ภาษาอังกฤษ.: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
1,162 คำ 186 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Michael ไล่ดูการเปลี่ยนแปลงของภาษาอังกฤษจากชาว Angles และ Norman ไปถึงคำยืม Anglish สำเนียง การสูญสิ้นของภาษา และแคปซูลเวลา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. ในหมวดสำนวนและภาษาภาพพจน์ “getting ahead of ourselves.” ใช้หยุดเรื่องที่เดินหน้าเร็วเกินไปแล้วกลับไปยังภูมิหลังที่ขาด ไม่ใช่การเคลื่อนที่ตามตัวอักษร 2. แบบไวยากรณ์และโครงสร้างประโยค “instead of using” เปรียบเทียบการกระทำที่ไม่เลือกกับทางเลือก และใช้ gerund หลังบุพบท of 3. ในวัจนปฏิบัติและท่าที “What a bargain. How convenient for everyone.” เป็นคำประชด เพราะการรอเกือบห้าพันปีไม่คุ้มค่าและไม่สะดวกเลย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, Vsauce

0:00

เฮ้ Vsauce

Michael here and today

0:01

ไมเคิลเองครับ และวันนี้

we're going to talk about this.

0:02

เราจะมาคุยกันเรื่องนี้

What's happening right now,

0:05

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้

the English language.

0:07

นั่นคือภาษาอังกฤษ

A language spoken by more than a billion people with many,

0:09

ภาษาที่มีคนพูดมากกว่าหนึ่งพันล้านคน พร้อมด้วยสำเนียง

many different accents

0:12

ที่แตกต่างกันมากมาย

and according to last year's Harvard Google study,

0:14

และจากผลการศึกษาของ Harvard-Google เมื่อปีที่แล้ว

a language with more than a million words

0:17

เป็นภาษาที่มีคำมากกว่าหนึ่งล้านคำ

growing at a rate of 8500 new words every single year. วลี

0:19

และมีคำใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 8,500 คำ

วลี

at a rate of + ปริมาณต่อช่วงเวลา

ในประโยคนี้ at a rate of ใช้เกริ่นอัตราการเติบโตที่วัดได้ ปริมาณที่ตามมาอย่าง 8500 new words every single year บอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าใดในหนึ่งหน่วยเวลา รูปแบบที่พบบ่อยคือ change verb + at a rate of + quantity + per/each time period ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อต้องการบอกแนวโน้มและสถิติอย่างแม่นยำ ในที่นี้ rate หมายถึงความเร็วหรือความถี่ของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ราคาหรือคะแนน

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ด้วยอัตราที่วัดได้เท่ากับ” ลงในประโยค: The server processes requests ____ 2,000 per minute.

ดูคำตอบ

at a rate of

But we're getting ahead of ourselves. สำนวน

0:25

แต่เรากำลังพูดข้ามขั้นไปหน่อย

สำนวน

getting ahead of ourselves: เดินหน้าเร็วเกินไป

Getting ahead of ourselves เป็นรูปของสำนวน get ahead of oneself ที่ใช้กับ we หมายถึงการพาการสนทนาหรือการกระทำไปข้างหน้าเร็วเกินไป ก่อนจะกล่าวถึงขั้นตอนก่อนหน้าหรือข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น ไม่ได้หมายถึงการก้าวหน้าหรือประสบความสำเร็จมากขึ้น ในที่นี้ผู้พูดใช้เป็นการแก้คำพูดของตนเองอย่างนุ่มนวล But ส่งสัญญาณให้หยุดทิศทางปัจจุบันชั่วคราว และสำนวนนี้เตรียมให้ผู้ฟังกลับไปยังข้อมูลก่อนหน้า คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน: I'm getting ahead of myself; you're getting ahead of yourself.

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ get ahead of oneself: I have not explained the basic rules yet, so I am ____.

ดูคำตอบ

getting ahead of myself

Where did English begin?

0:26

ภาษาอังกฤษเริ่มต้นขึ้นที่ไหน

Well, for that answer,

0:29

ถ้าจะหาคำตอบนั้น

we're going to have to go all the way back to the year 400

0:29

เราต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี ค.ศ. 400

and even earlier to this little Germanic peninsula

0:33

และก่อนหน้านั้นอีก ไปยังคาบสมุทรเจอร์แมนิกเล็ก ๆ แห่งนี้

jutting off at an angle สำนวน

0:37

ที่ยื่นออกมาเป็นมุม

inhabited by people who appropriately were called Angles.

0:38

ซึ่งมีผู้คนที่ได้ชื่ออย่างเหมาะเจาะว่า Angles อาศัยอยู่

สำนวน

การเล่นคำ angle–Angles

วลี at an angle บรรยายทิศทางหรือรูปร่างของคาบสมุทร ส่วน Angles เป็นชื่อของชนกลุ่มหนึ่งในประวัติศาสตร์ การวาง angle กับ Angles ไว้ใกล้กันทำให้เกิดการเล่นคำ เพราะทั้งสองคำมีตัวสะกดและเสียงคล้ายกันมาก มุกนี้เป็นการเชื่อมโยงที่ผู้บรรยายสร้างขึ้น ไม่ใช่หลักฐานว่าชนกลุ่มนั้นได้ชื่อมาจากรูปร่างของแผ่นดิน การวางคำทั่วไปไว้ข้างชื่อเฉพาะที่คล้ายกันเป็นวิธีสร้างอารมณ์ขันเบา ๆ ที่พบได้บ่อยในการบรรยายเชิงการศึกษา

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ประโยคนี้เป็นมุก?

  1. ประโยคนี้สร้างมุกโดยวาง angle ไว้ข้างชื่อ Angles ซึ่งมีเสียงคล้ายกัน
  2. ประโยคนี้อ้างว่าชื่อ Angles มาจาก angle ของคาบสมุทรอย่างเป็นทางการ
  3. ประโยคนี้อธิบายว่าชาว Angles ใช้เรขาคณิตสร้างคาบสมุทร
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สร้างมุกโดยวาง angle ไว้ข้างชื่อ Angles ซึ่งมีเสียงคล้ายกัน

Now these Angles began immigrating to an island named Britain.

0:42

ชาว Angles เหล่านี้เริ่มอพยพไปยังเกาะที่ชื่อว่า Britain

In fact, there were so many Angles there,

0:46

อันที่จริง ที่นั่นมีชาว Angles มากเสียจน

you may as well have called it Angle land. ไวยากรณ์

0:48

จะเรียกมันว่า Angle land ก็คงไม่ผิด

ไวยากรณ์

may as well have called it: การมองย้อนกลับไปแบบขบขัน

โครงสร้าง may as well have + past participle ใช้เมื่อผู้พูดมองย้อนกลับไปและเสนอทางเลือกในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงว่าเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลหรือเหมาะสมพอ ๆ กัน ใน may as well have called it คำว่า have called เป็น perfect infinitive จึงมองว่าการตั้งชื่อในจินตนาการเกิดก่อนคำแสดงความเห็นในปัจจุบันของผู้บรรยาย ในที่นี้ วลีดังกล่าวสรุปย้อนหลังอย่างขบขันจากการที่มี Angles อยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่ามีใครเสนอชื่อนั้นอย่างจริงจัง หรือว่า Angle land เคยเป็นชื่อทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ may as well และรูป perfect แบบมองย้อนหลังของ call it: The meeting lasted six hours, so we ____ a marathon.

ดูคำตอบ

may as well have called it

Angle land England.

0:52

Angle land, England

Before they had Latin characters,

0:55

ก่อนที่พวกเขาจะมีตัวอักษรละติน

they wrote their language not in letters, ไวยากรณ์

0:56

พวกเขาไม่ได้เขียนภาษาของตนด้วยตัวอักษร

but in what are known as runes. ไวยากรณ์

0:58

แต่เขียนด้วยสิ่งที่เรียกว่าอักษรรูน

ไวยากรณ์

not in X, but in Y: การแก้ความคิดหนึ่ง

รูปแบบ not in X, but in Y ใช้แก้ความคิดหนึ่งโดยปฏิเสธ X แล้วแทนที่ด้วย Y ในประโยคนี้หมายความว่า ภาษานั้นเขียนด้วยอักษรรูน ไม่ใช่ตัวอักษร มีการใช้คำบุพบท in ซ้ำเพื่อให้สองส่วนมีโครงสร้างขนานกัน คือ not in letters, but in runes คุณสามารถใช้รูปแบบนี้เพื่อเปรียบต่างวิธี สื่อ สถานที่ หรือรูปแบบได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย not in X, but in Y: The class notes are stored ____ my notebook, ____ the school app.

ดูคำตอบ

not in · but in

ไวยากรณ์

what are known as + คำนามพหูพจน์

วลี what are known as runes ทั้งวลีทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึง “สิ่งที่ผู้คนเรียกว่าอักษรรูน” what ในที่นี้หมายถึง “สิ่งที่...” ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม อนุประโยคนี้ตามหลัง in และบอกชื่อรูปแบบที่ใช้ในการเขียน โดยกล่าวถึงสัญลักษณ์หลายตัว จึงใช้ are กับชื่อพหูพจน์ runes

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: The game includes ___ power-ups.

  1. what are known as
  2. which are known as
  3. what is known as
ดูคำตอบ

what are known as

And everything was fine and dandy until 1066 สำนวน

1:01

แล้วทุกอย่างก็ราบรื่นดีจนกระทั่งปี 1066

when the Normans invaded and won.

