คุณปกติหรือเปล่า?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
545 คำ 181 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ใช้สถิติเกี่ยวกับการถนัดมือ ความสัมพันธ์ การทำงาน อาหาร ช่วงเวลาเกิด และการวัดร่างกาย เพื่อตั้งคำถามว่าอะไรคือ “ปกติ” ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. even if (ไวยากรณ์และรูปประโยค): ใช้บอกว่าผลลัพธ์ยังคงเป็นจริงแม้เงื่อนไขหนึ่งอาจเกิดขึ้น ต่างจาก if ที่เพียงกำหนดเงื่อนไขทั่วไป 2. prevalent among teens (ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา): prevalent เป็นคำทางการในรายงานข้อมูล หมายถึงสิ่งที่พบได้มากในกลุ่ม และใช้ among เพื่อระบุกลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ 3. as opposed to (วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน): ใช้เปรียบต่างข้อมูลที่ผู้ตอบรายงานเองกับผลการวัดจริงอย่างกระชับ โดยเฉพาะเมื่อต้องแยกวิธีวิจัย ไม่ใช่เพียงลิสต์ตัวเลือก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We all know we're unique individuals,

0:00

เราทุกคนรู้ดีว่าแต่ละคนมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

but the important question is, ลำดับความ

0:02

แต่คำถามสำคัญก็คือ

are you normal?

0:03

คุณเป็นคนปกติหรือเปล่า?

ลำดับความ

ใช้ but the important question is เพื่อเปลี่ยนไปยังประเด็นหลัก

But เป็นสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากจุดเริ่มต้นที่ทุกคนยอมรับร่วมกันไปยังจุดสนใจใหม่ ผู้พูดยอมรับว่าทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แล้วชี้ว่าประเด็นถัดไปต่างหาก ไม่ใช่ข้อมูลเบื้องหลังก่อนหน้า ที่ผู้ฟังควรให้ความสำคัญ โครงสร้าง but the important question is ใช้เกริ่นคำถามหลักในการพูด การอธิบาย หรือการให้เหตุผลได้ ในประโยคนี้โครงสร้างดังกล่าวจัดข้อมูลอย่างชัดเจน คือยอมรับสิ่งที่เห็นพ้องกันแล้ว จากนั้นจึงเสนอคำถามที่จะกำหนดทิศทางของเนื้อหาต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเน้นประเด็นจากบทเรียนให้ตรงทั้งหมด: We know the trip will be fun. ____: How much will it cost?

ดูคำตอบ

But the important question is

For example, if you're right-handed,

0:04

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณถนัดขวา

then yes, you're in the norm. การใช้คำ

0:06

ใช่ คุณอยู่ในเกณฑ์ปกติ

การใช้คำ

In the norm: คำนาม norm ที่หมายถึงช่วงทั่วไป

ในที่นี้ in the norm หมายความว่าคนถนัดขวาอยู่ในกลุ่มที่พบได้ทั่วไปทางสถิติ ผู้พูดใช้ normal เป็นคำจำกัดความเชิงปฏิบัติว่าคือการอยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ ไม่ได้ตัดสินคุณค่าของใคร Norm เป็นคำนาม ในโครงสร้าง be in the norm บุพบทวลีบอกว่าบุคคลหนึ่งอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับรูปแบบหรือช่วงทั่วไป ในบริบทเกี่ยวกับข้อมูลหรือการวัดจำนวนมาก within the norm เป็นสำนวนที่ใช้กันมากกว่า

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย you're in the norm หมายความว่าอย่างไร

  1. คุณอยู่ในกลุ่มที่พบได้ทั่วไปทางสถิติ
  2. คุณมีคุณค่ามากกว่าคนในกลุ่มอื่น
  3. คุณกำลังปฏิบัติตามกฎอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

คุณอยู่ในกลุ่มที่พบได้ทั่วไปทางสถิติ

85% of the global population is as well,

0:08

เพราะ 85% ของประชากรโลกก็ถนัดขวาเช่นกัน

and even if both of your parents are left-handed, ไวยากรณ์

0:10

และถึงแม้พ่อแม่ของคุณทั้งคู่จะถนัดซ้าย

there's only a 25% chance that you will be too. ไวยากรณ์

0:13

โอกาสที่คุณจะถนัดซ้ายด้วยก็มีเพียง 25%

ไวยากรณ์

even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even if ใช้นำหน้าเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ผลในประโยคหลักยังคงเป็นจริงในทั้งสองกรณี ในที่นี้ การที่พ่อแม่ทั้งคู่ถนัดซ้ายไม่ได้ทำให้แน่ใจว่าลูกจะถนัดซ้ายด้วย วลีนี้เน้นความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจระหว่างเงื่อนไขที่ดูมีน้ำหนักกับผลลัพธ์ที่ต่ำเพียง 25%

แบบฝึกหัด

ฝนยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงว่าผลลัพธ์จะไม่เปลี่ยน: ____ it rains, the game will continue indoors.

ดูคำตอบ

Even if

ไวยากรณ์

there's only a 25% chance that: การบอกความน่าจะเป็นที่ต่ำ

There's a ... chance that + อนุประโยค ใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ในที่นี้ chance หมายถึงความน่าจะเป็น และ that นำหน้าความคิดที่สมบูรณ์คือ you will be too Only ทำให้ 25% ถูกมองว่าเป็นความน่าจะเป็นที่ต่ำ ไม่ใช่เพียงการรายงานตัวเลขแบบกลาง ๆ ในประโยคนี้ be too หมายถึง be left-handed too โดยละคำที่ซ้ำเพราะความหมายชัดเจนจากข้อความก่อนหน้าแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้โครงสร้าง There's only a ... chance that จากบทเรียนและเลข ten: ____ the bus will arrive before noon.

ดูคำตอบ

There's only a 10 percent chance that

But if you can't roll your tongue,

0:16

แต่ถ้าคุณม้วนลิ้นไม่ได้

you're not normal.

0:17

คุณก็ไม่ปกติ

65% to 81% of the population can.

0:18

เพราะประชากร 65% ถึง 81% ทำได้

Have dark hair, normal,

0:21

ผมสีเข้มเหรอ? ปกติ

and only 0.5% of people have red hair.

