เสพติดสงคราม ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
839 คำ 154 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้เล่าเส้นทางชีวิตของเฟอร์กัล คีน ผู้สื่อข่าวสงครามของบีบีซี ตั้งแต่การเผชิญความขัดแย้งซ้ำ ๆ บาดแผลทางใจหลังรายงานข่าวในรวันดา ภาวะติดสุรา การพังทลายทางจิตใจ จนถึงการวินิจฉัย PTSD พร้อมอธิบายว่าอะดรีนาลีนในแนวหน้าดึงเขากลับไปอย่างไร และการได้รับความช่วยเหลือทำให้เขาเลี่ยงทั้งสุราและสงครามได้ในที่สุด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. make sense of — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วิธีพูดถึงกระบวนการทำความเข้าใจและจัดระเบียบประสบการณ์ ข้อมูล หรือเหตุการณ์ที่ตอนแรกดูซับซ้อน สับสน หรือน่าหวาดกลัว กลุ่มคำที่พบบ่อยนี้ใช้ได้เป็นธรรมชาติในข่าว การเรียน และการวิเคราะห์งาน โดยในเรื่องนี้รายงานของคีนช่วยให้ผู้ชมเข้าใจความเป็นจริงของสงคราม 2. a slow, steady erosion. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่า erosion ถูกใช้เป็นอุปมาเพื่อบรรยายความเสียหายทางจิตใจที่ค่อย ๆ สะสม ไม่ใช่การพังลงอย่างฉับพลันและรุนแรง ภาพนี้ช่วยเล่าว่าแรงกดดันค่อย ๆ กัดกร่อนสุขภาวะ ความมั่นใจ หรือความสามารถในการอดทนได้อย่างไร 3. stay away from booze and war. — กริยาวลี: ใช้ stay away from เพื่อสื่อถึงการตั้งใจหลีกเลี่ยงสารเสพติด สถานที่ กิจกรรม หรือแหล่งอันตราย ในบริบทนี้วลีเชื่อมการฟื้นตัวเข้ากับการรักษาระยะห่างจากทั้งสุราและงานข่าวสงครามที่กลายเป็นแรงผลักแบบควบคุมไม่ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from BBCLearningEnglish.com.

0:02

Six Minute English จาก BBCLearningEnglish.com

Hello,

0:09

สวัสดี

this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:10

นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:13

ผม Neil

And I'm Sam.

0:14

และฉัน Sam

In this programme, ลำดับความ

0:15

ในรายการนี้

ลำดับความ

In this programme: การกำหนดขอบเขตเนื้อหาของรายการตอนนี้

เมื่อใช้ตอนเปิดรายการ In this programme จะกำหนดกรอบของข้อมูลที่จะตามมา โดยอนุประโยคถัดไปจะบอกผู้ฟังว่ารายการตอนนี้ครอบคลุมเรื่องใด วลีที่วางไว้ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางเพื่อจัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่ใจความหลัก ในที่นี้ programme หมายถึงรายการออกอากาศตอนปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

เติมบทนำรายการวิทยุด้วยวลีที่ใช้กำหนดขอบเขตตามที่เรียนมาให้ถูกต้อง: ____, we explore how maps shape the way people see the world.

ดูคำตอบ

In this programme

we'll be hearing about the extraordinary life ไวยากรณ์

0:16

เราจะมาฟังเรื่องราวชีวิตที่ไม่ธรรมดา

of a well-known BBC journalist Fergal Keane. วลี

0:18

ของนักข่าว BBC ผู้มีชื่อเสียง Fergal Keane

ไวยากรณ์

we'll be hearing: การเกริ่นเนื้อหาที่จัดไว้แล้ว

We'll be hearing อยู่ในรูป future progressive แบบ will be + คำกริยาเติม -ing ในที่นี้ใช้เกริ่นถึงเนื้อหาที่ถูกจัดไว้แล้วในลำดับถัดไปของรายการ ไม่ได้หมายถึงการฟังที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ จุดเน้นไม่ใช่ระยะเวลาที่ใช้ฟัง รูปนี้นำเสนอเนื้อหาว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งในลำดับที่วางไว้ จึงเป็นวิธีที่ผู้ดำเนินรายการมักใช้เพื่อบอกกำหนดการถัดไปแก่ผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป future progressive ของ hear เพื่อเติมคำเกริ่นของผู้ดำเนินรายการให้สมบูรณ์: Later in the podcast, ____ from three climate scientists.

ดูคำตอบ

we'll be hearing

วลี

well-known เมื่อนำหน้าคำนาม

well-known หมายถึงเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมาก ในที่นี้คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หนึ่งหน่วยอยู่หน้า journalist และบอกระดับการเป็นที่รู้จักของนักข่าวคนนั้นในหมู่สาธารณชน เมื่อ well และ known ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อขยายคำนามที่ตามมา ตามมาตรฐานจะเขียนโดยมีเครื่องหมายยัติภังค์: a well-known journalist เครื่องหมายนี้แสดงว่าสองคำรวมกันเป็นส่วนขยายเดียว

แบบฝึกหัด

เขียน well-known ในรูปมาตรฐานเมื่อนำหน้าคำนาม: The podcast features a ____ historian.

ดูคำตอบ

well-known

As a BBC war correspondent, การใช้คำ

0:22

ในฐานะผู้สื่อข่าวสงครามของ BBC

การใช้คำ

war correspondent ในฐานะบทบาทในวงการข่าว

war correspondent คือผู้สื่อข่าวที่เชี่ยวชาญการรายงานสงครามและความขัดแย้งด้วยอาวุธ โดยมักรายงานจากพื้นที่ขัดแย้งหรือบริเวณใกล้เคียง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวระบุบทบาทวิชาชีพที่บีบีซี ในภาษาข่าว correspondent โดยทั่วไปหมายถึงผู้สื่อข่าวที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสถานที่หรือหัวข้อเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงคนทั่วไปที่ติดต่อกันด้วยจดหมายหรือข้อความ

แบบฝึกหัด

ใช้ชื่อตำแหน่งในวงการข่าวที่แม่นยำ: A journalist assigned to cover wars and armed conflicts is a ____.

ดูคำตอบ

war correspondent

Fergal witnessed some of the most violent events in recent history. วลี

0:24

Fergal ได้เห็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดบางเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้

วลี

witnessed ... events: เห็นเหตุการณ์ร้ายแรงด้วยตนเอง

ใน witnessed some of the most violent events คำว่า witnessed เป็นรูปอดีตของกริยาสกรรม witness หมายความว่าเฟอร์กัลอยู่ในเหตุการณ์และเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นด้วยตนเอง โดย events เป็นกรรมตรง ไม่ได้หมายความว่าเขาไปให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้นในศาลภายหลัง เมื่อเทียบกับ saw คำว่า witnessed เป็นทางการกว่า โดยนำเสนอว่าเหตุการณ์นั้นร้ายแรงหรือน่าสนใจ และเน้นการเห็นด้วยตนเอง จึงพบได้บ่อยในรายงานข่าว บันทึกประวัติศาสตร์ และคำให้การ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่านักข่าวอยู่ในที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นด้วยตนเอง

  1. The reporter described the explosion in her article.
  2. The reporter learned about the explosion the next morning.
  3. The reporter witnessed the explosion from across the street.
ดูคำตอบ

The reporter witnessed the explosion from across the street.

Fergal's reporting helped his television audiences

0:28

การรายงานข่าวของ Fergal ช่วยให้ผู้ชมโทรทัศน์ของเขา

make sense of the horrors of war. วลี

0:31

เข้าใจถึงความโหดร้ายของสงคราม

วลี

make sense of: ทำความเข้าใจสิ่งที่ชวนสับสน

make sense of + คำนามหรือคำสรรพนาม หมายถึงการเข้าใจหรือหาคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลให้กับสิ่งที่ยาก ซับซ้อน หรือชวนสับสน ในประโยคนี้ รายงานช่วยให้ผู้ชมจัดระเบียบข้อมูลที่ได้รับจนเข้าใจความโหดร้ายของสงคราม สิ่งที่ต้องการทำความเข้าใจจะอยู่หลัง of เช่น make sense of the data หรือ make sense of it อย่าแปลสำนวนนี้ทีละคำว่า “สร้างความรู้สึก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เข้าใจข้อมูลที่ชวนสับสน”: I'm trying to ____ these conflicting instructions.

ดูคำตอบ

make sense of

But underneath, ลำดับความ

0:34

แต่ลึกๆ แล้ว

there were more personal reasons attracting him to the frontline การใช้คำ

0:35

มีเหตุผลส่วนตัวมากกว่านั้นที่ดึงดูดเขาไปยังแนวหน้า

ลำดับความ

“But underneath,”: การเปลี่ยนไปสู่เหตุผลที่ลึกกว่า

ในประโยคนี้ But underneath, เปลี่ยนความสนใจของผู้ฟังจากคำอธิบายก่อนหน้าที่เห็นได้ชัดกว่า ไปสู่เหตุผลที่เป็นเรื่องส่วนตัวและมองเห็นได้ยากกว่า But แสดงความขัดแย้ง ส่วน underneath ชี้ไปยังความหมายในชั้นที่ลึกกว่า underneath ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้างนี้ใช้เกริ่นถึงความรู้สึก แรงจูงใจ หรือปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายใต้พฤติกรรมที่แสดงต่อสาธารณะหรือเหตุผลที่บุคคลนั้นกล่าวไว้

แบบฝึกหัด

But underneath, ในตัวอย่างส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. การเปลี่ยนจากคำอธิบายที่เห็นได้ภายนอกไปสู่เหตุผลที่ลึกกว่าและมองเห็นได้ยากกว่า
  2. การอธิบายว่าบางสิ่งอยู่ในตำแหน่งทางกายภาพที่ต่ำกว่า
  3. สัญญาณว่าผู้พูดกำลังจบหัวข้อนี้
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนจากคำอธิบายที่เห็นได้ภายนอกไปสู่เหตุผลที่ลึกกว่าและมองเห็นได้ยากกว่า

การใช้คำ

the frontline: พื้นที่ที่ใกล้การสู้รบมากที่สุด

ในประโยคนี้ the frontline หมายถึงพื้นที่ในสงครามหรือความขัดแย้งด้วยอาวุธที่อยู่ใกล้การสู้รบจริงมากที่สุด เป็นสถานที่อันตรายที่กำลังมีการต่อสู้ ไม่ใช่เพียงตำแหน่งด้านหน้าของกลุ่ม คำนี้ยังใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับบุคคลหรือสถานที่ที่รับมือกับวิกฤตโดยตรงที่สุดได้ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่แนวหน้าในช่วงการระบาด อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนี้ใช้ความหมายตามตัวอักษรในบริบทสงคราม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่อยู่ใกล้การสู้รบจริงมากที่สุด: The correspondent sent reports from ____.

ดูคำตอบ

the frontline

Despite the danger, ไวยากรณ์

0:38

แม้จะมีอันตราย

ไวยากรณ์

Despite the danger: despite + นามวลี

“Despite the danger” แสดงความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน กล่าวคือ อันตรายมีอยู่จริง แต่ไม่ได้ขัดขวางเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในอนุประโยคถัดไป despite เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น despite the danger, despite this, despite being tired และไม่สามารถตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีกริยาผันโดยตรงได้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ despite เพื่อแสดงความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันได้ถูกต้อง

  1. Although the heavy rain, the match continued.
  2. Despite the heavy rain, the match continued.
  3. Despite it rained heavily, the match continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the match continued.

