เปปป้าพิกและจอร์จพิกไปเที่ยวแคมป์ปิ้งกับพ่อแม่ของพวกเขา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
451 คำ 125 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ครอบครัวของเป๊ปป้าเลิกดูโทรทัศน์ในรถบ้านแล้วไปเที่ยว Duck Land ซึ่งอาหารปิกนิกของพวกเขาดึงดูดครอบครัวเป็ดจำนวนมาก ระหว่างเดินทางกลับ รถบ้านสุดประหลาดแล่นลงแม่น้ำและเปลี่ยนเป็นเรือ ก่อนที่ทุกคนจะสรุปว่าแม้การไปพักผ่อนจะดี แต่การได้กลับบ้านของตัวเองนั้นดียิ่งกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I thought we could — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่ารูปอดีต thought และกริยาช่วย could ช่วยทำให้ข้อเสนอเกี่ยวกับแผนร่วมกันฟังนุ่มนวลขึ้นอย่างไร ใช้เป็นคำขึ้นต้นเมื่อต้องการเสนอว่าจะใช้เวลาทั้งวันทำอะไร ชวนผู้อื่นเข้าร่วมกิจกรรม หรือเสนอแนวคิดให้กลุ่มพิจารณาโดยไม่ฟังเหมือนออกคำสั่งหรือคิดว่าทุกคนต้องเห็นด้วย 2. Drive into / drive in — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: แยกความต่างระหว่างการเคลื่อนผ่านขอบเขตเข้าไปกับการอยู่ภายในพื้นที่ โดย into แสดงว่ารถบ้านเคลื่อนเข้าสู่แม่น้ำ ส่วน in กล่าวถึงการขับขณะที่รถอยู่ในแม่น้ำแล้ว ความต่างนี้ช่วยให้เลือกบุพบทได้แม่นยำเมื่อพูดถึงยานพาหนะ ห้อง แหล่งน้ำ จุดหมาย หรือพื้นที่ที่มีขอบเขต 3. It's nice going on holiday, but it's nicer to be back — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างเปรียบเทียบที่ยอมรับก่อนว่าประสบการณ์หนึ่งน่าพอใจ แล้วจึงบอกว่าชอบอีกประสบการณ์มากกว่า ใช้ It's nice ..., but it's nicer ... เพื่อเปรียบเทียบสองทางเลือกที่ต่างก็ดี สร้างความขัดแย้งอย่างนุ่มนวล และปิดท้ายเรื่องเล่าหรือความรู้สึกส่วนตัวอย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:02

หนูชื่อเปปป้าพิก

This is my little brother George.

0:04

นี่คือน้องชายตัวน้อยของหนู จอร์จ

This is Mummy Pig.

0:07

นี่คือแม่หมู

And this is Daddy Pig.

0:09

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig

0:13

เปปป้าพิก

Camping Holiday

0:16

วันหยุดแคมป์ปิ้ง

Peppa's family are on holiday in their campervan. วลี

0:18

ครอบครัวของเปปป้ากำลังไปพักร้อนในรถบ้านของพวกเขา

วลี

are on holiday: กำลังพักร้อน

be on holiday หมายถึงการหยุดพักจากงานหรือโรงเรียนตามปกติชั่วคราว และมักรวมถึงการเดินทาง ในประโยคนี้ are เชื่อม Peppa's family กับ on holiday ซึ่งบอกสถานะปัจจุบันของครอบครัว ในภาษาอังกฤษแบบบริติช holiday ตรงนี้หมายถึงการพักร้อนหรือวันหยุดพักผ่อน ไม่ใช่วันหยุดราชการหรือวันสำคัญทางศาสนาวันใดวันหนึ่ง ปกติใช้เป็นสำนวน on holiday โดยไม่มีคำนำหน้านาม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายความว่า Leo กำลังพักร้อนให้สมบูรณ์: Leo is ____ this week.

ดูคำตอบ

on holiday

Good morning, my little piggies. น้ำเสียง/เจตนา

0:24

อรุณสวัสดิ์ ลูกหมูตัวน้อยของพ่อ

น้ำเสียง/เจตนา

my little piggies: ชื่อเล่นในครอบครัวที่แสดงความเอ็นดู

my little piggies เป็นคำที่ผู้ดูแลใช้เรียกเด็ก ๆ อย่างเอ็นดู my แสดงความใกล้ชิด little เพิ่มน้ำเสียงอ่อนโยนและปกป้อง ส่วน piggies เป็นรูปคำที่ฟังน่ารักและขี้เล่นของ pigs วลีนี้เป็นคำเรียกโดยตรงที่ตามหลัง Good morning จึงสื่อความอบอุ่น ไม่ใช่แค่บอกว่ามีสัตว์อยู่กลุ่มหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในคำทักทายนี้ my little piggies มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ใช้เรียกเด็ก ๆ อย่างเอ็นดู
  2. ใช้แนะนำสัตว์ในฟาร์มอย่างเป็นทางการ
  3. ใช้ตำหนิว่าเด็ก ๆ สกปรก
ดูคำตอบ

ใช้เรียกเด็ก ๆ อย่างเอ็นดู

Good morning, Daddy Pig.

0:26

อรุณสวัสดิ์ค่ะ พ่อหมู

I love camping.

0:29

หนูชอบการตั้งแคมป์

Since we're in the countryside, ไวยากรณ์

0:31

ไหนๆ เราก็อยู่ในชนบทแล้ว

I thought we could spend the day looking at nature. โน้ต

0:33

แม่คิดว่าเราน่าจะใช้เวลาทั้งวันดูธรรมชาติกันนะ

ไวยากรณ์

Since we're in the countryside: since ที่บอกเหตุผล

ในที่นี้ Since we're in the countryside บอกเหตุผลและข้อมูลพื้นหลังที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้อยู่แล้วสำหรับข้อเสนอที่ตามมา since จึงหมายถึง “เพราะว่า” หรือ “ในเมื่อ” ไม่ได้หมายถึง “ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้” อนุประโยค since ที่บอกเหตุผลมักเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้วหรือยอมรับได้ง่าย แล้วใช้ข้อเท็จจริงนั้นเป็นพื้นฐานของแผน ข้อเสนอ หรือข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ since ในความหมายว่า “เพราะว่า” หรือ “ในเมื่อ”

  1. She has lived here since 2021.
  2. Since the roads are clear, we can leave now.
  3. I haven't seen him since the concert.
ดูคำตอบ

Since the roads are clear, we can leave now.

