โดดเดี่ยว: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
714 คำ 179 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: การโคจรรอบดวงจันทร์ของคอลลินส์เชื่อมไปสู่วอยเอเจอร์ 1 และเพลงของ Blind Willie Johnson ในอวกาศระหว่างดวงดาว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "the most lonely a human being has ever been." — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ขั้นสูงสุดกับ present perfect บอกประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบ และแยก lonely จาก alone 2. "gold-plated record" — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจสารเรื่องมนุษย์ของวอยเอเจอร์ และรู้ว่า gold-plated คือเคลือบทอง ไม่ใช่ทองทั้งชิ้น 3. "resonated with me" — สำนวนและภาษาภาพพจน์: บอกความผูกพันยาวนานต่อเพลงหรือความคิด โดยไม่สับสนกับการสั่นทางกายภาพหรือเพียงความชอบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, Vsauce.

0:00

เฮ้ Vsauce

Michael here

0:01

ไมเคิลเองครับ

and I am back in New York City

0:02

ตอนนี้ผมกลับมาที่นครนิวยอร์กแล้ว

and today we're going to talk

0:04

และวันนี้เราจะมาคุยกัน

about loneliness.

0:06

เรื่องความโดดเดี่ยว

But first,

0:09

แต่ก่อนอื่น

I just learned this yesterday,

0:10

ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้มาเมื่อวาน

Bear Grylls,

0:11

แบร์ กริลส์

the host of Man vs. Wild,

0:12

พิธีกรรายการ Man vs. Wild

has three sons

0:14

มีลูกชายสามคน

and I'm not kidding,

0:15

และผมไม่ได้ล้อเล่นนะ

their names are

0:16

พวกเขาชื่อ

Jesse, Huckleberry, and Marmaduke.

0:17

Jesse, Huckleberry และ Marmaduke

Well, here's another name for you.

0:22

เอาล่ะ ผมมีอีกชื่อหนึ่งมาให้คุณรู้จัก

Michael Collins,

0:23

ไมเคิล คอลลินส์

not the Irish revolutionary leader, ไวยากรณ์

0:25

ไม่ใช่ผู้นำการปฏิวัติชาวไอริช

but Michael Collins the NASA astronaut.

0:27

แต่เป็นไมเคิล คอลลินส์ นักบินอวกาศของ NASA

ไวยากรณ์

not A, but B: การแก้ไขการระบุตัวบุคคลที่ผิด

โครงสร้าง not A, but B ใช้แก้ไขการระบุที่ผู้ฟังเข้าใจผิดอยู่แล้วหรืออาจเข้าใจผิด โดย A คือคำตอบที่ผิดและถูกปฏิเสธ ส่วน B คือคำตอบที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ ผู้พูดตัดความเป็นไปได้ที่หมายถึงผู้นำการปฏิวัติชาวไอริช และระบุว่า Michael Collins คือคนที่เป็นนักบินอวกาศของ NASA ในโครงสร้างแก้ไขนี้ but จะนำผู้ฟังจากข้อมูลที่ถูกปฏิเสธไปยังข้อมูลที่ถูกต้องซึ่งมาแทนที่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not X, but Y

แบบฝึกหัด

แก้ไขตำแหน่งที่เข้าใจผิดด้วยโครงสร้าง not A, but B: Jordan is ____ the director, ____ the lead designer.

ดูคำตอบ

not · but

This guy was part of the Apollo 11 crew, วลี

0:30

เขาเป็นหนึ่งในลูกเรือของ Apollo 11

วลี

be part of: การเป็นสมาชิกของกลุ่มหรือส่วนหนึ่งของสิ่งทั้งหมด

Be part of หมายถึงการเป็นสมาชิกหรือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกลุ่ม โครงการ เหตุการณ์ หรือสิ่งที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ was part of ระบุว่าผู้ชายคนนี้เป็นสมาชิกของลูกเรืออะพอลโล 11 รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและเวลา แต่กลุ่มคำ part of ยังคงอยู่ด้วยกัน โครงสร้างนี้ใช้บรรยายได้ทั้งคนในทีมและสิ่งที่อยู่ภายในส่วนรวมที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “เป็นสมาชิกของ”: Although Nina works remotely, she is ____ our customer support team.

ดูคำตอบ

part of

meaning that he was part of the team that went to, landed on the moon, ลำดับความ

0:32

หมายความว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เดินทางไปและลงจอดบนดวงจันทร์

and became the first people to walk on the moon.

0:36

แล้วกลายเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ได้เดินบนดวงจันทร์

ลำดับความ

meaning that เพื่อขยายความข้อความก่อนหน้า

meaning that ใช้นำคำอธิบายหรือผลที่ตามมาจากข้อความก่อนหน้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยายความว่าการเป็นลูกเรืออะพอลโล 11 หมายถึงอะไร จึงทำให้รายละเอียดภารกิจดวงจันทร์เป็นคำอธิบายของข้อความก่อนหน้า อนุประโยค -ing นี้เป็นข้อมูลเสริม โดยชี้ว่าข้อมูลถัดไปคือคำขยายความ ไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อความ + จุลภาค + meaning that + คำอธิบายหรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียน: "The library is closed today, ____ we need to return tomorrow."

ดูคำตอบ

meaning that

Except, you might not know Michael Collins's

0:38

เพียงแต่คุณอาจไม่ค่อยรู้จักชื่อของไมเคิล คอลลินส์

name as well because he did not get to walk on the moon. วลี

0:41

เท่าไรนัก เพราะเขาไม่ได้ลงไปเดินบนดวงจันทร์

วลี

get to + กริยา เพื่อบอกโอกาส

get to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีโอกาสหรือได้รับสิทธิพิเศษให้ทำบางอย่าง ในที่นี้ did not get to walk บอกว่าคอลลินส์ไม่ได้รับประสบการณ์เดินบนดวงจันทร์ ไม่ได้หมายความว่าเขาเลือกที่จะไม่เดิน โครงสร้างนี้มักนำเสนอกิจกรรมนั้นว่าเป็นสิ่งพิเศษ น่ายินดี หรือควรค่าแก่การได้สัมผัส เมื่อต้องการปฏิเสธ ให้ปฏิเสธที่ get ไม่ใช่กริยาหลัก: did not get to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงโอกาสนั้นไม่เกิดขึ้นหรือไม่สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get to เพื่อแสดงถึงโอกาส: "After months of practice, Lena finally ____ perform on stage."

