Imposter Syndrome (กลุ่มอาการหลอกตัวเอง) คืออะไรและจะรับมือได้อย่างไร? - Elizabeth Cox: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
652 คำ 168 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดคนที่มีความสามารถและประสบความสำเร็จจึงยังรู้สึกว่าตนเป็นคนหลอกลวงได้ ความสงสัยในตนเองที่ไม่มีใครพูดออกมาทำให้แต่ละคนคิดว่าตนรู้สึกเช่นนี้อยู่เพียงลำพังอย่างไร และการพูดคุยอย่างเปิดเผยพร้อมทบทวนหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับความสามารถของตนช่วยรับมือกับความรู้สึกนี้ได้อย่างไร ประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. Even after — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าคำเปิดแบบยอมรับข้อเท็จจริงนี้นำเสนอความสำเร็จครั้งใหญ่ก่อน แล้วจึงหักไปสู่ข้อเท็จจริงที่ตรงข้ามกับความคาดหมาย ผู้เรียนจะสังเกตและนำไปใช้ได้เมื่อผลลัพธ์ภายหลังยังคงเกิดขึ้น แม้มีเหตุการณ์ก่อนหน้าที่น่าจะทำให้เป็นอย่างอื่น 2. pluralistic ignorance, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจศัพท์จิตวิทยาสังคมที่หมายถึงภาวะซึ่งหลายคนมีความสงสัยแบบเดียวกันอยู่ภายใน แต่กลับคิดว่ามีเพียงตนที่รู้สึกเช่นนั้นเพราะไม่มีใครเอ่ยออกมา แนวคิดนี้ช่วยให้ติดตามเหตุผลว่าทำไมความรู้สึกว่าเป็นคนหลอกลวงจึงมักถูกปิดบัง 3. by collecting and revisiting positive feedback. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตการใช้ by ตามด้วยกริยารูป gerund เพื่อระบุวิธีที่เป็นรูปธรรมในการบรรลุเป้าหมาย ผู้เรียนสามารถใช้โครงสร้างนี้อธิบายวิธีการอย่างชัดเจน และเข้าใจคำแนะนำให้เก็บรวบรวมคำประเมินเชิงบวกแล้วกลับมาทบทวนเพื่อยืนยันความสามารถของตน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Even after writing 11 books and winning several prestigious awards, ลำดับความ

0:09

แม้หลังจากเขียนหนังสือมาแล้ว 11 เล่ม และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัล

Maya Angelou couldn't escape the nagging doubt สำนวน

0:13

มายา แองเจลู ก็ไม่อาจหลีกหนีจากความสงสัยที่กวนใจอยู่เสมอ

that she hadn't really earned her accomplishments. ไวยากรณ์

0:15

ว่าเธอไม่ได้คู่ควรกับความสำเร็จเหล่านั้นอย่างแท้จริง

ลำดับความ

Even after: การนำเข้าสู่ความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย

Even after + คำนามหรืออนุประโยคที่ใช้รูป -ing หมายถึง “แม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นแล้วก็ตาม” ในประโยคนี้ หนังสือและรางวัลของแองเจลูถูกยกขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงที่ตามปกติแล้วน่าจะช่วยขจัดความสงสัยในตัวเองได้ จากนั้นอนุประโยคหลักก็บอกผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจว่า ความสงสัยยังคงอยู่ ในสุนทรพจน์หรือบทความ การเริ่มต้นเช่นนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการให้เหตุผลที่หนักแน่นซึ่งทำให้คาดหวังผลลัพธ์หนึ่ง ก่อนจะเปิดเผยผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

Even after ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?

  1. คาดว่าความสำเร็จเหล่านั้นน่าจะขจัดความสงสัยได้ แต่ความสงสัยยังคงอยู่
  2. ประโยคนี้เพียงบอกว่าความสำเร็จเกิดขึ้นก่อนความสงสัยเท่านั้น
  3. ความสงสัยเกิดขึ้นเพียงเพราะเธอเขียนหนังสือและได้รับรางวัล
ดูคำตอบ

คาดว่าความสำเร็จเหล่านั้นน่าจะขจัดความสงสัยได้ แต่ความสงสัยยังคงอยู่

สำนวน

couldn't escape the nagging doubt: ความสงสัยในตัวเองที่คอยรบกวน

ใน couldn't escape the nagging doubt คำว่า escape ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “หลุดพ้นจาก” ความคิดหรือความรู้สึกที่ไม่ต้องการ ไม่ใช่การวิ่งหนีออกจากสถานที่หรืออันตราย ความสงสัยถูกบรรยายราวกับเป็นสิ่งที่คอยตามหรือกักเธอไว้ nagging หมายถึงสิ่งที่ย้อนกลับมาซ้ำ ๆ และคอยรบกวนคนคนหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายความว่าความสงสัยในตัวเองคอยรบกวนเธอและเธอไม่สามารถสลัดมันออกไปได้ จึงสื่อถึงแรงกดดันที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่คำถามชั่วครู่

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ couldn't escape the nagging doubt มากที่สุด?

  1. ปรียาตรวจดูวันที่ของรางวัลเพียงครู่เดียวแล้วก็ลืมไป
  2. ไม่ว่าคนอื่นจะชมเธอบ่อยแค่ไหน ปรียาก็ยังสงสัยอยู่เรื่อย ๆ ว่าตนคู่ควรกับรางวัลนั้นหรือไม่
  3. ปรียาวิ่งออกไปข้างนอกเพราะมีสุนัขกำลังไล่ตามเธอ
ดูคำตอบ

ไม่ว่าคนอื่นจะชมเธอบ่อยแค่ไหน ปรียาก็ยังสงสัยอยู่เรื่อย ๆ ว่าตนคู่ควรกับรางวัลนั้นหรือไม่

ไวยากรณ์

hadn't really earned: การกระทำที่เกิดก่อนเมื่อมองจากอดีต

ใน hadn't really earned โครงสร้าง had + กริยาช่องที่ 3 earned เป็น past perfect และ n't ทำให้เป็นรูปปฏิเสธ โครงสร้างนี้วางการได้มาซึ่งความสำเร็จไว้ก่อนช่วงเวลาในอดีตที่เธอรู้สึกหรือแสดงความสงสัยนั้น ในที่นี้ earn one's accomplishments หมายถึงการสร้างความสำเร็จด้วยความสามารถหรือความพยายามของตนเองและสมควรได้รับการยอมรับ Really เน้นข้อสงสัยว่าเครดิตนั้นเป็นของเธออย่างแท้จริงหรือไม่ ความสำเร็จมีอยู่จริง แต่เธอรู้สึกว่าตนไม่อาจรับความดีความชอบทั้งหมดไว้ได้

แบบฝึกหัด

hadn't really earned สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้

  1. เธอรู้สึกว่าความสำเร็จก่อนหน้านั้นมีอยู่จริง แต่เธอไม่ได้สมควรได้รับอย่างแท้จริง
  2. เธอคาดว่าจะประสบความสำเร็จทั้งหมดในภายหลัง
  3. เธอยืนยันว่าความสำเร็จของตนไม่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ

เธอรู้สึกว่าความสำเร็จก่อนหน้านั้นมีอยู่จริง แต่เธอไม่ได้สมควรได้รับอย่างแท้จริง

Albert Einstein experienced something similar.

