เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณถูกน็อกเอาต์?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
760 คำ 198 คำ/นาที

ภาพรวม: แรงกระแทกทำให้สมองเคลื่อนและหมดสติได้ ส่วนความแรง การจู่โจม ข้อมูลการบาดเจ็บ การฟื้นตัว และอาการต่างช่วยอธิบายระดับความเสี่ยง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. get knocked out. (กริยาวลี): ที่นี่หมายถึงถูกชกจนหมดสติ แต่ในบริบทอื่นอาจหมายถึงแพ้หรือถูกคัดออก จึงไม่ควรแปลแยกคำ 2. the bigger the force, the more chance there is of a knockout happening. (ไวยากรณ์และรูปประโยค): รูปเปรียบเทียบคู่เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง และใช้บอกแนวโน้มที่เปลี่ยนตามกัน 3. being struck by or against something. (คำศัพท์และระดับภาษา): ในรายงานการบาดเจ็บ ให้แยกสิ่งที่พุ่งชนคนออกจากคนที่ชนพื้นผิวเพื่อเข้าใจสาเหตุให้ถูกต้อง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One second you're there, ลำดับความ

0:00

วินาทีหนึ่งคุณยังอยู่ที่นั่น

the next you're not.

0:01

แต่วินาทีต่อมาคุณก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว

ลำดับความ

One second ... the next สำหรับการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน

กรอบคู่ One second ..., the next ... นำช่วงเวลาสองช่วงมาวางเทียบกัน อนุประโยคแรกบอกสภาวะก่อนหน้า ส่วนอนุประโยคที่สองซึ่งมีโครงสร้างขนานกันแทนที่ด้วยสภาวะที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน ทำให้รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแทบจะทันที ใน the next มีการละคำนาม second หรือ moment ไว้แต่ยังเข้าใจได้ ในที่นี้ you're there กับ you're not เปรียบต่างระหว่างการยังอยู่หรือยังมีสติ กับการหายไปหรือหมดสติอย่างกะทันหัน ประเด็นสำคัญคือวลีบอกเวลาทั้งสองจัดวางความแตกต่างนี้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบคู่ One second ..., the next ...: ____ the dog was beside me; ____ it had vanished.

ดูคำตอบ

One second · the next

Rendered unconscious on the floor,

0:02

นอนหมดสติอยู่บนพื้น

your world has turned to black.

0:04

โลกของคุณกลายเป็นสีดำมืด

It could be for a matter of seconds, minutes, hours, or worse. วลี

0:06

มันอาจจะเป็นเวลาไม่กี่วินาที นาที ชั่วโมง หรือแย่กว่านั้น

วลี

a matter of seconds ที่บอกระยะเวลาสั้น ๆ

ใน for a matter of seconds โครงสร้าง a matter of + ช่วงเวลา ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งดำเนินอยู่นานเท่าไร โครงสร้างนี้มักเน้นว่าระยะเวลานั้นสั้นหรือมีขอบเขต ดังนั้นในที่นี้จึงหมายถึง “เพียงไม่กี่วินาที” ไม่ใช่ “ปัญหาเกี่ยวกับวินาที” จากนั้นรายการขยายจาก seconds ไปเป็น minutes และ hours ส่วน or worse สื่อว่าหากกินเวลานานกว่านั้น สถานการณ์ก็จะยิ่งร้ายแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าข้อความยังมองเห็นอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ?

  1. The message stayed on the screen for a matter of hours.
  2. The message appeared on the screen in a matter of seconds.
  3. The message stayed on the screen for a matter of seconds.
ดูคำตอบ

The message stayed on the screen for a matter of seconds.

Today we'll investigate how and why.

0:10

วันนี้เราจะมาสืบหาว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไม

In this episode of the Infographics Show,

0:12

ในตอนของ The Infographics Show ตอนนี้

what happens when you get knocked out. กริยาวลี

0:14

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณถูกชกจนสลบ

กริยาวลี

get knocked out: หมดสติหลังถูกกระแทก

ในที่นี้ get knocked out หมายถึง 'ถูกกระแทกแล้วหมดสติ' แรงกระแทกทำให้คนนั้นสูญเสียสติ get + คำกริยาช่อง 3 เป็นโครงสร้างเชิงถูกกระทำหรือผลลัพธ์ที่ใช้ในภาษาพูด บุคคลเป็นฝ่ายรับการกระทำ และวลีนี้เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้นรวมถึงสภาพที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน โดยเปลี่ยน get เป็นรูปอดีต: The boxer took a hard hit and ____ for several seconds.

ดูคำตอบ

got knocked out

When we say knocked out,

0:16

เมื่อเราพูดว่าถูกชกจนสลบ

we're talking about loss of consciousness

0:17

เรากำลังพูดถึงการสูญเสียความรู้สึกตัว

as a result of a blunt force trauma to the head. วลี

0:19

อันเป็นผลมาจากการบาดเจ็บจากของแข็งกระแทกที่ศีรษะ

วลี

as a result of + นามวลี

as a result of ใช้แนะนำสาเหตุของผลลัพธ์ ในที่นี้เชื่อมการหมดสติซึ่งเป็นผลลัพธ์เข้ากับการบาดเจ็บที่ศีรษะด้วยแรงกระแทกทื่อซึ่งเป็นสาเหตุ วลีนี้เป็นบุพบทวลี จึงตามด้วยนามวลี ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ เช่น as a result of the injury โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่ใช้แนะนำสาเหตุและตามด้วยนามวลี: The outdoor concert was canceled ____ heavy rain.

ดูคำตอบ

as a result of

So what happens?

0:22

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?

If we look at the word concussion,

0:23

หากเราดูคำว่า อาการสั่นสะเทือนของสมอง (concussion)

also referred to as a mild traumatic brain injury, วลี

0:25

ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าการบาดเจ็บที่สมองแบบไม่รุนแรง

วลี

also referred to as สำหรับแนะนำชื่ออีกชื่อหนึ่ง

ในประโยคนี้ also referred to as ใช้แนะนำชื่ออีกชื่อหนึ่งของ concussion คือ a mild traumatic brain injury โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ X is (also) referred to as Y ซึ่งหมายถึงผู้คนเรียกหรืออธิบาย X ว่า Y ใช้โครงสร้างนี้เพื่อเชื่อมคำศัพท์กับชื่อเรียกอีกแบบ โดยเฉพาะในคำนิยามและคำอธิบาย คำว่า also แสดงว่า Y เป็นชื่อเพิ่มเติมของเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่ใช้แนะนำชื่ออีกชื่อหนึ่ง: The northern lights are ____ the aurora borealis.

ดูคำตอบ

also referred to as

we know it comes from the Latin shake violently.