ดูคำตอบ

got to

Neil Armstrong and Buzz Aldrin walked around,

0:44

นีล อาร์มสตรองกับบัซ อัลดรินได้เดินอยู่บนนั้น

but Michael Collins had to stay orbiting the moon ไวยากรณ์

0:47

แต่ไมเคิล คอลลินส์ต้องโคจรรอบดวงจันทร์ต่อไป

in the command module to link up with them later. กริยาวลี

0:50

ในโมดูลบังคับการ เพื่อกลับมาเชื่อมต่อกับพวกเขาในภายหลัง

ไวยากรณ์

had to stay orbiting: ความจำเป็นในอดีตและการกระทำที่ต่อเนื่อง

ใน had to stay orbiting คำว่า had to แสดงความจำเป็นในอดีต กล่าวคือ หน้าที่ของคอลลินส์กำหนดให้เขาต้องทำเช่นนั้น ไม่ใช่เพียงความต้องการส่วนตัว หลัง had to คำว่า stay อยู่ในรูปกริยาพื้นฐาน Stay orbiting หมายถึง “อยู่ในสภาพที่กำลังโคจรต่อไป” รูป -ing บอกถึงกิจกรรมที่ดำเนินและคงอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ต่อก่อนแล้วจึงเริ่มโคจร โครงสร้าง had to stay + -ing ที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้ ใช้บอกหน้าที่ในอดีตที่ต้องทำกิจกรรมหนึ่งต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ใช้ had to stay + รูป -ing ของ work เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: When the server failed, Priya ____ at the office until midnight.

ดูคำตอบ

had to stay working

กริยาวลี

link up with: พบ รวมตัว หรือเชื่อมต่อ

ในที่นี้ link up with หมายถึง “พบและรวมตัวกัน” หลังจากที่แยกจากกัน ในภารกิจดวงจันทร์ โมดูลบังคับการจะกลับมาพบกับอาร์มสตรองและอัลดรินในภายหลัง เพื่อให้ลูกเรือเดินทางต่อไปในฐานะหน่วยเดียวกัน รูปแบบคือ link up with + บุคคล กลุ่ม ยานพาหนะ หรือระบบ โดยขึ้นอยู่กับบริบท อาจใช้พูดถึงคนที่มาพบกัน ทีมที่ร่วมมือกัน ยานพาหนะที่นัดพบกัน หรือระบบที่เชื่อมต่อกัน ตัวสำนวนเองไม่ได้หมายถึงการคลิกลิงก์บนอินเทอร์เน็ต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “พบและรวมตัวกัน”: After taking separate trails, we will ____ the rest of the group at the visitor center.

ดูคำตอบ

link up with

Well, this is where things get lonely. ลำดับความ

0:53

และตรงนี้เองที่ความโดดเดี่ยวเริ่มขึ้น

ลำดับความ

This is where things get lonely: การระบุจุดเปลี่ยน

ใน this is where things get lonely คำว่า where ไม่ได้ใช้ถามหรือชี้สถานที่จริง แต่หมายถึง “ในช่วงนี้ของเรื่อง” โครงสร้าง this is where + อนุประโยคจะดึงความสนใจไปยังจุดที่การเปลี่ยนแปลงใหม่เริ่มขึ้น ตรงนี้ things get lonely ทำหน้าที่บอกการเปลี่ยนแปลงว่า นับจากจุดนี้สถานการณ์เริ่มทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว คุณสามารถใช้ this is where things get + คำคุณศัพท์ เพื่อเกริ่นจุดเปลี่ยนได้ เช่น this is where things get difficult หรือ this is where things get interesting

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่มี where และใช้ระบุจุดเปลี่ยน: The map is clear at first, but ____ things get confusing.

ดูคำตอบ

this is where

People realized that Michael Collins,

0:55

ผู้คนตระหนักว่าไมเคิล คอลลินส์

there in the command module orbiting the moon alone,

0:58

ซึ่งอยู่เพียงลำพังในโมดูลบังคับการที่โคจรรอบดวงจันทร์

was in a quite unique position.

1:01

ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างยิ่ง

When he circled around the far side of the moon,

1:03

เมื่อเขาโคจรผ่านด้านไกลของดวงจันทร์

the side that faced away from Earth, กริยาวลี

1:06

ด้านที่หันออกจากโลก

กริยาวลี

Faced away from: การบอกทิศทางการหัน

Faced away from หมายถึง “ด้านหน้าหันไปในทิศตรงข้ามกับ” ด้านไกลของดวงจันทร์หันไปในทิศตรงข้ามกับโลก วลีนี้ไม่ได้บอกว่าด้านนั้นกำลังเคลื่อนห่างจากโลกมากขึ้น โครงสร้าง face away from + คำนาม ใช้บอกว่าคน สัตว์ ที่นั่ง หน้าจอ อาคาร หรือพื้นผิวหันไปทางใด รูปอดีตของ face คือ faced

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเก้าอี้หันไปในทิศตรงข้ามกับหน้าต่าง โดยไม่ได้บอกว่าเก้าอี้เปลี่ยนทิศหรือเปลี่ยนตำแหน่ง

  1. The chair moved away from the window.
  2. The chair faced away from the window.
  3. The chair turned away from the window.
ดูคำตอบ

The chair faced away from the window.

he lost all radio contact with Earth and with Armstrong and Aldrin. วลี

1:08

เขาก็ขาดการติดต่อทางวิทยุทั้งหมดกับโลก รวมถึงอาร์มสตรองและอัลดริน

วลี

lost all radio contact with: ขาดการติดต่อทางวิทยุกับ…โดยสิ้นเชิง

ในประโยคนี้ lost all radio contact with หมายถึงการสื่อสารทางวิทยุถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง คำว่า all เน้นว่าไม่มีช่องทางติดต่อทางวิทยุเหลืออยู่เลย รูปแบบที่นำไปใช้ได้อีกคือ lose contact with + บุคคล สถานที่ หรือองค์กร คำว่า radio ระบุช่องทางการสื่อสาร ส่วน contact หมายถึงภาวะหรือความสามารถในการสื่อสาร ไม่ใช่บุคคลหนึ่งคนในรายชื่อผู้ติดต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: During the storm, the rescue team ____ its base, so no messages could get through.

ดูคำตอบ

lost all radio contact with

For about the 48 minutes that Michael Collins was orbiting around the other end of the moon,

1:13

ตลอดเวลาราว 48 นาทีที่ไมเคิล คอลลินส์โคจรอยู่หลังดวงจันทร์

he was quite literally the most lonely ไวยากรณ์

1:17

เขาอยู่ในสภาพที่โดดเดี่ยวที่สุด

a human being has ever been.

