คุณไขปริศนาหมวกคัดสรรได้หรือไม่? - Dan Katz และ Alex Rosenthal: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
721 คำ 141 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ในปริศนาตรรกะที่มีฉากเป็นโรงเรียนเวทมนตร์ นักเรียนใหม่ใช้เงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ก่อตั้ง หมวก และบ้านต่าง ๆ ร่วมกัน ก่อนสังเกตรูปแบบที่ซ่อนอยู่ในชื่อจนค้นพบบ้าน Minotaur แล้วต้องเลือกระหว่างสมบัติของบ้านกับมิตรภาพ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. must get through — กริยาวลี: เรียนรู้การบอกว่าต้องอดทนและผ่านช่วงที่ตึงเครียดหรือยากลำบากไปจนจบ เช่น พิธี การสอบ หรือช่วงชีวิตที่หนักหนา ต่างจากการบอกเพียงว่าสอบผ่าน เพราะสำนวนนี้เน้นประสบการณ์ทั้งหมดของการฝ่าฟันอุปสรรค 2. One good strategy for a puzzle like this is to look for patterns or unusual pieces of information. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตและนำโครงสร้างที่ชัดเจนนี้ไปใช้เสนอวิธีแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติ ช่วยเปลี่ยนจากการไล่รายการเบาะแสไปสู่การอธิบายว่าข้อมูลประเภทใดควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ 3. come at a high price, loneliness. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าโอกาสที่น่าปรารถนาอาจต้องแลกด้วยสิ่งสำคัญที่ไม่ใช่เงิน ใช้ come at a high price เพื่อกล่าวถึงต้นทุนด้านส่วนตัว สังคม หรืออารมณ์ของทางเลือก ความสำเร็จ หรือข้อได้เปรียบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

An albatross delivered your invitation. วลี

0:07

นกอัลบาทรอสส่งคำเชิญของคุณมาให้

วลี

delivered your invitation: ส่งบัตรเชิญให้ถึงผู้รับ

ในประโยคนี้ delivered your invitation หมายถึงนำบัตรเชิญไปส่งให้คนที่ควรได้รับ นกอัลบาทรอสทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสาร ดังนั้น delivered จึงเน้นว่าบัตรเชิญไปถึงแล้ว ไม่ได้หมายถึงการเขียนหรือประกาศคำเชิญ deliver ใช้กับสิ่งที่มีข้อมูลอยู่ได้ เช่น an invitation, letter หรือ message และมักเน้นว่าสิ่งของหรือข้อมูลนั้นไปถึงปลายทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชัดเจนว่าบัตรเชิญไปถึงผู้รับแล้ว

  1. The courier sent the invitation this morning, but it has not arrived yet.
  2. The courier delivered the invitation to Maya at her front door.
  3. The artist designed the invitation for Maya.
ดูคำตอบ

The courier delivered the invitation to Maya at her front door.

You've acquired your wand, ไวยากรณ์

0:09

คุณได้รับไม้กายสิทธิ์ของคุณ

ridden the enchanted zeppelin,

0:11

นั่งเรือเหาะที่ถูกร่ายมนตร์

made some fast friends,

0:13

ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

and are finally ready for the adventure วลี

0:15

และในที่สุดก็พร้อมแล้วสำหรับการผจญภัย

you've dreamed of your entire life. วลี

0:17

ที่คุณใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต

ไวยากรณ์

You've acquired..., ridden..., made... and are finally ready: ขั้นตอนที่เสร็จแล้วนำไปสู่สถานะปัจจุบัน

ตอนต้นประโยค You've หมายถึง You have โดย have ซึ่งเป็นกริยาช่วยเพียงตัวเดียวใช้ร่วมกับ past participle ที่เรียงต่อกันสามคำ คือ acquired, ridden และ made แม้จะละ have ที่ซ้ำกันหน้า ridden และ made แต่กริยาทั้งสองยังเป็นส่วนหนึ่งของ present perfect: You've acquired..., (you've) ridden... และ (you've) made.... จากนั้นประโยคเปลี่ยนเป็น are finally ready ซึ่งเป็นรูปปัจจุบันที่บอกผลในตอนนี้ ประสบการณ์และการเตรียมตัวที่เสร็จแล้วทำให้บุคคลนั้นอยู่ในสภาพพร้อมในปัจจุบัน โครงสร้างนี้ช่วยสรุปหลายขั้นตอนที่เสร็จแล้วก่อนบอกผลปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกระทำที่เสร็จแล้วเพื่อนำไปสู่สถานะปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง

  1. You've packed your bag, checked your ticket, and are finally ready to leave.
  2. You packed your bag, have checked your ticket, and being finally ready to leave.
  3. You've packed your bag, checking your ticket, and finally ready to leave.
ดูคำตอบ

You've packed your bag, checked your ticket, and are finally ready to leave.

วลี

ready for the adventure: be ready for + คำนาม

Be ready for + คำนามหรือกลุ่มคำนาม หมายถึงพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือประสบการณ์ ในประโยคนี้ the adventure คือประสบการณ์ที่บุคคลนั้นพร้อมจะเผชิญ ดังนั้น ready for the adventure จึงเป็นโครงสร้างที่เป็นธรรมชาติ จุดสำคัญคือดูสิ่งที่ตามหลัง ready โดย for ใช้นำหน้าสิ่งหรือสถานการณ์ที่เราเตรียมพร้อมรับมือ

แบบฝึกหัด

เติม ready และคำบุพบทที่ใช้หน้ากลุ่มคำนามให้ประโยคสมบูรณ์: We are ____ the next challenge.

ดูคำตอบ

ready for

วลี

you've dreamed of your entire life: ความฝันที่มีมาตลอดชีวิต

Dream of + คำนามหรือรูป -ing สามารถใช้บอกเป้าหมายหรือประสบการณ์ในอนาคตที่ต้องการอย่างมากได้ ในที่นี้ you've dreamed of ขยายคำนามก่อนหน้า คือ the adventure จึงหมายถึงการผจญภัยที่ใฝ่ฝันมานาน ไม่ใช่ความฝันเพียงครั้งเดียวขณะนอนหลับ You've dreamed เป็น present perfect และ your entire life บอกช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เมื่อใช้ร่วมกันจึงแสดงว่าความปรารถนานี้มีมานานมากและยังคงสำคัญอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้ dream of ในรูป -ed แบบปกติเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Winning this award is something I've ____ my entire life.

ดูคำตอบ

dreamed of

Your first day at Magnificent Marigold's Magical Macademy.

0:19

วันแรกของคุณที่ Magnificent Marigold's Magical Macademy

But before you can learn your first spell, ลำดับความ

0:25

แต่ก่อนที่คุณจะได้เรียนรู้คาถาแรก

you must get through the most nerve-wracking โน้ต

0:27

คุณต้องผ่านช่วงเวลา

moment of the year,

0:29

ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของปี

the sorting ceremony.

0:31

นั่นคือพิธีคัดสรร

ลำดับความ

But before you can learn your first spell: หยุดขั้นตอนถัดไปที่คาดไว้ชั่วคราว

But แสดงการหันออกจากเหตุการณ์ถัดไปที่ผู้ฟังคาดว่าจะเกิดขึ้น อนุประโยคที่มี before ระบุเหตุการณ์ที่คาดไว้นั้น คือการเรียนคาถาแรก แต่จัดให้เกิดขึ้นภายหลัง จากนั้นประโยคหลักจะเปิดเผยสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อน ในเรื่องเล่าหรือคำอธิบาย But before... สามารถสร้างความลุ้นหรือเปลี่ยนจุดสนใจได้ โดยหยุดขั้นตอนถัดไปที่คาดไว้ชั่วคราวแล้วแทรกเงื่อนไข อุปสรรค หรือการเตรียมการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ But before... เพื่อหยุดขั้นตอนถัดไปที่คาดไว้ชั่วคราวและนำเสนอสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อน?

  1. But before we open the treasure chest, we must find the key.
  2. Before sunset, the treasure chest was still locked.
  3. We opened the treasure chest because we found the key.
ดูคำตอบ

But before we open the treasure chest, we must find the key.

กริยาวลี

must get through: อดทนผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบาก

ในที่นี้ must get through หมายถึงต้องเผชิญเหตุการณ์ที่กดดันและไปให้ถึงจุดสิ้นสุด พิธีนี้ถูกมองว่าเป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วลีนี้จึงสื่อถึงการอดทนจนกว่าเหตุการณ์จะจบลง get through มักรับเหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นกรรม ในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb จากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อดทนจนกว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากจะสิ้นสุด”: We just need to ____ this difficult week.

ดูคำตอบ

get through

การใช้คำ

the most nerve-wracking: ที่ทำให้เกิดความตึงเครียดมากที่สุด

nerve-wracking หมายถึงสิ่งที่ทำให้เกิดความกังวลหรือความตึงเครียดอย่างมาก ในประโยคนี้ขยายคำว่า moment ดังนั้นพิธีจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประหม่ามาก the most + คำคุณศัพท์ เป็นรูปขั้นสูงสุด หมายความว่าในบรรดาทุกช่วงเวลาของปี ช่วงเวลานี้ทำให้เกิดความตึงเครียดมากที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การสะกดมาตรฐานและอธิบายเหตุการณ์ว่าเป็นต้นเหตุของความตึงเครียดอย่างมากได้ถูกต้อง

  1. I felt nerve-wracking while I waited for the results.
  2. Waiting for the results was nerve-wrecking.
  3. Waiting for the results was nerve-wracking.
ดูคำตอบ

Waiting for the results was nerve-wracking.

When you put on the sorting hat, วัฒนธรรม

0:33

เมื่อคุณสวมหมวกคัดสรร

you hear a voice.

