เด็ก ๆ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
880 คำ 154 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เยาวชนพูดถึงความวิตกกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศ ความผิดหวังที่ผู้ใหญ่และรัฐบาลไม่ลงมือทำ และความขัดแย้งระหว่างคนต่างรุ่น รายการชี้ว่าการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและสม่ำเสมอ โดยผู้ใหญ่ยอมรับได้ว่ายังไม่มีคำตอบทั้งหมด จะช่วยเปลี่ยนการหลีกเลี่ยงปัญหาเป็นการร่วมกันหาทางออก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. In survey after survey, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้ว่าการใช้คำนามเดิมซ้ำช่วยเน้นว่าผลแบบเดียวกันปรากฏครั้งแล้วครั้งเล่าในงานสำรวจจำนวนมาก จึงทำให้เหตุผลมีน้ำหนักจากหลักฐานที่สะสมขึ้น สามารถนำโครงสร้างนี้ไปสรุปแนวโน้มที่สอดคล้องกันในรายงาน บทสัมภาษณ์ การทดลอง หรือประสบการณ์ที่เกิดซ้ำได้ 2. just sort of freaks me out. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่เป็นธรรมชาติว่าเรื่องหนึ่งทำให้กลัว ทุกข์ใจ หรือสับสนทางอารมณ์ คำว่า just sort of ทำให้น้ำเสียงดูเป็นธรรมชาติและเป็นแบบคนรุ่นใหม่ พร้อมลดความแข็งลงเล็กน้อย แต่ยังสื่อปฏิกิริยาส่วนตัวที่แรงกว่าการพูดกลาง ๆ ว่า “ทำให้ฉันกังวล” 3. by sharing ideas, we can work things out — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค ใช้ by ตามด้วยคำกริยารูป -ing เพื่อบอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมการลงมือทำร่วมกันเข้ากับผลที่เป็นรูปธรรม และนำเสนอว่าปัญหาที่ยากเป็นสิ่งที่หลายคนสามารถทำความเข้าใจหรือแก้ไขร่วมกันได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม นีล

And I'm Beth.

0:11

และฉัน เบธ

Many of those leading the fight against climate change วลี

0:13

หลายคนที่เป็นผู้นำในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

are young people who feel betrayed by politicians and adults. น้ำเสียง/เจตนา

0:16

คือคนหนุ่มสาวที่รู้สึกว่าถูกหักหลังโดยนักการเมืองและผู้ใหญ่

วลี

leading the fight against climate change: เป็นผู้นำในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Lead the fight against + ปัญหาหรือภัยคุกคาม หมายถึงการมีบทบาทนำในความพยายามที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อหยุดหรือลดปัญหานั้น ในที่นี้ fight เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการลงมืออย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่การต่อสู้ทางร่างกาย ในประโยค leading the fight against climate change เป็นวลีปัจจุบันกริยาที่ขยาย those วลีนี้ระบุว่ากำลังกล่าวถึงคนกลุ่มใด และนำเสนอว่าพวกเขาอยู่แนวหน้าของความพยายามดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ให้ถูกต้อง: Neighborhood groups are ____ food waste.

ดูคำตอบ

leading the fight against

น้ำเสียง/เจตนา

feel betrayed by politicians and adults: รู้สึกว่าถูกนักการเมืองและผู้ใหญ่หักหลัง

Feel betrayed by someone หมายถึงการรู้สึกว่าบุคคลหรือกลุ่มนั้นทำลายความไว้วางใจของคุณ ไม่ทำหน้าที่สำคัญที่ควรทำ หรือทำสิ่งที่ขัดกับสิ่งที่คุณมีสิทธิ์คาดหวัง สำนวนนี้มีทั้งความเจ็บปวดและการตำหนิ ไม่ใช่แค่ความไม่พอใจ ในประโยคนี้ by politicians and adults ระบุว่าคนหนุ่มสาวมองว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ Betrayed เป็นกริยาช่องสามที่ใช้หลัง feel เพื่อบรรยายสภาวะอารมณ์ของคนหนุ่มสาว

แบบฝึกหัด

เพื่อนทำผิดพลาดเล็กน้อยหนึ่งครั้งระหว่างเล่นเกม โดยปกติแล้วเหมาะไหมที่จะพูดว่า 'I feel betrayed by my friend'?

  1. เหมาะสม
  2. โดยปกติไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

โดยปกติไม่เหมาะสม

In survey after survey, ลำดับความ

0:21

ในผลสำรวจแล้วผลสำรวจเล่า

children report feeling that they have no future, ไวยากรณ์

0:22

เด็กๆ รายงานว่ารู้สึกว่าตนเองไม่มีอนาคต

that humanity is doomed,

0:25

ว่ามนุษยชาติถึงคราวพินาศ

and that governments are failing to act.

0:27

และรัฐบาลต่างๆ ล้มเหลวในการลงมือทำ

ลำดับความ

In survey after survey: วางกรอบด้วยหลักฐานที่ปรากฏซ้ำ

วลีนี้ใช้รูปแบบ “คำนามเอกพจน์ + after + คำนามเอกพจน์คำเดิม” เพื่อสื่อว่า “ในการสำรวจหลายครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า” ไม่ได้หมายถึงการสำรวจเพียงสองครั้งพอดี เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบของหลักฐานก่อนกล่าวข้อสรุปหลัก โดยชี้ว่าผลโดยรวมแบบเดียวกันปรากฏซ้ำ ๆ ทำให้ข้อสรุปฟังดูสอดคล้องและมีหลักฐานรองรับดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ “คำนามเอกพจน์ + after + คำนามคำเดิม” เพื่อสื่อว่า “ในการสำรวจหลายครั้งซ้ำ ๆ”: In ____, participants gave the same answer.

ดูคำตอบ

survey after survey

ไวยากรณ์

that ..., that ..., and that ...: เนื้อหาแบบขนานหลัง report feeling

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ทั้งสามส่วนประกอบกันเป็นรายการแบบขนาน แต่ละอนุประโยคบอกสิ่งหนึ่งที่เด็ก ๆ รายงานว่ารู้สึก ดังนั้นทั้งสามส่วนจึงยังอยู่ภายใต้ report feeling ไม่ได้เริ่มข้อความใหม่แยกจากกัน การใช้ that ซ้ำจะบอกจุดเริ่มต้นของแต่ละรายการที่ยาว ช่วยให้ผู้ฟังติดตามข้อมูลที่แน่นได้ง่ายขึ้น และแสดงว่าอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ that ซ้ำเพื่อขึ้นต้นอนุประโยคแบบขนานแต่ละส่วน: Residents reported feeling ____ the streets were unsafe, ____ services were declining, and ____ officials were ignoring them.

ดูคำตอบ

that · that · that

This is causing many young people to feel worried

0:30

สิ่งนี้ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากรู้สึกกังวล

about the state of the planet.

0:33

เกี่ยวกับสภาพของโลก

There's even a name for it,

0:34

ถึงกับมีชื่อเรียกสิ่งนี้ว่า

climate anxiety. การใช้คำ

0:36

ความวิตกกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศ (climate anxiety)

การใช้คำ

climate anxiety: ความวิตกกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศ

Climate anxiety หมายถึงความกังวล ความกลัว หรือความรู้สึกไร้อำนาจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยความรู้สึกเหล่านี้มักดำเนินต่อเนื่อง ในคำนามประสมนี้ climate บอกที่มาของ anxiety ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเรียกแรงกดดันทางจิตใจที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่ความกังวลเรื่องอากาศในวันใดวันหนึ่ง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ climate anxiety

  1. เธอรู้สึกหนาวทุกครั้งที่เปิดหน้าต่างห้องเรียน
  2. เธอมักรู้สึกทุกข์ใจเมื่อคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจกระทบอนาคตของเธออย่างไร
  3. เธอกังวลเพราะฝนอาจทำให้การแข่งขันวันนี้ถูกยกเลิก
ดูคำตอบ

เธอมักรู้สึกทุกข์ใจเมื่อคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจกระทบอนาคตของเธออย่างไร

And it's also creating conflict between adults and children วลี

0:38

และมันยังสร้างความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก

in families and schools.

