รถตำรวจปะทะหัวขโมย + ใครเอาล้อทองคำไป?|S1-2|ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pinkfong Super Rescue Team - Kids Songs & Cartoons

ความยากในการเรียน
472 คำ 139 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รถตำรวจโรเจอร์จับโจรได้ จากนั้นสืบสวนการหายไปของยางทองคำด้วยการตามเบาะแสและใช้ระบบจับคู่ป้ายทะเบียน ก่อนนำของจัดแสดงกลับมาคืนได้สำเร็จ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. All I need is that lamp — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้างนี้ใช้เน้นสิ่งของหรือเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวที่ผู้พูดเห็นว่าจำเป็น สามารถเปลี่ยนวลีนามเพื่อบอกความต้องการหรือเป้าหมายได้อย่างหนักแน่นกว่าการใช้ประโยคธรรมดาที่มี “I need” 2. Anything else? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจคำถามสั้น ๆ นี้ว่าเป็นการขอข้อมูล หลักฐาน หรือตัวเลือกเพิ่มเติม นำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในการสืบสวน ห้องเรียน งานบริการ และบทสนทนาทั่วไป เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มและทำให้การโต้ตอบดำเนินต่อไป 3. get away with this. — กริยาวลี: เข้าใจความหมายรวมว่าคือการรอดพ้นจากการลงโทษหรือผลของการทำผิด ไม่ใช่เพียงการหนีออกไปทางกายภาพ ใช้รูปแบบนี้เพื่อเตือนว่าการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์หรือก่อให้เกิดอันตรายจะไม่พ้นโทษ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Pinkfong. Super Rescue Team to the rescue.

0:00

พิงค์ฟอง ทีมกู้ภัยซูเปอร์ออกปฏิบัติการ

Pinkfong Super Rescue Team.

0:08

พิงค์ฟอง ทีมกู้ภัยซูเปอร์

Police car versus thief. การใช้คำ

0:13

รถตำรวจปะทะหัวขโมย

การใช้คำ

versus: แสดงสองฝ่ายที่เป็นคู่ต่อสู้กัน

ในรูปแบบชื่อเรื่อง A versus B คำว่า versus หมายถึง “A ปะทะ B” ใช้บอกอย่างรวดเร็วว่าสองฝ่ายใดเป็นคู่ต่อสู้กันในการแข่งขัน ข้อโต้แย้ง คดี หรือเรื่องราว ในที่นี้ รถตำรวจกับโจรถูกนำเสนอว่าเป็นคู่ต่อสู้กัน ไม่ใช่แค่สองสิ่งที่ถูกกล่าวถึงร่วมกัน รูปย่อ vs. ทำหน้าที่พื้นฐานเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ในชื่อเรื่อง Police car versus thief คำว่า versus แสดงอะไร?

  1. รถตำรวจกำลังช่วยโจร
  2. รถตำรวจกับโจรเพียงถูกกล่าวถึงร่วมกัน
  3. รถตำรวจกับโจรเป็นคู่ต่อสู้กัน
ดูคำตอบ

รถตำรวจกับโจรเป็นคู่ต่อสู้กัน

All I need is that lamp and I'll be rich. ไวยากรณ์

0:43

แค่ได้ตะเกียงนั่นมา ฉันก็จะรวยแล้ว

ไวยากรณ์

All I need is that lamp: เน้นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว

All I need is that lamp หมายถึง “ตะเกียงใบนั้นคือสิ่งเดียวที่ฉันต้องการ” ในรูปแบบ All + subject + need + is + needed thing คำหลัง is จะบอกสิ่งหรือเงื่อนไขสำคัญเพียงอย่างเดียวที่จำเป็น ในประโยคเต็ม ผู้พูดเชื่อว่าแค่ได้ตะเกียงมาก็เพียงพอที่จะทำให้ตนรวย วิธีพูดนี้เน้นตะเกียงมากกว่าประโยคที่เรียบง่ายกว่าอย่าง I need that lamp

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ All + subject + need + is: ____ one map, and we can find the trail.

ดูคำตอบ

All we need is

But

0:48

แต่ว่า

Oh.

0:51

โอ้

A laser device?

0:53

อุปกรณ์เลเซอร์เหรอ

The police car will be dispatched as soon as I touch it. ไวยากรณ์

0:55

รถตำรวจต้องรีบมาแน่ถ้าฉันแตะมัน

ไวยากรณ์

will be dispatched: รูปถูกกระทำในอนาคต

will be dispatched ใช้โครงสร้าง will be + กริยาช่องที่ 3 เป็นรูปถูกกระทำในอนาคต โดยรถตำรวจเป็นฝ่ายที่ถูกส่งออกไป ส่วนคนหรือระบบที่ส่งรถไม่ได้ถูกกล่าวถึง ในที่นี้ dispatch หมายถึงการส่งยานพาหนะหรือทีมไปยังสถานที่หนึ่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางการหรือรับมือเหตุฉุกเฉิน ประโยคเน้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรถตำรวจ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในอนาคตของ dispatch: When the alarm sounds, a rescue team ____ immediately.

ดูคำตอบ

will be dispatched

ไวยากรณ์

as soon as: เหตุการณ์หนึ่งเกิดทันทีหลังอีกเหตุการณ์

as soon as เป็นคำเชื่อมแบบตายตัว หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “ทันทีหลังจาก” ใช้เชื่อมสองเหตุการณ์และบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดตามอีกเหตุการณ์แทบจะทันที เมื่อพูดถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as soon as: as soon as I touch it ส่วนประโยคหลักใช้ will ได้: The police car will be dispatched โดยปกติรูปแบบนี้ไม่ใช้ will หลัง as soon as

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เป็นธรรมชาติสำหรับกล่าวถึงการกระทำในอนาคต

  1. I'll call you as soon as I get home.
  2. I'll call you as soon as I got home tomorrow.
  3. I'll call you as soon as I will get home.
ดูคำตอบ

I'll call you as soon as I get home.

