สัตว์มีภาษาหรือไม่? - Michele Bishop: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
610 คำ 145 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้พิจารณาการสื่อสารของสัตว์ผ่านคุณสมบัติสี่ประการที่เชื่อมโยงกับภาษา ได้แก่ การแยกเป็นหน่วย ไวยากรณ์ การสร้างข้อความได้ไม่จำกัด และการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่อยู่ตรงหน้า ตัวอย่างจากผึ้ง แพรรีด็อก ลิงใหญ่ และโลมาแสดงคุณสมบัติบางข้อ แต่การรวมคุณสมบัติเหล่านี้ในภาษามนุษย์ยังคงมีลักษณะเฉพาะ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. waggle dance — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เรียนรู้ชื่อที่ใช้เรียกพฤติกรรมของผึ้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งเข้ารหัสตำแหน่งและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร พร้อมเข้าใจว่าเหตุใดการบอกข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่นอกรังจึงเป็นตัวอย่างของการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่อยู่ตรงหน้า 2. While these communication systems may have some of the qualities of language we've identified, none display all four. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า While ใช้ยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วน ก่อนที่ none จะชี้ข้อจำกัดสำคัญอย่างไร และนำรูปแบบนี้ไปใช้เพื่อยอมรับหลักฐานสนับสนุน พร้อมคงข้อสรุปที่รอบคอบและกำหนดขอบเขตชัดเจน 3. It may turn out that — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่า may และ turn out ทำให้ข้อสรุปเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน และใช้สำนวนนี้กล่าวถึงผลวิจัยในอนาคตอย่างระมัดระวัง เช่น ความเป็นไปได้ที่ภาษามนุษย์กับการสื่อสารของสัตว์จะอยู่บนแนวต่อเนื่องเดียวกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

All animals communicate.

0:06

สัตว์ทุกชนิดมีการสื่อสาร

Crabs wave their claws at each other วลี

0:09

ปูโบกก้ามใส่กัน

วลี

wave their claws at each other: โบกก้ามเข้าหากัน

ในที่นี้ wave เป็นคำกริยาที่มีกรรม ปูขยับก้ามไปข้างหน้าและข้างหลังหรือจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งเพื่อเป็นสัญญาณที่มองเห็นได้ ไม่ได้หมายความว่าปูมีมือเหมือนมนุษย์หรือแค่กำลังทักทาย โครงสร้าง wave + ส่วนของร่างกายหรือสิ่งของ + at + คนหรือสัตว์ บอกว่าขยับอะไรและหันการกระทำนั้นไปหาใคร each other ทำให้ทิศทางเป็นแบบต่างฝ่ายต่างทำต่อกัน ดังนั้นปูแต่ละตัวจึงโบกก้ามไปหาปูอีกตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ wave their flashlights at each other: The hikers ____ across the valley.

ดูคำตอบ

waved their flashlights at each other

to signal that they're healthy and ready to mate. โน้ต

0:11

เพื่อส่งสัญญาณว่าพวกมันแข็งแรงและพร้อมที่จะผสมพันธุ์

ไวยากรณ์

to signal that + อนุประโยค: บอกจุดประสงค์และเนื้อหาของสัญญาณ

วลี infinitive to signal บอกจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า ปูทำเช่นนั้นเพื่อส่งข้อความ ในที่นี้ to ตัวแรกเป็นเครื่องหมายของ infinitive ที่ใช้บอกจุดประสงค์ หลัง signal คำว่า that นำหน้าอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งบอกเนื้อหาของข้อความ คือ they're healthy and ready to mate โดย that เป็นคำเชื่อมอนุประโยค ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่แปลว่า “นั้น” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ do something to signal that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่สร้างจาก signal และบอกทั้งจุดประสงค์กับเนื้อหา: A red light turns on ____ the machine needs attention.

ดูคำตอบ

to signal that

วลี

ready to mate: อยู่ในสภาพพร้อมผสมพันธุ์ทางชีวภาพ

โครงสร้าง ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าคนหรือสิ่งใดอยู่ในสภาพที่มีความตั้งใจ ความสามารถ หรือเงื่อนไขพร้อมสำหรับการกระทำหนึ่ง ๆ ในที่นี้ ready to mate หมายถึงสัตว์เหล่านี้แข็งแรงและพร้อมทางชีวภาพที่จะผสมพันธุ์ ไม่ได้หมายถึงกำลังทำกิจกรรมเตรียมตัวแยกต่างหาก ความพร้อมแบบใดต้องดูจากบริบท โครงสร้างเดียวกันใช้บอกความพร้อมทางร่างกาย ความตั้งใจทางใจ หรือเงื่อนไขที่เอื้อได้ เช่น ready to leave หรือ ready to begin

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน และคำกริยา leave: The bus has arrived, so we are ____.

ดูคำตอบ

ready to leave

Cuttlefish use pigmented skin cells called chromatophores โน้ต

0:13

หมึกกระดองใช้เซลล์ผิวหนังที่มีเม็ดสีที่เรียกว่าโครมาโทฟอร์

การใช้คำ

pigmented skin cells: คำนามหลักคือ cells

ใน pigmented skin cells คำหลักคือ cells เพราะวลีนี้เรียกเซลล์ชนิดหนึ่ง Skin จำกัดความหมายให้เป็นเซลล์ผิวหนัง และ pigmented เพิ่มข้อมูลว่าเซลล์เหล่านี้มีเม็ดสีหรือมีสีจากเม็ดสี คำถัดมา called chromatophores ให้ชื่อทางวิชาการของเซลล์เหล่านี้ อย่าแบ่งให้ pigmented skin เป็นกลุ่มหลัก เพราะ pigmented บรรยายเซลล์ ไม่ได้บรรยายผิวหนังทั่วไปทั้งผืนว่ามีสี

แบบฝึกหัด

ในวลี pigmented skin cells คำว่า pigmented ขยายอะไร?

  1. ผิวหนัง: เป็นผิวหนังทั่วไปที่ถูกบรรยายว่ามีสีสัน
  2. เม็ดสี: เป็นสารที่ทำจากเซลล์ผิวหนัง
  3. เซลล์: เป็นเซลล์ผิวหนังที่มีเม็ดสี
ดูคำตอบ

เซลล์: เป็นเซลล์ผิวหนังที่มีเม็ดสี

ไวยากรณ์

called chromatophores: การเติมชื่อไว้หลังคำนาม

called chromatophores เป็นวลี past participle ที่วางหลัง skin cells โดยบอกชื่อของเซลล์เหล่านั้น และสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า skin cells that are called chromatophores ในที่นี้ called หมายถึง “ที่ได้รับชื่อว่า” ไม่ใช่ “ถูกโทรหา” รูปแบบ noun + called + name เป็นวิธีแนะนำคำศัพท์เฉพาะอย่างกระชับ โดยเฉพาะในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ใช้ called เพื่อเติมชื่อ tardigrades: Scientists study tiny animals ____.

ดูคำตอบ

called tardigrades

to create patterns on their skin ไวยากรณ์

0:17

เพื่อสร้างลวดลายบนผิวหนัง

ไวยากรณ์

to create patterns on their skin: การบอกจุดประสงค์หลัง use

to create patterns on their skin เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าหมึกกระดองใช้เซลล์ที่มีเม็ดสีไปทำไม นั่นคือเพื่อสร้างลวดลายที่มองเห็นได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ use + thing + to + base verb เช่น use cells to create วลีที่ขึ้นต้นด้วย to ตอบคำถามว่า “ใช้เพื่ออะไร” ไม่ได้หมายความเพียงว่าการสร้างลวดลายเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของ measure: We use a ruler ____ the desk.

ดูคำตอบ

to measure

that act as camouflage วลี

0:19

ซึ่งทำหน้าที่ในการพรางตัว

วลี

act as camouflage: การบอกหน้าที่ของสิ่งหนึ่ง

ในที่นี้ act as หมายถึง “ทำหน้าที่เป็น” หรือ “มีบทบาทเป็น” ไม่ได้หมายถึง “แสดงละคร” วลีนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำหน้าที่เป็น camouflage หรือการพรางตัว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ act as + คำนามหรือกลุ่มคำนามที่บอกบทบาทหรือหน้าที่ เช่น act as a guide ในความหมายนี้ camouflage เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงไม่ใส่ a ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย act as: During a power cut, this phone can ____ a flashlight.

ดูคำตอบ

act as

or warnings to rivals. วลี

0:21

หรือเพื่อเตือนคู่แข่ง

วลี

warnings to rivals: การระบุผู้รับคำเตือน

warnings to rivals หมายถึง “คำเตือนที่ส่งถึงคู่แข่ง” โดย warnings คือข้อความหรือสัญญาณเตือน ส่วน to rivals ระบุว่าใครเป็นผู้รับคำเตือนนั้น ในที่นี้ to ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a warning/warnings to + ผู้รับคำเตือน ในประโยคเต็ม warnings บอกหน้าที่อีกอย่างหนึ่งควบคู่กับ camouflage

แบบฝึกหัด

เลือกคู่คำที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: The sign is a warning ___ drivers ___ falling rocks.

  1. to ... about
  2. about ... to
  3. to ... for
ดูคำตอบ

to ... about

Honeybees perform complex dances วลี

0:23

ผึ้งน้ำหวานเต้นรำด้วยท่าทางที่ซับซ้อน

วลี

perform complex dances: ทำพฤติกรรมที่เป็นแบบแผน

ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์นี้ perform complex dances หมายถึง “ทำชุดท่าทางการเต้นที่จัดเป็นแบบแผน” คำว่า perform ทำให้การเต้นถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่มีโครงสร้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิงของผู้ชม รูปแบบ perform + คำนาม ใช้ได้กับการกระทำ ลำดับท่าทาง งาน หรือพิธีกรรมที่มีรูปแบบชัดเจน ในที่นี้มีความแม่นยำและเป็นทางการกว่าคำกว้าง ๆ อย่าง do

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ perform อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “ทำพฤติกรรมที่มีโครงสร้าง”

  1. Leo performs breakfast every morning.
  2. The birds perform a sequence of wing movements during courtship.
  3. Mia performs her homework after school.
ดูคำตอบ

The birds perform a sequence of wing movements during courtship.

to let other bees know the location วลี

0:26

เพื่อให้ผึ้งตัวอื่นรู้ตำแหน่ง

วลี

to let other bees know: บอกจุดประสงค์และส่งต่อข้อมูล

To let other bees know บอกจุดประสงค์ของการเต้นรำ คือทำให้ผึ้งตัวอื่นรับรู้ข้อมูล ในการใช้นี้ let ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตเพียงอย่างเดียว แต่ let someone know หมายถึงบอกข้อมูลให้ใครบางคนรู้ โครงสร้างคือ to + let + ผู้รับข้อมูล + know + ข้อมูล หลัง let ต้องใช้ know ในรูปกริยาพื้นฐานโดยไม่มี to ส่วน to ตัวแรกใช้บอกจุดประสงค์เช่นเดียวกับ in order to

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ let someone know: Please ____ if the schedule changes.

ดูคำตอบ

let me know

and quality of a food source.