น้ำเสียง/เจตนา

I thought we could: การเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ I thought we could ... เป็นวิธีเสนอแผนสำหรับตอนนี้อย่างสุภาพ การใช้ thought และ could ช่วยสร้างระยะห่างทางน้ำเสียง ทำให้แนวคิดนี้ฟังดูเปิดให้พูดคุยกัน ไม่เหมือนคำสั่ง โครงสร้างคือ I thought we could + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I thought we could visit the park. ในบริบทอื่น วลีนี้อาจใช้เล่าความคิดในอดีตตามความหมายตรงตัวได้ แต่ในที่นี้ กิจกรรมที่เสนอและสถานการณ์การสนทนาชี้ว่าเป็นข้อเสนอในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างข้อเสนอที่ทำให้น้ำเสียงนุ่มนวลลง: ____ watch a movie tonight.

ดูคำตอบ

I thought we could

ไวยากรณ์

spend the day looking at nature: spend + ช่วงเวลา + กริยา -ing

โครงสร้าง spend + ช่วงเวลา + กริยารูป -ing หมายถึงใช้ช่วงเวลานั้นทำกิจกรรมบางอย่าง ใน spend the day looking... คำว่า the day คือช่วงเวลา และ looking คือกิจกรรม หลัง spend เมื่อจะบอกกิจกรรม ให้ใช้รูป -ing ไม่ใช่ infinitive ในที่นี้ look at nature หมายถึงมองหรือสังเกตสิ่งต่าง ๆ และทิวทัศน์ในธรรมชาติ คำว่า look ต้องตามด้วย at ก่อนสิ่งที่มอง ดังนั้น look nature จึงไม่ใช่รูปมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ repair: Maya spent the morning ____ her bike.

ดูคำตอบ

repairing

Good idea, Mummy Pig.

0:37

ความคิดดีค่ะ แม่หมู

Let's watch a nature program.

0:39

เรามาดูรายการเกี่ยวกับธรรมชาติกันเถอะ

One of the wonders of nature, ลำดับความ

0:41

หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

birds.

0:44

นก

ลำดับความ

One of the wonders of nature: บอกหมวดก่อน แล้วค่อยเปิดเผยหัวข้อ

One of the wonders of nature จัดหัวข้อที่จะกล่าวถึงไว้ในหมวดกว้างที่ฟังดูน่าประทับใจก่อน จากนั้นการหยุดเว้นจังหวะจะชะลอหัวข้อเฉพาะคือ birds ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเป็นการเปิดเผยสิ่งสำคัญ ลำดับแบบหมวดก่อนและหัวข้อทีหลังนี้สร้างความคาดหวังและฟังคล้ายบทบรรยายที่เตรียมไว้ ในวลีนี้ wonders หมายถึงสิ่งที่โดดเด่นและชวนให้ประหลาดใจ ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ที่อธิบายไม่ได้โดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

การวาง One of the wonders of nature ไว้ก่อน birds มีผลหลักอย่างไร?

  1. สร้างความคาดหวังก่อนบอกหัวข้อ
  2. แก้ไขการจัดหมวดหมู่นกทางวิทยาศาสตร์
  3. บอกขั้นตอนในการค้นหานก
ดูคำตอบ

สร้างความคาดหวังก่อนบอกหัวข้อ

How lovely.

0:45

น่ารักจังเลย

Shush, shush, little birdie. น้ำเสียง/เจตนา

0:48

ชู่ว ชู่ว เจ้านกน้อย

น้ำเสียง/เจตนา

Shush, shush: ขอให้เงียบ

Shush เป็นคำอุทานเลียนเสียงที่ตัวมันเองทำหน้าที่ขอให้ ‘เงียบหน่อย’ ไม่ได้เพียงบรรยายความเงียบ ในประโยคนี้ การพูดซ้ำและเติม little birdie ทำให้คำขอฟังดูเหมือนปลอบและเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนโยน มากกว่าจะเป็นคำสั่งห้วน ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Shush, shush, little birdie.”?

  1. กระตุ้นให้นกร้องดังขึ้น
  2. ขอให้นกเงียบอย่างอ่อนโยน
  3. ทักทายนกอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ขอให้นกเงียบอย่างอ่อนโยน

We can't hear our TV.

0:51

เราไม่ได้ยินเสียงทีวีเลย

Oh, Daddy Pig.

0:53

โธ่ พ่อหมูคะ

There's no point being on a camping holiday ไวยากรณ์

0:55

มันไม่มีประโยชน์เลยที่จะมาวันหยุดแคมป์ปิ้ง

and just watching TV.

0:57

แล้วมานั่งดูแต่ทีวี

ไวยากรณ์

There's no point being: บอกว่าการกระทำไม่มีประโยชน์

โครงสร้าง There's no point + -ing หมายความว่าการกระทำหนึ่งไม่มีจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์หรือไม่คุ้มที่จะทำ ในที่นี้ point หมายถึง ‘จุดประสงค์หรือคุณค่า’ ไม่ใช่ ‘จุด’ หรือ ‘คะแนน’ การมาเที่ยวตั้งแคมป์แต่ดูโทรทัศน์อย่างเดียวถูกมองว่าขัดกับจุดประสงค์ของวันหยุด สามารถใช้ There's no point doing something หรือ There's no point in doing something ได้ ทั้งสองรูปใช้วลี -ing เพื่อระบุการกระทำที่กำลังถูกประเมิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายความว่าการรอนั้นไม่มีประโยชน์: ____ waiting; the office is already closed.

ดูคำตอบ

There's no point

We can do that at home.