Huh.

0:59

ฮึ

Now,

1:01

เอาล่ะ

how about I show off some skills? โน้ต

1:02

จะโชว์ฝีมือให้ดูสักหน่อยดีไหม

น้ำเสียง/เจตนา

How about I + กริยารูปพื้นฐาน: เสนออย่างเป็นกันเองว่าจะทำเอง

รูปแบบ How about I + กริยารูปพื้นฐาน...? เป็นวิธีพูดแบบกันเองเพื่อเสนอว่าผู้พูดจะทำบางอย่างเอง มีความหมายประมาณว่า “ให้ฉันทำดีไหม?” หลัง I ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น How about I help? ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้ขออนุญาตอย่างระมัดระวัง แต่ใช้เป็นคำเกริ่นอย่างมั่นใจก่อนลงมือทำ ความตั้งใจจริงใกล้เคียงกับ “ดูนะว่าฉันทำอะไรได้บ้าง”

แบบฝึกหัด

คุณต้องการพูดแบบกันเองเพื่อเสนอว่าจะยกกล่องเอง ประโยคใดเป็นธรรมชาติ?

  1. How about I carried the box?
  2. How about I carrying the box?
  3. How about I carry the box?
ดูคำตอบ

How about I carry the box?

กริยาวลี

show off: แสดงบางอย่างเพื่อดึงความสนใจ

Show off หมายถึงการแสดงความสามารถ สิ่งของ หรือความสำเร็จ เพราะอยากให้คนอื่นสังเกตหรือชื่นชม ใน show off some skills ผู้พูดไม่ได้แค่แสดงทักษะ แต่ความภูมิใจและความต้องการดึงความสนใจก็เป็นส่วนหนึ่งของความหมายด้วย ใช้โดยไม่มีกรรมได้ เช่น He is showing off หรือใช้กับสิ่งที่นำมาอวดได้ เช่น She showed off her trophy.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “แสดงบางอย่างเพื่อให้คนชื่นชม”: Maya loves to ____ her dance moves at parties.

ดูคำตอบ

show off

Yeah.

1:06

เย้

Uh.

1:10

อึ้ก

Yeah.

1:11

เย้

Wa.

1:13

ว้าว

I made it. วลี

1:14

ฉันทำได้แล้ว

วลี

I made it: บอกว่าตนเองทำสำเร็จ

ในฉากนี้ I made it หมายถึง “ฉันทำสำเร็จ” หรือ “ฉันทำได้แล้ว” make it เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในการพูด และในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดสร้างสิ่งของขึ้นมา ในบริบทเกี่ยวกับการเดินทางหรือตารางเวลา made it อาจหมายถึง “มาถึงแล้ว” หรือ “มาทันเวลา” ได้ด้วย ให้ดูเหตุการณ์รอบ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย make it ในรูปอดีตเพื่อบอกว่าทำสำเร็จ: After three tries, I finally ____.

ดูคำตอบ

made it

I'm a genius.

1:19

ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ

Ow.

1:21

โอ๊ย

No way.

1:24

ไม่มีทาง

No.

1:26

ไม่นะ

Yo ee yo ee ho.

1:39

โยอี โยอี โฮ

Yo ee yo ee hey.

1:41

โยอี โยอี เฮ้

Yo ee yo ee ho ho.

1:42

โยอี โยอี โฮโฮ

Yo ee yo ee hey.

1:44

โยอี โยอี เฮ้

Let's move.

1:46

ลุยกันเลย

E O E O

1:47

วีหว่อ วีหว่อ

our brave police car rushes to the rescue วลี

1:49

รถตำรวจผู้กล้าหาญของเราพุ่งไปช่วยเหลือ

when we need help.

1:52

เมื่อเราต้องการความช่วยเหลือ

วลี

rushes to the rescue: รีบไปช่วยเหลือ

Rushes to the rescue หมายถึง “รีบไปช่วยคนที่กำลังตกอยู่ในอันตรายหรือมีปัญหา” rushes แสดงถึงความรวดเร็วและความเร่งด่วน ส่วน to the rescue เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงการไปช่วยหรือช่วยชีวิตใครบางคน ในที่นี้ rescue เป็นคำนามที่อยู่หลัง the ประธาน our brave police car เป็นเอกพจน์ จึงต้องเติม -es ที่ rush ให้เป็น rushes

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย rush to the rescue ในรูปอดีต: When the child fell into the pool, the lifeguard ____.

ดูคำตอบ

rushed to the rescue

Oh,

1:54

โอ้

there he is. วลี

1:54

อยู่นั่นไง

วลี

There he is: การพบและชี้ตัวคนที่รู้อยู่แล้ว

“There he is!” ใช้เมื่อคุณเห็นอย่างกะทันหันหรือในที่สุดก็พบผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังตามหาหรือพูดถึงอยู่ เป็นการชี้ตัวเขาในขณะนั้น ในฉากนี้ตำรวจมองเห็นขโมยแล้ว โครงสร้างคือ There + pronoun + be เช่น There he is, There she is และ There they are เมื่อใช้คำสรรพนาม โครงสร้างนี้ไม่ใช่ there is แบบทั่วไปที่ใช้บอกว่ามีใครหรือสิ่งใดอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง There + pronoun + be เพื่อชี้ตัว Ben: We've been looking for Ben. Oh, ____ by the gate!

