วิทยาศาสตร์ของการตด: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
1,135 คำ 175 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เรื่องวิทยาศาสตร์ขบขันนี้อธิบายที่มา กลิ่น มวล และเส้นทางของก๊าซในลำไส้ ก่อนต่อยอดไปยังเต่าและนักแสดงเฉพาะทาง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “in great company.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าหมายถึงอยู่ในกลุ่มเดียวกับบุคคลที่น่านับถือ ไม่ใช่บริษัท และใช้ลดความเขินเกี่ยวกับความสนใจแปลกใหม่ 2. “Assuming this average chemical makeup of a fart,” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: เห็นว่าอนุประโยค -ing ต้นประโยคตั้งสมมติฐานให้การคำนวณ และใช้บอกเงื่อนไขตั้งต้นอย่างกระชับ 3. “hold them in,” — กริยาวลี: เข้าใจว่าหมายถึงกลั้นปฏิกิริยาร่างกายหรืออารมณ์ และวางสรรพนามกรรมระหว่าง hold กับ in เมื่อพูดถึงก๊าซ น้ำตา หรือเสียงหัวเราะ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, Vsauce. Michael here.

0:00

สวัสดี Vsauce ไมเคิลเองครับ

And today we are going to talk about farts.

0:01

วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องตด

What are they?

0:05

ตดคืออะไร

How do they define us?

0:06

ตดบ่งบอกความเป็นเราอย่างไร

And how much weight do we lose every time we fart?

0:08

แล้วทุกครั้งที่ตด น้ำหนักเราลดลงเท่าไร

Now, it's easy to think that talking about farts is immature, ไวยากรณ์

0:12

เราอาจคิดได้ง่าย ๆ ว่าการคุยเรื่องตดเป็นเรื่องเด็ก ๆ

but they are incredibly complicated.

0:15

แต่จริง ๆ แล้วตดซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ

ไวยากรณ์

it's easy to think that: การเสนอความประทับใจแรก

โครงสร้าง “it's easy to think that + อนุประโยค” ใช้เสนอความคิดที่หลายคนอาจคาดเดาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในที่นี้ easy บอกว่าข้อสันนิษฐานนั้นผุดขึ้นมาในใจได้ง่าย ไม่ได้หมายความว่าความคิดนั้นเรียบง่าย โครงสร้างนี้มักเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับการแก้ความเข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อมี but, however หรือ actually ตามมา ผู้พูดจึงสามารถยอมรับความประทับใจแรกที่พบได้ทั่วไป ก่อนนำเสนอประเด็นที่เห็นได้ไม่ชัดนัก

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้เสนอความประทับใจแรกซึ่งดูเป็นธรรมชาติแต่ไม่ถูกต้องให้สมบูรณ์: From the photo, ____ the bag is tiny, but it can hold a laptop.

ดูคำตอบ

it's easy to think that

And by analyzing them because they're funny, ไวยากรณ์

0:17

และถ้าเราวิเคราะห์มันเพราะเห็นว่ามันตลก

you can accidentally learn a lot of science.

0:20

เราก็อาจได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์มากมายโดยไม่ตั้งใจ

ไวยากรณ์

by analyzing them: การบอกวิธีด้วย by + -ing

ใน “by analyzing them” โครงสร้าง by + คำกริยารูป -ing ระบุวิธีที่นำไปสู่ผลลัพธ์ในประโยคหลัก การวิเคราะห์คือวิธีที่ทำให้คุณได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยไม่ตั้งใจ โดย by ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่หรือกำหนดเวลา คำกริยาหลังคำบุพบท by ต้องอยู่ในรูป -ing ส่วน them เป็นกรรมของ analyzing และหมายถึงเรื่องตดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ผู้ที่ทำการวิเคราะห์เข้าใจได้ว่าเป็นประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือ you

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการเปรียบเทียบรายงานสองฉบับเป็นวิธีที่ใช้ค้นพบข้อผิดพลาด

  1. We found the error to compare the two reports.
  2. We found the error by compare the two reports.
  3. We found the error by comparing the two reports.
ดูคำตอบ

We found the error by comparing the two reports.

Plus, we are in great company. สำนวน

0:22

แถมยังมีบุคคลชั้นยอดมากมายที่พูดเรื่องนี้เหมือนกัน

สำนวน

สำนวน in great company: มีประสบการณ์ร่วมกับคนที่น่าชื่นชม

ในที่นี้ in great company หมายถึง “อยู่ในกลุ่มเดียวกับคนเก่งหรือคนที่น่านับถือซึ่งมีประสบการณ์หรือความคิดเห็นแบบเดียวกัน” company หมายถึงการอยู่ร่วมกับผู้อื่นหรือกลุ่มคน ไม่ใช่บริษัทธุรกิจ ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อบอกว่า “ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว” โดยมักมีน้ำเสียงภูมิใจ ขบขัน หรือปลอบใจ คนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ in great company หมายความว่าอย่างไร? “If you get nervous before a performance, you're in great company—many professional actors do too.”

  1. คุณมีประสบการณ์แบบเดียวกับคนเก่ง ๆ
  2. คุณกำลังยืนอยู่ในสำนักงานที่มีคนแน่น
  3. คุณได้รับการจ้างงานจากบริษัทที่ประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ

คุณมีประสบการณ์แบบเดียวกับคนเก่ง ๆ

Mozart wrote songs and poems about flatulence,

0:24

Mozart เคยแต่งเพลงและบทกวีเกี่ยวกับการผายลม

and even Benjamin Franklin once wrote an essay titled Fart Proudly.

0:27

แม้แต่ Benjamin Franklin ก็เคยเขียนบทความชื่อ จงตดอย่างภาคภูมิ

So, first things first, วลี

0:32

เอาละ มาเริ่มจากเรื่องแรกกันก่อน

where do farts come from?

0:34

ตดมาจากไหน

วลี

First things first: เริ่มจากสิ่งที่สำคัญที่สุด

First things first เป็นสัญญาณว่าผู้พูดจะจัดการเรื่องที่สำคัญที่สุดหรือพื้นฐานที่สุดก่อน แล้วจึงไปต่อ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เกริ่นคำถามสำคัญข้อแรกของคำอธิบาย นี่เป็นวลีตายตัวที่ใช้จัดลำดับคำพูด ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้วาง “สิ่งแรก” ไว้เป็นอันดับแรก ใช้เพื่อกำหนดเรื่องที่ต้องทำก่อนตอนเริ่มแผน คำอธิบาย หรือคำตอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าการตรวจชื่อทุกคนเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นก่อนเดินทางไปทัศนศึกษากับชั้นเรียน?

  1. First things first, let's check everyone's name.
  2. At first, everyone was excited about the trip.
  3. For the first time, everyone traveled by bus.
ดูคำตอบ

First things first, let's check everyone's name.

A lot of the gas that makes up a fart comes from the outside กริยาวลี

0:35

ก๊าซส่วนใหญ่ที่ประกอบกันเป็นตดมาจากภายนอกร่างกาย

because you swallowed it.

0:40

เพราะคุณกลืนมันเข้าไป

กริยาวลี

makes up: ประกอบเป็นสิ่งทั้งหมด

ในประโยคนี้ makes up หมายถึง “ก่อเป็นหรือประกอบเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดของสิ่งหนึ่ง” gas คือส่วนประกอบ ส่วน a fart คือสิ่งทั้งหมดที่แก๊สนั้นช่วยก่อขึ้น โครงสร้างแบบประธานเป็นผู้กระทำคือ ส่วนประกอบ + make(s) up + สิ่งทั้งหมด อย่าแปล make แยกเดี่ยว ๆ ว่า “สร้าง” เพราะ make up ทำหน้าที่เป็นกริยาวลีหนึ่งชุดในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ประกอบเป็น” ให้สมบูรณ์: Small businesses ____ most of the local economy.

ดูคำตอบ

make up

That's right.

0:42

ใช่แล้ว

You swallow a lot of air when swallowing spit or food or beverage.

0:42

คุณกลืนอากาศเข้าไปมากตอนกลืนน้ำลาย อาหาร หรือเครื่องดื่ม

Now, some of this will come back up as a burp.

0:46

อากาศบางส่วนจะย้อนกลับขึ้นมาเป็นเรอ

But if it doesn't soon enough, วลี

0:48

แต่ถ้ามันไม่ย้อนขึ้นมาเร็วพอ

it will go deeper into your digestive system.

