มีเอกภพอยู่กี่แห่งกันแน่? - คริส แอนเดอร์สัน (Chris Anderson): บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: ผู้พูดเริ่มจากขนาดของโลก ดวงอาทิตย์ ดาวฤกษ์ และกาแล็กซี ก่อนขยายไปสู่ทฤษฎีพหุจักรวาลและจักรวาลคู่ขนาน นักวิทยาศาสตร์กับนักปรัชญายังห่างไกลจากข้อสรุปร่วมกัน โดยคำตอบที่เสนอมีตั้งแต่ไม่มีจักรวาลเลยไปจนถึงมีจำนวนอนันต์ จึงอาจเป็นช่วงที่ฟิสิกส์กำลังเปลี่ยนกรอบความเข้าใจเรื่องความเป็นจริงครั้งใหญ่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. get my head around — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการพยายามใช้ความคิดทำความเข้าใจสิ่งที่ยาก ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางร่างกาย ใช้ได้เมื่อทฤษฎี ตัวเลข ระบบ หรือสเกลมหาศาลอย่างขนาดของจักรวาลเป็นเรื่องที่ยังนึกภาพหรือทำความเข้าใจได้ยากในตอนแรก 2. one followed by 500 zeros. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีถอดความสัญกรณ์คณิตศาสตร์เป็นภาษาทั่วไป เพื่อให้ผู้ฟังที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญมองเห็นภาพของจำนวนเชิงนามธรรมได้ วิธีนี้ช่วยให้อธิบายปริมาณทางเทคนิคอย่างชัดเจน แทนที่จะกล่าวซ้ำเพียงสูตรหรือสัญลักษณ์ 3. not even close. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เห็นว่าข้อความสั้นที่เสริมท้ายนี้เน้นว่ายังไม่ใกล้เคียงกับฉันทามติเลย ไม่ได้เพียงบอกว่าคำตอบผิด สามารถใช้แบบไม่เป็นทางการเพื่อปฏิเสธการคาดคะเน การเปรียบเทียบ หรือคำกล่าวอ้างที่ห่างไกลจากความเป็นจริงมาก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Sometimes when ...: การเกริ่นสถานการณ์ด้านเวลาที่เกิดขึ้นเป็นบางครั้ง
Sometimes แสดงว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นในบางครั้ง ไม่ใช่ทุกครั้ง ส่วน when ใช้เกริ่นสถานการณ์ด้านเวลาที่การกระทำถัดไปเกิดขึ้น เมื่อใช้รวมกัน Sometimes when ... จะวางฉากหลังก่อนประโยคหลัก เครื่องหมายจุลภาคบอกว่าความคิดยังไม่จบ ผู้ฟังยังต้องรอฟังว่าผู้พูดทำอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ในบางครั้ง เมื่อ...”:____ I work late, I order dinner.
ดูคำตอบ
Sometimes when
on a long plane flight: การใช้ on เพื่อบอกประสบการณ์การเดินทาง
ใน on a long plane flight คำว่า on แสดงให้เห็นว่า flight เป็นการเดินทางหรือประสบการณ์การเดินทางที่บุคคลนั้นมีส่วนร่วม ภาษาอังกฤษมักใช้ on กับ flight เช่น on a flight และ on the flight home long บอกระยะเวลาของเที่ยวบิน ส่วน plane ระบุชัดว่าเป็นเที่ยวบินด้วยเครื่องบิน แม้ว่า on a long flight ก็ใช้กันทั่วไปเมื่อบริบทชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นการเดินทางทางอากาศ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นการเดินทางในเที่ยวบินใดเที่ยวบินหนึ่งได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- Lina read a book at the flight to Rome.
- Lina read a book on the flight to Rome.
- Lina read a book in the flight to Rome.
ดูคำตอบ
Lina read a book on the flight to Rome.
gaze out at: มองออกไปเป็นเวลาหนึ่ง
ในประโยคนี้ gaze out at หมายถึงมองออกไปยังภูเขาและทะเลทรายอยู่นานพอสมควรด้วยสายตาที่จดจ่อ คำว่า gaze สื่อถึงการมองที่ยาวนานและครุ่นคิดมากกว่าคำกลาง ๆ อย่าง look out บอกทิศทางจากตำแหน่งของผู้พูดออกไปด้านนอก ส่วน at นำหน้าสิ่งที่มอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ gaze out at + นามวลี ซึ่งมักใช้เมื่อมองผ่านหน้าต่างหรือมองทิวทัศน์ที่เปิดกว้าง
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ gaze out at เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the quiet ride, Maya ____ the snowy fields through the train window.
ดูคำตอบ
gazed out at
and try to get my head around how vast our Earth is. โน้ต
0:23แล้วพยายามทำความเข้าใจว่าโลกของเรากว้างใหญ่แค่ไหน
get my head around: ทำความเข้าใจแนวคิดที่ยาก
get my head around เป็นสำนวนที่หมายถึงการเข้าใจหรือคิดให้เข้าใจสิ่งที่ยาก ซับซ้อน หรือนึกภาพได้ยาก ในที่นี้ผู้พูดกำลังพยายามทำความเข้าใจขนาดอันมหาศาลของโลก ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวศีรษะจริง ๆ โครงสร้างคือ get + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + head around + คำนามหรืออนุประโยค คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I get my head around it แต่ใช้ she gets her head around it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย get one's head around โดยเปลี่ยน one's ให้สอดคล้องกับประธาน I: I still can't ____ the new reporting system.
ดูคำตอบ
get my head around
how vast our Earth is: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค how ที่ฝังอยู่
ในที่นี้ how vast our Earth is คือสิ่งที่ผู้พูดพยายามทำความเข้าใจ โดย how ขยายคำคุณศัพท์ vast ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกระดับความกว้างใหญ่ของโลก เมื่อคำถามที่มี how ถูกฝังไว้หลังสำนวนอย่าง get my head around, know หรือ realize จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how vast + ประธาน + be จึงต้องพูดว่า our Earth is ไม่ใช่ is our Earth
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องในอนุประโยค how ที่ฝังอยู่?
- I never realized how large the building was.
- I never realized how large was the building.
- I never realized how was large the building.
ดูคำตอบ
I never realized how large the building was.
And then I remember that there's an object we see every day
0:26จากนั้นผมก็นึกขึ้นได้ว่ามีวัตถุหนึ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน
that would literally fit 1 million Earths inside it. ไวยากรณ์
0:29ซึ่งสามารถบรรจุโลกได้ถึง 1 ล้านใบ
would literally fit ... inside it: ผลของการเปรียบเทียบขนาดเชิงสมมติ
ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ would fit บอกผลของการทดสอบขนาดในจินตนาการ หากนำโลกจำนวนมากไปวางไว้ในวัตถุนั้น ปริมาตรภายในจะมากพอสำหรับโลกหนึ่งล้านดวง would ใช้บอกการเปรียบเทียบเชิงสมมตินี้ ไม่ได้บอกการกระทำที่เคยเกิดซ้ำในอดีต fit ในที่นี้เป็นกริยาที่มีกรรม หมายถึงมีที่พอสำหรับหรือบรรจุได้ 1 million Earths เป็นกรรม และ inside it ย้อนกลับไปหมายถึงวัตถุขนาดใหญ่นั้น literally บอกว่าการเปรียบเทียบนี้ตั้งใจให้เป็นความจริงตามปริมาตร ไม่ใช่เพียงการพูดเกินจริงเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ would เพื่อบอกผลของการเปรียบเทียบความจุเชิงสมมติ?
- The giant hangar would fit three passenger planes inside it.
- The model plane fits inside the giant hangar.
- The giant hangar once held three passenger planes.
ดูคำตอบ
The giant hangar would fit three passenger planes inside it.
seems impossibly big: seem + คำวิเศษณ์ + คำคุณศัพท์
ในที่นี้ seem เป็นกริยาเชื่อม โดยเชื่อมประธาน The Sun เข้ากับวลีคำคุณศัพท์ impossibly big โครงสร้างคือ seem + คำวิเศษณ์ + คำคุณศัพท์ คำว่า impossibly ขยายระดับของ big หมายถึง “ใหญ่จนยากจะจินตนาการ” ไม่ได้แปลว่า “เป็นไปไม่ได้ทางกายภาพ” เสมอไป การใช้ seems ทำให้คำบรรยายเรื่องขนาดเป็นความรู้สึกหรือภาพที่ผู้สังเกตรับรู้ ไม่ใช่การยืนยันค่าที่วัดได้โดยตรง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกได้ว่าสิ่งหนึ่งดู ฟัง หรือให้ความรู้สึกอย่างไร: seem + คำคุณศัพท์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง seem + คำวิเศษณ์ + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อบอกความรู้สึกที่รับรู้?
- From the ground, the tower seems impossibly height.
- From the ground, the tower seems impossibly tall.
- From the ground, the tower seems like impossibly tall.
ดูคำตอบ
From the ground, the tower seems impossibly tall.
in the great scheme of things: มองจากมุมที่กว้างขึ้น
in the great scheme of things หมายถึง “เมื่อพิจารณาบางสิ่งในฐานะส่วนหนึ่งของสถานการณ์ ช่วงเวลา หรือขนาดที่ใหญ่กว่ามาก” วลีนี้เปลี่ยนกรอบการเปรียบเทียบ ทำให้สิ่งที่ตอนแรกดูใหญ่หรือสำคัญอาจดูเล็กลงเมื่อเทียบกับภาพรวม วลีนี้ใช้กำหนดมุมมอง โดยชวนผู้ฟังถอยออกมามองภาพใหญ่เพื่อใช้ตีความสิ่งที่จะกล่าวต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบมาตรฐานของวลีที่ใช้ grand: ____, one missed practice session will not ruin your progress.
ดูคำตอบ
In the grand scheme of things
a pinprick: ภาพของสิ่งที่เล็กมาก
ตามความหมายตรงตัว pinprick คือรอยหรือรูเล็กจิ๋วที่เกิดจากเข็ม ในที่นี้ a pinprick เป็นการเปรียบเปรย ผู้พูดบรรยายดวงอาทิตย์ว่าเป็นจุดที่ดูไม่ใหญ่ไปกว่าปลายเข็มเมื่อมองในสเกลอันมหาศาล ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าดวงอาทิตย์ถูกเข็มเจาะจริง ๆ ภาพที่เป็นรูปธรรมนี้ช่วยให้นึกภาพการเปรียบเทียบขนาดได้ง่าย และเน้นว่าดวงอาทิตย์ดูเล็กมากเพียงใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a pinprick เป็นคำเปรียบเปรยถึงสิ่งที่ดูเล็กมาก?
- From the plane, the campfire was only a pinprick of light.
- The bright stadium filled the whole view.
- The nurse cleaned the pinprick on his finger.
ดูคำตอบ
From the plane, the campfire was only a pinprick of light.
one of about 400 billion stars in the Milky Way Galaxy, ไวยากรณ์
0:39เป็นเพียงหนึ่งในดาวฤกษ์ราวๆ 4 แสนล้านดวงในกาแล็กซีทางช้างเผือก
one of about 400 billion stars: หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มอันมหาศาล
one of about 400 billion stars หมายถึงดาวหนึ่งดวงในกลุ่มที่มีประมาณ 4 แสนล้านดวง คำว่า about แสดงว่าจำนวนมหาศาลนี้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่จำนวนที่นับได้อย่างแม่นยำ โครงสร้างพื้นฐานคือ one of + วลีที่ระบุกลุ่ม ในวลีกลุ่มนี้ใช้คำนามนับได้รูปพหูพจน์ stars เพราะกลุ่มมีสมาชิกหลายหน่วย ส่วน one เลือกสมาชิกเพียงหนึ่งหน่วย ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวแสดงว่าดวงอาทิตย์เป็นเพียงสมาชิกหนึ่งของกลุ่มอันมหาศาล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย one of: Mars is ____ the eight planets in our solar system.
