ตำนานเทพีแห่งดวงจันทร์ - ซินเธีย เฟย์ เดวิส: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
646 คำ 163 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าตำนานมายาเกี่ยวกับอิกซ์เชล ตั้งแต่การแปลงกาย ความตายและการฟื้นคืนชีพ ความสัมพันธ์อันเจ็บปวดกับเทพแห่งดวงอาทิตย์ ไปจนถึงบทบาทของเธอในฐานะผู้ชี้ทางยามค่ำคืนและผู้เยียวยา ช่วงท้ายอธิบายว่าการเล่าซ้ำในภายหลังอาจหลอมรวมเทพที่เดิมแยกจากกัน และสะท้อนค่านิยมทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. disguised himself as a hummingbird. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงสร้างธรรมชาติ disguise oneself as + ตัวตนหรือรูปลักษณ์ เพื่อบรรยายตัวละครที่ปลอมเป็นสิ่งอื่นสำหรับผ่านอุปสรรค แฝงตัวเข้าไปในสถานที่ หรือปิดบังว่าตนเป็นใคร 2. Unfortunately, the story doesn't end there. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตประโยคเปลี่ยนทิศทางเรื่องที่ตัดจบความรู้สึกเหมือนเรื่องกำลังลงเอยอย่างมีความสุข เปลี่ยนความคาดหวังของผู้ฟัง และส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งหรือเหตุพลิกผันด้านลบกำลังจะตามมา 3. archaeological evidence suggests — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: ใช้วลีเชิงวิชาการที่ระมัดระวังนี้เพื่อนำเสนอข้อสรุปซึ่งมีหลักฐานทางวัตถุรองรับโดยไม่กล่าวว่าเป็นความจริงแน่นอน เหมาะอย่างยิ่งเมื่อต้องแยกข้อค้นพบทางประวัติศาสตร์ออกจากเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นภายหลัง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The Moon Goddess Ix Chel patiently watched a spider at work. การใช้คำ

0:06

เทพีแห่งดวงจันทร์ อิกซ์เชล เฝ้ามองแมงมุมทำงานอย่างอดทน

การใช้คำ

at work: กำลังทำงานหรือกำลังทำหน้าที่

ในประโยคนี้ at work บรรยายว่าแมงมุมกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่จริง ๆ ใน watched a spider at work วลีนี้บอกสภาพของแมงมุมขณะที่อิกซ์เชลเฝ้าดู ไม่ได้บอกสถานที่ทำงาน ความหมายว่า “กำลังทำงาน” นี้ยังใช้บรรยายเครื่องจักร กระบวนการ หรือพลังที่กำลังทำงานหรือก่อให้เกิดผลได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใน "The mechanic watched the new pump at work," คำว่า at work หมายความว่าอย่างไร?

  1. ช่างซ่อมทำงานเสร็จแล้ว
  2. ปั๊มกำลังทำงานอยู่
  3. ปั๊มอยู่ข้างในสำนักงาน
ดูคำตอบ

ปั๊มกำลังทำงานอยู่

She could make use of its skills, she thought. วลี

0:12

เธอคิดว่าเธอน่าจะนำทักษะของมันมาใช้ประโยชน์ได้

วลี

make use of its skills: นำความสามารถมาใช้ประโยชน์

make use of + คำนาม หมายถึงการใช้สิ่งที่มีอยู่เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง ในที่นี้ its skills หมายถึงทักษะของแมงมุม และนางกำลังคิดว่าจะนำทักษะเหล่านั้นมาใช้จริง วลีนี้มักเน้นว่าทักษะ ทรัพยากร โอกาส เวลา หรือข้อมูลมีอยู่แล้วและสามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วลีนี้ชัดเจนกว่า use เพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้อย่างชาญฉลาดหรือสมบูรณ์แบบเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสามคำจากบทเรียนนี้: We can ____ the library's free study rooms.

ดูคำตอบ

make use of

Through careful observation and imitation, ไวยากรณ์

0:15

ผ่านการสังเกตและเลียนแบบอย่างระมัดระวัง

she soon became a skilled weaver.

0:17

ไม่นานเธอก็กลายเป็นช่างทอผ้าผู้เชี่ยวชาญ

ไวยากรณ์

Through careful observation and imitation: การบอกวิธีการ

Through + นามวลี มีความหมายว่าโดยอาศัยหรือด้วยการใช้วิธีบางอย่าง ในประโยคนี้ careful observation and imitation ระบุวิธีที่นำไปสู่ผลในประโยคหลัก และเป็นนามวลี ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ เมื่อวางบุพบทวลีนี้ไว้ต้นประโยค จะเป็นการบอกวิธีก่อนแล้วจึงบอกผล โดยใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นวลีเปิดประโยคกับประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายที่มีความหมายว่า “ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the team finished the project on time.

ดูคำตอบ

Through careful planning

The Sun God Kinich Ahau was impressed with her work วลี

0:21

เทพแห่งดวงอาทิตย์ คินิช อาฮาอู ประทับใจในผลงานของเธอ

and admired her from afar. วลี

0:25

และชื่นชมเธออยู่ห่างๆ

วลี

was impressed with her work: การแสดงความรู้สึกเชิงบวก

Be impressed with + นามวลี หมายถึงการมีความเห็นที่ชัดเจนและมักเป็นบวกต่อคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพราะสิ่งที่สังเกตเห็น ใน was impressed with her work เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์เป็นผู้ประเมิน และ her work เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น กลุ่มคำนี้ใช้ชื่นชมผลงาน ความสามารถ การแสดง พัฒนาการ หรือบริการได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเน้นปฏิกิริยาของผู้ประเมิน ไม่ใช่เพียงบอกว่าสิ่งนั้นดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: The coach was ____ Nina's progress.

ดูคำตอบ

impressed with

วลี

admired her from afar: การชื่นชมจากระยะไกลในน้ำเสียงแบบเรื่องเล่า

From afar หมายถึง “จากระยะไกล” ในที่นี้ admired her from afar หมายถึงเขามองเธอด้วยความชื่นชมขณะที่ยังอยู่ห่างกันจริง ๆ Afar มีน้ำเสียงเชิงวรรณกรรมและคล้ายการเล่าเรื่อง เมื่อใช้กับ admire ระยะห่างยังอาจสื่อถึงการเฝ้ามองหรือชื่นชมอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้เข้าไปติดต่อโดยตรง แต่ตัววลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นความรักแบบโรแมนติก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ from afar อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสร้างความรู้สึกแบบเรื่องเล่าของการมองจากระยะไกล?

  1. From the balcony, Leo quietly admired the old city from afar.
  2. At the information desk, Leo asked how far away the old city was.
  3. Inside the old city, Leo admired the buildings beside him.
ดูคำตอบ

From the balcony, Leo quietly admired the old city from afar.

But the goddess's grandfather was very possessive

0:27

แต่ปู่ของเทพีนั้นมีความหวงแหนมาก

and would not let the Sun God anywhere near his beloved granddaughter. ไวยากรณ์

0:30

และไม่ยอมให้เทพแห่งดวงอาทิตย์เข้าใกล้หลานสาวสุดที่รักของเขาเลย

ไวยากรณ์

would not let ... anywhere near: ห้ามเข้าใกล้อย่างเด็ดขาด

โครงสร้าง would not let + คน + anywhere near + คนหรือสิ่งของ หมายถึง “ปฏิเสธอย่างหนักแน่นไม่ให้คนนั้นเข้าใกล้” ในที่นี้ ปู่กันเทพสุริยะให้อยู่ห่างจากหลานสาวอย่างสิ้นเชิง ในโครงสร้างปฏิเสธนี้ anywhere near ช่วยเน้นขอบเขตของระยะห่าง โดยหมายถึง “แม้แต่ใกล้ ๆ ก็ไม่ได้” ส่วน Would not แสดงท่าทีปฏิเสธอย่างหนักแน่นของปู่ในอดีต ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต

แบบฝึกหัด

ใช้ hikers และโครงสร้าง not let someone anywhere near เพื่อเติมคำสั่งห้ามที่หนักแน่นนี้ให้สมบูรณ์: During the storm, the ranger would ____ the cliff edge.

ดูคำตอบ

not let hikers anywhere near

To get past the grandfather, กริยาวลี

0:35

เพื่อหลบเลี่ยงสายตาของปู่

the Sun God disguised himself as a hummingbird. วลี

0:37

เทพแห่งดวงอาทิตย์จึงปลอมตัวเป็นนกฮัมมิงเบิร์ด

กริยาวลี

To get past the grandfather: หาทางหลบคุณปู่

To get past the grandfather หมายถึงการหาทางหลบหรือเอาชนะคุณปู่ในฐานะอุปสรรค ไม่ใช่แค่เดินผ่านบริเวณที่คุณปู่อยู่ วลีนี้ทำให้เห็นว่าคุณปู่เป็นผู้ขัดขวางเป้าหมายของเทพแห่งดวงอาทิตย์ To get past... ที่อยู่ต้นประโยคเป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ ใช้อธิบายว่าเหตุใดเทพแห่งดวงอาทิตย์จึงปลอมตัว ในบริบทอื่น get past ยังใช้กับการผ่านคน จุดตรวจ ข้อจำกัด หรือความยากลำบากได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get past ในความหมายว่าผ่านอุปสรรคไปได้สำเร็จ

  1. She got past the locked gate with a key.
  2. She got past the bakery on her walk.
  3. She got past the museum before it closed.
ดูคำตอบ

She got past the locked gate with a key.

วลี

disguised himself as a hummingbird: ปลอมตัวเป็นนกฮัมมิงเบิร์ด

disguised himself as a hummingbird หมายความว่าเทพแห่งดวงอาทิตย์เปลี่ยนหรือแสดงรูปลักษณ์ของตนให้เป็นนกฮัมมิงเบิร์ดเพื่อซ่อนตัวตนที่แท้จริง โครงสร้างคือ disguise + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + as + ตัวตนหรือรูปลักษณ์ที่ปลอมเป็น Himself อ้างกลับไปยังประธาน the Sun God ส่วน as นำหน้าสิ่งที่เขาปลอมเป็น ในประโยคนี้การปลอมตัวเป็นวิธีที่เขาใช้เพื่อหลบคุณปู่ จึงเน้นการเปลี่ยนตัวตนหรือรูปลักษณ์โดยตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ disguise oneself as ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าบุคคลหนึ่งซ่อนตัวตนของตน

  1. The journalist disguised herself a hotel guest to enter the private event.
  2. The journalist disguised herself as a hotel guest to enter the private event.
  3. The journalist disguised as a hotel guest to enter the private event.
ดูคำตอบ

The journalist disguised herself as a hotel guest to enter the private event.

