คณิตศาสตร์ในภาพวิทรูเวียนแมนของดาวินชี - James Earle: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
551 คำ 208 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดภาพมนุษย์วิตรูเวียนของเลโอนาร์โดจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคเรอเนซองส์ โดยเชื่อมปัญหาเรขาคณิตเรื่องวงกลมกับสี่เหลี่ยม สัดส่วนร่างกายของวิตรูเวียส แนวคิดนีโอเพลโตว่าด้วยเสรีภาพของมนุษย์ และการรวมศิลปะ คณิตศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา และสถาปัตยกรรมไว้ด้วยกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. often called squaring a circle — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจโจทย์โบราณเรื่องการสร้างสี่เหลี่ยมที่มีพื้นที่เท่ากับวงกลม และมองเห็นว่าโจทย์ที่เป็นไปไม่ได้ในทางคณิตศาสตร์นี้เป็นบริบทสำคัญต่อการตีความวิธีที่เลโอนาร์โดใช้ร่างกายมนุษย์เชื่อมรูปทรงทั้งสองในเชิงอุปมา 2. could crawl down the chain and behave like an animal, or crawl up the chain and behave like a god. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ติดตามอุปมาเรื่องมหาสายโซ่แห่งสรรพสิ่ง และตีความการเคลื่อนลงหรือขึ้นว่าเป็นทางเลือกของมนุษย์ที่จะตกต่ำทางศีลธรรมหรือยกระดับทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่การปีนป่ายจริง 3. No wonder it has become such an icon for the entire time period. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า No wonder เป็นข้อสรุปที่ถือว่าเหตุผลก่อนหน้ามีน้ำหนักเพียงพอ และนำไปใช้เชื่อมเหตุผลหลายข้อเข้ากับผลลัพธ์ที่ผู้ฟังเข้าใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This image, of the Vitruvian Man, taken from Leonardo's sketches, has become one of the most recognizable symbols of the Renaissance. โน้ต

0:15

ภาพของ Vitruvian Man ที่นำมาจากภาพสเก็ตช์ของ Leonardo นี้ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่คนจดจำได้มากที่สุดของยุคเรอเนสซองส์

ไวยากรณ์

taken from Leonardo's sketches: ส่วนขยายคำนามแบบถูกกระทำที่ลดรูป

taken from Leonardo's sketches เป็นวลี past participle ที่วางหลังนามวลี This image เพื่อบอกที่มาของภาพ และสามารถเขียนเต็มได้เป็น which was taken from Leonardo's sketches เนื่องจากเป็นอนุประโยคขยายคำนามรูปถูกกระทำที่ลดรูป taken จึงขยาย image และไม่ใช่กริยาหลัก กริยาวลีหลักคือ has become โครงสร้างกระชับแบบนี้มักใช้เมื่อคำบรรยายต้องเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี past participle ได้ถูกต้องเพื่อบอกที่มาของภาพเหมือน

  1. The portrait, copied from an old photograph, hangs in the library.
  2. The portrait, copying from an old photograph, hangs in the library.
  3. The portrait, was copied from an old photograph, hangs in the library.
ดูคำตอบ

The portrait, copied from an old photograph, hangs in the library.

วลี

has become: การเปลี่ยนแปลงในอดีตที่มีผลในปัจจุบัน

Has become เป็นรูป present perfect ของ become ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนปัจจุบันและเน้นผลที่ยังเป็นจริงอยู่ คือปัจจุบันภาพนี้มีสถานะเป็นสัญลักษณ์ของยุคเรอเนซองส์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง Become ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมในที่นี้ ตามด้วยนามวลี one of the most recognizable symbols of the Renaissance ซึ่งบอกสถานะใหม่ของภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ subject + has/have become + a noun phrase or adjective

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ become เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงที่มีผลซึ่งยังเป็นจริงในปัจจุบัน: Over the years, the small festival ____ an international event.

ดูคำตอบ

has become

ไวยากรณ์

one of the most recognizable symbols: สมาชิกหนึ่งรายในกลุ่มขั้นสูงสุด

one of the most recognizable symbols จัดให้ภาพนี้อยู่ในกลุ่มสัญลักษณ์ที่โดดเด่นว่าเป็นที่จดจำได้ง่ายมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ เพราะ one of หมายถึง “สมาชิกหนึ่งรายในกลุ่ม” คำนามจึงต้องเป็นพหูพจน์ symbols ไม่ใช่ symbol สำนวนนี้ระมัดระวังกว่า the most recognizable symbol ซึ่งจะชี้ว่าภาพนี้เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุด แทนที่จะเป็นหนึ่งในกลุ่มอันดับต้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง one of + the + ขั้นสูงสุด โดยใช้คำคุณศัพท์ old: The oak is ____ trees in the park.

ดูคำตอบ

one of the oldest

But why?

0:21

แต่ทำไมล่ะ?

It's a simple pen and ink drawing, right? น้ำเสียง/เจตนา

0:22

มันก็แค่ภาพวาดด้วยปากกาและหมึกธรรมดา ๆ ไม่ใช่เหรอ?

Wrong.

0:24

ผิดแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

right? Wrong.: ตั้งความคาดหมายแล้วพลิกกลับทันที

Right? ดูเหมือนชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับข้อความก่อนหน้า จากนั้นผู้พูดตอบคำถามของตนเองด้วย Wrong และปฏิเสธข้อสรุปที่ดูง่ายนั้นทันที เมื่อใช้ร่วมกัน right? Wrong. เป็นการตั้งประเด็นแล้วพลิกกลับเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอให้ยืนยันจริง ๆ วิธีนี้ดึงความสนใจและบอกเป็นนัยว่าคำอธิบายต่อไปจะท้าทายความประทับใจแรก

แบบฝึกหัด

ผู้พูดทำอะไรใน “It looks harmless, right? Wrong.”?

  1. ขอให้ผู้ฟังตัดสินว่าวัตถุนั้นไม่เป็นอันตรายหรือไม่
  2. ยืนยันว่าวัตถุนั้นไม่เป็นอันตราย
  3. ชวนให้เห็นด้วย แล้วปฏิเสธความประทับใจแรกทันที
ดูคำตอบ

ชวนให้เห็นด้วย แล้วปฏิเสธความประทับใจแรกทันที

Let's start to answer this question with a math problem. ลำดับความ

0:26

เรามาเริ่มตอบคำถามนี้ด้วยโจทย์คณิตศาสตร์กันก่อน

ลำดับความ

Let's start to answer ... with ...: เปลี่ยนไปสู่จุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรม

ในประโยคนี้ Let's start to answer this question เป็นการบอกว่าจะเริ่มอธิบาย ส่วน with a math problem บอกว่าจะใช้สิ่งใดเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรม ประโยคนี้จัดข้อมูลโดยเปลี่ยนจากคำถามกว้าง ๆ ไปสู่กรณีเฉพาะที่จัดการได้ง่ายกว่า ในที่นี้ with หมายถึง “โดยใช้” หรือ “ใช้เป็นจุดเริ่มต้น” ไม่ได้หมายถึง “พร้อมกับโจทย์เพิ่มเติมอีกข้อ”

แบบฝึกหัด

“Let's start to answer our question about plant growth with a simple experiment.” มีหน้าที่หลักในการจัดลำดับคำอธิบายอย่างไร

  1. ประโยคนี้เพิ่มการทดลองที่ไม่เกี่ยวข้องหลังจากอธิบายเสร็จ
  2. ประโยคนี้เปลี่ยนจากคำถามกว้าง ๆ ไปสู่ขั้นตอนแรกที่เป็นรูปธรรม
  3. ประโยคนี้ประกาศว่าคำถามได้รับคำตอบครบถ้วนแล้ว
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เปลี่ยนจากคำถามกว้าง ๆ ไปสู่ขั้นตอนแรกที่เป็นรูปธรรม

I know how to calculate the area of a circle. ไวยากรณ์

0:29

ฉันรู้วิธีคำนวณพื้นที่ของวงกลม

ไวยากรณ์

know how to calculate the area of: การรู้วิธีทำ

know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงรู้วิธีหรือขั้นตอนที่จำเป็นในการทำบางสิ่ง ในที่นี้ how to calculate เป็นอนุประโยคแบบคำแสดงคำถาม + to-infinitive ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของ know ไม่ใช่ประโยคคำถามที่แยกออกมาต่างหาก ใน calculate the area of a circle ส่วน the area of a circle คือสิ่งที่ถูกคำนวณ ใช้โครงสร้างนี้เพื่อพูดถึงทักษะหรือขั้นตอนที่ได้เรียนรู้มาแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ know how to: Mia ____ solve the puzzle.

