บลูอี้จะวาดภาพที่สมบูรณ์แบบได้ไหม? | เพอร์เฟกต์ - ซีซัน 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีวาดภาพการเล่นกับพ่อ แต่ภาพที่ออกมาไม่ได้ตรงกับสิ่งที่ตั้งใจไว้เสมอ เมื่อเธอกังวลว่าจะวาดรายละเอียดได้ไม่ดี ครอบครัวจึงปลอบว่า ภาพไม่จำเป็นต้องไร้ที่ติเพื่อให้พ่อชอบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. listen up. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้คำเรียกความสนใจแบบตรงไปตรงมาในภาษาพูด ซึ่งใช้ก่อนบอกกฎหรือคำสั่งแก่กลุ่มคน น้ำเสียงเร่งเร้าและแสดงการควบคุมมากกว่าการพูดเพียง listen จึงช่วยให้สังเกตได้ว่าผู้พูดกำลังเข้าคุมสถานการณ์ และนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในห้องเรียน เกม หรือกิจกรรมทีม 2. do the trick. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงวิธีหนึ่งน่าจะได้ผลหรือแก้ปัญหาตรงหน้า ไม่ได้หมายถึงการแสดงกล คุณสามารถใช้เพื่อคาดการณ์หรือยืนยันว่าแนวทางที่ใช้ได้จริง เช่น การนั่งบนเก้าอี้แสนสบาย จะทำให้เกิดผลตามที่ต้องการ 3. doesn't have to be perfect. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยก doesn't have to ออกจาก mustn't ให้ได้ เพราะรูปแรกสื่อว่าไม่มีความจำเป็น ไม่ใช่การห้ามไม่ให้สมบูรณ์แบบ โครงสร้างนี้ใช้ลดความคาดหวัง ปลอบคนที่กังวลกับผลงาน และอธิบายว่าผลลัพธ์ที่ยอมรับได้ไม่จำเป็นต้องถึงมาตรฐานในอุดมคติ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
listen up: เรียกให้ทุกคนตั้งใจฟัง
Listen up เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ตั้งใจและฟังตอนนี้” ในกริยาวลีนี้ up ไม่ได้แปลว่า “ขึ้นข้างบน” แต่ทำให้คำเรียกความสนใจหนักแน่นขึ้น ผู้พูดมักใช้ก่อนบอกกฎ ให้คำแนะนำ หรือประกาศข่าวสำคัญ เมื่อเทียบกับการพูดเพียง Listen แล้ว วลีนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรวบรวมความสนใจของคนทั้งกลุ่มและเป็นผู้นำการพูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เรียกความสนใจของคนทั้งกลุ่มก่อนอธิบายกฎได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Look up, everyone—here are the rules.
- Listen to everyone—here are the rules.
- Listen up, everyone—here are the rules.
ดูคำตอบ
Listen up, everyone—here are the rules.
Whenever + อนุประโยคกาลปัจจุบัน: ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์จะมีผลตามมา
Whenever ใช้นำสถานการณ์ด้านเวลาที่เกิดซ้ำได้ ในที่นี้ Whenever I walk into a room หมายถึงทุกครั้งที่ผู้พูดเดินเข้าไปในห้องใดก็ตาม ไม่ได้หมายถึงการเข้าห้องครั้งใดครั้งหนึ่งโดยเฉพาะ อนุประโยคหลัก everyone has to clap บอกผลที่ต้องเกิดขึ้นในแต่ละครั้ง โครงสร้าง Whenever + อนุประโยคกาลปัจจุบัน, อนุประโยคหลัก ใช้ได้บ่อยในการพูดถึงนิสัย กฎ และปฏิกิริยาที่เกิดซ้ำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าสุนัขวิ่งไปที่ประตูทุกครั้งที่กระดิ่งดัง
- Before the bell rings, the dog runs to the door.
- When the bell rang once, the dog ran to the door.
- Whenever the bell rings, the dog runs to the door.
ดูคำตอบ
Whenever the bell rings, the dog runs to the door.
go + คำพูดอ้างตรง ในความหมายว่า “พูด” หรือ “ร้อง”
ตรงนี้ go ใช้นำคำที่ทุกคนต้องตะโกนออกมา มีความหมายว่า “พูด” หรือ “ร้อง” ไม่ได้หมายถึง “ไปยังที่อื่น” ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ go ใช้นำปฏิกิริยาที่อ้างคำพูดตรง ๆ หรือเสียงที่เลียนแบบได้ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ someone goes/went, “...”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ went เพื่อนำสิ่งที่ใครคนหนึ่งพูด ไม่ใช่เพื่อบอกการเคลื่อนที่หรือความหมายอื่นของ go?