0:28

และคุณภาพของแหล่งอาหาร

วลี

the location and quality of a food source: คำนามสองคำใช้วลีที่มี of ร่วมกัน

ในวลี the location and quality of a food source คำว่า location และ quality เป็นคำนามที่มีฐานะเท่ากันและเชื่อมด้วย and ส่วน of a food source ที่อยู่ท้ายวลีขยายคำนามทั้งสองคำ จึงมีความหมายเท่ากับ the location of a food source และ the quality of a food source ภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องกล่าววลีที่มี of ซ้ำเมื่อเห็นชัดว่าวลีนั้นสัมพันธ์กับคำนามทั้งสองคำ ในที่นี้ location หมายถึงแหล่งอาหารอยู่ที่ไหน ส่วน quality หมายถึงแหล่งนั้นดีหรือมีประโยชน์เพียงใด เช่น มีอาหารให้มากแค่ไหน คำว่า quality ในที่นี้ไม่ใช่คำโฆษณาทั่วไปที่กล่าวถึงความเป็นเลิศ

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้โครงสร้างเดียวกัน คือคำนามที่มีฐานะเท่ากันสองคำใช้วลีท้ายที่มี of ร่วมกันเพียงวลีเดียว

  1. the size of the island and its shape
  2. the size and shape of the island
  3. the island's size, along with its shape
ดูคำตอบ

the size and shape of the island

All of these animals have impressive communication systems, วลี

0:30

สัตว์เหล่านี้ล้วนมีระบบการสื่อสารที่น่าทึ่ง

วลี

have impressive communication systems: ใช้ have เพื่อบอกลักษณะหรือความสามารถ

ในที่นี้ have หมายถึงมีหรือมีสิ่งนั้นเป็นลักษณะประจำ ประโยคนี้บอกว่าสัตว์เหล่านี้มีวิธีสื่อสารที่น่าทึ่ง ไม่ได้หมายความว่าพวกมันกำลังถือหรือใช้งานสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง Communication systems เป็นกลุ่มคำนามแบบภาษาวิทยาศาสตร์ที่ใช้กล่าวรวมถึงวิธีส่งและรับสัญญาณอย่างเป็นระบบ Systems สามารถหมายถึงรูปแบบของพฤติกรรมและสัญญาณได้ ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เท่านั้น ส่วน Impressive แสดงว่าวิธีเหล่านี้มีประสิทธิภาพ ซับซ้อน หรือก้าวหน้าเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

have impressive communication systems ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สัตว์เหล่านั้นใช้วิธีที่พัฒนามาอย่างดีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
  2. สัตว์เหล่านั้นกำลังถืออุปกรณ์สื่อสารอยู่ในขณะนี้
  3. สัตว์เหล่านั้นเป็นเจ้าของเครื่องจักรสื่อสารที่น่าทึ่ง
ดูคำตอบ

สัตว์เหล่านั้นใช้วิธีที่พัฒนามาอย่างดีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล

but do they have language? ลำดับความ

0:34

แต่พวกมันมีภาษาหรือไม่?

ลำดับความ

but do they have language?: การเปลี่ยนเข้าสู่คำถามหลัก

คำว่า but เปลี่ยนจุดสนใจจากประเด็นก่อนหน้าเกี่ยวกับระบบการสื่อสารไปสู่คำถามที่เข้มงวดกว่า นั่นคือระบบเหล่านั้นนับว่าเป็นภาษาหรือไม่ การเปรียบต่างนี้ไม่ได้ลบล้างประเด็นก่อนหน้า แต่ช่วยจำกัดสิ่งที่ต้องตัดสินต่อไปให้ชัดเจนขึ้น ในการอธิบาย คำถามแบบนี้สามารถนำเสนอประเด็นหลักที่ส่วนถัดไปจะให้นิยามและตรวจสอบ แทนที่จะเป็นเพียงการขอคำตอบจากผู้ฟังทันที

แบบฝึกหัด

but do they have language? มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดลำดับคำอธิบายนี้

  1. นำเสนอคำถามหลักที่คำอธิบายส่วนถัดไปจะตรวจสอบ
  2. ปฏิเสธข้อความก่อนหน้าทั้งหมดเกี่ยวกับการสื่อสาร
  3. จบการอภิปรายและขอให้ผู้ฟังตอบทันที
ดูคำตอบ

นำเสนอคำถามหลักที่คำอธิบายส่วนถัดไปจะตรวจสอบ

To answer that question, ลำดับความ

0:37

เพื่อตอบคำถามนั้น

ลำดับความ

To answer that question: การเปลี่ยนเข้าสู่การวิเคราะห์

To answer that question เชื่อมกลับไปยังคำถามที่เพิ่งถามไป โดย that question ไม่ได้ใช้เพื่อนำเสนอคำถามใหม่ วลี infinitive To answer บอกจุดประสงค์ของเนื้อหาที่จะตามมา เมื่อวางไว้ต้นประโยค คำเชื่อมนี้จะพาคำอธิบายจากการตั้งปัญหาไปสู่การนำเสนอวิธี หลักฐาน หรือขั้นตอนที่ใช้แก้ปัญหานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอ้างกลับไปยังคำถามก่อนหน้าและนำเสนอวิธีหาคำตอบได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. To answer that question, we need to examine the evidence.
  2. That question is different, so let us change the subject.
  3. Before asking that question, we had already finished the analysis.
ดูคำตอบ

To answer that question, we need to examine the evidence.

we can look at four specific qualities that are often associated with language: โน้ต

0:38

เราสามารถพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะสี่ประการที่มักเกี่ยวข้องกับภาษา:

ลำดับความ

look at four specific qualities ในฐานะแผนที่การวิเคราะห์

ในที่นี้ look at หมายถึง “พิจารณา” หรือ “ตรวจสอบ” ไม่ได้หมายถึงเพียงหันสายตาไปมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง วลีนี้เกริ่นหัวข้อของส่วนถัดไป คือคุณลักษณะที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนสี่ประการ การบอกจำนวนและประเภทของเกณฑ์ก่อนอธิบายช่วยสร้างแผนที่สำหรับการวิเคราะห์ ในคำอธิบาย look at ที่ตามด้วยกลุ่มรายการซึ่งระบุจำนวนไว้มักเป็นสัญญาณว่าจะพิจารณาแต่ละรายการตามลำดับ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกหน้าที่ของ look at four specific qualities ในประโยคได้ดีที่สุด

  1. เป็นการสรุปว่าคุณลักษณะทั้งสี่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
  2. เป็นการบอกให้ผู้ฟังใช้ตามองวัตถุสี่ชิ้น
  3. เป็นการเกริ่นเกณฑ์สี่ข้อที่จะพิจารณาต่อไป
ดูคำตอบ

เป็นการเกริ่นเกณฑ์สี่ข้อที่จะพิจารณาต่อไป

วลี

are often associated with: ความเชื่อมโยง ไม่ใช่เหตุและผล

be associated with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “มักถูกเชื่อมโยงกับ” ในประโยคนี้ คุณลักษณะเหล่านั้นมักถูกเชื่อมโยงกับภาษาในความคิดหรือคำอธิบายของผู้คน วลีนี้บอกถึงความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าภาษาสร้างคุณลักษณะเหล่านั้น คุณลักษณะเหล่านั้นสร้างภาษา หรือความเชื่อมโยงนี้เป็นจริงเสมอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสองสิ่งมักเชื่อมโยงกันโดยไม่ได้กล่าวว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง

  1. Late-night screen use is always caused by poor sleep.
  2. Late-night screen use is often associated with poor sleep.
  3. Late-night screen use is often associated to poor sleep.
ดูคำตอบ

Late-night screen use is often associated with poor sleep.

discreetness, การใช้คำ

0:42

ความไม่ต่อเนื่อง,

การใช้คำ

discreetness: ศัพท์ภาษาศาสตร์ที่ตั้งใจใช้คือ discreteness

ในรายการคุณสมบัติของภาษานี้ discreetness ตั้งใจใช้ในความหมายของ discreteness คือ ภาษาประกอบขึ้นจากหน่วยที่แยกจากกันและจำแนกได้ เช่น เสียงและคำแต่ละหน่วย หน่วยเหล่านี้สามารถแยกความแตกต่างและนำมารวมกันได้หลายแบบ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน discreetness โดยทั่วไปหมายถึงการวางตัวอย่างรอบคอบ เป็นส่วนตัว หรือระวังไม่ให้ตนเองเป็นจุดสนใจ ส่วนศัพท์ภาษาศาสตร์สะกดว่า discreteness จึงต้องใช้คำอธิบายแวดล้อมเกี่ยวกับเสียงและคำเพื่อระบุความหมายที่ตั้งใจไว้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย discreteness ในฐานะคุณสมบัติของภาษาได้ดีที่สุด

  1. ภาษาหนึ่งประกอบด้วยเสียงและคำที่แยกจากกันและสามารถนำมารวมกันได้
  2. คนทำงานทำงานเสร็จเร็วขึ้น
  3. คนคนหนึ่งเก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไว้เป็นความลับ
ดูคำตอบ

ภาษาหนึ่งประกอบด้วยเสียงและคำที่แยกจากกันและสามารถนำมารวมกันได้

grammar,

0:44

ไวยากรณ์,

productivity, การใช้คำ

0:46

ความสามารถในการสร้างสรรค์,

การใช้คำ

productivity: การสร้างถ้อยคำใหม่ด้วยภาษา

ในที่นี้ productivity เป็นคุณสมบัติของภาษา คือ คนเราสามารถใช้ชุดคำและกฎที่มีจำนวนจำกัดเพื่อสร้างและเข้าใจข้อความใหม่จำนวนมาก รวมถึงประโยคที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน คำนี้ไม่ได้หมายถึงการทำงานเร็วขึ้นหรือผลิตสินค้าได้มากขึ้น คำถามสำคัญคือระบบการสื่อสารสามารถสร้างข้อความใหม่ได้หรือไม่ แทนที่จะพึ่งพาเพียงชุดสัญญาณตายตัว

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างใดแสดง productivity ในความหมายทางภาษาศาสตร์ได้ดีที่สุด

  1. สัตว์ส่งเสียงเตือนแบบเดิมซ้ำทุกครั้งที่เกิดอันตราย
  2. ผู้พูดใช้คำและกฎที่คุ้นเคยเพื่อสร้างประโยคที่ตนไม่เคยได้ยินมาก่อน
  3. คนทำงานบรรจุกล่องได้มากขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมง
ดูคำตอบ

ผู้พูดใช้คำและกฎที่คุ้นเคยเพื่อสร้างประโยคที่ตนไม่เคยได้ยินมาก่อน

and displacement. การใช้คำ

0:47

และการสื่อสารข้ามเวลาและสถานที่

การใช้คำ

displacement: การพูดถึงสิ่งที่อยู่นอกเหนือที่นี่และเวลานี้

ในภาษาศาสตร์ displacement คือความสามารถในการสื่อสารถึงสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในเวลาและสถานที่ขณะนั้น ผู้พูดสามารถกล่าวถึงอดีต อนาคต สถานที่ห่างไกล หรือเหตุการณ์ในจินตนาการได้ ในที่นี้คำดังกล่าวเป็นชื่อคุณสมบัติอย่างหนึ่งของภาษา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพของวัตถุ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดง displacement ในฐานะคุณสมบัติของภาษาได้ดีที่สุด

  1. กล่องใบหนึ่งเลื่อนไปสองเมตรภายในห้อง
  2. สุนัขคำรามเฉพาะตอนที่คนแปลกหน้ายืนอยู่ตรงหน้าเท่านั้น
  3. เด็กคนหนึ่งเล่าถึงวันหยุดพักผ่อนที่วางแผนไว้สำหรับปีหน้า
ดูคำตอบ

เด็กคนหนึ่งเล่าถึงวันหยุดพักผ่อนที่วางแผนไว้สำหรับปีหน้า

Discreetness means that there is a set of individual units, การใช้คำ

0:50

ความไม่ต่อเนื่องหมายถึงการมีชุดของหน่วยย่อย ๆ

การใช้คำ

a set of individual units: ส่วนที่แยกจากกันและนำมารวมกันได้

วลี a set of individual units หมายถึงกลุ่มขององค์ประกอบที่แยกจากกันและสามารถระบุได้ทีละหน่วย ในคำนิยามนี้ units คือส่วนประกอบของระบบภาษา เช่น เสียงหรือคำ ไม่ใช่หน่วยวัด วลีนี้นำเสนอภาษาในฐานะสิ่งที่สร้างจากส่วนย่อยที่แตกต่างกันและนำมารวมกันได้ ไม่ใช่สัญญาณต่อเนื่องชิ้นเดียวที่แบ่งแยกไม่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a set of individual units หมายถึงอะไร

  1. กลุ่มขององค์ประกอบทางภาษาที่แยกจากกันและสามารถระบุและนำมารวมกันได้
  2. ชุดหน่วยวัดมาตรฐานสำหรับความยาวและน้ำหนัก
  3. สัญญาณต่อเนื่องชิ้นเดียวที่ไม่มีส่วนใดแยกออกจากกันได้
ดูคำตอบ

กลุ่มขององค์ประกอบทางภาษาที่แยกจากกันและสามารถระบุและนำมารวมกันได้

such as sounds or words, ลำดับความ

0:53

เช่น เสียงหรือคำ

ลำดับความ

such as sounds or words: ใช้ such as เพื่อยกตัวอย่าง

such as ใช้เพื่อยกตัวอย่างที่อยู่ในกลุ่มที่กว้างกว่า ในที่นี้ sounds or words เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ individual units ที่กล่าวถึงก่อนหน้า จึงช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจแนวคิดโดยรวมได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ใช่รายการทั้งหมด วลีนี้จัดข้อมูลในรูปแบบ หมวดหมู่ทั่วไป + ตัวอย่าง จึงควรเข้าใจว่าแปลว่า เช่น ไม่ใช่ มีเพียงสิ่งเหล่านี้เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้ยกตัวอย่างให้สมบูรณ์: The drawer holds art supplies, ____ crayons and paint.

