คุณเชื่อสายตาตัวเองได้ไหม?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
368 คำ 192 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ภาพลวงตาสามแบบแสดงให้เห็นว่าทำไมสีที่เหมือนกันจึงดูต่างกันได้ สมองประเมินความสว่างจากองค์ประกอบรอบข้าง แทนที่จะอ่านค่าสีสัมบูรณ์โดยแยกจากบริบท ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. Or are they? เป็นการพลิกข้อสรุปเชิงวาทศิลป์ที่ท้าทายคำกล่าวซึ่งดูแน่นอน ผู้เรียนใช้เพื่อสร้างความประหลาดใจและชวนผู้ฟังทบทวนความเชื่อแรกได้ 2. is not to ... but to เป็นรูปแบบไวยากรณ์ที่ปฏิเสธจุดประสงค์หนึ่งก่อนบอกจุดประสงค์จริง ผู้เรียนจึงเปรียบเทียบคำอธิบายที่คลาดเคลื่อนกับข้อสรุปที่ต้องการได้ชัดเจน 3. takes advantage of เป็นคำปรากฏร่วมที่หมายถึงใช้เงื่อนไขที่มีอยู่เพื่อสร้างผล ในที่นี้มีความหมายเป็นกลางเกี่ยวกับกลไก ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเอาเปรียบคนอื่น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Our perception of the world around us is strongly linked to our vision, วลี

0:00

การรับรู้โลกที่อยู่รอบตัวเราเชื่อมโยงอย่างมากกับการมองเห็น

วลี

is strongly linked to: บอกความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิด

ในประโยคนี้ is strongly linked to เชื่อมปรากฏการณ์หนึ่ง คือการรับรู้โลกของเรา เข้ากับอีกปรากฏการณ์หนึ่ง คือการมองเห็นของเรา โดยหมายความว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และ strongly เพิ่มระดับความแน่นแฟ้นของความสัมพันธ์นั้น โครงสร้างคือ be + strongly linked to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม โครงสร้างนี้บอกความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้บอกว่าการมองเห็นเป็นแหล่งที่มาเพียงอย่างเดียวของการรับรู้ และไม่ได้พิสูจน์ว่าการมองเห็นทำให้เกิดการรับรู้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่มีความหมายว่าเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดลงในประโยค: Sleep quality ____ mental health.

ดูคำตอบ

is strongly linked to

but how do you know what you're seeing is real? ไวยากรณ์

0:03

แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นของจริง?

ไวยากรณ์

what you're seeing ในฐานะอนุประโยคแบบนาม

what you're seeing เป็นอนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและหมายถึงสิ่งที่คุณกำลังเห็น ในที่นี้ what รวมบทบาทของ the thing และ that ไว้ด้วยกัน โดยทำหน้าที่นำหน้าอนุประโยคและเป็นกรรมของ seeing ภายในความคิดที่ใหญ่กว่าอย่าง what you're seeing is real อนุประโยค what ทั้งหมดเป็นประธานของ is real และยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงไม่ใช่คำถามที่แยกเป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยค what ที่หมายถึงสิ่งที่คุณพูด: I can't believe ____.

ดูคำตอบ

what you said

Can you really trust your eyes?

0:06

คุณไว้ใจดวงตาของตัวเองได้จริง ๆ เหรอ?

Take for example these two gray rectangular columns, ลำดับความ

0:07

ลองดูแถบสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเทาสองแถบนี้เป็นตัวอย่าง

both of which are different shades of gray. ไวยากรณ์

0:10

ซึ่งทั้งสองแถบเป็นสีเทาคนละเฉดกัน

ลำดับความ

Take for example: การยกกรณีเฉพาะขึ้นมาเป็นตัวอย่าง

Take for example เป็นสัญญาณทางวาทกรรมที่ขอให้ผู้ฟังพิจารณากรณีเฉพาะกรณีหนึ่ง ในที่นี้ take หมายถึง “นำมาพิจารณา” ไม่ใช่ “หยิบขึ้นมา” และเสาสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเทาสองต้นนี้คือกรณีตัวอย่างที่กำลังถูกยกขึ้นมา สำนวนนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปสู่หลักฐานหรือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ภาษาอังกฤษยังนิยมใช้รูปแบบ Take X, for example โดยวางตัวอย่างไว้ระหว่าง take กับ for example ซึ่งมีหน้าที่ทางวาทกรรมเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่ใช้ยกกรณีเฉพาะเป็นตัวอย่าง: To see how color can improve safety, ____ the bicycle helmet: its bright surface is easy for drivers to notice.

ดูคำตอบ

Take for example

ไวยากรณ์

both of which are: การเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของสองสิ่ง

กลุ่มคำ both of which are เริ่มอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความที่ย้อนกลับไปอ้างถึงเสาสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเทาสองต้น both ทำให้ข้อมูลที่เพิ่มมาใช้กับเสาทั้งสองต้น which เป็นคำสรรพนามสัมพัทธ์ และ are สอดคล้องกับสิ่งที่อ้างถึงซึ่งเป็นพหูพจน์ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ “นามวลีพหูพจน์ + จุลภาค + both of which + กริยาพหูพจน์” อนุประโยคนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงคำนามใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสัมพัทธ์แบบเป็นทางการที่เชื่อมข้อเท็จจริงหนึ่งเข้ากับสิ่งของทั้งสอง: The lab has two scanners, ____ currently offline.

ดูคำตอบ

both of which are

Or are they? ลำดับความ

0:13

หรือว่าไม่ใช่?

ลำดับความ

Or are they? ในฐานะคำถามแบบละคำที่ท้าทายคำกล่าวก่อนหน้า

'Or are they?' เป็นคำถามแบบละคำสั้น ๆ ที่ย้อนกลับไปยังข้อกล่าวก่อนหน้า ในที่นี้ they หมายถึงแท่งทั้งสอง และ are ใช้แทนข้อความเต็มว่า are different shades of gray เมื่อวางต่อจากคำกล่าวที่ฟังดูมั่นใจ คำถามนี้จะถอนความแน่ใจนั้นและชวนผู้ฟังให้พิจารณาใหม่ ไม่ได้เสนออีกหนึ่งตัวเลือก แต่สร้างการหักมุมและความน่าติดตาม

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'These two files are identical. Or are they?' คำว่า 'Or are they?' ทำหน้าที่อะไร?