- The alarm went off at six.
- She looked at the surprise and went, “No way!”
- She went to the station after lunch.
ดูคำตอบ
She looked at the surprise and went, “No way!”
Got it? ใช้ตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่
Got it? ใช้ถามว่าผู้ฟังเข้าใจกฎ คำอธิบาย หรือคำสั่งที่เพิ่งบอกไปหรือไม่ ตรงนี้ get หมายถึง “เข้าใจ” ไม่ใช่ “ได้รับ” หรือ “ได้มา” ความหมายเต็ม ๆ ตรงกับ Have you got it? หรือ Do you understand? รูปแบบสั้นนี้ใช้บ่อยในการพูด และอาจฟังเป็นมิตรหรือหนักแน่นได้ตามน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดถาม Got it? หลังจากให้คำสั่ง ผู้พูดกำลังทำอะไร?
- ผู้พูดกำลังประกาศว่าคำสั่งจบแล้ว
- ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่
- ผู้พูดกำลังถามว่าได้รับสิ่งของแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่
Let's try that again: ชวนให้ลองสิ่งเดิมอีกครั้ง
“Let's try that again” เป็นการชวนทั้งผู้พูดและคนอื่นให้ทำการกระทำ การลอง หรือขั้นตอนที่เพิ่งทำเสร็จไปอีกครั้ง ในที่นี้ “that” หมายถึงการลองครั้งก่อนทั้งหมด ไม่ใช่คำคำหนึ่งหรือสิ่งของชิ้นหนึ่ง การใช้ “let's” ทำให้การเริ่มใหม่ฟังดูเป็นการร่วมมือกัน โดยเน้นที่การลองอีกครั้ง ไม่ใช่การโทษว่าใครทำผิด
แบบฝึกหัด
กลุ่มหนึ่งเพิ่งซ้อมเสร็จ แต่จังหวะไม่ถูกต้อง ประโยคใดชวนให้ทำสิ่งเดิมอีกครั้งได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- You tried that yesterday.
- Let's try that again.
- Let's try something different.
ดูคำตอบ
Let's try that again.
Pick up your game: ให้พัฒนาผลงาน
“Pick up your game” เป็นคำสั่งเชิงสำนวนที่บอกให้อีกฝ่ายพัฒนาผลงานหรือพยายามให้มากขึ้น “Game” หมายถึงระดับผลงานในตอนนี้ ส่วน “pick up” ในที่นี้หมายถึงพัฒนาหรือเพิ่มระดับ ไม่ใช่ยกสิ่งของขึ้นจากพื้น สำนวนนี้ใช้ได้กับกีฬา เกม งาน หรือกิจกรรมใดก็ตามที่คาดหวังให้ใครบางคนทำได้ดีขึ้น
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดที่ “Pick up your game” หมายถึง “พัฒนาผลงานให้ดีขึ้น” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ปกครองขอให้เด็กยกกล่องบอร์ดเกมขึ้นจากพื้น
- โค้ชบอกผู้เล่นให้ทำผลงานได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง
- เพื่อนถามว่าคุณซื้อเกมอะไรมา
ดูคำตอบ
โค้ชบอกผู้เล่นให้ทำผลงานได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง
very perfect หลัง draw: รูปแบบภาษาของเด็กที่ไม่เป็นมาตรฐาน
ในบทพูดของเด็กประโยคนี้ very perfect เป็นสำนวนแบบเด็กและไม่เป็นมาตรฐาน ใช้บอกว่าวาดการกระทำนั้นได้ดีแค่ไหน เมื่อมี can't ทั้งประโยคจึงหมายความว่าผู้พูดไม่สามารถถ่ายทอดการกระทำนั้นในภาพได้อย่างชัดเจนหรือคล่องแคล่ว หลังคำกริยา draw ภาษาอังกฤษมาตรฐานมักใช้คำกริยาวิเศษณ์หรือวลีกริยาวิเศษณ์ เช่น draw it perfectly หรือ draw it very well คำว่า perfect เป็นคำคุณศัพท์และมีความหมายว่า “ไม่มีข้อบกพร่อง” อยู่แล้ว จึงมักหลีกเลี่ยง very perfect ในภาษาอังกฤษของผู้ใหญ่ที่ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เป็นธรรมชาติที่สุดและหมายความว่าเธอวาดการกระทำนั้นได้ไม่ดี
- She can't draw the action very perfection.