1:05

เมื่อชาว Norman บุกเข้ามาและเป็นฝ่ายชนะ

สำนวน

fine and dandy(ทุกอย่างราบรื่นดี)

ในประโยคนี้ fine and dandy หมายถึงทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีและดูเหมือนไม่มีปัญหา เป็นสำนวนตายตัวแบบไม่เป็นทางการ โดย dandy ในที่นี้ไม่ได้เป็นคำนามที่หมายถึงผู้ชายแต่งตัวเนี้ยบ น้ำเสียงที่ร่าเริงและขี้เล่นเล็กน้อยช่วยปูทางให้การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่เริ่มด้วย until 1066 ในบริบทอื่น สำนวนนี้อาจสื่อความหมายอย่างจริงใจหรือเชิงประชดก็ได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสิ่งที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงทุกอย่างกำลังไปได้ดี: The hotel is booked, our bags are packed, and everything is ____.

ดูคำตอบ

fine and dandy

One of the neatest changes that still affects us today

1:08

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุดและยังส่งผลถึงเราทุกวันนี้

is the fact that this new Norman ruling class วัฒนธรรม

1:11

คือชนชั้นปกครอง Norman กลุ่มใหม่นี้

would refer to the meat they were served using their own words

1:14

เรียกเนื้อที่นำมาเสิร์ฟด้วยคำในภาษาของตนเอง

like beef or pork.

1:17

อย่าง beef หรือ pork

วัฒนธรรม

Norman ruling class(ชนชั้นปกครองชาวนอร์มัน)

Norman ruling class เป็นนามวลีที่หมายถึงชนชั้นนำผู้กุมอำนาจซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษหลังการพิชิตของชาวนอร์มัน Norman ระบุว่ากลุ่มนี้เป็นใคร ส่วน ruling class หมายถึงชนชั้นทางสังคมที่มีอำนาจในการปกครองและอำนาจทางสังคม โดย class ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชั้นเรียนหรือหมวดหมู่ สำนวนนี้สำคัญในประโยคเพราะชนชั้นนำเหล่านี้ใช้ภาษาฝรั่งเศสนอร์มัน เรื่องนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมภาษาอังกฤษจึงรับชื่อเนื้ออย่าง beef และ pork มาจากภาษาฝรั่งเศส ขณะที่ผู้เลี้ยงสัตว์ยังคงใช้ชื่อสัตว์ภาษาอังกฤษที่สืบทอดมา เช่น cow และ pig

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Norman ruling class หมายถึงใคร?

  1. นักเรียนที่กำลังเข้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์นอร์มัน
  2. หมวดหมู่ที่ใช้จัดกลุ่มคำศัพท์นอร์มัน
  3. ชนชั้นนำที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสนอร์มันและกุมอำนาจทางการเมืองกับสังคมในอังกฤษ
ดูคำตอบ

ชนชั้นนำที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสนอร์มันและกุมอำนาจทางการเมืองกับสังคมในอังกฤษ

But the poor old Anglo-Saxons who had to tend to the animals การใช้คำ

1:19

แต่ชาว Anglo-Saxon ผู้น่าสงสารที่ต้องเลี้ยงดูสัตว์เหล่านั้น

still used their early Old English words,

1:22

ยังคงใช้คำภาษาอังกฤษโบราณยุคแรก

for instance, cow and pig.

1:26

อย่างเช่น cow และ pig

การใช้คำ

tend to the animals: tend to + คำนาม หมายถึง “ดูแล”

ในประโยคนี้ “tend to the animals” หมายถึงดูแลสัตว์และตอบสนองความต้องการของพวกมัน วลีนาม “the animals” คือผู้รับการดูแลนั้น ใช้โครงสร้างเป็นเบาะแสได้ว่า tend to + คำนามหรือคำสรรพนาม อาจหมายถึง “ดูแล” ส่วน tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน มักหมายถึง “มักจะทำ” หรือ “มีแนวโน้มจะทำ” ในที่นี้ animals เป็นคำนาม ประโยคจึงกล่าวถึงงาน ไม่ใช่แนวโน้ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ดูแล”: At the shelter, volunteers ____ the dogs every morning.

ดูคำตอบ

tend to

And to this day, วลี

1:28

และจนถึงทุกวันนี้

That is why English is one of the very few languages on Earth

1:29

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในไม่กี่ภาษาบนโลก

that has a different name for the meat of an animal

1:32

ที่เรียกเนื้อของสัตว์ด้วยชื่อหนึ่ง

than the name of the animal it came from.

1:35

ซึ่งต่างจากชื่อของสัตว์ที่เป็นต้นกำเนิดของเนื้อนั้น

วลี

to this day: ดำเนินต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

“To this day” หมายความว่าสถานการณ์ ผลลัพธ์ ความเชื่อ หรือธรรมเนียมอย่างหนึ่งเริ่มต้นหรือมีอยู่แล้วในอดีต และยังคงเป็นจริงหรือมองเห็นได้ในปัจจุบัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมสาเหตุทางประวัติศาสตร์กับลักษณะของภาษาอังกฤษที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน โดยเน้นความต่อเนื่องผ่านกาลเวลา ไม่ได้หมายถึงเพียง “วันนี้” เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่เน้นความต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบันเพื่อเติมประโยค: The custom began hundreds of years ago and continues ____.

ดูคำตอบ

to this day

English did this a lot.

1:38

ภาษาอังกฤษทำแบบนี้บ่อยมาก

Borrow words from other languages and other people

1:39

คือยืมคำจากภาษาและชนชาติอื่น

and just plop it right down into the English vocabulary. กริยาวลี

1:42

แล้วเอามาใส่ในคลังคำภาษาอังกฤษตรง ๆ เลย

กริยาวลี

Plop It Right Down: วางอย่างเห็นภาพและเป็นกันเอง

ในที่นี้ plop it right down หมายถึงการนำคำที่ยืมมาใส่ไว้ในคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยตรง แทบไม่ดัดแปลงและไม่ต้องมีขั้นตอนเป็นพิธีการ นี่เป็นคำเปรียบเทียบที่ให้ภาพสนุก ๆ เพราะไม่ได้มีการวางสิ่งของจริง ๆ และ it หมายถึงคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น โดยทั่วไป plop ... down ใช้บรรยายการวางบางสิ่งอย่างรวดเร็ว สบาย ๆ หรือให้ความรู้สึกว่ามีแรงกระทบเล็กน้อย ส่วน right ในที่นี้เน้นความหมายว่าใส่ลงไปโดยตรง จึงทำให้กระบวนการที่เป็นนามธรรมดูฉับไวและนึกภาพได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ใส่มันลงไปโดยตรงและสบาย ๆ”: This new term belongs in the glossary; we can ____ under G.

ดูคำตอบ

plop it right down

So, see,

1:45

เห็นไหมครับ

English is really fun.

1:45

ภาษาอังกฤษนี่ fun จริง ๆ

Or should I say fun is really English. น้ำเสียง/เจตนา

1:48

หรือผมควรบอกว่า fun นี่ English จริง ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Or Should I Say ...: การเรียบเรียงใหม่อย่างจงใจและมีไหวพริบ

Or should I say ... ใช้เกริ่นว่าผู้พูดกำลังจงใจเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งพูดไปใหม่ มักไม่ได้หมายความว่าข้อความแรกผิด แต่ข้อความใหม่เพิ่มมุมมองที่ชัดกว่า มีไหวพริบกว่า หรือเผยความหมายบางอย่างมากกว่า ในที่นี้ ผู้พูดกลับ English is really fun เป็น fun is really English ผู้ฟังควรเก็บความคิดแรกไว้ พร้อมทั้งสังเกตการเล่นคำและการเปลี่ยนไปพูดถึงคำว่า fun

แบบฝึกหัด

ใน “The task was difficult—or should I say, impossible,” คำว่า or should I say ทำหน้าที่อะไร?

  1. จงใจแทนที่ถ้อยคำแรกด้วยถ้อยคำที่แรงกว่าหรือมีไหวพริบกว่า
  2. ถามอีกคนเพื่อขออนุญาตพูด
  3. พิสูจน์ว่าข้อความแรกเป็นคำโกหกเกี่ยวกับข้อเท็จจริง
ดูคำตอบ

จงใจแทนที่ถ้อยคำแรกด้วยถ้อยคำที่แรงกว่าหรือมีไหวพริบกว่า

That's right.

1:51

ใช่แล้ว

Unlike all of these borrowed words,

1:52

ต่างจากคำยืมทั้งหมดเหล่านี้

the word fun can be traced all the way back to the Angles วลี

1:54

คำว่า fun สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงชาว Angles

and the Proto-Germanic word phono,

1:57

และคำว่า phono ในภาษาเจอร์แมนิกดั้งเดิม

which referred to a piece of cloth or a rag.

2:00

ซึ่งหมายถึงเศษผ้าหรือผ้าขี้ริ้ว

วลี

be traced all the way back to: ระบุต้นกำเนิดอันห่างไกล

ใน be traced all the way back to รูปถูกกระทำ be traced แสดงว่าหลักฐานช่วยให้เราติดตามประวัติของสิ่งหนึ่งกลับไปถึงต้นกำเนิดได้ ในประโยคนี้ คำว่า fun เชื่อมโยงกับชาวแองเกิลและคำในภาษาเจอร์แมนิกดั้งเดิมว่า phono ซึ่งเป็นต้นกำเนิดที่เก่ากว่า all the way ช่วยเน้นว่าห่วงโซ่ของต้นกำเนิดย้อนกลับไปถึงอดีตอันไกลมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ X can be traced (all the way) back to Y โครงสร้างนี้บอกต้นกำเนิด ไม่ได้หมายถึงการส่ง X กลับไปจริง ๆ หรือการเดินย้อนกลับตามเส้นทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลี be traced all the way back to ให้ถูกต้อง: The design can ____ a seventeenth-century map.