ดูคำตอบ

knows how to

I take the value for pi and multiply it by the radius squared. วลี

0:31

ฉันนำค่าพายมาคูณกับรัศมียกกำลังสอง

วลี

take the value for pi ... multiply it by the radius squared: การบอกขั้นตอนการคำนวณ

ในที่นี้ take the value for pi หมายถึง “ใช้ค่าตัวเลขของพาย” เป็นจำนวนแรกในการคำนวณ คำสรรพนาม it อ้างถึงค่านั้น Multiply A by B เป็นรูปแบบมาตรฐานในการบอก A × B ดังนั้น multiply it by the radius squared หมายถึงนำค่าพายไปคูณกับ r² โดย by ใช้นำตัวคูณตัวที่สอง ไม่ได้หมายถึงวิธีการที่ใช้ และ radius squared หมายถึง radius × radius

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการคำนวณ 3 × 4 ได้ถูกต้อง

  1. Multiply three from four to get twelve.
  2. Multiply three with four to get twelve.
  3. Multiply three by four to get twelve.
ดูคำตอบ

Multiply three by four to get twelve.

I also know how to take the area of a square.

0:34

ฉันยังรู้วิธีหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้วย

I multiply the base by itself.

0:36

ฉันนำความยาวฐานมาคูณกับตัวมันเอง

But how can I take the area of a circle ลำดับความ

0:39

แต่ฉันจะนำพื้นที่ของวงกลม

and create a square with an equal area?

0:41

ไปสร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่เท่ากันได้อย่างไร?

ลำดับความ

But how can I ...?: คำถามที่ใช้กำหนดปัญหาหลัก

But แสดงช่องว่างระหว่างสิ่งที่อธิบายไปแล้วกับประเด็นที่ยากกว่าซึ่งตอนนี้ต้องหาคำตอบ ส่วน How can I ...? ถามหาวิธีที่จะช่วยข้ามช่องว่างนั้น ในแง่การจัดลำดับข้อมูล คำถามทั้งประโยคกำหนดปัญหาหลักสำหรับคำอธิบายส่วนถัดไป สูตรหาพื้นที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการเตรียมพร้อม ส่วนการสร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่เท่ากันคือโจทย์ใหม่

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบาย “But how can we test this idea?” มีแนวโน้มทำหน้าที่ใดมากที่สุด

  1. เปลี่ยนจากข้อมูลที่รู้อยู่แล้วไปสู่ปัญหาหลักที่จะกล่าวถึงต่อไป
  2. ประกาศว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว
  3. นำเสนอหัวข้อย่อยที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากข้อมูลที่รู้อยู่แล้วไปสู่ปัญหาหลักที่จะกล่าวถึงต่อไป

This is a problem often called squaring a circle วัฒนธรรม

0:43

นี่คือโจทย์ที่มักเรียกกันว่า การสร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้มีพื้นที่เท่ากับวงกลม (Squaring a circle)

that was first proposed in the ancient world.

0:46

ซึ่งถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในโลกยุคโบราณ

วัฒนธรรม

often called squaring a circle: ปัญหาเรขาคณิตแบบดั้งเดิมเรื่องการสร้างสี่เหลี่ยมที่มีพื้นที่เท่ากับวงกลม

ในประโยคนี้ squaring a circle เป็นชื่อปัญหาเรขาคณิตแบบดั้งเดิมที่ให้สร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งมีพื้นที่เท่ากับวงกลมที่กำหนดทุกประการ โดยใช้เพียงไม้บรรทัดไม่มีสเกลกับวงเวียน ไม่ได้หมายถึงการวาดรูปทรงกลมใหม่ให้กลายเป็นสี่เหลี่ยมเท่านั้น ปัญหานี้มีมาตั้งแต่โลกยุคโบราณ และต่อมามีการพิสูจน์ว่าไม่สามารถทำได้ภายใต้กฎการสร้างดังกล่าว ประวัตินี้ยังทำให้ squaring the circle เชื่อมโยงในความหมายที่กว้างขึ้นกับการพยายามแก้ปัญหาที่เป็นไปไม่ได้ แต่ในที่นี้วลีดังกล่าวหมายถึงปัญหาเรขาคณิตจริงเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ squaring a circle หมายถึงอะไร

  1. นำรัศมีของวงกลมมาคูณกับตัวมันเอง
  2. สร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่เท่ากับวงกลมที่กำหนด
  3. วาดวงกลมไว้ในสี่เหลี่ยมใดก็ได้
ดูคำตอบ

สร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่เท่ากับวงกลมที่กำหนด

And like many ideas of the ancient world,

0:48

และเช่นเดียวกับแนวคิดหลายๆ อย่างในโลกยุคโบราณ

it was given new life during the Renaissance. สำนวน

0:49

มันได้รับชีวิตใหม่ในช่วงยุคเรอเนสซองส์

สำนวน

it was given new life: การฟื้นคืนที่แสดงด้วยรูปถูกกระทำ

Was given new life เป็นสำนวนเปรียบเทียบในรูปถูกกระทำ หมายความว่าแนวคิดเก่ากลับมามีบทบาท มีอิทธิพล หรือน่าสนใจอีกครั้ง ไม่ได้มีการสร้างชีวิตขึ้นมาจริง ๆ รูปถูกกระทำเน้นแนวคิดที่ได้รับการฟื้นคืน ไม่ได้เน้นบุคคลหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการฟื้นคืนนั้น รูปประโยคแบบกระทำคือ give something new life

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หายไปจาก give something new life ให้ประโยคสมบูรณ์: The neighborhood library was given ____ when volunteers reopened it.

ดูคำตอบ

new life

As it turns out, วลี

0:52

ผลปรากฏว่า

this problem is impossible to solve because of the nature of pi.

0:53

โจทย์ข้อนี้ไม่สามารถแก้ได้เนื่องจากธรรมชาติของค่าพาย

วลี

As it turns out: เกริ่นผลที่เพิ่งค้นพบภายหลัง

As it turns out ใช้เกริ่นข้อมูลที่เพิ่งมารู้ภายหลัง หรือข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้นหลังจากตรวจสอบ มักบอกเป็นนัยว่าผลลัพธ์ต่างจากที่เคยคาดไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอว่าโจทย์นี้แก้ไม่ได้ในฐานะข้อสรุปที่ได้หลังจากพิจารณาเรื่องค่า pi ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมเปิดประโยค ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ที่ใช้เกริ่นสิ่งที่เพิ่งค้นพบภายหลัง: ____, the missing file had been in the archive folder all along.

ดูคำตอบ

As it turns out

But that's another story. สำนวน

0:56

แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สำนวน

But that's another story: พักหัวข้อย่อยไว้ก่อน

That's another story เป็นสำนวนที่หมายความว่าหัวข้อที่เกี่ยวข้องมีภูมิหลังหรือความซับซ้อนของมันเอง แต่ผู้พูดจะยังไม่อธิบายตอนนี้ สำนวนนี้ช่วยกำหนดขอบเขตของหัวข้อและทำให้คำอธิบายปัจจุบันอยู่ในประเด็นหลัก But ส่งสัญญาณว่าจะออกจากหัวข้อย่อยนั้น story ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเรื่องเล่าตามตัวอักษร ทั้งประโยคมีความหมายใกล้เคียงกับ นั่นเป็นอีกเรื่องที่ไว้พูดกันคราวหน้า

แบบฝึกหัด

ใน “I know how the window broke, but that's another story,” ส่วนท้ายของประโยคหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดกำลังจะเล่าเรื่องแต่งที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  2. ผู้พูดคิดว่าข้อมูลก่อนหน้านี้ไม่จริง
  3. ยังมีภูมิหลังที่เกี่ยวข้องอีก แต่ผู้พูดจะไม่อธิบายตอนนี้
ดูคำตอบ