1:21

เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งเคยประสบมาอย่างแท้จริง

ไวยากรณ์

the most lonely a human being has ever been: ระดับความโดดเดี่ยวสูงสุดที่มนุษย์เคยประสบ

วลีนี้กล่าวว่าเขามีความโดดเดี่ยวในระดับสูงที่สุดเท่าที่บุคคลใดเคยประสบจนถึงเวลานั้น the most lonely เป็นคำบรรยายขั้นสูงสุด a human being หมายถึงมนุษย์คนใดก็ได้โดยทั่วไป และ has ever been ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบไปยังประสบการณ์ทั้งหมดของมนุษย์ รูปแบบนี้เปรียบเทียบระดับของสภาวะ ไม่ใช่ระยะเวลาที่สภาวะนั้นดำเนินอยู่หรือจำนวนคนที่อยู่ตรงนั้น ever หมายถึงเวลาใดก็ตามก่อนหน้าหรือจนถึงจุดเวลาอ้างอิง

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้กล่าวอ้างว่าอย่างไร?

  1. เขาโดดเดี่ยวเป็นเวลานานกว่าคนอื่นทุกคน
  2. ในเวลานั้นเขาเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่
  3. ความโดดเดี่ยวของเขาสูงถึงระดับที่มากกว่าที่มนุษย์คนใดเคยประสบมาก่อน
ดูคำตอบ

ความโดดเดี่ยวของเขาสูงถึงระดับที่มากกว่าที่มนุษย์คนใดเคยประสบมาก่อน

He was the furthest from any other humans

1:25

เขาอยู่ห่างจากมนุษย์คนอื่นมากที่สุด

that any human has ever been since the very beginning of mankind.

1:27

เท่าที่เคยมีใครอยู่ นับตั้งแต่มนุษยชาติถือกำเนิด

If you haven't yet seen Veritasium's video about how far away the moon is from Earth, ไวยากรณ์

1:32

ถ้าคุณยังไม่ได้ดูวิดีโอของ Veritasium เรื่องดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกแค่ไหน

you should definitely check it out. กริยาวลี

1:36

คุณควรไปดูให้ได้

ไวยากรณ์

ถ้ายังไม่ได้ดู ก็ควรลองไปดูจริง ๆ

ใน If you haven't yet seen ... อนุประโยค if ใช้ present perfect เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน กล่าวคือ จนถึงตอนนี้ผู้ฟังยังไม่ได้ดูวิดีโอนั้น Yet เน้นความหมายว่ายังไม่ได้ทำบางสิ่งจนถึงตอนนี้ อนุประโยคหลัก you should definitely check it out ให้คำแนะนำที่ตามมาจากเงื่อนไขนั้น Should เป็นการแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง ส่วน definitely ทำให้คำแนะนำหนักแน่นและกระตือรือร้นขึ้น รูปแบบนี้นำไปใช้แนะนำภาพยนตร์ หนังสือ สถานที่ และประสบการณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแนะนำให้สมบูรณ์ ใช้รูปย่อ present perfect ของ see ในช่องแรก และกริยาช่วยที่แสดงคำแนะนำในช่องที่สอง: If you ____ it yet, you ____ definitely check it out.

ดูคำตอบ

haven't seen · should

กริยาวลี

check it out: ลองไปดู

ในที่นี้ check it out หมายถึงลองดู รับชม หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้น เป็น phrasal verb แบบกันเองที่มักใช้เมื่อแนะนำเนื้อหา สถานที่ ผลิตภัณฑ์ หรือกิจกรรม เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง check กับ out เช่น check it out และ check them out ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง check out the video และ check the video out ในประโยคนี้ it หมายถึงวิดีโอที่กล่าวถึงก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแนะนำโดยใช้ check out และวางคำสรรพนาม it ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: This channel has a great science series—you should ____.

ดูคำตอบ

check it out

But the whole point is that we tend to think the moon is much closer than it really is โน้ต

1:38

แต่ประเด็นสำคัญคือ เรามักคิดว่าดวงจันทร์อยู่ใกล้กว่าความเป็นจริงมาก

วลี

Tend to: แนวโน้มที่มักเกิด ไม่ใช่ความแน่นอน

Tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งเป็นแนวโน้มที่มักเกิดขึ้นหรือเป็นพฤติกรรมที่มีโอกาสเกิด ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ในประโยคนี้ tend to think บอกถึงความรู้สึกที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนคิดเช่นนี้เสมอ วลีนี้ทำให้การกล่าวแบบเหมารวมระมัดระวังและแม่นยำขึ้น ประธานอาจเป็นคนหรือกลุ่ม เช่น “I tend to ...” และ “people tend to ...” หรือเป็นสิ่งของ เช่น “This road tends to flood” ก็ได้

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสองคำจากบทเรียนเพื่อกล่าวแบบเหมารวมอย่างระมัดระวัง: People ____ speak more quietly in libraries.

ดูคำตอบ

tend to

ไวยากรณ์

much closer than it really is: ความแตกต่างมากระหว่างการรับรู้กับความเป็นจริง

ใน much closer คำว่า much ใช้เน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า closer จึงหมายถึง “ใกล้กว่ามาก” ไม่ใช่เพียง “ใกล้มาก” ส่วน than it really is เปรียบความรู้สึกเรื่องระยะทางกับความเป็นจริง ผู้คนจินตนาการว่าดวงจันทร์อยู่ใกล้กว่าตำแหน่งจริงมาก โครงสร้าง much + ขั้นกว่า + than ... ใช้บอกความแตกต่างที่มากระหว่างสองด้านของการเปรียบเทียบได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง much + comparative + than it really is ร่วมกับ heavy เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The box looks ____.

ดูคำตอบ

much heavier than it really is

because most illustrations we see put the two objects quite close because it's easier.

1:42

เพราะภาพประกอบส่วนใหญ่ที่เราเห็นวางวัตถุทั้งสองไว้ใกล้กันเพื่อให้นำเสนอได้ง่าย

ลำดับความ

The whole point is that: การชี้สารสำคัญ

โครงสร้าง the whole point is that + อนุประโยค บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ตามมาคือสารสำคัญที่สุดเพียงประเด็นเดียว ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวดึงความสนใจออกจากตัวภาพแล้วกลับไปยังข้อสรุปหลักว่า ภาพเหล่านั้นอาจทำให้ดวงจันทร์ดูใกล้กว่าความเป็นจริง whole เพิ่มน้ำหนักการเน้นอย่างชัดเจน ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มแจกแจง “ประเด็นทั้งหมด” โครงสร้างนี้ใช้สรุปเหตุผลหรือดึงการสนทนากลับเข้าสู่ประเด็นหลักได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างห้าคำจากบทเรียนเพื่อเน้นจุดประสงค์หลักหนึ่งอย่าง: ____ everyone gets a fair turn.