ดูคำตอบ

such as

that can be combined to communicate new ideas, ไวยากรณ์

0:55

ที่สามารถนำมารวมกันเพื่อสื่อสารแนวคิดใหม่ ๆ

ไวยากรณ์

that can be combined to communicate new ideas: อนุประโยคสัมพันธ์และรูปถูกกระทำ

that เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายคำนาม units ซึ่งอยู่ก่อนหน้า โดยเพิ่มลักษณะที่ใช้ระบุหน่วยเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำมารวมกันได้ can be combined เป็นรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย โดย units เป็นฝ่ายรับการกระทำของการนำมารวมกัน ส่วน to communicate new ideas บอกจุดประสงค์ของการรวม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + that + can be + กริยาช่องที่สาม + to + คำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค that เพื่อขยาย pieces ซึ่งเป็นฝ่ายรับการกระทำของการนำมารวมกัน แล้วบอกจุดประสงค์ต่อท้าย?

  1. The kit includes pieces, so the robot can combine them.
  2. The kit includes pieces that can be combined to build a robot.
  3. The kit includes pieces that can combine a robot to build.
ดูคำตอบ

The kit includes pieces that can be combined to build a robot.

like a set of refrigerator poetry magnets ลำดับความ

0:58

เหมือนกับชุดแม่เหล็กคำศัพท์ติดตู้เย็น

ลำดับความ

like a set of refrigerator poetry magnets: ใช้การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรมเพื่ออธิบายแนวคิดนามธรรม

ในที่นี้ like หมายถึง “คล้ายกับ” และใช้เปิดการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” ผู้พูดเปรียบหน่วยภาษาที่เป็นนามธรรมกับแม่เหล็กคำชิ้นเล็ก ๆ ที่ติดและเลื่อนไปมาบนตู้เย็นได้ การเปรียบเทียบนี้จัดลำดับคำอธิบายจากสิ่งที่คุ้นเคยและเป็นรูปธรรมไปสู่แนวคิดนามธรรม กล่าวคือ หน่วยแต่ละหน่วยสามารถนำมาเรียงใหม่เป็นชุดต่าง ๆ ได้ ในภาษาที่ใช้อธิบาย like + นามวลีมักนำเสนอแบบจำลองหรือภาพที่ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาถัดไป

แบบฝึกหัด

like ทำหน้าที่อะไรในวลีนี้?

  1. ใช้การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรมเพื่ออธิบายแนวคิดนามธรรม
  2. ระบุวัสดุทั้งหมดที่ต้องใช้ในการสร้างวลี
  3. บอกว่ามีคนชอบใช้แม่เหล็กติดตู้เย็น
ดูคำตอบ

ใช้การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรมเพื่ออธิบายแนวคิดนามธรรม

you can rearrange to create different phrases. วลี

1:01

ที่คุณสามารถเรียงใหม่เพื่อสร้างวลีที่แตกต่างกันได้

วลี

can rearrange to create different phrases: การกระทำและจุดประสงค์

can + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงว่าการจัดเรียงใหม่นั้นสามารถทำได้ rearrange หมายถึงนำสิ่งชุดเดิมมาเรียงในลำดับที่ต่างออกไป ในประโยคนี้ สิ่งที่ถูกจัดเรียงใหม่เข้าใจได้จากบริบท จึงไม่ได้กล่าวซ้ำหลังกริยา วลี infinitive to create different phrases บอกจุดประสงค์และผลที่คาดหวังของการจัดเรียงใหม่ ให้อ่าน rearrange ... to create ... เป็นหน่วย “การกระทำ-จุดประสงค์” เดียวกัน คือเปลี่ยนลำดับเพื่อให้สร้างวลีใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย rearrange และ to create: You can ____ the tiles ____ a new pattern.

ดูคำตอบ

rearrange · to create

Grammar provides a system of rules วลี

1:04

ไวยากรณ์มีระบบกฎเกณฑ์

วลี

Grammar provides a system of rules: การอธิบายหน้าที่เชิงนามธรรม

ในที่นี้ provides หมายถึง “ทำให้มีไว้ใช้” หรือ “จัดหาให้” แม้ว่าสิ่งที่ตามหลังจะเป็นนามธรรม ประโยคนี้อธิบายว่าไวยากรณ์ทำหน้าที่อะไร คือมอบกรอบกฎที่จัดเป็นระบบให้ผู้ใช้ภาษา A system of rules คือชุดกฎที่เชื่อมโยงกันและทำงานร่วมกัน ไม่ใช่กฎข้อเดียวหรือรายการที่รวบรวมแบบสุ่ม รูปแบบ X provides a system, framework, or method ใช้อธิบายหน้าที่ของแนวคิดหรือเครื่องมือได้

แบบฝึกหัด

“Grammar provides a system of rules” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ไวยากรณ์มอบชุดกฎที่เป็นระบบและเชื่อมโยงกันให้ผู้ใช้ภาษา
  2. ไวยากรณ์คือกฎเพียงข้อเดียวที่ไม่เกี่ยวข้องกับกฎอื่น
  3. ไวยากรณ์ยื่นหนังสือกฎให้ผู้ใช้ภาษาแต่ละคนจริง ๆ
ดูคำตอบ

ไวยากรณ์มอบชุดกฎที่เป็นระบบและเชื่อมโยงกันให้ผู้ใช้ภาษา

that tells you how to combine those individual units. ไวยากรณ์

1:06

ที่บอกคุณว่าจะนำหน่วยย่อยเหล่านั้นมารวมกันได้อย่างไร

ไวยากรณ์

how to combine those individual units: how + to-infinitive ที่ทำหน้าที่เป็นเนื้อหา

How to combine those individual units เป็นวลีโครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive หมายถึง “วิธีรวมหน่วยย่อยเหล่านั้น” และวลีทั้งหมดเป็นเนื้อหาที่ tells you บอกให้ทราบ โครงสร้างนี้ไม่ใช่คำถามโดยตรง หลังคำกริยาอย่าง tell, show, explain และ learn สามารถใช้ how to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อระบุวิธีหรือขั้นตอนในการทำบางสิ่งได้

แบบฝึกหัด

ใช้ how + to + combine เติมประโยคให้สมบูรณ์: The guide shows us ____ the pieces safely.

ดูคำตอบ

how to combine

Productivity is the ability to use language วลี

1:10

ความสามารถในการสร้างสรรค์คือความสามารถในการใช้ภาษา

วลี

Productivity is the ability to use language: การนิยามความสามารถ

ตรงนี้ Productivity ถูกนิยามว่าเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง โครงสร้าง X is the ability to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งสามารถทำอะไรได้ โดย to use language ระบุการกระทำที่เป็นเนื้อหาของความสามารถนั้น ในบริบทภาษาศาสตร์นี้ productivity หมายถึงความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อสร้างสำนวนใหม่ ไม่ได้หมายถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือการทำงานได้มากขึ้น

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมคำนิยามของความสามารถได้ถูกต้อง: Flexibility is ____ change plans when needed.

  1. the permission to
  2. the habit of
  3. the ability to
ดูคำตอบ

the ability to

to create an infinite number of messages. วลี

1:13

เพื่อสร้างข้อความจำนวนนับไม่ถ้วน

วลี

an infinite number of messages: การบอกว่าไม่มีขีดจำกัดสูงสุดที่แน่นอน

วลี infinitive to create... อธิบายว่าการใช้ภาษาทำให้เกิดอะไรขึ้นได้ โดย create มี messages เป็นกรรม an infinite number of messages หมายถึงข้อความที่แตกต่างกันซึ่งในทางทฤษฎีมีจำนวนไม่จำกัด โครงสร้าง an infinite number of + คำนามนับได้พหูพจน์ เน้นว่าไม่มีขีดจำกัดสูงสุดที่แน่นอน ไม่ได้หมายความว่ามีคนนับยอดรวมที่เจาะจงไว้แล้ว

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้ได้ถูกต้องกับคำนามนับได้พหูพจน์: A few simple rules can produce ____ possible sentences.

  1. an infinite amount of
  2. an infinite number of
  3. an infinite number
ดูคำตอบ

an infinite number of

And displacement is the ability to talk about things that aren't right in front of you, วลี

1:16

และการสื่อสารข้ามเวลาและสถานที่คือความสามารถในการพูดถึงสิ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าคุณ

วลี

the ability to talk about: ระบุว่าความสามารถนั้นคืออะไร

โครงสร้าง the ability to + คำกริยา บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งสามารถทำอะไรได้ ในที่นี้ to talk about... ระบุเนื้อหาของความสามารถที่เรียกว่า displacement ใน talk about คำว่า about ใช้นำหัวข้อหรือสิ่งที่พูดถึง สำนวนนี้หมายถึงการใช้ภาษาเพื่ออภิปรายหรืออธิบายหัวข้อนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่คุยเล่นสบาย ๆ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้องโดยใช้ ability + to-infinitive และ talk about? A museum guide needs ___ local history clearly.

  1. the ability to talk about
  2. the ability to talk
  3. the ability talking about
ดูคำตอบ

the ability to talk about

วลี

things that aren't right in front of you: right ที่ใช้เน้นตำแหน่ง

อนุประโยคขยายคำนาม that aren't right in front of you บอกว่า things หมายถึงสิ่งใด คือสิ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงในระยะสายตาของคนนั้น ใน right in front of you คำว่า right เป็นคำวิเศษณ์เน้นความหมายว่า “ตรง” หรือ “พอดี” ไม่ได้หมายถึงทิศที่ตรงข้ามกับ left ในคำนิยามนี้ วลีดังกล่าวยังหมายกว้าง ๆ ถึงสิ่งที่อยู่นอกสภาพแวดล้อมหรือการรับรู้ตรงหน้าของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Your bag is right in front of you,” คำว่า right หมายถึงอะไร?

  1. ตรงหรือพอดี
  2. อย่างถูกต้อง
  3. ทางขวามือ
ดูคำตอบ

ตรงหรือพอดี

such as past, future, or fictional events. การใช้คำ

1:21

เช่น เหตุการณ์ในอดีต อนาคต หรือเรื่องแต่ง

การใช้คำ

เหตุการณ์ในอดีต อนาคต หรือเหตุการณ์สมมติ

past, future และ fictional ล้วนขยายคำว่า events โดยเป็นรายการสามประเภท ได้แก่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง และเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นในเรื่องราวหรือจินตนาการ fictional events คือเหตุการณ์ที่แต่งขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์จริง วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์จริงที่มีคนมาปฏิเสธในภายหลัง แต่ขยายความหมายของ events ให้รวมถึงสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงด้วย

แบบฝึกหัด

fictional events ในรายการนี้หมายถึงอะไร

  1. เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นแล้วแต่ถูกปฏิเสธในภายหลัง
  2. เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าผู้พูดในขณะนี้
  3. เหตุการณ์ที่แต่งขึ้นในเรื่องราวหรือจินตนาการ
ดูคำตอบ

เหตุการณ์ที่แต่งขึ้นในเรื่องราวหรือจินตนาการ

So,

1:25

แล้ว

does animal communication exhibit any of these qualities? การใช้คำ

1:26

การสื่อสารของสัตว์แสดงคุณสมบัติเหล่านี้บ้างหรือไม่?

การใช้คำ

exhibit any of these qualities: แสดงลักษณะที่สังเกตได้

ในที่นี้ exhibit หมายถึง “แสดงหรือมีลักษณะที่สังเกตได้” โดยกำลังพิจารณาประธาน animal communication ว่ามีคุณลักษณะใดที่กล่าวไปแล้วหรือไม่ ในคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ any of these qualities ถามว่ามีคุณลักษณะอย่างน้อยหนึ่งข้อที่ตรงหรือไม่ ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีครบทุกข้อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ exhibit ในความหมายเดียวกับ exhibit any of these qualities

  1. The new material exhibits unusual strength.
  2. The guide stands beside the exhibit.
  3. The gallery exhibits local paintings.
ดูคำตอบ

The new material exhibits unusual strength.