0:34

คุณจะได้ยินเสียงหนึ่ง

วัฒนธรรม

When you put on the sorting hat: พิธีของโรงเรียนเวทมนตร์

ในฉากโรงเรียนเวทมนตร์นี้ sorting hat คือหมวกวิเศษที่ตัดสินว่านักเรียนใหม่แต่ละคนจะอยู่บ้านหรือกลุ่มนักเรียนใด ในที่นี้ sorting หมายถึงการจำแนกหรือจัดนักเรียนเข้ากลุ่ม ไม่ใช่การจัดสิ่งของให้เรียบร้อย อนุประโยค when ที่ขึ้นต้นประโยคทำให้เหตุการณ์ถัดไปเป็นส่วนหนึ่งของพิธีนี้ เมื่อนักเรียนสวมหมวกก็จะได้ยินเสียง การรู้จักภาพที่พบได้บ่อยในเรื่องโรงเรียนเวทมนตร์ช่วยอธิบายว่าทำไมหมวกจึงตัดสินหรือพูดได้ แทนที่จะเป็นเพียงหมวกธรรมดา

แบบฝึกหัด

ในฉากโรงเรียนเวทมนตร์ของประโยคนี้ sorting hat คืออะไร

  1. หมวกธรรมดาที่ใช้ขณะจัดสิ่งของ
  2. ลิ้นชักที่นักเรียนใช้เก็บหมวก
  3. หมวกวิเศษที่จัดนักเรียนเข้าบ้านต่าง ๆ
ดูคำตอบ

หมวกวิเศษที่จัดนักเรียนเข้าบ้านต่าง ๆ

Ah,

0:36

"อา

you're an interesting one. น้ำเสียง/เจตนา

0:37

เจ้าเป็นคนที่น่าสนใจนะ

น้ำเสียง/เจตนา

You're an interesting one: one ที่หมายถึงคน

ตรงนี้ one หมายถึง “คน” ดังนั้น an interesting one จึงหมายถึง “คนที่น่าสนใจคนหนึ่ง” ภาษาอังกฤษมักใช้ one ต่อท้ายคำคุณศัพท์เพื่อไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ เมื่อรู้จากสถานการณ์อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร ในคำประเมินนี้ interesting สื่อว่าผู้ฟังไม่ธรรมดา ชวนสงสัย หรือควรค่าแก่การจับตามอง ไม่ได้หมายแค่ว่า “ตลก” การพูดแบบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการตัดสินและลึกลับกว่า You’re interesting

แบบฝึกหัด

กรรมการลึกลับมองผู้สมัครอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วพูดว่า “You’re an interesting one.” ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดมองว่าผู้ฟังไม่ธรรมดาและน่าจับตามอง
  2. ผู้พูดบอกว่าผู้ฟังอายุหนึ่งขวบ
  3. ผู้พูดบอกว่าผู้ฟังมีสิ่งของที่น่าสนใจ
ดูคำตอบ

ผู้พูดมองว่าผู้ฟังไม่ธรรมดาและน่าจับตามอง

Every year I choose one student

0:38

ทุกปีข้าจะเลือกนักเรียนหนึ่งคน

for a special challenge,

0:41

สำหรับความท้าทายพิเศษ

and I choose you.

0:43

และข้าเลือกเจ้า

The Magical Macademy had eight founders,

0:46

โรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้มีผู้ก่อตั้งแปดคน

and they established our four houses

0:49

และพวกเขาก่อตั้งบ้านสี่หลังของเรา

two by two by two by two. ลำดับความ

0:52

โดยจับคู่กันเป็นสองต่อสอง

ลำดับความ

two by two by two by two: สี่กลุ่ม กลุ่มละสองคน

ในประโยคนี้ two ที่พูดซ้ำสี่ครั้งจัดผู้ก่อตั้งแปดคนเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสองคน โดยแต่ละกลุ่มตรงกับบ้านหนึ่งหลัง by ทำหน้าที่เชื่อมขนาดของกลุ่มที่พูดซ้ำ ไม่ได้หมายถึง “ผ่าน” ในที่นี้ วลีที่ต่อกันนี้ใช้จังหวะแบบการเล่าเรื่องเพื่อค่อย ๆ แสดงรูปแบบจำนวนให้ผู้ฟังได้ยินว่า 2 + 2 + 2 + 2 = 8 จึงจัดข้อมูลของปริศนาได้เห็นภาพกว่าการพูดเพียง in four pairs

แบบฝึกหัด

ใน “Eight founders established four houses two by two by two by two,” วลีที่พูดซ้ำจัดข้อมูลอย่างไร?

  1. แสดงสี่กลุ่ม กลุ่มละสองคน รวมทั้งหมดแปดคน
  2. แสดงสองกลุ่ม กลุ่มละสี่คน รวมทั้งหมดแปดคน
  3. แสดงสี่กลุ่ม กลุ่มละแปดคน
ดูคำตอบ

แสดงสี่กลุ่ม กลุ่มละสองคน รวมทั้งหมดแปดคน

I alone know which witches founded which, โน้ต

0:55

มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ว่าแม่มดคนไหนก่อตั้งบ้านหลังไหน

การใช้คำ

I alone: การเน้นว่า “มีเพียงฉัน”

ใน I alone know... คำว่า alone วางต่อจากประธาน I ทันทีและเน้นแบบเจาะจงว่า “ฉัน และไม่มีคนอื่น” จึงหมายความว่าผู้พูดเป็นคนเดียวที่รู้ ในที่นี้ alone ไม่ได้หมายถึง “อยู่คนเดียว” หรือ “รู้สึกเหงา” โครงสร้าง subject + alone + verb เน้นว่าใครคือคนหรือกลุ่มเดียวที่ทำหรือรู้เรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ามีเพียงผู้พูดเท่านั้นที่สามารถอนุมัติการคืนเงินได้

  1. I alone can approve the refund.
  2. I can approve the refund alone.
  3. I am alone when I approve the refund.
ดูคำตอบ

I alone can approve the refund.

but there was once a mysterious fifth house สำนวน

0:58

แต่ครั้งหนึ่งเคยมีบ้านลึกลับหลังที่ห้า

ไวยากรณ์

which witches founded which: หน้าที่ทางไวยากรณ์สองแบบของ which

ใน which witches คำว่า which ตัวแรกเป็นคำกำหนดนามแสดงคำถาม ใช้ระบุว่ากำลังถามถึงแม่มดกลุ่มใด ส่วน which ตัวสุดท้ายเป็นกรรมของ founded และแทนคำนาม house ที่เข้าใจได้จากบริบท หรือก็คือ “which house” อนุประโยคทั้งหมดเป็นคำถามแฝงหลัง know โดยถามถึงการจับคู่ระหว่างผู้ก่อตั้งแต่ละคนกับบ้านที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก which ตัวสุดท้ายทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งกรรม จึงไม่ได้มีกรรมของ founded ขาดหายไป

แบบฝึกหัด

ข้อใดวิเคราะห์หน้าที่ของ which ทั้งสองตัวใน which witches founded which ได้ถูกต้อง

  1. which ตัวแรกขยาย witches ส่วนตัวที่สองเป็นกรรมของ founded และแทน which house
  2. which ตัวที่สองทำให้ founded ไม่มีกรรม
  3. which ทั้งสองตัวขยาย witches
ดูคำตอบ

which ตัวแรกขยาย witches ส่วนตัวที่สองเป็นกรรมของ founded และแทน which house

lost to time,

1:01

ที่สูญหายไปตามกาลเวลา

but full of secrets and powerful artifacts. วลี

1:03

แต่เต็มไปด้วยความลับและสิ่งประดิษฐ์อันทรงพลัง

สำนวน

house lost to time: บ้านที่ถูกกาลเวลาหลงลืม

lost to time เป็นอุปมาในการเล่าเรื่อง หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกลืม ไม่เป็นที่รู้จัก หรือไม่สามารถเข้าถึงได้อีกหลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นแพ้การแข่งขันให้กับเวลาอย่างตรงตัว ใน house lost to time วลี lost to time อยู่หลัง house เพื่อขยายคำนั้น สามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า a house that was lost to time โครงสร้างนี้ใช้บรรยายสถานที่ ความรู้ ประเพณี หรือผลงานที่ประวัติเลือนหายไปจากความทรงจำหรือบันทึกได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ถูกลืมไปในช่วงเวลาหลายปี” ให้สมบูรณ์: The village's oldest songs were ____.

ดูคำตอบ

lost to time

วลี

but full of secrets and powerful artifacts: แต่เต็มไปด้วยความลับและวัตถุทรงพลัง

full of + คำนาม หมายถึงมีหรือประกอบด้วยบางสิ่งในปริมาณหรือจำนวนมาก คำนามนั้นอาจเป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น full of artifacts หรือเนื้อหานามธรรม เช่น full of secrets, risks หรือ opportunities ในที่นี้ but เชื่อมคำบรรยายที่ขัดแย้งกันสองอย่างของ house เดียวกัน: lost to time but full of secrets and powerful artifacts รูปเต็มคือ a house that was lost to time but was full of secrets and powerful artifacts

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: The community center is ____ activities for families.

ดูคำตอบ

full of

MMMMMM?

1:06

MMMMMM?