ดูคำตอบ

there he is

Freeze,

1:56

หยุดนะ

you're under arrest. วัฒนธรรม

1:56

นายถูกจับแล้ว

วัฒนธรรม

You're under arrest: คำแจ้งจับแบบตายตัวของตำรวจ

“You're under arrest.” เป็นประโยคตายตัวที่เจ้าหน้าที่ใช้แจ้งว่าตำรวจกำลังจับกุมบุคคลนั้นตามกฎหมาย หมายความว่าตอนนี้บุคคลนั้นอยู่ในสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกจับกุม under ในที่นี้บอกสภาวะที่อยู่ภายใต้กฎหมายหรืออำนาจ ไม่ได้บอกตำแหน่งว่าอยู่ข้างล่าง วลีตายตัวคือ be under arrest โดยไม่ใช้คำนำหน้านามหน้า arrest

แบบฝึกหัด

เติมคำในประโยคตายตัวของตำรวจ: The officer said, “You're ____.”

ดูคำตอบ

under arrest

E O E O

1:57

วีหว่อ วีหว่อ

super brave police car.

1:59

รถตำรวจผู้กล้าหาญสุดๆ

Yo ee yo ee ho.

2:02

โยอี โยอี โฮ

Yo ee yo ee hey.

2:04

โยอี โยอี เฮ้

Yo ee yo ee ho ho.

2:05

โยอี โยอี โฮโฮ

Yo ee yo ee hey.

2:07

โยอี โยอี เฮ้

E O E O

2:10

วีหว่อ วีหว่อ

our kind police car rushes to the rescue

2:12

รถตำรวจใจดีของเราพุ่งไปช่วยเหลือ

when we need help.

2:15

เมื่อเราต้องการความช่วยเหลือ

Oh,

2:17

โอ้

there he is.

2:17

อยู่นั่นไง

Freeze,

2:19

หยุดนะ

I got you. น้ำเสียง/เจตนา

2:19

จับได้แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

I got you.:คำพูดเมื่อจับอีกฝ่ายได้

ในฉากไล่จับนี้ I got you. หมายถึง “จับได้แล้ว” หรือ “ตอนนี้หนีไม่พ้นแล้ว” ผู้พูดกำลังบอกว่าตนจับอีกฝ่ายได้สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่า “ฉันเป็นเจ้าของเธอ” ความหมายของประโยคสั้น ๆ นี้ขึ้นอยู่กับการกระทำรอบ ๆ อย่างมาก หากเป็นการไล่จับหรือเล่นวิ่งไล่จับ จะหมายถึงจับได้ แต่ในสถานการณ์อื่น คำเดิมอาจมีความหมายต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ตำรวจตามโจรที่กำลังหนีทันแล้วพูดว่า “I got you!” ประโยคนี้หมายความว่าอะไรในสถานการณ์นี้?

  1. ผู้พูดจับอีกฝ่ายได้แล้ว
  2. ผู้พูดซื้อของขวัญ
  3. ผู้พูดเข้าใจความคิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

ผู้พูดจับอีกฝ่ายได้แล้ว

E O E O

2:20

วีหว่อ วีหว่อ

super kind police car.

2:22

รถตำรวจใจดีสุดๆ

Yo ee yo ee ho.

2:25

โยอี โยอี โฮ

Yo ee yo ee hey.

2:27

โยอี โยอี เฮ้

Yo ee yo ee ho ho.

2:29

โยอี โยอี โฮโฮ

Yo ee yo ee hey.

2:30

โยอี โยอี เฮ้

Yo ee yo ee ho.

2:32

โยอี โยอี โฮ

Yo ee yo ee hey.

2:34

โยอี โยอี เฮ้

Yo ee yo ee ho ho.

2:35

โยอี โยอี โฮโฮ

Yo ee yo ee hey.

2:37

โยอี โยอี เฮ้

You're under arrest.

2:41

นายถูกจับแล้ว

He was a really sneaky thief. การใช้คำ

2:51

เขาเป็นหัวขโมยที่เจ้าเล่ห์จริงๆ

การใช้คำ

really sneaky thief: คำบรรยายเชิงลบอย่างชัดเจน

ในวลี a really sneaky thief คำว่า sneaky บอกว่าขโมยทำอะไรอย่างลับ ๆ และไม่ซื่อสัตย์เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น เป็นคำบรรยายในเชิงลบ ไม่ใช่คำชมว่าเขาฉลาด Really ทำให้คำบรรยายมีน้ำหนักมากขึ้น กล่าวคือ ขโมยคนนั้น sneaky มาก

แบบฝึกหัด

การกระทำใดเหมาะจะบรรยายว่า sneaky มากที่สุด?

  1. แบ่งคุกกี้ให้ทุกคน
  2. หยิบคุกกี้ตอนที่ไม่มีใครมอง
  3. แก้ปริศนาได้อย่างรวดเร็วมาก
ดูคำตอบ

หยิบคุกกี้ตอนที่ไม่มีใครมอง

But Roger here never misses a thief. โน้ต

2:54

แต่ Roger คนนี้ไม่เคยปล่อยหัวขโมยไปหรอกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Roger here: here ใช้ชี้ตัวบุคคลที่กำลังแนะนำ

ใน Roger here คำว่า here วางหลังชื่อเพื่อชี้ให้ผู้ฟังรู้ว่า Roger คือคนที่ผู้พูดกำลังแนะนำ ความหมายใกล้กับ “Roger คนนี้” หรือ “Roger ที่อยู่กับพวกเรา” here เป็นส่วนหนึ่งของนามวลี Roger here มากกว่าจะเป็นคำบอกสถานที่ของทั้งประโยค หน้าที่หลักคือชี้ตัวบุคคลก่อน แล้วจึงบอกข้อมูลเกี่ยวกับเขา

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ here ในวลี Roger here คืออะไร?