ดูคำตอบ

be traced all the way back to

It eventually came to mean a piece of fabric, วลี

2:03

ต่อมามันเปลี่ยนไปหมายถึงผ้าชิ้นหนึ่ง

say a hoisted flag that flew in the breeze.

2:05

อย่างเช่นธงที่ชักขึ้นสูงและปลิวตามสายลม

วลี

came to mean: ความหมายที่ค่อย ๆ พัฒนาตามเวลา

Came to mean บอกว่าคำ สัญลักษณ์ การกระทำ หรือเหตุการณ์ค่อย ๆ พัฒนาจนมีความหมายบางอย่างเมื่อเวลาผ่านไป ในประโยคนี้ คำเก่า phono ไม่ได้เคลื่อนที่ไปที่ไหน แต่ความหมายของมันเปลี่ยนไปจนใช้เรียกเศษผ้า โครงสร้างคือ subject + came to mean + meaning คำว่า eventually ช่วยเน้นแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โครงสร้างนี้ใช้บรรยายการเปลี่ยนความหมายในพจนานุกรม หรือความสำคัญที่สิ่งหนึ่งได้รับจากประสบการณ์ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลี came to mean ให้ถูกต้อง: After years of working together, the old handshake ____ trust between the two teams.

ดูคำตอบ

came to mean

And then it came to just mean anything that was high-flying or buoyant,

2:08

จากนั้นมันก็เปลี่ยนไปหมายถึงอะไรก็ตามที่บินสูงหรือลอยตัว

you know, like fun stuff.

2:12

ก็รู้กันนะครับ อย่างสิ่งที่ fun ๆ

Singling out which words in English were borrowed กริยาวลี

2:14

การแยกว่าคำไหนในภาษาอังกฤษเป็นคำยืม

and which ones were originally Germanic

2:17

และคำไหนมีต้นกำเนิดเป็นภาษาเจอร์แมนิก

could be a pretty fun exercise.

2:19

อาจเป็นแบบฝึกหัดที่สนุกทีเดียว

กริยาวลี

Singling out: การระบุสมาชิกบางรายจากกลุ่ม

ในประโยคนี้ singling out หมายถึงการระบุคำบางคำจากกลุ่มคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใหญ่กว่า เพื่อให้สามารถแยกจัดหมวดหมู่ได้ ผู้พูดกำลังเสนอให้ทำกิจกรรมเพื่อพิจารณาว่าคำใดอยู่ในกลุ่มต้นกำเนิดแต่ละประเภท Single out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ จึงใช้ได้ทั้ง single out a word และ single a word out ในประโยคนี้ Singling out ... เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ could be a pretty fun exercise ส่วน out เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ไม่ได้บอกทิศทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ single out: The task involves ____ the two results that do not match the others.

ดูคำตอบ

singling out

For instance,

2:20

ตัวอย่างเช่น

supervise is derived from Latin, วลี

2:21

supervise มาจากภาษาละติน

but oversee,

2:24

แต่ oversee

that's straight up Germanic. การใช้คำ

2:26

เป็นภาษาเจอร์แมนิกล้วน ๆ

วลี

Derived from: การระบุแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดอย่างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ is derived from ระบุแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดของ supervise ว่าคำนี้พัฒนามาจากภาษาละติน สิ่งที่เป็นผลลัพธ์จะอยู่หน้าวลีนี้ ส่วนแหล่งที่มาจะอยู่หลัง from Be derived from มักปรากฏในโครงสร้างกรรมวาจก X is/was derived from Y ใช้อธิบายต้นกำเนิดของคำ แนวคิด สาร ข้อมูล หรือผลิตภัณฑ์ได้ และมักสื่อว่า X พัฒนามาจาก Y หรือได้มาจาก Y

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนบอกแหล่งที่มาแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์: The red pigment is ____ a mineral.

ดูคำตอบ

derived from

การใช้คำ

straight up ในฐานะคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ straight up เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อย่างสิ้นเชิง” “จริง ๆ” หรือ “เรียกได้ว่า” ผู้พูดกำลังย้ำอย่างหนักแน่นว่า oversee มีที่มาจากภาษาเจอร์แมนิก ไม่ได้พูดถึงทิศทางจริง ๆ ในรูปแบบนี้ straight up วางไว้หน้าคำบรรยาย เช่น straight up strange หรือ straight up unfair ทำให้ความคิดเห็นฟังดูตรงและหนักแน่น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “That magic trick was straight up amazing.” straight up หมายความว่าอะไร?

  1. มันน่าทึ่งอย่างมากหรืออย่างแท้จริง
  2. มันเคลื่อนตรงขึ้นด้านบน
  3. มันคือเครื่องดื่มที่เสิร์ฟโดยไม่ใส่น้ำแข็ง
ดูคำตอบ

มันน่าทึ่งอย่างมากหรืออย่างแท้จริง

Well, what would English sound like

2:28

แล้วภาษาอังกฤษจะฟังเป็นอย่างไร

if we just got rid of all these words that didn't originally come from the Angles? กริยาวลี

2:29

ถ้าเราตัดคำทั้งหมดที่ไม่ได้มาจากชาว Angles แต่เดิมออกไป

กริยาวลี

get rid of: เอาสิ่งที่ไม่ต้องการออก

Get rid of หมายถึง เอาออก ทิ้ง หรือทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่ต้องการ ในประโยคนี้ got rid of เป็นรูปอดีตและหมายถึง “เอาออกจากภาษาอังกฤษ” โครงสร้างคือ get/got rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม กรรมต้องอยู่หลัง of: got rid of these words ห้ามตัด of ออก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get rid of: We finally ____ the old broken chair.

ดูคำตอบ

got rid of

Well, what you would have is what is known as Anglish. วัฒนธรรม

2:34

สิ่งที่ได้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Anglish

Anglish is really fun to read because it's not really a real language.

2:38

Anglish อ่านสนุกมาก เพราะมันไม่ใช่ภาษาจริง ๆ

It's just an exercise that we can do nowadays.

2:42

เป็นเพียงแบบฝึกหัดที่เราทำกันได้ในปัจจุบัน

วัฒนธรรม

Anglish: การทดลองทางภาษาสมัยใหม่

Anglish เป็นชื่อของการทดลองทางภาษาสมัยใหม่ ผู้เขียนพยายามถ่ายทอดความคิดด้วยคำที่สร้างขึ้นจากรากตระกูลเจอร์แมนิกของภาษาอังกฤษเป็นหลัก พร้อมกับหลีกเลี่ยงคำยืมจำนวนมาก มันไม่ใช่ภาษามาตรฐานในประวัติศาสตร์ที่แยกออกมาต่างหาก และไม่ใช่อีกชื่อหนึ่งของ English ทั่วไป ความรู้พื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมช่วงต่อมาของวิดีโอจึงใช้คำแทนที่แปลก ๆ หรือคำที่ตั้งใจสร้างขึ้นอย่าง uncleft และ beholding

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Anglish หมายถึงอะไร?

  1. ชื่ออีกชื่อหนึ่งของ English สมัยใหม่ทั่วไป
  2. ภาษามาตรฐานในประวัติศาสตร์ที่เคยพูดกันทั่วอังกฤษ
  3. การทดลองสร้างคำสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคำภาษาอังกฤษซึ่งมีรากตระกูลเจอร์แมนิก
ดูคำตอบ

การทดลองสร้างคำสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคำภาษาอังกฤษซึ่งมีรากตระกูลเจอร์แมนิก

My favorite is this passage explaining atomic theory.

2:44

สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือข้อความนี้ที่อธิบายทฤษฎีอะตอม

Of course,

2:49

แน่นอนว่า

you can't call it atomic theory because,

2:49

คุณจะเรียกมันว่า atomic theory ไม่ได้ เพราะว่า

for instance, the word atom is Greek

2:51

ตัวอย่างเช่น คำว่า atom มาจากภาษากรีก

meaning something that cannot be divided any further.

2:53

หมายถึงสิ่งที่ไม่สามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีก

So, instead of using the word atom, ไวยากรณ์

2:56

ดังนั้น แทนที่จะใช้คำว่า atom

writers will use words like uncleft.

2:58

ผู้เขียนจะใช้คำอย่าง uncleft

ไวยากรณ์

instead of using: ใช้การกระทำหนึ่งแทนอีกการกระทำหนึ่ง

Instead of ใช้นำหน้าการกระทำที่ไม่ได้เลือกหรือถูกแทนที่ ในที่นี้ instead of using the word atom หมายความว่าผู้เขียนไม่เลือก atom แต่เลือกใช้คำอื่น เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงมักอยู่ในรูป -ing คือ instead of using ไม่ใช่ instead of use รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ instead of + คำนาม คำสรรพนาม หรือคำกริยาเติม -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ use: Nina wrote the note by hand instead of ____ the printer.

ดูคำตอบ

using

And instead of using a word like theory,

3:01

และแทนที่จะใช้คำอย่าง theory

they'll use a word like beholding.