For crabs and cuttlefish, the answer is no.

1:29

สำหรับปูและหมึกกระดอง คำตอบคือไม่

They don't combine their signals in creative ways. วลี

1:33

พวกมันไม่ได้นำสัญญาณมาผสมผสานกันอย่างสร้างสรรค์

วลี

ผสมผสานสัญญาณของพวกมันด้วยวิธีที่สร้างสรรค์

combine their signals หมายถึงนำสัญญาณที่แยกจากกันมารวมกัน ส่วน in creative ways บอกว่าจะรวมกันอย่างไร คือรวมอย่างยืดหยุ่นเพื่อสร้างรูปแบบที่หลากหลายหรือแปลกใหม่ creative ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างงานศิลปะโดยเฉพาะ ประโยคนี้บอกว่าพวกมันไม่ได้ใช้สัญญาณเพื่อสร้างการผสมผสานใหม่ ๆ ที่หลากหลาย โครงสร้าง combine + something + in ... ways ใช้อธิบายว่าส่วนต่าง ๆ ถูกนำมารวมกันอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในประโยค They don't combine their signals in creative ways วลี in creative ways อธิบายอะไร?

  1. ทำไมสัญญาณจึงได้ยินยาก
  2. สัญญาณสร้างงานศิลปะประเภทใด
  3. สัญญาณจะถูกผสมผสานอย่างไร
ดูคำตอบ

สัญญาณจะถูกผสมผสานอย่างไร

Those signals also don't have to be in a grammatical order, ไวยากรณ์

1:36

สัญญาณเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องเรียงตามหลักไวยากรณ์

ไวยากรณ์

ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับไวยากรณ์

don't have to be หมายถึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในสภาพหนึ่ง ส่วน be in a grammatical order หมายถึงเรียงตามลำดับที่เป็นไปตามกฎไวยากรณ์ สัญญาณเหล่านี้จะเรียงตามลำดับนั้นก็ได้ แต่ไม่ได้ถูกกำหนดว่าต้องเรียง don't have to ไม่ได้หมายถึง cannot หรือ must not

แบบฝึกหัด

ข้อใดกล่าวความหมายของประโยคนี้ได้ถูกต้องที่สุด: The cards don't have to be in alphabetical order?

  1. ไม่จำเป็นต้องเรียงบัตรตามลำดับตัวอักษร
  2. ไม่สามารถเรียงบัตรตามลำดับตัวอักษรได้
  3. ห้ามเรียงบัตรตามลำดับตัวอักษร
ดูคำตอบ

ไม่จำเป็นต้องเรียงบัตรตามลำดับตัวอักษร

and they only communicate current conditions, การใช้คำ

1:39

และพวกมันสื่อสารแค่สภาวะในปัจจุบันเท่านั้น

การใช้คำ

only communicate current conditions: ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจุบันเท่านั้น

ในประโยคนี้ current conditions หมายถึง “สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้” โดย conditions กล่าวถึงสภาพหรือสถานการณ์รอบตัวโดยรวม ส่วน current หมายถึง “ปัจจุบัน” ไม่ได้หมายถึง “กระแสไฟฟ้า” only จำกัดขอบเขตของข้อมูลที่สัญญาณเหล่านี้สื่อออกมา กล่าวคือ พวกมันให้ข้อมูลเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่และตอนนี้ โดยไม่เกินขอบเขตนั้น โครงสร้าง only + วลีกริยาสามารถใช้เพื่อจำกัดการกระทำหรือข้อมูลให้อยู่ในขอบเขตที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ they only communicate current conditions หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกมันใช้ไฟฟ้าส่งข้อความทุกประเภท
  2. พวกมันสื่อเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
  3. พวกมันสื่อสารเฉพาะตอนที่สภาพอากาศเป็นอันตราย
ดูคำตอบ

พวกมันสื่อเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

like I am healthy

1:42

เช่น ฉันแข็งแรง

or I am poisonous.

1:43

หรือ ฉันมีพิษ

But some animals actually do display some of these properties. ไวยากรณ์

1:46

แต่สัตว์บางชนิดก็แสดงคุณสมบัติบางอย่างเหล่านี้จริง ๆ

ไวยากรณ์

actually do display: การใช้ do เน้นข้อความบอกเล่า

ในประโยคบอกเล่า สามารถวาง do ไว้หน้าคำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นข้อความให้หนักแน่นขึ้นได้ ใน actually do display คำว่า do เป็นกริยาช่วย ส่วน display เป็นกริยาหลัก ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “แสดงให้เห็นจริง ๆ” หรือ “แสดงให้เห็นอย่างแน่นอน” ไม่ใช่การกระทำสองอย่างแยกกัน actually นำเสนอข้อเท็จจริงว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจหรือเป็นการแก้ไขความเข้าใจก่อนหน้า ส่วน do ที่ลงเสียงหนักช่วยยืนยันข้อเท็จจริงนั้นอย่างชัดเจน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน กล่าวคือ สัตว์บางชนิดแสดงคุณสมบัติเหล่านั้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่ามี do ที่ลงเสียงหนักอย่างชัดเจนอยู่หน้า display หรือไม่

  1. Some animals actually display these properties.
  2. Some animals actually don't display these properties.
  3. Some animals actually do display these properties.
ดูคำตอบ

Some animals actually do display these properties.

Bees use the moves, angle, duration, and intensity of their waggle dance โน้ต

1:50

ผึ้งใช้การเคลื่อนไหว มุม ระยะเวลา และความแรงของการเต้นส่ายก้น

การใช้คำ

moves, angle, duration, and intensity: สี่มิติของสัญญาณ

คำนามทั้งสี่คำเรียงเป็นรายการที่มีสถานะเท่ากันหลังคำว่า use กล่าวคือ ผึ้งใช้ลักษณะสี่ด้านของการเต้นรำเป็นส่วนประกอบของระบบสัญญาณ แต่ละรายการระบุคุณลักษณะที่วัดได้ ได้แก่ มีการเคลื่อนไหวแบบใด มุมเท่าใด นานแค่ไหน และแรงหรือกระฉับกระเฉงเพียงใด ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ รายการแบบนี้ช่วยแยกพฤติกรรมที่ซับซ้อนหนึ่งอย่างออกเป็นหลายมิติที่อยู่ในระดับเดียวกัน ในที่นี้ intensity หมายถึงความแรงหรือพลังของสัญญาณการเต้นรำ ไม่ใช่ความรุนแรงของอารมณ์

แบบฝึกหัด

รายการ moves, angle, duration, and intensity ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นการระบุลักษณะสี่อย่างของการเต้นรำที่สามารถส่งข้อมูลได้
  2. เป็นการอธิบายอารมณ์สี่อย่างที่ผึ้งรู้สึก
  3. เป็นการระบุสถานที่สี่แห่งที่ผึ้งเต้นรำ
ดูคำตอบ

เป็นการระบุลักษณะสี่อย่างของการเต้นรำที่สามารถส่งข้อมูลได้

วัฒนธรรม

waggle dance: พฤติกรรมการสื่อสารของผึ้ง

ในประโยคนี้ waggle dance เป็นชื่อพฤติกรรมการสื่อสารชนิดหนึ่งของผึ้ง ผึ้งงานที่ออกหาอาหารจะเคลื่อนไหวตามรูปแบบซ้ำ ๆ ภายในรัง และลักษณะของรูปแบบนั้นจะให้ข้อมูลแก่ผึ้งตัวอื่นเกี่ยวกับแหล่งอาหาร โดยเฉพาะทิศทางและระยะทาง คำว่า dance เป็นชื่อเชิงภาพสำหรับการเคลื่อนไหวที่เป็นแบบแผน ไม่ใช่การเต้นรำเพื่อความบันเทิง ความหมายนี้ทำให้การกระทำที่มองเห็นได้ในรังสามารถชี้ถึงอาหารที่อยู่อีกแห่งหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

waggle dance ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. การเคลื่อนไหวแบบสุ่มที่ผึ้งทำขณะพัก
  2. การเต้นรำเพื่อความบันเทิงให้มนุษย์ชม
  3. พฤติกรรมที่เป็นแบบแผนของผึ้งซึ่งใช้สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับอาหาร
ดูคำตอบ

พฤติกรรมที่เป็นแบบแผนของผึ้งซึ่งใช้สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับอาหาร

to describe the location and richness of a food source. วลี

1:55

เพื่ออธิบายตำแหน่งและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร

วลี

to describe the location and richness: การระบุข้อมูลในด้านต่าง ๆ

วลี infinitive to describe บอกจุดประสงค์ว่า มีการใช้สิ่งหนึ่งเพื่อให้ข้อมูล คำที่อยู่หลัง describe เป็นกรรมตรงและบอกว่ากำลังอธิบายข้อมูลอะไร ซึ่งก็คือ the location and richness of a food source Location หมายถึงอาหารอยู่ที่ไหน ส่วน richness หมายถึงแหล่งอาหารนั้นอุดมสมบูรณ์หรือให้ประโยชน์มากเพียงใด ไม่ได้หมายถึงเงินหรือความร่ำรวย โครงสร้างนี้ใช้กับข้อมูลชนิดอื่นได้ด้วย เช่น describe the size หรือ describe the cause

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ describe ที่ใช้บอกจุดประสงค์: The report uses a table ____ the location and size of each site.

ดูคำตอบ

to describe

That source is outside the hive, วัฒนธรรม

1:59

แหล่งอาหารนั้นอยู่นอกรัง

วัฒนธรรม

outside the hive: คำบอกใบ้เกี่ยวกับตำแหน่ง

Outside the hive เป็นวลีบุพบทที่บอกตำแหน่งของแหล่งอาหาร Outside หมายถึงไม่ได้อยู่ข้างใน ส่วน hive ในที่นี้หมายถึงรังที่ผึ้งอาศัยอยู่ ไม่ได้หมายถึง “บ้าน” โดยทั่วไป รายละเอียดนี้สนับสนุนแนวคิดเรื่องการสื่อถึงสิ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้า หรือ displacement เพราะสัญญาณสามารถอ้างถึงแหล่งอาหารที่อยู่นอกรัง ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งที่อยู่ข้างในรังเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เหตุใด outside the hive จึงสำคัญในการอธิบาย displacement?

  1. บอกว่าแหล่งอาหารถูกเก็บไว้ภายในรังผึ้ง
  2. หมายความว่า hive เป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกบ้านของสัตว์ทุกชนิด
  3. แสดงว่าผึ้งสามารถสื่อสารเกี่ยวกับแหล่งอาหารที่อยู่ห่างจากรังได้
ดูคำตอบ

แสดงว่าผึ้งสามารถสื่อสารเกี่ยวกับแหล่งอาหารที่อยู่ห่างจากรังได้

so they exhibit the property of displacement. ลำดับความ

2:01

พวกมันจึงแสดงคุณสมบัติของการสื่อสารข้ามสถานที่

ลำดับความ

so: ใช้ชี้ข้อสรุปที่มาจากหลักฐานก่อนหน้า

so ที่ต้นประโยคหมายถึง “ดังนั้น” และบอกว่าข้อความที่ตามมา they exhibit the property of displacement เป็นข้อสรุปที่มีข้อมูลก่อนหน้าสนับสนุน รูปแบบที่ได้คือ ข้อเท็จจริงหรือหลักฐานก่อนหน้า + so + ข้อสรุป เนื้อหาหลัง so ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่เป็นข้อวินิจฉัยที่ข้อมูลก่อนหน้าสนับสนุน

แบบฝึกหัด

so ในตัวอย่างนี้บอกอะไร? The tracks continue beyond the fence, so the animal probably escaped.

