วิกฤตตัวตน (Existential Crisis) คืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
วิดีโอ: อธิบายวิกฤตอัตถิภาวนิยมผ่านเสรีภาพ การเลือกที่ไม่แน่นอน ความวิตก และความเสียใจ จุดเรียนภาษาอังกฤษ: 1. “going through”——กริยาวลี: หมายถึงเผชิญช่วงยาก ไม่ใช่เดินผ่านสถานที่ ใช้กับวิกฤตหรือการเปลี่ยนแปลง 2. “steering blind,”——สำนวนและอุปมา: เปรียบการตัดสินใจเมื่อข้อมูลไม่พอกับการเดินเรือ ใช้กับแผนหรือทางเลือกชีวิต 3. “The way to” + “is to …”——ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ infinitive เชื่อมสิ่งที่ต้องการปรับกับวิธีทำ เช่น ลดความวิตกด้วยการเลิกเชื่อว่ามีคำตอบที่สมบูรณ์
คำอธิบายในบทเรียนนี้
One of the touching signs of the influence of philosophy on everyday life
0:00หนึ่งในสัญญาณที่น่าประทับใจเกี่ยวกับอิทธิพลของปรัชญาต่อชีวิตประจำวัน
be heard to complain: โครงสร้างรับรู้แบบถูกกระทำที่มี to
ใน be heard to complain คนที่ people กล่าวถึงเป็นฝ่ายที่ถูกได้ยิน กล่าวคือ มีใครบางคนได้ยินพวกเขาบ่น ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ได้ยิน เพราะจุดเน้นอยู่ที่ผู้คนและสิ่งที่พวกเขาพูด เมื่อใช้กริยารับรู้ เช่น hear โครงสร้างประธานกระทำคือ hear + คน + กริยารูปเดิมที่ไม่มี to: People hear them complain เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคถูกกระทำ คนนั้นจะขึ้นมาเป็นประธานและต้องมี to: They are heard to complain โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายความว่ามีใครบอกให้พวกเขาบ่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคถูกกระทำของ "People heard Maya complain about the noise" ให้สมบูรณ์: Maya was ____ complain about the noise.
ดูคำตอบ
heard to
that they're going through what they call an existential crisis. โน้ต
0:07ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่าวิกฤตอัตถิภาวนิยม (existential crisis)
going through: กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ในที่นี้ go through หมายถึงการประสบและรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือสำคัญ ประธานอยู่ในสถานการณ์นั้นต่อเนื่องช่วงหนึ่ง ดังนั้น going through an existential crisis จึงหมายถึงกำลังเผชิญวิกฤตนั้น ไม่ใช่เคลื่อนผ่านสถานที่ ความหมายพิจารณาจากกรรมและบริบท เมื่อใช้กับช่วงเวลา ปัญหา การรักษา หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ go through มักอธิบายกระบวนการที่ต้องประสบสิ่งเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ going through ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง
- Sam is going through a tough week at work.
- Sam is going through the tunnel on his bike.
- Sam is going through the checklist one item at a time.
ดูคำตอบ
Sam is going through a tough week at work.
ความหมายและขอบเขตการใช้ an existential crisis
an existential crisis คือช่วงที่บุคคลตั้งคำถามอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความหมายและทิศทางพื้นฐานของชีวิต คำถามอาจเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ จุดมุ่งหมาย เสรีภาพ การเลือก ความตาย หรือตำแหน่งของตนในโลก ในประโยคนี้ what they call แสดงว่า an existential crisis เป็นชื่อที่ใช้เรียกสิ่งที่คนเหล่านั้นกำลังเผชิญ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเป็น an existential crisis มากที่สุด
- คนคนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามว่าตนเป็นใครและชีวิตของตนมีความหมายหรือไม่
- คนคนหนึ่งหงุดหงิดเพราะรถเมล์มาช้า
- คนคนหนึ่งรู้สึกกังวลก่อนการสอบที่ยาก
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามว่าตนเป็นใครและชีวิตของตนมีความหมายหรือไม่
The phrase may be being used rather casually and vaguely, ไวยากรณ์
0:14วลีนี้อาจถูกใช้แบบผิวเผินและคลุมเครือไปบ้าง
กรรมวาจกแบบต่อเนื่องที่มีกริยาช่วย may be being used
ใน may be being used คำว่า may เพิ่มความหมายว่าเป็นไปได้ be สร้างชั้นความหมายต่อเนื่องร่วมกับ being และ being สร้างชั้นความหมายกรรมวาจกร่วมกับ used รูปแบบคือ กริยาช่วยบอกท่าที + be + being + กริยาช่องที่สาม หมายถึงการกระทำอาจกำลังดำเนินอยู่ และประธานเป็นผู้รับการกระทำนั้น ในประโยคนี้ may be being used หมายถึงวลีนั้นอาจกำลังถูกใช้ในเวลานั้น รูป be ทั้งสองรูปจำเป็นต้องมี ส่วน may being used ไม่ถูกต้องตามไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย may และรูปกรรมวาจกแบบต่อเนื่องของ use: The technical term ____ too broadly right now.