3:03

พวกเขาจะใช้คำอย่าง beholding

There's a link in the description to read all of uncleft beholding. วัฒนธรรม

3:05

มีลิงก์ในคำอธิบายให้ไปอ่าน uncleft beholding ทั้งหมด

วัฒนธรรม

uncleft beholding: การเรียบเรียง atomic theory ใหม่แบบ Anglish

ในที่นี้ uncleft beholding เป็นสำนวนแบบ Anglish ที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อใช้แทน atomic theory ก่อนหน้านี้มีการใช้ uncleft แทน atom และ beholding แทน theory ดังนั้นวลีสองคำนี้จึงเรียกแนวคิดเดียวกันภายในการทดลองชำระภาษาให้บริสุทธิ์นี้ วลีนี้ไม่ใช่ศัพท์วิทยาศาสตร์ทั่วไปในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ ผู้อ่านควรเข้าใจว่าเป็นตัวอย่างเชิงเล่นสนุกที่แสดงว่าภาษาอังกฤษอาจมีหน้าตาอย่างไรหากผู้เขียนเลือกใช้คำรากเจอร์แมนิก ไม่ใช่ศัพท์ที่ควรเรียนเพื่อใช้แทน atomic theory

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในรายงานวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แบบมาตรฐาน การใช้ uncleft beholding แทน atomic theory ฟังเป็นธรรมชาติ

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

But now let's talk about accents.

3:08

แต่ตอนนี้มาคุยเรื่องสำเนียงกัน

We don't all speak English the same way

3:10

เราไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเหมือนกันทุกคน

and as a confession,

3:12

และขอสารภาพว่า

I'm going to say I'm terrible

3:13

ผมทำได้แย่มาก

at impressions, accents, dialects.

3:15

ทั้งการเลียนเสียง สำเนียง และภาษาถิ่น

I pretty much only ever talk like this.

3:18

แทบจะพูดได้แค่แบบนี้ตลอด

Luckily, I read the science

3:20

โชคดีที่ผมอ่านงานวิทยาศาสตร์มา

and young children are the best at picking up new accents. กริยาวลี

3:22

และเด็กเล็กเก่งที่สุดในการซึมซับสำเนียงใหม่

กริยาวลี

picking up new accents: การซึมซับสำเนียงใหม่จากการได้ยินซ้ำ ๆ

ในประโยคนี้ picking up หมายถึงการซึมซับสำเนียงตามธรรมชาติจากการได้ยินซ้ำ ๆ เด็ก ๆ จะค่อย ๆ ใช้รูปแบบการออกเสียงที่ได้ยินรอบตัว ซึ่งไม่ใช่ความหมายทางกายภาพของ pick up ที่หมายถึงหยิบสิ่งของขึ้นมา โครงสร้างคือ pick up + ภาษา ทักษะ นิสัย หรือลักษณะบางอย่าง ในที่นี้ new accents เป็นกรรม วลีนี้บรรยายการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตามเวลา ไม่ใช่การเลียนเสียงเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาวลีที่หมายถึง “ซึมซับตามธรรมชาติจากการสัมผัสหรือได้ยินซ้ำ ๆ”: Children often ____ the local accent after moving to a new area.

ดูคำตอบ

pick up

So, I brought along my friend Todd.

3:25

ผมจึงพา Todd เพื่อนของผมมาด้วย

Nicely done.

3:29

ทำได้ดีมาก

Thank you.

3:30

ขอบคุณครับ

That's a classic Vsauce move.

3:30

นี่เป็นลูกเล่นแบบฉบับ Vsauce เลย

Now, Todd is from Barely Political in the Key of Awesome

3:31

Todd มาจาก Barely Political ใน Key of Awesome

and he is fantastic at accents.

3:34

และเขาเลียนสำเนียงได้ยอดเยี่ยมมาก

Oh, grazie,

3:36

โอ้ grazie,

Michael. Grazie.

3:37

Michael. Grazie.

I'm impressed every day.

3:39

ผมประทับใจทุกวันเลย

But here's a challenge for you.

3:40

แต่ผมมีเรื่องท้าทายให้คุณ

Are you ready?

3:42

พร้อมไหม

Challenge.

3:43

ท้าทาย

I want you to do an impression วลี

3:43

ผมอยากให้คุณเลียนแบบ

of exactly how you think George Washington spoke.

3:45

ตามที่คุณคิดว่า George Washington พูดจริง ๆ

วลี

do an impression of someone: เลียนแบบใครคนหนึ่ง

To do an impression of someone หมายถึงเลียนแบบเสียง รูปแบบการพูด สีหน้า หรือท่าทางของคนนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้เลียนแบบอย่างตรงตามที่คิดว่าจอร์จ วอชิงตันน่าจะพูดอย่างไร โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ do an impression of + บุคคล โดย impression ในที่นี้หมายถึงการแสดงเลียนแบบใครคนหนึ่ง ไม่ใช่ผลกระทบหรือความคิดเห็นที่ทำให้คนอื่นมีต่อเรา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เลียนแบบเสียงและท่าทางของใครคนหนึ่ง”: At the school show, Ben will ____ his favorite actor.

ดูคำตอบ

do an impression of

Um,

3:50

เอ่อ

let me just picture him. การใช้คำ

3:51

ขอผมนึกภาพเขาก่อน

การใช้คำ

Picture him: picture ในฐานะคำกริยา

ในที่นี้ picture เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สร้างภาพขึ้นในใจ” Picture him หมายถึงจินตนาการถึงเขาในใจ ดังนั้นผู้พูดจึงหยุดสักครู่เพื่อนึกภาพบุคคลนั้นก่อนตอบ เมื่อเป็นคำกริยา picture จะตามด้วยกรรมโดยตรง เช่น picture someone or something และไม่ได้หมายถึงการถ่ายรูปบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดพยายามสร้างภาพของผู้ชายคนนั้นขึ้นในใจ

  1. I tried to take a picture of him.
  2. I looked at a picture of him.
  3. I tried to picture him.
ดูคำตอบ

I tried to picture him.

I've seen him on the quarter before. วัฒนธรรม

3:51

ผมเคยเห็นเขาบนเหรียญควอเตอร์

วัฒนธรรม

“on the quarter”: จอร์จ วอชิงตันบนเหรียญ 25 เซนต์ของสหรัฐฯ

ในที่นี้ the quarter หมายถึงเหรียญ 25 เซนต์ของสหรัฐฯ โดยตามธรรมเนียมแล้ว ด้านหน้าของเหรียญมีภาพจอร์จ วอชิงตัน ดังนั้น on the quarter จึงหมายความว่าภาพของเขาอยู่บนผิวเหรียญ ผู้พูดกำลังเล่นมุกว่าการเคยเห็นภาพของวอชิงตันบนเหรียญก็นับเป็นการเคย “เห็นเขา” ที่นี่ quarter ไม่ได้หมายถึงหนึ่งในสี่ ช่วงเวลาสามเดือน หรือย่านในเมือง

แบบฝึกหัด

on the quarter ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. ภาพของเขาอยู่บนเหรียญ 25 เซนต์ของสหรัฐฯ
  2. เขาปรากฏตัวเป็นเวลาหนึ่งในสี่ของชั่วโมง
  3. มีคนเห็นเขาในย่านที่ชื่อ Quarter
ดูคำตอบ

ภาพของเขาอยู่บนเหรียญ 25 เซนต์ของสหรัฐฯ

I think he probably sounded like this.

3:53

ผมว่าเขาน่าจะพูดแบบนี้

What's up, players?

3:56

ว่าไง เหล่าผู้เล่น

Y'all gonna vote for me? การใช้คำ

3:57

พวกนายจะเลือกฉันใช่ไหม

การใช้คำ

“Y'all” ในฐานะรูปพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการของ “you”

Y'all เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ you all โดยทั่วไปใช้เพื่อแสดงให้ชัดว่าผู้พูดกำลังพูดกับคนมากกว่าหนึ่งคน ในคำถามนี้ ผู้พูดกำลังถามคนทั้งกลุ่มว่าจะลงคะแนนให้เขาหรือไม่ คำนี้เชื่อมโยงอย่างมากกับภาษาพูดทางตอนใต้ของสหรัฐฯ แต่ก็ใช้ในภูมิภาคและชุมชนอื่นด้วย Gonna ยิ่งทำให้ประโยคมีลักษณะเป็นภาษาพูดแบบสบาย ๆ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยินตรงทุกคำ โดยเน้นฟังคำที่ต้นประโยค

  1. Y'all gonna vote for me?
  2. Are y'all gonna vote for me?
  3. You're gonna vote for me?
ดูคำตอบ

Y'all gonna vote for me?

I'm gonna take two terms,

3:58

ฉันจะอยู่สองสมัย

Just give me one,

4:00

แค่ให้ฉันสักครั้ง

one shot and um

4:00

โอกาสเดียว แล้วก็ เอ่อ

one and done, baby. สำนวน

4:02

ครั้งเดียวจบเลย พวก

สำนวน

One and done: ครั้งเดียวแล้วจบ

ในประโยคนี้ one and done หมายถึง “ทำครั้งเดียวแล้วหยุด จะไม่มีรอบที่สอง” โดยทำให้คำสัญญาว่าจะดำรงตำแหน่งถูกจำกัดไว้เพียงหนึ่งวาระ คำว่า one และ done สัมผัสคล้องจองกัน จึงทำให้วลีนี้สั้น ติดหู และเป็นกันเอง ในที่นี้ น้ำเสียงแบบคำขวัญทำให้คำสัญญาที่จริงจังฟังดูสบาย ๆ อย่างจงใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ครั้งเดียวแล้วจบ”: Each player gets one try; this challenge is ____.