0:23

ส่วนคนที่มีผมสีแดงมีเพียง 0.5%

Had your wisdom teeth removed? ไวยากรณ์

0:26

เคยถอนฟันคุดไหม?

ไวยากรณ์

Had your wisdom teeth removed? ในฐานะคำถามแบบย่อ

Had your wisdom teeth removed? ในที่นี้เป็นรูปย่อแบบที่ใช้ในรายการของ Have you had your wisdom teeth removed? โดยละ Have you ที่ต้นประโยค เพราะรายการรอบข้างทำให้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นคำถาม ในโครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่ 3 กรรมเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ have your wisdom teeth removed หมายถึงจัดให้มีการถอนฟันหรือเข้ารับการถอนฟัน ซึ่งปกติทำโดยทันตแพทย์ ไม่ได้หมายถึงถอนฟันด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคเต็มข้อใดคงความหมายและโครงสร้างของคำถามแบบย่อได้ดีที่สุด?

  1. Have you removed your wisdom teeth?
  2. Had you removed your wisdom teeth?
  3. Have you had your wisdom teeth removed?
ดูคำตอบ

Have you had your wisdom teeth removed?

Around 65% of people worldwide need this done, ไวยากรณ์

0:27

คนทั่วโลกราว 65% จำเป็นต้องถอน

ไวยากรณ์

need this done: need + กรรม + กริยาช่องที่ 3

Need this done ใช้โครงสร้าง need + กรรม + กริยาช่องที่ 3 โดยกรรม this เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ประโยคนี้จึงหมายความว่าจำเป็นต้องดำเนินการตามหัตถการนี้ ในที่นี้ this ย้อนกลับไปหมายถึงการถอนฟันคุด และ done ใช้แทนการกระทำที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อผลลัพธ์ที่ต้องการสำคัญกว่าว่าใครเป็นผู้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง need, it และ fixed ให้ถูกต้อง: The printer is broken, so we ____.

ดูคำตอบ

need it fixed

and if you wear glasses, วลี

0:30

และถ้าคุณใส่แว่น

you may be part of the growing norm

0:32

คุณอาจอยู่ในกลุ่มที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น

affecting around 2.5 billion people worldwide.

0:33

และมีสมาชิกราว 2.5 พันล้านคนทั่วโลก

วลี

wear glasses: คำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติสำหรับการสวมแว่นตา

wear glasses เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ เพื่อบอกว่าคนหนึ่งสวมแว่นตาเป็นประจำหรือต้องใช้แว่นเพื่อช่วยในการมองเห็น ในที่นี้ wear ไม่ได้ใช้กับเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ใช้กับสิ่งที่สวมไว้กับร่างกาย เช่น แว่นตา ได้ด้วย ในประโยคนี้ if you wear glasses สามารถบอกสภาพโดยทั่วไปของคนคนหนึ่งได้ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะสิ่งที่สวมอยู่บนใบหน้าในขณะนั้นเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่เป็นธรรมชาติสำหรับการสวมแว่นตาเป็นประจำเพราะมีความจำเป็น: Leo cannot see the board clearly, so he has to ____.

ดูคำตอบ

wear glasses

It's believed that increased indoor activity in childhood ไวยากรณ์

0:37

เชื่อกันว่าการทำกิจกรรมในร่มมากขึ้นในวัยเด็ก

plays a major role in the risk of being nearsighted. วลี

0:40

มีส่วนสำคัญต่อความเสี่ยงที่จะสายตาสั้น

ไวยากรณ์

It's believed that: รายงานความคิดเห็นทั่วไปโดยไม่ระบุแหล่งที่มา

It's believed that เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้รายงานความคิดเห็น โครงสร้างนี้นำเสนอแนวคิดที่คนจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญ หรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ยอมรับ โดยไม่ระบุชัดว่าใครเป็นผู้มีความคิดเห็นนั้น โครงสร้างนี้ทำให้ข้อความฟังดูไม่เจาะจงตัวบุคคลและระมัดระวังมากขึ้น believed ในที่นี้หมายถึงถูกมองว่าเป็นเช่นนั้นหรือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ไม่ใช่ความเชื่อทางศาสนา และโครงสร้างนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าข้อความนั้นได้รับการพิสูจน์อย่างเด็ดขาดแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความคิดเห็นทั่วไปโดยไม่บอกว่าใครเป็นผู้มีความคิดเห็นนั้น และไม่กล่าวอ้างว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว

  1. Researchers believe that spending time outdoors can support healthy vision.
  2. It's believed that spending time outdoors can support healthy vision.
  3. It's been proven that spending time outdoors prevents every vision problem.
ดูคำตอบ

It's believed that spending time outdoors can support healthy vision.

วลี

play a major role in: มีบทบาทสำคัญใน

ในประโยคนี้ increased indoor activity plays a major role in the risk หมายความว่า การทำกิจกรรมในร่มที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเสี่ยงนั้น คำว่า major เน้นว่าปัจจัยนี้มีความสำคัญ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X plays a major role in Y หลัง in ให้ใช้กลุ่มคำนามหรือรูป -ing เพื่อบอกผลลัพธ์ กระบวนการ หรือสถานการณ์ที่ได้รับอิทธิพล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนในรูปที่ถูกต้อง: Daily reading ____ building a child's vocabulary.

ดูคำตอบ

plays a major role in

If you're single in the US,

0:42

ถ้าคุณเป็นโสดในสหรัฐฯ

you're normal as well.

0:44

คุณก็ปกติเช่นกัน

Whew.

0:46

โล่งอกไปที

50.2% of adults in America are single,

0:47

ผู้ใหญ่ในอเมริกาจำนวน 50.2% เป็นโสด

which is a big shift from 1970, วลี

0:50

ซึ่งเปลี่ยนไปมากจากปี 1970

when only 37.4% were unwed. การใช้คำ

0:52

ตอนนั้นมีคนที่ไม่ได้แต่งงานเพียง 37.4%

วลี

a big shift from 1970: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับปี 1970

ในที่นี้ a big shift หมายถึงสัดส่วนของผู้ใหญ่ที่เป็นโสดเปลี่ยนแปลงไปมาก from 1970 กำหนดให้ปีในอดีตเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ โดยนำ 50.2% ในปัจจุบันไปเทียบกับ 37.4% ในปี 1970 โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a big/major/significant shift from + สภาพ นโยบาย นิสัย หรือช่วงเวลาในอดีตที่ใช้เป็นเกณฑ์ ในที่นี้ shift หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนามธรรม ไม่ใช่กะทำงานหรือการเคลื่อนที่ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ from เพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับเกณฑ์ในอดีต

  1. School lunches changed in 2010.
  2. School lunches are healthier now, which is a big shift from 2010.
  3. School lunches have improved since 2010.
ดูคำตอบ

School lunches are healthier now, which is a big shift from 2010.