ดูคำตอบ
one of
stretched across the sky: แผ่ยาวพาดผ่านพื้นที่กว้าง
ในประโยคนี้ stretched across the sky บรรยายว่าหมอกสีซีดแผ่ยาวกินพื้นที่กว้างบนท้องฟ้า รูปแบบ stretch across + สถานที่ แสดงว่าสิ่งหนึ่งทอดจากด้านหนึ่งของพื้นที่ไปยังอีกด้านหนึ่ง stretched ในที่นี้เป็นคำบรรยายภาพและไม่ได้ใช้ตามความหมายตรง ไม่มีใครดึงหมอกให้ยืดจริง ๆ รูปแบบนี้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับสิ่งที่ยาว เป็นแถบ หรือแผ่กว้าง เช่น เมฆ สะพาน เงา และรอยแตก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stretched across ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายว่าสิ่งหนึ่งทอดผ่านพื้นที่กว้าง?
- A rainbow stretched across the valley.
- A rainbow stretched at the valley.
- A rainbow stretched the valley across.
ดูคำตอบ
A rainbow stretched across the valley.
it gets worse: ส่งสัญญาณว่าสถานการณ์รุนแรงขึ้น
And it gets worse เป็นประโยคเปลี่ยนผ่านที่ช่วยจัดลำดับข้อมูลถัดไป โดยบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปจะทำให้สถานการณ์ปัจจุบันดูร้ายแรง เสียเปรียบ หรือสุดขั้วยิ่งขึ้น it หมายถึงสถานการณ์ที่กำลังพูดถึงอยู่ ส่วน gets แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ worse เป็นการประเมินของผู้พูด ในคำอธิบายที่มีความเร้าอารมณ์ คำนี้อาจใช้เกริ่นสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งที่เลวร้ายทางศีลธรรม
แบบฝึกหัด
ในการพูด And it gets worse. มักส่งสัญญาณถึงอะไร?
- ผู้พูดกำลังจบการสนทนา
- ข้อมูลถัดไปทำให้สถานการณ์ปัจจุบันร้ายแรงหรือสุดขั้วยิ่งขึ้น
- ผู้พูดกำลังแก้ไขทุกอย่างที่พูดไปก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
ข้อมูลถัดไปทำให้สถานการณ์ปัจจุบันร้ายแรงหรือสุดขั้วยิ่งขึ้น
There may be a hundred billion galaxies detectable by our telescopes. โน้ต
0:49อาจมีกาแล็กซีถึงหนึ่งแสนล้านแห่งที่กล้องโทรทรรศน์ของเราตรวจจับได้
There may be: การบอกว่าบางสิ่งอาจมีอยู่
There may be ผสานโครงสร้างบอกการมีอยู่ there be กับกริยาช่วย may รูปแบบคือ there + may + be + นามวลี ใช้บอกว่าบางสิ่งอาจมีอยู่หรือปรากฏอยู่ ในประโยคนี้ may ทำให้การประมาณจำนวนยังไม่แน่นอน ต่างจาก There are เพราะผู้พูดไม่ได้ยืนยันจำนวนหรือการมีอยู่ของกาแล็กซีเหล่านั้นว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบสองคำจากบทเรียนนี้เพื่อบอกถึงการมีอยู่ที่ไม่แน่นอน: Based on the early forecast, there ____ heavy rain tonight.
ดูคำตอบ
may be
detectable by our telescopes: อธิบายสิ่งที่เครื่องมือตรวจจับได้
Detectable มาจาก detect เติมท้ายด้วย -able ในการใช้นี้ -able ให้ความหมายเชิงถูกกระทำ สิ่งที่ detectable คือสิ่งที่สามารถถูกตรวจจับได้ จึงเป็นสิ่งที่ถูกสังเกต ไม่ใช่ฝ่ายที่สังเกต วลี by our telescopes ระบุเครื่องมือที่ทำให้ตรวจจับได้ เมื่อ detectable by our telescopes อยู่หลัง galaxies วลีนี้จะอธิบายว่ากาแล็กซีแบบใดรวมอยู่ในการประมาณ
แบบฝึกหัด
เติมวลีคำคุณศัพท์สองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สามารถถูกตรวจจับโดย”: The leak is ____ our sensors.
ดูคำตอบ
detectable by
So if each star was the size of a single grain of sand, ไวยากรณ์
0:54ดังนั้นถ้าดาวฤกษ์แต่ละดวงมีขนาดเท่าเม็ดทรายหนึ่งเม็ด
if each star was the size of ...: แบบจำลองมาตราส่วนสมมติ
อนุประโยค if ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการแบบจำลองที่เปลี่ยนมาตราส่วน ไม่ใช่ความเป็นไปได้จริง โดยสมมติให้ดาวแต่ละดวงมีขนาดเพียงเท่าเม็ดทรายหนึ่งเม็ด วิธีนี้ทำให้มองเห็นภาพจำนวนมหาศาลได้ง่ายขึ้น ในโครงสร้าง be the size of + คำนาม คำนามจะบอกขนาดที่ใช้เปรียบเทียบ each ต้องตามด้วยคำนามนับได้เอกพจน์ จึงใช้ each star อนุประโยคนี้ตั้งเงื่อนไขสมมติ ส่วนประโยคหลักที่ตามมาบอกผลภายในแบบจำลองนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปรียบเทียบมาตราส่วนสมมติด้วย was และสำนวนที่หมายถึง “มีขนาดเท่ากับ”: If each planet ____ a marble, the model would fit on one shelf.
ดูคำตอบ
was the size of
enough stars to fill: enough + คำนาม + to-infinitive
ในแบบจำลองสมมติที่เปรียบดาวเป็นเม็ดทราย enough stars to fill หมายความว่าจำนวนดาวมีมากถึงจำนวนเม็ดทรายที่จำเป็นสำหรับเติมพื้นที่ที่กล่าวถึงจนเต็ม Enough วางไว้หน้าคำนาม stars ส่วน to fill บอกการกระทำที่จำนวนดังกล่าวทำให้เป็นไปได้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ enough + คำนาม + to + กริยารูปพื้นฐาน คำนามบอกสิ่งที่มีอยู่ ส่วน to-infinitive บอกว่าปริมาณนั้นเพียงพอที่จะทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย enough + คำนาม + to + กริยารูปพื้นฐาน โดยใช้ chairs และ seat: We have ____ everyone in the hall.
ดูคำตอบ
enough chairs to seat
30-foot by 30-foot stretch of beach: คำขยายบอกขนาด
ในประโยคนี้ 30-foot by 30-foot อยู่หน้า stretch และบอกมิติสองด้านของพื้นที่ คือ 30 feet by 30 feet คำว่า by ใช้คั่นค่าขนาดทั้งสอง เมื่อรูป “ตัวเลข+หน่วย” ทำหน้าที่ขยายคำนามจากด้านหน้า หน่วยจะคงเป็นรูปเอกพจน์และเชื่อมกับตัวเลขด้วยยัติภังค์: 30-foot ไม่ใช่ 30-feet คำนามหลักคือ stretch ส่วน of beach บอกว่าเป็นพื้นที่ประเภทใด
แบบฝึกหัด
เติมคำขยายบอกขนาดที่หมายถึง “20 ฟุตคูณ 10 ฟุต” ให้สมบูรณ์: They built a ____ platform.
ดูคำตอบ
20-foot by 10-foot
doesn't have enough ... to ...: จำนวนไม่พอสำหรับจุดประสงค์หนึ่ง
doesn't have enough beaches หมายถึงจำนวนชายหาดที่มีอยู่น้อยกว่าจำนวนที่ต้องใช้ ไม่ได้หมายความว่าโลกไม่มีชายหาดเลย โครงสร้าง not have enough + คำนาม + to + คำกริยา เชื่อมทรัพยากรหรือจำนวนที่ไม่เพียงพอกับเป้าหมายที่ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ในที่นี้ to represent บอกหน้าที่ที่ชายหาดเหล่านั้นต้องทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง doesn't have enough ... to ... และคำกริยา seat: The hall ____ chairs ____ every guest.
ดูคำตอบ
doesn't have enough · to seat
And such a beach would continue for literally hundreds of millions of miles. ไวยากรณ์
1:11และชายหาดที่ว่านี้ก็คงจะทอดยาวต่อไปอีกหลายร้อยล้านไมล์
would continue for ... miles เพื่อบอกผลลัพธ์ตามสมมติฐาน
ในประโยคนี้ would continue บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายในแบบจำลองมาตราส่วนในจินตนาการ กล่าวคือ หากมีชายหาดแบบนั้นจริง ชายหาดก็จะทอดยาวต่อไป would แสดงผลลัพธ์ตามสมมติฐาน ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ชายหาดเคยทำเป็นประจำในอดีต continue for + ระยะทาง ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งทอดยาวไปไกลเท่าใด ในที่นี้ literally บอกว่า hundreds of millions of miles คือระยะทางที่ได้จากแบบจำลอง ไม่ใช่แค่การพูดกว้าง ๆ ว่าไกลมาก
แบบฝึกหัด
ใช้ would และ continue ร่วมกับคำบุพบทที่นำหน้าระยะทางเพื่อเติมผลลัพธ์ตามสมมติฐานให้สมบูรณ์: In this scale model, the road ____ thousands of miles.
ดูคำตอบ
would continue for
Holy Stephen Hawking ในฐานะคำอุทานวิทยาศาสตร์เชิงขบขัน
Holy Stephen Hawking เป็นคำอุทานเชิงขบขันที่คิดขึ้นเฉพาะหน้า มีความหมายใกล้เคียงกับ Wow! หรือ That is astonishing! โดยใช้รูปแบบ holy + ชื่อหรือคำนามเพื่อแสดงความประหลาดใจ สตีเฟน ฮอว์กิงเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีชื่อเสียงและมักเชื่อมโยงกับอวกาศ หลุมดำ และจักรวาลวิทยาในวัฒนธรรมสมัยนิยม การนำชื่อของเขามาแทนคำทั่วไปหลัง holy ทำให้มุกสอดคล้องกับหัวข้อวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าฮอว์กิงศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นบุคคลทางศาสนา
แบบฝึกหัด
Holy Stephen Hawking ทำหน้าที่อะไรในบริบทที่มีหัวข้อเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์นี้?