- She can't draw the action very perfect.
- She can't draw the action very well.
ดูคำตอบ
She can't draw the action very well.
looks more like + อนุประโยค: การตีความที่ตรงกับภาพมากกว่า
Looks more like ใช้เสนอการตีความที่ตรงกับสิ่งที่มองเห็นมากกว่าการตีความอื่นที่เป็นไปได้ ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเขากำลังโยนคุณจริง ๆ แต่กำลังบอกว่าภาพวาดดูคล้ายการกระทำนั้นมากกว่า หลัง more like สามารถใช้วลีนามได้ เช่น It looks more like a whale หรือใช้อนุประโยคได้ เช่น It looks more like he's throwing you อนุประโยคนี้ระบุสถานการณ์ที่ภาพดูเหมือนกำลังแสดงอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: In the blurry photo, I first saw a tree, but now it ____ someone is waving from the window.
ดูคำตอบ
looks more like
built his house out of straw: สร้างสิ่งของจากวัสดุชนิดหนึ่ง
Built his house out of straw ใช้โครงสร้าง build + กรรม + out of + วัสดุ ในที่นี้ out of บอกว่าบ้านสร้างจากวัสดุอะไร ไม่ได้หมายถึง “ออกมาจากข้างใน” ใช้โครงสร้างเดียวกันได้เมื่อมีคนนำวัสดุมาประกอบเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งของ เช่น build something out of wood, bricks, paper หรือ cardboard
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง build + กรรม + out of + วัสดุ: They built the shelter ____ wood.
ดูคำตอบ
out of
bad move: ประเมินการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด
Bad move เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้บอกว่าการกระทำ การเลือก หรือกลยุทธ์นั้นไม่ฉลาดและน่าจะก่อให้เกิดผลเสีย ในที่นี้ move หมายถึงการตัดสินใจหรือการกระทำ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวร่างกาย ใน Hmm, bad move, Pig. ผู้พูดตัดสินการเลือกของเจ้าหมูน้อยทันทีอย่างตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจ That was a bad move หมายความว่าอะไร?
- มีคนย้ายไปผิดที่
- การตัดสินใจนั้นไม่ฉลาด
- คนนั้นเคลื่อนไหวร่างกายได้ลำบาก
ดูคำตอบ
การตัดสินใจนั้นไม่ฉลาด
Here you go. เมื่อยื่นสิ่งของให้ผู้อื่น
Here you go. เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขณะยื่นของที่อีกฝ่ายขอหรือกำลังรอให้ ในฉากนี้ผู้พูดใช้พร้อมกับส่งตั๋วให้ จึงมีความหมายว่า “นี่ของคุณ” หรือ “นี่คือสิ่งที่คุณต้องการ” here ไม่ได้บอกจุดหมาย และ go ก็ไม่ได้สั่งให้อีกฝ่ายเคลื่อนที่ ควรเข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวนโต้ตอบ ไม่ใช่แปลทีละคำ
แบบฝึกหัด
คุณกำลังยื่นตั๋วที่ลูกค้าขอให้ ข้อใดใช้ประกอบการยื่นตั๋วได้โดยตรง?
- Go ahead.
- Here you go.
- Come this way.
ดูคำตอบ
Here you go.
of course เมื่อตอบรับคำขอทันที
ใน Oh, yes, of course. คำว่า of course ใช้ตอบรับคำขอของอีกฝ่ายทันที มีความหมายว่า “แน่นอน” หรือ “ไม่มีปัญหา” และแสดงว่าคำขอนั้นสมเหตุสมผลและตอบตกลงได้ง่าย คำขึ้นต้น Oh, yes สื่อว่าผู้พูดเพิ่งเข้าใจหรือนึกออกว่าต้องทำอะไร จากนั้น of course ยืนยันว่าผู้พูดยินดีให้ความร่วมมือ ในที่นี้คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำตอบรับในการสนทนา ไม่ได้เพียงบอกว่าข้อเท็จจริงนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานถามว่า “Could you send me the updated schedule?” คำตอบใดใช้ of course เพื่อตอบรับคำขอนี้?