การใช้คำ

unwed: คำทางการที่หมายถึง “ไม่ได้แต่งงาน”

ในประโยคนี้ unwed หมายถึง “ไม่ได้แต่งงานตามกฎหมาย” คำนี้ใช้ระบุคนตามสถานภาพสมรสในการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างสองปี unwed เป็นคำคุณศัพท์ วางหน้าคำนามได้ เช่น unwed adults หรือวางหลัง be ได้ เช่น were unwed

แบบฝึกหัด

รายงานประชากรศาสตร์ต้องการคำที่เป็นทางการและค่อนข้างเก่า ซึ่งหมายถึง “ไม่ได้แต่งงานตามกฎหมาย” ประโยคใดตรงกับตัวเลือกนี้มากที่สุด

  1. The report described the adults as lonely.
  2. The report described the adults as single.
  3. The report described the adults as unwed.
ดูคำตอบ

The report described the adults as unwed.

Worldwide, however,

0:55

แต่ถ้ามองทั่วโลก

80% of adults have married.

0:56

ผู้ใหญ่ 80% เคยแต่งงานแล้ว

Regardless of marital status, วลี

0:58

ไม่ว่าสถานภาพสมรสจะเป็นอย่างไร

the average age to have a baby in the US

0:59

อายุเฉลี่ยของคนที่มีลูกในสหรัฐฯ

is 22.8 for women and 25.4 for men,

1:01

คือ 22.8 ปีสำหรับผู้หญิง และ 25.4 ปีสำหรับผู้ชาย

whereas somewhere like Chad, the average is 17.9, ลำดับความ

1:05

ขณะที่ในประเทศอย่างชาด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 17.9 ปี

while Greece is 31.2 years old.

1:08

ส่วนกรีซอยู่ที่ 31.2 ปี

วลี

Regardless of + คำนาม: ตัดปัจจัยหนึ่งออกจากการพิจารณา

ในประโยคนี้ Regardless of marital status หมายถึง “โดยไม่แยกคนตามว่าแต่งงานแล้วหรือไม่” ผู้พูดพักหมวดหมู่นี้ไว้ก่อนที่จะบอกค่าเฉลี่ยโดยรวมหนึ่งค่า ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มสถานภาพสมรสทุกกลุ่มมีค่าเฉลี่ยเท่ากันทุกประการ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ regardless of + คำนามหรือรูป -ing เช่น regardless of age และ regardless of living alone เมื่อวางวลีเปิดนี้ไว้ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวน regardless of ตามที่กำหนดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Anyone may enter the contest, ____ age.

ดูคำตอบ

regardless of

ลำดับความ

ใช้ whereas ... while เปรียบเทียบสถิติต่อเนื่องกัน

ในที่นี้ whereas นำเสนอความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของสหรัฐฯ กับค่าเฉลี่ยของชาด จากนั้น while เพิ่มกรีซเป็นกรณีเปรียบเทียบที่สาม ทั้งสองคำช่วยจัดข้อมูลสถิติสามชุดให้ผู้ฟังติดตามได้เป็นลำดับ แทนที่จะเป็นเพียงการเพิ่มข้อเท็จจริงต่อกัน ทั้งสองคำทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมแสดงความแตกต่างในที่นี้ โดยมีความหมายประมาณว่า “เมื่อเทียบกันแล้ว” ไม่ใช่ “ในเวลาเดียวกัน” ในการใช้แบบนี้ แต่ละคำจะนำหน้าอนุประโยคที่มีข้อมูลต่างจากสิ่งที่กล่าวมาก่อน

แบบฝึกหัด

whereas และ while ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. คำทั้งสองนำเสนอความแตกต่างระหว่างข้อมูลสถิติต่อเนื่องกัน
  2. คำทั้งสองอธิบายสาเหตุที่ค่าเฉลี่ยแตกต่างกัน
  3. คำทั้งสองแสดงว่าสถานการณ์เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

คำทั้งสองนำเสนอความแตกต่างระหว่างข้อมูลสถิติต่อเนื่องกัน

And if you just had a baby

1:11

และถ้าคุณเพิ่งมีลูก

and its name is Sophia or a variant of that,

1:12

แล้วตั้งชื่อลูกว่าโซเฟียหรือชื่อรูปแบบอื่นของชื่อนี้

so did most other normal parents, ไวยากรณ์

1:15

พ่อแม่ “ปกติ” คนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็ทำแบบเดียวกัน

ไวยากรณ์

so did most other normal parents: การแสดงความเหมือนแบบกลับตำแหน่งด้วย so

So did most other normal parents ใช้โครงสร้าง so + กริยาช่วย + ประธาน หมายความว่า พ่อแม่ทั่วไปคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็ทำสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเช่นกัน คือมีลูกและเลือก Sophia หรือชื่อรูปแบบหนึ่งของชื่อนั้นเป็นชื่อลูก Did ใช้แทนเหตุการณ์ในอดีตที่กล่าวไปแล้ว จึงไม่ต้องพูดซ้ำ ลำดับแบบกลับตำแหน่ง did + ประธาน แสดงว่าการกระทำเดียวกันเป็นจริงกับอีกประธานหนึ่งด้วย ไม่ใช่ลำดับคำที่ใช้ในประโยคบอกเล่าธรรมดา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง so + กริยาช่วย + ประธาน เพื่อแสดงว่า Omar ก็ทำโครงการเสร็จเช่นกัน: Lena finished the project, and ____ Omar.