If you can tell me who founded each house, ไวยากรณ์

1:08

หากเจ้าบอกข้าได้ว่าใครก่อตั้งบ้านแต่ละหลัง

I'll sort you into whichever you want. การใช้คำ

1:11

ข้าจะคัดสรรเจ้าเข้าไปในบ้านหลังใดก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ

ไวยากรณ์

If you can..., I'll... สำหรับบอกเงื่อนไขและคำสัญญา

ในที่นี้ If you can tell me... บอกเงื่อนไขที่มีโอกาสทำสำเร็จได้จริง ส่วน I'll sort you... บอกผลที่ผู้พูดสัญญาว่าจะทำหากเงื่อนไขนั้นสำเร็จ I'll เป็นรูปย่อของ I will สำหรับเงื่อนไขอนาคตที่เป็นไปได้จริง ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบัน รวมถึง can ในอนุประโยค if และใช้ will ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานในอนุประโยคผลลัพธ์: If + รูปปัจจุบัน/can, ... will + กริยารูปพื้นฐาน แม้เหตุการณ์จะเกิดในอนาคต อนุประโยค if ก็ยังใช้รูปนี้

แบบฝึกหัด

ใช้ can และ will อย่างละหนึ่งครั้งเพื่อเติมเงื่อนไขและคำสัญญาให้สมบูรณ์: If you ____ solve the puzzle, I ____ show you the next clue.

ดูคำตอบ

can · will

การใช้คำ

sort you into whichever you want: จัดคนเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่เลือก

ในประโยคนี้ sort someone into หมายถึงจัดหรือแบ่งคนนั้นเข้าไปอยู่ในหมวดหมู่หรือกลุ่ม เป็นการกำหนดว่าอยู่กลุ่มใด ไม่ใช่การเรียงคนตามลำดับ whichever you want หมายถึงตัวเลือกใดก็ได้ที่คุณเลือกจากตัวเลือกที่มีอยู่ whichever ใช้เดี่ยว ๆ ได้ เพราะเข้าใจจากบริบทว่าคำนามที่ละไว้คือ house

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความได้อย่างถูกต้องว่าไกด์จะจัดเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มใดก็ได้ที่มีอยู่และเราเป็นผู้เลือก

  1. The guide will sort whichever group into us.
  2. The guide will sort us into whichever group we choose.
  3. The guide will sort us whichever group we choose into.
ดูคำตอบ

The guide will sort us into whichever group we choose.

However, ลำดับความ

1:14

อย่างไรก็ตาม

if you can also tell me the name

1:16

หากเจ้าบอกข้าได้ถึงชื่อ

of the secret fifth house,

1:18

ของบ้านลับหลังที่ห้า

I'll let you sort into it,

1:20

ข้าจะให้เจ้าคัดสรรเข้าไปในบ้านหลังนั้น

and you'll inherit everything you discover.

1:22

และเจ้าจะได้รับสืบทอดทุกสิ่งที่เจ้าค้นพบ"

ลำดับความ

However, if you can also...: การเพิ่มเงื่อนไขที่ยากขึ้นและรางวัลที่มากขึ้น

However เป็นสัญญาณว่ากฎกำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปสู่ความเป็นไปได้ที่ยากกว่า คำนี้ไม่ได้ยกเลิกเงื่อนไขเดิม แต่กำลังเสนอกรณีพิเศษที่มีสิ่งตอบแทนและความเสี่ยงสูงขึ้น ใน if you can also tell me... คำว่า also แสดงว่าเงื่อนไขใหม่ถูกเพิ่มเข้าไปจากสิ่งที่กำหนดไว้แล้ว จากนั้นส่วนผลลัพธ์ก็เพิ่มประโยชน์ที่มากขึ้นอีกสองอย่าง คือ I'll let you... และ you'll inherit.... รูปแบบที่ประกอบด้วยการเปลี่ยนทิศทาง เงื่อนไข if เพิ่มเติม และผลลัพธ์ที่สูงขึ้น ช่วยจัดลำดับการเปลี่ยนกฎได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่มเงื่อนไขที่ยากขึ้นและรางวัลที่มากขึ้นจากข้อเสนอก่อนหน้าอย่างชัดเจน

  1. For example, the final riddle has three clues.
  2. However, if you can also solve the final riddle, you'll earn the bonus prize.
  3. However, the final riddle replaced every earlier rule, so there is no extra condition.
ดูคำตอบ

However, if you can also solve the final riddle, you'll earn the bonus prize.

The two founders of each house

1:25

ผู้ก่อตั้งสองคนของบ้านแต่ละหลัง

wore different colored hats with non-matching symbols. วลี

1:28

สวมหมวกต่างสีพร้อมสัญลักษณ์ที่ไม่ตรงกัน

วลี

wore different colored hats with non-matching symbols: สีและสัญลักษณ์ต่างกัน

ใน wore different colored hats คำว่า wore เป็นรูปอดีตของ wear และบอกว่าหมวกสองใบมีสีต่างกัน ส่วน with non-matching symbols เพิ่มลักษณะอีกอย่าง คือสัญลักษณ์บนหมวกก็แตกต่างกันด้วย Non-matching ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสัญลักษณ์ โครงสร้างสั้น ๆ นี้ช่วยใส่ข้อจำกัดด้านรูปลักษณ์สองอย่างไว้กับสิ่งของคู่เดียวกัน คือสีต่างกันและสัญลักษณ์ต่างกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสิ่งของสองชิ้นแตกต่างกันทั้งสีและสัญลักษณ์

  1. The two keys had the same color and matching symbols.
  2. The two keys had different colors but no symbols.
  3. The two keys had different colors and non-matching symbols.
ดูคำตอบ

The two keys had different colors and non-matching symbols.

No founder started more than one house. ไวยากรณ์

1:32

ไม่มีผู้ก่อตั้งคนใดสร้างบ้านมากกว่าหนึ่งหลัง

ไวยากรณ์

No founder ... more than one: การกำหนดขีดจำกัดสูงสุดไว้ที่หนึ่ง

เมื่อ No อยู่หน้าคำนามเอกพจน์ที่หมายถึงบุคคล จะหมายความว่าไม่มีสมาชิกคนใดในกลุ่มทำสิ่งนั้น ส่วน more than one หมายถึง “สองขึ้นไป” เมื่อรวมกัน ประโยคนี้จึงบอกว่าไม่มีผู้ก่อตั้งคนใดก่อตั้งสำนักสองแห่งขึ้นไป ดังนั้นขีดจำกัดสูงสุดของผู้ก่อตั้งแต่ละคนคือหนึ่งแห่ง นี่เป็นการกำหนดขีดจำกัดสูงสุดอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้บอกว่าผู้ก่อตั้งทุกคนก่อตั้งสำนักคนละหนึ่งแห่งพอดี โครงสร้าง No X ... more than one Y หมายความว่าไม่มี X คนใดเกินขีดจำกัดนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกำหนดอย่างชัดเจนว่าผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเลือกของรางวัลได้มากที่สุดหนึ่งชิ้น?

  1. Not every contestant may choose more than one prize.
  2. Every contestant must choose more than one prize.
  3. No contestant may choose more than one prize.
ดูคำตอบ

No contestant may choose more than one prize.

Of Funflame and Imaginez, ไวยากรณ์

1:36

ในระหว่าง Funflame และ Imaginez

one was a founder of Gianteye,

1:38

คนหนึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Gianteye

and the other of Longmous.

1:41

และอีกคนก่อตั้ง Longmous

ไวยากรณ์

Of A and B, one ..., and the other ...: การจับคู่สองสิ่งกับผลลัพธ์ที่ต่างกัน

ข้อความเปิด Of Funflame and Imaginez หมายถึง “ในบรรดาสองคนนี้” โดยกำหนดกลุ่มที่มีสองคน ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ one ... the other ให้คำอธิบายที่ต่างกันแก่สมาชิกทั้งสอง โดยไม่ได้บอกว่าชื่อใดตรงกับคำอธิบายใด ในครึ่งหลังมีการละคำซ้ำ was a founder รูปเต็มคือ and the other was a founder of Longmous

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสำหรับสองคนด้วย one ... the other: Of Nina and Omar, ____ packed the food, and ____ the drinks.

ดูคำตอบ

one · the other

And of Miraculo and Rimbleby, ไวยากรณ์

1:43

และในระหว่าง Miraculo และ Rimbleby

one established Longmous

1:46

คนหนึ่งก่อตั้ง Longmous

and the other Meramaid.

1:48

และอีกคนคือ Meramaid

ไวยากรณ์

of A and B, one ... and the other ...: การละคำในโครงสร้างคู่ขนาน

วลีเปิด of Miraculo and Rimbleby กำหนดคนไว้สองคน one หมายถึงคนใดคนหนึ่งในคู่นี้ ส่วน the other หมายถึงอีกคนที่เหลือ ใน one established Longmous and the other Meramaid ส่วนที่สองของโครงสร้างคู่ขนานละคำกริยา established ที่ซ้ำออกไป จึงต้องเข้าใจว่าเป็น the other established Meramaid ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำในประโยคคู่ขนานเมื่อโครงสร้างทำให้ความหมายชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกความหมายของ Of the two designers, one created the logo and the other the website? อย่างครบถ้วน

  1. Of the two designers, one created the logo, and the other created the website.
  2. Both designers created the logo and the website together.
  3. One designer created both the logo and the website.
ดูคำตอบ

Of the two designers, one created the logo, and the other created the website.

Finally,

1:51

สุดท้าย

Septimus didn't found Vidopnir. การใช้คำ

1:52

Septimus ไม่ได้ก่อตั้ง Vidopnir

การใช้คำ

didn't found: found ที่หมายถึง “ก่อตั้ง”

ในที่นี้ found เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่หมายถึงก่อตั้งหรือสร้างองค์กร สถาบัน หรือชุมชน ไม่ใช่รูปอดีตของ find didn't แสดงทั้งอดีตและการปฏิเสธอยู่แล้ว คำกริยาถัดไปจึงคงรูปพื้นฐานเป็น didn't found ในประโยคอดีตบอกเล่าให้ใช้ founded เช่น Septimus founded Vidopnir หากต้องการสื่อว่าไม่ได้ค้นพบหรือหาไม่เจอ ให้ใช้ didn't find

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยารูปพื้นฐานที่หมายถึง “ก่อตั้ง” ให้สมบูรณ์: The records show that Lina didn't ____ the museum.