- Of course not. I won't send it.
- Of course. I'll send it now.
- The schedule is, of course, updated.
ดูคำตอบ
Of course. I'll send it now.
What did I do with it? เมื่อกำลังหาของที่หายไป
เมื่อกำลังหาของที่เพิ่งถืออยู่เมื่อไม่นาน What did I do with it? หมายถึง “ฉันเอามันไปไว้ที่ไหนนะ” ผู้พูดกำลังพยายามนึกว่าตนเองจัดการของชิ้นนั้นไปอย่างไร ในที่นี้ do with ครอบคลุมสิ่งที่เกิดขึ้นกับของชิ้นนั้น เช่น วางไว้ เก็บไว้ หรือส่งให้ใคร คำกริยารูปอดีต did แสดงว่าการกระทำเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้ถามว่าของชิ้นนั้นมีไว้ใช้ทำอะไร
แบบฝึกหัด
เมื่อครู่คุณยังมีตั๋วอยู่ แต่ตอนนี้หาไม่พบ คำถามใดใช้ถามตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าอาจเอาตั๋วไปวางไว้ที่ไหน?
- What did I do with it?
- What can I do with it?
- What should I do with it?
ดูคำตอบ
What did I do with it?
Quicker next time. ในฐานะคำสั่งแบบละคำ
Quicker next time. เป็นคำสั่งแบบละคำ เพราะเจตนาของคำสั่งชัดเจนอยู่แล้ว จึงละคำอย่าง Be หรือ Do it ไว้ ความหมายเต็มคือ “Be quicker next time” หรือ “Do it more quickly next time.” Quicker เป็นรูปเปรียบเทียบ ผู้พูดจึงไม่ได้เพียงบรรยายความเร็ว แต่กำลังบอกว่าครั้งต่อไปต้องเร็วกว่าครั้งที่เพิ่งจบไป รูปประโยคสั้นทำให้คำพูดฟังตรงและหนักแน่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความหมายเต็มของ Quicker next time.?
- The next task will be quick.
- You were quicker last time.
- Be quicker next time.
ดูคำตอบ
Be quicker next time.
I don't have one: ใช้ one แทนคำนามนับได้เอกพจน์
ใน I don't have one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ ticket ที่เพิ่งกล่าวถึง จึงไม่ต้องพูดซ้ำว่า I don't have a ticket ตรงนี้ one หมายถึง “สิ่งหนึ่งในประเภทนั้น” ไม่ได้เน้นเลข 1 และไม่ได้ชี้ถึงตั๋วใบใดใบหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายระบุไว้แล้ว ใช้ได้เมื่อผู้ฟังอนุมานคำนามที่ถูกแทนจากบริบทได้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ซึ่งไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจง: I need a charger, but I don't have ____.
ดูคำตอบ
one
No ticket: คำปฏิเสธสั้น ๆ เพื่อบังคับใช้กฎ
No ticket. เป็นนามวลีแบบย่อ ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา ในบริบทการตรวจตั๋ว วลีนี้อาจหมายถึง You have no ticket และสื่อเป็นนัยว่า You cannot pass without one. เนื่องจากสถานการณ์ทำให้รู้เงื่อนไขที่ต้องมีอยู่แล้ว การบอกเพียงสิ่งที่ขาดก็เพียงพอสำหรับการตัดสิน วลีสั้นนี้ไม่ได้แค่บอกข้อเท็จจริง แต่ยังใช้บังคับกฎและปฏิเสธไม่ให้ผ่านด้วย
แบบฝึกหัด
ที่จุดตรวจทางเข้า คำตอบสั้น ๆ ว่า No ticket. น่าจะทำหน้าที่อะไรที่สุด?
- เป็นการถามว่าบุคคลนั้นต้องการตั๋วใบไหน
- เป็นการบอกว่าต้องมีตั๋วและปฏิเสธไม่ให้ผ่าน
- เป็นการบอกว่าบนตั๋วไม่มีข้อความพิมพ์อยู่
ดูคำตอบ
เป็นการบอกว่าต้องมีตั๋วและปฏิเสธไม่ให้ผ่าน
too rough: เกินระดับที่ยอมรับได้
ใน too rough คำว่า too หมายถึง “รุนแรงหรือแรงเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้หรือปลอดภัย” ไม่ได้หมายถึงเพียง “มาก” คำนี้สื่อว่าระดับความรุนแรงได้เกินขอบเขตที่เหมาะสมและกำลังก่อปัญหา ในที่นี้ rough อธิบายการเล่นที่ใช้แรงมากหรือโลดโผนเกินไป ไม่ได้หมายถึงพื้นผิวที่หยาบ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึง “เกินขีดจำกัดที่ปลอดภัย”: The puppy's play is ____ rough for the kitten.