ยังมีภูมิหลังที่เกี่ยวข้องอีก แต่ผู้พูดจะไม่อธิบายตอนนี้

Leonardo's sketch,

0:57

ภาพสเก็ตช์ของ Leonardo

which is influenced by the writings of the Roman architect Vitruvius, ไวยากรณ์

0:58

ซึ่งได้รับอิทธิพลจากงานเขียนของ Vitruvius สถาปนิกชาวโรมัน

places a man firmly at the center of a circle and a square. วลี

1:02

ได้จัดวางผู้ชายคนหนึ่งให้อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของวงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างมั่นคง

ไวยากรณ์

which is influenced by ...: เพิ่มข้อมูลด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ

อนุประโยค which is influenced by the writings of the Roman architect Vitruvius เพิ่มข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับ Leonardo's sketch โดย which อ้างถึง sketch และ is influenced by ใช้รูปถูกกระทำเพื่อบอกแหล่งที่มาของอิทธิพล เครื่องหมายจุลภาคทั้งสองข้างแสดงว่าเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ จึงไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงภาพร่างใด เมื่อตัดอนุประโยคนี้ออก ประโยคหลัก Leonardo's sketch places a man ... ก็ยังสมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์ โครงสร้างนี้ช่วยแทรกข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาโดยไม่ขัดจังหวะใจความหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความได้ถูกต้อง เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุดที่ระบุไว้แล้ว

  1. The library, which was built in 1902, is now a museum.
  2. The library which was built in 1902, is now a museum.
  3. The library, that was built in 1902, is now a museum.
ดูคำตอบ

The library, which was built in 1902, is now a museum.

วลี

place X firmly at the center of Y: วาง X ไว้ที่ศูนย์กลางของ Y อย่างชัดเจน

Place X at the center of Y หมายถึงการจัดให้ X อยู่ตรงกลางของ Y ในประโยคนี้ places เป็นกริยาหลัก a man อยู่ในตำแหน่ง X และ a circle and a square อยู่ในตำแหน่ง Y ส่วน firmly อยู่ระหว่าง X กับ at the center เพื่อเน้นตำแหน่งให้ชัดเจนขึ้น โครงสร้างนี้ใช้เชิงเปรียบเทียบได้ด้วย การวางคนหรือแนวคิดไว้ที่ศูนย์กลางของแผน หมายถึงการถือว่าสิ่งนั้นเป็นจุดสำคัญที่สุด ในที่นี้ firmly หมายถึงอยู่ในตำแหน่งกลางอย่างชัดเจนและมั่นคง ไม่ได้หมายความว่าการวางนั้นใช้แรงทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้ place X firmly at the center of Y ในรูปที่ถูกต้อง: The stage design ____ the piano ____ the room.

ดูคำตอบ

places · firmly at the center of

Vitruvius claimed the navel is the center of the human body

1:05

Vitruvius อ้างว่าสะดือคือจุดศูนย์กลางของร่างกายมนุษย์

and that if one takes a compass and places the fixed point on the navel, ไวยากรณ์

1:08

และหากนำวงเวียนมาวางจุดศูนย์กลางไว้ที่สะดือ

a circle can be drawn perfectly around the body.

1:11

จะสามารถวาดวงกลมล้อมรอบร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ไวยากรณ์

If one takes ... a circle can be drawn: เงื่อนไขและผลลัพธ์แบบถูกกระทำ

อนุประโยค if ใน if one takes ... and places ... บอกเงื่อนไขที่จำเป็น คือมีคนหยิบวงเวียนและวางปลายด้านที่ไม่ขยับไว้บนสะดือ คำสรรพนาม one แบบเป็นทางการในที่นี้หมายถึงใครก็ได้ ไม่ใช่เลข 1 อนุประโยคผลลัพธ์ a circle can be drawn ใช้โครงสร้าง can + be + past participle รูปประโยคแบบถูกกระทำนี้เน้นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เมื่อเงื่อนไขครบ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้วาดวงกลม รูปแบบ if + เงื่อนไข, ... can be + past participle ใช้อธิบายขั้นตอน การสาธิต และกฎได้ดี

แบบฝึกหัด

เติมขั้นตอนให้สมบูรณ์ด้วยรูปผลลัพธ์แบบถูกกระทำของ open: If the release button is pressed, the lid ____ safely.

ดูคำตอบ

can be opened

Additionally, Vitruvius recognized that armspan and height have a nearly perfect correspondence in the human body, การใช้คำ

1:14

นอกจากนี้ Vitruvius ยังตระหนักว่าความกว้างของช่วงแขนและความสูงมีความสอดคล้องกันอย่างเกือบสมบูรณ์แบบในร่างกายมนุษย์

thus placing the body perfectly inside a square as well. ไวยากรณ์

1:19

จึงสามารถจัดวางร่างกายให้พอดีภายในสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้เช่นกัน

การใช้คำ

Have a nearly perfect correspondence: มีความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกันอย่างมาก

ในประโยคนี้ have a nearly perfect correspondence หมายถึงค่าที่วัดทั้งสองอย่างสอดคล้องกันอย่างมาก โดยทั่วไปความยาวช่วงแขนของคนจะใกล้เคียงกับส่วนสูง Correspondence ใช้เรียกความสัมพันธ์ระหว่างชุดของค่า ลักษณะ หรือส่วนประกอบสองชุด Nearly จำกัดความหมายของ perfect ดังนั้นข้อความนี้จึงยอมให้มีความแตกต่างเล็กน้อย ไม่ได้บอกว่าค่าที่วัดของทุกคนเท่ากันทุกประการ correspondence ในที่นี้หมายถึงความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกัน ไม่ใช่จดหมายหรืออีเมล

แบบฝึกหัด

ประโยค “The two measurements have a nearly perfect correspondence,” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้คนแลกเปลี่ยนจดหมายเกี่ยวกับค่าที่วัด
  2. ค่าที่วัดทั้งสองสอดคล้องกันอย่างมาก
  3. รับประกันว่าค่าที่วัดทั้งสองเท่ากันทุกประการ
ดูคำตอบ

ค่าที่วัดทั้งสองสอดคล้องกันอย่างมาก

ไวยากรณ์

thus placing ...: ใช้อนุประโยค -ing เพื่อแสดงผลลัพธ์

thus หมายถึง “ผลก็คือ” ประโยคย่อยรูป -ing ใน thus placing the body ... แสดงผลที่เกิดจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า กล่าวคือ ช่วงแขนกับส่วนสูงที่เกือบเท่ากันทำให้ร่างกายพอดีกับสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่ได้หมายความว่าวิทรูเวียสกำลังนำร่างกายไปวางจริง ๆ รูปแบบ “ข้อความหลัก, thus + -ing” ช่วยเชื่อมข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์ไว้ในประโยคอธิบายเดียว สถานการณ์ทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาคคือสาเหตุของผลลัพธ์ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ reduce เพื่อเติมวลีบอกผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The new route is shorter, thus ____ travel time.

ดูคำตอบ

reducing

Leonardo used the ideas of Vitruvius to solve the problem of squaring a circle metaphorically, การใช้คำ

1:22

Leonardo นำแนวคิดของ Vitruvius มาใช้แก้ปัญหาการสร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้มีพื้นที่เท่ากับวงกลมในเชิงเปรียบเปรย

using mankind as the area for both shapes. ไวยากรณ์

1:27

โดยใช้มนุษย์เป็นตัวแทนของพื้นที่ของรูปทรงทั้งสอง

การใช้คำ

to solve ... metaphorically: การแก้ปัญหาเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่เชิงเทคนิค

to-infinitive บอกจุดประสงค์ของเลโอนาร์โด ส่วน metaphorically บอกว่า “การแก้ปัญหา” ในที่นี้เป็นแบบใด คำว่า solve ไม่ได้หมายถึงการสร้างรูปทรงเรขาคณิตสำเร็จด้วยข้อพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์จริง ๆ แต่รูปร่างมนุษย์พอดีกับทั้งวงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัส จึงเกิดเป็นคำตอบเชิงสัญลักษณ์ผ่านงานศิลปะ metaphorically เป็นคำสำคัญที่จำกัดความหมายให้ข้อกล่าวนี้เป็นเชิงแนวคิด ไม่ใช่เชิงเทคนิคหรือตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ metaphorically เพื่อแสดงว่าปัญหาได้รับคำตอบผ่านสัญลักษณ์ แทนที่จะได้รับการแก้ไขจริง ๆ

  1. The play solves the family's conflict metaphorically by joining the two halves of a torn photograph.
  2. The student solves the equation metaphorically and calculates x = 8.
  3. The technician solves the printer problem metaphorically by replacing a damaged cable.
ดูคำตอบ

The play solves the family's conflict metaphorically by joining the two halves of a torn photograph.

