ความสำคัญของการเป็นโสด: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
777 คำ 152 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: การสบายใจกับการอยู่ลำพังช่วยรักษาวิจารณญาณ ลดการพึ่งพา และเลือกความสัมพันธ์เพราะคุณค่าลึกซึ้งแทนความสะดวกประจำวัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. The bedrock of true love is happy singledom. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ “bedrock” เป็นรากฐานมั่นคงของความรัก ไม่ใช่หินจริง 2. Our solitude is willed, rather than imposed. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ดูว่า “rather than” เปลี่ยนกรอบการอยู่ลำพังจากการถูกปฏิเสธเป็นการเลือก 3. bring to fruition a relationship with someone else. — กลุ่มคำตายตัวและคำปรากฏร่วม: ใช้สำนวนทางการเมื่อพัฒนาความสัมพันธ์ แผน หรือความพยายามให้เกิดผลจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One of the most important preconditions of a good relationship การใช้คำ

0:04

หนึ่งในข้อกำหนดเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดของความสัมพันธ์ที่ดี

is a satisfactory perspective on being single.

0:08

คือการมีมุมมองที่น่าพอใจต่อการเป็นโสด

การใช้คำ

preconditions of: เงื่อนไขเบื้องต้นที่จำเป็น

ใน preconditions of a good relationship คำว่า precondition หมายถึงสิ่งที่ต้องเป็นจริงหรือมีพร้อมอยู่ก่อน ความสัมพันธ์ที่ดีจึงจะเกิดขึ้นได้ ความหมายนี้หนักแน่นกว่าปัจจัยที่เพียงแค่ช่วยสนับสนุน คำบุพบท of นำหน้าสิ่งที่เรากำลังระบุเงื่อนไขเบื้องต้นของมัน ซึ่งในที่นี้คือ a good relationship โครงสร้างแบบเป็นทางการ precondition of + นามวลี มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายเงื่อนไขที่จำเป็นในเรื่องความสัมพันธ์ นโยบาย โครงการ หรือการให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเมื่อผู้เขียนหมายความว่าต้องได้รับความยินยอมก่อนจึงจะเข้าร่วมได้? Informed consent is ___ participation in the study.

  1. a precondition of
  2. a description of
  3. a result of
ดูคำตอบ

a precondition of

The more we are happy to be on our own, ไวยากรณ์

0:12

ยิ่งเรามีความสุขกับการอยู่คนเดียวมากเท่าไหร่

the more we will be able to exercise the correct degree of caution

0:15

เราก็ยิ่งสามารถใช้ความระมัดระวังในระดับที่ถูกต้องได้มากขึ้นเท่านั้น

around finding a new companion.

0:19

เมื่อต้องค้นหาเพื่อนคู่คิดคนใหม่

ไวยากรณ์

The more ..., the more ...: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงของสองระดับ

The more ..., the more ... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ที่เชื่อมการเปลี่ยนแปลงของระดับหนึ่งเข้ากับอีกระดับหนึ่ง อนุประโยคเปรียบเทียบแรกตั้งเงื่อนไขที่กำลังเปลี่ยน ส่วนอนุประโยคที่สองแสดงผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน ในประโยคนี้ ยิ่งมีความสุขกับการอยู่คนเดียวมากขึ้น ก็ยิ่งสามารถใช้ความระมัดระวังอย่างเหมาะสมเมื่อต้องมองหาคู่คนใหม่ได้มากขึ้น the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนประกอบตายตัวของโครงสร้าง ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง The more ... the easier ... ที่กำหนดให้สมบูรณ์: ____ you review your notes, ____ the test feels.

ดูคำตอบ

The more · the easier

The bedrock of true love is happy singledom. สำนวน

0:21

รากฐานของรักแท้คือความโสดที่มีความสุข

สำนวน

bedrock of true love: รากฐานของรักแท้

Bedrock ตามความหมายตรงตัวคือชั้นหินแข็งที่อยู่ใต้ดินร่วน ในโครงสร้าง “the bedrock of X” คำนี้ใช้เป็นอุปมา หมายถึงรากฐานที่มั่นคงและสำคัญที่สุดซึ่งรองรับ X ในที่นี้ happy singledom หรือการมีความสุขขณะเป็นโสด ถูกมองว่าเป็นรากฐานของรักแท้ ใจความคือความสัมพันธ์ที่ดีเติบโตจากความสามารถที่จะอยู่คนเดียวได้อย่างสบายใจ ไม่ได้หมายความว่าความรักมีอยู่เฉพาะตอนเป็นโสดเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Honest communication is the bedrock of a lasting friendship,” คำว่า bedrock หมายถึงอะไร

  1. รากฐานที่สำคัญและมั่นคงที่สุด
  2. ข้อได้เปรียบที่อยู่เพียงชั่วคราว
  3. ชั้นหินที่กำลังกล่าวถึงตามความหมายตรงตัว
ดูคำตอบ

รากฐานที่สำคัญและมั่นคงที่สุด

Unfortunately, our societies do very little

0:25

น่าเสียดายที่สังคมของเราแทบไม่ได้ทำอะไรเลย

to help us be calm or at ease in our own company. วลี

0:28

เพื่อช่วยให้เราสงบหรือสบายใจเวลาอยู่กับตัวเอง

วลี

at ease in our own company: สบายใจเมื่ออยู่ตามลำพัง

At ease หมายถึงรู้สึกผ่อนคลายและไม่มีความกังวล ส่วน in our own company หมายถึงช่วงที่เราอยู่กับตัวเองตามลำพัง โดย company ในที่นี้หมายถึงการมีใครสักคนอยู่ด้วยหรือการเป็นเพื่อน ไม่ใช่บริษัท รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be/feel at ease in one's own company ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามบุคคล เช่น in my own company และ in her own company

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ at ease และรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้องของ own company: After a busy week, Lina spent Saturday by herself and felt ____.

ดูคำตอบ

at ease in her own company

Singledom is framed as an involuntary, depressing, การใช้คำ

0:32

ความโสดถูกสร้างกรอบให้เป็นสภาวะที่ไม่ได้ตั้งใจ น่าหดหู่

and always hopefully temporary state.

0:36

และมักจะถูกคาดหวังให้เป็นเพียงสภาวะชั่วคราวเสมอ

การใช้คำ

“is framed as”: การนำเสนอบางสิ่งผ่านมุมที่เลือก

ในประโยคนี้ “is framed as” หมายถึง “ถูกนำเสนอหรือกำหนดว่าเป็น” ถ้อยคำนี้วางการเป็นโสดไว้ในกรอบการตีความแบบหนึ่ง คือมองว่าเป็นภาวะที่ไม่สมัครใจ ชวนหดหู่ และเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว frame X as Y ไม่ใช่เพียงการติดป้ายอย่างเป็นกลาง แต่ชี้ให้เห็นว่าผู้พูด สถาบัน หรือข้อความเลือกมุม Y เพื่อกำหนดว่าผู้รับสารจะเข้าใจ X อย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ frame ... as เพื่อแสดงว่าแหล่งข้อมูลนำเสนอบางสิ่งจากมุมที่เลือกไว้?

  1. The report is in a frame beside the door.
  2. The report frames the policy as a necessary safety measure.
  3. The report lists the policy’s dates and costs.
ดูคำตอบ

The report frames the policy as a necessary safety measure.

The notion that someone might want or need to be on their own,

0:39

ความคิดที่ว่าใครบางคนอาจต้องการหรือจำเป็นต้องอยู่คนเดียว

perhaps for a long while,

0:43

บางทีอาจจะเป็นเวลานาน

terrifies a world shaped by legions of silently miserable couples

0:45

ทำให้โลกที่เต็มไปด้วยคู่รักที่มีความทุกข์เงียบ ๆ มากมายรู้สึกหวาดกลัว

who need confirmation that they have not chosen the wrong path.

0:50

ผู้ซึ่งต้องการคำยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้เลือกทางผิด

To enforce the idea of what single people are missing,

0:54

เพื่อตอกย้ำความคิดที่ว่าคนโสดกำลังพลาดอะไรไป

advertisers can never have enough of showing off tantalizing images of happy couples โน้ต

0:57

นักโฆษณาไม่เคยเบื่อที่จะอวดภาพที่ยั่วยวนของคู่รักที่มีความสุข

สำนวน

“can never have enough of”: อยากได้เพิ่มหรือทำซ้ำอยู่เสมอ

ในประโยคนี้ “can never have enough of showing off” หมายความว่าผู้ลงโฆษณาไม่เคยพอใจกับจำนวนครั้งที่นำภาพเหล่านั้นมาแสดง และทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีภาพไม่เพียงพอ ถ้อยคำนี้เป็นการกล่าวเกินจริง can never have enough of X อาจแสดงความชอบอย่างมากได้ตามบริบท แต่ในที่นี้มีน้ำเสียงวิจารณ์ว่านิสัยการโฆษณาที่ทำซ้ำนั้นมากเกินไปและคาดเดาได้

แบบฝึกหัด

นักวิจารณ์ต้องการบอกว่าแบรนด์ใช้กลวิธีโฆษณาแบบเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ เพราะไม่เคยรู้สึกว่าเพียงพอ ประโยคใดตรงกับความหมายนี้?