ดูคำตอบ
may be being used
but it nevertheless touches on one of the major traditions of European philosophy, กริยาวลี
0:17แต่มันก็ยังคงเชื่อมโยงกับหนึ่งในขนบหลักของปรัชญายุโรป
touches on: กล่าวถึงหัวข้ออย่างสั้น ๆ
ในที่นี้ touches on หมายถึงกล่าวถึงหรือแตะประเด็นหนึ่งอย่างสั้น ๆ ประโยคนี้บอกว่าเนื้อหามีความเกี่ยวข้องกับขนบทางปรัชญาที่สำคัญ แต่ไม่ได้อ้างว่าอธิบายขนบนั้นอย่างครบถ้วน touch on เป็นกริยาวลีที่ตามด้วยหัวข้อ: touch on + issue/topic/idea โดยทั่วไปสื่อว่ารายละเอียดที่กล่าวถึงมีจำกัด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “กล่าวถึงสั้น ๆ โดยไม่ได้อภิปรายอย่างครบถ้วน”: The introduction ____ the cost issue, but the details appear later.
ดูคำตอบ
touches on
closely associated with the ideas of five philosophers in particular:
0:22ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับแนวคิดของนักปรัชญาห้าท่านโดยเฉพาะ ได้แก่
Though these thinkers disagreed on many things,
0:32แม้ว่านักคิดเหล่านี้จะมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง
it is possible via their thought to come to a coherent view วลี
0:34แต่มันก็เป็นไปได้ที่จะอาศัยความคิดของพวกเขาเพื่อเข้าถึงมุมมองที่สอดคล้องกัน
come to a coherent view: สร้างความเข้าใจที่สอดคล้องกัน
ในประโยคนี้ come to a coherent view หมายถึงไปถึงความเข้าใจที่ชัดเจนและสอดคล้องกันภายใน หลังจากพิจารณาความคิดที่แตกต่างกัน come to แสดงว่ามุมมองนี้เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการ ไม่ใช่ความคิดเห็นที่มีอยู่แล้ว coherent บอกว่าส่วนต่าง ๆ ของมุมมองนั้นเข้ากันได้อย่างมีเหตุผล แต่ไม่ได้รับประกันว่ามุมมองนั้นถูกต้องหรือทุกคนเห็นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่แสดงว่าเกิดความเข้าใจที่สอดคล้องกันแล้ว: After reviewing the conflicting evidence, the panel managed to ____ of the problem.
ดูคำตอบ
come to a coherent view
and when it might therefore be helpful to refer to ourselves as going through one.
0:40และเมื่อใดจึงจะเป็นประโยชน์ที่จะเรียกสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ว่าวิกฤตดังกล่าว
when a lot that had previously seemed like common sense or normal
0:58ที่หลายสิ่งที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนเป็นสามัญสำนึกหรือเป็นเรื่องปกติ
reveals its contingent, chance, uncanny, and relative nature. การใช้คำ
1:02เผยให้เห็นธรรมชาติที่ไม่ได้ตั้งใจ บังเอิญ แปลกประหลาด และไม่แน่นอนของมัน
ธรรมชาติที่ไม่ตายตัว เกิดจากความบังเอิญ ชวนพิศวง และสัมพัทธ์
ในที่นี้ nature หมายถึงลักษณะพื้นฐานของสิ่งที่เคยดูเป็นเรื่องปกติ คำคุณศัพท์ทั้งสี่คำทำงานร่วมกัน ไม่ได้แบ่งสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นสี่ประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องกัน contingent บอกว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องลงเอยแบบนี้ chance เน้นความบังเอิญหรือการคาดเดาไม่ได้ uncanny บอกว่าสิ่งที่คุ้นเคยกลับรู้สึกแปลกและชวนพิศวง ส่วน relative บอกว่าสิ่งที่ดูเป็นเรื่องปกติขึ้นอยู่กับมุมมอง วัฒนธรรม หรือสถานการณ์ เมื่อนำมารวมกัน คำเหล่านี้ทำลายความรู้สึกว่าระเบียบที่มีอยู่นั้นเป็นธรรมชาติหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้
แบบฝึกหัด
คำบรรยายที่เน้นไว้บอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เคยดูเป็นเรื่องปกติ
- สิ่งเหล่านั้นถูกแบ่งเป็นสี่ประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- สิ่งเหล่านั้นจำเป็นและเป็นสากล แม้ว่าผู้คนจะไม่ชอบก็ตาม
- สิ่งเหล่านั้นอาจพัฒนาไปต่างจากเดิม อาจรู้สึกแปลกอย่างชวนพิศวง และขึ้นอยู่กับบริบท
ดูคำตอบ
สิ่งเหล่านั้นอาจพัฒนาไปต่างจากเดิม อาจรู้สึกแปลกอย่างชวนพิศวง และขึ้นอยู่กับบริบท
why we live in this part of the world rather than any other.