0:19

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็เคยมีประสบการณ์คล้ายคลึงกัน

He described himself as an involuntary swindler สำนวน

0:22

เขาอธิบายตัวเองว่าเป็นนักต้มตุ๋นโดยไม่ตั้งใจ

whose work didn't deserve as much attention as it had received. ไวยากรณ์

0:25

ซึ่งผลงานของเขาไม่คู่ควรกับความสนใจมากมายที่ได้รับ

สำนวน

an involuntary swindler: คำพูดเกินจริงเชิงล้อเลียนตนเอง

โดยปกติ swindler หมายถึงคนที่จงใจหลอกผู้อื่น ใน an involuntary swindler คำว่า involuntary พลิกความหมายเรื่องเจตนาที่คนทั่วไปคาดไว้ เขาคิดว่าตนทำให้คนอื่นเข้าใจผิดโดยไม่ได้เลือกหรือจงใจทำเช่นนั้น วลีนี้เป็นอุปมาเชิงล้อเลียนตนเอง ไม่ใช่การสารภาพว่าโกง วลีนี้แสดงว่าเขารู้สึกว่าผลงานได้รับความสนใจมากเกินกว่าที่สมควร จนคำชื่นชมทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นผู้แอบอ้างโดยบังเอิญ

แบบฝึกหัด

an involuntary swindler หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. เขารู้สึกราวกับว่าตนหลอกผู้คนโดยไม่ตั้งใจจนทำให้พวกเขาชื่นชมผลงานของเขามากเกินไป
  2. เขาบอกว่ามีอีกคนบังคับให้เขาขโมยผลงาน
  3. เขายอมรับว่าจงใจหลอกผู้อื่นเพื่อเอาเงิน
ดูคำตอบ

เขารู้สึกราวกับว่าตนหลอกผู้คนโดยไม่ตั้งใจจนทำให้พวกเขาชื่นชมผลงานของเขามากเกินไป

ไวยากรณ์

as much attention as: เปรียบเทียบปริมาณที่นับไม่ได้

โครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ “ความสนใจที่ผลงานสมควรได้รับ” กับ “ความสนใจที่ผลงานได้รับไปแล้วจริง ๆ” เพราะ didn't ปฏิเสธ deserve ประโยคนี้จึงหมายความว่าปริมาณความสนใจที่สมควรได้รับน้อยกว่าปริมาณที่ได้รับจริง ไม่ได้บอกว่าทั้งสองเท่ากัน คำว่า attention เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ much ไม่ใช่ many

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบเป้าหมาย: The local story did not receive ____ the national story.

ดูคำตอบ

as much attention as

Accomplishments at the level of Angelou's or Einstein's are rare, วลี

0:29

ความสำเร็จในระดับของแองเจลูหรือไอน์สไตน์นั้นหายาก

วลี

at the level of: อยู่ในระดับเดียวกับมาตรฐาน

at the level of แสดงว่าสิ่งหนึ่งอยู่ที่จุดเดียวกันหรือจุดที่ใกล้เคียงกันบนมาตรวัดเชิงนามธรรม ในที่นี้วลีนี้ขยาย Accomplishments หมายถึงความสำเร็จที่เทียบได้กับของแอนเจลูหรือไอน์สไตน์ในด้านความสำคัญหรือความยิ่งใหญ่นั้นพบได้ยาก Angelou's และ Einstein's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน Angelou's accomplishments และ Einstein's accomplishments โดยละคำนามที่ซ้ำไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้บอกระดับเชิงนามธรรม: This youth orchestra performs ____ a professional group.

ดูคำตอบ

at the level of

but their feeling of fraudulence is extremely common. การใช้คำ

0:33

แต่ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกหลอกลวงของพวกเขานั้นเป็นเรื่องธรรมดามาก

การใช้คำ

feeling of fraudulence: ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวปลอม

ในประโยคนี้ feeling of fraudulence หมายถึงความรู้สึกภายในว่าตัวเองเป็นตัวปลอมหรือไม่สมควรได้รับความสำเร็จอย่างแท้จริง เป็นมุมมองที่คนคนหนึ่งมีต่อตัวเอง แม้ว่าผลงานของเขาจะเกิดขึ้นจริง คำว่า feeling of บอกชัดว่านี่คือประสบการณ์ส่วนตัว Fraudulence ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้ได้ฉ้อโกงจริง

แบบฝึกหัด

feeling of fraudulence ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. พวกเขาชอบหลอกคนอื่นเพื่อเอาเงิน
  2. พวกเขารู้สึกว่าความสำเร็จของตนไม่ใช่ของจริงหรือไม่ใช่สิ่งที่ตนสมควรได้รับ
  3. พวกเขาถูกตัดสินตามกฎหมายว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง
ดูคำตอบ

พวกเขารู้สึกว่าความสำเร็จของตนไม่ใช่ของจริงหรือไม่ใช่สิ่งที่ตนสมควรได้รับ

Why can't so many of us shake feelings that we haven't earned our accomplishments, การใช้คำ

0:36

ทำไมพวกเราหลายคนถึงไม่สามารถสลัดความรู้สึกที่ว่าเราไม่คู่ควรกับความสำเร็จของเรา

or that our ideas and skills aren't worthy of others' attention? วลี

0:40

หรือรู้สึกว่าแนวคิดและทักษะของเราไม่คู่ควรกับความสนใจของคนอื่นได้ล่ะ?

การใช้คำ

shake feelings: สลัดความรู้สึกที่คอยรบกวนใจ

ในที่นี้ shake หมายถึงกำจัดหรือสลัดออก ไม่ใช่เขย่าสิ่งของไปมา คำนาม feelings เป็นกรรมของคำกริยานี้ ดังนั้น shake feelings จึงหมายถึงเลิกมีความรู้สึกที่ยังคอยรบกวนใจ การใช้ในเชิงเปรียบเทียบนี้มักปรากฏร่วมกับรูปปฏิเสธหรือคำที่แสดงความยาก เช่น can't shake a feeling, couldn't shake a doubt หรือ hard to shake a fear โดยสื่อว่าความคิดหรืออารมณ์นั้นยังคงอยู่ แม้จะอยากให้หายไปก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงกำจัดหรือสลัดออก: Even after checking my work twice, I couldn't ____ the feeling that I had made a mistake.

ดูคำตอบ

shake

วลี

worthy of others' attention: คู่ควรแก่ความสนใจของผู้อื่น

be worthy of something หมายถึงคู่ควรหรือสมควรได้รับสิ่งนั้น เพราะบุคคลหรือสิ่งนั้นมีคุณค่า คุณภาพ หรือความสำคัญเพียงพอ ในที่นี้ worthy of others' attention บอกว่าความคิดและทักษะเหล่านี้สมควรได้รับความสนใจจากผู้อื่น worthy เป็นคำคุณศัพท์ ใช้โครงสร้าง be worthy of + นามวลี เช่น worthy of attention หรือ worthy of respect โดยวลีหลัง of ระบุสิ่งที่สมควรได้รับ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่หายไปเพื่อทำโครงสร้าง worthy of ให้สมบูรณ์: The museum's safety plan is worthy ____ careful review.

ดูคำตอบ

of

Psychologist Pauline Rose Clance was the first to study this unwarranted sense of insecurity. ไวยากรณ์

0:45

นักจิตวิทยา พอลีน โรส แคลนซ์ เป็นคนแรกที่ศึกษาความรู้สึกไม่มั่นคงที่ไม่มีเหตุผลนี้

ไวยากรณ์

the first to study: คนแรกที่ทำสิ่งหนึ่ง

the first to study หมายถึงคนแรกที่ศึกษาเรื่องนั้น โดย infinitive to study ขยาย the first และระบุว่าบุคคลนี้เป็นคนแรกในการทำสิ่งใด โครงสร้าง the first/second/last + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงลำดับได้ เช่น the first to arrive, the second to answer หรือ the last to leave ในที่นี้ to study ไม่ได้แสดงจุดประสงค์แบบ in order to study

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง the first to do ให้สมบูรณ์: Leo was the first ____ notice the mistake.