  1. ส่วนที่สองเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ส่วนที่สองเป็นข้อสรุปที่อาศัยส่วนแรก
  3. ส่วนที่สองขัดแย้งกับส่วนแรก
ดูคำตอบ

ส่วนที่สองเป็นข้อสรุปที่อาศัยส่วนแรก

They share that language trait with prairie dogs, วลี

2:05

พวกมันมีลักษณะทางภาษาเช่นเดียวกับแพรรีด็อก

วลี

share that language trait with: มีลักษณะทางภาษานั้นร่วมกับอีกฝ่าย

ใน share that language trait with prairie dogs คำว่า share หมายถึง “มีร่วมกัน” โครงสร้างคือ A shares X with B ซึ่งหมายความว่า A และ B ต่างก็มี X ในที่นี้ They คือ A, that language trait คือ X และ prairie dogs คือ B คำว่า Share ไม่ได้หมายถึงการแบ่งสิ่งของบางส่วนให้กันหรือการบอกข้อมูล แต่ประโยคนี้เปรียบเทียบสองกลุ่มโดยระบุลักษณะที่ทั้งสองกลุ่มมีร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึง “มีร่วมกัน” ลงในประโยค: This new phone ____ several design features with the older model.

ดูคำตอบ

shares

which live in towns of thousands วัฒนธรรม

2:08

ซึ่งอาศัยอยู่เป็นเมืองที่มีประชากรนับพัน

วัฒนธรรม

live in towns of thousands: อาณานิคมสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกนับพันตัว

ในที่นี้ towns เป็นชื่อเชิงเปรียบเทียบของอาณานิคมแพรรีด็อกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นระบบโพรงที่เชื่อมต่อกันและมีแพรรีด็อกจำนวนมากอาศัยอยู่ ไม่ได้หมายถึงเมืองที่เป็นเขตการปกครองของมนุษย์ ใน towns of thousands ส่วน of thousands บอกจำนวนสมาชิกในอาณานิคม ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงอาณานิคมที่มีแพรรีด็อกนับพันตัว

แบบฝึกหัด

ในบริบทของแพรรีด็อก towns of thousands หมายถึงอะไร?

  1. เมืองของมนุษย์ที่มีผู้อยู่อาศัยหลายพันคน
  2. โพรงขนาดเล็กที่มีสัตว์อาศัยอยู่เพียงไม่กี่ตัว
  3. อาณานิคมขนาดใหญ่ที่มีแพรรีด็อกนับพันตัว
ดูคำตอบ

อาณานิคมขนาดใหญ่ที่มีแพรรีด็อกนับพันตัว

and are hunted by coyotes, hawks, badgers, snakes, and humans. ไวยากรณ์

2:10

และถูกล่าโดยหมาป่าไคโยตี้ เหยี่ยว แบดเจอร์ งู และมนุษย์

ไวยากรณ์

are hunted by: รูปถูกกระทำที่ระบุผู้ล่า

Are hunted เป็นรูปถูกกระทำใน present simple โดยมีโครงสร้าง are + hunted ซึ่ง hunted เป็นรูป past participle ของ hunt ประธานพหูพจน์ที่เข้าใจจากข้อความก่อนหน้า ซึ่งก็คือแพรรีด็อก เป็นฝ่ายรับการกระทำ ส่วนกลุ่มคำนามหลัง by ระบุผู้ล่า การเรียงข้อมูลแบบนี้ทำให้คำอธิบายยังคงเน้นแพรรีด็อกเป็นหลัก พร้อมกับเพิ่มรายชื่อสัตว์นักล่า เป็นรูปแบบที่พบบ่อยในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำใน present simple ของ hunt และใส่คำที่ใช้แนะนำผู้ล่าเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: In this ecosystem, rabbits ____ foxes.

ดูคำตอบ

are hunted by

Their alarm calls indicate the predator's size, shape, speed, โน้ต

2:15

เสียงเตือนภัยของพวกมันบ่งบอกถึงขนาด รูปร่าง ความเร็วของนักล่า

การใช้คำ

Their alarm calls indicate: สัญญาณที่แสดงข้อมูล

ในประโยคนี้ กลุ่มคำนาม Their alarm calls เป็นประธาน และ indicate หมายถึง “แสดงหรือสื่อข้อมูลเกี่ยวกับบางสิ่ง” เสียงร้องเหล่านี้สื่อข้อมูลเรื่องขนาด รูปร่าง และความเร็วของผู้ล่า ใช้ X indicates Y หรือ X indicates that ... เมื่อสัญญาณ เสียง อาการ หรือหลักฐานช่วยให้อนุมานข้อมูลได้ คำกริยานี้แสดงว่าข้อมูลเป็นสิ่งที่สัญญาณเผยให้รู้ ไม่ใช่การชี้ไปยังทิศทางจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The test results indicate that the water is safe.” คำว่า indicate หมายถึงอะไร

  1. ผลลัพธ์แสดงบางสิ่งในฐานะหลักฐาน
  2. ผลลัพธ์ชี้ไปยังทิศทางหนึ่งจริง ๆ
  3. ผลลัพธ์ทำให้น้ำปลอดภัย
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์แสดงบางสิ่งในฐานะหลักฐาน

วลี

the predator's size, shape, speed: รูปแสดงความเป็นเจ้าของหนึ่งรูปสำหรับทั้งรายการ

รูปแสดงความเป็นเจ้าของ the predator's ครอบคลุมคำนามที่เชื่อมกันทั้งสามคำ ได้แก่ size, shape และ speed วลีนี้จึงหมายถึง “ขนาดของผู้ล่า รูปร่างของผู้ล่า และความเร็วของผู้ล่า” ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงขนาดเท่านั้นที่เป็นของผู้ล่า เมื่อคุณลักษณะหลายอย่างมีเจ้าของเดียวกัน ภาษาอังกฤษสามารถระบุเจ้าของเพียงครั้งเดียวหน้ารายการคำนามที่เชื่อมกันได้ จึงไม่ต้องพูดซ้ำ the predator's หน้าคำนามทุกคำ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย “the drone's height, width, and speed” ได้ถูกต้อง

  1. โดรนลำนั้นเป็นของคุณลักษณะทั้งสาม
  2. มีเพียงความสูงที่เป็นของโดรนลำนั้น
  3. คุณลักษณะทั้งสามเป็นของโดรนลำนั้น
ดูคำตอบ

คุณลักษณะทั้งสามเป็นของโดรนลำนั้น

and even for human predators, ลำดับความ

2:20

และแม้แต่สำหรับนักล่าที่เป็นมนุษย์

ลำดับความ

“even for human predators” ในฐานะกรณีสุดท้ายที่น่าประหลาดใจ

even ทำให้วลีที่ขึ้นต้นด้วย for ทั้งวลีเป็นจุดเน้น และแสดงว่า human predators เป็นกรณีที่น่าประหลาดใจกว่ากรณีที่กล่าวไปแล้ว คำเชื่อม and เพิ่มกรณีนี้เข้าไปในลำดับข้อมูล ส่วน even ช่วยเน้นข้อกล่าวอ้างให้แรงขึ้น กล่าวคือ การแยกแยะที่กำลังพูดถึงนั้นครอบคลุมไปถึงผู้ล่าที่เป็นมนุษย์ด้วย for ในที่นี้นำหน้ากลุ่มที่กำลังพิจารณา มีความหมายโดยประมาณว่า “ในแง่ของผู้ล่าที่เป็นมนุษย์” หรือ “เมื่อผู้ล่าเป็นมนุษย์” ไม่ได้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even เพื่อเน้นกลุ่มที่ถูกรวมอยู่ด้วยอย่างน่าประหลาดใจ โดย for มีความหมายว่า “ในกรณีของ”?

  1. The guide is clear even for complete beginners.
  2. The guide is clear for complete beginners.
  3. The guide is clear even if the examples are technical.
ดูคำตอบ

The guide is clear even for complete beginners.

what the person is wearing ไวยากรณ์

2:22

ก็ยังบอกได้ว่าบุคคลนั้นสวมใส่อะไร

and if he's carrying a gun.

2:24

และเขาพกปืนมาด้วยหรือไม่

ไวยากรณ์

“what ... and if ...” ในฐานะอนุประโยคคำถามแบบฝังที่เชื่อมกัน

ในประโยคเต็ม ส่วนที่เน้นเชื่อมอนุประโยคคำถามแบบฝังสองส่วนเข้าด้วยกันเพื่อเป็นเนื้อหาของ indicate อนุประโยค what ให้ข้อมูลเรื่องเสื้อผ้าที่ยังไม่ทราบ ส่วนอนุประโยค if ถามข้อเท็จจริงที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ทั้งสองส่วนจึงบอกข้อมูลสองรายการ อนุประโยคคำถามแบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what the person is wearing ไม่ใช่ what is the person wearing ในที่นี้ if หมายถึง whether หรือ “หรือไม่” ไม่ใช่ if ที่บอกเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวางอนุประโยคคำถามแบบฝังสองส่วนที่เชื่อมกันไว้หลัง shows ได้ถูกต้อง?

  1. What is the sensor measuring, and is it working properly?
  2. The app shows what the sensor measures if it is working properly.
  3. The app shows what the sensor is measuring and if it is working properly.
ดูคำตอบ

The app shows what the sensor is measuring and if it is working properly.

Great apes like chimps and gorillas are great communicators too. วัฒนธรรม

2:27

ลิงใหญ่เช่นชิมแปนซีและกอริลลาก็เป็นนักสื่อสารที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน

วัฒนธรรม

Great apes: ชื่อกลุ่มทางชีววิทยา

Great apes เป็นชื่อเรียกทั่วไปของกลุ่มเอปขนาดใหญ่ เช่น ชิมแปนซี กอริลลา และอุรังอุตัง ในประโยคนี้ like chimps and gorillas ยกตัวอย่างสมาชิกของกลุ่มนี้ ตรงนี้ great เป็นส่วนหนึ่งของชื่อกลุ่ม ไม่ได้แปลว่า ยอดเยี่ยม ส่วน great ใน great communicators ช่วงท้ายประโยคใช้ความหมายทั่วไปว่า สื่อสารได้เก่งมาก

แบบฝึกหัด

Great apes ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ลิงชนิดใดก็ได้ที่ตัวใหญ่ผิดปกติ
  2. กลุ่มทางชีววิทยาที่รวมชิมแปนซีและกอริลลา
  3. เอปที่ได้รับคำชมว่ายอดเยี่ยม
ดูคำตอบ

กลุ่มทางชีววิทยาที่รวมชิมแปนซีและกอริลลา

Some have even learned a modified sign language. ลำดับความ

2:31

บางตัวถึงกับเรียนรู้ภาษามือที่ถูกดัดแปลงมาแล้ว

ลำดับความ

Some have even learned...: even แสดงพัฒนาการที่น่าประหลาดใจ

even บอกว่านี่เป็นขั้นที่น่าประหลาดใจกว่า ผู้พูดบอกก่อนว่าเอปขนาดใหญ่สื่อสารได้ดี แล้วเพิ่มข้อมูลที่เด่นขึ้นว่า บางตัวไปไกลถึงขั้นเรียนรู้ระบบภาษามือได้ Some จำกัดขอบเขตไว้เพียงบางตัวในกลุ่ม ไม่ใช่ทั้งหมด modified sign language หมายถึงระบบภาษามือที่ปรับให้เหมาะกับการสื่อสารหรือการวิจัยลักษณะนี้ ประโยคไม่ได้บอกว่าเอปพัฒนาระบบนี้เองตามธรรมชาติในป่า หรือใช้ภาษามือของมนุษย์แบบที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

even ในประโยคนี้บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. ระบบภาษามือนี้ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
  2. การเรียนรู้ระบบภาษามือที่ปรับแล้วเป็นความสำเร็จอีกขั้นที่น่าประหลาดใจ
  3. เอปขนาดใหญ่ทุกตัวเรียนรู้ภาษามือของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

การเรียนรู้ระบบภาษามือที่ปรับแล้วเป็นความสำเร็จอีกขั้นที่น่าประหลาดใจ

A chimpanzee named Washoe demonstrated discreetness วลี

2:35

ชิมแปนซีชื่อ Washoe แสดงให้เห็นถึงความไม่ต่อเนื่อง

วลี

demonstrated discreetness: แสดงคุณลักษณะด้วยหลักฐาน

ในโครงสร้าง demonstrate + คุณลักษณะที่เป็นนามธรรม demonstrate หมายถึงการแสดงคุณลักษณะนั้นผ่านหลักฐานที่สังเกตได้ ในที่นี้ พฤติกรรมของ Washoe เป็นหลักฐานของความสุขุมรอบคอบ ไม่ได้หมายความว่า Washoe กำลังสาธิตบางอย่าง การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเมื่อผู้เขียนสรุปจากพฤติกรรม ข้อมูล หรือผลลัพธ์ กรรมของกริยาจะระบุคุณลักษณะหรือความสามารถที่หลักฐานสนับสนุน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ demonstrate ในความหมายว่า “แสดงหลักฐานของคุณลักษณะหรือความสามารถ”

  1. The protesters demonstrated outside city hall.
  2. The test results demonstrated the device's reliability.
  3. The coach demonstrated how to stretch safely.
ดูคำตอบ

The test results demonstrated the device's reliability.

by combining multiple signs into original phrases, ไวยากรณ์

2:38

โดยการผสมผสานสัญญาณหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกันเป็นวลีใหม่

ไวยากรณ์

by combining ... into ...: อธิบายวิธีการ

By + กริยา-ing ใช้บอกว่าการกระทำ ผลลัพธ์ หรือข้อกล่าวอ้างเกิดขึ้นด้วยวิธีใด ในที่นี้ by combining ตอบคำถามว่า Washoe แสดงคุณลักษณะนั้นอย่างไร การรวมสัญญาณถูกนำเสนอเป็นวิธีหรือหลักฐาน โดย by ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้าง ๆ” Combine A into B หมายถึงการนำส่วนต่าง ๆ A ที่แยกกันมารวมเป็นสิ่งใหม่ B ในวลีนี้ multiple signs คือส่วนประกอบ และ original phrases คือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ combine ที่ใช้หลัง by: The editor made one clear report by ____ three drafts into a single document.