  1. บอกเพียงว่า Roger อยู่ในสถานที่นี้
  2. บอกว่า Roger มาจากสถานที่ชื่อ Here
  3. ชี้ว่า Roger คือบุคคลที่กำลังได้รับการแนะนำ
ดูคำตอบ

ชี้ว่า Roger คือบุคคลที่กำลังได้รับการแนะนำ

วลี

never misses a thief: miss หมายถึงไม่ทันสังเกตหรือจับไม่ได้

ใน never misses a thief คำว่า miss หมายถึงไม่ทันสังเกต จับ หรือหยุดขโมย ไม่ได้หมายถึงคิดถึงคนที่ไม่อยู่ ในที่นี้ขโมยเป็นเป้าหมายของการกระทำของ Roger จึงใช้ความหมายของ miss ที่เกี่ยวกับการพลาดเป้าหมาย Never บอกว่าความผิดพลาดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ทั้งวลีจึงชมว่า Roger ไว้ใจได้อย่างเต็มที่เมื่อต้องจัดการกับขโมย

แบบฝึกหัด

Roger never misses a thief ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. Roger ไม่เคยเห็นขโมยมาก่อน
  2. Roger ไม่เคยคิดถึงขโมยเมื่อขโมยไม่อยู่
  3. Roger สังเกตเห็นหรือจับขโมยทุกคนที่เขาไล่ตามได้เสมอ
ดูคำตอบ

Roger สังเกตเห็นหรือจับขโมยทุกคนที่เขาไล่ตามได้เสมอ

Who took the golden tire?

3:07

ใครเอายางทองคำไป

You're saying the main exhibition โน้ต

3:26

คุณกำลังจะบอกว่าของจัดแสดงหลัก

The golden tire that shines forever is missing? ไวยากรณ์

3:29

ยางทองคำที่ส่องประกายตลอดกาลหายไปเหรอ

น้ำเสียง/เจตนา

You're saying ...? เพื่อยืนยันข้อมูลที่น่าประหลาดใจ

You're saying ...? ใช้พูดซ้ำหรือสรุปสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งบอก แล้วขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าเราเข้าใจถูกต้อง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าสิ่งจัดแสดงสำคัญนั้นหายไปจริงหรือไม่ แม้ You're saying จะดูเหมือนประโยคบอกเล่าในรูป present progressive แต่เมื่อเป็นคำถามจะมีความหมายว่า Do you mean ...? และมักสื่อถึงความประหลาดใจหรือความไม่อยากเชื่อด้วย

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งได้ยินว่าโรงเรียนจะปิดหนึ่งเดือน คำตอบใดพูดซ้ำข่าวนี้อย่างเป็นธรรมชาติและขอคำยืนยัน?

  1. You say the school closes every month.
  2. You're telling the school to close for a month.
  3. You're saying the school will close for a month?
ดูคำตอบ

You're saying the school will close for a month?

การใช้คำ

the main exhibition: เลือก exhibition หรือ exhibit

ในประโยคนี้ the main exhibition หมายถึงจุดเด่นที่สำคัญที่สุดในการจัดแสดง ซึ่งมีชื่อว่า The golden tire that shines forever คำนำหน้านาม the ชี้ถึงสิ่งเฉพาะที่ผู้พูดทั้งสองเข้าใจกันอยู่แล้ว และ main บอกว่าสิ่งนี้เป็นจุดสำคัญหลัก ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้ในพิพิธภัณฑ์ exhibition มักหมายถึงนิทรรศการสาธารณะที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบและอาจมีสิ่งของหลายชิ้น บริบทนี้ทำให้เข้าใจได้ว่าหมายถึงจุดเด่นหลัก แม้ปกติจะใช้ exhibit สำหรับสิ่งของที่จัดแสดงเพียงชิ้นเดียว

แบบฝึกหัด

พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งมีโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียงหนึ่งชิ้น วลีใดเรียกวัตถุจัดแสดงชิ้นนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. the main exhibitor
  2. the main exhibit
  3. the main exhibition
ดูคำตอบ

the main exhibit

ไวยากรณ์

that shines forever: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยายคำว่า tire

that shines forever เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย the golden tire ตรงนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึง tire และทำหน้าที่เป็นประธานของ shines ไม่ใช่ that ที่ใช้ชี้ว่า “นั้น” แบบคำเดี่ยว ในโครงสร้าง คำนาม + that + คำกริยา อนุประโยคจะช่วยระบุหรืออธิบายคำนาม เช่น the lamp that lights the hallway เพราะในที่นี้ that เป็นประธานของ shines จึงละไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค that เพื่อขยายคำนามได้ถูกต้อง?

  1. The robot cleans that my room is broken.
  2. The robot that it cleans my room is broken.
  3. The robot that cleans my room is broken.
ดูคำตอบ

The robot that cleans my room is broken.

Yes.

3:32

ใช่

I still can't believe it's over. น้ำเสียง/เจตนา

3:36

ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจบแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

I still can't believe it's over: ความไม่อยากเชื่อที่ยังคงต่อเนื่อง

I still can't believe it's over หมายถึง ผู้พูดรู้ว่าบางอย่างจบลงแล้ว แต่ยังทำใจยอมรับได้ยาก ตรงนี้ over หมายถึง “จบแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “อยู่เหนือบางสิ่ง” still แสดงว่าความรู้สึกนี้เริ่มมาก่อนหน้านี้และยังต่อเนื่องถึงตอนนี้ ตามบริบท ประโยคนี้อาจสื่อความเศร้า ความประหลาดใจ หรือความดีใจแบบเหลือเชื่อ

แบบฝึกหัด

ในประโยค I still can't believe it's over คำว่า still แสดงอะไร?