ดูคำตอบ

found

So,

1:56

ดังนั้น

who founded what? ลำดับความ

1:57

ใครก่อตั้งอะไรบ้าง

And what's the name of the secret house?

1:59

และบ้านลับหลังนั้นชื่ออะไร

ลำดับความ

Who founded what? ในฐานะคำถามสั้น ๆ เพื่อสรุปงานจับคู่

ในบริบทนี้ Who founded what? ย่อโจทย์จับคู่ให้เป็นคำถามสั้น ๆ โดย who หมายถึงบรรดาผู้ก่อตั้ง และ what แทนบ้านต่าง ๆ ที่ต้องจับคู่กับผู้ก่อตั้งแต่ละคน กล่าวอีกอย่างคือถามว่า Which founder founded which house? ไม่ใช่การถามกว้าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งของที่ไม่ทราบว่าเป็นอะไร รูปแบบสั้น ๆ who + คำกริยา + what ช่วยรวบรวมเบาะแสที่กระจัดกระจายให้เป็นเป้าหมายเดียวที่ชัดเจน คือหาว่าใครทำการกระทำใด หรือใครตรงกับรายการใด

แบบฝึกหัด

ในบริบทของปริศนานี้ Who founded what? สรุปงานข้อใด

  1. หาสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ไม่มีใครเข้าใจ
  2. อธิบายว่าทำไมผู้ก่อตั้งทุกคนจึงร่วมกันสร้างบ้านหลังเดียว
  3. จับคู่ผู้ก่อตั้งแต่ละคนกับบ้านที่เขาก่อตั้ง
ดูคำตอบ

จับคู่ผู้ก่อตั้งแต่ละคนกับบ้านที่เขาก่อตั้ง

The hardest part of solving this logic puzzle ไวยากรณ์

2:09

ส่วนที่ยากที่สุดของการแก้ปริศนาตรรกะนี้

is knowing where to start.

2:12

คือการรู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน

ไวยากรณ์

ใช้ The hardest part of ... is ... เพื่อระบุความยากหลัก

โครงสร้าง The hardest part of + คำนามหรือรูป -ing + is + ส่วนเติมเต็ม ใช้ระบุส่วนที่ยากที่สุดของกิจกรรมหนึ่ง ในที่นี้ solving เป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามหลัง of โดยใช้เรียกกิจกรรมการแก้โจทย์ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปกาลต่อเนื่อง Knowing where to start ระบุว่าสิ่งที่ยากคืออะไร Knowing เป็นรูป -ing อีกคำหนึ่งที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ส่วน where to start หมายถึงการเลือกว่าจะเริ่มจากจุดใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ preparing a class presentation ____ deciding what to leave out.

ดูคำตอบ

The hardest part of · is

No rule by itself is enough ไวยากรณ์

2:14

ไม่มีกฎเพียงข้อเดียวที่เพียงพอ

to assign a founder to his or her house.

2:16

ที่จะจับคู่ผู้ก่อตั้งเข้ากับบ้านของเขาหรือเธอ

ไวยากรณ์

No rule by itself is enough: ไม่มีกฎข้อใดเพียงข้อเดียวที่เพียงพอ

“No rule” หมายถึง “ไม่มีกฎแม้แต่ข้อเดียว” โดยเป็นการปฏิเสธกฎแต่ละข้อทั้งหมด ส่วน “by itself” หมายถึง “เมื่อพิจารณาหรือใช้เพียงลำพัง” โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกฎข้ออื่น ไม่ได้หมายความว่ากฎเป็นฝ่ายลงมือทำอะไรเอง โครงสร้าง “No + คำนามเอกพจน์ + by itself + is enough to...” บอกว่าไม่มีสิ่งใดเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เกิดผลลัพธ์หลัง “to” ได้ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวจำกัดว่ากฎเพียงข้อเดียวสามารถยืนยันอะไรได้บ้างก่อนนำข้อมูลมารวมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย “by itself” และ “enough” เพื่อแสดงว่าเบาะแสเพียงชิ้นเดียวไม่สามารถทำงานนี้ได้: No single clue ____ to identify the thief.

ดูคำตอบ

by itself is enough

So, the next best thing ลำดับความ

2:19

ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดรองลงมา

would be to combine a pair of rules to learn something.

2:20

คือการรวมกฎเข้าด้วยกันเพื่อเรียนรู้บางสิ่ง

ลำดับความ

So, the next best thing would be to...: การเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดรองลงมา

“So” เชื่อมข้อจำกัดที่กล่าวมาก่อนหน้านี้เข้ากับข้อสรุป และส่งสัญญาณว่าจะเข้าสู่ขั้นต่อไปของการให้เหตุผล ส่วน “the next best thing” หมายถึงทางเลือกที่ดีที่สุดที่ยังเหลืออยู่ เมื่อวิธีที่เหมาะที่สุดใช้ไม่ได้หรือไม่เพียงพอ “Would be to + คำกริยา” นำเสนอทางเลือกนั้นในฐานะข้อเสนอหรือการประเมินที่ผ่านการพิจารณาแล้ว ในที่นี้ “would” ไม่ได้บอกอนาคตจากมุมมองในอดีต แต่ช่วยให้การเปลี่ยนจากปัญหาไปสู่กลยุทธ์ที่เสนอให้รวมกฎสองข้อฟังนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบที่กำหนดให้ตรงตัวว่า “the next best thing would be to”: If the museum is closed, ____ visit the science center.

ดูคำตอบ

the next best thing would be to

Four and five are good candidates to try that with, วลี

2:24

กฎข้อสี่และห้าเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะลอง

because they contain a lot of constraints ลำดับความ

2:27

เพราะมีข้อจำกัดมากมาย

and both mention Longmous.

2:30

และทั้งสองข้อกล่าวถึง Longmous

วลี

good candidates to try that with: ตัวเลือกที่ไม่ใช่คนและเหมาะสำหรับนำมาลอง

ในที่นี้ candidates ไม่ได้หมายถึงคน Four and five หมายถึงกฎข้อสี่และข้อห้า การเรียกทั้งสองข้อว่า good candidates หมายความว่าเป็นตัวเลือกที่มีแนวโน้มดีและเหมาะสำหรับใช้ลองวิธีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ วลี candidates to try that with สามารถขยายเป็น candidates that we can try that with ได้ หมายถึงสิ่งที่นำมาใช้เมื่อลองวิธีนั้น ส่วน with อยู่ท้ายวลีและเชื่อมวิธีดังกล่าวกับกฎที่ใช้ในการลอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ candidate อย่างเป็นธรรมชาติกับสิ่งที่ไม่ใช่คนและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง

  1. The architect is a good candidate to lead the renovation.
  2. This old building is a good candidate for renovation.
  3. The renovation is complete, so the building is no longer being considered.
ดูคำตอบ

This old building is a good candidate for renovation.

ลำดับความ

because ... and both ...: ให้เหตุผลสองข้อเพื่อรองรับการเลือก

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because ให้เหตุผลของการเลือกที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กฎข้อสี่และข้อห้าควรนำมาลองด้วยกัน เพราะมีข้อจำกัดมากและแต่ละข้อกล่าวถึง Longmous ส่วนนี้อธิบายว่าเหตุใดกลยุทธ์ดังกล่าวจึงสมเหตุสมผล ไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป ภายในอนุประโยค and เชื่อมเหตุผลสองข้อ ในเหตุผลข้อที่สอง both อยู่หน้าคำกริยาหลัก mention และแสดงว่าข้อความนั้นเป็นจริงกับกฎทั้งสองข้อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคบอกเหตุผลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสองข้อ

  1. We should compare these two reports because they use the same data and both examine the same problem.
  2. We should compare these two reports although one is much older than the other.
  3. We should compare these two reports, and they are on the desk.
ดูคำตอบ

We should compare these two reports because they use the same data and both examine the same problem.

Miraculo and Rimbleby's hats both have moons,

2:33

หมวกของ Miraculo และ Rimbleby ล้วนมีพระจันทร์

which means that no matter who ends up in Longmous, โน้ต

2:37

ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าใครจะได้อยู่ใน Longmous

moons will be accounted for. วลี

2:40

พระจันทร์ก็จะถูกนับรวมไปด้วย

ไวยากรณ์

no matter who: ผลลัพธ์ไม่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นใคร

no matter who + คำกริยา หมายถึงไม่ว่าจะเป็นใครที่ทำสิ่งนั้น โครงสร้างนี้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข กล่าวคือ ตัวบุคคลอาจเปลี่ยนได้ แต่ผลในประโยคหลักยังคงเป็นจริง ในประโยคนี้ which means that ใช้นำเสนอข้อสรุป เนื่องจากทั้งสองคนที่เป็นไปได้ต่างก็มีดวงจันทร์ เงื่อนไขเรื่องดวงจันทร์จึงครบถ้วนไม่ว่าสุดท้ายใครจะเข้า Longmous

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงการยอมรับเงื่อนไขสามคำ no matter who: ____ answers the phone, ask them to take a message.

ดูคำตอบ

No matter who

กริยาวลี

ends up in Longmous: ผลลัพธ์สุดท้าย

end up in + คำนาม หมายถึงสุดท้ายไปอยู่ในสถานที่ สถานการณ์ หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หลังจากผ่านกระบวนการ เหตุการณ์หลายอย่าง หรือการเลือก โครงสร้างนี้เน้นผลลัพธ์สุดท้าย ซึ่งอาจไม่คาดคิดหรือไม่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่แรก ในประโยคนี้ ends up in Longmous หมายถึงใครบางคนถูกจัดให้อยู่ Longmous ในที่สุด ไม่ได้เพียงบอกว่าตอนนี้คนนั้นอยู่ที่ไหน และ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ end up in เติมประโยคให้สมบูรณ์: After taking the wrong bus, we ____ a town thirty miles from home.

