วิธีสร้างโลกในจินตนาการ - Kate Messner: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
768 คำ 167 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่าเหตุใดกฎทางกายภาพและสังคมที่สอดคล้องกันจึงทำให้โลกสมมติน่าเชื่อถือ แล้วเสนอขั้นตอนกำหนดประวัติศาสตร์ กฎเกณฑ์ ชีวิตประจำวัน ตลอดจนอิทธิพลของโลกนั้นที่มีต่อตัวละครและความขัดแย้ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. No Quidditch match ends until the Golden Snitch is caught. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า No ... until ... ทำให้เหตุการณ์ที่เกิดภายหลังเป็นเงื่อนไขจำเป็นของการสิ้นสุดได้อย่างไร จึงนำไปใช้บอกกฎ เส้นตาย และขอบเขตเวลาได้อย่างชัดเจน 2. human-made squiggles on a page — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตภาพเชิงขบขันที่มองตัวหนังสือเป็นเพียงเส้นขีดเขียนบนกระดาษ และเข้าใจว่าอุปมาเชิงภาพนี้ช่วยสื่อแนวคิดเรื่องผู้อ่านแปลงสัญลักษณ์ให้กลายเป็นเรื่องราวที่มีความหมายอย่างไร 3. shape the individuals who live in it? — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้ shape กับคนในความหมายเชิงนามธรรมเพื่ออธิบายว่าสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม สถาบัน หรือโลกสมมติ หล่อหลอมอัตลักษณ์ พฤติกรรม และความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In J.R.R.'s world, วัฒนธรรม

0:07

ในโลกของเจ.อาร์.อาร์. โทลคีน

วัฒนธรรม

J.R.R.'s world: จักรวาลสมมติที่ผู้สร้างสรรค์สร้างขึ้น

ในที่นี้ J.R.R. หมายถึง J.R.R. Tolkien วลีแสดงความเป็นเจ้าของ J.R.R.'s world หมายถึงจักรวาลสมมติที่ Tolkien สร้างขึ้น รวมถึง Middle-earth และฉากหลังที่กว้างกว่านั้น ไม่ได้หมายถึงวงสังคมหรือชีวิตส่วนตัวในแต่ละวันของเขา การใช้ชื่อผู้สร้างในรูปแสดงความเป็นเจ้าของร่วมกับ world เป็นวิธีกระชับในการระบุฉาก ตัวละคร ประวัติศาสตร์ และกฎต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลงานของผู้สร้างคนนั้น รูปแบบนี้พบบ่อยในบทวิจารณ์ บทบรรยาย และการเปรียบเทียบจักรวาลสมมติ

แบบฝึกหัด

J.R.R.'s world ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ชีวิตทางสังคมส่วนตัวของ Tolkien
  2. จักรวาลสมมติที่ Tolkien สร้างขึ้น
  3. ประเทศจริงที่ Tolkien เป็นเจ้าของ
ดูคำตอบ

จักรวาลสมมติที่ Tolkien สร้างขึ้น

Gandalf is one of five wizards sent by the Valar ไวยากรณ์

0:09

แกนดัล์ฟคือหนึ่งในพ่อมดห้าคนที่ถูกส่งมาโดยวาลาร์

ไวยากรณ์

one of five wizards: สมาชิกหนึ่งคนในกลุ่ม

one of five wizards หมายถึงสมาชิกหนึ่งคนจากกลุ่มที่มีพ่อมดห้าคน ไม่ได้หมายความว่า Gandalf เป็นพ่อมดเพียงคนเดียว โครงสร้างคือ one of + ตัวเลขหรือคำกำหนด + คำนามนับได้พหูพจน์ เนื่องจากคำนามนั้นหมายถึงสมาชิกทั้งกลุ่ม จึงต้องใช้รูปพหูพจน์ wizards ไม่ใช่ wizard

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำภาษาอังกฤษสี่คำ โดยใช้ one of เขียนเลข 5 เป็นคำภาษาอังกฤษ และใช้รูปพหูพจน์ของ wizard: Mira is ____ who protect the valley.

ดูคำตอบ

one of five wizards

to guide the inhabitants of Middle-earth

0:12

เพื่อชี้นำผู้อยู่อาศัยในมิดเดิลเอิร์ธ

ไวยากรณ์

sent by the Valar to guide: ส่วนขยายรูปถูกกระทำแบบย่อ

sent by the Valar เป็นวลี past participle ที่ขยาย five wizards หมายความว่าวาลาร์เป็นผู้ส่งพ่อมดเหล่านั้น และสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า five wizards who were sent by the Valar to guide บอกจุดประสงค์ของการส่ง ทั้งสองส่วนช่วยย่อข้อมูลว่าใครเป็นผู้ส่งและส่งไปทำอะไรไว้หลังคำนาม กริยาหลักของประโยคคือ is ไม่ใช่ sent

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sent by ... to ... เป็นส่วนขยายคำนามแบบย่อ?

  1. The engineers were sent by the council to inspect the bridge.
  2. The engineers sent by the council to inspect the bridge arrived at noon.
  3. The council sent the engineers to inspect the bridge.
ดูคำตอบ

The engineers sent by the council to inspect the bridge arrived at noon.

in their struggles against the dark force of Sauron.

0:14

ในการต่อสู้กับกองกำลังแห่งความมืดของเซารอน

Gandalf's body was mortal,

0:17

ร่างกายของแกนดัล์ฟเป็นมนุษย์

subject to the physical rules of Middle-earth, การใช้คำ

0:19

อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ทางกายภาพของมิดเดิลเอิร์ธ

การใช้คำ

subject to the physical rules: อยู่ภายใต้ข้อจำกัดภายนอก

subject to the physical rules หมายถึง “อยู่ภายใต้หรือถูกจำกัดด้วยกฎทางกายภาพ” กล่าวคือ ร่างกายของแกนดัล์ฟต้องทำงานภายในกฎของโลกนั้น ในที่นี้ subject เป็นคำคุณศัพท์ในโครงสร้าง be subject to + คำนาม ไม่ได้หมายถึง “วิชาเรียน” หรือ “ประธานของประโยค”

แบบฝึกหัด

เติมประกาศให้สมบูรณ์ด้วยวลีทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อาจได้รับผลกระทบหรือถูกจำกัดโดย”: Outdoor events are ____ cancellation during severe weather.

ดูคำตอบ

subject to

but his spirit was immortal, ลำดับความ

0:22

แต่จิตวิญญาณของเขาเป็นอมตะ

ลำดับความ

but his spirit was immortal: ใจความเปรียบต่างสำคัญหลัง but

ในประโยคนี้ but เปลี่ยนจากคุณสมบัติหนึ่งไปยังคุณสมบัติที่ตรงข้ามกัน คือร่างกายของแกนดัล์ฟตายได้ แต่จิตวิญญาณของเขาเป็นอมตะ ประธานก็เปลี่ยนจาก body เป็น spirit จึงเป็นการเปรียบเทียบสองส่วนของเขา ไม่ใช่การพูดขัดแย้งกันเกี่ยวกับสิ่งเดียวกัน เมื่อ but เชื่อมอนุประโยคสองส่วน ส่วนหลังมักแก้ไขหรือพลิกความเข้าใจที่เกิดจากส่วนแรก ในที่นี้ but his spirit was immortal คือใจความสำคัญ เพราะการตายทางร่างกายไม่ได้หมายความว่าจิตวิญญาณของเขาจะตายได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ but ในลักษณะเดียวกัน โดยให้ส่วนหลังพลิกความเข้าใจที่เกิดจากส่วนแรก

  1. The bag looked tiny, and it was made of leather.
  2. The bag looked tiny, but it held everything we needed.
  3. The bag looked tiny because it was empty.
ดูคำตอบ

The bag looked tiny, but it held everything we needed.

as seen when he died as Gandalf the Grey โน้ต

0:24

ดังที่เห็นเมื่อเขาตายในฐานะแกนดัล์ฟพ่อมดเทา

and resurrected as Gandalf the White.

0:26

และฟื้นคืนชีพเป็นแกนดัล์ฟพ่อมดขาว

วลี

as seen: การเกริ่นหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้อความ

As seen ใช้เกริ่นตัวอย่างหรือหลักฐานที่สังเกตได้เพื่อสนับสนุนข้อความที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ การตายและการฟื้นคืนชีพที่บอกไว้ในอนุประโยค when ถูกนำมาเป็นหลักฐานว่าจิตวิญญาณของแกนดัล์ฟเป็นอมตะ วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคแบบถูกกระทำ มีความหมายใกล้กับ as can be seen หรือ as is shown มักใช้ในรูป as seen in + แหล่งข้อมูล หรือ as seen when + เหตุการณ์ และไม่ควรแปลแยกทีละคำว่าในฐานะสิ่งที่ถูกมองเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนนี้: The new schedule reduced delays, ____ in last month's report.

ดูคำตอบ

as seen

วัฒนธรรม

Gandalf the Grey ... Gandalf the White: ตัวละครเดียวกับฉายาที่เปลี่ยนไป

“Gandalf the Grey” และ “Gandalf the White” เป็นฉายาของตัวละครคนเดียวกันในคนละช่วงของเรื่อง ไม่ใช่ชื่อของคนสองคน ในที่นี้ Grey และ White เป็นส่วนหนึ่งของฉายาตัวละคร ไม่ได้เป็นเพียงคำบอกสีเสื้อผ้า ใน died as ... and resurrected as ... คำว่า as หมายถึง “ในฐานะหรือบทบาทของ...” การเปลี่ยนจาก Grey เป็น White แสดงถึงตัวตนใหม่ของเขาเมื่อกลับมาหลังความตาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Gandalf the Grey และ Gandalf the White หมายถึงอะไร

  1. สองฉายาของตัวละครคนเดียวกันในคนละช่วง
  2. คำบรรยายทั่วไปเกี่ยวกับสีเสื้อผ้าของแกนดัล์ฟ
  3. ตัวละครสองคนที่บังเอิญใช้ชื่อ Gandalf เหมือนกัน
ดูคำตอบ

สองฉายาของตัวละครคนเดียวกันในคนละช่วง

According to the Wachowski's script, วลี

0:29

ตามบทภาพยนตร์ของพี่น้องวาชอว์สกี

วลี

According to ...: การระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

According to + นามวลี ใช้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่จะตามมา ในส่วนนี้ แหล่งข้อมูลคือบทภาพยนตร์ ดังนั้นข้อความถัดไปจึงถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ระบุไว้ในบทนั้น วลีนี้ไม่ได้แปลว่า “เห็นด้วยกับ” แต่บอกเพียงว่าข้อมูลมาจากไหน ไม่ได้บอกว่าผู้พูดเชื่อว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุว่าคู่มือความปลอดภัยเป็นแหล่งที่มาของกฎ โดยไม่ได้บอกว่าผู้พูดเห็นด้วยกับกฎนั้น

  1. I agree with the safety guide, so helmets are required.
  2. According to the safety guide, helmets are required.
  3. In my opinion, helmets are required.
ดูคำตอบ

According to the safety guide, helmets are required.

an awakened human only has to link up and hack the neon binary code of the Matrix โน้ต

0:31

มนุษย์ที่ตื่นรู้เพียงแค่เชื่อมต่อและแฮ็กเข้าสู่รหัสไบนารีนีออนของเดอะ เมทริกซ์

วัฒนธรรม

an awakened human: ผู้ที่ตระหนักถึงความจริงของเดอะเมทริกซ์

ในบริบทของเดอะเมทริกซ์ an awakened human หมายถึงคนที่ตระหนักแล้วว่าความเป็นจริงในชีวิตประจำวันคือโลกจำลอง คำว่า awakened บอกถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการรับรู้ ไม่ได้หมายถึงเพียงตื่นจากการนอน ในนิยายวิทยาศาสตร์ คำทั่วไปอาจมีความหมายเฉพาะตามโลกของเรื่อง ให้ดูจากกฎของเรื่องว่า awakened หมายถึงการตื่นทางกายหรือการมองเห็นความจริงที่ถูกซ่อนไว้

แบบฝึกหัด

ในบริบทของเดอะเมทริกซ์ an awakened human หมายถึงคนแบบใด?