Fergal found himself going back again and again โน้ต

0:40

Fergal ก็พบว่าตัวเองกลับไปแล้วกลับไปอีก

ไวยากรณ์

found himself going back: โครงสร้าง find oneself doing

“found himself going back” ใช้โครงสร้าง find + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + รูป -ing หมายความว่าเฟอร์กัลตระหนักว่าตัวเองกลับไปซ้ำ ๆ โดยมักไม่ได้วางแผนไว้อย่างตั้งใจ ในที่นี้ found ไม่ได้หมายถึง “ค้นหาตำแหน่งพบ” และ himself ก็ไม่ใช่สิ่งของที่เขาค้นพบ โครงสร้างทั้งหมดสื่อว่าคนคนหนึ่งสังเกตเห็นการกระทำหรือสถานการณ์ของตนเองอย่างไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง find oneself doing ในรูปอดีตและคำกริยา check: After a week, I ____ my phone before breakfast.

ดูคำตอบ

found myself checking

วลี

again and again: การกระทำเดิมที่เกิดซ้ำหลายครั้ง

again and again หมายถึงการกระทำเดิมเกิดขึ้นหลายครั้ง และเน้นการทำซ้ำอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ การกลับไปถูกนำเสนอว่าเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่การกลับไปเพียงครั้งเดียว จังหวะของคำที่ซ้ำกันยังทำให้การเล่าเรื่องมีน้ำหนักมากขึ้นด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่ามีการเตือนแบบเดิมหลายครั้ง

  1. The guide gave the same warning again.
  2. The guide gave the same warning again and again.
  3. The guide gave the warning once.
ดูคำตอบ

The guide gave the same warning again and again.

to report from war zones.

0:43

เพื่อรายงานข่าวจากพื้นที่สงคราม

It gave him something he couldn't get anywhere else,

0:45

มันให้บางสิ่งที่เขาไม่สามารถหาได้จากที่อื่น

a massive rush of adrenaline. วลี

0:48

นั่นคืออะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาอย่างมหาศาล

วลี

a massive rush of adrenaline: ความตื่นเต้นรุนแรงที่เกิดขึ้นฉับพลัน

a rush of adrenaline คือคลื่นพลังทางกายและความตื่นเต้นที่รุนแรงซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันจากการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย คำว่า rush เน้นว่าความรู้สึกนี้มาอย่างรวดเร็วและทรงพลังเพียงใด massive เพิ่มระดับความแรงของวลี โดยบรรยายว่าปฏิกิริยานั้นรุนแรงอย่างยิ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงความตื่นเต้นทางกายอย่างเข้มข้นที่เขาหาไม่ได้จากที่อื่น

แบบฝึกหัด

a massive rush of adrenaline ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ความจำเป็นต้องทำงานธรรมดาให้เสร็จอย่างรวดเร็ว
  2. ความรู้สึกมีพลังและตื่นเต้นอย่างฉับพลันและรุนแรงที่เกิดจากอะดรีนาลีน
  3. การสูญเสียพลังทางกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ดูคำตอบ

ความรู้สึกมีพลังและตื่นเต้นอย่างฉับพลันและรุนแรงที่เกิดจากอะดรีนาลีน

And Fergal started to worry that he was becoming addicted to war. วลี

0:51

และ Fergal เริ่มกังวลว่าเขาจะกลายเป็นคนเสพติดสงคราม

วลี

addicted to war: addicted to + คำนามหรือรูป -ing

addicted to war หมายถึงการพึ่งพาความอันตรายและความตื่นเต้นที่เกี่ยวข้องกับการรายงานข่าวสงครามอย่างรุนแรงและควบคุมได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการมองว่าสงครามเป็นงานอดิเรกธรรมดา โครงสร้างคือ be หรือ become addicted to + คำนามหรือรูป -ing โดย to ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงพูดได้ว่า addicted to social media หรือ addicted to checking messages

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “พึ่งพาหรือเสพติด”: After losing money every night, Leo admitted that he was ____ online gambling.

ดูคำตอบ

addicted to

In his new book,

0:55

ในหนังสือเล่มใหม่ของเขา

The Madness: A Memoir of War, Fear and PTSD,

0:56

The Madness: A Memoir of War, Fear and PTSD

Fergal discusses living with PTSD วลี

1:01

Fergal ได้พูดคุยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตร่วมกับ PTSD

วลี

living with PTSD: live with + ภาวะระยะยาว

living with PTSD หมายถึงการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปพร้อมกับเผชิญผลกระทบของภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ คำบุพบท with ไม่ได้หมายถึงการอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับภาวะนี้ตามตัวอักษร รูปแบบ live with + โรคหรือภาวะ นำเสนอภาวะนั้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ชีวิตที่ดำเนินต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับการพูดเพียง have PTSD รูปแบบนี้เน้นประสบการณ์ชีวิต การปรับตัว และความท้าทายที่ต่อเนื่องของบุคคลมากกว่า

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Maya is living with a chronic heart condition," คำว่า living with เน้นความหมายใดชัดเจนที่สุด

  1. ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ และจบไปแล้ว
  2. เธออาศัยอยู่กับอีกคนหนึ่งซึ่งมีภาวะดังกล่าว
  3. เธอยังคงดำเนินชีวิตประจำวันพร้อมกับรับมือภาวะที่ต่อเนื่อง
ดูคำตอบ

เธอยังคงดำเนินชีวิตประจำวันพร้อมกับรับมือภาวะที่ต่อเนื่อง

or post-traumatic stress disorder, การใช้คำ

1:04

หรือภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง

การใช้คำ

post-traumatic stress disorder: ชื่อเต็มของ PTSD

post-traumatic stress disorder เป็นชื่อเต็มของตัวย่อ PTSD คำเติมหน้า post- หมายถึง “หลังจาก” และ traumatic เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่สร้างความทุกข์อย่างรุนแรงหรือก่ออันตราย เมื่อรวมกันแล้ว คำนี้เป็นชื่อภาวะสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์กระทบกระเทือนใจ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่เป็นทางการ ไม่ใช่คำทั่วไปที่หมายความว่าใครคนหนึ่งรู้สึกเครียด การจำชื่อเต็มได้จะช่วยให้เชื่อมโยงถ้อยคำทางการในภาษาพูดหรือภาษาเขียนกับตัวย่อ PTSD ที่ใช้กันทั่วไปได้

แบบฝึกหัด

เขียนชื่อเต็มของ PTSD: PTSD stands for ____.

ดูคำตอบ

post-traumatic stress disorder

a type of psychological suffering

1:07

ซึ่งเป็นความทุกข์ทรมานทางจิตใจรูปแบบหนึ่ง

that results from witnessing extreme violence. ไวยากรณ์

1:09

ที่เป็นผลมาจากการได้เห็นความรุนแรงขั้นสุด

ไวยากรณ์

results from: ย้อนจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ

ในส่วนที่เน้นไว้ ความทุกข์ทางจิตใจคือผลลัพธ์ และการเห็นความรุนแรงอย่างสุดขั้วคือสาเหตุ รูปแบบคือ ผลลัพธ์ + result from + สาเหตุ เนื่องจาก from เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงมักอยู่ในรูป -ing เช่น results from witnessing โครงสร้างนี้ช่วยให้ไล่ย้อนจากผลลัพธ์กลับไปยังต้นเหตุได้

แบบฝึกหัด

ความเสียหายของสายเคเบิลทำให้ไฟฟ้าดับ ประโยคใดแสดงทิศทางของเหตุและผลได้ถูกต้อง?

  1. The power cut resulted from damage to a cable.
  2. Damage to a cable resulted from the power cut.
  3. The power cut resulted in damage to a cable.
ดูคำตอบ

The power cut resulted from damage to a cable.

We'll hear about some key events in Fergal's life,

1:13

เราจะได้รับฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญบางอย่างในชีวิตของ Fergal

and as usual, วลี

1:15

และเช่นเคย

we'll be learning some new vocabulary as well.

1:17

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ด้วย

วลี

as usual: บอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นไปตามกิจวัตร

as usual หมายถึง “ในแบบเดียวกับครั้งก่อน ๆ” หรือ “ตามปกติ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการเรียนคำศัพท์ใหม่เป็นส่วนหนึ่งของรายการที่ทำเป็นประจำ ไม่ใช่สิ่งใหม่หรือสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอย่างไม่คาดคิด วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนขยายกริยา โดยบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ตรงกับรูปแบบเดิม และมักวางไว้ต้นหรือท้ายอนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการมาถึงก่อนเวลาในครั้งนี้ของ Maya เป็นไปตามรูปแบบปกติของเธอ

  1. Maya's usual arrival time is before everyone else's.
  2. As usual, Maya arrived before everyone else.
  3. Maya usually arrives before everyone else.
ดูคำตอบ

As usual, Maya arrived before everyone else.

But first,

1:19

แต่ก่อนอื่น

I have a question for you, Sam.

1:20

ผมมีคำถามมาถามคุณ Sam

The term PTSD is quite new,

1:22

คำว่า PTSD เป็นคำที่ค่อนข้างใหม่

but descriptions of the mental suffering of war go back to ancient times. กริยาวลี

1:25

แต่คำบรรยายถึงความทุกข์ทรมานทางจิตใจจากสงครามนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

กริยาวลี

go back to ancient times: สืบย้อนประวัติไปถึงจุดเริ่มต้น

go back to + วันที่หรือช่วงเวลา หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่ เริ่มต้นขึ้น หรือมีหลักฐานมาตั้งแต่จุดนั้นในประวัติศาสตร์ ในประโยคนี้ มีคำบรรยายเกี่ยวกับความทุกข์ทางจิตใจที่เกี่ยวข้องกับสงครามย้อนหลังไปถึงสมัยโบราณ แม้ว่าชื่อ PTSD จะเพิ่งเกิดขึ้นในยุคหลัง วลีนี้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง ประธานคือสิ่งที่กำลังสืบย้อนประวัติ และวลีดังกล่าวชี้ไปยังช่วงเวลาที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ทราบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go back to: The earliest maps of the island ____ the sixteenth century.

ดูคำตอบ

go back to

Something similar to PTSD is mentioned in Viking sagas ไวยากรณ์

1:30

สิ่งที่คล้ายกับ PTSD มีการกล่าวถึงในตำนานของชาวไวกิ้ง

and in stories about both World Wars.

1:34

และในเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามโลกทั้งสองครั้ง

ไวยากรณ์

Something similar to PTSD: การเปรียบเทียบอย่างระมัดระวัง

Something similar to PTSD หมายถึง “สิ่งหรือภาวะบางอย่างที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดและคล้ายกับ PTSD” วลีนี้ชี้ว่ามีลักษณะร่วมกัน แต่ไม่ได้บอกว่าทั้งสองอย่างเหมือนกันทุกประการ หรือบอกว่าบันทึกเก่าใช้การวินิจฉัยสมัยใหม่ เมื่อคำคุณศัพท์ขยายคำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะอย่าง something คำคุณศัพท์จะอยู่หลังคำสรรพนาม จึงใช้ something similar ไม่ใช่ similar something เมื่อต้องระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ similar ใช้คู่กับ to เป็น similar to PTSD โครงสร้าง something similar to X เหมาะเมื่อไม่ทราบชื่อที่แน่นอนหรือต้องการเปรียบเทียบอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง something similar to ได้ถูกต้อง

  1. Researchers found similar something to the earlier pattern.
  2. Researchers found something similar with the earlier pattern.
  3. Researchers found something similar to the earlier pattern.
ดูคำตอบ

Researchers found something similar to the earlier pattern.