- บอกว่าสตีเฟน ฮอว์กิงเป็นผู้คำนวณระยะทางนี้ด้วยตนเอง
- ใช้ชื่อของนักฟิสิกส์ชื่อดังเพื่อแสดงความประหลาดใจอย่างมากแบบขบขัน
- มอบตำแหน่งทางศาสนาอย่างเป็นทางการให้สตีเฟน ฮอว์กิง
ดูคำตอบ
ใช้ชื่อของนักฟิสิกส์ชื่อดังเพื่อแสดงความประหลาดใจอย่างมากแบบขบขัน
“that is a lot of stars.”: แสดงความทึ่งด้วยคำพูดที่จงใจเบาลง
ในบริบทนี้ that is a lot of stars ตามหลังตัวเลขที่ใหญ่มาก ๆ คำว่า a lot of เป็นคำบอกปริมาณทั่วไปและมีน้ำหนักเบากว่าขนาดจริงของตัวเลขมาก ความเห็นที่พูดอย่างสงบนี้จึงเป็นการจงใจพูดให้ดูน้อยกว่าความเป็นจริง จริง ๆ แล้วผู้พูดกำลังแสดงความทึ่งและเพิ่มอารมณ์ขันเล็กน้อย โดยทั่วไปแล้ว คำพูดธรรมดาและเบา ๆ อาจสื่อความหมายที่แรงขึ้นเมื่อข้อเท็จจริงรอบข้างสุดโต่งอย่างเห็นได้ชัด
แบบฝึกหัด
นักดาราศาสตร์เพิ่งบอกจำนวนดาวที่ใหญ่มหาศาล จากนั้นมีคนพูดว่า "That is a lot of stars." ประโยคนี้น่าจะให้ผลอย่างไรมากที่สุด
- ผู้พูดใช้ความเห็นเบา ๆ เพื่อเน้นว่าจำนวนนั้นใหญ่อย่างน่าทึ่ง
- ผู้พูดบอกว่าจำนวนนั้นน้อย
- ผู้พูดกำลังแก้ไขข้อเท็จจริงที่ผิด
ดูคำตอบ
ผู้พูดใช้ความเห็นเบา ๆ เพื่อเน้นว่าจำนวนนั้นใหญ่อย่างน่าทึ่ง
“physicists now believe in”: believe in + คำนาม
ใน physicists now believe in a reality คำว่า believe in ตามด้วยนามวลี a reality ซึ่งหมายความว่านักฟิสิกส์ยอมรับว่าความเป็นจริงแบบนี้มีอยู่หรือเป็นของจริง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเชื่อคำพูดที่ “ความเป็นจริง” พูดออกมา ใช้ believe in + คำนามหรือคำสรรพนามเมื่อยอมรับการมีอยู่ คุณค่า ความสามารถ หรือความน่าเชื่อถือของคน สิ่งของ หรือแนวคิด หากต้องการบอกว่าเชื่อว่าคนหนึ่งพูดความจริง ให้ใช้ believe + คน และหากต้องการเสนอข้อความสมบูรณ์ ให้ใช้ believe (that) + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Leo เชื่อว่าผีมีอยู่
- Leo believes his sister.
- Leo believes that the story is true.
- Leo believes in ghosts.
ดูคำตอบ
Leo believes in ghosts.
bigger still: still หลังคำขั้นกว่า
ใน bigger still คำว่า still วางหลังคำขั้นกว่า bigger และมีความหมายว่า “ยิ่ง...ขึ้นไปอีก” หรือ “ในระดับที่มากกว่าเดิมอีก” วลีนี้บอกว่าสิ่งนั้นไม่ได้แค่ใหญ่กว่า แต่ใหญ่ขึ้นไปอีกอย่างน่าประหลาดใจ โครงสร้างคือ “คำขั้นกว่า + still” เช่น harder still และ more surprising still ในที่นี้ still ใช้เน้นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึง “ยังคงมีสภาพเดิม”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำจากบทเรียนนี้ โดยวาง still หลังคำขั้นกว่าเพื่อสื่อว่า “ยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีก”: The old arena was huge, but the new arena is ____.
ดูคำตอบ
bigger still
first of all: การเริ่มประเด็นแรก
first of all เป็นคำเชื่อมจัดลำดับความคิดที่บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเริ่มประเด็น เหตุผล หรือขั้นตอนแรก หน้าที่หลักในที่นี้คือจัดระเบียบคำอธิบาย ไม่ใช่ระบุว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนที่สุดในเรื่อง วลีนี้ยังบอกด้วยว่าน่าจะมีข้อมูลอื่นตามมา แต่คำเชื่อมถัดไปไม่จำเป็นต้องเป็น second of all ผู้พูดมักใช้ second, next, also หรือ another reason ต่อได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้เริ่มประเด็นแรก: ____, we need to check the weather forecast.
ดูคำตอบ
First of all
the hundred billion galaxies within range of our telescopes วลี
1:27กาแล็กซีหนึ่งแสนล้านแห่งที่อยู่ในรัศมีกล้องโทรทรรศน์ของเรา
within range of our telescopes: อยู่ในขอบเขตการสังเกตของกล้องโทรทรรศน์
within range of our telescopes หมายถึงอยู่ใกล้พอหรืออยู่ในระยะที่กล้องโทรทรรศน์ของเราตรวจจับและสังเกตได้ ในที่นี้ range หมายถึงขีดจำกัดที่อุปกรณ์เข้าถึงหรือตรวจจับได้ ไม่ได้หมายถึงรายการหรือความหลากหลาย โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ within range of + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ภายในระยะ ขอบเขต หรือความสามารถของอุปกรณ์ บุคคล หรือแรงบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย within และหมายถึง “ใกล้พอที่อุปกรณ์ควบคุมจะสื่อสารได้”: The drone stayed ____ the controller.
ดูคำตอบ
within range of
a minuscule fraction of the total: สัดส่วนที่เล็กมากของทั้งหมด
a minuscule fraction of the total หมายถึงส่วนที่เล็กมากของทั้งหมด fraction แสดงว่าสิ่งหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณที่ใหญ่กว่า ส่วน minuscule เน้นว่าส่วนนั้นเล็กมาก จนมักแทบไม่มีผลต่อทั้งหมด โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ a minuscule fraction of + คำนาม ใช้บอกส่วนที่เล็กมากของข้อมูล เงิน เวลา ประชากร หรือสิ่งที่เป็นองค์รวมอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่มี minuscule และหมายถึง “ส่วนที่เล็กมากของ”: Although the archive has millions of files, damage affected only ____ them.
ดูคำตอบ
a minuscule fraction of
Space itself: การใช้ itself เพื่อเน้นคำนาม
ใน Space itself คำว่า itself เป็นสรรพนามสะท้อนกลับที่ใช้เน้น และวางต่อจากคำนามที่ต้องการเน้นโดยตรง ประโยคนี้จึงเน้นว่าอวกาศเป็นสิ่งที่กำลังขยายตัว ไม่ใช่เพียงกาแล็กซีหรือสิ่งอื่นที่อยู่ในอวกาศ itself ตรงนี้ไม่ใช่กรรมของกริยา และไม่ได้หมายความว่าอวกาศกระทำบางอย่างต่อตัวเอง หากตัด itself ออก ประโยคยังถูกไวยากรณ์ แต่ความเน้นเชิงเปรียบต่างจะหายไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสรรพนามสะท้อนกลับที่ใช้เน้นประธาน: The building ____ was undamaged, though the furniture inside was ruined.
ดูคำตอบ
itself
at an accelerating pace: ด้วยอัตราที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ
at an accelerating pace หมายถึงด้วยอัตราที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ คำว่า pace คืออัตราที่บางสิ่งเกิดขึ้น ส่วน accelerating บอกว่าอัตรานั้นยังคงเพิ่มขึ้น วลีนี้ใช้อธิบายแนวโน้มของการเติบโต การเปลี่ยนแปลง การพัฒนา หรือการเคลื่อนที่ โดยสื่อมากกว่า rapidly เพราะกระบวนการอาจเร็วอยู่แล้ว แต่ใจความสำคัญคือความเร็วยังคงเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าอัตราการเติบโตเองยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป?
- Online sales are rising at an accelerated pace.
- Online sales are rising at a steady pace.
- Online sales are rising at an accelerating pace.
ดูคำตอบ
Online sales are rising at an accelerating pace.
so fast that ... may never reach us: ระดับ ผลลัพธ์ และความเป็นไปได้
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + that เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so fast that หมายถึงกาแล็กซีกำลังเคลื่อนห่างออกไปด้วยความเร็วที่สูงมากจนทำให้เกิดผลตามที่ระบุไว้ในอนุประโยคหลัง that ใน may never reach us คำว่า may แสดงว่าผลดังกล่าวเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ส่วน never หมายความว่าในอนาคตอาจไม่มีช่วงเวลาใดเลยที่แสงจะมาถึงเรา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + ผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชื่อมความเร็วที่สูงมากเข้ากับผลที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง
- The spacecraft is moving so fast that its signal may never reach Earth.
- The spacecraft is moving so fast because its signal may never reach Earth.
- The spacecraft is moving such fast that its signal may never reach Earth.
ดูคำตอบ
The spacecraft is moving so fast that its signal may never reach Earth.
Still, ที่ใช้แสดงความขัดแย้งต้นประโยค
เมื่ออยู่ต้นประโยคใหม่ Still, เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “กระนั้นก็ตาม” คำนี้ยอมรับข้อจำกัดหรือปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง แล้วส่งสัญญาณว่าใจความถัดไปยังคงเป็นจริง การใช้นี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยข้อขัดข้องหรือข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามมาก่อน และหลัง Still, จะเป็นใจความหลักที่ผู้พูดต้องการยืนยันไว้
แบบฝึกหัด
Still, ทำหน้าที่อะไรใน “The road is dangerous. Still, we need to continue.”
- บอกว่าถนนยังคงอันตรายต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป
- ยอมรับความยากที่กล่าวมาก่อน แล้วนำเสนอใจความที่ยังคงเป็นจริง
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อความก่อนหน้าเลย
ดูคำตอบ
ยอมรับความยากที่กล่าวมาก่อน แล้วนำเสนอใจความที่ยังคงเป็นจริง
is intimately connected to those distant invisible galaxies. วลี
1:46ก็เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกาแล็กซีที่อยู่ไกลจนมองไม่เห็นเหล่านั้น
is intimately connected to: ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและแน่นแฟ้น
ในประโยคนี้ is intimately connected to หมายถึง “มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและสำคัญมากกับ...” คำวิเศษณ์ intimately เพิ่มน้ำหนักให้ connected โดยแสดงว่าความสัมพันธ์นี้ลึกซึ้ง ไม่ใช่อ่อน ๆ หรือเกิดขึ้นโดยบังเอิญ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A is intimately connected to B ซึ่งเน้นว่าความสัมพันธ์ระหว่าง A กับ B แน่นแฟ้นเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าสิ่งหนึ่งเชื่อมติดกับอีกสิ่งหนึ่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและแน่นแฟ้นกับ”: Access to clean water ____ public health.
ดูคำตอบ
is intimately connected to
think of them as: มอง A ว่าเป็น B
โครงสร้าง think of + กรรม + as + ตัวตน ประเภท หรือคำอธิบาย หมายถึง “มองหรือเข้าใจกรรมนั้นในลักษณะดังกล่าว” ในประโยคนี้ them เป็นกรรม และ part of our universe เป็นประเภทที่กำหนดให้กับกรรมนั้น ใช้ think of A as B เมื่อต้องการเสนอวิธีที่เป็นประโยชน์ในการจัดประเภท อธิบาย หรือปรับมุมมองต่อ A โครงสร้างนี้บอกวิธีทำความเข้าใจ A ไม่ได้หมายความว่า A เปลี่ยนเป็น B จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ think of A as B เพื่อจัดประเภทแผนภาพ
- Think of this diagram as a map of the process.
- Think about this diagram before the meeting.
- Think of a map while you study the process.
ดูคำตอบ
Think of this diagram as a map of the process.
make up a single giant edifice: ส่วนต่าง ๆ ประกอบกันเป็นสิ่งทั้งหมด
ในที่นี้ make up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “ก่อให้เกิด” คำสรรพนาม They หมายถึงส่วนต่าง ๆ ที่แยกกัน ส่วน a single giant edifice หมายถึงสิ่งทั้งหมดที่เกิดจากส่วนเหล่านั้น นี่คือรูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ คือ parts + make up + whole โดยทั่วไป edifice หมายถึงอาคารขนาดใหญ่ที่ดูโอ่อ่า และยังใช้สื่อถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีการจัดระบบได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make up ในความหมายว่า “ประกอบกันเป็นสิ่งทั้งหมด”
- Five neighborhood teams make up the city league.
- The reporter made up a story.
- The friends made up after the argument.