  1. ยืนยันว่าไฟล์ทั้งสองเหมือนกัน
  2. เพิ่มตัวอย่างที่สองของไฟล์ที่เหมือนกัน
  3. ตั้งคำถามต่อคำกล่าวที่ว่าไฟล์ทั้งสองเหมือนกัน
ดูคำตอบ

ตั้งคำถามต่อคำกล่าวที่ว่าไฟล์ทั้งสองเหมือนกัน

It turns out that they're the exact same. โน้ต

0:14

ปรากฏว่าทั้งสองแถบมีสีเหมือนกันทุกประการ

ลำดับความ

It turns out that สำหรับเปิดเผยผลที่เพิ่งค้นพบ

'It turns out that' ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ชัดเจนขึ้นหลังจากการสังเกต การตรวจสอบ หรือเหตุการณ์ในภายหลัง และมักสื่อว่าผลลัพธ์ต่างจากที่ผู้คนคาดไว้ it เป็นประธานสมมติ ส่วนข้อเท็จจริงจริงอยู่ในอนุประโยค that คือ they're the exact same ในที่นี้ turn out หมายถึงถูกค้นพบหรือพิสูจน์ว่าเป็นเช่นนั้น ไม่ได้หมายถึงหันตัวแล้วเดินออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงเหนือความคาดหมายที่เพิ่งค้นพบ: We thought Maya was abroad. ____ she was working next door.

ดูคำตอบ

It turns out that

วลี

the exact same: การเน้นว่าเหมือนกันทุกประการ

The exact same หมายถึงเหมือนกันโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่คล้ายกันมาก ในประโยคนี้ same ใช้แทน color หรือ shade ที่เข้าใจได้จากบริบทอยู่แล้ว ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าสีทั้งสองไม่มีความแตกต่างกันเลย ในรูปแบบภาษาพูดที่พบบ่อยนี้ exact ทำหน้าที่เน้น same ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเหมือนกัน ไม่ควรแปลแยกทีละคำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเน้นที่หมายถึง “เหมือนกันโดยสมบูรณ์” ให้ประโยคสมบูรณ์: I checked both measurements, and they are ____.

ดูคำตอบ

the exact same

And yet, even after knowing the illusion is there, โน้ต

0:16

แต่ถึงอย่างนั้น แม้จะรู้แล้วว่านี่คือภาพลวงตา

your eyes refuse to see them as the same. ไวยากรณ์

0:18

ดวงตาของคุณก็ยังไม่ยอมมองว่าทั้งสองแถบมีสีเดียวกัน

ลำดับความ

And yet: ใช้ชี้ผลลัพธ์ที่สวนทางกับความคาดหมาย

And yet ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับความคาดหมายซึ่งเกิดจากข้อมูลก่อนหน้า And ช่วยดำเนินเนื้อหาต่อไป ส่วน yet บอกผู้ฟังว่า “ถึงจะเป็นเช่นนั้น ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจนี้ก็ยังเป็นจริง” ในที่นี้ การรู้ว่ามีภาพลวงตาน่าจะช่วยให้มองออกได้ง่ายขึ้นว่าสีทั้งสองเหมือนกัน แต่การรับรู้ทางสายตายังคงต่อต้านอยู่ ดังนั้น yet จึงเป็นคำแสดงความขัดแย้ง ไม่ใช่ความหมายด้านเวลาแบบใน not yet

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเน้นได้ดีที่สุดว่าข้อเท็จจริงข้อที่สองน่าประหลาดใจแม้จะมีข้อเท็จจริงข้อแรก? The instructions were clear. _____, several people misunderstood them.

  1. And yet
  2. For example
  3. As a result
ดูคำตอบ

And yet

ไวยากรณ์

even after knowing: แม้รู้แล้ว ผลก็ยังไม่เปลี่ยนอย่างที่คาด

even after + -ing แสดงว่าการกระทำก่อนหน้าเกิดขึ้นแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้ยังไม่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้สังเกตรู้อยู่แล้วว่าเอฟเฟกต์นั้นเป็นภาพลวงตา แต่ความรู้นั้นก็ยังไม่ทำให้สองบริเวณดูเหมือนกัน ประธานที่ละไว้ของอนุประโยค -ing เป็นคนเดียวกับผู้มองในประโยคหลัก กล่าวคือ คนที่รู้ก็คือคนที่ตายังไม่ยอมรับว่าสองสิ่งเหมือนกัน even ขยายวลี after ทั้งหมด จึงให้ความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้งว่า “แม้จะรู้อยู่แล้ว” ไม่ได้เน้นเฉพาะ knowing ว่า “แม้กระทั่งรู้”

แบบฝึกหัด

ใช้ even after และรูป -ing ของ learn เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the truth, Nina still felt worried.

ดูคำตอบ

Even after learning

ไวยากรณ์

see them as the same: see + กรรม + as + ส่วนเติมเต็ม

see + กรรม + as + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงการรับรู้ มองว่า หรือจัดประเภทกรรมว่ามีตัวตนหรือคุณสมบัติบางอย่าง ในประโยคนี้ them เป็นกรรม และ the same เป็นส่วนเติมเต็ม กล่าวคือ ดวงตาไม่ได้รับรู้ว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกัน see ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการมองเห็นบางสิ่งด้วยตา โครงสร้างนี้ยังใช้แสดงการประเมินทางความคิดได้ เช่น see a plan as risky

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง see + กรรม + as + ส่วนเติมเต็ม เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Although their colors differ, I ____ both signs ____ equally clear.

ดูคำตอบ

see · as

Introducing colors produces the same result. ไวยากรณ์

0:21

เมื่อเติมสีเข้าไป ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

ไวยากรณ์

Introducing colors ในฐานะประธานที่เป็นอนุประโยค -ing

“Introducing colors” เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ “produces” โดยกล่าวถึงการเพิ่มสีและยกการกระทำนั้นขึ้นเป็นหัวข้อที่กำลังอธิบายผลลัพธ์ คำรูป -ing ที่อยู่ต้นประโยคไม่ได้เป็นรูปกำลังกระทำเสมอไป ในที่นี้กริยาที่ผันแล้วคือ “produces” ดังนั้น “introducing” จึงทำหน้าที่คล้ายคำนามในตำแหน่งประธาน โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าการกระทำหรือกระบวนการหนึ่งก่อให้เกิดผลอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปประธาน -ing ของ “read before bed”: ____ helps me relax.

ดูคำตอบ

Reading before bed

I promise, น้ำเสียง/เจตนา

0:23

รับรองได้เลยว่า

no trick photography or editing effects have been applied. ไวยากรณ์

0:24

ไม่มีการใช้เทคนิคถ่ายภาพหลอกตาหรือเอฟเฟกต์ตัดต่อใด ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

I promise ในความหมายของการรับรองอย่างหนักแน่น

“I promise” เป็นการรับรองด้วยตนเองที่ช่วยเน้นคำกล่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงซึ่งตามมา ผู้พูดขอให้ผู้ฟังเชื่อว่าไม่มีการใช้เทคนิคถ่ายภาพหลอกตาหรือเอฟเฟกต์ตัดต่อ ไม่ได้กำลังสัญญาว่าจะทำสิ่งหนึ่งในอนาคต เมื่อ “I promise” อยู่กับข้อความที่สมบูรณ์ในลักษณะนี้ จะทำหน้าที่คล้าย “I assure you” มักแสดงว่าผู้พูดคาดว่าผู้ฟังอาจสงสัย และผู้พูดกำลังรับรองด้วยตนเองว่าคำกล่าวที่น่าประหลาดใจหรือเชื่อได้ยากนั้นเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “I promise” เพื่อเน้นคำกล่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน แทนที่จะให้สัญญาว่าจะทำสิ่งหนึ่งในอนาคต

  1. I promise, the door is already locked.
  2. I promise to lock the door before I leave.
  3. I promised that I would lock the door.
ดูคำตอบ

I promise, the door is already locked.