  1. คนที่สร้างคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเดอะเมทริกซ์
  2. คนที่เพิ่งตื่นจากการนอน
  3. คนที่ค้นพบว่าความเป็นจริงในชีวิตประจำวันคือโลกจำลอง
ดูคำตอบ

คนที่ค้นพบว่าความเป็นจริงในชีวิตประจำวันคือโลกจำลอง

กริยาวลี

link up: เชื่อมต่อกับระบบ

ในที่นี้ link up หมายถึงสร้างการเชื่อมต่อกับระบบเดอะเมทริกซ์เพื่อให้เข้าถึงระบบได้ คำนี้เป็นกริยาวลี โดย up เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนและไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน Link up ยังใช้ในความหมายว่าพบหรือประสานงานกับผู้อื่นได้ด้วย คำบุพบทที่ตามมามักบอกความสัมพันธ์ เช่น link up to a network แต่ใช้ link up with a team เมื่อต้องการพบหรือร่วมงานกับทีม ในคำบรรยายไม่ได้ระบุเป้าหมายของการเชื่อมต่อ เพราะบริบทชัดเจนว่าเป็นเดอะเมทริกซ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ link up to ที่ใช้เชื่อมต่อกับระบบ: After entering the password, the console can ____ the secure network.

ดูคำตอบ

link up to

to learn how to fly a helicopter in a matter of seconds. วลี

0:37

เพื่อเรียนรู้วิธีการขับเฮลิคอปเตอร์ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

วลี

in a matter of seconds: หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที

ในประโยคนี้ in a matter of seconds หมายถึง “หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที” หรือ “ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที” โดยเน้นว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นเร็วมาก เร็วกว่าที่ปกติจะคาดไว้มาก โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ in a matter of + ระยะเวลา เช่น in a matter of minutes, in a matter of hours หรือ in a matter of days ในสำนวนตายตัวนี้ matter ไม่ได้แยกออกมาหมายถึง “เรื่อง” หรือ “ปัญหา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายภาษาอังกฤษห้าคำที่หมายถึง “หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที”: After the alarm sounded, the room was empty ____.

ดูคำตอบ

in a matter of seconds

Or if you are the one, วัฒนธรรม

0:41

หรือถ้าคุณคือ 'เดอะวัน'

or one of the ones,

0:43

หรือหนึ่งในผู้ที่ถูกเลือก

วัฒนธรรม

the one: ผู้ถูกเลือกเพียงหนึ่งเดียว

ในประโยคนี้ the one ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่งหรือเพียงแค่ “คนนั้น” ในเรื่อง Matrix วลีนี้หมายถึงบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่เชื่อกันว่ามีบทบาทพิเศษคล้ายผู้กอบกู้ คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the แสดงว่านี่คืออัตลักษณ์เฉพาะที่ผู้คนในเรื่องรู้จัก โดยทั่วไป เรื่องราวเกี่ยวกับวีรบุรุษหรือคำพยากรณ์อาจใช้ the one หมายถึงบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกและถูกคาดหวังให้ทำภารกิจสำคัญ การเขียนเป็น The One มักแสดงว่าวลีนี้ใช้เป็นตำแหน่งหรือฉายาอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในบริบทของเรื่องราววีรบุรุษนี้ the one น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. สมาชิกธรรมดาคนใดก็ได้ในกลุ่ม
  2. บุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่พิเศษ
  3. ตัวเลขที่อยู่ก่อนเลขสองทันที
ดูคำตอบ

บุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่พิเศษ

you don't even need a helicopter. น้ำเสียง/เจตนา

0:44

คุณไม่จำเป็นต้องมีเฮลิคอปเตอร์ด้วยซ้ำ

น้ำเสียง/เจตนา

don't even need: ไม่ต้องใช้แม้แต่สิ่งที่คาดว่าน่าจะจำเป็น

ใน don't even need คำว่า even ช่วยเน้นประโยคปฏิเสธ โดยทำให้เฮลิคอปเตอร์ดูเป็นสิ่งที่ผู้ฟังอาจคาดว่าน่าจะจำเป็น แล้วหักล้างความคาดหมายนั้นว่า จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลย โครงสร้าง don't even + กริยารูปพื้นฐาน มักเน้นว่าแม้แต่เงื่อนไขขั้นต่ำที่คาดไว้ก็ยังไม่จำเป็น ในที่นี้น้ำเสียงจึงหนักแน่น และดูหยอกล้อหรือเกินจริงมากกว่า you don't need a helicopter ที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

even เพิ่มความหมายอะไรในประโยค You don't even need a helicopter?

  1. ผู้พูดไม่แน่ใจว่ามีเฮลิคอปเตอร์ให้ใช้หรือไม่
  2. จำเป็นต้องใช้เฉพาะเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น และสิ่งอื่นใช้ไม่ได้
  3. ตามปกติเฮลิคอปเตอร์อาจดูเหมือนจำเป็น แต่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลย
ดูคำตอบ

ตามปกติเฮลิคอปเตอร์อาจดูเหมือนจำเป็น แต่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลย

You just need a cool pair of shades. การใช้คำ

0:46

คุณแค่ต้องมีแว่นตากันแดดเท่ๆ สักอัน

การใช้คำ

a cool pair of shades: แว่นกันแดดเท่ ๆ หนึ่งอัน

ในประโยคนี้ shades เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึง sunglasses ส่วน cool หมายถึงดูมีสไตล์หรือน่าประทับใจ วลีนี้บรรยายแว่นกันแดดที่ให้ภาพลักษณ์ทันสมัยและมั่นใจ เนื่องจาก shades เป็นรูปพหูพจน์เมื่อใช้ในความหมายนี้ ภาษาอังกฤษจึงมักนับหนึ่งอันด้วย a pair of เป็น a pair of shades ถ้ามากกว่าหนึ่งอันให้พูดว่า two pairs of shades

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Mia สวมแว่นกันแดดหนึ่งอัน?

  1. Mia wore a shades at the beach.
  2. Mia wore a pair of shade at the beach.
  3. Mia wore a pair of shades at the beach.
ดูคำตอบ

Mia wore a pair of shades at the beach.

Cheshire Cats can juggle their own heads. วัฒนธรรม

0:49

แมวเชสเชียร์สามารถโยนสลับหัวของตัวเองเล่นได้

วัฒนธรรม

Cheshire Cats: การอ้างอิงถึงแมวเชสเชียร์จากเรื่อง อลิซในแดนมหัศจรรย์

Cheshire Cats หมายถึงแมวเชสเชียร์จากเรื่อง อลิซในแดนมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นแมววิเศษที่มีชื่อเสียงจากการหายตัวไปโดยเหลือเพียงรอยยิ้ม รูปพหูพจน์ทำให้ตัวละครที่คุ้นเคยนี้ดูเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งในโลกสมมติ ในที่นี้ ชื่อนี้เป็นการอ้างอิงวรรณกรรม ไม่ได้หมายถึงแมวธรรมดาจากมณฑลเชสเชียร์เท่านั้น เมื่อรู้ที่มา การกระทำที่เป็นไปไม่ได้ก็จะเข้าใจได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎในโลกแฟนตาซี

แบบฝึกหัด

Cheshire Cats ในประโยคนี้หมายถึงอะไรเป็นหลัก?

  1. แมวเลี้ยงธรรมดาที่อาศัยอยู่ในมณฑลเชสเชียร์ของอังกฤษ
  2. ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสายพันธุ์แมวจริงที่ฝึกให้แสดงท่าต่าง ๆ
  3. ตัวละครแมววิเศษที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง อลิซในแดนมหัศจรรย์
ดูคำตอบ

ตัวละครแมววิเศษที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง อลิซในแดนมหัศจรรย์

iPads are rudimentary.

0:52

ไอแพดเป็นของพื้นๆ ไปเลย

No Quidditch match ends until the Golden Snitch is caught. ไวยากรณ์

0:54

ไม่มีการแข่งขันควิดดิชใดจบลงจนกว่าจะจับโกลเด้นสนิชได้

ไวยากรณ์

No ... ends until ...: การกำหนดเงื่อนไขสำหรับการจบ

รูปแบบ No + คำนามเอกพจน์ + กริยา ... until ... หมายความว่าเหตุการณ์ในประโยคหลักจะเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์หลัง until ไม่ได้ ในที่นี้ No ครอบคลุมการแข่งขันควิดดิชทุกนัด และ until นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้การแข่งขันจบได้ คือการจับโกลเด้นสนิช ดังนั้น การแข่งขันจะไม่จบก่อนเงื่อนไขนี้สำเร็จ และจะจบได้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขสำเร็จแล้ว ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการแข่งขันเริ่มเมื่อจับสนิชได้

แบบฝึกหัด

เติมกฎความปลอดภัยให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ No ... until ...: ____ train departs ____ all the doors are closed.

ดูคำตอบ

No · until

And the answer to the ultimate question of life, วัฒนธรรม

0:58

และคำตอบของคำถามสูงสุดแห่งชีวิต

the universe,

1:01

จักรวาล

and everything is most certainly 42.

1:02

และทุกสรรพสิ่ง แน่นอนที่สุดว่าคือ 42

วัฒนธรรม

“คำตอบคือ ... 42”: การอ้างอิงถึง The Hitchhiker's Guide to the Galaxy

ในที่นี้ 42 เป็นการอ้างอิงถึงนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง The Hitchhiker's Guide to the Galaxy ของดักลาส แอดัมส์ ในเรื่อง ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้ 42 เป็นคำตอบของ “คำถามสูงสุดเกี่ยวกับชีวิต จักรวาล และทุกสิ่ง” มุกอยู่ที่คำถามเชิงปรัชญาที่ยิ่งใหญ่มากกลับได้คำตอบเป็นตัวเลขธรรมดาที่ไม่ได้อธิบายอะไรด้วยตัวมันเอง ประโยคนี้กำลังใช้คำตอบในโลกสมมติเป็นการอ้างอิงทางวัฒนธรรมที่รู้จักกันดี ไม่ได้บอกว่า 42 เป็นคำตอบทางวิทยาศาสตร์หรือปรัชญาในโลกจริง

แบบฝึกหัด

เหตุใดประโยคนี้จึงเรียก 42 ว่าเป็นคำตอบของคำถามสูงสุดเกี่ยวกับชีวิต จักรวาล และทุกสิ่ง?

  1. เป็นการอ้างถึงมุกที่มีชื่อเสียงจาก The Hitchhiker's Guide to the Galaxy
  2. หมายความว่าโลกสมมติทุกแห่งมีกฎอยู่ 42 ข้อพอดี
  3. เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจักรวาลที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

เป็นการอ้างถึงมุกที่มีชื่อเสียงจาก The Hitchhiker's Guide to the Galaxy

Just like real life, ลำดับความ

1:04

เช่นเดียวกับชีวิตจริง

fictional worlds operate consistently within a spectrum of physical and societal rules. วลี

1:06

โลกในจินตนาการดำเนินไปอย่างสอดคล้องกันภายใต้ขอบเขตของกฎทางกายภาพและสังคม

ลำดับความ

Just like real life: เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบ

Just like real life อยู่ต้นประโยคเพื่อสร้างกรอบการเปรียบเทียบ โดยเริ่มจากสิ่งที่คุ้นเคยคือชีวิตจริง แล้วใจความหลักจึงบอกลักษณะที่ทั้งสองอย่างมีร่วมกัน นั่นคือทั้งโลกจริงและโลกสมมติต่างก็ดำเนินไปตามกฎ คำเปิดนี้ยังช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วย โดยพาจากประสบการณ์ที่คุ้นเคยไปสู่ข้อสรุปที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับโลกสมมติ ดังนั้นการเปรียบเทียบจึงเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผล ไม่ใช่ความคิดเห็นที่พูดขึ้นมาลอย ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Just like + คน สถานที่ หรือสิ่งของ แล้วตามด้วยใจความหลักที่อธิบายความคล้ายกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Just like ... เพื่อเริ่มด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย แล้วจึงบอกลักษณะที่มีร่วมกัน?