ดูคำตอบ

ended up in

วลี

be accounted for ใน moons will be accounted for

ในโจทย์ตรรกะนี้ moons หมายถึงตำแหน่งที่ต้องมีสัญลักษณ์ดวงจันทร์ วลี will be accounted for หมายความว่าการจัดวางที่เสนอจะครอบคลุมตำแหน่งเหล่านั้น จึงไม่เหลือเป็นเงื่อนไขที่ยังแก้ไม่ได้ นี่คือรูปอนาคตของโครงสร้างกรรมวาจกของ account for: something will be accounted for สิ่งที่ถูกตรวจสอบ จัดให้ครบ หรืออธิบายจะอยู่ในตำแหน่งประธาน และต้องคง for ไว้กับ account

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ account for: Before we leave, every backpack must be ____.

ดูคำตอบ

accounted for

That means Imaginez, who also has moons, ลำดับความ

2:42

นั่นหมายความว่า Imaginez ซึ่งมีพระจันทร์ด้วยเช่นกัน

can't have founded Longmous,

2:46

ไม่น่าจะก่อตั้ง Longmous ได้

ลำดับความ

That means: จากผลลัพธ์ไปสู่ข้อสรุป

That อ้างกลับไปถึงผลลัพธ์ทั้งหมดจากขั้นตอนก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ ๆ ในที่นี้มันสรุปข้อเท็จจริงที่ว่าตำแหน่งของสัญลักษณ์ดวงจันทร์มีครบแล้ว จากนั้น means นำเข้าสู่ข้อสรุปที่ได้จากข้อเท็จจริงนั้น คือสามารถตัด Imaginez ออกจากการเป็นผู้ก่อตั้ง Longmous ได้ ใช้ That means + อนุประโยคเพื่อทำให้ลำดับ “หลักฐาน → ข้อสรุป” ติดตามได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างใดใช้ That means เพื่อเปลี่ยนข้อเท็จจริงก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปถัดไปที่สมเหตุสมผล

  1. The library is closed. That means it is open right now.
  2. The library is closed. That means we need to come back tomorrow.
  3. The library is closed. That means the word library has seven letters.
ดูคำตอบ

The library is closed. That means we need to come back tomorrow.

So, she's in Gianteye

2:48

ดังนั้น เธอจึงอยู่ใน Gianteye

and Funflame founded Longmous.

2:50

และ Funflame ก่อตั้ง Longmous

Miraculo's hat is red,

2:53

หมวกของ Miraculo เป็นสีแดง

so he can't be there. การใช้คำ

2:55

เขาจึงไม่สามารถอยู่ที่นั่นได้

การใช้คำ

can't be there: การตัดออกจากตำแหน่งตามตรรกะ

ในโจทย์ตรรกะนี้ there ย้อนกลับไปหมายถึง Longmous ซึ่งเป็นตัวเลือกหรือตำแหน่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้น so he can't be there จึงหมายความว่าเบาะแสนี้ตัด Miraculo ออกจากตัวเลือกนั้น ในที่นี้ can't แสดงความเป็นไปไม่ได้ทางตรรกะ ไม่ใช่การไม่มีความสามารถทางร่างกาย เมื่อ there หมายถึงหมวด ช่อง หรือตำแหน่งคำตอบ can't be there อาจหมายถึงบุคคลนั้นไม่สามารถอยู่ในหรือถูกจัดให้อยู่ในตัวเลือกนั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can't be there เพื่อตัดบุคคลออกจากหมวดหรือตำแหน่งหนึ่ง?

  1. Leo has a fever, so he can't be there for the meeting.
  2. Group A is only for children. Leo is an adult, so he can't be there.
  3. The road is closed, so Leo can't be there by noon.
ดูคำตอบ

Group A is only for children. Leo is an adult, so he can't be there.

So, he must be in Meramaid,

2:57

ดังนั้น เขาต้องอยู่ใน Meramaid

and Rimbleby in Longmous.

2:59

และ Rimbleby อยู่ใน Longmous

Halfway there. ลำดับความ

3:02

มาได้ครึ่งทางแล้ว

ลำดับความ

Halfway there: การระบุว่าความคืบหน้ามาถึงครึ่งทาง

Halfway there. เป็นคำบอกความคืบหน้าแบบสั้น ๆ ซึ่งในที่นี้เข้าใจได้ว่าเป็น We're halfway there. หมายถึงงานที่ต้องทำเพื่อไปถึงเป้าหมายเสร็จไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง ในบริบทนี้ there หมายถึงสภาวะที่บรรลุเป้าหมายแล้ว ไม่ใช่สถานที่จริง วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการระบุจุดกึ่งกลางว่า ครึ่งหนึ่งเสร็จแล้วและยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

คุณทำงานเสร็จแล้วห้าจากสิบข้อ เติมคำบอกความคืบหน้าภาษาอังกฤษสองคำที่ลงท้ายด้วย there: ____.

ดูคำตอบ

Halfway there

Now, we can place Septimus.

3:03

ตอนนี้เราจัดสรร Septimus ได้แล้ว

Rule six keeps him out of Vidopnir, วลี

3:06

กฎข้อหกทำให้เขาไม่สามารถอยู่ใน Vidopnir ได้

and his yellow hat out of Gianteye,

3:08

และหมวกสีเหลืองของเขาก็ทำให้เขาไม่อยู่ใน Gianteye

วลี

keeps him out of ... and his yellow hat out of ...: การตัดตัวเลือกออก

ในโจทย์ตรรกะ keep someone or something out of สถานที่หรือหมวดหมู่ หมายถึงเบาะแสทำให้ตัวเลือกนั้นเป็นไปไม่ได้ ในที่นี้ keeps him out of Vidopnir หมายความว่ากฎข้อหกตัด Vidopnir ออกจากจุดหมายที่เป็นไปได้ของเขา ไม่ได้บรรยายว่ามีใครขวางไม่ให้เขาเข้าไปจริง ๆ ส่วนที่เชื่อมกันช่วงหลังละกริยา keeps ที่ซ้ำไว้ หากเติมเต็มจะเป็น Rule six keeps his yellow hat out of Gianteye. ในคำพูดแบบย่อของโจทย์ หมวกสีเหลืองแทนเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับลักษณะนั้นและใช้ตัด Gianteye ออก ภาษาอังกฤษสามารถละกริยาที่ซ้ำในโครงสร้างเชื่อมแบบสมดุลได้เมื่อผู้ฟังเติมความหมายกลับได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ในโจทย์ตรรกะ ข้อใดถอดความประโยคนี้ได้ตรงที่สุด

  1. มีคนเฝ้า Vidopnir และ Gianteye อยู่จริง ๆ เพื่อไม่ให้เขาเข้าไป
  2. กฎข้อหกตัด Vidopnir ออกจากตัวเลือกของเขา และเงื่อนไขเรื่องหมวกสีเหลืองตัด Gianteye ออก
  3. กฎข้อหกส่งเขาไป Vidopnir และกำหนดให้เขาสวมหมวกสีเหลืองใน Gianteye
ดูคำตอบ

กฎข้อหกตัด Vidopnir ออกจากตัวเลือกของเขา และเงื่อนไขเรื่องหมวกสีเหลืองตัด Gianteye ออก

So, he must be in Meramaid.

3:11

ดังนั้น เขาจึงต้องอยู่ใน Meramaid

Of the founders left, วลี

3:13

ในบรรดาผู้ก่อตั้งที่เหลืออยู่

วลี

Of the founders left: left หมายถึง “ที่เหลืออยู่”

Of the founders left หมายถึง ในบรรดาผู้ก่อตั้งที่ยังเหลืออยู่หลังจากมีการเลือกหรือตัดตัวเลือกก่อนหน้านี้ Of กำหนดกลุ่มที่กำลังกล่าวถึง และ left วางหลัง founders โดยมีความหมายว่า ที่เหลืออยู่ นี่เป็นวลีเปิดเพื่อนำไปสู่ข้อความถัดไป ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ โดยปกติจะตามด้วยข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคนในกลุ่มที่เหลืออยู่นั้น ในที่นี้ left ไม่ได้หมายถึงด้านซ้าย และไม่ใช่รูปอดีตของ leave ที่แปลว่าออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่วางหลังคำนามและหมายถึง “ที่เหลืออยู่”: Of the three seats ____, two are by the window.

ดูคำตอบ

left

Deepmire and Hypnotum both have stars.

3:15

Deepmire และ Hypnotum ต่างก็มีดาว

So, each must go into a different house,

3:18

ดังนั้น แต่ละคนจึงต้องไปอยู่บ้านคนละหลัง

taking up the remaining space in Gianteye วลี

3:21

โดยไปเติมเต็มที่ว่างที่เหลืออยู่ใน Gianteye

and leaving one spot open in Vidopnir, ลำดับความ

3:24

และเหลือที่ว่างหนึ่งที่ใน Vidopnir

which Tremenda must fill.

3:27

ซึ่ง Tremenda จะต้องเป็นคนเข้าไปอยู่

วลี

taking up the remaining space: ใช้พื้นที่หรือความจุส่วนสุดท้ายที่ยังว่างอยู่

ในที่นี้ taking up หมายถึง “ครอบครอง” หรือ “ใช้” พื้นที่ที่ยังเหลืออยู่ space ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่จริงเสมอไป ในการจัดสรรนี้หมายถึงความจุหรือตำแหน่งที่เหลือใน Gianteye วลี -ing taking up ... เพิ่มผลที่เกิดจากการกระทำก่อนหน้า การส่งแต่ละคนไปอยู่คนละบ้านทำให้ตำแหน่งที่เหลือนั้นถูกใช้ไป กรรมที่ตามหลัง take up ช่วยบอกความหมาย เมื่อใช้กับ space, room, time หรือ a spot คำว่า take up มักหมายถึง “ครอบครอง”

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ take up เติมประโยคให้สมบูรณ์: The storage boxes are ____ all the remaining space in the closet.