  1. The brand can never have enough of showing celebrities in its ads.
  2. The brand never has enough celebrities available for its ads.
  3. The brand has had enough of showing celebrities in its ads.
ดูคำตอบ

The brand can never have enough of showing celebrities in its ads.

กริยาวลี

showing off: อวดเพื่อดึงดูดความสนใจ

ในประโยคนี้ showing off หมายถึงการนำเสนอภาพอย่างโดดเด่นและสะดุดตาเพื่อให้ภาพดูน่าดึงดูด มีเจตนาชัดเจนกว่าการเพียงให้คนอื่นเห็นภาพเหล่านั้น Show off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ จึงพูดได้ทั้ง show off a new phone และ show a new phone off แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น show it off

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียน: At the reunion, Leo kept ____ his new sports car because he wanted everyone to admire it.

ดูคำตอบ

showing off

walking hand in hand on beaches สำนวน

1:03

เดินจับมือกันบนชายหาด

สำนวน

hand in hand: ความใกล้ชิดทั้งตามตัวอักษรและเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ hand in hand ใช้ตามความหมายตรงตัว คือคนสองคนเดินโดยจับมือกัน ทำให้เห็นภาพของความใกล้ชิด สำนวนตายตัวนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เมื่อสิ่งหนึ่ง goes hand in hand with อีกสิ่งหนึ่ง หมายความว่าทั้งสองเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดหรือมักเกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียน: Trust and honest communication go ____ in a strong friendship.

ดูคำตอบ

hand in hand

and most entertainment venues, holiday destinations, and social occasions

1:05

และสถานที่บันเทิง สถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุด และงานสังคมส่วนใหญ่

feel compelled to patronize, overcharge, and otherwise demean การใช้คำ

1:11

มักจะรู้สึกว่าต้องทำตัวเหนือกว่า คิดราคาแพงเกินจริง และลดทอนคุณค่า

การใช้คำ

patronize: ปฏิบัติต่อใครราวกับว่าเขามีความสามารถน้อยกว่า

ในที่นี้ patronize หมายถึงการปฏิบัติต่อใครบางคนราวกับว่าเขาฉลาด เป็นผู้ใหญ่ หรือมีความสามารถน้อยกว่าความเป็นจริง ภายนอกอาจดูเหมือนกำลังช่วยเหลือหรือมีน้ำใจ แต่ผู้พูดมีท่าทีว่าตนเหนือกว่า ในชุดคำ patronize, overcharge, and otherwise demean คำกริยาเชิงลบที่อยู่ใกล้กันช่วยกำหนดความหมายนี้ว่า patronize เป็นวิธีหนึ่งของการดูหมิ่นผู้อื่น ไม่ได้หมายถึงการไปใช้บริการธุรกิจแห่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค Please don't patronize me; I understand the instructions คำว่า patronize หมายถึงอะไร

  1. พูดกับฉันราวกับว่าฉันมีความสามารถน้อยกว่า
  2. มาใช้บริการธุรกิจของฉัน
  3. ให้เงินเพื่อสนับสนุนงานของฉัน
ดูคำตอบ

พูดกับฉันราวกับว่าฉันมีความสามารถน้อยกว่า

anyone who has the impudence to venture out on their own. กริยาวลี

1:15

ของใครก็ตามที่มีความกล้าหาญที่จะออกมาเที่ยวคนเดียว

กริยาวลี

venture out on their own: ออกไปคนเดียวแม้รู้สึกไม่แน่นอน

Venture out หมายถึงการออกจากสถานที่ที่ปลอดภัยหรือคุ้นเคย แล้วไปยังที่ซึ่งรู้สึกว่ายาก ไม่แน่นอน หรือไม่คุ้นเคย จึงสื่อถึงความกล้าหรือความเสี่ยงมากกว่า go out ที่มีความหมายเป็นกลาง On their own หมายถึงตามลำพัง โดยไม่มีเพื่อนหรือความช่วยเหลือ เมื่อนำมารวมกัน venture out on their own ทำให้การออกไปคนเดียวฟังดูเป็นการกระทำที่กล้าหาญ ในประโยคนี้ถ้อยคำที่ฟังดูใหญ่โตดังกล่าวช่วยสร้างการประชด ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีอันตรายจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย venture out และรูปของ on their own ที่ถูกต้องสำหรับ Leo: The village was unfamiliar, but Leo decided to ____ after breakfast.

ดูคำตอบ

venture out on his own

Unfortunately, being miserable while single fatally undermines our judgment

1:20

น่าเสียดายที่ความทุกข์ใจตอนเป็นโสดทำลายวิจารณญาณของเราอย่างร้ายแรง

about who we might get together with. กริยาวลี

1:25

เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเราควรจะคบหาดูใจกับใคร

กริยาวลี

Get together with: กลายเป็นคู่รัก

ในที่นี้ get together with someone หมายถึงเริ่มมีความสัมพันธ์แบบคนรักหรือกลายเป็นคู่รักกับคนนั้น การกล่าวถึงการเป็นโสดและการตัดสินใจว่าจะเลือกใครทำให้เห็นชัดว่าเป็นความหมายเชิงความรัก ไม่ใช่เพียงการพบใครคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "She was so afraid of being single that she got together with the first person who showed interest," คำว่า "got together with" หมายถึงอะไร

  1. เธอเริ่มมีความสัมพันธ์แบบคนรักกับคนนั้น
  2. เธอพบคนนั้นเพื่อสังสรรค์กันแบบสบาย ๆ
  3. เธอเข้าร่วมทีมงานของคนนั้น
ดูคำตอบ

เธอเริ่มมีความสัมพันธ์แบบคนรักกับคนนั้น

When someone is starving, they will eat anything. ลำดับความ

1:28

เมื่อคนเราหิวโหย พวกเขาจะกินทุกอย่าง

ลำดับความ

When someone is starving...: การเปรียบเทียบเรื่องการเลือกด้วยความสิ้นหวัง

ประโยคนี้เป็นการเปรียบเทียบแบบกระชับที่จัดลำดับข้อโต้แย้งเป็นเงื่อนไขและผลลัพธ์ โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when แสดงความต้องการอย่างรุนแรง ส่วนประโยคหลักแสดงผลคือการไม่เลือกมากอีกต่อไป ในข้อโต้แย้งเรื่องความสัมพันธ์ starving สอดคล้องกับความสิ้นหวังที่จะไม่ต้องเป็นโสดต่อไป ส่วน eat anything สอดคล้องกับการยอมรับแทบทุกคนเป็นคู่ สถานการณ์เรื่องอาหารที่เป็นรูปธรรมช่วยให้เข้าใจแนวคิดนามธรรมเรื่องวิจารณญาณที่แย่ลงในการเลือกคู่ได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเรื่องโภชนาการ

แบบฝึกหัด

ในข้อโต้แย้งเรื่องความกลัวการเป็นโสดนี้ "When someone is starving, they will eat anything" มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ประโยคนี้อ้างว่าคนหิวตัดสินใจได้ดีเสมอ
  2. ประโยคนี้เปลี่ยนหัวข้อจากความสัมพันธ์ไปเป็นโภชนาการ
  3. ประโยคนี้ใช้การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรมเพื่อแสดงว่าความสิ้นหวังอาจลดความรอบคอบในการเลือกได้อย่างไร
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ใช้การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรมเพื่อแสดงว่าความสิ้นหวังอาจลดความรอบคอบในการเลือกได้อย่างไร

Dostoevsky wrote a harrowing short story วัฒนธรรม

1:32

ดอสโตเยฟสกีเขียนเรื่องสั้นที่น่าสะเทือนใจ

about a famished child who eats a candle made of pig fat.