1:10ว่าทำไมเราถึงอาศัยอยู่ในซีกโลกนี้แทนที่จะเป็นที่อื่น
Why are we with this partner and are following this set of social norms?
1:19ทำไมเราถึงอยู่กับคู่รักคนนี้และทำตามบรรทัดฐานทางสังคมชุดนี้?
In short ในฐานะคำบอกการสรุป
In short เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่บอกผู้ฟังหรือผู้อ่านว่า การอภิปรายที่ยาวกว่ากำลังจะถูกย่อให้เหลือข้อสรุปหลัก ในประโยคนี้ คำดังกล่าวรวบรวมคำถามและตัวอย่างก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปเดียวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ซ่อนอยู่ คำนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยส่วนก่อนหน้าให้รายละเอียดหรือเหตุผล และส่วนที่ตามมาให้ข้อสรุปที่กระชับ ไม่ได้หมายความว่าส่วนที่เหลือของประโยคจะต้องสั้นเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ In short ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสรุปรายละเอียดก่อนหน้า
- We need to leave now, so please speak in short.
- The train will arrive in short.
- We compared the price, speed, and reliability of all three plans. In short, the second plan is the best fit.
ดูคำตอบ
We compared the price, speed, and reliability of all three plans. In short, the second plan is the best fit.
คำเปรียบเปรย beneath the surface
ในประโยคนี้ beneath the surface เป็นคำเปรียบเปรยถึงความเป็นไปได้ที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพที่คุ้นเคยของชีวิตประจำวัน ทางเลือกเหล่านั้นไม่ได้อยู่ใต้สิ่งใดจริง ๆ แต่เป็นสิ่งที่เรามักไม่ทันสังเกตหรือไม่ยอมรับว่ามีอยู่ ภาพเปรียบนี้ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ชีวิตดูเหมือนจะมีให้ กับสิ่งที่อาจค้นพบเมื่อมองผ่านภาพภายนอกนั้นไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ขึ้นต้นด้วย beneath: The proposal looks simple, but ____ there are several difficult trade-offs.
ดูคำตอบ
beneath the surface
allow ourselves to imagine: อนุญาตให้ตัวเองจินตนาการ
allow ourselves to imagine ใช้โครงสร้าง allow + สรรพนามสะท้อนกลับ + to-infinitive เมื่อประธานคือ we จึงต้องใช้สรรพนามสะท้อนกลับ ourselves หมายถึงเราอนุญาตให้ตัวเองจินตนาการ allow ในที่นี้เป็นการอนุญาตทางความคิด ไม่ใช่การอนุมัติอย่างเป็นทางการ สำนวนนี้สื่อว่าปกติเรามักห้ามตัวเองไม่ให้คิดถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ ดังนั้นจึงหมายถึงการปลดข้อจำกัดที่ตนเองสร้างขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ allow oneself to imagine ในรูปอดีตที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: After years of avoiding the question, we finally ____ a different future.
ดูคำตอบ
allowed ourselves to imagine
ใช้ freer than we thought เมื่อความจริงเกินกว่าการประเมินเดิม
Freer เป็นรูปขั้นกว่าของ free และหมายถึง “มีอิสระมากกว่า” ในที่นี้ than we thought เปรียบเทียบระดับอิสระที่เป็นจริงกับสิ่งที่กลุ่มเคยคิดไว้ ไม่ได้เปรียบเทียบว่าใครมีอิสระมากกว่าใคร รูปแบบ คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than we thought แสดงว่าความจริงในด้านนั้นเกินกว่าการประเมินก่อนหน้า รูปแบบนี้ใช้กับคำอย่าง easier, worse และ more expensive ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่างานนั้นง่ายกว่าที่กลุ่มเคยคิดไว้จริง ๆ
- We thought the task would become easier.
- The task was as easy as we thought.
- The task was easier than we thought.
ดูคำตอบ
The task was easier than we thought.
Secondly, this revelation is acutely anxiety-inducing. การใช้คำ
1:34ประการที่สอง การตระหนักรู้นี้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรง
acutely anxiety-inducing: ก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรง
Anxiety-inducing เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ใช้เครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “ก่อให้เกิดความวิตกกังวล” คำนาม anxiety ระบุผลที่เกิดขึ้น ส่วน inducing หมายถึงการทำให้ผลนั้นเกิดขึ้น ในประโยคนี้คำประสมดังกล่าวขยาย revelation Acutely เพิ่มระดับความเข้มของคำคุณศัพท์ โดยสื่อว่าการตระหนักรู้นั้นทำให้เกิดความวิตกกังวลอย่างฉับคมและรู้สึกได้อย่างรุนแรง ที่นี่ไม่ได้หมายถึง “เฉียบพลัน” ในทางการแพทย์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลกระทบ + -inducing เช่น stress-inducing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ก่อให้เกิดความวิตกกังวลที่รู้สึกได้อย่างฉับคมและรุนแรง”: The uncertainty was ____.