ดูคำตอบ

taking up

ลำดับความ

leaving one spot open ... which Tremenda must fill: การสร้างลำดับของผลลัพธ์

ใน leaving one spot open คำว่า leave ใช้รูปแบบ leave + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย one spot เป็นกรรม และ open บอกสภาพที่เกิดขึ้นตามมา รูป -ing นี้วางคู่กับ taking up และแสดงผลอีกอย่างหนึ่งจากการจัดสรรก่อนหน้า อนุประโยคสัมพันธ์ which Tremenda must fill ทำให้ลำดับผลดำเนินต่อไป ในที่นี้ which ชี้กลับไปที่ one spot ซึ่งเป็นตำแหน่งว่างที่ Tremenda ต้องรับ ไม่ได้ชี้เพียง Vidopnir เท่านั้น ประโยคจึงเรียงข้อมูลจากการกระทำ ไปยังสภาพที่เกิดขึ้น และต่อไปยังการกระทำถัดไปที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

ใช้ leave + one seat + open ในรูป -ing เพื่อเติมลำดับผลให้สมบูรณ์: In a three-seat committee, the first two members are chosen, ____, which Dana must fill.

ดูคำตอบ

leaving one seat open

Tremenda's blue hat keeps Deepmire out of Vidopnir. วลี

3:29

หมวกสีน้ำเงินของ Tremenda ทำให้ Deepmire เข้าไปใน Vidopnir ไม่ได้

วลี

keep ... out of: กันคนออกจากสถานที่หรือกลุ่ม

โครงสร้าง keep X out of Y หมายถึงทำให้ X เข้า Y หรือเป็นส่วนหนึ่งของ Y ไม่ได้ ในที่นี้ keep ไม่ได้แปลว่าเก็บไว้ ส่วน out of นำหน้าสถานที่ กลุ่ม หรือกิจกรรมที่ X ถูกกันออกมา ประธานอาจเป็นกฎ เบาะแส หรือเงื่อนไขก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคน ในประโยคนี้ เบาะแสเรื่องหมวกสีน้ำเงินตัดความเป็นไปได้ที่ Deepmire จะอยู่ใน Vidopnir ไม่ได้หมายความว่าหมวกขวางเขาอยู่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ keep ... out of: The age rule ____ children under twelve ____ the contest.

ดูคำตอบ

keeps · out of

So, we can easily place her,

3:33

ดังนั้น เราจึงจัดสรรเธอได้อย่างง่ายดาย

and finally Hypnotum.

3:35

และคนสุดท้ายคือ Hypnotum

Now that those founders are sorted, ไวยากรณ์

3:37

เมื่อผู้ก่อตั้งเหล่านั้นถูกจัดสรรเรียบร้อยแล้ว

we can start to search for the secret house.

3:40

เราก็เริ่มค้นหาบ้านลับกันได้

ไวยากรณ์

Now that ...: เมื่อเงื่อนไขเสร็จแล้วจึงไปยังขั้นตอนถัดไป

Now that + อนุประโยค ใช้กล่าวถึงสถานการณ์ที่กลายเป็นจริงแล้วในขั้นตอนปัจจุบัน ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์หรือการกระทำถัดไปที่ทำได้เพราะเงื่อนไขนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ในที่นี้ those founders are sorted หมายถึงมีการกำหนดแล้วว่าผู้ก่อตั้งแต่ละคนอยู่กลุ่มใด ไม่ใช่แค่นำพวกเขามาเรียงแถว เมื่องานนั้นเสร็จ การค้นหาจึงเริ่มได้ Now that ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมหนึ่งชุด

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง ‘เพราะตอนนี้สถานการณ์นี้กลายเป็นจริงแล้ว’: ____ all the permission slips have been collected, we can plan the trip.

ดูคำตอบ

Now that

If you don't have it yet, น้ำเสียง/เจตนา

3:43

หากคุณยังไม่ทราบ

here are a few hints.

3:45

นี่คือคำใบ้เล็กน้อย

น้ำเสียง/เจตนา

If you don't have it yet: คำเกริ่นอย่างใส่ใจก่อนให้คำใบ้

ในบริบทของปริศนานี้ have it หมายถึง “มีคำตอบแล้ว” หรือ “คิดคำตอบออกแล้ว” ไม่ได้หมายถึงการครอบครองสิ่งของ คำสรรพนาม it หมายถึงคำตอบ และ yet หมายถึง “จนถึงตอนนี้” จึงยังเปิดโอกาสว่าผู้ฟังอาจแก้ได้ในไม่ช้า การขึ้นต้นด้วย If you don't have it yet เป็นการกล่าวกับเฉพาะผู้ที่ยังคิดหาคำตอบอยู่ก่อนจะให้คำใบ้ วิธีนี้ไม่ด่วนสรุปว่าทุกคนคิดไม่ออก และฟังดูใส่ใจมากกว่าการพูดตรง ๆ ว่า You don't know the answer

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอคำใบ้อย่างสุภาพที่สุดแก่ผู้ที่อาจยังแก้ปริศนาไม่ได้?

  1. If you don't have it yet, here are a few hints.
  2. You clearly don't know the answer, so listen carefully.
  3. You failed to solve it, and now I will explain.
ดูคำตอบ

If you don't have it yet, here are a few hints.

One good strategy for a puzzle like this ลำดับความ

3:54

กลยุทธ์ที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับปริศนาเช่นนี้

is to look for patterns or unusual pieces of information.

3:57

คือการมองหารูปแบบหรือข้อมูลที่ไม่ปกติ

ลำดับความ

One good strategy for ... is to ...: การเสนอวิธีการอย่างเป็นลำดับ

โครงสร้าง One good strategy for + งานหรือปัญหา + is to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอวิธีการอย่างเป็นลำดับ ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย for ระบุว่ากลยุทธ์นี้ใช้กับอะไร และ to-infinitive ระบุการกระทำที่ควรทำ ในประโยคนี้ for a puzzle like this กำหนดขอบเขต ส่วน to look for patterns or unusual pieces of information บอกวิธีปฏิบัติ One good แสดงว่านี่เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีเดียวหรือดีที่สุด จึงทำให้คำแนะนำฟังดูไม่ฟันธงเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง One good strategy for ... is to ... ให้สมบูรณ์: One good strategy ____ solving a hard math problem ____ draw a simple diagram.

ดูคำตอบ

for · is to

First of all, there's the school's obsession with the letter M, โน้ต

4:01

ประการแรกคือความคลั่งไคล้ตัวอักษร M ของโรงเรียน

right down to its motto, สำนวน

4:04

ไปจนถึงคติพจน์ของโรงเรียน

สำนวน

right down to its motto: รูปแบบเดียวกันครอบคลุมไปถึงรายละเอียดอย่างคำขวัญ

right down to its motto หมายถึง “รวมไปถึงแม้แต่คำขวัญของโรงเรียน” วลีนี้เพิ่มรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงและอาจคาดไม่ถึง เพื่อแสดงว่าความหลงใหลในตัว M ของโรงเรียนนั้นแทรกอยู่ในทุกอย่างอย่างทั่วถึง right down to ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่าง ใช้ right down to + คำนาม หลังข้อความกว้าง ๆ เพื่อแสดงว่ารูปแบบเดียวกันนั้นครอบคลุมไปถึงรายละเอียดดังกล่าวด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “รวมไปถึงแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ นี้”: The space theme covered everything, ____ the silver napkins.

ดูคำตอบ

right down to

which translates from Latin to M is a magic letter. การใช้คำ

4:06

ซึ่งแปลจากภาษาละตินได้ว่า M คือตัวอักษรวิเศษ

ลำดับความ

First of all: คำบอกประเด็นแรก

First of all เป็นคำเชื่อมในการพูดที่ใช้เปิดประเด็นแรกของชุดเบาะแส เหตุผล หรือคำอธิบายที่จัดไว้อย่างเป็นลำดับ ในประโยคนี้ คำนี้บอกผู้ฟังให้มองว่าการที่โรงเรียนเน้นตัว M คือเบาะแสแรก คำนี้จัดลำดับการนำเสนอความคิด ไม่จำเป็นต้องเป็นลำดับเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น โดยปกติจะมีประเด็นอื่นตามมา แม้ผู้พูดจะไม่ได้พูด second หรือ secondly อย่างชัดเจนก็ตาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ First of all ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเปิดประเด็นแรกของชุดเหตุผล

  1. First of all, the plan costs less than the other options.
  2. Finally, the plan was approved after a long discussion.
  3. At first, the plan seemed too expensive, but then we found a discount.
ดูคำตอบ

First of all, the plan costs less than the other options.

การใช้คำ

obsession with the letter M: ความสนใจที่รุนแรงและเกิดซ้ำ

ในวลี obsession with the letter M คำว่า obsession หมายถึงการจดจ่อที่รุนแรงผิดปกติและเกิดซ้ำ ๆ ผู้พูดใช้คำนี้สรุปว่าโรงเรียนใส่ตัว M ไว้ในรายละเอียดสำคัญอยู่เรื่อย ๆ ในที่นี้เป็นการพูดเกินจริงในภาษาทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยทางคลินิก โครงสร้าง obsession with + คำนาม ใช้ระบุสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความสนใจอย่างรุนแรงนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ obsession with อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงความสนใจที่รุนแรงผิดปกติและเกิดซ้ำ ๆ

  1. Maya's obsession in solving the puzzle was only a mild, passing interest.
  2. Maya's obsession with solving the puzzle kept her awake for hours.
  3. Maya's obsession with the puzzle meant she noticed it once and forgot it.
ดูคำตอบ

Maya's obsession with solving the puzzle kept her awake for hours.