0:41

ในครอบครัวและโรงเรียนอีกด้วย

วลี

create conflict between A and B: ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง A กับ B

Create conflict between A and B หมายถึงทำให้คนหรือกลุ่มสองฝ่ายเกิดความไม่เห็นด้วย ความตึงเครียด หรือการโต้เถียง คำว่า creating ในคำบรรยายแสดงว่าความขัดแย้งกำลังก่อตัวขึ้นจากสถานการณ์นั้น โครงสร้างคือ create conflict between + ฝ่าย A + and + ฝ่าย B คำว่า conflict ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความรุนแรง แต่อาจหมายถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดหรือความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง create conflict between A and B โดยใส่ parents ก่อน teachers: The sudden rule change created ____.

ดูคำตอบ

conflict between parents and teachers

What's certain is that a solution to the climate emergency โน้ต

0:43

สิ่งที่แน่นอนก็คือ วิธีแก้ปัญหาสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ

needs the cooperation of everyone,

0:46

ต้องการความร่วมมือจากทุกคน

การใช้คำ

climate emergency: มองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวิกฤตเร่งด่วน

Climate emergency เป็นการเรียกสถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศว่าเป็นวิกฤตร้ายแรงที่ดำเนินต่อเนื่องและต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในสำนวนนี้ emergency ไม่ได้หมายถึงอุบัติเหตุสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว แต่หมายถึงอันตรายต่อสาธารณะและทั่วโลกที่ยังคงดำเนินอยู่ สำนวนนี้มีน้ำหนักแรงกว่าและแสดงการประเมินชัดเจนกว่า climate change ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกว่าสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลง แต่ยังเน้นความร้ายแรงและความจำเป็นที่จะต้องลงมืออย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เมื่อเทียบกับ climate change แล้ว climate emergency มักเพิ่มความหมายใด

  1. หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงช่วงเดียวที่มีอากาศผิดปกติ
  2. ปัญหาสภาพภูมิอากาศร้ายแรงน้อยกว่าและไม่ต้องตอบสนองทันที
  3. สถานการณ์นี้เป็นวิกฤตร้ายแรงที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน
ดูคำตอบ

สถานการณ์นี้เป็นวิกฤตร้ายแรงที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

both old and young.

0:48

ทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาว

ลำดับความ

What's certain is that...: นำเสนอข้อสรุปที่แน่นอน

What's certain is that... ใช้นำเสนอข้อสรุปที่ผู้พูดเห็นว่าเป็นความจริงอย่างแน่นอน What's certain หมายถึงสิ่งที่แน่นอน และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามที่ใช้ what คำขึ้นต้นนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยให้ข้อสรุปที่หนักแน่นก่อนรายละเอียด ในประโยคนี้ ข้อสรุปที่แน่นอนคือการแก้ไขภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยความร่วมมือจากคนทุกวัย

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้น What's certain is that... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ถามให้ผู้ฟังตัดสินว่าอะไรเป็นความจริง
  2. นำเสนอข้อสรุปที่ผู้พูดระบุว่าเป็นความจริงอย่างแน่นอน
  3. แสดงว่าข้อความต่อไปเป็นเพียงการคาดเดา
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อสรุปที่ผู้พูดระบุว่าเป็นความจริงอย่างแน่นอน

So, can talking honestly about the climate

0:50

ดังนั้น การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ

help mend the divisions between generations? วลี

0:53

จะช่วยประสานรอยร้าวระหว่างวัยได้หรือไม่?

วลี

mend the divisions between generations: สมานความแตกแยกระหว่างคนต่างรุ่น

ในที่นี้ mend ใช้เชิงอุปมา หมายถึงซ่อมแซมหรือทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมที่เสียหายดีขึ้น ส่วน the divisions between generations หมายถึงความเห็นต่าง ความไม่ไว้วางใจ หรือระยะห่างที่แบ่งคนต่างวัยออกจากกัน ในโครงสร้าง help mend the divisions between X and Y คำว่า help แสดงว่าการกระทำหนึ่งมีส่วนช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งทั้งหมดจะหายไป โครงสร้างนี้ใช้กับความแตกแยกระหว่างครอบครัว ทีม ชุมชน หรือกลุ่มการเมืองได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าการประชุมเป็นประจำช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่เสียหายระหว่างกลุ่มชุมชนสองกลุ่ม

  1. Regular meetings helped mend the divisions between the two neighborhood groups.
  2. Regular meetings helped fix the groups between the two divisions.
  3. Regular meetings helped divide the mending between the two neighborhood groups.
ดูคำตอบ

Regular meetings helped mend the divisions between the two neighborhood groups.

That's what we'll be discussing in this program ลำดับความ

0:56

นั่นคือสิ่งที่เราจะพูดคุยกันในรายการนี้

along with some useful new vocabulary.

0:59

พร้อมกับคำศัพท์ใหม่ที่เป็นประโยชน์

ลำดับความ

That's what we'll be discussing ... along with ...: เกริ่นหัวข้อหลักและเนื้อหาเพิ่มเติม

ประโยคนี้เป็นคำบอกทางของเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่าส่วนถัดไปของรายการจะจัดไว้อย่างไร That's ย้อนกลับไปอ้างถึงคำถามหรือหัวข้อที่เพิ่งเกริ่นไว้ ส่วน what we'll be discussing ระบุว่านั่นคือหัวข้อหลักที่จะกล่าวถึงต่อไป along with เพิ่มอีกสิ่งหนึ่งที่จะรวมอยู่ด้วย หัวข้อหลักยังคงเป็นเรื่องที่เพิ่งประกาศว่าจะพูดคุย ส่วน some useful new vocabulary เป็นเนื้อหาประกอบ สามารถนำโครงสร้าง That's what we'll be ... , along with ... ไปใช้เกริ่นเนื้อหาของการบรรยาย บทเรียน พอดแคสต์ หรือวิดีโอได้

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในรายการ

  1. ประโยคนี้เกริ่นหัวข้อหลักและเพิ่มอีกส่วนหนึ่งที่จะรวมอยู่ในรายการด้วย
  2. ประโยคนี้บอกว่าการพูดคุยและช่วงคำศัพท์จบไปแล้ว
  3. ประโยคนี้แทนที่หัวข้อหลักด้วยบทเรียนคำศัพท์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เกริ่นหัวข้อหลักและเพิ่มอีกส่วนหนึ่งที่จะรวมอยู่ในรายการด้วย

But first, I have a question for you, Neil.

1:01

แต่ก่อนอื่น ผมมีคำถามสำหรับคุณ นีล

Many young people's hopes and fears about climate change

1:04

ความหวังและความกลัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

are symbolized by the Swedish activist Greta Thunberg. วัฒนธรรม

1:07

เป็นสัญลักษณ์ของนักกิจกรรมชาวสวีเดน เกรตา ทุนเบิร์ก

วัฒนธรรม

are symbolized by Greta Thunberg: เป็นตัวแทนของความหวังและความกลัวในวงกว้าง

ในประโยคนี้ are symbolized by หมายถึง “มี...เป็นตัวแทนหรือผู้สะท้อนให้เห็น” เกรตา ทุนแบร์กถูกนำเสนอเป็นบุคคลที่มองเห็นได้ชัดเจนและเป็นตัวแทนของความหวังกับความกลัวในวงกว้างของคนหนุ่มสาวจำนวนมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นผู้สร้างความรู้สึกเหล่านั้น โครงสร้างกรรมวาจก X is symbolized by Y ทำให้ Y เป็นบุคคล สิ่งของ หรือภาพที่ใช้แทน X ในที่นี้ X คือความหวังและความกลัว ส่วน Y คือเกรตา ทุนแบร์ก เกรตา ทุนแบร์กเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศชาวสวีเดนที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการเคลื่อนไหวของเยาวชน ข้อมูลพื้นฐานสั้น ๆ นี้อธิบายว่าทำไมรายงานจึงมอบบทบาทเชิงสัญลักษณ์นี้ให้เธอ

แบบฝึกหัด

are symbolized by the Swedish activist Greta Thunberg ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เกรตา ทุนแบร์กวาดภาพของความหวังและความกลัวเหล่านั้น
  2. เกรตา ทุนแบร์กสร้างความหวังและความกลัวเหล่านั้นทั้งหมดด้วยตัวเอง
  3. เกรตา ทุนแบร์กเป็นตัวแทนของความหวังและความกลัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดูคำตอบ

เกรตา ทุนแบร์กเป็นตัวแทนของความหวังและความกลัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

These days, Greta travels the world

1:11

ทุกวันนี้ เกรตาเดินทางไปทั่วโลก

speaking about the climate emergency,

1:14

เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ

but her protests started much smaller วลี

1:16

แต่การประท้วงของเธอเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ

in her hometown, Stockholm.