ดูคำตอบ

one and done

You know what I'm saying? น้ำเสียง/เจตนา

4:03

เข้าใจที่ฉันพูดไหม

น้ำเสียง/เจตนา

You know what I'm saying?: เช็กว่าเข้าใจกันหรือไม่

ในภาษาพูดแบบกันเอง You know what I'm saying? มักหมายถึง “ตามประเด็นของฉันทันไหม?” หรือ “มองแบบเดียวกับฉันไหม?” วลีนี้ใช้ตรวจสอบว่าผู้ฟังเข้าใจและเชื่อมโยงกับสิ่งที่พูดหรือไม่ และมักชวนให้เห็นด้วย โดยทั่วไปวลีนี้เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรม ไม่ใช่การทดสอบตามตัวอักษรว่าผู้ฟังรู้อะไร คำตอบสั้น ๆ เช่น Yeah หรือ I get you มักเพียงพอแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “This rule feels unfair, you know what I'm saying?” เขากำลังทำอะไรเป็นหลัก?

  1. ทดสอบว่าคุณรู้ความหมายตามพจนานุกรมของ saying หรือไม่
  2. ตรวจสอบว่าคุณตามประเด็นทันหรือเห็นด้วยหรือไม่
  3. ถามว่าคุณได้ยินทุกคำแยกกันหรือไม่
ดูคำตอบ

ตรวจสอบว่าคุณตามประเด็นทันหรือเห็นด้วยหรือไม่

No,

4:04

ไม่

seriously, father,

4:04

จริง ๆ นะครับ พ่อ

I did not chop down that there tree. โน้ต

4:05

ผมไม่ได้โค่นต้นไม้ต้นนั้น

วัฒนธรรม

chop down that there tree: การอ้างอิงตำนานจอร์จ วอชิงตัน

ถ้อยคำนี้ชวนให้นึกถึงเรื่องเล่าอเมริกันที่รู้จักกันดีว่า จอร์จ วอชิงตันตอนเด็กโค่นต้นเชอร์รีของพ่อ แล้วสารภาพเพราะเขาไม่สามารถพูดโกหกได้ ปัจจุบันเรื่องนี้มักถูกมองว่าเป็นตำนานที่คนรุ่นหลังสร้างขึ้นเพื่อแสดงภาพความซื่อสัตย์ของเขา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว คำปฏิเสธในประโยคนี้พลิกเรื่องที่คุ้นเคยให้เป็นมุก แทนที่จะสารภาพอย่างซื่อสัตย์ ผู้พูดกลับยืนยันว่าตนไม่ได้โค่นต้นไม้ การรู้ที่มานี้ทำให้เข้าใจว่าเหตุใดจึงจู่ ๆ พูดถึงการโค่นต้นไม้ นี่เป็นมุกอ้างอิงบุคคลในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

การอ้างอิงทางวัฒนธรรมใดทำให้คำปฏิเสธเรื่องการโค่นต้นไม้นี้มีความหมาย?

  1. ชวนให้นึกถึงตำนานของจอร์จ วอชิงตันตอนเด็กกับต้นเชอร์รี
  2. ใช้ chop down ในความหมายว่าตกแต่งต้นไม้
  3. เล่าคำสารภาพของจอร์จ วอชิงตันที่พิสูจน์แล้วในทางประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ

ชวนให้นึกถึงตำนานของจอร์จ วอชิงตันตอนเด็กกับต้นเชอร์รี

การใช้คำ

that there + คำนาม: คำชี้เฉพาะแบบภาษาถิ่นที่มีการเน้น

ใน that there tree คำว่า there อยู่หลังคำชี้เฉพาะ that ภายในนามวลีเดียวกัน ทำหน้าที่เน้นการชี้ไปยังสิ่งที่อยู่ไกล โดยมีความหมายประมาณว่า “ต้นไม้ต้นนั้นตรงโน้นโดยเฉพาะ” ไม่ได้เป็นคำวิเศษณ์บอกสถานที่แบบปกติเหมือนใน The tree is there. รูป that there + คำนาม เป็นภาษาถิ่นและไม่เป็นมาตรฐานในภาษาอังกฤษเขียนทั่วไป ในที่นี้ รูปดังกล่าวเติมน้ำเสียงบ้านนอกหรือโบราณแบบเกินจริงให้จอร์จ วอชิงตันในจินตนาการ ผู้เรียนควรฟังให้ออกว่าเป็นการสร้างบุคลิก แต่ถ้าต้องการภาษากลางให้ใช้ that tree หรือ that tree over there เป็นหลัก

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าประโยคนี้เหมาะสมในฐานะภาษาอังกฤษทางการแบบเป็นกลางหรือไม่: Please remove that there box from the conference room.

  1. เหมาะสมในฐานะภาษาอังกฤษทางการแบบเป็นกลาง
  2. ไม่เหมาะสมในฐานะภาษาอังกฤษทางการแบบเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสมในฐานะภาษาอังกฤษทางการแบบเป็นกลาง

All right?

4:07

โอเคไหม

I like that.

4:08

ผมชอบนะ

But you know what?

4:09

แต่รู้อะไรไหม

There's no way to be wrong.

4:09

ไม่มีทางตอบผิดได้เลย

Well, I mean, น้ำเสียง/เจตนา

4:11

คือผมหมายถึง

there are ways to be wrong,

4:12

มันก็มีทางที่จะผิดได้

but we don't know the real answer

4:13

แต่เราไม่รู้คำตอบที่แท้จริง

น้ำเสียง/เจตนา

Well, I mean,:คำแสดงการแก้คำพูดของตัวเองในภาษาพูด

Well, I mean, แสดงว่าผู้พูดกำลังปรับคำพูดที่เพิ่งพูดไป ไม่ได้เริ่มความคิดใหม่ทั้งหมด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวที่ว่าการเลียนแบบไม่มีทางผิด ให้กลายเป็นความคิดที่รอบคอบขึ้นว่า ยังมีวิธีที่ผิดพลาดได้อยู่ I mean ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อขอให้แปลหรืออธิบายความหมายของคำ และไม่ได้หมายถึง “ฉันหมายความว่า” แบบตรงตัว ใช้วลีนี้เมื่อคุณต้องการแก้ไข จำกัดขอบเขต หรือทำให้คำพูดของตัวเองนุ่มนวลลงขณะพูดต่อไป นี่เป็นคำแสดงการซ่อมแซมคำพูดในภาษาพูด และมักวางไว้ก่อนข้อความที่เรียบเรียงใหม่

แบบฝึกหัด

ตอนแรกคุณพูดว่า “The plan cannot fail” แล้วรู้ว่าคำกล่าวนั้นหนักแน่นเกินไป คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเข้าสู่การแก้ไขที่รอบคอบขึ้นในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ

  1. Well, I mean,
  2. As a result,
  3. For example,
ดูคำตอบ

Well, I mean,

because back at the time that America first became a country,

4:15

เพราะตอนที่อเมริกากลายเป็นประเทศครั้งแรก

the classic British accent didn't even exist yet.

4:18

สำเนียงอังกฤษแบบคลาสสิกยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

In fact,

4:22

อันที่จริง

I quite like the Queen's English. วัฒนธรรม

4:22

ผมค่อนข้างชอบภาษาอังกฤษแบบราชินีนะ

วัฒนธรรม

the Queen's English: คำเรียกดั้งเดิมที่สื่อถึงภาษาอังกฤษแบบอังกฤษอันมีเกียรติ

the Queen's English เป็นคำเรียกแบบดั้งเดิมของภาษาอังกฤษรูปแบบหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นมาตรฐาน เป็นภาษาของผู้มีการศึกษา หรือมีเกียรติตามค่านิยมในอังกฤษ ในประโยคนี้ วลีนี้สื่อถึงแนวคิดทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับต้นแบบการพูดแบบอังกฤษดั้งเดิม ไม่ได้หมายถึงภาษาอังกฤษที่มีเพียงพระราชินีเท่านั้นที่พูด หรือสำเนียงเดียวที่ทุกคนใช้เหมือนกัน วลีนี้มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และสังคมกับการพูดที่เป็นทางการ แบบชนชั้นสูง หรือแบบกลุ่มสถาบันหลัก คำเรียกนี้อาจฟังดูล้าสมัย และไม่ควรใช้เป็นชื่อกลางๆ สำหรับสำเนียงอังกฤษทุกแบบ หรือเป็นหลักฐานว่าการออกเสียงแบบหนึ่งดีกว่าแบบอื่นโดยธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

มัคคุเทศก์ในพิพิธภัณฑ์กำลังอธิบายคำเรียกแบบดั้งเดิมที่สื่อถึงความมีเกียรติสำหรับรูปแบบการพูดแบบอังกฤษที่ฟังดูเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงภาษาอังกฤษจากบริเตนโดยรวม หรือชื่อสำเนียงที่เฉพาะเจาะจง ควรใช้สำนวนใด? ่

  1. Received Pronunciation
  2. British English
  3. the Queen's English
ดูคำตอบ

the Queen's English

Yeah,

4:24

ใช่

that would be completely foreign to them. การใช้คำ

4:24

แต่มันคงฟังแปลกหูสำหรับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

การใช้คำ

foreign to someone: ไม่คุ้นเคยสำหรับคนนั้น

ในโครงสร้าง be foreign to someone คำว่า foreign หมายถึงไม่คุ้นเคยหรืออยู่นอกประสบการณ์ของคนนั้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมาจากต่างประเทศ ในประโยคนี้ that หมายถึงสำเนียงแบบ Queen's English ที่เกิดขึ้นภายหลัง และ them หมายถึงชาวอเมริกันในยุคแรกของประเทศ คำว่า Completely เน้นความหมายให้แรงขึ้นว่า คนเหล่านั้นคงไม่รู้สึกว่าสำเนียงนี้คุ้นเคย

แบบฝึกหัด

foreign to ในประโยค This custom is foreign to me. หมายความว่าอะไร

  1. ฉันเชี่ยวชาญมันอย่างสมบูรณ์แล้ว
  2. มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่คุ้นเคย
  3. มันมาจากอีกประเทศหนึ่ง
ดูคำตอบ

มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่คุ้นเคย

But here's what's really mind-blowing การใช้คำ

4:26

แต่สิ่งที่ชวนอึ้งจริง ๆ

about what the British gave to America,

4:27

เกี่ยวกับสิ่งที่ชาวอังกฤษมอบให้อเมริกา

Southern drawl. การใช้คำ

4:30

ก็คือสำเนียงลากเสียงแบบคนใต้

การใช้คำ

mind-blowing: น่าประหลาดใจอย่างมาก

mind-blowing เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงน่าประหลาดใจมาก น่าทึ่งมาก หรือแทบไม่น่าเชื่อ มีน้ำหนักแรงกว่าเพียงแค่ surprising มาก และไม่ได้หมายถึงการระเบิดจริง ๆ ในที่นี้ ผู้พูดใช้คำนี้ก่อนเสนอข้อกล่าวอ้างที่น่าประหลาดใจ คำนี้เพิ่มความตื่นเต้นและบอกให้รู้ว่ากำลังจะมีความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำว่า mind-blowing มากที่สุด

  1. คำสั่งทั่วไปในรายงานทางการ
  2. การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ทุกคนคาดไว้อยู่แล้ว
  3. การค้นพบที่เหนือความคาดหมายและน่าทึ่งจนผู้คนแทบไม่อยากเชื่อ
ดูคำตอบ

การค้นพบที่เหนือความคาดหมายและน่าทึ่งจนผู้คนแทบไม่อยากเชื่อ

การใช้คำ

Southern drawl: ป้ายเรียกสำเนียงตามภูมิภาค

ในประโยคนี้ Southern drawl เป็นชื่อเรียกลักษณะการพูดที่เชื่อมโยงกับบางพื้นที่ทางใต้ของสหรัฐฯ คำว่า drawl สื่อถึงการพูดที่ผู้ฟังรู้สึกว่าสบาย ๆ หรือทอดเสียงยาว โดยเฉพาะเมื่อสระบางเสียงดูเหมือนยาวขึ้น คำนี้เป็นป้ายเรียกสำเนียงแบบกว้าง ๆ ไม่ใช่ระบบเสียงเพียงแบบเดียว ให้เข้าใจว่าเป็นคำบรรยายเสียงโดยรวม ไม่ใช่ข้ออ้างว่าคนจากภาคใต้ทุกคนพูดเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ใน "The actor speaks with a Southern drawl," Southern drawl หมายถึงอะไร

  1. ลักษณะการพูดที่เชื่อมโยงกับบางพื้นที่ทางใต้ของสหรัฐฯ และมักฟังเหมือนมีการลากเสียงสระ
  2. รูปแบบทางการที่ใช้ในสุนทรพจน์ของรัฐบาลอังกฤษ
  3. ความผิดพลาดที่หมายความว่านักแสดงลืมบทพูด
ดูคำตอบ

ลักษณะการพูดที่เชื่อมโยงกับบางพื้นที่ทางใต้ของสหรัฐฯ และมักฟังเหมือนมีการลากเสียงสระ

That's right.

4:32

ใช่แล้ว

These people known as the Cavaliers came over to America

4:33

คนกลุ่มนี้ที่เรียกกันว่า Cavaliers เดินทางมายังอเมริกา

before it was an actual independent country

4:36

ก่อนที่อเมริกาจะเป็นประเทศเอกราชจริง ๆ

and they brought things like the word y'all,

4:39

และพวกเขาก็นำคำอย่าง y'all

snickerdoodle,

4:41

snickerdoodle

varmint,

4:42

varmint

and they brought the word axed instead of ask

4:43

รวมถึงการพูดว่า axed แทน ask

and the word ain't การใช้คำ

4:47

และคำว่า ain't

การใช้คำ

ain't: รูปปฏิเสธที่ไม่เป็นทางการอย่างมาก

ในข้อความส่วนนี้ ain't ถูกกล่าวถึงในฐานะคำหนึ่งคำ ไม่ได้ถูกใช้ในอนุประโยคที่สมบูรณ์ ในการพูดจริง คำนี้เป็นรูปปฏิเสธที่ไม่เป็นทางการอย่างมากและมักถือว่าไม่เป็นมาตรฐาน โดยใช้แทน am not, is not หรือ are not ได้ และในภาษาอังกฤษบางรูปแบบก็ใช้แทน has not หรือ have not ได้เช่นกัน รูปมาตรฐานที่ตรงกันขึ้นอยู่กับประธานและส่วนที่เหลือของประโยค จึงไม่ควรแปลเป็นรูปตายตัวเพียงรูปเดียวทุกครั้ง คำนี้มักสื่อถึงการพูดสบาย ๆ เสียงที่มีลักษณะภาษาถิ่น หรือรูปแบบที่จงใจให้ไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

การใช้ ain't เหมาะสมหรือไม่ในประโยคจากงานเขียนของโรงเรียนที่เป็นทางการนี้ "The evidence ain't strong enough."

  1. ไม่ ไม่เหมาะสม
  2. ใช่ เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่ ไม่เหมาะสม

as well as emphasizing the first syllable

4:49

ตลอดจนการเน้นเสียงที่พยางค์แรก

of words like guitar, July, and police.

4:52

ของคำอย่าง guitar, July และ police

Man,

4:56

โห

I've taken a lot of heat from English people สำนวน

4:56

ผมโดนคนอังกฤษแขวะมาเยอะมาก

for being from Texas and all that.

4:58

เรื่องที่มาจาก Texas และอะไรทำนองนั้น

สำนวน

taken a lot of heat from: คำวิจารณ์และแหล่งที่มา

ในประโยคนี้ taken a lot of heat from หมายถึงได้รับคำวิจารณ์จำนวนมากหรือแรงกดดันอย่างหนักจากใครบางคน heat เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่อุณหภูมิจริง และ English people ระบุแหล่งที่มาของคำวิจารณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ take heat from someone for something โดย from นำหน้าผู้วิจารณ์หรือแหล่งที่มา ส่วน for นำหน้าการกระทำ อัตลักษณ์ หรือเหตุผลที่ถูกวิจารณ์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงได้รับคำวิจารณ์จำนวนมากจากใครบางคน: The coach has ____ fans for changing the lineup.

ดูคำตอบ

taken a lot of heat from

And they started it,

5:00

แต่พวกเขาเป็นคนเริ่มนี่นา

didn't they? ไวยากรณ์

5:01

ใช่ไหม

ไวยากรณ์

didn't they?: คำถามส่วนท้ายเพื่อขอคำยืนยัน

didn't they? ในที่นี้เป็นคำถามส่วนท้ายแบบปฏิเสธที่ต่อจากประโยคบอกเล่าอดีตกาลแบบบวก they started it ใช้ขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อความ และในบริบทนี้เป็นการชวนให้เห็นด้วยมากกว่าการถามข้อมูลใหม่อย่างเป็นกลาง ในคำถามส่วนท้ายมาตรฐาน กริยาช่วย กาล รูปบวกหรือลบ และสรรพนามต้องสอดคล้องกับประโยคหลัก: started ใน past simple ต้องใช้ did ประโยคบอกเล่าแบบบวกใช้ส่วนท้ายแบบปฏิเสธ และประธาน they ยังคงเป็น they

แบบฝึกหัด

เติมคำถามส่วนท้ายให้สมบูรณ์: The children finished the game, ____?

ดูคำตอบ

didn't they

But listen to this.

5:01

แต่ลองฟังเรื่องนี้

The Bo language

5:03

ภาษา Bo

was a language spoken on an island off the coast of India วลี

5:04

เป็นภาษาที่พูดกันบนเกาะแห่งหนึ่งนอกชายฝั่งอินเดีย

and then last year this woman died.

5:07

แล้วเมื่อปีที่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็เสียชีวิต

วลี

off the coast of: ตำแหน่งในทะเลใกล้ชายฝั่ง

off the coast of หมายถึง “อยู่ในทะเลใกล้แนวชายฝั่งของสถานที่หนึ่ง” ในประโยคนี้ เกาะตั้งอยู่ในทะเลใกล้อินเดีย ไม่ได้อยู่บนแนวชายฝั่งของอินเดีย ในโครงสร้างบอกตำแหน่งนี้ off สื่อว่าแยกออกจากแผ่นดินแต่ยังอยู่ใกล้ ไม่ได้หมายถึง “ปิด” โครงสร้างคือ off the coast of + สถานที่

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ในทะเลใกล้แนวชายฝั่ง” ให้สมบูรณ์: A research station floats ____ Iceland.

ดูคำตอบ

off the coast of

She was the final speaker of the language. วัฒนธรรม

5:11

เธอเป็นผู้พูดภาษานี้คนสุดท้าย

วัฒนธรรม

final speaker: คนสุดท้ายที่สามารถพูดภาษาหนึ่งได้

ในประโยคนี้ final speaker หมายถึงบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่คนสุดท้ายเท่าที่ทราบว่าสามารถพูดภาษาโบได้ speaker ในที่นี้หมายถึงผู้ใช้ภาษา ไม่ใช่ผู้กล่าวสุนทรพจน์และไม่ใช่อุปกรณ์เสียง เมื่อผู้พูดคนสุดท้ายของภาษาหนึ่งเสียชีวิต ภาษานั้นอาจไม่มีผู้พูดที่ยังมีชีวิตอยู่ในชุมชนอีกต่อไป แต่ภาษายังอาจคงอยู่ในรูปแบบบันทึกเสียง งานเขียน หรือสื่อการสอน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการสูญเสียผู้พูดที่มีชีวิต ไม่ใช่การหายไปของหลักฐานทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Researchers recorded the final speaker of the valley’s old language,” final speaker หมายถึงอะไร?