ดูคำตอบ
acutely anxiety-inducing
bring with it + ผลเชิงนามธรรม
ในโครงสร้าง X brings with it Y นั้น X ทำให้ Y เกิดขึ้นเป็นผลที่ตามมา โดย Y มักอยู่หลัง with it เช่นใน bring with it calm โดยเฉพาะเมื่อ Y เป็นผลกระทบเชิงนามธรรม ในที่นี้ doesn't bring with it calm หมายความว่า การตระหนักถึงเสรีภาพไม่ได้ทำให้เกิดความสงบอย่างที่คาดไว้ ส่วน with it ไม่ได้หมายถึงการถือหรือพกสิ่งของมาด้วยจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีผลที่เกี่ยวข้องตามมา”: A major decision can ____ unexpected pressure.
ดูคำตอบ
bring with it
quite the opposite เพื่อแสดงการพลิกกลับอย่างชัดเจน
quite the opposite ปฏิเสธแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงและบอกว่าสถานการณ์จริงตรงกันข้ามกับแนวคิดนั้นโดยตรง ในที่นี้ quite เน้นคำว่า opposite ให้หมายถึง “โดยสิ้นเชิง” หรือ “ตรงกันพอดี” ไม่ใช่ “ค่อนข้าง” เมื่อวางหลังข้อความปฏิเสธ วลีนี้จะสร้างจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนและเตรียมผู้ฟังให้รับผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม ในประโยคนี้ ความสงบที่คาดไว้ถูกปฏิเสธ และผลที่เกิดขึ้นจริงถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งตรงข้าม
แบบฝึกหัด
quite the opposite ในข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร? “Some people expected the new rule to simplify the process. Quite the opposite, it created more work.”
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร
- ผลลัพธ์แตกต่างจากที่คาดไว้เพียงเล็กน้อย
- ผลลัพธ์ตรงกันข้ามกับที่คาดไว้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ตรงกันข้ามกับที่คาดไว้อย่างชัดเจน
We recognize that we'd been deluding ourselves about what had to be. วลี
1:43เรารับรู้ว่าเราหลอกตัวเองมาตลอดเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นต้องเป็นไป
deluding ourselves: การหลอกตัวเอง
delude ourselves หมายถึงทำให้หรือปล่อยให้ตัวเราเองเชื่อสิ่งที่ไม่จริง ในประโยคนี้ เรามองรูปแบบชีวิตที่เป็นเพียงหนึ่งในความเป็นไปได้ราวกับว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คำสรรพนามสะท้อนกลับ ourselves แสดงว่า “เรา” เป็นทั้งผู้สร้างและผู้รับความเชื่อที่ผิด กล่าวคือเราหลอกตัวเอง สำนวนนี้หนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่า we were wrong เพราะสื่อว่าเรามีส่วนช่วยรักษาความเชื่อนั้นไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ delude และคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ตรงกับประธาน: We finally admitted that we'd been ____ about our chances.
ดูคำตอบ
deluding ourselves
ความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่สุดมีต่อตัวเราเอง ไม่ใช่โลกทางสังคม
รูปแบบ X, not Y จะบอกจุดที่ต้องการเน้นคือ X ก่อน แล้วจึงปฏิเสธตัวเลือก Y ที่ผู้ฟังอาจคาดไว้โดยตรง ในที่นี้ to ourselves เป็นจุดเน้น ส่วน not the social world แก้ความเข้าใจที่ว่าความคาดหวังของสังคมมีอำนาจตัดสินขั้นสุดท้ายเหนือทางเลือกของเรา ultimate กำหนดระดับของการเปรียบต่าง โดยหมายถึงความรับผิดชอบในระดับที่ลึกที่สุดหรือขั้นสุดท้าย ประโยคนี้ไม่ได้ปฏิเสธหน้าที่ทั้งหมดต่อสังคม แต่จัดให้ความรับผิดชอบส่วนบุคคลเป็นพื้นฐานขั้นสุดท้ายของการเลือก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแก้ความเข้าใจที่ว่าราคาเป็นเรื่องหลักอย่างชัดเจน และทำให้คุณภาพเป็นจุดเน้นที่แท้จริง?
- Our main concern is not only quality but also price.
- Our main concern is quality, not price.
- Our main concern is both quality and price.
ดูคำตอบ
Our main concern is quality, not price.
Third, we develop a heightened awareness of death.
2:03ประการที่สาม เรามีความตระหนักรู้เรื่องความตายมากขึ้น
running out: ทรัพยากรกำลังจะหมด
ในประโยคนี้ running out หมายถึง "ค่อย ๆ ถูกใช้จนไม่เหลือ" สิ่งที่กำลังหมดไปคือเวลา ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงการวิ่งออกไปข้างนอกจริง ๆ เมื่อทรัพยากรเป็นประธาน ให้ใช้ run out โดยไม่ใส่ of: Time is running out. เมื่อคนหรือกลุ่มเป็นประธาน ให้ใช้ run out of + ทรัพยากร: We are running out of time.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ run out ที่หมายถึง "กำลังถูกใช้จนหมด": The flashlight is getting dim because its battery power is ____.