1:35

เกี่ยวกับเด็กที่หิวโหยคนหนึ่งซึ่งกินเทียนที่ทำจากไขมันหมู

วัฒนธรรม

Dostoevsky ในฐานะการอ้างอิงทางวรรณกรรม

Dostoevsky เป็นนามสกุลของฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี นักประพันธ์ชาวรัสเซีย เป็นชื่อเฉพาะ ไม่ใช่คำศัพท์ภาษาอังกฤษทั่วไป การเอ่ยชื่อเขาในที่นี้เป็นการระบุผู้เขียนตัวอย่างจากวรรณกรรม และช่วยเสริมข้อโต้แย้งด้วยกรณีอันชัดเจนที่ความหิวรุนแรงเอาชนะวิจารณญาณได้ ไม่จำเป็นต้องรู้เนื้อเรื่องทั้งหมดเพื่อเข้าใจหน้าที่นี้

แบบฝึกหัด

Dostoevsky มีหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เป็นชื่อของนักเขียนชาวรัสเซียซึ่งเรื่องของเขาถูกใช้เป็นตัวอย่าง
  2. เป็นคำบรรยายว่าเด็กหิวมากเพียงใด
  3. หมายถึงเทียนที่ทำจากไขมันสัตว์
ดูคำตอบ

เป็นชื่อของนักเขียนชาวรัสเซียซึ่งเรื่องของเขาถูกใช้เป็นตัวอย่าง

And we're equally liable, in emotional desperation, ไวยากรณ์

1:39

และเราก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน ในยามที่สิ้นหวังทางอารมณ์

to run into the nearest nightclub

1:43

ที่จะวิ่งเข้าไปในไนต์คลับที่ใกล้ที่สุด

to secure a chump we'll be appalled to find beside us at daybreak. การใช้คำ

1:45

เพื่อคว้าเอาคนงี่เง่าที่เราจะตกใจเมื่อตื่นมาพบว่าเขานอนอยู่ข้างๆ ในตอนรุ่งเช้า

ไวยากรณ์

we're equally liable ... to: โครงสร้าง be liable to ที่มีข้อความแทรกกลาง

ในโครงสร้าง be liable to + คำกริยารูปพื้นฐาน liable หมายถึง “มีแนวโน้มสูง” หรือ “มักจะ” และมักใช้กับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือมีความเสี่ยง ในที่นี้ ความสิ้นหวังทางอารมณ์ทำให้คนมีแนวโน้มจะรีบเข้าไนต์คลับและตัดสินใจผิดพลาด คำว่า in emotional desperation แทรกอยู่กลางโครงสร้างแต่ไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์: we're equally liable ... to run ส่วน equally เชื่อมความเป็นไปได้นี้เข้ากับการเปรียบเทียบก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่มี liable ซึ่งหมายถึง “มีแนวโน้มจะทำสิ่งที่ไม่ดี” ให้สมบูรณ์: Without a plan, we're ____ make the same mistake again.

ดูคำตอบ

liable to

การใช้คำ

chump ในฐานะคำดูถูกแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ chump หมายถึงคนโง่ โดยเฉพาะคนที่หลอกได้ง่ายหรือถูกเอาเปรียบได้ง่าย คำนี้เป็นคำเรียกเชิงลบ ไม่ใช่ชื่อเรียกแบบเป็นมิตร การเรียกคนที่อาจเป็นคู่รักว่า chump แสดงถึงความดูถูก และสื่อว่าผู้พูดนึกภาพว่าจะเสียใจกับการเลือกอย่างรีบร้อน โดยทั่วไป คำนี้ตัดสินตัวบุคคล ไม่ใช่แค่บอกว่าคนนั้นทำผิดพลาด

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า chump เหมาะสมในสถานการณ์นี้หรือไม่: ในการประเมินผลงานอย่างเป็นทางการ ผู้จัดการเขียนว่า “Sam is a chump.”

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

We eventually learn,

1:50

ในที่สุดเราก็จะเรียนรู้ว่า

being in an unsatisfactory relationship is clearly worse,

1:51

การอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่น่าพอใจนั้นแย่กว่าอย่างเห็นได้ชัด

that is, even more lonely than being alone. ลำดับความ

1:56

นั่นคือ มันโดดเดี่ยวยิ่งกว่าการอยู่คนเดียวเสียอีก

ลำดับความ

that is, ในฐานะคำเชื่อมเพื่อชี้แจง

ในที่นี้ that is เป็นคำเชื่อมเพื่อชี้แจง โดยย้อนกลับไปขยายคำว่า worse และทำให้การเปรียบเทียบที่คลุมเครือนั้นชัดเจนขึ้น ความสัมพันธ์ที่ไม่น่าพอใจแย่กว่าในแง่ที่ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งกว่าการอยู่คนเดียว คำนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการหยุดแล้วกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่อีกแบบหนึ่ง ไม่ได้เริ่มอนุประโยค that ใหม่ และไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “สิ่งนั้นคือ”

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “nonrefundable” หมายถึงอะไร? “The ticket is nonrefundable; ____, you cannot get your money back after buying it.”

  1. that is
  2. for example
  3. therefore
ดูคำตอบ

that is

The central challenge of being alone is coping with the fear of what singlehood means. วลี

2:00

ความท้าทายหลักของการอยู่คนเดียวคือการรับมือกับความกลัวว่าความโสดหมายถึงอะไร

วลี

coping with: การรับมือกับความยากที่ยังคงอยู่

ในประโยคนี้ coping with the fear หมายถึงการจัดการและอดทนต่อความกลัวเพื่อให้ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้ ไม่ได้สื่อว่าความกลัวหายไปหรือปัญหาต้นเหตุถูกแก้แล้ว ปกติ cope ต้องตามด้วย with ก่อนสิ่งที่เป็นปัญหา เช่น cope with fear, cope with stress หรือ cope with being alone ในที่นี้ coping with ... เป็นวลี gerund ที่บอกว่าความท้าทายหลักคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่เรียนในบทนี้ ซึ่งหมายถึง “จัดการความรู้สึกที่ยากแม้ว่ามันจะไม่หายไป”: After moving to a new city, Mia had to ____ feeling lonely.

ดูคำตอบ

cope with

Being alone is bearable in relation to how normal วลี

2:06

การอยู่คนเดียวนั้นพอทนได้ โดยสัมพันธ์กับความรู้สึกที่ว่า "ความปกติ"

that highly nebulous, yet highly influential concept,

2:09

ซึ่งเป็นแนวคิดที่คลุมเครือมากแต่มีอิทธิพลอย่างมากนั้น

the condition feels to us at any given point.

2:13

ทำให้เรารู้สึกอย่างไรกับสถานะนี้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

วลี

in relation to: การเชื่อมการตัดสินเข้ากับปัจจัย

ในประโยคนี้ in relation to เชื่อมการตัดสินว่าการอยู่คนเดียวทนได้เพียงใดเข้ากับว่าสภาวะนั้นให้ความรู้สึกปกติเพียงใด ใจความคือการตัดสินแรกเปลี่ยนไปตามปัจจัยที่สอง วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำบุพบทที่ค่อนข้างเป็นทางการ ตามด้วยวลีนามหรืออนุประโยค wh ได้ โดยในที่นี้ตามด้วย how normal ... feels วลีนี้แสดงความเชื่อมโยงหรือกรอบที่ใช้ตัดสินบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสามคำที่เรียนในบทนี้ ซึ่งใช้เชื่อมการตัดสินเข้ากับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง: The budget seems small ____ the scale of the project.

ดูคำตอบ

in relation to

It can either be a break from an honorably busy life

2:16

มันอาจเป็นได้ทั้งการพักผ่อนจากชีวิตที่ยุ่งเหยิงอย่างมีเกียรติ

or sure evidence that we are an unwanted, wretched, disgusting,

2:20

หรือเป็นหลักฐานที่แน่ชัดว่าเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นที่ต้องการ น่าเวทนา น่ารังเกียจ

and emotionally diseased being.

2:25

และมีอาการป่วยทางอารมณ์

This is tricky, but ultimately very hopeful,

2:28

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่ในท้ายที่สุดมันก็มีความหวังมาก

for it suggests that if only we could work on what being alone means to us, ไวยากรณ์

2:31

เพราะมันบ่งบอกว่า หากเพียงแต่เราสามารถจัดการกับความหมายของการอยู่คนเดียวที่มีต่อเราได้

we could theoretically endure long periods alone.