ดูคำตอบ

to

In her work as a therapist,

0:50

ในการทำงานเป็นนักบำบัดของเธอ

she noticed many of her undergraduate patients shared a concern.

0:52

เธอสังเกตว่าคนไข้ระดับปริญญาตรีหลายคนมีความกังวลร่วมกัน

Though they had high grades,

0:56

แม้ว่าพวกเขาจะได้เกรดสูง

they didn't believe they deserved their spots at the university. การใช้คำ

0:58

พวกเขาก็ไม่เชื่อว่าพวกเขาคู่ควรกับที่นั่งในมหาวิทยาลัย

การใช้คำ

deserved their spots at the university: คู่ควรกับโควตาที่มีจำกัดในมหาวิทยาลัย

ในที่นี้ spots หมายถึงโควตาหรือที่ที่มีจำนวนจำกัดสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่รอยเปื้อนหรือสถานที่จริงในมหาวิทยาลัย spot ของคนหนึ่งคนคือโอกาสหรือตำแหน่งที่จัดสรรให้คนนั้น To deserve their spots หมายถึงมีความสามารถหรือคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ที่เหล่านั้น ความหมายเชิงนามธรรมนี้ยังใช้กับชั้นเรียน ทีม โครงการทำงาน หรือกิจกรรมที่รับคนได้จำนวนจำกัดด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spot ในความหมายว่าโควตาที่มีจำนวนจำกัดสำหรับคนหนึ่งคน

  1. Maya wiped a muddy spot off the door.
  2. Maya earned a spot on the school debate team.
  3. Maya chose a quiet spot under the tree.
ดูคำตอบ

Maya earned a spot on the school debate team.

Some even believed their acceptance had been an admissions error. วัฒนธรรม

1:01

บางคนถึงกับเชื่อว่าการรับเข้าเรียนของพวกเขาเป็นความผิดพลาดของฝ่ายรับสมัคร

วัฒนธรรม

an admissions error: ความผิดพลาดในกระบวนการรับเข้ามหาวิทยาลัย

ในบริบทของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย admissions หมายถึงกระบวนการตรวจสอบใบสมัครและตัดสินว่าใครได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน An admissions error คือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกระบวนการนั้น ในที่นี้ their acceptance หมายถึงผลการตัดสินเชิงบวกที่ทำให้พวกเขาได้รับเข้าเรียน นักศึกษาเหล่านี้กลัวว่ามหาวิทยาลัยจะรับพวกเขาเข้ามาโดยผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าพวกเขายอมรับหรือสารภาพว่าได้ทำผิด

แบบฝึกหัด

an admissions error ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. นักศึกษายอมรับว่าตนได้ทำผิด
  2. มหาวิทยาลัยอาจรับนักศึกษาเหล่านั้นเข้าเรียนโดยผิดพลาด
  3. นักศึกษาไม่สามารถยอมรับคะแนนที่น่าผิดหวังได้
ดูคำตอบ

มหาวิทยาลัยอาจรับนักศึกษาเหล่านั้นเข้าเรียนโดยผิดพลาด

While Clance knew these fears were unfounded, การใช้คำ

1:05

แม้ว่าแคลนซ์จะรู้ว่าความกลัวเหล่านี้ไม่มีมูลความจริง

การใช้คำ

fears were unfounded: ความกลัวไม่มีมูลตามข้อเท็จจริง

ในประโยคนี้ unfounded หมายถึง “ไม่มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานรองรับ” คนเหล่านั้นรู้สึกกลัวจริง ๆ แต่แคลนซ์รู้ว่าสิ่งที่พวกเขากลัวว่าจะเกิดขึ้นนั้นไม่มีมูลในความเป็นจริง โครงสร้าง คำนาม + be + unfounded ใช้ประเมินว่า fear, claim, rumor หรือ accusation มีหลักฐานรองรับหรือไม่ ในประโยคนี้ were เชื่อม fears เข้ากับการประเมินดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ unfounded เพื่อบอกว่าความกลัวไม่มีมูลตามข้อเท็จจริง

  1. Her fear was unfounded; the safety check showed there was no danger.
  2. Her fear was private; she did not tell anyone about it.
  3. Her fear was sudden; it began when the lights went out.
ดูคำตอบ

Her fear was unfounded; the safety check showed there was no danger.

she could also remember feeling the exact same way in graduate school.

1:07

แต่เธอก็จำได้ว่าเคยรู้สึกแบบเดียวกันเป๊ะตอนเรียนบัณฑิตวิทยาลัย

She and her patients experienced something that goes by a number of names: วลี

1:11

เธอและคนไข้ของเธอต่างก็ประสบกับสิ่งที่ถูกเรียกในหลายชื่อว่า:

imposter phenomenon,

1:14

ปรากฏการณ์ผู้แอบอ้าง

imposter experience,

1:16

ประสบการณ์ผู้แอบอ้าง

and imposter syndrome. วัฒนธรรม

1:17

และกลุ่มอาการผู้แอบอ้าง

วลี

goes by a number of names: มีชื่อเรียกหลายชื่อ

ในที่นี้ goes by หมายถึง “เป็นที่รู้จักในชื่อ” หรือ “ถูกเรียกว่า” ส่วน a number of หมายถึง “หลาย” ดังนั้น something that goes by a number of names จึงหมายถึงสิ่งหนึ่งที่มีชื่อเรียกซึ่งเป็นที่ยอมรับหลายชื่อ เครื่องหมายทวิภาคบอกว่ารายการหลังจากนั้นคือชื่อเหล่านั้น go by ในความหมายนี้เกี่ยวกับการเรียกชื่อ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่

แบบฝึกหัด

ใช้ go by ในรูปที่ถูกต้อง: This regional dish ____ several names.

ดูคำตอบ

goes by

วัฒนธรรม

imposter syndrome: รู้สึกว่าตนไม่คู่ควรแม้จะมีความสามารถ

Imposter syndrome เป็นชื่อของรูปแบบการสงสัยตนเอง ซึ่งคนที่มีความสามารถหรือประสบความสำเร็จกลับรู้สึกว่าตนไม่คู่ควรกับความสำเร็จ และกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าตนไม่ได้เก่งอย่างที่พวกเขาคิด ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นชื่อของประสบการณ์ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นกำลังแอบอ้างเป็นคนอื่นจริง ๆ ในที่นี้ syndrome เป็นส่วนหนึ่งของชื่อที่ใช้กันทั่วไป ไม่ใช่หลักฐานว่าประสบการณ์นี้เป็นโรคทางการแพทย์ที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ส่วน imposter มักสะกดเป็น impostor ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง imposter syndrome ได้ดีที่สุด

  1. นักเรียนคนหนึ่งขาดการฝึกซ้อมทุกครั้งและพูดอย่างถูกต้องว่าตนยังไม่พร้อม
  2. คนคนหนึ่งจงใจใช้ตัวตนของผู้อื่นเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน
  3. นักเรียนที่มีความสามารถได้รับรางวัล แต่คิดว่าเป็นเพราะโชคและกังวลว่าทุกคนจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่มีความสามารถ
ดูคำตอบ

นักเรียนที่มีความสามารถได้รับรางวัล แต่คิดว่าเป็นเพราะโชคและกังวลว่าทุกคนจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่มีความสามารถ

Together with colleague Suzanne Imes,

1:19

ร่วมกับซูซานน์ ไอมส์ เพื่อนร่วมงาน

Clance first studied impostorism in female college students and faculty.

1:22

แคลนซ์ได้ศึกษาภาวะผู้แอบอ้างในนักศึกษาหญิงระดับมหาวิทยาลัยและคณาจารย์หญิงเป็นครั้งแรก

Their work established pervasive feelings of fraudulence in this group.