ดูคำตอบ

The whole point is that

But to scale, การใช้คำ

1:47

แต่ถ้าเทียบตามมาตราส่วนจริง

this is how far away the moon is.

1:49

ดวงจันทร์อยู่ไกลถึงขนาดนี้

การใช้คำ

to scale สำหรับแผนภาพและแบบจำลองที่มีสัดส่วนถูกต้อง

to scale เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงความยาวในภาพ แผนภาพ แผนที่ หรือแบบจำลองยังคงมีสัดส่วนเดียวกับความยาวจริงที่สอดคล้องกัน ในที่นี้วลีนี้บอกว่าระยะระหว่างโลกกับดวงจันทร์ที่แสดงนั้นเป็นสัดส่วนจริง ไม่ได้ย่นให้สั้นลงเพื่อความสะดวก วลีนี้ใช้ตามหลัง be หรือใช้กับคำกริยาอย่าง draw และ build ได้ เช่น The map is to scale และ draw the plan to scale โดยหมายถึงการแสดงตามสัดส่วน ไม่ใช่การชั่งน้ำหนักหรือการเพิ่มขนาด

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายทางเทคนิคด้วยวลีที่หมายถึงแสดงด้วยสัดส่วนที่ถูกต้อง: The diagram is ____.

ดูคำตอบ

to scale

We actually measure the distance to the moon quite frequently

1:52

ที่จริงเราวัดระยะทางไปยังดวงจันทร์กันค่อนข้างบ่อย

using reflectors that were left on the moon.

1:55

โดยใช้แผ่นสะท้อนแสงที่ถูกทิ้งไว้บนดวงจันทร์

That's right.

1:59

ใช่แล้ว

They're just sitting there all alone on the surface of the moon

1:59

พวกมันตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนพื้นผิวดวงจันทร์

waiting for us to shoot lasers at them.

2:01

รอให้เรายิงเลเซอร์ไปหา

By looking at how long it took the light to return to us, ไวยากรณ์

2:04

เมื่อดูว่าแสงใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะสะท้อนกลับมาถึงเรา

ไวยากรณ์

how long it took the light to return: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

how long it took the light to return เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ภายในโครงสร้างที่ใหญ่กว่า โดยบอกระยะเวลาที่กำลังตรวจดูในวลี looking at .... เพราะไม่ได้เป็นคำถามตรงที่อยู่เดี่ยว ๆ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how long + it took ไม่ใช่ how long did it take ใน it took the light to return คำว่า it เป็นประธานทางไวยากรณ์ที่ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใดโดยเฉพาะในรูปแบบ it takes/took + คนหรือสิ่งของ + ระยะเวลา + to + กริยา สิ่งที่เดินทางกลับคือ the light และ how long แทนระยะเวลาที่ใช้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามทางอ้อมด้วยรูปของ take ที่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: We measured how long ____ the battery to charge.

ดูคำตอบ

it took

we can calculate quite accurately how far away the moon is.

2:06

เราก็คำนวณระยะห่างของดวงจันทร์ได้อย่างแม่นยำทีเดียว

ไวยากรณ์

By looking at ... we can ...: การบอกวิธีและผลลัพธ์

By looking at ใช้บอกวิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ ในที่นี้ การตรวจดูระยะเวลาที่แสงเดินทางคือการกระทำที่ทำให้การคำนวณเป็นไปได้ By หมายถึง “ด้วยการทำสิ่งนั้น” ไม่ได้หมายถึง “ก่อน” หรือ “ไม่เกินเวลาที่กำหนด” รูปแบบคือ By + กริยารูป -ing ..., ประธาน + can + กริยารูปพื้นฐาน ... โดยทั่วไป ประธานของประโยคหลักจะเป็นผู้ทำกริยา -ing ด้วย ในตัวอย่างนี้ we เป็นทั้งผู้ตรวจดูเวลาและผู้คำนวณระยะทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่บอกวิธีและผลลัพธ์โดยใช้ by + check: ____ the schedule, we can find the next train.

ดูคำตอบ

By checking

And we've been doing this for a while วลี

2:10

เราทำแบบนี้กันมาระยะหนึ่งแล้ว

วลี

for a while: ระยะเวลาต่อเนื่องที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด

“For a while” เป็นวลีบอกระยะเวลาที่หมายถึง “เป็นเวลาช่วงหนึ่ง” โดยไม่ได้ระบุว่ากี่นาที กี่วัน หรือยาวนานเท่าใด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่ากิจกรรมดำเนินมานานพอสมควร ไม่ใช่เพียงชั่วครู่ เมื่อใช้กับ “we've been doing” วลีนี้ตอบคำถามว่า “ทำมานานเท่าไร” รูป present perfect continuous แสดงว่ากิจกรรมเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าทีมใช้เวลาทดสอบแอปใหม่มาระยะหนึ่งแล้ว?

  1. The team tested the new app once.
  2. The team will test the new app in a while.
  3. The team has been testing the new app for a while.
ดูคำตอบ

The team has been testing the new app for a while.

and one of the most bizarre things we've learned ไวยากรณ์

2:11

และหนึ่งในเรื่องแปลกประหลาดที่สุดที่เราได้รู้

is that the moon is actually

2:13

ก็คือที่จริงแล้วดวงจันทร์

spiraling away from Earth quite slowly. กริยาวลี

2:15

กำลังค่อย ๆ เคลื่อนเป็นเกลียวออกห่างจากโลก

ไวยากรณ์

one of the most bizarre things we've learned is that: การเกริ่นข้อค้นพบหนึ่งเรื่อง

โครงสร้าง “one of the most + คำนามพหูพจน์ + อนุประโยคขยาย + is that ...” เลือกสมาชิกหนึ่งรายการจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า แล้วจึงเกริ่นเนื้อหาของรายการนั้น ในประโยคนี้ “we've learned” จำกัดขอบเขตของ “things” ส่วนอนุประโยคหลัง “that” ระบุว่าเรื่องที่ค้นพบคืออะไร แม้ “things” จะเป็นพหูพจน์ แต่แกนทางไวยากรณ์ของประธานคือ “one” ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยาเชื่อม “is” ไม่ใช่ “are” โครงสร้างนี้ช่วยเน้นข้อค้นพบที่น่าประหลาดใจหนึ่งเรื่องโดยยังคงจัดลำดับคำอธิบายไว้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย “one of the most ... is that”: “One ____ surprising results we've seen ____ the treatment works faster at night.”