ดูคำตอบ

combining

like please open, hurry.

2:42

เช่น โปรดเปิด, เร็วเข้า

Coco, a female gorilla who understands more than 1,000 signs โน้ต

2:44

Coco กอริลลาตัวเมียที่เข้าใจภาษามือกว่า 1,000 คำ

and around 2,000 words of spoken English, การใช้คำ

2:48

และภาษาอังกฤษแบบพูดประมาณ 2,000 คำ

ไวยากรณ์

who understands ...: การเพิ่มข้อมูลเบื้องหลังด้วยอนุประโยคสัมพันธ์

ใน Coco, a female gorilla who understands ... อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย who ขยาย a female gorilla และเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของ Coco โดย who ย้อนกลับไปหมายถึงกอริลลาและทำหน้าที่เป็นประธานของ understands จึงไม่ต้องมีประธานอีกตัว เช่น she ในอนุประโยคนี้ อนุประโยคสัมพันธ์นี้นำข้อมูลเบื้องหลังไปใส่ไว้ในนามวลีที่ใช้แนะนำ Coco ไม่ใช่ประโยคหลักใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์ที่มี who เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลได้ถูกต้อง?

  1. Maya, a scientist who studies animal communication, gave the lecture.
  2. Maya, a scientist who she studies animal communication, gave the lecture.
  3. Maya, a scientist who study animal communication, gave the lecture.
ดูคำตอบ

Maya, a scientist who studies animal communication, gave the lecture.

การใช้คำ

more than 1,000 กับ around 2,000: ค่าขั้นต่ำและค่าประมาณ

More than 1,000 กำหนดค่าขั้นต่ำว่า จำนวนจริงต้องมากกว่า 1,000 ส่วน around 2,000 ให้จำนวนโดยประมาณ ซึ่งจำนวนจริงอาจต่ำกว่าหรือสูงกว่า 2,000 เล็กน้อย ดังนั้นประโยคนี้จึงให้ข้อมูลปริมาณสองแบบที่ต่างกัน more than ยืนยันว่าจำนวนได้ข้ามเกณฑ์แล้ว ส่วน around เป็นการประมาณจำนวน ในที่นี้ around กล่าวถึงปริมาณ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้ more than และ around อย่างละหนึ่งครั้ง จำนวนอาสาสมัครได้รับการยืนยันว่ามากกว่า 100 คน ส่วนจำนวนมื้ออาหารเป็นเพียงค่าประมาณ: The shelter has ____ 100 volunteers and serves ____ 2,000 meals a month.

ดูคำตอบ

more than · around

การใช้คำ

spoken English: รูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้พูด

spoken English หมายถึงภาษาอังกฤษที่สื่อสารด้วยการพูดและการฟัง หรือก็คือรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้พูด ในบรรทัดนี้ คำนี้ใช้ระบุประเภทของภาษาที่กำลังนับ ไม่ได้หมายความเพียงว่าคำเหล่านั้นเคยถูกพูดออกมาครั้งหนึ่ง คำนี้ช่วยแยกภาษาอังกฤษที่ใช้พูดออกจากภาษาอังกฤษที่เขียนและการสื่อสารด้วยสัญญาณมือ จุดสำคัญคือรูปแบบของภาษา: คำต่าง ๆ ถูกเปล่งเป็นเสียงและเข้าใจผ่านการฟัง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่อธิบาย spoken English ได้ถูกต้อง

  1. Sign language is the same thing as spoken English.
  2. Spoken English is understood mainly by listening.
  3. Written English is understood mainly through speech.
ดูคำตอบ

Spoken English is understood mainly by listening.

referred to a beloved kitten that had died. โน้ต

2:51

เคยพูดถึงลูกแมวสุดที่รักที่ตายไปแล้ว

วลี

referred to a beloved kitten: กล่าวถึงลูกแมวที่รัก

ในที่นี้ referred to หมายถึงกล่าวถึงหรือชี้ไปที่ลูกแมวตัวนั้นในฐานะหัวข้อหรือสิ่งที่อ้างถึง โครงสร้าง refer to + คน สิ่งของ หรือเหตุการณ์ ใช้ระบุว่ากำลังพูดถึงอะไร หรือกำลังดึงความสนใจไปที่อะไร เนื่องจากประโยคนี้ใช้ referred to a beloved kitten ลูกแมวจึงเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึง ไม่ใช่คนที่ถูกส่งไปหาอีกคนหรือบริการใด รูปอดีต referred แสดงว่าการกล่าวถึงนั้นเกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ referred to ในความหมายกล่าวถึงหรือชี้ไปที่บางสิ่ง ไม่ใช่ส่งใครไปขอความช่วยเหลือ

  1. The clinic referred a patient to a specialist.
  2. The doctor referred a patient to a specialist.
  3. The article referred to a study from 2019.
ดูคำตอบ

The article referred to a study from 2019.

ไวยากรณ์

that had died: past perfect สำหรับเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดก่อน

that had died เป็นอนุประโยคขยาย kitten ส่วน had died เป็น past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + กริยาช่องที่ 3 Past perfect แสดงว่าลูกแมวตายก่อนการกระทำในอดีตที่เกิดทีหลัง คือ referred to รูปนี้ใช้บอกลำดับของสองเหตุการณ์ในอดีต ไม่ได้หมายความว่าการตายดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าครูเสียชีวิตก่อนที่จะมีการเขียนถึงครูในเวลาต่อมา?

  1. She writes about a teacher who has just died.
  2. She wrote about a teacher who had died years earlier.
  3. She wrote about a teacher who died years later.
ดูคำตอบ

She wrote about a teacher who had died years earlier.

In doing so, she displayed displacement, ลำดับความ

2:54

การทำเช่นนั้น เธอได้แสดงให้เห็นถึงการสื่อสารข้ามเวลา

ลำดับความ

In doing so: ใช้อ้างกลับไปยังการกระทำก่อนหน้า

ใน In doing so คำว่า so ใช้แทนการกระทำทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป ซึ่งก็คือการกล่าวถึงลูกแมว วลีนี้ช่วยให้ไม่ต้องกล่าวซ้ำถึงการกระทำนั้น วลีนี้ยังเชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับบทวิเคราะห์ที่ตามมา กล่าวคือ เธอแสดงคุณสมบัติการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่อยู่ตรงหน้าผ่านการกระทำนั้นหรือระหว่างทำสิ่งนั้น ในที่นี้ so หมายถึง “การกระทำนั้น” ไม่ใช่คำบอกระดับเหมือนใน so large

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้ In doing so เพื่อย้อนกลับไปหมายถึงการกระทำในประโยคแรกอย่างชัดเจน?

  1. Maya compared both reports. She found the error because it was so obvious.
  2. Maya compared both reports. In doing so, she found a major error.
  3. Maya compared both reports. So did her manager the next day.
ดูคำตอบ

Maya compared both reports. In doing so, she found a major error.

though it's worth noting that the apes in both of these examples ลำดับความ

2:57

แม้ว่าจะเป็นที่น่าสังเกตว่าลิงในตัวอย่างทั้งสองนี้

ลำดับความ

though it's worth noting that: การเกริ่นข้อจำกัดสำคัญ

Though แสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาก่อน ส่วน it's worth noting that บอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงถัดไปควรได้รับความสนใจ เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้ใช้เกริ่นข้อมูลที่จำกัดหรือเพิ่มเงื่อนไขให้ข้อกล่าวก่อนหน้า ในที่นี้ วลีดังกล่าวเตือนว่าไม่ควรสรุปจากตัวอย่างวานรแรงเกินไป Worth noting หมายถึงสำคัญพอที่จะกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงมีมูลค่าหรือมีราคาแพง

แบบฝึกหัด

though it's worth noting that ในประโยคนี้ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. วลีนี้เกริ่นข้อจำกัดที่อาจทำให้ข้อกล่าวก่อนหน้าอ่อนลง
  2. วลีนี้บอกว่าประเด็นก่อนหน้ามีราคาสูง
  3. วลีนี้บอกเหตุผลหลักที่ทำให้ข้อกล่าวก่อนหน้าเป็นจริง
ดูคำตอบ

วลีนี้เกริ่นข้อจำกัดที่อาจทำให้ข้อกล่าวก่อนหน้าอ่อนลง

were using a human communication system, การใช้คำ

3:00

ใช้ระบบการสื่อสารของมนุษย์

การใช้คำ

a human communication system: human ใช้อธิบายระบบ

ในนามวลี a human communication system คำว่า human ใช้จัดประเภท communication system ทั้งวลี หมายถึงระบบที่มนุษย์สร้าง เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารของมนุษย์ หรือมนุษย์ใช้เป็นปกติ ไม่ได้บอกว่าวานรที่ใช้ระบบนั้นเป็นมนุษย์ ในบริบทนี้ รายละเอียดดังกล่าวจำกัดน้ำหนักของหลักฐาน การใช้ระบบที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงว่าวานรพัฒนาระบบชนิดเดียวกันขึ้นเองตามธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ a human communication system ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ระบบที่สื่อสารได้เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์
  2. ระบบที่เปลี่ยนสัตว์ที่ใช้มันให้กลายเป็นมนุษย์
  3. ระบบที่มนุษย์สร้างหรือใช้ในการสื่อสารของมนุษย์
ดูคำตอบ

ระบบที่มนุษย์สร้างหรือใช้ในการสื่อสารของมนุษย์

not one that appeared naturally in the wild. ไวยากรณ์

3:03

ไม่ใช่ระบบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในป่า

ไวยากรณ์

not one that...: ใช้ one แทนคำนามนับได้เอกพจน์

ตรงนี้ one ใช้แทนวลีคำนามนับได้เอกพจน์ a communication system ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงเลข 1 ส่วน not one ใช้เปรียบต่างระบบที่กำลังพูดถึงกับระบบประเภทนั้น อนุประโยคสัมพันธ์ that appeared naturally in the wild ขยาย one และระบุว่ากำลังตัดระบบประเภทใดออก โครงสร้าง one that + อนุประโยค ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวคำนามนับได้เอกพจน์ซ้ำ และยังเพิ่มคำอธิบายได้

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่อไม่ให้กล่าว bicycle ซ้ำ: Maya wants a bicycle, but not ___ that is too large.