ดูคำตอบ

so did

given that it's the top baby name in nine countries. ลำดับความ

1:17

เพราะชื่อนี้เป็นชื่อทารกยอดนิยมอันดับหนึ่งในเก้าประเทศ

ลำดับความ

given that: นำเสนอข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้วเป็นหลักฐาน

given that ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดถือว่าเป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้วหรือเป็นหลักฐานที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้าง ในที่นี้ การที่ Sophia เป็นชื่ออันดับหนึ่งในเก้าประเทศสนับสนุนข้อสรุปว่าพ่อแม่คนอื่นอีกจำนวนมากก็เลือกชื่อเดียวกัน สำนวนนี้มักมีความหมายว่า “เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า” หรือ “เนื่องจากทราบว่า” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าววางหลักฐานสนับสนุนไว้หลังข้อกล่าวอ้าง ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเหตุใดข้อกล่าวอ้างนั้นจึงสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่นำเสนอถนนที่เป็นน้ำแข็งเป็นหลักฐานที่ทราบอยู่แล้วสำหรับการตัดสินใจ: ____ the roads are icy, the school has closed for the day.

ดูคำตอบ

Given that

If you're having safe and protected sex, การใช้คำ

1:20

ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและใช้การป้องกัน

you're normal too.

1:22

คุณก็ปกติเช่นกัน

การใช้คำ

protected sex: การลดความเสี่ยงในบริบทด้านสุขภาพ

protected sex เป็นสำนวนมาตรฐานในงานสาธารณสุข หมายถึงกิจกรรมทางเพศที่ใช้มาตรการป้องกันอย่างน้อยหนึ่งอย่างเพื่อลดความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หรือทั้งสองอย่าง ในประโยคนี้ protected ใช้คู่กับ safe เพื่ออธิบายเพศสัมพันธ์ที่มีมาตรการดังกล่าว protected หมายถึงการลดความเสี่ยง ไม่ใช่การรับประกันความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ และไม่ได้หมายความว่ามีใครคอยคุ้มกันผู้ที่เกี่ยวข้องทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการสื่อสารด้านสุขภาพ protected sex หมายถึงมาตรการป้องกันที่ช่วยลดความเสี่ยงบางอย่าง แต่ไม่ได้รับประกันว่าความเสี่ยงทั้งหมดจะถูกกำจัด

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

65.8% of men between 15 to 44

1:23

ผู้ชายอายุ 15 ถึง 44 ปี จำนวน 65.8%

report using a condom the first time they had sex, การใช้คำ

1:26

ระบุว่าใช้ถุงยางอนามัยตอนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

compared to 2006, where only 47.7% used one.

1:29

เทียบกับปี 2006 ที่มีเพียง 47.7% เท่านั้นที่ใช้

การใช้คำ

report using: พฤติกรรมที่รายงานด้วยตนเองในข้อมูลแบบสำรวจ

ในภาษาที่ใช้ในแบบสำรวจและงานวิจัย report using หมายถึง “บอกว่าตนได้ใช้” ในที่นี้ report เป็นคำกริยา ส่วน using เป็นรูป -ing ที่ระบุพฤติกรรมซึ่งผู้ตอบบอกว่าตนได้ทำ การใช้ถ้อยคำแบบนี้ชี้ว่าข้อมูลมาจากคำตอบของผู้ชายเอง ไม่ได้หมายความว่านักวิจัยสังเกตพฤติกรรมนั้นโดยตรงหรือตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นอิสระแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบสำรวจด้วย report และรูปที่ถูกต้องของ wear: In this annual questionnaire, 62% of cyclists ____ helmets on every trip.

ดูคำตอบ

report wearing

This trend is even more prevalent among teens การใช้คำ

1:33

แนวโน้มนี้ยิ่งพบมากในกลุ่มวัยรุ่น

between 15 to 19 years old,

1:35

อายุระหว่าง 15 ถึง 19 ปี

with 78.1% using condoms their first time. ไวยากรณ์

1:37

โดย 78.1% ใช้ถุงยางอนามัยในครั้งแรก

การใช้คำ

prevalent among teens: พบได้ทั่วไปภายในกลุ่ม

prevalent among teens หมายถึง “พบได้ทั่วไปหรือแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น” prevalent บอกว่าแนวโน้ม ภาวะ หรือพฤติกรรมหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด ส่วน among ระบุกลุ่มที่พบสิ่งนั้น Even more prevalent เปรียบเทียบว่าแนวโน้มนั้นพบได้ทั่วไปเพียงใดในกลุ่มต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าแนวโน้มนั้นดีกว่า สำคัญกว่า หรือกำลังเพิ่มขึ้นตามเวลาเสมอไป

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งบอกว่าพฤติกรรมหนึ่ง “prevalent among teens” ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. วัยรุ่นคิดว่าพฤติกรรมนั้นสำคัญเป็นพิเศษ
  2. พฤติกรรมนั้นพบได้ทั่วไปในกลุ่มวัยรุ่น
  3. พฤติกรรมนั้นพบมากขึ้นทุกปี
ดูคำตอบ

พฤติกรรมนั้นพบได้ทั่วไปในกลุ่มวัยรุ่น

ไวยากรณ์

with 78.1% using ...: โครงสร้างเสริม with + นามวลี + -ing

ในที่นี้ with ใช้นำโครงสร้างเสริมแบบ with + นามวลี + -ing โดย 78.1% เป็นประธานทางความหมายของ using และ using condoms their first time บอกว่าคนกลุ่มนั้นทำอะไร ส่วนที่เน้นทั้งหมดไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ในตัวเอง โครงสร้างนี้ใช้เพิ่มรายละเอียดสนับสนุนให้ประโยคหลักก่อนหน้าอย่างกระชับ โดยเฉพาะตัวเลข ผลลัพธ์ หรือสถานการณ์ ในรายงานและข่าว with ในที่นี้หมายถึง “พร้อมกับข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า……” ไม่ได้หมายถึง “ไปด้วยกันกับ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง with + นามวลี + -ing: Sales rose sharply, ____ 62% of customers choosing the cheaper plan.

ดูคำตอบ

with

But what age is normal to lose your virginity? วลี

1:40

แต่อายุเท่าไรจึงถือว่าปกติสำหรับการเสียความบริสุทธิ์?