ดูคำตอบ

of the most · is that

กริยาวลี

spiraling away from: เคลื่อนเป็นเส้นโค้งพร้อมกับห่างออกไป

ในที่นี้ spiraling away from รวมทั้งรูปร่างของเส้นทางการเคลื่อนที่และทิศทางไว้ด้วยกัน ดวงจันทร์ไม่ได้เพียงหมุนอยู่กับที่ แต่กำลังค่อย ๆ ห่างจากโลกไปตามวงโคจรที่อธิบายได้ว่าขยายออกด้านนอก ใช้ spiral away from + จุดอ้างอิง เพื่อบรรยายสิ่งที่เคลื่อนเป็นวงหรือเป็นเส้นโค้ง พร้อมกับมีระยะห่างจากจุดอ้างอิงนั้นเพิ่มขึ้น ส่วน away from ระบุว่ากำลังห่างออกจากอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ spiral away from เติมประโยคให้สมบูรณ์: The loose strip of paper ____ the fan and fell under the desk.

ดูคำตอบ

spiraled away from

Every year,

2:19

ทุก ๆ ปี

the moon is about 38 mm

2:20

ดวงจันทร์จะอยู่ห่างออกไปประมาณ 38 มิลลิเมตร

further away than it was the year before. ไวยากรณ์

2:23

เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ไวยากรณ์

further away than it was the year before: เปรียบเทียบสิ่งเดียวกันในช่วงเวลาต่างกัน

further away than it was the year before เปรียบเทียบระยะห่างของสิ่งเดียวกันในสองช่วงเวลาที่ต่างกัน further away บอกระยะห่างเชิงเปรียบเทียบในปัจจุบัน ส่วน than นำเข้าสู่สภาพก่อนหน้า ใน than it was the year before คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึง the moon และคำบรรยายระยะห่างก่อนหน้านั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดซ้ำ โครงสร้าง X is + comparative + than it was + สำนวนบอกเวลาในอดีต มีประโยชน์ในการบรรยายแนวโน้มจากการวัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย further: This year, the probe is ____ the year before.

ดูคำตอบ

further away than it was

38 mm is about 1 and 1/2 in.

2:25

38 มิลลิเมตรคือประมาณ 1 นิ้วครึ่ง

Those reflectors are not the only thing we left on the

2:29

แผ่นสะท้อนแสงเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราทิ้งไว้

moon. We actually left a lot of man-made stuff,

2:32

บนดวงจันทร์ ที่จริงเราทิ้งสิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้นไว้มากมาย

a lot of junk there.

2:34

รวมถึงขยะอีกเพียบ

There is an entire Wikipedia article just listing

2:35

ถึงกับมีบทความ Wikipedia ทั้งบทที่รวบรวมรายชื่อ

the big stuff we left behind. กริยาวลี

2:38

สิ่งของชิ้นใหญ่ ๆ ที่เราทิ้งเอาไว้

กริยาวลี

left behind: สิ่งของที่ไม่ได้เอาไปด้วย

ในที่นี้ left behind หมายถึงไม่ได้เอาสิ่งของไปด้วยเมื่อมีคนออกจากสถานที่นั้น โดยกล่าวถึงวัตถุจริงจากภารกิจก่อน ๆ ที่ยังคงอยู่บนดวงจันทร์ ไม่ใช่ความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าเลิกยึดติดกับอดีตแล้วเดินหน้าต่อ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ leave + กรรม + behind ใช้ได้ทั้งกับของที่ลืมไว้และของที่ตั้งใจทิ้งไว้ในสถานที่หนึ่ง จึงต้องดูบริบทว่าเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจหรือไม่ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ตรงกลาง: leave it behind

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของโครงสร้าง leave something behind: After packing up the campsite, we accidentally ____ our tent ____.

ดูคำตอบ

left · behind

But there are man-made objects that are even further away from the Earth than the Moon.

2:41

แต่ก็มีวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งอยู่ไกลจากโลกยิ่งกว่าดวงจันทร์เสียอีก

In fact, ลำดับความ

2:44

ที่จริงแล้ว

there are four things that humans have built

2:45

มีวัตถุสี่ชิ้นที่มนุษย์สร้างขึ้น

that have traveled so far away from Earth, ไวยากรณ์

2:47

ซึ่งเดินทางออกไปไกลจากโลกมากเสียจน

they are no longer within our solar system.

2:50

ตอนนี้พวกมันไม่ได้อยู่ในระบบสุริยะของเราแล้ว

ลำดับความ

In fact: เสริมประเด็นด้วยข้อเท็จจริงที่หนักแน่นกว่า

In fact ที่อยู่ต้นประโยคส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะใช้ข้อเท็จจริงที่เฉพาะเจาะจงและน่าทึ่งกว่าเพื่อเสริมหรือทำให้ประเด็นก่อนหน้าชัดเจนขึ้น เนื้อหานี้ดำเนินจากแนวคิดทั่วไปที่ว่าวัตถุฝีมือมนุษย์บางชิ้นเดินทางเลยดวงจันทร์ ไปสู่หลักฐานที่หนักแน่นกว่า คือมีสี่ชิ้นที่อยู่นอกระบบสุริยะแล้ว ในที่นี้ In fact เพิ่มข้อมูลสนับสนุน ไม่ได้ขัดแย้งกับประโยคก่อนหน้า เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่นำเสนอประโยคที่สองว่าเป็นข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งกว่าและช่วยเสริมประโยคแรก ไม่ใช่เพียงตัวอย่าง: The telescope can see extremely distant objects. ___, it has detected galaxies billions of light-years away.

  1. In fact
  2. However
  3. For example
ดูคำตอบ

In fact

ไวยากรณ์

ระดับและผลลัพธ์ใน so far away ... no longer within our solar system

ในที่นี้ so far away หมายถึง “ไปไกลมากในแง่ของระยะทางจริง” far away กล่าวถึงระยะทาง และ so เน้นระดับความไกล ไม่ได้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” อนุประโยคถัดมา they are no longer within our solar system บอกผลของการเดินทางไปไกลมากนั้น ในบทสนทนา ผู้พูดอาจวางผลต่อจากคำบอกระดับได้โดยตรง ส่วนรูปแบบที่ชัดเจนเต็มรูปคือ so ... that: they have traveled so far away from Earth that they are no longer within our solar system.