ดูคำตอบ
too
tired from: บอกสาเหตุของความเหนื่อยล้า
ในโครงสร้าง be tired from + คำนามหรือรูป -ing คำว่า from ใช้นำกิจกรรม ประสบการณ์ หรือสภาพที่ทำให้เหนื่อยล้าทางกายหรือใจ หมายถึง “เหนื่อยเพราะ...” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกจากสถานที่ ในประโยคนี้ all this child-rearing ถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ขาของผู้พูดล้า โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ในวลีอย่าง tired from walking all day
แบบฝึกหัด
หลังจากขนกล่องมาตลอดทั้งเช้า มายาต้องการบอกว่างานนั้นทำให้เธอเหนื่อยทางกาย ประโยคใดเหมาะสม?
- I'm tired of carrying boxes all morning.
- I'm tired for carrying boxes all morning.
- I'm tired from carrying boxes all morning.
ดูคำตอบ
I'm tired from carrying boxes all morning.
child-rearing: คำนามแบบเป็นทางการที่หมายถึงการเลี้ยงลูก
child-rearing หมายถึงกระบวนการเลี้ยงดูและดูแลเด็ก ในที่นี้ rearing มาจากคำกริยา rear ที่แปลว่า “เลี้ยงดูให้เติบโต” ไม่ใช่คำนาม rear ที่แปลว่า “ส่วนหลัง” ในประโยคขำขันนี้ คำนามที่ฟังเป็นทางการและจริงจังทำให้การเล่นกับเด็กตามปกติดูเหมือนงานเลี้ยงลูกที่หนักหนา ความไม่เข้ากันนี้ทำให้เกิดอารมณ์ขัน
แบบฝึกหัด
child-rearing ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- กระบวนการเลี้ยงดูและดูแลเด็ก
- ส่วนหลังของร่างกายเด็ก
- เก้าอี้ชนิดพิเศษสำหรับเด็ก
ดูคำตอบ
กระบวนการเลี้ยงดูและดูแลเด็ก
Surely, sitting down on a comfy chair will do the trick. โน้ต
1:26การได้นั่งบนเก้าอี้นุ่มๆ คงจะช่วยได้แน่ๆ
Surely ที่ต้นประโยค: กำหนดกรอบให้ข้อสรุปที่มั่นใจ
Surely ที่ต้นประโยคกำหนดกรอบให้เนื้อหาทั้งหมดที่ตามมาเป็นข้อสรุปที่ผู้พูดเชื่ออย่างมากว่าจะเป็นจริง ก่อนที่ผู้ฟังจะได้ยินวิธีแก้ที่เสนอ คำวิเศษณ์นี้ก็ส่งสัญญาณแล้วว่า “เรื่องนี้น่าจะชัดเจนหรือเป็นไปได้มาก” คำนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าการนั่งลงจะได้ผล แต่เสนอให้เห็นว่าการนั่งเป็นวิธีแก้ที่ดูสมเหตุสมผล และชวนให้ผู้ฟังเชื่อมั่นเช่นเดียวกัน ในการเล่าเรื่องแบบขำขัน ความมั่นใจเช่นนี้อาจฟังดูเป็นการแสดง และสร้างความขัดแย้งที่ตลกได้หากแผนล้มเหลว
แบบฝึกหัด
Surely ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?
- แสดงว่าผู้พูดไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความคิดที่ตามมา
- หมายความว่าการกระทำนั้นเกิดซ้ำ ๆ ในอดีต
- นำเสนอความคิดที่ตามมาเป็นข้อสรุปที่ผู้พูดเชื่ออย่างมากว่าจะเป็นจริง
ดูคำตอบ
นำเสนอความคิดที่ตามมาเป็นข้อสรุปที่ผู้พูดเชื่ออย่างมากว่าจะเป็นจริง
do the trick: ทำให้ได้ผลตามที่ต้องการ
do the trick เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ทำให้ได้ผลตามที่ต้องการ” หรือ “แก้ปัญหาตรงหน้า” ในประโยคนี้ ผู้พูดคิดว่าการนั่งบนเก้าอี้สบาย ๆ ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ให้เข้าใจวลีนี้เป็นหน่วยเดียวกัน โดย trick ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “การหลอกลวง” หรือ “การแสดงมายากล” รูปแบบ Something will/should do the trick ใช้เมื่อคาดว่าการกระทำเพียงอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “เพียงพอที่จะแก้ลิ้นชักที่ติดขัด” ลงในประโยค: The drawer is hard to open, but a little wax should ____.
