กลุ่มต่อต้านฮิตเลอร์ลับๆ ของนักศึกษา - ไอซอลต์ กิลเลสปี (Iseult Gillespie): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
781 คำ 156 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าเส้นทางของฮันส์และโซฟี โชล จากวัยรุ่นที่อยู่ภายใต้การปลูกฝังของนาซี สู่การเข้าร่วมกลุ่มกุหลาบขาว ลอบแจกใบปลิวต่อต้านนาซี และเผชิญการประหารโดยยังหวังว่าการต่อต้านของตนจะปลุกผู้คนให้ตื่นขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. raining tens of thousands of leaflets on people below. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ผู้เรียนจะเข้าใจว่า rain ใช้เชิงอุปมาเพื่อบรรยายสิ่งของจำนวนมหาศาลที่โปรยลงมาราวกับฝนได้ จึงมองเห็นภาพเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโปรยใบปลิวปกคลุมชุมชนเยอรมันอย่างชัดเจน โดยไม่ตีความว่าเป็นสภาพอากาศตามตัวอักษร 2. but it was not until she discovered evidence in Hans's room that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ผู้เรียนจะสังเกตโครงสร้าง it was not until ... that ... ซึ่งเน้นว่าการตระหนักรู้เกิดขึ้นภายหลัง และนำไปใช้เมื่อการค้นพบ การตัดสินใจ หรือความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผ่านเหตุการณ์หนึ่งแล้ว 3. are awakened and stirred to action?" — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ผู้เรียนจะเข้าใจ stir someone to action ว่าเป็นภาษาสำหรับการปลุกระดมทางศีลธรรมหรือการเมือง และใช้รูปถูกกระทำ awakened and stirred to action เพื่ออธิบายว่าสารหนึ่งทำให้ผู้คนรับรู้ปัญหาและลงมือโต้ตอบอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In 1943, Allied aircraft swooped over Nazi Germany,

0:06

ในปี 1943 เครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรบินโฉบเหนือนาซีเยอรมนี

raining tens of thousands of leaflets on people below. สำนวน

0:10

โปรยแผ่นปลิวหลายหมื่นใบลงมายังผู้คนเบื้องล่าง

สำนวน

raining tens of thousands of leaflets on people below ในฐานะคำเปรียบเทียบกับสายฝน

ในที่นี้ rain ใช้เป็นคำกริยาที่มีกรรมในเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้เห็นภาพใบปลิวหลายหมื่นแผ่นตกลงมาจากด้านบนเหมือนเม็ดฝน และเน้นปริมาณ ทิศทางลง และการกระจายเป็นบริเวณกว้าง ไม่ได้หมายถึงสภาพอากาศ รูปแบบ rain + สิ่งของ + on + เป้าหมาย ใช้บรรยายสิ่งของหรือการโจมตีจำนวนมากที่ตกลงมาจากด้านบนใส่คนหรือสถานที่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ raining tens of thousands of leaflets on people below หมายความว่าอย่างไร?

  1. ใบปลิวกำลังเตือนผู้คนว่าฝนกำลังจะตก
  2. เครื่องบินกำลังทิ้งใบปลิวจำนวนมหาศาลลงสู่ผู้คนเบื้องล่าง
  3. เครื่องบินกำลังบินฝ่าฝนตกหนักเหนือผู้คน
ดูคำตอบ

เครื่องบินกำลังทิ้งใบปลิวจำนวนมหาศาลลงสู่ผู้คนเบื้องล่าง

Written by anonymous Germans, the leaflets urged readers to renounce Hitler, โน้ต

0:14

แผ่นปลิวซึ่งเขียนโดยชาวเยอรมันนิรนาม กระตุ้นให้ผู้อ่านละทิ้งฮิตเลอร์

ไวยากรณ์

Written by anonymous Germans ในฐานะอนุประโยค passive แบบลดรูป

Written by anonymous Germans เป็นอนุประโยค past participle ที่ขยาย the leaflets มีความหมายเป็น passive และสามารถขยายเป็น which were written by anonymous Germans ได้ Written ไม่ใช่คำกริยาหลัก อนุประโยคหลักคือ the leaflets urged readers... โดยมี urged เป็นคำกริยา การวางอนุประโยคแบบลดรูปไว้ข้างหน้าช่วยบอกที่มาของใบปลิวเป็นข้อมูลพื้นหลังอย่างกระชับก่อนเข้าสู่ใจความหลัก

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยค passive แบบลดรูปด้วยรูปที่ถูกต้องของ design: ____ by local engineers, the bridge can withstand strong winds.

ดูคำตอบ

Designed

to fight furiously for the future, and to never give up hope. วลี

0:18

เพื่อต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่ออนาคต และไม่ยอมสิ้นหวัง

วลี

urged readers to renounce: โครงสร้าง urge + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Urge someone to do something หมายถึงการกระตุ้นหรือกดดันอย่างหนักแน่นให้ใครสักคนลงมือทำ ในประโยคนี้ ใบปลิวเรียกร้องให้ผู้อ่าน renounce Hitler ซึ่งหมายถึงปฏิเสธฮิตเลอร์และเลิกสนับสนุนเขา โครงสร้างคือ urge + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า readers ระบุคนที่ถูกกระตุ้น และ to renounce ระบุการกระทำที่ต้องการให้ทำ

แบบฝึกหัด

ใช้ urge ในรูปอดีตเพื่อสื่อว่าเจ้าหน้าที่กระตุ้นให้ผู้ตั้งแคมป์ออกไปอย่างหนักแน่น: Because of the wildfire, officials ____ immediately.

ดูคำตอบ

urged the campers to leave

วลี

to never give up hope: วลีตายตัว give up hope

Give up hope หมายถึงการเลิกเชื่อว่ายังมีโอกาสเกิดผลลัพธ์ที่ดี ใน to never give up hope คำว่า never ปฏิเสธความหมายของทั้งวลี ดังนั้นข้อความนี้จึงสื่อให้ยังคงเชื่อต่อไปแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ยากมาก ในสำนวนนี้ give up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงเลิกยึดมั่นหรือเลิกพยายามไล่ตามบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงการมอบความหวังให้คนอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัว give up hope: Even after weeks of setbacks, the team refused to ____.

ดูคำตอบ

give up hope

Their call to action rippled through homes and businesses, โน้ต

0:22

เสียงเรียกร้องให้ลุกขึ้นสู้ของพวกเขาส่งผลกระทบไปทั่วทั้งบ้านเรือนและธุรกิจ

วลี

call to action: ข้อความที่กระตุ้นให้ลงมือทำ

call to action คือข้อความหรือคำประกาศที่กระตุ้นให้ผู้รับสารทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเจาะจง คำว่า call ในที่นี้หมายถึง “การเรียกร้อง” ไม่ใช่การโทรศัพท์ ในประโยคนี้ วลีคำนามดังกล่าวใช้เรียกข้อความที่กำลังแพร่กระจาย แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือจุดประสงค์ของข้อความ กล่าวคือ ข้อมูลจะเป็น call to action เมื่อมุ่งให้คนเปลี่ยนจากการฟังหรืออ่านไปสู่การลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงข้อความซึ่งกระตุ้นให้ผู้รับสารลงมือทำลงในประโยค: The final paragraph includes a clear ____: contact your representative today.

ดูคำตอบ

call to action

สำนวน

rippled through: แผ่กระจายออกไปเหมือนระลอกคลื่น

rippled through ใช้ภาพระลอกคลื่นที่แผ่ไปบนผิวน้ำเป็นอุปมา ในที่นี้หมายความว่าคำเรียกร้องให้ลงมือทำแพร่ไปตามบ้านเรือนและธุรกิจ โดยส่งผลต่อส่วนต่าง ๆ ต่อเนื่องกัน ไม่ได้หมายถึงว่ามีน้ำจริง ๆ โครงสร้าง something ripples through a place, group, or system นำเสนอข่าวสาร อารมณ์ การตัดสินใจ หรือผลที่ตามมาว่าแผ่กระจายออกไป และมักก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องเป็นลูกโซ่

แบบฝึกหัด

เติมวลีเชิงอุปมาที่หมายถึง “แผ่กระจายออกไปเหมือนระลอกคลื่น” ลงในประโยค: News that the local hospital would close ____ the town.

ดูคำตอบ

rippled through

and news of their message even reached concentration camps and prisons.

0:25

และข่าวสารเกี่ยวกับข้อความของพวกเขายังไปถึงค่ายกักกันและคุกอีกด้วย

It was only after the war had ended ไวยากรณ์

0:29

จนกระทั่งสงครามสิ้นสุดลง

that the authors' identities, stories,

0:31

ตัวตน เรื่องราว

and tragic fate would come to light. สำนวน

0:34

และชะตากรรมอันน่าเศร้าของผู้เขียนจึงจะถูกเปิดเผย

ไวยากรณ์

It was only after ... that ... เพื่อเน้นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากนั้นเท่านั้น

It was only after ... that ... เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ซึ่งทำให้วลีบอกเวลา only after the war had ended เป็นจุดสำคัญ ประโยคนี้หมายความว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้ถูกเปิดเผยก่อนหน้านั้น แต่เพิ่งเปิดเผยหลังสงครามสิ้นสุดลง ในที่นี้ It was ... that คือกรอบที่ใช้เน้นความหมาย That ไม่ได้หมายถึง “สิ่งนั้น” แต่ใช้เชื่อมเข้าสู่ใจความที่เหลือ คือ the authors' identities, stories, and tragic fate would come to light หากไม่เน้นมากนัก สามารถเรียงเป็น The authors' identities, stories, and tragic fate would come to light only after the war had ended.

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย It was only after ... that ... ให้สมบูรณ์: ____ the audit had finished ____ the team understood the error.