  1. คนสุดท้ายที่ยังสามารถพูดภาษานั้นได้
  2. คนที่มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์เป็นคนสุดท้าย
  3. ลำโพงเสียงตัวสุดท้ายในหุบเขา
ดูคำตอบ

คนสุดท้ายที่ยังสามารถพูดภาษานั้นได้

All I can think about is that lady trying to connect to people ไวยากรณ์

5:22

ผมเอาแต่คิดถึงภาพที่ผู้หญิงคนนี้พยายามสานสัมพันธ์กับคนอื่น

ไวยากรณ์

ใช้ All I can think about is ... เพื่อสื่อความคิดที่ครองใจ

All I can think about is ... เป็นกรอบประโยคสำหรับเน้นความคิด โดยอนุประโยค All I can think about ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และ is เชื่อมประธานนั้นกับคน สิ่งของ หรือความคิดหนึ่งเดียวที่ครองความสนใจของผู้พูด ในที่นี้ ภาพของผู้หญิงที่พยายามเชื่อมโยงกับผู้คนกำลังครองความคิดของผู้พูดอย่างมาก สำนวนนี้หนักแน่นกว่าการพูดเพียงว่า I think about her เพราะ all สื่อว่าความคิดอื่นถูกเบียดออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเน้นย้ำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: After losing my notebook, ____ where I might have left it.

ดูคำตอบ

all I can think about is

like, "Oh,

5:24

แบบว่า "โอ้

let us share in the cultural joke.

5:24

มาร่วมแบ่งปันมุกทางวัฒนธรรมของเรากันเถอะ

You know,

5:26

คุณก็รู้

the famous cultural joke of the Bo people."

5:26

มุกทางวัฒนธรรมอันโด่งดังของชาว Bo ไง"

Yes.

5:29

ใช่

Yes.

5:29

ใช่

It was probably quite lonely.

5:30

เธอคงเหงามากทีเดียว

Todd,

5:32

Todd

modern English as we know it didn't really begin that long ago. วลี

5:32

ภาษาอังกฤษสมัยใหม่อย่างที่เรารู้จักเพิ่งเริ่มต้นขึ้นไม่นานนัก

วลี

X as we know it: รูปแบบของ X ที่เราคุ้นเคย

ใน X as we know it วลี as we know it ระบุรูปแบบหรือเวอร์ชันของ X ที่ผู้คนคุ้นเคยในปัจจุบัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัด modern English ให้หมายถึงรูปแบบปัจจุบันที่เรารู้จัก ไม่ใช่ทุกช่วงในประวัติศาสตร์ของภาษาอังกฤษ ดังนั้น วลีนี้จึงจำกัดขอบเขตของข้อความ กล่าวคือ สิ่งที่ไม่ได้เริ่มต้นมานานมากคือรูปแบบที่เราคุ้นเคยนี้ ไม่ได้หมายถึง “อย่างที่ทุกคนรู้” แต่เป็นส่วนหนึ่งของนามวลี modern English as we know it

แบบฝึกหัด

ในประโยค Todd, modern English as we know it didn't really begin that long ago. วลี as we know it ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าภาษาอังกฤษเริ่มต้นเมื่อใด
  2. หมายความว่าทุกคนรู้ว่าภาษาอังกฤษเพิ่งเริ่มต้นไม่นานมานี้
  3. จำกัด modern English ให้หมายถึงรูปแบบที่ผู้คนคุ้นเคยในปัจจุบัน
ดูคำตอบ

จำกัด modern English ให้หมายถึงรูปแบบที่ผู้คนคุ้นเคยในปัจจุบัน

Think of it this way. ลำดับความ

5:36

ลองคิดแบบนี้

ลำดับความ

Think of it this way: การเปิดมุมมองใหม่

Think of it this way เป็นสัญญาณในบทสนทนาที่ชวนให้ผู้ฟังมองแนวคิดหนึ่งจากอีกมุมหนึ่ง ในประโยคนี้ it ย้อนกลับไปยังแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงวัตถุชิ้นหนึ่ง วลีนี้เตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีการจัดกรอบใหม่ การเปรียบเทียบ หรือการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายเรื่องเดิม จึงบอกว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นคำอธิบายเพิ่มเติม ไม่ใช่การเปลี่ยนหัวข้อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ถูกต้องซึ่งใช้เปิดมุมมองใหม่: Your first drawing does not need to be perfect. ____: every artist starts by practicing.

ดูคำตอบ

Think of it this way

There's a time capsule buried here in New York วัฒนธรรม

5:37

มีแคปซูลเวลาฝังอยู่ที่นี่ใน New York

that is not going to be opened until the year 6939.

5:39

ซึ่งจะไม่เปิดจนกว่าจะถึงปี 6939

วัฒนธรรม

time capsule: ภาชนะสำหรับอนาคต

time capsule คือภาชนะหรือชุดสิ่งของและข้อความที่ปิดผนึกไว้เพื่อแสดงชีวิตในยุคที่สร้างมันขึ้นมา ผู้คนตั้งใจเก็บรักษามันไว้ โดยมักฝังไว้ใต้ดิน เพื่อให้คนในอนาคตเปิดดู ในประโยคนี้ แคปซูลกาลเวลาจะถูกปิดไว้จนถึงปี 6939 ดังนั้น capsule ในที่นี้จึงหมายถึงภาชนะที่เก็บไว้เพื่ออนาคต ไม่ใช่แคปซูลยาและไม่ใช่ยานอวกาศ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง time capsule หมายถึงอะไร?

  1. ยานอวกาศที่สร้างขึ้นเพื่อขนส่งผู้คน
  2. กล่องธรรมดาที่ต้องเปิดทันที
  3. ปลอกขนาดเล็กที่บรรจุยาหนึ่งขนาด
  4. ภาชนะที่เก็บสิ่งของหรือข้อความในยุคปัจจุบันไว้ให้คนในอนาคตเปิด
ดูคำตอบ

ภาชนะที่เก็บสิ่งของหรือข้อความในยุคปัจจุบันไว้ให้คนในอนาคตเปิด

By then, วลี

5:44

เมื่อถึงตอนนั้น

English itself may be completely different or possibly extinct.

5:45

ภาษาอังกฤษอาจแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง หรืออาจสูญพันธุ์ไปแล้ว

วลี

By then ในฐานะจุดอ้างอิงเวลาในอนาคต

By then หมายถึง “ณ เวลาที่กล่าวถึงไว้ก่อนหน้านั้นหรือก่อนถึงเวลานั้น” และเมื่อใช้บรรยายสภาวะ จะเข้าใจได้ว่า “เมื่อเวลานั้นมาถึง” ในที่นี้ then หมายถึงปีที่จะเปิดไทม์แคปซูล และวลีนี้ใช้วันที่อันห่างไกลนั้นเป็นจุดอ้างอิงเพื่อพิจารณาสภาพของภาษาอังกฤษ วลีนี้ไม่ได้ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้กลายเป็นเรื่องแน่นอน may และ possibly ยังคงบอกว่าการที่ภาษาอังกฤษจะแตกต่างออกไปหรือสูญหายนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ไม่ช้ากว่าเวลาในอนาคตที่กล่าวถึงไว้ก่อนหน้านั้น”: The inspection is next Friday, and ____ all repairs should be finished.

ดูคำตอบ

by then

And so,

5:49

ดังนั้น

they actually included a drawing of the human mouth

5:50

พวกเขาจึงใส่ภาพวาดปากมนุษย์ไว้จริง ๆ

where they diagrammed out where you need to put your tongue

5:53

โดยทำแผนภาพว่าต้องวางลิ้นตรงไหน

to say the letters like we say them today.

5:55

จึงจะออกเสียงตัวอักษรได้เหมือนที่เราออกเสียงกันวันนี้

And we only have to wait almost 5000 years?

5:59

แล้วเราต้องรอแค่เกือบ 5,000 ปีเองเหรอ

What a bargain. น้ำเสียง/เจตนา

6:01

คุ้มจริง ๆ

How convenient for everyone.

6:02

สะดวกสำหรับทุกคนจริง ๆ เลย

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ What a bargain ... How convenient for everyone แบบประชด

เมื่อดูแยกจากบริบท What a bargain และ How convenient for everyone สามารถแสดงความชื่นชมอย่างมากได้ ประโยคแรกบอกว่าบางสิ่งคุ้มค่ามาก และประโยคที่สองบอกว่าสิ่งนั้นง่ายหรือเป็นประโยชน์ต่อทุกคน โครงสร้างอุทาน What a + noun! และ How + adjective! ช่วยเน้นการประเมินเชิงบวกเหล่านี้ แต่ในที่นี้ การต้องรอเกือบ 5,000 ปีเห็นได้ชัดว่าไม่คุ้มค่าและไม่สะดวก ความไม่เข้ากันระหว่างถ้อยคำเชิงบวกกับสถานการณ์ที่แย่ทำให้เกิดการประชดด้วยคำพูด ที่จริงผู้พูดต้องการบอกว่าข้อเสนอนี้ไร้เหตุผลและไม่มีประโยชน์ต่อผู้คนในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

แขกโรงแรมคนหนึ่งรู้ว่าลิฟต์ที่เสียจะได้รับการซ่อมในอีกหกเดือน แล้วพูดว่า “How convenient for everyone.” แขกคนนี้น่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. การล่าช้าเป็นเวลานานนั้นไร้เหตุผลและไม่สะดวก
  2. ค่าซ่อมจะไม่แพง
  3. การล่าช้าเป็นเวลานานช่วยทุกคนได้จริง
ดูคำตอบ

การล่าช้าเป็นเวลานานนั้นไร้เหตุผลและไม่สะดวก

Yeah,

6:04

ใช่

what are we going to do in the meantime? วลี

6:04

แล้วระหว่างนี้เราจะทำอะไรกันดี

วลี

in the meantime ที่ใช้ระบุช่วงเวลารอ

ในคำถามนี้ in the meantime กำหนดกรอบเวลาให้กับ do ซึ่งคือช่วงตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเวลาที่สามารถเปิดไทม์แคปซูลได้ ผู้พูดกำลังถามว่าจะทำอะไรเพื่อใช้เวลารอช่วงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ action + in the meantime หรือ In the meantime, + clause วลีนี้อาศัยเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงในภายหลังที่เข้าใจได้ชัดเจนจากบริบทอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึงในช่วงเวลาที่รอ: The bus arrives in ten minutes. What should we do ____?