ดูคำตอบ
do the trick
Oh, look, I have my choice of any chair I want. วลี
1:30โอ้ ดูสิ ฉันสามารถเลือกเก้าอี้ตัวไหนก็ได้ที่อยากนั่ง
have my choice of any chair: มีอิสระเลือกจากกลุ่มหนึ่ง
have my choice of any chair หมายความว่าผู้พูดมีอิสระเลือกจากเก้าอี้ที่มีอยู่ จุดเน้นคือการมีหลายตัวเลือกและมีอิสระหรือโอกาสเลือก ไม่ใช่เพียงการตัดสินใจหนึ่งครั้ง โครงสร้างคือ have + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + choice of + กลุ่มหรือขอบเขต คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องตรงกับผู้ที่มีสิทธิ์เลือก เช่น I have my choice, you have your choice และ Lena has her choice
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง have one's choice of เพื่อแสดงว่า Mia มีอิสระเลือกจากเค้กที่จัดแสดงอยู่: At the bakery, Mia ____ the cakes in the display.
ดูคำตอบ
had her choice of
Where to sit? — คำแสดงคำถาม + to-infinitive
Where to sit? ใช้โครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive หมายถึง “ควรเลือกนั่งที่ไหน” และนำเสนอสถานที่ว่าเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจ เมื่อใช้เป็นคำถามเดี่ยว ๆ จะละประธานและกริยาที่แสดงกาล จึงสั้นกว่า Where should I sit? รูปแบบกระชับนี้เป็นธรรมชาติเมื่อคิดออกเสียง พิจารณาตัวเลือก หรือตั้งประเด็นที่ต้องหาคำตอบ โครงสร้างเดียวกันพบได้ใน what to do, where to go และ how to start
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีคำแสดงคำถาม + to-infinitive ที่หมายถึง “เราควรนั่งที่ไหน”: We haven't decided ____ yet.
ดูคำตอบ
where to sit
Here will do. — will do หมายถึง “เหมาะสมเพียงพอ”
ใน Here will do. คำว่า do หมายถึง “เหมาะสมหรือเพียงพอสำหรับจุดประสงค์ตอนนี้” ทั้งประโยคบอกว่าสถานที่นี้ใช้ได้ will do เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ประเมินตัวเลือก ไม่ได้บอกว่าสถานที่นั้นจะทำสิ่งใดในอนาคต มักสื่อว่าผู้พูดหยุดหาได้แล้ว แม้ตัวเลือกนั้นจะไม่สมบูรณ์แบบ
แบบฝึกหัด
คุณต้องการสถานที่สำหรับการประชุมสั้น ๆ Here will do หมายความว่าอย่างไร?
- สถานที่นี้เป็นตัวเลือกเดียวที่เป็นไปได้
- สถานที่นี้เหมาะสมเพียงพอสำหรับความต้องการตอนนี้
- จะมีคนมาทำบางอย่างที่นี่ในภายหลัง
ดูคำตอบ
สถานที่นี้เหมาะสมเพียงพอสำหรับความต้องการตอนนี้
sitting in this chair was definitely the right decision. ไวยากรณ์
1:38การนั่งบนเก้าอี้ตัวนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกจริงๆ
sitting in this chair ... was the right decision: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
ตรงนี้ sitting in this chair ใช้เรียกการกระทำ และทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรูปกำลังกระทำ เพราะไม่มีรูปของ be อยู่หน้า sitting โครงสร้าง Doing something was the right decision ใช้ประเมินการกระทำในอดีตว่าเป็นทางเลือกที่ดี ประธานรูป -ing ถูกมองเป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง จึงใช้กริยาเอกพจน์ was
แบบฝึกหัด
ใช้คำกริยาในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์โดยสร้างประธานรูป -ing: ____ the earlier train was the right decision. (take)
ดูคำตอบ
Taking
Get off: ลงจากพื้นผิวหรือวัตถุ
ใน Get off. คำว่า get off หมายถึงออกจากสถานที่หรือวัตถุที่กำลังอยู่ด้านบนหรือสัมผัสอยู่ ในที่นี้หมายถึงลงมาหรือเลิกนั่งอยู่บนนั้น มีการละกรรมไว้เพราะบริบททำให้รู้ชัดว่าหมายถึงสิ่งใด เมื่อระบุวัตถุ ให้ใช้ get off + กรรม เช่น Get off the chair. คำว่า off สื่อว่าไม่ได้อยู่บนพื้นผิวหรือวัตถุนั้นอีกต่อไป
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนโต๊ะ ประโยคใดใช้บอกให้เด็กลงจากพื้นผิวโต๊ะได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Please get over the table. It's not safe.