  1. Just like a real library, this digital archive needs a clear catalog.
  2. The digital archive looks like a real library in the photograph.
  3. Just after visiting a real library, I opened the digital archive.
ดูคำตอบ

Just like a real library, this digital archive needs a clear catalog.

วลี

operate consistently within ... rules: ทำงานอย่างสอดคล้องภายในกรอบของกฎ

operate consistently หมายถึงทำงานตามตรรกะเดียวกันในสถานการณ์ต่าง ๆ ส่วน within ... rules ชี้กรอบที่จำกัดและกำกับการทำงานนั้น ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อมากกว่าเพียงการ “มีกฎ” เพราะโลกนั้นปฏิบัติตามกฎอย่างต่อเนื่อง ใน a spectrum of physical and societal rules คำว่า spectrum หมายถึงขอบเขตกว้างที่ครอบคลุมกฎธรรมชาติและข้อตกลงทางสังคม ไม่ได้หมายถึงแถบแสง รูปแบบที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้ใช้บรรยายระบบใด ๆ ที่รักษาความสอดคล้องภายในกรอบหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียน: A fair simulation should ____ a clear set of rules.

ดูคำตอบ

operate consistently within

That's what makes these intricate worlds believable, ไวยากรณ์

1:11

นั่นคือสิ่งที่ทำให้โลกอันซับซ้อนเหล่านี้น่าเชื่อถือ

comprehensible, and worth exploring.

1:14

สามารถทำความเข้าใจได้ และคุ้มค่าที่จะสำรวจ

ไวยากรณ์

That's what makes ... + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

That's what makes ... ย้อนกลับไปชี้แนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง และนำเสนอแนวคิดนั้นว่าเป็นสาเหตุสำคัญของผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้ that หมายถึงความสอดคล้องของโลกเหล่านั้น โดยรวมมีความหมายว่า “นั่นคือสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เหล่านี้” หลัง makes ใช้โครงสร้าง กรรม + ส่วนเติมเต็ม: makes these intricate worlds believable, comprehensible, and worth exploring ส่วนเติมเต็มทั้งสามที่เชื่อมกันบรรยายคุณสมบัติที่โลกเหล่านี้มีขึ้นเป็นผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่ย้อนชี้ไปยังสาเหตุ: The characters feel real. ____ the story memorable.

ดูคำตอบ

That's what makes

In real life,

1:17

ในชีวิตจริง

the law of gravity holds seven book sets of Harry Potter การใช้คำ

1:18

กฎแห่งแรงโน้มถ่วงยึดหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ชุดเจ็ดเล่ม

to millions of bookshelves around the world.

1:21

ไว้บนชั้นหนังสือหลายล้านชั้นทั่วโลก

การใช้คำ

the law of gravity: กฎทางวิทยาศาสตร์

the law of gravity หมายถึงกฎธรรมชาติที่อธิบายว่าแรงโน้มถ่วงส่งผลต่อวัตถุอย่างไร ในที่นี้ law หมายถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่รัฐบาลกำหนด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมข้อความเข้ากับกฎของโลกจริง กล่าวคือ แรงโน้มถ่วงทำให้หนังสือวางอยู่บนชั้น เมื่อ law ใช้กับหัวข้อทางวิทยาศาสตร์อย่าง gravity คำนี้อาจหมายถึงหลักการที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

the law of gravity ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. กฎหมายเกี่ยวกับหนังสือที่รัฐบาลออก
  2. กฎของโรงเรียนเกี่ยวกับตำแหน่งที่ควรวางหนังสือ
  3. หลักการธรรมชาติที่อธิบายว่าแรงโน้มถ่วงส่งผลต่อวัตถุอย่างไร
ดูคำตอบ

หลักการธรรมชาติที่อธิบายว่าแรงโน้มถ่วงส่งผลต่อวัตถุอย่างไร

We know this to be true, วลี

1:24

เรารู้ว่านี่เป็นเรื่องจริง

วลี

know this to be true: โครงสร้าง know + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม

know this to be true หมายถึงผู้พูดรู้หรือยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นความจริง โครงสร้างคือ know + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม โดย this เป็นกรรม และ true เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกลักษณะของกรรมนั้น ความหมายใกล้เคียงกับ know that this is true ส่วน to be ไม่ใช่คำที่เติมมาโดยไม่มีหน้าที่ แต่เชื่อมกรรมเข้ากับคุณสมบัติหรือสถานะที่ผู้พูดยอมรับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ส่วนภาษาอังกฤษต่อไปนี้ตามลำดับเดิม: know / the report / to be / accurate. After checking the evidence, we ____.

ดูคำตอบ

know the report to be accurate

but we also know that ever since J.K. typed the words wizard, wand, and Wingardium Leviosa, ไวยากรณ์

1:26

แต่เราก็รู้ด้วยว่านับตั้งแต่ เจ.เค. พิมพ์คำว่า พ่อมด ไม้กายสิทธิ์ และวิงการ์เดียม เลวิโอซ่า

ไวยากรณ์

ever since J.K. typed: จุดเริ่มต้นในอดีตกับผลที่ดำเนินต่อมา

ever since เป็นวลีบอกเวลาที่ต้องเข้าใจเป็นหน่วยเดียว ในที่นี้ ever since J.K. typed กำหนดให้การที่ J.K. พิมพ์คำเหล่านั้นเป็นจุดเริ่มต้นในอดีต และบอกว่าผลที่เกิดขึ้นดำเนินต่อจากตอนนั้นมาจนถึงปัจจุบันหรือช่วงเวลาภายหลังที่กำลังกล่าวถึง คำว่า ever เน้นตลอดช่วงเวลานั้น ไม่ได้แปลว่า “เคย” แยกเดี่ยวในที่นี้ ในโครงสร้าง ever since + อนุประโยค เหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นมักใช้ simple past เช่น typed หากผลดำเนินมาถึงปัจจุบัน ประโยคหลักมักใช้ present perfect เช่น has ceased ในส่วนถัดไปของประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เชื่อมจุดเริ่มต้นในอดีตซึ่งเกิดขึ้นเสร็จแล้วเข้ากับสถานการณ์ที่ยังดำเนินต่อในปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง

  1. Before Leo joined the team, he had practiced after school.
  2. Ever since Leo joined the team, he has practiced after school.
  3. When Leo joined the team, he practiced after school that day.
ดูคำตอบ

Ever since Leo joined the team, he has practiced after school.

that law of gravity has ceased to exist การใช้คำ

1:33

กฎแห่งแรงโน้มถ่วงนั้นก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป

การใช้คำ

has ceased to exist: ไม่มีอยู่อีกต่อไป

has ceased to exist หมายถึง “หยุดมีอยู่แล้ว” หรือถ้าพูดถึงกฎก็หมายถึง “ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป” has ceased เป็น present perfect จึงนำเสนอการสิ้นสุดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เสร็จแล้วและผลยังเป็นจริงในตอนนี้ cease เป็นทางการกว่า stop และ cease to exist สื่อถึงการสิ้นสุด ไม่ใช่การหยุดชั่วคราว ในประโยคนี้ คำกล่าวดังกล่าวเป็นการพูดเล่นเชิงเปรียบเทียบ กฎแรงโน้มถ่วงในโลกจริงไม่ได้หายไป ความหมายคือแรงโน้มถ่วงตามปกติดูเหมือนจะไม่ได้ควบคุมโลกเวทมนตร์ในเรื่องแต่งด้วยวิธีเดิมอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี present perfect ที่ตรงกับบทเรียนและหมายถึง “ไม่มีอยู่อีกต่อไป”: The club ____, so it cannot accept new members.

ดูคำตอบ

has ceased to exist

on the trillions of pages resting between those bookends.

1:36

บนหน้ากระดาษนับล้านล้านหน้าที่วางอยู่ระหว่างที่กั้นหนังสือนั้น

Authors of science fiction and fantasy literally build worlds. สำนวน

1:40

นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์และแฟนตาซีเป็นผู้สร้างโลกขึ้นมาจริงๆ

สำนวน

literally build worlds: สร้างโลกสมมติที่สมบูรณ์

ในที่นี้ build worlds หมายถึงการสร้างโลกสมมติที่สมบูรณ์ โดยส่วนต่าง ๆ เช่น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และกฎเกณฑ์เชื่อมโยงกัน Worlds หมายถึงฉากหรือโลกในจินตนาการ ไม่ใช่ดาวเคราะห์จริง Literally เน้นว่านี่ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบแบบกว้าง ๆ ในการเล่าเรื่อง นักเขียนสร้างกฎและรายละเอียดที่เชื่อมโยงกันจนประกอบเป็นโลกหนึ่งขึ้นมาจริง ๆ คำว่า build ยังคงให้ภาพของการก่อสร้าง แต่สิ่งที่สร้างคือโลกในจินตนาการ

แบบฝึกหัด

ใน "Fantasy authors literally build worlds," คำว่า literally build worlds หมายถึงอะไร

  1. พวกเขาก่อสร้างดาวเคราะห์จริง ๆ
  2. พวกเขาสร้างโลกสมมติที่ส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงกันและมีกฎกับรายละเอียดของตนเอง
  3. พวกเขาเขียนเพียงคำบรรยายเกี่ยวกับอาคาร
ดูคำตอบ

พวกเขาสร้างโลกสมมติที่ส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงกันและมีกฎกับรายละเอียดของตนเอง

They make rules, maps, lineages, วลี

1:44

พวกเขาสร้างกฎเกณฑ์ แผนที่ สายเลือด

languages, cultures, universes,

1:47

ภาษา วัฒนธรรม จักรวาล

วลี

make rules, maps, lineages, languages, cultures, universes: ใช้ make กับผลลัพธ์ที่สร้างขึ้น

ในที่นี้ make หมายถึงสร้าง ออกแบบ หรือกำหนด คำนี้สามารถรับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น maps และผลลัพธ์เชิงนามธรรม เช่น rules, languages, cultures และ universes ทั้งหมดเป็นกรรมตรงได้ คำกริยา make เพียงคำเดียวใช้ร่วมกับคำนามทุกคำในรายการ ในบริบทการสร้างโลกนี้ make rules หมายถึงกำหนดว่าโลกสมมติทำงานอย่างไร ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกฎหรือกฎหมายในชีวิตจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกถึงการสร้างส่วนหนึ่งของโลกสมมติ

  1. The writers did a language for the moon kingdom.
  2. The writers made their homework before dinner.
  3. The writers made a language for the moon kingdom.
ดูคำตอบ

The writers made a language for the moon kingdom.

alternate universes within universes,

1:50

จักรวาลคู่ขนานที่ซ้อนอยู่ในจักรวาล

and from those worlds sprout story after story after story. ลำดับความ

1:53

และจากโลกเหล่านั้นก็มีเรื่องราวผุดขึ้นมาเรื่องแล้วเรื่องเล่า

ลำดับความ

from those worlds sprout...: การกลับลำดับโดยวางแหล่งที่มาไว้ก่อนและการซ้ำเป็นจังหวะ

วลีที่บอกแหล่งที่มา from those worlds ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยค จากนั้นกริยา sprout จึงอยู่ก่อนประธาน story after story after story ลำดับคำที่โดดเด่นแบบงานเล่าเรื่องนี้ทำให้โลกเหล่านั้นเป็นจุดตั้งต้น แล้วค่อยเผยให้เห็นเรื่องราวใหม่ในช่วงถัดมาของประโยค ตามความหมายตรงตัว sprout ใช้กับพืชที่เริ่มงอก แต่ที่นี่เป็นคำเปรียบเทียบว่าเรื่องราวเกิดขึ้นจากโลกในจินตนาการ story after story after story หมายถึงเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นทีละเรื่อง การซ้ำสามครั้งสร้างจังหวะ ไม่ได้ระบุว่ามีเรื่องราวทั้งหมดสามเรื่องพอดี