As he took a drink of tobacco flower honey, ไวยากรณ์

0:40

ขณะที่เขากำลังดูดน้ำหวานจากดอกยาสูบ

the Moon Goddess spotted him

0:43

เทพีแห่งดวงจันทร์ก็สังเกตเห็นเขา

ไวยากรณ์

As he took a drink of ...: เหตุการณ์ที่เกิดทับซ้อนกันตามเวลา

ใน As he took a drink of... คำว่า as เริ่มอนุประโยคบอกเวลาและมีความหมายว่า while หรือ just when การดื่มเป็นเหตุการณ์พื้นหลัง ส่วนประโยคหลักบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงนั้น ใช้ as + ประธาน + คำกริยาเพื่อเล่าเรื่องด้วยสองเหตุการณ์ที่เกิดทับซ้อนกัน ในประโยคนี้ as บอกเวลา ไม่ได้บอกเหตุผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าสองเหตุการณ์เกิดทับซ้อนกันตามเวลา?

  1. As the shop was closed, we went home.
  2. As Leo crossed the yard, a plane flew overhead.
  3. As I had no umbrella, I stayed indoors.
ดูคำตอบ

As Leo crossed the yard, a plane flew overhead.

and asked her grandfather to capture the bird for her. ไวยากรณ์

0:44

และขอให้ปู่จับนกตัวนั้นให้เธอ

ไวยากรณ์

asked her grandfather to capture ... for her: ขอให้ใครทำและทำเพื่อใคร

Asked her grandfather to capture the bird ใช้โครงสร้าง ask + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน Her grandfather คือคนที่ได้รับคำขอ ส่วน capture คือการกระทำที่เธอต้องการให้คุณปู่ทำ For her บอกว่าใครได้รับประโยชน์ คือคุณปู่จะจับนกแทนเธอ ส่วนนี้ละได้เมื่อรู้อยู่แล้วว่าทำให้ใคร แต่ในประโยคนี้ใช้เพื่อระบุให้ชัดว่าการกระทำนั้นทำเพื่อใคร

แบบฝึกหัด

ใช้ ask รูปอดีตในโครงสร้าง ask + คน + to do + for + คน เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Nina ____ her dad ____ fix the bike ____ her.

ดูคำตอบ

asked · to · for

The grandfather shot the disguised Sun God with a blow dart, วัฒนธรรม

0:48

ผู้เป็นปู่ใช้ลูกดอกเป่าอาบยาพิษยิงเทพแห่งดวงอาทิตย์ที่ปลอมตัวมา

stunning him. ไวยากรณ์

0:51

ทำให้เขาสลบไป

วัฒนธรรม

with a blow dart: ลูกดอก ไม่ใช่กระบอกเป่า

blow dart คือลูกดอกขนาดเล็กที่ถูกยิงออกไปด้วยการเป่าลมผ่านกระบอกที่เรียกว่า blowgun ในวลี with a blow dart คำว่า with บอกถึงอุปกรณ์หรือวัตถุที่ใช้ในการโจมตี รายละเอียดนี้บอกว่า shot ในที่นี้มีความหมายกว้างว่า “ยิงวัตถุออกไปหรือใช้วัตถุนั้นยิงโดนใครบางคน” ไม่ได้หมายความว่าคุณปู่ใช้ปืนสมัยใหม่ยิงกระสุน

แบบฝึกหัด

blow dart คืออะไร?

  1. กระบอกที่ใช้ลมยิงลูกดอกออกไป
  2. ปืนสมัยใหม่ที่ใช้ยิงกระสุน
  3. ลูกดอกขนาดเล็กที่ยิงออกไปด้วยการเป่าผ่านกระบอก
ดูคำตอบ

ลูกดอกขนาดเล็กที่ยิงออกไปด้วยการเป่าผ่านกระบอก

ไวยากรณ์

stunning him: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์

stunning him เป็นวลี present participle (-ing) ที่บอกผลจากการกระทำทั้งหมดก่อนหน้า การยิงทำให้เขาอยู่ในสภาพ stunned ดังนั้นจึงขยายความได้ว่า "and as a result, he was stunned." ในที่นี้ stunning เป็นรูปหนึ่งของคำกริยา stun ซึ่งหมายถึงทำให้ใครบางคนไม่สามารถตอบสนองหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติชั่วคราว มักเกิดจากแรงกระแทก ไม่ใช่คำคุณศัพท์ stunning ที่หมายถึง “น่าประทับใจหรือสวยงามมาก”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing เพื่อบอกผลโดยตรงจากการกระทำแรก?

  1. The ball struck the lamp because Mia kicked it.
  2. The ball struck the lamp after rolling across the floor.
  3. The ball struck the lamp, knocking it onto the floor.
ดูคำตอบ

The ball struck the lamp, knocking it onto the floor.

Ix Chel nursed the wounded bird back to health, วลี

0:53

อิกซ์เชลพยาบาลนกที่บาดเจ็บจนหายดี

วลี

nurse someone back to health: ดูแลจนฟื้นตัว

nurse someone back to health หมายถึงดูแลคนหรือสัตว์ที่ป่วยหรือบาดเจ็บจนกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ในที่นี้ nursed เป็นคำกริยา แสดงว่าอิกซ์ เชลดูแลนกที่บาดเจ็บอย่างต่อเนื่องระยะหนึ่งและช่วยให้มันฟื้นตัว โครงสร้างคือ nurse + คนหรือสัตว์ + back to health โดย back to health บอกผลลัพธ์ว่าได้กลับสู่สภาพที่แข็งแรงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของ nurse ... back to health: After weeks of feeding and caring for the injured fox, Leo ____ it ____.

ดูคำตอบ

nursed · back to health

and soon he was able to spread his wings and fly again. วลี

0:56

และไม่นานเขาก็สามารถกางปีกและบินได้อีกครั้ง

วลี

spread his wings: ความหมายตามตัวอักษรและเชิงเปรียบเทียบ

ในประโยคนี้ spread his wings มีความหมายตามตัวอักษร คือ นกกางหรือเหยียดปีกออกเพื่อให้บินได้ วลี fly again ที่อยู่ใกล้กันช่วยยืนยันว่ากำลังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวจริง เมื่อประธานเป็นคน spread one's wings ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ โดยหมายถึงการเป็นอิสระมากขึ้น ลองประสบการณ์ใหม่ หรือใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่มากขึ้น คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น spread her wings และ spread their wings

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spread one's wings ในความหมายตามตัวอักษร?

  1. Her parents encouraged her to spread her wings after college.
  2. The young eagle spread its wings and flew from the cliff.
  3. At summer camp, Noah spread his wings by trying new activities.
ดูคำตอบ

The young eagle spread its wings and flew from the cliff.

He transformed back into the Sun God กริยาวลี

1:00

เขากลับคืนร่างเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์

and invited the Moon Goddess to escape with him. ไวยากรณ์

1:03

และชวนเทพีแห่งดวงจันทร์ให้หนีไปด้วยกัน

กริยาวลี

transform back into: กลับไปเป็นรูปร่างเดิม

transform back into + คำนาม หมายถึงประธานเปลี่ยนกลับไปเป็นรูปร่าง ตัวตน หรือสภาพที่เคยเป็นมาก่อน ในประโยคนี้ เขากลับไปอยู่ในร่างเดิมของเทพแห่งดวงอาทิตย์ โดย back สื่อถึงการย้อนกลับ และ into นำหน้าร่างที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มี back คำว่า transform into จะบอกเพียงว่าเปลี่ยนเป็นอีกร่างหนึ่ง โดยไม่ได้บอกว่านั่นคือสภาพเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมาย: After the magic faded, the fox ____ a wooden toy.

ดูคำตอบ

transformed back into

ไวยากรณ์

invite someone to do something: ชวนใครบางคนให้ร่วมทำสิ่งหนึ่ง

โครงสร้าง invite + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงชวนให้ใครบางคนเข้าร่วมทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ the Moon Goddess คือผู้ที่ได้รับคำชวน และ to escape คือการกระทำที่ชวนให้ทำ with him แสดงว่าเขาเสนอให้ทำสิ่งนั้นด้วยกัน ในที่นี้ invite มีความหมายเฉพาะกว่า ask เพราะเป็นการชวนให้อีกฝ่ายเข้าร่วมทำกิจกรรม ไม่ใช่เพียงการขอร้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง invite ในรูปอดีต: Maya ____ her neighbor ____ join the park cleanup with her.

ดูคำตอบ

invited · to

The two rowed away in a canoe,

1:07

ทั้งสองพายเรือแคนูหนีไป

but the grandfather called upon the powerful Storm God to help him stop them. วลี

1:09

แต่ผู้เป็นปู่ได้เรียกเทพแห่งพายุผู้ทรงพลังมาช่วยหยุดยั้งพวกเขา

วลี

called upon: ขอให้ลงมือทำอย่างเป็นทางการ

ใน called upon the powerful Storm God to help คำว่า called upon หมายถึง “ขออย่างเป็นทางการ” หรือ “ร้องขอความช่วยเหลือ” โครงสร้างคือ call upon + บุคคลหรือกลุ่ม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ การกระทำที่ขอคือให้ช่วยคุณปู่หยุดพวกนั้น call upon ฟังดูจริงจังและเป็นการเรียกร้องต่อสาธารณะมากกว่า ask ในเรื่องเล่า คำนี้ยังสื่อถึงการขอความช่วยเหลือจากผู้มีพลังได้ด้วย และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “โทรศัพท์”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ call upon ได้อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายของการเรียกร้องต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ

  1. Mia called upon her friend to pass the salt.
  2. The mayor called upon residents to conserve water.
  3. The mayor called residents upon to conserve water.
ดูคำตอบ

The mayor called upon residents to conserve water.

Sensing danger, ไวยากรณ์

1:14

เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย

the Moon Goddess jumped from the canoe into the water below

1:16

เทพีแห่งดวงจันทร์จึงกระโดดลงจากเรือแคนูลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง

ไวยากรณ์

Sensing danger: อนุประโยค -ing ที่บอกเหตุผล

Sensing danger เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่วางไว้ต้นประโยค โดยบอกการรับรู้ที่นำไปสู่การกระทำหลัก ความสัมพันธ์จึงใกล้เคียงกับ because she sensed danger หรือ when she sensed danger วิธีนี้ช่วยให้เรื่องเล่าเชื่อมเหตุผลหรือภูมิหลังเข้ากับการกระทำได้โดยไม่ต้องใช้อนุประโยคเต็มรูป ประธานที่เข้าใจได้ของ Sensing คือประธานของประโยคหลัก กล่าวคือ เทพธิดาแห่งดวงจันทร์เป็นทั้งผู้สัมผัสถึงอันตรายและผู้กระโดด เมื่อนำโครงสร้างนี้ไปใช้ ประธานของทั้งสองส่วนต้องตรงกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีอนุประโยค -ing ต้นประโยคที่ประธานซึ่งเข้าใจได้ตรงกับประธานของประโยคหลัก

  1. Hearing the alarm, the building seemed unsafe to Priya.
  2. Hearing the alarm, the exit door opened automatically.
  3. Hearing the alarm, Priya left the building immediately.
ดูคำตอบ

Hearing the alarm, Priya left the building immediately.

and transformed into a crab.