1:26

งานของพวกเธอได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความรู้สึกของการเป็นคนหลอกลวงที่แผ่ซ่านอยู่ในกลุ่มนี้

Since that first study,

1:30

นับตั้งแต่การศึกษาครั้งแรกนั้น

the same thing has been established across gender, race, age, and a huge range of occupations. วลี

1:32

สิ่งเดียวกันนี้ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นข้ามผ่านเพศ เชื้อชาติ อายุ และหลากหลายสาขาอาชีพ

วลี

across gender, race, age...: ครอบคลุมหลายหมวดหมู่

ในที่นี้ across หมายถึง “ครอบคลุมหรือรวมหลายหมวดหมู่” มีการพบผลดังกล่าวในผู้คนที่มีเพศ เชื้อชาติ อายุ และอาชีพแตกต่างกัน โดย across ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ทางกายภาพ รูปแบบ across + กลุ่ม หมวดหมู่ หรือมิติ พบได้บ่อยในงานวิจัย รายงาน และข่าว ใช้บอกว่าผลลัพธ์ครอบคลุมช่วงที่กว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มเดียว

แบบฝึกหัด

ใน "The policy was supported across age groups and regions," คำว่า across แสดงถึงอะไร

  1. การสนับสนุนจำกัดอยู่ในกลุ่มอายุเดียวและภูมิภาคเดียว
  2. มีการสนับสนุนในหลายกลุ่มอายุและหลายภูมิภาค
  3. การสนับสนุนเคลื่อนที่จริงจากกลุ่มอายุหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง
ดูคำตอบ

มีการสนับสนุนในหลายกลุ่มอายุและหลายภูมิภาค

Though it may be more prevalent and disproportionately affect the experiences of underrepresented or disadvantaged groups. การใช้คำ

1:38

แม้ว่ามันอาจจะแพร่หลายมากกว่าและส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของกลุ่มคนที่ขาดการเป็นตัวแทนหรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอย่างไม่ได้สัดส่วน

การใช้คำ

disproportionately affect: ผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมระหว่างกลุ่ม

ในประโยคนี้ disproportionately affect หมายถึงผลกระทบตกอยู่กับบางกลุ่มหนักกว่ากลุ่มอื่น เมื่อเทียบกับขนาดของกลุ่ม สภาพแวดล้อม หรือเกณฑ์อ้างอิงอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายเพียงว่า 'ส่งผลกระทบมาก' คำกริยาวิเศษณ์ disproportionately ขยาย affect และเน้นว่าผลกระทบกระจายอย่างไม่เท่าเทียมกัน กลุ่มคำทางการนี้มีประโยชน์เมื่อต้องพูดถึงว่าใครรับความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย ภาระ หรือปัญหามากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำทางการสองคำจากบทนี้ให้ตรงทุกคำ ซึ่งหมายถึงกลุ่มหนึ่งได้รับผลกระทบหนักกว่ากลุ่มอื่น: Budget cuts can ____ families with fewer resources.

ดูคำตอบ

disproportionately affect

การใช้คำ

underrepresented or disadvantaged groups: กลุ่มที่มีตัวแทนน้อยหรือกลุ่มที่เสียเปรียบ

Underrepresented groups คือกลุ่มที่มีสัดส่วนการปรากฏ การมีส่วนร่วม หรือเสียงต่ำกว่าที่คาดไว้ในสาขา สถาบัน คณะผู้นำ หรือชุดข้อมูลหนึ่ง ๆ ส่วน disadvantaged groups คือกลุ่มที่เผชิญอุปสรรคหรือเข้าถึงทรัพยากร โอกาส หรืออำนาจได้น้อยกว่าเนื่องจากสภาพแวดล้อมของตน คำว่า or แสดงว่าประโยคนี้รวมกลุ่มที่อยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่ง ทั้งสองประเภทอาจทับซ้อนกันได้ แต่คำทั้งสองไม่ได้หมายความว่าสมาชิกมีความสามารถน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเหล่านี้ได้ถูกต้อง

  1. disadvantaged หมายความว่าสมาชิกทุกคนของกลุ่มมีความสามารถน้อยกว่า
  2. กลุ่มหนึ่งอาจเป็น underrepresented ในฝ่ายบริหารของบริษัท แม้ว่าสมาชิกจะไม่ได้มีความสามารถน้อยกว่าก็ตาม
  3. underrepresented หมายความว่ากลุ่มนั้นเสียเปรียบในทุกสภาพแวดล้อม
ดูคำตอบ

กลุ่มหนึ่งอาจเป็น underrepresented ในฝ่ายบริหารของบริษัท แม้ว่าสมาชิกจะไม่ได้มีความสามารถน้อยกว่าก็ตาม

To call it a syndrome is to downplay how universal it is. ไวยากรณ์

1:45

การเรียกสิ่งนี้ว่ากลุ่มอาการคือการลดทอนความสำคัญว่ามันเป็นเรื่องสากลแค่ไหน

ไวยากรณ์

To call X Y is to downplay...: การประเมินผลของป้ายชื่อ

To call X Y is to do Z หมายความว่า การให้ป้ายชื่อ Y แก่ X ก่อให้เกิดผลตามที่ Z อธิบาย วลีกริยารูป to-infinitive ชุดแรกทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วนชุดที่สองบอกว่าการกระทำนั้นเท่ากับอะไร ในที่นี้ downplay หมายถึง “ทำให้บางสิ่งดูสำคัญ ร้ายแรง หรือแพร่หลายน้อยกว่าความเป็นจริง” ผู้พูดกำลังแย้งว่าป้ายชื่อ syndrome ทำให้ประสบการณ์นี้ดูไม่เป็นสากลเท่าที่เป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ To do X is to do Y ให้สมบูรณ์: To label every mistake a failure ____ make learning harder.

ดูคำตอบ

is to

It's not a disease or an abnormality,

1:48

มันไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติ

and it isn't necessarily tied to depression, anxiety, or self-esteem. วลี

1:51

และไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความเคารพตัวเองเสมอไป

วลี

isn't necessarily tied to: การปฏิเสธความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

ในที่นี้ be tied to หมายถึง “เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับ” ไม่ได้หมายถึงถูกมัดไว้จริง ๆ ส่วน necessarily หมายถึง “ในทุกกรณี” หรือ “อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เมื่อใช้กับ not สิ่งที่ถูกปฏิเสธคือความจำเป็นของความเชื่อมโยง ดังนั้น isn't necessarily tied to จึงหมายความว่า บางกรณีอาจมีความเชื่อมโยง แต่ความเชื่อมโยงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหรือมีอยู่เสมอ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเชื่อมโยงเลย

แบบฝึกหัด

“The delay isn't necessarily tied to the weather” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ในบางกรณีสภาพอากาศอาจเกี่ยวข้องกับความล่าช้า แต่ความเชื่อมโยงนั้นไม่แน่นอน
  2. สภาพอากาศทำให้เกิดความล่าช้าเสมอ
  3. สภาพอากาศไม่มีทางเกี่ยวข้องกับความล่าช้าได้เลย
ดูคำตอบ

ในบางกรณีสภาพอากาศอาจเกี่ยวข้องกับความล่าช้า แต่ความเชื่อมโยงนั้นไม่แน่นอน

Where do these feelings of fraudulence come from?

1:56

ความรู้สึกหลอกลวงเหล่านี้มาจากไหน?

People who are highly skilled or accomplished tend to think others are just as skilled.