1:19

ในบ้านเกิดของเธอที่กรุงสตอกโฮล์ม

วลี

protests started much smaller: เปรียบเทียบขนาดในช่วงเริ่มต้นกับช่วงต่อมา

started much smaller เปรียบเทียบจุดเริ่มต้นที่มีขนาดเล็กของการประท้วงกับขนาดที่ใหญ่ขึ้นในภายหลัง คำว่า smaller หมายถึงขนาดหรือขอบเขตของการประท้วง ไม่ใช่อายุหรือขนาดร่างกายของบุคคล แม้ในวลีจะไม่ได้กล่าวถึงช่วงหลังโดยตรง แต่เข้าใจส่วนที่นำมาเปรียบเทียบได้จากบริบท much ขยายความหมายของคำเปรียบเทียบขั้นกว่า smaller ให้หมายถึง “เล็กกว่ามาก” ต้องใช้ much + comparative ไม่ใช่ very + comparative ดังนั้น much smaller จึงถูกต้อง ส่วน very smaller ไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “เริ่มต้นในระดับที่เล็กกว่ามาก” ให้สมบูรณ์: The project is national now, but it ____, with only three volunteers.

ดูคำตอบ

started much smaller

So, how did Greta Thunberg's climate activism begin?

1:22

ดังนั้น การเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศของเกรตา ทุนเบิร์ก เริ่มต้นอย่างไร?

Did she,

1:26

เธอ

A, plant trees in her school garden,

1:27

A ปลูกต้นไม้ในสวนของโรงเรียน

B, skip school on Fridays,

1:30

B โดดเรียนในวันศุกร์

or C, recycle her school's plastic waste?

1:33

หรือ C รีไซเคิลขยะพลาสติกในโรงเรียนของเธอ?

Hmm, I think Greta Thunberg went on strike วลี

1:37

อืม ผมคิดว่าเกรตา ทุนเบิร์ก ทำการประท้วงหยุดเรียน

and skipped school on Fridays. วลี

1:40

และโดดเรียนในวันศุกร์

วลี

went on strike: รูปอดีตของ go on strike

go on strike เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงหยุดทำงาน หรือในขบวนการของนักเรียนคือหยุดเข้าเรียน เพื่อประท้วงอย่างตั้งใจ went เป็นรูปอดีตของ go ดังนั้น went on strike จึงบอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นในอดีต คำบุพบทในสำนวนนี้ต้องใช้ on ที่นี่ strike หมายถึงการหยุดเรียนประท้วง คือไม่เข้าเรียนเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง ไม่ได้หมายถึงการตีสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: After talks failed, the workers went ____.

ดูคำตอบ

on strike

วลี

skipped school on Fridays: ตั้งใจขาดเรียนทุกวันศุกร์

skip school หมายถึงตั้งใจไม่ไปโรงเรียนทั้งที่ควรไป skipped เป็นรูปอดีตแบบธรรมดา ตรงนี้ school ไม่ใช้คำนำหน้านาม เพราะหมายถึงกิจกรรมการไปเรียน ไม่ใช่อาคารโรงเรียนแห่งใดแห่งหนึ่ง on Fridays หมายถึงการกระทำนั้นเกิดซ้ำในวันศุกร์ หรือเท่ากับ every Friday ตัววลี skip school ไม่ได้บอกเหตุผลของการขาดเรียนเอง ในประโยคนี้บริบทรอบข้างบอกว่าเหตุผลคือการประท้วง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo ตั้งใจไม่ไปโรงเรียนทุกวันศุกร์

  1. Leo skipped school on Friday.
  2. Leo skipped school on Fridays.
  3. Leo skipped the school on Fridays.
ดูคำตอบ

Leo skipped school on Fridays.

Okay, Neil.

1:42

ตกลง นีล

I will reveal the correct answer later in the program.

1:43

ฉันจะเปิดเผยคำตอบที่ถูกต้องในภายหลังในรายการ

One recent survey showed that three quarters การใช้คำ

1:46

ผลสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่าสามในสี่

or more of young people in the UK

1:49

หรือมากกว่านั้นของคนหนุ่มสาวในสหราชอาณาจักร

feel the future is frightening.

1:51

รู้สึกว่าอนาคตนั้นน่ากลัว

การใช้คำ

three quarters or more: มี 75% เป็นขอบเขตล่าง

Three quarters หมายถึง 3 ส่วนจากทั้งหมด 4 ส่วนที่เท่ากัน หรือ 75% เมื่อเติม or more ค่า 75% จะเป็นค่าต่ำสุด ดังนั้นสัดส่วนจริงอาจเท่ากับ 75% พอดีหรือสูงกว่านั้นก็ได้ ใน three quarters of young people คำว่า of เชื่อมสัดส่วนเข้ากับกลุ่มที่นำมาวัด ในที่นี้ quarters หมายถึงส่วนย่อยแบบเศษส่วนของสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลา 15 นาทีหรือที่พักอาศัย

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า three quarters or more of the residents support the plan ข้อใดตีความได้ถูกต้อง

  1. ผู้สนับสนุนต้องมากกว่า 75% ดังนั้น 75% พอดีจึงไม่รวมอยู่ด้วย
  2. มีผู้สนับสนุน 75% หรือมากกว่า
  3. มีผู้สนับสนุน 72%
ดูคำตอบ

มีผู้สนับสนุน 75% หรือมากกว่า

Here, Immie, aged 14, and Milly, 11,

1:54

ที่นี่ อิมมี่ วัย 14 ปี และมิลลี่ วัย 11 ปี

share some of their fears with BBC Ideas.

1:58

แบ่งปันความกลัวบางส่วนของพวกเขากับ BBC Ideas

If climate change were like an animal or a plant, ไวยากรณ์

2:02

หากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเหมือนสัตว์หรือพืช

I think it'd be some sort of parasite สำนวน

2:04

ฉันคิดว่ามันคงเป็นเหมือนปรสิต (parasite) บางชนิด

ไวยากรณ์

If ... were like ... เพื่อสร้างการเปรียบเทียบในจินตนาการ

อนุประโยค If climate change were like an animal or a plant ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการการเปรียบเทียบที่ไม่เป็นจริง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตจริง ๆ แต่การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้ผู้พูดใช้ภาพที่เป็นรูปธรรมมาอธิบายได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + ประธาน + were like + คำนาม ในที่นี้ were แสดงสถานการณ์สมมติ ไม่ได้แสดงอดีต อนุประโยคที่ตามมาสามารถบอกผลลัพธ์หรือความเห็นในจินตนาการ โดยมักใช้ would และใน it'd ตัว 'd หมายถึง would

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบในจินตนาการด้วยโครงสร้างมาตรฐาน were like: If patience ____ a muscle, we could strengthen it through practice.