1:19

และกลายร่างเป็นปู

But the Storm God had already thrown a lightning bolt, ไวยากรณ์

1:21

แต่เทพแห่งพายุได้ขว้างสายฟ้าไปแล้ว

ไวยากรณ์

had already thrown: ระบุการกระทำในอดีตที่เสร็จก่อน

had already thrown เป็นรูป past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + กริยาช่องที่สาม thrown รูปนี้วางเหตุการณ์ขว้างสายฟ้าไว้ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต ในประโยคนี้ การขว้างเกิดขึ้นก่อนที่สายฟ้าจะพุ่งชนปู already เน้นว่าเมื่อถึงจุดเวลานั้นในอดีต การกระทำได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ใช้ had already + กริยาช่องที่สาม เมื่อต้องการมองย้อนจากเวลาในอดีตไปยังสิ่งที่เสร็จก่อนหน้านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูป past perfect ของ leave และ already: By the time we reached the station, the train ____.

ดูคำตอบ

had already left

which hit the crab and pierced her through her heart, วลี

1:24

ซึ่งฟาดเข้าที่ปูและทะลวงผ่านหัวใจของเธอ

killing her.

1:27

ทำให้เธอสิ้นใจ

วลี

pierced her through her heart: พลังรุนแรงที่ทะลุผ่านร่างกาย

ใน pierced her through her heart คำว่า pierced หมายถึงสายฟ้าเข้าไปและทะลุผ่านหัวใจของเธอ her ตัวแรกคือผู้ที่ได้รับผล ส่วน her heart หลัง through ระบุเส้นทางที่พลังนั้นเคลื่อนผ่าน วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าสายฟ้าชนเธอเท่านั้น through เน้นการทะลุผ่านอวัยวะในร่างกาย จึงสร้างภาพของบาดแผลที่รุนแรงและถึงชีวิต

แบบฝึกหัด

pierced her through her heart หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. พลังรุนแรงทะลุผ่านหัวใจของเธอ
  2. เธอรู้สึกเจ็บเล็กน้อยและไม่เป็นอันตรายใกล้หัวใจ
  3. เธอมองผ่านช่องเปิดรูปหัวใจ
ดูคำตอบ

พลังรุนแรงทะลุผ่านหัวใจของเธอ

Hundreds and hundreds of dragonflies gathered, วลี

1:30

แมลงปอนับร้อยนับพันบินมารวมตัวกัน

วลี

Hundreds and hundreds of: การพูดซ้ำเพื่อเน้นจำนวนที่มากมหาศาล

ในรูปแบบ hundreds and hundreds of + คำนามพหูพจน์ การพูด hundreds ซ้ำจะเน้นจำนวนมากที่เป็นค่าประมาณอยู่แล้ว ในประโยคนี้หมายถึงแมลงปอจำนวนมาก ไม่ใช่การนับอย่างแม่นยำว่าเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละหนึ่งร้อยตัว การซ้ำทำให้จำนวนดูยิ่งใหญ่และเห็นภาพชัดขึ้น จึงเหมาะกับการเล่าเรื่องหรือการบรรยายด้วยอารมณ์ตื่นเต้น รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับคำบอกจำนวนมากคำอื่นได้ เช่น thousands and thousands of people

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบซ้ำของ hundreds เพื่อเน้นฝูงชนจำนวนมหาศาล: ____ fans waited outside the stadium.

ดูคำตอบ

Hundreds and hundreds of

buzzing songs and fluttering their transparent wings. ลำดับความ

1:33

ส่งเสียงร้องหึ่งๆ และกระพือปีกอันโปร่งใสของพวกมัน

ลำดับความ

buzzing ... and fluttering ...: รายละเอียดที่ขนานกันด้วยวลี -ing

วลี -ing สองวลีคือ buzzing songs และ fluttering their transparent wings เชื่อมกันด้วย and และมีประธานที่เข้าใจได้ร่วมกันคือ dragonflies จากอนุประโยคก่อนหน้า วลีเหล่านี้เพิ่มการกระทำที่เกิดร่วมกับเหตุการณ์หลัก gathered ไม่ได้เล่าเหตุการณ์หลักสองเหตุการณ์แยกกัน รูปแบบที่ขนานกันจัดรายละเอียดสองอย่างไว้ในระดับเดียวกัน วลีแรกให้รายละเอียดด้านเสียง ส่วนวลีที่สองให้การเคลื่อนไหวและภาพ นี่เป็นรูปแบบการเล่าเรื่องที่พบได้บ่อย คือบอกการกระทำหลักแล้วตามด้วยวลี -ing ที่เชื่อมกันเพื่อทำให้ฉากเดียวมีชีวิตชีวาขึ้น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Hundreds and hundreds of dragonflies gathered, buzzing songs and fluttering their transparent wings. วลี -ing สองวลีที่เชื่อมกันทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีเหล่านี้นำเสนอประธานใหม่สองตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับแมลงปอ
  2. วลีเหล่านี้แสดงการกระทำสองอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากการรวมตัวสิ้นสุดแล้วเท่านั้น
  3. วลีเหล่านี้เพิ่มการกระทำสองอย่างที่แมลงปอทำขณะมารวมกัน
ดูคำตอบ

วลีเหล่านี้เพิ่มการกระทำสองอย่างที่แมลงปอทำขณะมารวมกัน

They formed a thick magical cloud over the Moon Goddess's body. วลี

1:37

พวกมันรวมตัวกันเป็นเมฆเวทมนตร์หนาทึบปกคลุมร่างของเทพีแห่งดวงจันทร์

วลี

formed a thick magical cloud: ก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนวิเศษที่หนาแน่นและคล้ายเมฆ

ในประโยคนี้ formed หมายถึง “มารวมกันจนเกิดเป็น” และ a cloud หมายถึงกลุ่มก้อนที่ดูหรือแผ่ตัวคล้ายเมฆ วลีนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเมฆตามธรรมชาติ ควัน ฝุ่น หมอก ไอน้ำ หรือฝูงแมลงก็ form a cloud ได้ thick บอกว่ากลุ่มก้อนนั้นหนาแน่นหรือมองทะลุได้ยาก ส่วน magical บอกว่ามีลักษณะเหนือธรรมชาติ โครงสร้างที่ใช้ต่อได้คือ X forms a cloud over/around Y

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Smoke formed a thick cloud above the fire,” คำว่า “formed a thick cloud” หมายความว่าอะไร

  1. ควันผ่าท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน
  2. ควันหายไปทันที
  3. ควันรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่นคล้ายเมฆ
ดูคำตอบ

ควันรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่นคล้ายเมฆ

For 13 days,

1:41

เป็นเวลา 13 วัน

the dragonflies cut, cleaned, and hollowed 13 logs.

1:43

ที่เหล่าแมลงปอได้ตัด ทำความสะอาด และขุดเจาะท่อนไม้ 13 ท่อน

On the 13th night,

1:47

ในคืนที่ 13

the logs burst open, กริยาวลี

1:48

ท่อนไม้ก็แตกออก

and the Moon Goddess emerged,

1:50

และเทพีแห่งดวงจันทร์ก็ปรากฏตัวขึ้น

กริยาวลี

burst open: เปิดหรือแตกออกอย่างฉับพลันและรุนแรง

ในที่นี้ burst open หมายถึง “เปิดออกอย่างฉับพลันและรุนแรง” โดยมักเกิดจากการแตกหรือดีดเปิด burst ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูฉับพลันและมีแรง ส่วน open เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ว่า หลังการเปลี่ยนแปลงแล้วสิ่งนั้นอยู่ในสภาพเปิด ในเรื่องที่เล่าเหตุการณ์อดีต burst สามารถเป็นกริยารูปอดีตได้อยู่แล้ว รูปพื้นฐาน simple past และ past participle ล้วนเป็น burst วลีนี้ไม่ได้หมายความว่ามีการระเบิดเกิดขึ้นเสมอไป

แบบฝึกหัด

“The seedpod burst open in the heat” หมายความว่าอะไร

  1. ฝักเมล็ดแตกและเปิดออกอย่างฉับพลัน
  2. ฝักเมล็ดค่อย ๆ เปลี่ยนสี
  3. ฝักเมล็ดยังคงปิดสนิท
ดูคำตอบ

ฝักเมล็ดแตกและเปิดออกอย่างฉับพลัน

alive and more brilliant than ever. ไวยากรณ์

1:52

ฟื้นคืนชีพและเจิดจรัสดุจเดิมหรือยิ่งกว่าเดิม

ไวยากรณ์

alive and more brilliant than ever: มีชีวิตอยู่และเจิดจ้ายิ่งกว่าที่เคย

alive and more brilliant than ever เป็นคำบอกสภาพสองส่วนที่เชื่อมกันและกล่าวถึงสิ่งเดียวกัน alive หมายถึงสิ่งนั้นมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ตาย ส่วน more brilliant หมายถึงมีความสว่างหรือเปล่งประกายมากขึ้น โครงสร้าง “คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ever” หมายถึง “มากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้” เป็นการเปรียบเทียบสภาพปัจจุบันกับสภาพในอดีตของสิ่งเดียวกัน และเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจนมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้ Leo มั่นใจมากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้

  1. Leo is as confident as his brother.
  2. Leo is more confident than ever.
  3. Leo used to be confident.
ดูคำตอบ

Leo is more confident than ever.

The Sun God wasted no time in proposing marriage. สำนวน

1:56

เทพแห่งดวงอาทิตย์ไม่รอช้าที่จะขอแต่งงาน

สำนวน

wasted no time in proposing marriage: ขอแต่งงานทันทีโดยไม่รอช้า

Waste no time in doing something เป็นโครงสร้างตายตัวที่หมายถึงทำบางสิ่งทันทีโดยไม่ชักช้า ในประโยคนี้ wasted no time in proposing marriage หมายความว่าเทพแห่งดวงอาทิตย์ขอแต่งงานทันที โดยเน้นว่าไม่มีการรอก่อนลงมือทำ ในโครงสร้างนี้ in เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing: wasted no time in proposing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ waste no time in: When the final bell rang, Nora ____ packing her bag.