ไวยากรณ์

using mankind as the area for both shapes: ใช้ X ในฐานะ Y

รูปแบบ use X as Y หมายถึงการมองหรือใช้ X ในบทบาท หน้าที่ หรือความหมายที่ Y ระบุ ในที่นี้ mankind ถูกมองในเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นพื้นที่ร่วมของวงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัส อนุประโยค -ing ที่ว่า using mankind ... เพิ่มข้อมูลเรื่องวิธีการให้ข้อความหลัก โดยอธิบายว่าเลโอนาร์โดถูกกล่าวว่าแก้ปัญหาในเชิงอุปมาอย่างไร ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่แยกออกมา

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้แผนที่มีบทบาทเป็นเครื่องมือวางแผน: We used the map ____ a planning tool during the meeting.

ดูคำตอบ

as

Leonardo wasn't just thinking about Vitruvius, though. ลำดับความ

1:30

อย่างไรก็ตาม Leonardo ไม่ได้นึกถึงแค่ Vitruvius เท่านั้น

There was an intellectual movement in Italy at the time called Neoplatonism. วัฒนธรรม

1:32

ในอิตาลีเวลานั้นมีขบวนการทางปัญญาที่เรียกว่า ลัทธิเพลโตใหม่ (Neoplatonism)

ลำดับความ

wasn't just ... though: เพิ่มอีกปัจจัยหนึ่ง

Wasn't just thinking about Vitruvius ยังคงยอมรับแนวคิดที่กล่าวมาก่อนหน้า แต่บอกว่าแนวคิดนั้นยังไม่ครบถ้วน วิตรูเวียสเป็นอิทธิพลหนึ่ง แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่เลโอนาร์โดนึกถึง though ที่อยู่ท้ายประโยคมีความหมายว่า “แต่” ในที่นี้ เมื่อใช้ wasn't just ... though ร่วมกัน คำอธิบายจะเปลี่ยนจากปัจจัยหนึ่งไปสู่ปัจจัยเพิ่มเติม ซึ่งประโยคถัดไปจะนำเสนอ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ส่งสัญญาณว่าอย่างไร? The delay wasn't just caused by bad weather, though.

  1. สภาพอากาศเลวร้ายเป็นสาเหตุเดียวของความล่าช้า
  2. สภาพอากาศเลวร้ายไม่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าเลย
  3. สภาพอากาศเลวร้ายเป็นสาเหตุหนึ่ง และกำลังจะมีการเพิ่มอีกสาเหตุหนึ่ง
ดูคำตอบ

สภาพอากาศเลวร้ายเป็นสาเหตุหนึ่ง และกำลังจะมีการเพิ่มอีกสาเหตุหนึ่ง

วัฒนธรรม

intellectual movement ... called Neoplatonism: ขบวนการทางความคิดที่เรียกว่าลัทธินีโอเพลโต

ในที่นี้ intellectual movement หมายถึงกระแสความคิดกว้าง ๆ ที่นักคิดร่วมกันพัฒนาและเผยแพร่ movement ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ส่วน called Neoplatonism บอกชื่อของกระแสความคิดนี้ ลัทธินีโอเพลโตนำแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเพลโตมาตีความใหม่ และมักอธิบายความจริงว่าเป็นลำดับชั้นที่มีระเบียบ ตั้งแต่ต้นกำเนิดอันศักดิ์สิทธิ์สูงสุดลงมาถึงโลกวัตถุ นี่คือพื้นฐานสำคัญสำหรับเข้าใจคำอธิบายต่อไปเกี่ยวกับตำแหน่งของมนุษย์ระหว่างสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับสิ่งที่อยู่ในระดับต่ำกว่า

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง intellectual movement หมายถึงอะไร

  1. การเคลื่อนที่ทางกายภาพของผู้คนทั่วอิตาลี
  2. วิธีทำให้บุคคลในภาพวาดเคลื่อนไหว
  3. กระแสแนวคิดทางปรัชญาที่แพร่กว้าง
ดูคำตอบ

กระแสแนวคิดทางปรัชญาที่แพร่กว้าง

This movement took an old concept from the 4th century,

1:36

ขบวนการนี้นำแนวคิดเก่าแก่จากศตวรรษที่ 4 มาใช้

developed by Plato and Aristotle,

1:38

ซึ่งพัฒนาโดย Plato และ Aristotle

called the Great Chain of Being. วัฒนธรรม

1:40

มีชื่อเรียกว่า ห่วงโซ่แห่งความดำรงอยู่ (The Great Chain of Being)

วัฒนธรรม

called the Great Chain of Being: เรียกว่า “มหาสายโซ่แห่งสรรพสิ่ง”

the Great Chain of Being หรือ “มหาสายโซ่แห่งสรรพสิ่ง” เป็นแบบจำลองทางความคิดในประวัติศาสตร์ที่จัดสิ่งมีอยู่ทั้งหมดตามลำดับชั้น โดยมีพระเจ้าอยู่สูงสุด ตามด้วยเทวดา มนุษย์ สัตว์ พืช และแร่ธาตุ แบบจำลองนี้ใช้เป็นกรอบเพื่ออธิบายตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล chain ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่โซ่โลหะจริง แต่ละระดับถูกมองว่าเชื่อมกับระดับถัดไป ดังนั้นการกล่าวถึงการอยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่า หรือการขึ้นลงตามสายโซ่ในช่วงต่อไป จึงอาศัยแบบจำลองนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ the Great Chain of Being มากที่สุด

  1. ทฤษฎีวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เกี่ยวกับวิวัฒนาการทางชีววิทยา
  2. แบบจำลองทางประวัติศาสตร์ที่จัดสิ่งมีอยู่ทั้งหมดไว้ในลำดับชั้นที่เชื่อมต่อกัน
  3. โซ่โลหะจริงที่กล่าวกันว่าเชื่อมดาวเคราะห์เข้าด้วยกัน
ดูคำตอบ

แบบจำลองทางประวัติศาสตร์ที่จัดสิ่งมีอยู่ทั้งหมดไว้ในลำดับชั้นที่เชื่อมต่อกัน

This belief holds that the universe has a hierarchy resembling a chain, โน้ต

1:42

ความเชื่อนี้ถือว่าจักรวาลมีลำดับชั้นที่คล้ายกับสายโซ่

ลำดับความ

This belief holds that: ใช้เกริ่นเนื้อหาของความเชื่อ

ใน This belief holds that ... คำว่า holds หมายถึง ยืนยันหรือเสนอว่า ไม่ได้หมายถึง ถือไว้ ส่วน that ใช้นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกเนื้อหาของความเชื่อนั้น โครงสร้างนี้ระบุที่มาของแนวคิดก่อน แล้วจึงนำเสนอเนื้อหาของแนวคิด ทำให้ผู้อ่านรู้ว่าสิ่งที่ตามมาเป็นข้อเสนอของความเชื่อนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นความคิดเห็นของผู้บรรยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกเล่าแบบเป็นทางการจากตัวอย่าง: The theory ____ every person deserves equal treatment.

ดูคำตอบ

holds that

and that chain starts at the top with God, ลำดับความ

1:45

และสายโซ่นั้นเริ่มต้นที่จุดสูงสุดด้วยพระเจ้า

then travels down through the angels, planets, stars,

1:48

จากนั้นไล่เรียงลงมาผ่านทูตสวรรค์ ดาวเคราะห์ ดวงดาว

and all lifeforms before ending with demons and devils.