0:28

เรารู้ว่ามันมาจากภาษาละตินที่แปลว่า เขย่าอย่างรุนแรง

And that's what happens to your brain when you get knocked out.

0:30

และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับสมองของคุณเมื่อคุณถูกชกจนสลบ

It does a jiggle in your skull.

0:33

มันจะสั่นสะเทือนอยู่ภายในกะโหลกศีรษะของคุณ

This may not always result in loss of consciousness, วลี

0:35

สิ่งนี้อาจไม่ส่งผลให้สูญเสียความรู้สึกตัวเสมอไป

วลี

result in เพื่อแสดงผลจากเหตุและผล

result in เชื่อมสาเหตุกับผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ สถานการณ์ที่ This แทนอยู่ไม่ได้ทำให้หมดสติเสมอไป ส่วน may not always ทำให้ข้อความมีขอบเขต ไม่ใช่การยืนยันแบบเด็ดขาด โครงสร้างคือ cause + result in + outcome ประธานระบุสาเหตุ และส่วนที่ตามหลัง result in ระบุสิ่งที่เกิดขึ้นจากสาเหตุนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วม?

  1. Heavy rain resulted from flooding.
  2. Flooding resulted in heavy rain.
  3. Heavy rain resulted in flooding.
ดูคำตอบ

Heavy rain resulted in flooding.

but today we're talking about just that,

0:37

แต่วันนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องนั้นกัน

knocked out cold. สำนวน

0:39

การถูกชกจนสลบเหมือด

สำนวน

knocked out cold ที่หมายถึงหมดสติโดยสิ้นเชิง

ในประโยคนี้ knocked out cold หมายถึงถูกทำให้หมดสติโดยสิ้นเชิง คำว่า cold ทำหน้าที่เน้นความหมายของ knocked out และไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำหรือการเจ็บป่วย สำนวนนี้มักนำเสนอการหมดสติว่าเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสมบูรณ์ โดยเฉพาะหลังจากถูกกระแทก ประสบอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุทางกายภาพที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเน้นย้ำแบบตายตัวที่หมายถึงหมดสติโดยสิ้นเชิงให้สมบูรณ์: After the fall, Maya was knocked ____.

ดูคำตอบ

out cold

Inside our tough skulls is a very soft,

0:41

ภายในกะโหลกศีรษะที่แข็งแกร่งของเราคือสมองที่อ่อนนุ่ม

ultra-sensitive brain,

0:43

และบอบบางเป็นพิเศษ

which is layered with arteries, veins, and nerves.

0:44

ซึ่งเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ และเส้นประสาท

It's not only protected by the skull,

0:47

มันไม่ได้ถูกปกป้องโดยกะโหลกศีรษะเท่านั้น

but something called cerebrospinal fluid

0:49

แต่ยังมีสิ่งที่เรียกว่าน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง

that stops the brain from hitting the skull. ไวยากรณ์

0:52

ที่ช่วยป้องกันไม่ให้สมองกระแทกกับกะโหลก

ไวยากรณ์

Stops the brain from hitting: โครงสร้าง stop A from doing B

ใน stops the brain from hitting คำว่า stops ตามด้วยคนหรือสิ่งที่ได้รับผล คำบุพบท from และรูป -ing ตามโครงสร้าง stop + A + from + doing B ในที่นี้ A คือ the brain และ doing B คือ hitting the skull ใช้โครงสร้างนี้เมื่อบางสิ่งป้องกันไม่ให้การกระทำหรือเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้น ประธานระบุแรงหรือสิ่งที่ทำหน้าที่ป้องกัน ส่วน A ระบุคนหรือสิ่งที่จะทำการกระทำรูป -ing หากไม่มีการป้องกันนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อทำให้โครงสร้างแสดงการป้องกันสมบูรณ์: The safety gate stops toddlers ____ walking into the street.

ดูคำตอบ

from

If you get hit hard enough, ไวยากรณ์

0:54

ถ้าคุณถูกกระแทกแรงพอ

this fluid cannot fully protect the brain from impact with its protective cranium.

0:55

ของเหลวนี้ก็ไม่สามารถปกป้องสมองจากการกระแทกกับกะโหลกศีรษะที่ปกป้องมันได้อย่างเต็มที่

ไวยากรณ์

เกณฑ์ระดับความแรงใน hard enough

hard enough หมายถึง “แรงถึงระดับที่เพียงพอจะทำให้เกิดผลที่กล่าวไว้” ในอนุประโยค if วลีนี้กำหนดเกณฑ์ไว้ว่า เมื่อแรงกระแทกถึงระดับนั้น ของเหลวก็ไม่สามารถปกป้องสมองได้อย่างเต็มที่อีกต่อไป เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ จะวางไว้หลังคำที่ขยาย เช่น hard enough, fast enough, strong enough ในที่นี้ hard บอกว่าถูกกระแทกแรงเพียงใด จึงต้องใช้ hard enough ไม่ใช่ enough hard

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวาง enough หลังคำกริยาวิเศษณ์ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าการกระทำถึงระดับที่จำเป็น?

  1. The runner moved enough quickly to catch the bus.
  2. The runner moved quickly enough to catch the bus.
  3. The runner enough moved quickly to catch the bus.
ดูคำตอบ

The runner moved quickly enough to catch the bus.

When it does hit, ไวยากรณ์

0:59

เมื่อมันเกิดการกระแทกขึ้น

it is called trauma.

1:01

เราจะเรียกว่าอาการบาดเจ็บ

ไวยากรณ์

does ที่ใช้เน้นย้ำใน does hit

does hit เป็นวลีกริยาบอกเล่าที่ใช้เน้นย้ำ does ในที่นี้ไม่ได้สร้างประโยคคำถาม แต่เพิ่มการเน้นแบบเปรียบต่าง เพื่อบอกว่าแรงกระแทกเกิดขึ้นจริง แม้ก่อนหน้านี้จะกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่การป้องกันอาจหยุดไม่ให้เกิดการกระแทกก็ตาม ในปัจจุบันกาล เมื่อประธานเป็น he, she หรือ it ให้ใช้ does + กริยารูปพื้นฐาน เช่น does hit ไม่ใช่ does hits ส่วนประธานอื่นใช้ do + กริยารูปพื้นฐาน และอดีตกาลใช้ did + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมคำแก้ไขให้สมบูรณ์ด้วยรูปปัจจุบันของ do ที่ใช้เน้นย้ำ: Mia says the key does not work, but it ____ work if you turn it slowly.

