส้นแบ่งหรือเกณฑ์ระหว่างสองสิ่ง ในประโยคนี้ ประธาน a number หมายถึงค่าตัวเลขที่จะเป็นเกณฑ์แบ่งระหว่างการตัดสินสองแบบ คือ being unethical และ being practical วลีที่มี being ทั้งสองวลีเปลี่ยนคำอธิบายด้วยคำคุณศัพท์ให้เป็นสภาวะเชิงนามธรรมที่นำมาเปรียบเทียบกันได้ practical ในที่นี้หมายถึงใช้ได้จริงหรือสมเหตุสมผลในสภาพจริง ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับแบบฝึกหัด
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่โครงสร้าง separate A from B ต้องใช้: A detailed budget separates a realistic plan ____ a wishful one.
ดูคำตอบ
from