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อทำให้เป็นรูปแบบระดับและผลลัพธ์ที่ชัดเจน: The research station is so far away from the coast ____ supplies arrive only once a month.

ดูคำตอบ

that

Voyager 1 is actually the furthest man-made object from Earth ever.

2:52

Voyager 1 คือวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งอยู่ไกลจากโลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา

And aboard, NASA included a gold-plated record that contained information about humanity วัฒนธรรม

2:57

และบนยานนั้น NASA ได้ใส่แผ่นเสียงเคลือบทองที่บรรจุข้อมูลเกี่ยวกับมนุษยชาติไว้

just in case anything out there found them. วลี

3:03

เผื่อว่าจะมีอะไรสักอย่างข้างนอกนั้นมาพบมันเข้า

วัฒนธรรม

แผ่นเสียงเคลือบทองบนยานวอยเอเจอร์

gold-plated record คือแผ่นเสียงที่เล่นได้และมีพื้นผิวเคลือบด้วยทองบาง ๆ คำว่า gold-plated ไม่ได้หมายความว่าทั้งแผ่นทำจากทองคำแท้ ในที่นี้หมายถึงแผ่นเสียงทองคำแห่งวอยเอเจอร์ ซึ่ง NASA ใส่ไว้บนวอยเอเจอร์ 1 เพื่อเป็นข้อความที่คงทนเกี่ยวกับโลกและมนุษยชาติ สำหรับสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาที่อาจพบยาน แผ่นเสียงนี้มีภาพที่เข้ารหัสและเสียงที่บันทึกไว้ รวมถึงดนตรี ดังนั้นเพลงที่อยู่ในนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่ากำลังเดินทางผ่านอวกาศระหว่างดวงดาวในฐานะส่วนหนึ่งของข้อความจากมนุษยชาติ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ gold-plated record คืออะไร?

  1. สัญญาณวิทยุสดที่วอยเอเจอร์ส่งกลับมายังโลกอย่างต่อเนื่อง
  2. แผ่นเสียงที่เล่นได้ เคลือบด้วยทองบาง ๆ และบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับมนุษยชาติ
  3. แผ่นเสียงที่ทำจากทองคำแท้ทั้งแผ่นและไม่มีข้อมูลที่บันทึกไว้
ดูคำตอบ

แผ่นเสียงที่เล่นได้ เคลือบด้วยทองบาง ๆ และบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับมนุษยชาติ

วลี

just in case สำหรับเหตุการณ์อนาคตที่อาจเกิดขึ้น

just in case ใช้นำเสนอเหตุการณ์ที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งเป็นเหตุผลให้เตรียมมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้า NASA ใส่ข้อมูลไว้ตอนนี้เพราะภายหลังอาจมีบางสิ่งพบแผ่นเสียงนั้น การค้นพบดังกล่าวเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ทราบแน่นอนแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + just in case + อนุประโยคกาลปัจจุบัน แม้เหตุการณ์ที่เป็นไปได้จะอยู่ในอนาคตก็ตาม เช่น “Take a charger just in case your battery dies.” คำว่า just เพิ่มความรู้สึกระมัดระวังขึ้นอีกเล็กน้อย และบางครั้งละได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น” ลงในประโยค: I saved a backup copy ____ the original file became corrupted.

ดูคำตอบ

just in case

You can read all about everything that NASA put on the disc

3:07

คุณอ่านรายละเอียดทุกอย่างที่ NASA ใส่ไว้ในแผ่นเสียงนั้นได้

by following a link in this video's description.

3:10

โดยไปที่ลิงก์ในคำอธิบายของวิดีโอนี้

But the item that has always resonated with me สำนวน

3:12

แต่สิ่งที่ก้องอยู่ในใจผมเสมอมา

is a song they chose.

3:14

คือเพลงหนึ่งที่พวกเขาเลือก

สำนวน

resonated with me: ความเชื่อมโยงส่วนตัวที่อยู่ยาวนาน

ในที่นี้ resonated with me ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เพลงทำให้ผู้พูดเกิดความรู้สึกตอบสนองส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง เพราะอารมณ์หรือสารของเพลงเชื่อมโยงกับผู้พูด วลีนี้สื่อถึงความสำคัญทางอารมณ์หรือความคิด ไม่ใช่แค่ความชอบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ บางสิ่ง + resonates/resonated with + คน สิ่งที่สร้างผลกระทบมักเป็นประธาน และผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลัง with เช่น “That idea resonated with many readers.”

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษที่หมายถึง “สร้างความเชื่อมโยงส่วนตัวหรือทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง” ลงในประโยค: Her story about rebuilding her life ____.

ดูคำตอบ

resonated with me

They put lots and lots of audio on the disc, วลี

3:16

พวกเขาใส่เสียงบันทึกไว้ในแผ่นนั้นมากมาย

วลี

ใช้ lots and lots of เพื่อเน้นว่ามีจำนวนมากมาก

Lots and lots of หมายถึง “จำนวนหรือปริมาณที่มากมาก” การพูด lots ซ้ำเน้นได้แรงกว่า lots of และทำให้สำนวนนี้มีน้ำเสียงกระตือรือร้นแบบภาษาพูด สำนวนนี้วางหน้าคำนาม เช่น lots and lots of audio ใช้ได้ทั้งกับคำนามนับได้พหูพจน์ เช่น books และคำนามนับไม่ได้ เช่น time

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาพูดแบบซ้ำที่ใช้เน้นปริมาณอย่างมาก: The library has ____ books for children.

ดูคำตอบ

lots and lots of

but one song in particular was chosen วลี

3:18

แต่มีเพลงหนึ่งที่ถูกเลือกเป็นพิเศษ

to represent to whoever or whatever found it, ไวยากรณ์

3:21

เพื่อสื่อให้ใครหรืออะไรก็ตามที่พบมัน

the human emotion of loneliness.

3:24

เข้าใจอารมณ์ความโดดเดี่ยวของมนุษย์

วลี

ใช้ in particular เพื่อเน้นสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ

In particular ใช้แยกคนหรือสิ่งหนึ่งออกมาจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า และดึงความสนใจไปยังสิ่งนั้นเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากเสียงบันทึกจำนวนมากบนแผ่นดิสก์มาเน้นเพลงหนึ่งเพลง เมื่อวางหลัง one song จะหมายถึง “โดยเฉพาะเพลงนั้น” ไม่ได้หมายความว่าตัวเพลงแปลกหรือมีลักษณะเฉพาะโดยธรรมชาติ ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนจากการพูดถึงกลุ่มโดยรวมมาเน้นสมาชิกหรือตัวอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่ใช้เน้นสิ่งหนึ่งจากกลุ่มที่ใหญ่กว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ: We visited several museums, but the science museum ___ was unforgettable.