ดูคำตอบ

does

You have trauma on one side,

1:02

คุณจะเกิดการบาดเจ็บที่ด้านหนึ่ง

which bruises the brain,

1:03

ซึ่งทำให้สมองช้ำ

and possibly on the other side

1:04

และอาจเกิดขึ้นที่อีกด้านหนึ่งด้วย

when the brain bounces back. กริยาวลี

1:06

เมื่อสมองกระเด้งกลับ

กริยาวลี

bounces back: การเคลื่อนกลับทางกายภาพหลังการกระแทก

ใน “bounces back” คำว่า bounces หมายถึงเคลื่อนกลับหลังจากถูกผลัก ถูกกระแทก หรือถูกบีบอัด ส่วน back บอกทิศทางของการกลับมา ในประโยคนี้หมายถึงสมองเคลื่อนกลับหลังการกระแทก ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยฟื้นตัว คำนี้เป็นกริยาวลี ความหมายเชิงเปรียบเทียบที่ใช้กันทั่วไปคือ “ฟื้นตัวหลังจากผ่านความยากลำบาก” แต่ในคำอธิบายทางกายภาพนี้ไม่ได้ใช้ความหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่เป็นธรรมชาติเพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์: After hitting the wall, the rubber ball will ____.

ดูคำตอบ

bounce back

Your brain might also twist in your skull.

1:08

สมองของคุณอาจเกิดการบิดตัวภายในกะโหลกศีรษะด้วย

All this trauma damages the brain cells

1:10

อาการบาดเจ็บทั้งหมดนี้ทำลายเซลล์สมอง

and also leads to neurotransmitters firing rapidly,

1:13

และยังทำให้สารสื่อประสาททำงานอย่างรวดเร็ว

overloading the nervous system, ไวยากรณ์

1:16

ทำให้ระบบประสาททำงานหนักเกินไป

which can result in a kind of paralysis or shutdown,

1:18

ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการอัมพาตหรือหยุดทำงานไปชั่วขณะ

and then it's lights out, สำนวน

1:21

แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป

as they say.

1:22

อย่างที่เขาว่ากัน

ไวยากรณ์

overloading the nervous system: วลีแสดงผลลัพธ์แบบย่อ

overloading the nervous system เป็นวลี -ing ที่ต่อท้ายแนวคิดก่อนหน้าเรื่องสารสื่อประสาทส่งสัญญาณอย่างรวดเร็ว วลีนี้ย่อผลลัพธ์ให้เหลือเพียงกลุ่มคำ: การส่งสัญญาณอย่างรวดเร็วทำให้ระบบประสาททำงานหนักเกินไป เนื่องจากไม่มีคู่ประธานและกริยาที่ผันตามกาลเป็นของตัวเอง จึงไม่ใช่ประโยคหลักใหม่หรือการกระทำในอนาคต ประธานที่เข้าใจได้คือการส่งสัญญาณอย่างรวดเร็วที่กล่าวมาก่อน ไม่ใช่บาดแผลทางใจเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้เติมผลลัพธ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง: The sudden traffic spike pushed the servers to their limit, ___ the cooling system.

  1. overloading the cooling system
  2. to overload the cooling system
  3. which overloaded the cooling system
ดูคำตอบ

overloading the cooling system

สำนวน

lights out: การหมดสติกะทันหัน

ในที่นี้ lights out เป็นคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการว่าหมดสติกะทันหัน ราวกับว่าสมอง “ปิดสวิตช์” ลง ไม่ได้หมายความว่ามีใครปิดไฟจริง ๆ วลีนี้ทำให้คำอธิบายจบลงแบบสั้นและมีอารมณ์เข้มข้น ในการพากย์กีฬาหรือการเล่าเหตุการณ์ต่อสู้ วลีนี้ใช้บอกว่าคนถูกกระแทกจนหมดสติได้ แต่ในบริบทอื่น lights out อาจหมายถึงเวลาเข้านอนหรือคำสั่งให้ปิดไฟ จึงต้องดูความหมายจากบริบท

แบบฝึกหัด

lights out หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. ถึงเวลาที่ทุกคนต้องเข้านอน
  2. ห้องมืดลงเพราะมีคนปิดไฟ
  3. คนนั้นหมดสติกะทันหัน
ดูคำตอบ

คนนั้นหมดสติกะทันหัน

By the way, ลำดับความ

1:23

อีกอย่าง

getting hit hard on the chin or jaw

1:23

การถูกชกอย่างแรงที่คางหรือขากรรไกรล่าง

sometimes causes intense rotational force in the brain,

1:25

บางครั้งทำให้เกิดแรงหมุนอย่างรุนแรงในสมอง

and this is why boxers often go for those areas to get their knockout. กริยาวลี

1:28

และนี่คือเหตุผลที่นักมวยมักจะเล็งเป้าหมายไปที่บริเวณเหล่านั้นเพื่อให้น็อกเอาต์

ลำดับความ

By the way: การเพิ่มข้อมูลเสริมที่เกี่ยวข้อง

By the way เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเพิ่มประเด็นย่อยที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะเดินหน้าตามแนวคิดหลักโดยตรง ในที่นี้ วลีนี้เปลี่ยนจากคำอธิบายทั่วไปเรื่องการน็อกไปสู่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชกที่คางหรือขากรรไกร หน้าที่ของวลีนี้คือจัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้แสดงว่าประโยคใหม่เป็นผลจากประโยคก่อนหน้า ประเด็นที่เพิ่มเข้ามายังอาจสำคัญ แต่ถูกนำเสนอในฐานะข้อมูลเสริม

แบบฝึกหัด

คุณอธิบายเสร็จแล้วว่าการออกกำลังกายช่วยให้นอนหลับดีขึ้นอย่างไร และตอนนี้ต้องการเพิ่มข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแสงแดดยามเช้า คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดที่จะบอกว่าเป็นข้อมูลเสริม?

  1. Therefore,
  2. For example,
  3. By the way,
ดูคำตอบ

By the way,

กริยาวลี

go for ในความหมายว่า “เล็งเป็นเป้าหมายในการโจมตี”

ในประโยคนี้ go for หมายถึง “เลือกคนหรือส่วนของร่างกายเป็นเป้าหมายในการโจมตี” นักมวยจงใจเล็งที่ปลายคางหรือขากรรไกร ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเพียงชอบบริเวณเหล่านั้นเหมือนการเลือกทั่วไป รูปแบบคือ go for + เป้าหมาย ให้ดูการกระทำและคำนามรอบข้างเพื่อแยกความหมาย คำอย่าง boxer, hit และ knockout ชี้ไปที่ความหมายเกี่ยวกับการโจมตี

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The guard dog went for the man's arm,” went for หมายถึงอะไร?