0:50

มันจะลงลึกไปในระบบย่อยอาหาร

วลี

soon enough: ก่อนถึงเส้นตายที่จำเป็น

soon enough ในที่นี้หมายถึง “ก่อนที่จะสายเกินไปสำหรับผลลัพธ์ที่ต้องการ” Enough เพิ่มเกณฑ์เวลาด้วยนัยว่าเหตุการณ์นั้นต้องเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาที่มีอยู่ การกระทำหลัง doesn't ถูกละไว้ เพราะเข้าใจได้จากบริบทก่อนหน้าว่าคือ come back up ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นทันเวลาหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงเพียง “หลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ”

แบบฝึกหัด

Leo พูดว่า “If we order soon enough, the food will arrive before the movie.” soon enough ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. หลังจากรอเพียงช่วงสั้น ๆ โดยไม่มีเส้นตายแฝงอยู่
  2. ตรงกับเวลาที่ภาพยนตร์เริ่มพอดี
  3. ก่อนที่จะสายเกินไปจนอาหารมาไม่ทันก่อนภาพยนตร์
ดูคำตอบ

ก่อนที่จะสายเกินไปจนอาหารมาไม่ทันก่อนภาพยนตร์

But it's where the other portion of the gas

0:53

แต่แหล่งที่มาของก๊าซอีกส่วน

that makes up a fart comes from that makes farts so unique.

0:55

ที่ประกอบเป็นตดนี่แหละทำให้ตดมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

No two people's farts smell alike. ไวยากรณ์

0:58

ตดของคนสองคนไม่เคยมีกลิ่นเหมือนกัน

ไวยากรณ์

No two ... smell alike: ไม่มีคู่ใดมีกลิ่นเหมือนกัน

โครงสร้าง No two + นามวลีพหูพจน์ + กริยาสำหรับประธานพหูพจน์ + alike หมายความว่า ไม่ว่าจะจับคู่สองสิ่งใดในกลุ่ม สิ่งทั้งสองก็แตกต่างกันในด้านที่กำลังพูดถึง ในประโยคนี้ หากเปรียบเทียบตดของคนสองคนใด ๆ กลิ่นก็จะไม่เหมือนกัน people's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของ people ที่เป็นพหูพจน์ หมายถึงตดเหล่านั้นเป็นของผู้คน คำว่า alike อยู่หลัง smell ซึ่งในที่นี้เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “มีกลิ่นแบบหนึ่ง” ในโครงสร้างนี้ alike ใช้บอกความเหมือนระหว่างสิ่งต่าง ๆ และโดยปกติไม่วางไว้หน้าคำนามโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง No two ... alike: ____ snowflakes look ____.

ดูคำตอบ

No two · alike

The pungent part of a fart is unique to you,

1:01

ส่วนที่มีกลิ่นฉุนของตดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคุณ

and it comes from things that are inside you and are not you.

1:04

และมันมาจากสิ่งที่อยู่ในตัวคุณ แต่ไม่ใช่ตัวคุณ

Inside your intestines are completely separate organisms, ไวยากรณ์

1:10

ภายในลำไส้ของคุณมีสิ่งมีชีวิตที่แยกจากตัวคุณโดยสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

Inside your intestines are ...: การกลับลำดับโดยนำสถานที่ขึ้นก่อน

Inside your intestines เป็นวลีบอกสถานที่ที่ย้ายมาไว้ต้นประโยค จากนั้นประโยคใช้ลำดับ “กริยา–ประธาน” โดย are อยู่ก่อนประธานที่แท้จริงคือ completely separate organisms ลำดับปกติที่วางประธานก่อนคือ Completely separate organisms are inside your intestines. ลำดับที่ขึ้นต้นด้วยสถานที่นี้ทำให้สถานที่เป็นจุดเริ่มต้นของข้อมูล แล้วจึงแนะนำว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น กริยายังคงต้องสอดคล้องกับประธานที่วางไว้ข้างหลังคือ organisms ดังนั้นจึงต้องใช้ are สำหรับประธานพหูพจน์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “On the shelf are three blue jars,” วลีใดเป็นประธานทางไวยากรณ์ที่กำหนดให้ใช้ are

  1. the shelf
  2. three blue jars
  3. on the shelf
ดูคำตอบ

three blue jars

bacteria and microbes that digest food you haven't or can't.

1:14

นั่นคือแบคทีเรียและจุลชีพที่ย่อยอาหารซึ่งคุณยังไม่ได้ย่อยหรือย่อยไม่ได้

Now, these little guys have a great collective name,

1:18

เจ้าตัวเล็กเหล่านี้มีชื่อเรียกรวม ๆ ที่ฟังดูดีมาก

gut flora. การใช้คำ

1:21

จุลชีพประจำถิ่นในลำไส้

การใช้คำ

gut flora: ชื่อดั้งเดิมของจุลินทรีย์ในลำไส้

“Gut flora” เป็นคำเรียกแบบดั้งเดิมสำหรับกลุ่มแบคทีเรียและจุลินทรีย์อื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหาร ในประโยคนี้คำดังกล่าวหมายถึงจุลินทรีย์เหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่า “flora” คือพืช เมื่อพบวลีนี้ในเนื้อหาด้านสุขภาพหรือวิทยาศาสตร์ ให้เข้าใจว่าเป็นชื่อรวมของชุมชนจุลินทรีย์ในลำไส้

แบบฝึกหัด

ในบทความด้านสุขภาพ “gut flora” มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?

  1. ชุมชนจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้
  2. กลิ่นตามธรรมชาติที่เกิดจากการย่อยอาหาร
  3. พืชที่เติบโตอยู่ภายในทางเดินอาหาร
  4. ชั้นกล้ามเนื้อรอบกระเพาะอาหาร
ดูคำตอบ

ชุมชนจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้

And because they are so much smaller than the average human cell, ไวยากรณ์

1:22

และเพราะพวกมันเล็กกว่าเซลล์มนุษย์ทั่วไปมาก

their numbers are staggering. การใช้คำ

1:27

จำนวนของพวกมันจึงมหาศาลจนน่าตกใจ

ไวยากรณ์

การเปรียบเทียบแบบเน้นย้ำ so much smaller than

โครงสร้าง so much + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than แสดงว่าความแตกต่างระหว่างสองสิ่งมีมาก ในที่นี้ “smaller” สร้างการเปรียบเทียบ “much” เน้นว่าความต่างด้านขนาดมีมาก และ “so” เพิ่มการเน้นย้ำอีกขั้น หลัง “much” ให้ใช้รูปขั้นกว่า เช่น much smaller, much faster, much more expensive โดยปกติ “very” ขยายคำคุณศัพท์รูปปกติ เช่น very small ไม่ได้ขยายรูปขั้นกว่า ดังนั้น very smaller จึงไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบแบบเน้นย้ำจากตัวอย่าง: The new sensor is ____ the old model that it fits inside a watch.

ดูคำตอบ

so much smaller than

การใช้คำ

their numbers are staggering: จำนวนมากจนน่าตกใจ

ใน “their numbers are staggering” คำว่า staggering หมายถึงมีขนาดหรือปริมาณมากเสียจนน่าตกใจหรือยากจะจินตนาการ ในที่นี้คำนี้ประเมินความมากของจำนวน ไม่ได้หมายถึงอาการเสียการทรงตัวหรือเดินเซ โครงสร้าง “a number, amount, or total is staggering” ใช้เน้นว่าตัวเลขสูงเกินกว่าที่คนทั่วไปคาดไว้อย่างมาก มีน้ำหนักแรงกว่าการบอกเพียงว่า large มาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The repair bill was staggering.” คำว่า staggering หมายความว่าอะไร?

  1. คำนวณได้ง่าย
  2. มากจนน่าตกใจ
  3. กำลังลดลงอย่างช้า ๆ
ดูคำตอบ

มากจนน่าตกใจ

Believe it or not, your body contains about 10 trillion cells. น้ำเสียง/เจตนา

1:28

เชื่อหรือไม่ว่า ร่างกายคุณมีเซลล์ประมาณ 10 ล้านล้านเซลล์

น้ำเสียง/เจตนา

Believe it or not: เชื่อหรือไม่

Believe it or not เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่ใช้เกริ่นข้อมูลซึ่งผู้พูดคาดว่าอาจทำให้ผู้ฟังประหลาดใจ ในที่นี้ใช้เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนที่มากเกินคาด โดยทั่วไปไม่ได้ถามให้ผู้ฟังตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่ หน้าที่ของสำนวนนี้คือทำให้ข้อความถัดไปถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจหรือยากจะจินตนาการ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Believe it or not, the library has a robot assistant”?

  1. ขออนุญาตพูดต่อ
  2. เกริ่นข้อเท็จจริงว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ
  3. กล่าวหาว่าผู้ฟังโกหก
ดูคำตอบ

เกริ่นข้อเท็จจริงว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ

But the number of bacteria and microorganisms inside your intestines

1:34

แต่จำนวนแบคทีเรียและจุลินทรีย์ในลำไส้ของคุณ

is nearly 100 trillion.