ดูคำตอบ

wasted no time in

The Moon Goddess happily agreed.

2:00

เทพีแห่งดวงจันทร์ตอบตกลงอย่างมีความสุข

Side by side,

2:02

เคียงข้างกัน

they were ready to light up the sky with their powerful rays. กริยาวลี

2:03

พวกเขาพร้อมที่จะส่องสว่างท้องฟ้าด้วยรังสีอันทรงพลัง

กริยาวลี

light up the sky: ทำให้ท้องฟ้าสว่างไสว

Light up หมายถึง “ทำให้บางสิ่งสว่างขึ้นด้วยการส่องแสงไปที่สิ่งนั้น” ในประโยคนี้ ลำแสงจะทำให้ท้องฟ้าเปล่งแสงขึ้นจริง ๆ วลีนี้จึงสร้างภาพที่ชัดเจนและน่าตื่นตา Light up ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น พูดว่า a face can light up เมื่อใครคนหนึ่งมีสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที แนวคิดร่วมคือการเปลี่ยนจากหม่นหรือมืดไปเป็นสว่างอย่างเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาวลีที่เน้นไว้: At midnight, fireworks will ____ the harbor.

ดูคำตอบ

light up

Unfortunately, ลำดับความ

2:07

น่าเสียดายที่

the story doesn't end there.

2:08

เรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น

ลำดับความ

Unfortunately, the story doesn't end there: ส่งสัญญาณถึงจุดพลิกผันในทางลบ

Unfortunately บอกผู้ฟังว่าเหตุการณ์ถัดไปจะไม่ดีหรือน่าผิดหวัง ส่วน The story doesn't end there หมายความว่าจุดที่เพิ่งเล่าไปยังไม่ใช่ตอนจบจริง และจะมีเหตุการณ์ต่อไปอีก there ในที่นี้หมายถึงจุดหนึ่งในลำดับเหตุการณ์ ไม่ใช่สถานที่จริง เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้เชื่อมสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าไปสู่จุดพลิกผันในทางลบและสร้างความลุ้นระทึก

แบบฝึกหัด

ประโยคต่อไปนี้ส่งสัญญาณอะไรในการเล่าเรื่อง? Unfortunately, the story doesn't end there.

  1. เหตุการณ์จบลงแล้วและจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
  2. ผู้พูดกำลังระบุสถานที่จริงที่เรื่องราวเกิดขึ้น
  3. จะมีเหตุการณ์อื่นตามมา และมีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี
ดูคำตอบ

จะมีเหตุการณ์อื่นตามมา และมีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี

The Sun God's brother visited often.

2:10

พี่ชายของเทพแห่งดวงอาทิตย์มาเยี่ยมบ่อยครั้ง

Sensing he was also in love with Ix Chel, วลี

2:13

เมื่อสัมผัสได้ว่าเขาก็หลงรักอิกซ์เชลเช่นกัน

วลี

be in love with someone: ความรักแบบคนรักที่มีอยู่แล้ว

Be in love with someone เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงมีความรักแบบคนรักต่อบุคคลนั้น รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล แต่ in love with ต้องอยู่เป็นชุดเดียวกัน และวางบุคคลไว้หลัง with ในที่นี้ was in love with บรรยายความรู้สึกที่มีอยู่แล้วในเวลานั้น ไม่ได้บอกว่าความรู้สึกเพิ่งเริ่มขึ้นในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ be in love with เติมประโยคให้สมบูรณ์: Emma is ____ Noah.

ดูคำตอบ

in love with

the Sun God grew jealous วลี

2:15

เทพแห่งดวงอาทิตย์จึงเกิดความหึงหวง

วลี

grew jealous: grow + คำคุณศัพท์เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย

Grow ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ได้ Grew jealous หมายถึง “ค่อย ๆ รู้สึกหึงหวงขึ้นมา” และ grew เป็นรูปอดีตของ grow โครงสร้าง grow + adjective แสดงว่าความรู้สึกหรือสภาวะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา และยังใช้ในสำนวนอย่าง grow angry, grow nervous และ grow quiet ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ grow กับ quiet เติมประโยคให้สมบูรณ์: As the movie began, the room ____.

ดูคำตอบ

grew quiet

and began to mistreat her. ไวยากรณ์

2:17

และเริ่มทารุณกรรมเธอ

ไวยากรณ์

began to mistreat her: บอกว่าการกระทำเริ่มขึ้นเมื่อใด

began to + คำกริยารูปพื้นฐาน คือรูปอดีตแบบธรรมดาของ begin to do something โครงสร้างนี้ชี้จุดที่การกระทำเริ่มต้น และ mistreat ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to ในที่นี้ mistreat her หมายถึงปฏิบัติต่อเธออย่างไม่ยุติธรรม โหดร้าย หรือก่อให้เกิดอันตราย วลีนี้แสดงว่าการปฏิบัติที่เลวร้ายนั้นเริ่มขึ้นในช่วงนี้และอาจดำเนินต่อไปภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตแบบธรรมดาของ begin ตามด้วย to เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After a few minutes, the baby ____ cry.

ดูคำตอบ

began to

One day,

2:21

วันหนึ่ง

Ix Chel was sitting on the riverbank,

2:22

อิกซ์เชลกำลังนั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

furious at her husband. วลี

2:24

ด้วยความโกรธแค้นสามีของเธอ

วลี

furious at her husband: ความโกรธอย่างรุนแรงที่มุ่งไปยังบุคคล

Furious หมายถึงโกรธอย่างมาก โดยมีระดับความรุนแรงมากกว่าเพียงแค่ annoyed หรือ angry ใน furious at her husband คำว่า at นำหน้าบุคคลที่ความโกรธมุ่งตรงไปหา วลีนี้เป็นวลีคุณศัพท์ที่บรรยายสภาวะทางอารมณ์ ในประโยคสมบูรณ์ วลีนี้มักตามหลัง be เช่น She was furious at her husband.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้จัดการเป็นเป้าหมายโดยตรงของความโกรธอย่างรุนแรงของเธอ?

  1. She was furious at the manager.
  2. She was worried about the manager.
  3. She was furious about the manager's decision.
ดูคำตอบ

She was furious at the manager.

A huge bird came gliding down วลี

2:26

นกยักษ์ตัวหนึ่งบินร่อนลงมา

วลี

come + -ing + down ใน came gliding down

ใน came gliding down คำว่า came บอกการเคลื่อนเข้ามาในฉากหรือเข้าหาจุดสนใจของฉาก ส่วน gliding บอกลักษณะการเคลื่อนที่อย่างราบรื่นแบบร่อน และ down บอกทิศทางลงด้านล่าง เมื่อรวมกันจึงหมายถึงนกเข้ามาใกล้พร้อมกับร่อนลง โครงสร้าง come + กริยา -ing ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของเคลื่อนเข้าหาสถานที่หรือเข้ามาในฉากด้วยวิธีใด เช่น come running, come rushing และ come floating down ให้เปลี่ยนรูป come ตามกาล แต่คงกริยาที่บอกลักษณะการเคลื่อนที่ไว้ในรูป -ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ come + -ing + down เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งเคลื่อนลงด้านล่างและเข้าหาคนที่กำลังมองอยู่

  1. A leaf came floating down toward us.
  2. A leaf stayed on a high branch.
  3. A leaf floated away above the trees.
ดูคำตอบ

A leaf came floating down toward us.

and offered to take her to the high mountain peaks. ไวยากรณ์

2:28

และเสนอตัวจะพาเธอไปยังยอดเขาสูง

ไวยากรณ์

offer to + กริยารูปพื้นฐาน ใน offered to take her

Offered to take her ... หมายความว่านกเป็นฝ่ายอาสาจะพาเธอไปเอง นี่เป็นข้อเสนอที่นกเสนอขึ้นมา โครงสร้างคือ offer to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น take จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐานหลัง to ส่วนที่เหลือของ infinitive บอกการกระทำที่เสนอไว้ คือ take her to the high mountain peaks ในโครงสร้าง take someone to a place คนที่ถูกพาอยู่หลัง take และจุดหมายปลายทางอยู่หลัง to

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ offer to เติมประโยคให้สมบูรณ์: When Mia saw the heavy box, she ____ carry it.

ดูคำตอบ

offered to

To get away from the cruel Sun God, กริยาวลี

2:31

เพื่อหนีจากเทพแห่งดวงอาทิตย์ผู้โหดร้าย

she agreed.

2:33

เธอจึงตกลง

กริยาวลี

To get away from ...: บอกจุดประสงค์ในการหนี

To get away from the cruel Sun God เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ จึงอธิบายว่าเธอตกลงเพราะอะไร การวางวลีบอกจุดประสงค์ไว้ต้นประโยคทำให้เหตุผลมาก่อนการกระทำหลัก get away from หมายถึงหลบหนีหรือออกห่างจากคน สถานที่ อันตราย หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ในที่นี้สื่อถึงการหนีจากสถานการณ์ที่ไม่ต้องการหรือเป็นอันตราย ไม่ใช่แค่ขยับให้ห่างขึ้นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใช้ to get away from และนามวลี the noise เพื่อเติมวลีบอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: ____, we moved to a quieter room.

ดูคำตอบ

To get away from the noise

There,

2:35

ที่นั่น

she met the King of the vultures. วัฒนธรรม

2:35

เธอได้พบกับราชาแห่งแร้ง

วัฒนธรรม

King of the vultures: ผู้ปกครองสัตว์ในตำนาน

King of the vultures เป็นตำแหน่งในตำนานที่บรรยายให้แร้งตัวหนึ่งเป็นผู้ปกครองหรือผู้นำของเหล่าแร้งทั้งหมดในเรื่อง การให้ตำแหน่งราชวงศ์แก่สัตว์เป็นการทำให้สัตว์มีลักษณะเหมือนมนุษย์ จึงทำให้โลกของสัตว์ทำงานเหมือนอาณาจักรมนุษย์ King ในที่นี้คือบทบาทของตัวละคร ไม่ได้หมายความว่าแร้งจริง ๆ มีกษัตริย์แบบมนุษย์ หรือหมายถึงเพียงแร้งตัวที่ใหญ่ที่สุด

แบบฝึกหัด

ในตำนาน ตำแหน่ง King of the vultures น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ตัวละครสัตว์ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์และปกครองหรือนำเหล่าแร้ง
  2. กษัตริย์มนุษย์ที่ยืนอยู่ข้างแร้งหลายตัว
  3. แร้งที่มีน้ำหนักมากที่สุดในการสำรวจทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

ตัวละครสัตว์ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์และปกครองหรือนำเหล่าแร้ง

The vulture King was kind and fun-loving, การใช้คำ

2:38

ราชาแร้งผู้ใจดีและรักความสนุกสนาน

การใช้คำ

fun-loving: คำคุณศัพท์มีเครื่องหมายยัติภังค์ที่บอกนิสัยรักความสนุก

fun-loving เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ หมายถึงชอบทำกิจกรรมสนุก ๆ ในประโยคนี้ คำนี้อยู่คู่กับ kind หลัง was เพื่อบรรยายบุคลิกของราชาแร้ง เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม fun กับ loving ให้เป็นหน่วยคำบรรยายเดียว คำนี้บอกลักษณะนิสัยที่มักชอบความสนุก ไม่ได้หมายถึงเพียงการกำลังสนุกอยู่ครั้งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “ชอบทำกิจกรรมสนุก ๆ” ให้สมบูรณ์: Zoe loves parties, games, and trips. She is ____.