ไวยากรณ์

have been applied: รูปถูกกระทำของ present perfect

have been applied เป็นรูปถูกกระทำของ present perfect โดยมีโครงสร้าง have + been + past participle ประธานพหูพจน์ trick photography or editing effects เป็นสิ่งที่รับการกระทำ และ applied ในที่นี้หมายถึงมีการ “ใช้หรือเพิ่ม” การปรับแต่งลงในภาพ รูปนี้อธิบายสถานการณ์จนถึงปัจจุบันว่าไม่มีการใช้เทคนิคดังกล่าว รูปถูกกระทำไม่ระบุผู้ที่อาจเป็นคนใช้เทคนิค และเน้นว่าภาพผ่านการปรับแต่งหรือไม่กับผลลัพธ์ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมรายงานการตรวจด้วยรูปถูกกระทำของ present perfect ของ apply: Since the last inspection, no extra filters ____ to these images.

ดูคำตอบ

have been applied

In fact,

0:27

ที่จริงแล้ว

if you look up the Munker-White illusion, โน้ต

0:27

ถ้าคุณลองค้นหาภาพลวงตา Munker-White

you'll come across many more examples. กริยาวลี

0:29

คุณจะพบตัวอย่างอีกมากมาย

กริยาวลี

look up: ค้นหาข้อมูล

ในประโยคนี้ look up หมายถึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภาพลวงตา Munker-White จากแหล่งอ้างอิง การค้นหาอาจทำผ่านเว็บไซต์ พจนานุกรม ฐานข้อมูล หรือแหล่งข้อมูลที่คล้ายกัน ไม่ได้หมายถึงการเงยหน้าขึ้นมองตามตัวอักษร look up เป็น phrasal verb ที่แยกได้ กรรมจึงวางไว้หลังทั้งวลีหรือระหว่างคำสองส่วนก็ได้ รูปแบบนี้ใช้ค้นชื่อ คำศัพท์ ข้อเท็จจริง ที่อยู่ และข้อมูลชนิดอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย look up และคำสรรพนาม it โดยเรียงลำดับให้ถูกต้อง: I don't know what 'opaque' means, so I'll ____.

ดูคำตอบ

look it up

วัฒนธรรม

ภาพลวงตา Munker-White

ภาพลวงตา Munker-White เป็นชื่อที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ด้านการรับรู้สี โดยบริเวณที่มีสีเหมือนกันทุกประการในทางกายภาพอาจดูเป็นคนละสีได้ เพราะรูปแบบและการจัดวางสีที่อยู่รอบ ๆ ในที่นี้ ชื่อดังกล่าวเชื่อมโยงตัวอย่างในวิดีโอกับภาพลวงตาที่มีอยู่จริงและค้นหาข้อมูลได้ White เป็นส่วนหนึ่งของชื่อที่กำหนดไว้ ไม่ได้หมายความว่าสีที่ได้รับผลต้องเป็นสีขาว หรือว่าปรากฏการณ์นี้เป็นฟิลเตอร์กล้อง

แบบฝึกหัด

ภาพลวงตา Munker-White อธิบายปรากฏการณ์ใด?

  1. ฟิลเตอร์กล้องที่ทำให้วัตถุสีขาวสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ
  2. ชื่อที่ใช้เรียกภาพลวงตาด้านสี ซึ่งรูปแบบรอบข้างทำให้สีที่เหมือนกันในทางกายภาพดูแตกต่างกัน
  3. กฎที่ระบุว่าวัตถุลายทางทั้งหมดจริง ๆ แล้วมีสีเดียวกัน
ดูคำตอบ

ชื่อที่ใช้เรียกภาพลวงตาด้านสี ซึ่งรูปแบบรอบข้างทำให้สีที่เหมือนกันในทางกายภาพดูแตกต่างกัน

กริยาวลี

come across trong nghĩa “tình cờ gặp hoặc phát hiện”

ในวลี come across many more examples คำว่า come across หมายถึง “พบเจอหรือค้นพบ” โดยอธิบายว่าพบตัวอย่างต่าง ๆ ระหว่างการค้นหา ไม่ใช่การข้ามสิ่งใดสิ่งหนึ่งในทางกายภาพ การค้นพบนี้ยังเกิดขึ้นภายในกิจกรรมที่ทำอย่างตั้งใจได้ คุณอาจตั้งใจค้นหาหัวข้อนั้น แต่บังเอิญพบตัวอย่างบางอย่างระหว่างทาง วลีนี้มักทำให้การค้นพบนั้นฟังดูเหมือนไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come across: While sorting a drawer, I ____ an old concert ticket.

ดูคำตอบ

came across

Examine them in Photoshop

0:31

ลองตรวจสอบภาพเหล่านั้นใน Photoshop

and you can see that the colors are the exact same.

0:33

แล้วคุณจะเห็นว่าสีเหล่านั้นเหมือนกันทุกประการ

A similar effect can be seen with this checkerboard illusion. ลำดับความ

0:36

เราจะเห็นปรากฏการณ์คล้ายกันได้ในภาพลวงตากระดานหมากรุกนี้

ลำดับความ

A similar effect can be seen: การนำเสนอหลักฐานจากตัวอย่างที่สอดคล้องกัน

โครงสร้างกรรมวาจก A similar effect can be seen นำเสนอตัวอย่างที่สองโดยเชื่อมโยงกับผลที่กล่าวถึงไปแล้ว การวาง A similar effect ไว้ข้างหน้าทำให้สิ่งนี้เป็นหัวข้อหลัก โดยไม่ต้องระบุว่าใครเป็นผู้สังเกต ในฐานะข้อความเชื่อม โครงสร้างนี้ชวนให้ผู้ฟังนำข้อสังเกตก่อนหน้าไปใช้กับตัวอย่างใหม่และมองหาผลลัพธ์ที่มีร่วมกัน ในที่นี้ similar ขยาย effect ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดทางภาพหรือกลไกทั้งหมดเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

“A similar effect can be seen” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. นำเสนอตัวอย่างอีกกรณีที่ให้ผลเทียบเคียงกันได้ และยังคงให้ผลนั้นเป็นหัวข้อหลัก
  2. พิสูจน์ว่าภาพลวงตาทั้งสองใช้ลวดลายทางภาพและกลไกที่เหมือนกันทุกประการ
  3. ระบุว่าใครเป็นผู้กำลังสังเกตกระดานหมากรุก
ดูคำตอบ

นำเสนอตัวอย่างอีกกรณีที่ให้ผลเทียบเคียงกันได้ และยังคงให้ผลนั้นเป็นหัวข้อหลัก

Tile A clearly seems darker than Tile B, ไวยากรณ์

0:39

ช่อง A ดูมืดกว่าช่อง B อย่างชัดเจน

ไวยากรณ์

seems darker than Tile B: การบอกภาพที่ดูเหมือนเป็นเช่นนั้น

ใน seems darker than Tile B คำว่า seem เป็นกริยาเชื่อม ตามด้วยคำคุณศัพท์ขั้นกว่า darker และวลี than โครงสร้างคือ ประธาน + seem + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ รูปแบบนี้รายงานความรู้สึกหรือภาพที่เห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว Clearly เน้นว่าภาพที่เห็นนั้นชัดเจนเพียงใด แต่ seems ยังคงเปิดโอกาสว่าสิ่งที่เห็นอาจทำให้เข้าใจผิดได้

แบบฝึกหัด

ใช้ seem + รูปขั้นกว่าของ tall + than เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: From this angle, the blue tower ____ the gray one, but the measurements may tell a different story.