ดูคำตอบ

It was only after · that

สำนวน

would come to light: ข้อมูลที่ซ่อนอยู่กลายเป็นที่รู้จัก

Come to light หมายถึงข้อมูลที่เคยถูกซ่อน ไม่เป็นที่รู้จัก หรือไม่มีใครสังเกต กลายเป็นที่รู้จักหรือถูกค้นพบ ในประโยคนี้ ตัวตน เรื่องราว และชะตากรรมอันน่าเศร้าของผู้เขียนคือข้อมูลที่ผู้คนจะได้รู้ในภายหลัง ไม่ได้มีสิ่งใดเคลื่อนเข้าไปในแสงจริง ๆ Would แสดงว่าการค้นพบนี้เกิดขึ้นภายหลังเมื่อมองจากจุดหนึ่งในเรื่องเล่าอดีต: after the war, the information would come to light รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ information/facts/evidence + come to light

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าหลักฐานที่เคยถูกซ่อนนั้นเองกลายเป็นที่รู้จัก โดยไม่ระบุว่าอะไรเป็นผู้เปิดเผยหลักฐานนั้น

  1. The review shed light on the new evidence.
  2. The review brought new evidence to light.
  3. New evidence came to light during the review.
ดูคำตอบ

New evidence came to light during the review.

When Hitler seized power 10 years earlier, วลี

0:38

เมื่อฮิตเลอร์ยึดอำนาจเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านั้น

วลี

seize power: เข้าควบคุมทางการเมืองด้วยกำลัง

ใน seize power คำว่า seize หมายถึงการเข้าควบคุมทางการเมืองอย่างฉับพลันหรือด้วยกำลัง ส่วน power ในที่นี้หมายถึงอำนาจในการปกครอง ไม่ใช่กำลังกายหรือไฟฟ้า วลีนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นการยึดอำนาจอย่างรุนแรง ไม่ใช่การถ่ายโอนอำนาจตามปกติ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นลักษณะบีบบังคับของการที่ฮิตเลอร์ขึ้นมาควบคุมเยอรมนี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึงการเข้าควบคุมทางการเมืองด้วยกำลัง: During the coup, the generals ____.

ดูคำตอบ

seized power

Hans and Sophie Scholl were teenagers in the town of Forchtenberg.

0:40

ฮันส์และโซฟี โชลล์เป็นวัยรุ่นในเมืองฟอร์ชเทนแบร์ก

At that time,

0:44

ในเวลานั้น

fear, propaganda, and surveillance

0:45

ความกลัว โฆษณาชวนเชื่อ และการถูกสอดแนม

kept all aspects of life for the Scholl family ไวยากรณ์

0:47

ทำให้ทุกแง่มุมของชีวิตครอบครัวโชลล์

and millions of other Germans under Nazi control.

0:50

รวมถึงชาวเยอรมันอีกหลายล้านคนตกอยู่ใต้การควบคุมของนาซี

ไวยากรณ์

kept ... under Nazi control: keep + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่บอกสภาพ

ในที่นี้ kept ใช้โครงสร้าง keep + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่บอกสภาพ กรรมทั้งหมดคือ all aspects of life for the Scholl family and millions of other Germans ส่วน under Nazi control คือส่วนเติมเต็ม ในโครงสร้างนี้ keep หมายถึงทำให้คงอยู่ในสภาพหนึ่ง ไม่ใช่เพียงมีไว้ในครอบครอง แม้กรรมจะยาว แต่ทั้งหมดเป็นหน่วยเดียวกัน เมื่อต้องอ่านประโยคแบบนี้ ให้หากรรมทั้งหมดหลัง keep ก่อน แล้วจึงมองต่อไปหลังกรรมเพื่อหาวลีที่บอกสภาพซึ่งดำเนินต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ keep + กรรม + under control ในรูปอดีต: A calm leader ____ the situation ____ during the emergency.

ดูคำตอบ

kept · under control

The government specifically targeted young people,

0:53

รัฐบาลตั้งเป้าไปที่เยาวชนโดยเฉพาะ

setting up institutions to regulate their behavior and police their thoughts. โน้ต

0:56

ด้วยการจัดตั้งสถาบันขึ้นเพื่อควบคุมพฤติกรรมและคอยจับตาดูความคิดของพวกเขา

กริยาวลี

setting up institutions: set up ในความหมายว่า “ก่อตั้ง”

ในที่นี้ set up หมายถึง “ก่อตั้งหรือสร้างบางสิ่งเพื่อให้เริ่มดำเนินงานได้” เนื่องจากกรรมคือ institutions วลีนี้จึงหมายถึงการสร้างองค์กร ไม่ใช่การนำสิ่งของไปวางไว้ในตำแหน่งที่สูงขึ้น Setting up institutions เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ซึ่งเสริมว่ารัฐบาลทำอะไรในการมุ่งเป้าไปที่คนหนุ่มสาว นั่นคือสร้างสถาบันเพื่อควบคุมและตรวจตราพวกเขา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ก่อตั้ง”: The town plans to ____ an independent youth council next year.

ดูคำตอบ

set up

การใช้คำ

police their thoughts: police ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในประโยคนี้ police เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เฝ้าตรวจและควบคุมด้วยการบังคับใช้กฎ” Police their thoughts หมายถึงการพยายามควบคุมว่าผู้คนได้รับอนุญาตให้คิดอะไร ไม่ได้ใช้ police เป็นคำนามที่หมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ การใช้ police กับกรรมที่เป็นนามธรรมอย่าง thoughts เป็นการขยายแนวคิดเรื่องการบังคับใช้ระเบียบเข้าไปถึงโลกภายในของบุคคล จึงเป็นถ้อยคำเชิงวิจารณ์อย่างชัดเจนและสื่อถึงการควบคุมที่ล่วงล้ำและกดขี่

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ คำกริยา police ใน police their thoughts หมายถึงอะไร

  1. เฝ้าตรวจและควบคุมว่าผู้คนได้รับอนุญาตให้คิดอะไร
  2. นำความคิดของผู้คนไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  3. ปกป้องความคิดของผู้คนจากอันตรายทางกายภาพ
ดูคำตอบ

เฝ้าตรวจและควบคุมว่าผู้คนได้รับอนุญาตให้คิดอะไร

As teenagers,

1:00

ในช่วงวัยรุ่น

Hans was a member of the Hitler Youth, วัฒนธรรม

1:01

ฮันส์เป็นสมาชิกของยุวชนฮิตเลอร์

and Sophie joined the League of German Girls. วัฒนธรรม

1:03

และโซฟีเข้าร่วมกับสันนิบาตสาวเยอรมัน

วัฒนธรรม

Hitler Youth: องค์กรเยาวชนนาซี

Hitler Youth เป็นชื่อภาษาอังกฤษมาตรฐานขององค์กรเยาวชนที่อยู่ภายใต้ระบอบนาซี โดยมุ่งที่เด็กผู้ชายเป็นหลัก ในวลี a member of the Hitler Youth คำที่ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นี้เป็นชื่อสถาบันเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงเยาวชนทั่วไป การรู้ว่าเป็นชื่อเฉพาะช่วยให้เข้าใจว่าประสบการณ์วัยรุ่นของฮันส์เกี่ยวข้องกับการเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการขององค์กรที่ระบอบปกครองควบคุม ไม่ใช่เพียงชมรมเยาวชนทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ Hitler Youth หมายถึงอะไร

  1. คนหนุ่มสาวที่บังเอิญสนับสนุนฮิตเลอร์
  2. ชมรมเยาวชนทั่วไปในโรงเรียน
  3. องค์กรเยาวชนนาซีที่มุ่งรับเด็กผู้ชายเป็นหลัก
ดูคำตอบ

องค์กรเยาวชนนาซีที่มุ่งรับเด็กผู้ชายเป็นหลัก

วัฒนธรรม

League of German Girls: องค์กรเยาวชนนาซีสำหรับเด็กผู้หญิง

League of German Girls เป็นชื่อภาษาอังกฤษมาตรฐานขององค์กรเยาวชนนาซีสำหรับเด็กผู้หญิง ใน Sophie joined the League of German Girls วลีที่ขึ้นต้นแต่ละคำสำคัญด้วยตัวพิมพ์ใหญ่นี้เป็นชื่อของสถาบันเฉพาะ ไม่ใช่คำบรรยายกว้าง ๆ ถึงเด็กหญิงชาวเยอรมัน การวางชื่อนี้คู่กับ Hitler Youth แสดงว่าประสบการณ์วัยรุ่นของโซฟีก็เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเยาวชนที่ระบอบปกครองควบคุมเช่นกัน องค์กรนี้ไม่ใช่ชมรมเด็กผู้หญิงทั่วไป

แบบฝึกหัด

League of German Girls หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. วลีทั่วไปที่หมายถึงเด็กผู้หญิงทุกคนในเยอรมนี
  2. องค์กรเยาวชนนาซีสำหรับเด็กผู้หญิง
  3. ชมรมไม่เป็นทางการที่ก่อตั้งโดยนักเรียนหญิงชาวเยอรมัน
ดูคำตอบ

องค์กรเยาวชนนาซีสำหรับเด็กผู้หญิง

Hans rose through the ranks สำนวน

1:07

ฮันส์ได้เลื่อนยศสูงขึ้น

and oversaw the training and indoctrination of other young people. การใช้คำ

1:08

และดูแลการฝึกอบรมตลอดจนการปลูกฝังอุดมการณ์ให้เยาวชนคนอื่นๆ

สำนวน

rose through the ranks: เลื่อนตำแหน่งขึ้นตามลำดับชั้นในองค์กร

Rose through the ranks เป็นรูปอดีตของ rise through the ranks หมายถึงการค่อย ๆ เลื่อนจากตำแหน่งระดับล่างไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นภายในองค์กรที่มีโครงสร้างชัดเจน ในที่นี้ ranks หมายถึงระดับหรือตำแหน่งในลำดับชั้น ไม่ใช่แถวของผู้คน สำนวนนี้เน้นเส้นทางการเลื่อนขึ้นทีละขั้น ไม่ใช่การได้รับแต่งตั้งเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการค่อย ๆ เลื่อนตำแหน่งในองค์กร: Starting as a junior analyst, Elena ____ and eventually became a vice president.