ดูคำตอบ
Five neighborhood teams make up the city league.
obeying the same physical laws: เป็นไปตามกฎฟิสิกส์
ในที่นี้ obeying the same physical laws หมายถึง “มีพฤติกรรมเป็นไปตามกฎทางฟิสิกส์ชุดเดียวกัน” ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น วัตถุ อนุภาค และระบบ สามารถ obey a law ได้ laws ในที่นี้หมายถึงหลักการธรรมชาติ ไม่ใช่กฎหมายที่รัฐบาลกำหนด วลีนี้บอกว่าสิ่งต่าง ๆ มีพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอภายใต้กฎฟิสิกส์เดียวกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า วัตถุทุกชิ้นในการจำลองมีพฤติกรรมตามกฎฟิสิกส์เดียวกัน
- All objects in the simulation command the same physical laws.
- All objects in the simulation obey the same physical laws.
- All objects in the simulation obey to the same physical laws.
ดูคำตอบ
All objects in the simulation obey the same physical laws.
made from the same types of atoms: แหล่งที่มาและองค์ประกอบ
ใน made from the same types of atoms คำว่า made from ระบุสสารหรือแหล่งที่นำมาสร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมา วลีนี้บอกว่าสิ่งทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้มีองค์ประกอบพื้นฐานประเภทเดียวกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be made from + วัสดุ แหล่งที่มา หรือองค์ประกอบ รูปของ be จะเปลี่ยนตามประธาน แต่ made ซึ่งเป็นคำกริยาช่องสามจะคงเดิม เช่น is made from, are made from และ was made from
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ be made from: These tiles are ____ recycled glass.
ดูคำตอบ
made from
However: สัญญาณเปลี่ยนทิศทางของการอภิปราย
However, เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าคำพูดหรือข้อความกำลังเปลี่ยนทิศทาง เมื่อปรากฏที่จุดเริ่มต้นเช่นนี้ คำนี้บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปจะขัดแย้งกับ จำกัด หรือเปลี่ยนทิศทางจากประเด็นที่เพิ่งกล่าวไป ในฐานะคำเชื่อมระดับข้อความ คำนี้จัดความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด อย่าตีความประโยคถัดไปว่าเป็นเพียงการพูดต่อ แต่ให้คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแนวคิด
แบบฝึกหัด
เมื่อ However อยู่ต้นประโยคใหม่ คำนี้ส่งสัญญาณอะไร?
- แนวคิดถัดไปกล่าวซ้ำแนวคิดก่อนหน้าโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
- แนวคิดถัดไปขัดแย้งกับหรือจำกัดแนวคิดก่อนหน้า
- ผู้พูดกำลังให้ข้อสรุปสุดท้าย
ดูคำตอบ
แนวคิดถัดไปขัดแย้งกับหรือจำกัดแนวคิดก่อนหน้า
string theory: คำศัพท์ฟิสิกส์ “ทฤษฎีสตริง”
ในประโยคนี้ string theory เป็นชื่อที่ใช้กันอย่างเป็นทางการของกรอบแนวคิดในฟิสิกส์ทฤษฎี ซึ่งเรียกว่า “ทฤษฎีสตริง” กรอบแนวคิดนี้เสนอว่าองค์ประกอบพื้นฐานที่สุดของธรรมชาติอาจจำลองเป็นสตริงขนาดเล็กมากที่สั่นได้ ไม่ใช่ทฤษฎีเกี่ยวกับเชือกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เข้าใจข้อความนี้ สิ่งสำคัญคือแนวคิดเรื่องมิติเพิ่มเติมและจักรวาลอื่นที่อาจมีอยู่สามารถนำมาอภิปรายโดยเชื่อมโยงกับกรอบแนวคิดนี้ได้ คำศัพท์นี้บอกที่มาของข้อสันนิษฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดเหล่านั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยคเกี่ยวกับฟิสิกส์นี้ string theory หมายถึงอะไร
- กรอบแนวคิดทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายธรรมชาติพื้นฐานของสสารและแรง
- วิธีวัดความยาวของเชือกทั่วไป
- ชุดคำแนะนำสำหรับการผูกปม
ดูคำตอบ
กรอบแนวคิดทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายธรรมชาติพื้นฐานของสสารและแรง
are now telling us there could be countless other universes ไวยากรณ์
2:07กำลังบอกเราว่าอาจมีจักรวาลอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
there could be countless other universes: การกล่าวถึงสิ่งที่อาจมีอยู่
ใน there could be countless other universes คำว่า there ใช้ในโครงสร้างบอกการมีอยู่ เพื่อแนะนำว่าสิ่งหนึ่งอาจมีอยู่ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ว่า “ที่นั่น” วลีนี้หมายความว่าอาจมีจักรวาลอื่นอยู่อีกเป็นจำนวนมากมหาศาล could ทำให้ข้อความนี้เป็นการกล่าวถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน countless หมายถึง “มากเกินกว่าจะนับได้” ไม่ใช่จำนวนที่วัดได้อย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
ใช้ could เติมประโยคที่กล่าวอย่างระมัดระวังนี้ให้สมบูรณ์: There ____ several explanations for the result, but we do not know which is correct.
ดูคำตอบ
could be
with different properties obeying different laws. วลี
2:12มีคุณสมบัติต่างกันและอยู่ภายใต้กฎที่ต่างกัน
be built on + พื้นฐาน: มีพื้นฐานมาจากบางสิ่ง
ในประโยคนี้ built on หมายถึง “มีพื้นฐานมาจาก” หรือ “พึ่งพารากฐานที่อยู่เบื้องล่าง” อนุภาคไม่ได้เป็นพื้นผิวจริงที่มีอาคารสร้างอยู่ด้านบน แต่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ระบบขนาดใหญ่กว่าต้องพึ่งพา รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ be built on + คำนาม ซึ่งใช้บอกพื้นฐานของระบบ แนวคิด แผน หรือความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ build on ที่มีความหมายว่า “มีพื้นฐานมาจาก”: The safety plan is ____ clear evidence.
ดูคำตอบ
built on
obeying different laws ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์
ในที่นี้ obeying different laws หมายถึง “มีพฤติกรรมเป็นไปตามกฎธรรมชาติที่ต่างกัน” obey ไม่ได้หมายความว่าอนุภาคตัดสินใจเชื่อฟังอย่างมีสติ ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ วัตถุตามธรรมชาติหรือระบบมักเป็นประธานของ obey ได้ ในโครงสร้างที่ยาวกว่า obeying เป็นคำกริยารูป -ing ที่เพิ่มคำอธิบายเกี่ยวกับอนุภาคอีกอย่างหนึ่ง คือ อนุภาคมีคุณสมบัติต่างกันและเป็นไปตามกฎที่ต่างกัน obey ตามด้วย laws โดยตรงโดยไม่ใช้ to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ obey ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายว่าสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์เป็นไปตามกฎธรรมชาติ?
- Light obeys to the laws of physics.
- Light is obey the laws of physics.
- Light obeys the laws of physics.
ดูคำตอบ
Light obeys the laws of physics.
Most of these universes could never support life วลี
2:15จักรวาลส่วนใหญ่เหล่านี้อาจไม่สามารถรองรับสิ่งมีชีวิตได้เลย
could never support life: ไม่มีสภาวะที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต
ในที่นี้ support life หมายถึง “มีสภาวะที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่และอยู่รอดได้” ในบริบทวิทยาศาสตร์ ประธานมักเป็นดาวเคราะห์ สภาพแวดล้อม หรือระบบ ไม่ใช่คนที่ยื่นมือช่วยเหลือ Could บอกความสามารถภายใต้สภาพทางกายภาพของจักรวาลเหล่านั้น ส่วน never ตัดความสามารถนั้นออกอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น could never support life จึงหมายความว่า เมื่อพิจารณาจากลักษณะของจักรวาลเหล่านั้น พวกมันไม่มีสภาวะที่สิ่งมีชีวิตต้องการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ร่วมกันในบริบทวิทยาศาสตร์ซึ่งเน้นไว้และหมายถึง “มีสภาวะที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ได้”: Scientists are testing whether this underground ocean can ____.
ดูคำตอบ
support life
and might flash in and out of existence in a nanosecond. โน้ต
2:17และอาจจะปรากฏและดับสลายไปในเวลาเพียงเสี้ยวนาโนวินาที
flash in and out of existence: ปรากฏขึ้นชั่วครู่แล้วหายไป
ในที่นี้ flash เป็นคำกริยาที่หมายถึงเกิดขึ้นหรือปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันและเป็นช่วงเวลาสั้นมาก ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับแสงเสมอไป In and out of existence มอง “การมีอยู่” เป็นเหมือนสภาวะที่บางสิ่งสามารถเข้าไปและออกมาได้ เมื่อรวมกันแล้ว flash in and out of existence หมายถึงปรากฏขึ้นเพียงชั่วขณะสั้นมากแล้วหายไป
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย “The image flashed in and out of existence” ได้ดีที่สุด
- ภาพนั้นปรากฏขึ้นชั่วครู่แล้วหายไป
- ภาพนั้นเคลื่อนที่ไปมาระหว่างสถานที่สองแห่ง
- ภาพนั้นเปล่งแสงสว่างแต่ยังคงอยู่ที่เดิม
ดูคำตอบ
ภาพนั้นปรากฏขึ้นชั่วครู่แล้วหายไป
in a nanosecond: หนึ่งในพันล้านวินาทีหรือแทบจะทันที
nanosecond แปลว่า “นาโนวินาที” หรือหนึ่งในพันล้านวินาที ในประโยคนี้ in a nanosecond บอกว่าเวลาในเหตุการณ์นั้นสั้นมาก และยังให้ความรู้สึกถึงมาตราส่วนทางวิทยาศาสตร์ ในการพูดทั่วไป วลีเดียวกันนี้อาจใช้พูดเกินจริงในความหมายว่า “แทบจะทันที” โดยไม่ได้เป็นการวัดเวลาที่แม่นยำเสมอไป
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดของ in a nanosecond ถูกต้อง?
- หมายถึงอีกไม่นานเท่านั้น และไม่เคยเป็นหน่วยที่แม่นยำ
- หมายถึงหนึ่งวินาทีเต็มเสมอ
- ในทางวิทยาศาสตร์อาจหมายถึงหนึ่งในพันล้านวินาที และในการพูดทั่วไปอาจหมายถึงแทบจะทันที
ดูคำตอบ
ในทางวิทยาศาสตร์อาจหมายถึงหนึ่งในพันล้านวินาที และในการพูดทั่วไปอาจหมายถึงแทบจะทันที
But nonetheless: เปลี่ยนจากข้อจำกัดไปสู่ข้อสรุป
But nonetheless เป็นคำเชื่อมแสดงความขัดแย้งที่ยอมรับข้อจำกัดหรือข้อเท็จจริงที่ตรงข้ามก่อน แล้วจึงบอกว่าข้อสรุปถัดไปยังคงเป็นจริง ความหมายใกล้กับ “แต่ถึงอย่างนั้น” But แสดงความขัดแย้งอยู่แล้ว ส่วน nonetheless เน้นความหมายว่า “แม้จะเป็นเช่นนั้น” เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน การเปลี่ยนประเด็นจะชัดเป็นพิเศษและนำผู้ฟังกลับไปยังประเด็นหลักของผู้พูด
แบบฝึกหัด
But nonetheless บอกอะไรในการเชื่อมความคิดนี้?