  1. ชอบเหมือนตัวเลือกทั่วไป
  2. จงใจเล็งเป็นเป้าหมายและโจมตี
  3. เดินทางไปที่ใดที่หนึ่งเพื่อเอามา
ดูคำตอบ

จงใจเล็งเป็นเป้าหมายและโจมตี

Experts say for most people,

1:32

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าสำหรับคนส่วนใหญ่

this will last a few seconds to a few minutes,

1:34

อาการนี้จะคงอยู่ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงไม่กี่นาที

and we should recover without sustaining a bad injury to the brain. วลี

1:36

และเราควรจะฟื้นตัวได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรง

วลี

sustaining a bad injury: คำที่ใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการ sustain + injury

ในที่นี้ sustaining a bad injury หมายถึง “ได้รับหรือประสบการบาดเจ็บร้ายแรง” หลังคำบุพบท without ใช้รูป -ing คือ sustaining จึงได้วลี without sustaining an injury sustain + injury, damage หรือ loss เป็นคำที่ใช้ร่วมกันในรายงานแบบเป็นทางการ ในความหมายนี้ sustain หมายถึงการได้รับสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตราย ไม่ได้หมายถึง “ทำให้บางอย่างดำเนินต่อไป”

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ sustain เพื่อเติมประโยคทางการนี้ให้สมบูรณ์: The cyclist finished the race without ____ a serious injury.

ดูคำตอบ

sustaining

But if you're unlucky,

1:39

แต่ถ้าคุณโชคร้าย

your knockout might lead to cerebral bleeding and even death.

1:41

การถูกชกจนสลบอาจนำไปสู่ภาวะเลือดออกในสมองและถึงขั้นเสียชีวิตได้

So how much force does it take to get knocked out? ไวยากรณ์

1:44

แล้วต้องใช้แรงมากแค่ไหนถึงจะทำให้สลบได้ล่ะ?

ไวยากรณ์

How much ... does it take to ...? สำหรับถามปริมาณที่จำเป็น

How much + คำนามนับไม่ได้ + does it take + to-infinitive? ใช้ถามว่าต้องใช้บางสิ่งในปริมาณเท่าใดจึงจะเกิดผลลัพธ์หนึ่ง ในประโยคนี้ force คือปริมาณที่ต้องการวัด และ to get knocked out บอกผลลัพธ์ ในโครงสร้างนี้ take หมายถึง “ต้องใช้” ส่วน it เป็นประธานสมมติที่ใช้สร้างคำถาม ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง How much X does it take to do Y? เติมคำถามเกี่ยวกับแรงที่ต้องใช้ในการย้ายโต๊ะหนักให้สมบูรณ์: ____ to move this heavy table?

ดูคำตอบ

How much effort does it take

There's no exact science,

1:46

ไม่มีวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัด

but the bigger the force, ไวยากรณ์

1:48

แต่ยิ่งมีแรงมาก

the more chance there is of a knockout happening.

1:49

ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดการสลบได้มากขึ้น

ไวยากรณ์

the bigger ..., the more ... สำหรับเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง

The + comparative ..., the + comparative ... ใช้เชื่อมปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนแปลง เมื่อปริมาณแรกเปลี่ยนไปตามทิศทางที่คำเปรียบเทียบระบุ ปริมาณที่สองก็เปลี่ยนไปตามทิศทางของคำเปรียบเทียบในส่วนนั้น ในประโยคนี้ ยิ่งแรงมาก โอกาสหมดสติก็ยิ่งสูง ในโครงสร้างนี้ the ทั้งสองตำแหน่งเป็นเครื่องหมายคงที่ของการเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ แต่ละส่วนอาจเป็นวลีหรืออนุประโยคก็ได้ แต่ทั้งสองส่วนต้องมีรูป comparative

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า more และ easier เติมประโยคเปรียบเทียบที่เชื่อมการเปลี่ยนแปลงให้สมบูรณ์: ____ you practice, ____ it becomes to play the song.

ดูคำตอบ

The more · the easier

You can see that in boxing.

1:51

คุณจะเห็นได้จากในกีฬามวย

There are more knockouts in the heavier weight categories.

1:53

มีการน็อกเอาต์ในรุ่นน้ำหนักตัวที่มากกว่า

A flyweight might punch with a force of 750 lb, วัฒนธรรม

1:55

นักมวยรุ่นฟลายเวตอาจชกด้วยแรง 750 ปอนด์

but a heavyweight may punch at well over 1,000 lb of force. วลี

1:59

แต่นักมวยรุ่นเฮฟวี่เวตอาจชกด้วยแรงเกิน 1,000 ปอนด์

วัฒนธรรม

flyweight และ heavyweight ในฐานะรุ่นน้ำหนักของมวย

ในกีฬาต่อสู้อย่างมวยสากล flyweight และ heavyweight เป็นชื่อรุ่นที่แบ่งตามน้ำหนัก flyweight หมายถึงนักกีฬารุ่นเบา ส่วน heavyweight หมายถึงนักกีฬารุ่นที่มีน้ำหนักมาก ในประโยคนี้ คำทั้งสองหมายถึงนักกีฬาในรุ่นเหล่านั้น การเปรียบเทียบสื่อว่ารุ่นที่หนักกว่าสามารถสร้างแรงหมัดได้มากกว่า ไม่ควรอ่าน flyweight ตามตัวอักษรว่าเป็น “น้ำหนักของแมลงวัน” หรือเข้าใจ heavyweight ว่าเป็นเพียงคำบอกน้ำหนักเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในรายงานมวย ประโยคใดใช้ชื่อรุ่นน้ำหนักทั้งสองได้ถูกต้อง

  1. Flyweight means the measured weight of a fly, and heavyweight means the force of a punch.
  2. A flyweight competes in a much lighter weight class than a heavyweight.
  3. A flyweight is the heaviest boxer, while a heavyweight is among the lightest.
ดูคำตอบ

A flyweight competes in a much lighter weight class than a heavyweight.

วลี

well over: สูงกว่าตัวเลขอย่างมาก

well over เมื่ออยู่หน้าตัวเลขหรือขีดจำกัด หมายถึงมากกว่าจุดนั้นอย่างชัดเจน ไม่ใช่มากกว่าเพียงเล็กน้อย ในที่นี้แรงหมัดมากกว่า 1,000 ปอนด์แรงอย่างเห็นได้ชัด well เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่เพิ่มน้ำหนักความหมายให้ over วลีนี้สื่อว่าส่วนต่างมีขนาดใหญ่แต่ไม่ได้ระบุแน่ชัด จึงไม่ได้บอกว่าสูงกว่า 1,000 เท่าใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สูงกว่าอย่างชัดเจนเป็นจำนวนมาก”: The repair cost was ____ our original estimate.