1:38

มีเกือบ 100 ล้านล้านตัว

As these microorganisms digest food that you haven't or can't,

1:42

ขณะที่จุลินทรีย์เหล่านี้ย่อยอาหารที่คุณยังไม่ได้ย่อยหรือย่อยไม่ได้

they produce helpful things like vitamin K.

1:46

พวกมันผลิตสิ่งที่มีประโยชน์อย่างวิตามิน K

But they also produce chemicals

1:48

แต่พวกมันก็ผลิตสารเคมีด้วย

that lead to the reason that farts smell. วลี

1:50

ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตดมีกลิ่น

วลี

lead to: แสดงสาเหตุและผลลัพธ์

Lead to หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่ผลบางอย่าง” ในประโยคนี้ วลีนี้เชื่อมสารเคมีซึ่งเป็นสาเหตุเข้ากับผลที่เกิดตามมา คือกลิ่น โครงสร้างนี้นำข้อมูลจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์: A leads to B.

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่แปลว่า “ทำให้เกิด” ลงในประโยค: Too much screen time can ____ tired eyes.

ดูคำตอบ

lead to

And we all fart every day,

1:53

และเราทุกคนตดทุกวัน

about a pint of fart every day.

1:55

รวมแล้วประมาณหนึ่งไพนต์ต่อวัน

And if you say that you don't fart,

1:58

ถ้าคุณบอกว่าตัวเองไม่ตด

you probably release that gas when you're in the bathroom

2:00

คุณก็คงปล่อยก๊าซนั้นออกมาตอนอยู่ในห้องน้ำ

or at night when you're asleep and your muscles are more relaxed.

2:02

หรือในตอนกลางคืนขณะหลับและกล้ามเนื้อผ่อนคลายกว่าเดิม

But if this amount of gas used to be inside you, ไวยากรณ์

2:06

แต่ถ้าก๊าซปริมาณนี้เคยอยู่ในตัวคุณ

and now it's not,

2:09

และตอนนี้ไม่อยู่แล้ว

ไวยากรณ์

used to be: สภาพในอดีตที่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว

Used to be บอกว่าสภาพหนึ่งเคยเป็นจริงในอดีต แต่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว ในที่นี้ ก๊าซเคยอยู่ในร่างกาย และ now it's not ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โครงสร้างคือ ประธาน + used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใน used to be คำว่า be ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนลงในประโยค: Mia lives across town now, but she ____ my next-door neighbor.

ดูคำตอบ

used to be

that must mean that every time you fart you lose mass,

2:11

ก็แปลว่าทุกครั้งที่ตด คุณจะสูญเสียมวล

you lose weight.

2:14

หรือน้ำหนักลดลง

But how much weight?

2:15

แล้วลดลงเท่าไร

Well, luckily, some researchers have already figured this out. กริยาวลี

2:16

โชคดีที่นักวิจัยบางคนหาคำตอบไว้แล้ว

กริยาวลี

Figured this out: ความหมายและตำแหน่งของคำสรรพนาม

ในประโยคนี้ figured this out หมายถึงหาคำตอบได้ด้วยการคิด การวิจัย หรือการคำนวณ โดย this หมายถึงคำถามที่กำลังกล่าวถึง figure out สื่อถึงการเข้าใจหรือแก้ปัญหา ไม่ได้หมายถึง “วาดรูปทรง” ตามตัวอักษร figure out เป็นกริยาวลีที่แยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง figure กับ out เช่น figure it out หรือ figured this out ไม่ใช้ figure out it หรือ figured out this แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง figure out the answer และ figure the answer out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ figure out และใช้ it แทน puzzle: I couldn't solve the puzzle at first, but after a few minutes I ____.

ดูคำตอบ

figured it out

Assuming this average chemical makeup of a fart, ไวยากรณ์

2:20

หากสมมติให้ตดมีองค์ประกอบทางเคมีเฉลี่ยแบบนี้

ไวยากรณ์

Assuming ...: การกำหนดเงื่อนไขเพื่อใช้เหตุผล

ในที่นี้ Assuming this average chemical makeup of a fart, หมายถึง “ถ้าเราสมมติว่าตดมีองค์ประกอบทางเคมีเฉลี่ยแบบนี้” โดยกำหนดให้องค์ประกอบดังกล่าวเป็นเงื่อนไขที่ใช้ในการคำนวณต่อไป นี่คืออนุประโยคกริยารูป participle ที่อยู่ต้นประโยค ประธานที่เข้าใจได้คือผู้กำลังใช้เหตุผล เช่น we และต้องเชื่อมกับประโยคหลักที่ตามมา ส่วนนี้เพียงลำพังยังไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมการประมาณด้วยส่วนเปิดประโยคแบบกระชับที่มีความหมายเท่ากับ “If we assume two cookies per child”: ____, we will need twenty cookies.

ดูคำตอบ

Assuming two cookies per child

and what studies have shown is the typical volume of a fart,

2:23

และมีปริมาตรตามค่าทั่วไปที่งานวิจัยพบ

it can be calculated ไวยากรณ์

2:26

เราก็คำนวณได้ว่า

that the average fart weighs about 3/100 of a gram.

2:27

ตดหนึ่งครั้งโดยเฉลี่ยหนักประมาณ 3 ใน 100 กรัม

ไวยากรณ์

“It can be calculated that ...” สำหรับนำเสนอผลลัพธ์โดยไม่ระบุผู้คำนวณ

it ในที่นี้เป็นประธานตามรูปแบบ ไม่ได้อ้างถึงคำนามใดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ข้อมูลที่แท้จริงอยู่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that นั่นคือ ตดหนึ่งครั้งมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 3/100 กรัม รูปถูกกระทำ can be calculated นำเสนอข้อสรุปเป็นผลจากการคำนวณอย่างเป็นกลาง และไม่ระบุว่าใครเป็นผู้คำนวณ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ It can be calculated that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยโครงสร้างถูกกระทำแบบเป็นทางการที่หมายความว่าสามารถคำนวณผลลัพธ์จากข้อมูลได้: “From the meter readings, ____ the building uses less power at night.”

ดูคำตอบ

it can be calculated that

And the part of it that actually stinks only weighs 0.0008 grams.

2:33

และส่วนที่ส่งกลิ่นเหม็นจริง ๆ หนักเพียง 0.0008 กรัม

Okay, so a fart weighs 3/100 of a gram.

2:39

เอาละ ตดหนึ่งครั้งหนัก 3 ใน 100 กรัม

I mean, what does that really mean? ลำดับความ

2:42

แล้วจริง ๆ มันหมายความว่าอย่างไร

ลำดับความ

“What does that really mean?” สำหรับถามถึงความหมายในทางปฏิบัติ

ในที่นี้ what does that really mean? ช่วยจัดลำดับการสนทนาโดยเปลี่ยนจากตัวเลขที่กล่าวไว้ไปสู่การตีความตัวเลขนั้นในทางปฏิบัติ That ย้อนกลับไปถึง 3/100 of a gram และคำถามนี้มีความหมายโดยนัยว่า “ถ้าอธิบายให้เราเข้าใจได้ ปริมาณนั้นมากหรือสำคัญเพียงใด” Really เน้นการขอให้บอกความหมายที่แท้จริงหรือผลกระทบในโลกจริง ไม่ได้สื่อว่าผู้พูดไม่เข้าใจคำว่า mean เอง

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า “The new rule reduces waiting time by 1.2 percent.” คำตอบใดถามถึงความสำคัญในทางปฏิบัติของตัวเลขนี้ได้ดีที่สุด

  1. What does that really mean for patients?
  2. How do you spell the word waiting?
  3. Who typed the report?
ดูคำตอบ

What does that really mean for patients?

Well, here's a fun way to think about it. ลำดับความ

2:44

ลองมองแบบสนุก ๆ อย่างนี้

ลำดับความ

Here's a fun way to think about it: มุมมองสนุก ๆ ที่ช่วยให้เข้าใจ

Here's a fun way to think about it ใช้เกริ่นมุมมองใหม่ที่เข้าใจง่ายกว่า ผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนคำอธิบายที่เป็นนามธรรมให้เป็นการเปรียบเทียบหรือภาพที่นึกตามได้ ในรูปแบบนี้ think about it ไม่ใช่คำสั่งให้ผู้ฟังหยุดแล้วคิด ส่วน a way to think about it หมายถึงวิธีหนึ่งในการทำความเข้าใจแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “Here's a fun way to think about it” แล้วตามด้วยการเปรียบเทียบ วลีนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้แนะนำวิธีที่ง่ายขึ้นหรือน่าสนใจขึ้นในการเข้าใจแนวคิด
  2. บอกให้ผู้ฟังคิดเงียบ ๆ ก่อนที่ผู้พูดจะพูดต่อ
  3. ประกาศว่าผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำวิธีที่ง่ายขึ้นหรือน่าสนใจขึ้นในการเข้าใจแนวคิด

As you move further away from the center of the Earth, ไวยากรณ์

2:46

เมื่อคุณเคลื่อนห่างจากใจกลางโลกมากขึ้น

the gravitational attraction between the two of you decreases and your weight decreases.