  1. particularly
  2. particular
  3. in a particular
  4. in particular
ดูคำตอบ

in particular

ไวยากรณ์

Whoever or Whatever: ไม่จำกัดตัวตนหรือประเภทของผู้ค้นพบ

Whoever or whatever found it เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ไม่ต้องมีคำนามนำหน้าและมีความหมายเปิดกว้าง โดย whoever หมายถึง “บุคคลหรือตัวกระทำคล้ายบุคคลคนใดก็ตามที่…” ส่วน whatever หมายถึง “สิ่งของหรือสิ่งมีอยู่ประเภทอื่นใดก็ตามที่…” คำทั้งสองไม่ได้ใช้ถามในที่นี้ แต่รวมกันเพื่อกล่าวถึงผู้ค้นพบที่ไม่ทราบตัวตนหรือประเภท or จงใจเปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้ ส่วน whoever or whatever found it ทั้งหมดอยู่หลัง to และหมายถึงผู้รับ ขณะเดียวกัน whoever/whatever ก็ทำหน้าที่เป็นประธานของ found

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ประกอบด้วย whoever, or และ whatever: The beacon will send a reply to ____ activates it.

ดูคำตอบ

whoever or whatever

The song is by Blind Willie Johnson and it's called

3:27

เพลงนี้เป็นของไบลนด์ วิลลี จอห์นสัน และมีชื่อว่า

Dark was the Night, Cold was the Ground. ไวยากรณ์

3:31

Dark Was the Night, Cold Was the Ground

ไวยากรณ์

Dark was the Night, Cold was the Ground: ลำดับคำเชิงวรรณศิลป์ที่วางภาคแสดงก่อน

อนุประโยค Dark was the night และ Cold was the ground ต่างก็นำส่วนเติมเต็มขึ้นหน้า โดยวางคำคุณศัพท์ภาคแสดงก่อน แล้วตามด้วย was และประธาน หากใช้ลำดับคำแบบกลาง ๆ จะเป็น The night was dark และ The ground was cold ลำดับคำที่โดดเด่นนี้สร้างจังหวะที่สมดุล ขรึม และเป็นวรรณศิลป์ จึงเหมาะกับชื่อเรื่อง Dark และ Cold ใช้บรรยาย night และ ground ไม่ใช่ชื่อเฉพาะหรือประธาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความหมายพื้นฐานของชื่อเรื่องด้วยลำดับคำสมัยใหม่ที่เป็นกลาง

  1. The night was dark, and the ground was cold.
  2. Dark and Cold were names for the night and the ground.
  3. The dark night was lying on the cold ground.
ดูคำตอบ

The night was dark, and the ground was cold.

There are no lyrics, ลำดับความ

3:33

เพลงนี้ไม่มีเนื้อร้อง

just humming.

3:34

มีเพียงเสียงฮัม

ลำดับความ

no X, just Y: แก้ความคาดหมายอย่างกระชับ

โครงสร้าง no X, just Y เริ่มจากตัดสิ่งที่ผู้ฟังอาจคาดว่าจะมีออกไป แล้วจึงบอกว่าสิ่งที่มีอยู่จริงคืออะไร ในประโยคนี้ no lyrics ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีถ้อยคำสำหรับร้องหรือยกมาอ้าง ส่วน just humming ดึงความสนใจไปยังเสียงร้องแบบเดียวที่มีอยู่ ส่วนหลังละอนุประโยคที่ซ้ำออกไป โดยใจความเต็มคือ There are no lyrics; there is just humming. การเปรียบต่างแบบกระชับนี้ทำให้การแก้ความเข้าใจรวดเร็วและมีน้ำหนัก ในที่นี้ just หมายถึง “เพียงเท่านั้น” ไม่ใช่ “เมื่อสักครู่”

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง no X, just Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: “There are ____ spoken instructions, ____ soft background music.”

ดูคำตอบ

no · just

You can listen to it

3:35

คุณเข้าไปฟังได้

by following a link in this video's description.

3:36

โดยไปที่ลิงก์ในคำอธิบายของวิดีโอนี้

And as you listen,

3:38

และขณะที่ฟัง

think about the weight of that meaning. สำนวน

3:39

ลองคิดถึงน้ำหนักของความหมายนี้ดู

สำนวน

the weight of that meaning: ความร้ายแรงและผลกระทบเชิงเปรียบเทียบ

ใน the weight of that meaning คำว่า weight เป็นคำเปรียบเทียบ โดยทำให้ความหมายดูเหมือนสิ่งที่มีน้ำหนัก คือจริงจัง สร้างภาระทางอารมณ์ หรือสำคัญมากจนต้องคิดอย่างรอบคอบ วลีนี้ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเพียงระบุว่าข้อความหมายถึงอะไร แต่ยังให้รู้สึกถึงผลกระทบต่อมนุษย์และอารมณ์ด้วย โดยทั่วไป the weight of X สื่อถึงความร้ายแรง ความรับผิดชอบ หรือผลกระทบยาวนานที่ X แบกรับอยู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Before you accept the role, consider the weight of the responsibility,” วลีที่เน้นหมายถึงอะไร

  1. คำจำกัดความในพจนานุกรมของคำว่า responsibility
  2. ผลที่ตามมาอันร้ายแรงและภาระทางอารมณ์ของความรับผิดชอบ
  3. มวลทางกายภาพของวัตถุที่เกี่ยวข้องกับบทบาท
ดูคำตอบ

ผลที่ตามมาอันร้ายแรงและภาระทางอารมณ์ของความรับผิดชอบ

This song was picked to represent

3:42

เพลงนี้ถูกเลือกมาเพื่ออธิบาย

to aliens what loneliness is. ไวยากรณ์

3:44

ให้มนุษย์ต่างดาวรู้ว่าความโดดเดี่ยวคืออะไร

ไวยากรณ์

what loneliness is: ลำดับคำในคำถามแบบฝัง

“what loneliness is” เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังที่ระบุเนื้อหาซึ่งกำลังถูกถ่ายทอด กล่าวคือ เพลงนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้มนุษย์ต่างดาวเข้าใจว่าประสบการณ์ของความเหงาหมายถึงอะไร ในที่นี้ what นำเข้าสู่ความหมายหรือแก่นที่ยังไม่ทราบ และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่คล้ายวลีคำนามหลัง represent เนื่องจากอนุประโยคนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ได้แก่ what + ประธาน + กริยา (“what loneliness is”) ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง (“What is loneliness?”) ให้ใช้ลำดับแบบหลังเฉพาะเมื่อคำถามนั้นปรากฏเป็นคำถามตรงที่เป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปคำถามแบบฝังของ “What is loneliness?”: The documentary tries to explain ____.