1:51

และสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ก่อนจะสิ้นสุดที่ปีศาจและมารร้าย

สำนวน

a hierarchy resembling a chain: ระดับที่เชื่อมต่อกันจากสูงลงมาต่ำ

ในประโยคนี้ hierarchy หมายถึงระบบของระดับที่จัดอันดับจากสูงลงมาต่ำ ส่วน resembling a chain ทำให้เห็นภาพว่าระดับเหล่านั้นเชื่อมต่อกันอยู่ในลำดับเดียวที่ต่อเนื่อง chain ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์เชิงแนวคิด ไม่ใช่วัตถุจริงในอวกาศ ภาพนี้ช่วยให้เข้าใจการจัดลำดับแบบนามธรรมได้ง่ายขึ้น และเตรียมผู้อ่านให้ตามการอธิบายที่ไล่จากจุดสูงสุดลงมาตามระดับต่าง ๆ ในช่วงถัดไป

แบบฝึกหัด

ใน a hierarchy resembling a chain คำว่า chain ช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพอะไร?

  1. โซ่โลหะที่อยู่ในเอกภพ
  2. ชุดของระดับที่เชื่อมต่อกันตามลำดับ
  3. เส้นทางที่ใช้เดินทางผ่านอวกาศ
ดูคำตอบ

ชุดของระดับที่เชื่อมต่อกันตามลำดับ

ลำดับความ

starts at the top ... travels down ... before ending with ...: จัดลำดับชั้นจากบนลงล่าง

ลำดับนี้ใช้เส้นทางจากบนลงล่างเพื่อจัดโครงสร้างลำดับชั้น starts at the top with ... ระบุสิ่งที่อยู่สูงสุด then travels down through ... พาผู้อ่านไล่ผ่านระดับกลาง และ before ending with ... ระบุระดับต่ำสุดหรือระดับสุดท้าย ในที่นี้ travels down เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ สายโซ่ไม่ได้เคลื่อนที่จริง ๆ การใช้ภาษาที่สื่อถึงพื้นที่ช่วยแสดงระดับและทิศทาง ทำให้ติดตามและเล่ารายการที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดจัดลำดับชั้นได้ชัดเจนที่สุดโดยใช้เส้นทางจากบนลงล่างที่มีระดับเริ่มต้น ระดับกลาง และระดับสุดท้าย?

  1. The director, managers, and project teams all appear on the chart.
  2. The chart was updated after the meeting.
  3. The chart starts at the top with the director, then moves down through the managers before ending with the project teams.
ดูคำตอบ

The chart starts at the top with the director, then moves down through the managers before ending with the project teams.

Early in this philosophic movement,

1:54

ในช่วงแรกของขบวนการทางปรัชญานี้

it was thought that mankind's place in this chain was exactly in the center. ไวยากรณ์

1:56

เชื่อกันว่าตำแหน่งของมนุษยชาติในสายโซ่นี้อยู่ตรงกึ่งกลางพอดี

ไวยากรณ์

it was thought that: รายงานความเชื่อในอดีตโดยไม่เจาะจงบุคคล

ในโครงสร้าง it was thought that คำว่า it เป็นส่วนที่ใช้เติมตำแหน่งทางไวยากรณ์ ส่วนเนื้อหาที่แท้จริงอยู่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำนี้หมายถึงผู้คนโดยทั่วไปมีความเชื่อบางอย่าง โดยไม่ระบุว่าเป็นใคร รูปอดีต was บอกว่าความเชื่อนั้นอยู่ในอดีต โครงสร้างนี้รายงานว่าผู้คนเชื่ออะไร แต่ไม่ได้บอกว่าความเชื่อนั้นเป็นจริง จึงเหมาะสำหรับสรุปแนวคิดทางประวัติศาสตร์เมื่อผู้ที่เชื่อเป็นกลุ่มทั่วไป ไม่ทราบว่าเป็นใคร หรือไม่สำคัญที่จะต้องระบุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความเชื่อทั่วไปในอดีตโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อและไม่ได้นำเสนอความเชื่อนั้นว่าเป็นข้อเท็จจริง?

  1. People in one village thought that the sun moved around the earth.
  2. It was once thought that the sun moved around the earth.
  3. The sun moved around the earth.
ดูคำตอบ

It was once thought that the sun moved around the earth.

Because humans have a mortal body accompanied by an immortal soul, โน้ต

1:59

เพราะมนุษย์มีร่างกายที่ต้องแตกดับพร้อมกับจิตวิญญาณที่เป็นอมตะ

we divide the universe nicely in half. สำนวน

2:03

เราจึงแบ่งจักรวาลออกเป็นสองส่วนได้อย่างลงตัว

ไวยากรณ์

Because humans have ...: บอกเหตุผลก่อนประโยคหลัก

Because ใช้นำอนุประโยคบอกเหตุผล ในที่นี้ ข้อเท็จจริงที่ว่ามนุษย์มีทั้งร่างกายที่ต้องตายและวิญญาณที่เป็นอมตะถูกใช้เป็นเหตุผลรองรับข้อความที่ตามมา เมื่ออนุประโยค Because อยู่ข้างหน้า ปกติจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นจากประโยคหลัก ส่วนที่ไฮไลต์จบตรงจุลภาคนั้น จึงยังไม่ได้บอกใจความหลักของประโยค ส่วนที่บอกใจความหลักคือประโยคหลัก we divide the universe nicely in half

แบบฝึกหัด

ใน “Because the battery was empty, the camera stopped working,” ส่วนใดบอกผลลัพธ์?

  1. the camera stopped working
  2. the battery was empty
  3. Because the battery was empty
ดูคำตอบ

the camera stopped working

การใช้คำ

mortal body ... immortal soul: ความต่างระหว่างสิ่งที่ต้องตายกับสิ่งที่เป็นอมตะ

เมื่อทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ mortal หมายถึงสิ่งที่ตายได้หรือจะต้องตาย ส่วน immortal หมายถึงสิ่งที่ไม่อยู่ภายใต้ความตายหรือมีชีวิตอยู่ตลอดไป ในวลีที่ไฮไลต์ mortal ขยาย body และ immortal ขยาย soul Accompanied by เชื่อมสองส่วนเข้าด้วยกันในฐานะสิ่งที่มีอยู่ร่วมกัน กล่าวคือ ร่างกายที่ต้องตายมีวิญญาณอมตะอยู่ร่วมด้วย ประโยคนี้ใช้ความตรงข้ามดังกล่าวเพื่อเสนอว่ามนุษย์ประกอบด้วยส่วนทางกายที่อยู่ชั่วคราวและส่วนทางจิตวิญญาณที่คงอยู่ยาวนาน นี่เป็นการบอกเล่ามุมมองทางปรัชญา ไม่ใช่การพิสูจน์ว่ามุมมองนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดคงความตรงข้ามที่ไฮไลต์ไว้ คือร่างกายที่ตายได้กับวิญญาณที่เชื่อว่าคงอยู่ตลอดไป?

  1. mortal body and mortal soul
  2. mortal body and immortal soul
  3. immortal body and mortal soul
ดูคำตอบ

mortal body and immortal soul

สำนวน

divide the universe nicely in half: แบ่งเชิงแนวคิดได้อย่างลงตัว

Divide something in half หมายถึงแบ่งสิ่งหนึ่งออกเป็นสองส่วนที่เท่ากันหรือสอดคล้องกัน ในที่นี้การแบ่งเป็นการเปรียบเทียบเชิงแนวคิด มนุษย์ถูกนำเสนอว่าเป็นจุดแบ่งจักรวาลออกเป็นสองด้าน ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ตัดจักรวาลจริง ๆ Nicely ขยายคำว่า divide ในที่นี้หมายถึง “อย่างเป็นระเบียบ” หรือ “อย่างลงตัวสำหรับคำอธิบาย” คือแบบจำลองที่แบ่งเป็นสองส่วนนั้นดูชัดเจนและสมดุล ไม่ได้หมายถึง “อย่างเป็นมิตร”

แบบฝึกหัด

nicely ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. อย่างใจดีและเป็นมิตร
  2. อย่างช้า ๆ และยากลำบาก
  3. อย่างเป็นระเบียบจนทำให้คำอธิบายลงตัว
ดูคำตอบ

อย่างเป็นระเบียบจนทำให้คำอธิบายลงตัว

Around the time Leonardo sketched the Vitruvian Man, however, วลี

2:05

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ Leonardo สเก็ตช์ภาพ Vitruvian Man

a Neoplatonist named Pico della Mirandola had a different idea.