So,

1:37

ดังนั้น

what was the name of the PTSD-like condition การใช้คำ

1:38

ชื่อของภาวะที่คล้ายกับ PTSD คืออะไร

suffered by many soldiers during the First World War? ไวยากรณ์

1:41

ที่ทหารหลายคนต้องทนทุกข์ทรมานในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง?

การใช้คำ

PTSD-like condition: ใช้คำนาม + -like เพื่อบอกความคล้ายคลึง

ใน PTSD-like condition คำเติม -like ต่อท้ายคำย่อ PTSD เพื่อสร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “คล้ายกับ PTSD” หรือ “มีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับ PTSD” คำประสมทั้งหมดขยายคำว่า condition เนื่องจากคำประสมนี้อยู่หน้าคำนาม PTSD-like จึงใช้ยัติภังค์เชื่อมให้เป็นคำขยายหนึ่งหน่วย รูปนี้บอกความคล้ายคลึง ไม่ได้หมายถึงการวินิจฉัยยืนยันว่าเป็น PTSD โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ “คำนามหรือคำย่อ + -like + คำนาม”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำขยายที่มียัติภังค์ซึ่งสร้างจาก flu + -like: The patient reported ____ symptoms.

ดูคำตอบ

flu-like

ไวยากรณ์

suffered by many soldiers ในฐานะอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ

ในนามวลี condition suffered by many soldiers during the First World War ส่วน suffered by many soldiers during the First World War เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง condition เพื่อระบุว่าหมายถึงภาวะใด และสามารถขยายเป็น which/that was suffered by many soldiers during the First World War ได้ โครงสร้างคำถามหลักคือ What was the name of the condition? โดยคำกริยาหลักที่แสดงกาลคือ was ส่วน suffered ไม่ใช่คำกริยาหลักรูปอดีตอีกคำหนึ่ง โครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อนี้พบได้บ่อยในงานเขียนให้ข้อมูลที่กระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี past participle หลังคำนามในแบบเดียวกับส่วนที่เน้นไว้

  1. The museum displayed soldiers who wrote letters during the war.
  2. The museum displayed letters about soldiers during the war.
  3. The museum displayed letters written by soldiers during the war.
ดูคำตอบ

The museum displayed letters written by soldiers during the war.

Was it A,

1:45

คือข้อ A

nostalgia,

1:46

อาการคิดถึงบ้าน

B, shell shock, วัฒนธรรม

1:47

B ภาวะช็อกจากการสู้รบ (shell shock)

or C, combat stress?

1:48

หรือ C ความเครียดจากการรบ?

วัฒนธรรม

shell shock ในฐานะคำศัพท์ทางประวัติศาสตร์จากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

Shell shock เป็นคำศัพท์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับทหารในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งมีอาการรุนแรงทั้งทางจิตใจและร่างกายหลังเผชิญการระดมยิงและการสู้รบ Shell หมายถึงกระสุนปืนใหญ่ แต่ทั้งวลีใช้เรียกภาวะในช่วงสงคราม ไม่ได้หมายถึงเพียงการตกใจเพราะกระสุน คำนี้เกิดขึ้นก่อนระบบการวินิจฉัยสมัยใหม่และไม่ใช่ชื่อการวินิจฉัยทางคลินิกอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน บางกรณีอาจทับซ้อนกับสิ่งที่ปัจจุบันเรียกว่า PTSD แต่คำทั้งสองอยู่ในกรอบทางประวัติศาสตร์และทางคลินิกที่ต่างกัน จึงไม่ใช่คำพ้องความหมายที่ตรงกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย shell shock ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เป็นคำศัพท์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับทหารในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
  2. เป็นชื่อการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการในปัจจุบันสำหรับ PTSD ทุกประเภท
  3. หมายถึงการตกใจชั่วครู่จากการเห็นปลอกกระสุนเปล่า
ดูคำตอบ

เป็นคำศัพท์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับทหารในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

I think the answer is shell shock.

1:51

ฉันคิดว่าคำตอบคือ ภาวะช็อกจากการสู้รบ (shell shock)

OK, Sam.

1:53

โอเค Sam

I'll reveal the answer later in the programme. วลี

1:54

ผมจะเฉลยคำตอบในช่วงท้ายของรายการ

วลี

reveal the answer later: เฉลยคำตอบในภายหลัง

Reveal the answer หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้ถูกซ่อนไว้ เก็บไว้ หรือยังไม่มีใครรู้ ดังนั้น reveal จึงให้น้ำหนักเรื่องการเปิดเผยข้อมูลมากกว่าการพูดออกมาเฉย ๆ ใน I'll reveal the answer later คำว่า later เลื่อนช่วงเวลาที่จะเฉลยไปไว้ในตอนหลังของรายการ วลีนี้เป็นธรรมชาติในรายการตอบคำถาม ปริศนา การแข่งขัน การประกาศ และการนำเสนอที่สร้างความลุ้นระทึก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ reveal และกรรมที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติในรายการตอบคำถาม: The host will ____ after the break.

ดูคำตอบ

reveal the answer

Fergal Keane,

1:57

Fergal Keane

who was born in Ireland,

1:58

ซึ่งเกิดในไอร์แลนด์

had seen violence ever since the early days ไวยากรณ์

1:59

ได้เห็นความรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ

of his career covering the fighting in Belfast. การใช้คำ

2:02

ในอาชีพของเขาที่รายงานข่าวการสู้รบในเบลฟาสต์

ไวยากรณ์

ever since the early days: ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงแรก

Ever since the early days กำหนดช่วงแรกในอดีตเป็นจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ที่ดำเนินต่อไปจนถึงเวลามาตรฐานในภายหลัง คำว่า ever ช่วยเน้นว่าสถานการณ์นั้นเป็นเช่นเดิมมาโดยตลอดนับจากจุดนั้น ในประโยคนี้ วลีบอกจุดเริ่มต้นแบบเต็มคือ the early days of his career ส่วน had seen เป็น past perfect จึงมองความต่อเนื่องนี้จากจุดหนึ่งในอดีตที่เกิดขึ้นภายหลังและกำหนดไว้ในบริบท หากจุดอ้างอิงคือปัจจุบัน ภาษาอังกฤษมักใช้ present perfect เช่น She has worked there ever since 2018.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติว่า Leah เริ่มเป็นสมาชิกในปี 2018 และยังคงเป็นสมาชิกต่อมา?

  1. Leah joined the club in 2018 and has been a member ever since.
  2. Leah was a club member for one month in 2018.
  3. Leah became a club member after 2018.
ดูคำตอบ

Leah joined the club in 2018 and has been a member ever since.

การใช้คำ

covering the fighting: cover ในฐานะคำกริยาด้านข่าว

ในบริบทของข่าวและงานสื่อมวลชน cover หมายถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์แล้วรายงานให้สาธารณชนทราบ ในที่นี้ covering the fighting หมายถึงการทำข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งด้วยอาวุธในเบลฟาสต์ในฐานะนักข่าว ไม่ได้หมายถึงการเอาสิ่งของไปคลุมหรือปกปิดเรื่องการสู้รบ เมื่อใช้ในความหมายทางสื่อนี้ cover มักเป็นสกรรมกริยา โดยใช้โครงสร้าง cover + เหตุการณ์หรือหัวข้อ เช่น cover a war, cover an election หรือ cover a court case

แบบฝึกหัด

covering the fighting ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ปกปิดความขัดแย้งไม่ให้สาธารณชนรู้
  2. เอาสิ่งของมาคลุมความขัดแย้งไว้
  3. รายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งในฐานะนักข่าว
ดูคำตอบ

รายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งในฐานะนักข่าว

He had already reported from wars all over the world ไวยากรณ์

2:05

เขาเคยรายงานข่าวจากสงครามทั่วโลกมาแล้ว

ไวยากรณ์

had already reported: past perfect ก่อนจุดอ้างอิงในอดีต

had already reported เป็น past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + กริยาช่องที่สาม reported รูปนี้วางประสบการณ์การรายงานข่าวไว้ก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต ส่วน already เพิ่มความหมายว่า “เมื่อถึงตอนนั้น เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นหรือเสร็จสิ้นแล้ว” ในการเล่าเรื่องอดีต ใช้โครงสร้างนี้เมื่อมองย้อนจากเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลังไปยังประสบการณ์ที่เกิดก่อนหน้า จุดอ้างอิงที่เกิดทีหลังอาจอยู่ในบริบทรอบข้าง ไม่จำเป็นต้องอยู่ในอนุประโยคเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป past perfect ของ read และคำว่า already: By the time the interview began, she ____ the report.

ดูคำตอบ

had already read

when, in 1994,

2:08

เมื่อในปี 1994

he was sent to cover the civil war in Rwanda. ไวยากรณ์

2:10

เขาถูกส่งไปทำข่าวสงครามกลางเมืองในรวันดา

ไวยากรณ์

was sent to cover: ถูกส่งไปทำข่าว

รูปแบบ was sent to cover ประกอบด้วยรูปอดีตกาลแบบถูกกระทำ was sent และกริยาไม่กำหนดรูปที่บอกจุดประสงค์ to cover หมายความว่าองค์กรหนึ่งมอบหมายให้เขาเดินทางไปทำข่าวสงคราม ประโยคแบบถูกกระทำเน้นคนที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครเป็นผู้ส่งเขาไป ในบริบทข่าว cover หมายถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์แล้วรายงานข่าว ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปปิดทับ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be sent to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าถูกส่งไปทำภารกิจหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตกาลแบบถูกกระทำของ send ตามด้วย to: Lena ____ interview the mayor.

ดูคำตอบ

was sent to

But what Fergal saw there shocked him like nothing before. สำนวน

2:13

แต่สิ่งที่ Fergal เห็นที่นั่นทำให้เขาตกใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สำนวน

like nothing before: ผลกระทบที่รุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ในที่นี้ like nothing before ขยาย shocked him หมายความว่าไม่มีภาพหรือประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่ทำให้เขาตกใจหรือสะเทือนใจในระดับเดียวกัน จึงเน้นว่าปฏิกิริยาครั้งนี้รุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ให้เข้าใจวลีนี้ว่าเป็นการเปรียบเทียบแบบเน้นย้ำกับประสบการณ์ทั้งหมดในอดีตของเขา ไม่ใช่การแปลคำว่า nothing แบบตรงตัวทีละคำ

แบบฝึกหัด

like nothing before หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้? The documentary affected Leo like nothing before.