ดูคำตอบ

seems taller than

but you know better by now, right? น้ำเสียง/เจตนา

0:42

แต่ตอนนี้คุณรู้ทันแล้วใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

“you know better by now, right?”: เตือนถึงสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกันและขอความเห็นพ้องอย่างเป็นกันเอง

“you know better by now” ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผู้ฟังได้เรียนรู้จากประสบการณ์ก่อนหน้าแล้ว และไม่ควรเชื่อความประทับใจแรกทางสายตาอีก ในที่นี้ “know better” ขึ้นอยู่กับบริบท หมายถึงรู้ว่าสิ่งที่เห็นอาจหลอกเราได้ ไม่ใช่แค่รู้ข้อเท็จจริงมากกว่า คำถามท้ายประโยค “right?” เชิญให้ผู้ฟังยืนยันบทเรียนที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจร่วมกัน จึงทำให้การแก้ความเข้าใจฟังดูหยอกล้อและร่วมมือกัน แทนที่จะพูดตรง ๆ ว่าผู้ฟังผิด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้ “you know better by now, right?” เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?

  1. สมมติว่าผู้ฟังได้เรียนรู้จากประสบการณ์แล้ว และขอความเห็นพ้องด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
  2. ยอมรับว่าผู้ฟังมีข้อมูลมากกว่าผู้พูด
  3. เตือนผู้ฟังว่าห้ามมองช่องสีเหล่านี้
ดูคำตอบ

สมมติว่าผู้ฟังได้เรียนรู้จากประสบการณ์แล้ว และขอความเห็นพ้องด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

Even though your eyes can't see it, ไวยากรณ์

0:44

แม้ดวงตาของคุณจะมองไม่เห็นก็ตาม

you know when I remove the surrounding imagery, ไวยากรณ์

0:45

แต่คุณรู้ว่าเมื่อเอาภาพรอบ ๆ ออก

the tiles will be the same color.

0:48

ช่องทั้งสองจะเป็นสีเดียวกัน

ไวยากรณ์

“Even though” สำหรับการแสดงความขัดแย้งอย่างเน้นย้ำ

“Even though” ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่เป็นอุปสรรคหรือขัดกับสิ่งที่คาด ในประโยคนี้คือดวงตามองไม่ออกว่าสีของช่องทั้งสองตรงกัน ประโยคหลักบอกว่าข้อสรุปยังคงจริงแม้มีอุปสรรคนั้น โครงสร้างคือ even though + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก ความสัมพันธ์นี้เป็นการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกัน ไม่ใช่เหตุและผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงสองคำจากบทเรียน: “____ the road was icy, the bus arrived on time.”

ดูคำตอบ

Even though

ไวยากรณ์

When I remove ..., the tiles will be ...: อนุประโยคบอกเวลาในอนาคตที่ใช้ when

ในประโยคนี้ when นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาที่กล่าวถึงการกระทำในอนาคต ภาษาอังกฤษใช้รูป present simple คือ remove ในอนุประโยคนี้ แม้ว่าการนำออกจะยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม ประโยคหลักบอกผลที่จะเกิดตามมาด้วย will be รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ When + present simple, ... will + คำกริยารูปพื้นฐาน ไม่ใช่ When + will สำหรับอนุประโยคบอกเวลาในอนาคตประเภทนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ open สำหรับอนุประโยคบอกเวลาในอนาคต: When she ____ the box, everyone will see the gift.

ดูคำตอบ

opens

So, what's going on here? ลำดับความ

0:50

แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ลำดับความ

What's going on here?: การเปลี่ยนจากการสังเกตไปสู่การอธิบาย

ในการอธิบายนี้ What's going on here? เปลี่ยนผลลัพธ์ทางสายตาที่น่าประหลาดใจให้เป็นคำถามถัดไปที่จะตรวจสอบ here ในที่นี้หมายถึง “ในกรณีนี้” หรือ “ในปรากฏการณ์นี้” ไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพเท่านั้น ในฐานะวิธีจัดลำดับข้อมูล คำถามนี้พาผู้ฟังจากการสังเกตผลลัพธ์ไปสู่การอธิบายสาเหตุหรือกลไก ผู้นำเสนอสามารถถามเชิงวาทศิลป์แล้วตอบเองได้

แบบฝึกหัด

หลังจากแสดงผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ ผู้นำเสนอถามว่า "What's going on here?" เขาน่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด

  1. ถามว่าผู้ชมต้องการให้การสาธิตดำเนินต่อหรือไม่
  2. เปลี่ยนจากการสังเกตไปสู่การอธิบายสาเหตุ
  3. ถามตำแหน่งทางกายภาพของวัตถุ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากการสังเกตไปสู่การอธิบายสาเหตุ

The truth is that scientists don't fully understand this phenomenon, โน้ต

0:52

ความจริงก็คือ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจปรากฏการณ์นี้อย่างถ่องแท้

น้ำเสียง/เจตนา

don't fully understand: ปฏิเสธการเข้าใจอย่างสมบูรณ์

ใน don't fully understand คำปฏิเสธ not อยู่ใน don't และมีขอบเขตครอบคลุม fully understand ทั้งชุด วลีนี้จึงหมายความว่าความเข้าใจยังไม่สมบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์อาจรู้อยู่บางส่วน แต่ยังมีช่องว่างสำคัญ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีความเข้าใจใด ๆ เลย” รูปแบบ don't fully + คำกริยาเป็นวิธีจำกัดระดับของคำกล่าวอย่างระมัดระวัง แทนที่จะปฏิเสธการกระทำหรือความรู้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

คุณเข้าใจคำแนะนำบางส่วน แต่ยังมีบางขั้นตอนที่ไม่ชัดเจน ประโยคใดอธิบายสถานการณ์ของคุณได้แม่นยำที่สุด

  1. I don't understand the instructions at all.
  2. I don't fully understand the instructions.
  3. I fully understand the instructions.
ดูคำตอบ

I don't fully understand the instructions.

and there are many complex biological and neurological factors taking place. การใช้คำ

0:55

และมีปัจจัยทางชีววิทยาและระบบประสาทที่ซับซ้อนมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