1:59

ผู้ที่มีทักษะสูงหรือประสบความสำเร็จมักจะคิดว่าคนอื่นๆ ก็มีทักษะเท่าเทียมกัน

This can spiral into feelings that they don't deserve accolades and opportunities over other people. สำนวน

2:03

สิ่งนี้สามารถลุกลามเป็นความรู้สึกที่ว่า พวกเขาไม่คู่ควรกับคำชมเชยและโอกาสต่างๆ เหนือคนอื่น

สำนวน

spiral into feelings: ลุกลามไปสู่สภาวะอารมณ์เชิงลบ

ในที่นี้ spiral into เป็นอุปมาที่สื่อว่าสถานการณ์กำลังพัฒนาไปในทางแย่ลงและควบคุมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ This can spiral into feelings หมายถึงความคิดก่อนหน้านี้อาจขยายเป็นความรู้สึกว่าตนไม่คู่ควร ไม่ได้หมายถึงการหมุนจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A spirals into B โดย B มักเป็นสภาวะเชิงลบที่ร้ายแรงกว่า เช่น anxiety, conflict หรือ chaos

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอุปมาสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ แย่ลงและกลายเป็น”: A small misunderstanding can ____ a serious conflict.

ดูคำตอบ

spiral into

And as Angelou and Einstein experienced,

2:08

และตามที่แองเจลูและไอน์สไตน์เคยประสบมา

there's often no threshold of accomplishment that puts these feelings to rest. โน้ต

2:11

มักจะไม่มีขีดจำกัดของความสำเร็จใดที่จะหยุดความรู้สึกเหล่านี้ได้

การใช้คำ

no threshold of accomplishment: ไม่มีระดับความสำเร็จที่รับประกันผล

Threshold ตามความหมายตรงตัวอาจหมายถึงธรณีประตู ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือระดับที่ต้องไปถึงก่อนผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น No threshold of accomplishment หมายความว่าไม่มีระดับความสำเร็จใดที่รับประกันได้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นจะหายไป การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงขีดจำกัดหรือระดับที่ใช้เป็นเงื่อนไข เช่น an income threshold, a pain threshold หรือ the threshold for taking action

แบบฝึกหัด

no threshold of accomplishment ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. ไม่มีประตูจริงที่นำไปสู่ความสำเร็จ
  2. ความสำเร็จทุกอย่างต้องผ่านการสอบเข้าที่กำหนดไว้
  3. ไม่มีระดับความสำเร็จใดรับประกันได้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นจะจบลง
ดูคำตอบ

ไม่มีระดับความสำเร็จใดรับประกันได้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นจะจบลง

สำนวน

puts these feelings to rest: ทำให้ความรู้สึกที่รบกวนใจสงบลง

Put something to rest เป็นสำนวนที่หมายถึงการคลี่คลายหรือยุติข้อสงสัย ความกังวล ข่าวลือ ข้อโต้แย้ง หรือความรู้สึกที่รบกวนใจ เพื่อไม่ให้สิ่งนั้นส่งผลต่อผู้คนอีก ในที่นี้ puts these feelings to rest หมายถึงทำให้ความรู้สึกว่าตนไม่คู่ควรหรือเป็นตัวปลอมเหล่านี้ไม่รบกวนใจอีก ประธานของ puts คือ that ซึ่งย้อนกลับไปหา a threshold of accomplishment ประโยคนี้บอกว่า การประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นมักไม่ได้ทำให้เราไปถึงจุดสุดท้ายที่ความรู้สึกเหล่านั้นจะหายไป

แบบฝึกหัด

ใช้ put something to rest เติมประโยคให้สมบูรณ์: The new evidence should ____ these doubts ____.

ดูคำตอบ

put · to rest

Feelings of impostorism aren't restricted to highly skilled individuals either.

2:15

ความรู้สึกของการเป็นผู้แอบอ้างไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบุคคลที่มีทักษะสูงเท่านั้น

Everyone is susceptible to a phenomenon known as pluralistic ignorance, วัฒนธรรม

2:20

ทุกคนอ่อนไหวต่อปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ความเขลาพหูพจน์

where we each doubt ourselves privately,

2:24

ซึ่งเป็นภาวะที่เราแต่ละคนสงสัยในตัวเองแบบเงียบๆ

but believe we're alone in thinking that way because no one else voices their doubts. การใช้คำ

2:26

แต่เชื่อว่าเราคิดแบบนั้นอยู่คนเดียว เพราะไม่มีใครพูดความสงสัยของตัวเองออกมา

วัฒนธรรม

pluralistic ignorance: หลายคนคิดเหมือนกันในใจแต่กลับนึกว่ามีเพียงตนเอง

Pluralistic ignorance เป็นศัพท์ทางจิตวิทยาสังคมที่หมายถึงการรับรู้ผิดร่วมกันทั้งกลุ่ม หลายคนมีความเชื่อ ความรู้สึก หรือข้อสงสัยแบบเดียวกันอยู่ในใจ แต่แต่ละคนกลับเข้าใจผิดว่าคนอื่นส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where อธิบายคำดังกล่าว ผู้คนสงสัยตนเองอยู่ภายในใจ แต่เพราะไม่มีใครพูดถึงข้อสงสัยนั้น แต่ละคนจึงคิดว่าตนเป็นเพียงคนเดียว คำว่า pluralistic ในที่นี้ชี้ถึงรูปแบบการรับรู้ผิดที่เกิดทั่วทั้งกลุ่ม ไม่ใช่แนวคิดเชิงบวกเรื่องความหลากหลาย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง pluralistic ignorance ได้ดีที่สุด

  1. พนักงานพูดคุยความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างเปิดเผย
  2. พนักงานหนึ่งคนพลาดข้อมูลที่คนอื่นทั้งหมดได้รับ
  3. พนักงานหลายคนไม่ชอบนโยบายหนึ่งอยู่ในใจ แต่แต่ละคนคิดว่าคนอื่นทั้งหมดสนับสนุนนโยบายนั้น
ดูคำตอบ

พนักงานหลายคนไม่ชอบนโยบายหนึ่งอยู่ในใจ แต่แต่ละคนคิดว่าคนอื่นทั้งหมดสนับสนุนนโยบายนั้น

การใช้คำ

voices their doubts: พูดข้อสงสัยออกมาอย่างเปิดเผย

ในที่นี้ voices เป็นคำกริยาที่หมายถึง “แสดงออกอย่างเปิดเผยหรือชัดเจน” Voices their doubts หมายถึงการพูดข้อสงสัยส่วนตัวออกมาให้ผู้อื่นรับรู้ ไม่ได้หมายถึงเพียงการเปล่งเสียง voice ในความหมายนี้เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม โดยใช้โครงสร้าง voice + ข้อสงสัย ความกังวล ความคิดเห็น ข้อคัดค้าน หรือการสนับสนุน ในประโยคนี้ไม่มีใครแสดงข้อสงสัยออกมา แต่ละคนจึงอาจเข้าใจผิดว่ามีเพียงตนเองที่รู้สึกเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ voice ในความหมายว่า “แสดงออกอย่างเปิดเผย”?

  1. Leah voiced her concerns about the deadline.
  2. Leah lowered her voice near the sleeping baby.
  3. The actor has a powerful voice.
ดูคำตอบ

Leah voiced her concerns about the deadline.