แบบฝึกหัด

ลำดับคำและการซ้ำในประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. วางโลกเหล่านั้นเป็นแหล่งที่มาก่อน แล้วเน้นว่าเรื่องราวจำนวนมากยังคงเกิดขึ้นจากที่นั่น
  2. แสดงว่าเรื่องราวกลับไปยังโลกเหล่านั้นทีละเรื่อง
  3. บอกว่าเรื่องราวจำนวนสามเรื่องพอดีเติบโตเหมือนต้นไม้จริง
ดูคำตอบ

วางโลกเหล่านั้นเป็นแหล่งที่มาก่อน แล้วเน้นว่าเรื่องราวจำนวนมากยังคงเกิดขึ้นจากที่นั่น

When it's done well, ลำดับความ

1:57

เมื่อมันถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี

ลำดับความ

When it's done well: วางเงื่อนไขไว้ก่อนผลลัพธ์

When it's done well เป็นอนุประโยค when ที่วางไว้ต้นประโยค โดยกำหนดเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความถัดไปเป็นจริง ผู้ฟังจึงได้ยินขอบเขตก่อน แล้วจึงได้ยินผลลัพธ์ ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงการสร้างโลก ส่วน is done well เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่หมายถึงกิจกรรมนั้นดำเนินไปอย่างสำเร็จ when ในที่นี้มีความหมายคล้ายเงื่อนไข คือเกริ่นถึงกรณีที่ทำได้ดี ไม่ได้บอกว่างานใดงานหนึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว

แบบฝึกหัด

When it's done well, ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลอย่างไรในที่นี้

  1. จำกัดข้อความถัดไปให้ใช้กับกรณีที่การสร้างโลกประสบความสำเร็จ
  2. ประกาศว่าการสร้างโลกสิ้นสุดลงแล้ว
  3. ระบุเวลาที่แน่นอนว่าการสร้างโลกเสร็จเมื่อใด
ดูคำตอบ

จำกัดข้อความถัดไปให้ใช้กับกรณีที่การสร้างโลกประสบความสำเร็จ

readers can understand fictional worlds and their rules

1:58

ผู้อ่านจะสามารถเข้าใจโลกในจินตนาการและกฎเกณฑ์ของมัน

just as well as the characters that live in them do. ไวยากรณ์

2:01

ได้ดีพอๆ กับตัวละครที่อาศัยอยู่ในนั้น

ไวยากรณ์

just as well as ... do: ระดับที่เท่ากันและการใช้คำแทนวลีกริยา

just as well as ใช้เปรียบเทียบระดับของการกระทำ ในประโยคนี้ ผู้อ่านเข้าใจโลกสมมติและกฎต่าง ๆ ได้ในระดับเดียวกับตัวละคร คำว่า well ขยายคำกริยา understand จึงไม่ได้เปรียบเทียบตัวโลกหรือตัวละครโดยตรง คำว่า do ท้ายประโยคใช้แทนวลีกริยาทั้งชุด understand fictional worlds and their rules ประธานของ do คือ the characters that live in them และ them หมายถึง fictional worlds ส่วน do ไม่ได้บอกการกระทำใหม่ รูปแบบ X ... just as well as Y do/does/did ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าววลีกริยาซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบระดับที่เท่ากันด้วยวลีเป้าหมาย และใช้กริยาช่วยเพื่อไม่ต้องกล่าว understands the map ซ้ำ: Nora understands the map ____ the guides ____.

ดูคำตอบ

just as well as · do

And sometimes,

2:04

และบางครั้ง

just as well or even better than the reader understands the world outside of the book. ไวยากรณ์

2:05

ก็เข้าใจได้ดีพอๆ กับหรืออาจจะดีกว่าที่ผู้อ่านเข้าใจโลกภายนอกหนังสือเสียอีก

ไวยากรณ์

just as well or even better than: การไล่ระดับให้การเปรียบเทียบแรงขึ้น

just as well or even better than วางระดับความเป็นไปได้ไว้สองระดับ just as well หมายถึงระดับความเข้าใจเท่ากัน ส่วน or even better than ยกระดับข้อความขึ้นไปอีก even เน้นการยกระดับที่แรงกว่าและค่อนข้างน่าประหลาดใจ ขณะที่ better เป็นรูปขั้นกว่าของ well บรรทัดนี้เป็นส่วนต่อจากข้อความก่อนหน้า โดยละแนวคิด readers can understand fictional worlds ไว้ให้เข้าใจจากบริบท ผู้พูดเริ่มด้วยข้อเสนอที่ปลอดภัยกว่าว่าความเข้าใจอยู่ในระดับเดียวกัน แล้วจึงเพิ่มน้ำหนักเป็นความเป็นไปได้ว่าผู้อ่านอาจเข้าใจโลกสมมติได้ดีกว่าที่เข้าใจโลกนอกหนังสือ

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบให้เปลี่ยนจากความสามารถที่เท่ากันไปเป็นระดับที่สูงกว่าอย่างน่าประหลาดใจ: Ava can explain the puzzle just as well as, or ____, her coach.

ดูคำตอบ

even better than

But how? ลำดับความ

2:11

แต่ทำได้อย่างไร?

ลำดับความ

But how? คำถามสั้นเพื่อเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบาย

But how? เป็นคำถามเชื่อมช่วงที่จงใจให้สั้นมาก คำว่า But เชื่อมกลับไปยังข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าที่น่าประหลาดใจหรือชวนให้สงสัย ส่วน how เปลี่ยนข้อกล่าวอ้างนั้นให้เป็นคำถามเกี่ยวกับวิธีการหรือกลไก ผู้พูดไม่ได้ถามเพื่อให้ผู้ฟังตอบ แต่ใช้คำถามนี้เพื่อหยุดจังหวะชั่วครู่ กระตุ้นความสงสัย และส่งสัญญาณว่าส่วนถัดไปจะอธิบายว่าข้อกล่าวอ้างเดิมเป็นไปได้อย่างไร รูปแบบนี้ช่วยจัดข้อมูลจากข้อกล่าวอ้างไปสู่คำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมข้อความด้วยคำเชื่อมสั้น ๆ ที่ประกอบด้วย but + คำถามที่ใช้ถามวิธีการ: They say this glass can repair its own cracks. ____?

ดูคำตอบ

But how

How can human-made squiggles on a page สำนวน

2:12

เส้นหยักที่มนุษย์สร้างขึ้นบนหน้ากระดาษจะสามารถ

reflect lights into our eyes

2:15

สะท้อนแสงเข้าสู่ดวงตาของเรา

สำนวน

human-made squiggles on a page: มุมมองแบบขบขันต่อตัวหนังสือ

human-made squiggles on a page บรรยายตัวหนังสือตามตัวอักษรว่าเป็นเส้นโค้งที่มนุษย์สร้างขึ้น ในที่นี้ squiggles เป็นคำเรียกตัวอักษรและคำต่าง ๆ แบบขบขันและมีนัยลดคุณค่าเล็กน้อย เมื่อมองสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงรูปร่าง ผู้พูดละความหมายของตัวหนังสือไว้ชั่วคราว เพื่อทำให้ข้อความธรรมดาดูแปลกตาและเป็นวัตถุที่จับต้องได้ เครื่องหมายเหล่านั้นยังคงมีความหมาย การเลือกคำแบบนี้เน้นความน่าทึ่งของการเปลี่ยนสัญลักษณ์ที่มองเห็นให้เป็นความคิดในใจผู้อ่าน

แบบฝึกหัด

human-made squiggles on a page ทำหน้าที่อย่างไรในข้อความตอนนี้?

  1. วลีนี้บรรยายตัวหนังสือที่มีความหมายอย่างขบขันโดยมองเพียงรูปร่างที่เห็น
  2. วลีนี้บอกว่ากระดาษเกิดความเสียหายแบบสุ่มและไม่มีความหมาย
  3. วลีนี้เป็นชื่อทางการของตัวอักษรพิมพ์ชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

วลีนี้บรรยายตัวหนังสือที่มีความหมายอย่างขบขันโดยมองเพียงรูปร่างที่เห็น

that send signals to our brains ไวยากรณ์

2:17

ที่ส่งสัญญาณไปยังสมองของเรา

ไวยากรณ์

that send signals to our brains: อนุประโยคขยายคำนามในสายข้อมูล

That นำหน้าอนุประโยคขยายคำนาม ซึ่งเพิ่มข้อมูลให้คำนามพหูพจน์ lights ที่อยู่ก่อนหน้า ภายในอนุประโยค that ทำหน้าที่เป็นประธาน และ send เป็นกริยา กล่าวคือ แสงส่งสัญญาณไปยังสมองของเรา ส่วนนี้ไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่ เมื่อประโยคยาวมีอนุประโยคขยายคำนามหลายส่วน ให้เชื่อมอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that แต่ละส่วนกลับไปยังคำนามที่มันขยาย แล้วหากริยาของอนุประโยคนั้น วิธีนี้ช่วยให้มองประโยคเป็นสายข้อมูลที่เชื่อมกัน แทนที่จะเป็นข้อความหลายข้อความที่ไม่เกี่ยวกัน

แบบฝึกหัด

that send signals to our brains ทำหน้าที่อะไรในประโยคที่ยาวกว่านี้?

  1. เริ่มประโยคหลักใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำนามก่อนหน้า
  2. นำหน้าคำพูดที่ใครบางคนพูดไว้แบบตรงคำ
  3. เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคำนาม lights ที่อยู่ก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคำนาม lights ที่อยู่ก่อนหน้า

that we logically and emotionally decode as complex narratives วลี

2:19

ให้เราถอดรหัสออกมาอย่างมีเหตุผลและเข้าถึงอารมณ์เป็นเรื่องราวที่ซับซ้อน

วลี

decode as complex narratives: โครงสร้าง decode A as B

ในโครงสร้าง decode A as B นั้น A คือสัญญาณหรือข้อมูลที่กำลังถูกประมวลผล ส่วน B คือความหมายหรือรูปแบบที่เข้าใจได้จากข้อมูลนั้น ในประโยคนี้ A มาจากบริบทก่อนหน้า คือเราถอดความหมายของสัญญาณว่าเป็นเรื่องเล่าที่ซับซ้อน Decode ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการถอดรหัสลับเท่านั้น แต่ยังใช้อธิบายว่าคน สมอง หรือระบบดึงความหมายออกจากรูปแบบ สัญญาณ หรือเบาะแสอย่างไรได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง decode A as B ให้สมบูรณ์: The scanner decodes the black-and-white pattern ____ a product number.