ดูคำตอบ

were like

because it's the only thing that's actually growing

2:07

เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่กำลังเติบโตจริงๆ

สำนวน

some sort of parasite ในฐานะคำเปรียบเทียบ

ในที่นี้ some sort of parasite เป็นคำเปรียบเทียบ ผู้พูดมองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่าเป็นสิ่งที่เติบโตต่อไป ราวกับว่ามันอาศัยโลกของสิ่งมีชีวิตรอบตัวและทำอันตรายต่อโลกนั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นสัตว์หรือพืชจริง ๆ some sort of หมายถึง “ประเภทหนึ่ง โดยไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นประเภทใด” จึงทำให้การเปรียบเทียบเป็นแบบคร่าว ๆ กล่าวคือ parasite เป็นภาพที่เข้ากับความคิดของผู้พูดมากที่สุด ไม่ใช่การจัดประเภททางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

some sort of parasite สื่อถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสัตว์ที่เพิ่งถูกค้นพบจริง ๆ
  2. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าปรสิตสามารถเติบโตได้หรือไม่
  3. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เติบโตพร้อมกับทำร้ายโลกรอบตัว
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เติบโตพร้อมกับทำร้ายโลกรอบตัว

and getting bigger while everything else starts dying off. กริยาวลี

2:11

และใหญ่ขึ้นในขณะที่สิ่งอื่นๆ เริ่มล้มตาย

กริยาวลี

dying off: การตายอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกลุ่ม

Die off หมายถึงสมาชิกจำนวนมากในกลุ่มตายในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้กลุ่มมีขนาดเล็กลงมากหรืออาจหายไป คำนี้เพิ่มความหมายของกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นทั่วทั้งกลุ่ม ซึ่งคำกริยาธรรมดา die ไม่จำเป็นต้องสื่อ ในประโยคนี้ starts dying off ตรงข้ามกับ growing and getting bigger ส่วน off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของกริยาวลีที่หมายถึงสมาชิกจำนวนมากในกลุ่มค่อย ๆ ตาย: After the lake became polluted, the fish began ____.

ดูคำตอบ

dying off

I think climate change is like really scary

2:15

ฉันคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเหมือนสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ

and the fact that lots of people aren't doing much about it ไวยากรณ์

2:18

และความจริงที่ว่าคนจำนวนมากไม่ได้ทำอะไรกับมันมากนัก

just sort of freaks me out. สำนวน

2:22

ก็ทำให้ฉันสติแตก (freaks me out)

ไวยากรณ์

the fact that: มองอนุประโยคทั้งส่วนเป็นข้อมูลหนึ่งเรื่อง

the fact that ใช้นำอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของข้อเท็จจริง ในที่นี้ that lots of people aren't doing much about it บอกว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร โดย that เป็นคำเชื่อมเนื้อหา ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่หมายถึง “อันนั้น” วลีทั้งหมด the fact that lots of people aren't doing much about it เป็นประธานของ freaks โครงสร้างนี้ช่วยให้มองสถานการณ์ที่สมบูรณ์ทั้งเรื่องเป็นข้อมูลหนึ่งหน่วย ซึ่งสามารถนำมาพูดถึง ประเมิน หรือแสดงปฏิกิริยาได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสามคำที่นำเสนอสถานการณ์เป็นข้อเท็จจริงและทำให้เป็นประธาน: ____ nobody checked the warning worried the whole team.

ดูคำตอบ

The fact that

สำนวน

just sort of freaks me out: ลดน้ำหนักของปฏิกิริยาทางอารมณ์แบบไม่เป็นทางการ

freak someone out เป็น phrasal verb แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงทำให้คนนั้นรู้สึกกลัว ไม่สบายใจอย่างมาก หรือตกใจ ใน freaks me out คำว่า me คือคนที่รู้สึกเช่นนั้น ไม่ได้หมายถึง “ทำให้ฉันดูแปลก” sort of ช่วยลดน้ำหนักของคำพูดในความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ในแง่หนึ่ง” ส่วน just แสดงว่านี่คือปฏิกิริยาตรง ๆ ของผู้พูด แม้จะมีคำช่วยลดน้ำหนัก freaks me out ก็ยังมีอารมณ์เข้มข้นและแรงกว่าเพียงแค่ worries me

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ just sort of และรูปที่ถูกต้องของ freak someone out: The thought of getting lost at night ____.

ดูคำตอบ

just sort of freaks me out

The environment is definitely very special

2:24

สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่พิเศษมากอย่างแน่นอน

because if we get rid of it, กริยาวลี

2:26

เพราะถ้าเรากำจัดมันไป

there's nowhere else we can go.

2:27

ก็ไม่มีที่ไหนที่เราจะไปได้อีกแล้ว

กริยาวลี

get rid of it: เอาหรือกำจัดบางสิ่งออกไป

get rid of หมายถึงเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ทิ้ง หรือกำจัด ในประโยคนี้ it ย้อนกลับไปหมายถึง the environment คำเตือนเชิงสมมตินี้ใช้ get rid of it ในความหมายว่าทำลายหรือสูญเสียสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เอาสิ่งของชิ้นหนึ่งไปทิ้งถังขยะ รูปแบบที่ใช้คือ get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม โดยกรรมต้องอยู่หลัง of เช่น get rid of it ไม่ใช่ get it rid of ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน rid แทบไม่ใช้เดี่ยว ๆ ในความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง get, rid และ of ให้ถูกต้อง: We need to ____ these broken chairs before the event.

ดูคำตอบ

get rid of

Like, it's a very one in a million sort of planet. สำนวน

2:29

มันเหมือนเป็นดาวเคราะห์ที่หายาก หนึ่งในล้าน (one in a million) เลยทีเดียว

สำนวน

one in a million: หายากหรือพิเศษอย่างยิ่ง

one in a million เป็นสำนวนเชิงกล่าวเกินจริง หมายถึงหายากหรือพิเศษอย่างยิ่ง ในที่นี้ใช้บรรยายว่าดาวเคราะห์ดวงนี้มีคุณค่ามากและหาอะไรมาแทนได้ยาก ไม่ได้บอกค่าความน่าจะเป็นที่วัดมา สำนวนนี้วางหลัง be ได้ เช่น She is one in a million. เมื่ออยู่หน้าคำนามจะทำหน้าที่เป็นคำขยายแบบประสม และในงานเขียนที่ผ่านการตรวจแก้มักใส่ยัติภังค์ เช่น a one-in-a-million opportunity ส่วน a very one in a million sort of planet ในคำบรรยายเป็นการเรียบเรียงแบบหลวม ๆ ตามภาษาพูด

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งคอยช่วยเหลือคุณมาหลายปีและมีน้ำใจมาก ประโยคใดเป็นคำชมที่เป็นธรรมชาติและหนักแน่น

  1. She has one million friends.
  2. She's one in a million.
  3. She's one of a million volunteers.
ดูคำตอบ

She's one in a million.

Immie calls climate change a parasite.

2:33

อิมมี่เรียกการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่าเป็นปรสิต

In the natural world, a parasite is an animal or plant

2:36

ในโลกธรรมชาติ ปรสิตคือสัตว์หรือพืช

that lives on another living thing and feeds from it.

2:39

ที่อาศัยอยู่บนสิ่งมีชีวิตอื่นและดูดซับสารอาหารจากมัน

If you describe a person as a parasite, ไวยากรณ์

2:43

หากคุณอธิบายใครบางคนว่าเป็นปรสิต

you mean they are lazy and live off other people กริยาวลี

2:45

หมายความว่าพวกเขาเกียจคร้านและใช้ชีวิตเกาะคนอื่นกิน

supporting them or giving them money.

2:48

คนที่คอยเลี้ยงดูพวกเขาหรือให้เงินพวกเขา

ไวยากรณ์

describe a person as ...: ให้คำบรรยายหรือป้ายเรียกแก่บุคคล

โครงสร้าง describe + คนหรือสิ่งของ + as + คำนามหรือคำคุณศัพท์ หมายถึงการนำเสนอว่าคนหรือสิ่งนั้นมีสถานะหรือคุณสมบัติบางอย่าง ในที่นี้ a parasite คือป้ายหรือคำเรียกที่นำไปใช้กับบุคคลนั้น คำหรือวลีหลัง as เป็นส่วนที่ให้คำบรรยาย ในโครงสร้างนี้ as ใช้นำป้ายเรียกหรือคุณลักษณะ ไม่ได้บอกลักษณะวิธีที่ทำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ describe ... as: The guidebook ____ the village ____ peaceful and welcoming.

ดูคำตอบ

describes · as

กริยาวลี

live off other people: พึ่งพาคนอื่นเพื่อการดำรงชีวิต

โครงสร้าง live off + บุคคลหรือทรัพยากร หมายถึงการได้รับเงิน อาหาร หรือความช่วยเหลืออื่นที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจากแหล่งนั้น ในที่นี้ live off other people หมายถึงการพึ่งพาให้คนอื่นจัดหาความช่วยเหลือดังกล่าว คำว่า off บอกแหล่งที่มาของความช่วยเหลือ ไม่ได้หมายถึง “ห่างออกไป” เนื่องจากแหล่งที่มาคือ other people วลีนี้จึงช่วยถ่ายทอดคำวิจารณ์ต่อคนที่ไม่เลี้ยงดูตัวเอง

แบบฝึกหัด

ใช้ live off เติมประโยคให้สมบูรณ์: For three months, Maya had to ____ her savings.