2:08

นักปรัชญาลัทธิเพลโตใหม่ที่ชื่อ Pico della Mirandola กลับมีความคิดที่ต่างออกไป

วลี

Around the time ... however: เวลาโดยประมาณและความขัดแย้ง

Around the time + อนุประโยค สร้างกรอบเวลาโดยประมาณ โครงสร้างนี้บอกว่าเหตุการณ์หลักเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับเหตุการณ์ในอนุประโยค แต่ไม่ได้หมายความว่าวันที่ตรงกันอย่างแน่นอนหรือทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะเดียวกันพอดี ในที่นี้ ภาพร่างของเลโอนาร์โดทำหน้าที่เป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ จากนั้น however แสดงว่าแนวคิดของปิโกขัดแย้งกับมุมมองที่กล่าวถึงก่อนหน้า ตำแหน่งที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคทำให้คำนี้เป็นคำเชื่อมแบบแทรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่างานใหม่ของมายากับการย้ายบ้านเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

  1. Long after Maya started her new job, she moved to Boston.
  2. Around the time Maya started her new job, she moved to Boston.
  3. By the time Maya started her new job, she had moved to Boston.
ดูคำตอบ

Around the time Maya started her new job, she moved to Boston.

He pried mankind off the chain สำนวน

2:12

เขาดึงมนุษย์ออกจากสายโซ่นั้น

and claimed that humans have a unique ability to take any position they want. วลี

2:14

และอ้างว่ามนุษย์มีความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ในการเลือกที่จะอยู่ในตำแหน่งใดก็ได้ตามที่ต้องการ

สำนวน

pried mankind off the chain: ปลดมนุษยชาติจากระดับที่ตายตัว

ตามความหมายตรง pry A off B หมายถึงออกแรงหรือใช้หลักคานเพื่องัด A ออกจาก B ในที่นี้ chain แทนลำดับชั้นที่ตายตัว ดังนั้น He pried mankind off the chain จึงทำให้แนวคิดดูเหมือนการกระทำทางกายภาพ คือเขานำมนุษยชาติออกจากระดับที่ถูกกำหนดไว้ พลังที่สื่อด้วย pried ทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้ดูยากและเด็ดขาด ไม่ได้มีคนหรือโซ่โลหะจริง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง อุปมานี้ปูทางไปสู่ข้อกล่าวอ้างว่ามนุษย์เลือกได้ว่าตนจะอยู่ตรงไหน

แบบฝึกหัด

He pried mankind off the chain ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เขานำมนุษยชาติออกจากตำแหน่งตายตัวในลำดับชั้น
  2. เขาวางมนุษยชาติไว้ตรงกลางโซ่เส้นใหม่
  3. เขาช่วยผู้คนออกจากโซ่โลหะจริง ๆ
ดูคำตอบ

เขานำมนุษยชาติออกจากตำแหน่งตายตัวในลำดับชั้น

วลี

have a unique ability to take any position they want: มีความสามารถพิเศษในการเลือกตำแหน่งใดก็ได้

have the ability to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีความสามารถที่จะทำบางสิ่ง unique บอกว่าความสามารถนั้นโดดเด่น และในข้อกล่าวอ้างนี้ ความสามารถดังกล่าวถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่าง ในที่นี้ take any position they want หมายถึงอยู่ในตำแหน่งหรือสภาวะใดก็ได้ในลำดับชั้นตามที่ตนเลือก position ไม่ได้หมายถึงท่าทางของร่างกาย และ take a position ก็ไม่ได้หมายถึงการแสดงความคิดเห็นในบริบทนี้ any ... they want แสดงว่าไม่มีระดับใดระดับหนึ่งถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The creature has a ____ imitate any sound it hears.

ดูคำตอบ

unique ability to

Pico claimed that God desired a being capable of comprehending the beautiful and complicated universe he had created. ไวยากรณ์

2:17

Pico อ้างว่าพระเจ้าทรงปรารถนาให้มีสิ่งมีชีวิตที่สามารถทำความเข้าใจจักรวาลอันงดงามและซับซ้อนที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น

ไวยากรณ์

a being capable of comprehending: capable of doing ที่วางหลังคำนาม

ใน a being capable of comprehending ... วลี capable of comprehending เป็นวลีคุณศัพท์ที่วางหลังคำนาม being โดยบอกว่าหมายถึงสิ่งมีชีวิตแบบใด นั่นคือสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถเข้าใจจักรวาล หลัง capable of ต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้นตรงนี้ต้องใช้ comprehending ไม่ใช่ comprehend โครงสร้าง คำนาม + capable of + -ing เป็นวิธีบอกความสามารถอย่างกระชับและค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ process เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The lab needs a computer capable of ____ large data sets.

ดูคำตอบ

processing

This led to the creation of mankind, วลี

2:23

สิ่งนี้นำไปสู่การสร้างมนุษยชาติขึ้นมา

which he placed at the center of the universe with the ability to take whatever form he pleases. ไวยากรณ์

2:25

ซึ่งพระองค์ทรงวางไว้ ณ จุดศูนย์กลางของจักรวาล พร้อมด้วยความสามารถในการรับเอารูปแบบใดก็ได้ตามต้องการ

วลี

This led to the creation of mankind: การเชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์

ในที่นี้ This ย้อนกลับไปถึงแนวคิดก่อนหน้าที่ว่าพระเจ้าทรงต้องการสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจจักรวาลได้ ส่วน led to แสดงว่าการสร้างมนุษยชาติเป็นผลที่เกิดจากแนวคิดนั้น lead to ใช้เชื่อมสาเหตุหรือสถานการณ์เข้ากับผลลัพธ์ ในสำนวนนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นผลลัพธ์จึงมักอยู่ในรูปนามวลีหรือรูป -ing สำหรับประโยคนี้ ผลลัพธ์คือ the creation of mankind

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ lead to: A power failure ____ a two-hour delay.

ดูคำตอบ

led to

ไวยากรณ์

which he placed ...: อนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความที่อ้างถึง mankind

which นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ ซึ่งเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคำนามก่อนหน้า คือ mankind ภายในอนุประโยค he เป็นประธาน placed เป็นคำกริยา และ which เป็นกรรมของ placed กล่าวคือ he วาง mankind ไว้ที่ศูนย์กลางของจักรวาล อนุประโยคนี้ให้ข้อมูลเสริม ไม่ได้ใช้เพื่อระบุว่าเป็น mankind ประเภทใด โดยเชื่อมเรื่องมนุษยชาติที่กล่าวถึงก่อนหน้าเข้ากับข้อมูลเพิ่มสองอย่าง คือ ตำแหน่งและความสามารถที่มี

แบบฝึกหัด

ใน which he placed ... คำว่า which อ้างถึงอะไร และทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร?

  1. the universe; บอกตำแหน่งของ mankind
  2. mankind; เป็นกรรมของ placed
  3. he; เป็นประธานของ placed
ดูคำตอบ

mankind; เป็นกรรมของ placed

ไวยากรณ์

whatever form he pleases: การเลือกได้อย่างเปิดกว้างว่าจะอยู่ในรูปลักษณ์ใด

the ability to take whatever form he pleases หมายถึงอิสระที่จะอยู่ในรูปลักษณ์ใดก็ตามที่ตนเลือก โครงสร้าง whatever + คำนาม แสดงว่าขอบเขตการเลือกเปิดกว้าง โดยไม่ได้สมมติว่ามีรายการรูปลักษณ์ที่กำหนดไว้แล้ว ในที่นี้ pleases หมายถึง “ปรารถนา” หรือ “เลือก” ไม่ได้หมายถึง “ทำให้ใครพอใจ” และไม่ใช่ please ที่ใช้ในคำขออย่างสุภาพ วลีนี้เข้าใจได้เต็ม ๆ ว่า whatever form he pleases to take โดยละ to take ไว้แต่ยังเข้าใจความหมายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ theme และโครงสร้างทางการ whatever ... please: Maya may choose ____.