ดูคำตอบ

as

that move us to fight, cry, sing, and think การใช้คำ

2:23

ที่ขับเคลื่อนให้เราต่อสู้ ร้องไห้ ร้องเพลง และขบคิดได้อย่างไร

การใช้คำ

move us to fight, cry, sing, and think: กระตุ้นการกระทำและความรู้สึก

ในโครงสร้าง move someone to do something คำว่า move หมายถึงส่งผลต่อหรือสร้างแรงบันดาลใจให้ใครบางคนอย่างมากจนลงมือทำ ในประโยคนี้ เรื่องราวกระตุ้นให้เราต่อสู้ ร้องไห้ ร้องเพลง และคิด ไม่ได้ย้ายเราไปยังสถานที่อื่น โครงสร้างคือ move + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อมีกริยาหลายคำตามมา to เพียงคำเดียวสามารถนำรายการทั้งหมดได้: to fight, cry, sing, and think

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ move ในความหมายว่า “สร้างแรงบันดาลใจให้ใครบางคนลงมือทำ”

  1. The audience moved the chairs beside the wall.
  2. The speech moved the audience to protect the old park.
  3. The staff moved the audience to the larger hall.
ดูคำตอบ

The speech moved the audience to protect the old park.

that are strong enough not only to hold up a world โน้ต

2:27

มันทรงพลังพอที่จะไม่เพียงค้ำจุนโลกทั้งใบ

กริยาวลี

hold up a world: ค้ำจุนโลกในเชิงเปรียบเทียบ

ใน hold up a world คำว่า hold up หมายถึงค้ำจุนหรือทำให้ดำรงอยู่ได้ กรรมคือ a world แต่การค้ำจุนในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ งานเขียนและเรื่องราวแข็งแรงพอที่จะทำให้โลกในจินตนาการดูเป็นระบบและน่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายถึงการยกดาวเคราะห์ขึ้นจริง ๆ ในโครงสร้างสกรรมกริยานี้ สิ่งที่อยู่หลัง hold up คือสิ่งที่ได้รับการค้ำจุน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hold up ในความหมายว่าค้ำจุนหรือทำให้ระบบในจินตนาการดำรงอยู่ได้

  1. The old tent held up during the storm.
  2. Heavy traffic held us up for an hour.
  3. Consistent rules help hold up the story's imaginary world.
ดูคำตอบ

Consistent rules help hold up the story's imaginary world.

that is completely invented by the author,

2:30

ที่นักเขียนประดิษฐ์ขึ้นมาทั้งหมด

but also to change the reader's perspective วลี

2:33

แต่ยังเปลี่ยนมุมมองของผู้อ่าน

ไวยากรณ์

not only to hold up ... but also to change: แนวคิดขนานพร้อมการเน้นเพิ่มเติม

โครงสร้าง not only ... but also ... เชื่อมแนวคิดสองอย่างที่เป็นจริงทั้งคู่ ในที่นี้ ผลลัพธ์สองอย่างคือ to hold up a world และ to change the reader's perspective โดย not only ไม่ได้ยกเลิกหรือปฏิเสธผลลัพธ์แรก ส่วนที่สองเพิ่มประเด็นอีกข้อที่มีน้ำหนักมากขึ้น ส่วนที่เชื่อมกันควรมีโครงสร้างขนานกัน ที่นี่ทั้งสองข้างใช้ to + กริยารูปพื้นฐาน จึงเป็น not only to hold up ... but also to change ...

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างขนาน not only ... but also ... ให้สมบูรณ์: The program was created ____ teach coding ____ build confidence.

ดูคำตอบ

not only to · but also to

on the real world

2:36

ที่มีต่อโลกแห่งความเป็นจริง

วลี

change someone's perspective on ...: เปลี่ยนวิธีที่ใครบางคนมองหัวข้อหนึ่ง

change someone's perspective on something หมายถึงทำให้คนคนนั้นมองหรือเข้าใจหัวข้อหนึ่งต่างออกไป ในที่นี้ perspective หมายถึงมุมมองหรือวิธีคิด ไม่ใช่ทัศนมิติในการวาดภาพ โครงสร้างคือ change + person's + perspective + on + topic ในคำบรรยาย บุคคลคือ the reader และหัวข้อคือ the real world

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทมาตรฐานของโครงสร้างนี้ให้สมบูรณ์: The documentary changed my perspective ____ city life.

ดูคำตอบ

on

that resumes only when the final squiggle is reached.

2:38

ซึ่งจะดำเนินต่อไปก็ต่อเมื่ออ่านถึงเส้นหยักตัวสุดท้ายเท่านั้น

I'm not sure anyone knows the answer to that question. น้ำเสียง/เจตนา

2:42

ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีใครรู้คำตอบของคำถามนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not sure anyone knows: การลดความหนักแน่นของคำกล่าว

ใน I'm not sure anyone knows ผู้พูดนำข้อความที่อาจฟังเป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นมาไว้หลัง I'm not sure แทนที่จะยืนยันว่าไม่มีใครรู้คำตอบ ผู้พูดเพียงเสนออย่างระมัดระวังว่าอาจไม่มีใครรู้ การลดน้ำหนักของคำกล่าวเช่นนี้เปิดโอกาสให้มีความเป็นไปได้อื่นหรือคำตอบเพียงบางส่วนได้ ประโยคนี้แสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับคำตอบ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดต้องการหยุดอภิปรายคำถามนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกล่าวแบบระมัดระวังและไม่ฟันธงในลักษณะเดียวกัน

  1. I'm not sure anyone has found a complete solution yet.
  2. I know for certain that nobody has found a solution.
  3. I don't want anyone to find a solution.
ดูคำตอบ

I'm not sure anyone has found a complete solution yet.

Yet, ลำดับความ

2:45

ถึงกระนั้น

fantastical fictional worlds are created every day

2:45

โลกในจินตนาการอันน่าอัศจรรย์ก็ถูกสร้างขึ้นทุกวัน

in our minds,

2:49

ในความคิดของเรา

on computers,

2:49

บนคอมพิวเตอร์

even on napkins at the restaurant down the street. ลำดับความ

2:51

หรือแม้กระทั่งบนกระดาษเช็ดปากที่ร้านอาหารตรงหัวมุมถนน

ลำดับความ

Yet, ในฐานะคำแสดงความขัดแย้งที่ต้นประโยค

Yet, ที่ต้นประโยคนี้หมายถึง “อย่างไรก็ตาม” หรือ “ถึงอย่างนั้น” โดยเชื่อมกลับไปยังความไม่แน่นอนในประโยคก่อนหน้า แล้วนำเสนอข้อเท็จจริงที่ต่างจากผลที่คาดไว้ นั่นคือ แม้ไม่มีคำตอบที่แน่นอน ผู้คนก็ยังสร้างโลกสมมติขึ้นทุกวัน ในฐานะคำเชื่อมระดับข้อความ Yet, พาการอธิบายจากคำถามที่ยังไม่มีข้อสรุปไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและสังเกตได้ จึงช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งโดยแสดงว่าความไม่แน่นอนไม่ได้ขัดขวางการลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ Yet ที่ต้นประโยคเพื่อแสดงความขัดแย้งเหมือนกับประโยคต้นฉบับ

  1. We have not finished the painting yet.
  2. Have you written the ending yet?
  3. We do not fully understand creativity. Yet, people create remarkable art every day.
ดูคำตอบ

We do not fully understand creativity. Yet, people create remarkable art every day.

ลำดับความ

even on napkins: ปิดท้ายรายการด้วยตัวอย่างในชีวิตประจำวันที่คาดไม่ถึง

even ทำให้รายการสุดท้ายดูน่าประหลาดใจกว่าสถานที่หรือสื่อที่กล่าวมาก่อนหน้า การไล่จากความคิดและคอมพิวเตอร์ไปยังกระดาษเช็ดปากที่หยิบใช้ได้ในร้านอาหาร ทำให้รายการค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักด้วยรายละเอียดที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจง จุดประสงค์เชิงวาทศิลป์ไม่ได้อยู่ที่ความพิเศษของกระดาษเช็ดปาก รายละเอียดนี้ทำให้แนวคิดใหญ่เข้าถึงง่ายขึ้นว่า งานสร้างสรรค์เริ่มต้นได้ทุกที่ แม้แต่บนพื้นผิวธรรมดาที่ใช้แก้ขัด

แบบฝึกหัด

even on napkins ที่อยู่ท้ายรายการให้ผลหลักอย่างไร

  1. ระบุว่ากระดาษเช็ดปากเป็นเครื่องมือระดับมืออาชีพที่เหมาะที่สุดสำหรับสร้างโลกสมมติ
  2. เปลี่ยนหัวข้อจากการสร้างสรรค์ไปเป็นตำแหน่งของร้านอาหาร
  3. ปิดท้ายรายการด้วยตัวอย่างธรรมดาที่คาดไม่ถึง ทำให้การเริ่มสร้างสรรค์ดูเป็นเรื่องง่าย
ดูคำตอบ

ปิดท้ายรายการด้วยตัวอย่างธรรมดาที่คาดไม่ถึง ทำให้การเริ่มสร้างสรรค์ดูเป็นเรื่องง่าย

The truth is, ลำดับความ

2:54

ความจริงก็คือ

your imagination and a willingness to figuratively live in your own world สำนวน

2:54

จินตนาการของคุณและความเต็มใจที่จะลองเข้าไปใช้ชีวิตในโลกของคุณเอง

สำนวน

willingness to figuratively live in your own world: ความเต็มใจที่จะอยู่ในโลกของตัวเองในเชิงเปรียบเทียบ

“Willingness to do something” หมายถึงการพร้อมและเต็มใจที่จะทำสิ่งนั้น ในที่นี้หมายถึงการเลือกเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งกับโลกที่จินตนาการขึ้น “Figuratively” บอกว่าไม่ควรตีความ “live in your own world” ตามตัวอักษร ในบริบทงานสร้างสรรค์นี้ วลีนี้มีความหมายเชิงบวกว่าให้ดื่มด่ำกับโลกสมมติที่คุณกำลังสร้าง ไม่ใช่ย้ายไปอยู่ที่ใดจริง ๆ หรือเพียงละเลยความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “figuratively live in your own world” หมายความว่าอย่างไร

  1. ปฏิเสธที่จะสนใจสิ่งใดก็ตามที่อยู่นอกเหนือความคิดของตัวเอง
  2. เต็มใจที่จะย้ายไปยังสถานที่ที่เป็นของคุณเพียงคนเดียว
  3. เต็มใจที่จะดื่มด่ำกับโลกที่จินตนาการขึ้น
ดูคำตอบ

เต็มใจที่จะดื่มด่ำกับโลกที่จินตนาการขึ้น

are all you need to get started writing a novel. วลี

2:59

คือสิ่งที่คุณต้องการเพื่อเริ่มเขียนนิยาย

ลำดับความ

The truth is: ทำให้ข้อสรุปหลักเด่นขึ้น

The truth is เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่ดึงข้อความถัดไปขึ้นมาเป็นข้อสรุปหลักหรือข้อสรุปแบบย่อของผู้พูด ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจข้อคิดว่า คนที่เริ่มเขียนนวนิยายจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง วลีนี้เพิ่มน้ำหนักและความมั่นใจให้คำพูด แต่ตัววลีเองไม่ได้หมายความว่าข้อความถัดไปได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นกลางแล้ว ในคำแนะนำและการโน้มน้าว วลีนี้มักหมายความว่านี่คือประเด็นสำคัญในมุมมองของผู้พูด

แบบฝึกหัด

The truth is ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้

  1. บอกว่าข้อความถัดไปคือข้อสรุปหลักที่ผู้พูดต้องการเน้น
  2. รับประกันว่าข้อความถัดไปผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
  3. นำคำพูดอ้างอิงจากบุคคลอื่นเข้ามา
ดูคำตอบ

บอกว่าข้อความถัดไปคือข้อสรุปหลักที่ผู้พูดต้องการเน้น

วลี

all you need to get started: ทั้งหมดที่คุณต้องมีเพื่อเริ่มต้น

“All you need to get started” หมายถึงสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการเริ่มทำบางอย่าง ในที่นี้ all ย้อนกลับไปกล่าวถึงเงื่อนไขที่ระบุไว้ก่อนหน้าและบอกว่าสิ่งเหล่านั้นเพียงพอแล้ว ไม่ได้หมายถึง “ทุกคน” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “X is/are all you need to get started doing Y” ใช้ is เมื่อ X เป็นสิ่งเดียว และใช้ are เมื่อมีมากกว่าหนึ่งสิ่ง หลัง get started สามารถใช้รูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่จะเริ่มได้ เช่น get started writing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าสองสิ่งนี้เพียงพอสำหรับการเริ่มเรียนเขียนโปรแกรม

  1. A laptop and an internet connection are all you need to get started learn to code.
  2. A laptop and an internet connection are all you need to get started learning to code.
  3. A laptop and an internet connection are all you need for get started learning to code.
ดูคำตอบ

A laptop and an internet connection are all you need to get started learning to code.