- ข้อความถัดไปบอกสาเหตุโดยตรงของประเด็นก่อนหน้า
- ยอมรับข้อจำกัดก่อนหน้า แต่ข้อสรุปถัดไปยังคงเป็นจริง
- ผู้พูดกำลังจะให้คำจำกัดความของคำศัพท์จากประเด็นก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ยอมรับข้อจำกัดก่อนหน้า แต่ข้อสรุปถัดไปยังคงเป็นจริง
they make up a vast multiverse of possible universes วัฒนธรรม
2:22พวกมันก็ก่อตัวเป็นพหุภพอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยจักรวาลที่เป็นไปได้
vast multiverse of possible universes: กลุ่มจักรวาลที่มีการเสนอแนวคิดไว้
multiverse หรือพหุภพ คือกลุ่มที่มีการเสนอแนวคิดไว้ว่าประกอบด้วยจักรวาลที่แตกต่างกันจำนวนมาก ในวลีนี้ possible universes หมายถึงจักรวาลที่ทฤษฎีหนึ่งยอมรับว่าเป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าจักรวาลเหล่านั้นถูกสังเกตพบแล้วทั้งหมด vast ขยายคำว่า multiverse เพื่อเน้นว่ากลุ่มนี้มีขนาดหรือขอบเขตกว้างใหญ่มาก ให้อ่านนามวลีทั้งหมดในความหมายว่าเป็นกลุ่มขนาดใหญ่มากของจักรวาลที่เป็นไปได้ในทางทฤษฎี
แบบฝึกหัด
vast multiverse of possible universes ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- กาแล็กซีทั้งหมดที่อยู่ภายในจักรวาลเดียว
- จักรวาลเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการสังเกตอย่างครบถ้วนแล้ว
- กลุ่มขนาดใหญ่มากที่มีการเสนอแนวคิดไว้และประกอบด้วยจักรวาลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นไปได้
ดูคำตอบ
กลุ่มขนาดใหญ่มากที่มีการเสนอแนวคิดไว้และประกอบด้วยจักรวาลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นไปได้
in up to eleven dimensions: การกำหนดขีดจำกัดสูงสุด
up to eleven กำหนดให้สิบเอ็ดเป็นขีดจำกัดสูงสุด จำนวนมิติอาจเป็นสิบเอ็ดหรือน้อยกว่านั้นก็ได้ แต่วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องมีสิบเอ็ดมิติพอดี ในที่นี้ in วางจักรวาลเหล่านั้นไว้ในกรอบมิติที่ใช้บรรยายจักรวาลดังกล่าว dimensions เป็นศัพท์ฟิสิกส์ที่หมายถึงทิศทางหรือพิกัดอิสระในแบบจำลอง ไม่ได้หมายถึงเพียงความยาว ความกว้าง และความสูงสามอย่างที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย up to และคำภาษาอังกฤษที่เขียนแทนจำนวน 50 เพื่อแสดงค่าสูงสุด: The room can hold ____ people.
ดูคำตอบ
up to fifty
featuring wonders beyond our wildest imagination. สำนวน
2:27และมีความมหัศจรรย์เกินกว่าจินตนาการสุดขั้วของเรา
beyond our wildest imagination: เหนือกว่าที่เราจะจินตนาการได้
Beyond our wildest imagination หมายถึง บางสิ่งน่าทึ่งหรือพิเศษเกินกว่าที่แม้แต่ความคิดอันกล้าหาญที่สุดของเราจะจินตนาการได้ ในที่นี้ wildest หมายถึง กล้าคิดและไร้ขีดจำกัดที่สุด ไม่ได้เกี่ยวกับธรรมชาติหรือสัตว์ป่า รูปแบบ beyond + ขีดจำกัด หมายถึง บางสิ่งก้าวข้ามขีดจำกัดนั้น เมื่อใช้กับ imagination จะเป็นการเน้นความรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่วัดเป็นตัวเลขได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตรงกับความหมายของ beyond our wildest imagination มากที่สุด
- มันถูกพบในสถานที่ที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่า
- มันน่าทึ่งเกินกว่าที่แม้แต่ความคิดอันกล้าหาญที่สุดของเราจะจินตนาการได้
- มันธรรมดาและคาดเดาได้ตรงตามที่คาดไว้ทุกอย่าง
ดูคำตอบ
มันน่าทึ่งเกินกว่าที่แม้แต่ความคิดอันกล้าหาญที่สุดของเราจะจินตนาการได้
And the leading version of string theory predicts a multiverse การใช้คำ
2:31และเวอร์ชันหลักของทฤษฎีสตริงได้ทำนายถึงพหุภพ
ความหมายของ leading ใน the leading version of string theory
ใน the leading version of string theory คำว่า leading บอกว่าแนวทางนี้โดดเด่นหรือมีอิทธิพลมากที่สุดในบรรดาแนวทางที่กำลังกล่าวถึง คำนี้อธิบายสถานะหรือลำดับความสำคัญในสาขานั้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่นำหน้าอยู่จริง คำว่า leading เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายถึง “ใหม่ล่าสุด” และไม่ได้พิสูจน์ว่าแนวทางนั้นถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ในบริบททางวิชาการนี้ the leading version น่าจะหมายถึงอะไร
- แนวทางที่มีสถานะโดดเด่นหรือมีอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน
- แนวทางที่พัฒนาหรือเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ที่สุด
- แนวทางที่นำคนหรือสิ่งของไปข้างหน้าจริง ๆ
ดูคำตอบ
แนวทางที่มีสถานะโดดเด่นหรือมีอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน
up to 10 to the 500 universes: เลขยกกำลังที่มีขีดจำกัดบน
ในที่นี้ 10 to the 500 หมายถึง 10 ยกกำลัง 500 หรือผลคูณของตัวประกอบ 500 ตัวที่แต่ละตัวเท่ากับ 10 นี่เป็นนิพจน์เลขยกกำลัง ไม่ใช่ “10 คูณ 500” คำว่า up to กำหนดขีดจำกัดบน ดังนั้นทฤษฎีนี้บอกว่าจำนวนเอกภพอาจมีได้ไม่เกินค่ามหาศาลนี้ ไม่ได้บอกว่าต้องมีเท่ากับจำนวนนี้พอดี
แบบฝึกหัด
“up to 10 to the 500 universes” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- จำนวนนี้อาจสูงได้ถึงสิบยกกำลัง 500
- จำนวนนี้มีค่าอย่างน้อยสิบยกกำลัง 500
- มีเอกภพอยู่ 500 แห่งพอดี
ดูคำตอบ
จำนวนนี้อาจสูงได้ถึงสิบยกกำลัง 500
one followed by 500 zeros: การกล่าวซ้ำด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
วลี one followed by 500 zeros กล่าวถึง 10 to the 500 ใหม่โดยแสดงให้เห็นว่าจำนวนนี้มีหน้าตาอย่างไรในระบบเลขฐานสิบ ทำให้เห็นภาพเลขชี้กำลังขนาดมหาศาลได้ง่ายขึ้นโดยไม่ได้เพิ่มข้อกล่าวอ้างใหม่ ในโครงสร้าง followed by สิ่งแรกจะมาก่อนสิ่งที่สอง ตรงนี้ให้เขียน 1 ก่อน แล้วตามด้วยเลขศูนย์ 500 ตัว รูปแบบ “เริ่มจากนิพจน์ทางเทคนิค แล้วกล่าวซ้ำด้วยภาษาทั่วไป” พบได้บ่อยในการอธิบาย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบลำดับเดียวกันเพื่ออธิบายหนึ่งล้าน: A million is a one ____ six zeros.
ดูคำตอบ
followed by
in our observable universe had its own universe การใช้คำ
2:43ในจักรวาลที่เราสังเกตได้มีจักรวาลเป็นของตัวเอง
observable universe: ขอบเขตที่รวมอยู่ในคำศัพท์
observable universe คือบริเวณของเอกภพที่ข้อมูล เช่น แสง มีเวลามากพอในหลักการที่จะเดินทางมาถึงเรา ขอบเขตของบริเวณนี้เกิดจากข้อจำกัดทางฟิสิกส์ ซึ่งรวมถึงอายุที่จำกัดของเอกภพ ความเร็วแสง และการขยายตัวของเอกภพ observable ไม่ได้แปลว่ามองเห็นด้วยตาเปล่า และคำนี้ไม่ได้ยืนยันว่าบริเวณดังกล่าวคือเอกภพทั้งหมด ในข้อความนี้ คำดังกล่าวจำกัดอะตอมที่นำมานับไว้เฉพาะอะตอมในบริเวณที่สังเกตได้นั้น
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย observable universe ได้ถูกต้องที่สุด?
- ทุกสิ่งที่มีอยู่ โดยไม่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีบริเวณอื่นอยู่นอกเหนือจากนั้น
- เฉพาะวัตถุที่มองเห็นด้วยตาเปล่าในคืนนี้
- บริเวณที่ข้อมูลมีเวลามากพอในหลักการที่จะเดินทางมาถึงเรา
ดูคำตอบ
บริเวณที่ข้อมูลมีเวลามากพอในหลักการที่จะเดินทางมาถึงเรา
you'd still be at a tiny fraction of the total, ไวยากรณ์
2:54คุณก็จะยังคงได้แค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ของทั้งหมด
A number so vast that: โครงสร้างบอกผล so ... that
so + คำคุณศัพท์ + that ใช้บอกระดับที่สูงมาก และนำไปสู่ผลลัพธ์หรือสถานการณ์ที่แสดงว่าระดับนั้นสุดขีดเพียงใด ใน A number so vast that คำว่า vast ขยาย number ส่วน that เปิดคำอธิบายยาว ๆ เกี่ยวกับขนาดของจำนวนนั้น ภายในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that คำว่า if นำเสนอเงื่อนไขสมมุติ และ you'd still นำเสนอผลลัพธ์ที่ยังคงเกิดขึ้นแม้มีเงื่อนไขนั้น เมื่อติดตามประโยคยาว ให้จำกรอบนี้ไว้: a number so vast that, even if ..., you'd still ... .
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ so + คำคุณศัพท์ + that โดยใช้ vast: The desert was ____ the expedition used a plane to cross it.
ดูคำตอบ
so vast that
you'd still be at a tiny fraction of the total: ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเพียงส่วนเล็กมาก
ในที่นี้ you'd ย่อมาจาก you would และแสดงผลของการทำซ้ำในสถานการณ์สมมติ เนื่องจากตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน be ดังนั้น 'd จึงไม่อาจหมายถึง had ได้ Still แสดงว่าผลยังคงเหมือนเดิมแม้จะเพิ่มอีกสองรอบ รูปแบบ would still + กริยารูปพื้นฐานมักหมายถึง “แม้อยู่ในสถานการณ์สมมตินั้น ผลก็จะไม่เปลี่ยน” ส่วน a tiny fraction of the total หมายถึงส่วนที่เล็กมากของทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ you'd still be at a tiny fraction of the total ได้ตรงที่สุด
- ปริมาณนั้นมากกว่าทั้งหมดอยู่แล้วก่อนเริ่มรอบต่าง ๆ
- แม้จะทำรอบเพิ่มเติมตามสถานการณ์สมมติ ปริมาณนั้นก็ยังเป็นเพียงส่วนเล็กมากของทั้งหมด
- รอบเพิ่มเติมจะทำให้ปริมาณนั้นเท่ากับทั้งหมดพอดี
ดูคำตอบ
แม้จะทำรอบเพิ่มเติมตามสถานการณ์สมมติ ปริมาณนั้นก็ยังเป็นเพียงส่วนเล็กมากของทั้งหมด
namely 1 trillion trillion trillion trillion trillion... trillionth. ลำดับความ
2:57นั่นคือหนึ่งในล้านล้านล้านล้านล้าน...ส่วน
namely: ใช้เกริ่นข้อมูลที่ระบุอย่างเจาะจง
Namely บอกผู้ฟังว่าคำที่ตามมาจะระบุเนื้อหาที่แน่นอนของข้อความที่กล่าวไว้กว้าง ๆ ก่อนหน้า ในที่นี้ ชุดตัวเลขยาว ๆ ระบุว่าเศษส่วนเล็กมากที่กล่าวก่อนหน้านั้นคือเท่าใด คำนี้ช่วยจัดข้อมูลจากเรื่องทั่วไปไปสู่เรื่องเฉพาะ โดยเริ่มจากคำอธิบายกว้าง ๆ แล้วจึงระบุอย่างแม่นยำ ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขนั้นเป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
เติม namely เพื่อระบุสถานที่ที่แน่นอน: The committee chose one venue, ____ the city library.