ดูคำตอบ
running out
the clock is ticking ever louder: แรงกดดันด้านเวลาที่เพิ่มขึ้น
The clock is ticking ใช้เสียงเดินอย่างสม่ำเสมอของนาฬิกาเป็นอุปมา หมายความว่าเวลาที่มีอยู่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง และการชะลอการลงมือทำอาจมีผลตามมา ทำให้เส้นตายหรือโอกาสที่กำลังหายไปดูเหมือนใกล้เข้ามาทุกที Ever louder หมายถึง "ดังขึ้นเรื่อย ๆ" ในที่นี้ไม่ได้บอกว่านาฬิกาจริงมีเสียงดังขึ้น แต่หมายถึงแรงกดดันจากเวลาที่จำกัดกำลังยากที่จะมองข้ามมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค "As the deadline approaches, the clock is ticking ever louder," แนวคิดที่เน้นไว้หมายถึงอะไร
- นาฬิกาจริงกำลังส่งเสียงดังขึ้น
- เส้นตายผ่านไปแล้ว
- แรงกดดันให้ลงมือทำกำลังยากที่จะมองข้ามมากขึ้น
ดูคำตอบ
แรงกดดันให้ลงมือทำกำลังยากที่จะมองข้ามมากขึ้น
Fourth, and crucially for all the existential philosophers,
2:13ประการที่สี่ และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักปรัชญาอัตถิภาวนิยมทุกคน
denied the information we would need to choose with ultimate wisdom or certainty.
2:21เราถูกปฏิเสธข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการเลือกด้วยภูมิปัญญาหรือความแน่นอนขั้นสูงสุด
We are forced to decide but can never be assured that we've done so adequately. ไวยากรณ์
2:26เราถูกบังคับให้ตัดสินใจแต่ไม่เคยแน่ใจได้เลยว่าเราทำได้ดีพอ
Are forced to decide: ความจำเป็นเมื่อไม่มีทางเลือกจริง ๆ
Are forced to decide ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be forced to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสถานการณ์ทำให้คนเราไม่มีทางเลือกจริง ๆ นอกจากต้องตัดสินใจ ประโยคนี้ไม่ได้ระบุผู้บังคับที่เป็นบุคคลใดโดยเฉพาะ forced ไม่จำเป็นต้องสื่อถึงการใช้ความรุนแรง กฎ กำหนดเวลา ตัวเลือกที่จำกัด หรือความเป็นจริงเองก็สร้างแรงกดดันนี้ได้
แบบฝึกหัด
พายุทำให้ถนนเพียงสายเดียวปิดลง เติมประโยคให้สมบูรณ์: “Because there is no safe route, the drivers ____ the trip.”
- are forced to cancel
- choose to cancel
- are allowed to cancel
ดูคำตอบ
are forced to cancel
and therefore we can be guaranteed to make a lot of mistakes.
2:34และดังนั้นจึงรับประกันได้ว่าเราจะทำผิดพลาดมากมาย
Steering blind: การตัดสินใจโดยมีข้อมูลไม่เพียงพอ
Steering blind เป็นคำเปรียบเทียบ To steer หมายถึงควบคุมทิศทาง ส่วน blind บรรยายการทำเช่นนั้นโดยมองไม่เห็นว่ากำลังไปทางไหน ในที่นี้หมายถึงการตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอให้รู้ว่าทิศทางใดดีที่สุด ไม่ได้หมายความว่ามีใครมองไม่เห็นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Without current maps, the rescue team is steering blind,” steering blind หมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขากำลังตัดสินใจโดยมีข้อมูลไม่เพียงพอ
- พวกเขากำลังทำตามแผนที่รับประกันความสำเร็จ
- พวกเขากำลังขับรถโดยหลับตาจริง ๆ
ดูคำตอบ
พวกเขากำลังตัดสินใจโดยมีข้อมูลไม่เพียงพอ
The condition of mankind is to have to plot our course in the dark
2:39สภาพของมนุษยชาติคือการต้องกำหนดเส้นทางของเราในความมืด
This leads to another favorite word for the existentialists, anxiety.