  1. it
  2. ones
  3. one
ดูคำตอบ

one

There are many other examples of sophisticated animal communication, การใช้คำ

3:06

มีตัวอย่างการสื่อสารของสัตว์ที่ซับซ้อนอีกมากมาย

การใช้คำ

sophisticated animal communication: sophisticated หมายถึงซับซ้อนและก้าวหน้า

ในวลี sophisticated animal communication คำว่า sophisticated หมายถึงซับซ้อน ประณีต และพัฒนาในระดับสูง สื่อว่าการสื่อสารนั้นใช้สัญญาณที่มีรายละเอียดหรือมีระบบที่เป็นระเบียบ ไม่ใช่เพียงปฏิกิริยาง่าย ๆ เมื่อ sophisticated ขยายระบบ เทคโนโลยี วิธีการ หรือกระบวนการ ให้เข้าใจว่า “ก้าวหน้าในด้านการออกแบบหรือการทำงาน” ส่วนความหมายว่า “เจนสังคมหรือเจนโลก” มักใช้เมื่อคำนี้ขยายคน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The robot uses a sophisticated navigation system. sophisticated ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ซับซ้อนและก้าวหน้า
  2. แพงแต่เรียบง่าย
  3. มีประสบการณ์ทางสังคม
ดูคำตอบ

ซับซ้อนและก้าวหน้า

such as in dolphins,

3:10

เช่น ในโลมา

which use whistles to identify age, location, names, and gender. วลี

3:11

ซึ่งใช้เสียงผิวปากเพื่อระบุอายุ ตำแหน่ง ชื่อ และเพศ

วลี

use whistles to identify...: รูปแบบ use X to identify Y

รูปแบบ use X to identify Y หมายถึง “ใช้ X เป็นเครื่องมือ สัญญาณ หรือวิธีเพื่อหาว่า Y คืออะไร” ในประโยคนี้ เสียงผิวปากคือสัญญาณ และรายการหลัง identify ระบุข้อมูลที่สัญญาณนั้นเปิดเผยได้ identify อาจหมายถึงการระบุลักษณะหรือประเภท ไม่ได้หมายถึงเพียงการจำบุคคลหรือสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง รูปแบบนี้ใช้บอกว่าเครื่องมือหรือสัญญาณช่วยให้เราค้นพบอะไรได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปภาษาอังกฤษสองคำของ identify ที่แสดงจุดประสงค์: Researchers use numbered tags ____ individual animals.

ดูคำตอบ

to identify

They can also understand some grammar in a gestural language การใช้คำ

3:17

พวกมันยังสามารถเข้าใจไวยากรณ์บางอย่างในภาษาท่าทาง

researchers use to communicate with them.

3:20

ที่นักวิจัยใช้เพื่อสื่อสารกับพวกมัน

การใช้คำ

gestural language: ระบบของท่าทางที่มีความหมาย

gestural language หมายถึงระบบการสื่อสารที่ใช้ท่าทางหรือการเคลื่อนไหวที่มีความหมายเป็นสัญญาณหลัก gestural เป็นคำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ gesture วลี some grammar แสดงว่าสัญญาณเหล่านี้สามารถนำมารวมกันตามกฎได้ ไม่ได้หมายความว่าการเคลื่อนไหวร่างกายทุกอย่างเป็นส่วนหนึ่งของภาษานี้ และประโยคก็ไม่ได้บอกว่านี่คือระบบการสื่อสารตามธรรมชาติของสัตว์

แบบฝึกหัด

gestural language ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. การเคลื่อนไหวใด ๆ ที่คนหรือสัตว์บังเอิญทำ
  2. ภาษาพูดที่เพิ่มท่าทางเพื่อเน้นความหมาย
  3. ระบบการสื่อสารที่สร้างจากท่าทางที่มีความหมาย
ดูคำตอบ

ระบบการสื่อสารที่สร้างจากท่าทางที่มีความหมาย

However, grammar is not seen in the dolphin's natural communication. ไวยากรณ์

3:23

อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่ามีไวยากรณ์ในการสื่อสารตามธรรมชาติของโลมา

ไวยากรณ์

is not seen in: รายงานว่าไม่มีลักษณะบางอย่าง

ในงานเขียนเชิงอธิบายหรือเชิงวิชาการ be seen in อาจหมายถึง “พบ สังเกตพบ หรือมีอยู่ใน” ในที่นี้ is not seen in บอกว่าไวยากรณ์ไม่ได้ปรากฏเป็นลักษณะหนึ่งในการสื่อสารตามธรรมชาติของโลมา คำว่า seen ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตาตามตัวอักษร รูปถูกกระทำนี้วาง grammar ไว้เป็นประเด็นหลักและไม่ระบุผู้สังเกต จึงเน้นหลักฐานเกี่ยวกับระบบนั้นมากกว่าว่าใครเป็นผู้ตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำเชิงปฏิเสธสี่คำของ see ซึ่งหมายถึง “ไม่ถูกสังเกตพบใน”: This effect ____ the control group.

ดูคำตอบ

is not seen in

While these communication systems may have some of the qualities of language we've identified, ไวยากรณ์

3:28

แม้ว่าระบบการสื่อสารเหล่านี้อาจมีคุณสมบัติบางอย่างของภาษาที่เราระบุไว้

none display all four.

3:33

แต่ก็ไม่มีสัตว์ชนิดใดแสดงให้เห็นครบทั้งสี่ประการ

ไวยากรณ์

While ..., none ...: ยอมรับบางส่วนก่อนจำกัดข้อสรุป

ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคนี้ยอมรับข้อเท็จจริงอย่างจำกัดว่า ระบบเหล่านี้อาจมีคุณลักษณะบางประการของภาษาที่ระบุไว้แล้ว คำว่า may ทำให้ข้อความนี้มีความระมัดระวัง จากนั้นประโยคหลักใช้ none display all four เพื่อจำกัดข้อสรุป รูปแบบ “ยอมรับบางส่วนแล้วจำกัดข้อสรุป” ช่วยให้ผู้เขียนยอมรับหลักฐานบางส่วนโดยไม่ต้องยอมรับข้อกล่าวอ้างที่แรงกว่า การมีคุณลักษณะบางอย่างไม่ได้หมายความว่ามีครบทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ “ยอมรับบางส่วนแล้วจำกัดข้อสรุป” เหมือนกับตัวอย่าง

  1. While the three designs have useful features, none meet every safety requirement.
  2. Because the designs have useful features, all three meet every safety requirement.
  3. While the engineer tested the designs, the team took notes.
ดูคำตอบ

While the three designs have useful features, none meet every safety requirement.

Even Washoe and Coco's impressive abilities

3:35

แม้แต่ความสามารถที่น่าทึ่งของ Washoe และ Coco

are still outpaced by the language skills of most three-year-old humans. โน้ต

3:38

ก็ยังตามหลังทักษะทางภาษาของเด็กมนุษย์วัยสามขวบส่วนใหญ่อยู่ดี

การใช้คำ

outpaced by: ถูกแซงหน้าในด้านความสามารถ

ในที่นี้ are outpaced by หมายถึง “ถูก...แซงหน้า” หรือ “ตาม...ไม่ทัน” สิ่งที่เปรียบเทียบคือความสามารถทางภาษา ไม่ใช่ความเร็วในการวิ่งจริง ๆ กล่าวคือ ทักษะทางภาษาของเด็กสามขวบพัฒนาไปไกลกว่าความสามารถของ Washoe และ Coco โครงสร้างกรรมวาจกคือ B is/are outpaced by A โดยวาง B ซึ่งเป็นฝ่ายที่ตามหลังไว้ก่อน แล้วใช้ by นำ A ซึ่งเป็นฝ่ายที่พัฒนาเร็วกว่าหรือทำได้ดีกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าอุปสงค์เติบโตเร็วกว่าอุปทานที่มีอยู่?

  1. Demand was outpaced by supply.
  2. Supply was compared with demand.
  3. Supply was outpaced by demand.
ดูคำตอบ

Supply was outpaced by demand.

วลี

three-year-old humans: การบอกอายุก่อนคำนาม

ใน three-year-old humans คำว่า three-year-old เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่อยู่หน้า humans หมายถึง “มนุษย์ที่มีอายุสามขวบ” ตัวเลข คำว่า year และ old เชื่อมกันด้วยยัติภังค์ และ year คงรูปเอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่าน้องชายของ Mia อายุสามขวบ: Mia has a ____ brother.

ดูคำตอบ

three-year-old

And animals' topics of conversation are usually limited. วลี

3:43

และหัวข้อการสนทนาของสัตว์ก็มักจะจำกัด

วลี

animals' topics of conversation: วลี topics of conversation

Topics of conversation หมายถึงหัวข้อที่มีการพูดถึงหรือสื่อสารกัน เป็นวลีนามที่เป็นธรรมชาติสำหรับบอกว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ในที่นี้ conversation มีความหมายกว้างพอที่จะรวมการสื่อสารของสัตว์ ไม่ได้หมายถึงเพียงการพูดคุยทางสังคมของมนุษย์ ใน animals' topics คำว่า animals' เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ animals เครื่องหมายอะพอสทรอฟีที่อยู่หลัง s แสดงว่าหัวข้อเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่สัตว์สื่อสาร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าหนังสือเป็นสิ่งที่ผู้คนพูดถึงกันบ่อย ๆ

  1. Books are a common conversation object.
  2. Books are a common topic of conversation.
  3. Books are a common speaking title.
ดูคำตอบ

Books are a common topic of conversation.

Bees talk about food.

3:47

ผึ้งพูดถึงเรื่องอาหาร

Prairie dogs talk about predators.

3:48

แพรรีด็อกพูดถึงเรื่องนักล่า

And crabs talk about themselves.

3:50

และปูพูดถึงเรื่องของตัวเอง

Human language stands alone due to the powerful combination of grammar and productivity โน้ต

3:53

ภาษามนุษย์โดดเด่นไม่เหมือนใครเนื่องจากการผสมผสานอันทรงพลังของไวยากรณ์และความสามารถในการสร้างสรรค์

สำนวน

Human language stands alone: ความหมายเชิงสำนวนของ stands alone

ในประโยคนี้ stands alone หมายถึงมีความเป็นเอกลักษณ์หรือไม่มีสิ่งใดเทียบได้อย่างแท้จริง วลีนี้จัดให้ภาษามนุษย์อยู่ในประเภทพิเศษเมื่อเทียบกับระบบการสื่อสารอื่น ไม่ได้กล่าวถึงการยืนจริง ๆ หรือความเหงา ขอบเขตของการเปรียบเทียบขึ้นอยู่กับบริบท วลีนี้เน้นความโดดเด่นเฉพาะตัวในคุณสมบัติที่กำลังกล่าวถึง ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าในทุกด้านเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stands alone ในความหมายว่าไม่มีสิ่งใดเทียบได้

  1. A guard stands alone beside the closed gate.
  2. Among all the entries, Mira's design stands alone.
  3. Leo stands alone while he waits for the bus.
ดูคำตอบ

Among all the entries, Mira's design stands alone.

วลี

due to + นามวลี

due to หมายถึง “เนื่องจาก” และใช้เกริ่นสาเหตุของผลลัพธ์ ในที่นี้ นามวลี the powerful combination of grammar and productivity เป็นส่วนที่ระบุสาเหตุนั้น หลัง due to ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ใช้อนุประโยคสมบูรณ์ทั่วไปที่มีประธานและกริยาของตนเองโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย due to ตามด้วยนามวลี a power outage: The store closed early ____.

ดูคำตอบ

due to a power outage

on top of discreetness and displacement. วลี

4:00

เหนือสิ่งอื่นใดคือความไม่ต่อเนื่องและการสื่อสารข้ามเวลาและสถานที่

วลี

on top of ... เพื่อเพิ่มอีกหนึ่งปัจจัย

ในที่นี้ on top of หมายถึง “นอกเหนือจากนั้นยังมี” ไม่ได้หมายถึงอยู่ด้านบนทางกายภาพ วลีนี้ถือว่า discreetness and displacement เป็นพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ส่วน grammar and productivity ที่กล่าวก่อนหน้าเป็นปัจจัยเพิ่มเติมที่ซ้อนเข้ามา ใช้รูปแบบนี้เพื่อเพิ่มเหตุผล ค่าใช้จ่าย หน้าที่ หรือคุณลักษณะหลายอย่าง: X on top of Y หมายความว่า Y มีอยู่แล้วและมี X เพิ่มเข้ามา

แบบฝึกหัด

ใช้ on top of เติมประโยคให้สมบูรณ์: The job requires weekend shifts ____ the regular weekday hours.

ดูคำตอบ

on top of

The human brain can take a finite number of elements ลำดับความ

4:03

สมองของมนุษย์สามารถนำองค์ประกอบที่มีอยู่อย่างจำกัด

and create an infinite number of messages.