  1. กิจกรรมนั้นยังไม่จบ
  2. เมื่อก่อนผู้พูดเชื่อ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อแล้ว
  3. ความรู้สึกไม่อยากเชื่อของผู้พูดยังคงต่อเนื่องมาถึงตอนนี้
ดูคำตอบ

ความรู้สึกไม่อยากเชื่อของผู้พูดยังคงต่อเนื่องมาถึงตอนนี้

We had been preparing this for months. ไวยากรณ์

3:38

เราเตรียมงานนี้มาหลายเดือนเลยนะ

ไวยากรณ์

had been preparing ... for months: past perfect continuous

had been preparing เป็นรูป past perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง had been + คำกริยาเติม -ing ใช้บอกว่าการเตรียมเริ่มขึ้นก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีตและดำเนินต่อเนื่องอยู่ระยะหนึ่ง for months บอกระยะเวลา เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เน้นกระบวนการที่ยาวนานและความทุ่มเทก่อนเหตุการณ์ในอดีตนั้น ไม่ได้เพียงบอกว่าเคยมีการเตรียมการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect continuous ของ prepare: Before the doors opened, we ____ the exhibit for three months.

ดูคำตอบ

had been preparing

It's not over yet. น้ำเสียง/เจตนา

3:41

ยังไม่จบหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

It's not over yet.: ผลลัพธ์ยังเปลี่ยนแปลงได้

It's not over yet. หมายความว่าสถานการณ์หนึ่งยังไม่จบจนถึงตอนนี้ ในประโยคปฏิเสธ yet หมายถึงจนถึงตอนนี้ และสื่อว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง เมื่อมีคนบอกว่าสถานการณ์หมดหวังหรือจบแล้ว ประโยคนี้ใช้โต้แย้งความคิดนั้นว่า ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน จึงอาจยังมีโอกาสอยู่

แบบฝึกหัด

ทีมของคุณตามหลังอยู่ แต่การแข่งขันยังเหลืออีกสิบนาที คำตอบใดเหมาะที่สุดสำหรับให้กำลังใจทุกคนไม่ให้ยอมแพ้?

  1. It hasn't started yet.
  2. It's over for good.
  3. It's not over yet.
ดูคำตอบ

It's not over yet.

Don't give up, น้ำเสียง/เจตนา

3:43

อย่าเพิ่งยอมแพ้ครับ

director.

3:44

ท่านผู้อำนวยการ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't give up: การให้กำลังใจโดยตรงให้พยายามต่อไป

give up เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “หยุดพยายาม” หรือ “ยอมแพ้” ในที่นี้ Don't give up เป็นการบอกผู้กำกับโดยตรงให้พยายามต่อไปหลังจากเจออุปสรรค รูปแบบนี้เรียกว่าประโยคคำสั่งปฏิเสธ ในประโยคนี้ต้องเข้าใจ give up เป็นหน่วยเดียว ไม่ได้หมายถึง “ให้สิ่งของแก่ใคร” คำให้กำลังใจนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หรือเติมเหตุผลสั้น ๆ ต่อท้ายได้ เช่น Don't give up—you are almost there.

แบบฝึกหัด

Mia อยากเลิกหลังจากฝึกได้ไม่ดีเพียงครั้งเดียว เติมคำให้กำลังใจด้วยรูปปฏิเสธของ give up: "____—you can improve."

ดูคำตอบ

Don't give up

Police car Roger will find it for you.

3:46

รถตำรวจ Roger จะหามันมาให้คุณเอง

Oh.

3:51

โอ้

But then

3:52

แต่ว่า

oh,

3:54

โอ้

look.

3:54

ดูสิ

There isn't a single clue. ไวยากรณ์

3:56

ไม่มีเบาะแสเลยสักนิด

ไวยากรณ์

isn't a single clue: เน้นว่าไม่มีเบาะแสแม้แต่อย่างเดียว

ใน there isn't a single clue คำว่า isn't ใช้ร่วมกับ a single + คำนามนับได้รูปเอกพจน์ ทั้งวลีหมายความว่าจำนวนเบาะแสเป็นศูนย์ และเน้นว่าไม่มีแม้แต่เบาะแสเดียว single ในที่นี้ช่วยเน้นความหมายว่าจำนวนเป็นศูนย์ ไม่ได้แปลว่า “โสด” และไม่ได้บอกว่ามีเบาะแสหนึ่งอย่างอยู่เพียงลำพัง เมื่อต้องการเน้นว่าไม่มีเลย สามารถใช้รูปแบบ not a single + คำนามนับได้รูปเอกพจน์

แบบฝึกหัด

กล่องว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง ประโยคใดใช้โครงสร้างได้ถูกต้องเพื่อเน้นว่าไม่มีเหรียญแม้แต่เหรียญเดียว

  1. There isn't single coin inside.
  2. There aren't a single coins inside.
  3. There isn't a single coin inside.
ดูคำตอบ

There isn't a single coin inside.

I don't know where it could have gone. ไวยากรณ์

3:59

ฉันไม่รู้เลยว่ามันจะไปอยู่ที่ไหน

ไวยากรณ์

where it could have gone: ลำดับคำของคำถามแฝงและความเป็นไปได้ในอดีต

where it could have gone เป็นคำถามแฝงที่ตามหลัง I don't know แม้จะขึ้นต้นด้วย where แต่ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: where + ประธาน it + could ในประโยคใหญ่แบบนี้ อย่าใช้ลำดับคำของคำถามตรงอย่าง where could it could have + กริยาช่องที่ 3 ใช้บอกความเป็นไปได้เกี่ยวกับอดีต ในที่นี้ could have gone หมายถึงผู้พูดกำลังคิดว่าสิ่งของที่หายไปแล้วอาจไปอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำของคำถามแฝงและรูปกริยาได้ถูกต้อง

  1. I don't know where it could have gone.
  2. I don't know where could it have gone.
  3. I don't know where it could have went.
ดูคำตอบ

I don't know where it could have gone.