  1. ไม่มีประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่ส่งผลต่อลีโอรุนแรงเท่านี้
  2. ลีโอเคยมีปฏิกิริยาแบบเดียวกันทุกอย่างหลายครั้งแล้ว
  3. สารคดีเรื่องนี้ไม่มีผลต่อลีโอเลย
ดูคำตอบ

ไม่มีประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่ส่งผลต่อลีโอรุนแรงเท่านี้

As he told Mobeen Azhar,

2:17

ตามที่เขาได้บอกกับ Mobeen Azhar

presenter of BBC World Service programme Lives Less Ordinary.

2:19

ผู้ดำเนินรายการ Lives Less Ordinary ของ BBC World Service

And I began to have nightmares of Rwanda. วลี

2:24

และผมเริ่มฝันร้ายเกี่ยวกับรวันดา

วลี

began to have nightmares of Rwanda: เริ่มฝันร้ายเกี่ยวกับรวันดา

To have nightmares of something หมายถึงฝันน่ากลัวที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ of Rwanda เชื่อมฝันร้ายเข้ากับความทรงจำและประสบการณ์ของผู้พูดในรวันดา ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ about ก็ใช้บ่อยมากเช่นกัน: nightmares about Rwanda Began to have บอกจุดเริ่มต้นของอาการที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่ความฝันเพียงครั้งเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ begin to have nightmares of/about + บุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนคนหนึ่งเริ่มฝันน่ากลัวเกี่ยวกับเหตุการณ์หนึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น?

  1. After the accident, she began to have nightmares about the crash.
  2. After the accident, she began to take nightmares about the crash.
  3. After the accident, she began to make nightmares about the crash.
ดูคำตอบ

After the accident, she began to have nightmares about the crash.

And of course at that stage, ลำดับความ

2:28

และแน่นอนว่าในตอนนั้น

you know,

2:29

คุณรู้ไหม

it was obvious that I was traumatised, ไวยากรณ์

2:31

มันชัดเจนว่าผมได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ

ลำดับความ

at that stage: ในขั้นนั้น

At that stage ใช้วางข้อมูลที่ตามมาไว้ ณ ช่วงใดช่วงหนึ่งของกระบวนการ เรื่องราว หรือพัฒนาการ โดยบอกผู้ฟังว่าการประเมินนั้นเป็นจริงเมื่อใด และช่วยจัดเหตุการณ์ตามลำดับเวลา ในที่นี้ stage หมายถึง “ขั้น” หรือ “ระยะ” ไม่ใช่เวทีการแสดง วลีนี้กล่าวถึงสถานการณ์ในช่วงนั้นของพัฒนาการ โดยไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์เหมือนกันทุกช่วงเวลาก่อนหน้าหรือหลังจากนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุว่าการไม่มีงบประมาณของโครงการเกิดขึ้นในขั้นหนึ่งโดยเฉพาะ โดยไม่เน้นเส้นตายก่อนหน้านั้นหรือผลที่เกิดขึ้นแล้ว?

  1. At that stage, the project had no budget.
  2. By that stage, the project had no budget.
  3. On that stage, the project had no budget.
ดูคำตอบ

At that stage, the project had no budget.

ไวยากรณ์

It was obvious that: ประธานแทน it หน้าอนุประโยค that

ประโยคนี้ใช้ it ที่เป็นประธานแทนในโครงสร้าง It was obvious that + อนุประโยค ในที่นี้ it ไม่ได้แทนคนหรือสิ่งของ เนื้อหาที่ถูกตัดสินว่าเห็นได้ชัดอยู่ในอนุประโยค that คือ I was traumatised โครงสร้างนี้วางการประเมินของผู้พูดไว้ก่อน แล้วจึงบอกสถานการณ์ ใช้ was เมื่อมองจากอดีต และใช้ is เมื่อมองจากปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงการประเมินจากตัวอย่าง: ____ the road was unsafe.

ดูคำตอบ

It was obvious that

but again,

2:32

แต่ก็นั่นแหละ

did I go to a psychiatrist? น้ำเสียง/เจตนา

2:35

ผมได้ไปพบจิตแพทย์ไหม?

No, I didn't.

2:37

ไม่ ผมไม่ได้ไป

น้ำเสียง/เจตนา

Did I ...? No, I didn't: ถามและตอบตัวเองเพื่อทบทวนอดีต

ผู้พูดถาม Did I go to a psychiatrist? แล้วตอบทันทีว่า No, I didn't. เนื่องจากคนถามและคนตอบเป็นคนเดียวกัน นี่จึงเป็นการตั้งคำถามกับตัวเองเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอข้อมูล คำถามทำให้เกิดจังหวะหยุดก่อนยอมรับความจริง และเน้นว่าผู้พูดไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ในการสัมภาษณ์ สุนทรพจน์ และเรื่องเล่าส่วนตัว การถามแล้วตอบแบบนี้ช่วยนำผู้ฟังให้ติดตามการทบทวนของผู้พูดได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้การถามตัวเองแล้วตอบทันทีเพื่อทบทวนการตัดสินใจในอดีต

  1. Did I ask for help? No, I tried to handle everything alone.
  2. I asked for help after the office opened.
  3. Did you ask for help? I need to know before we decide.
ดูคำตอบ

Did I ask for help? No, I tried to handle everything alone.

I kept doing the job.

2:39

ผมยังคงทำงานต่อไป

Did you turn to other things?

2:41

คุณหันไปพึ่งอย่างอื่นไหม?

Booze. การใช้คำ

2:42

เหล้า

การใช้คำ

booze: คำไม่เป็นทางการที่หมายถึง alcohol

booze เป็นคำนามไม่เป็นทางการ หมายถึง alcohol หรือ alcoholic drinks ในคำตอบสั้น ๆ เพียงคำเดียวว่า “Booze.” คำนี้ระบุโดยตรงว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตัวคำเองไม่ได้บอกชนิดหรือปริมาณของแอลกอฮอล์ รายละเอียดเหล่านั้นขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ booze ในระดับภาษาที่เป็นธรรมชาติ

  1. The medical report recorded the patient's booze concentration.
  2. The law defines the permitted booze level for drivers.
  3. We ran out of booze halfway through the party.
ดูคำตอบ

We ran out of booze halfway through the party.

Booze.

2:43

เหล้า

I mean,

2:44

ฉันหมายถึง

how much booze are we talking? น้ำเสียง/เจตนา

2:44

เรากำลังพูดถึงเหล้าปริมาณมากแค่ไหน?

น้ำเสียง/เจตนา

How much ... are we talking?: ถามปริมาณที่แน่นอน

How much ... are we talking? เป็นคำถามต่อเนื่องแบบภาษาพูด หมายถึง “หมายถึงปริมาณหรือระดับที่แน่นอนเท่าไร” มีการกล่าวถึงหัวข้อนั้นแล้ว และผู้พูดกำลังขอตัวเลข ช่วง หรือระดับที่ชัดเจนขึ้น ในที่นี้ are we talking ไม่ได้ถามตามตัวอักษรว่า “เรากำลังพูดคุยกันอยู่ไหม” คำว่า booze ใช้เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ how much; ถ้าเป็นหน่วยพหูพจน์ที่นับได้ให้ใช้ how many: How many bottles are we talking?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามต่อเนื่องแบบไม่เป็นทางการด้วยรูปแบบจากบทเรียน: The repairs could cost thousands. How much money ____?

ดูคำตอบ

are we talking

You know,

2:46

คุณรู้ไหม

the truth is I was an alcoholic long before I got to Rwanda. โน้ต

2:46

ความจริงก็คือผมเป็นคนติดเหล้ามานานก่อนที่จะไปถึงรวันดา

น้ำเสียง/เจตนา

the truth is: เกริ่นเพื่อยอมรับความจริงและแก้ความเข้าใจ

the truth is ใช้เกริ่นข้อความที่ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นคำอธิบายที่ซื่อตรงและตรงประเด็นกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์เริ่มขึ้นก่อนหน้านั้น และแก้ความเข้าใจที่อาจมองว่ารวันดาเป็นสาเหตุ สำนวนนี้มักทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายเชื่อมความคิดก่อนอนุประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ได้เพียงบอกว่าบางอย่างเป็นความจริง แต่ยังเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ไม่สบายใจหรือเปลี่ยนความเข้าใจเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the truth is เป็นเครื่องหมายเชื่อมความคิดเพื่อเกริ่นการยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมา

  1. The truth is difficult to prove without evidence.
  2. The truth is, I copied the homework because I panicked.
  3. The truth is the main theme of the documentary.
ดูคำตอบ

The truth is, I copied the homework because I panicked.

วลี

long before: ก่อนหน้าเป็นเวลานานมาก

long before หมายถึงเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หรือจุดอ้างอิงเป็นเวลานาน ในประโยคนี้ การไปรวันดาเป็นจุดที่เกิดขึ้นภายหลัง และผู้พูดบอกว่าภาวะติดแอลกอฮอล์มีอยู่ก่อนหน้านั้นนานแล้ว long ขยายระยะห่างของเวลา โครงสร้างคือ เหตุการณ์หรือสภาวะก่อนหน้า + long before + เหตุการณ์หรือเวลาภายหลัง และเน้นช่วงเวลาที่ห่างกันมากกว่า before เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่มีความหมายตรงข้ามกับ before long และหมายถึง “ก่อนหน้าเป็นเวลานาน” ลงในประโยค: The trees were growing here ____ the first houses were built.

ดูคำตอบ

long before

But I was in the kind of functioning alcoholic, การใช้คำ

2:49

แต่ผมอยู่ในกลุ่มคนติดเหล้าที่ยังทำงานได้ตามปกติ

การใช้คำ

“functioning alcoholic”: ผู้ที่ติดแอลกอฮอล์แต่ภายนอกยังดูใช้ชีวิตได้ตามปกติ

functioning alcoholic หมายถึงผู้ที่ติดแอลกอฮอล์หรือมีปัญหาการดื่มอย่างรุนแรง แต่ภายนอกยังดูเหมือนทำงาน รับผิดชอบชีวิตประจำวัน หรือรักษาความสัมพันธ์ได้ คำว่า functioning ในที่นี้เพียงบอกว่าชีวิตส่วนที่คนอื่นมองเห็นยังดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีสุขภาพดี ปลอดภัย หรือควบคุมปัญหาได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้คำเรียกดังกล่าวเพื่ออธิบายช่วงที่การเสพติดเกิดขึ้นแล้ว แต่ถูกบดบังบางส่วนเพราะยังใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ คำนี้เป็นป้ายกำกับเชิงพรรณนาแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่การวินิจฉัยทางคลินิกที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ functioning alcoholic ในบริบทนี้ได้ตรงที่สุด

  1. ผู้ที่หายดีแล้วอย่างสมบูรณ์เพราะยังไปทำงานได้
  2. ผู้ที่ดื่มเป็นครั้งคราวและไม่มีสัญญาณของภาวะพึ่งพา
  3. ผู้ที่มีปัญหาแอลกอฮอล์ แต่ภายนอกยังดูเหมือนจัดการงานและความรับผิดชอบประจำวันได้
ดูคำตอบ

ผู้ที่มีปัญหาแอลกอฮอล์ แต่ภายนอกยังดูเหมือนจัดการงานและความรับผิดชอบประจำวันได้

what they call, วลี

2:51

ที่พวกเขาเรียกกันว่า

you know,

2:51

คุณก็รู้

managing it stage of the disease. การใช้คำ

2:51

อยู่ในระยะที่ยังจัดการกับโรคนี้ได้

วลี

“what they call ...”: การแนะนำชื่อหรือป้ายกำกับที่ใช้กันอยู่แล้ว

what they call ... ใช้แนะนำชื่อ ป้ายกำกับ หรือคำศัพท์ที่คนอื่นหรือวงการใดวงการหนึ่งใช้ มีความหมายโดยประมาณว่า “สิ่งที่ผู้คนเรียกว่า...” และคำที่ตามหลัง call คือชื่อหรือป้ายกำกับนั้น ในที่นี้ they ใช้กล่าวถึงผู้คนทั่วไป จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงบุคคลเฉพาะที่กล่าวถึงก่อนหน้า วลีนี้ยังช่วยสร้างระยะห่างเล็กน้อยด้วย โดยผู้พูดนำเสนอป้ายกำกับว่าเป็นถ้อยคำที่ยืมมาจากผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นคำที่ตนเองเลือกใช้อย่างตรงความหมายที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้แนะนำป้ายกำกับซึ่งคนทั่วไปใช้กัน: This is ____ a soft launch.