1:00

เราทำแบบนั้นที่บ้านก็ได้

Uh good thinking, Mummy Pig. น้ำเสียง/เจตนา

1:01

เอ่อ คิดได้ดีครับ แม่หมู

น้ำเสียง/เจตนา

Good thinking: ชมว่าเป็นความคิดที่ฉลาด

Good thinking! เป็นคำตอบในภาษาพูดที่ใช้ชมว่าข้อเสนอ การเลือก หรือวิธีแก้ปัญหาของอีกฝ่ายฉลาดและมีประโยชน์ ในประโยคนี้หมายถึง “เป็นความคิดที่ดี” ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่พิกยังคงกำลังคิดอยู่ วลีนี้ใช้ตอบเดี่ยว ๆ ได้ หรือจะตามด้วยชื่อหรือคำเรียกบุคคลก็ได้: Good thinking, Mummy Pig.

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการตอบว่า Good thinking! อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. คุณต้องการบอกว่ากระเป๋าดูสวย แล้วตอบว่า “Good thinking!”
  2. เพื่อนเสนอให้บันทึกสำเนาไว้ก่อนแก้ไข แล้วคุณตอบว่า “Good thinking!”
  3. คุณต้องการบอกว่าเพื่อนกำลังคิดเงียบ ๆ แล้วตอบว่า “Good thinking!”
ดูคำตอบ

เพื่อนเสนอให้บันทึกสำเนาไว้ก่อนแก้ไข แล้วคุณตอบว่า “Good thinking!”

There are lots of fun places we can visit.

1:04

มีสถานที่สนุกๆ มากมายที่เราไปเที่ยวได้

There's Tree World.

1:07

มีทรีเวิลด์

What's Tree World?

1:09

ทรีเวิลด์คืออะไรคะ?

Tree World is a big forest full of trees. วลี

1:11

ทรีเวิลด์คือป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้

วลี

full of trees: บอกว่าสถานที่หนึ่งมีต้นไม้อยู่มาก

full of trees หมายความว่าป่านั้นมีต้นไม้อยู่มาก รูปแบบ full of + คำนาม ใช้บอกว่าสถานที่ ภาชนะ หรือสิ่งอื่นมีสิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึงอยู่เป็นจำนวนมาก ในที่นี้ full of trees อยู่หลัง a big forest และขยายกลุ่มคำนามนั้น รูปแบบนี้ยังอยู่หลัง be ได้ด้วย: The forest is full of trees. ต้องคง of ไว้หน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย full และคำบุพบทที่ต้องใช้คู่กัน: The shelf is ____ books.

ดูคำตอบ

full of

It sounds a bit boring. น้ำเสียง/เจตนา

1:15

ฟังดูน่าเบื่อนิดหน่อยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

sounds a bit boring: บอกความรู้สึกแรกให้นุ่มนวลขึ้น

ในที่นี้ sounds หมายถึง “จากสิ่งที่ได้ยินมา สิ่งนั้นให้ความรู้สึกว่าน่าเบื่อ” คำนี้เป็นกริยาเชื่อมที่เชื่อมประธานกับคำคุณศัพท์ boring ไม่ได้ใช้บรรยายเสียงชนิดหนึ่ง การเติม a bit ช่วยลดความแรงของคำประเมินเชิงลบ เมื่อเทียบกับ It is boring ประโยคนี้ฟังดูไม่ฟันธงและไม่ตรงเกินไป จึงเหมาะสำหรับบอกความรู้สึกแรกก่อนที่จะได้ลองด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ใช้ sounds a bit + adjective เติมประโยคให้มีความหมายว่าแผนนี้ให้ความรู้สึกแรกว่าค่อนข้างเสี่ยง: That plan ____.

ดูคำตอบ

sounds a bit risky

Or there's Potato City.

1:18

หรือมีโปเตโต้ซิตี้

What's Potato City?

1:20

โปเตโต้ซิตี้คืออะไรคะ?

There's a tour of the potato fields

1:22

มีการทัวร์ไร่มันฝรั่ง

ending with a potato tasting. ไวยากรณ์

1:25

ปิดท้ายด้วยการชิมมันฝรั่ง

ไวยากรณ์

ending with a potato tasting: เพิ่มช่วงสุดท้าย

Ending with a potato tasting เพิ่มช่วงสุดท้ายของทัวร์ วลีนี้ขยาย a tour of the potato fields และสามารถเขียนเต็มได้เป็น a tour ... that ends with a potato tasting วลีนี้เป็นวลี -ing หรือที่เรียกว่าวลี present participle โครงสร้าง End with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “มีสิ่งนี้เป็นส่วนสุดท้าย” วลีนี้จึงช่วยเพิ่มขั้นตอนสุดท้ายโดยไม่ต้องเริ่มประโยคหลักอีกประโยค

แบบฝึกหัด

ใช้ ending with เติมคำบรรยายกิจกรรมให้สมบูรณ์: The workshop lasts three hours, ____ a group discussion.

ดูคำตอบ

ending with

Sounds interesting. ไวยากรณ์

1:27

ฟังดูน่าสนใจนะ

ไวยากรณ์

Sounds interesting: การละ it ในคำตอบแบบสบาย ๆ

“Sounds interesting” เป็นรูปย่อในบทสนทนาของ “It sounds interesting.” ประธาน it ที่ละไว้หมายถึงความคิด สถานที่ หรือแผนที่เพิ่งพูดถึง Sounds เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามพหูพจน์หรือคำสั่ง โครงสร้าง sound + คำคุณศัพท์ใช้บอกความประทับใจจากสิ่งที่ได้ยินหรือได้รับการบอกเล่า เมื่อระบุประธานเอกพจน์ชัดเจน ให้ใช้ sounds เช่น “The trip sounds interesting.”

แบบฝึกหัด

เพื่อนเล่าเรื่องนิทรรศการใหม่ให้ฟัง ข้อใดเป็นรูปย่อในบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติของ “It sounds interesting”?

  1. Sounds interesting.
  2. Sounds interesting it.
  3. Sound interesting.
ดูคำตอบ

Sounds interesting.

Or there's Duck Land.

1:29

หรือมีดั๊กแลนด์

What's Duck Land?

1:31

ดั๊กแลนด์คืออะไรคะ?

It's a wide river full of ducks.

1:33

มันคือแม่น้ำกว้างที่เต็มไปด้วยเป็ด

Duck Land.

1:37

ดั๊กแลนด์

Let's go to Duck Land.

1:38

ไปดั๊กแลนด์กันเถอะ

Peppa and George love ducks.