การใช้คำ

translates from Latin to: นำเสนอข้อความที่แปลออกมา

ในประโยคนี้ translates from Latin to ใช้เพื่อนำเสนอความหมายภาษาอังกฤษของคำขวัญ From Latin ระบุภาษาต้นทาง ส่วน M is a magic letter คือข้อความที่แปลแล้วซึ่งตามหลัง to อย่าเข้าใจว่า M is a magic letter เป็นชื่อภาษาปลายทาง ผู้พูดกำลังบอกเนื้อหาของคำแปล

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย M is a magic letter ที่ตามหลัง translates from Latin to ทำหน้าที่อะไร?

  1. ข้อความนี้บอกถ้อยคำที่แปลออกมาโดยตรง
  2. ข้อความนี้อธิบายวิธีออกเสียงคำภาษาละติน
  3. ข้อความนี้ระบุภาษาที่จะแปลไปเป็น
ดูคำตอบ

ข้อความนี้บอกถ้อยคำที่แปลออกมาโดยตรง

Curiously, every founder has exactly one M in their name, ลำดับความ

4:11

น่าประหลาดใจที่ผู้ก่อตั้งแต่ละคนมีตัว M เพียงตัวเดียวในชื่อ

and each M is in a different position.

4:15

และตัว M แต่ละตัวก็อยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกัน

ลำดับความ

Curiously ... and ...: ชี้รูปแบบให้เป็นเบาะแส

Curiously ที่อยู่ต้นประโยคเป็นคำวิเศษณ์ขยายทั้งประโยค ใช้บอกว่ารูปแบบนี้ไม่ธรรมดาและควรสังเกต ในคำอธิบายปริศนานี้ คำดังกล่าวชี้ว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นเบาะแสที่มีประโยชน์ ไม่ใช่แค่ข้อมูลทั่วไป and เชื่อมการค้นพบสองอย่างที่มีโครงสร้างขนานกัน คือผู้ก่อตั้งทุกคนมี M หนึ่งตัว และตำแหน่งของ M แต่ละตัวแตกต่างกัน การค้นพบส่วนหลังทำให้ข้อมูลส่วนแรกมีโครงสร้างและมีความหมายมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Curiously เพื่อชี้รูปแบบที่ไม่ธรรมดา และใช้ and เพื่อเพิ่มข้อสังเกตที่เกี่ยวข้อง

  1. Finally, the key is made of metal.
  2. Every envelope had a blue seal because the clerk wanted one.
  3. Curiously, every envelope had a blue seal, and each seal carried a different number.
ดูคำตอบ

Curiously, every envelope had a blue seal, and each seal carried a different number.

That means that the M's can put them in order one through eight. ไวยากรณ์

4:19

นั่นหมายความว่าตัวอักษร M สามารถจัดลำดับพวกเขาจากหนึ่งถึงแปดได้

ไวยากรณ์

the M's can put them in order one through eight: ใช้ can เพื่อบอกประโยชน์ในการใช้งาน

ในที่นี้ can แสดงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติหรือประโยชน์ใช้สอย ตำแหน่งของ M เป็นวิธีที่ใช้จัดผู้ก่อตั้งตั้งแต่ลำดับหนึ่งถึงแปดได้ Them หมายถึงผู้ก่อตั้ง และ one through eight รวมทั้งลำดับแรกและลำดับสุดท้าย ตัวอักษรถูกนำเสนอเป็นวิธีการหรือเบาะแสที่ทำให้เกิดการจัดลำดับ ไม่ได้หมายความว่าตัวอักษรมีเจตนาเหมือนคน ภาษาอังกฤษมักให้เครื่องมือ ลักษณะ หรือข้อมูลเป็นประธานได้ ดังนั้น The M's can put them in order จึงเข้าใจได้ว่า The M's can be used to put them in order

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can เพื่อบอกว่าลักษณะบางอย่างมีประโยชน์ในการจัดสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้บอกความสามารถของคน

  1. The labels can put the boxes in delivery order.
  2. The labels want to put the boxes in delivery order.
  3. The labels must put the boxes in delivery order.
ดูคำตอบ

The labels can put the boxes in delivery order.

We know we needed to solve the logic puzzle ไวยากรณ์

4:24

เรารู้ว่าเราต้องแก้ปริศนาตรรกะ

before finding the secret house.

4:26

ก่อนที่จะพบบ้านลับ

ไวยากรณ์

needed to solve ... before finding ...: ลำดับขั้นตอนที่จำเป็น

needed to solve บอกว่าการแก้ปริศนาเป็นสิ่งจำเป็น ณ เวลาหนึ่งในอดีต ส่วน before finding วางการพบบ้านลับไว้เป็นขั้นตอนถัดไป ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายความว่าต้องทำขั้นตอนหนึ่งให้เสร็จก่อน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ needed to + กริยารูปพื้นฐาน + before + รูป -ing ในประโยคนี้ before เป็นคำบุพบทและตามด้วย finding ซึ่งเป็น gerund ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ enter หลัง before: We needed to check the map before ____ the forest.

ดูคำตอบ

entering

So, there must be something critical ไวยากรณ์

4:28

ดังนั้น จึงต้องมีสิ่งที่สำคัญบางอย่าง

about the connection between the founders and their houses.

4:30

เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างผู้ก่อตั้งกับบ้านของพวกเขา

ไวยากรณ์

there must be something critical about ...: การอนุมานอย่างหนักแน่น

there must be ใช้เสนอข้อสรุปอย่างหนักแน่นว่าบางสิ่งมีอยู่ โดยอาศัยเบาะแส ผู้พูดมั่นใจว่าความเชื่อมโยงนั้นมีจุดสำคัญอยู่ ในที่นี้ must แสดงการอนุมาน ไม่ใช่หน้าที่หรือคำสั่ง something critical about the connection หมายถึงแง่มุมสำคัญของความเชื่อมโยงนั้นที่ยังไม่ได้ระบุชัด ส่วน So บอกว่าประโยคนี้เป็นข้อสรุปจากการให้เหตุผลก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ must be เพื่ออนุมานอย่างหนักแน่นจากหลักฐาน

  1. The lights are on, so there must be someone inside.
  2. There might be someone inside, but I have no evidence.
  3. You must lock the door before leaving.
ดูคำตอบ

The lights are on, so there must be someone inside.

Here's where a pattern emerges. ลำดับความ

4:34

นี่คือจุดที่รูปแบบปรากฏขึ้น

ลำดับความ

Here's where a pattern emerges: การส่งสัญญาณถึงข้อค้นพบสำคัญ

Here's where... ชี้ไปยังช่วงหนึ่งของคำอธิบายหรือการให้เหตุผล ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง ความหมายคือ “นี่คือจุดที่บางอย่างเกิดขึ้น” ใน a pattern emerges เบาะแสที่แยกจากกันเริ่มแสดงความสม่ำเสมอที่มีความหมาย ทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นสัญญาณว่า ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการสังเกตไปสู่ข้อค้นพบหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Here's where... เพื่อบอกว่าคำอธิบายกำลังเข้าสู่ข้อค้นพบสำคัญ

  1. We noticed two clues before lunch.
  2. Here's where the two clues begin to form a pattern.
  3. Here's the room where we keep the maps.
ดูคำตอบ

Here's where the two clues begin to form a pattern.

Every founder and house

4:36

ผู้ก่อตั้งและบ้านแต่ละหลัง

have exactly the same number of letters. วลี

4:38

มีจำนวนตัวอักษรเท่ากันทุกประการ

วลี

have exactly the same number of letters: แสดงว่าจำนวนเท่ากันทุกประการ

have the same number of + คำนามนับได้พหูพจน์ ใช้บอกว่าสองสิ่งขึ้นไปมีจำนวนของสิ่งที่นับได้เท่ากัน ในที่นี้ สิ่งที่นับคือตัวอักษรในชื่อของผู้ก่อตั้งแต่ละคนและชื่อบ้านที่ตรงกัน exactly เน้นความหมายของ same ว่าจำนวนตรงกันทุกประการ ไม่ใช่เพียงใกล้เคียง วาง exactly ไว้หน้า the same number of และสามารถเปลี่ยน letters เป็นคำนามนับได้พหูพจน์อื่น เช่น players, steps หรือ pages ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจำนวนเป้าหมาย: The two teams have exactly ____ players.

ดูคำตอบ

the same number of

This allows the founders ไวยากรณ์

4:41

สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ก่อตั้ง

to line up with their houses quite nicely. กริยาวลี

4:43

เรียงตัวให้ตรงกับบ้านของพวกเขาได้อย่างลงตัว

ไวยากรณ์

This allows ... to ...: บอกว่าเงื่อนไขทำให้สิ่งใดเป็นไปได้

ในที่นี้ This allows ... to ... หมายถึง “สิ่งนี้ทำให้…เป็นไปได้” โดย This อ้างถึงเงื่อนไขที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่ให้อนุญาต ในบริบทนี้ เงื่อนไขดังกล่าวทำให้ชื่อของผู้ก่อตั้งตรงกับชื่อบ้านของตนตามตำแหน่ง โครงสร้างคือ allow + กรรม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เพื่ออธิบายว่าเครื่องมือ การออกแบบ ข้อเท็จจริง หรือเงื่อนไขทำให้การกระทำหรือผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ quite nicely เสริมว่าผลลัพธ์ออกมาลงตัวหรือเข้ากันได้ดี

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ allow และเครื่องหมาย infinitive ลงในประโยค: The new search tool ____ users ____ find old messages quickly.