2:50

แรงดึงดูดระหว่างคุณกับโลกจะลดลง และน้ำหนักคุณก็ลดลง

ไวยากรณ์

As you move further away...: การเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกัน

As ในที่นี้หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้น” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as ให้เงื่อนไขที่กำลังเปลี่ยน นั่นคือระยะห่างจากศูนย์กลางโลกเพิ่มขึ้น ส่วนประโยคหลักบอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นควบคู่กัน คือแรงดึงดูดและน้ำหนักลดลง ใช้ As + subject + change verb, ... เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปด้วยกัน เช่น As X increases, Y decreases นี่คือความหมายของ as ที่บอกการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ไม่ใช่ความหมายเปรียบเทียบแบบ like

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเป็นแนวโน้มที่เชื่อมโยงกันได้ชัดที่สุด?

  1. Because the room is warm, the ice is melting.
  2. The room is warm, and the ice is melting.
  3. As the room gets warmer, the ice melts faster.
ดูคำตอบ

As the room gets warmer, the ice melts faster.

In fact, according to this fantastic book about the scale of things, วลี

2:55

ที่จริง ตามหนังสือยอดเยี่ยมเกี่ยวกับมาตราส่วนของสิ่งต่าง ๆ เล่มนี้

วลี

according to: การระบุแหล่งข้อมูล

according to ใช้เพื่อระบุแหล่งข้อมูลที่สนับสนุนข้อความหนึ่ง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกผู้ฟังว่าข้อมูลมาจากหนังสือ ไม่ได้เสนอว่าเป็นสิ่งที่ผู้พูดค้นพบเอง เมื่อต้องการอ้างที่มาของข้อมูล ให้ใช้ according to + บุคคล เอกสาร งานวิจัย รายงาน หรือแหล่งข้อมูลอื่น เช่น according to the guide และ according to researchers

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีระบุแหล่งข้อมูลจากบทเรียนนี้: ____ the museum guide, this painting is over 300 years old.

ดูคำตอบ

According to

your weight decreases by about 0.5% for every 6 mi you are above Earth.

2:59

ทุก ๆ 6 ไมล์ที่คุณอยู่สูงขึ้นจากพื้นโลก น้ำหนักจะลดลงประมาณ 0.5%

In fact,

3:05

ที่จริงแล้ว

the average fart causes you to lose an amount of weight

3:06

ตดหนึ่งครั้งโดยเฉลี่ยทำให้น้ำหนักคุณลดลง

equivalent to being about a third of an inch further from Earth. วลี

3:10

เท่ากับตอนที่คุณอยู่ห่างจากโลกเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งในสามนิ้ว

วลี

equivalent to being: การเปรียบเทียบผลลัพธ์กับสภาวะ

equivalent to being หมายความว่าผลอย่างหนึ่งมีค่าที่วัดได้หรือความหมายในทางปฏิบัติเท่ากับอีกสภาวะหนึ่ง ในประโยคนี้ การลดลงของน้ำหนักเพียงเล็กน้อยถูกเปลี่ยนเป็นการเปรียบเทียบที่จินตนาการได้ง่ายกว่า กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงของค่าบนตาชั่งจะเท่ากับผลจากการอยู่ไกลจากโลกออกไปประมาณหนึ่งในสามนิ้ว การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นเคลื่อนที่จริง ๆ ใน equivalent to being คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing คือ being ไม่ใช่รูป infinitive be

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: Paying for the annual plan upfront is ____ charged for only eleven months.

ดูคำตอบ

equivalent to being

The way your gut flora process the food that you eat and influence how your farts smell

3:15

วิธีที่จุลชีพในลำไส้แปรรูปอาหารที่คุณกินและส่งผลต่อกลิ่นตด

was established within the first 2 to 3 months of your life.

3:21

ถูกกำหนดขึ้นในช่วง 2 ถึง 3 เดือนแรกของชีวิต

When you're first born,

3:25

ตอนที่คุณเพิ่งเกิด

your gastrointestinal tract is completely sterile. การใช้คำ

3:26

ทางเดินอาหารของคุณปลอดเชื้ออย่างสมบูรณ์

การใช้คำ

Gastrointestinal tract: คำศัพท์กายวิภาคอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ gastrointestinal tract เป็นชื่อทางกายวิภาคอย่างเป็นทางการของทางเดินต่อเนื่องจากปากถึงทวารหนัก ซึ่งอาหารและของเสียเคลื่อนผ่าน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุส่วนของร่างกายที่กำลังอธิบายสภาพอยู่ Gastrointestinal รวม gastro- ที่หมายถึงกระเพาะอาหารเข้ากับ intestinal ส่วน tract ในที่นี้หมายถึงทางเดินที่เชื่อมต่อกันภายในร่างกาย ไม่ได้หมายถึงผืนดินหรือแผ่นพับสิ่งพิมพ์

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ วลีใดระบุทางเดินย่อยอาหารที่ต่อเนื่องกันได้แม่นยำที่สุด

  1. digestive system
  2. gut
  3. gastrointestinal tract
ดูคำตอบ

gastrointestinal tract

การใช้คำ

Completely sterile: ไม่มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิต

ในที่นี้ completely sterile หมายความว่าไม่มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่เลย Completely เน้นข้อกล่าวอ้างทางเทคนิคแบบเด็ดขาด ไม่ได้หมายเพียงว่าสะอาดมากหรือมีจุลินทรีย์น้อย Sterile ยังอาจหมายถึงไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ แต่ความหมายนั้นไม่เข้ากับที่นี่ เพราะคำคุณศัพท์นี้กำลังบรรยายสภาพของทางเดินภายในร่างกาย

แบบฝึกหัด

เครื่องมือในห้องปฏิบัติการได้รับการจัดการจนไม่มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตเหลืออยู่บนเครื่องมือ คำคุณศัพท์ใดระบุสภาพนี้ได้อย่างแม่นยำ

  1. sterile
  2. disinfected
  3. clean
ดูคำตอบ

sterile

There are no microorganisms living in it.

3:30

ไม่มีจุลินทรีย์อาศัยอยู่เลย

In fact, unlike the rest of your life,

3:32

ที่จริงแล้ว ต่างจากตลอดช่วงชีวิตหลังจากนั้น

the very first poop that you take is almost completely sterile.

3:35

อุจจาระก้อนแรกที่คุณถ่ายแทบจะปลอดเชื้อโดยสมบูรณ์

It's so significant,

3:40

มันสำคัญมากเสียจน

it has a special name, meconium. การใช้คำ

3:41

มีชื่อเรียกเฉพาะว่า ขี้เทา

การใช้คำ

Meconium: อุจจาระครั้งแรกของทารกแรกเกิด

Meconium เป็นชื่อทางการแพทย์ของอุจจาระครั้งแรกของทารกแรกเกิด ซึ่งมักถ่ายออกมาไม่นานหลังคลอด ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญจนมีชื่อเรียกเฉพาะ คำนี้ไม่ได้หมายถึงอุจจาระโดยทั่วไป เมื่อพบคำนี้ในเนื้อหาเกี่ยวกับการแพทย์หรือการเลี้ยงลูก ให้เชื่อมโยงกับการขับถ่ายครั้งแรกสุดของทารกโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ meconium หมายถึงอะไร?

  1. ยาที่ใช้ระหว่างการคลอด
  2. อุจจาระใด ๆ ของเด็กเล็ก
  3. อุจจาระครั้งแรกของทารกแรกเกิด
ดูคำตอบ

อุจจาระครั้งแรกของทารกแรกเกิด

Now, I will spare you any pictures, วลี

3:43

ผมจะไม่เอารูปมาให้คุณดู

วลี

Spare you any pictures: ละเนื้อหาที่ไม่น่าดูออก

ในโครงสร้าง spare someone something คำว่า spare หมายถึงช่วยไม่ให้คนนั้นต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ต้องการ ในที่นี้ I will spare you any pictures หมายความว่าผู้พูดจะไม่แสดงภาพที่ไม่น่าดูให้ผู้ชมเห็น โครงสร้างนี้มักทำให้การตัดบางอย่างออกฟังดูนุ่มนวลขึ้น โดยผู้พูดเสนอว่าการไม่แสดงหรือไม่เล่าเป็นการช่วยผู้ฟัง และยังเพิ่มอารมณ์ขันแบบเบา ๆ ได้เมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเนื้อหานั้นจะทำให้อึดอัด

แบบฝึกหัด

ใช้ spare + you + the details เติมประโยคให้สมบูรณ์: The story becomes disgusting, so I will ____.