ดูคำตอบ

well over

But as you may have seen on any of those guy gets owned videos circulating the web, การใช้คำ

2:03

แต่อย่างที่คุณอาจเคยเห็นในวิดีโอที่มีคนโดนอัดยับที่แพร่หลายในโลกออนไลน์

you don't need massive punching power to knock someone out.

2:07

คุณไม่จำเป็นต้องมีพลังหมัดมหาศาลก็ทำให้ใครบางคนสลบได้

การใช้คำ

gets owned: สแลงออนไลน์ที่หมายถึงแพ้อย่างหมดรูป

ใน get owned คำว่า owned ไม่ได้หมายถึง “เป็นทรัพย์สินของใครตามกฎหมาย” โครงสร้างเชิงถูกกระทำแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ get นี้หมายถึง “ถูกเอาชนะอย่างราบคาบ ถูกข่มจนสู้ไม่ได้ หรือถูกทำให้อับอาย” และมักเกิดขึ้นต่อหน้าคนอื่น ในที่นี้ guy gets owned videos หมายถึงวิดีโอออนไลน์ที่ผู้ชายคนหนึ่งถูกต่อยล้มหรือทำให้อับอาย สำนวนนี้เพิ่มน้ำเสียงเยาะเย้ยและเร้าอารมณ์แบบที่พบในภาษาวงการเกมและชื่อคลิปอินเทอร์เน็ตยุคก่อน

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “After boasting about an easy win, the player got owned in the first round,” คำว่า got owned สื่อความหมายอะไร?

  1. ผู้เล่นกลายเป็นทรัพย์สินของคนอื่นตามกฎหมาย
  2. ผู้เล่นแพ้อย่างหมดรูปและน่าจะรู้สึกอับอาย
  3. ผู้เล่นชนะด้วยการควบคุมการแข่งขันไว้ได้
ดูคำตอบ

ผู้เล่นแพ้อย่างหมดรูปและน่าจะรู้สึกอับอาย

It's not only about how much weight is behind the punch, ไวยากรณ์

2:10

มันไม่ได้เกี่ยวกับน้ำหนักที่อยู่หลังหมัดเท่านั้น

but also the momentum of the punch

2:12

แต่ยังรวมถึงโมเมนตัมของหมัด

and the speed the fist or other body part is moving at. ไวยากรณ์

2:15

และความเร็วที่หมัดหรือส่วนอื่นของร่างกายกำลังเคลื่อนที่ด้วย

ไวยากรณ์

not only about ... but also: การเพิ่มปัจจัยที่มีโครงสร้างขนานกัน

Not only ... but also เชื่อมแนวคิดที่อยู่ในระดับเดียวกันและบอกว่าแนวคิดแรกไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด ในที่นี้ผู้พูดปฏิเสธก่อนว่าน้ำหนักเป็นปัจจัยเพียงอย่างเดียว แล้วจึงเพิ่มโมเมนตัมและความเร็วเป็นปัจจัยสำคัญอื่น ๆ กรอบที่ใช้ร่วมกันคือ about: “not only about X, but also [about] Y and Z.” ภาษาอังกฤษละ about ตัวที่สองได้เพราะเข้าใจจากบริบท แต่ส่วนที่เชื่อมกันยังต้องทำหน้าที่ทางไวยากรณ์แบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ not only ... but also ตามที่กำหนด: The new route is ____ shorter ____ safer.

ดูคำตอบ

not only · but also

ไวยากรณ์

speed the fist or other body part is moving at: การละคำสรรพนามสัมพัทธ์และวางคำบุพบทไว้ท้ายประโยค

ใน “the speed the fist or other body part is moving at” อนุประโยค “the fist or other body part is moving at” ทำหน้าที่ขยาย “speed” โดยเข้าใจว่ากรรมของ “at” คือคำนาม “speed” ที่อยู่ก่อนหน้า และมีการละคำสรรพนามสัมพัทธ์ “that” หรือ “which” ไว้ รูปแบบที่ละคำสรรพนามสัมพัทธ์นี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบสนทนา รูปที่เป็นทางการกว่าคือ “the speed at which the fist or other body part is moving” ส่วน “at” ท้ายประโยคในรูปแบบสนทนาเป็นคำที่จำเป็น ไม่ใช่คำเกิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การละคำสรรพนามสัมพัทธ์และวางคำบุพบทไว้ท้ายประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The guide recorded the speed at which the river was flowing at.
  2. The guide recorded the speed the river was flowing at.
  3. The guide recorded the speed at the river was flowing.
ดูคำตอบ

The guide recorded the speed the river was flowing at.

It's said Conor McGregor's running punch has about 932 lb of force. ไวยากรณ์

2:17

ว่ากันว่าหมัดวิ่งชกของ Conor McGregor มีแรงประมาณ 932 ปอนด์

ไวยากรณ์

It's said: การถ่ายทอดคำกล่าวโดยไม่ระบุแหล่งที่มา

“It's said” มีความหมายใกล้เคียงกับ “people say” หรือ “people report” แต่ผู้พูดไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนกล่าว นี่คือโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำที่ไม่ระบุบุคคล ตามด้วยอนุประโยค โดยจะใส่หรือละ “that” ก็ได้ รูปแบบนี้ทำให้ผู้พูดรักษาระยะห่างจากคำกล่าวอ้าง ในตัวอย่าง ตัวเลขแรงหมัดถูกนำเสนอเป็นข้อมูลที่มีการบอกต่อ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อเป้าหมายที่ตรงกับความหมายว่า “มีคนบอกต่อกันว่า”: ____ that the library has a room beneath the stairs.

ดูคำตอบ

It's said

If the person being hit can't see it coming, สำนวน

2:22

หากผู้ถูกชกมองไม่เห็นว่าหมัดกำลังมา

this will also have more impact

2:25

สิ่งนี้ก็จะยิ่งมีผลกระทบมากขึ้น

and there is more chance of a knockout.

2:27

และมีโอกาสที่จะสลบได้มากขึ้น

สำนวน

see it coming: สังเกตหรือคาดการณ์สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในประโยคนี้ see it coming หมายถึงการสังเกตเห็นหมัดก่อนที่จะมาถึง เนื่องจากอันตรายนั้นมองเห็นได้ see จึงยังคงมีความหมายตามตัวอักษรด้วย คือคนคนนั้นสามารถมองเห็นหมัดที่กำลังเข้ามาได้จริง ๆ โครงสร้าง see + กรรม + coming ยังหมายถึงการคาดว่าหรือคาดการณ์ว่าเหตุการณ์หนึ่งกำลังจะเกิดขึ้นด้วย ในภาษาที่ใช้ทั่วไป I didn't see it coming มักหมายถึง “ฉันไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องนั้น” แม้จะไม่มีสิ่งใดที่มองเห็นได้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “คาดไว้แล้ว”: The announcement surprised everyone; no one ____.