2:36

ในทางทฤษฎีแล้ว เราก็จะสามารถทนต่อการอยู่คนเดียวเป็นเวลานานได้

ไวยากรณ์

if only ... , we could ...: เงื่อนไขที่ปรารถนาอย่างมาก

ในที่นี้ if only นำเสนอเงื่อนไขที่ผู้พูดหวังอย่างมากว่าจะทำได้ คือการปรับความหมายของการอยู่คนเดียวที่มีต่อตัวเรา จึงให้น้ำเสียงแห่งความหวังและอารมณ์มากกว่า if แบบเป็นกลาง could ตัวแรกแสดงความสามารถหรือความเป็นไปได้ที่เราจะปรับความหมายนั้น ส่วน could ตัวที่สองแสดงผลลัพธ์ที่อาจเป็นไปได้ คือการทนอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน ทั้งสองคำไม่ได้ยืนยันว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับความหมายของ if only we could ... , we could ... ในตัวอย่างมากที่สุด

  1. เงื่อนไขนั้นเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นผลลัพธ์จึงแน่นอน
  2. ผลลัพธ์จะเป็นไปไม่ได้หากยังไม่ทำตามเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกหลายข้อ
  3. เราหวังอย่างมากว่าจะทำตามเงื่อนไขสำคัญหนึ่งข้อได้ และการทำได้จะทำให้ผลลัพธ์มีความเป็นไปได้
ดูคำตอบ

เราหวังอย่างมากว่าจะทำตามเงื่อนไขสำคัญหนึ่งข้อได้ และการทำได้จะทำให้ผลลัพธ์มีความเป็นไปได้

To build ourselves a new mental model วลี

2:40

เพื่อสร้างแบบจำลองทางความคิดใหม่ให้กับตัวเราเอง

วลี

build ourselves a new mental model: สร้างกรอบความเข้าใจใหม่ให้ตัวเราเอง

ใน build ourselves a new mental model คำว่า mental model หมายถึงกรอบความเข้าใจภายในใจเกี่ยวกับการทำงานของบางสิ่ง ไม่ใช่แบบจำลองที่เป็นวัตถุจริง โครงสร้าง build + someone + something หมายถึงสร้างบางสิ่งเพื่อประโยชน์ของคนนั้น ในที่นี้ ourselves คือผู้ได้รับประโยชน์ เราสร้างวิธีทำความเข้าใจแบบใหม่ไว้ใช้เอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีกรรมสองตัวจากบทเรียน โดยใช้ build, ourselves และ mental model: After reviewing the evidence, we need to ____ of how the system fails.

ดูคำตอบ

build ourselves a new mental model

of what being alone should truly mean,

2:43

เกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของการอยู่คนเดียว

we might rehearse a few of the following arguments.

2:45

เราอาจลองทบทวนข้อโต้แย้งดังต่อไปนี้

Despite what an unfriendly voice inside our heads might tell us, ไวยากรณ์

2:48

แม้ว่าเสียงที่ไม่เป็นมิตรในหัวของเราอาจบอกอะไรเราก็ตาม

we are the ones who can choose whether or not to be alone. ไวยากรณ์

2:52

เราคือคนที่สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่คนเดียวหรือไม่

ไวยากรณ์

Despite what + อนุประโยคเพื่อแสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง

Despite เป็นคำบุพบทที่ใช้เปิดข้อมูลเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง โดยนำเสนอสิ่งที่อาจขัดขวางหรือท้าทายใจความหลัก ในที่นี้ what an unfriendly voice inside our heads might tell us เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบอิสระ หมายถึงไม่ว่าเสียงในใจที่วิจารณ์ตนเองนั้นอาจพูดอะไร และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เสมือนคำนามที่เป็นส่วนเติมเต็มของ despite วลีต้นประโยคยอมรับว่าคำวิจารณ์ภายในใจอาจมีอยู่ แต่ยังคงบอกว่าใจความหลักเป็นจริงอยู่ดี คำว่า voice เป็นอุปมาถึงความคิดที่วิจารณ์ตนเอง ไม่ใช่เสียงของคนจากภายนอก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่าคำวิจารณ์ในใจไม่ได้ขัดขวาง Leo จากการสมัครตำแหน่งนั้น

  1. Despite what his inner critic told him, Leo applied for the role.
  2. Although what his inner critic told him, Leo applied for the role.
  3. Despite his inner critic told him, Leo applied for the role.
ดูคำตอบ

Despite what his inner critic told him, Leo applied for the role.

ไวยากรณ์

whether or not สำหรับทางเลือกใช่หรือไม่ใช่ที่ชัดเจน

ใน choose whether or not to be alone คำว่า whether นำเข้าสู่เนื้อหาของการเลือก ส่วน or not ระบุทางเลือกเชิงปฏิเสธอย่างชัดเจน ทางเลือกคือการอยู่คนเดียวหรือไม่อยู่คนเดียว ใช้ whether or not หลังคำกริยาอย่าง choose, decide และ know เมื่อต้องการให้ความเป็นไปได้ทั้งสองชัดเจน เมื่ออยู่หน้ารูปกริยา to infinitive โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ whether or not to + กริยา

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ระบุความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างชัดเจนลงในประโยค: We need to decide ____ to postpone the trip.

ดูคำตอบ

whether or not

Our solitude is willed, rather than imposed. ลำดับความ

2:57

ความสันโดษของเรามาจากความตั้งใจ ไม่ใช่ถูกยัดเยียด

ลำดับความ

Our solitude is willed, rather than imposed: การปรับกรอบความคิดด้วย A rather than B

ประโยคนี้เสนอคำอธิบายสองแบบที่ตรงข้ามกันสำหรับความสันโดษเดียวกัน “willed” แสดงว่าเป็นสิ่งที่กลุ่มของผู้พูดเลือกเอง ส่วน “imposed” แสดงว่าเป็นสิ่งที่ถูกบังคับจากภายนอก โครงสร้าง A rather than B ยก A ให้เป็นคำอธิบายหลักที่ผู้พูดเลือก และปฏิเสธหรือแก้ไข B ในที่นี้ การเปรียบต่างทำให้การอยู่ตามลำพังถูกมองใหม่ จากภาวะที่ไร้อำนาจเป็นการเลือกด้วยตนเอง ข้อความนี้กล่าวถึงสถานการณ์ของ “เรา” ไม่ได้หมายความว่าความสันโดษทุกแบบเกิดจากความสมัครใจ

แบบฝึกหัด

การเปรียบต่างใน “Our solitude is willed, rather than imposed” ทำหน้าที่อะไร

  1. ประโยคนี้อ้างว่าการอยู่ตามลำพังเจ็บปวดเสมอ
  2. ประโยคนี้เสนอว่าความสันโดษเป็นสิ่งที่เลือกเอง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกบังคับ
  3. ประโยคนี้บอกว่าความสันโดษยาวนานกว่าที่คาดไว้
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เสนอว่าความสันโดษเป็นสิ่งที่เลือกเอง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกบังคับ

No one ever needs to be alone

3:00

ไม่มีใครจำเป็นต้องอยู่คนเดียว

so long as they don't mind who they are with. ไวยากรณ์

3:02

ตราบใดที่พวกเขาไม่สนใจว่าจะต้องอยู่กับใคร

ไวยากรณ์

so long as: เงื่อนไข ไม่ใช่ระยะเวลา

ในประโยคนี้ “so long as” หมายถึง “ตราบใดที่” หรือ “โดยมีเงื่อนไขว่า” วลีนี้นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความหลักเป็นจริง กล่าวคือ คนคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ลำพังหากไม่รังเกียจว่าใครจะอยู่เป็นเพื่อน คำเหล่านี้ไม่ได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่ยาวนาน เพราะมีอนุประโยค “they don't mind who they are with” ตามหลังมาเพื่อกำหนดเงื่อนไข นี่เป็นการอธิบายตรรกะของประโยค ไม่ใช่คำแนะนำให้ยอมรับใครก็ได้เป็นเพื่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงเงื่อนไขจากบทเรียน: You may stay after school ____ a teacher is present.

ดูคำตอบ

so long as

But we do mind. ไวยากรณ์

3:06

แต่เราสนใจ

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน But we do mind.

ในประโยคบอกเล่า But we do mind. คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น ประโยคพื้นฐานคือ We mind เมื่อเติม do ก็จะย้ำว่าพวกเราใส่ใจจริง ๆ และไม่ได้เพิกเฉย do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้เพื่อแก้ความเข้าใจของอีกฝ่าย โต้แย้งความคิดเชิงปฏิเสธ หรือยืนยันให้เชื่อว่าข้อความนั้นเป็นจริง ในที่นี้ mind คงรูปพื้นฐานหลัง do

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วย do ที่ใช้เน้นเพื่อแก้ข้อสันนิษฐาน ข้อสันนิษฐาน: You don't care about the result. คำตอบ: Actually, I ____ care.

ดูคำตอบ

do

The wrong kind of company is a great deal lonelier for us ไวยากรณ์

3:07

การอยู่กับคนที่ไม่ใช่ ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่า

than being by ourselves.