ดูคำตอบ

whatever theme she pleases

Mankind, according to Pico,

2:30

มนุษยชาติ ตามที่ Pico กล่าว

could crawl down the chain and behave like an animal, สำนวน

2:32

สามารถคลานลงไปตามสายโซ่และทำตัวเหมือนสัตว์

or crawl up the chain and behave like a god.

2:34

หรือปีนขึ้นไปตามสายโซ่และทำตัวเหมือนพระเจ้า

สำนวน

crawl down the chain ... crawl up the chain ในฐานะอุปมาเรื่องลำดับชั้น

ในประโยคนี้ crawl down the chain และ crawl up the chain บรรยายการเคลื่อนที่ภายในแนวคิดทางประวัติศาสตร์เรื่องมหาสายโซ่แห่งสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นลำดับชั้นที่วางสัตว์ไว้ต่ำกว่ามนุษย์และวางพระเจ้าไว้เหนือมนุษย์ down ชี้ไปยังสภาวะที่ต่ำกว่าและคล้ายสัตว์ ส่วน up ชี้ไปยังสภาวะที่สูงกว่าและคล้ายพระเจ้า การไต่หรือคลานในที่นี้เป็นอุปมา ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง ทิศทางที่ตรงข้ามกันแสดงให้เห็นว่า เราสามารถมองพฤติกรรมของคนคนหนึ่งว่าเป็นสิ่งที่ลดหรือยกระดับสถานะทางศีลธรรมหรือจิตวิญญาณของเขาได้

แบบฝึกหัด

crawl down the chain และ crawl up the chain ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. คนเราจะกลายเป็นเทพได้ก็ต่อเมื่อปีนสายโซ่จริง ๆ เท่านั้น
  2. สัตว์และเทพเจ้าเคลื่อนที่ไปด้วยกันตามสายโซ่โลหะ
  3. พฤติกรรมของคนคนหนึ่งสามารถลดหรือยกระดับสถานะทางศีลธรรมหรือจิตวิญญาณของเขาได้
ดูคำตอบ

พฤติกรรมของคนคนหนึ่งสามารถลดหรือยกระดับสถานะทางศีลธรรมหรือจิตวิญญาณของเขาได้

It's our choice.

2:37

นั่นคือทางเลือกของเรา

Looking back at the sketch, ลำดับความ

2:38

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ภาพสเก็ตช์

we can see that by changing the position of the man, ไวยากรณ์

2:39

เราจะเห็นได้ว่าด้วยการเปลี่ยนท่าทางของชายคนนั้น

he can fill the irreconcilable areas of a circle and a square. การใช้คำ

2:41

เขาสามารถเติมเต็มพื้นที่ของวงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เข้ากันไม่ได้ให้เต็มได้

ลำดับความ

Looking back at the sketch ในฐานะคำเชื่อมเพื่อกลับมาที่ภาพร่าง

Looking back at the sketch เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนประเด็นที่นำความสนใจกลับไปยังภาพซึ่งเคยแนะนำไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากอธิบายแนวคิดพื้นหลังแล้ว ผู้พูดกลับมาที่ภาพร่างและเริ่มวิเคราะห์ภาพนั้นอีกครั้ง ในที่นี้ look back หมายถึง “ดูอีกครั้ง” ไม่ใช่ “นึกถึงอดีต” อนุประโยค -ing ที่อยู่ต้นประโยคกำหนดสิ่งที่ผู้ฟังควรสนใจก่อน จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอประเด็นด้วย we can see that ...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำความสนใจของผู้ฟังกลับไปยังแผนภาพที่แสดงไว้ก่อนหน้านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Looking back at the diagram, we can now identify the missing step.
  2. Looking back on my childhood, I remember our old house.
  3. Looking forward to the diagram, we can now identify the missing step.
ดูคำตอบ

Looking back at the diagram, we can now identify the missing step.

ไวยากรณ์

by changing the position: ใช้ by + gerund เพื่อบอกวิธี

วลี by changing the position of the man ใช้ by + gerund หรือรูป -ing เพื่อบอกวิธีที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ วลีที่ขึ้นต้นด้วย by นี้ตอบคำถามว่า “เขาจะเติมพื้นที่เหล่านั้นได้อย่างไร” ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ ตรงนี้ by หมายถึง “ด้วยการทำบางอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “ข้าง ๆ” และไม่ใช่ by ที่ใช้บอกผู้กระทำในประโยคกรรมวาจก โครงสร้างนี้นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ในรูป ผลลัพธ์ + by + doing something

แบบฝึกหัด

ใช้ by และรูปที่ถูกต้องของ turn เติมประโยคให้สมบูรณ์: You can save electricity ____ off the lights when you leave.

ดูคำตอบ

by turning

การใช้คำ

fill the irreconcilable areas: เติมพื้นที่ที่ไม่อาจทำให้เข้ากันได้

ในวลี fill the irreconcilable areas คำว่า fill หมายถึง “ครอบครองหรือปกคลุมพื้นที่ที่มีอยู่” ส่วน irreconcilable เป็นคำที่มีน้ำหนักมาก ใช้กับสิ่งที่ไม่สามารถทำให้ลงรอยหรือเข้ากันได้ และมีความหมายแรงกว่าคำว่า different ที่เพียงบอกว่าแตกต่าง ในประโยคนี้ วงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัสสร้างเงื่อนไขด้านพื้นที่ที่เข้ากันไม่ได้ การเปลี่ยนตำแหน่งของชายคนนั้นทำให้รูปร่างของเขาครอบคลุมพื้นที่ที่แต่ละรูปทรงต้องการได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าวงกลมกับสี่เหลี่ยมจัตุรัสกลายเป็นรูปเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ irreconcilable เพื่อหมายความว่าคำบอกเล่าสองชุดไม่สามารถทำให้สอดคล้องกันได้

  1. The two witnesses gave slightly different descriptions of the weather.
  2. The two witnesses gave detailed accounts of the accident.
  3. The two witnesses gave irreconcilable accounts of the accident.
ดูคำตอบ

The two witnesses gave irreconcilable accounts of the accident.

If geometry is the language the universe is written in, โน้ต

2:45

หากเรขาคณิตคือภาษาที่ใช้เขียนจักรวาลขึ้นมา

then this sketch seems to say we can exist within all its elements. วลี

2:47

ภาพสเก็ตช์นี้ก็ดูเหมือนจะบอกว่าเราสามารถดำรงอยู่ภายในทุกองค์ประกอบของจักรวาลได้

ไวยากรณ์

If ..., then ...: จากข้อสมมติสู่ข้อสรุป

If ใช้เสนอเงื่อนไขหรือข้อสมมติ ในที่นี้ถือว่าเรขาคณิตเป็นภาษาที่ใช้เขียนจักรวาล ส่วนประโยคหลักหลัง then ให้ข้อสรุปที่ได้จากข้อสมมตินั้น คือภาพร่างดูเหมือนกำลังสื่อว่าเราสามารถดำรงอยู่ภายในองค์ประกอบทั้งหมดของจักรวาลได้ โครงสร้างนี้จัดเหตุผลออกเป็นข้อสมมติและผลที่ตามมา if-clause ไม่ได้ยืนยันว่าข้อสมมตินั้นเป็นจริงแน่นอน แต่ชวนให้ผู้ฟังคิดว่าถ้าเป็นจริงแล้วจะสรุปอะไรได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ then เพื่อชี้ข้อสรุปทางเหตุผลที่ได้จากเงื่อนไขที่ระบุไว้

  1. If the museum is closed, then we need to change our plan.
  2. Our plan changed because the museum was closed.
  3. We visited the museum, and then we changed our plan.
ดูคำตอบ

If the museum is closed, then we need to change our plan.