I didn't dream up Hogwarts or the Star Wars cantina, กริยาวลี

3:02

ฉันไม่ได้วาดฝันฮอกวอตส์หรือบาร์ในสตาร์วอร์ส

กริยาวลี

dream up: คิดสร้างขึ้นด้วยจินตนาการ

ในที่นี้ dream up หมายถึง “คิดค้นหรือสร้างบางสิ่งขึ้นโดยใช้จินตนาการ” ผู้พูดกำลังบอกว่าตนไม่ได้สร้างสถานที่สมมติอย่างฮอกวอตส์หรือโรงเหล้าใน Star Wars ขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่เคยเห็นสถานที่เหล่านั้นในความฝันขณะหลับ dream up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้หลังวลีทั้งหมดได้ (dream up a story) หรือวางระหว่างกริยากับคำอนุภาคได้ (dream a story up) ส่วนกรรมที่เป็นคำสรรพนามมักวางไว้ตรงกลาง: dream it up

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สร้างขึ้นด้วยจินตนาการ” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya needs to ____ a surprising ending for her comic.

ดูคำตอบ

dream up

but I have written some science thrillers for kids and young adults. การใช้คำ

3:05

แต่ฉันเคยเขียนนิยายระทึกขวัญวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กและเยาวชนมาบ้าง

การใช้คำ

science thrillers for kids and young adults: ประเภทและกลุ่มผู้อ่าน

Science thrillers เป็นป้ายบอกประเภทงานเขียนแบบกระชับ คำว่า science บอกว่าแนวคิดหรือการค้นพบทางวิทยาศาสตร์มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง ส่วน thrillers บอกว่าเรื่องดำเนินไปด้วยอันตราย ความลุ้นระทึก และความตึงเครียด วลีนี้ยังคงหมายถึงเรื่องแต่ง ไม่ใช่ตำราวิทยาศาสตร์ For kids and young adults ระบุกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย ในวงการสิ่งพิมพ์ young adult มักหมายถึงตลาด YA ซึ่งเน้นผู้อ่านวัยรุ่นเป็นหลัก ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงผู้ใหญ่ทุกคนที่อายุยังน้อยเท่านั้น

แบบฝึกหัด

“science thrillers for kids and young adults” บรรยายผลงานแบบใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. คู่มือการทดลองวิทยาศาสตร์ที่ใช้เฉพาะนักวิจัยมืออาชีพ
  2. เรื่องราวลุ้นระทึกที่มีองค์ประกอบทางวิทยาศาสตร์สำคัญและเขียนสำหรับผู้อ่านอายุน้อย
  3. ชีวประวัติของผู้ใหญ่ทุกคนที่อายุต่ำกว่าสามสิบปี
ดูคำตอบ

เรื่องราวลุ้นระทึกที่มีองค์ประกอบทางวิทยาศาสตร์สำคัญและเขียนสำหรับผู้อ่านอายุน้อย

Here are some questions and methods ลำดับความ

3:09

ต่อไปนี้คือคำถามและวิธีการบางส่วน

I've used to help build the worlds in which those books take place. กริยาวลี

3:11

ที่ฉันเคยใช้ช่วยสร้างโลกที่เป็นฉากหลังในหนังสือเหล่านั้น

ลำดับความ

Here are some questions and methods เพื่อส่งสัญญาณว่าจะเริ่มรายการ

Here are some questions and methods ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ที่ไหน ในที่นี้ Here are ใช้เกริ่นถึงสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะนำเสนอ ซึ่งก็คือชุดคำถามและวิธีการ ในการพูดหรือบทสอน Here are + นามวลีพหูพจน์ ทำหน้าที่เป็นสัญญาณจัดลำดับเนื้อหา โดยพาผู้ฟังจากบทนำทั่วไปไปสู่รายการ ตัวอย่าง หรือขั้นตอนที่ทำตามได้ หากมีเพียงรายการเดียวให้ใช้ Here is

แบบฝึกหัด

Here are some questions and methods ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าต่อไปจะมีรายการคำถามและวิธีการ
  2. บอกว่าคำอธิบายก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้อง
  3. ชี้ไปยังคำถามที่อยู่ใกล้ผู้พูด
ดูคำตอบ

บอกว่าต่อไปจะมีรายการคำถามและวิธีการ

กริยาวลี

take place: เรื่องราวหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน

take place เป็นสำนวนตายตัวที่แปลว่า “เกิดขึ้น” หรือถ้าพูดถึงกิจกรรมก็แปลว่า “จัดขึ้น” ในประโยคนี้ the books take place in certain worlds หมายถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เล่าในหนังสือเหล่านั้นเกิดขึ้นในโลกสมมติเหล่านั้น ต้องเข้าใจวลีนี้เป็นหน่วยเดียว place ไม่ใช่กรรมที่ถูก “เอาไป” สามารถตามด้วยสถานที่หรือเวลาได้ เช่น take place in a city, on Friday หรือ at noon

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนตายตัวที่แปลว่า “จัดขึ้น” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The science fair will ____ in the school gym on Friday.

ดูคำตอบ

take place

I start with a basic place and time. วลี

3:16

ฉันเริ่มต้นด้วยสถานที่และเวลาพื้นฐาน

วลี

start with a basic place and time: เริ่มจากสถานที่และเวลาพื้นฐาน

start with + คำนาม หมายถึงการเลือกสิ่งนั้นให้เป็นรายการ วัตถุดิบ หรือจุดเน้นแรกของกระบวนการ ในประโยคนี้ สถานที่และเวลาพื้นฐานคือรายละเอียดแรกที่ผู้พูดกำหนดเมื่อสร้างโลก ในรูปแบบนี้ with ไม่ได้แปลว่า “ร่วมกับ” แต่ใช้บอกจุดเริ่มต้น เช่น start with a question, start with the easiest task หรือ start with a basic idea

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย start with: When you plan a report, ____ a simple outline.

ดูคำตอบ

start with

Whether that's a fantasy world ไวยากรณ์

3:18

ไม่ว่าจะเป็นโลกแฟนตาซี

or a futuristic setting in the real world,

3:20

หรือฉากอนาคตในโลกความเป็นจริง

it's important to know where you are

3:22

สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน

and whether you're working in the past, present, or future.

3:24

และคุณกำลังเล่าเรื่องในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

ไวยากรณ์

Whether ... or ... และ whether ที่ใช้แสดงตัวเลือกทางอ้อม

ช่วงต้นประโยค Whether A or B วางตัวเลือกประเภทของฉากไว้สองแบบ ในบริบทนี้ อนุประโยคทั้งหมดหมายถึง “ไม่ว่าแบบไหนจะเป็นจริง” คำแนะนำที่ตามมาใช้ได้กับทั้งสองแบบ อนุประโยค whether ตอนหลังเป็นส่วนหนึ่งของ know โดยเสนอทางเลือกทางอ้อมที่ต้องระบุให้ได้ว่าเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต แทนที่จะถามผู้ฟังโดยตรงแบบใช่หรือไม่ใช่ ในทั้งสองการใช้งาน whether ช่วยจัดกรอบชุดความเป็นไปได้ที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

อนุประโยค whether สองส่วนในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร? Whether the lesson is online or in person, decide whether it will begin at nine or ten.

  1. ส่วนแรกหมายความว่าคำสั่งใช้ได้กับทั้งสองกรณี ส่วนที่สองเสนอเวลาให้ตัดสินใจเลือก
  2. ทั้งสองอนุประโยคถามผู้ฟังโดยตรงด้วยคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่
  3. ส่วนแรกให้เหตุผล ส่วนที่สองระบุเวลาที่แน่นอนอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

ส่วนแรกหมายความว่าคำสั่งใช้ได้กับทั้งสองกรณี ส่วนที่สองเสนอเวลาให้ตัดสินใจเลือก

I like to create a timeline showing how the world came to be. วลี

3:28

ฉันชอบสร้างเส้นเวลาแสดงให้เห็นว่าโลกนี้ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร

วลี

how the world came to be: ต้นกำเนิดและการก่อตัวของโลก

ในที่นี้ come to be หมายถึงเริ่มมีอยู่หรือค่อย ๆ พัฒนาจนเป็นรูปแบบปัจจุบัน ใน how the world came to be คำว่า how ใช้ถามถึงสาเหตุ เหตุการณ์ และขั้นตอนเบื้องหลังต้นกำเนิดและพัฒนาการของโลก Came เป็นรูปอดีตของ come วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ และไม่ได้หมายถึงการมาที่นี่แล้วกลายเป็นสิ่งอื่น วลีนี้ช่วยให้เส้นเวลาอธิบายกระบวนการก่อตัว แทนที่จะเพียงบอกว่าโลกมีอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มมีอยู่หรือเริ่มพัฒนา”: The documentary explains how the village ____.

ดูคำตอบ

came to be

What past events have shaped the way it is now? วลี

3:32

เหตุการณ์ในอดีตอะไรบ้างที่หล่อหลอมให้มันเป็นอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้?

วลี

have shaped the way it is now: อดีตหล่อหลอมปัจจุบันอย่างไร

ในที่นี้ shape เป็นคำกริยา เมื่อใช้ในความหมายเชิงนามธรรม จะหมายถึงการมีอิทธิพลต่อการพัฒนาของสิ่งหนึ่งและลักษณะที่สิ่งนั้นมี the way it is now หมายถึงสภาพในปัจจุบัน ดังนั้นส่วนที่เน้นจึงถามว่าเหตุการณ์ใดในอดีตช่วยก่อให้เกิดรูปแบบของโลกในปัจจุบัน Have shaped เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมเหตุการณ์ในอดีตกับผลลัพธ์ที่ยังเห็นได้ในตอนนี้ เหตุการณ์ในอดีตคือสาเหตุ และสภาพปัจจุบันคือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shape ในความหมายเชิงนามธรรมว่า “มีอิทธิพลต่อการพัฒนาหรือวิธีคิดของคนคนหนึ่ง”

  1. The box has a square shape.
  2. Family traditions have shaped the way Mina celebrates holidays.
  3. The baker shaped the dough into a ball.
ดูคำตอบ

Family traditions have shaped the way Mina celebrates holidays.

Then I brainstorm answers to questions วลี

3:35

จากนั้นฉันก็ระดมความคิดเพื่อตอบคำถาม

that draw out the details of my fictional world. กริยาวลี

3:37

ที่ช่วยดึงเอารายละเอียดของโลกในจินตนาการของฉันออกมา

วลี

brainstorm answers to questions: คิดคำตอบที่เป็นไปได้หลายแบบ

brainstorm ในที่นี้เป็นคำกริยา brainstorm answers to questions หมายถึงการคิดคำตอบที่เป็นไปได้หลายแบบอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปจะทำก่อนตัดสินใจว่าแบบใดดีที่สุด เป็นขั้นตอนของการสร้างแนวคิด ไม่ใช่การหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว รูปแบบคำนามคือ answer to a question และเมื่อเป็นพหูพจน์จะเป็น answers to questions กลุ่มคำนี้ใช้ได้ในการสร้างสรรค์ การเรียน และการวางแผน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ brainstorm answers to questions: During science club, we ____ about ways to save water.

ดูคำตอบ

brainstormed answers to questions

กริยาวลี

draw out the details: กระตุ้นให้ข้อมูลเพิ่มเติมปรากฏออกมา

Draw out เป็นกริยาวลี ในที่นี้ draw out the details หมายถึงการใช้คำถามหรือการชี้แนะเพื่อทำให้รายละเอียดที่ยังไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนขึ้น คำถามไม่ได้วาดรายละเอียดเป็นภาพ แต่ช่วยให้ผู้พูดหรือผู้ที่กำลังคิดเปิดเผยและพัฒนาข้อมูล ในประโยคนี้ that หมายถึง questions กล่าวคือ คำถามเหล่านั้นช่วยดึงรายละเอียดของโลกสมมติออกมา รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ในการสัมภาษณ์ บทเรียน และการสนทนา เมื่อการกระตุ้นช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมปรากฏออกมา

แบบฝึกหัด

ในการสัมภาษณ์ draw out more details มักหมายถึงอะไร?