3:11

การอยู่กับตัวเองเสียอีก

ไวยากรณ์

a great deal + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than

ใน a great deal lonelier for us than วลี a great deal ขยายคำคุณศัพท์ขั้นกว่า lonelier ให้มีน้ำหนักมากขึ้น และบอกว่าความแตกต่างมีมาก a great deal lonelier than มีความหมายเหมือน much lonelier than หรือ far lonelier than คือ “เหงากว่ามาก” For us ระบุว่ากำลังกล่าวถึงประสบการณ์ของใคร และไม่ได้ทำให้การเปรียบเทียบระหว่าง lonelier กับ than ขาดออกจากกัน โครงสร้างหลักที่นำไปใช้ต่อได้คือ a great deal + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than คำคุณศัพท์ต้องอยู่ในรูปขั้นกว่า ดังนั้นตรงนี้ใช้ lonelier ไม่ใช่ lonely

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเพิ่มระดับ a great deal: The new library is ____ quieter than the old one.

ดูคำตอบ

a great deal

That is, it's further from what matters to us, ไวยากรณ์

3:13

กล่าวคือ มันห่างไกลจากสิ่งที่สำคัญสำหรับเรามากขึ้น

more grating in its insincerity,

3:16

น่ารำคาญมากขึ้นในความไม่จริงใจ

and more of a reminder of disconnection and misunderstanding

3:19

และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความห่างเหินและความไม่เข้าใจกันมากขึ้น

than is the conversation we can have in the quiet of our own minds.

3:23

เมื่อเทียบกับบทสนทนาที่เราสามารถมีได้ในความเงียบสงบภายในจิตใจของเราเอง

ไวยากรณ์

ส่วนเปรียบเทียบแบบขนานที่ใช้อนุประโยค than ร่วมกัน: further..., more grating..., more of a reminder... than is...

ประโยคนี้เรียงคำบรรยายเชิงเปรียบเทียบสามอย่างเกี่ยวกับสิ่งเดียวกัน ได้แก่ ห่างจากสิ่งสำคัญมากกว่า ชวนให้ขัดใจมากกว่า และเป็นสิ่งย้ำเตือนมากกว่า อนุประโยค than เพียงอันเดียวที่ท้ายประโยคทำให้การเปรียบเทียบทั้งสามสมบูรณ์ ไม่ได้ขยายเฉพาะส่วนที่อยู่ใกล้ที่สุด ใน than is the conversation we can have... กริยา is อยู่หน้าประธานที่ยาว การกลับลำดับแบบเป็นทางการนี้มีความหมายเหมือน than the conversation we can have... is โดยเลื่อนประธานที่เป็นสิ่งเปรียบเทียบอันยาวไปไว้ข้างหลัง ทำให้ติดตามรายการที่วางขนานกันได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้คำเชื่อมการเปรียบเทียบหนึ่งชุดที่ใช้ร่วมกันและการกลับลำดับกริยา-ประธานแบบเป็นทางการ: The new policy is more confusing and more expensive ____ the old system.

ดูคำตอบ

than is

Being alone is not proof that we have been rejected by the world. ลำดับความ

3:28

การอยู่คนเดียวไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าเราถูกโลกทอดทิ้ง

It's a sign that we've taken a good look at the available options and have, วลี

3:32

มันเป็นสัญญาณว่าเราได้พิจารณาตัวเลือกที่มีอยู่อย่างถี่ถ้วนแล้วและได้

with wisdom, done some rejecting ourselves.

3:37

ปฏิเสธบางสิ่งไปอย่างชาญฉลาดด้วยตัวเราเอง

ลำดับความ

การปรับกรอบความคิดด้วย not proof that...; a sign that...

ประโยคแรกปฏิเสธความคิดที่ว่าการอยู่คนเดียวต้องหมายความว่าโลกปฏิเสธเรา ส่วนประโยคที่สองแทนกรอบความคิดเชิงรับและเชิงลบนั้นด้วยกรอบเชิงรุก คือเราได้พิจารณาตัวเลือกและปฏิเสธบางตัวเลือกด้วยตัวเอง รูปแบบ not proof that X; a sign that Y จัดข้อมูลเป็นสองขั้น ขั้นแรกขวางข้อสรุปหนึ่งไว้ แล้วจึงนำผู้อ่านไปสู่อีกการตีความ ดังนั้นอนุประโยค that ทั้งสองจึงชี้ไปคนละทิศทางในการให้เหตุผล ไม่ใช่การเสริมข้อกล่าวอ้างเดียวกันสองแบบ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ not proof that... a sign that... เพื่อปฏิเสธข้อสรุปที่รุนแรงและเสนอทางเลือกที่ระมัดระวังกว่า

  1. Missing one deadline is not proof that Maya is unreliable. It's a sign that she may need a better schedule.
  2. Missing one deadline is proof that Maya is unreliable. It's a sign that she can never be trusted.
  3. Missing one deadline is not a sign that Maya is unreliable. It's proof that she can never be trusted.
ดูคำตอบ

Missing one deadline is not proof that Maya is unreliable. It's a sign that she may need a better schedule.

วลี

take a good look at the available options: พิจารณาตัวเลือกที่มีอยู่อย่างรอบคอบ

take a good look at หมายถึงตรวจสอบหรือพิจารณาบางสิ่งอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่มองเพียงชั่วครู่ ในที่นี้ available options หมายถึงผู้ที่อาจเลือกเป็นคู่ได้ ผู้พูดบอกว่าได้ประเมินตัวเลือกเหล่านั้นอย่างจริงจังก่อนคัดบางคนออก good เน้นว่าการพิจารณานั้นละเอียดและทั่วถึง ไม่ได้หมายความว่าตัวเลือกที่มีอยู่นั้นดีในตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ตรวจสอบอย่างรอบคอบ”: Before making a final choice, ____ all the available options.

ดูคำตอบ

take a good look at

Another big thought is that we need to appreciate how long it will take to find someone, ไวยากรณ์

3:41

อีกความคิดหนึ่งที่สำคัญคือเราต้องตระหนักว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการค้นหาใครสักคน

ไวยากรณ์

appreciate how long it will take: ตระหนักว่าจะใช้เวลานานเพียงใด

ในที่นี้ appreciate หมายถึงตระหนักหรือเข้าใจข้อเท็จจริงสำคัญอย่างถ่องแท้ ไม่ได้หมายถึงรู้สึกขอบคุณ ข้อเท็จจริงที่ต้องเข้าใจคือเวลาที่จำเป็นในการตามหาใครสักคน how long it will take เป็นอนุประโยคคำถามที่แทรกอยู่และทำหน้าที่เป็นกรรมของ appreciate เนื่องจากอยู่ภายในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า it will take ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรง will it take

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่สื่อได้ถูกต้องว่าเราต้องตระหนักถึงระยะเวลาที่จำเป็น

  1. We need to appreciate how long it will take to find the right person.
  2. We need to appreciate how long will it take to find the right person.
  3. We need to appreciate someone for taking the time to help us.
ดูคำตอบ

We need to appreciate how long it will take to find the right person.

given how choosy we are, for very good reasons. ไวยากรณ์

3:47

เมื่อพิจารณาจากความช่างเลือกของเราด้วยเหตุผลที่ดีมาก

ไวยากรณ์

given how choosy we are: เมื่อพิจารณาว่าเราช่างเลือกเพียงใด

Given ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดถือเป็นเหตุผลรองรับข้อสรุป ในที่นี้ given how choosy we are หมายถึง “เมื่อพิจารณาว่าเราช่างเลือกมากเพียงใด” How นำอนุประโยคบอกระดับ how choosy we are โดยไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถาม how choosy are we โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมการประเมินหรือการคาดการณ์เข้ากับสถานการณ์ที่รู้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาว่ามีระดับมากเพียงใด”: It is understandable that the team needs more time, ____ complex the decision is.

ดูคำตอบ

given how

We aren't just looking for anyone.

3:51

เราไม่ได้แค่มองหาใครก็ได้

The right candidate will be no less easy to find ไวยากรณ์

3:53

ผู้สมัครที่เหมาะสมนั้นหาไม่ได้ง่ายไปกว่า

than a great job or a beautiful house.