2:46นำไปสู่คำศัพท์โปรดอีกคำของนักอัตถิภาวนิยม นั่นคือ ความวิตกกังวล
not about this or that particular thing, but as a basic feature: จากเป้าหมายเฉพาะสู่ลักษณะพื้นฐาน
ในที่นี้ not about this or that particular thing ตัดความหมายที่ว่าความกังวลมีเป้าหมายหรือสาเหตุเฉพาะเพียงอย่างเดียวออกไป ส่วน this or that หมายถึง “สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือสิ่งอื่น” ไม่ใช่ตัวเลือกสองอย่างที่รู้แน่ชัดอยู่แล้ว แต่ as a basic feature ย้ายคำอธิบายไปสู่ระดับที่กว้างกว่า โดยนำเสนอความกังวลว่าเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในชีวิตมนุษย์เอง ความเปรียบต่างนี้เปลี่ยนจากความกังวลชั่วคราวที่มีเป้าหมายชัดเจน ไปเป็นสภาวะทั่วไปที่เกิดจากการต้องเลือกท่ามกลางความไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย 'anxious, not about this or that particular thing, but as a basic feature' ได้ดีที่สุด
- ตัดเป้าหมายเฉพาะของความกังวลออก และนำเสนอความกังวลว่าเป็นลักษณะทั่วไปของสถานการณ์
- แทนที่ความกังวลเฉพาะเรื่องหนึ่งด้วยความกังวลเฉพาะอีกเรื่องหนึ่ง
- บอกว่าความกังวลจะเกิดขึ้นหลังจากเลือกผิดเท่านั้น
ดูคำตอบ
ตัดเป้าหมายเฉพาะของความกังวลออก และนำเสนอความกังวลว่าเป็นลักษณะทั่วไปของสถานการณ์
without any security ... and without sufficient time: ข้อจำกัดสองข้อที่ขนานกัน
วลี without สองวลีประกอบกันเป็นโครงสร้างคู่ขนาน วลีแรกบอกว่าไม่มีความมั่นใจว่าการเลือกนั้นดีแล้ว โดย security ในที่นี้หมายถึงความแน่นอนหรือความมั่นใจ ไม่ใช่ความปลอดภัยทางกาย วลีที่สองบอกว่าไม่มีเวลามากพอที่จะพิจารณาตัวเลือกทั้งหมด การใช้ without ซ้ำทำให้ข้อจำกัดทั้งสองมีน้ำหนักทางไวยากรณ์เท่ากันและทำให้ขอบเขตชัดเจน กล่าวคือขาดทั้งความมั่นใจและเวลา ส่วน and เพียงเพิ่มข้อจำกัดที่สอง ไม่ได้บอกว่าข้อจำกัดหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกข้อหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง without ซ้ำเพื่อแสดงว่าทรัพยากรทั้งสองอย่างไม่มีอยู่: The hikers continued ____ a map and ____ enough daylight to see the trail.
ดูคำตอบ
without · without
yet the existential philosophers don't mean to depress us. การใช้คำ
3:08แต่นักปรัชญาอัตถิภาวนิยมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เราซึมเศร้า
mean to depress: mean to + กริยาเพื่อแสดงเจตนา
ในประโยคนี้ mean to depress หมายถึง “ตั้งใจทำให้ใครบางคนรู้สึกเศร้าหรือท้อแท้” นักปรัชญาไม่ได้พยายามทำให้เกิดผลเช่นนั้น โครงสร้าง mean to + กริยารูปพื้นฐานใช้แสดงเจตนา รูปปฏิเสธอย่าง don't mean to + กริยา บอกว่าการกระทำหรือผลลัพธ์นั้นไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ โดย mean ในที่นี้ไม่ได้ใช้ในความหมายว่า “หมายความว่า”
แบบฝึกหัด
ใช้ mean to และกริยา hurt เติมประโยคขอโทษให้สมบูรณ์: I didn't ____ your feelings.
ดูคำตอบ
mean to hurt
They want to lend dignity and grandeur to dilemmas วลี
3:12พวกเขาต้องการมอบศักดิ์ศรีและความยิ่งใหญ่ให้กับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
lend dignity and grandeur to dilemmas: lend + คุณลักษณะ + to
ในที่นี้ lend dignity and grandeur to dilemmas หมายถึง “มอบคุณลักษณะด้านศักดิ์ศรีและความยิ่งใหญ่ให้แก่ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ทำให้สิ่งเหล่านั้นดูสูงส่งและสำคัญขึ้น lend เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีการให้ยืมสิ่งของจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ lend + คุณลักษณะเชิงนามธรรม + to + คนหรือสิ่งของ ประธานเป็นสิ่งที่สร้างผลนั้น คุณลักษณะอยู่หลัง lend และผู้รับคุณลักษณะอยู่หลัง to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ lend ในโครงสร้างเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกัน คือ lend + quality + to?
- A clear heading can lend structure to the report.
- Could you lend me your charger until tomorrow?
- The bank refused to lend us the money.
ดูคำตอบ
A clear heading can lend structure to the report.
when they are in fact fundamental features of the human condition
3:22ทั้งที่ความจริงแล้ว มันเป็นลักษณะพื้นฐานของสภาพมนุษย์
which ennoble us when we consider them with sufficient depth.
3:26ซึ่งช่วยยกระดับจิตใจเราเมื่อเราพิจารณามันอย่างลึกซึ้งพอ
that intelligent choice might be possible and untragic in structure.