Since it's tough to really know how hard our peers work,

2:31

เนื่องจากเป็นการยากที่จะรู้จริงๆ ว่าเพื่อนร่วมงานของเราทำงานหนักแค่ไหน

how difficult they find certain tasks,

2:35

พวกเขารู้สึกว่างานบางอย่างยากแค่ไหน

or how much they doubt themselves,

2:37

หรือพวกเขาสงสัยในตัวเองมากแค่ไหน

there's no easy way to dismiss feelings that we're less capable than the people around us. ไวยากรณ์

2:39

จึงไม่มีวิธีง่ายๆ ที่จะปัดเป่าความรู้สึกที่ว่าเรามีความสามารถน้อยกว่าคนรอบข้าง

ไวยากรณ์

there's no easy way to dismiss: ไม่ง่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้

There's no easy way to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำนั้นไม่สามารถทำได้อย่างง่ายหรือรวดเร็ว แต่ยังอาจมีวิธีที่ยาก ต้องค่อยเป็นค่อยไป หรือไม่สมบูรณ์อยู่ จึงไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นเป็นไปไม่ได้ ในที่นี้ dismiss หมายถึงปฏิเสธหรือปัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งเพราะมองว่าไม่มีมูล ประเด็นของผู้พูดคือความรู้สึกว่าตนเองมีความสามารถน้อยกว่าไม่อาจถูกปัดทิ้งได้ง่าย ๆ

แบบฝึกหัด

“There's no easy way to repair all the damage overnight” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ความเสียหายทั้งหมดได้รับการซ่อมแซมอย่างง่ายดายแล้ว
  2. อาจทำได้ แต่จะไม่ง่ายหรือรวดเร็ว
  3. เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงในทุกสถานการณ์
ดูคำตอบ

อาจทำได้ แต่จะไม่ง่ายหรือรวดเร็ว

And intense feelings of impostorism can prevent people from sharing their great ideas ไวยากรณ์

2:44

และความรู้สึกของการเป็นผู้แอบอ้างอย่างรุนแรงอาจขัดขวางไม่ให้ผู้คนแบ่งปันไอเดียที่ยอดเยี่ยม

or applying for jobs and programs where they'd excel.

2:49

หรือสมัครงานและโปรแกรมต่างๆ ที่พวกเขาจะทำได้ดีเยี่ยม

ไวยากรณ์

prevent people from sharing: โครงสร้าง prevent someone from doing something

prevent someone from doing something หมายถึง ขัดขวางไม่ให้ใครทำบางอย่าง หรือทำให้การกระทำนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ ในที่นี้ prevent people from sharing บอกว่าความรู้สึกที่รุนแรงอาจขัดขวางไม่ให้ผู้คนแบ่งปันความคิดของตน หลัง from ต้องใช้คำกริยารูป -ing ส่วน or applying ที่ตามมาขนานกับ sharing ดังนั้นทั้งสองการกระทำจึงอยู่ในโครงสร้าง prevent people from เดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง prevent someone from doing ให้สมบูรณ์: The safety lock prevents children ____ opening the door.

ดูคำตอบ

from

At least so far, ลำดับความ

2:52

อย่างน้อยก็จนถึงตอนนี้

the most sure-fire way to combat impostor syndrome is to talk about it. วลี

2:54

วิธีที่แน่นอนที่สุดในการต่อสู้กับกลุ่มอาการผู้แอบอ้างก็คือการพูดคุยเกี่ยวกับมัน

ลำดับความ

At least so far: จำกัดข้อสรุปให้อยู่ในขอบเขตของหลักฐานปัจจุบัน

At least so far เป็นวลีจำกัดขอบเขตที่วางไว้ก่อนข้อความหลัก วลีนี้บอกผู้ฟังให้ประเมินข้อความตามสิ่งที่รู้มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่มองว่าเป็นข้อเท็จจริงที่จริงตลอดไป at least เพิ่มความหมายว่า “อย่างน้อยก็พูดได้เท่านี้” ส่วน so far กำหนดขอบเขตเวลาไว้จนถึงตอนนี้ เมื่อใช้ร่วมกันจะทำให้ข้อความระมัดระวังขึ้น และเปิดโอกาสให้มีหลักฐานใหม่หรือวิธีที่ดีกว่าในอนาคต

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: At least so far, our plan is working. วลีเปิดประโยคสื่อถึงอะไร?

  1. จากสิ่งที่รู้ในตอนนี้ แผนกำลังได้ผล แต่เรื่องนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้
  2. แผนได้ผลเฉพาะในอดีตและตอนนี้หยุดได้ผลแล้ว
  3. แผนจะได้ผลตลอดไปอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

จากสิ่งที่รู้ในตอนนี้ แผนกำลังได้ผล แต่เรื่องนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้

วลี

sure-fire way to combat: วิธีที่น่าเชื่อถืออย่างมากในการรับมือกับปัญหา

sure-fire ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีโอกาสสำเร็จสูงมาก ใน a sure-fire way to combat X คำว่า sure-fire ขยายคำว่า way และ to combat X ระบุปัญหาที่วิธีนั้นตั้งใจจะรับมือ คำนี้ไม่เกี่ยวกับไฟตามความหมายตรงตัว ในที่นี้ combat เป็นกริยาที่รับกรรมตรง หมายถึงการลงมือจัดการปัญหาอย่างจริงจังหรือลดผลกระทบของมัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a sure-fire way to combat + ปัญหา

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: Checking facts is a ____ misinformation.

ดูคำตอบ

sure-fire way to combat

Many people suffering from impostor syndrome are afraid that if they ask about their performance, ไวยากรณ์

2:58

หลายคนที่กำลังทุกข์ทรมานจากกลุ่มอาการผู้แอบอ้างกลัวว่าถ้าพวกเขาถามถึงผลงานของตัวเอง

their fears will be confirmed.

3:02

ความกลัวของพวกเขาจะได้รับการยืนยันว่าเป็นจริง

ไวยากรณ์

if they ask ... their fears will be confirmed: เงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นและผลลัพธ์ที่กลัว

อนุประโยคที่มี if บอกเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คือพวกเขาอาจถามถึงผลงานของตน ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple หลัง if เมื่อพูดถึงความเป็นไปได้ในอนาคตแบบนี้ ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์ในที่นี้ใช้ will + be + past participle: if they ask ..., their fears will be confirmed. โครงสร้างนี้บอกว่านั่นคือผลที่พวกเขากลัวว่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว will be confirmed เป็นรูป passive ในที่นี้ confirm หมายถึงแสดงให้เห็นว่าความเชื่อหรือความกลัวเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงการยืนยันนัดหมายหรือตารางเวลา

แบบฝึกหัด

Maya กังวลว่าตนเองทำได้ไม่ดี เติม first conditional ด้วยรูปที่ถูกต้องของ ask และ confirm: If Maya ____ for feedback, her fears ____.

ดูคำตอบ

asks · will be confirmed

And even when they receive positive feedback,

3:04

และแม้ในตอนที่พวกเขาได้รับผลตอบรับเชิงบวก

it often fails to ease feelings of fraudulence. วลี

3:06

มันก็มักจะล้มเหลวในการบรรเทาความรู้สึกของการเป็นคนหลอกลวง

วลี

fails to ease feelings of fraudulence: ไม่สามารถบรรเทาความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนหลอกลวงได้

fail to + คำกริยา หมายถึงการกระทำที่ตั้งใจหรือคาดหวังไว้ไม่ประสบความสำเร็จ ในที่นี้ fails to ease หมายถึง “ไม่สามารถลดลงได้สำเร็จ” ease feelings หมายถึงทำให้ความรู้สึกเบาลงหรือทำให้ทุกข์ใจน้อยลง ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าคำชื่นชมมักไม่สามารถลดความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนหลอกลวงได้ ไม่ได้หมายความว่าคำชื่นชมนั้นสร้างหรือทำให้ความรู้สึกดังกล่าวแย่ลง

แบบฝึกหัด

"The feedback failed to ease the feeling" หมายความว่าอย่างไร

  1. คำชื่นชมนั้นขจัดความรู้สึกดังกล่าวออกไปทั้งหมด
  2. คำชื่นชมนั้นไม่สามารถลดความรู้สึกดังกล่าวได้สำเร็จ
  3. คำชื่นชมนั้นทำให้ความรู้สึกดังกล่าวรุนแรงขึ้น
ดูคำตอบ

คำชื่นชมนั้นไม่สามารถลดความรู้สึกดังกล่าวได้สำเร็จ

But on the other hand, ลำดับความ

3:09

แต่ในทางกลับกัน

hearing that an advisor or mentor has experienced feelings of impostorism can help relieve those feelings.