ดูคำตอบ

live off

Likewise, Immie thinks climate change is sucking the goodness out of the planet, สำนวน

2:50

ในทำนองเดียวกัน อิมมี่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังสูบความดีงามออกจากโลก

สำนวน

sucking the goodness out of the planet: คำเปรียบเทียบถึงความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

รูปแบบ suck X out of Y สร้างภาพของการดึงสิ่งที่มีค่าออกมาจากภายใน Y ในที่นี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถูกบรรยายราวกับเป็นพลังที่ค่อย ๆ เอาสิ่งที่ทำให้โลกแข็งแรงและมีชีวิตชีวาออกไป Goodness ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความดีทางศีลธรรม แต่เป็นคำกว้าง ๆ ที่มีอารมณ์ความรู้สึกและรวมแนวคิดเรื่องสุขภาพ ทรัพยากร พลังชีวิต และความน่าอยู่อาศัยไว้ด้วยกัน ทำให้ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นนามธรรมดูเป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายคำเปรียบเทียบในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังดื่มโลกทั้งใบจริง ๆ
  2. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้โลกมีความดีทางศีลธรรมน้อยลง
  3. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังค่อย ๆ ทำให้สุขภาพและพลังชีวิตของโลกหมดไป
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังค่อย ๆ ทำให้สุขภาพและพลังชีวิตของโลกหมดไป

and she uses a slang idiom to describe her feelings.

2:56

และเธอใช้สำนวนสแลงเพื่ออธิบายความรู้สึกของเธอ

It freaks me out.

3:00

มันทำให้ฉันสติแตก (It freaks me out)

If something freaks you out,

3:02

หากบางสิ่งทำให้คุณสติแตก (freaks you out)

it makes you become very emotional, upset, or confused.

3:03

สิ่งนั้นจะทำให้คุณมีอารมณ์รุนแรง ไม่พอใจ หรือสับสน

Millie agrees.

3:08

มิลลี่ก็เห็นด้วย

What freaks her out ไวยากรณ์

3:09

สิ่งที่ทำให้เธอสติแตก

is that governments don't seem to be doing much about the problem.

3:10

ก็คือรัฐบาลดูเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรกับปัญหานี้มากนัก

ไวยากรณ์

What freaks her out is that ...: การเน้นสาเหตุที่แท้จริง

What freaks her out is that ... เน้นสาเหตุหนึ่งอย่างชัดเจน What freaks her out หมายถึง “สิ่งที่ทำให้เธอกลัวหรือไม่สบายใจอย่างมาก” และ is that ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ต้องการเน้น ในทางไวยากรณ์ นี่คือโครงสร้าง pseudo-cleft โดยข้อเท็จจริงที่เน้นในประโยคนี้คือ รัฐบาลต่าง ๆ ดูเหมือนจะดำเนินการน้อยมาก What ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่เริ่มอนุประโยคนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ What + วลีกริยา + is that + อนุประโยค ซึ่งวางเหตุผลหรือปัญหาสำคัญไว้หลัง is that เพื่อเน้นส่วนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้างเน้น What ... is that ...: What worries me ____ nobody has checked the data.

ดูคำตอบ

is that

It's not as if we can escape anywhere. ไวยากรณ์

3:14

ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถหนีไปไหนได้

ไวยากรณ์

It's not as if ...: ปฏิเสธสมมติฐานที่ไม่สมเหตุสมผล

It's not as if + อนุประโยค ใช้ยกแนวคิดหนึ่งขึ้นมาแล้วปฏิเสธว่าแนวคิดนั้นไม่จริงหรือไม่สมเหตุสมผล ในประโยคนี้ แนวคิดที่ถูกปฏิเสธคือมนุษย์สามารถหนีไปยังที่อื่นได้ โครงสร้างนี้มีความหมายใกล้กับ “ไม่ได้เป็นความจริงว่า...” แต่ยังแสดงท่าทีของผู้พูดด้วย มักใช้เตือนว่าทางเลือก ข้อแก้ตัว หรือสมมติฐานที่คิดขึ้นมานั้นไม่ใช่ทางแก้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปฏิเสธแนวคิดที่ไม่สมเหตุสมผลว่าชั้นเรียนสามารถเลื่อนโครงงานออกไปเรื่อย ๆ ได้ดีที่สุด

  1. It's as if we have unlimited time.
  2. It's not as if we have unlimited time.
  3. We aren't delaying because we have unlimited time.
ดูคำตอบ

It's not as if we have unlimited time.

Humankind only has one home, planet Earth. ลำดับความ

3:16

มนุษยชาติมีบ้านเพียงหลังเดียวคือโลก

ลำดับความ

only has one home, planet Earth: จบประโยคด้วยนามวลีซ้อนอธิบาย

only has one home กล่าวใจความหลักก่อน นามวลี planet Earth ที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาคเรียก one home ซ้ำให้เฉพาะเจาะจงขึ้น ลักษณะนี้เรียกว่า appositive หรือนามวลีซ้อนอธิบาย ลำดับนี้พาข้อมูลจากแนวคิดกว้าง ๆ ไปสู่สิ่งที่เฉพาะเจาะจง จึงจบประโยคด้วยข้อมูลสำคัญ only และ one เน้นว่าไม่มีทางเลือกที่สอง ส่วน home เป็นคำเปรียบเทียบที่เรียกโลกซึ่งมนุษย์ทุกคนอาศัยร่วมกันว่า “บ้าน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกบทบาทแบบกว้าง ๆ ก่อน แล้วจึงใช้ appositive ระบุว่าเป็นใคร

  1. The event has one host because Maya volunteered.
  2. The event has one host, Maya.
  3. The event has one host, and Maya brought the music.
ดูคำตอบ

The event has one host, Maya.

Millie calls Earth one in a million,

3:20

มิลลี่เรียกโลกนี้ว่าหนึ่งในล้าน (one in a million)

meaning very special or rare.

3:22

หมายถึงพิเศษหรือหายากมาก

So, what can be done? ลำดับความ

3:25

ดังนั้น จะทำอย่างไรได้บ้าง?

ลำดับความ

So, what can be done? สำหรับเปลี่ยนไปพูดถึงวิธีแก้ไข

ในที่นี้ So, what can be done? เปลี่ยนการพูดคุยจากการอธิบายปัญหาไปสู่การพิจารณาวิธีแก้ไข So เชื่อมคำถามนี้กับเนื้อหาก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเข้าสู่ขั้นต่อไป รูปถูกกระทำ what can be done ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ลงมือ จึงเน้นสิ่งที่สามารถทำได้ ในการบรรยาย บทความ หรือชั้นเรียน คำถามนี้อาจใช้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อจัดลำดับเนื้อหา ผู้พูดอาจตอบคำถามนี้ต่อเองโดยไม่ได้ต้องการคำตอบทันทีจากผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งอธิบายปัญหาร้ายแรงและกำลังจะเสนอวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับใช้เปลี่ยนหัวข้อและจัดลำดับการพูด?

  1. So, what can be done?
  2. So, who noticed the problem first?
  3. So, how long was the introduction?
ดูคำตอบ

So, what can be done?

Psychotherapist Caroline Hickman has visited 10 countries around the world,

3:27

นักจิตบำบัด แคโรไลน์ ฮิคแมน ได้ไปเยือน 10 ประเทศทั่วโลก

talking to over a 100,000 teenagers about their climate fears.