ดูคำตอบ

fun-loving

a much better partner than the violent Sun God. ไวยากรณ์

2:41

เป็นคู่ครองที่ดีกว่าเทพแห่งดวงอาทิตย์ผู้อารมณ์ร้ายอย่างมาก

ไวยากรณ์

much better ... than ...: แสดงความแตกต่างที่มาก

better เป็นรูปขั้นกว่าของ good ส่วน than ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งที่เป็นตัวเปรียบเทียบ ในที่นี้ a better partner than the violent Sun God หมายถึงผู้ที่อาจเป็นคู่ครองคนหนึ่งได้รับการประเมินว่าดีกว่าเทพแห่งดวงอาทิตย์ much วางไว้หน้าคำขั้นกว่า better เพื่อแสดงว่ามีความแตกต่างมาก โดย much better หมายถึงดีกว่ามาก ไม่ใช่เพียงดีกว่าเล็กน้อย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ much + คำขั้นกว่า + than เช่น much safer than หรือ much easier than อย่าใช้ very better เพราะโดยปกติ very ไม่ได้ขยายคำขั้นกว่าในรูปแบบนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย much และคำขั้นกว่า safer: This route is ____ than the old one.

ดูคำตอบ

much safer

The Moon Goddess made a new home with him in the mountains. วลี

2:44

เทพีแห่งดวงจันทร์ได้สร้างบ้านใหม่กับเขาบนภูเขา

วลี

make a new home with someone: ลงหลักปักฐานและเริ่มชีวิตร่วมกับใครสักคน

ในประโยคนี้ made a new home with him หมายถึงเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ลงหลักปักฐานกับเขาและเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน home หมายถึงทั้งสถานที่อยู่อาศัยและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่แห่งนั้น ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทั้งคู่ลงมือสร้างตัวบ้าน โครงสร้าง make a home with someone เน้นการสร้างชีวิตร่วมกันที่มั่นคง new เพิ่มความหมายว่ามีการย้ายไปที่อื่นหรือเริ่มช่วงใหม่ของชีวิต ส่วน in the mountains บอกตำแหน่งของบ้านใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make a new home เพื่อสื่อว่าผู้คนลงหลักปักฐานและเริ่มต้นชีวิตร่วมกันในระยะยาว

  1. Maya toured a beautiful house with her aunt.
  2. Maya lived with a roommate for two weeks during camp.
  3. After moving to Denver, Maya made a new home with her aunt.
ดูคำตอบ

After moving to Denver, Maya made a new home with her aunt.

When the Sun God heard,

2:47

เมื่อเทพแห่งดวงอาทิตย์ได้ยินเรื่องนี้

he was distraught. การใช้คำ

2:48

เขาก็ว้าวุ่นใจมาก

การใช้คำ

distraught: ความทุกข์อย่างรุนแรงจนคิดอย่างสงบไม่ได้

Distraught หมายถึงทุกข์ใจหรือกระวนกระวายอย่างรุนแรงจนคิดอย่างสงบไม่ได้ เพราะความเศร้า ความกลัว หรือความกังวล ใน he was distraught คำว่า was เชื่อม he เข้ากับสภาวะอารมณ์ที่รุนแรงนี้ คำนี้แรงกว่า sad มาก และโดยทั่วไปแรงและเฉพาะเจาะจงกว่า upset สถานการณ์แวดล้อมจะบอกว่าความเศร้า ความตื่นตระหนก ความกังวล หรือหลายอารมณ์รวมกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ distraught ด้วยระดับความรุนแรงทางอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ

  1. She was distraught because her toast was slightly cold.
  2. She was distraught after learning that her home had burned down.
  3. She was distraught while choosing between two identical pencils.
ดูคำตอบ

She was distraught after learning that her home had burned down.

He hid inside a deer carcass until a hungry vulture came swooping down,

2:50

เขาซ่อนตัวอยู่ในซากกวางจนกระทั่งแร้งผู้หิวโหยบินโฉบลงมา

then hopped onto its back and rode to the mountain kingdom, วลี

2:54

จากนั้นก็กระโดดขึ้นหลังของมันและขี่ไปยังอาณาจักรบนภูเขา

วลี

hopped onto its back: กระโดดไปถึงพื้นผิว

ใน “hopped onto its back” คำว่า hopped บอกการกระโดดอย่างรวดเร็ว ส่วน onto บอกทิศทางและจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนที่ เขาเคลื่อนจากที่อื่นแล้วลงบนหลังแร้ง วลีนี้จึงไม่ได้บอกเพียงว่าเขาอยู่ที่ไหน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยาการเคลื่อนที่ + onto + พื้นผิว เช่น climb onto a platform หรือ step onto a stage

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ hop และคำบุพบทที่แสดงการเคลื่อนไปยังพื้นผิว: The frog ____ the flat rock.

ดูคำตอบ

hopped onto

where the Moon Goddess now lived with the Vulture King. ไวยากรณ์

2:58

ซึ่งบัดนี้เทพีแห่งดวงจันทร์ได้อาศัยอยู่กับราชาแร้ง

ไวยากรณ์

where the Moon Goddess now lived...: อนุประโยคสัมพันธ์บอกสถานที่

where ในที่นี้ย้อนกลับไปหมายถึง the mountain kingdom ในส่วนก่อนหน้าของประโยค โดยมีความหมายว่า “ในอาณาจักรนั้น” และนำหน้าประโยคย่อยที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานที่นั้น รูปแบบคือ คำนามสถานที่ + where + ประธาน + กริยา เนื่องจาก where มีความหมายเรื่องสถานที่อยู่แล้ว จึงไม่เติม there: ใช้ “the kingdom where she lived” ไม่ใช่ “the kingdom where she lived there” เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าประโยคย่อยนี้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรที่ระบุไว้แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมความสัมพันธ์ที่หมายถึง “ในสถานที่นั้น”: We found a quiet garden, ____ we ate lunch.

ดูคำตอบ

where

He begged her to come home with him, ไวยากรณ์

3:02

เขาอ้อนวอนให้เธอกลับบ้านไปกับเขา

ไวยากรณ์

begged her to come home with: โครงสร้าง beg someone to do something

Beg someone to do something หมายถึงการอ้อนวอนอย่างหนักแน่นให้ใครคนหนึ่งทำบางอย่าง ในที่นี้ her คือคนที่ถูกอ้อนวอน ส่วน to come home with him คือสิ่งที่เขาต้องการอย่างยิ่งให้เธอทำ Beg มีน้ำหนักมากกว่า ask มักแสดงความเร่งด่วน ความทุกข์ใจ หรือสถานะที่เสียเปรียบกว่า ประโยคนี้จึงมีอารมณ์เข้มข้นกว่าคำขอทั่วไป

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างอดีตของ beg someone to do something เติมประโยคให้สมบูรณ์: In desperation, she ____ let her through.

ดูคำตอบ

begged the guard to

apologizing for how he had treated her. ไวยากรณ์

3:04

และขอโทษสำหรับวิธีที่เขาเคยปฏิบัติต่อเธอ

ไวยากรณ์

apologizing for how he had treated her: apologize for + อนุประโยค how

Apologize for ใช้บอกเหตุผลของการขอโทษ ในประโยคนี้ for ตามด้วยอนุประโยค how he had treated her ซึ่งหมายถึงวิธีที่เขาปฏิบัติต่อเธอ Past perfect ใน had treated แสดงว่าพฤติกรรมนั้นเกิดก่อนการขอโทษ รูปแบบ apologize for how + ประธาน + กริยา ใช้อธิบายวิธีที่การกระทำก่อนหน้าเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทมาตรฐานที่ใช้บอกเหตุผลของการขอโทษ: He apologized ____ how he had spoken to the receptionist.

ดูคำตอบ

for

The kind and forgiving goddess took pity on him สำนวน

3:06

เทพีผู้ใจดีและให้อภัยเกิดความสงสารเขา

สำนวน

took pity on: รู้สึกสงสารใครบางคน

take pity on someone หมายถึงรู้สึกสงสารหรือเห็นใจใคร เพราะคนนั้นกำลังทุกข์ อยู่ในภาวะเปราะบาง หรือมีปัญหา took เป็นรูปอดีตของ take และโครงสร้างตายตัวคือ take pity on + คน ในเรื่องเล่า สำนวนนี้มักสื่อว่าความสงสารนำไปสู่ความเมตตา การช่วยเหลือ หรือการให้อภัย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวอธิบายว่าทำไมเทพธิดาจึงปฏิบัติต่อเขาด้วยความเมตตา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “รู้สึกสงสาร”: Seeing the shivering dog, Lena ____ it and brought it inside.

ดูคำตอบ

took pity on

and agreed to go back.

3:09

และตกลงที่จะกลับไป

But Kinich Ahau soon began to show his true nature again. สำนวน

3:11

แต่ไม่นาน คินิช อาฮาอู ก็เริ่มแสดงธาตุแท้ของเขาอีกครั้ง

สำนวน

show his true nature again: เผยนิสัยที่แท้จริงของเขาอีกครั้ง

show one's true nature หมายถึงเผยนิสัยหรือแรงจูงใจที่ก่อนหน้านี้ซ่อนหรือยับยั้งไว้ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องตรงกับบุคคล เช่น his true nature, her true nature หรือ their true nature ในที่นี้ again บอกว่าลักษณะเหล่านี้เคยปรากฏมาก่อน ดูเหมือนจะหยุดไป แล้วกลับมาอีกครั้ง ในประโยคนี้สำนวนมีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์ โดยสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของเขาเป็นเพียงชั่วคราว และพฤติกรรมที่แย่กำลังกลับมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย show ... true nature again ในรูปอดีต: The bully apologized and behaved kindly for a week, but then he ____.