ลำดับความ

The truth is that: นำเสนอความจริงที่แก้ข้อสันนิษฐาน

The truth is that ใช้นำเสนออนุประโยคที่ตามมาว่าเป็นความจริงที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ ในประโยคนี้ ความจริงสำคัญคือความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัด เมื่อเทียบกับการกล่าวอนุประโยคนั้นตรง ๆ กรอบภาษานี้จะจัดข้อมูลให้ทำหน้าที่แก้ความคาดหมายหรือข้อสันนิษฐานที่ผู้ฟังอาจมีอยู่ จึงเพิ่มน้ำหนักให้ข้อความ แต่ไม่ได้หมายความว่าคำกล่าวถัดไปเป็นความจริงสุดท้ายที่ห้ามตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการแก้ข้อสันนิษฐานของผู้ฟังว่ากรณีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว ประโยคใดส่งสัญญาณการแก้ข้อสันนิษฐานนั้นได้ชัดเจนที่สุด

  1. The truth is that we still need more evidence.
  2. Do we still need more evidence?
  3. We still need more evidence.
ดูคำตอบ

The truth is that we still need more evidence.

การใช้คำ

ปัจจัยทางชีววิทยาและระบบประสาท: ขอบเขตสองระดับ

Biological เป็นคำคุณศัพท์ที่มีขอบเขตกว้างกว่า โดยเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตและกระบวนการดำรงชีวิตของร่างกาย ส่วน Neurological มีขอบเขตแคบกว่า โดยเกี่ยวข้องเฉพาะกับระบบประสาทรวมถึงสมอง การเชื่อมคำคุณศัพท์ทั้งสองด้วย and แสดงว่าประโยคกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งระดับ ไม่ได้หมายความว่าสองคำนี้มีความหมายเหมือนกันทุกประการ และไม่ได้ระบุกลไกทางการแพทย์ใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากคำบรรยาย biological and neurological factors สื่อถึงอะไร

  1. ระบุกลไกทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันเพียงกลไกเดียว
  2. ถือว่า biological และ neurological เป็นคำพ้องความหมายที่มีขอบเขตเหมือนกันทุกประการ
  3. ครอบคลุมอิทธิพลทั้งในระดับชีววิทยาที่กว้างและในระดับระบบประสาทที่เฉพาะเจาะจงกว่า
ดูคำตอบ

ครอบคลุมอิทธิพลทั้งในระดับชีววิทยาที่กว้างและในระดับระบบประสาทที่เฉพาะเจาะจงกว่า

Ultimately, ลำดับความ

0:59

ท้ายที่สุดแล้ว

our brains judge color and brightness in context. การใช้คำ

1:00

สมองของเราประเมินสีและความสว่างตามบริบท

ลำดับความ

Ultimately, ในฐานะคำบอกข้อสรุป

ในที่นี้ Ultimately ทำหน้าที่จัดระเบียบคำอธิบาย กล่าวคือ หลังจากยอมรับข้อจำกัดและความซับซ้อนก่อนหน้าแล้ว คำนี้นำเข้าสู่ข้อสรุปหลักที่ยังคงเป็นจริง คำนี้หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกสิ่งที่สำคัญแล้ว” หรือ “ในระดับพื้นฐานที่สุด” ในประโยคนี้ไม่ได้บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับสุดท้ายตามเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำขึ้นต้นเพื่อบอกข้อสรุปหลักหลังจากพิจารณาความซับซ้อนหลายอย่างแล้ว ไม่ใช่รายการสุดท้ายในรายชื่อหรือสิ่งที่จะกลายเป็นจริงในภายหลัง

  1. Eventually, the solution depends on how much time we have.
  2. Ultimately, the solution depends on how much time we have.
  3. Finally, the solution depends on how much time we have.
ดูคำตอบ

Ultimately, the solution depends on how much time we have.

การใช้คำ

ประเมินสีและความสว่างตามบริบท

judge ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ประเมิน” หรือ “ตัดสินจากข้อมูล” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงผู้พิพากษาในศาล และไม่ได้หมายถึงการตำหนิทางศีลธรรม กรรมสองคำคือ color and brightness บอกว่าสิ่งที่สมองกำลังประเมินคือสีและความสว่าง in context หมายถึงการประเมินนี้ใช้ข้อมูลทางสายตาจากสิ่งรอบข้าง ประโยคนี้บอกว่าการรับรู้เป็นสิ่งสัมพัทธ์ สัญญาณภาพเดียวกันอาจถูกตีความต่างกันเมื่อสภาพรอบข้างเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย “our brains judge color and brightness in context” ได้ดีที่สุด

  1. สมองประเมินสีและความสว่างโดยใช้ข้อมูลทางสายตาจากสิ่งรอบข้าง
  2. สมองวัดสีและความสว่างโดยไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งใดที่อยู่ใกล้เคียง
  3. ผู้พิพากษาตัดสินว่าสีและความสว่างเป็นสิ่งที่กฎหมายยอมรับได้หรือไม่
ดูคำตอบ

สมองประเมินสีและความสว่างโดยใช้ข้อมูลทางสายตาจากสิ่งรอบข้าง

In other words, ลำดับความ

1:03

กล่าวอีกอย่างคือ

our brains compare the surrounding environment

1:03

สมองของเราเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง

in order to create our perception. ไวยากรณ์

1:05

เพื่อสร้างการรับรู้ของเรา

ลำดับความ

ใช้ In other words เพื่อกล่าวความคิดใหม่

เมื่ออยู่ต้นประโยค In other words ส่งสัญญาณว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นการกล่าวความคิดก่อนหน้าใหม่อีกครั้ง วลีนี้บอกผู้ฟังให้เชื่อมโยงสองประโยคว่าเป็นการบอกประเด็นเดียวกันด้วยสองวิธี ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่แยกจากกัน ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อทำให้คำอธิบายชัดเจน เรียบง่าย หรือเข้าใจง่ายขึ้น ตัววลีเองไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” เพราะการกล่าวใหม่ไม่เหมือนกับการบอกผลลัพธ์หรือข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำเชื่อมสามคำที่ระบุชัดว่าเป็นการกล่าวความเดิมใหม่: The route is pedestrian-only. ____, cars are not allowed on it.

ดูคำตอบ

In other words

ไวยากรณ์

in order to ในฐานะเครื่องหมายบอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน

in order to ใช้เกริ่นบอกจุดประสงค์ โดยเชื่อมการกระทำของสมองของเรา ซึ่งก็คือการเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมโดยรอบ เข้ากับผลที่การกระทำนั้นมุ่งให้เกิดขึ้น คือการสร้างการรับรู้ของเรา โครงสร้างคือ in order to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยในที่นี้คำกริยารูปพื้นฐานคือ create เมื่อเทียบกับการใช้ to เพียงอย่างเดียว in order to จะบอกจุดประสงค์อย่างชัดเจนกว่า จึงมีประโยชน์เป็นพิเศษในคำอธิบายหรือประโยคยาว เพราะช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเหตุใดจึงทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมเครื่องหมายบอกจุดประสงค์สามคำให้สมบูรณ์: The researcher repeated the test ____ check the result.