  1. วาดภาพที่แสดงลักษณะเล็ก ๆ ทุกอย่าง
  2. ใช้คำถามหรือการกระตุ้นเพื่อช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมปรากฏออกมา
  3. ทำให้การสัมภาษณ์ยาวขึ้นโดยไม่พยายามหาข้อมูลเพิ่มเติม
ดูคำตอบ

ใช้คำถามหรือการกระตุ้นเพื่อช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมปรากฏออกมา

What rules are in place here? วลี

3:40

มีกฎอะไรบังคับใช้ที่นี่บ้าง?

วลี

rules are in place: กฎถูกกำหนดไว้และกำลังมีผลใช้

เมื่อ rules are in place หมายความว่ากฎเหล่านั้นถูกกำหนดไว้แล้วและกำลังมีผลใช้ ในคำถามนี้ rules are in place ถามว่ามีกฎใดควบคุมโลกสมมตินี้อยู่บ้าง โดย place ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบ be in place ยังใช้กับระบบ แผน ขั้นตอน และมาตรการด้านความปลอดภัยได้ โดยเน้นว่าสิ่งเหล่านั้นถูกจัดเตรียมไว้แล้ว พร้อมใช้งาน หรือกำลังทำงานอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้เติมประโยคเพื่อแสดงว่ามาตรการความปลอดภัยถูกกำหนดไว้แล้วและกำลังมีผลใช้: Several safety measures are ____ to protect visitors.

ดูคำตอบ

in place

This covers everything from laws of gravity, ไวยากรณ์

3:42

ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่กฎแห่งแรงโน้มถ่วง

or not,

3:45

หรือการไม่มีแรงโน้มถ่วง

to the rules of society

3:46

ไปจนถึงกฎของสังคม

and the punishments for individuals who break them. การใช้คำ

3:47

และบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน

ไวยากรณ์

covers everything from ... to ...: แสดงขอบเขตที่กว้าง

รูปแบบ cover(s) everything from A to B ใช้ A และ B เป็นจุดปลายสองด้านของขอบเขตที่กว้าง โดยสื่อว่าหัวข้อนั้นรวมทั้งจุดปลายและสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่อยู่ระหว่างหรือครอบคลุมตลอดขอบเขตนั้น ในที่นี้ from และ to ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ ในประโยคนี้ ขอบเขตเริ่มจากกฎทางฟิสิกส์ เช่น แรงโน้มถ่วง ไปจนถึงกฎของสังคม ส่วน or not ที่แทรกเข้ามาเสริมว่าโลกสมมติอาจไม่มีแม้แต่แรงโน้มถ่วงตามปกติ จึงทำให้ขอบเขตของความเป็นไปได้กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกขอบเขต from ... to ... ให้สมบูรณ์: The festival offers everything ____ science workshops ____ live music.

ดูคำตอบ

from · to

การใช้คำ

break them: การฝ่าฝืนกฎ

ใน break them คำว่า them อ้างถึงกฎของสังคมที่กล่าวไว้ก่อนหน้า break a rule หรือ break a law หมายถึงไม่ปฏิบัติตามหรือละเมิดกฎหรือกฎหมาย ไม่ได้หมายถึงทำให้สิ่งของแตกเสียหาย อนุประโยคขยาย who break them ระบุว่าบุคคลใดเป็นผู้ได้รับโทษ สำนวนแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงกฎ กฎหมาย และผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้ break the rules ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Anyone who ____ may be removed from the game.

ดูคำตอบ

breaks the rules

What kind of government does this world have? วลี

3:51

โลกนี้มีการปกครองแบบไหน?

วลี

What kind of government: การถามประเภท

What kind of + คำนาม ใช้ถามว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในประเภทหรือหมวดหมู่ใด ในที่นี้ government เป็นคำนามที่ต้องการจำแนก ดังนั้นคำถามจึงถามว่าโลกนี้มีรัฐบาลประเภทใด kind ในที่นี้เป็นคำนามที่หมายถึง “ประเภท” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ใจดี” เมื่อใช้กริยาทั่วไปใน present simple ให้ใช้โครงสร้าง What kind of + คำนาม + do/does + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน? เนื่องจาก this world เป็นเอกพจน์ จึงใช้ does ... have ไม่ใช่ does ... has

แบบฝึกหัด

ใช้ What kind of เติมคำถามเกี่ยวกับประเภทของภาพยนตร์ให้สมบูรณ์: ____ do you want to watch?

ดูคำตอบ

What kind of movie

Who has power and who doesn't? ลำดับความ

3:53

ใครมีอำนาจและใครไม่มี?

ลำดับความ

Who has power and who doesn't?: การเปรียบต่างสองส่วน

คำถามนี้สร้างความเปรียบต่างด้วยส่วนที่เชื่อมกันสองส่วน คือ who has power และ who doesn't ในส่วนหลัง doesn't แทน does not have power จึงละคำที่ซ้ำออก โครงสร้างคู่ขนานแบบกระชับนี้ทำให้จุดสนใจอยู่ที่การกระจายสิ่งหนึ่งว่าใครอยู่ในกลุ่มและใครอยู่นอกกลุ่ม power ในที่นี้หมายถึงอำนาจทางสังคมหรือการเมืองในการตัดสินใจ ควบคุมทรัพยากร หรือมีอิทธิพลต่อผู้อื่น ไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าหรือกำลังทางกาย

แบบฝึกหัด

คำถามใดเปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าใครรู้แผนฉุกเฉินและใครไม่รู้ โดยไม่พูดคำเดิมซ้ำทั้งหมด?

  1. Who knows the emergency plan and who doesn't?
  2. Who knows the emergency plan and who doesn't knows it?
  3. Who knows the emergency plan and who don't?
ดูคำตอบ

Who knows the emergency plan and who doesn't?

What do people believe in here? กริยาวลี

3:56

คนที่นี่เชื่อในเรื่องอะไร?

กริยาวลี

believe in: ศรัทธา ค่านิยม และความไว้วางใจ

ในคำถามนี้ believe in ใช้ถามว่าผู้คนยึดถือศรัทธา ค่านิยม หรือแนวคิดหลักอะไรและใช้สิ่งนั้นเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ในประโยคบอกเล่า กรรมจะตามหลัง in เช่น People believe in equality. เมื่อทำเป็นคำถามด้วย what คำว่า what จะย้ายไปต้นประโยค ส่วน in ยังคงอยู่ท้ายประโยค ในที่นี้ให้มอง believe in เป็นหน่วยเดียว บุพบท in ทำให้จุดเน้นเปลี่ยนจากการยอมรับว่าข้อความหนึ่งเป็นจริง ไปเป็นการมีศรัทธา ความไว้วางใจ หรือความมุ่งมั่นยึดถือ

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามถึงค่านิยม ศรัทธา หรือแนวคิดหลักที่ชุมชนหนึ่งยึดถือร่วมกัน?

  1. What do people in this town believe in?
  2. What do people in this town believe?
  3. Who do people in this town believe?
ดูคำตอบ

What do people in this town believe in?

And what does this society value most? การใช้คำ

3:58

และสังคมนี้ให้คุณค่ากับสิ่งใดมากที่สุด?

การใช้คำ

value most: เห็นว่าสำคัญที่สุด

ในคำถามนี้ value เป็นคำกริยา หมายถึง “เห็นว่าสำคัญ” หรือ “ให้ความสำคัญอย่างมาก” คำว่า most บอกว่าผู้พูดกำลังถามถึงสิ่งที่สังคมนี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ราคาหรือตัวเลข โครงสร้างคำถาม What does + ประธาน + value most? ใช้ถามได้ว่าหลักการ เป้าหมาย หรือสิ่งใดสำคัญที่สุดสำหรับคนหรือกลุ่มหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามถึงสิ่งที่กลุ่มหนึ่งให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

  1. How much is your school valued at?
  2. What is the value of your school?
  3. What does your school value most?
ดูคำตอบ

What does your school value most?

Then it's time to think about day-to-day life. วลี

4:01

แล้วก็ถึงเวลาคิดถึงชีวิตประจำวัน

วลี

day-to-day life: ชีวิตประจำวันตามปกติ

day-to-day เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึง “เป็นกิจวัตร ธรรมดา และเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันตามปกติ” โดยวางไว้หน้าคำนาม เช่น day-to-day life, day-to-day work หรือ day-to-day operations เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า day-to-day ทำหน้าที่เป็นหน่วยขยายคำเพียงหน่วยเดียว ในที่นี้วลีดังกล่าวเปลี่ยนจุดสนใจจากแนวคิดกว้าง ๆ เกี่ยวกับสังคมไปสู่รายละเอียดในทางปฏิบัติว่าผู้คนใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์สามส่วนที่เชื่อมด้วยยัติภังค์และหมายถึง “เป็นกิจวัตรและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันตามปกติ”: Scheduling appointments is part of my ____ work.

ดูคำตอบ

day-to-day

What's the weather like in this world?

4:03

สภาพอากาศในโลกนี้เป็นอย่างไร?

Where do the inhabitants live and work and go to school? ลำดับความ

4:05

ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิต ทำงาน และไปโรงเรียนที่ไหน?

ลำดับความ

live and work and go to school: การแจกแจงการกระทำที่วางขนานกัน

คำกริยา live, work และ go to school เป็นการกระทำสามอย่างที่วางขนานกันและใช้ประธานร่วมกันคือ the inhabitants คำคำถาม where ที่ต้นประโยคใช้กับการกระทำทั้งสามอย่าง โดยถามว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหน ทำงานที่ไหน และไปโรงเรียนที่ไหน การพูด and ซ้ำทำให้คำถามมีจังหวะเหมือนรายการที่ไล่ทีละข้อ เป็นการเปิดให้ผู้ฟังคิดถึงชีวิตประจำวันสามด้านแยกกัน ไม่ใช่การพูดเยิ่นเย้อโดยไม่ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ประธานร่วมเพียงตัวเดียวและพูด and ซ้ำเพื่อนำเสนอกิจกรรมสามอย่างที่วางขนานกัน

  1. The center is a place where people can learn and work and meet their neighbors.
  2. The center is a place where people can learn, but they are not allowed to work or meet their neighbors.
  3. The center is a place because people learn while their neighbors work.
ดูคำตอบ

The center is a place where people can learn and work and meet their neighbors.

What do they eat and how do they play?

4:09

พวกเขากินอะไรและเล่นกันอย่างไร?

How do they treat their young and their old? การใช้คำ

4:11

พวกเขาปฏิบัติต่อเด็กและคนชราอย่างไร?

การใช้คำ

their young and their old: การใช้คำคุณศัพท์เรียกกลุ่มอายุ

ในที่นี้ young และ old ใช้แทนกลุ่มคน คือคนที่อายุน้อยกว่าและคนที่อายุมากกว่าในสังคมนั้น ในทางไวยากรณ์ คำคุณศัพท์สองคำนี้ทำหน้าที่เป็นคำหลักของนามวลี จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวคำว่า people ออกมา their เชื่อมกลุ่มอายุทั้งสองเข้ากับสังคมที่กำลังกล่าวถึง คู่คำที่วางอย่างสมดุลนี้ชวนให้เปรียบเทียบว่าสังคมนั้นปฏิบัติต่อคนที่อยู่คนละปลายช่วงชีวิตอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ young และ old เพื่อกล่าวถึงกลุ่มอายุได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. A good society cares for a young and respects an old.
  2. A good society cares for young and respects old person.
  3. A good society cares for its young and respects its old.
ดูคำตอบ

A good society cares for its young and respects its old.

What relationships do they have with the animals and plants of the world?

4:13

พวกเขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับสัตว์และพืชในโลกใบนี้?

And what do those animals and plants look like?

4:17

และสัตว์กับพืชเหล่านั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

What kind of technology exists?

4:20

มีเทคโนโลยีแบบไหนอยู่บ้าง?

Transportation, communication, access to information? วลี

4:23

การเดินทาง การสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูล?