ดูคำตอบ

rose through the ranks

การใช้คำ

training and indoctrination: การพัฒนาทักษะกับการควบคุมทางอุดมการณ์

ใน training and indoctrination คำนามสองคำนี้กล่าวถึงอิทธิพลต่อเยาวชนคนละแบบ training พัฒนาทักษะหรือพฤติกรรม ส่วน indoctrination ผลักดันให้ยอมรับชุดความเชื่อหรืออุดมการณ์โดยไม่คิดวิจารณ์ การวางสองคำนี้คู่กันแสดงว่ากิจกรรมนั้นมีทั้งการเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติและการหล่อหลอมวิธีคิด ต่างจาก training เพราะ indoctrination มักมีนัยตัดสินในทางลบ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า indoctrination มากกว่า training ทั่วไป

  1. องค์กรหนึ่งเรียกร้องให้สมาชิกใหม่ยอมรับอุดมการณ์ของตนโดยไม่ตั้งคำถาม
  2. โค้ชสอนนักกีฬาให้ใช้อุปกรณ์ใหม่อย่างปลอดภัย
  3. ช่างเทคนิคสาธิตวิธีใช้ซอฟต์แวร์ใหม่ให้พนักงานดู
ดูคำตอบ

องค์กรหนึ่งเรียกร้องให้สมาชิกใหม่ยอมรับอุดมการณ์ของตนโดยไม่ตั้งคำถาม

In 1936,

1:12

ในปี 1936

he was chosen to carry the flag at a national rally.

1:13

เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้ถือธงในการชุมนุมระดับชาติ

But when he witnessed the zeal of Nazi rhetoric,

1:17

แต่เมื่อเขาได้เห็นความคลั่งไคล้ในวาทกรรมของนาซี

he began to question it for the first time. การใช้คำ

1:19

เขาก็เริ่มตั้งคำถามกับมันเป็นครั้งแรก

การใช้คำ

question it: ใช้ question ในความหมายว่าสงสัยหรือตั้งข้อกังขา

ใน question it คำว่า question เป็นคำกริยา หมายถึงสงสัยหรือตั้งข้อกังขาว่าสิ่งหนึ่งจริง สมเหตุสมผล หรือถูกต้องหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงถามคำถามกับสิ่งนั้น โดย it ในที่นี้หมายถึงวาทกรรมของนาซีที่กล่าวถึงก่อนหน้า โครงสร้าง question + คำนามหรือคำสรรพนาม มักแสดงการเปลี่ยนจากการยอมรับแนวคิดไปสู่การพิจารณาอย่างมีวิจารณญาณ

แบบฝึกหัด

ใน He began to question it คำว่า question หมายความว่าอะไร

  1. ขอให้มันให้ข้อมูล
  2. สงสัยหรือตั้งข้อกังขากับมัน
  3. พูดมันซ้ำเป็นคำถาม
ดูคำตอบ

สงสัยหรือตั้งข้อกังขากับมัน

Meanwhile,

1:22

ในขณะเดียวกัน

Sophie was also starting to doubt the information she was being fed. สำนวน

1:23

โซฟีก็เริ่มสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลที่เธอได้รับมาเช่นกัน

สำนวน

information she was being fed: อุปมาเกี่ยวกับการรับข้อมูลอย่างเป็นฝ่ายถูกกระทำ

ใน information she was being fed คำว่า fed ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยเปรียบการรับข้อมูลกับการได้รับอาหาร คนอื่นเป็นฝ่ายส่งข้อมูลให้ ส่วนเธออยู่ในบทบาทของผู้รับอย่างเป็นฝ่ายถูกกระทำ อนุประโยคสัมพันธ์ she was being fed ขยาย information ส่วน was being fed เป็นรูปอดีตกาลต่อเนื่องแบบถูกกระทำ จึงแสดงว่าการส่งข้อมูลกำลังดำเนินอยู่ในเวลานั้น ในบริบทของการโฆษณาชวนเชื่อหรือข้อมูลเท็จ อุปมานี้ยังอาจสื่อว่าแหล่งข้อมูลเป็นฝ่ายคัดเลือกหรือควบคุมสิ่งที่เธอได้รับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอุปมาที่เปรียบข้อมูลเป็นอาหาร: The investigators discovered that they had been ____ false data.

ดูคำตอบ

fed

Their parents, Robert and Magdalena,

1:27

โรเบิร์ตและมักดาเลนา พ่อแม่ของพวกเขา

who had feared they were losing their children to Nazi ideology, สำนวน

1:29

ผู้ซึ่งกลัวว่าจะต้องเสียลูกๆ ให้กับอุดมการณ์นาซี

encouraged these misgivings. การใช้คำ

1:32

ได้สนับสนุนให้ลูกๆ เกิดความกังขาเหล่านี้

สำนวน

losing their children to Nazi ideology: สูญเสียใครบางคนให้กับอิทธิพลที่รุนแรง

ในประโยคนี้ losing their children to Nazi ideology หมายถึงพ่อแม่กลัวว่าความเชื่อนาซีกำลังดึงลูก ๆ ออกจากค่านิยมและอิทธิพลของครอบครัว ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ หายตัวไปจริง ๆ โครงสร้าง lose + someone + to + แรงหรือสาเหตุ แสดงให้เห็นว่าแรงนั้นเป็นสิ่งที่พรากบุคคลไป ในที่นี้เป็นการสูญเสียด้านความสัมพันธ์หรือความคิด ส่วนในบริบทอื่นโครงสร้างเดียวกันอาจหมายถึงการเสียชีวิตได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ losing their children to Nazi ideology หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขากลัวว่าความเชื่อนาซีจะดึงลูก ๆ ออกจากค่านิยมเดิม
  2. พวกเขาต้องการให้ลูก ๆ ศึกษาอุดมการณ์นาซีอย่างลึกซึ้งขึ้น
  3. พวกเขากลัวว่าลูก ๆ จะหลงทางจริง ๆ ในการชุมนุมทางการเมือง
ดูคำตอบ

พวกเขากลัวว่าความเชื่อนาซีจะดึงลูก ๆ ออกจากค่านิยมเดิม

การใช้คำ

encouraged these misgivings: สนับสนุนความสงสัยที่ปนด้วยความกังวล

Misgivings หมายถึงความสงสัยหรือความกังวลใจที่ทำให้รู้สึกว่าบางสิ่งอาจไม่ถูกต้อง ในที่นี้ these หมายถึงความสงสัยของลูก ๆ ที่มีต่อแนวคิดนาซี Encouraged these misgivings หมายถึงพ่อแม่สนับสนุนให้ลูกตั้งคำถามต่อแนวคิดเหล่านั้นต่อไป แทนที่จะกดความกังวลไว้ ในที่นี้ encourage ใช้กับความสงสัยที่มีอยู่แล้ว วลีนี้ไม่เกี่ยวกับการให้สิ่งของอย่างผิดวิธี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ misgivings อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงความสงสัยปนกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจ

  1. She had serious misgivings about signing the agreement.
  2. She had serious misgivings to sign the agreement.
  3. She was misgivings about signing the agreement.
ดูคำตอบ

She had serious misgivings about signing the agreement.

At home,

1:34

ที่บ้าน

Robert and Magdalena listened to foreign radio stations ไวยากรณ์

1:35

โรเบิร์ตและมักดาเลนาแอบฟังสถานีวิทยุต่างประเทศ

the government first discouraged and later banned.

1:38

ซึ่งในตอนแรกรัฐบาลสั่งห้ามปรามและต่อมาก็สั่งแบนอย่างเด็ดขาด

ไวยากรณ์

foreign radio stations the government ... banned: การละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

หลัง foreign radio stations ส่วน the government first discouraged and later banned เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย stations รูปเต็มสามารถใส่ that หรือ which ได้: foreign radio stations that/which the government first discouraged and later banned คำสรรพนามสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นกรรมร่วมของ discouraged และ banned จึงละได้ ส่วน the government เป็นประธานภายในอนุประโยคสัมพันธ์ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของประโยคหลักใหม่ เมื่อเห็นโครงสร้าง “คำนาม + ประธาน + กริยา” ให้ตรวจดูว่าส่วนหลังใช้ระบุหรืออธิบายคำนามข้างหน้าหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the government first discouraged and later banned ขยายส่วนใด?

  1. foreign radio stations
  2. Robert and Magdalena
  3. the government
ดูคำตอบ

foreign radio stations

While the government churned out national broadcasts กริยาวลี

1:42

ในขณะที่รัฐบาลผลิตรายการออกอากาศระดับชาติมากมาย

which denied Nazi atrocities, การใช้คำ

1:44

ที่ปฏิเสธความโหดร้ายของนาซี

the Scholls learned shocking truths.

1:47

ครอบครัวโชลล์กลับได้เรียนรู้ความจริงที่น่าตกใจ

กริยาวลี

churned out national broadcasts: การผลิตจำนวนมากแบบเป็นเครื่องจักร

ใน churned out national broadcasts คำว่า churned out หมายถึงผลิตและเผยแพร่รายการวิทยุอย่างรวดเร็ว ซ้ำ ๆ และเป็นจำนวนมาก กริยาวลีนี้มักทำให้นึกถึงกระบวนการแบบสายพานการผลิตมากกว่าการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน ในที่นี้คำดังกล่าวเพิ่มน้ำเสียงวิจารณ์ต่อการผลิตโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล ไม่ได้หมายถึงการกวนหรือปั่นตามความหมายตรงของ churn และมีความหมายมากกว่าเพียงแค่ออกอากาศหรือฟังรายการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ churn out ในความหมายเชิงวิจารณ์ตามปกติว่า “ผลิตจำนวนมากอย่างรวดเร็ว”?

  1. The audience listens to a weekly radio program.
  2. The website churns out dozens of low-quality articles every day.
  3. The editor carefully develops one major article each year.
ดูคำตอบ

The website churns out dozens of low-quality articles every day.