3:56

งานที่ยอดเยี่ยมหรือบ้านที่สวยงามเลย

ไวยากรณ์

no less easy to find than: ไม่ได้หาง่ายน้อยกว่า

No less + คำคุณศัพท์ + than บอกว่าสิ่งแรกไม่ได้มีระดับของคุณสมบัตินั้นต่ำกว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ ระดับของ easy ถูกวัดเทียบกับการหางานดี ๆ หรือบ้านสวย ๆ ผู้พูดถือว่าสิ่งที่น่าปรารถนาเหล่านั้นต้องใช้เวลาค้นหานานและใช้ความพยายามมาก ในบริบทนี้ การเปรียบเทียบจัดให้การหาผู้สมัครที่เหมาะสมอยู่ในกลุ่มสิ่งที่หายากเช่นเดียวกันในเชิงวาทศิลป์ ความหมายนี้ขึ้นอยู่กับข้อสมมติที่ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจร่วมกัน จึงไม่ควรเห็นเพียง easy แล้วตีความว่าเป็นการรับรองว่าจะค้นหาได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ในบริบทของคำบรรยายซึ่งเข้าใจกันว่าการหางานดี ๆ และบ้านสวย ๆ เป็นเรื่องยาก no less easy to find than ต้องการสื่อความหมายใด?

  1. การหาผู้สมัครที่เหมาะสมถูกนำเสนอว่าเป็นการค้นหาที่ต้องใช้ความพยายามพอ ๆ กัน
  2. รับรองว่าจะหาผู้สมัครที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว
  3. งานดี ๆ และบ้านสวย ๆ น่าปรารถนาน้อยกว่าผู้สมัครที่เหมาะสม
ดูคำตอบ

การหาผู้สมัครที่เหมาะสมถูกนำเสนอว่าเป็นการค้นหาที่ต้องใช้ความพยายามพอ ๆ กัน

It might take many months, probably years.

3:59

มันอาจใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะหลายปี

Expectations matter.

4:03

ความคาดหวังเป็นสิ่งสำคัญ

If we regard a decade as a plausible timeframe, then six months will skip by. โน้ต

4:05

หากเรามองว่าสิบปีเป็นกรอบเวลาที่เป็นไปได้ หกเดือนก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

If ... then: เชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์

If ... then ... ใช้เชื่อมเงื่อนไขเข้ากับผลลัพธ์ที่เกิดจากเงื่อนไขนั้น ในประโยคนี้ if นำหน้าสมมติฐานที่ว่าเวลาสิบปีเป็นกรอบเวลาที่สมเหตุสมผล ส่วน then นำหน้าผลลัพธ์ว่าเวลาหกเดือนจะดูเหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตรงนี้ then หมายถึง “ในกรณีนั้น” หรือ “ดังนั้น” ไม่ใช่ “หลังจากนั้น” ในประโยคเงื่อนไขเกี่ยวกับอนาคตทั่วไป if-clause ใช้รูปปัจจุบัน ส่วน main clause สามารถใช้ will เพื่อบอกผลลัพธ์ได้ โครงสร้างนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “If we regard a decade as a plausible timeframe, then six months will skip by” then ทำหน้าที่อะไร

  1. ขอให้ผู้ฟังเปรียบเทียบช่วงเวลาสองช่วง
  2. ใช้แนะนำผลลัพธ์ของ if-clause
  3. หมายความว่าผู้พูดจะทำบางอย่างต่อไป
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำผลลัพธ์ของ if-clause

ไวยากรณ์

regard a decade as a plausible timeframe: มองว่าสิบปีเป็นกรอบเวลาที่สมเหตุสมผล

Regard A as B หมายถึงการตัดสินหรือมองว่า A เป็น B ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าสิบปีเป็นกรอบเวลาที่สมเหตุสมผล หรือหมายความว่าสิบปีเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์นี้ โครงสร้างคือ regard + กรรม A + as + คำอธิบาย B โดย as ทำหน้าที่เชื่อมสิ่งที่กล่าวถึงเข้ากับการประเมิน ตรงนี้ regard หมายถึงการประเมิน ไม่ใช่เพียงการมองบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

โครงสร้างใดใช้กับ regard เพื่อสื่อความหมายว่า “มองว่า A เป็น B” ได้ถูกต้อง

  1. regard A to B
  2. regard A B
  3. regard A as B
ดูคำตอบ

regard A as B

กริยาวลี

“skip by” ที่ใช้กับเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในประโยคนี้ skip by วาดภาพให้ช่วงเวลาหกเดือนเคลื่อนไปอย่างเบาและรวดเร็ว หมายความว่าผู้พูดคาดว่าจะรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นผ่านไปเร็วมาก ไม่ได้หมายความว่าหกเดือนนั้นถูกข้ามหรือตัดทิ้ง คำกริยาที่แสดงการเคลื่อนไหวช่วยทำให้การผ่านไปของเวลาดูมีชีวิตและเป็นความรู้สึกส่วนตัวมากขึ้น ระยะเวลาจริงยังเท่าเดิม แต่การรอคอยไม่รู้สึกว่ายาวนานอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “six months will skip by” สำนวนที่เน้นไว้หมายความว่าอะไร

  1. ผู้พูดจะไม่วางแผนอะไรเป็นเวลาหกเดือน
  2. ปฏิทินจะลบหกเดือนถัดไปออก
  3. หกเดือนจะรู้สึกเหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก
ดูคำตอบ

หกเดือนจะรู้สึกเหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก

There is no better guarantee of a successful relationship ไวยากรณ์

4:11

ไม่มีการรับประกันใดสำหรับความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จ

than knowing that we could and can manage perfectly well on our own. วลี

4:14

จะดีไปกว่าการรู้ว่าเราเคยและสามารถจัดการชีวิตตัวเองได้เป็นอย่างดี

ไวยากรณ์

โครงสร้าง There is no better X than Y

โครงสร้าง There is no better X than Y นำเสนอว่า Y เป็นตัวอย่าง แหล่งที่มา หรือวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้เกิด X ในที่นี้ การรู้ว่าทั้งสองคนสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระได้ถูกนำเสนอว่าเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดของความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จ ในประโยคนี้ X คือวลีนาม a guarantee of a successful relationship และ Y คืออนุประโยค -ing knowing that we could and can manage perfectly well on our own ส่วน Than ใช้นำสิ่งที่ผู้พูดอ้างว่าเป็นตัวมอบหลักประกันนั้น โดย X และ Y ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบทางไวยากรณ์เหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อเสนอว่าการฝึกทุกวันเป็นหนทางที่ดีที่สุดสู่ความคล่องแคล่ว

  1. There is not better path to fluency than practice every day.
  2. There is no better path to fluency than practicing every day.
  3. There is no better path to fluency then practicing every day.
ดูคำตอบ

There is no better path to fluency than practicing every day.

วลี

จัดการชีวิตได้ดีมากด้วยตัวเอง

ในประโยคนี้ manage หมายถึง “รับมือได้สำเร็จหรือดำเนินชีวิตได้” ไม่ใช่ “บริหารคนหรือสิ่งต่าง ๆ” manage perfectly well on our own บอกว่าผู้พูดสามารถใช้ชีวิตและแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งคู่รัก could ชี้ถึงความสามารถนี้ในสถานการณ์ที่ผ่านมา ส่วน can ยืนยันว่ายังเป็นจริงในปัจจุบัน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ manage (perfectly) well on my/your/his/her/our/their own

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย manage perfectly well on one's own โดยเปลี่ยนคำกริยาและคำแสดงความเป็นเจ้าของให้เข้ากับประธานและกาล: “After her roommates moved out, Nina ____.”

ดูคำตอบ

managed perfectly well on her own

It means that we will only look for someone who can deeply contribute to our life, ลำดับความ

4:20

มันหมายความว่าเราจะมองหาแค่คนที่สามารถสนับสนุนชีวิตเราได้อย่างลึกซึ้งเท่านั้น

not someone who can do the laundry

4:24

ไม่ใช่คนที่แค่สามารถซักผ้า

with us or keep us company on Sunday evenings. วลี

4:26

กับเรา หรืออยู่เป็นเพื่อนเราในคืนวันอาทิตย์

ลำดับความ

มองหาเฉพาะคนที่…… ไม่ใช่คนที่……

ในที่นี้ต้องเข้าใจ only ร่วมกับคำบรรยายที่ตามมา กล่าวคือจำกัดการมองหาไว้เฉพาะคนที่มีส่วนช่วยต่อชีวิตของผู้พูดได้อย่างลึกซึ้ง ส่วน not someone who... ที่ตามมาวางคนอีกประเภทหนึ่งในโครงสร้างขนานกันแต่เป็นประเภทที่ถูกตัดออก ประโยคจึงเปรียบเทียบเกณฑ์ที่แท้จริงกับเหตุผลที่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเลือกคู่ชีวิต รายละเอียดเรื่องการซักผ้าและการอยู่เป็นเพื่อนในเย็นวันอาทิตย์สื่อถึงความสะดวกในชีวิตประจำวันหรือการช่วยคลายเหงา ประโยคไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี แต่บอกว่าเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะผ่านเกณฑ์

แบบฝึกหัด

คุณต้องการไกด์ที่อธิบายเส้นทางอย่างชัดเจน การรีบเดินนำหน้าไปเฉย ๆ ยังไม่เพียงพอ ประโยคใดระบุเกณฑ์นี้ได้ถูกต้อง?