ดูคำตอบ
namely
But even that number is minuscule compared to another number, วลี
3:07แต่ถึงอย่างนั้นตัวเลขดังกล่าวก็ยังถือว่าจิ๋วมากเมื่อเทียบกับอีกตัวเลขหนึ่ง
minuscule compared to: เล็กมากอย่างยิ่งเมื่อมองในสเกลที่ใหญ่กว่า
Minuscule หมายถึง “เล็กมากอย่างยิ่ง” และเน้นมากกว่าการใช้เพียง small ส่วน compared to ใช้นำสิ่งที่เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ในโครงสร้าง A is minuscule compared to B นั้น A อาจไม่ได้เล็กเมื่อมองแยกเดี่ยว ๆ แต่จะดูเล็กจนแทบไม่มีนัยสำคัญเมื่อวัดเทียบกับ B สำนวนนี้เน้นว่าทั้งสองสิ่งแตกต่างกันมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The setup fee is ____ the total project budget.
ดูคำตอบ
minuscule compared to
Some physicists think the space-time continuum is literally infinite โน้ต
3:14นักฟิสิกส์บางคนคิดว่าปริภูมิ-เวลา (space-time continuum) นั้นเป็นอนันต์อย่างแท้จริง
space-time continuum: อวกาศและเวลาในฐานะกรอบเดียวกัน
Space-time continuum เป็นศัพท์ฟิสิกส์ที่หมายถึงกรอบเดียวซึ่งมองมิติทั้งสามของอวกาศและมิติของเวลาร่วมกัน เหตุการณ์ต่าง ๆ จะอธิบายด้วยทั้งสถานที่และเวลาที่เกิดขึ้น Continuum แสดงว่ากรอบนี้ต่อเนื่องกัน ไม่ใช่ชิ้นส่วนที่แยกจากกัน ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดเป็นประธานของ is literally infinite และข้อความกำลังกล่าวถึงขอบเขตของปริภูมิ-เวลา
แบบฝึกหัด
ในวิชาฟิสิกส์ space-time continuum หมายถึงอะไร?
- ตารางเวลาสำหรับการเดินทางระหว่างดาวเคราะห์
- กรอบเดียวที่รวมอวกาศและเวลาเข้าด้วยกัน
- บริเวณว่างเปล่าระหว่างดวงดาว
ดูคำตอบ
กรอบเดียวที่รวมอวกาศและเวลาเข้าด้วยกัน
literally infinite: เป็นอนันต์ตามความหมายที่เคร่งครัด
ในที่นี้ literally บอกให้เข้าใจ infinite ตามความหมายที่เคร่งครัด คือไม่มีจุดสิ้นสุดหรือขีดจำกัดที่เป็นจำนวนจำกัด นักฟิสิกส์ไม่ได้เพียงบอกว่าปริภูมิ-เวลามีขนาดใหญ่มาก ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ literally ช่วยตัดการตีความเชิงเปรียบเทียบหรือเกินจริงออกไป และชี้ว่าคำอธิบายที่ตามมาเป็นข้ออ้างที่ต้องการความแม่นยำภายในทฤษฎีนั้น
แบบฝึกหัด
literally infinite ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- เป็นอนันต์ตามความหมายที่เคร่งครัด ไม่ใช่เพียงมีขนาดใหญ่มาก
- มันดูใหญ่เพราะผู้พูดกำลังพูดเล่น
- มันใหญ่มากแต่มีขอบเขตจำกัดอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
เป็นอนันต์ตามความหมายที่เคร่งครัด ไม่ใช่เพียงมีขนาดใหญ่มาก
and that it contains an infinite number of so-called pocket universes การใช้คำ
3:17และมันมีสิ่งที่เรียกว่าจักรวาลพกพา (pocket universes) อยู่เป็นจำนวนอนันต์
so-called pocket universes: การแนะนำศัพท์เทคนิค
So-called บอกว่า pocket universes เป็นชื่อที่ผู้คนใช้เรียกสิ่งที่กำลังกล่าวถึง ในบริบทการอธิบายนี้ คำดังกล่าวใช้แนะนำศัพท์ที่ผู้ฟังอาจไม่คุ้นเคย ไม่ได้แสดงความสงสัยหรือการประชดโดยอัตโนมัติ Pocket universe เป็นศัพท์เชิงทฤษฎีที่หมายถึงบริเวณคล้ายจักรวาลซึ่งค่อนข้างแยกจากบริเวณอื่นที่คล้ายกันภายในโครงสร้างที่ใหญ่กว่า Pocket เป็นอุปมาแทนบริเวณที่ถูกแยกหรือโอบล้อม ไม่ได้หมายความว่าจักรวาลนั้นใส่ลงในกระเป๋าเสื้อผ้าได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “โดยทั่วไปเรียกด้วยชื่อนี้”: Researchers studied ____ rogue planets, the accepted name for planets that do not orbit a star.
ดูคำตอบ
so-called
varying properties: คุณสมบัติที่แตกต่างกัน
ตรงนี้ varying ขยายคำว่า properties หมายความว่าสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังกล่าวถึงอาจมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน เป็นวิธีพูดแบบกระชับและค่อนข้างเป็นทางการในภาษาวิทยาศาสตร์แทนความหมายว่า “คุณสมบัติที่ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด” Varying อาจใช้บอกการเปลี่ยนแปลงภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ได้เช่นกัน แต่ข้อความส่วนนี้เน้นความแตกต่างภายในกลุ่มที่กำลังพูดถึง คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าคุณสมบัติของสิ่งหนึ่งกำลังเปลี่ยนไปตามเวลา
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายสองคำเติมคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ให้สมบูรณ์: The materials have ____, so each one reacts differently to heat.
ดูคำตอบ
varying properties
How's your brain doing?: คำถามขำ ๆ เพื่อเช็กว่ายังตามทันหรือไม่
ในที่นี้ How's your brain doing? ไม่ได้เป็นการขอรายงานทางการแพทย์ตามความหมายตรงตัว หลังจากเนื้อหาที่ยากหรือมีข้อมูลมาก ผู้พูดถามอย่างขบขันว่าผู้ฟังยังติดตามและทำความเข้าใจเนื้อหาได้อยู่หรือไม่ การพูดกับ “สมองของคุณ” โดยตรงช่วยเพิ่มอารมณ์ขันและสร้างช่วงพักสั้น ๆ อีกทั้งยังดึงผู้ฟังเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงว่าผู้พูดรู้ว่าเนื้อหานี้อาจต้องใช้ความคิดมาก
แบบฝึกหัด
ครูเพิ่งอธิบายแนวคิดที่ยากเสร็จ แล้วจึงยิ้มก่อนถามว่า How's your brain doing? การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่
- เหมาะสม เป็นการถามอย่างขบขันเพื่อเช็กว่าผู้ฟังยังตามเนื้อหาได้หรือไม่
- ไม่เหมาะสม คำถามนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อต้องการถามถึงโรคทางสมองที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ
เหมาะสม เป็นการถามอย่างขบขันเพื่อเช็กว่าผู้ฟังยังตามเนื้อหาได้หรือไม่
But quantum theory adds a whole new wrinkle. สำนวน
3:24แต่ทฤษฎีควอนตัมกลับเพิ่มความปวดหัวขึ้นมาใหม่อีกขั้น
adds a whole new wrinkle: เพิ่มปัจจัยซับซ้อนใหม่ทั้งหมด
ในที่นี้ adds a whole new wrinkle หมายถึงการเพิ่มปัจจัยซับซ้อนหรือปัญหาใหม่เข้ามา คำว่า wrinkle ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงรอยย่นบนผิวหนังหรือรอยยับบนผ้า รูปแบบ add a wrinkle to something ใช้ได้เมื่อข้อเท็จจริงใหม่ทำให้สถานการณ์เข้าใจ วางแผน หรือแก้ไขได้ยากขึ้น ส่วน whole new เน้นว่าปัจจัยซับซ้อนนี้เปลี่ยนสถานการณ์ไปอย่างมาก
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ wrinkle หมายถึงปัจจัยซับซ้อนใหม่
- She ironed out a wrinkle in her shirt.
- The delayed permit adds another wrinkle to our building plans.
- He noticed a wrinkle beside his eye.
ดูคำตอบ
The delayed permit adds another wrinkle to our building plans.
the theory's been proven true beyond all doubt, วลี
3:27ทฤษฎีนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริงโดยไร้ข้อกังขา
been proven true beyond all doubt: ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงโดยไม่มีข้อสงสัย
เมื่อดูคำที่อยู่รอบ ๆ the theory's been เป็นรูปย่อของ the theory has been ส่วน has been proven true เป็นโครงสร้าง present perfect แบบ passive ซึ่งเน้นผลที่ได้มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ให้หลักฐาน Beyond all doubt เพิ่มการยืนยันว่ามีความแน่นอนแบบเด็ดขาด คือไม่เหลือข้อสงสัยใด ๆ เมื่อนำมารวมกัน ข้อความนี้บอกว่าทฤษฎีได้รับการยืนยันว่าเป็นจริงอย่างแน่นอนแล้ว ซึ่งหนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่าทฤษฎีมีหลักฐานสนับสนุนมาก
แบบฝึกหัด
ข้อความใดตรงกับระดับความแน่นอนของ has been proven true beyond all doubt?
- หลักฐานทำให้ข้อกล่าวอ้างนี้ดูเหมือนอาจเป็นจริงได้
- หลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้อย่างมาก แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง
- ข้อกล่าวอ้างนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นจริงโดยไม่เหลือข้อสงสัยใด ๆ
ดูคำตอบ
ข้อกล่าวอ้างนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นจริงโดยไม่เหลือข้อสงสัยใด ๆ
Interpreting it is baffling: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Interpreting it เป็นวลี gerund โดย interpreting คือรูป -ing ที่ใช้เสมือนคำนาม และ it เป็นกรรมของ interpreting วลีทั้งหมดเรียกชื่อกิจกรรมหนึ่งอย่างและทำหน้าที่เป็นประธานของ is เพราะกิจกรรมนี้ถูกมองเป็นสิ่งเดียว กริยาจึงใช้รูปเอกพจน์ is: is baffling โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Doing something + be รูปเอกพจน์ + คำคุณศัพท์ เช่น Reading small print is difficult.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ read: ____ small print is difficult.
ดูคำตอบ
Reading
if you imagine that huge numbers of parallel universes การใช้คำ
3:34ก็ต่อเมื่อคุณจินตนาการว่ามีจักรวาลคู่ขนานจำนวนมหาศาล
only un-baffle it if: เงื่อนไขที่จำเป็นและการสร้างคำแบบขบขัน
ใน can only un-baffle it if ... คำว่า only จำกัดผลลัพธ์ไว้กับเงื่อนไขในอนุประโยค if การจินตนาการว่ามีจักรวาลคู่ขนานจำนวนมหาศาลถูกเสนอว่าเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการทำให้แนวคิดนี้เข้าใจได้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าเงื่อนไขนี้เพียงอย่างเดียวรับประกันว่าจะเข้าใจได้ Un-baffle เป็นคำกริยาที่สร้างขึ้นชั่วคราวอย่างขบขันจาก un- และ baffle ในที่นี้ un- สื่อถึงการย้อนสภาวะที่ทำให้งุนงง ดังนั้น un-baffle it จึงมีความหมายคร่าว ๆ ว่า “ทำให้มันไม่ชวนงงอีกต่อไป” หรือ “ทำความเข้าใจมันได้”
แบบฝึกหัด
เติมกฎการเข้าใช้สถานที่ด้วย only ... if: You can ____ enter the lab ____ a teacher is present.