1:42

เปปป้าและจอร์จชอบเป็ด

How do we get to Duck Land? วลี

1:44

เราจะไปดั๊กแลนด์ได้ยังไงคะ?

วลี

How do we get to ...?: การถามทาง

โครงสร้าง “How do we get to + สถานที่?” ใช้ถามเส้นทางหรือวิธีไปถึงจุดหมาย ในที่นี้ get to หมายถึง “ไปถึง” ไม่ใช่ “เริ่มทำบางอย่าง” วาง do ไว้หน้าประธาน แล้วใช้กริยารูปพื้นฐาน get เช่น “How do we get to the station?” หน้า home, here และ there ปกติจะละ to เช่น “How do we get home?”

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเรื่องเส้นทางด้วยโครงสร้างมาตรฐาน: ____ the train station?

ดูคำตอบ

How do we get to

The campervan can guide us.

1:47

รถบ้านช่วยนำทางเราได้

Hello.

1:49

สวัสดี

Where are we going today? น้ำเสียง/เจตนา

1:50

วันนี้เราจะไปไหนกัน?

น้ำเสียง/เจตนา

Where are we going today? — ถามจุดหมายของการเดินทางวันนี้

“Where are we going today?” ใช้ถามจุดหมายของการเดินทางที่กำลังเกิดขึ้นหรือวางแผนไว้สำหรับวันนี้ ในที่นี้ “are going” เป็นรูป present continuous ที่ใช้กับแผนในปัจจุบันหรืออนาคตอันใกล้ คำถามนี้ถามว่าการเดินทางครั้งนี้มุ่งหน้าไปที่ไหน ไม่ได้ถามสถานที่ที่ไปเป็นประจำหรือแผนระยะยาว เมื่อบริบทชัดเจน สามารถตอบเพียงชื่อสถานที่ได้

แบบฝึกหัด

คำถามนี้ต้องการทราบข้อมูลใดเป็นหลัก?

  1. จุดหมายของการเดินทางวันนี้
  2. แผนสำหรับอนาคตอันไกล
  3. สถานที่ที่ไปทุกวัน
ดูคำตอบ

จุดหมายของการเดินทางวันนี้

Duck Land, please. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

ดั๊กแลนด์ ครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Duck Land, please — รูปแบบชื่อสถานที่ + please

“Duck Land, please.” เป็นคำตอบสั้น ๆ สำหรับคำถามเกี่ยวกับจุดหมาย ชื่อสถานที่บอกจุดหมาย ส่วน “please” ทำให้คำตอบนี้เป็นคำขอที่สุภาพ ใจความเต็มอาจพูดว่า “Please take us to Duck Land” หรือ “We'd like to go to Duck Land, please” แต่รูปแบบสั้นนี้เป็นธรรมชาติเมื่อบริบทการบริการทำให้ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการให้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

คนขับแท็กซี่ถามว่าคุณต้องการไปที่ไหน เลือกคำตอบที่เป็นธรรมชาติและกระชับ

  1. Going River Street, please.
  2. River Street, please.
  3. Please to River Street.
ดูคำตอบ

River Street, please.

Follow the road ahead in a straight line. วลี

1:55

ตามถนนข้างหน้าไปเป็นเส้นตรง

วลี

Follow the road ahead in a straight line: คำสั่งให้ไปตามถนนโดยไม่เลี้ยว

ในคำสั่งนำทางนี้ follow the road หมายถึงเดินทางไปตามแนวของถนน ตรงนี้ follow ไม่ได้หมายถึงเดินตามหลังคน แต่กรรม road ทำให้คำนี้มีความหมายว่าไปตามเส้นทาง Ahead ชี้ถึงถนนที่อยู่ข้างหน้า ส่วน in a straight line บอกให้ไปต่อโดยไม่เลี้ยว คำกริยารูปพื้นฐาน Follow ที่ต้นประโยคทำให้เป็นประโยคคำสั่ง ซึ่งบอกผู้ฟังโดยตรงว่าต้องทำอะไร

แบบฝึกหัด

การกระทำใดทำตามคำสั่ง “Follow the road ahead in a straight line.” ได้ถูกต้อง

  1. เดินตามหลังอีกคนหนึ่งที่อยู่บนถนน
  2. ออกจากถนนแล้วข้ามพื้นที่โล่ง
  3. ไปต่อบนถนนข้างหน้าโดยไม่เลี้ยว
ดูคำตอบ

ไปต่อบนถนนข้างหน้าโดยไม่เลี้ยว

We're going to Duck Land in our campervan.

1:58

เรากำลังไปดั๊กแลนด์ด้วยรถบ้านของเรา

Welcome to Duck Land. น้ำเสียง/เจตนา

2:03

ยินดีต้อนรับสู่ดั๊กแลนด์

น้ำเสียง/เจตนา

Welcome to Duck Land: คำต้อนรับเมื่อมีคนมาถึง

Welcome to + สถานที่ กิจกรรม หลักสูตร หรือบริการ เป็นคำต้อนรับแบบตายตัวที่ใช้เมื่อมีคนมาถึงหรือเข้ามา ในประโยคนี้ to นำหน้าจุดหมายคือ Duck Land welcome ในที่นี้ทำหน้าที่กล่าวต้อนรับผู้มาเยือน ไม่ได้เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ได้รับการยอมรับด้วยความยินดี” อย่างใน You are welcome here.

แบบฝึกหัด

เติมคำต้อนรับสำหรับผู้มาเยือนที่เพิ่งมาถึงให้สมบูรณ์: ____ our new office.

ดูคำตอบ

Welcome to

How many tickets, น้ำเสียง/เจตนา

2:07

รับตั๋ว

please?

2:08

กี่ใบครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

How many tickets, please?: การถามจำนวนตั๋วอย่างสุภาพ

ในสถานการณ์ขายตั๋ว How many tickets, please? เป็นรูปสั้นที่พนักงานใช้ถามลูกค้าว่าต้องการตั๋วกี่ใบ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วว่ากำลังซื้อตั๋ว จึงละคำอย่าง would you like ได้ How many ใช้ถามจำนวนของสิ่งที่นับได้ จึงตามด้วยคำนามพหูพจน์ tickets ส่วน please ที่ท้ายประโยคทำให้คำถามสุภาพขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของคำถามเดียวกัน ไม่ใช่คำขออีกเรื่องหนึ่ง

แบบฝึกหัด

พนักงานขายตั๋วถามว่า How many tickets, please? คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Three tickets, please.
  2. The ticket office is over there.
  3. They cost ten pounds.
ดูคำตอบ

Three tickets, please.