ดูคำตอบ

in order to

The purpose of our senses,

1:07

จุดประสงค์ของประสาทสัมผัสของเรา

or eyes in this case, ลำดับความ

1:09

หรือในกรณีนี้ก็คือดวงตา

ลำดับความ

or eyes in this case ในฐานะคำชี้แจงแทรก

or eyes in this case เป็นคำชี้แจงที่แทรกเข้ามา โดย or ไม่ได้เสนอทางเลือกสองอย่างที่แข่งขันกัน แต่ใช้กล่าวคำกว้าง ๆ อย่าง our senses ใหม่ให้เฉพาะเจาะจงขึ้นสำหรับการอธิบายตอนนี้ กล่าวคือผู้พูดหมายถึงดวงตา รูปแบบ “คำกว้าง ๆ, or + ถ้อยคำที่เฉพาะเจาะจงกว่า + in this case” ช่วยให้ผู้พูดจำกัดหรือแก้ไขขอบเขตโดยไม่หยุดการดำเนินของประโยค เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำชี้แจงนี้เป็นข้อมูลแทรก

แบบฝึกหัด

or eyes in this case ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างประสาทสัมผัสกับดวงตา
  2. บอกว่าดวงตาไม่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัส
  3. จำกัดความหมายของ our senses ให้เป็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง คือดวงตา
ดูคำตอบ

จำกัดความหมายของ our senses ให้เป็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง คือดวงตา

is not to provide us with an absolute color โน้ต

1:10

ไม่ใช่การบอกสีแบบตายตัวให้เรารู้

or physical property of our external reality,

1:12

หรือบอกคุณสมบัติทางกายภาพของความเป็นจริงภายนอก

การใช้คำ

absolute color: สีที่ไม่ขึ้นกับบริบท

ในที่นี้ absolute color หมายถึงค่าของสีที่คงที่และสามารถระบุได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับสีรอบข้าง แสง หรือเงื่อนไขอื่นที่ใช้เปรียบเทียบ absolute สื่อถึงความเป็นอิสระจากสิ่งอ้างอิง ไม่ได้หมายถึงความเข้มหรือความแน่นอน ประโยคนี้ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการมองเห็นมอบค่าที่อ่านได้จากความเป็นจริงภายนอกโดยไม่ขึ้นกับบริบทให้เราโดยตรง ในภาษาวิทยาศาสตร์หรือภาษาเชิงนามธรรม absolute สามารถใช้บอกว่าค่าหนึ่งถูกมองว่าคงอยู่ได้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง absolute color หมายถึงอะไร

  1. สีที่สดหรือเข้มผิดปกติ
  2. สีที่ทุกคนเห็นว่าสวย
  3. ค่าของสีที่ถือว่าไม่ขึ้นกับเงื่อนไขรอบข้าง
ดูคำตอบ

ค่าของสีที่ถือว่าไม่ขึ้นกับเงื่อนไขรอบข้าง

but to interpret what we see as efficiently as possible ไวยากรณ์

1:15

แต่คือการตีความสิ่งที่เราเห็นให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ไวยากรณ์

as efficiently as possible: อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

โครงสร้าง as + adverb + as possible หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งให้ถึงระดับสูงสุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย ในที่นี้ efficiently ขยาย interpret ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าระบบการมองเห็นตีความสิ่งที่เห็นด้วยประสิทธิภาพสูงสุดที่ทำได้จริง สามารถเปลี่ยน efficiently เป็นคำกริยาวิเศษณ์อื่นเพื่อกำหนดเป้าหมายสูงสุดแบบอื่นได้ เช่น as quickly as possible, as accurately as possible หรือ as carefully as possible คำว่า possible ระบุขีดจำกัดที่เกิดจากสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นอาจเกิดหรือไม่เกิดก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างสี่คำที่สร้างจาก efficiently และหมายถึงในระดับสูงสุดเท่าที่สถานการณ์เอื้ออำนวย: Please process the requests ____.

ดูคำตอบ

as efficiently as possible

in order to interact with our environment most appropriately.

1:18

เพื่อให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมที่สุด

ไวยากรณ์

is not to ... but to: แทนที่จุดประสงค์หนึ่งด้วยอีกจุดประสงค์หนึ่ง

is not to ... but to ... ใช้โครงสร้าง infinitive ที่มี to สองส่วนซึ่งขนานกัน เพื่อแก้ความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์ is not to ปฏิเสธจุดประสงค์แรกที่เสนอไว้ ส่วน but to นำเสนอจุดประสงค์ที่แท้จริงหรือแม่นยำกว่าเป็นใจกลางของการเปรียบต่าง ในประโยคนี้ แนวคิดที่ว่าประสาทสัมผัสให้ค่าทางกายภาพแบบตายตัวถูกปฏิเสธ ขณะที่การแปลความสิ่งที่เห็นอย่างมีประสิทธิภาพถูกนำเสนอว่าเป็นหน้าที่ที่แท้จริงของประสาทสัมผัส not ปฏิเสธเฉพาะจุดประสงค์แรกเท่านั้น infinitive ส่วนที่สองไม่ได้เพิ่มจุดประสงค์อีกข้อ แต่เข้ามาแทนคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ รูปแบบนี้ใช้ปรับกรอบของเป้าหมาย หน้าที่ หรือเจตนาได้: X is not to A, but to B.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกจุดประสงค์แบบเป็นคู่: The goal of the workshop ____ give you every answer, ____ teach you how to find answers.

ดูคำตอบ

is not to · but to

วลี

provide someone with something: รูปแบบที่วางผู้รับก่อน

Provide someone with something เป็นรูปแบบกริยามาตรฐานที่หมายถึงการจัดหาบางสิ่งให้ใครบางคน หรือทำให้สิ่งนั้นพร้อมสำหรับบุคคลนั้น ใน provide us with an absolute color คำว่า us คือผู้รับ ส่วน an absolute color or physical property คือสิ่งที่จะถูกจัดหาให้ ลำดับคือ provide + ผู้รับ + with + สิ่งของ หากผู้รับตามหลัง provide ทันที ต้องคง with ไว้ก่อนสิ่งที่จัดหาให้: provide students with books.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่รูปแบบ provide ซึ่งวางผู้รับก่อนต้องใช้: The clinic provides patients ____ clear instructions.