วลี

lose your virginity: สำนวนตายตัวที่หมายถึง “มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก”

Lose your virginity เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการมีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งแรก คำว่า lose ไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งของหาย และสามารถเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของได้ เช่น lose my, his, her, or their virginity ในคำถามนี้ สำนวนดังกล่าวถามถึงอายุที่มีประสบการณ์ทางเพศครั้งแรก ตัวสำนวนเองไม่ได้บอกว่าอายุนั้นดีหรือไม่ดี

แบบฝึกหัด

lose your virginity ในคำถามนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งแรก
  2. ตัดสินว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งผิด
  3. ทำสิ่งของที่เป็นของคุณหาย
ดูคำตอบ

มีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งแรก

When sexual intercourse is defined as penile to vaginal sex, โน้ต

1:43

หากนิยามการมีเพศสัมพันธ์ว่าเป็นการสอดใส่อวัยวะเพศชายในช่องคลอด

การใช้คำ

“sexual intercourse” ในคำนิยามที่เป็นทางการ

“sexual intercourse” เป็นคำทางการที่หมายถึงการมีเพศสัมพันธ์ มักใช้ในงานเขียนด้านการแพทย์ กฎหมาย และงานวิจัย คำนี้ฟังดูเป็นศัพท์เชิงวิชาการและเฉพาะเจาะจงกว่าคำทั่วไปอย่าง “sex” ในประโยคนี้ คำดังกล่าวถูกกำหนดความหมายเฉพาะให้แคบลงว่าเป็นการสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าช่องคลอด ขอบเขตนี้ใช้กับนิยามในที่นี้เท่านั้น ส่วนในบริบทอื่น คำนี้อาจมีความหมายกว้างกว่าได้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง การใช้คำว่า “sexual intercourse” สื่อถึงอะไรเป็นหลัก

  1. มุกแบบกันเองที่หลีกเลี่ยงการให้คำนิยามที่ชัดเจน
  2. คำทางการที่กำลังกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนสำหรับการพูดถึงเรื่องนี้
  3. คำที่หมายถึงการสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าช่องคลอดเท่านั้นในทุกกรณี
ดูคำตอบ

คำทางการที่กำลังกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนสำหรับการพูดถึงเรื่องนี้

วลี

โครงสร้าง “is defined as”

“is defined as” เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้ระบุความหมายที่แน่นอนซึ่งกำหนดให้กับคำศัพท์ ข้อความหลัง “as” คือคำนิยาม กรรมวาจกทำให้จุดสนใจอยู่ที่คำศัพท์และความหมาย ไม่ใช่บุคคลหรือองค์กรที่เลือกคำนิยามนั้น นอกจากนี้ยังใช้รูปประธานกระทำได้ด้วย: “The study defines sexual intercourse as ...”

แบบฝึกหัด

ใช้วลีกรรมวาจกสามคำจากบทเรียนเติมคำนิยามให้สมบูรณ์: In this guide, a child ____ a person under thirteen.

ดูคำตอบ

is defined as

the CDC found an average age for American women โน้ต

1:46

CDC พบว่าอายุเฉลี่ยของผู้หญิงอเมริกัน

to be 17.2 years old and 16.8 years old for men.

1:49

คือ 17.2 ปี และของผู้ชายคือ 16.8 ปี

วัฒนธรรม

the CDC: แหล่งข้อมูลสาธารณสุขของสหรัฐฯ

the CDC เป็นชื่อย่อของ Centers for Disease Control and Prevention ซึ่งเป็นหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ การระบุชื่อ the CDC ในประโยคนี้บอกว่าสถาบันใดเป็นผู้ได้ข้อค้นพบ และแสดงว่าสถิตินี้มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณสุขอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลนี้ไม่ได้ทำให้ตัวเลขดังกล่าวใช้ได้กับคนทั่วโลก เนื่องจากประโยคกล่าวถึงผู้หญิงและผู้ชายชาวอเมริกัน กลุ่มประชากรที่ระบุจึงเป็นชาวอเมริกัน หากจะนำผลไปใช้กับพื้นที่อื่นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความวลีบอกแหล่งข้อมูล the CDC ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. ระบุว่าหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ เป็นแหล่งที่มาของสถิติเกี่ยวกับชาวอเมริกัน
  2. ระบุชื่อโรงพยาบาลเอกชนที่รักษาผู้เข้าร่วมการศึกษา
  3. พิสูจน์ว่าสถิตินี้ใช้ได้กับทุกประเทศ
ดูคำตอบ

ระบุว่าหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ เป็นแหล่งที่มาของสถิติเกี่ยวกับชาวอเมริกัน

ไวยากรณ์

found an average age ... to be: การรายงานผล

ใน found an average age ... to be 17.2 years old คำว่า found เป็นรูปอดีตของ find และหมายถึง “ระบุหรือค้นพบจากหลักฐาน” กรรมคือกลุ่มคำนาม an average age for American women ส่วน to be ใช้นำค่าที่รายงานเกี่ยวกับกรรมนั้น โครงสร้าง find + object + to be + complement เชื่อมสิ่งที่ตรวจสอบเข้ากับผลหรือคำประเมินในรูปแบบที่ค่อนข้างเป็นทางการ ในที่นี้ to be ไม่ได้บอกเวลาอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการรายงานแบบเป็นทางการด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียน: The teacher found the room ____ too noisy.

ดูคำตอบ

to be

Have a job?

1:53

มีงานทำไหม?

61.3% of people are employed

1:53

ผู้คน 61.3% มีงานทำ

with the most common or normal occupation in America

1:56

โดยอาชีพที่พบมากที่สุดหรือ “ปกติ” ที่สุดในอเมริกา

being retail jobs, followed by cashiers, วลี

1:59

คืองานค้าปลีก ตามด้วยพนักงานแคชเชียร์

office clerks, food prep and serving,

2:01

พนักงานสำนักงาน งานเตรียมและเสิร์ฟอาหาร

registered nurses and wait staff.

2:03

พยาบาลวิชาชีพ และพนักงานเสิร์ฟ

วลี

followed by สำหรับแนะนำรายการถัดไปตามลำดับ

ในประโยคนี้ followed by ใช้แนะนำอาชีพที่อยู่ถัดจากงานค้าปลีกในการจัดอันดับ ลำดับคืองานค้าปลีกมาก่อน แล้วจึงเป็นพนักงานเก็บเงิน เสมียนสำนักงาน และอาชีพที่เหลือ รูปแบบ A is followed by B หมายถึง “A มาก่อนและ B มาถัดไป” ใช้จัดลำดับอันดับ ตารางเวลา ขั้นตอน และข้อมูลได้ โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินตามกันจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ follow + by: Tea was the most popular drink, ____ coffee.