- Please get off the table. It's not safe.
- Please get out of the table. It's not safe.
ดูคำตอบ
Please get off the table. It's not safe.
Good to go: พร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไป
Good to go เป็นสำนวนสนทนาแบบตายตัว หมายถึงคนหรือสิ่งของพร้อมแล้วหรืออยู่ในสภาพที่ใช้ได้ จึงไปต่อขั้นตอนถัดไปได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดตรวจภาพวาดเก้าอี้อย่างรวดเร็วแล้วบอกว่าส่วนนั้นเสร็จและใช้ได้ สำนวนนี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการเดินทางไปไหน ประธานและกริยา be ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท รูปเต็มได้แก่ We're good to go และ It's good to go
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “พร้อมเต็มที่สำหรับขั้นตอนถัดไป” ลงในประโยค: The safety checks are finished, so we're ____.
ดูคำตอบ
good to go
you're not really in it: การปรากฏอยู่ในภาพ
ใน you're not really in it คำว่า it หมายถึงภาพหรือรูปวาดที่กำลังพูดถึง ส่วน in หมายถึง “ถูกรวมอยู่หรือมองเห็นเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้น” ดังนั้นบุคคลดังกล่าวจึงยังไม่ได้ถูกวาดลงไปจริง ๆ คำว่า really เน้นการแก้ความเข้าใจให้ชัดเจน การใช้ in แบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอยู่ข้างในภาชนะจริง ๆ เมื่อบุคคลปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา สามารถใช้ in a photo, in a picture, in a story หรือ in a scene ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Maya ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของภาพถ่าย?
- Maya is on the photograph, standing beside her sister.
- Maya is in the photograph, standing beside her sister.
- Maya is at the photograph, standing beside her sister.
ดูคำตอบ
Maya is in the photograph, standing beside her sister.
Yeah, it's supposed to be a picture of Dad and me. ไวยากรณ์
1:49ใช่ค่ะ มันควรจะเป็นรูปของพ่อกับหนูสิ
it's supposed to be: อธิบายว่าเดิมตั้งใจให้สิ่งหนึ่งเป็นอะไร
ในประโยคนี้ it's supposed to be หมายถึง “ตั้งใจให้เป็น...” หรือ “เดิมทีควรเป็น...” Bluey กำลังอธิบายว่ารูปนี้ตั้งใจจะสื่อถึงอะไร แม้มองดูแล้วอาจไม่เห็นได้ชัด โครงสร้างคือ be supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อคำกริยานั้นคือ be รูป be supposed to be + คำนามหรือคำบรรยาย สามารถบอกลักษณะ ตัวตน หรือผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของสิ่งหนึ่งได้ ในที่นี้เป็นการพูดถึงเจตนาของผู้วาด ไม่ใช่หน้าที่ที่รูปภาพต้องทำ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง be supposed to เติมประโยคที่อธิบายเจตนาของงานออกแบบให้สมบูรณ์: This unusual shape ____ a tree, but my drawing is not very clear.
ดูคำตอบ
is supposed to be
It's fine: ปลอบใจอีกฝ่ายว่าเรื่องเล็กน้อยไม่เป็นไร
ในบทสนทนานี้ It's fine เป็นคำพูดที่ใช้ปลอบใจ หมายถึง “ไม่ใช่ปัญหาใหญ่” หรือ “ไม่ต้องกังวล” ผู้พูดลดความร้ายแรงของเรื่องนั้นเพื่อช่วยให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย fine ในที่นี้หมายถึง “ยอมรับได้” หรือ “ไม่เป็นไร” ไม่ได้แปลว่า “ยอดเยี่ยม” น้ำเสียงมีความสำคัญ หากพูดอย่างอบอุ่นจะช่วยให้สบายใจ แต่ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบหรือแข็ง คำเดียวกันอาจฟังเหมือนยอมรับอย่างไม่เต็มใจหรือไม่ต้องการคุยต่อ
แบบฝึกหัด
เพื่อนขอโทษที่ทำน้ำหกเล็กน้อย คำตอบใดช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- It's fine. We can wipe it up.