ดูคำตอบ

spare you the details

but if you ever want to call someone a poop head,

3:46

แต่ถ้าอยากเรียกใครสักคนว่าหัวขี้

try instead calling them a meconium head.

3:48

ลองเปลี่ยนไปเรียกว่าหัวขี้เทาดู

It's like a poop head, but with no experience. สำนวน

3:50

เหมือนหัวขี้ แต่ยังไร้ประสบการณ์

สำนวน

มุกใน “It's like a poop head, but with no experience”

ในมุกนี้ poop head เป็นคำเรียกแบบเด็ก ๆ และตลกไร้สาระ ส่วน with no experience ทำเหมือนว่าอุจจาระจะมีหรือไม่มีประสบการณ์ก็ได้ ขี้เทาเป็นอุจจาระครั้งแรกของทารกแรกเกิด ผู้พูดจึงล้อว่ามันเป็นของใหม่เอี่ยม ความตลกเกิดจากการให้อุจจาระมีลักษณะเหมือนมนุษย์ ราวกับว่ามันมีประวัติการทำงานได้ with no experience เป็นการสร้างบุคลาธิษฐานแบบขำ ๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางชีววิทยา

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ with no experience ฟังดูตลกในประโยคนี้?

  1. มันบอกว่าผู้พูดไม่เคยเห็นอุจจาระมาก่อน
  2. มันให้ค่าการวัดทางวิทยาศาสตร์ของระบบย่อยอาหาร
  3. มันทำให้อุจจาระมีลักษณะเหมือนมนุษย์ ราวกับว่ามันมีประสบการณ์ได้
ดูคำตอบ

มันทำให้อุจจาระมีลักษณะเหมือนมนุษย์ ราวกับว่ามันมีประสบการณ์ได้

As soon as you leave your mother, ไวยากรณ์

3:53

ทันทีที่คุณออกจากตัวแม่

you begin collecting microorganisms inside your digestive system.

3:55

คุณจะเริ่มสะสมจุลินทรีย์ในระบบย่อยอาหาร

ไวยากรณ์

As soon as สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดต่อกันทันที

As soon as นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดก่อน คือการออกจากร่างกายของแม่ ส่วนประโยคหลักบอกสิ่งที่เริ่มขึ้นทันทีหลังจากนั้น คือการสะสมจุลินทรีย์ ใช้ as soon as + อนุประโยค เพื่อเชื่อมสองเหตุการณ์เมื่อเหตุการณ์ที่สองเริ่มขึ้นทันทีหรือแทบไม่มีช่วงห่างหลังเหตุการณ์แรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสามคำที่แปลว่า “ทันทีที่”: “____ the bell rings, the children run outside.”

ดูคำตอบ

As soon as

In fact, within the first 5 to 10 minutes of being born,

3:59

ที่จริง ภายใน 5 ถึง 10 นาทีแรกหลังเกิด

the gut flora that you have are almost exactly equivalent

4:03

จุลชีพในลำไส้ของคุณแทบจะเหมือนทุกประการ

to the microorganisms living in your mother's birth canal.

4:06

กับจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในช่องทางคลอดของแม่

Now, later, these microorganisms come from your environment,

4:09

หลังจากนั้น จุลินทรีย์เหล่านี้จะมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

especially from what you eat, milk, or formula.

4:12

โดยเฉพาะจากอาหารที่กิน นม หรือนมผง

This early in your life,

4:15

ในช่วงแรกเริ่มของชีวิตนี้

microorganisms train your immune system to not attack them. วลี

4:17

จุลินทรีย์จะฝึกระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้โจมตีพวกมัน

วลี

train your immune system to not attack them: train + กรรม + to-infinitive

ใน train your immune system to not attack them คำว่า train ใช้โครงสร้าง train + กรรม + to-infinitive โดย your immune system เป็นกรรม และ to not attack them ระบุพฤติกรรมที่เกิดจากการฝึก train ในที่นี้เป็นคำอธิบายเชิงเปรียบเทียบแบบย่อ ไม่ได้หมายความว่าจุลินทรีย์สอนอย่างมีเจตนา แต่หมายถึงการสัมผัสจุลินทรีย์ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันพัฒนาความทนต่อสิ่งเหล่านั้น ดังนั้น them จึงหมายถึงจุลินทรีย์ที่ระบบภูมิคุ้มกันเรียนรู้ว่าจะไม่โจมตี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาในวงเล็บ โดยใช้โครงสร้าง train + กรรม + to-infinitive: Repeated drills train pilots ____ quickly. (respond)

ดูคำตอบ

to respond

And so, within the first 2 or 3 months of your life,

4:21

ดังนั้น ภายใน 2 หรือ 3 เดือนแรกของชีวิต

whatever microorganisms are there have largely established themselves ไวยากรณ์

4:23

จุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่อยู่ในนั้นก็จะตั้งถิ่นฐานเป็นส่วนใหญ่

ไวยากรณ์

whatever microorganisms are there ในฐานะประธานทั้งหมด

ใน whatever microorganisms are there คำว่า whatever ขยาย microorganisms และนำหน้าอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เสมือนคำนาม มีความหมายว่าจุลินทรีย์ใดก็ตามที่อยู่ที่นั่น โดยไม่เจาะจงว่าเป็นชนิดใด โครงสร้างนี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม อนุประโยคทั้งหมดเป็นประธานของ have largely established themselves การอ่านต่อเนื่องไปจนถึง there ก่อนมองหากริยาหลักช่วยให้เห็นโครงสร้างประโยคชัดขึ้น และเนื่องจาก microorganisms เป็นพหูพจน์ กริยาหลักจึงเป็น have

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค whatever เป็นประธานทั้งหมดของกริยา may spread?

  1. Whatever bacteria remain may spread again.
  2. The bacteria may remain whatever happens.
  3. What bacteria remain in the sample?
ดูคำตอบ

Whatever bacteria remain may spread again.

as the exact colonial makeup of your gut flora

4:27

และกลายเป็นองค์ประกอบของกลุ่มจุลชีพในลำไส้ที่แน่นอน

for your entire life.

4:30

ซึ่งจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

That's all cool, but how loud can a fart get? ลำดับความ

4:31

ทั้งหมดนี้เจ๋งดี แต่เสียงตดจะดังได้แค่ไหน

ลำดับความ

That's all cool, but: รับทราบก่อน แล้วจึงเปลี่ยนประเด็น

That's all cool, but เป็นกรอบสำนวนที่ใช้เปลี่ยนทิศทางของบทสนทนา That's all cool ใช้รับหรือกล่าวถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไปในเชิงบวกแบบสั้น ๆ โดย cool ในที่นี้หมายถึงน่าสนใจ ดี หรือใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ But ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังข้อกังวลหรือคำถามอื่น กรอบสำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับประเด็นก่อนหน้าโดยไม่ทำให้ประเด็นนั้นเป็นหัวข้อหลัก

แบบฝึกหัด

That's all cool, but ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าข้อมูลก่อนหน้าเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิต่ำ
  2. ปฏิเสธข้อมูลก่อนหน้าว่าไม่เป็นความจริง
  3. รับทราบข้อมูลก่อนหน้าแบบสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนไปถามคำถามใหม่
ดูคำตอบ

รับทราบข้อมูลก่อนหน้าแบบสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนไปถามคำถามใหม่

Well, the Guinness Book of World Records doesn't know.

4:35

Guinness World Records ก็ไม่รู้

In fact, there are a lot of records it doesn't keep,

4:39

ที่จริง มีสถิติหลายอย่างที่ Guinness ไม่บันทึก

some of which it doesn't keep because they're dangerous. ไวยากรณ์

4:41

บางอย่างไม่บันทึกเพราะเป็นอันตราย

ไวยากรณ์

some of which: การอ้างถึงบางส่วนของกลุ่มในอนุประโยคสัมพันธ์

some of which ใช้นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบางส่วนของกลุ่มพหูพจน์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ในประโยคนี้ which อ้างถึง records และ some แสดงว่ามีเพียงส่วนหนึ่งของสถิติเหล่านั้นที่อันตรายเกินกว่าจะเก็บไว้ โครงสร้างคือ จุลภาค + some of which + อนุประโยคสัมพันธ์ โครงสร้างนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามซ้ำและทำให้ข้อมูลเสริมยังคงเชื่อมอยู่ในประโยคเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ถูกต้องซึ่งอ้างถึงหนังสือบางส่วน: The library received twenty new books, ____ are picture books.

ดูคำตอบ

some of which

For instance, speed drinking.

4:44

ตัวอย่างเช่น การดื่มแข่งความเร็ว

It's possible to open up your throat

4:45

เราสามารถเปิดลำคอ

and literally pour a liquid straight down your esophagus into your belly.