การใช้คำ

denied Nazi atrocities: ปฏิเสธว่าเหตุโหดร้ายร้ายแรงเคยเกิดขึ้น

ใน denied Nazi atrocities คำว่า deny ตามด้วยนามวลีที่ระบุเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงซึ่งมีผู้กล่าวว่าไม่เป็นความจริง รายการออกอากาศเหล่านั้นนำเสนอความโหดร้ายของนาซีราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นหรือไม่มีอยู่จริง ในที่นี้ deny ไม่ได้แปลว่าปฏิเสธที่จะทำบางอย่าง Atrocities หมายถึงการกระทำที่โหดร้ายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทของสงคราม การกดขี่คนจำนวนมาก หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เป็นคำทางการที่แสดงการประณามอย่างหนัก จึงรุนแรงกว่า bad things มาก และระบุระดับความร้ายแรงได้ชัดกว่าคำกว้าง ๆ อย่าง violence

แบบฝึกหัด

denied Nazi atrocities ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับความโหดร้ายของนาซี
  2. ปฏิเสธที่จะก่อความโหดร้ายของนาซี
  3. กล่าวว่าความโหดร้ายของนาซีไม่เคยเกิดขึ้นหรือไม่เป็นความจริง
ดูคำตอบ

กล่าวว่าความโหดร้ายของนาซีไม่เคยเกิดขึ้นหรือไม่เป็นความจริง

And yet they were still subject to the rules of life in Hitler's Germany. โน้ต

1:49

กระนั้น พวกเขาก็ยังคงต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์การใช้ชีวิตในประเทศเยอรมนีของฮิตเลอร์

ลำดับความ

And yet: นำเสนอความขัดแย้งที่เกินความคาดหมาย

And yet บอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงถัดไปขัดกับสิ่งที่ข้อเท็จจริงก่อนหน้ามักทำให้เราคาดหมาย And ช่วยดำเนินเรื่องต่อ ส่วน yet ทำเครื่องหมายการหักมุม โดยทั้งวลีมีความหมายใกล้เคียงกับ “ถึงกระนั้น” หรือ “อย่างไรก็ตาม” ในที่นี้ การได้รู้ความจริงที่น่าตกใจอาจทำให้คิดว่าพี่น้องตระกูลชอลล์สามารถทำอะไรได้อย่างอิสระหรือหลุดพ้นจากระบอบนั้น And yet จัดลำดับข้อมูลให้การที่พวกเขายังคงถูกกฎควบคุมกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ตัดกันอย่างน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เติมความหมายขัดแย้งได้ดีที่สุด: The team prepared carefully. ____, the plan still failed.

  1. For example
  2. And so
  3. And yet
ดูคำตอบ

And yet

การใช้คำ

still subject to the rules: กฎที่ยังคงมีผลบังคับใช้

be subject to + กฎ กฎหมาย หรือเงื่อนไข หมายถึงสิ่งนั้นมีผลบังคับใช้กับบุคคลหนึ่ง และจำกัดหรือกำหนดสิ่งที่บุคคลนั้นทำได้ ในประโยคนี้ were subject to the rules บรรยายสภาพที่ยังคงอยู่ภายใต้กฎเหล่านั้น ไม่ใช่การกระทำครั้งเดียวที่มีผู้มากระทำต่อพวกเขา still เน้นว่าสิ่งนี้ยังคงเป็นจริง แม้จะมีข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ฟังคาดว่าผลควรต่างออกไป ในวลีนี้ subject เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ได้หมายถึงวิชาเรียนหรือหัวข้อสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียนนี้: Even temporary workers are ____ the same safety rules.

ดูคำตอบ

subject to

After the outbreak of war,

1:53

หลังจากที่สงครามปะทุขึ้น

Sophie reluctantly worked for the national effort,

1:55

โซฟีต้องทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างไม่เต็มใจ

and Hans had to take on army duties กริยาวลี

1:58

และฮันส์ต้องรับหน้าที่ในกองทัพ

while attending medical school in Munich. ไวยากรณ์

2:00

ในขณะที่เข้าเรียนแพทย์ในมิวนิก

กริยาวลี

had to take on army duties: ต้องรับผิดชอบหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

take on duties หมายถึงยอมรับหน้าที่หรือเริ่มรับผิดชอบหน้าที่เหล่านั้น ในประโยคนี้ army ระบุว่าเป็นหน้าที่ประเภทใด และ had to แสดงว่าจำเป็นต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่การเลือกอย่างอิสระ ตรงนี้ take on เป็นกริยาวลี ไม่ได้ใช้ take ในความหมายทางกายภาพว่าหยิบหรือถือ โครงสร้างนี้ยังใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับ take on responsibilities, extra work, a task และ a role

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้: When two coworkers left, Sam had to ____ extra duties.

ดูคำตอบ

take on

ไวยากรณ์

“while attending medical school”: อนุประโยคเวลาที่ลดรูปด้วย while

ใน “while attending medical school” คำว่า while ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา รูปนี้ย่อมาจาก “while he was attending medical school” โดยละประธานและ was เพราะประธานที่เข้าใจกันของการกระทำนี้เป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก คือ Hans โครงสร้าง while + -ing นำเสนอการกระทำหนึ่งเป็นเหตุการณ์พื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำหลัก ประธานที่ละไว้เข้าใจได้จากประโยคหลัก จึงไม่ใช่อนุประโยคที่ขาดประธานเพราะเขียนผิด

แบบฝึกหัด

ใช้ attend ในรูปอนุประโยค while แบบย่อ: While ____ medical school, Maya worked at a clinic.

ดูคำตอบ

attending

That was where Hans met Christoph Probst,

2:02

ที่นั่นฮันส์ได้พบกับ คริสทอฟ พร็อบสท์

Willi Graf, and Alexander Schmorell.

2:05

วิลลี กราฟ และอเล็กซานเดอร์ ชมอร์เรลล์

Day by day,

2:09

วันแล้ววันเล่า

each grew more sickened by Nazi ideology. ไวยากรณ์

2:09

แต่ละคนรู้สึกรังเกียจอุดมการณ์นาซีมากขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

“grew more sickened by”: การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ใน “grew more sickened by” คำว่า grew เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น” ไม่ได้หมายถึงร่างกายเติบโตขึ้น โดยเชื่อม each เข้ากับสภาวะที่กำลังเปลี่ยนแปลงคือ more sickened Sickened by หมายถึงรู้สึกรังเกียจอย่างรุนแรงหรือรู้สึกต่อต้านทางศีลธรรมเพราะบางสิ่ง และ more แสดงว่าความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้น ส่วน each หมายความว่าทุกคนในกลุ่มต่างก็ประสบการเปลี่ยนแปลงนี้

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “each grew more sickened by Nazi ideology” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทุกคนค่อย ๆ รู้สึกรังเกียจอุดมการณ์นาซีรุนแรงขึ้น
  2. ทุกคนเติบโตทางร่างกายเพราะอุดมการณ์นาซี
  3. ทุกคนติดโรคจากอุดมการณ์นาซี
ดูคำตอบ

ทุกคนค่อย ๆ รู้สึกรังเกียจอุดมการณ์นาซีรุนแรงขึ้น

They longed to share their views,

2:12

พวกเขาปรารถนาที่จะแบ่งปันมุมมองของตน

but how could they spread them ลำดับความ

2:14

แต่พวกเขาจะเผยแพร่มันได้อย่างไร

when it was impossible to know who to trust?

2:15

ในเมื่อเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ว่าควรไว้ใจใคร?

ลำดับความ

How could they ... when ...?: ใช้คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อแสดงอุปสรรค

ในที่นี้ how could they spread them when ...? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่คำถามธรรมดาที่ขอวิธีทำ ประโยคนี้แสดงความขัดแย้งว่า พวกเขาต้องการแบ่งปันความคิดเห็น แต่การไม่รู้ว่าใครไว้ใจได้ทำให้การทำเช่นนั้นดูไม่ปลอดภัยหรือแทบเป็นไปไม่ได้ ในโครงสร้าง How could someone do X when Y? อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when จะบอกอุปสรรคที่ทำให้จินตนาการว่า X จะเกิดขึ้นได้ยาก ในที่นี้ them หมายถึง their views

แบบฝึกหัด

คำถามที่เน้นไว้ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร

  1. แสดงว่าการไม่รู้ว่าใครไว้ใจได้เป็นอุปสรรคต่อการเผยแพร่ความคิดเห็นของพวกเขา
  2. ถามขั้นตอนโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีออกอากาศ
  3. บอกว่าพวกเขาได้แบ่งปันความคิดเห็นอย่างปลอดภัยแล้ว
ดูคำตอบ

แสดงว่าการไม่รู้ว่าใครไว้ใจได้เป็นอุปสรรคต่อการเผยแพร่ความคิดเห็นของพวกเขา

And so, ลำดับความ

2:18

ดังนั้น

the friends decided to rebel anonymously.

2:19

เพื่อนๆ จึงตัดสินใจต่อต้านแบบไม่ระบุตัวตน

ลำดับความ

And so: เชื่อมจากเหตุไปสู่ผล

เมื่ออยู่ต้นประโยค And so หมายถึง “ด้วยเหตุนี้” หรือ “ดังนั้น” และบอกผู้ฟังว่าการตัดสินใจของเหล่าเพื่อนเป็นผลมาจากปัญหาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คำเชื่อมนี้จัดเรื่องราวเป็น เหตุ → ผล โดยสถานการณ์ก่อนหน้าอธิบายการกระทำถัดไป And ช่วยเชื่อมกับประโยคก่อนอย่างลื่นไหล ส่วน so บอกผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงอย่างชัดเจนว่าการปิดโรงเรียนเป็นผลจากสถานการณ์ก่อนหน้า: The roads were flooded. ____, the school closed for the day.

  1. Meanwhile
  2. And then
  3. And so
ดูคำตอบ

And so

They pooled their money and bought printing materials. วลี

2:22

พวกเขารวบรวมเงินกันและซื้ออุปกรณ์การพิมพ์

วลี

They pooled their money: รวมเงินเพื่อจุดประสงค์ร่วมกัน

ใน They pooled their money คำว่า pool เป็นคำกริยา หมายถึงคนหลายคนนำเงินที่แต่ละคนมีมารวมกันเพื่อใช้ในจุดประสงค์เดียวกัน วลีนี้เน้นการร่วมออกเงินและลงมือทำร่วมกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pool + ทรัพยากร ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ pool money, pool funds, pool resources, pool data และ pool knowledge

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ pool their money ในรูปอดีต: The club members ____ to rent a bus.