ดูคำตอบ

saw it coming

That's because our muscles tense in a way to take the blow วลี

2:28

นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อของเราจะเกร็งตัวเพื่อรับแรงกระแทก

when we see it coming.

2:31

เมื่อเราเห็นว่ามันกำลังมา

วลี

take the blow: ทนต่อแรงกระแทกเฉพาะครั้ง

ในประโยคนี้ take the blow หมายถึงการรับและทนต่อแรงกระแทกทางกายภาพจากหมัด take หมายถึง “ทนหรือดูดซับแรง” ไม่ใช่ “หยิบ” ส่วน blow หมายถึงการโจมตีที่รุนแรง ไม่ใช่อากาศที่เคลื่อนที่ คำนำหน้านาม the ชี้ถึงหมัดเฉพาะที่กล่าวถึงอยู่แล้ว กลุ่มคำเดียวกันนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย กล่าวได้ว่าบุคคลหรือองค์กร take a blow เมื่อข่าวร้าย ความสูญเสีย หรือความล้มเหลวก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The padded suit helped the stunt performer ____ safely.

ดูคำตอบ

take the blow

For instance, ลำดับความ

2:32

ตัวอย่างเช่น

self-defense expert James LaFond studied 1,675 acts of violence.

2:33

James LaFond ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันตัวได้ศึกษาการใช้ความรุนแรง 1,675 ครั้ง

ลำดับความ

For instance, ในฐานะคำบอกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

For instance, ใช้หลังข้อความทั่วไปเพื่อยกกรณีที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา ตัวนี้บอกว่าสิ่งที่ตามมาคือตัวอย่าง ไม่ใช่ข้ออ้างหลักอีกข้อหนึ่ง ในประโยคนี้ ชื่อผู้เชี่ยวชาญและจำนวนการใช้ความรุนแรงช่วยสนับสนุนคำอธิบาย วลีนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผล แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าข้อสรุปทั่วไปนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมหลังจากกล่าวถึงประเด็นทั่วไปแล้ว

  1. For instance,
  2. As a result,
  3. According to him,
ดูคำตอบ

For instance,

According to him, ลำดับความ

2:38

ตามข้อมูลของเขา

a sucker punch by a boxer on a civilian's jaw or chin will 100% of the time lead to a knockout. การใช้คำ

2:38

การชกทีเผลอของนักมวยที่กรามหรือคางของคนธรรมดาจะทำให้สลบ 100%

ลำดับความ

According to him, ในฐานะวลีระบุแหล่งที่มาอย่างเป็นกลาง

According to him, บอกว่าข้อความที่ตามมาเป็นความเห็นของ James LaFond ที่กำลังถ่ายทอดอยู่ คำว่า him หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่กล่าวถึงในประโยคก่อนหน้า ดังนั้นผู้พูดกำลังระบุแหล่งที่มาของข้ออ้าง ไม่ได้นำเสนอข้ออ้างนั้นว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันโดยอิสระ วลีนี้ใช้เกริ่นข้ออ้างที่หนักแน่นมากได้ โดยไม่ทำให้ผู้พูดต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อความถูกต้องของข้ออ้างนั้น ในที่นี้ 100% แสดงระดับความแน่นอนของข้ออ้างที่ถ่ายทอดมา ไม่ใช่หลักฐานที่วลี According to him, มอบให้

แบบฝึกหัด

ผู้เชี่ยวชาญชายเพิ่งถูกกล่าวถึง และคุณต้องการรายงานข้ออ้างของเขาโดยไม่รับรองข้ออ้างนั้นโดยตรง ควรใช้วลีใดขึ้นต้นประโยค

  1. According to him,
  2. On the other hand,
  3. For instance,
ดูคำตอบ

According to him,

การใช้คำ

sucker punch: หมัดที่ไม่คาดคิดและไม่ยุติธรรม

sucker punch คือหมัดที่ชกออกไปในขณะที่อีกฝ่ายไม่คาดคิดหรือยังไม่พร้อม โดยทั่วไปสื่อนัยว่าเป็นการจู่โจมแบบไม่ยุติธรรม ไม่ได้หมายถึงเพียงหมัดที่แรงเท่านั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบรรยายว่านักมวยชกกรามหรือปลายคางของพลเรือนที่ไม่ทันตั้งตัวอย่างกะทันหัน ให้เข้าใจ sucker punch เป็นสำนวนผสมทั้งวลี ไม่ได้แยก sucker ในที่นี้เป็นความหมายว่า “คนที่หลอกง่าย”

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะเรียกว่า sucker punch มากที่สุด

  1. นักมวยสองคนที่เตรียมพร้อมแล้วแลกหมัดกันระหว่างการแข่งขัน
  2. คนหนึ่งแตะไหล่เพื่อนเพื่อเรียกความสนใจ
  3. คนหนึ่งชกผู้ที่ไม่ทันตั้งตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ดูคำตอบ

คนหนึ่งชกผู้ที่ไม่ทันตั้งตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน

Being hit behind the ears and at the back of the head

2:44

การถูกตีหลังหูและที่ด้านหลังศีรษะ

can also easily lead to being knocked out.

2:47

ก็สามารถทำให้สลบได้ง่ายเช่นกัน

The CDC studied traumatic brain injuries วัฒนธรรม

2:50

CDC ศึกษาการบาดเจ็บที่สมอง

วัฒนธรรม

The CDC: หน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ

CDC ย่อมาจาก Centers for Disease Control and Prevention ซึ่งเป็นหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในภาษาอังกฤษ CDC มักเป็นคำย่อที่ออกเสียงชื่ออักษรทีละตัว ในประโยคนี้ The CDC เป็นประธานและระบุถึงองค์กรที่ศึกษาการบาดเจ็บที่สมองจากอุบัติเหตุหรือแรงกระแทก จึงบอกว่าแหล่งข้อมูลเป็นหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ ไม่ใช่ชนิดของการบาดเจ็บหรือการตรวจทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The CDC studied traumatic brain injuries,' คำว่า The CDC หมายถึงอะไร

  1. หน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ
  2. การสแกนทางการแพทย์
  3. การบาดเจ็บที่สมองจากอุบัติเหตุชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

หน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ

from 2007 to 2013 in the United States

2:52

ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2013 ในสหรัฐอเมริกา

and found that 2.8 million Americans

2:55

และพบว่าชาวอเมริกัน 2.8 ล้านคน

who visited the emergency room วัฒนธรรม

2:57

ที่ไปห้องฉุกเฉิน

were hospitalized or died

2:59

ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต

as a result of head trauma in 2013.