Two adults and two children.

2:09

ผู้ใหญ่สอง เด็กสองครับ

Enjoy the ducks. น้ำเสียง/เจตนา

2:13

ขอให้สนุกกับเป็ดนะครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Enjoy the ducks. ในฐานะคำส่งท้ายที่เป็นมิตร

Enjoy the ducks. เป็นคำส่งท้ายที่เป็นมิตร ผู้พูดหวังว่าผู้มาเยือนจะสนุกกับการชมเป็ด แม้ประโยคนี้มีรูปเหมือนคำสั่ง แต่ทำหน้าที่เป็นคำอวยพร ไม่ใช่การออกคำสั่ง ในโครงสร้างนี้ enjoy ตามด้วยกรรมโดยตรง ได้แก่ enjoy + คำนาม หรือ enjoy + คำกริยารูป -ing ควรพูดว่า Enjoy the show หรือ enjoy watching the ducks ไม่ใช่ enjoy to watch

แบบฝึกหัด

เติมคำอวยพรก่อนเริ่มการแสดงด้วยคำกริยาจากโครงสร้าง Enjoy + คำนาม: ____ the show!

ดูคำตอบ

Enjoy

Where are the ducks?

2:16

เป็ดอยู่ไหนกันหมด?

Maybe they're on holiday.

2:18

บางทีพวกมันอาจจะไปพักร้อน

Let's have our picnic lunch. วลี

2:20

เราทานมื้อเที่ยงปิกนิกกันเถอะ

วลี

have our picnic lunch: have + มื้ออาหาร ในความหมายว่ากิน

ในที่นี้ have หมายถึงกินหรือรับประทานอย่างเพลิดเพลิน ไม่ได้หมายถึงมีไว้ในครอบครอง have lunch เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงมื้ออาหาร และ our picnic lunch หมายถึงมื้อกลางวันที่พวกเขานำมากินกลางแจ้ง รูปแบบเดียวกันพบได้ใน have breakfast, have dinner และ have a meal ส่วน eat lunch ก็ถูกต้องเช่นกัน แต่ have lunch พบบ่อยมากในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

have our picnic lunch ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. กินและเพลิดเพลินกับมื้อกลางวันแบบปิกนิก
  2. เตรียมมื้อกลางวันแบบปิกนิกไว้ขาย
  3. เป็นเจ้าของมื้อกลางวันแบบปิกนิก
ดูคำตอบ

กินและเพลิดเพลินกับมื้อกลางวันแบบปิกนิก

The ducks always turn up when we have picnics. กริยาวลี

2:23

พวกเป็ดมักจะโผล่มาเสมอเมื่อเราปิกนิก

กริยาวลี

turn up: ปรากฏตัวหรือมาถึง

ในประโยคนี้ turn up เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึง ปรากฏตัวหรือมาถึง มักใช้เมื่อคนหรือสิ่งใดมาถึงโดยไม่คาดคิด หรือไม่แน่ใจว่าจะมาหรือไม่ ในประโยคนี้ เป็ดจะปรากฏตัวเป็นประจำทุกครั้งที่ครอบครัวไปปิกนิก เมื่อใช้ในความหมายนี้ ให้เข้าใจ turn up เป็นหน่วยเดียวกัน คำว่า turn ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง

แบบฝึกหัด

ใช้ turn up ในรูปกาลที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The missing cat finally ____ at our door yesterday.

ดูคำตอบ

turned up

Peppa and George love picnics.

2:29

เปปป้าและจอร์จชอบปิกนิก

Look, it's the ducks.

2:33

ดูสิ เป็ดมาแล้ว

Stop, Daddy.

2:36

หยุดค่ะ พ่อ

We need bread for the ducks.

2:38

เราต้องเอาขนมปังให้เป็ด

All right.

2:42

ก็ได้

Hello, Mrs. Duck.

2:43

สวัสดีค่ะ คุณนายเป็ด

Here come more ducks. ไวยากรณ์

2:46

เป็ดมากันอีกแล้ว

ไวยากรณ์

Here come more ducks: การกลับลำดับแบบ here + กริยา + คำนาม

Here come more ducks หมายถึงมีเป็ดเพิ่มกำลังเข้ามาใกล้หรือปรากฏตัว การวาง here ไว้ต้นประโยคทำให้การมาถึงดูเกิดขึ้นตรงหน้า เหมือนผู้พูดกำลังชี้ให้ดูในขณะนั้น เมื่อประธานเป็นนามวลีเต็ม รูปประโยคที่ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งกำลังปรากฏจะเรียงเป็น here + กริยา + ประธาน ประธานจริงคือ more ducks ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงใช้ come ไม่ใช่ comes ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ให้ใช้ comes

แบบฝึกหัด

คุณเห็นรถบัสหนึ่งคันกำลังเข้ามา ประโยคใดใช้โครงสร้างบอกการปรากฏที่ขึ้นต้นด้วย here ได้ถูกต้อง

  1. Here the bus come.
  2. Here comes the bus.
  3. Here come the bus.
ดูคำตอบ

Here comes the bus.

All their brothers and sisters are here.

2:47

พี่น้องของพวกมันมากันครบเลย

And here come more ducks.

2:51

และเป็ดก็มากันอีก

It's their Granny and Grandpa Ducks.

2:53

นั่นคุณปู่กับคุณย่าเป็ด

And here are all the aunties and uncles.