Director.

4:03

ผู้อำนวยการครับ

Let's take a closer look. วลี

4:08

ลองเข้าไปดูใกล้ๆ กันเถอะ

วลี

take a closer look: ตรวจดูบางสิ่งให้ละเอียดขึ้น

take a closer look เป็นกลุ่มคำที่เป็นธรรมชาติ หมายถึงตรวจดูหรือสังเกตบางสิ่งให้ละเอียดขึ้น closer ในที่นี้หมายถึงใส่ใจหรือดูรายละเอียดมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงขยับตัวเข้าไปใกล้จริง ๆ เมื่อต้องการบอกสิ่งที่ตรวจดู ให้ใช้ take a closer look at + คำนามหรือคำสรรพนาม ส่วน Let's take... เป็นการชวนอย่างเป็นมิตรให้ผู้พูดและผู้ฟังตรวจดูสิ่งนั้นด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนให้ตรวจดูแผนที่อย่างละเอียดขึ้นได้เป็นธรรมชาติ

  1. Let's look the map more close.
  2. Let's take a closer look the map.
  3. Let's take a closer look at the map.
ดูคำตอบ

Let's take a closer look at the map.

Who took the shiny tire made of gold? ไวยากรณ์

4:19

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

ไวยากรณ์

made of gold: บอกวัสดุของสิ่งของ

ในประโยคนี้ made of gold ขยายคำว่า tire และบอกวัสดุของยางรถว่าเป็นทอง วลีนี้เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูปกริยาช่องสามและวางไว้หลังคำนาม โดยย่อมาจาก that is made of gold ใช้ made of + วัสดุ เพื่อบอกว่าสิ่งของประกอบด้วยวัสดุอะไร เช่น made of wood หรือ made of metal วลีนี้ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนสร้างสิ่งของนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าทองเป็นวัสดุของแหวน?

  1. The ring is made of gold.
  2. The ring is made from a goldsmith.
  3. The ring is made by gold.
ดูคำตอบ

The ring is made of gold.

Who took the shiny tire made of gold?

4:23

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Are there clues?

4:26

มีเบาะแสไหม

Handprints.

4:28

รอยมือ

Anything else? น้ำเสียง/เจตนา

4:29

มีอะไรอีกไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Anything else?: ถามว่ายังมีอย่างอื่นอีกไหม

Anything else? ใช้ถามว่ามีสิ่งของ รายละเอียด หรือคำขออื่นที่ต้องเพิ่มอีกไหม หลังจากมีการพูดถึงบางอย่างไปแล้ว ในฉากนี้ผู้พูดกำลังถามหาคำใบ้อีกอย่าง เป็นรูปคำถามสั้นที่ใช้ในการสนทนา โดยรูปเต็มอาจเป็น Is there anything else? หรือ Do you need anything else? คำว่า else อยู่หลัง anything และหมายถึง “อื่น” หรือ “เพิ่มเติม”

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกของที่จะนำไปแล้วสองอย่าง คำถามใดใช้ถามว่าควรเพิ่มของอย่างอื่นอีกไหม?

  1. Anything else?
  2. Anything wrong?
  3. Anything the same?
ดูคำตอบ

Anything else?

Footprints.

4:31

รอยเท้า

Let's follow these footprints. วลี

4:33

ตามรอยเท้าพวกนี้ไปกันเถอะ

วลี

follow these footprints: ตามรอยเท้า

follow these footprints หมายถึงเดินไปตามทางที่รอยเท้าบอกไว้เพื่อดูว่ารอยเท้านำไปที่ไหน ในที่นี้สิ่งที่ตามคือร่องรอยหรือเบาะแส ไม่ใช่คน ยังพูดได้ว่า follow a path, follow tracks, follow directions หรือ follow clues เมื่อสิ่งนั้นช่วยนำทางจากสถานที่หรือขั้นตอนหนึ่งไปยังอีกแห่งหรืออีกขั้นตอนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ follow + these footprints: Look at these footprints. Let's ____.

ดูคำตอบ

follow these footprints

Who took the shiny tire made of gold?

4:35

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Who took the shiny tire made of gold?

4:38

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Are there clues?

4:41

มีเบาะแสไหม

A secret passage. การใช้คำ

4:43

ทางเดินลับ

การใช้คำ

secret passage: ทางเดินที่ซ่อนอยู่

secret passage คือเส้นทางที่ซ่อนอยู่และคนสามารถใช้เดินผ่านได้ มักอยู่ภายในอาคารหรือเชื่อมระหว่างห้อง ในเรื่องผจญภัยหรือเรื่องลึกลับ ทางนี้อาจซ่อนอยู่หลังกำแพง ประตู หรือชั้นหนังสือ passage ในที่นี้หมายถึงทางสำหรับผ่านสถานที่หนึ่ง ไม่ได้หมายถึงข้อความส่วนหนึ่งในงานเขียน

แบบฝึกหัด

ในเรื่องลึกลับ secret passage คืออะไร?

  1. ถนนสาธารณะที่มีการจราจรหนาแน่น
  2. ข้อความสั้น ๆ ส่วนหนึ่งในงานเขียน
  3. เส้นทางที่ซ่อนอยู่ภายในอาคาร
ดูคำตอบ

เส้นทางที่ซ่อนอยู่ภายในอาคาร

Anything else?