3:31

พูดคุยกับวัยรุ่นกว่า 100,000 คนเกี่ยวกับความกลัวด้านสภาพภูมิอากาศของพวกเขา

They told her about parents ignoring them

3:36

พวกเขาเล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับพ่อแม่ที่เพิกเฉยต่อพวกเขา

when they wanted to discuss their feelings วลี

3:38

เมื่อพวกเขาต้องการพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเอง

วลี

discuss their feelings: ใช้กรรมตรงหลัง discuss

ใน discuss their feelings คำว่า feelings หมายถึงอารมณ์หรือประสบการณ์ภายในใจ ไม่ใช่ความรู้สึกทางกาย วลีนี้สื่อถึงการพูดคุยเรื่องอารมณ์เหล่านั้นอย่างจริงจัง discuss เป็นสกรรมกริยา จึงตามด้วยหัวข้อโดยตรง เช่น discuss their feelings โดยทั่วไปจะค่อนข้างเป็นทางการและสื่อถึงการพูดคุยอย่างตั้งใจมากกว่า talk about their feelings เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ discuss ได้ถูกต้อง?

  1. We should discuss on our feelings openly.
  2. We should discuss about our feelings openly.
  3. We should discuss our feelings openly.
ดูคำตอบ

We should discuss our feelings openly.

and adults telling them, "Fixing the planet is your job now." น้ำเสียง/เจตนา

3:40

และผู้ใหญ่ที่บอกพวกเขาว่า "การซ่อมแซมโลกเป็นงานของพวกเธอแล้วนะ"

น้ำเสียง/เจตนา

Fixing the planet is your job now: การผลักภาระความรับผิดชอบ

อนุประโยค -ing คือ Fixing the planet ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน your job หมายถึง “ความรับผิดชอบของคุณ” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงงานที่ได้รับค่าจ้าง เมื่อดูเพียงผิวเผิน ประโยคนี้เหมือนเป็นการมอบหมายงาน ในบริบทนี้ ผู้ใหญ่กำลังถูกวิจารณ์ที่นำปัญหาใหญ่มากไปให้เด็ก ๆ รับผิดชอบ คำว่า now ทำให้การผลักภาระนั้นดูมีผลทันทีว่า “ตั้งแต่นี้ไป คุณเป็นผู้รับผิดชอบ” ดังนั้นประโยคนี้จึงสร้างแรงกดดันและสื่อถึงการผลักภาระอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ใช่การแบ่งงานอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Fixing the planet is your job now” สื่อความหมายทางสังคมอย่างไร?

  1. เป็นการผลักความรับผิดชอบที่ใหญ่มากให้เด็กอย่างไม่เป็นธรรม
  2. เป็นการขอให้เด็กซ่อมสิ่งของที่เสียหายหนึ่งชิ้น
  3. เป็นการอธิบายงานที่เด็กได้รับค่าจ้างอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ

เป็นการผลักความรับผิดชอบที่ใหญ่มากให้เด็กอย่างไม่เป็นธรรม

Here, she gives BBC Ideas

3:45

ที่นี่ เธอได้ให้คำแนะนำกับ BBC Ideas

some advice on discussing climate change with children.

3:46

เกี่ยวกับการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับเด็กๆ

My advice to adults, parents, teachers is,

3:50

คำแนะนำของฉันสำหรับผู้ใหญ่ พ่อแม่ และครูคือ

do not put it off, กริยาวลี

3:55

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง (do not put it off)

กริยาวลี

put it off: เลื่อนบางสิ่งไปภายหลัง

Put something off หมายถึงเลื่อนบางสิ่งไปทำในภายหลัง ในประโยคนี้ it หมายถึงการพูดคุยเรื่องนั้น ส่วน off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึง “ปิดมัน” กริยาวลีนี้สามารถแยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง put off the meeting และ put the meeting off เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น it หรือ them ต้องวางคำสรรพนามไว้ตรงกลาง โดยใช้ put it off ไม่ใช่ put off it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ put off และคำสรรพนาม it ตามลำดับที่ถูกต้อง: The decision is important, but we can ____ until Monday.

ดูคำตอบ

put it off

don't push it away, กริยาวลี

3:56

อย่าผลักไสมันไป (don't push it away)

กริยาวลี

push it away: หลีกเลี่ยงหัวข้อที่ยากในใจ

ในที่นี้ push it away ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงจงใจกันหัวข้อ ปัญหา หรือความรู้สึกที่ยากออกจากความสนใจแทนที่จะเผชิญหน้า ภาพนี้มาจากการใช้มือผลักวัตถุให้ออกห่าง คำสรรพนาม it หมายถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นหัวข้อที่พูดยาก Don't ทำให้ประโยคนี้เป็นคำแนะนำว่าให้เผชิญกับเรื่องนี้ แทนที่จะปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงในใจ

แบบฝึกหัด

pushed ... away ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? She pushed the painful memory away.

  1. เธอจงใจหลีกเลี่ยงการคิดถึงความทรงจำที่เจ็บปวดนั้น
  2. เธอผลักกระดาษที่เขียนถึงความทรงจำนั้นไปอีกฝั่งของห้อง
  3. เธอตัดสินใจว่าจะพูดถึงความทรงจำนั้นภายหลัง
ดูคำตอบ

เธอจงใจหลีกเลี่ยงการคิดถึงความทรงจำที่เจ็บปวดนั้น

don't save it up, กริยาวลี

3:57

อย่าเก็บมันไว้

กริยาวลี

save it up: เก็บหัวข้อไว้พูดในภายหลัง

ในที่นี้ save it up หมายถึงการเก็บหัวข้อ ความกังวล หรือความรู้สึกไว้โดยไม่พูดออกมา แล้วปล่อยให้สะสมจนถึงภายหลัง เป็นการขยายแนวคิดที่คุ้นเคยของการเก็บเงินหรือทรัพยากร แต่สิ่งที่เก็บไว้ในที่นี้คือเรื่องที่จำเป็นต้องพูดคุย คำสรรพนาม it หมายถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นหัวข้อที่ยาก Don't save it up แนะนำให้พูดถึงเรื่องนี้เมื่อมันเกิดขึ้น แทนที่จะรอจนความกังวลหลายอย่างสะสมขึ้นมา

แบบฝึกหัด

save it up ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร? Don't save it up; tell me what's worrying you.

  1. เก็บความกังวลไว้โดยไม่พูดจนถึงภายหลัง
  2. หยิบยกหัวข้อนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรก
  3. เก็บเงินไว้ก่อนพูด
ดูคำตอบ

เก็บความกังวลไว้โดยไม่พูดจนถึงภายหลัง

and just have that big conversation. วลี

3:59

และขอให้เริ่มการสนทนาครั้งสำคัญนั้น

วลี

have that big conversation: พูดคุยเรื่องสำคัญนั้น

have a conversation เป็นการจับคู่คำกริยากับคำนามตามธรรมชาติ หมายถึงการพูดคุยกับใครบางคนเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง ในที่นี้ big บอกว่าหัวข้อนั้นสำคัญหรือพูดได้ยาก ไม่ได้หมายถึงขนาดของบทสนทนาและไม่จำเป็นต้องหมายถึงการคุยนาน that ชี้ถึงบทสนทนาเฉพาะที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วจากบริบท ส่วน just ใช้กระตุ้นให้ผู้ฟังเลิกหลีกเลี่ยงและลงมือพูดคุยกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าประเด็นสำคัญจำเป็นต้องได้รับการพูดคุยอย่างจริงจัง

  1. We need to have a big conversation about our budget.
  2. We need to have a long conversation about our budget.
  3. We need to make a tall conversation about our budget.
ดูคำตอบ

We need to have a big conversation about our budget.

Talk about it regularly.

4:02

พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นประจำ

That's crucial.

4:04

นั่นเป็นสิ่งสำคัญ

And it's okay for you to say to your children, น้ำเสียง/เจตนา

4:05

และไม่เป็นไรที่คุณจะบอกกับลูกๆ ของคุณว่า

น้ำเสียง/เจตนา

it's okay for you to say to your children: บอกให้มั่นใจว่าสามารถพูดกับลูกได้

It's okay for you to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกใครบางคนว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดทำให้ผู้ใหญ่สบายใจว่าพวกเขาสามารถพูดกับลูกอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงยอมรับว่าตนไม่ได้รู้ทุกคำตอบ โดย okay ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ตามมาทั้งหมดถูกต้องตามข้อเท็จจริง For you ระบุคนที่ได้รับการปลอบใจ ส่วน to say ระบุการกระทำที่ยอมรับได้ โครงสร้างนี้มักช่วยลดความกดดัน ความอาย หรือความกลัวที่จะทำบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดทำให้เพื่อนมั่นใจได้ตรงที่สุดว่าการขอความช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้

  1. You should already know every answer.
  2. It's okay for you to ask for help.
  3. You need permission before you ask for help.
ดูคำตอบ

It's okay for you to ask for help.