3:01

อันเป็นผลมาจากการบาดเจ็บที่ศีรษะในปี 2013

วัฒนธรรม

emergency room ในภาษาที่ใช้ในโรงพยาบาลสหรัฐฯ

ในที่นี้ emergency room หมายถึงแผนกของโรงพยาบาลที่ให้การดูแลทันทีแก่ผู้ที่บาดเจ็บรุนแรงหรือเจ็บป่วยกะทันหัน ไม่ได้หมายถึงห้องใด ๆ ที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น สำนวนนี้ช่วยบอกว่าเป็นบริบทของระบบสุขภาพสหรัฐฯ คนเหล่านี้ไปใช้บริการของโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินและการรักษาอย่างเร่งด่วน

แบบฝึกหัด

ในบริบทของรายงานสุขภาพสหรัฐฯ นี้ visited the emergency room หมายความว่าอย่างไร

  1. นัดพบแพทย์ประจำครอบครัวเพื่อตรวจตามปกติ
  2. เข้าไปในห้องใดก็ตามที่กำลังเกิดเหตุฉุกเฉิน
  3. ไปยังแผนกของโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินหรือการรักษาอย่างเร่งด่วน
ดูคำตอบ

ไปยังแผนกของโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินหรือการรักษาอย่างเร่งด่วน

Most of the instances were old people falling,

3:03

ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่หกล้ม

but second was being struck by or against something. การใช้คำ

3:06

แต่อันดับสองคือการถูกกระแทกด้วยสิ่งของหรือชนกับสิ่งของ

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง struck by กับ struck against

ในการจำแนกการบาดเจ็บนี้ being struck by something หมายถึงคนหรือวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่มากระแทกผู้บาดเจ็บ ส่วน being struck against something หมายถึงร่างกายของผู้บาดเจ็บเคลื่อนที่ไปกระแทกวัตถุหรือพื้นผิว ในประโยค being struck เป็นชื่อของเหตุการณ์ที่อยู่ในอันดับสอง By or against รวมการชนสองทิศทางไว้ในหมวดหมู่ทางสถิติเดียวกัน และไม่สามารถสลับใช้บุพบทสองคำนี้ได้

แบบฝึกหัด

เติมรายงานให้สมบูรณ์ด้วยบุพบทสองคำนี้: The loose sign hit Ana, so she was struck ____ it. She then fell and struck her shoulder ____ the railing.

ดูคำตอบ

by · against

50,000 people died that year of head trauma.

3:09

ในปีนั้นมีผู้เสียชีวิต 50,000 คนจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ

Nonetheless, ลำดับความ

3:12

ถึงกระนั้น

it's said that around 80% of head traumas are mild.

3:13

ว่ากันว่าประมาณ 80% ของการบาดเจ็บที่ศีรษะไม่รุนแรง

ลำดับความ

ใช้ Nonetheless, เพื่อแสดงการยอมรับก่อนเสนอข้อมูลที่แย้งกับสิ่งที่คาดไว้

Nonetheless แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อนเสนอข้อมูลที่แย้งกับสิ่งที่คาดไว้ โดยยอมรับว่าข้อความก่อนหน้าเป็นจริง แล้วนำเสนออีกข้อเท็จจริงที่ยังคงเป็นจริง แม้ข้อความแรกอาจทำให้คาดว่าจะเป็นอย่างอื่น ในที่นี้ สถิติผู้เสียชีวิตยังคงเป็นจริง ประโยคใหม่เปลี่ยนจุดเน้นจากผลลัพธ์ที่ร้ายแรงไปสู่ภาพรวมที่ว่าการบาดเจ็บที่ศีรษะส่วนใหญ่ถูกจัดว่าเป็นอาการเล็กน้อย ไม่ได้โต้แย้งหรือลบล้างสถิตินั้น

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง "Nonetheless" บอกอะไรแก่ผู้อ่าน

  1. ข้อเท็จจริงที่สองบอกสาเหตุของสถิติผู้เสียชีวิต
  2. ข้อเท็จจริงที่สองยังคงเป็นจริง แม้เพิ่งกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ร้ายแรง
  3. ข้อเท็จจริงที่สองพิสูจน์ว่าสถิติผู้เสียชีวิตเป็นเท็จ
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงที่สองยังคงเป็นจริง แม้เพิ่งกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ร้ายแรง

Some people just get right back up after being knocked out กริยาวลี

3:16

บางคนลุกขึ้นยืนได้ทันทีหลังจากถูกชกจนสลบ

and seem to have no underlying problems. การใช้คำ

3:18

และดูเหมือนจะไม่มีปัญหาแอบแฝงใดๆ

กริยาวลี

get right back up: ลุกขึ้นอีกครั้งแทบจะทันที

Get back up หมายถึงลุกขึ้นอีกครั้งหลังจากล้ม ทรุดลง หรืออยู่ในสภาพที่ตัวอยู่ต่ำลง ในประโยคนี้ คนเหล่านั้นกลับมายืนอีกครั้งหลังจากหมดสติ Right เน้นว่าการกระทำเกิดขึ้นเร็วมาก ดังนั้น get right back up จึงหมายถึงลุกขึ้นอีกครั้งแทบจะทันที สำนวนนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังพบอุปสรรคได้ด้วย แต่ในที่นี้เป็นการเคลื่อนไหวทางกาย และไม่ได้พิสูจน์ว่าคนนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ "get right back up" เติมประโยคให้สมบูรณ์: After slipping on the wet floor, Maya ____ and kept walking.

ดูคำตอบ

got right back up

การใช้คำ

ปัญหาที่แฝงอยู่

underlying problems คือปัญหาที่มองไม่เห็นชัดจากภายนอก แต่อาจยังมีอยู่หรือช่วยอธิบายอาการ ความเสี่ยง หรือผลที่เกิดขึ้นภายหลังได้ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวหมายถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่หรือยังดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายถึงปัญหาที่อยู่ใต้สิ่งใดในเชิงตำแหน่ง คำว่า seem to have no แสดงความระมัดระวัง กล่าวคือ คนเหล่านั้นดูเหมือนไม่มีปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ได้หมายความว่าการตรวจทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่าไม่มีปัญหาเลย

แบบฝึกหัด

ในรายงานทางการแพทย์ "no underlying problems were found" หมายความว่าอย่างไร

  1. ไม่พบปัญหาสุขภาพที่มองเห็นได้ยาก
  2. ผู้ป่วยไม่เคยมีอาการใดเลย
  3. ไม่มีปัญหาใดอยู่ใต้ตัวผู้ป่วยในเชิงตำแหน่ง
ดูคำตอบ