ดูคำตอบ

pooled their money

An acquaintance let them use a cellar under his studio. ไวยากรณ์

2:25

คนรู้จักคนหนึ่งอนุญาตให้พวกเขาใช้ห้องใต้ดินในสตูดิโอของเขา

ไวยากรณ์

let them use: let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน let them use คำว่า let หมายถึงให้อนุญาตแก่พวกเขา them เป็นกรรม ซึ่งก็คือผู้ที่ได้รับอนุญาต ส่วน use เป็นรูปพื้นฐานของคำกริยา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน หรือ let someone do something อย่าเติม to หน้าคำกริยาหลัง let

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของคำกริยาในวงเล็บ: The coach let us ____ the field after practice. (use)

ดูคำตอบ

use

In secret,

2:27

อย่างเป็นความลับ

they began drafting their message.

2:28

พวกเขาเริ่มร่างข้อความของตนขึ้น

In June 1942,

2:31

ในเดือนมิถุนายน ปี 1942

mysterious anti-Nazi leaflets began appearing all over Munich.

2:33

แผ่นปลิวต่อต้านนาซีอันลึกลับเริ่มปรากฏขึ้นทั่วเมืองมิวนิก

They were signed, "The White Rose." วัฒนธรรม

2:37

พวกมันถูกลงนามว่า "กุหลาบขาว"

วัฒนธรรม

“The White Rose” ในฐานะชื่อที่ลงนามบนใบปลิว

ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ The White Rose คือชื่อที่ใช้ลงนามในใบปลิวต่อต้านนาซี ไม่ได้หมายถึงดอกกุหลาบสีขาวทั่วไป ชื่อนี้ยังใช้เรียกกลุ่มต่อต้านที่อยู่เบื้องหลังใบปลิวด้วย ดังนั้นเมื่อกล่าวถึง the White Rose ในภายหลัง จึงหมายถึงกลุ่มนี้และการกระทำของพวกเขา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ "The White Rose" หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อที่ใช้ลงนามในใบปลิวต่อต้านนาซี
  2. ดอกไม้ที่ใช้ตกแต่งใบปลิว
  3. ชื่อสถานีวิทยุของรัฐบาล
ดูคำตอบ

ชื่อที่ใช้ลงนามในใบปลิวต่อต้านนาซี

The first leaflet denounced Hitler

2:40

แผ่นปลิวแผ่นแรกประณามฮิตเลอร์

and called for Germans to sabotage the war effort. วลี

2:42

และเรียกร้องให้ชาวเยอรมันบ่อนทำลายความพยายามในการทำสงคราม

วลี

called for Germans to sabotage...: โครงสร้าง call for someone to do something

Call for someone to do something หมายถึงการเรียกร้องหรือกระตุ้นอย่างเปิดเผยให้บุคคลหรือกลุ่มหนึ่งลงมือทำบางอย่าง ในประโยคนี้ ใบปลิวเรียกร้องต่อสาธารณะให้ชาวเยอรมันก่อวินาศกรรมต่อความพยายามทำสงคราม โครงสร้างคือ call for + บุคคลหรือกลุ่ม + to-infinitive โดย Germans คือผู้ที่ถูกเรียกร้อง และ to sabotage คือการกระทำที่ต้องการให้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการเรียกร้องต่อสาธารณะ call for someone to do something ให้สมบูรณ์: The petition called ____ local officials ____ protect the river.

ดูคำตอบ

for · to

"Adopt passive resistance. การใช้คำ

2:45

"จงนำการต่อต้านแบบอารยะขัดขืนมาใช้

การใช้คำ

Adopt passive resistance: เลือกการไม่ให้ความร่วมมือแบบไม่รุนแรง

Passive resistance คือการต่อต้านอย่างมีจุดมุ่งหมายโดยไม่ใช้ความรุนแรงโดยตรง ผู้คนต่อต้านด้วยการไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เชื่อฟัง คว่ำบาตร นัดหยุดงาน หรือทำให้ระบบดำเนินงานได้ยากขึ้นด้วยวิธีอื่น คำว่า passive ไม่ได้หมายถึงการไม่ทำอะไรเลย ในที่นี้ adopt หมายถึงการเลือกกลยุทธ์แล้วเริ่มนำมาใช้ ประโยคคำสั่ง Adopt passive resistance เป็นการเรียกร้องให้ผู้คนใช้การไม่ให้ความร่วมมือแบบไม่รุนแรงเป็นวิธีต่อต้าน

แบบฝึกหัด

Adopt passive resistance เรียกร้องให้ผู้คนทำอะไร?

  1. ใช้ความรุนแรงทางกายโดยตรงต่อฝ่ายตรงข้าม
  2. อยู่นิ่งเฉยและยอมรับทุกการตัดสินใจ
  3. ต่อต้านระบบด้วยการไม่ให้ความร่วมมืออย่างตั้งใจและไม่ใช้ความรุนแรง
ดูคำตอบ

ต่อต้านระบบด้วยการไม่ให้ความร่วมมืออย่างตั้งใจและไม่ใช้ความรุนแรง

Block the functioning of this atheistic war machine สำนวน

2:47

ขัดขวางการทำงานของเครื่องจักรสงครามอันไร้พระเจ้าเครื่องนี้

สำนวน

this atheistic war machine: อุปลักษณ์เชิงวิพากษ์เกี่ยวกับระบบ

War machine เป็นอุปลักษณ์ทางการเมืองที่หมายถึงสถาบัน บุคคล อุตสาหกรรม ทรัพยากร และกระบวนการต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเพื่อเริ่มต้นหรือคงไว้ซึ่งสงคราม การเรียกระบบนี้ว่า machine เน้นว่าระบบทำงานอย่างประสานกันและไร้ความรู้สึก ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรจริง ๆ คำขยาย atheistic เพิ่มการประณามทางศาสนาและศีลธรรมของผู้พูด โดยพรรณนาระบบว่าไร้พระเจ้า ในประโยคนี้ block the functioning หมายถึงการขัดขวางระบบวงกว้างนั้นไม่ให้ดำเนินงานต่อไปได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ this atheistic war machine หมายถึงอะไร?

  1. ระบบวงกว้างที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและดำเนินสงครามต่อไป
  2. อาวุธกลไกชิ้นเดียวที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
  3. เครื่องจักรที่ใช้ทดสอบความเชื่อทางศาสนา
ดูคำตอบ

ระบบวงกว้างที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและดำเนินสงครามต่อไป

before it is too late, ลำดับความ

2:49

ก่อนที่จะสายเกินไป

before the last city is a heap of rubble,

2:51

ก่อนที่เมืองสุดท้ายจะกลายเป็นกองซากปรักหักพัง

before the last youth of our nation bleeds to death.

2:54

ก่อนที่เยาวชนคนสุดท้ายของชาติเราจะเลือดไหลจนตาย

ลำดับความ

before ..., before ..., before ...: การกล่าวซ้ำที่สร้างความเร่งด่วน

อนุประโยค before ทั้งสามส่วนสร้างลำดับแบบขนาน แต่ละส่วนระบุจุดที่ต้องลงมือทำก่อนจะไปถึงจุดนั้น และผลที่ตามมาก็รุนแรงขึ้นจากการสายเกินไป ไปสู่เมืองที่ถูกทำลายและเยาวชนคนสุดท้ายของชาติที่เสียเลือดจนตาย การกล่าวซ้ำนี้ไม่ได้เพียงระบุเวลา แต่สร้างจังหวะเหมือนการนับถอยหลัง และเร่งเร้าให้ผู้ฟังลงมือทำทันที ก่อนที่ความเสียหายจะไม่สามารถแก้ไขได้

แบบฝึกหัด

การกล่าว before ซ้ำในข้อความนี้มีผลทางวาทศิลป์หลักอย่างไร

  1. บอกช่วงเวลาสามช่วงที่ไม่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นกลาง
  2. แสดงว่าผู้พูดเลือกคำสันธานอื่นไม่ได้
  3. สร้างความเร่งด่วนด้วยการกำหนดเส้นตายซ้ำ ๆ และเพิ่มความรุนแรงของผลที่ตามมา
ดูคำตอบ

สร้างความเร่งด่วนด้วยการกำหนดเส้นตายซ้ำ ๆ และเพิ่มความรุนแรงของผลที่ตามมา

Don't forget that each people gets the government it deserves." สำนวน

2:57

อย่าลืมว่าประชาชนทุกคนย่อมได้รัฐบาลที่ตนสมควรได้รับ"

สำนวน

each people gets the government it deserves: people ในความหมายว่า “ชนชาติ”

ในที่นี้ people เป็นคำนามรวมที่นับได้ หมายถึงหนึ่งชนชาติหรือชุมชนที่มีเอกลักษณ์ ดังนั้น each people จึงหมายถึงแต่ละชนชาติหรือแต่ละชุมชน ไม่ได้หมายถึงแต่ละบุคคล เนื่องจาก each ทำให้ประธานเป็นเอกพจน์ ประโยคจึงใช้ gets และใช้ it อ้างกลับไปยังกลุ่มนั้น ประโยคนี้ถูกวางรูปเหมือนคติพจน์ โดยเสนอว่ารัฐบาลของสังคมหนึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่สังคมนั้นสมควรได้รับผ่านทางการเลือก การกระทำ หรือการยอมรับของตน Deserves จึงเป็นการตัดสินทางศีลธรรมและการเมือง ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ each people หมายถึงอะไร

  1. แต่ละชนชาติหรือประชาชนในฐานะหนึ่งกลุ่ม
  2. กลุ่มคนแปลกหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. แต่ละบุคคลแยกจากกัน
ดูคำตอบ

แต่ละชนชาติหรือประชาชนในฐานะหนึ่งกลุ่ม

At a time when a sarcastic remark could constitute treason, โน้ต

3:02

ในช่วงเวลาที่แม้แต่คำพูดประชดประชันก็อาจถือเป็นกบฏได้

this language was unprecedented.