2:56

และนี่ก็พวกป้าๆ น้าๆ อาๆ

That's the last of our picnic gone. ไวยากรณ์

3:01

นั่นคือของปิกนิกชิ้นสุดท้ายของเราแล้ว

ไวยากรณ์

That's the last of our picnic gone: ส่วนสุดท้ายก็หมดแล้ว

ในบริบทนี้ the last of our picnic หมายถึงส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของอาหารปิกนิก ไม่ได้หมายถึงปิกนิกครั้งก่อนหรือปิกนิกครั้งสุดท้าย ส่วน gone บอกว่าแม้แต่ส่วนสุดท้ายนั้นก็ถูกกินหรือใช้จนหมดแล้ว รูปแบบภาษาพูด That's + นามวลี + gone ใช้บอกผลที่เสร็จสิ้นแล้วและผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็น สิ่งที่กล่าวถึงหมดไปหรือไม่มีให้ใช้อีก ที่นี่รูปแบบนี้ทำให้การหมดไปของอาหารส่วนสุดท้ายดูเกิดขึ้นตรงหน้า

แบบฝึกหัด

That's the last of our picnic gone แสดงผลลัพธ์อะไรในที่นี้

  1. อาหารปิกนิกส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่หมดแล้ว
  2. นี่คือปิกนิกครั้งสุดท้ายในชีวิตของพวกเขา
  3. ยังเหลืออาหารปิกนิกอีกหนึ่งส่วนสุดท้าย
ดูคำตอบ

อาหารปิกนิกส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่หมดแล้ว

Ducks, say thank you to Daddy Pig. น้ำเสียง/เจตนา

3:03

เจ้าเป็ด ขอบคุณพ่อหมูสิ

น้ำเสียง/เจตนา

say thank you to someone: กล่าวขอบคุณใครบางคน

say thank you to someone หมายถึงการพูดคำว่า thank you ไปยังบุคคลนั้น ในตัวอย่างนี้ to นำหน้า Daddy Pig เพื่อบอกว่าเป็นผู้รับคำขอบคุณ เมื่อต้องการขอหรือเตือนให้ใครกล่าวขอบคุณ ให้ใช้โครงสร้าง say thank you to + บุคคล โดยต้องคง to ไว้หน้าผู้รับคำขอบคุณ

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง say thank you: Please ____ your host.

ดูคำตอบ

say thank you to

You're most welcome. น้ำเสียง/เจตนา

3:09

ด้วยความยินดีครับ

น้ำเสียง/เจตนา

You're most welcome: ตอบรับคำขอบคุณอย่างอบอุ่นยิ่งขึ้น

You're most welcome เป็นคำตอบรับคำขอบคุณที่อบอุ่นหรือเน้นย้ำกว่า You're welcome ในที่นี้ most ทำหน้าที่เพิ่มระดับของ welcome โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ very หรือ indeed ไม่ใช่การเปรียบเทียบขั้นสูงสุดระหว่างหลายคน ในฉากนี้ การเน้นเพิ่มทำให้คำตอบฟังดูร่าเริงและค่อนข้างเป็นพิธีการ

แบบฝึกหัด

most ทำหน้าที่อะไรใน You're most welcome?

  1. หมายความว่าผู้พูดไม่ยอมรับคำขอบคุณ
  2. ทำให้คำตอบมีน้ำหนักและฟังดูอบอุ่นหรือเน้นย้ำมากขึ้น
  3. เปรียบเทียบผู้ฟังกับคนอื่น
ดูคำตอบ

ทำให้คำตอบมีน้ำหนักและฟังดูอบอุ่นหรือเน้นย้ำมากขึ้น

I love Duck Land.

3:12

หนูชอบดั๊กแลนด์

It is time to go home. ไวยากรณ์

3:15

ได้เวลากลับบ้านแล้ว

ไวยากรณ์

It is time to + คำกริยารูปพื้นฐาน

It is time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมหรือเป็นไปตามกำหนดที่จะทำบางอย่าง ในประโยคนี้ go home บอกการกระทำถัดไป ตรงนี้คำว่า it เป็นประธานสมมติ ไม่ได้อ้างถึงคนหรือสิ่งของใดโดยเฉพาะ ในภาษาพูดทั่วไป It is มักย่อเป็น It's

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเตือนด้วยโครงสร้าง It is time to: It is ____ leave.

ดูคำตอบ

time to

I wonder what's the shortest way home. โน้ต

3:17

พ่ออยากรู้ว่าทางไหนกลับบ้านได้สั้นที่สุด

น้ำเสียง/เจตนา

I wonder: นำเสนอคำถามอย่างนุ่มนวล

I wonder ... เมื่อนำหน้าคำถาม หมายถึง “ฉันอยากรู้...” หรือ “ฉันกำลังคิดว่า...” ตรงนี้ wonder หมายถึงอยากรู้ ไม่ใช่รู้สึกประหลาดใจ วลีนี้นำเสนอคำถามเป็นความคิดของผู้พูด แทนที่จะเรียกร้องคำตอบ จึงทำให้คำถามฟังดูนุ่มนวลขึ้น และอาจชวนให้ผู้ฟังช่วยคิดด้วย

แบบฝึกหัด

I wonder ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: I wonder whether the game will start on time?

  1. เป็นการบอกว่าผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร
  2. เป็นการนำเสนอคำถามในรูปของความคิดอย่างนุ่มนวล
  3. เป็นการออกคำสั่งอย่างหนักแน่น
ดูคำตอบ

เป็นการนำเสนอคำถามในรูปของความคิดอย่างนุ่มนวล

วลี

the shortest way home: เส้นทางกลับบ้านที่มีระยะทางสั้นที่สุด

the shortest way home หมายถึงเส้นทางกลับบ้านที่มีระยะทางสั้นที่สุด shortest เป็นคำขั้นสูงสุดของ short จึงมักใช้ร่วมกับ the ในกลุ่มคำนามนี้ home บอกจุดหมายโดยไม่ใช้ to โดยพูดว่า way home ไม่ใช่ way to home หากเป็นคำนามสถานที่ทั่วไป ให้ใช้ to เช่น the way to the station

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามถึงเส้นทางกลับบ้านที่มีระยะทางสั้นที่สุดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Do you know the fastest way home?
  2. Do you know the shortest way to home?
  3. Do you know the shortest way home?
ดูคำตอบ

Do you know the shortest way home?

Drive straight ahead into the river.