4:06

มาสร้างข้อความได้อย่างไม่สิ้นสุด

ลำดับความ

องค์ประกอบจำนวนจำกัด……ข้อความจำนวนไม่จำกัด

ประโยคนี้นำ a finite number of elements มาเปรียบต่างกับ an infinite number of messages โดย finite หมายถึงมีขีดจำกัด ส่วน infinite หมายถึงไม่มีขีดจำกัด คำที่มีความหมายตรงข้ามคู่นี้เป็นแกนหลักในการจัดวางข้อมูลของประโยค กริยาที่เชื่อมกันใน take ... and create ... พาแนวคิดจากส่วนประกอบที่มีจำกัดไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่จำกัด ประโยคจึงเน้นความสามารถในการสร้างภาษา กล่าวคือ ส่วนประกอบชุดเดิมสามารถนำมาจัดเรียงใหม่เพื่อสื่อข้อความได้หลากหลายอย่างไม่จำกัด

แบบฝึกหัด

ความเปรียบต่าง finite ... infinite เน้นอะไร

  1. องค์ประกอบชุดที่มีจำนวนจำกัดสามารถนำมารวมกันเพื่อสร้างข้อความได้หลากหลายอย่างไม่จำกัด
  2. ทุกข้อความต้องมีองค์ประกอบที่เหมือนกันทุกประการ
  3. องค์ประกอบชุดที่ไม่จำกัดสามารถสร้างข้อความได้เพียงไม่กี่ข้อความ
ดูคำตอบ

องค์ประกอบชุดที่มีจำนวนจำกัดสามารถนำมารวมกันเพื่อสร้างข้อความได้หลากหลายอย่างไม่จำกัด

We can craft and understand complex sentences, วลี

4:08

เราสามารถสร้างและเข้าใจประโยคที่ซับซ้อน

วลี

craft and understand complex sentences: เรียบเรียงและเข้าใจประโยคที่ซับซ้อน

ในที่นี้ craft เป็นคำกริยา หมายถึงสร้างขึ้นอย่างตั้งใจและรอบคอบ โดยเฉพาะด้วยการเลือกและจัดเรียงคำ craft complex sentences จึงหมายถึงการสร้างประโยคซับซ้อนโดยใส่ใจถ้อยคำและโครงสร้าง ใน craft and understand complex sentences คำว่า craft และ understand เชื่อมกันด้วย and และใช้กรรม complex sentences ร่วมกัน วลีนี้จึงครอบคลุมทั้งการสร้างภาษาที่ซับซ้อนและการทำความเข้าใจภาษาเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ craft เป็นคำกริยาในความหมายว่าตั้งใจเรียบเรียงภาษา

  1. The editor crafted a clear headline for the article.
  2. Leo understood the question immediately.
  3. The tourist bought a traditional craft at the market.
ดูคำตอบ

The editor crafted a clear headline for the article.

as well as words that have never been spoken before. โน้ต

4:11

ตลอดจนคำศัพท์ที่ไม่เคยมีใครพูดมาก่อน

วลี

as well as: การเพิ่มข้อมูลที่ขนานกัน

as well as ใช้เพิ่มข้อมูลชิ้นที่สองซึ่งอยู่ในโครงสร้างขนานกัน โดยทั่วไปหมายถึง “และ...ด้วย” และนำเสนอชิ้นที่สองว่าเป็นข้อมูลที่เพิ่มจากชิ้นแรก ในที่นี้ as well as เชื่อมวลี complex sentences ที่อยู่ก่อนหน้ากับ words that have never been spoken before ทั้งสองอย่างอยู่ในขอบเขตของ craft and understand วลีที่สองไม่ได้เริ่มการกระทำใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as well as เพื่อเพิ่มกิจกรรมที่สอง: The camp offers swimming ____ hiking.

ดูคำตอบ

as well as

ไวยากรณ์

have never been spoken before: present perfect แบบ passive

have never been spoken เป็น present perfect แบบ passive: have + never + been + คำกริยาช่องที่ 3 คำว่า words เป็นผู้รับการกระทำ จึงใช้รูป passive วลีนี้หมายความว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีใครพูดคำเหล่านั้นเลย before มองย้อนตลอดช่วงเวลาก่อนปัจจุบัน ไม่ได้ระบุจุดเวลาใดจุดเวลาหนึ่งในอดีตที่สิ้นสุดแล้ว อนุประโยคขยาย that have never been spoken before อธิบายว่าหมายถึง words แบบใด

แบบฝึกหัด

ใช้ ask ในรูป present perfect แบบ passive ร่วมกับ never และ before: This question ____.

ดูคำตอบ

has never been asked before

We can use language to communicate about an endless range of subjects, วลี

4:14

เราสามารถใช้ภาษาเพื่อสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องราวมากมายไม่รู้จบ

วลี

an endless range of subjects: หัวข้อที่หลากหลายอย่างมาก

ในประโยคนี้ an endless range of subjects หมายถึงสิ่งที่ผู้คนใช้สื่อสารกันได้มีความหลากหลายอย่างมาก คำว่า endless ช่วยเน้นให้เห็นภาพ ไม่ได้หมายความว่าจำนวนหัวข้อไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ subjects ในที่นี้หมายถึงหัวข้อหรือเรื่องที่พูดคุยกัน ไม่ใช่วิชาเรียนในโรงเรียน โครงสร้าง a/an + คำคุณศัพท์ + range of + คำนามพหูพจน์ ใช้บอกว่ากลุ่มหนึ่งมีขอบเขตหรือความหลากหลายกว้างเพียงใด

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายที่หมายถึง “หัวข้อที่หลากหลายอย่างมาก” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The website answers questions about ____.

ดูคำตอบ

an endless range of subjects

talk about imaginary things,

4:18

พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในจินตนาการ

and even lie. ลำดับความ

4:20

และแม้กระทั่งการโกหก

ลำดับความ

even lie: เน้นรายการสุดท้ายที่เหนือความคาดหมาย

ในที่นี้ even วางหน้า lie เพื่อทำให้การโกหกเป็นรายการสุดท้ายที่น่าประหลาดใจที่สุดหรือสุดโต่งกว่าในชุดรายการ มีความหมายว่า “และที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือโกหกได้” ไม่ใช่ even ที่เป็นคำคุณศัพท์หมายถึงเรียบหรือได้ระดับ Even จัดข้อมูลให้เป็นลำดับที่เข้มขึ้น โดยเริ่มจากการพูดถึงสิ่งที่จินตนาการขึ้น แล้วจึงเพิ่มความสามารถที่น่าสนใจกว่า หากไม่มี even คำว่า lie จะเป็นเพียงอีกรายการหนึ่ง แต่เมื่อมี even ผู้พูดจะเน้นรายการนี้เป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even เพื่อนำเสนอการกระทำที่สองเป็นสิ่งเพิ่มเติมท้ายประโยคที่น่าประหลาดใจ

  1. The path had an even surface.
  2. Leah finished the race and even helped another runner.
  3. Leah finished the race and also drank some water.
ดูคำตอบ

Leah finished the race and even helped another runner.

Research continues to reveal more and more about animal communication. วลี

4:22

การวิจัยยังคงเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับการสื่อสารของสัตว์มากขึ้นเรื่อย ๆ

วลี

continues to reveal more and more: ความรู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ใน continues to reveal โครงสร้าง continue to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงว่ากระบวนการวิจัยยังดำเนินต่อไป ในที่นี้ reveal หมายถึง “ทำให้ข้อมูลใหม่เป็นที่รับรู้” ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงการค้นพบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง more and more ใช้แทนข้อมูลหรือความรู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้นที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ไม่ได้ระบุคำนามออกมาเพราะเข้าใจได้จากบริบท และไม่ได้เป็นเพียงการพูดซ้ำโดยไม่มีความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ เพื่อสื่อว่างานศึกษานี้ทำให้เรารู้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง: The study ____ about ocean life.

ดูคำตอบ

continues to reveal more and more

It may turn out that human language and animal communication aren't entirely different, โน้ต

4:27

อาจกลายเป็นว่าภาษามนุษย์และการสื่อสารของสัตว์ไม่ได้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ลำดับความ

It may turn out that...: เกริ่นข้อสรุปที่ยังเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

It may turn out that... หมายถึง “หลักฐานในภายหลังอาจแสดงให้เห็นว่า...” ในที่นี้ turn out ไม่ได้หมายถึงการหมุนตัว แต่ใช้เปิดผลลัพธ์หรือข้อเท็จจริงที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามเวลา กรอบเปิดประโยคนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยบอกความไม่แน่นอนก่อนอนุประโยคหลักที่ขึ้นต้นด้วย that คำว่า may ทำให้ข้อสรุปยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ผู้พูดจึงไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอข้อสรุปว่าเป็นผลลัพธ์ที่หลักฐานในภายหลังอาจแสดงให้เห็นได้

  1. It turns out that the first estimate was too high.
  2. The first estimate is definitely too high.
  3. It may turn out that the first estimate was too high.
ดูคำตอบ

It may turn out that the first estimate was too high.

การใช้คำ

aren't entirely different: การปฏิเสธเพียงบางส่วนด้วย entirely

ใน aren't entirely different คำว่า not ปฏิเสธแนวคิดที่หนักแน่นของ entirely different หรือ “แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง” วลีนี้จึงหมายถึง “ไม่ได้แตกต่างกันทั้งหมด” และอาจมีส่วนที่คล้ายกันอยู่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ not entirely + adjective ซึ่งช่วยลดความเด็ดขาดของข้อความ และไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

“The two systems aren't entirely different” หมายความว่าอย่างไร

  1. ทั้งสองเหมือนกันทุกประการในทุกด้าน
  2. ทั้งสองอาจต่างกันในบางด้าน แต่ไม่ได้ต่างกันในทุกด้าน
  3. ทั้งสองไม่มีลักษณะใดร่วมกันเลย
ดูคำตอบ

ทั้งสองอาจต่างกันในบางด้าน แต่ไม่ได้ต่างกันในทุกด้าน

but exist on a continuum. การใช้คำ

4:32

แต่มีอยู่บนเส้นความต่อเนื่องเดียวกัน

การใช้คำ

exist on a continuum: ความแตกต่างแบบค่อยเป็นค่อยไปตลอดช่วง

Exist on a continuum หมายถึง การอยู่ ณ จุดต่าง ๆ บนช่วงที่มีระดับคั่นกลางได้หลายระดับระหว่างปลายทั้งสองด้าน แนวคิดนี้มองความแตกต่างว่าเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะแบ่งเป็นเพียงสองกลุ่มที่แยกขาดจากกัน continuum เป็นคำนามในที่นี้ และ on a continuum เป็นวลีบุพบทที่บอกว่าสิ่งต่าง ๆ กระจายตัวอย่างไร

แบบฝึกหัด

“Reading ability exists on a continuum” หมายความว่าอย่างไร

  1. ความสามารถในการอ่านจะดำเนินต่อไปตลอดกาล
  2. ความสามารถในการอ่านแบ่งได้เป็นสองกลุ่มตายตัวเท่านั้น
  3. ความสามารถในการอ่านอาจอยู่ได้หลายระดับระหว่างปลายทั้งสองด้าน
ดูคำตอบ

ความสามารถในการอ่านอาจอยู่ได้หลายระดับระหว่างปลายทั้งสองด้าน

After all, ลำดับความ

4:34

ท้ายที่สุดแล้ว

we are all animals.

4:35

เราทุกคนก็คือสัตว์

ลำดับความ

After all: ใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุน

After all ที่ต้นประโยคมีความหมายว่า “อย่างไรเสีย” หรือ “เมื่อคิดดูแล้ว” ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนหรือสรุปความคิดก่อนหน้า ในประโยคนี้ we are all animals ถูกยกเป็นเหตุผลสุดท้ายที่ทำให้สิ่งที่พูดมาก่อนหน้าฟังสมเหตุสมผล ในที่นี้ After all ไม่ได้บอกลำดับเวลา และไม่ได้แปลว่า “หลังจากทุกอย่างจบลง” เมื่อเห็นคำเชื่อมนี้ คาดได้ว่าส่วนต่อไปจะเป็นข้อเท็จจริงหรือเหตุผลที่ผู้ฟังยอมรับได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ After all เพื่อเกริ่นเหตุผล ไม่ใช่เพื่อบอกลำดับเวลา

  1. We waited for an hour. Finally, the bus arrived.
  2. We finished the game. After that, we walked home.
  3. Bring an umbrella. After all, it may rain later.
ดูคำตอบ

Bring an umbrella. After all, it may rain later.