3:05

ภาษาเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ลำดับความ

At a time when ... ในฐานะกรอบภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

At a time when ... เป็นกรอบบอกภูมิหลังที่วางไว้ต้นประโยค อนุประโยคที่มี when ระบุสภาพของช่วงเวลาหนึ่ง ในที่นี้คือยุคที่แม้แต่การประชดประชันก็อาจถูกมองว่าเป็นการทรยศต่อชาติ กรอบนี้ชี้ว่าควรเข้าใจข้อความหลักอย่างไร คำกล่าวว่า this language was unprecedented มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะถ้อยคำเช่นนี้ปรากฏขึ้นในสภาพที่การวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องอันตราย

แบบฝึกหัด

อนุประโยค At a time when ... ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ระบุสถานที่ที่ใช้ถ้อยคำนั้น
  2. ให้เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้การประเมินในประโยคหลักมีน้ำหนักมากขึ้น
  3. นำเสนอข้อเท็จจริงอีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับประโยคหลัก
ดูคำตอบ

ให้เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้การประเมินในประโยคหลักมีน้ำหนักมากขึ้น

การใช้คำ

could constitute treason: การตัดสินอย่างเป็นทางการ

ใน could constitute treason คำว่า constitute หมายถึง “นับว่าเป็น” หรือ “ตรงตามคำนิยามของ” สำนวนที่เป็นทางการนี้บอกว่าคำพูดหนึ่งอาจถูกตัดสินในทางกฎหมายหรือการเมืองว่าเป็นการทรยศต่อชาติ could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ประโยคนี้แสดงให้เห็นว่ามาตรฐานในตอนนั้นเข้มงวดเพียงใด แม้แต่คำพูดประชดประชันก็อาจถูกจัดว่าเป็นการทรยศต่อชาติได้

แบบฝึกหัด

ในวลี That act could constitute treason คำว่า constitute หมายถึงอะไร

  1. นับว่าเป็นตามการตัดสินอย่างเป็นทางการ
  2. ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ
  3. ประกอบด้วยหลายส่วน
ดูคำตอบ

นับว่าเป็นตามการตัดสินอย่างเป็นทางการ

It was written mostly by Hans Scholl.

3:07

มันถูกเขียนขึ้นโดยฮันส์ โชลล์ เป็นส่วนใหญ่

In 1942,

3:10

ในปี 1942

Sophie came to Munich

3:12

โซฟีมาที่มิวนิก

knowing nothing of her brother's activities. ไวยากรณ์

3:13

โดยที่ไม่รู้เรื่องกิจกรรมของพี่ชายเธอเลย

ไวยากรณ์

knowing nothing of ...: ใช้อนุประโยค -ing เสริมเพื่อบอกสภาพ

Knowing nothing of her brother's activities เป็นอนุประโยค -ing ที่ใช้เสริมข้อมูล โดยบอกสภาพของโซฟีตอนที่เธอมาถึงมิวนิกว่า ในขณะนั้นเธอไม่รู้เลยว่าพี่ชายกำลังทำอะไรอยู่ ประธานที่เข้าใจโดยนัยของอนุประโยคนี้คือ Sophie ซึ่งเป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก ข้อความนี้เป็นข้อมูลพื้นหลังที่เสริม came to Munich ไม่ใช่ประโยคแยกหรือการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ know เพื่อบอกสภาพของ Maya ตอนเดินเข้าไป: Maya walked into the interview ____ nothing about the schedule change.

ดูคำตอบ

knowing

She soon encountered the leaflets at school,

3:15

ในไม่ช้าเธอก็พบแผ่นปลิวเหล่านั้นที่โรงเรียน

but it was not until she discovered evidence in Hans's room ไวยากรณ์

3:18

แต่จนกระทั่งเธอพบหลักฐานในห้องของฮันส์

that she realized who'd written them.

3:21

เธอถึงได้ตระหนักว่าใครเป็นคนเขียน

ไวยากรณ์

It was not until ... that ...: เน้นการตระหนักที่เกิดขึ้นภายหลัง

รูปแบบ it was not until X that Y เน้นว่า Y เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ X เกิดขึ้น และไม่ได้เกิดก่อนหน้านั้น ในประโยคนี้ X คือการที่เธอพบหลักฐาน ส่วน Y คือการที่เธอตระหนักว่าใครเขียนแผ่นปลิว ต้องอ่านต่อไปจนถึงอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จึงจะพบผลลัพธ์ที่เกิดล่าช้า ส่วน not until กำหนดขอบเขตเวลา แต่ยังไม่ทำให้ใจความสมบูรณ์ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเน้นมาตรฐานให้สมบูรณ์: It was not ____ I checked the receipt ____ I noticed the extra charge.

ดูคำตอบ

until · that

Her shock soon gave way to resolve. สำนวน

3:23

ความตกใจของเธอเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นในไม่ช้า

สำนวน

Her shock soon gave way to resolve: A ถูกแทนที่ด้วย B

ในประโยคนี้ gave way to หมายถึง “ถูกแทนที่ด้วย” หรือ “เปลี่ยนเป็น” ตอนแรกเธอรู้สึก shock แต่ความรู้สึกนั้นค่อย ๆ จางลง และ resolve ซึ่งหมายถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ก็เด่นชัดขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A gives/gave way to B มักใช้บรรยายว่าอารมณ์ สภาวะ บรรยากาศ หรือพลังอย่างหนึ่งสิ้นสุดลง แล้วอีกอย่างเข้ามาแทนที่ ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การหลีกทางจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงสภาวะหนึ่งถูกแทนที่ด้วยอีกสภาวะหนึ่ง: After the team solved the first problem, their uncertainty ____ confidence.

ดูคำตอบ

gave way to

She wanted in. การใช้คำ

3:26

เธอต้องการเข้าร่วม

การใช้คำ

She wanted in: บอกแบบไม่เป็นทางการว่าอยากเข้าร่วม

ในที่นี้ wanted in หมายถึงเธอต้องการเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมในการกระทำที่กำลังพูดถึง in แสดงถึงการมีส่วนร่วมหรือการได้อยู่ในกลุ่ม ไม่ใช่การเคลื่อนเข้าไปในห้อง โดยปกติจะใช้ want in เมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงแผน กลุ่ม ข้อตกลง หรือกิจกรรมใด จึงไม่จำเป็นต้องระบุสิ่งที่ต้องการเข้าร่วม เช่น I want in; She wanted in; Do you want in?

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกำลังวางแผนทำหนังสั้นและคุณอยากมีส่วนร่วม คำตอบแบบไม่เป็นทางการข้อใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. I want inside the room.
  2. I want to enter the building.
  3. I want in.
ดูคำตอบ

I want in.

For both siblings,

3:28

สำหรับสองพี่น้อง

it was time to escalate the fury วลี

3:29

มันถึงเวลาแล้วที่จะยกระดับความโกรธแค้น

that had been brewing for years. สำนวน

3:31

ที่คุกรุ่นมานานหลายปี

วลี

it was time to escalate the fury: บอกว่าถึงเวลาแล้ว

โครงสร้าง It was time to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่า ณ จุดหนึ่งในอดีต ช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือจำเป็นสำหรับการลงมือได้มาถึงแล้ว ในประโยคนี้ การกระทำคือ escalate the fury ซึ่งหมายถึงทำให้ความโกรธที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้นหรือเข้าสู่ขั้นที่เข้มข้นกว่าเดิม time จึงหมายถึงจังหวะที่พร้อมหรือความจำเป็น ไม่ใช่เวลาแบบนาฬิกา โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกได้ว่าขั้นตอนต่อไปเป็นสิ่งที่ถึงเวลาต้องทำแล้ว: It was time to respond.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างที่บอกว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมได้มาถึงแล้ว: After several warnings, ____ escalate the complaint to a manager.

ดูคำตอบ

it was time to

สำนวน

that had been brewing for years: การสะสมทีละน้อยก่อนจุดหนึ่งในอดีต

That เริ่มอนุประโยคขยายที่อธิบาย fury โดย brew ในที่นี้เป็นการเปรียบเปรย หมายถึงความโกรธค่อย ๆ ก่อตัวและสะสมอยู่เบื้องลึกเป็นเวลานาน ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน Had been brewing เป็น past perfect progressive ซึ่งมองย้อนกลับจากจุดหนึ่งในอดีตที่ถึงเวลาต้องทำให้ความโกรธรุนแรงขึ้น ส่วน for years ระบุระยะเวลาของการสะสมที่ดำเนินต่อเนื่องนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูป -ing ของ brew เพื่อแสดงการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปก่อนเหตุการณ์ในอดีต: By the time the talks failed, tension had been ____ for months.

ดูคำตอบ

brewing

From June 1942 to February 1943,

3:33

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 1942 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 1943

the group worked feverishly.

3:37

กลุ่มนี้ทำงานกันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

While the Gestapo searched for leads,

3:40

ในขณะที่เกสตาโปกำลังค้นหาเบาะแส

the White Rose were constantly on guard. วลี

3:42

กลุ่มกุหลาบขาวก็คอยระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

วลี

be constantly on guard: ระวังอันตรายอยู่ตลอดเวลา

ใน be on guard คำว่า on guard เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงตื่นตัวและพร้อมรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ในที่นี้ were on guard บอกว่ากลุ่มกุหลาบขาวยังคงระมัดระวังอยู่ โดย guard หมายถึงสภาวะเตรียมพร้อม ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่เป็นยาม Constantly เน้นว่าความระมัดระวังนี้ดำเนินต่อเนื่อง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be, stay หรือ remain on guard และมักตามด้วย against เมื่อต้องการระบุภัยคุกคามโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ระวังอันตราย” ให้สมบูรณ์: After the threat, the team remained ____ guard.

ดูคำตอบ

on

The war raged on.

3:45

สงครามยังคงดำเนินต่อไป

Regulations tightened,

3:47

กฎระเบียบเข้มงวดขึ้น

and Munich suffered air raids,

3:48

และมิวนิกก็เผชิญกับการโจมตีทางอากาศ

but the White Rose ventured deeper into conspiracy. สำนวน

3:50

แต่กลุ่มกุหลาบขาวกลับเสี่ยงเข้าไปในแผนการลับลึกยิ่งขึ้น

สำนวน

ventured deeper into conspiracy: เสี่ยงเข้าไปพัวพันลึกยิ่งขึ้น

Venture into หมายถึงเข้าไปในหรือเข้าไปมีส่วนร่วมกับบางสิ่งแม้จะมีความไม่แน่นอนหรืออันตราย ส่วน deeper เพิ่มระดับของการมีส่วนร่วม ในประโยคนี้ กลุ่มดังกล่าวเดินหน้าแผนต่อต้านอย่างลับ ๆ ต่อไป แม้ว่าสถานการณ์จะอันตรายขึ้น ถ้อยคำนี้ใช้การเคลื่อนที่ทางกายภาพเป็นอุปมา โดย conspiracy เป็นกิจกรรมเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่ รูปแบบ venture deeper into + ขอบเขตเชิงนามธรรม แสดงการเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นเสมือนการเคลื่อนลึกเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ventured deeper into เพื่อบรรยายการเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นในกิจกรรมเชิงนามธรรมที่มีความเสี่ยง

  1. The reporter entered the press room for a routine briefing.
  2. The reporter ventured deeper into the cave after checking her lamp.
  3. The reporter ventured deeper into the corruption network despite repeated threats.
ดูคำตอบ

The reporter ventured deeper into the corruption network despite repeated threats.