ดูคำตอบ

showed his true nature again

He struck her,

3:15

เขาทุบตีเธอ

scarring her face ไวยากรณ์

3:17

ทำให้ใบหน้าของเธอมีรอยแผลเป็น

and dimming her bright rays.

3:18

และทำให้รัศมีอันสว่างไสวของเธอหม่นหมองลง

ไวยากรณ์

scarring her face and dimming her bright rays: ผลลัพธ์สองอย่างที่ใช้ -ing แบบขนาน

scarring her face และ dimming her bright rays เป็นอนุประโยค -ing สองส่วนที่วางขนานกันหลังประโยคหลัก ทั้งสองส่วนบอกผลของ He struck her กล่าวคือ การตีทำให้ใบหน้าของเธอเป็นแผลเป็นและทำให้แสงของเธออ่อนลง ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวกันและเกิดขึ้นภายหลัง and เชื่อมโครงสร้าง verb-ing + กรรมที่มีรูปแบบตรงกัน ผลแรกเป็นความเสียหายทางร่างกาย ส่วนผลที่สองกระทบแสงของเทพีแห่งดวงจันทร์และยังสื่อว่าพลังของเธออ่อนลงด้วย สามารถใช้รูปแบบ “ประโยคหลัก, verb-ing ... and verb-ing ...” เพื่อเชื่อมเหตุการณ์หนึ่งกับผลลัพธ์สองอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing สองส่วนแบบขนานได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลสองอย่างจากเหตุการณ์เดียว?

  1. The storm swept through the town, damaging roofs and blocking roads.
  2. The storm swept through the town because damaging roofs and blocking roads.
  3. The storm swept through the town, damaged roofs and roads blocking.
ดูคำตอบ

The storm swept through the town, damaging roofs and blocking roads.

Ix Chel flew off into the dark. กริยาวลี

3:21

อิกซ์เชลบินหนีเข้าไปในความมืด

กริยาวลี

flew off into the dark: ออกจากที่หนึ่งและเข้าไปสู่อีกที่หนึ่ง

flew เป็นรูปอดีตของ fly ใน flew off คำว่า off เป็นคำอนุภาคที่เน้นการออกจากจุดเริ่มต้น ซึ่งมักให้ความรู้สึกว่าออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วน into the dark บอกเส้นทางและจุดหมายต่อไปว่าเธอเคลื่อนจากจุดเดิมเข้าไปในความมืด ดังนั้น วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการบินในขณะที่มืด แต่แสดงทั้งการออกจากที่เดิมและการเข้าไปข้างใน และอาจสื่อว่าหายลับไปจากสายตาได้ด้วย รูปแบบบอกเส้นทางที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำกริยาการเคลื่อนที่ + off + into + จุดหมาย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่านกฮูกออกจากจุดเริ่มต้นและเข้าไปในป่า?

  1. The owl flew off into the forest.
  2. The owl flew in the forest.
  3. The owl flew above the forest.
ดูคำตอบ

The owl flew off into the forest.

From then on, วลี

3:23

ตั้งแต่นั้นมา

she vowed to appear only at night. วลี

3:24

เธอสาบานว่าจะปรากฏตัวเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น

วลี

From then on: จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องในอดีต

From then on หมายถึง “เริ่มจากเวลาหนึ่งในอดีตที่กล่าวถึงไปแล้ว และดำเนินต่อจากนั้น” ในประโยคนี้ วลีนี้วางคำสาบานไว้ ณ จุดเปลี่ยนในอดีต และบอกว่าการปรากฏตัวเฉพาะตอนกลางคืนเป็นแบบแผนใหม่ตั้งแต่นั้นไป วลีนี้มักใช้เชื่อมเวลาไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค then ย้อนถึงเหตุการณ์หรือเวลาในอดีต ไม่ใช่ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

สะพานแห่งหนึ่งถล่มเมื่อปีที่แล้ว และเมืองได้เปลี่ยนเส้นทางอย่างถาวร ประโยคใดเชื่อมการเปลี่ยนแปลงนี้กับเหตุการณ์ในอดีตได้ถูกต้อง

  1. The bridge collapsed last year, and until then, the town used the mountain road.
  2. The bridge collapsed last year, and from now on, the town used the mountain road.
  3. The bridge collapsed last year, and from then on, the town used the mountain road.
ดูคำตอบ

The bridge collapsed last year, and from then on, the town used the mountain road.

วลี

vowed to appear: การให้คำมั่นอย่างจริงจัง

Vowed to appear ใช้โครงสร้าง vow to + กริยารูปพื้นฐาน และหมายถึง “สาบานอย่างจริงจังและหนักแน่นว่าจะปรากฏตัว” Only at night จำกัดเวลาที่การกระทำตามคำสาบานจะเกิดขึ้นไว้เฉพาะตอนกลางคืน Vow มีน้ำหนักมากกว่าและเป็นทางการหรือชวนให้นึกถึงเรื่องราวที่เข้มข้นมากกว่าคำสัญญาทั่วไป มักสื่อถึงหน้าที่ ความเชื่อ หรือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จริงจัง

แบบฝึกหัด

เติมคำประกาศที่เคร่งขรึมด้วยรูปอดีตของ vow และคำแสดงรูป infinitive: The knight ____ defend the village.

ดูคำตอบ

vowed to

She befriended the stars

3:27

เธอผูกมิตรกับเหล่าดวงดาว

and combined her pale blue rays with their light วลี

3:29

และผสมผสานแสงสีฟ้าอ่อนของเธอเข้ากับแสงของพวกมัน

to guide night travelers to safety. วลี

3:31

เพื่อนำทางนักเดินทางยามค่ำคืนให้ปลอดภัย

วลี

combined her pale blue rays with their light: โครงสร้าง combine A with B

combine A with B หมายถึงนำ A และ B มารวมกันเพื่อให้ทำงานหรือถูกใช้เป็นหนึ่งเดียว ในประโยคนี้ her pale blue rays คือ A และ their light คือ B โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมได้ทั้งสิ่งที่จับต้องได้และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความคิด ทักษะ หรือรูปแบบ ในโครงสร้างแบบนี้ with ใช้นำหน้า B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ combine A with B: Yesterday, the chef ____ fresh herbs ____ olive oil.

ดูคำตอบ

combined · with

วลี

to guide night travelers to safety: โครงสร้าง guide someone to safety

guide someone to safety หมายถึงนำหรือชี้ทางให้คนคนนั้นจนพ้นจากอันตราย safety บอกผลลัพธ์ว่าปลอดภัยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ to guide เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ มีการรวมแสงเข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้นักเดินทางยามค่ำคืนไปถึงที่ปลอดภัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย guide someone to safety: During the flood, the volunteers guided the children ____.

ดูคำตอบ

to safety

She used her healing gift,

3:34

เธอใช้พรสวรรค์ในการเยียวยาของเธอ

which she had once used on the wounded Sun God, ไวยากรณ์

3:36

ซึ่งเธอเคยใช้รักษาราดแผลของเทพแห่งดวงอาทิตย์

to cure people who were ill. วลี

3:39

เพื่อรักษาผู้คนที่เจ็บป่วย

ไวยากรณ์

which she had once used...: การเพิ่มข้อมูลพื้นหลังที่ไม่จำเป็น

อนุประโยค which she had once used on the wounded Sun God ที่คั่นด้วยจุลภาคเพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับ her healing gift คำว่า Which อ้างกลับไปถึงพรนั้นและเป็นกรรมของ had used กล่าวคือ เธอเคยใช้พรนั้นกับเทพสุริยะ นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ ไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงพรชิ้นใด ดังนั้นเมื่อตัดอนุประโยคนี้ออก ประโยคหลักก็ยังสมบูรณ์ ส่วน Had once used ยังแสดงว่าการใช้ครั้งก่อนเกิดก่อนเหตุการณ์หลักในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มข้อมูลพื้นหลังที่ตัดออกได้

  1. The old bridge which, was built in 1890, is still in use.
  2. The old bridge, that was built in 1890, is still in use.
  3. The old bridge, which was built in 1890, is still in use.
ดูคำตอบ

The old bridge, which was built in 1890, is still in use.

วลี

to cure people who were ill: cure แสดงผลลัพธ์ว่ารักษาสำเร็จ

ใน to cure people who were ill คำว่า to cure เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเธอใช้พรนั้นเพื่ออะไร Cure people หมายถึงทำให้คนป่วยกลับมาแข็งแรง และ cure แสดงว่าการรักษาประสบความสำเร็จ ส่วน Who were ill ระบุว่าคนที่ได้รับการรักษาคือคนกลุ่มใด โครงสร้างที่พบบ่อยในบริบททางการแพทย์คือ cure someone of a disease เช่น The medicine cured her of the infection ตัวคำว่า cure ไม่ได้บอกวิธีรักษา แต่เน้นผลลัพธ์ที่รักษาได้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุชัดว่าการติดเชื้อถูกกำจัดจนหายสำเร็จ

  1. The nurse checked her symptoms.
  2. The new medicine cured her of the infection.
  3. The doctor treated her for the infection.
ดูคำตอบ

The new medicine cured her of the infection.

Today,

3:42

ปัจจุบัน

Ix Chel is so widely known ไวยากรณ์

3:43

อิกซ์เชลเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

that she's become a symbol of Maya culture. วัฒนธรรม

3:44

จนเธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมมายา

ไวยากรณ์

is so widely known that she's become: so ... that แสดงผลที่เกิดขึ้น

โครงสร้าง so + วลีคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so บอกระดับของ widely known และ widely ขยาย known ส่วน that she's become a symbol... บอกผลของการเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ใน she's become คำว่า she's หมายถึง she has ไม่ใช่ she is ส่วน has become เป็น present perfect จึงสื่อว่าผลนั้นได้เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่บอกผลให้สมบูรณ์: The museum was ____ popular ____ it stayed open late.