ดูคำตอบ

followed by

But if you're serving somebody

2:05

แต่ถ้าคุณกำลังบริการใครสักคน

who enjoys dairy past childhood,

2:06

ที่ยังชอบผลิตภัณฑ์นมหลังพ้นวัยเด็ก

they aren't normal.

2:09

คนคนนั้นก็ไม่ปกติ

Approximately 75% of adults in the world

2:10

ผู้ใหญ่ทั่วโลกประมาณ 75%

have some form of lactose intolerance, การใช้คำ

2:12

มีภาวะไม่ทนต่อแลคโตสในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

meaning they experience unpleasant digestive symptoms ลำดับความ

2:14

หมายความว่าพวกเขาจะมีอาการไม่สบายในระบบย่อยอาหาร

from dairy products.

2:17

เมื่อกินผลิตภัณฑ์จากนม

การใช้คำ

lactose intolerance ในความหมายของภาวะด้านการย่อยอาหาร

Lactose intolerance คือภาวะที่ย่อยแลคโตสได้ยาก โดยแลคโตสเป็นน้ำตาลที่พบในนมและผลิตภัณฑ์นมหลายชนิด ในประโยคนี้ ข้อความหลัง meaning อธิบายผลที่เกิดขึ้น คืออาการไม่สบายทางระบบย่อยอาหารหลังบริโภคผลิตภัณฑ์นม ในที่นี้ intolerance หมายถึงภาวะทางร่างกายที่เกี่ยวกับการย่อยอาหาร ไม่ใช่ท่าทีที่ไม่ยอมรับผู้อื่นหรือเพียงแค่ไม่ชอบ และไม่ได้หมายถึงการแพ้นมโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะเรียกว่า lactose intolerance มากที่สุด

  1. คนคนหนึ่งปวดท้องหลังบริโภคนม เพราะร่างกายย่อยแลคโตสได้ยาก
  2. คนคนหนึ่งมีปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนในนม
  3. คนคนหนึ่งเพียงแค่ไม่ชอบรสชาติของนม
ดูคำตอบ

คนคนหนึ่งปวดท้องหลังบริโภคนม เพราะร่างกายย่อยแลคโตสได้ยาก

ลำดับความ

meaning + อนุประโยค: อธิบายผลของข้อเท็จจริงก่อนหน้า

meaning ในที่นี้นำอนุประโยคแบบ -ing ที่อธิบายผลที่เกิดขึ้นจริงจากข้อความก่อนหน้าทั้งหมด กล่าวคือ ภาวะไม่ทนต่อแลคโตสอาจทำให้เกิดอาการไม่สบายทางระบบย่อยอาหารหลังบริโภคผลิตภัณฑ์จากนม รูปนี้ไม่ได้แสดงความตั้งใจ หลังใจความที่สมบูรณ์ สามารถใช้ comma + meaning + clause เพื่อบอกว่าใจความทั้งหมดนั้นหมายถึงอะไรหรือนำไปสู่ผลอะไร meaning ไม่ใช่กริยาแท้ตัวใหม่ที่แยกเป็นอิสระ และประธานที่เข้าใจร่วมกันคือข้อเท็จจริงก่อนหน้า ไม่ใช่คำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมตัวเชื่อมอธิบายรูป -ing ที่แสดงผลของอนุประโยคแรกทั้งหมดให้สมบูรณ์: The library is closed today, ____ we need to return the books tomorrow.

ดูคำตอบ

meaning

And if they're a vegetarian,

2:18

และถ้าคนคนนั้นเป็นมังสวิรัติ

they're in the minority too, วลี

2:19

ก็ถือเป็นคนส่วนน้อยเช่นกัน

with only 4 to 5% in North America

2:20

เพราะในอเมริกาเหนือมีเพียง 4% ถึง 5%

and a little over 30% in India วลี

2:23

และในอินเดียมีมากกว่า 30% เล็กน้อย

excluding meat from their diets. วลี

2:24

ที่ตัดเนื้อสัตว์ออกจากอาหารของตน

วลี

in the minority: อยู่ในกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่า

in the minority หมายถึงการอยู่ในส่วนที่มีจำนวนน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบฝ่าย ความเห็น หรือตัวเลือกตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป ในที่นี้ ผู้ที่เป็นมังสวิรัติมีสัดส่วนน้อยกว่าของประชากรในพื้นที่ที่กล่าวถึง วลีนี้อธิบายจำนวนโดยเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ กฎหมาย หรือสังคมโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

Twelve students joined the art club, and four joined the chess club. ประโยคใดบรรยายสมาชิกชมรมหมากรุกว่าเป็นกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The chess club members are in the minority.
  2. The chess club members are a minority group.
  3. Only a minority of the chess club members joined.
ดูคำตอบ

The chess club members are in the minority.

วลี

a little over 30%: สูงกว่าตัวเลขเล็กน้อย

ใน a little over 30% คำว่า over หมายถึงมากกว่า ส่วน a little จำกัดว่าค่านั้นเกิน 30% ไปไม่มาก ดังนั้นเปอร์เซ็นต์นี้จึงสูงกว่า 30% เพียงเล็กน้อย ไม่ได้สูงกว่ามาก ใช้ a little over + ตัวเลข เมื่อไม่จำเป็นต้องบอกค่าที่แน่นอน แต่ทิศทางของความต่างมีความสำคัญ ผู้ฟังจะเข้าใจว่าค่านั้นสูงกว่าจุดอ้างอิงเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงมากกว่าเล็กน้อย: The museum welcomed ____ 1,000 visitors—its final count was 1,018.

ดูคำตอบ

a little over

วลี

exclude A from B: excluding meat from their diets หรือการตัดเนื้อออกจากอาหาร

วลีนี้ใช้โครงสร้าง exclude A from B โดย A คือสิ่งที่ถูกตัดออก ส่วน B คือกลุ่ม สถานที่ หรือระบบที่ใหญ่กว่าซึ่งไม่ให้ A อยู่ภายใน ในที่นี้ meat คือ A และ their diets คือ B จึงหมายความว่าคนเหล่านี้ไม่ใส่เนื้อสัตว์ไว้ในสิ่งที่กินเป็นประจำ Excluding เป็นรูป -ing ที่เพิ่มข้อมูลอธิบายเกี่ยวกับคนที่เปอร์เซ็นต์นั้นแทนอยู่ ส่วน diet ในที่นี้หมายถึงอาหารและเครื่องดื่มที่คนหนึ่งกินเป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงแผนลดน้ำหนักชั่วคราว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง exclude A from B เติมคำสั่งให้สมบูรณ์: Please ____ personal phone numbers ____ the public report.