"I don't have all the answers. วลี

4:07

"พ่อ/แม่ไม่มีคำตอบทั้งหมดหรอก

วลี

I don't have all the answers: การยอมรับข้อจำกัดของตนอย่างตรงไปตรงมา

I don't have all the answers เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปเพื่อยอมรับว่าผู้พูดไม่สามารถอธิบายหรือแก้ปัญหาที่ยากได้ทั้งหมด ในที่นี้ answers อาจหมายถึงคำอธิบาย แนวคิด หรือวิธีแก้ ไม่ได้หมายถึงคำตอบข้อสอบเท่านั้น คำว่า all สำคัญ เพราะผู้พูดอาจรู้อยู่บ้าง แต่ไม่ได้รู้ทุกอย่าง ประโยคนี้แสดงข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ได้หมายความว่า I know nothing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตามบทเรียนนี้ที่ใช้ยอมรับว่ามีความรู้ไม่ครบถ้วน: I ____, but I can help you research the question.

ดูคำตอบ

don't have all the answers

We're not sure exactly how to deal with all of this, กริยาวลี

4:10

เราไม่แน่ใจนักว่าจะจัดการกับเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร

กริยาวลี

deal with all of this: การรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน

ใน how to deal with all of this คำว่า deal with หมายถึงจัดการหรือรับมือกับปัญหาหรือสถานการณ์ ส่วน all of this รวบรวมความยากหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันให้เป็นสถานการณ์โดยรวมหนึ่งเรื่อง โครงสร้างคือ how to + คำกริยา โดย how to deal with something หมายถึงวิธีจัดการกับสิ่งนั้น With เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนและต้องอยู่หน้ากรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำตรงตามบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จัดการ”: We need to ____ the leak before it damages the floor.

ดูคำตอบ

deal with

but let's find out together." น้ำเสียง/เจตนา

4:13

แต่มาหาคำตอบไปด้วยกันเถอะ"

น้ำเสียง/เจตนา

let's find out together: การชวนกันหาคำตอบ

โครงสร้าง let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ชวนผู้พูดและผู้ฟังให้ลงมือทำร่วมกัน ในที่นี้ find out หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อมูลที่ยังไม่รู้ด้วยการถาม ตรวจสอบ หรือสืบค้น ส่วน together ทำให้ชัดว่าทำกระบวนการนี้ร่วมกัน เมื่อยอมรับว่ายังไม่แน่ใจแล้ว คำว่า let's find out together จะเปลี่ยนสารจาก “ฉันไม่รู้” เป็น “เราหาคำตอบไปด้วยกันได้” จึงฟังดูร่วมมือ ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบหรือวางตัวเหนือกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนความไม่แน่ใจให้เป็นคำชวนแบบร่วมมือกันเพื่อค้นหาคำตอบ

  1. We don't know why the lights went out, so you should solve it alone.
  2. We don't know why the lights went out, so let's find out together.
  3. We don't know why the lights went out, but there is no point checking.
ดูคำตอบ

We don't know why the lights went out, so let's find out together.

Caroline's top tip is to discuss the climate crisis regularly, การใช้คำ

4:15

เคล็ดลับยอดเยี่ยมของแคโรไลน์คือการพูดคุยเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นประจำ

การใช้คำ

Caroline's top tip is: การเกริ่นนำคำแนะนำที่มีประโยชน์ที่สุด

Top tip หมายถึงคำแนะนำเชิงปฏิบัติของคนคนหนึ่งที่มีประโยชน์หรือสำคัญที่สุด ในที่นี้ top ใช้จัดลำดับความสำคัญของคำแนะนำ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้าง someone's top tip is to + คำกริยารูปพื้นฐาน จะบอกก่อนว่าใครเป็นผู้ให้คำแนะนำ แล้วจึงระบุการกระทำที่แนะนำ ดังนั้น Caroline's top tip is จึงเป็นส่วนที่ใช้เกริ่นนำการกระทำที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เกริ่นนำคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่มีประโยชน์เป็นพิเศษได้อย่างเป็นธรรมชาติในคู่มือที่มีน้ำเสียงเป็นกันเอง

  1. My top tip is to save a copy before editing.
  2. I saved a copy before editing yesterday.
  3. You are forbidden to edit this file without permission.
ดูคำตอบ

My top tip is to save a copy before editing.

to talk with children about their climate fears,

4:19

พูดคุยกับเด็กๆ เกี่ยวกับความกลัวด้านสภาพภูมิอากาศของพวกเขา

and not put it off,

4:22

และอย่าผลัดวันประกันพรุ่ง (not put it off)

not delay talking about it until later.

4:24

ไม่เลื่อนการพูดคุยเรื่องนี้ออกไปจนกว่าจะถึงเวลาอื่น

Caroline also advises parents not to push it away,

4:27

แคโรไลน์ยังแนะนำพ่อแม่ไม่ให้ผลักไสมันไป (not to push it away)

to choose to forget about or ignore the subject.

4:31

ที่จะเลือกหลงลืมหรือเพิกเฉยต่อหัวข้อนั้น

A better response is to tell kids honestly,

4:34

การตอบสนองที่ดีกว่าคือการบอกเด็กๆ อย่างตรงไปตรงมาว่า

"We don't have all the answers,

4:37

"เราไม่มีคำตอบทั้งหมด

but by sharing ideas, ไวยากรณ์

4:39

แต่ด้วยการแบ่งปันความคิดเห็น

we can work things out together." กริยาวลี

4:41

เราสามารถแก้ไขสิ่งต่างๆ ไปด้วยกันได้"

ไวยากรณ์

by sharing ideas, we can...: by + -ing สำหรับบอกวิธีการ

By + กริยารูป -ing หมายถึง “ด้วยการทำบางสิ่ง” และใช้บอกวิธีการ ในประโยคนี้ by sharing ideas ตอบคำถามว่า “เราจะหาทางออกได้อย่างไร” โดยบอกว่าการแบ่งปันความคิดคือวิธีที่นำไปสู่ผลลัพธ์ วลีบอกวิธีสามารถวางไว้หน้าประโยคหลักได้: By + -ing, ประธาน + can + กริยารูปพื้นฐาน ในการใช้นี้ by ไม่ได้บอกสถานที่หรือผู้กระทำในประโยคกรรมวาจก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ compare: By ____ both maps, we can find the safest route.

ดูคำตอบ

comparing

กริยาวลี

work things out: แก้ปัญหาหรือทำให้เรื่องชัดเจน

work things out หมายถึงแก้ปัญหา จัดการความยุ่งยาก หรือทำความเข้าใจกันด้วยการคิดหรือพูดคุย ในประโยคนี้ things กล่าวถึงปัญหาต่าง ๆ ที่กลุ่มกำลังเผชิญโดยรวม วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย work ... out สามารถแยกคำได้เมื่อมีกรรม คำนามสามารถอยู่ตรงกลางได้ เช่น work things out ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น work it out หรือ work them out ไม่ใช่ work out it

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งมีความเห็นไม่ตรงกันและวางแผนจะพูดคุยกันอย่างใจเย็น ประโยคใดหมายความว่าพวกเขาคาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้

  1. They expect to work out at the gym.
  2. They expect to work things out.
  3. They expect to put their things away.
ดูคำตอบ

They expect to work things out.

A more hopeful message,

4:43

เป็นข้อความที่มีความหวังมากขึ้น

and one that's shared by climate champion Greta Thunberg.

4:44

และเป็นข้อความที่แบ่งปันโดย เกรตา ทุนเบิร์ก แชมป์เปี้ยนด้านสภาพภูมิอากาศ

Yes, and it's time to reveal the answer to my question.

4:48

ใช่ และถึงเวลาที่จะเปิดเผยคำตอบสำหรับคำถามของฉันแล้ว

How did Greta Thunberg's climate activism begin, Neil?

4:51

การเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศของเกรตา ทุนเบิร์ก เริ่มต้นอย่างไร นีล?