ดูคำตอบ

so · that

วัฒนธรรม

a symbol of Maya culture: การเป็นตัวแทนทางวัฒนธรรม

ใน a symbol of Maya culture คำว่า symbol หมายถึงบุคคลหรือสิ่งที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมหนึ่งอย่างชัดเจนในความรับรู้ของสาธารณชน และทำให้ผู้คนนึกถึงวัฒนธรรมนั้น ความหมายนี้กว้างกว่าสัญลักษณ์ที่ใช้เขียนหรือโลโก้ วลีนี้บอกว่า Ix Chel มีคุณค่าในการเป็นตัวแทนทางวัฒนธรรม ไม่ได้หมายความว่าเธอคือวัฒนธรรมทั้งหมดหรือเป็นสัญลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทใหม่ The monument became a symbol of freedom หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้คนเริ่มมองว่าอนุสาวรีย์นั้นเป็นตัวแทนของเสรีภาพ
  2. อนุสาวรีย์นั้นเป็นตัวแทนความคิดเห็นของทุกคนในแบบเดียวกันทั้งหมด
  3. อนุสาวรีย์นั้นกลายเป็นตัวอักษรหนึ่งในอักษรชุดใหม่
ดูคำตอบ

ผู้คนเริ่มมองว่าอนุสาวรีย์นั้นเป็นตัวแทนของเสรีภาพ

But archaeological evidence suggests การใช้คำ

3:47

แต่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ให้เห็นว่า

that for ancient Maya, วัฒนธรรม

3:49

สำหรับชาวมายาโบราณแล้ว

Ix Chel and the Moon Goddess were separate deities. วัฒนธรรม

3:50

อิกซ์เชลและเทพีแห่งดวงจันทร์นั้นเป็นเทพเจ้าคนละองค์กัน

การใช้คำ

archaeological evidence suggests: หลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้

archaeological evidence suggests that... หมายถึง หลักฐานที่เป็นวัตถุจากสิ่งของ อาคาร ซากโบราณสถาน หรือการค้นพบอื่น ๆ ชี้ไปสู่ข้อสรุปบางอย่าง ในที่นี้ suggests หมายถึง “บ่งชี้” หรือ “สนับสนุนแนวคิดว่า” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำ” Suggests ทำให้ข้อความยังคงระมัดระวัง หลักฐานสนับสนุนการตีความนี้ แต่หลักฐานใหม่หรือการตีความอื่นอาจเปลี่ยนข้อสรุปได้ ดังนั้นจึงมีน้ำหนักอ่อนกว่า proves สำนวนนี้ช่วยเปลี่ยนการพูดจากเรื่องเล่าดั้งเดิมไปสู่ข้อสรุปที่อิงหลักฐานทางโบราณคดี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ suggests เพื่อเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวังโดยอิงหลักฐาน

  1. The archaeological evidence shows that the village was occupied 3,000 years ago.
  2. The archaeological evidence proves that the village was occupied 3,000 years ago.
  3. The archaeological evidence suggests that the village was occupied 3,000 years ago.
ดูคำตอบ

The archaeological evidence suggests that the village was occupied 3,000 years ago.

วัฒนธรรม

for ancient Maya: สำหรับชาวมายาโบราณ

for ancient Maya ใช้แนะนำกลุ่มคนที่มีมุมมองหรือความเข้าใจซึ่งกำลังกล่าวถึง ประโยคนี้หมายถึง “ตามความเข้าใจของชาวมายาโบราณ” ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของชาวมายาโบราณ” ในที่นี้ ancient Maya ทำหน้าที่เป็นชื่อกลุ่มคนที่หมายถึงผู้คนในอารยธรรมมายาโบราณ ส่วนใน Maya culture คำว่า Maya อยู่หน้าคำว่า culture เพื่อขยายความหมายว่าเป็นวัฒนธรรม ไม่ใช่ผู้คน วลีนี้จึงกำหนดกรอบของข้ออ้างจากมุมมองของชาวมายาโบราณ

แบบฝึกหัด

for ancient Maya ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. as a description of Maya culture
  2. according to the viewpoint of ancient Maya people
  3. for the benefit of ancient Maya people
ดูคำตอบ

according to the viewpoint of ancient Maya people

วัฒนธรรม

separate deities: ตัวตนของเทพที่แยกจากกัน

ในที่นี้ separate deities หมายความว่าอิกซ์เชลและเทพีแห่งดวงจันทร์ถูกมองว่าเป็นเทพสององค์ที่มีตัวตนแยกจากกัน ไม่ใช่สองชื่อหรือสองรูปแบบของเทพองค์เดียวกัน separate บอกความแตกต่างด้านตัวตนหรือการจัดประเภท ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ A deity หมายถึงเทพหรือเทพี คำนี้มักพบในการกล่าวถึงศาสนา เทพปกรณัม โบราณคดี และประวัติศาสตร์วัฒนธรรม

แบบฝึกหัด

separate deities ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. ทั้งสองเป็นเทพองค์เดียวที่มีสองชื่อ
  2. ทั้งสองเป็นร่างสองร่างที่ยืนอยู่ห่างกัน
  3. ทั้งสองถูกมองว่าเป็นเทพสององค์ที่แตกต่างกัน
ดูคำตอบ

ทั้งสองถูกมองว่าเป็นเทพสององค์ที่แตกต่างกัน

In the retellings of Maya people ลำดับความ

3:54

ในการเล่าขานของชาวมายา

and the records of anthropologists,

3:56

และบันทึกของนักมานุษยวิทยา

ลำดับความ

In the retellings ... and the records ...: วางกรอบข้อสรุปด้วยแหล่งข้อมูลสองประเภท

วลีเปิด In the retellings ... and the records ... บอกผู้อ่านว่าข้อมูลที่จะตามมาพบได้ในแหล่งใด วลีนี้วางแหล่งข้อมูลสองประเภทคู่กัน ได้แก่ เรื่องราวที่ชาวมายาเล่าต่อกันมา และบันทึกที่นักมานุษยวิทยาจัดทำขึ้น เมื่อวางกรอบแหล่งข้อมูลไว้ก่อน ผู้อ่านจึงเห็นฐานของข้อสรุปก่อนใจความหลัก เครื่องหมายจุลภาคบอกว่ายังต้องมีอนุประโยคหลักตามมา ส่วนที่เน้นทำหน้าที่จัดข้อมูล แต่ยังไม่ได้กล่าวข้อสรุปด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรอบแหล่งข้อมูลที่ขึ้นต้นด้วย In เพื่อระบุแหล่งข้อมูลสองแหล่งก่อนเสนอข้อสรุปหลัก

  1. The hero has several different names in local stories and historical records.
  2. Local stories and historical records give the hero several different names.
  3. In local stories and historical records, the hero has several different names.
ดูคำตอบ

In local stories and historical records, the hero has several different names.

the two have merged, การใช้คำ

3:58

ทั้งสองได้ถูกรวมเข้าด้วยกัน

so that Ix Chel's story extends วลี

3:59

จนเรื่องราวของอิกซ์เชลขยายวงกว้างออกไป

beyond the limits of the historical record.

4:01

เกินขอบเขตของบันทึกทางประวัติศาสตร์

การใช้คำ

the two have merged: การหลอมรวมที่มีผลต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ในประโยคนี้ the two have merged หมายถึงอัตลักษณ์ ประเพณี หรือรูปแบบเรื่องเล่าสองแบบที่เดิมแยกจากกันได้ ได้ผสมผสานจนเป็นหนึ่งเดียวกัน คำว่า merge สื่อว่าเส้นแบ่งระหว่างทั้งสองไม่ชัดเจนอีกต่อไป ไม่ใช่เพียงถูกนำมาวางไว้ข้างกัน รูป present perfect ใน have merged แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้วและผลของมันยังสำคัญในปัจจุบัน รูปแบบ X and Y have merged และ the two have merged ใช้กล่าวถึงวัฒนธรรม องค์กร แนวคิด หรือเทคโนโลยีได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ merge: Over time, the two local customs ____ into one tradition.

ดูคำตอบ

have merged

วลี

extends beyond the limits of the historical record: เกินขอบเขตที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ครอบคลุมได้

ในที่นี้ story extends beyond the limits of the historical record หมายความว่าเนื้อเรื่องบางส่วนอยู่นอกขอบเขตที่เอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่จะยืนยันหรือครอบคลุมได้อย่างครบถ้วน คำว่า extends และ limits กล่าวถึงขอบเขตเชิงนามธรรม ไม่ใช่ความยาวทางกายภาพหรือเส้นเขตแดนจริง รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ extend beyond the limits of + คำนาม ซึ่งหมายถึงออกไปนอกขอบเขตที่สิ่งหนึ่งจะบรรจุ อธิบาย สนับสนุน หรือควบคุมได้ ตัวรูปแบบนี้เองไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่อยู่นอกขอบเขตนั้นเป็นเรื่องเท็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของวลีเป้าหมาย: The question ____ current scientific knowledge.

ดูคำตอบ

extends beyond the limits of

Her story,

4:04

เรื่องราวของเธอ

like all myths, ลำดับความ

4:05

ก็เหมือนกับตำนานอื่นๆ

isn't just one story. ลำดับความ

4:07

ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวเดียว

ลำดับความ

like all myths: เชื่อมกรณีหนึ่งเข้ากับกลุ่มที่กว้างกว่า

วลี like all myths หมายถึง “เช่นเดียวกับตำนานทั้งหลาย” วลีนี้เปรียบเทียบเรื่องราวของเธอกับกลุ่มตำนานทั้งหมด และจัดกรณีเฉพาะนี้ไว้ในหมวดที่กว้างขึ้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าวลีนี้เป็นข้อมูลเสริมหรือข้อความแทรก เมื่อตัดออก ใจความหลักยังคงเป็น Her story isn't just one story โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เขียนเปลี่ยนจากตัวอย่างหนึ่งไปสู่ข้อสรุปที่กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

like all myths ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกว่าเรื่องราวนี้ไม่ใช่ตำนานจริง ๆ
  2. เชื่อมเรื่องราวเฉพาะนี้กับตำนานในฐานะกลุ่มที่กว้างกว่า และสนับสนุนข้อสรุปทั่วไป
  3. ใช้เกริ่นนำรายชื่อตำนานต่าง ๆ
ดูคำตอบ

เชื่อมเรื่องราวเฉพาะนี้กับตำนานในฐานะกลุ่มที่กว้างกว่า และสนับสนุนข้อสรุปทั่วไป

ลำดับความ

isn't just one story: ปฏิเสธแนวคิดว่ามีเพียงฉบับเดียว

ในที่นี้ just หมายถึง “เพียง” isn't just one story ปฏิเสธมุมมองแคบ ๆ ที่ว่าตำนานนี้มีฉบับตายตัวเพียงฉบับเดียวหรือมีความหมายง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว และสื่อเป็นนัยว่ายังมีฉบับ ชั้นความหมาย หรือวิธีเล่าแบบอื่นอีก โครงสร้าง not just X มักใช้แก้ความเข้าใจเกี่ยวกับ X ที่ยังไม่ครบ และเตรียมผู้ฟังให้รอข้อมูลเพิ่มเติม โครงสร้างนี้ไม่ได้ปฏิเสธ X ทั้งหมด สิ่งที่พูดถึงยังอาจเป็น X อยู่ แต่การจำกัดว่าเป็นเพียง X นั้นง่ายเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ is not แล้วตามด้วย just: The library ____ a place to borrow books; it also hosts free classes.