3:10

การได้ยินว่าที่ปรึกษาหรือที่เลี้ยงเคยประสบกับความรู้สึกของผู้แอบอ้างสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกเหล่านั้นได้

ลำดับความ

on the other hand: การเสนอแง่มุมที่แตกต่างกัน

on the other hand เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้เสนอแง่มุมที่สองซึ่งแตกต่างหรือขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่นี้ ประเด็นก่อนหน้าคือคำชื่นชมมักไม่ช่วยบรรเทาความรู้สึกดังกล่าว ส่วนประเด็นใหม่คือการได้รู้ว่าพี่เลี้ยงเคยมีประสบการณ์คล้ายกันอาจช่วยได้ วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลถูกจัดเรียงอย่างไร โดยเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงผลลัพธ์หรือวิธีการอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงมือที่เป็นอวัยวะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ "on the other hand" เพื่อเสนอความแตกต่างที่ชัดเจน

  1. The apartment is spacious. On the other hand, it has a lot of room.
  2. The apartment is spacious. On the other hand, we visited it on Tuesday.
  3. The apartment is spacious. On the other hand, it is far from school.
ดูคำตอบ

The apartment is spacious. On the other hand, it is far from school.

The same goes for peers. วลี

3:16

เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมงาน

วลี

The same goes for X: การขยายประเด็นก่อนหน้าไปยังอีกกลุ่ม

The same goes for X หมายความว่า กฎ ข้อเท็จจริง หรือข้อสรุปที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นใช้กับ X ด้วย โดย the same ย้อนกลับไปหมายถึงแนวคิดก่อนหน้า ส่วน for X ระบุบุคคลหรือกลุ่มใหม่ที่แนวคิดนั้นครอบคลุม ในประโยคนี้ ข้อความก่อนหน้าเกี่ยวกับผู้ให้คำแนะนำหรือที่ปรึกษาถูกขยายไปถึง peers ด้วย คำว่า goes for ในที่นี้หมายถึง “ใช้กับ” ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: Employees must protect customer data, and ____ contractors.

ดูคำตอบ

the same goes for

Even simply finding out there's a term for these feelings can be an incredible relief. กริยาวลี

3:18

แม้แต่การได้รู้ว่ามีคำศัพท์เฉพาะสำหรับความรู้สึกเหล่านี้ ก็สามารถช่วยให้โล่งใจได้อย่างเหลือเชื่อ

กริยาวลี

finding out there's ...: การได้รู้ข้อเท็จจริงใหม่

Find out หมายถึงการค้นพบหรือได้รู้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน หลังคำนี้สามารถตามด้วยข้อความเต็มที่บอกว่าได้รู้อะไร โดยในที่นี้ there's a term for these feelings คือข้อมูลนั้น Finding อยู่ในรูป -ing ดังนั้นวลีที่เน้นทั้งหมดจึงทำหน้าที่เป็นประธานของ can be an incredible relief สำนวนนี้บอกถึงการเปลี่ยนจากไม่รู้เป็นรู้ ไม่ใช่การพบสิ่งของที่จับต้องได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ find out เพื่อแสดงว่าคนคนหนึ่งได้รู้ข้อมูลใหม่?

  1. I know that the science club meets on Fridays.
  2. I found the science club near the library.
  3. I found out that the science club meets on Fridays.
ดูคำตอบ

I found out that the science club meets on Fridays.

Once you're aware of the phenomenon, ไวยากรณ์

3:22

เมื่อคุณตระหนักถึงปรากฏการณ์นี้แล้ว

you can combat your own impostor syndrome by collecting and revisiting positive feedback. ไวยากรณ์

3:24

คุณสามารถต่อสู้กับกลุ่มอาการผู้แอบอ้างของตัวเองได้โดยการรวบรวมและกลับมาทบทวนผลตอบรับเชิงบวก

ไวยากรณ์

Once you're aware of: การกำหนดเงื่อนไขและขั้นแรก

once ในที่นี้เป็นคำสันธานที่หมายถึง “เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว” หรือ “ทันทีที่เงื่อนไขนี้เป็นจริง” โดยนำเสนอการตระหนักถึงปรากฏการณ์เป็นขั้นแรก จากนั้นจึงลงมือทำได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” เมื่อพูดถึงผลในอนาคตหรือผลทั่วไป อนุประโยคหลัง once ใช้รูป present tense: Once you're aware of ..., you can .... โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Once + อนุประโยค present tense, ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการตระหนักถึงปัญหาเป็นขั้นแรกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และบอกว่าสามารถทำขั้นต่อไปได้หลังจากนั้น

  1. Once you're aware of the problem, you can start solving it.
  2. Because you're aware of the problem, you can start solving it.
  3. If you're aware of the problem, you can start solving it.
ดูคำตอบ

Once you're aware of the problem, you can start solving it.

ไวยากรณ์

by collecting and revisiting positive feedback: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีการ

by ในที่นี้ใช้ขึ้นต้นวิธีการที่นำไปสู่เป้าหมาย วลี by collecting and revisiting positive feedback ตอบคำถามว่า “How can you combat impostor syndrome?” ไม่ได้ใช้ระบุว่าใครเป็นผู้ทำการกระทำ เมื่อ by ใช้บอกวิธีการ การกระทำหลัง by มักอยู่ในรูป -ing คำว่า Collecting และ revisiting เป็นรูป -ing ที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and โดยทั้งสองคำใช้กรรม positive feedback ร่วมกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์หรือเป้าหมาย + by + คำกริยา-ing

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ถูกต้อง: You can save money by ____ prices and ____ a budget. (compare, follow)

ดูคำตอบ

comparing · following

One scientist who kept blaming herself for problems in her lab วลี

3:29

มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่เอาแต่โทษตัวเองสำหรับปัญหาในห้องแล็บของเธอ

started to document the causes every time something went wrong.

3:32

ได้เริ่มบันทึกสาเหตุทุกครั้งที่มีอะไรผิดพลาด

วลี

kept blaming herself for: โทษตัวเองซ้ำ ๆ เพราะบางสิ่ง

keep + -ing แสดงว่าการกระทำดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำหลายครั้ง ในที่นี้ kept blaming บรรยายนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต blame oneself for something หมายถึง “โทษตัวเองเพราะบางสิ่ง” herself หมายถึงนักวิทยาศาสตร์คนนั้นเอง ส่วน for ใช้นำหน้าสาเหตุที่เธอโทษตัวเอง ไม่ใช่จุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Even after the coach said it was a team problem, Maya ____ the loss.

ดูคำตอบ

kept blaming herself for

Eventually,

3:36

ในที่สุด

she realized most of the problems came from equipment failure and came to recognize her own competence. วลี

3:36

เธอก็ตระหนักได้ว่าปัญหาส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์ขัดข้อง และเริ่มยอมรับในความสามารถของตัวเอง

วลี

came to recognize: ค่อย ๆ ตระหนักได้เมื่อเวลาผ่านไป

come to + คำกริยา มักใช้อธิบายการเกิดความเข้าใจ ความเชื่อ หรือความรู้สึกใหม่ผ่านเวลาหรือประสบการณ์ came to recognize หมายถึงการรับรู้นั้นค่อย ๆ พัฒนาขึ้นหรือเกิดขึ้นได้ในที่สุด ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีที่เธอมองตัวเอง หลักฐานช่วยให้เธอมองเห็นความสามารถของตนเอง ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: After several weeks, Amir ____ the value of practicing every day.