- This is unacceptable. Don't do it again.
- I'm still upset, so I need a minute.
ดูคำตอบ
It's fine. We can wipe it up.
doesn't have to be perfect: ไม่จำเป็น ไม่ใช่การห้าม
doesn't have to be perfect หมายถึง “ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ” สำนวนนี้ลดระดับความคาดหวังและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจว่า ผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบก็ยอมรับได้ โครงสร้าง don't/doesn't have to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ปฏิเสธความจำเป็นและยังเปิดโอกาสให้เลือกได้ ผลลัพธ์จะสมบูรณ์แบบก็ได้ ผู้พูดไม่ได้ห้ามไม่ให้มันสมบูรณ์แบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธแบบย่อของ have to เพื่อบอกว่าไม่จำเป็น: You ____ bring lunch; food is provided.
ดูคำตอบ
don't have to
love anything you do: การสนับสนุนอย่างกว้างขวางและให้ความมั่นใจ
ในประโยคนี้ love anything you do หมายถึง พ่อจะตอบรับอย่างอบอุ่นไม่ว่าเด็กจะทำหรือสร้างอะไรขึ้นมา anything ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ไม่ระบุเพียงชิ้นเดียว แต่ครอบคลุมทุกสิ่งที่คนนั้นอาจทำ anything you do เป็นนามวลีที่ you do ขยาย anything และเข้าใจได้ว่าเป็น anything that you do การพูดแบบครอบคลุมเช่นนี้ให้ความมั่นใจอย่างมากว่า การยอมรับไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้ความมั่นใจว่า ผลงานทุกอย่างของอีกฝ่ายจะได้รับการต้อนรับอย่างยินดี
- I'll be happy to see anything you make.
- I liked the picture you made yesterday.
- I'll make something when I have time.
ดูคำตอบ
I'll be happy to see anything you make.
if I gave him this, he'd love it?: เงื่อนไขและผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น
โครงสร้าง if + รูปอดีต, ... would + คำกริยารูปพื้นฐาน คือประโยคเงื่อนไขแบบที่สอง ในที่นี้ gave สร้างการกระทำที่สมมติขึ้น และ he'd love บอกผลที่คาดไว้ โดย he'd หมายถึง he would รูปอดีต gave ไม่ได้หมายความว่าได้ให้ของไปแล้ว แต่ทำให้สถานการณ์เป็นเรื่องสมมติมากขึ้น และช่วยให้ผู้พูดลองถามเพื่อทดสอบการคาดเดา ไม่ใช่เล่าเหตุการณ์ในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ประโยคเงื่อนไขแบบที่สองเพื่อจินตนาการถึงผลลัพธ์
- If I asked her, she would probably help me.
- If I had asked her, she would probably have helped me.
- If I ask her, she will probably help me.
ดูคำตอบ
If I asked her, she would probably help me.
Oh, um, yes.: คำตอบรับที่มีความลังเล
Oh เริ่มต้นปฏิกิริยา และ yes คำสุดท้ายให้คำตอบเชิงบวก ส่วน um ตรงกลางทำให้เกิดช่วงหยุดคิด คำตอบจึงฟังช้าลงและไม่หนักแน่นเท่าการตอบ yes ทันที ในการสนทนา คำเติมและช่วงหยุดเป็นเบาะแสเรื่องท่าทีได้ ที่นี่ um อาจแสดงความไม่แน่ใจ ความอึดอัด หรือความระมัดระวังในการเลือกคำตอบ แต่ไม่ได้ลบล้างความหมายของ yes
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ Oh, um, yes. มากที่สุด
- ผู้พูดปฏิเสธที่จะตอบ
- ผู้พูดตอบว่าใช่ แต่ลังเลก่อนตอบ
- ผู้พูดตอบว่าใช่ทันทีอย่างมั่นใจ
ดูคำตอบ
ผู้พูดตอบว่าใช่ แต่ลังเลก่อนตอบ