ดูคำตอบ

isn't just

The variations,

4:09

ความหลากหลายของมัน

ancient and modern,

4:10

ทั้งในยุคโบราณและยุคใหม่

speak to what people value การใช้คำ

4:11

บอกเล่าถึงสิ่งที่ผู้คนให้คุณค่า

and how they see themselves in their mythological heroes. ลำดับความ

4:13

และวิธีที่พวกเขามองเห็นตนเองในตัววีรบุรุษในตำนานของพวกเขา

การใช้คำ

speak to what people value: สะท้อนว่าสิ่งใดสำคัญ

ในที่นี้ speak to what people value ไม่ได้หมายถึง “พูดคุยกับสิ่งที่ผู้คนให้คุณค่า” แต่หมายถึง “เผยให้เห็นหรือแสดงว่าผู้คนมองว่าสิ่งใดสำคัญ” รูปแบบที่แตกต่างกันจึงทำหน้าที่เหมือนหลักฐานของค่านิยมเหล่านั้น speak to + หัวข้อที่เป็นนามธรรมหรืออนุประโยค สามารถเชื่อมโยงหลักฐาน พฤติกรรม หรือผลงานศิลปะเข้ากับความหมายที่กว้างขึ้นได้ โดยมักหมายถึง “บอกสิ่งสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับ” หัวข้อนั้น แต่ไม่ได้อ้างว่าพิสูจน์เรื่องนั้นได้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ speak to หมายถึงอะไร? The survey results speak to what local families need.

  1. ผลสำรวจเผยให้เห็นข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับความต้องการของครอบครัวในท้องถิ่น
  2. ผลสำรวจพูดอย่างเป็นทางการแทนครอบครัวในท้องถิ่นทุกครอบครัว
  3. ผลสำรวจกำลังสนทนากับครอบครัวในท้องถิ่น
ดูคำตอบ

ผลสำรวจเผยให้เห็นข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับความต้องการของครอบครัวในท้องถิ่น

ลำดับความ

how they see themselves in their mythological heroes: อัตลักษณ์ที่มองผ่านตัวละคร

ในที่นี้ see themselves in their mythological heroes หมายถึง ผู้คนมองเห็นบางส่วนของอัตลักษณ์ ประสบการณ์ หรืออุดมคติของตนเองในวีรบุรุษเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงการเห็นเงาสะท้อนจริง ๆ หรือเชื่อว่าตนเป็นวีรบุรุษเหล่านั้นอย่างแท้จริง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how เชื่อมขนานกับ what people value หลัง speak to โดยเพิ่มข้อมูลประเภทที่สอง คือรูปแบบต่าง ๆ ไม่เพียงสะท้อนค่านิยมของผู้คน แต่ยังสะท้อนวิธีที่ผู้คนเข้าใจตนเองผ่านวีรบุรุษของตนด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ how they see themselves in their mythological heroes เพิ่มข้อมูลอะไร?

  1. บอกว่าผู้คนเชื่อว่าตนเป็นวีรบุรุษในตำนานจริง ๆ
  2. เพิ่มข้อมูลว่าผู้คนมองเห็นอัตลักษณ์หรืออุดมคติของตนเองในวีรบุรุษอย่างไร
  3. อธิบายว่าผู้คนสามารถดูรูปภาพของวีรบุรุษได้ที่ไหน
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อมูลว่าผู้คนมองเห็นอัตลักษณ์หรืออุดมคติของตนเองในวีรบุรุษอย่างไร

Not all Sun Gods are quite so despicable. ไวยากรณ์

4:19

ไม่ใช่ว่าเทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งหมดจะเลวทรามขนาดนั้น

ไวยากรณ์

Not all ... are quite so ...: การปฏิเสธบางส่วน

ใน Not all Sun Gods are quite so despicable คำว่า not all ทำให้เกิดการปฏิเสธเพียงบางส่วน ประโยคนี้ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าเทพแห่งดวงอาทิตย์ทุกองค์ตรงกับคำบรรยายนี้ กล่าวคือ อย่างน้อยหนึ่งองค์ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้น แม้ว่าบางองค์อาจยังเลวร้ายอยู่ก็ตาม quite so despicable หมายถึงน่ารังเกียจในระดับเดียวกับที่กล่าวไว้ก่อนหน้า so จึงย้อนกลับไปอ้างถึงระดับที่มีอยู่แล้วในการสนทนา โครงสร้าง Not all + คำนามพหูพจน์ + คำกริยาใช้แก้การกล่าวเหมารวมโดยไม่ปฏิเสธคำบรรยายนั้นทั้งหมด

แบบฝึกหัด

Not all Sun Gods are quite so despicable หมายความว่าอย่างไร

  1. มีเทพแห่งดวงอาทิตย์อย่างน้อยหนึ่งองค์ที่ไม่ได้น่ารังเกียจถึงขนาดนั้น
  2. เทพแห่งดวงอาทิตย์ทุกองค์น่ารังเกียจเท่ากัน
  3. ไม่มีเทพแห่งดวงอาทิตย์องค์ใดน่ารังเกียจเลย
ดูคำตอบ

มีเทพแห่งดวงอาทิตย์อย่างน้อยหนึ่งองค์ที่ไม่ได้น่ารังเกียจถึงขนาดนั้น

Meet Nanahuatzin, ลำดับความ

4:22

มาทำความรู้จักกับ นานาฮวัตซิน

ลำดับความ

Meet Nanahuatzin: การแนะนำตัวละครใหม่

Meet Nanahuatzin เป็นประโยคคำสั่งที่พูดกับผู้ชม แต่ไม่ได้บอกให้ผู้ชมจัดการพบกันจริง ๆ ในคำบรรยายวิดีโอและสื่ออื่น Meet + ชื่อ หมายถึงการนำเสนอคนใหม่ให้ผู้ชมได้รู้จัก วลีสั้น ๆ นี้ย้ายความสนใจไปยังตัวละครใหม่และบอกว่าส่วนหรือเรื่องราวใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น หลังจากนั้นมักมีคำอธิบายสั้น ๆ ว่าตัวละครนั้นเป็นใคร

แบบฝึกหัด

เติมการแนะนำแบบ Meet + ชื่อ ให้สมบูรณ์: ____ Maya, the artist who paints with light.

ดูคำตอบ

Meet

the pimply-faced underdog การใช้คำ

4:23

ผู้ด้อยโอกาสที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยสิว

การใช้คำ

pimply-faced underdog: รูปลักษณ์และบทบาทตัวละครที่เสียเปรียบ

ใน pimply-faced คำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ขยายคำว่า underdog โดยบอกว่าตัวละครมีสิวบนใบหน้า วลีทั้งหมดรวมลักษณะภายนอกกับบทบาทของตัวละครไว้ในคำบรรยายเดียว underdog คือคนหรือฝ่ายที่ถูกมองว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จน้อยกว่า เมื่อใช้ตอนเปิดเรื่อง คำนี้ทำให้เห็นทันทีว่าตัวละครเสียเปรียบ แต่ยังมีโอกาสชนะอย่างเหนือความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ pimply-faced underdog มากที่สุด

  1. ตัวละครที่แพ้แล้วและไม่มีทางประสบความสำเร็จ
  2. ตัวละครหน้าสิวที่เสียเปรียบและไม่มีใครคาดว่าจะประสบความสำเร็จ
  3. ตัวละครที่แข็งแกร่งที่สุดและทุกคนคาดว่าจะชนะ
ดูคำตอบ

ตัวละครหน้าสิวที่เสียเปรียบและไม่มีใครคาดว่าจะประสบความสำเร็จ

on a quest to become the fifth Sun in this Aztec myth. โน้ต

4:25

ในภารกิจเพื่อก้าวขึ้นเป็นดวงอาทิตย์ดวงที่ห้าในตำนานแอซเท็กนี้

วลี

on a quest to become: เป้าหมายที่เป็นเหมือนการผจญภัย

on a quest to become หมายถึงการทำภารกิจสำคัญที่มักยากลำบาก โดยมีเป้าหมายว่าจะกลายเป็นบางสิ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้การเป็นดวงอาทิตย์ดวงที่ห้ากลายเป็นการเดินทางหลักของตัวละคร ไม่ใช่แค่ความพยายามสั้น ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be/go on a quest to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า quest เพิ่มความรู้สึกของการผจญภัย จุดมุ่งหมาย และอุปสรรค ซึ่ง try to แบบทั่วไปไม่จำเป็นต้องมี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีห้าคำที่หมายถึง “ทำภารกิจแบบการผจญภัยเพื่อกลายเป็นบางสิ่ง”: The young healer is ____ the guardian of the valley.

ดูคำตอบ

on a quest to become

วัฒนธรรม

the fifth Sun: ดวงอาทิตย์ในตำนานของยุคหนึ่งของโลก

ในประโยคนี้ the fifth Sun เป็นแนวคิดเฉพาะจากคติการสร้างโลกเรื่องดวงอาทิตย์ทั้งห้าของแอซเท็ก ไม่ได้หมายถึงดวงอาทิตย์หรือดาวฤกษ์ธรรมดาที่ถูกนับเป็นลำดับที่ห้า ในคติดังกล่าว โลกหรือยุคที่สืบต่อกันถูกเรียกว่า “ดวงอาทิตย์” และดวงอาทิตย์ดวงที่ห้าคือยุคปัจจุบันของโลก รวมถึงดวงอาทิตย์ที่สัมพันธ์กับยุคนั้น ดังนั้น become the fifth Sun จึงหมายถึงการรับบทบาทตามตำนานในฐานะดวงอาทิตย์ของยุคนั้น การเขียน Sun ด้วย S ตัวพิมพ์ใหญ่ยังบอกด้วยว่าคำนี้ใช้คล้ายชื่อของบทบาทหรือยุคพิเศษในตำนาน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the fifth Sun หมายถึงอะไร

  1. ดาวฤกษ์ธรรมดาที่อยู่ลำดับที่ห้าในการนับ
  2. ดวงอาทิตย์ขึ้นครั้งที่ห้าในหนึ่งสัปดาห์
  3. ดวงอาทิตย์ในตำนานที่เชื่อมโยงกับยุคที่ห้าและเป็นยุคปัจจุบันของโลก
ดูคำตอบ

ดวงอาทิตย์ในตำนานที่เชื่อมโยงกับยุคที่ห้าและเป็นยุคปัจจุบันของโลก