ดูคำตอบ

what they call

การใช้คำ

“managing it” stage of the disease: ระยะหนึ่ง ไม่ใช่การหายขาด

ในที่นี้ stage หมายถึงระยะหนึ่งในการพัฒนาหรือการดำเนินของโรค วลี stage of the disease มองภาวะติดสุราเป็นโรคที่ดำเนินต่อเนื่องและอาจมีหลายระยะ ไม่ใช่การกระทำเพียงครั้งเดียวที่แยกขาดจากกัน managing it ทำหน้าที่เป็นชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของระยะนี้ หมายถึงบุคคลนั้นดูเหมือนจะยังควบคุมภาวะดังกล่าวหรือชีวิตประจำวันได้ ไม่ได้หมายความว่าโรคหายแล้วหรือความเสี่ยงหมดไป

แบบฝึกหัด

วลี “the ‘managing it’ stage of the disease” ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. จุดที่โรคหายไปอย่างถาวรแล้ว
  2. ระยะที่บุคคลนั้นดูเหมือนจะควบคุมภาวะได้ แม้โรคยังไม่หาย
  3. การกระทำเพียงครั้งเดียวที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคที่ดำเนินต่อเนื่อง
ดูคำตอบ

ระยะที่บุคคลนั้นดูเหมือนจะควบคุมภาวะได้ แม้โรคยังไม่หาย

When Fergal returned home from Rwanda,

2:56

เมื่อ Fergal กลับบ้านจากรวันดา

he started having nightmares,

2:58

เขาเริ่มมีอาการฝันร้าย

upsetting and frightening dreams.

3:00

เป็นความฝันที่ทำให้ไม่สบายใจและน่าหวาดกลัว

It was obvious he was traumatised from the violence he had seen,

3:03

เห็นได้ชัดว่าเขาบอบช้ำทางจิตใจจากความรุนแรงที่เขาได้เห็น

but still Fergal didn't go to a psychiatrist,

3:07

แต่ Fergal ก็ยังไม่ไปพบจิตแพทย์

a medical doctor who specialises in treating mental illness. วลี

3:10

ซึ่งเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคทางจิตเวช

วลี

specialises in treating: การอธิบายสาขาความเชี่ยวชาญ

Specialises in หมายถึงมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในประโยคนี้ ความเชี่ยวชาญของแพทย์คือการรักษาโรคทางจิตเวช โครงสร้างคือ specialise in + คำนามหรือรูป -ing เช่น specialise in psychiatry และ specialise in treating anxiety เนื่องจากประธานเป็นเอกพจน์ คำกริยาในที่นี้จึงเป็น specialises

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ถูกต้องของ specialise in + treat: This clinic ____ rare sleep disorders.

ดูคำตอบ

specialises in treating

Instead,

3:14

ในทางกลับกัน

Fergal turned to booze, กริยาวลี

3:15

Fergal หันไปพึ่ง booze (เหล้า)

an informal name for alcohol.

3:17

ซึ่งเป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

กริยาวลี

turn to booze: หันไปพึ่งแอลกอฮอล์เพื่อรับมือกับปัญหา

ใน turn to someone or something คำว่า turn หมายถึงการขอความช่วยเหลือ แสวงหาที่พึ่ง หรือหาวิธีรับมือกับปัญหา ในที่นี้ turned to booze หมายความว่าเฟอร์กัลเริ่มพึ่งแอลกอฮอล์เพื่อรับมือกับความยากลำบาก ไม่ได้หมายถึงการหันร่างกายไปอีกทิศทางหนึ่ง Booze เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ turn to + คนหรือสิ่งต่าง ๆ เช่น turn to a friend for advice หรือ turn to therapy

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn to ในความหมายว่า “ขอความช่วยเหลือจากใครบางคน”: When her application was rejected, Lena ____ a careers adviser for guidance.

ดูคำตอบ

turned to

Fergal had been addicted to alcohol before he arrived in Rwanda, วลี

3:19

Fergal ติดเหล้าก่อนที่เขาจะมาถึงรวันดา

วลี

had been addicted to alcohol: ภาวะเสพติดที่มีอยู่ก่อนในอดีต

Had been addicted to เป็นรูป past perfect ของ be addicted to โดยวางภาวะเสพติดไว้ก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต ในที่นี้ การเดินทางมาถึงรวันดาคือจุดอดีตที่เกิดภายหลัง ดังนั้นประโยคจึงบอกว่าภาวะเสพติดมีอยู่แล้วก่อนที่เขาจะมาถึง ในโครงสร้าง be addicted to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบท เช่น addicted to alcohol และ addicted to gambling ส่วน past perfect สร้างด้วย had + past participle เมื่อใช้กับ be จึงได้ had been

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ be addicted to: Before the treatment started, he ____ painkillers for several years.

ดูคำตอบ

had been addicted to

but now he had another addiction to cope with, วลี

3:23

แต่ตอนนี้เขามีอาการเสพติดอีกอย่างที่ต้องรับมือ

วลี

another addiction to cope with: อาการเสพติดอีกอย่างที่ต้องรับมือ

อนุประโยค infinitive to cope with ขยาย another addiction และหมายถึง “อาการเสพติดอีกอย่างที่ตอนนี้เขาต้องรับมือ” เนื่องจาก addiction เป็นกรรมของ with ในด้านความหมาย จึงต้องคงบุพบท with ไว้ท้ายอนุประโยค Cope with หมายถึงการจัดการหรืออดทนรับมือสถานการณ์ที่ยากลำบากในขณะที่สถานการณ์นั้นยังดำเนินอยู่ ไม่ได้หมายความว่าอาการเสพติดนั้นหายขาดหรือได้รับการแก้ไขแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย cope และบุพบทที่ต้องใช้คู่กัน: She is learning to ____ the stress of her new job.

ดูคำตอบ

cope with

the need to keep returning to war. ไวยากรณ์

3:26

คือความต้องการที่จะกลับไปสู่สงครามเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

the need to keep returning to war: แรงผลักดันให้กลับไปสู่สงครามครั้งแล้วครั้งเล่า

โครงสร้างคำนาม the need to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เรียกความจำเป็นหรือแรงผลักดันภายใน พร้อมระบุการกระทำที่เกี่ยวข้อง ภายในโครงสร้างนี้ keep + -ing แสดงว่าการกระทำนั้นดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ เมื่อนำมารวมกัน the need to keep returning จึงรวบการกลับไปหลายครั้งให้เป็นวลีคำนามเดียวที่บรรยายแรงผลักดันต่อเนื่อง ในบริบทของการเสพติดนี้ need หมายถึงแรงกระตุ้นที่ต้านทานได้ยากให้กลับไปสู่สงคราม ไม่ใช่ความจำเป็นในทางปฏิบัติทั่วไป ถ้อยคำนี้ไม่ได้หมายถึงการเสพติดเสมอไป การตีความที่เข้มข้นกว่านี้มาจากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและบรรยายแรงกระตุ้นต่อเนื่องที่จะทำการกระทำนั้นซ้ำ? He felt ____ his phone, even during dinner.

  1. the need to keep checking
  2. the need to check
  3. the desire to stop checking
ดูคำตอบ

the need to keep checking

Fergal knew it wasn't healthy,

3:29

Fergal รู้ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ

but he couldn't stop.

3:31

แต่เขาก็หยุดไม่ได้

Around the year 2001,

3:32

ประมาณปี 2001

it seemed that war was everywhere, ไวยากรณ์

3:35

ดูเหมือนว่าสงครามมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ไวยากรณ์

it seemed that: นำเสนอเป็นความรู้สึก

“It seemed that + อนุประโยค” นำเสนอเนื้อหาในอนุประโยคว่าเป็นความรู้สึกหรือการประเมินจากสิ่งที่สถานการณ์ดูเหมือนจะเป็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ ในที่นี้ war was everywhere คือเนื้อหาที่กำลังถูกประเมิน it เป็นประธานตามรูปไวยากรณ์ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เป็นส่วนที่ให้เนื้อหาจริง seemed ซึ่งเป็นรูปอดีตสอดคล้องกับการเล่าเรื่องในอดีต และทำให้ข้อความไม่ฟันธงเท่ากับการพูดว่า War was everywhere โดยตรง

แบบฝึกหัด

seemed ทำหน้าที่อะไรใน “It seemed that war was everywhere”?

  1. เปลี่ยน war was everywhere ให้เป็นคำสั่ง
  2. นำเสนอว่าสงครามอยู่ทุกหนแห่งในฐานะความรู้สึกของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์
  3. แสดงว่าสถิติที่แม่นยำพิสูจน์แล้วว่าสงครามอยู่ทุกหนแห่ง
ดูคำตอบ

นำเสนอว่าสงครามอยู่ทุกหนแห่งในฐานะความรู้สึกของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์

and Fergal kept on reporting. กริยาวลี

3:37

และ Fergal ก็ยังคงรายงานข่าวต่อไป

กริยาวลี

kept on reporting: ทำสิ่งหนึ่งต่อไป

Keep on + -ing หมายถึงทำบางสิ่งต่อไป และมักเน้นเพิ่มถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องหรือการทำซ้ำ ใน kept on reporting คำว่า kept เป็นรูปอดีตของ keep ส่วน reporting เป็นรูป -ing ที่โครงสร้างนี้กำหนดให้ใช้ เมื่อเทียบกับการพูดเพียงว่า Fergal reported โครงสร้างนี้เน้นว่าการรายงานข่าวไม่ได้หยุดลง ทั้งนี้ keep on อาจสื่อถึงความมุ่งมั่นหรือการทำต่อไปแม้มีความยากลำบากได้ด้วย ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ keep on: Even after two hours, the team ____ searching.

ดูคำตอบ

kept on

In Sudan,

3:40

ในซูดาน

Iraq,

3:41

อิรัก

Afghanistan,

3:41

อัฟกานิสถาน

and Lebanon.