3:40ที่ว่าการเลือกอย่างชาญฉลาดอาจเป็นไปได้และไม่มีโครงสร้างที่เป็นโศกนาฏกรรม
offer us a useful corrective to: เสนอมุมมองที่ช่วยถ่วงดุล
ในโครงสร้าง offer someone a corrective to X คำว่า corrective เป็นคำนามนับได้ หมายถึงแนวคิด มุมมอง หรือมาตรการที่ช่วยต้านข้อผิดพลาด อคติ หรือความไม่สมดุลใน X ในประโยคนี้ แนวคิดแบบอัตถิภาวนิยมถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีทบทวนมุมมองที่เป็นอันตรายเกี่ยวกับการเลือก วลีนี้ไม่ได้หมายความเสมอไปว่า X ผิดทั้งหมดหรือต้องถูกละทิ้ง a corrective อาจช่วยคืนสมดุลด้วยการเติมสิ่งที่มุมมองเดิมมองข้ามไป
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับอธิบายมุมมองใหม่ที่ช่วยถ่วงดุลความเชื่อซึ่งเรียบง่ายเกินไป แทนที่จะหมายถึงการแก้ข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริงเฉพาะจุด
- offers a useful penalty for
- offers a useful corrective to
- offers a useful correction to
ดูคำตอบ
offers a useful corrective to
An existential approach tempers the modern sentimental notion
3:45แนวทางแบบอัตถิภาวนิยมช่วยลดทอนแนวคิดทางอารมณ์สมัยใหม่
within reach: ทำให้สำเร็จได้แต่ยังไม่สำเร็จ
Within reach เป็นบุพบทวลีที่ใช้ตามหลัง be หรือคำกริยาอย่าง seem เพื่อบอกว่าบางสิ่งอยู่ใกล้พอที่จะได้มาหรือทำให้สำเร็จได้ วลีนี้มาจากแนวคิดตามตัวอักษรว่าสิ่งนั้นอยู่ใกล้พอให้เอื้อมมือไปสัมผัส ใน perfection is within reach ระยะทางเป็นการเปรียบเทียบ หมายถึงความสมบูรณ์แบบถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้จริง วลีนี้สื่อถึงความเป็นไปได้หรือความใกล้เคียง ไม่ได้หมายความว่าบรรลุเป้าหมายแล้วหรือรับประกันว่าจะสำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ทำให้สำเร็จได้แต่ยังไม่สำเร็จ”: With one more win, the championship is ____.
ดูคำตอบ
within reach
it's one of the most predictable and poignant things about being alive.
3:58มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่คาดเดาได้และสะเทือนใจที่สุดของการมีชีวิตอยู่
ความหมายเชิงอุปมาของ the agony of choice
the agony of choice เป็นอุปมาถึงความเจ็บปวดทางใจจากการต้องเลือกทั้งที่ไม่มีตัวเลือกใดดูถูกต้องอย่างชัดเจน ปกติ agony หมายถึงความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรง แต่ในที่นี้ใช้เน้นความเครียด ความลังเล และความรับผิดชอบที่มากับการตัดสินใจ วลีนี้ไม่ได้บอกว่าการมีตัวเลือกเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไป แต่เน้นภาระที่เกิดจากความไม่แน่นอน นั่นคือคุณต้องเลือกและอาจต้องอยู่กับผลของการเลือกนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงภาระอันเจ็บปวดของการต้องตัดสินใจ: With two equally good offers, Lena felt ____.
ดูคำตอบ
the agony of choice
การปรับกรอบความคิดด้วย isn't X, it's Y
โครงสร้าง isn't X, it's Y แก้ความเข้าใจแบบหนึ่งแล้วแทนที่ด้วยอีกแบบทันที ในที่นี้ isn't some anomaly ปฏิเสธความคิดที่ว่าความทุกข์นี้เป็นความผิดปกติที่ไม่ธรรมดา ส่วน it's one of the most predictable and poignant things ปรับกรอบใหม่ให้มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่พบได้ทั่วไปและสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง ใจความสำคัญอยู่หลัง it's ผู้พูดไม่ได้เพียงปฏิเสธป้ายกำกับ แต่กำลังมอบกรอบความเข้าใจใหม่ให้ผู้ฟัง Predictable ในที่นี้หมายถึงเป็นเรื่องปกติจนคาดหมายได้ ไม่ได้หมายถึงน่าเบื่อ ส่วน poignant เพิ่มความรู้สึกเศร้าที่ทำให้สะเทือนใจ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างการปฏิเสธแล้วปรับกรอบใหม่ให้สมบูรณ์: Her question ____ a complaint; ____ a request for clarification.
ดูคำตอบ
isn't · it's
This is a message we benefit from hearing quite often
4:03นี่คือข้อความที่เราจะได้รับประโยชน์จากการฟังบ่อยๆ
that in fact every life is burdened by it in some shape or form. สำนวน
4:09ว่าแท้จริงแล้วทุกชีวิตล้วนแบกรับความเสียใจในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
โครงสร้าง what helps with X is Y
ในประโยคนี้ what helps with regret is the knowledge that... หมายถึง “สิ่งที่ช่วยให้รับมือกับความเสียใจได้คือการรู้ว่า...” ส่วน What helps with regret เป็นอนุประโยคนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ไม่ใช่คำถาม และส่วนหลัง is จะบอกปัจจัยที่ช่วยได้จริง โครงสร้าง what helps with X is Y ที่นำไปใช้ต่อได้จะกล่าวถึงปัญหา X ก่อน แล้วจึงระบุปัจจัย Y ที่ช่วยได้ จึงเหมาะกับการจัดลำดับคำแนะนำ การวิเคราะห์ และการสรุปให้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง what helps with X is Y: ____ homesickness ____ staying in touch with friends.