4:45

มีอะไรอีกไหม

A gas station flyer? การใช้คำ

4:46

ใบปลิวปั๊มน้ำมันเหรอ

การใช้คำ

A gas station flyer?: โครงสร้างคำนาม + คำนาม

ใน gas station flyer คำว่า flyer เป็นคำนามหลักที่บอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร ส่วน gas station อยู่หน้า flyer เพื่อบอกว่าใบปลิวนั้นเกี่ยวข้องกับสถานที่ใด ใบปลิวอาจมาจากปั๊มน้ำมัน กล่าวถึงปั๊มน้ำมัน หรือโฆษณาปั๊มน้ำมันก็ได้ โดยต้องดูความสัมพันธ์ที่แน่นอนจากบริบท ภาษาอังกฤษมักวางคำนามหรือกลุ่มคำนามไว้หน้าคำนามอีกคำเพื่อขยายความ เช่น school bus และ coffee cup คำนามตัวสุดท้ายให้ความหมายหลักและเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์: one gas station flyer, two gas station flyers

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกโครงสร้างของ a gas station flyer ได้ถูกต้อง?

  1. คนที่บินอยู่เหนือปั๊มน้ำมัน
  2. ปั๊มน้ำมันที่มีรูปร่างเหมือนใบปลิว
  3. ใบปลิวที่เกี่ยวข้องกับปั๊มน้ำมัน โดย flyer เป็นคำนามหลัก
ดูคำตอบ

ใบปลิวที่เกี่ยวข้องกับปั๊มน้ำมัน โดย flyer เป็นคำนามหลัก

Let's go this way. วลี

4:50

ไปทางนี้กันเถอะ

วลี

go this way: ไปในทิศทางที่ชี้บอก

ใน go this way คำว่า this way ทำหน้าที่บอกทิศทางหรือเส้นทาง หมายถึงให้เคลื่อนไปในทิศทางที่ฉันกำลังชี้ หรือให้ไปตามเส้นทางนี้ ในที่นี้ way ไม่ได้หมายถึงวิธีการ Let's ทำให้ทั้งประโยคเป็นคำชวนที่เป็นมิตรให้ทุกคนไปด้วยกัน ผู้พูดอาจชี้ทิศทาง เริ่มเดิน หรือใช้สิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อให้ชัดเจนว่า this way หมายถึงทางไหน

แบบฝึกหัด

คุณชี้ไปตามโถงทางเดินและชวนเพื่อนให้ตามมา ประโยคใดเป็นธรรมชาติ?

  1. Let's move this how.
  2. Let's go this way.
  3. Let's go this method.
ดูคำตอบ

Let's go this way.

Who took the shiny tire made of gold?

4:51

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Who took the shiny tire made of gold?

4:54

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Are there clues?

4:57

มีเบาะแสไหม

This car?

4:59

รถคันนี้เหรอ

No.

5:00

ไม่ใช่

Anything else?

5:01

มีอะไรอีกไหม

That car.

5:02

รถคันนั้นไง

Hm.

5:03

อื้ม

There it is. วลี

5:08

อยู่นั่นไง

วลี

There it is: ชี้เป้าหมายที่เพิ่งหาเจอ

“There it is.” หมายถึง “เห็นของที่เรากำลังหาแล้ว มันอยู่ตรงนั้น” คำว่า it ใช้แทนสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร ส่วน there ชี้ตำแหน่งของสิ่งนั้น ลำดับคำนี้ใช้ชี้เป้าหมายที่รู้จักอยู่แล้ว และมักเป็นการบอกว่าเพิ่งหาเจอ ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อบอกว่ามีสิ่งใหม่อยู่

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบสามคำ There + คำสรรพนาม + be เพื่อชี้สิ่งของที่เพิ่งหาเจอ: ____! The missing key was under the sofa.

ดูคำตอบ

There it is

The golden tire.

5:09

ยางทองคำ

You're busted. การใช้คำ

5:10

นายโดนจับได้แล้ว

การใช้คำ

You're busted: ถูกจับได้หรือความลับถูกเปิดเผย

ใน “You're busted.” คำว่า busted หมายถึงถูกจับได้ขณะทำสิ่งที่ผิดหรือความลับถูกเปิดเผย ผู้พูดกำลังประกาศว่าความลับหรือการกระทำไม่ดีของอีกฝ่ายไม่ได้ถูกซ่อนไว้อีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของคนนั้นพัง ประโยคนี้ฟังเหมือนการประกาศทันทีว่าอีกฝ่ายซ่อนสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “You're busted!” อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายความว่าการทำผิดของใครบางคนถูกเปิดเผยแล้ว

  1. Your bicycle has a flat tire. You're busted!
  2. You finished your homework. You're busted!
  3. I saw you take the last cookie. You're busted!
ดูคำตอบ

I saw you take the last cookie. You're busted!

Who took the shiny tire made of gold?

5:18

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Who took the shiny tire made of gold?

5:21

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Are there clues?

5:24

มีเบาะแสไหม

The license plate. วัฒนธรรม

5:26

ป้ายทะเบียน

วัฒนธรรม

license plate: ป้ายทะเบียนที่ใช้ระบุรถ

license plate หมายถึงป้ายทะเบียนที่ติดอยู่กับรถ ตัวอักษรและตัวเลขบนป้ายใช้ระบุรถคันนั้น จึงนำไปใช้ค้นหาหรือตรวจสอบรถในงานจราจรหรือการสืบสวนได้ ในวลีนี้ plate หมายถึงป้ายแบน ๆ บนรถ ไม่ได้หมายถึงจานใส่อาหาร

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษแบบอเมริกันสองคำที่เรียนไปข้างต้น ซึ่งหมายถึงป้ายทะเบียนของรถ: The witness photographed the ____.