3:42

และเลบานอน

But the nightmares didn't stop,

3:44

แต่ฝันร้ายก็ไม่หยุดหย่อน

and his mental health got worse and worse. วลี

3:46

และสุขภาพจิตของเขาก็แย่ลงเรื่อยๆ

วลี

worse and worse: แย่ลงเรื่อย ๆ

Worse and worse ใช้โครงสร้างขั้นกว่าแบบซ้ำ คือ รูปขั้นกว่า + and + รูปขั้นกว่าเดิม ในประโยคนี้หมายความว่าสุขภาพจิตของเขาแย่ลงอย่างต่อเนื่องตามเวลา ไม่ใช่แค่แย่อยู่ชั่วขณะหนึ่ง โครงสร้างนี้ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ทั้งสองทิศทาง เช่น better and better, harder and harder หรือ more and more difficult สำหรับคำคุณศัพท์ยาว ให้ซ้ำ more แทนการเติม -er

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บรรยายการแย่ลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Without repairs, the leak got worse at one moment.
  2. Without repairs, the leak got very bad once.
  3. Without repairs, the leak got worse and worse each week.
ดูคำตอบ

Without repairs, the leak got worse and worse each week.

Here Fergal takes up the story with BBC World Service programme Lives Less Ordinary. ลำดับความ

3:48

ตอนนี้ Fergal มาเล่าเรื่องต่อในรายการ Lives Less Ordinary ของ BBC World Service

ลำดับความ

takes up the story: รับช่วงการเล่าเรื่อง

ในประโยคนี้ takes up the story หมายถึงเฟอร์กัลเริ่มพูดต่อจากจุดที่เรื่องดำเนินมาถึงแล้วและเล่าเรื่องเดิมต่อ ผู้ดำเนินรายการส่งต่อหน้าที่เล่าเรื่องให้เขา ไม่ใช่ว่าเฟอร์กัลเริ่มเล่าเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการส่งสัญญาณว่าผู้เล่าเปลี่ยนไป แต่ลำดับเหตุการณ์เดิมยังดำเนินต่อ ที่นี่ take up หมายถึง “เริ่มต่อหรือเล่าต่อจากจุดหนึ่ง” ไม่ใช่ “เริ่มงานอดิเรกหรือกิจกรรม”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take up the story เพื่อบอกว่ามีการส่งต่อหน้าที่เล่าเรื่อง

  1. After the workshop, Lena took up storytelling as a hobby.
  2. After the host's summary, Lena took up the story and described what happened next.
  3. Lena picked up the storybook from the table.
ดูคำตอบ

After the host's summary, Lena took up the story and described what happened next.

Uh I reach a point where I can't carry that anymore. โน้ต

3:55

เอ่อ ผมถึงจุดที่ผมไม่สามารถแบกรับมันได้อีกต่อไป

ไวยากรณ์

reach a point where: มาถึงช่วงที่เกิดผลบางอย่าง

reach a point where + อนุประโยค หมายถึงสถานการณ์ค่อย ๆ ดำเนินไปจนถึงช่วงหนึ่ง โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where จะบอกว่าในช่วงนั้นอะไรกลายเป็นความจริง จำเป็น หรือไม่สามารถทำได้อีกต่อไป point ในที่นี้เป็นนามธรรม หมายถึง “ช่วง” หรือ “ขีดจำกัด” ไม่ใช่สถานที่จริง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวแสดงว่าภาระสะสมขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้พูดไม่สามารถทนแบกรับต่อไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายในรูปอดีต: After months of delay, we ____ waiting was more dangerous than acting.

ดูคำตอบ

reached a point where

สำนวน

can't carry that anymore: ไม่สามารถแบกรับภาระทางใจได้อีกต่อไป

ใน can't carry that anymore คำว่า carry ใช้ในเชิงอุปมา ผู้พูดเปรียบบาดแผลทางใจ ฝันร้าย และประสบการณ์สงครามที่สะสมกันเป็นน้ำหนักที่ไม่อาจแบกรับต่อไปได้ โดย that หมายถึงภาระทั้งหมดนี้ ไม่ใช่วัตถุจริง อุปมานี้ยังใช้กับความเจ็บปวดทางอารมณ์ ความรู้สึกผิด ความรับผิดชอบ และความลับได้ด้วย anymore บอกว่าความสามารถของผู้พูดในการทนรับภาระต่อไปได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

แบบฝึกหัด

“I can't carry this guilt anymore” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดไม่สามารถทนแบกรับภาระทางอารมณ์จากความรู้สึกผิดได้อีกต่อไป
  2. ผู้พูดกำลังขอให้ใครบางคนย้ายกระเป๋าหนัก
  3. ผู้พูดลืมว่าวัตถุชิ้นหนึ่งถูกขนไปไว้ที่ไหน
ดูคำตอบ

ผู้พูดไม่สามารถทนแบกรับภาระทางอารมณ์จากความรู้สึกผิดได้อีกต่อไป

And it's not dramatic,

3:58

และมันไม่ได้เป็นเรื่องดราม่าอะไร

it's a slow, steady erosion. สำนวน

3:58

มันเป็นการกัดกร่อนอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง

สำนวน

a slow, steady erosion: อุปมาเรื่องความเสียหายที่ค่อย ๆ สะสม

ในประโยคนี้ a slow, steady erosion เป็นอุปมาว่าสภาพจิตใจค่อย ๆ ถูกบั่นทอนทีละน้อย ตามความหมายตรงตัว erosion คือการที่ดินหรือหินค่อย ๆ ถูกกัดกร่อน ภาพนี้จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจที่มองไม่เห็นเป็นรูปธรรมขึ้น slow บอกว่ากระบวนการเกิดขึ้นช้า ส่วน steady บอกว่าความเสียหายดำเนินต่อเนื่อง เมื่อนำมารวมกันจึงเปรียบกระบวนการที่สะสมเป็นเวลานานกับการพังทลายอย่างรุนแรงและฉับพลัน อุปมานี้ยังใช้กับการสูญเสียความไว้วางใจ ความมั่นใจ สิทธิ หรือแรงสนับสนุนอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ด้วย

แบบฝึกหัด

'a slow, steady erosion of confidence' หมายความว่าอย่างไร

  1. ความมั่นใจค่อย ๆ ลดลงตามเวลา
  2. ความมั่นใจเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องพยายาม
  3. ความมั่นใจหายไปอย่างฉับพลันในชั่วขณะเดียว
ดูคำตอบ

ความมั่นใจค่อย ๆ ลดลงตามเวลา

Uh and that ends with a breakdown. วลี

4:02

เอ่อ และมันก็จบลงด้วยอาการสติแตก

วลี

that ends with a breakdown: ผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ

end with + คำนาม ใช้บอกเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของกระบวนการ ในที่นี้ that หมายถึงการบั่นทอนทางจิตใจอย่างช้า ๆ ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน a breakdown คือจุดที่กระบวนการนั้นสิ้นสุดลง ในบริบทสุขภาพจิตนี้ breakdown หมายถึงจุดวิกฤตรุนแรงที่บุคคลไม่สามารถรับมือหรือดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรขัดข้อง end with ทำหน้าที่จัดลำดับเหตุการณ์ ส่วนความหมายว่ากระบวนการนั้นก่อให้เกิดภาวะทรุดหนักมาจากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ end with ในรูปอดีต: After hours of negotiation, the meeting ____ a unanimous vote.

ดูคำตอบ

ended with

And admission to hospital. การใช้คำ

4:07

และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

การใช้คำ

admission to hospital: การเข้ารักษาตัวในภาษาอังกฤษทางการแพทย์แบบบริติช

admission to hospital เป็นนามวลีทางการในบริบทการแพทย์ หมายถึงโรงพยาบาลรับบุคคลเข้าเป็นผู้ป่วยในเพื่อรักษา เป็นการบอกถึงการเข้ารักษาตัว ไม่ใช่เพียงการไปโรงพยาบาล admission ในที่นี้หมายถึงกระบวนการเข้าโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วย ไม่ได้หมายถึงการได้รับเข้าเรียน บัตรเข้าชม หรือการอนุญาตทั่วไปให้เข้าไปในสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการแพทย์แบบบริติชที่หมายถึงการเป็นผู้ป่วยใน: Her condition required ____ for further treatment.

ดูคำตอบ

admission to hospital

And this time,

4:09

และในครั้งนี้

diagnosed with post-traumatic stress disorder. วลี

4:10

ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD)

วลี

diagnosed with post-traumatic stress disorder: be diagnosed with + โรคหรือภาวะ

be diagnosed with + โรคหรือภาวะ หมายถึงผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ตรวจพบว่าบุคคลนั้นมีโรคหรือภาวะดังกล่าว โครงสร้างเต็มคือ person + be + diagnosed with + condition คำบรรยายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องที่ย่อไว้ โดยละประธานและ be ความหมายคือ “[the person was] diagnosed with post-traumatic stress disorder” ชื่อภาวะนี้มักย่อว่า PTSD

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างทางการแพทย์มาตรฐานให้สมบูรณ์: After several assessments, Maya was ____ post-traumatic stress disorder.

ดูคำตอบ

diagnosed with

And fulfilling the kind of essential criteria as the psychiatrist saw it of hypervigilance, โน้ต

4:14

และเข้าข่ายเกณฑ์สำคัญตามที่จิตแพทย์เห็น คือ อาการตื่นตัวมากเกินไป

วลี

fulfilling the kind of essential criteria: การเข้าเกณฑ์สำคัญ

ในประโยคนี้ fulfilling the kind of essential criteria หมายถึงการเข้าเงื่อนไขสำคัญในการวินิจฉัยที่จิตแพทย์เห็นว่าเกี่ยวข้อง เมื่อ criteria เป็นกรรมของ fulfil คำว่า fulfil หมายถึง “เป็นไปตามหรือผ่านเกณฑ์” ไม่ใช่ “ทำให้เป้าหมายกลายเป็นจริง” kind of ในที่นี้ทำให้ถ้อยคำไม่เจาะจงและไม่ฟันธงมากนักตามลักษณะภาษาพูดสด โครงสร้างทางการที่นำไปใช้ต่อได้คือ fulfil the criteria for something โดย criteria เป็นรูปพหูพจน์ของ criterion

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fulfil ร่วมกับ criteria ได้อย่างเป็นธรรมชาติและใช้รูปพหูพจน์ถูกต้อง

  1. The applicant fulfils all the essential criteria for the scholarship.
  2. The applicant fulfils all the essential criterion for the scholarship.
  3. The applicant achieves all the essential criteria for the scholarship.
ดูคำตอบ

The applicant fulfils all the essential criteria for the scholarship.

น้ำเสียง/เจตนา

as the psychiatrist saw it: การระบุแหล่งที่มาของมุมมอง

ในที่นี้ as the psychiatrist saw it หมายถึง “ตามความเข้าใจหรือการประเมินของจิตแพทย์” saw it เป็นรูปอดีตของ see it ในความหมายว่ามองหรือตีความสถานการณ์ ไม่ใช่มองเห็นวัตถุด้วยตา วลีแทรกนี้ระบุว่าการประเมินมาจากมุมมองของใคร จึงนำเสนอข้อความนั้นในฐานะการตัดสินของบุคคลดังกล่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อจำกัด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + person + see/sees/saw it

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง as + subject + see + it เพื่อสื่อความหมายว่า “ในมุมมองของฉัน”: ____, the safest choice is to wait.