4:47

แล้วเทของเหลวให้ไหลตรงผ่านหลอดอาหารลงสู่ท้องได้จริง ๆ

But it is really dangerous and should never be done by anybody.

4:51

แต่มันอันตรายมาก และไม่มีใครควรทำเด็ดขาด

Now, burping, they do have records of. ไวยากรณ์

4:55

แต่ Guinness มีสถิติเรื่องการเรอ

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do have

ในประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย They do have records หมายความว่าพวกเขามีบันทึกประเภทนี้อยู่จริง ๆ และเป็นการยืนยันว่าเรื่องการเรอเป็นข้อยกเว้นจากบันทึกประเภทที่พวกเขาไม่เก็บ โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ตรงนี้ have จึงคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง do การเน้นแบบนี้มักใช้แก้ความเข้าใจเดิม ตอบข้อสงสัย หรือทำให้ความแตกต่างชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย do + have ที่ใช้เน้นความหมาย: People think these museums have no fossils, but they ____ several.

ดูคำตอบ

do have

The world record for the largest burp belongs to Paul Hunn from the United Kingdom,

4:57

สถิติโลกสำหรับการเรอที่ใหญ่ที่สุดเป็นของ Paul Hunn จากสหราชอาณาจักร

whose burp registered 109.9 dB, การใช้คำ

5:02

เสียงเรอของเขาวัดได้ 109.9 เดซิเบล

การใช้คำ

Registered 109.9 dB: register ที่ใช้กับค่าการวัด

registered ในที่นี้หมายถึง “ให้หรือแสดงค่าที่วัดได้” เสียงเรอถูกวัดได้ 109.9 เดซิเบล ไม่ได้หมายความว่ามีใครสมัครหรือเพิ่มเสียงเรอนั้นลงในรายชื่อ ในรายงานการวัด ทั้งเครื่องมือวัดและสิ่งที่ถูกวัดสามารถเป็นประธานของ register ได้ และค่าที่วัดได้สามารถตามหลังกริยาโดยตรง โครงสร้างนี้ใช้บ่อยกับระดับเสียง อุณหภูมิ ความเร็ว และผลการทดสอบ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The thermometer registered 39°C,” คำว่า registered หมายถึงอะไร?

  1. มันแสดงค่าที่วัดได้ 39°C
  2. มันถูกเพิ่มลงในรายชื่ออย่างเป็นทางการ
  3. มันสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
ดูคำตอบ

มันแสดงค่าที่วัดได้ 39°C

about as loud as a car horn. ไวยากรณ์

5:06

ดังพอ ๆ กับแตรรถยนต์

ไวยากรณ์

as loud as a car horn: การเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน

ใน as loud as a car horn โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as ใช้เปรียบเทียบว่าสองสิ่งมีระดับใกล้เคียงกัน loud คือคำคุณศัพท์ และ a car horn คือสิ่งคุ้นเคยที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ as ตัวแรกบอกระดับของ loud ส่วน as ตัวที่สองนำเข้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ about ทำให้ความเท่ากันนี้เป็นเพียงการประมาณ ไม่ได้หมายความว่าเท่ากันพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบ as ... as โดยใช้ loud: The blender is about ____ the vacuum cleaner.

ดูคำตอบ

as loud as

Oh, and also, many of these microorganisms that live inside your gut

5:12

อ้อ นอกจากนี้ จุลินทรีย์จำนวนมากที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคุณ

and digest food and make farts smell bad

5:16

และย่อยอาหารจนทำให้ตดมีกลิ่นเหม็น

also create gases that are flammable.

5:18

ยังสร้างก๊าซที่ติดไฟได้ด้วย

We've all seen this, and it is very, very true.

5:24

เราทุกคนเคยเห็นเรื่องนี้ และมันเป็นเรื่องจริงมาก ๆ

The MythBusters even did an episode where they proved that farts can be lit on fire, วลี

5:26

MythBusters ถึงกับทำตอนหนึ่งเพื่อพิสูจน์ว่าจุดไฟตดได้

วลี

lit on fire: รูปกรรมวาจกของ light on fire

ในที่นี้ light เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเริ่มไหม้” รูปกริยาช่องที่สามแบบสั้นที่ใช้กันทั่วไปคือ lit ดังนั้น be lit on fire จึงหมายถึง “ถูกทำให้เริ่มไหม้” หรือ “ถูกจุดไฟ” ประโยคนี้ใช้โครงสร้างกรรมวาจก can + be + กริยาช่องที่สาม คือ can be lit on fire โดยเน้นว่าสิ่งใดสามารถถูกจุดไฟได้ ไม่ได้เน้นว่าใครหรืออะไรเป็นผู้จุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปกรรมวาจกของ light on fire ได้ถูกต้อง?

  1. The paper can lit on fire by a spark.
  2. The paper can be light on fire by a spark.
  3. The paper can be lit on fire by a spark.
ดูคำตอบ

The paper can be lit on fire by a spark.

but the episode was deemed too gross and never aired. การใช้คำ

5:30

แต่ตอนนั้นถูกมองว่าน่าขยะแขยงเกินไป จึงไม่เคยออกอากาศ

การใช้คำ

was deemed too gross: การตัดสินแบบเป็นทางการในรูปกรรมวาจก

ในประโยคนี้ was deemed too gross หมายถึง “ถูกตัดสินว่าน่าขยะแขยงเกินกว่าจะยอมรับได้” deem เป็นคำกริยาค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “ตัดสินหรือพิจารณาว่า” โครงสร้างคือ deem + กรรม + ส่วนเติมเต็ม: Someone deemed the episode too gross. ประโยคนี้ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be deemed + ส่วนเติมเต็ม: the episode was deemed too gross. จุดเน้นจึงอยู่ที่คำตัดสินเกี่ยวกับตอนนั้น โดยไม่บอกว่าใครเป็นผู้ตัดสิน deemed แสดงการประเมิน ไม่ได้หมายถึง “ดูเหมือน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำจากโครงสร้างกรรมวาจกแบบเป็นทางการในบทเรียน: After the safety check, the ride ____ dangerous to open.

ดูคำตอบ

was deemed too

การใช้คำ

never aired: air ในฐานะคำกริยาเกี่ยวกับสื่อ

ในที่นี้ aired เป็นรูปอดีตของคำกริยา air ในบริบทสื่อ ซึ่งหมายถึง “ออกอากาศทางโทรทัศน์หรือวิทยุ” never aired หมายความว่าตอนนั้นไม่ได้ออกอากาศเลยแม้แต่ครั้งเดียว ภาษาอังกฤษพูดได้ทั้ง a program aired และ a program was aired แบบแรกนำเสนอว่ารายการได้ออกอากาศ ส่วนแบบที่สองนำเสนอว่ารายการเป็นสิ่งที่สถานีส่งออกอากาศ ในประโยคนี้ never aired ให้ผลสำคัญเหมือนกัน คือไม่มีการออกอากาศ air ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงก๊าซหรือ “อากาศ” รอบตัวเรา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเกี่ยวกับสื่อสองคำที่หมายถึง “ไม่ได้ออกอากาศเลย”: The radio interview was ready, but it ____.

ดูคำตอบ

never aired

Another thing you should know about farts is that when you hold them in, กริยาวลี

5:34

อีกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับตดก็คือ เมื่อคุณกลั้นตด

กริยาวลี

hold them in: กลั้นบางสิ่งไว้ไม่ให้ออกมา

ใน hold them in กริยาวลี hold in หมายถึงการห้ามไม่ให้บางสิ่งออกมาหรือห้ามไม่ให้อารมณ์ถูกแสดงออกมา ในที่นี้ them หมายถึง farts ดังนั้นผู้พูดจึงหมายถึงการไม่ปล่อยแก๊สออกมา hold in เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง hold กับ in โดยใช้ hold them in ไม่ใช่ hold in them รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับเสียงหัวเราะ น้ำตา หรือความรู้สึกได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ hold in และคำสรรพนาม it ตามลำดับที่ถูกต้อง: Nora wanted to laugh in the library, but she managed to ____.

ดูคำตอบ

hold it in

many of the gases inside them will get reabsorbed back into your bloodstream วลี

5:37

ก๊าซหลายชนิดในตดจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือด

วลี

get reabsorbed back into: กระบวนการกลับในรูปถูกกระทำที่ใช้ get

รูปแบบ get + คำกริยาช่องที่สามสร้างรูปถูกกระทำที่ใช้ get ใน get reabsorbed แก๊สเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ กล่าวคือถูกดูดซึมอีกครั้ง การใช้รูปนี้เน้นกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้เน้นสิ่งที่เป็นผู้ดูดซึม Back into บอกจุดหมายที่แก๊สกลับไป ซึ่งก็คือกระแสเลือด คำนำหน้า re- มีความหมายว่าอีกครั้งอยู่แล้ว ดังนั้น reabsorbed back จึงกล่าวซ้ำแนวคิดเรื่องการกลับเพื่อเน้นความหมาย รูปนี้พบบ่อยในการอธิบายกระบวนการแบบภาษาพูด

แบบฝึกหัด

ของเหลวไหลออกจากฟองน้ำแล้วกลับเข้าไปในฟองน้ำอีกครั้ง ประโยคใดอธิบายการกลับนี้ได้ดีที่สุดในการอธิบายแบบภาษาพูด

  1. Some of the liquid gets reabsorbed back into the sponge.
  2. Some of the liquid gets absorbed away from the sponge.
  3. Some of the liquid absorbs the sponge again.
ดูคำตอบ

Some of the liquid gets reabsorbed back into the sponge.

through the intestinal lumen.