ดูคำตอบ

with

The tile illusion takes advantage of this phenomenon. วลี

1:21

ภาพลวงตาของช่องตารางนี้ใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์ดังกล่าว

วลี

takes advantage of: ใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์ที่มีอยู่

ในประโยคนี้ takes advantage of หมายถึง “ใช้ลักษณะหรือเงื่อนไขที่มีอยู่เพื่อสร้างผลที่เป็นประโยชน์” ภาพลวงตานี้ใช้ปรากฏการณ์ทางการมองเห็น ไม่ได้หลอกหรือปฏิบัติต่อใครอย่างไม่เป็นธรรม รูป take advantage of + สิ่งของหรือโอกาส มักหมายถึงการใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบฝึกหัด

takes advantage of ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. ป้องกันไม่ให้ปรากฏการณ์นั้นเกิดขึ้น
  2. หลอกคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
  3. ใช้ปรากฏการณ์นั้นเพื่อสร้างผลบางอย่าง
ดูคำตอบ

ใช้ปรากฏการณ์นั้นเพื่อสร้างผลบางอย่าง

Our brains know that shadows make objects look darker. ไวยากรณ์

1:24

สมองของเรารู้ว่าเงาทำให้วัตถุดูมืดลง

ไวยากรณ์

make objects look darker: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ในที่นี้ make แสดงเหตุและผล โดย shadows เป็นสาเหตุ objects เป็นสิ่งที่ได้รับผล และ look เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน Look darker บอกการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่มองเห็น ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าสีจริงของวัตถุเปลี่ยนไป โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าเงื่อนไขหนึ่งทำให้บางสิ่งดูหรือแสดงอาการแบบใดแบบหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ look: The new lamp makes the room ____ brighter.

ดูคำตอบ

look

As a result, ลำดับความ

1:27

ด้วยเหตุนี้

the brain compensates by interpreting the tile as being lighter than it appears ไวยากรณ์

1:28

สมองจึงชดเชยผลของเงาด้วยการตีความว่าช่องนั้นสว่างกว่าที่เห็น

ไวยากรณ์

compensates by interpreting: รูปแบบ compensate by + V-ing

“Compensates” หมายถึงการปรับเพื่อบรรเทาหรือหักล้างปัญหา ในประโยคนี้ สมองแก้ไขผลที่เงาทำให้ภาพมืดลงโดยอัตโนมัติ รูปแบบ compensate by + V-ing ใช้ “by” เพื่อบอกวิธีการชดเชย “Interpreting” ระบุว่าสมองชดเชยอย่างไร โดย “by” ในที่นี้ไม่ได้บอกเส้นตาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย “by” และรูป -ing ของ “increase”: “When the screen is too dim, the app compensates ____ the contrast.”

ดูคำตอบ

by increasing

until we take the shadow away. กริยาวลี

1:32

จนกว่าเราจะนำเงาออก

ลำดับความ

การใช้ As a result, เพื่อเกริ่นนำผลลัพธ์

“As a result,” บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปเป็นผลจากสถานการณ์ที่เพิ่งอธิบาย ในประโยคนี้ สมองตีความเพื่อชดเชยเพราะเงาทำให้แผ่นสีดูมืดลง วลีนี้ใช้จัดลำดับเหตุและผล โดยบอกเหตุหรือสถานการณ์ก่อน แล้วใช้ “As a result,” นำหน้าผลที่ตามมา วลีนี้ไม่ได้ใช้เกริ่นนำเหตุผลโดยตรง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เติมความสัมพันธ์เหตุและผลได้ถูกต้อง: “The roads were covered in ice. _____ the school closed for the day.”

  1. Because
  2. In addition,
  3. As a result,
  4. However,
ดูคำตอบ

As a result,

กริยาวลี

Take ... away: นำบางสิ่งออกหรือทำให้หายไป

ใน take the shadow away วลี take ... away หมายถึงการนำบางสิ่งออกจากตำแหน่งเดิมหรือทำให้สิ่งนั้นหายไป ในที่นี้ผลคือเงาไม่ปรากฏอยู่ในภาพอีก ไม่ได้หมายถึงมีคนนำเงาไปยังจุดหมายที่ระบุไว้ Take away เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้ระหว่าง take กับ away หรือหลัง away ก็ได้ (take the shadow away / take away the shadow) แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเสมอ จึงใช้ take it away ไม่ใช่ take away it

แบบฝึกหัด

มีรอยเปื้อนอยู่บนเสื้อ ให้เติมประโยคโดยใช้ take away และคำสรรพนาม it: “This cleaner should ____.”

ดูคำตอบ

take it away

Perhaps the most blatant example is this gradient. การใช้คำ

1:34

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดอาจเป็นภาพไล่ระดับสีนี้

การใช้คำ

Perhaps the most blatant example: ระดับความแรงและน้ำเสียงของ blatant

Blatant หมายถึงชัดเจนมากจนยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมองข้าม ใน Perhaps the most blatant example คำนี้ชี้ว่าการไล่ระดับสีเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดและมองเห็นได้ง่ายที่สุด คำนี้มักสื่อว่ามีการทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม หรือไม่ซื่อสัตย์อย่างเปิดเผย เช่น a blatant lie แต่ในประโยคนี้น้ำเสียงวิจารณ์ตามปกติอ่อนลง โดย blatant ใช้ในความหมายกว้างขึ้นว่ามองเห็นได้ชัด และ perhaps ทำให้การตัดสินด้วยขั้นสูงสุดไม่ฟันธงจนเกินไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับ blatant มากที่สุด

  1. ป้ายทางออกที่มองเห็นง่ายโดยไม่มีความหมายเชิงตำหนิ
  2. รายละเอียดเล็กมากที่แทบไม่มีใครตรวจพบ
  3. คำกล่าวที่ไม่ซื่อสัตย์อย่างเปิดเผยและเด่นชัดจนไม่มีทางมองข้าม
ดูคำตอบ

คำกล่าวที่ไม่ซื่อสัตย์อย่างเปิดเผยและเด่นชัดจนไม่มีทางมองข้าม

The middle bar is simply one color.

1:37

แถบตรงกลางมีเพียงสีเดียวเท่านั้น

Remove the background gradient and it becomes obvious. ไวยากรณ์

1:39

เมื่อนำพื้นหลังแบบไล่ระดับสีออก ก็จะเห็นได้ชัดเจน

ไวยากรณ์

Remove ... and it becomes obvious: ประโยคคำสั่ง + and + ผลลัพธ์

ในที่นี้ Remove ... เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้ผู้ชมทำสิ่งหนึ่ง ส่วนอนุประโยคหลัง and บอกผลของการกระทำนั้น โครงสร้าง “ประโยคคำสั่ง + and + ประโยคบอกเล่า” อาจมีความหมายว่า “ถ้าทำสิ่งแรก สิ่งที่สองก็จะเกิดขึ้น” and จึงเชื่อมการกระทำที่ทำหน้าที่คล้ายเงื่อนไขเข้ากับผลลัพธ์ ไม่ได้เชื่อมเหตุการณ์สองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้หมายความว่า เมื่อเอาการไล่ระดับสีออก ก็จะเห็นได้ง่ายว่าแถบมีสีเดียวกันตลอด

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ทำให้การกระทำแรกนำไปสู่ผลลัพธ์: Press the green button, ____ the door opens.