ไม่พบปัญหาสุขภาพที่มองเห็นได้ยาก

Others may be confused

3:21

คนอื่นๆ อาจมีความสับสน

and later suffer from headaches, dizziness, or memory loss. วลี

3:22

และต่อมาก็มีอาการปวดศีรษะ วิงเวียน หรือสูญเสียความทรงจำ

วลี

การใช้ suffer from

Suffer from + คำนาม หมายถึงได้รับผลกระทบในทางลบจากโรค อาการ ภาวะ หรือปัญหาร้ายแรง ในที่นี้ from นำหน้า headaches, dizziness และ memory loss ซึ่งเป็นผลที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง สำนวนนี้สื่อถึงความไม่สบายหรือผลเสียที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าภาวะนั้นจะถาวรเสมอไป ในโครงสร้างนี้ต้องคง from ไว้หน้าภาวะ เช่น suffer from headaches

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ suffer และคำบุพบทของมัน: After the accident, some patients may ____ headaches for several days.

ดูคำตอบ

suffer from

Some may develop post-concussion syndrome การใช้คำ

3:25

บางคนอาจเกิดกลุ่มอาการหลังสมองกระทบกระเทือน

for days, weeks, or months after the injury,

3:27

นานเป็นวัน สัปดาห์ หรือหลายเดือนหลังจากได้รับบาดเจ็บ

การใช้คำ

develop post-concussion syndrome: เริ่มมีภาวะทางการแพทย์

develop ในที่นี้หมายถึงเริ่มมีภาวะทางการแพทย์ ไม่ได้หมายถึงการที่บุคคลตั้งใจสร้างหรือปรับปรุงบางสิ่ง post-concussion syndrome เป็นชื่อของกลุ่มอาการที่ยังคงอยู่หลังสมองกระทบกระเทือน ประโยคนี้บอกว่าบางคนอาจมีภาวะนี้หลังได้รับบาดเจ็บ โดย may แสดงเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรับรองว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ develop ในความหมายว่าเริ่มมีภาวะทางการแพทย์

  1. Some patients may develop a fever after the procedure.
  2. Her skills develop through regular practice.
  3. The team will develop a new treatment plan.
ดูคำตอบ

Some patients may develop a fever after the procedure.

and this could result in physical symptoms,

3:30

และสิ่งนี้อาจส่งผลให้เกิดอาการทางร่างกาย

but also other symptoms such as depression, anxiety,

3:32

แต่ก็รวมถึงอาการอื่นๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล

confusion, impulsiveness, or other changes in personality.

3:34

ความสับสน ความหุนหันพลันแล่น หรือการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพอื่นๆ

Much of the time these ailments do get better ไวยากรณ์

3:38

ส่วนใหญ่แล้วอาการเจ็บป่วยเหล่านี้จะดีขึ้น

as the brain heals itself.

3:40

เมื่อสมองรักษาตัวเอง

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do get better

ในประโยคบอกเล่านี้ do เพิ่มน้ำหนักให้ get better โดยย้ำว่าการดีขึ้นนั้นเกิดขึ้นจริงหรือคาดหวังได้ มักใช้เพื่อทำให้ใครสักคนสบายใจหรือตอบข้อสงสัย โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น get จึงคงรูปเดิม Much of the time จำกัดขอบเขตของข้อความว่าอาการมักดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดีขึ้นแน่นอนในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปลอบใจนี้ด้วยรูปปัจจุบันที่เน้นของ get better: These headaches ____ after a good night's sleep.

ดูคำตอบ

do get better

Generally speaking, ลำดับความ

3:41

โดยทั่วไปแล้ว

the shorter time you were knocked out,

3:42

ยิ่งคุณหมดสติไปในเวลาที่สั้นลง

the less chance there is of severe symptoms occurring.

3:44

โอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงก็จะยิ่งน้อยลง

ลำดับความ

“Generally speaking,” สำหรับการกล่าวสรุปแบบไม่ตายตัว

Generally speaking เป็นวลีเกริ่นที่กำหนดกรอบให้ข้อความทั้งประโยค โดยบอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นการสรุปกว้าง ๆ เกี่ยวกับแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น ไม่ใช่คำกล่าวที่ใช้ได้กับทุกกรณี การวางวลีนี้ไว้ต้นประโยคช่วยบอกผู้ฟังว่าควรตีความความสัมพันธ์ที่ตามมาอย่างไร กล่าวคือเป็นแนวโน้มที่มีประโยชน์ แต่ยังอาจมีข้อยกเว้น วลีนี้แสดงขอบเขตและความระมัดระวัง ไม่ได้ระบุว่าข้อมูลมาจากที่ใด

แบบฝึกหัด

เลือกคำขึ้นต้นที่ทำให้ข้อความเป็นแนวโน้มทั่วไปซึ่งอาจมีข้อยกเว้นได้: “____ shorter meetings are easier to schedule, though there can be exceptions.”

  1. According to the survey,
  2. Generally speaking,
  3. Without exception,
ดูคำตอบ

Generally speaking,

So,

3:47

เอาล่ะ

have you ever been knocked out? ไวยากรณ์

3:48

คุณเคยถูกทำให้สลบไหม?

ไวยากรณ์

“Have you ever been knocked out?” สำหรับถามประสบการณ์ชีวิต

Have you ever + กริยาช่องสาม ใช้ถามว่าประสบการณ์หนึ่งเคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดก็ตามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันหรือไม่ Ever หมายถึง “เคยหรือในเวลาใดก็ตาม” จึงตั้งใจไม่ระบุวันที่แน่นอน ในที่นี้ have ... been เป็น present perfect ส่วน been knocked out เป็นรูปประโยคถูกกระทำ หมายถึงมีบางสิ่งทำให้บุคคลนั้นหมดสติ คำถามเน้นว่าเคยมีประสบการณ์นี้หรือไม่ ไม่ได้เน้นว่าใครหรืออะไรเป็นสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตโดยใช้รูปถูกกระทำใน present perfect: “____ you ever ____ knocked out?”

ดูคำตอบ

Have · been

Tell us about it in the comments.

3:49

บอกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ในความคิดเห็นนะ

Also,

3:51

นอกจากนี้

be sure to check out our other video called

3:51

อย่าลืมดูวิดีโออื่นๆ ของเราที่ชื่อว่า

This will happen in the next 60 seconds.

3:53

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในอีก 60 วินาทีข้างหน้า

Thanks for watching,

3:55

ขอบคุณที่รับชม

and as always,

3:56

และเช่นเคย

don't forget to like, share, and subscribe.

3:57

อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตาม

See you next time.

3:59

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า