ดูคำตอบ
only · if
huge numbers of parallel universes: จักรวาลคู่ขนานจำนวนมหาศาล
ในประโยคนี้ parallel universes หมายถึงจักรวาลอื่นทั้งจักรวาลที่จินตนาการว่ามีอยู่ควบคู่กับจักรวาลของเรา parallel บอกถึงการดำรงอยู่ร่วมกันในฐานะความเป็นจริงที่แยกจากกัน ไม่ได้หมายถึงเส้นขนานทางเรขาคณิต huge numbers of หมายถึงจำนวนที่มากมหาศาล เนื่องจาก universe เป็นคำนามนับได้ในที่นี้ จึงใช้รูปพหูพจน์ universes
แบบฝึกหัด
huge numbers of parallel universes ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- จักรวาลที่แยกจากกันจำนวนมหาศาลซึ่งจินตนาการว่าดำรงอยู่ควบคู่กัน
- บริเวณห่างไกลแห่งหนึ่งภายในจักรวาลของเรา
- เส้นเรขาคณิตจำนวนมากที่พาดผ่านอวกาศ
ดูคำตอบ
จักรวาลที่แยกจากกันจำนวนมหาศาลซึ่งจินตนาการว่าดำรงอยู่ควบคู่กัน
are being spawned every moment: รูปถูกกระทำของ present continuous
are being spawned เป็นรูปถูกกระทำของ present continuous โดยมีโครงสร้าง are + being + กริยาช่องที่สาม ประธานพหูพจน์เป็นผู้รับการกระทำ และรูปนี้นำเสนอการถูกสร้างว่าเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้หรือเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ every moment เน้นความหมายของการสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ spawn ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผลิตหรือทำให้เกิดขึ้น และมักให้ภาพที่ชัดเจนว่ามีสิ่งใหม่จำนวนมากกำลังปรากฏขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ build เติมประโยครูปถูกกระทำของ present continuous ให้สมบูรณ์: Right now, new homes ____ across the city.
ดูคำตอบ
are being built
And many of these universes would actually be very like the world we're in, การใช้คำ
3:39และจักรวาลหลายแห่งเหล่านี้ก็จะคล้ายกับโลกที่เราอยู่มาก
very like the world we're in: like ในความหมายว่า “คล้ายกับ”
ใน very like the world we're in คำว่า like หมายถึง “คล้ายกับ” โดยอยู่หลังคำกริยาเชื่อม be และนำหน้าสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบคือ the world we're in ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” ส่วน very ใช้เน้นระดับความคล้ายกัน the world we're in หมายถึง “โลกที่เราอยู่” มาจาก the world that/which we are in โดยละสรรพนามเชื่อม that หรือ which ได้ เพราะทำหน้าที่เป็นกรรมของ in รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ be like + นามวลี ซึ่งใช้เปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันปัจจุบัน เมื่อต้องการบอกว่าสถานที่หนึ่งคล้ายกับอีกสถานที่หนึ่งมาก
- This village is very much like the one where I grew up.
- This village is very alike the one where I grew up.
- This village very likes the one where I grew up.
ดูคำตอบ
This village is very much like the one where I grew up.
multiple copies of you: copies ที่หมายถึงคนคนเดียวกันหลายเวอร์ชัน
ในที่นี้ copies เป็นคำนามนับได้ หมายถึงสิ่งที่ทำซ้ำหรือเวอร์ชันที่แยกจากกัน multiple copies of you หมายถึงคนคนเดียวกันมีมากกว่าหนึ่งเวอร์ชัน โดยแต่ละเวอร์ชันตรงกับ “คุณ” ส่วน of you ระบุว่าสำเนาเหล่านั้นทำซ้ำมาจากใคร การใช้นี้ขยายความหมายของ copy จากสำเนาเอกสาร ไฟล์ หรือสิ่งของ มาใช้กับคนในบริบทนิยายวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงรูปถ่ายหรือเอกสารที่เป็นของคุณ
แบบฝึกหัด
ในบริบทของเอกภพคู่ขนาน multiple copies of you หมายถึงอะไร
- หลายเวอร์ชันที่แยกจากกันของคนคนเดียวกัน
- เอกสารหลายฉบับที่พิมพ์ให้คุณ
- รูปถ่ายหลายรูปที่เป็นของคุณ
ดูคำตอบ
หลายเวอร์ชันที่แยกจากกันของคนคนเดียวกัน
In one such universe: เปิดแขนงสมมติหนึ่งแขนง
ในที่นี้ one such universe หมายถึงจักรวาลหนึ่งแห่งในประเภทที่กล่าวถึงไปแล้ว such ย้อนชี้ไปยังประเภทที่รู้อยู่แล้วนั้น ส่วน one เลือกสมาชิกหนึ่งแห่งจากประเภทดังกล่าว จึงไม่ต้องอธิบายประเภทนั้นซ้ำ เมื่อวางไว้ตอนต้น In one such universe จะกำหนดกรอบให้ข้อมูลที่ตามมา วลีนี้เปิดแขนงสมมติหนึ่งแขนงและเตรียมให้ผู้อ่านคาดว่าจะมีการเปรียบเทียบกับจักรวาลหรือสถานการณ์อื่น
แบบฝึกหัด
In one such universe ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลอย่างไรในที่นี้?
- เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นจักรวาลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้า
- ระบุว่าอาจมีจักรวาลได้เพียงหนึ่งแห่งเท่านั้น
- ยกตัวอย่างหนึ่งจากประเภทของจักรวาลที่กล่าวถึงไว้ก่อนแล้ว
ดูคำตอบ
ยกตัวอย่างหนึ่งจากประเภทของจักรวาลที่กล่าวถึงไว้ก่อนแล้ว
you'd graduate with honors and marry the person of your dreams. โน้ต
3:46คุณอาจจะเรียนจบได้เกียรตินิยมและแต่งงานกับคนในฝัน
graduate with honors: ได้รับเกียรตินิยมเมื่อสำเร็จการศึกษา
ใน graduate with honors นั้น with honors เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนมาตรฐานในบริบทการศึกษา หมายถึงการสำเร็จการศึกษาพร้อมเกียรตินิยมทางวิชาการอย่างเป็นทางการ ซึ่งมักมาจากผลการเรียนที่ดีมาก ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่าสำเร็จการศึกษาโดย “พกเกียรติ” ไปด้วย ข้อกำหนดและชื่อของเกียรตินิยมแตกต่างกันไปตามสถานศึกษาและระบบการศึกษา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกเพียงว่าการสำเร็จการศึกษาในจินตนาการนั้นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ได้รับการยอมรับ ไม่ได้ระบุอันดับหรือระดับเกียรตินิยมใดโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้วลี with honors ตามที่กำหนด: Maya hopes to graduate ____ next spring.
ดูคำตอบ
with honors
the person of your dreams: คู่ชีวิตในอุดมคติ
the person of your dreams หมายถึงคนที่คุณนึกภาพว่าเป็นคู่รักหรือคู่ชีวิตในอุดมคติ ในที่นี้ dreams หมายถึงความหวังและความปรารถนา ไม่ใช่ความฝันที่เกิดขึ้นจริงขณะนอนหลับ โครงสร้าง the + คำนาม + of your dreams ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งตรงกับสิ่งที่คุณต้องการมาตลอด เช่น the job of your dreams หรือ the home of your dreams
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่เน้นไว้ให้สมบูรณ์ โดยเปลี่ยน your เป็น her: After years of searching, Maya finally met ____.
ดูคำตอบ
the person of her dreams
In another, not so much: การละคำเพื่อสร้างความแตกต่าง
ใน In another มีการละคำนามหรือวลีที่ยาวกว่าซึ่งบริบททำให้เข้าใจได้อยู่แล้ว เช่น อีกกรณีหนึ่ง อีกสถานการณ์หนึ่ง หรืออีกแบบหนึ่ง นี่เรียกว่าการละคำ โดยผู้ฟังหรือผู้อ่านเติมข้อมูลที่หายไปจากข้อความก่อนหน้า not so much ก็ช่วยเลี่ยงการพูดข้อความเชิงบวกก่อนหน้านี้ซ้ำอีก หมายความว่าผลลัพธ์ที่ดีแบบเดียวกันไม่เป็นจริง หรือเป็นจริงน้อยกว่ามากในอีกกรณีหนึ่ง การจบประโยคสั้นมากเช่นนี้สร้างความแตกต่างแบบเรียบ ๆ และมักให้ความรู้สึกขบขัน
แบบฝึกหัด
ตัวอย่างใดใช้รูปแบบการละคำและการสร้างความแตกต่างแบบเดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Not so much traffic uses the first route.
- The first route is quick. The other route is quick too.
- The first route is quick. The other, not so much.
ดูคำตอบ
The first route is quick. The other, not so much.
there are still some scientists who would say hogwash. การใช้คำ
3:53ยังมีนักวิทยาศาสตร์บางคนที่บอกว่าเรื่องพวกนี้มันไร้สาระ
would say hogwash: ปัดแนวคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล
hogwash เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้ปฏิเสธอย่างรุนแรง หมายถึง “เรื่องเหลวไหล” หรือคำกล่าวที่ไม่น่าเชื่อ ในประโยคนี้ นักวิทยาศาสตร์บางคนคงตอบต่อแนวคิดนั้นในทำนองว่า “Hogwash!” พวกเขาไม่ได้แค่เห็นต่าง แต่ปัดแนวคิดนั้นทิ้งว่าไร้สาระ would say แสดงปฏิกิริยาที่น่าจะเกิดขึ้นหรือเป็นปฏิกิริยาปกติของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังพูดถ้อยคำนี้อยู่ในขณะนั้น
แบบฝึกหัด
พิจารณาการใช้ hogwash: ในการประชุมที่เป็นทางการ คุณพูดกับเพื่อนร่วมงานว่า “Your proposal is hogwash.” นี่เป็นวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพและเป็นกลางหรือไม่?
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
The only ... answer to the question of ... is ...: โครงสร้างประโยคยาว
ประโยคนี้สร้างขึ้นจากโครงหลัก The only meaningful answer ... is one ประธานทั้งหมดคือ The only meaningful answer to the question of how many universes there are ส่วน one เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยบอกคำตอบ วลี to the question ระบุว่าคำตอบนี้เป็นคำตอบของคำถามใด หลัง of ส่วน how many universes there are บอกเนื้อหาของคำถาม เนื่องจากเป็นคำถามที่ฝังอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า there are ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรง are there สามารถนำโครงนี้ไปใช้ใหม่ในรูป The only + adjective + answer to the question of + embedded question + is + answer
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้และลำดับคำของคำถามที่ฝังอยู่ในประโยคได้ถูกต้อง?
- The only reasonable answer to the question of how many seats are there is fifty.
- The only reasonable answer to the question of how many seats there are is fifty.
- The only reasonable answer of the question how many there seats are is fifty.