3:20

ขับตรงไปข้างหน้าลงไปในแม่น้ำ

Oh, are you sure? น้ำเสียง/เจตนา

3:25

โอ้ แน่ใจเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure?: ยืนยันสิ่งที่ดูน่าสงสัย

Are you sure? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายมั่นใจกับสิ่งที่เพิ่งพูด เสนอ หรือตัดสินใจหรือไม่ ในที่นี้ใช้ตรวจสอบคำสั่งที่ดูน่าสงสัย คำถามนี้มักสื่อถึงความสงสัยหรือความกังวลของผู้พูดด้วย หากใช้น้ำเสียงสงบจะฟังเหมือนการขอให้ยืนยัน แต่ถ้าเน้นคำว่า sure มาก อาจฟังเหมือนกำลังท้าทายอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

หลังจากได้ยินคำสั่งที่ดูไม่ปลอดภัย Are you sure? น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด

  1. ตรวจสอบอีกครั้งเพราะคำสั่งนั้นอาจผิด
  2. แสดงว่าเห็นด้วยกับคำสั่งนั้นอย่างเต็มที่
  3. สั่งให้อีกฝ่ายหยุดพูด
ดูคำตอบ

ตรวจสอบอีกครั้งเพราะคำสั่งนั้นอาจผิด

Yes.

3:27

ใช่

Drive into the river. การใช้คำ

3:28

ขับลงไปในแม่น้ำ

But we can't drive in the river.

3:30

แต่เราขับรถในแม่น้ำไม่ได้นะ

การใช้คำ

Drive into ... กับ drive in ...: ทิศทางและตำแหน่ง

ใน drive into the river คำว่า into แสดงการเคลื่อนที่จากข้างนอกเข้าไปข้างใน กล่าวคือ รถข้ามขอบเขตเข้าไปในแม่น้ำ และตอบคำถามว่า “รถกำลังไปที่ไหน” ใน drive in the river คำว่า in ระบุสถานที่ที่เกิดการขับรถ และตอบคำถามว่า “รถกำลังขับอยู่ที่ไหน” ความต่างระหว่างทิศทางกับตำแหน่งนี้ใช้กับคำกริยาอย่าง walk, run และ move ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย into และ in: The bus drove ____ the garage and stayed ____ the garage overnight.

ดูคำตอบ

into · in

Yes.

3:33

ใช่

It's talking nonsense. วลี

3:34

มันพูดจาไร้สาระ

วลี

talking nonsense: พูดสิ่งที่เหลวไหลหรือไม่น่าเชื่อ

Talk nonsense เป็นสำนวนที่ใช้ทั่วไป หมายถึงพูดสิ่งที่เหลวไหล ไม่มีเหตุผล หรือไม่น่าเชื่อ ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธสิ่งที่อุปกรณ์กำลังพูดว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ดีหรือทำไม่ได้ ไม่ได้หมายเพียงว่าได้ยินหรือเข้าใจคำพูดนั้นยาก ในสำนวนนี้ nonsense โดยปกติเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ talk nonsense ไม่ใช่ talk a nonsense

แบบฝึกหัด

ใช้ talk nonsense ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: His story is impossible, so he is ____.

ดูคำตอบ

talking nonsense

Please press the blue button. น้ำเสียง/เจตนา

3:36

กรุณากดปุ่มสีฟ้า

น้ำเสียง/เจตนา

Please press the blue button: คำสั่งใช้งานที่สุภาพ

Please press the blue button เป็นประโยคคำสั่งที่บอกอย่างชัดเจนว่าต้องทำอะไร ในที่นี้ press หมายถึงกดปุ่ม และ the blue button เป็นกรรมของคำกริยา Please ทำให้คำสั่งสุภาพขึ้น แต่ยังคงเป็นคำแนะนำที่ชัดเจน สามารถนำรูปแบบ Please press + ปุ่มหรือแป้น ไปใช้ในข้อความของอุปกรณ์และขั้นตอนการบริการลูกค้าได้

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายในคำสั่งอุปกรณ์ที่สุภาพนี้: Please ____ the green button to continue.

ดูคำตอบ

press

The campervan is driving into the river.

3:44

รถบ้านกำลังขับลงไปในแม่น้ำ

Our campervan has turned into a boat. กริยาวลี

3:48

รถบ้านของเรากลายเป็นเรือไปแล้ว

กริยาวลี

has turned into a boat: การเปลี่ยนแปลงที่เสร็จแล้วและมีผลในปัจจุบัน

Turn into หมายถึงกลายเป็น ประธานเปลี่ยนจากสถานะ รูปร่าง หรือบทบาทหนึ่งไปเป็นอีกอย่าง และนามวลีหลัง into บอกผลลัพธ์ของการเปลี่ยน ในประโยคนี้รถแคมเปอร์แวนตอนนี้เป็นเรือแล้ว โดย turn ไม่ได้หมายถึงหมุนหรือเลี้ยว Has turned into เป็นรูป present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + คำกริยาช่องที่สาม รูปนี้แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเสร็จแล้วและผลที่เกิดขึ้นยังสำคัญในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน present perfect เป้าหมาย: After years of change, the quiet village ____ a busy town.

ดูคำตอบ

has turned into

I wasn't quite expecting that. น้ำเสียง/เจตนา

3:51

พ่อไม่ทันคาดคิดเลยนะเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

wasn't quite expecting that: แสดงความประหลาดใจอย่างไม่เอิกเกริก

ใน I wasn't quite expecting that ผู้พูดบอกว่าเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นเกินความคาดหมาย แต่พูดอย่างไม่เอิกเกริก คำว่า that หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้น วลีปฏิเสธ wasn't quite expecting ฟังนุ่มนวลกว่า I didn't expect that at all ที่เน้นชัดกว่า ทำให้ปฏิกิริยาไม่สุดโต่งนัก แต่ยังสื่อว่าประหลาดใจอย่างชัดเจน น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้ฟังดูสุขุม สุภาพ หรือมีอารมณ์ขันแบบหน้าตาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำตอบแบบไม่เอิกเกริกจากบทเรียนนี้: The old desk turned into a bed, and I ____.