5:41

ผ่านโพรงภายในลำไส้

Now, the smelly stinky stuff doesn't travel this way,

5:44

ส่วนสารเหม็น ๆ จะไม่เดินทางด้วยวิธีนี้

but the nutrient stuff like oxygen will.

5:46

แต่สารที่มีประโยชน์อย่างออกซิเจนจะเดินทางได้

And the bloodstream brings these gases back to the lungs

5:49

กระแสเลือดจะพาก๊าซเหล่านี้กลับไปที่ปอด

where you exhale them.

5:53

แล้วคุณก็หายใจมันออกมา

So, if you hold in your farts a lot,

5:54

ดังนั้น ถ้าคุณกลั้นตดบ่อย ๆ

you, in a way, will have literal fart breath. น้ำเสียง/เจตนา

5:56

ในแง่หนึ่ง ลมหายใจของคุณก็จะเป็นลมหายใจตดจริง ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

in a way: จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่มุมมองหนึ่ง

in a way เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง โดยจำกัดว่าคำพูดนั้นจริงจากมุมมองหรือในความหมายบางอย่างเท่านั้น ในประโยคนี้ คำเรียกแบบขำ ๆ ว่า fart breath ถือว่าถูกต้องในแง่ของกลไกที่อธิบายไว้ เพราะแก๊สจากลำไส้สามารถเข้าสู่เลือด ไปถึงปอด แล้วถูกหายใจออกมาได้ ไม่ได้หมายความว่าแก๊สเดินทางตรงจากลำไส้ไปยังปาก ผู้พูดใช้ in a way เพื่อบอกว่าบางสิ่งจริงเพียงบางส่วนหรือจริงภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง และหลีกเลี่ยงการพูดแบบเด็ดขาดเกินไป วลีนี้ตอบคำถามว่า “จริงเมื่อมองจากมุมไหน” ไม่ใช่ “เกิดขึ้นด้วยวิธีใด”

แบบฝึกหัด

in a way สื่อความหมายอะไรใน “In a way, the delay helped us”?

  1. ความล่าช้ามีประโยชน์จากมุมมองหนึ่ง
  2. ไม่มีใครรู้ว่าความล่าช้าเกิดขึ้นได้อย่างไร
  3. ความล่าช้ามีประโยชน์ในทุกแง่มุมที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ

ความล่าช้ามีประโยชน์จากมุมมองหนึ่ง

The Fitzroy River turtle does one better. สำนวน

6:01

เต่าแม่น้ำฟิตซ์รอยทำได้เหนือกว่านั้นอีก

สำนวน

does one better: ก้าวข้ามตัวอย่างก่อนหน้า

Does one better เป็นรูปบุรุษที่สามเอกพจน์ของสำนวน do one better ในที่นี้ one ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่ย้อนกลับไปอ้างถึงความสามารถหรือกรณีตัวอย่างที่เพิ่งกล่าวถึง เต่าตัวนี้ก้าวข้ามเกณฑ์นั้นด้วยความสามารถที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ในการเล่าเรื่อง วลีนี้เชื่อมข้อมูลสองส่วนเข้าด้วยกัน คือเริ่มจากตัวอย่างที่น่าสนใจ แล้วตามด้วยตัวอย่างที่เด่นยิ่งกว่า วลีนี้บอกถึงการยกระดับ ไม่ได้หมายเพียงว่ามีคนทำงานเดิมได้เก่งขึ้นเท่านั้น

แบบฝึกหัด

อเล็กซ์พูดว่า “I can finish the report by Friday.” คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อเสนอของคุณเหนือกว่าข้อเสนอของอเล็กซ์?

  1. I'll do one better: I'll finish it by Thursday.
  2. I'll do the same: I'll finish it by Friday.
  3. I'll do my best: I'll try to finish it by Friday.
ดูคำตอบ

I'll do one better: I'll finish it by Thursday.

It can do what I like to call a reverse fart. น้ำเสียง/เจตนา

6:03

มันทำสิ่งที่ผมชอบเรียกว่า “ตดย้อนกลับ” ได้

น้ำเสียง/เจตนา

what I like to call: เกริ่นชื่อที่ตั้งขึ้นเอง

what I like to call ใช้เกริ่นชื่อหรือคำเรียกที่ผู้พูดตั้งขึ้นเอง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่า a reverse fart เป็นชื่อขำ ๆ ที่ผู้พูดเลือกใช้ ไม่ใช่ศัพท์วิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what I like to call + นามวลี ซึ่งบอกว่าคำหลัง call เป็นชื่อส่วนตัวหรือชื่อสร้างสรรค์ที่ผู้พูดตั้งให้สิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนนี้ที่ใช้เกริ่นชื่อส่วนตัวแบบขี้เล่น: This is ____ my rainy-day rescue kit.

ดูคำตอบ

what I like to call

Because it spends so much time underwater,

6:06

เพราะมันใช้เวลาอยู่ใต้น้ำนานมาก

it's developed a way to breathe through its butt. วลี

6:08

มันจึงพัฒนาวิธีหายใจทางก้น

วลี

developed a way to: ค่อย ๆ สร้างวิธีขึ้นมาตามเวลา

developed a way to breathe หมายถึงสัตว์ชนิดนี้ค่อย ๆ มีวิธีหายใจขึ้นมา ในประโยคนี้ developed อธิบายการปรับตัวทางวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นตลอดหลายชั่วรุ่น ไม่ได้หมายความว่าเต่าตัวหนึ่งตั้งใจวางแผนหรือคิดค้นวิธีนี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ develop a way to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสร้าง พัฒนา หรือค่อย ๆ ทำให้เกิดวิธีสำหรับทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ ทีมค่อย ๆ สร้างวิธีรักษาเครื่องดื่มให้เย็น: The team ____ keep the drinks cold during long trips.

ดูคำตอบ

developed a way to

It actually can get up to 68% of the oxygen it needs

6:12

มันรับออกซิเจนที่ต้องการได้มากถึง 68%

by simply opening up that cavity

6:16

เพียงแค่เปิดโพรงนั้น

and getting oxygen from the water.

6:18

แล้วรับออกซิเจนจากน้ำ

Finally, I want to leave you with the art of the fart. ลำดับความ

6:21

สุดท้าย ผมขอทิ้งท้ายด้วยศิลปะแห่งการตด

ลำดับความ

leave you with: ใช้เกริ่นแนวคิดสุดท้าย

ในการเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงสรุปนี้ leave you with หมายถึง “นำเสนอสิ่งสุดท้ายให้ผู้ฟังนำไปคิดหรือจดจำ” ผู้พูดกำลังส่งสัญญาณว่าหัวข้อถัดไปคือ the art of the fart จะเป็นประเด็นสุดท้าย ไม่ได้หมายถึงการเดินจากไปและทิ้งสิ่งของไว้จริง ๆ โครงสร้างคือ leave + ผู้ฟัง + with + ความคิด คำถาม หรือภาพสุดท้าย โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบคำพูดโดยพาเข้าสู่ประเด็นสุดท้ายและเน้นประเด็นนั้นเป็นพิเศษเพื่อปิดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปิดท้ายของผู้นำเสนอด้วยสำนวนสามคำที่ใช้เสนอแนวคิดสุดท้าย: “Before we finish, I want to ____ one question to think about.”

ดูคำตอบ

leave you with

The way your farts sound is determined วลี

6:25

เสียงตดของคุณเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับ

by their speed and the shape of their exit.

6:27

ความเร็วของตดและรูปร่างของทางออก

วลี

is determined by: ระบุปัจจัยกำหนด

Is determined by เป็นโครงสร้างประธานถูกกระทำที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล ประธานระบุผลลัพธ์หรือลักษณะที่กำลังอธิบาย ส่วนคำนามวลีหลัง by ระบุปัจจัยที่กำหนดผลนั้น ในประโยคนี้ เสียงคือผลลัพธ์ ส่วนความเร็วและรูปร่างคือปัจจัยกำหนด Determined เป็นรูป past participle ของ determine ในกริยารูปประธานถูกกระทำ is determined ไม่ได้ใช้บรรยายว่าบุคคลมีความมุ่งมั่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์ + be determined by + ปัจจัย

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ด้วยสำนวนประธานถูกกระทำที่หมายถึง “ถูกกำหนดโดย”: “The color of the indicator ____ the acidity of the solution.”