ดูคำตอบ
The only reasonable answer to the question of how many seats there are is fifty.
might argue that even our own universe is an illusion. โน้ต
4:05อาจโต้แย้งว่าแม้แต่จักรวาลของเราเองก็เป็นเพียงภาพลวงตา
might argue that: การยกมุมมองที่มีเหตุผลขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
ในโครงสร้าง argue that + อนุประโยค คำว่า argue หมายถึงการเสนอจุดยืน ซึ่งมักมีเหตุผลสนับสนุน ไม่ได้หมายถึงการทะเลาะกับใคร ส่วนอนุประโยคหลัง that บอกเนื้อหาของจุดยืนนั้น might ทำให้การอ้างถึงความเห็นนี้ฟังดูระมัดระวัง ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นความเห็นที่นักปรัชญาและนักลึกลับนิยมบางคนอาจยึดถือ โดยไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนคิดเช่นนั้นหรือบอกว่าตนเห็นด้วย
แบบฝึกหัด
might argue that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เป็นการยกจุดยืนที่บางคนอาจใช้เหตุผลสนับสนุนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
- เป็นการบอกว่านักปรัชญาทุกคนยอมรับความเห็นนี้อย่างแน่นอน
- เป็นการบรรยายว่าผู้คนกำลังทะเลาะกันด้วยความโกรธ
ดูคำตอบ
เป็นการยกจุดยืนที่บางคนอาจใช้เหตุผลสนับสนุนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
even our own universe is an illusion: ข้ออ้างทางปรัชญาเกี่ยวกับความเป็นจริง
ในที่นี้ illusion สื่อถึงแนวคิดทางปรัชญาหรืออภิปรัชญา ไม่ใช่กลลวงทางสายตาธรรมดา หมายความว่าความเป็นจริงที่เรารับรู้ รวมถึงตัวจักรวาลเอง อาจไม่ใช่ความจริงพื้นฐานหรือความจริงสูงสุด even เน้น our own universe ว่าเป็นกรณีสุดขั้วที่น่าประหลาดใจ ประโยคนี้นำเสนอจุดยืนทางปรัชญาหรือแนวคิดลึกลับที่อาจมีผู้ยึดถือ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของ even our own universe is an illusion ในที่นี้?
- ในจักรวาลมีภาพที่ชวนให้เข้าใจผิดอยู่หนึ่งภาพ
- ความเป็นจริงที่เรารับรู้อาจไม่ใช่ความจริงสูงสุด
- ทุกคนกำลังมีปัญหาสายตาแบบเดียวกันชั่วคราว
ดูคำตอบ
ความเป็นจริงที่เรารับรู้อาจไม่ใช่ความจริงสูงสุด
So as you can see: เปลี่ยนจากหลักฐานไปสู่ข้อสรุป
So บอกว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเป็นผลหรือข้อสรุป ส่วน As you can see พาผู้ฟังย้อนกลับไปนึกถึงตัวอย่าง ข้อเท็จจริง หรือคำอธิบายที่นำเสนอไปแล้ว เมื่อใช้รวมกัน So as you can see จะปิดส่วนของหลักฐานก่อนหน้าและนำผู้ฟังเข้าสู่บทสรุปหรือข้อสรุป คำว่า see ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองเห็นจริง ๆ แต่อาจหมายถึง 'เข้าใจจากสิ่งที่เพิ่งแสดงหรืออธิบายไป'
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักในการจัดลำดับเนื้อหาของ So as you can see ในการพูดคืออะไร?
- ขอให้ผู้ฟังมองวัตถุจริงที่อยู่ใกล้ ๆ
- เปลี่ยนจากหลักฐานก่อนหน้าไปสู่บทสรุปหรือข้อสรุป
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวมาก่อน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากหลักฐานก่อนหน้าไปสู่บทสรุปหรือข้อสรุป
right now there is no agreement on this question, วลี
4:10ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ตรงกันสำหรับคำถามนี้เลย
there is no agreement on this question: บอกว่าประเด็นหนึ่งยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน
There is no agreement on this question หมายความว่า ผู้คนยังไม่มีจุดยืนหรือคำตอบร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นนั้น ไม่จำเป็นว่าทุกคนกำลังโต้เถียงกันอยู่ แต่อาจเพียงมีหลายมุมมองที่ยังคงอยู่ ในรูป agreement on + issue คำว่า on ใช้นำหัวข้อที่กำลังอภิปราย ส่วนโครงสร้าง there is no ... เน้นว่าไม่มีฉันทามติ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ agreement กับคำบุพบทอย่างถูกต้องเพื่อนำประเด็นที่กำลังถกเถียง
- There is no agreement with the cause of the delay.
- There is no agree on the cause of the delay.
- There is no agreement on the cause of the delay.
ดูคำตอบ
There is no agreement on the cause of the delay.
not even close: ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่ายังใกล้เป้าหมาย
not even close เป็นคำปฏิเสธแบบไม่เป็นทางการที่หนักแน่น หมายความว่าคำตอบ การคาดเดา ผลลัพธ์ หรือสถานการณ์นั้นยังห่างไกลจากความถูกต้องหรือเป้าหมาย ไม่ใช่แค่คลาดไปเล็กน้อย เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ เพียงลำพัง เป้าหมายที่พูดถึงจะเข้าใจได้จากบริบท คำว่า even ช่วยเน้นคำปฏิเสธ โดยปฏิเสธแม้กระทั่งความคิดที่ว่าสิ่งนั้นอย่างน้อยก็ยังใกล้เคียง
แบบฝึกหัด
เพื่อนเดาว่า “The box weighs ten kilograms.” คุณตอบว่า “Not even close.” คุณหมายความว่าอย่างไร?
- การเดานั้นผิดเพียงเล็กน้อย
- การเดานั้นห่างไกลจากคำตอบที่ถูกต้อง
- การเดานั้นถูกต้องพอดี
ดูคำตอบ
การเดานั้นห่างไกลจากคำตอบที่ถูกต้อง
All we know is the answer is somewhere between zero and infinity. วลี
4:14ทั้งหมดที่เรารู้คือคำตอบอยู่ระหว่างศูนย์ถึงอนันต์
somewhere between zero and infinity: ช่วงที่ไม่แน่นอน
somewhere between A and B ใช้บอกว่าค่าหรือตำแหน่งที่ยังไม่รู้นั้นอยู่ภายในช่วงที่กำหนดด้วย A และ B คำว่า somewhere ทำให้จุดที่แน่นอนคลุมเครือ และไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง ในที่นี้ zero และ infinity สร้างช่วงที่กว้างมาก ประโยคฟังดูเหมือนให้ข้อมูล แต่ช่วงดังกล่าวแทบไม่ได้จำกัดคำตอบในทางปฏิบัติเลย จึงเน้นอย่างมีอารมณ์ขันว่าเรารู้น้อยมาก
แบบฝึกหัด
ใช้ somewhere between เติมประโยคให้สมบูรณ์: The repair will cost ____ fifty and eighty dollars.
ดูคำตอบ
somewhere between
I guess we know one other thing: ลดความหนักแน่นและเพิ่มประเด็นสุดท้าย
ในประโยคนี้ I guess ทำหน้าที่บอกท่าทีของผู้พูด ทำให้ we know ฟังดูไม่หนักแน่นจนเกินไป ใกล้กับความหมายว่า “คิดว่า” มากกว่าการเดาคำตอบที่ยังไม่รู้แบบตรงตัว ผู้พูดยังคงนำเสนอว่าประเด็นนั้นเป็นสิ่งที่รู้ แต่ใช้น้ำเสียงสบาย ๆ และเผื่อใจเล็กน้อย one other thing เป็นสัญญาณว่าจะเพิ่มอีกหนึ่งประเด็นหลังจากมีข้อมูลก่อนหน้าแล้ว ทั้งประโยคจึงทำหน้าที่เชื่อมอย่างผ่อนคลายไปสู่ข้อสรุปเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นข้อสุดท้าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเพิ่มข้อสรุปอีกหนึ่งข้ออย่างนุ่มนวลโดยไม่ฟังดูมั่นใจเต็มที่
- We absolutely know the whole story.
- I guess we know one other thing.
- I have no idea what else is true.
ดูคำตอบ
I guess we know one other thing.
This is a pretty cool time to be studying physics. ไวยากรณ์
4:21นี่เป็นช่วงเวลาที่เจ๋งมากที่จะได้ศึกษาฟิสิกส์
a pretty cool time to be studying physics: การประเมินยุคปัจจุบัน
โครงสร้าง a/an + คำคุณศัพท์ + time + to be doing ใช้ประเมินว่าการทำกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร หรือช่วงเวลานั้นเอื้อต่อกิจกรรมนั้นเพียงใด ในที่นี้ time หมายถึงยุคหรือช่วงปัจจุบัน และ to be studying นำเสนอการเรียนฟิสิกส์ว่าเป็นกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่แล้ว pretty หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ส่วน cool เป็นคำคุณศัพท์เชิงบวกแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “น่าตื่นเต้น” หรือ “ยอดเยี่ยม” ดังนั้นวลีนี้จึงชื่นชมยุคปัจจุบันจากมุมมองของผู้ที่กำลังเรียนฟิสิกส์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูป -ing ของ learn และโครงสร้าง a/an + adjective + time + to be doing: This is a great ____ a language.
ดูคำตอบ
time to be learning
We just might be undergoing the biggest paradigm shift in knowledge โน้ต
4:25เราอาจจะกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
just might be undergoing: ความเป็นไปได้ที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งกล่าวอย่างระมัดระวัง
ในที่นี้ just might หมายถึง “อาจเป็นเช่นนั้นจริง ๆ” หรือ “มีความเป็นไปได้มากทีเดียว” just ทำให้ความเป็นไปได้นั้นดูควรนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะอาจเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ น่าหวัง หรือเป็นคำเตือน ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึง “เพียงแค่” หรือ “เมื่อสักครู่” might be undergoing ใช้โครงสร้าง might + be + verb-ing โดยนำเสนอสิ่งที่ undergoing กล่าวถึงว่าเป็นกระบวนการที่อาจกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ แต่ยังไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ เพื่อแสดงความเป็นไปได้ที่น่าสนใจแต่ยังไม่แน่นอนเกี่ยวกับกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่: The town ____ a major transformation.
ดูคำตอบ
just might be undergoing
paradigm shift in knowledge: การเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของกรอบความรู้
paradigm คือแบบจำลองหรือกรอบพื้นฐานที่ใช้ทำความเข้าใจสาขาหนึ่ง ส่วน paradigm shift คือการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของกรอบนั้น ไม่ใช่เพียงการเพิ่มข้อเท็จจริงอีกหนึ่งอย่างหรือการปรับปรุงเล็กน้อย ใน paradigm shift in knowledge คำว่า in knowledge ระบุขอบเขตที่เกิดการเปลี่ยนแปลง นั่นคือวิธีที่ผู้คนเข้าใจ จัดระเบียบ หรือสร้างความรู้ ส่วน biggest ในวลีเต็มเน้นย้ำขนาดของการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวอ้างให้ชัดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ paradigm shift ได้ถูกต้อง?
- The new theory caused a paradigm shift in medicine by replacing the field's basic model.
- Starting lunch ten minutes later created a paradigm shift in our daily schedule.
- Correcting one typo caused a paradigm shift in the report.
ดูคำตอบ
The new theory caused a paradigm shift in medicine by replacing the field's basic model.
that humanity has ever seen: กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบแบบตลอดกาล
ในอนุประโยคขยายนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึง the biggest paradigm shift in knowledge และทำหน้าที่เป็นกรรมของ seen ส่วน humanity เป็นประธาน จึงมีความสัมพันธ์ว่า มนุษยชาติเคยเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น has ever seen ใช้ present perfect เมื่อวางหลังคำขั้นสูงสุดอย่าง the biggest คำว่า ever จะขยายขอบเขตการเปรียบเทียบให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อนุประโยคทั้งหมดจึงหมายถึง “ในบรรดาการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่มนุษยชาติเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้” ไม่ใช่เพียง “การเปลี่ยนแปลงที่เคยเห็นครั้งหนึ่งในอดีต”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหนังสือเล่มใดน่าตื่นเต้นสำหรับ Mia มากกว่าเล่มนี้
- This is the more exciting book that Mia ever reads.
- This is the most exciting book that Mia has never read.
- This is the most exciting book that Mia has ever read.
ดูคำตอบ
This is the most exciting book that Mia has ever read.