ดูคำตอบ

wasn't quite expecting that

Welcome to the car of the future. ลำดับความ

3:54

ยินดีต้อนรับสู่รถแห่งอนาคต

ลำดับความ

the car of the future: ป้ายคำเชิงโฆษณาที่ให้ภาพแห่งอนาคต

วลี the car of the future นำเสนอรถคันนี้เป็นตัวอย่างของรถแห่งอนาคตว่าควรมีลักษณะอย่างไร เช่น ล้ำสมัย น่าประหลาดใจ หรือก้าวนำยุค ไม่ได้หมายถึงเพียงรถที่จะมีอยู่ในเวลาข้างหน้าเท่านั้น เมื่ออยู่หลัง Welcome to วลีนี้จะแนะนำรถราวกับเป็นงานเปิดตัวสินค้าหรือโฆษณา โดยจัดระเบียบข้อมูลใหม่ผ่านการสร้างภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่และล้ำอนาคตให้แก่รถที่ไม่ธรรมดา จึงทำให้ประโยคฟังดูเกินจริงแบบขบขันด้วย

แบบฝึกหัด

วลี the car of the future ทำหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?

  1. นำเสนอรถเป็นรถรุ่นล้ำสมัยที่เป็นตัวแทนของอนาคต
  2. บอกปีที่แน่นอนว่ารถคันนี้ผลิตขึ้นเมื่อใด
  3. บอกว่ารถคันนี้จะขับได้เฉพาะในเวลาข้างหน้าเท่านั้น
ดูคำตอบ

นำเสนอรถเป็นรถรุ่นล้ำสมัยที่เป็นตัวแทนของอนาคต

Look, it's Grandpa Dog and Granny Dog.

3:57

ดูสิ นั่นคุณปู่หมากับคุณย่าหมา

Ahoy there, Daddy Pig. วัฒนธรรม

4:02

อะฮอย สวัสดี พ่อหมู

วัฒนธรรม

Ahoy there: คำทักทายแบบชาวเรือ

Ahoy there เป็นคำร้องทักทายหรือเรียกความสนใจของใครบางคนในบริบทเกี่ยวกับการเดินเรือ ในประโยคนี้ทำหน้าที่คล้ายการพูด “สวัสดี” อย่างร่าเริงระหว่างคนที่อยู่บนน้ำ ปัจจุบันคำนี้ทำให้นึกถึงกะลาสี เรือ หรือโจรสลัดอย่างชัดเจน ในรายการเด็กและการพูดเล่น คำนี้ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินเรือได้ทันที แทนที่จะฟังเหมือนคำทักทายทั่วไปในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

“Ahoy there!” ฟังเป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด?

  1. กะลาสีทักทายคนบนเรืออีกลำอย่างขี้เล่น
  2. พนักงานเริ่มเขียนอีเมลธุรกิจแบบเป็นทางการ
  3. แพทย์อธิบายผลตรวจ
ดูคำตอบ

กะลาสีทักทายคนบนเรืออีกลำอย่างขี้เล่น

Uh ahoy there.

4:06

เอ่อ อะฮอย สวัสดีครับ

Drive up the next hill.

4:15

ขับขึ้นเนินเขาถัดไป

You have reached your destination. วลี

4:19

คุณได้เดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว

วลี

You have reached your destination: ข้อความแจ้งถึงจุดหมายจากระบบนำทาง

You have reached your destination เป็นข้อความมาตรฐานจากระบบนำทางที่แจ้งว่าได้มาถึงปลายทางที่วางแผนไว้แล้ว Destination หมายถึงสถานที่ที่ตั้งใจจะไป ไม่ใช่ตัวการเดินทาง Reach เป็นสกรรมกริยาในที่นี้ จึงตามด้วย your destination ได้โดยตรง โดยพูดว่า reach your destination ไม่ใช่ reach to your destination รูป present perfect อย่าง have reached แสดงว่าการมาถึงเสร็จสมบูรณ์แล้วและมีผลในตอนนี้ คือขณะนี้อยู่ที่ปลายทางแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมข้อความนำทางโดยใช้ reach ในรูป present perfect: You ____ your destination.

ดูคำตอบ

have reached

We're home.

4:22

เราถึงบ้านแล้ว

Thank you for a lovely holiday, Mrs. Campervan. น้ำเสียง/เจตนา

4:24

ขอบคุณสำหรับวันหยุดที่แสนน่ารักนะ คุณนายรถบ้าน

น้ำเสียง/เจตนา

Thank you for ...: บอกเหตุผลของการขอบคุณ

Thank you for + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกผู้ฟังว่าเราขอบคุณเรื่องอะไร ในประโยคนี้ a lovely holiday คือประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ซึ่งผู้พูดรู้สึกขอบคุณ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ขอบคุณสิ่งของ ความช่วยเหลือ หรือการกระทำได้ เช่น Thank you for the gift, Thank you for your help และ Thank you for coming

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ขอบคุณคนที่มอบค่ำคืนอันยอดเยี่ยมให้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Thank you at a wonderful evening.
  2. Thank you to a wonderful evening.
  3. Thank you for a wonderful evening.
ดูคำตอบ

Thank you for a wonderful evening.

Ho ho, you're most welcome.

4:28

โฮ่ โฮ่ ด้วยความยินดีค่ะ

It's nice going on holiday, ไวยากรณ์

4:34

การไปเที่ยววันหยุดมันก็ดีนะ

but it's nicer to be back in our own little house.

4:36

แต่การได้กลับมาอยู่บ้านหลังน้อยของเรามันดีกว่า

ไวยากรณ์

It's nice ..., but it's nicer ...: ชอบสิ่งดีอย่างที่สองมากกว่า

โครงสร้าง It's nice ..., but it's nicer ... เริ่มด้วยการประเมินประสบการณ์แรกในแง่บวก จากนั้น but นำเข้าสู่การเปรียบเทียบ และ nicer แสดงว่าผู้พูดชอบประสบการณ์ที่สองมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าวันหยุดนั้นไม่ดี Going on holiday กล่าวถึงกิจกรรม ส่วน to be back เน้นสภาพของการได้กลับมาแล้ว โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับเปรียบเทียบสองสิ่งที่เราชอบ และจบด้วยสิ่งที่เราชอบมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่ไฮไลต์ไว้หลัง but ตามเดิม: It's nice to travel, but ____ home.

ดูคำตอบ

it's nicer to be back

Good night, my little piggies.

4:40

ราตรีสวัสดิ์นะ ลูกหมูตัวน้อยของพ่อ

Good night.

4:43

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