ดูคำตอบ

exclude · from

Have a birthday in February, weirdo. น้ำเสียง/เจตนา

2:26

วันเกิดอยู่เดือนกุมภาพันธ์เหรอ? แปลกคนจริง

น้ำเสียง/เจตนา

weirdo ในฐานะคำหยอกเล่น

ในที่นี้ weirdo เป็นคำเรียกแบบล้อเล่นสำหรับคนที่ถูกนำเสนอว่าไม่เหมือนคนทั่วไป คำนี้สร้างมุกปิดท้ายแบบเกินจริง ไม่ใช่การตัดสินนิสัยของคนนั้นอย่างจริงจัง คำเดียวกันอาจฟังดูเป็นการหยอกหรือเป็นคำดูถูกก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง ในประโยคนี้ การปูเรื่องแบบเกินจริงทำให้ฟังเป็นการแซวเบา ๆ

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: คุณเพิ่งรู้จักใครคนหนึ่งและเรียกเขาอย่างจริงจังว่า weirdo เพราะงานอดิเรกของเขาไม่เหมือนคนทั่วไป นี่เป็นการใช้ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรหรือไม่?

  1. ไม่ อาจฟังดูเป็นการดูถูกได้
  2. ใช่ เป็นการใช้ที่ปลอดภัยและเป็นมิตร
ดูคำตอบ

ไม่ อาจฟังดูเป็นการดูถูกได้

Most people are born around August and September.

2:28

คนส่วนใหญ่เกิดในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน

Statisticians theorize that as the temperature drops, ไวยากรณ์

2:30

นักสถิติตั้งสมมติฐานว่าเมื่ออุณหภูมิลดลง

people spend less time outside

2:33

ผู้คนจะใช้เวลานอกบ้านน้อยลง

causing things to heat up in the bedroom, สำนวน

2:34

ทำให้บรรยากาศในห้องนอนร้อนแรงขึ้น

and nine months later lots of babies are born.

2:37

และเก้าเดือนต่อมาก็มีเด็กเกิดมากมาย

ไวยากรณ์

as the temperature drops: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เกิดขึ้นตามเวลา

ใน as the temperature drops คำว่า as นำหน้าอนุประโยคบอกเวลา มีความหมายว่า “ขณะที่” หรือ “เมื่อการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้น” จึงนำเสนอว่าอุณหภูมิที่ลดลงกับพัฒนาการถัดไปดำเนินไปตามช่วงเวลาเดียวกัน as ในความหมายนี้ใช้จัดให้การเปลี่ยนแปลงสองอย่างอยู่ด้วยกัน แต่ตัวคำเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าอย่างแรกเป็นสาเหตุของอย่างที่สอง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ As + ประธาน + คำกริยาบอกการเปลี่ยนแปลง, ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกันตามเวลา?

  1. The blanket was as soft as a cloud.
  2. Because the train was late, we missed the start.
  3. As the train moved farther away, its sound grew quieter.
ดูคำตอบ

As the train moved farther away, its sound grew quieter.

สำนวน

Things to heat up in the bedroom: การเล่นสองความหมายแบบเลี่ยงตรง ๆ

ในประโยคนี้ “things to heat up in the bedroom” ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิจริงในห้องที่สูงขึ้นเป็นหลัก “Heat up” เปลี่ยนจากความหมายตรงตัวว่าอุ่นหรือร้อนขึ้น ไปเป็นการสื่อถึงความใกล้ชิดหรือกิจกรรมทางเพศในห้องนอนที่เพิ่มขึ้น วลีนี้เป็นการเล่นสองความหมายแบบเลี่ยงตรง ๆ โดยอากาศหนาวทำให้นึกถึงความหมายเรื่องอุณหภูมิ ส่วน “nine months later lots of babies are born” ยืนยันนัยสำหรับผู้ใหญ่ ในบริบทอื่น “heat up” อาจหมายเพียงว่าอุ่นขึ้นหรือเข้มข้นขึ้น ดังนั้นต้องใช้เบาะแสรอบข้างตัดสินความหมาย

แบบฝึกหัด

“things to heat up in the bedroom” สื่อถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. ผู้คนทะเลาะกันในห้องนอนบ่อยขึ้น
  2. ห้องนอนมีอุณหภูมิสูงขึ้นจริง ๆ
  3. ผู้คนใช้เวลากับความใกล้ชิดหรือกิจกรรมทางเพศมากขึ้น
ดูคำตอบ

ผู้คนใช้เวลากับความใกล้ชิดหรือกิจกรรมทางเพศมากขึ้น

And these babies are feeding

2:39

และเด็กเหล่านี้ก็กินนม

from an average bra size in America of 36C,

2:40

จากคุณแม่ในอเมริกาที่มีขนาดเสื้อชั้นในเฉลี่ย 36C

an increase from the 34B 15 years ago.

2:44

ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 34B เมื่อ 15 ปีก่อน

And the average erect penis size?

2:47

แล้วขนาดเฉลี่ยของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวล่ะ?

13 cm or 5 in,

2:49

13 ซม. หรือ 5 นิ้ว

which is smaller than initial studies found,

2:51

ซึ่งเล็กกว่าที่งานวิจัยยุคแรกพบ

but most of those relied on self-reporting การใช้คำ

2:53

แต่งานวิจัยเหล่านั้นส่วนใหญ่อาศัยการรายงานด้วยตนเอง

as opposed to actual studied measurements. วลี

2:55

แทนที่จะใช้ค่าที่วัดจริงในการศึกษา

การใช้คำ

Relied on self-reporting: การระบุแหล่งข้อมูลของงานวิจัย

“Relied on self-reporting” หมายความว่างานวิจัยก่อนหน้านี้อาศัยข้อมูลที่ผู้เข้าร่วมให้เกี่ยวกับตนเอง “Rely on” ระบุว่านี่เป็นพื้นฐานหลักของผลลัพธ์ ส่วน “self-reporting” เป็นชื่อวิธีเก็บข้อมูล ในที่นี้ วิธีดังกล่าวถูกเปรียบเทียบกับการวัดที่ทำในงานวิจัย ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมค่าเฉลี่ยก่อนหน้านี้จึงอาจสูงกว่า คำนี้เพียงระบุว่าข้อมูลมาจากไหน ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าผู้เข้าร่วมจงใจโกหก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีงานวิจัยเป้าหมายที่หมายถึง “อาศัยข้อมูลที่ผู้เข้าร่วมให้ด้วยตนเอง”: The earlier survey ____ instead of taking direct measurements.