ดูคำตอบ

came to recognize

We may never be able to banish these feelings entirely, ไวยากรณ์

3:42

เราอาจไม่สามารถขจัดความรู้สึกเหล่านี้ไปได้ทั้งหมด

but we can have open conversations about academic or professional challenges.

3:45

แต่เราสามารถมีการสนทนาที่เปิดกว้างเกี่ยวกับความท้าทายทางวิชาการหรือสายอาชีพได้

ไวยากรณ์

may never be able to banish: ความเป็นไปได้ระยะยาวว่าอาจขจัดไม่หมด

โครงสร้าง may never be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำนั้นอาจยังคงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ไปตลอด may ทำให้ข้อความยังไม่แน่นอน never ขยายการทำไม่ได้ให้ครอบคลุมช่วงเวลาทั้งหมด และหลัง be able to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ banish หมายถึงขับไล่หรือขจัดให้หมดไป ไม่ใช่เพียงทำให้ลดลง เมื่อใช้ร่วมกับ feelings และ entirely จึงแสดงว่าการขจัดให้หมดคือเป้าหมาย ประโยคยอมรับว่าอาจไปไม่ถึงเป้าหมายนั้นก่อนจะเปลี่ยนไปกล่าวถึงวิธีรับมือที่ทำได้จริง

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความ may never be able to banish these feelings entirely ได้ตรงที่สุด

  1. เราได้ขจัดความรู้สึกเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว
  2. เราจะทำให้ความรู้สึกเหล่านี้เบาลงเล็กน้อยอย่างแน่นอน
  3. เป็นไปได้ว่าเราอาจไม่มีวันขจัดความรู้สึกเหล่านี้ได้ทั้งหมด
ดูคำตอบ

เป็นไปได้ว่าเราอาจไม่มีวันขจัดความรู้สึกเหล่านี้ได้ทั้งหมด

With increasing awareness of how common these experiences are, ไวยากรณ์

3:50

ด้วยความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นว่าประสบการณ์เหล่านี้พบได้บ่อยแค่ไหน

perhaps we can feel freer to be frank about our feelings and build confidence in some simple truths: การใช้คำ

3:53

บางทีเราอาจรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้นที่จะพูดตรงๆ เกี่ยวกับความรู้สึกของเราและสร้างความมั่นใจในความจริงง่ายๆ บางประการ:

ไวยากรณ์

With increasing awareness of: การนำเสนอพื้นหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลง

เมื่ออยู่ต้นประโยค with + นามวลี สามารถใช้บอกเงื่อนไขเบื้องหลังหรือสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงของประโยคหลักได้ With increasing awareness of ... มีความหมายเท่ากับ as awareness of ... increases โดย increasing ขยาย awareness และ of นำเข้าสิ่งที่ผู้คนกำลังตระหนักมากขึ้น การเปิดประโยคแบบนี้วางการเปลี่ยนแปลงที่เป็นพื้นหลังก่อน แล้วจึงกล่าวถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ในที่นี้ with ไม่ได้หมายถึงอยู่ร่วมกับคนหรือสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + นามวลี ได้ถูกต้องเพื่อบอกพื้นหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลง

  1. With public interest grows, the museum extended its opening hours.
  2. With growing public interest, the museum extended its opening hours.
  3. With grow public interest, the museum extended its opening hours.
ดูคำตอบ

With growing public interest, the museum extended its opening hours.

การใช้คำ

Be frank about our feelings: พูดถึงความรู้สึกอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา

โครงสร้าง be frank about + หัวข้อ หมายถึงการพูดถึงหัวข้อนั้นอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา โดยไม่ปิดบังส่วนที่อาจทำให้ไม่สบายใจ ในประโยคนี้หัวข้อคือ our feelings จึงเป็นการชวนให้พูดถึงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาและไม่เก็บซ่อน frank เน้นลักษณะการพูดที่ตรง หากต้องการระบุคนที่เราพูดด้วยอย่างตรงไปตรงมา ให้ใช้ be frank with + คน: Be frank with me.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be frank about เพื่อเน้นการพูดคุยอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา

  1. She was quiet about the risks because she did not want anyone to know.
  2. She was honest enough to return the lost wallet.
  3. She was frank about the risks in the plan.
ดูคำตอบ

She was frank about the risks in the plan.

You have talent, you are capable, and you belong. ลำดับความ

3:59

คุณมีพรสวรรค์ คุณมีความสามารถ และคุณคู่ควร

ลำดับความ

You have talent, you are capable, and you belong: การจบแบบขนานสามส่วน

ประโยคนี้เรียงอนุประโยคสั้นสามส่วนแบบขนานกัน ได้แก่ You have..., you are... และ you belong การพูดซ้ำ you และทำให้แต่ละส่วนสั้นช่วยสร้างจังหวะสม่ำเสมอในตอนจบ ทำให้คำยืนยันแต่ละข้อมีน้ำหนักแยกกัน แนวคิดยังค่อย ๆ พัฒนาไปตามลำดับที่ตั้งใจไว้ คือพรสวรรค์ ความสามารถ และสุดท้ายคือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ในที่นี้ you belong หมายถึงคุณมีที่ของตนเองและได้รับการยอมรับ ไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งเป็นเจ้าของอีกคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคขนานสามส่วนได้ดีที่สุดเพื่อให้กำลังใจและจบด้วยความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

  1. Your good ideas and courage are useful to this team.
  2. You bring good ideas because this team needs courage.
  3. You bring good ideas, you show courage, and you belong on this team.
ดูคำตอบ

You bring good ideas, you show courage, and you belong on this team.

Everyone can use a little extra kick of confidence sometimes. สำนวน

4:03

ทุกคนสามารถใช้แรงกระตุ้นความมั่นใจเพิ่มขึ้นสักนิดได้ในบางครั้ง

สำนวน

a little extra kick of confidence: แรงเสริมความมั่นใจอีกเล็กน้อย

ในวลี a little extra kick of confidence คำว่า kick เป็นคำเปรียบเทียบถึงแรงกระตุ้นหรือกำลังใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วลีทั้งหมดหมายถึงแรงเสริมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ใครคนหนึ่งรู้สึกมั่นใจขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเตะจริง ๆ ถ้อยคำนี้ทำให้ความมั่นใจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ได้รับแรงผลักอย่างมีพลังได้ a little ทำให้แรงเสริมนี้ดูเพียงเล็กน้อย ส่วน extra บอกว่าเป็นสิ่งที่เพิ่มจากความมั่นใจที่คนนั้นมีอยู่แล้ว จึงให้โทนที่อบอุ่นและเป็นบวก

แบบฝึกหัด

ใน “The coach's kind words gave Lena a little extra kick of confidence before the race,” วลี a little extra kick of confidence หมายความว่าอะไร

  1. แรงเสริมเล็กน้อยที่ช่วยให้เธอมั่นใจขึ้น
  2. การเตะจริง ๆ ที่ทำให้เธอเริ่มวิ่งแข่ง
  3. หลักฐานว่าเธอมีความมั่นใจมากเกินไปอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

แรงเสริมเล็กน้อยที่ช่วยให้เธอมั่นใจขึ้น

Find out some tips and tricks for boosting yours with this video.

4:06

ค้นหาเคล็ดลับและเทคนิคบางอย่างในการเพิ่มความมั่นใจของคุณจากวิดีโอนี้