ดูคำตอบ

and

Once again, ลำดับความ

1:42

นี่เป็นอีกครั้งที่

the darkness of the background has affected our perception of the bar's color. วลี

1:43

ความมืดของพื้นหลังส่งผลต่อวิธีที่เรารับรู้สีของแถบนั้น

ลำดับความ

Once again สำหรับบอกว่ารูปแบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำ

Once again บอกผู้ฟังว่ารูปแบบเดิมได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง โดยย้อนกลับไปหา例ก่อนหน้าและเชื่อมตัวอย่างใหม่นี้เข้ากับตัวอย่างเหล่านั้น ในที่นี้ไม่ได้สั่งให้ใครทำสิ่งใดซ้ำ แต่บอกว่าพื้นหลังกำลังส่งผลต่อการรับรู้สีอีกครั้งเหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

ครูแสดงการทดลองครั้งที่สองซึ่งได้ผลเหมือนครั้งแรก คำขึ้นต้นใดเชื่อมผลลัพธ์ใหม่กับผลลัพธ์ก่อนหน้าได้ดีที่สุด

  1. Without warning, the warm water dissolved the sugar faster.
  2. For the first time, the warm water dissolved the sugar faster.
  3. Once again, the warm water dissolved the sugar faster.
ดูคำตอบ

Once again, the warm water dissolved the sugar faster.

วลี

affect someone's perception of something: ส่งผลต่อการรับรู้ของใครบางคนเกี่ยวกับบางสิ่ง

ในประโยคนี้ affected our perception of หมายถึง “เปลี่ยนหรือมีอิทธิพลต่อวิธีที่เรามองเห็นหรือตัดสินบางสิ่ง” ความมืดของพื้นหลังคือปัจจัยที่มีอิทธิพล ส่วนสีของแถบคือสิ่งที่ถูกรับรู้ รูปแบบคือ X affects someone's perception of Y โดย X คือปัจจัยที่มีอิทธิพล someone คือผู้รับรู้ และ Y คือสิ่งที่ถูกรับรู้หรือประเมิน รูปแบบนี้มักใช้อธิบายว่าบริบทเปลี่ยนรูปลักษณ์หรือความเข้าใจของเราอย่างไร โดยไม่ได้บอกว่า Y เปลี่ยนไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมาย: The dark wall ____ the artwork's brightness.

ดูคำตอบ

affected our perception of

Our perception is relative. การใช้คำ

1:47

การรับรู้ของเราเป็นเรื่องสัมพัทธ์

การใช้คำ

Our perception is relative: การรับรู้ของเราขึ้นอยู่กับสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

relative ในที่นี้หมายถึงการขึ้นอยู่กับจุดอ้างอิง บริบทรอบข้าง หรือการเปรียบเทียบ การตัดสินด้วยสายตาของเราไม่มีค่าคงที่ที่แยกออกจากบริบท สีเดียวกันอาจดูแตกต่างกันเมื่ออยู่บนพื้นหลังต่างกัน รูปแบบ X is relative แสดงว่า X เปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไข หากจุดอ้างอิงยังไม่ชัดเจน ให้ระบุด้วย relative to: Size is relative to the objects around it.

แบบฝึกหัด

ใน “Our perception is relative” คำว่า relative หมายถึงอะไร?

  1. ขึ้นอยู่กับบริบทและการเปรียบเทียบ
  2. หมายถึงสมาชิกในครอบครัว
  3. มีความสำคัญน้อยกว่า
ดูคำตอบ

ขึ้นอยู่กับบริบทและการเปรียบเทียบ

So, do you still trust your eyes? ลำดับความ

1:49

แล้วคุณยังไว้ใจดวงตาของตัวเองอยู่ไหม?

ลำดับความ

แล้วคุณยังเชื่อสายตาตัวเองอยู่ไหม?

คำถามนี้ย้อนกลับไปยังแนวคิดที่พูดไว้ก่อนหน้า หลังจากผู้ชมได้เห็นหลักฐานแล้ว So เป็นสัญญาณว่ากำลังสรุป ส่วน still ถามว่าความเชื่อเดิมของผู้ชมยังคงอยู่หรือไม่หลังจากได้รู้ข้อมูลเหล่านั้น จุดประสงค์หลักคือชวนให้คิดทบทวน ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนตอบ yes หรือ no ออกมาดัง ๆ การถามคำถามสำคัญซ้ำในตอนจบช่วยรวบหลายตัวอย่างให้เป็นประเด็นเดียวที่จำง่าย และชวนผู้ชมกลับมาพิจารณาความเชื่อของตนเอง

แบบฝึกหัด

หลังจากแสดงภาพลวงตาสามตัวอย่าง ผู้พูดจบด้วย "So, do you still trust your eyes?" คำถามนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. เริ่มหัวข้อใหม่เกี่ยวกับการดูแลดวงตา
  2. ชวนผู้ชมทบทวนความเชื่อเดิมหลังจากเห็นหลักฐาน
  3. ขอให้ผู้ชมรายงานว่าสายตาของตนแข็งแรงในทางการแพทย์หรือไม่
ดูคำตอบ

ชวนผู้ชมทบทวนความเชื่อเดิมหลังจากเห็นหลักฐาน

Got a burning question you want answered? โน้ต

1:52

มีคำถามที่อยากได้คำตอบมาก ๆ ไหม?

สำนวน

burning question: คำถามที่อยากรู้คำตอบมาก

ในที่นี้ a burning question หมายถึงคำถามที่ใครบางคนอยากได้คำตอบมาก เพราะรู้สึกว่าสำคัญ เร่งด่วน หรือน่าสนใจเป็นพิเศษ burning ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คำถามไม่ได้ติดไฟจริง ๆ และไม่จำเป็นต้องมีอันตรายเกิดขึ้น ในคำเชิญช่วงท้ายนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้น้ำเสียงมีพลังและชวนผู้ชมส่งคำถามที่ตนสงสัยมากที่สุด รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ a burning question และ my/the burning question

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่หมายถึง “คำถามที่อยากรู้คำตอบมาก”:What's your ____?

ดูคำตอบ

burning question

ไวยากรณ์

question you want answered: want + กรรม + คำกริยาช่องที่ 3

ใน question you want answered คำว่า question เข้าใจได้ว่าเป็นกรรมที่ตามหลัง want และเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ answered เมื่อเติมคำสรรพนามเชื่อมที่ละไว้ จะได้ a question that you want answered ซึ่งมีความหมายใกล้กับ a question that you want someone to answer โครงสร้าง want + กรรม + คำกริยาช่องที่ 3 เน้นผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดกับกรรมนั้น โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ทำ: want the question answered

แบบฝึกหัด

ร้านถ่ายรูปมีไฟล์แล้ว จงเติมคำขอด้วยรูปที่ถูกต้องของคำกริยา print เพื่อใช้โครงสร้าง want + กรรม + คำกริยาช่องที่ 3: We want the team photo ____ before noon.

ดูคำตอบ

printed

Ask it in the comments or on Facebook and Twitter

1:53

ถามมาได้ในช่องความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter

and subscribe for more weekly science videos.

1:56

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์