I said it was by skipping school on Fridays. ไวยากรณ์

4:55

ผมบอกว่าเริ่มจากการโดดเรียนในวันศุกร์

ไวยากรณ์

by skipping school on Fridays: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

ในที่นี้ by + -ing ใช้บอกวิธีที่ใช้ทำสิ่งหนึ่ง ใน it was by skipping school on Fridays วลีที่ขึ้นต้นด้วย by ตอบคำถามว่า “เกิดขึ้นได้อย่างไร” โดย by ไม่ได้บอกสถานที่ เนื่องจาก by ในที่นี้เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ skipping ไม่ใช่ skip ส่วน Fridays ที่เป็นพหูพจน์หมายถึงทุกวันศุกร์หรือวันศุกร์โดยทั่วไป ไม่ใช่วันศุกร์วันใดวันหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีได้ถูกต้อง

  1. Maya improved her English by practising with a friend every day.
  2. Maya improved her English by practise with a friend every day.
  3. Maya improved her English to practising with a friend every day.
ดูคำตอบ

Maya improved her English by practising with a friend every day.

Which was the correct answer.

4:58

ซึ่งนั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Greta started her school strike for climate in August 2018, วัฒนธรรม

5:00

เกรตาเริ่มการประท้วงหยุดเรียนเพื่อสภาพภูมิอากาศในเดือนสิงหาคม 2018

วัฒนธรรม

school strike for climate: การหยุดเรียนประท้วงด้านสภาพภูมิอากาศของนักเรียน

ในประโยคนี้ school strike for climate เป็นวลีที่ใช้คล้ายชื่อการประท้วงของนักเรียน กล่าวคือนักเรียนตั้งใจไม่เข้าเรียนเพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ school strike หมายถึงนักเรียนปฏิเสธที่จะเข้าเรียน ไม่ใช่การนัดหยุดงานที่โรงเรียนเป็นผู้จัด คำว่า for climate ระบุประเด็นที่การประท้วงสนับสนุน วลีนี้มักปรากฏในข่าวและการพูดคุยเกี่ยวกับขบวนการด้านสภาพภูมิอากาศของเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเกรตา ทุนแบร์ก

แบบฝึกหัด

school strike for climate ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. นักเรียนไม่เข้าเรียนเพื่อประท้วงและเรียกร้องให้มีการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ
  2. ครูหยุดทำงานเพื่อขอขึ้นเงินเดือน
  3. โรงเรียนปิดเนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย
ดูคำตอบ

นักเรียนไม่เข้าเรียนเพื่อประท้วงและเรียกร้องให้มีการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ

before it was taken up by over 1.6 million schoolchildren กริยาวลี

5:05

ก่อนที่เด็กนักเรียนกว่า 1.6 ล้านคน

from 125 countries around the world.

5:10

จาก 125 ประเทศทั่วโลกจะนำไปปฏิบัติตาม

กริยาวลี

it was taken up by: การกระทำหนึ่งได้รับการยอมรับจากผู้อื่น

ในที่นี้ it was taken up by หมายถึง “การกระทำนั้นได้รับการยอมรับและมีคนอื่นเข้าร่วมด้วย” take up อยู่ในรูปถูกกระทำ โดยมีโครงสร้าง it + was + taken up + by + ผู้ที่นำไปทำตาม รูปถูกกระทำช่วยให้แนวคิดหรือการกระทำยังเป็นหัวข้อหลัก ส่วน by ใช้บอกว่าใครเป็นผู้ตอบรับ โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับแสดงว่าแนวคิด แนวปฏิบัติ หรือการเคลื่อนไหวแพร่ขยายอย่างไร เช่น The idea was taken up by local schools.

แบบฝึกหัด

เติมรูปถูกกระทำของ take up ที่หมายถึง “ได้รับการนำไปใช้โดย” ลงในประโยค: The recycling plan was quickly ____ several nearby schools.

ดูคำตอบ

taken up by

Okay, let's recap the vocabulary we've learned from this program,

5:14

โอเค มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากรายการนี้กันเถอะ

starting with climate anxiety,

5:17

เริ่มต้นด้วยความวิตกกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศ (climate anxiety)

feeling worried, afraid, or depressed because of climate change.

5:20

การรู้สึกกังวล หวาดกลัว หรือหดหู่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

A parasite is an animal or plant

5:24

ปรสิต (parasite) คือสัตว์หรือพืช

that feeds off another living thing. กริยาวลี

5:27

ที่ดูดกินสิ่งมีชีวิตอื่น

กริยาวลี

feeds off: ได้รับสารอาหารหรือผลประโยชน์จากแหล่งหนึ่ง

feed off + แหล่ง หมายถึงการได้รับอาหาร สารอาหาร พลังงาน หรือผลประโยชน์จากแหล่งนั้น ในประโยคนี้ ปรสิตได้รับสารอาหารจากสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งตามความหมายตรง โดย off ใช้บอกแหล่งที่มา ไม่ได้หมายถึง “ออกห่าง” สำนวนนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น คน อารมณ์ เรื่องราว หรือธุรกิจอาจได้แรงส่งจากความกลัว ความสนใจ ความขัดแย้ง หรือทรัพยากรอื่น การใช้เชิงเปรียบเทียบมักสื่อถึงการพึ่งพาหรือการหาประโยชน์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The rumour feeds off uncertainty,” feeds off หมายถึงอะไร

  1. มันรุนแรงขึ้นเพราะมีความไม่แน่นอนคอยหล่อเลี้ยง
  2. มันให้อาหารแก่ความไม่แน่นอน
  3. มันเคลื่อนออกห่างจากความไม่แน่นอน
ดูคำตอบ

มันรุนแรงขึ้นเพราะมีความไม่แน่นอนคอยหล่อเลี้ยง

If something makes you feel very emotional or upset,

5:29

หากมีบางสิ่งทำให้คุณรู้สึกมีอารมณ์รุนแรงหรือไม่พอใจ

you might say, "It freaks me out."

5:32

คุณอาจพูดว่า "มันทำให้ฉันสติแตก (It freaks me out)"

The idiom one in a million

5:35

สำนวนหนึ่งในล้าน (one in a million)

describes something which is extremely special, rare, or unlikely.

5:37

อธิบายถึงสิ่งที่มีความพิเศษ หายาก หรือไม่น่าจะเกิดขึ้นได้อย่างยิ่ง

And finally, two phrasal verbs to finish with.

5:41

และสุดท้าย กริยาวลีสองคำเพื่อเป็นการปิดท้าย

To put something off,

5:44

เลื่อนบางสิ่งออกไป (put something off)

which means to delay doing it till later,

5:45

ซึ่งหมายถึงการผลัดวันที่จะทำมันออกไปก่อน

and to push something away,

5:48

และผลักไสบางสิ่งไป (push something away)

which means to decide to forget about or ignore it.

5:50

ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจที่จะลืมหรือเพิกเฉยต่อสิ่งนั้น

Once again, our Six Minutes are up. การใช้คำ

5:54

เวลาหกนาทีของเราหมดลงอีกครั้งแล้ว

การใช้คำ

our Six Minutes are up: การบอกว่าเวลาที่กำหนดหมดลงแล้ว

ในประโยคปิดท้ายนี้ our Six Minutes are up หมายถึงหกนาทีที่กำหนดไว้สำหรับรายการสิ้นสุดลงแล้ว ตรงนี้ be up หมายถึงเวลาที่อนุญาตให้ใช้หมดลง ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นของ up รูปแบบคือ คำบอกเวลา + be + up ใน Time is up ใช้ is เพราะ time เป็นเอกพจน์ ส่วนระยะเวลาที่เป็นพหูพจน์ใช้ are เช่น Your five minutes are up

แบบฝึกหัด

เติมประกาศให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนมาตรฐานที่ใช้ be up: การสอบเพิ่งสิ้นสุดลง Your time ____.

ดูคำตอบ

is up

But remember to join us again soon

5:56

แต่อย่าลืมกลับมาพบกับเราอีกครั้งในเร็วๆ นี้

for more trending topics and useful vocabulary

5:58

สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสและคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม

here at Six Minute English.

6:02

ที่รายการ Six Minute English แห่งนี้

Goodbye for now.

6:03

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Goodbye.

6:04

ลาก่อน

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

6:06

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com