ดูคำตอบ

relied on self-reporting

วลี

as opposed to: การเปรียบเทียบสองวิธี

ในประโยคนี้ as opposed to ใช้เปรียบเทียบวิธีสองแบบ คือการรายงานด้วยตนเองกับการวัดจริง มีความหมายว่า “แทนที่จะเป็น” หรือ “เมื่อเทียบกับ” จึงบอกว่าผลการศึกษามาจากแหล่งข้อมูลแบบหนึ่ง ไม่ใช่อีกแบบหนึ่ง วลีนี้ไม่ได้หมายความว่ามีใครคัดค้านการรายงานด้วยตนเองอย่างรุนแรง ในโครงสร้าง A as opposed to B วลีนี้เพียงแสดงว่า B เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นำมาเปรียบเทียบกับ A

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบสามคำที่สร้างจาก opposed: The survey used face-to-face interviews ____ online forms.

ดูคำตอบ

as opposed to

If you're not exactly feeling normal now, น้ำเสียง/เจตนา

2:57

ถ้าตอนนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยปกติ

don't worry.

3:00

ไม่ต้องกังวล

น้ำเสียง/เจตนา

not exactly: การปฏิเสธแบบนุ่มนวล

ในประโยคนี้ not exactly ทำให้คำพูดเรื่อง feeling normal ฟังนุ่มนวลลง ความหมายตรง ๆ คือ “ไม่ปกติอย่างสมบูรณ์หรืออย่างแท้จริง” แต่ในบริบทนี้เป็นการบอกอย่างสุภาพว่าผู้ชมอาจรู้สึกกังวลหรือผิดปกติไม่น้อย ผู้พูดมักใช้ not exactly เพื่อพูดให้เบากว่าความจริง โดยใช้วลีปฏิเสธที่อ่อนกว่า ขณะที่บริบทสื่อการประเมินเชิงลบที่แรงกว่า น้ำเสียงอาจทำให้วลีนี้ฟังดูปลอบใจ สุภาพ แห้ง ๆ หรือขบขันได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The trip was not exactly relaxing—we missed two flights and lost our bags,' วลี not exactly relaxing สื่อความหมายใด?

  1. ผู้พูดสนุกกับการเดินทางที่ผ่อนคลาย แต่ไม่สามารถวัดได้ว่าผ่อนคลายเพียงใด
  2. การเดินทางน่าจะเครียดมาก แต่ผู้พูดกล่าวแบบลดทอนความรุนแรง
  3. การเดินทางนั้นแทบจะผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบ
ดูคำตอบ

การเดินทางน่าจะเครียดมาก แต่ผู้พูดกล่าวแบบลดทอนความรุนแรง

We have a whole video

3:00

เรามีวิดีโอเต็ม ๆ อีกคลิป

on why humans are weird as well.

3:01

ที่พูดถึงว่าทำไมมนุษย์ถึงแปลกเหมือนกัน

Like, why does water leak from our eyes ลำดับความ

3:03

อย่างเช่น ทำไมน้ำถึงไหลออกจากตาเรา

when we're sad?

3:06

เวลาเราเศร้า?

Or why do we bang our hands together

3:07

หรือทำไมเราถึงเอามือสองข้างมาตบกัน

to show approval?

3:09

เพื่อแสดงความเห็นชอบ?

ลำดับความ

ทำให้การกระทำในชีวิตประจำวันดูแปลกด้วย water leak from our eyes ... bang our hands together

ผู้บรรยายตั้งใจแทนคำกริยาที่ใช้กันทั่วไปอย่าง cry และ clap ด้วยคำบรรยายการเคลื่อนไหวทางกายที่ดูเหมือนตรงตามตัวอักษร คือ water leak from our eyes และ bang our hands together วิธีนี้ทำให้การกระทำที่คุ้นเคยฟังดูแปลก และชวนให้ผู้ชมมองว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องอธิบาย ในที่นี้ water เป็นคำเรียกน้ำตาแบบเรียบง่ายโดยเจตนา ส่วน bang ไม่ได้สื่อถึงการทำร้าย คำถาม why สองข้อที่วางขนานกันช่วยจัดโครงสร้างบทนำ แต่ละข้อเริ่มด้วย why do/does บรรยายพฤติกรรมธรรมดาของมนุษย์ แล้วเปลี่ยนให้เป็นปริศนา รูปแบบที่ทำให้สิ่งคุ้นเคยดูแปลกนี้สร้างทั้งความอยากรู้และอารมณ์ขัน พร้อมปูทางไปสู่การสำรวจแบบวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

การพูดว่า water leak from our eyes และ bang our hands together แทนการใช้ cry และ clap มีผลหลักอย่างไร?

  1. ให้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำของน้ำตาและการปรบมือ
  2. แก้ไขการกระทำสองอย่างที่คนทั่วไปมักทำผิด
  3. ทำให้การกระทำที่คุ้นเคยฟังดูแปลก จนกลายเป็นคำถามที่ควรสำรวจ
  4. บอกว่าการร้องไห้และการปรบมือเป็นการทำร้ายร่างกายที่อันตราย
ดูคำตอบ

ทำให้การกระทำที่คุ้นเคยฟังดูแปลก จนกลายเป็นคำถามที่ควรสำรวจ

Click on the screen or the link

3:10

คลิกที่หน้าจอหรือลิงก์

in the description for that video.

3:11

ในคำอธิบายเพื่อดูวิดีโอนั้น

And subscribe for more weekly science videos

3:13

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์รายสัปดาห์เพิ่มเติม

every Thursday.

3:15

ทุกวันพฤหัสบดี