  1. You only want a guide who explains the route clearly, not someone who rushes ahead.
  2. You do not want a guide who explains the route clearly or someone who rushes ahead.
  3. You only want a guide who rushes ahead, not someone who explains the route clearly.
ดูคำตอบ

You only want a guide who explains the route clearly, not someone who rushes ahead.

วลี

keep someone company: อยู่เป็นเพื่อนใครสักคน

Keep someone company หมายถึงอยู่กับใครสักคนหรือใช้เวลาร่วมกับเขา เพื่อไม่ให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว ในประโยคนี้ keep us company หมายถึงอยู่กับ “พวกเรา” ในเย็นวันอาทิตย์ ไม่ได้หมายถึงบริหารบริษัท โครงสร้างคือ keep + คน + company โดยวางคำที่หมายถึงคนไว้ระหว่าง keep กับ company เช่น keep me company และ keep your grandfather company

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ keep ... company: I'll ____ while she waits for her ride.

ดูคำตอบ

keep her company

This gives us the strength to back out of unsatisfactory unions กริยาวลี

4:29

สิ่งนี้จะทำให้เรามีพลังที่จะถอยห่างจากความสัมพันธ์ที่ไม่น่าพอใจ

as quickly as we should.

4:34

ได้เร็วเท่าที่เราควรจะทำ

กริยาวลี

back out of: ถอนตัวจากข้อตกลง

Back out of หมายถึงถอนตัวจากข้อตกลง คำมั่น หรือความสัมพันธ์ หลังจากที่เคยตกลงหรือเข้าไปมีส่วนร่วมแล้ว ในประโยคนี้หมายถึงออกจากความสัมพันธ์ที่ไม่น่าพอใจ ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนตัวถอยหลังจริง ๆ ใช้โครงสร้าง back out of + คำนามหรือรูป -ing เช่น back out of a deal และ back out of helping คำว่า back เปลี่ยนตามกาล แต่ out of อยู่ติดกันเสมอ เช่น backed out of

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุชัดเจนว่า Nina เคยตกลงกับแผนหนึ่งแล้ว แต่ภายหลังถอนตัว?

  1. Nina opted out of the trip before signing up.
  2. Nina backed out of the trip the night before.
  3. Nina looked back on the trip the night before.
ดูคำตอบ

Nina backed out of the trip the night before.

Being in a couple can't and shouldn't mean ไวยากรณ์

4:36

การเป็นคู่รักไม่ได้และไม่ควรหมายความว่า

that we are utterly reliant on the other for our self-esteem,

4:39

เราต้องพึ่งพาอีกฝ่ายอย่างเต็มที่เพื่อความภาคภูมิใจในตนเอง

our daily self-management, or for the meeting of our domestic needs.

4:42

การจัดการตัวเองในแต่ละวัน หรือเพื่อตอบสนองความต้องการภายในบ้านของเรา

ไวยากรณ์

Can't and shouldn't mean: ปฏิเสธทั้งข้อสรุปและบรรทัดฐาน

Can't and shouldn't mean รวมการตัดสินสองอย่างเกี่ยวกับความหมายของความสัมพันธ์ไว้ด้วยกัน Can't mean บอกว่าการเป็นคู่กันไม่ได้มีความหมายเท่ากับการพึ่งพากันทั้งหมดในเชิงตรรกะ ส่วน shouldn't mean เสริมว่าการพึ่งพาทั้งหมดไม่ควรเป็นความคาดหวังหรือกฎที่ดีต่อความสัมพันธ์ can ในที่นี้ไม่ได้พูดถึงความสามารถในการทำสิ่งใด แต่ใช้ปฏิเสธการตีความ กล่าวคือ จากข้อเท็จจริงที่ว่า 'เราเป็นคู่กัน' ไม่สามารถสรุปได้ว่า 'เราต้องพึ่งพากันทุกเรื่อง'

แบบฝึกหัด

can't and shouldn't mean ทำหน้าที่สื่ออะไรในประโยคนี้

  1. การเป็นคู่กันไม่ได้เท่ากับการพึ่งพาทั้งหมดในเชิงตรรกะ และไม่ควรเรียกร้องให้เป็นเช่นนั้น
  2. คนที่เป็นคู่กันไม่มีความสามารถที่จะพึ่งพากัน
  3. การพึ่งพาทั้งหมดหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้อาจไม่ดีต่อสุขภาพความสัมพันธ์
ดูคำตอบ

การเป็นคู่กันไม่ได้เท่ากับการพึ่งพาทั้งหมดในเชิงตรรกะ และไม่ควรเรียกร้องให้เป็นเช่นนั้น

When we have under our belt a significant experience of thriving on our own, โน้ต

4:47

เมื่อเรามีประสบการณ์ที่มีความหมายในการเติบโตด้วยตัวเอง

สำนวน

Under our belt: ประสบการณ์ที่สั่งสมไว้แล้ว

To have something under your belt หมายถึงได้ทำสำเร็จ บรรลุ หรือได้รับสิ่งนั้นมาแล้ว จึงนับเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์ในตอนนี้ ในประโยคนี้ สิ่งที่สะสมไว้คือประสบการณ์สำคัญในการใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระและไปได้ดี คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น under my belt, under her belt และ under our belt สำนวนนี้มักกล่าวถึงสิ่งที่สั่งสมไว้แล้วในอดีต ไม่ใช่เป้าหมายในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายความว่าเธอได้รับประสบการณ์ที่มีประโยชน์แล้ว: After two internships, she has valuable workplace experience ____.

ดูคำตอบ

under her belt

วลี

thriving on our own: ใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างดีมาก

ใน thriving on our own คำว่า thrive หมายถึงอยู่ได้อย่างดีมาก เติบโต หรือก้าวหน้า ไม่ใช่เพียงแค่พอเอาตัวรอด ส่วน on our own หมายถึงอย่างเป็นอิสระ โดยไม่ต้องพึ่งคู่รักหรือคนอื่นสำหรับการช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน รูป -ing คือ thriving ตามหลัง experience of: an experience of thriving วลีนี้บอกถึงช่วงเวลาที่ดีของการใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ และคำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคลได้ เช่น on my own, on her own, on their own

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya ใช้ชีวิตได้ดีมากขณะอยู่ด้วยตัวเองอย่างเป็นอิสระ

  1. Maya is thriving on her own.
  2. Maya is managing on her own.
  3. Maya is surviving on her own.
ดูคำตอบ

Maya is thriving on her own.

we will be able to cope with the inevitable points ไวยากรณ์

4:52

เราจะสามารถรับมือกับจุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

at which even a very nice partner can't sustain us.

4:55

ที่แม้แต่คู่ชีวิตที่ดีมากก็ไม่สามารถพยุงเราไว้ได้

ไวยากรณ์

cope with ... points at which: รับมือกับช่วงเวลาที่...

cope with หมายถึงรับมือหรือจัดการกับสถานการณ์ที่ยาก ในที่นี้ points หมายถึงช่วงเวลาหรือขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจง วลีนี้จึงนำเข้าสู่ช่วงเวลาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องรับมือ at which ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย points และเป็นรูปที่เป็นทางการของ at those points คือในช่วงเวลาเหล่านั้น แม้แต่คู่รักที่ดีมากก็ไม่อาจคอยพยุงเราได้ ในภาษาอังกฤษที่เป็นทางการน้อยกว่า มักใช้ points when ได้ ที่นี่ห้ามตัด at หน้า which เพราะ which ไม่ใช่กรรมของ sustain และอนุประโยคต้องการความสัมพันธ์ทางเวลาแบบ at those points

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป็นทางการสองคำที่มีความหมายเท่ากับ 'at those points': Every project has points ____ the team must review its goals.