ดูคำตอบ

As I see it

nightmares,

4:21

ฝันร้าย

flashbacks.

4:22

และภาพความทรงจำที่ผุดขึ้นมา (flashbacks)

การใช้คำ

hypervigilance: ภาวะตื่นตัวระแวดระวังมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง

Hypervigilance เป็นศัพท์ด้านสุขภาพจิต หมายถึงภาวะที่ตื่นตัวระแวดระวังต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่อยู่ในภาวะนี้อาจคอยกวาดตามองรอบตัว สะดุ้งง่าย หรือผ่อนคลายได้ยากแม้จะไม่เห็นอันตรายเฉพาะหน้า ในที่นี้คำนี้ถูกจัดอยู่ร่วมกับฝันร้ายและภาพเหตุการณ์ย้อนกลับในฐานะอาการที่เกี่ยวข้องกับบาดแผลทางใจ ไม่ได้หมายถึงเพียงการระมัดระวัง การตั้งใจจดจ่อ หรือการสังเกตเก่ง

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิต hypervigilance หมายถึงอะไร

  1. การตื่นตัวระแวดระวังต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง
  2. ความระมัดระวังตามปกติขณะทำงานที่มีความเสี่ยง
  3. การมีสมาธิสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ

การตื่นตัวระแวดระวังต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง

More nightmares than flashbacks.

4:24

ฝันร้ายมากกว่าภาพความทรงจำย้อนกลับ

And um the sense of being under threat and anger. การใช้คำ

4:28

และ อืม ความรู้สึกว่าถูกคุกคามและความโกรธ

การใช้คำ

sense of being under threat: ความรู้สึกส่วนตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย

sense of being under threat ประกอบด้วย sense of ซึ่งนำเสนอสิ่งหนึ่งในฐานะความรู้สึกหรือความรับรู้ และ being under threat ซึ่งหมายถึงการอยู่ในภาวะที่อาจได้รับอันตราย under threat เป็นสำนวนเชิงนามธรรม ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่ใต้บางสิ่ง วลีนี้เน้นความรู้สึกถึงอันตรายตามการรับรู้ของบุคคล ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับบาดแผลทางใจนี้ ความรู้สึกดังกล่าวอาจดำเนินต่อไปแม้ไม่มีภัยคุกคามภายนอกอยู่ตรงหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายภาษาอังกฤษห้าคำที่หมายถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัย: After repeated break-ins, she lived with a constant ____.

ดูคำตอบ

sense of being under threat

How did you feel?

4:32

คุณรู้สึกอย่างไร?

Relief,

4:33

โล่งใจ

I think.

4:34

ผมคิดว่านะ

You know,

4:36

คุณรู้ไหม

there's a name to this. น้ำเสียง/เจตนา

4:36

สิ่งนี้มันมีชื่อเรียก

น้ำเสียง/เจตนา

there's a name to this: การได้รับการยอมรับผ่านการมีชื่อเรียก

ในประโยคนี้ there's a name to this หมายความว่า ในที่สุดประสบการณ์ที่สร้างความทุกข์ใจก็สามารถระบุได้ว่าเป็นภาวะที่มีคนรู้จักอยู่แล้ว การตั้งชื่อให้มันทำให้สิ่งที่เคยสับสนกลายเป็นสิ่งที่เข้าใจและพูดคุยกันได้ ประเด็นทางอารมณ์คือการได้รับการยอมรับและยืนยัน ผู้พูดรู้สึกโล่งใจเพราะปัญหานั้นมีอยู่จริงและอธิบายได้ ไม่ใช่เพราะเพียงแค่รู้ชื่อแล้วปัญหาจะหายไป

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ 'there's a name to this' สื่อความหมายหลักว่าอะไร

  1. ในที่สุดประสบการณ์นั้นก็สามารถระบุและเข้าใจได้
  2. ผู้พูดลืมชื่อของคนอีกคนหนึ่ง
  3. ใครบางคนต้องคิดชื่อส่วนตัวให้กับวัตถุชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ

ในที่สุดประสบการณ์นั้นก็สามารถระบุและเข้าใจได้

You might expect Fergal to call it a day at this point, โน้ต

4:37

คุณอาจคาดหวังให้ Fergal เลิกทำสิ่งนี้ ณ จุดนี้

ไวยากรณ์

You might expect Fergal to ...: การปูความคาดหมายไว้ก่อน

You might expect + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่า การคิดว่าบุคคลนั้นจะทำบางสิ่งเป็นการคาดการณ์ที่มีเหตุผล ในที่นี้ might แสดงว่าความคาดหมายนั้นยังไม่แน่นอน ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีตของ may ในการเล่าเรื่อง โครงสร้างนี้มักเสนอข้อสันนิษฐานที่ผู้ฟังน่าจะมี ก่อนจะนำเสนอสิ่งที่ตรงกันข้าม เครื่องหมายจุลภาคที่ปล่อยให้ประโยคยังไม่จบเตรียมให้ตามด้วยความคิดที่ว่าผลลัพธ์จริงแตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง might expect + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐานให้สมบูรณ์: You might ____ Lena ____ arrive early, but she was delayed.

ดูคำตอบ

expect · to

สำนวน

call it a day: หยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่

call it a day เป็นสำนวนที่หมายถึงการตัดสินใจหยุดงานหรือกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ ในประโยคนี้ ผู้ฟังคาดว่าเฟอร์กัลจะหยุดรายงานข่าวจากเขตสงคราม สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการ “เรียกบางอย่างว่าหนึ่งวัน” โดยมากหมายถึงการหยุดไว้ก่อน แต่บริบทที่กว้างขึ้นก็อาจทำให้หมายถึงการเลิกกิจกรรมนั้นอย่างถาวรได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “หยุดทำงานไว้ก่อน” ให้สมบูรณ์: We've finished everything on today's list, so let's ____.

ดูคำตอบ

call it a day

but that's not how addiction works. ลำดับความ

4:41

แต่นั่นไม่ใช่วิธีการทำงานของการเสพติด

ลำดับความ

but that's not how addiction works: ใช้การหักมุมเพื่อแก้ความคาดหมาย

but พลิกความคาดหมายที่เพิ่งสร้างไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ คนที่ใช้เหตุผลอาจหยุด แต่การเสพติดไม่ได้ดำเนินไปตามแบบแผนที่เรียบง่ายและมีเหตุผลเช่นนั้น ประโยคนี้เปลี่ยนแนวอธิบายจาก “สิ่งที่ควรเกิดขึ้น” ไปสู่ “เหตุใดสิ่งตรงกันข้ามจึงอาจเกิดขึ้น” ใน that's not how X works คำว่า how หมายถึง “วิธีที่กระบวนการหนึ่งดำเนินไป” ส่วน works ในที่นี้หมายถึง “ทำงานหรือดำเนินไป” ไม่ใช่ “มีอาชีพ” โครงสร้างนี้ใช้แก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบ กระบวนการ หรือพฤติกรรม

แบบฝึกหัด

but that's not how addiction works มีหน้าที่หลักด้านการเรียบเรียงความหมายอย่างไรในบริบทนี้?

  1. บอกว่าการเสพติดเป็นอาชีพของคนคนหนึ่ง
  2. พลิกความคาดหมายก่อนหน้าและนำเสนอกลไกที่แท้จริง
  3. ยืนยันว่าการตัดสินใจตามที่คาดไว้จะเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

พลิกความคาดหมายก่อนหน้าและนำเสนอกลไกที่แท้จริง

He just kept getting pulled back in. กริยาวลี

4:42

เขาเอาแต่ถูกดึงกลับไป

กริยาวลี

kept getting pulled back in: ถูกดึงกลับเข้าไปเกี่ยวข้องอีกครั้ง

keep + -ing แสดงว่าเหตุการณ์ดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ที่นี่ kept getting pulled back บรรยายกระบวนการที่เกิดซ้ำ เขาไม่สามารถอยู่ห่างออกมาได้ เพราะมีบางอย่างคอยดึงเขากลับไป get + คำกริยาช่องที่ 3 สร้างรูปถูกกระทำแบบ get ซึ่งเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุคคล pulled back in เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การดึงร่างกายจริง ๆ ในบริบทนี้ in หมายถึงการกลับเข้าไปทำข่าวสงครามอีกครั้ง ถ้อยคำนี้สื่อถึงแรงกดดัน แรงดึงดูด ความเคยชิน หรือแรงกระตุ้น มากกว่าการตั้งใจกลับไปอย่างเต็มที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนคนหนึ่งถูกดึงกลับเข้าไปในสถานการณ์ซ้ำ ๆ แทนที่จะเพียงเลือกกลับไปเอง

  1. After leaving the project, Leo pulled the boxes back into the office.
  2. After leaving the project, Leo kept getting pulled back into its problems.
  3. After leaving the project, Leo kept going back because he enjoyed the work.
ดูคำตอบ

After leaving the project, Leo kept getting pulled back into its problems.

Fergal had a nervous breakdown, การใช้คำ

4:46

Fergal มีอาการสติแตก

การใช้คำ

a nervous breakdown: คำเรียกแบบกว้างและไม่ใช่ศัพท์คลินิกสำหรับวิกฤตทางจิตใจอย่างรุนแรง

have a nervous breakdown เป็นสำนวนทั่วไปที่ไม่ใช่ศัพท์วินิจฉัยทางคลินิก ใช้บอกว่าความทุกข์ทางจิตใจอย่างรุนแรงทำให้คนคนหนึ่งไม่สามารถรับมือกับชีวิตหรือดำเนินชีวิตได้ตามปกติเป็นการชั่วคราว สำนวนนี้กล่าวถึงวิกฤตร้ายแรงแบบกว้าง ๆ ไม่ใช่ชื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์ชนิดใดชนิดหนึ่ง ตัวสำนวนเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกภาวะ สาเหตุ หรืออาการที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

จงพิจารณาข้อความนี้: A nervous breakdown เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของการวินิจฉัยทางคลินิกชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

a period of acute mental illness leaving him unable to cope with life. โน้ต

4:49

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอาการทางจิตอย่างรุนแรงทำให้เขาไม่สามารถรับมือกับชีวิตได้

การใช้คำ

acute mental illness: ความหมายทางการแพทย์ของ acute

ในภาษาการแพทย์ acute ใช้อธิบายภาวะหรือช่วงอาการที่เริ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ดำเนินเร็ว หรือมีระยะอาการกำเริบที่ค่อนข้างสั้น ในที่นี้ acute mental illness หมายถึงช่วงที่อาการป่วยทางจิตอยู่ในระยะเฉียบพลัน โดย acute ไม่ได้หมายถึง “หัวไว” acute บอกลักษณะการเริ่มป่วยหรือการดำเนินโรค ไม่ใช่ชื่อการวินิจฉัยในตัวเองและไม่ได้บอกเพียงความรุนแรงเท่านั้น อาการระยะเฉียบพลันอาจรุนแรงได้ ส่วน chronic มักใช้อธิบายภาวะที่ดำเนินอยู่นานหรือเกิดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ acute ในบริบททางการแพทย์ได้ถูกต้อง

  1. หมายความเสมอว่าโรคจะดำเนินต่อไปหลายปี
  2. หมายถึงช่วงของโรคที่เริ่มอย่างฉับพลัน ดำเนินเร็ว หรือกำเริบเป็นเวลาค่อนข้างสั้น
  3. หมายความว่าผู้ป่วยมีไหวพริบหรือคิดได้รวดเร็วเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

หมายถึงช่วงของโรคที่เริ่มอย่างฉับพลัน ดำเนินเร็ว หรือกำเริบเป็นเวลาค่อนข้างสั้น

วลี

unable to cope with life: สูญเสียความสามารถในการรับมือกับชีวิตประจำวัน

Unable to cope with life หมายถึงบุคคลหนึ่งไม่สามารถจัดการกับความกดดัน ความรับผิดชอบ หรือความต้องการพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ โครงสร้าง be unable to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ไม่สามารถทำบางสิ่งได้” และ cope with หมายถึง “รับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก” life ในที่นี้หมายถึงชีวิตประจำวันโดยรวม ไม่ใช่ชีวิตในความหมายทางชีววิทยา วลีนี้สื่อว่าความสามารถในการใช้ชีวิตตามปกติลดลงอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพียงความเครียดทั่วไปหรือวันที่ยุ่งมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึงความต้องการในชีวิตประจำวันกลายเป็นสิ่งที่รับมือไม่ได้: After months of overwhelming stress, he was ____.