สำนวน

geometry is the language the universe is written in: อุปลักษณ์

ข้อความ geometry is the language the universe is written in เป็นอุปลักษณ์ ไม่ได้หมายความว่าจักรวาลใช้ภาษามนุษย์จริง ๆ แต่เสนอให้มองเรขาคณิตว่าเป็นระบบของรูปทรงและกฎที่ใช้อธิบายโครงสร้างของจักรวาลได้ ใน the language the universe is written in อนุประโยค the universe is written in ระบุสื่อในจินตนาการที่ใช้ “เขียน” จักรวาล ภาพพจน์นี้ทำให้แนวคิดมีชีวิตชีวากว่าการพูดตรง ๆ ว่า a system for describing the universe

แบบฝึกหัด

อุปลักษณ์นี้มีความหมายหลักว่าอะไร

  1. เรขาคณิตเป็นวิธีเขียนประโยคทั่วไป
  2. จักรวาลพูดภาษาที่เรียกว่าเรขาคณิตจริง ๆ
  3. เรขาคณิตถูกนำเสนอว่าเป็นระบบสำหรับทำความเข้าใจจักรวาล
ดูคำตอบ

เรขาคณิตถูกนำเสนอว่าเป็นระบบสำหรับทำความเข้าใจจักรวาล

วลี

this sketch seems to say: การเสนอความหมายของผลงานอย่างระมัดระวัง

This sketch seems to say ทำให้ภาพร่างดูราวกับว่าสามารถพูดได้ ในที่นี้ say หมายถึง “สื่อหรือชี้ให้เห็นแนวคิด” ไม่ใช่พูดจริง ๆ Seems to แสดงว่าข้อความที่ตามมาเป็นการตีความอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ผู้พูดจึงอธิบายผลงานได้พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้มีการตีความแบบอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการตีความงานศิลปะโดยไม่ถือว่าการตีความนั้นเป็นเรื่องแน่นอน

  1. The painting contains three blue circles.
  2. The painting proves that every memory is false.
  3. The painting seems to say that memories change over time.
ดูคำตอบ

The painting seems to say that memories change over time.

Mankind can fill whatever shape he pleases geometrically and philosophically as well. โน้ต

2:50

มนุษยชาติสามารถเติมเต็มรูปทรงใดๆ ก็ได้ตามต้องการทั้งในแง่เรขาคณิตและทางปรัชญาเช่นกัน

ไวยากรณ์

whatever shape he pleases: การเลือกอย่างไม่จำกัด

Whatever shape he pleases หมายถึง “รูปร่างใดก็ตามที่เขาเลือก” รูปแบบ whatever + คำนาม + ประธาน + please แสดงว่าตัวเลือกเปิดกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่ในชุดที่ระบุไว้ ส่วน please ในที่นี้หมายถึง “ต้องการหรือเลือก” ไม่ใช่ “ทำให้ใครพอใจ” Mankind หมายถึงมนุษยชาติทั้งหมด ส่วน he ที่เป็นเอกพจน์ย้อนกลับไปอ้างถึง mankind ตามการใช้สรรพนามเพศชายแบบเหมารวมในสมัยก่อน ไม่ได้หมายถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่ง อนุประโยคนี้สื่อว่ามนุษยชาติสามารถอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ที่เลือก

แบบฝึกหัด

ผู้ออกแบบสามารถเลือกรูปร่างใดก็ได้ ไม่ได้จำกัดอยู่ในชุดตัวเลือกตายตัว ประโยคใดเหมาะกับบริบทนี้

  1. You may choose whatever shape did you please for the logo.
  2. You may choose whatever shape you please for the logo.
  3. You may choose whichever shape you please from these three templates.
ดูคำตอบ

You may choose whatever shape you please for the logo.

ลำดับความ

geometrically and philosophically as well: ขยายข้อสรุปเดียวไปสู่สองมุมมอง

คำวิเศษณ์ geometrically และ philosophically นำข้อสรุปเดียวกันไปใช้กับสองมุมมอง มุมหนึ่งเกี่ยวกับรูปทรง ส่วนอีกมุมเกี่ยวกับแนวคิดหรือความหมาย ในทางไวยากรณ์ ทั้งสองคำเชื่อมกันแบบขนาน ไม่ได้บอกถึงการกระทำสองอย่างที่แยกจากกัน คำว่า as well ที่ท้ายประโยคทำให้มุมมองทางปรัชญาเป็นมุมที่สองซึ่งเพิ่มเข้ามา การจบประโยคด้วยคู่ขนานนี้ช่วยรวมการอภิปรายทางเรขาคณิตและการตีความทางปรัชญาที่กว้างขึ้นไว้ในข้อสรุปเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขยายการประเมินเดียวกันจากมุมมองหนึ่งไปสู่อีกมุมมองหนึ่ง?

  1. The proposal makes sense financially instead of environmentally.
  2. The proposal makes sense financially but harms the environment.
  3. The proposal makes sense financially and environmentally as well.
ดูคำตอบ

The proposal makes sense financially and environmentally as well.

In this one sketch, ลำดับความ

2:55

เพียงในภาพสเก็ตช์ภาพเดียวนี้

Leonardo was able to combine the mathematics, religion, วลี

2:56

Leonardo สามารถผสมผสานคณิตศาสตร์ ศาสนา

philosophy, architecture, and artistic skill of his age.

2:59

ปรัชญา สถาปัตยกรรม และทักษะทางศิลปะในยุคของเขาเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

ลำดับความ

In this one sketch: กำหนดกรอบให้หลายสาขาภายในผลงานชิ้นเดียว

In this one sketch บอกผู้ฟังก่อนว่าศาสตร์ทั้งหมดที่กำลังจะกล่าวถึงมารวมกันอยู่ที่ใด นั่นคืออยู่ในผลงานเพียงชิ้นเดียว เนื่องจากวลีนี้อยู่หน้ารายการยาว จึงเป็นวลีบอกขอบเขตที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดกรอบให้ข้อมูลที่ตามมา คำว่า one ในที่นี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อนับจำนวน แต่เน้นว่าความรู้หลายประเภทถูกรวมไว้ในภาพร่างเพียงภาพเดียว ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าทำไมตัวอย่างนี้จึงใช้สนับสนุนข้อสรุปที่กว้างขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวางวลีบอกขอบเขตไว้ก่อน เพื่อเน้นว่าผลงานเพียงชิ้นเดียวรวมหลายสาขาเข้าด้วยกัน?

  1. In this one report, Maya connects history, science, and art.
  2. Reports are useful because Maya studies history.
  3. Maya wrote one report and then started a different project.
ดูคำตอบ

In this one report, Maya connects history, science, and art.

วลี

was able to combine A, B, and C: บอกว่าผสานสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จ

ในประโยคนี้ was able to combine หมายถึงเลโอนาร์โดประสบความสำเร็จจริง ๆ ในการนำหลายสาขามารวมกัน เป็นการกล่าวถึงความสำเร็จในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงความสามารถที่เขามี รายการหลัง combine ระบุองค์ประกอบที่เขานำมาผสาน ส่วน of his age หมายถึง “จากยุคที่เขามีชีวิตอยู่” โครงสร้าง was/were able to combine A, B, and C สามารถนำไปใช้เล่าถึงการผสานหลายสิ่งเข้าด้วยกันได้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่เหมาะสมของ be able to combine เพื่อแสดงว่าวิศวกรทำสำเร็จจริง: After several failed attempts, the engineers finally ____ the two systems.

ดูคำตอบ

were able to combine

No wonder it has become such an icon for the entire time period. ลำดับความ

3:02

จึงไม่แปลกใจเลยที่ภาพนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของยุคสมัยนั้นทั้งยุค

ลำดับความ

No wonder ...: เปลี่ยนเหตุผลให้เป็นข้อสรุปที่ไม่น่าแปลกใจ

No wonder + ประโยคบอกเล่า ใช้นำเสนอข้อความตามหลังว่าเป็นผลลัพธ์ที่ไม่น่าประหลาดใจเมื่อพิจารณาจากข้อมูลก่อนหน้า เป็นข้อสรุป ไม่ใช่คำถาม กล่าวคือผู้พูดมองว่าสาเหตุชัดเจนแล้ว ในที่นี้ No wonder ปิดท้ายคำอธิบายด้วยการเชื่อมสาขาต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับข้อสรุปว่าผลงานได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคนั้น ใช้ No wonder เพื่อเปลี่ยนเหตุผลให้เป็นบทสรุปเชิงประเมินสั้น ๆ ว่าเมื่อมีเหตุผลนี้ ผลลัพธ์จึงสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่แสดงว่าผลลัพธ์ไม่น่าประหลาดใจ: Amir had studied every evening for months. ____ he passed the exam.

ดูคำตอบ

No wonder