ดูคำตอบ

at which

We'll be less demanding, more competent, ไวยากรณ์

4:59

เราจะเรียกร้องน้อยลง มีความสามารถมากขึ้น

and more forensic in what we seek from a lover. การใช้คำ

5:02

และพิจารณาสิ่งที่เรามองหาจากคนรักอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

ไวยากรณ์

less demanding, more competent, and more forensic ในรายการเปรียบเทียบแบบขนาน

หลัง We'll be ประโยคนี้เรียงวลีคุณศัพท์ขั้นกว่า 3 วลีแบบขนานกัน ได้แก่ less demanding, more competent และ more forensic in what we seek from a lover แต่ละวลีอธิบาย we และเปรียบเทียบกับสภาวะก่อนหน้าหรือตอนที่มีประสบการณ์น้อยกว่า less ขยายเฉพาะ demanding ส่วน more สองตำแหน่งขยาย competent และ forensic แยกกัน การใช้รูปแบบเปรียบเทียบเดียวกันช่วยให้การสรุปกระชับและมีจังหวะ วลีที่ยาวที่สุดอยู่ท้ายสุด โดย in what we seek from a lover ระบุให้ชัดว่าผู้พูดคาดว่าจะเป็น more forensic ในเรื่องใด

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้รูปแบบวลีคุณศัพท์ขั้นกว่าแบบขนานที่ชัดเจนเหมือนกัน

  1. After the training, we'll be less hesitant, more prepared, and more precise in what we report.
  2. After the training, we'll have less hesitation, more prepared, and report with greater precision.
  3. After the training, we'll be hesitant less, more preparation, and more precisely in what we report.
ดูคำตอบ

After the training, we'll be less hesitant, more prepared, and more precise in what we report.

การใช้คำ

forensic ที่หมายถึงละเอียดรอบคอบและช่างวิเคราะห์อย่างยิ่ง

forensic ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการพิจารณาอย่างละเอียด เป็นระบบ และมีการวิเคราะห์อย่างมาก ราวกับว่าผู้พูดกำลังตรวจสอบหลักฐาน ผู้พูดหมายถึงการพิจารณาความคาดหวังส่วนตัวที่มีต่อคนรักให้ลึกซึ้งขึ้น ไม่ได้หมายถึงการสืบสวนคดีอาชญากรรมหรือการตรวจทางการแพทย์ วลี in what we seek from a lover ระบุขอบเขตของการพิจารณาอย่างละเอียดนั้น ได้แก่ คุณสมบัติ การสนับสนุน หรือประสบการณ์ความสัมพันธ์ที่ต้องการจากคนรัก ดังนั้นวลีบุพบทนี้จึงจำกัดขอบเขตของคำคุณศัพท์ ไม่ได้นำเข้าสู่บริบทนิติวิทยาศาสตร์จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ forensic ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับตัวอย่าง

  1. The evidence was sent to a forensic laboratory for testing.
  2. The editor took a forensic look at every claim before publication.
ดูคำตอบ

The editor took a forensic look at every claim before publication.

It turns out that our willingness to stay on our own ลำดับความ

5:05

ปรากฏว่าความเต็มใจของเราที่จะอยู่คนเดียวนั้น

is what centrally predicts ไวยากรณ์

5:08

คือสิ่งสำคัญที่ใช้ทำนายว่า

how likely we'll be to find and bring to fruition วลี

5:10

เรามีแนวโน้มมากแค่ไหนที่จะค้นหาและทำให้ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

a relationship with someone else.

5:13

ประสบความสำเร็จงอกงามได้

ลำดับความ

It turns out that: การนำเสนอข้อสรุปที่ค้นพบ

It turns out that ใช้นำเสนอข้อสรุปที่ค้นพบจากหลักฐาน ประสบการณ์ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง มักสื่อว่าข้อสรุปนั้นไม่ได้ชัดเจนตั้งแต่แรกหรือแตกต่างจากที่ผู้คนคาดไว้ คำหลัง that ประกอบกันเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกข้อสรุป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอความเชื่อมโยงระหว่างความเต็มใจที่จะอยู่คนเดียวกับความสำเร็จด้านความสัมพันธ์ในฐานะข้อค้นพบ ไม่ใช่การคาดเดา และไม่ได้หมายถึงการที่สิ่งใดหันออกด้านนอกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ทีมตรวจสอบข้อมูลและพบผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ประโยคใดนำเสนอผลนั้นเป็นข้อค้นพบที่ยืนยันแล้ว

  1. I think that the cheaper plan is more reliable.
  2. It turns out that the cheaper plan is more reliable.
  3. It seems that the cheaper plan may be more reliable.
ดูคำตอบ

It turns out that the cheaper plan is more reliable.

ไวยากรณ์

is what centrally predicts: การระบุปัจจัยทำนายหลัก

ในโครงสร้าง X is what predicts Y อนุประโยค what หมายถึงสิ่งหรือปัจจัยที่ทำนาย Y อนุประโยคนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวมที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ is ไม่ใช่คำถาม โครงสร้างนี้ระบุว่า X คือปัจจัยทำนายและเน้น X อย่างชัดเจน ในที่นี้ centrally ขยาย predicts และหมายถึงในลักษณะที่สำคัญหรือเป็นแกนกลางที่สุด ผลลัพธ์ที่ถูกทำนายแสดงด้วย how likely... ดังนั้นประโยคจึงเน้นความเต็มใจที่จะอยู่คนเดียวว่าเป็นปัจจัยทำนายหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนที่สุดว่าคุณภาพการนอนหลับเป็นปัจจัยหลักที่ทำนายผลการสอบ

  1. Sleep quality is what best predicts exam performance.
  2. What predicts exam performance may be sleep quality.
  3. Sleep quality predicts exam performance.
ดูคำตอบ

Sleep quality is what best predicts exam performance.

วลี

Bring to fruition a relationship with someone else: phát triển một mối quan hệ đến khi đơm hoa kết trái

ในประโยคนี้ bring ... to fruition หมายถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยังเป็นไปได้ให้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริง มั่นคง หรือประสบความสำเร็จ Fruition คือขั้นที่ความหวังหรือความพยายามก่อนหน้านั้นก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงเพียงการพบใครสักคน เนื่องจากกรรมยาว ภาษาเขียนแบบเป็นทางการจึงวางกรรมไว้หลัง to fruition ได้: bring to fruition a relationship with someone else หากกรรมสั้น รูปแบบที่พบบ่อยกว่าคือ bring something to fruition เช่น bring the plan to fruition

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ bring something to fruition: After years of planning and fundraising, the team finally ____ the community garden ____.

ดูคำตอบ

brought · to fruition

Being at ease with being single is the needed secure platform สำนวน

5:16

การรู้สึกสบายใจกับการเป็นโสดคือรากฐานที่มั่นคงและจำเป็น

from which to make a sane and wise choice

5:20

ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจอย่างมีสติและชาญฉลาด

about who to create a joint life with. ไวยากรณ์

5:23

ว่าควรจะสร้างชีวิตคู่ร่วมกับใคร

สำนวน

The needed secure platform: พื้นฐานที่มั่นคงในเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ platform เป็นคำเปรียบเทียบถึงพื้นฐานที่มั่นคงซึ่งทำให้การกระทำในภายหลังเป็นไปได้ การสบายใจกับการเป็นโสดทำให้บุคคลมีความมั่นคงทางอารมณ์สำหรับเลือกคู่ชีวิตอย่างสงบและรอบคอบ The needed secure platform เป็นวลีนาม โดย platform เป็นแกนของคำเปรียบเทียบ secure อธิบายความมั่นคง และ needed บอกว่าพื้นฐานนี้จำเป็นต่อการตัดสินใจที่จะตามมา ในงานเขียนเชิงนามธรรม platform จึงอาจเป็นสิ่งที่รองรับการกระทำหรือการเลือก ไม่ได้หมายถึงพื้นที่จริงหรือซอฟต์แวร์เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Confidence gave her a secure platform from which to make a difficult choice,” secure platform หมายถึงอะไร

  1. บริการออนไลน์ที่เลือกแทนเธอ
  2. พื้นฐานที่มั่นคงซึ่งช่วยให้เธอตัดสินใจ
  3. สถานีรถไฟที่เธอใช้ตัดสินใจ
ดูคำตอบ

พื้นฐานที่มั่นคงซึ่งช่วยให้เธอตัดสินใจ

ไวยากรณ์

who to create a joint life with: คำแสดงคำถาม + to-infinitive + with ท้ายวลี

who to create a joint life with เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังที่มีโครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive โดย who แทนบุคคลที่กำลังถูกเลือก ส่วน to create แสดงการกระทำที่เป็นไปได้ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ วลีกริยาเต็มคือ create a joint life with someone ดังนั้น with จึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างและอยู่ท้ายวลีได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งวลีหมายถึงควรเลือกบุคคลใดเป็นคู่เพื่อร่วมกันสร้างชีวิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ who + to-infinitive + with ท้ายวลี และใช้คำกริยา work: I need to decide ____ on the group project.

ดูคำตอบ

who to work with