They graffitied buildings

3:53

พวกเขาพ่นสีข้อความตามอาคาร

and braved trains swarming with Gestapo. การใช้คำ

3:55

และท้าทายการขึ้นรถไฟที่พลุกพล่านไปด้วยตำรวจเกสตาโป

การใช้คำ

braved ... swarming with ...: ยอมเผชิญอันตราย……เต็มไปด้วย……

ในที่นี้ braved เป็นกริยารูปอดีตของ brave หมายถึงการเผชิญสิ่งที่อันตรายทั้งที่รู้ว่ามีความเสี่ยง กรรมของกริยาคือ trains กล่าวคือ พวกเขารู้ถึงอันตรายของการเดินทางด้วยรถไฟเหล่านั้นแต่ก็ยังยอมเผชิญ ไม่ได้หมายความว่ารถไฟมีความกล้าหาญ swarming with ขยาย trains และหมายถึงแน่นขนัดหรือเต็มไปด้วย ภาพของการอยู่รวมกันเป็นฝูงจากคำว่า swarm ทำให้การปรากฏตัวของเกสตาโปดูมีอยู่ทั่วและน่าคุกคาม เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน การเดินทางด้วยรถไฟจึงถูกนำเสนอว่าเป็นการกระทำโดยตั้งใจท่ามกลางความเสี่ยงร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ใน “They braved trains swarming with Gestapo,” คำว่า braved แสดงความหมายใด

  1. พวกเขาทำให้รถไฟมีความกล้าหาญ
  2. พวกเขารู้ถึงอันตรายแต่ก็ยังเดินทางด้วยรถไฟเหล่านั้น
  3. พวกเขาซ่อมรถไฟก่อนใช้งาน
ดูคำตอบ

พวกเขารู้ถึงอันตรายแต่ก็ยังเดินทางด้วยรถไฟเหล่านั้น

In the winter of 1942,

3:58

ในฤดูหนาวปี 1942

Hans made a treacherous journey to the Czechoslovakian border

4:00

ฮันส์เดินทางไปที่ชายแดนเชโกสโลวาเกียอย่างสุดแสนอันตราย

to meet anti-Nazi rebels.

4:04

เพื่อพบกับกลุ่มกบฏต่อต้านนาซี

On February 18th, 1943,

4:06

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1943

Sophie and Hans brought a suitcase of leaflets to their university.

4:09

โซฟีและฮันส์นำกระเป๋าเดินทางที่เต็มไปด้วยแผ่นปลิวมาที่มหาวิทยาลัยของพวกเขา

A custodian noticed what they were doing

4:13

ภารโรงคนหนึ่งสังเกตเห็นสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่

and reported them to the Gestapo. วลี

4:15

และไปรายงานต่อตำรวจเกสตาโป

วลี

reported them to the Gestapo: แจ้งเรื่องของใครบางคนต่อผู้มีอำนาจ

โครงสร้างคือ report + คน + to + ผู้มีอำนาจ หมายถึงการแจ้งเรื่องของใครบางคนต่อบุคคลหรือองค์กรที่มีอำนาจดำเนินการ ซึ่งมักทำให้ผู้ที่ถูกแจ้งอาจถูกสอบสวนหรือลงโทษ ในที่นี้ them หมายถึงคนที่ถูกแจ้ง ส่วน the Gestapo คือหน่วยงานที่รับข้อมูล report ในประโยคนี้เป็นกริยาที่หมายถึงแจ้งหรือกล่าวโทษ ไม่ได้หมายถึงการเขียนรายงาน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง report someone to an authority ให้สมบูรณ์: After witnessing the scam, Elena reported the caller ____ the police.

ดูคำตอบ

to

Both calmly denied any involvement วลี

4:17

ทั้งคู่ออกปากปฏิเสธอย่างใจเย็นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

until the police gathered all the leaflets

4:20

จนกระทั่งตำรวจรวบรวมแผ่นปลิวทั้งหมด

and placed them back in the empty case,

4:22

และนำกลับไปใส่ในกระเป๋าเดินทางที่ว่างเปล่าใบนั้น

where they fit perfectly.

4:24

ซึ่งมันใส่ได้พอดีเป๊ะ

วลี

denied any involvement: ปฏิเสธการมีส่วนร่วมหรือความรับผิดชอบ

ในประโยคนี้ denied any involvement หมายถึง พวกเขากล่าวว่าตนไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้น และไม่มีความเชื่อมโยงหรือความรับผิดชอบต่อเรื่องนั้น involvement กล่าวถึงการมีส่วนร่วมหรือความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายเพียงว่าอยู่ในสถานที่นั้นหรือไม่ any ทำให้การปฏิเสธครอบคลุมทั้งหมด คือพวกเขาอ้างว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ deny any involvement in + เหตุการณ์หรือกิจกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียนให้ตรงรูปเดิม: During the inquiry, the director ____ in the cover-up.

ดูคำตอบ

denied any involvement

When Hans and Sophie confessed,

4:27

เมื่อฮันส์และโซฟีสารภาพ

they were immediately led to court

4:29

พวกเขาก็ถูกนำตัวขึ้นศาลทันที

and sentenced to death by guillotine. การใช้คำ

4:31

และถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยกิโยติน

การใช้คำ

be sentenced to death by guillotine: คำตัดสินและวิธีประหาร

ในที่นี้ were ... sentenced เป็นรูปถูกกระทำของ sentence ซึ่งเป็นคำกริยาทางกฎหมาย หมายถึงศาลกำหนดโทษอย่างเป็นทางการ sentenced to death หมายถึง “ถูกตัดสินประหารชีวิต” โดย sentence ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงกลุ่มคำที่เป็นประโยค by guillotine ระบุวิธีประหารชีวิต ไม่ได้ระบุหน่วยงานที่ตัดสินโทษ โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ sentence someone to + โทษ หรือ be sentenced to + โทษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาทางกฎหมายจากบทเรียน: After the trial, the defendant was ____ to twelve years in prison.

ดูคำตอบ

sentenced

Despite a grueling interrogation, ไวยากรณ์

4:33

แม้จะถูกสอบสวนอย่างหนักหน่วง

the two refused to betray their co-conspirators. วลี

4:36

ทั้งสองก็ปฏิเสธที่จะหักหลังผู้ร่วมสมรู้ร่วมคิดของตน

ไวยากรณ์

Despite + นามวลี เพื่อแสดงความหมายว่าแม้จะมีอุปสรรค

Despite a grueling interrogation เป็นวลีบุพบทที่บอกว่าการสอบสวนเกิดขึ้นจริงและหนักหน่วงมาก แต่ไม่ได้ทำให้เกิดผลตามที่คาดไว้ โครงสร้างนี้แสดงความหมายเชิงยอมรับว่าแม้มีอุปสรรค แล้วประโยคหลักก็บอกผลที่สวนทางกับความคาดหมาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ despite + นามวลีหรือกริยารูป -ing แล้วตามด้วยประโยคหลัก ให้ความหมายขัดแย้งพื้นฐานเหมือนอนุประโยคที่ใช้ although แต่กระชับกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้ despite เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the heavy rain, the outdoor concert continued.

ดูคำตอบ

Despite

วลี

refused to betray their co-conspirators: ปฏิเสธที่จะทรยศผู้ร่วมสมคบคิด

Refused to betray หมายถึงตั้งใจเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตน ไม่ทำให้ผู้อื่นถูกพบ หรือไม่ส่งตัวผู้อื่นให้ฝ่ายตรงข้าม Refuse to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงการปฏิเสธอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงบอกว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ betray หมายถึงการกระทำอย่างไม่ซื่อสัตย์ด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนอื่น ส่วน co-conspirators คือคนที่ร่วมอยู่ในแผนลับเดียวกัน ซึ่งมักถูกมองว่าผิดกฎหมายหรือเป็นอันตราย วลีนี้จึงแสดงการปฏิเสธว่าเป็นความภักดีภายใต้แรงกดดัน

แบบฝึกหัด

ในบริบทของการสืบสวน ประโยค "She refused to betray her contacts" น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. เธอไม่ยอมเปิดเผยหรือส่งตัวผู้ติดต่อของเธอ
  2. เธอขอให้ผู้ติดต่อยุติความเป็นเพื่อนกับเธอ
  3. เธอจำไม่ได้ว่าจะติดต่อพวกเขาอย่างไร
ดูคำตอบ

เธอไม่ยอมเปิดเผยหรือส่งตัวผู้ติดต่อของเธอ

Before her execution,

4:39

ก่อนจะถูกประหารชีวิต

Sophie declared her fury at the state of her country, การใช้คำ

4:41

โซฟีประกาศความโกรธแค้นต่อสภาพของประเทศชาติ

การใช้คำ

the state of her country: state หมายถึง “สภาพการณ์”

ในวลี the state of her country คำว่า state หมายถึงสภาพหรือสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ กล่าวโดยกว้าง ๆ คือสิ่งต่าง ๆ กำลังเป็นไปอย่างไร ไม่ได้หมายถึง “รัฐ” ที่เป็นเขตการปกครอง หรือรัฐบาลโดยตรง ในการอภิปรายเรื่องสาธารณะ มักพบโครงสร้างอย่าง concern, anger, or criticism about the state of something ซึ่งใช้ประเมินสภาพโดยรวมของประเทศ สถาบัน บริการ หรือโครงการได้

แบบฝึกหัด

ใน “Residents are worried about the state of the local hospital,” คำว่า state หมายถึงอะไร?