ดูคำตอบ

in the meantime

Well,

6:06

ก็

you could head over to my channel for some comedy stuff. กริยาวลี

6:06

คุณอาจแวะไปที่ช่องของผมเพื่อดูอะไรตลก ๆ

กริยาวลี

head over to สำหรับการชวนให้ไปหรือเยี่ยมชมแบบสบาย ๆ

ในประโยคนี้ head over to หมายถึงไปยังหรือแวะไปเยี่ยม ที่นี่ head เป็นคำกริยา over ทำให้การเคลื่อนไหวมีน้ำเสียงสบาย ๆ แบบภาษาพูด และ to ใช้นำหน้าจุดหมาย ช่องก็ถือเป็นจุดหมายออนไลน์ได้ จึงไม่จำเป็นต้องมีการเดินทางจริง รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ head over to + place, page, channel, or account มักใช้เป็นคำเชิญที่เป็นมิตรหรือคำกระตุ้นให้ลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการสามคำจากบทเรียน: For the full recipe, ____ our website.

ดูคำตอบ

head over to

We did an episode of Vsauce

6:09

เราทำ Vsauce ไว้ตอนหนึ่ง

called Vsauce Unplugged.

6:10

ชื่อว่า Vsauce Unplugged

There's a lot of neat information over there

6:12

ที่นั่นมีข้อมูลน่าสนใจมากมาย

about the brain and language,

6:14

เกี่ยวกับสมองและภาษา

some joking around,

6:15

มีเล่นมุกกันบ้าง

and I got to talk to Dale. การใช้คำ

6:16

และผมก็ได้คุยกับ Dale

การใช้คำ

got to talk to: ได้มีโอกาสพูดคุยกับใครบางคน

ใน I got to talk to Dale วลี got to talk to หมายความว่าผู้พูดได้มีโอกาสคุยกับเดลและได้คุยจริง ๆ ผู้พูดมองการสนทนานี้เป็นประสบการณ์ที่น่ายินดีหรือน่าสนใจ ไม่ใช่หน้าที่ที่จำเป็นต้องทำ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ get to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกโอกาส การได้รับอนุญาต หรือประสบการณ์พิเศษ ในรูปอดีต got to + คำกริยารูปพื้นฐาน มักบอกว่าโอกาสนั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

ในงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ มีอาพูดว่า "I got to talk to an astronaut." เธอหมายความว่าอย่างไร

  1. เธอถูกกำหนดให้ต้องพูดคุยกับนักบินอวกาศ
  2. เธอวางแผนจะหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับนักบินอวกาศ
  3. เธอมีโอกาสพูดคุยกับนักบินอวกาศ และได้คุยจริง ๆ
ดูคำตอบ

เธอมีโอกาสพูดคุยกับนักบินอวกาศ และได้คุยจริง ๆ

Dale the mouse.

6:19

Dale เจ้าหนู

Dale the mouse.

6:20

Dale เจ้าหนู

He does not play around. กริยาวลี

6:21

เขาไม่เล่นด้วยหรอกนะ

กริยาวลี

does not play around: ทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่เล่น ๆ

ในที่นี้ does not play around หมายความว่าเดลไม่ทำตัวเหลวไหล ไม่เสียเวลา และไม่มองเรื่องต่าง ๆ แบบสบายเกินไป ประโยคนี้สร้างภาพอย่างขบขันว่าเขาเป็นตัวละครที่จริงจังมากและอาจรับมือได้ยาก สำนวน play around ใช้บอกพฤติกรรมที่ไม่จริงจังได้ ไม่ได้หมายถึงการเล่นตามตัวอักษรเท่านั้น เมื่อใช้ในรูปปฏิเสธ someone doesn't play around มักหมายความว่าคนนั้นลงมืออย่างจริงจังและไม่ควรถูกมองข้าม

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองคนหนึ่งพูดว่า "The lifeguard does not play around when children are in danger." ใจความสำคัญคืออะไร

  1. เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตทำงานอย่างจริงจังและตอบสนองอย่างรวดเร็ว
  2. เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร
  3. เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตไม่เคยร่วมเล่นเกมของเด็ก ๆ
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตทำงานอย่างจริงจังและตอบสนองอย่างรวดเร็ว

No.

6:22

ไม่เลย

Be sure to check out the Cheese Shorts กริยาวลี

6:23

อย่าลืมไปดู Cheese Shorts

video over on Todd's channel.

6:25

วิดีโอในช่องของ Todd

กริยาวลี

check out สำหรับแนะนำเนื้อหา

ในประโยคนี้ check out หมายถึงไปดู รับชม หรือสำรวจดู เนื่องจากกรรมเป็นวิดีโอ ผู้พูดจึงกำลังแนะนำเนื้อหา กรรมและสถานการณ์เป็นตัวกำหนดความหมาย check out ยังอาจหมายถึงออกจากโรงแรมหรือชำระเงินซื้อสินค้าให้เสร็จ แต่ความหมายเหล่านั้นไม่เข้ากับประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ใน “Be sure to check out the video” คำว่า check out หมายถึงอะไร

  1. ตรวจสอบว่าวิดีโอไม่มีข้อผิดพลาด
  2. ไปดูหรือสำรวจเนื้อหานั้น
  3. ออกจากโรงแรมหลังจากจ่ายเงินแล้ว
ดูคำตอบ

ไปดูหรือสำรวจเนื้อหานั้น

It's much more funny than Vsauce. ไวยากรณ์

6:27

มันตลกกว่า Vsauce มาก

ไวยากรณ์

much more funny than: รูปมาตรฐานคือ much funnier than

much more funny than ในประโยคนี้เป็นรูปเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการและไม่เป็นมาตรฐาน ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เป็นกลาง ให้ใช้ much funnier than เพราะ funny มักสร้างรูปเปรียบเทียบด้วย -er โดย funny เปลี่ยนเป็น funnier Much ไม่ได้สร้างการเปรียบเทียบ แต่ใช้เน้นรูปเปรียบเทียบที่มีอยู่แล้ว โครงสร้างคือ much + รูปเปรียบเทียบ + than เช่น much funnier than

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเปรียบเทียบมาตรฐานของ funny: This cartoon is much ____ than the last one.

ดูคำตอบ

funnier

But when you're there

6:29

แต่เมื่อคุณไปที่นั่น

and every time I'm there,

6:29

และทุกครั้งที่ผมไป

I'm just impressed by the characters and the accents.

6:30

ผมจะทึ่งกับตัวละครและสำเนียงต่าง ๆ

Hey,

6:33

เฮ้

we got all sorts of stuff.

6:33

เรามีของทุกแบบเลย

We got behind the scenes Key of Awesome stuff. สำนวน

6:34

เรามีเบื้องหลังของ Key of Awesome

สำนวน

behind the scenes: งานเบื้องหลังที่สาธารณชนไม่เห็น

ในประโยคนี้ behind the scenes ใช้ระบุเนื้อหาเกี่ยวกับงานผลิตและกิจกรรมที่ผู้ชมปกติไม่ได้เห็น ความหมายในที่นี้ไม่ใช่ตามตัวอักษร กล่าวคือไม่ได้หมายถึงเพียงการแสดงสถานที่ด้านหลังฉากบนเวที วลีนี้ยังใช้กว้างขึ้นเพื่อหมายถึงงานที่คนทั่วไปไม่เห็นภายในรายการ บริษัท งานกิจกรรม หรือโครงการ มักใช้พูดถึงการเข้าถึง ฟุตเทจ รายละเอียด หรือผู้ที่ทำงานพ้นจากสายตาสาธารณะ และตัววลีเองไม่ได้สื่อว่ามีความลับหรือเรื่องอื้อฉาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงงานและกิจกรรมที่สาธารณชนปกติไม่เห็น: The short film shows what happened ____ during the concert.

ดูคำตอบ

behind the scenes

We got stand-up,

6:36

มีสแตนด์อัป

me doing stand-up.

6:37

ผมเล่นสแตนด์อัปเอง

Got me going to China.

6:37

มีตอนผมไปจีน

We got all sorts of comedy stuff.

6:39

เรามีเนื้อหาตลกสารพัด

Come over for a visit.

6:41

แวะมาเยี่ยมกันนะ

I'll give you a bowl of soup.

6:42

ผมจะเลี้ยงซุปสักชาม

Come on.

6:43

มาเถอะ

Yeah,

6:44

ใช่

come on.

6:44

มาเลย

I'll see you there

6:45

แล้วเจอกันที่นั่น

and as always,

6:46

และเช่นเคย

thanks for watching.

6:47

ขอบคุณที่รับชม