ดูคำตอบ

is determined by

But a select few can not only make themselves create flatus on command, โน้ต

6:29

แต่มีคนเพียงไม่กี่คนที่ไม่เพียงสั่งให้ตัวเองผายลมได้

วลี

on command: ลงมือทำเมื่อได้รับคำสั่ง

On command หมายถึง “เมื่อได้รับสัญญาณหรือคำสั่ง” ในประโยคนี้ การกระทำเกิดขึ้นโดยตั้งใจและทำได้เมื่อมีผู้ขอ ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ วลีนี้ใช้บรรยายพฤติกรรมที่ฝึกมาแล้ว ทักษะการแสดงที่ซ้อมมาแล้ว หรือการตอบสนองที่เริ่มจากคำสั่งได้ command ในที่นี้หมายถึงสัญญาณที่เริ่มการกระทำ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคำสั่งคอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการกระทำที่ฝึกมาแล้วเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการให้สัญญาณ

  1. The dog sits on command.
  2. The trainer has several dogs at her command.
  3. Dog-training videos are available on demand.
ดูคำตอบ

The dog sits on command.

but can also modulate the pitch and tone of their farts. วลี

6:34

แต่ยังปรับระดับสูงต่ำและโทนเสียงของตดได้ด้วย

ไวยากรณ์

ใช้ not only ... but can also เพื่อเพิ่มความสามารถที่ขนานกัน

โครงสร้างคู่ not only ... but also เชื่อมข้อเท็จจริงสองข้อและเน้นข้อที่สองเพิ่มขึ้น ในประโยคนี้ทั้งสองข้อเป็นความสามารถ คือ คนส่วนน้อยสามารถตั้งใจผายลมได้ และยังควบคุมระดับเสียงกับโทนเสียงได้ด้วย มี can ใช้กับวลีกริยาทั้งสองส่วน: can not only make ... but can also modulate ... จึงทำให้ make กับ modulate มีโครงสร้างขนานกัน ในรูปแบบนี้ but ใช้เพิ่มประเด็นที่สองให้เด่นขึ้น ไม่ได้ลบล้างหรือขัดแย้งกับประเด็นแรก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง not only ... but also ให้สมบูรณ์ โดยใช้ can ซ้ำหน้ากริยาตัวที่สอง: Maya can ____ draw animals ____ paint landscapes.

ดูคำตอบ

not only · but can also

วลี

Modulate the pitch and tone: ปรับระดับเสียงสูงต่ำและลักษณะของเสียงอย่างควบคุมได้

ในประโยคนี้ modulate หมายถึงปรับเสียงอย่างควบคุมได้ ผู้แสดงสามารถตั้งใจเปลี่ยนคุณลักษณะของเสียงสองอย่าง แทนที่จะทำเสียงได้เพียงรูปแบบเดียว Pitch คือเสียงสูงหรือต่ำเพียงใด ส่วน tone ในที่นี้หมายถึงคุณภาพหรือลักษณะของเสียง ไม่ใช่ท่าทีของคน โครงสร้าง modulate the pitch and tone of ... ใช้อธิบายการปรับเสียงพูด เครื่องดนตรี หรือสัญญาณเสียงอย่างควบคุมได้

แบบฝึกหัด

คำใดเติมในประโยคได้ดีที่สุดในความหมายว่า “ปรับอย่างควบคุมได้”? A sound engineer can ___ the pitch and tone of a recorded voice.

  1. modulate
  2. label
  3. discover
ดูคำตอบ

modulate

These people are known as flatulists. วลี

6:38

คนเหล่านี้เรียกว่า flatulists

วลี

Are known as: ใช้บอกชื่อหรือสถานะ

are known as เป็นรูปถูกกระทำในปัจจุบันของ know as ใช้บอกชื่อ ตำแหน่ง ประเภท หรือสถานะที่คนอื่นใช้เรียกบุคคลหรือสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ flatulists คือชื่อเรียกของผู้แสดงเหล่านี้ โครงสร้างคือ be known as + ชื่อหรือกลุ่มคำนาม โดยเปลี่ยน be ให้ตรงกับประธานและเวลา เช่น is known as, are known as หรือ was known as

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “เป็นที่รู้จักด้วยชื่อนี้”: The rescue dog is ____ Rocket.

ดูคำตอบ

known as

And one of the most famous right now is Mr. Methane.

6:40

และคนที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งตอนนี้คือ Mr. Methane

Amazing, right?

6:57

น่าทึ่งใช่ไหม

Well, now that we've talked about farts, ลำดับความ

6:59

เอาละ ตอนนี้เราคุยเรื่องตดกันแล้ว

let's move on to outer space on youtube.com/spacelab.

7:00

ไปต่อกันที่เรื่องอวกาศบน youtube.com/spacelab

ลำดับความ

การเปลี่ยนหัวข้อด้วย now that ... let's move on to

ในที่นี้ now that นำเสนอว่าการคุยเรื่องการผายลมเป็นช่วงที่จบแล้ว และใช้เป็นพื้นหลังสำหรับขั้นต่อไป ไม่ได้หมายถึงแค่ “ณ ตอนนี้” แต่หมายถึง “เพราะตอนนี้สิ่งนี้เป็นจริงหรือเสร็จสิ้นแล้ว” let's move on to ปิดช่วงนั้นอย่างชัดเจนและนำความสนใจของผู้ฟังไปยังหัวข้อใหม่ คือเรื่องอวกาศ ทั้งสองส่วนร่วมกันสร้างสะพานเชื่อมที่ชัดเจน: หัวข้อที่จบแล้ว → การประกาศหัวข้อถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนเรื่องด้วยสองวลีเป้าหมาย: “____ we've covered the safety rules, ____ the first activity.”

ดูคำตอบ

Now that · let's move on to

Go over there now,

7:04

เข้าไปที่นั่นตอนนี้

and you can ask me any question about outer space that you want.

7:05

แล้วคุณจะถามผมเรื่องอวกาศอะไรก็ได้ตามต้องการ

And every week I will answer three of them.

7:09

ทุกสัปดาห์ผมจะตอบสามคำถามจากทั้งหมดนั้น

So, what are you waiting for? น้ำเสียง/เจตนา

7:11

แล้วจะรออะไรอยู่

น้ำเสียง/เจตนา

What are you waiting for? ในฐานะคำกระตุ้นให้ลงมือทำ

ในบริบทนี้ What are you waiting for? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ต้องการถามจริง ๆ ว่ากำลังรออะไรอยู่ แต่ตั้งใจสื่อว่า “ลงมือเลย” หรือ “เอาเลย” คำถามนี้สร้างความเร่งด่วนด้วยการบอกเป็นนัยว่าไม่มีเหตุผลที่ดีให้ชักช้า บริบทและน้ำเสียงจะกำหนดว่าฟังเหมือนการให้กำลังใจแบบขี้เล่น ความตื่นเต้น ความใจร้อน หรือการกดดัน

แบบฝึกหัด

หลังจากชวนเพื่อนมาเล่นเกม Mia พูดว่า 'What are you waiting for?' เธอน่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด?

  1. อธิบายว่าเหตุใดเกมจึงล่าช้า
  2. ถามว่าเพื่อนกำลังจะได้รับสิ่งของอะไร
  3. กระตุ้นให้เพื่อนลงมือทันที
ดูคำตอบ

กระตุ้นให้เพื่อนลงมือทันที

Go check that out. กริยาวลี

7:12

ไปดูกันเลย

กริยาวลี

Check that out: คำชวนแบบไม่เป็นทางการให้ลองไปดู

ในประโยคนี้ check that out หมายถึง “ไปดูสิ่งนั้น” หรือ “ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้น” คำว่า that ย้อนถึงช่องเกี่ยวกับอวกาศและกิจกรรมถามคำถามที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ผู้พูดจึงกำลังชวนผู้ฟังให้ไปดูหรือสำรวจเนื้อหาที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ check ... out เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แนะนำสิ่งที่น่าสนใจ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it หรือคำสรรพนามชี้เฉพาะอย่าง this หรือ that โดยปกติจะวางไว้ระหว่าง check กับ out เช่น check it out, check this out, check that out ส่วนในประโยคนี้ไม่ได้ใช้ check out ในความหมายว่า “ออกจากโรงแรม”

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วย check ... out: ครูชี้ไปที่หนังสือเล่มใหม่แล้วพูดว่า “Go ____.”

ดูคำตอบ

check that out

And as always, thanks for watching.

7:12

และเช่นเคย ขอบคุณที่รับชม