  1. สภาพปัจจุบันของโรงพยาบาล
  2. เขตหนึ่งในประเทศสหพันธรัฐ
  3. รัฐบาลกลางของประเทศ
ดูคำตอบ

สภาพปัจจุบันของโรงพยาบาล

but she also spoke to a more hopeful future. กริยาวลี

4:44

แต่เธอก็ยังพูดถึงอนาคตที่มีความหวังมากกว่านี้ด้วย

กริยาวลี

spoke to a more hopeful future: การใช้ speak to ในความหมายเชิงนามธรรม

ใน spoke to a more hopeful future กรรมของ spoke to เป็นแนวคิด ไม่ใช่คน วลีนี้หมายความว่าคำพูดของเธอกล่าวถึง ทำให้นึกถึง หรือชี้ไปยังความเป็นไปได้ของอนาคตที่ดีกว่า ไม่ได้หมายความว่าเธอกำลังสนทนากับ “อนาคต” เมื่อ speak to ตามด้วยสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น concern, need, problem หรือ possibility มักหมายถึงการกล่าวถึง การเกี่ยวข้องกับ หรือการแสดงให้เห็นบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งนั้น ความหมายที่ใช้แทนอย่างแม่นยำขึ้นอยู่กับกรรมและบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ speak to ในความหมายว่า “กล่าวถึงประเด็นเชิงนามธรรม” หรือ “แสดงความเกี่ยวข้องกับประเด็นนั้น”?

  1. The findings speak to a larger problem in the hiring process.
  2. I need to speak to the manager after lunch.
  3. She spoke to her neighbor at the gate.
ดูคำตอบ

The findings speak to a larger problem in the hiring process.

"How can we expect righteousness to prevail ลำดับความ

4:48

"เราจะคาดหวังให้ความชอบธรรมอยู่เหนือสิ่งอื่นใดได้อย่างไร

when there is hardly anyone willing to give himself up individually to a righteous cause? โน้ต

4:50

ในเมื่อแทบไม่มีใครเต็มใจอุทิศตนเพื่อเป้าหมายอันชอบธรรมนี้เลย?

ลำดับความ

How can we expect X when Y? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ท้าทายความคาดหวัง

How can we expect righteousness to prevail ...? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่คำถามที่ต้องการวิธีทำให้เกิดผลนั้น ความหมายคือ การคาดหวังให้ความชอบธรรมชนะย่อมไม่สมเหตุสมผลภายใต้เงื่อนไขที่กล่าวต่อมา โครงสร้าง How can we expect X when Y? เสนอผลลัพธ์ X ที่ผู้คนหวังก่อน แล้วใช้ when Y เปิดเผยความจริงที่ทำให้ความคาดหวังนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ ในที่นี้ คำถามทำหน้าที่เป็นข้อโต้แย้งและสร้างแรงกดดันทางศีลธรรมให้ผู้ฟังลงมือทำ

แบบฝึกหัด

How can we expect righteousness to prevail มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ถามหาวิธีปฏิบัติที่จะทำให้ความชอบธรรมมีชัย
  2. คาดการณ์ว่าความชอบธรรมจะมีชัยอย่างแน่นอน
  3. ท้าทายความคาดหวังว่าความชอบธรรมจะมีชัยโดยที่ผู้คนไม่เสียสละ
ดูคำตอบ

ท้าทายความคาดหวังว่าความชอบธรรมจะมีชัยโดยที่ผู้คนไม่เสียสละ

ไวยากรณ์

there is hardly anyone: ปริมาณที่มีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธ

There is hardly anyone หมายถึงแทบไม่มีหรือแทบไม่พบคนที่ตรงกับคำอธิบายที่ตามมา hardly ในที่นี้มีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธ ไม่ได้แปลว่า “อย่างพยายามหนัก” และยังเปิดโอกาสว่าอาจมีคนอยู่จำนวนน้อยมาก ใน there is hardly anyone willing ... ส่วน willing ... ขยาย anyone และระบุว่าคนกลุ่มใดแทบไม่มีอยู่

แบบฝึกหัด

“There is hardly anyone willing to help” หมายความว่าอย่างไร?

  1. แทบไม่มีใครเต็มใจช่วย
  2. ผู้คนยอมช่วยเฉพาะเมื่องานยากเท่านั้น
  3. ไม่มีใครเต็มใจช่วยเลยแม้แต่คนเดียว
ดูคำตอบ

แทบไม่มีใครเต็มใจช่วย

วลี

willing to give himself up ... to a righteous cause: อุทิศตนทั้งหมดเพื่ออุดมการณ์อันชอบธรรม

Be willing to หมายถึงการเลือกหรือพร้อมที่จะทำบางสิ่ง โครงสร้างหลักคือ give himself up to a righteous cause ส่วน individually ถูกแทรกเข้ามาเพื่อเน้นว่าแต่ละคนต้องตัดสินใจผูกมัดตนเองด้วยตัวเอง ในที่นี้ give himself up to a cause หมายถึงการอุทิศตนอย่างเต็มที่ให้แก่อุดมการณ์หนึ่ง โดยอาจยอมรับการเสียสละส่วนตัวอย่างใหญ่หลวงด้วย ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งอุดมการณ์นั้น และส่วนเติมเต็มที่เป็น cause ก็ทำให้ความหมายต่างจากการมอบตัวต่อตำรวจ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “willing to give himself up ... to a righteous cause” หมายความว่าอย่างไร?

  1. วางแผนจะส่งมอบอุดมการณ์ให้ตำรวจ
  2. พร้อมละทิ้งอุดมการณ์อันชอบธรรม
  3. พร้อมอุทิศหรือเสียสละตนเองเพื่ออุดมการณ์อันชอบธรรม
ดูคำตอบ

พร้อมอุทิศหรือเสียสละตนเองเพื่ออุดมการณ์อันชอบธรรม

Such a fine sunny day,

4:56

วันแดดดีที่แสนงดงามเช่นนี้

and I have to go.

4:58

และฉันต้องไปแล้ว

But what does my death matter ลำดับความ

5:00

แต่ความตายของฉันจะสำคัญอะไร

if through us

5:02

หากผ่านตัวพวกเราแล้ว

thousands of people are awakened and stirred to action?" วลี

5:03

ทำให้ผู้คนนับพันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นและพร้อมใจกันลงมือทำ?"

ลำดับความ

What does my death matter?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่ลดความสำคัญของความตายส่วนบุคคล

But นำเข้าสู่ความขัดแย้งเปรียบเทียบ และ What does my death matter? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอข้อมูลจริง ๆ Matter เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สำคัญ” ดังนั้นคำตอบที่แฝงอยู่คือความตายของผู้พูดไม่ได้สำคัญมากนัก อนุประโยค if ที่ตามมาเสนอผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่า นั่นคือคนหลายพันคนอาจตื่นรู้และลงมือทำ รูปแบบ What does X matter if Y? ผลัก X ไปอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้ Y กลายเป็นข้อเสนอด้านคุณค่าหลัก

แบบฝึกหัด

ผู้พูดแสดงจุดยืนใดด้วยคำว่า “But what does my death matter”?

  1. ผู้พูดมองว่าความตายของบุคคลสำคัญน้อยกว่าการปลุกผู้คนจำนวนมากให้ตื่นรู้และลงมือทำ
  2. ผู้พูดเชื่อว่าไม่มีใครถูกกระตุ้นให้ลงมือทำได้
  3. ผู้พูดต้องการคำอธิบายทางการแพทย์เกี่ยวกับความตาย
ดูคำตอบ

ผู้พูดมองว่าความตายของบุคคลสำคัญน้อยกว่าการปลุกผู้คนจำนวนมากให้ตื่นรู้และลงมือทำ

วลี

are awakened and stirred to action: ถูกปลุกให้ตระหนักและกระตุ้นให้ลงมือทำ

ในประโยคนี้ awakened หมายถึงการถูกทำให้ตระหนักถึงความจริงหรืออุดมการณ์ที่สำคัญ ไม่ได้หมายถึงการตื่นจากหลับ ส่วน stirred to action หมายถึงการถูกกระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจอย่างมากให้ทำบางอย่าง แทนที่จะเพียงแค่รู้สึกกังวล กริยาช่วย are ใช้ร่วมกับทั้ง awakened และ stirred ทำให้ทั้งสองส่วนเป็นโครงสร้างถูกกระทำ กล่าวคือ ผู้คนหลายพันคนเป็นฝ่ายได้รับอิทธิพล เมื่อนำสองวลีมาใช้ร่วมกัน จึงแสดงลำดับจากการเกิดความตระหนักใหม่ไปสู่การลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ใน “The report awakened the public and stirred them to action.” วลีสำคัญหมายความว่าอย่างไร?

  1. สาธารณชนรู้สึกสะเทือนใจ แต่ไม่มีแรงจูงใจให้ตอบสนอง
  2. สาธารณชนตื่นจากหลับและรู้สึกประหลาดใจชั่วครู่
  3. สาธารณชนตระหนักถึงปัญหาและมีแรงจูงใจให้ลงมือทำ
ดูคำตอบ

สาธารณชนตระหนักถึงปัญหาและมีแรงจูงใจให้ลงมือทำ

Ever wondered how Hitler rose to power

5:08

เคยสงสัยไหมว่าฮิตเลอร์ก้าวขึ้นสู่อำนาจ

in the first place?

5:10

ในตอนแรกได้อย่างไร?

Find out with this video.

5:11

หาคำตอบได้ในวิดีโอนี้

Or,

5:13

หรือ

for more gut-wrenching bravery and subterfuge,

5:14

หากต้องการเรื่องราวความกล้าหาญและการหลอกล่อที่บีบหัวใจยิ่งขึ้น

check out this lesson on Harriet Tubman,

5:16

ลองชมบทเรียนเกี่ยวกับ แฮร์เรียต ทับแมน

liberator of enslaved peoples,

5:19

ผู้ปลดปล่อยผู้คนที่ถูกกดขี่เป็นทาส

and secret general in the Union Army.

5:21

และนายพลลับในกองทัพฝ่ายเหนือ