ดูคำตอบ

unable to cope with life

After the terrible things Fergal had witnessed,

4:54

หลังจากเรื่องเลวร้ายที่ Fergal ได้พบเห็น

you might expect him to call it a day,

4:56

คุณอาจคาดหวังให้เขา call it a day (พอแค่นี้)

a phrase meaning to decide to stop what you're doing.

4:59

เป็นวลีที่หมายถึง การตัดสินใจหยุดสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่

But Fergal's addiction made that impossible. ไวยากรณ์

5:02

แต่อาการเสพติดของ Fergal ทำให้สิ่งนั้นเป็นไปไม่ได้

ไวยากรณ์

addiction made that impossible: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน made that impossible คำว่า made หมายถึง “ทำให้เป็น” ไม่ใช่ “ผลิต” โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย Fergal's addiction เป็นสาเหตุ that เป็นกรรม และ impossible บอกสภาพที่เป็นผลตามมา ในที่นี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงการหยุดรายงานข่าวสงคราม โดยทั่วไปโครงสร้างนี้ใช้บอกว่าบางสิ่งทำให้คน สิ่งของ หรือสถานการณ์มีคุณสมบัติบางอย่าง เช่น make it difficult, make the problem worse และ make the meaning clear

แบบฝึกหัด

เรียงคำว่า made, it และ impossible ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The locked gate ____ for us to enter.

ดูคำตอบ

made it impossible

After his diagnosis of PTSD, วลี

5:05

หลังจากการวินิจฉัยว่าเป็น PTSD

วลี

diagnosis of PTSD: โครงสร้างคำนาม diagnosis + of

Diagnosis เป็นคำนาม โครงสร้าง a diagnosis of + โรคหรือภาวะ และ someone's diagnosis of + โรคหรือภาวะ ใช้ระบุโรคหรือภาวะที่บุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัย ในที่นี้ of PTSD ระบุว่าเป็นการวินิจฉัยภาวะใด After his diagnosis of PTSD เป็นวลีบอกเวลาที่อยู่ต้นประโยค หมายความว่าเหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้รับการวินิจฉัยนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีคำนามด้วยคำบุพบทที่ใช้ตามปกติ: The specialist confirmed a diagnosis ____ asthma.

ดูคำตอบ

of

he got support and was able to stay away from booze and war. กริยาวลี

5:07

เขาได้รับการสนับสนุนและสามารถอยู่ห่างจากเหล้าและสงครามได้

กริยาวลี

stay away from booze and war: หลีกเลี่ยงสิ่งหรือกิจกรรมที่เป็นอันตราย

stay away from หมายถึงหลีกเลี่ยงการติดต่อกับบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหนึ่ง สำนวนนี้ใช้บอกระยะห่างทางกายภาพได้ แต่ในที่นี้หมายถึงการเลือกไม่กลับไปทำพฤติกรรมบางอย่าง ในประโยคนี้ booze หมายถึงแอลกอฮอล์ ส่วน war หมายถึงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรายงานข่าวสงคราม การได้รับความช่วยเหลือทำให้เขาหลีกเลี่ยงทั้งการดื่มและการกลับไปใช้ชีวิตที่มีสงครามเป็นศูนย์กลาง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: To protect his recovery, he decided to ____ alcohol.

ดูคำตอบ

stay away from

OK,

5:12

โอเค

it's time to reveal the answer to my question. วลี

5:12

ถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของผมแล้ว

วลี

it's time to reveal the answer: ประกาศเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

it's time to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทำสิ่งหนึ่งแล้ว ในที่นี้ reveal the answer หมายถึงเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้บอก ประโยคนี้ยังช่วยพารายการเข้าสู่ช่วงถัดไปด้วย กล่าวคือการคาดเดาหรือการพูดคุยจบลง แล้วจึงให้คำตอบ to เป็นเครื่องหมายของ infinitive ดังนั้นคำที่ตามมาจึงเป็นกริยารูปพื้นฐาน reveal ไม่ใช่ revealing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนช่วงด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียน: The votes are counted; ____ announce the winner.

ดูคำตอบ

it's time to

I asked about the name of the PTSD-like condition suffered by soldiers during World War I.

5:15

ผมถามเกี่ยวกับชื่อของภาวะคล้าย PTSD ที่ทหารได้รับผลกระทบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

And I said it was shell shock.

5:21

และฉันบอกว่ามันคือ ภาวะช็อกจากการสู้รบ (shell shock)

Which was the correct answer.

5:23

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Right,

5:26

เอาล่ะ

let's recap the vocabulary we've learned from the extraordinary life of Fergal Keane, ลำดับความ

5:26

มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ Fergal Keane

ลำดับความ

Let's recap the vocabulary we've learned: สัญญาณเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ

Let's recap ... เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ คำว่า Let's ชวนผู้ฟังให้ทำร่วมกัน ส่วน recap หมายถึงการย้อนดูประเด็นสำคัญ ไม่ใช่การพูดซ้ำทั้งหมด the vocabulary we've learned เป็นวลีนามที่ระบุว่าสิ่งที่จะทบทวนคือคำศัพท์ที่ได้เรียนไปแล้ว สัญญาณเชื่อมแบบนี้ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าบทเรียน การประชุม หรือรายการกำลังเข้าสู่ช่วงสรุป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดในการบอกว่าจะทบทวนสั้น ๆ ก่อนจบการประชุม

  1. Before we close, let's repeat the entire meeting word for word.
  2. Before we close, let's introduce several unrelated topics.
  3. Before we close, let's recap the main decisions.
ดูคำตอบ

Before we close, let's recap the main decisions.

the war correspondent who suffered PTSD or post-traumatic stress disorder,

5:31

ผู้สื่อข่าวสงครามที่ทนทุกข์ทรมานจาก PTSD หรือภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง

a mental illness experienced after violent or shocking events. ไวยากรณ์

5:37

ความเจ็บป่วยทางจิตที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์รุนแรงหรือน่าตกใจ

ไวยากรณ์

experienced after ...: วลี past participle ที่ตามหลังคำนาม

Experienced after violent or shocking events เป็นวลี past participle ที่วางหลัง a mental illness และขยายคำว่า illness โดยสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า a mental illness that is experienced after violent or shocking events ดังนั้น experienced จึงไม่ใช่กริยาหลักรูปอดีตของประโยค โครงสร้างย่อนี้รวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ใช้นิยามความเจ็บป่วยไว้ในวลีนามที่กระชับ ซึ่งพบได้บ่อยในคำนิยามและคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

experienced after violent or shocking events ในตัวอย่างทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไร

  1. กริยาหลักรูปอดีตที่มี events เป็นประธาน
  2. วลี past participle ที่ขยาย a mental illness
  3. ประโยคคำสั่งที่บอกให้ผู้อ่านไปเผชิญเหตุการณ์เหล่านั้น
ดูคำตอบ

วลี past participle ที่ขยาย a mental illness

A nightmare is an upsetting or frightening dream.

5:41

nightmare (ฝันร้าย) คือความฝันที่ทำให้ไม่สบายใจหรือน่าหวาดกลัว

Psychiatrist is a type of doctor who specialises in mental illness.

5:44

Psychiatrist (จิตแพทย์) คือแพทย์ประเภทหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านความเจ็บป่วยทางจิต

Booze is slang for alcohol. การใช้คำ

5:49

Booze เป็นคำสแลงที่แปลว่า แอลกอฮอล์

การใช้คำ

slang for alcohol: บอกว่าเป็นคำไม่เป็นทางการ

X is slang for Y หมายความว่า X เป็นคำหรือสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกแนวคิดเดียวกับ Y ในประโยคนี้ booze เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียก alcohol ส่วน alcohol เป็นคำที่เป็นกลางกว่า โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกแค่ความหมาย แต่ยังบอกระดับภาษา ให้เข้าใจว่า booze เป็นภาษาพูด และไม่ควรคิดว่าใช้ได้ในทุกสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย booze ได้ถูกต้องโดยใช้โครงสร้าง X is slang for Y

  1. Booze is slang for alcohol.
  2. Booze is an abbreviation for alcohol.
  3. Booze is the formal term for alcohol.
ดูคำตอบ

Booze is slang for alcohol.

A breakdown is an acute period of psychological illness leaving you unable to cope with life.

5:51

breakdown (อาการสติแตก) คือช่วงเวลาเฉียบพลันของความเจ็บป่วยทางจิตวิทยาที่ทำให้คุณไม่สามารถรับมือกับชีวิตได้

And finally,

5:57

และสุดท้าย

the phrase call it a day means to stop what you're doing because you no longer want to.

5:58

วลี call it a day หมายถึง การหยุดสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่เพราะคุณไม่ต้องการทำอีกต่อไป

Once again,

6:04

อีกครั้ง

our six minutes are up. ลำดับความ

6:05

หมดเวลา 6 นาทีของเราแล้ว

ลำดับความ

our six minutes are up: บอกว่าช่วงเวลาที่กำหนดสิ้นสุดลง

วลี our six minutes are up หมายความว่าเวลาหกนาทีที่จัดสรรให้เราสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อพูดถึงเวลาที่มีขีดจำกัด be up หมายถึงเวลาจบลงหรือถึงขีดจำกัด ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน วลีนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณปิดท้าย บอกผู้ฟังว่าช่วงรายการที่จำกัดเวลานี้ต้องจบลง Once again แสดงว่านี่เป็นคำปิดท้ายที่เกิดขึ้นซ้ำในรายการ แต่รูปแบบการบอกเวลานี้ใช้ได้กับการสอบ ชั้นเรียน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีเวลาจำกัดด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be up ได้ถูกต้องเพื่อประกาศว่าเวลาที่จัดสรรไว้หมดลงแล้ว

  1. Time is available, so please put down your pens.
  2. Time is up, so please put down your pens.
  3. Time is starting, so please put down your pens.
ดูคำตอบ

Time is up, so please put down your pens.

Goodbye for now.

6:06

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Goodbye.

6:07

ลาก่อน

Six Minute English from the BBC.

6:09

Six Minute English จาก BBC