ดูคำตอบ

license plate

Anything else?

5:28

มีอะไรอีกไหม

We can use the matching system. การใช้คำ

5:29

เราใช้ระบบจับคู่ได้นะ

การใช้คำ

use the matching system: ใช้ระบบเปรียบเทียบข้อมูลกับระเบียน

วลี use the matching system หมายถึงการใช้เครื่องมือที่เปรียบเทียบข้อมูลที่ป้อนเข้ากับข้อมูลที่จัดเก็บไว้ เพื่อหาระเบียนเดียวกันหรือระเบียนที่ตรงกัน ในบริบทนี้ สามารถนำข้อมูลป้ายทะเบียนไปตรวจสอบกับระเบียนรถได้ matching อธิบายหน้าที่การเปรียบเทียบของระบบ ส่วน the ชี้ว่าผู้พูดหมายถึงระบบเฉพาะที่ทั้งสองฝ่ายรู้จักอยู่แล้ว ที่นี่ matching เกี่ยวข้องกับข้อมูล ไม่ได้หมายถึงการจับคู่เสื้อผ้าหรือสีให้ดูเข้ากัน

แบบฝึกหัด

ในบริบททางเทคนิคหรือการสืบสวน matching system น่าจะทำหน้าที่อะไร?

  1. เปรียบเทียบข้อมูลเพื่อหาผลลัพธ์ที่ตรงกัน
  2. ซ่อมชิ้นส่วนรถที่เสียหาย
  3. เลือกเสื้อผ้าที่มีสีเข้ากัน
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบข้อมูลเพื่อหาผลลัพธ์ที่ตรงกัน

We got you.

5:32

จับตัวได้แล้ว

Who took the shiny tire made of gold?

5:33

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Who took the shiny tire made of gold?

5:36

ใครเอายางที่เป็นทองคำเปล่งประกายไป

Stop there. น้ำเสียง/เจตนา

5:39

หยุดอยู่ตรงนั้นนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Stop there: คำสั่งตรง ๆ ให้หยุดเคลื่อนไหว

ในประโยคนี้ Stop there หมายถึงให้หยุดอยู่ที่ตำแหน่งปัจจุบันและอย่าเดินหน้าต่อ คำว่า there ระบุจุดที่อีกฝ่ายต้องหยุด ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง โดยมีประธาน you ที่ละไว้ เนื่องจากไม่มีคำช่วยทำให้น้ำเสียงนุ่มลง จึงเป็นคำสั่งที่หนักแน่น ไม่ใช่คำแนะนำ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ Stop there มากที่สุด

  1. นักเดินทางถามอย่างสุภาพว่าสถานีอยู่ที่ไหน
  2. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสั่งให้คนที่ยังเคลื่อนที่อยู่หยุดทันที
  3. เพื่อนถามว่าภาพยนตร์เริ่มกี่โมง
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสั่งให้คนที่ยังเคลื่อนที่อยู่หยุดทันที

You won't get away with this. กริยาวลี

5:41

นายหนีไม่รอดหรอก

กริยาวลี

get away with this: หลีกเลี่ยงผลของการทำผิด

Get away with this หมายถึงทำสิ่งที่ผิดนี้แล้วไม่ถูกลงโทษ ไม่ถูกตำหนิ หรือไม่ต้องเผชิญผลที่ตามมา คำว่า this หมายถึงการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายรู้ได้จากบริบท ในประโยคเต็ม won't ทำให้ความหมายนี้กลายเป็นคำเตือน กล่าวคือ ผู้พูดบอกว่าอีกฝ่ายจะต้องรับผิดชอบ ให้เข้าใจ get away with เป็นสำนวนเดียว ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสามคำจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: He broke the rule but thought he could ____ it.

ดูคำตอบ

get away with

Stop there.

5:43

หยุดอยู่ตรงนั้นนะ

Where did the thief go?

5:44

หัวขโมยหายไปไหนแล้ว

Oh.

5:53

โอ้

You are under arrest.

5:53

คุณถูกจับแล้ว

Wow.

6:00

ว้าว

The golden tire is back.

6:01

ยางทองคำกลับมาแล้ว

Thank you so much.

6:03

ขอบคุณมากนะ

You're welcome.

6:05

ด้วยความยินดีครับ

I was just doing my job. น้ำเสียง/เจตนา

6:07

ผมก็แค่ทำตามหน้าที่

น้ำเสียง/เจตนา

I was just doing my job: คำตอบอย่างถ่อมตัวเมื่อได้รับคำขอบคุณ

“I was just doing my job” มักใช้ตอบคำขอบคุณหรือคำชมอย่างถ่อมตัว ผู้พูดบอกว่าการช่วยเหลือนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ จึงไม่ได้ต้องการคำชมเพิ่มเติม just ในที่นี้หมายถึง “เพียงแค่” และทำให้ผลงานดูไม่พิเศษมากนัก ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่”

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบแบบถ่อมตัวด้วยสำนวนจากบทเรียน: A visitor thanked the museum guard for helping. The guard said, “I was ____ my job.”

ดูคำตอบ

just doing

Ready

6:13

พร้อม

Roger

6:15

Roger

Forrest

6:16

Forrest

Cloudia

6:18

Claudia

Pinkfong Super Rescue Team.

6:22

พิงค์ฟอง ทีมกู้ภัยซูเปอร์

Are you ready?

6:29

คุณพร้อมหรือยัง

Yes,

6:31

ใช่

I'm ready.

6:31

ฉันพร้อมแล้ว

Roger.

6:33

Roger

Click the subscribe button.

6:36

กดปุ่มติดตามด้วยนะ

Complete.

6:38

เสร็จสมบูรณ์