ดูคำตอบ

what loneliness is

Blind Willie Johnson himself wasn't blind his whole life. ไวยากรณ์

3:48

ไบลนด์ วิลลี จอห์นสันไม่ได้ตาบอดมาตลอดชีวิต

ไวยากรณ์

wasn't blind his whole life: การปฏิเสธที่ครอบคลุมช่วงเวลาทั้งหมด

ใน “wasn't blind his whole life” คำปฏิเสธครอบคลุมข้อความที่อ้างถึงระยะเวลาทั้งหมดคือ “blind his whole life” หมายความว่าอาการตาบอดไม่ได้ครอบคลุมทุกช่วงของชีวิตเขา ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยตาบอดเลย ดังนั้น ประโยคนี้จึงบอกเป็นนัยว่าสถานะเปลี่ยนไปตามเวลา อย่างน้อยในช่วงหนึ่งของชีวิตเขาไม่ได้ตาบอด ขณะที่อีกช่วงหนึ่งเขาตาบอด โดยทั่วไป โครงสร้าง not + สถานะหรือการกระทำ + ช่วงเวลาทั้งหมด ปฏิเสธว่าสิ่งนั้นเป็นจริงตลอดทั้งช่วงเวลา แต่ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธสถานะหรือการกระทำนั้นทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นความหมายที่ตรงกับ “He wasn't blind his whole life”?

  1. เขาตาบอดตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต
  2. เขาตาบอดในช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ได้ตาบอดตลอดทั้งชีวิต
  3. เขามองเห็นได้ตลอดทั้งชีวิต
ดูคำตอบ

เขาตาบอดในช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ได้ตาบอดตลอดทั้งชีวิต

He was blinded as a child

3:51

เขาสูญเสียการมองเห็นตอนยังเป็นเด็ก

when his stepmother threw lye in his face.

3:52

เมื่อแม่เลี้ยงสาดน้ำด่างใส่ใบหน้าของเขา

And he died of malarial fever

3:55

และเขาเสียชีวิตด้วยไข้มาลาเรีย

after his home burned down and he had nowhere else to live โน้ต

3:57

หลังจากบ้านของเขาถูกไฟไหม้ และไม่มีที่อื่นให้อาศัย

but on wet newspaper.

4:00

นอกจากบนกระดาษหนังสือพิมพ์เปียก ๆ

กริยาวลี

burned down: ถูกไฟไหม้จนพัง

ในประโยคนี้ burned down หมายความว่าบ้านของเขาถูกไฟไหม้จนพังเสียหาย หรือเสียหายรุนแรงจนใช้งานไม่ได้อีกต่อไป คำว่า down เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์อย่างชัดเจนว่าไฟไม่ได้เพียงแค่ลามมาถึงบ้านเท่านั้น ในที่นี้ burn down ใช้แบบอกรรมกริยา โดย his home เป็นประธานของ burned down นอกจากนี้ยังใช้แบบสกรรมกริยาได้ เช่น The fire burned the house down. คำว่า down ไม่ได้บอกว่ flames เผาไหม้ลงด้านล่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “ถูกไฟไหม้จนพัง”: By sunrise, the empty warehouse had ____.

ดูคำตอบ

burned down

ไวยากรณ์

nowhere else to live but ...: ไม่มีที่อื่นให้อยู่นอกจาก...

โครงสร้าง nowhere else to + คำกริยา + but + ตัวเลือก หมายความว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสิ่งที่ตามหลัง but ในประโยคนี้ สถานที่เดียวที่เขายังพออยู่ได้คือบนหนังสือพิมพ์เปียก ซึ่งเน้นว่าสถานการณ์ของเขาสิ้นหวังเพียงใด ในที่นี้ but หมายถึง except ไม่ใช่ however คำที่ตามหลัง but ต้องเติมความหมายให้คำกริยาอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น live on wet newspaper ในบริบทอื่นให้คงคำบุพบทที่คำกริยาหรือสถานที่ต้องใช้ไว้ เช่น nowhere else to wait but outside หรือ nowhere else to sleep but in the car

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง nowhere else ... but โดยใช้ sleep เพื่อแสดงว่าเหลือสถานที่เพียงแห่งเดียว: Every hotel was full, so we had ____ the station waiting room.

ดูคำตอบ

nowhere else to sleep but in

But now,

4:02

แต่ตอนนี้

his song is way out there การใช้คำ

4:03

เพลงของเขาอยู่ไกลออกไป

in interstellar space representing us.

4:05

ในห้วงอวกาศระหว่างดวงดาว เป็นตัวแทนของพวกเรา

การใช้คำ

“way out there”: way ที่ใช้เน้นระยะทาง

ใน way out there คำว่า way เป็นคำวิเศษณ์เน้นระดับแบบไม่เป็นทางการ โดยไปเน้น out there ทำให้ทั้งวลีหมายถึง “อยู่ไกลออกไปมาก” ไม่ได้หมายถึง “ถนน” หรือ “เส้นทาง” การกล่าวถึงอวกาศระหว่างดวงดาวทำให้ชัดเจนว่าประโยคนี้กล่าวถึงระยะทางจริง การใช้ way แบบนี้ช่วยเน้นอย่างมากเมื่อนำหน้าสำนวนบอกระยะทาง ระดับ หรือการเปรียบเทียบ เช่น way over there, way too far และ way bigger โดยมักสื่อว่าความแตกต่างนั้นเด่นชัด ไม่ใช่ต่างกันเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The cabin is way out there past the frozen lake,” คำว่า way ทำหน้าที่อะไร?

  1. หมายความว่ากระท่อมอยู่ด้านนอกเพียงเล็กน้อย
  2. เน้นอย่างมากว่ากระท่อมอยู่ไกลเพียงใด
  3. หมายถึงถนนที่นำไปยังกระท่อม
ดูคำตอบ

เน้นอย่างมากว่ากระท่อมอยู่ไกลเพียงใด

Thanks for watching.

4:11

ขอบคุณที่รับชม