ดูคำตอบ
What helps with · is
สำนวน in some shape or form
In some shape or form หมายถึง “ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง” กล่าวคือ สิ่งนั้นมีอยู่จริง แต่รูปแบบที่แน่นอนอาจแตกต่างกันหรือไม่ได้ระบุไว้ ในประโยคนี้หมายความว่า ทุกชีวิตมีความเสียใจ แม้ความเสียใจจะปรากฏต่างกันไปในแต่ละชีวิต Shape และ form ในสำนวนตายตัวนี้ไม่ได้หมายถึงรูปร่างทางกายภาพตามตัวอักษร สำนวนนี้ช่วยให้กล่าวถึงภาพรวมได้ โดยยังเปิดพื้นที่ให้ความแตกต่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เรียนในหัวข้อนี้ซึ่งหมายถึง “ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง”: Printed books will remain part of education ____.
ดูคำตอบ
in some shape or form
The regret-free life exists only in movies and songs. การใช้คำ
4:21ชีวิตที่ปราศจากความเสียใจมีอยู่แต่ในภาพยนตร์และเพลงเท่านั้น
regret-free life: คำนาม + -free
ใน regret-free คำนาม regret รวมกับ -free เพื่อสร้างคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า “ปราศจากความเสียใจ” หรือ “ไม่ถูกความเสียใจรบกวน” ดังนั้น a regret-free life จึงหมายถึงชีวิตที่ไม่มีความเสียใจ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + -free เช่น risk-free, stress-free และ sugar-free ในรูปแบบนี้ free หมายถึง “ไม่มีสิ่งที่คำนามนั้นระบุ” ไม่ได้หมายถึง “ไม่ต้องเสียเงิน”
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบคำนาม + -free เติมประโยคเกี่ยวกับห้องที่ไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ให้สมบูรณ์: This is a ____ room.
ดูคำตอบ
smoke-free
that one had the option to choose correctly, but failed. วลี
4:30ที่ว่าคนเรามีทางที่จะเลือกได้ถูกต้อง แต่กลับล้มเหลว
The way to X is to Y: เชื่อมเป้าหมายกับวิธีการ
The way to X is to Y เชื่อมเป้าหมายเข้ากับการกระทำที่นำเสนอว่าเป็นวิธีไปถึงเป้าหมายนั้น ในประโยคนี้ to diminish our anxiety and panic ระบุเป้าหมาย ส่วน is to alleviate ... นำเสนอการกระทำที่ผู้พูดบอกว่าจะช่วยให้บรรลุเป้าหมาย to ที่เน้นไว้ทั้งสองตำแหน่งใช้สร้าง infinitive จึงตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน คือ diminish และ alleviate รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ The way to + วลีกริยา + is to + วลีกริยา
แบบฝึกหัด
ใช้ The way to X is to Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ improve your pronunciation ____ record yourself and listen back.
ดูคำตอบ
The way to · is to
have the option to choose: มีทางเลือกให้เลือก
ในประโยคนี้ had the option to choose หมายถึง ณ ตอนนั้นมีการกระทำให้เลือก โครงสร้างคือ have the option to + กริยารูปพื้นฐาน โดย choose คือการกระทำที่สามารถเลือกได้ สำนวนนี้เน้นเสรีภาพในการเลือกหรือการมีทางเลือกอื่น ไม่ได้เน้นความสามารถที่จะทำให้สำเร็จ การมีทางเลือกที่จะเลือกให้ถูกต้องไม่ได้แปลว่าคนนั้นรู้ว่าตัวเลือกใดถูก หรือได้เลือกถูกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ "have the option to": Members ____ attend the meeting online instead.
ดูคำตอบ
have the option to
as the existential philosophers so beautifully admitted,
4:36อย่างที่นักปรัชญาอัตถิภาวนิยมยอมรับไว้อย่างงดงาม
a degree of disappointment: ความผิดหวังในระดับหนึ่ง
ในที่นี้ a degree of disappointment หมายถึงมีความผิดหวังอยู่บ้าง โดยไม่ได้กล่าวว่าเป็นความผิดหวังทั้งหมดหรือไม่มีขอบเขต Degree หมายถึงปริมาณหรือระดับ ไม่ใช่วุฒิการศึกษาหรือหน่วยวัดอุณหภูมิ โครงสร้าง a degree of + คำนามนามธรรม ช่วยกำหนดระดับของข้อความแทนการกล่าวแบบเด็ดขาด เหมาะเมื่ออยากยอมรับว่ามีความรู้สึก คุณสมบัติ หรือผลกระทบอยู่ แต่ไม่ระบุความรุนแรงที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ใช้ "a degree of" เพื่อทำให้ข้อความระมัดระวังขึ้น: The sudden change caused ____ confusion.
ดูคำตอบ
a degree of