วลี

access to information: คำนาม access ตามด้วย to

ในรายการนี้ access เป็นคำนาม access to information หมายถึงโอกาส ความสามารถ หรือสิทธิในการได้รับและใช้ข้อมูล คำบุพบท to เชื่อม access กับสิ่งที่เข้าถึงได้ ใช้โครงสร้าง access to + คำนาม เช่น have access to information หรือ provide access to information เมื่อ access เป็นคำนาม ห้ามละ to

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่จำเป็นเพื่อให้วลีคำนามสมบูรณ์: Everyone at the library has access ____ free online resources.

ดูคำตอบ

to

There's so much to think about. น้ำเสียง/เจตนา

4:27

มีเรื่องให้ต้องคิดมากมาย

น้ำเสียง/เจตนา

There's so much to think about: สรุปเนื้อหาและช่วยลดความกดดัน

หลังจากมีคำถามยาวหลายข้อ There's so much to think about จะสรุปว่ามีเรื่องจำนวนมากที่ต้องพิจารณา so much หมายถึงปริมาณความคิดหรือเนื้อหาโดยรวม ไม่ได้หมายถึงเพียงว่ามีข้อมูลมาก ประโยคนี้ยังตอบรับความรู้สึกของผู้ฟังและชะลอจังหวะการอธิบายชั่วครู่ เมื่อผู้พูดยอมรับว่างานนี้ดูใหญ่ ผู้พูดจึงฟังดูเข้าใจผู้ฟังและให้เวลาผู้ฟังหยุดคิดสั้น ๆ ก่อนจะดำเนินต่อ

แบบฝึกหัด

หลังจากบอกตัวเลือกที่ตัดสินใจยากหลายข้อ ผู้พูดกล่าวว่า There's so much to think about. ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. สั่งให้ผู้ฟังหยุดคิด
  2. ยอมรับว่ามีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาและให้ผู้ฟังได้หยุดพักสั้น ๆ
  3. บอกว่ามีตัวเลือกสำคัญเพียงตัวเลือกเดียว
ดูคำตอบ

ยอมรับว่ามีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาและให้ผู้ฟังได้หยุดพักสั้น ๆ

So,

4:29

ดังนั้น

spend some time living in those tasks วลี

4:29

ใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับงานเหล่านั้น

and the answers to those questions,

4:32

และคำตอบของคำถามเหล่านั้น

วลี

spend some time living in those tasks: ใช้เวลาดื่มด่ำกับโจทย์เหล่านั้น

โครงสร้าง spend some time doing หมายถึงการใช้ช่วงเวลาหนึ่งไปกับกิจกรรมบางอย่าง ดังนั้นหลัง spend some time จึงใช้ living ซึ่งเป็นรูป -ing ไม่ใช่ live หรือ to live ในที่นี้ living in those tasks เป็นอุปมาเชิงพื้นที่ที่สร้างสรรค์ ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังหมกมุ่นทางความคิดกับโจทย์การสร้างโลกและสำรวจโจทย์เหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปอาศัยอยู่ในโจทย์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ imagine เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Spend some time ____ how each character would react.

ดูคำตอบ

imagining

and you're well on your way to building your own fictional world. วลี

4:34

แล้วคุณก็จะเข้าใกล้การสร้างโลกในจินตนาการของคุณเองได้เป็นอย่างดี

วลี

you're well on your way to building: กำลังก้าวหน้าไปได้ดีสู่การสร้าง

Be well on your way to doing something หมายถึงได้ก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายมากพอสมควรแล้ว แม้เป้าหมายนั้นจะยังไม่สำเร็จ คำว่า well เพิ่มความหมายว่าความก้าวหน้านั้นดีหรือมีแนวโน้มที่ดี ใน on your way to building คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย building ซึ่งเป็นรูป -ing ภาพของการเดินทางในสำนวนนี้มักเป็นอุปมาและมักใช้เพื่อให้กำลังใจผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ perform เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After several rehearsals, you're well on your way to ____ the whole song.

ดูคำตอบ

performing

Once you know your world as well as you hope your reader will, ไวยากรณ์

4:37

เมื่อคุณรู้จักโลกของคุณดีเท่าที่คุณหวังให้ผู้อ่านรู้จักแล้ว

ไวยากรณ์

Once ... as well as: เงื่อนไขที่ต้องเกิดก่อนและการเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน

Once ในที่นี้ขึ้นต้นอนุประโยคที่บอกทั้งเวลาและเงื่อนไข หมายถึง “เมื่อเงื่อนไขสำเร็จแล้ว” หรือ “เมื่อ...แล้ว” ดังนั้นผู้เขียนต้องรู้จักโลกสมมติอย่างลึกซึ้งก่อน แล้วจึงทำขั้นต่อไป ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” รูป as well as ใช้เปรียบเทียบระดับ: know your world as well as you hope your reader will หลัง will มีการละ know your world เพราะเข้าใจได้อยู่แล้ว การเปรียบเทียบเต็ม ๆ คือเปรียบกับระดับที่ผู้อ่านในอนาคตจะรู้จักโลกนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย Once และ as well as: ____ you know the safety rules ____ the coach does, you can lead the warm-up.

ดูคำตอบ

Once · as well as

set your characters free in it สำนวน

4:41

จงปล่อยให้ตัวละครของคุณเป็นอิสระในนั้น

สำนวน

set your characters free in it: อุปมาเชิงสร้างสรรค์

Set + กรรม + free หมายถึง “ทำให้กรรมนั้นเป็นอิสระ” ในที่นี้เป็นอุปมาเชิงสร้างสรรค์ หลังจากสร้างโลกแล้ว ผู้เขียนปล่อยให้ตัวละครสมมติเลือกทำสิ่งที่เหมาะกับบุคลิกของตน แทนที่จะกำหนดทุกการกระทำไว้ล่วงหน้า In it ชี้กลับไปยังโลกสมมติ ตัวละครมีอิสระที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ภายในฉากที่สร้างไว้แล้ว เพื่อให้การกระทำของพวกเขาช่วยพัฒนาเรื่องราวต่อไป

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำด้านการเขียน Set your characters free in the world you created หมายถึงอะไร?

  1. ลบตัวละครออกจากเรื่อง
  2. ปล่อยให้ตัวละครทำสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติภายในกฎของโลกนั้น
  3. เขียนว่าตัวละครหนีออกจากคุกจริง ๆ
ดูคำตอบ

ปล่อยให้ตัวละครทำสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติภายในกฎของโลกนั้น

and see what happens.

4:43

และดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

And ask yourself, ลำดับความ

4:44

และถามตัวเองว่า

ลำดับความ

ask yourself: เกริ่นเข้าสู่การทบทวนตัวเอง

ask yourself หมายถึงการตั้งคำถามกับตัวเองในใจแล้วคิดหาคำตอบ คำสรรพนามสะท้อนกลับ yourself แสดงว่าผู้ฟังเป็นทั้งผู้ถามและผู้ที่ต้องตอบ ไม่ได้หมายถึงให้ไปถามคนอื่น ในที่นี้ รูปคำสั่งใช้เกริ่นคำถามที่จะตามมา ในคำแนะนำ บทสอน และสุนทรพจน์ Ask yourself, ... เป็นสัญญาณจัดลำดับเนื้อหา โดยเปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่การทบทวนตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนชวนทบทวนตัวเองจากบทเรียนนี้: ____ whether this plan supports your goal.

ดูคำตอบ

Ask yourself

how does this world you created

4:46

โลกที่คุณสร้างขึ้นนี้

shape the individuals who live in it? วลี

4:48

หล่อหลอมตัวบุคคลที่อาศัยอยู่ในนั้นอย่างไร?

วลี

shape the individuals who live in it: ส่งอิทธิพลต่อพัฒนาการของคนเหล่านั้น

ในที่นี้ shape หมายถึงการส่งอิทธิพลอย่างมากและยาวนานต่อการเติบโตของคน เช่น ความเชื่อ นิสัย บุคลิก หรือพฤติกรรม คำนี้เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม โดยโลกที่ถูกสร้างขึ้นส่งผลต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้น ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนรูปร่างภายนอกของร่างกายพวกเขา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X shapes Y กล่าวคือ สภาพแวดล้อม ระบบ หรือประสบการณ์สามารถค่อย ๆ ส่งผลต่อพัฒนาการของบุคคลหรือกลุ่มได้ ในคำถามนี้ this world คือ X และ the individuals คือ Y

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shape ในความหมายว่า “ส่งอิทธิพลต่อพัฒนาการของคน” เหมือนในตัวอย่าง

  1. School experiences can shape how children see themselves.
  2. Please draw a shape around the answer.
  3. The artist can shape the clay into a bowl.
ดูคำตอบ

School experiences can shape how children see themselves.

And what kind of conflict is likely to emerge? วลี

4:50

และมีแนวโน้มว่าจะเกิดความขัดแย้งรูปแบบใดขึ้นบ้าง?

วลี

conflict is likely to emerge: การคาดการณ์สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น

be likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้น แต่ยังไม่แน่นอน ในคำถามนี้ conflict is likely to emerge ถามว่า จากสถานการณ์นี้ เราพอคาดได้อย่างมีเหตุผลว่าจะเกิดความขัดแย้งแบบใด emerge ในที่นี้หมายถึง “เกิดขึ้น เริ่มมีอยู่ หรือเริ่มเห็นได้ชัด” มักใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น conflict, problem, pattern และ risk และมีน้ำเสียงเป็นทางการกว่า appear

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมคำพยากรณ์ให้สมบูรณ์: New challenges are ____ as the team grows.

ดูคำตอบ

likely to emerge

Answer those questions ไวยากรณ์

4:53

ตอบคำถามเหล่านั้น

and you have your story.

4:55

แล้วคุณก็จะได้เรื่องราวของคุณ

ไวยากรณ์

Answer ... and ...: ประโยคคำสั่งตามด้วยผลลัพธ์

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง Imperative + and + result โดย Answer those questions บอกการกระทำที่ให้ทำ ส่วน and you have your story บอกผลที่ตามมา and ในที่นี้ไม่ได้เพียงเชื่อมข้อความสองส่วนที่มีสถานะเท่ากัน แต่ย่อความหมายแบบ if-then ว่า ถ้าตอบคำถามเหล่านั้น คุณก็จะมีพื้นฐานของเรื่อง โครงสร้างสั้น ๆ นี้พบบ่อยในคำแนะนำ คำสั่ง และข้อความโน้มน้าวใจ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการกระทำและผลลัพธ์ด้วยหนึ่งคำ: Press the green button, ____ the screen will light up.

ดูคำตอบ

and

Good luck,

4:57

ขอให้โชคดี

future world-builder. การใช้คำ

4:57

นักสร้างโลกแห่งอนาคต

การใช้คำ

future world-builder: คำเรียกตรง ๆ ที่ให้กำลังใจด้วยบทบาทในอนาคต

world-builder เป็นคำนามประสมที่ใช้เรียกคนซึ่งคิดและพัฒนาโลกสมมติ ทั้งสถานที่ ผู้คน กฎ และประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงคนงานก่อสร้าง หลังคำว่า Good luck วลี future world-builder เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ผู้พูดเรียกผู้ฟังด้วยบทบาทที่ผู้ฟังอาจมีในอนาคต โครงสร้าง future + คำนามที่บอกบทบาทช่วยกระตุ้นให้ลงมือทำ โดยชวนให้ผู้ฟังจินตนาการว่าตนเองกำลังจะเป็นคนแบบนั้น

แบบฝึกหัด

การเรียกผู้ฟังว่า future world-builder มีจุดประสงค์หลักอย่างไร?

  1. เตือนผู้ฟังว่าการสร้างฉากสมมตินั้นยากเกินไป
  2. กระตุ้นให้ผู้ฟังจินตนาการว่าตนเองจะเป็นผู้สร้างโลกสมมติ
  3. เสนองานสร้างอาคารจริงในประเทศต่าง ๆ ให้ผู้ฟัง
ดูคำตอบ

กระตุ้นให้ผู้ฟังจินตนาการว่าตนเองจะเป็นผู้สร้างโลกสมมติ