ดูคำตอบ

allows · to

กริยาวลี

line up with: เรียงตรงหรือสอดคล้องกับอีกฝ่าย

ในที่นี้ line up with หมายถึงการวางหรือจัดข้อมูลชุดหนึ่งให้ส่วนต่าง ๆ เรียงตรงและสอดคล้องกับอีกชุดหนึ่ง ในบริบทนี้ ชื่อผู้ก่อตั้งตรงกับชื่อบ้านตามตำแหน่ง ไม่ได้หมายถึงคนกำลังยืนรอเป็นแถว กรรมหลัง with ระบุอีกฝ่ายที่นำมาเทียบกัน วลีนี้ใช้บอกได้ทั้งการจัดแนวทางกายภาพและความสอดคล้องระหว่างป้ายกำกับ วันที่ แถวในตาราง หรือข้อมูลอื่น ๆ quite nicely บอกว่าการจับคู่นั้นลงตัวเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ตรงกันตามตำแหน่ง” ลงในประโยค: On the map, each symbol should ____ the correct location.

ดูคำตอบ

line up with

The first letters don't spell anything, ลำดับความ

4:46

ตัวอักษรตัวแรกไม่ได้สะกดเป็นคำอะไร

but let's look at the M's in the names again,

4:48

แต่ลองดูตัว M ในชื่ออีกครั้ง

and the letters they line up with.

4:52

และตัวอักษรที่จัดเรียงไว้ให้ตรงกัน

ลำดับความ

The first letters don't... but let's look at...: เปลี่ยนไปหาเบาะแสใหม่

ประโยคนี้ตัดแนวทางหนึ่งที่ไม่ให้ผลออกไปก่อน นั่นคือตัวอักษรแรก ๆ ไม่ได้ประกอบเป็นคำที่มีความหมาย จากนั้นอนุประโยคหลัง but ก็หันความสนใจไปยังตัว M และตัวอักษรที่เรียงตรงกับมัน ในที่นี้ but ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเปรียบต่างข้อเท็จจริงสองอย่าง ในโครงสร้าง X doesn't work, but let's try Y คำนี้จัดลำดับเหตุผลว่า วิธีแรกไม่ได้ผล จึงลองวิธีอื่นต่อ ส่วน let's ชวนผู้ฟังให้ทำขั้นต่อไปพร้อมกับผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกันในการตัดแนวทางหนึ่งออกแล้วเปลี่ยนไปหาเบาะแสอื่น

  1. The picture is useful because the message contains the code.
  2. The code isn't in the message, but let's check the picture instead.
  3. The code is in the message, and the picture is colorful.
ดูคำตอบ

The code isn't in the message, but let's check the picture instead.

M I N O T A U R.

4:55

M I N O T A U R

You shout out Minotaur to a stunned dining hall, กริยาวลี

5:00

คุณตะโกนว่า Minotaur ท่ามกลางห้องโถงรับประทานอาหารที่กำลังตกตะลึง

and a secret passage grinds open. สำนวน

5:03

และทางเดินลับก็เปิดออกพร้อมเสียงบดเสียด

กริยาวลี

shout out Minotaur: พูดคำตอบออกมาดัง ๆ

ใน shout out Minotaur คำว่า shout out หมายถึงพูดคำหรือคำตอบออกมาดัง ๆ เพื่อให้คนอื่นได้ยิน Minotaur คือเนื้อหาที่ถูกตะโกนออกมา ไม่ใช่คนที่ถูกตะโกนใส่ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ shout out + เนื้อหา เช่น shout out the answer หรือ shout out a name ใช้เมื่อมีคนบอกข้อมูลออกมาดัง ๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในกลุ่มคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya พูดคำตอบออกมาดัง ๆ

  1. Maya shouted out the answer as soon as she solved it.
  2. Maya shouted at Leo because she was angry.
  3. Maya wrote down the answer as soon as she solved it.
ดูคำตอบ

Maya shouted out the answer as soon as she solved it.

สำนวน

grinds open: เปิดออกอย่างหนักหน่วงพร้อมแรงเสียดสี

ใน “a secret passage grinds open” คำว่า grind บอกลักษณะการเคลื่อนไหวว่า ทางลับค่อย ๆ เปิดออกอย่างหนักหน่วง ขณะที่พื้นผิวเสียดสีกัน และมักมีเสียงครูดกระด้าง ไม่ได้หมายความว่าทางลับถูกบดเป็นผง เมื่อเทียบกับการใช้เพียง opens แล้ว grinds open เพิ่มทั้งเสียง แรงต้าน และความรู้สึกหนักให้กับฉาก รูปแบบคำกริยานี้ยังใช้บรรยายประตูหิน ประตูโลหะ หรือเครื่องจักรที่เปิดออกพร้อมแรงเสียดสีได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ grind open ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The ancient stone door ground open with a harsh scraping sound.
  2. The automatic glass door ground open silently and smoothly.
  3. The child ground open the paper envelope.
ดูคำตอบ

The ancient stone door ground open with a harsh scraping sound.

The wonders of House Minotaur are yours if you want them, ไวยากรณ์

5:07

ความมหัศจรรย์ของ House Minotaur เป็นของคุณหากคุณต้องการ

but being the first and only resident of the secret house ไวยากรณ์

5:11

แต่การเป็นผู้อยู่อาศัยคนแรกและคนเดียวของบ้านลับนี้

would come at a high price, สำนวน

5:15

ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว

loneliness.

5:16

นั่นคือความเหงา

ไวยากรณ์

are yours if you want: เสนอสิ่งหนึ่งให้เป็นทางเลือก

ใน “The wonders ... are yours” วลี are yours หมายความว่าสิ่งมหัศจรรย์เหล่านั้นพร้อมให้คุณได้รับ เพลิดเพลิน หรือสัมผัส Yours ไม่ได้จำกัดแค่การเป็นเจ้าของตามกฎหมาย แต่ยังใช้เสนอรางวัล โอกาส บทบาท หรือประสบการณ์ให้ใครสักคนได้ด้วย “If you want them” ปล่อยให้ผู้ฟังเป็นคนตัดสินใจ ผู้พูดกำลังเสนอทางเลือกที่น่าดึงดูด ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังยอมรับ ในประโยคนี้ ข้อเสนอที่น่าสนใจมาก่อน แล้ว but จึงนำเข้าสู่ราคาที่ต้องจ่ายคือความโดดเดี่ยว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอ票ที่เหลือหนึ่งใบอย่างเป็นธรรมชาติ และให้อีกฝ่ายตัดสินใจเองว่าจะรับหรือไม่

  1. The extra ticket are yours if you want them.
  2. The extra ticket is yours if you want it.
  3. The extra ticket is your if you want it.
ดูคำตอบ

The extra ticket is yours if you want it.

ไวยากรณ์

being ... would come at a high price: ประธานที่เป็น gerund และผลลัพธ์เชิงสมมติ

Being the first and only resident of the secret house เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค โดยทำให้สภาวะการเป็นผู้อยู่อาศัยคนนั้นกลายเป็นสิ่งที่ผู้พูดนำมาประเมิน Would come at a high price แสดงผลลัพธ์เชิงสมมติของการเลือกเช่นนั้น โดย would ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอดีต But เปลี่ยนจากข้อเสนอที่น่าดึงดูดไปสู่ข้อเสีย และ loneliness ระบุว่าข้อเสียนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานและใช้ would เพื่อแสดงผลลัพธ์เชิงสมมติ

  1. Work through the summer, and you will have little time to travel.
  2. Working through the summer would leave me little time to travel.
  3. I worked through the summer, so I had little time to travel.
ดูคำตอบ

Working through the summer would leave me little time to travel.

สำนวน

come at a high price: ต้องแลกด้วยผลเสียร้ายแรงที่ไม่ใช่เงิน

Come at a high price หมายถึงการได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือการตัดสินใจเลือกบางอย่างต้องอาศัยการเสียสละครั้งใหญ่ หรือก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรง Price ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ดังนั้นสิ่งที่ต้องเสียไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน ในประโยคนี้ loneliness ระบุโดยตรงว่าราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร สำนวนนี้นำโอกาสที่น่าดึงดูดมาเทียบกับผลเสียทางอารมณ์ที่มาพร้อมกับโอกาสนั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “มาพร้อมกับสิ่งที่ต้องเสียอย่างร้ายแรง” ลงในประโยค: Greater convenience can ____ if it costs us our privacy.

ดูคำตอบ

come at a high price

So, which will it be? ลำดับความ

5:18

แล้วคุณจะเลือกอะไร

Riches or friendship?

5:20

ความร่ำรวยหรือมิตรภาพ

ลำดับความ

So, which will it be? Riches or friendship? — การจบด้วยตัวเลือก A หรือ B

So บอกว่าสิ่งที่พูดมาก่อนหน้านี้มาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจแล้ว Which will it be? เป็นการถามให้ผู้ฟังเลือกจากตัวเลือกที่ทราบอยู่แล้ว ไม่ได้ถามว่าสิ่งหนึ่งจะกลายเป็นอะไรในอนาคต Riches or friendship? ระบุตัวเลือกสองอย่างโดยตรงด้วยคำถามสั้น ๆ ที่ตามมา เมื่อนำสองคำถามนี้มาใช้ร่วมกัน ความขัดแย้งในเรื่องจะถูกสรุปเป็นตัวเลือก A หรือ B ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้บ่อยในการจบเรื่อง สุนทรพจน์ หรือการอภิปรายโดยเน้นประเด็นหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปิดการอภิปรายได้เป็นธรรมชาติที่สุดด้วยการเสนอตัวเลือกที่ชัดเจนสองอย่าง?

  1. So, why do people enjoy traveling?
  2. So, which will it be? Staying home or coming with us?
  3. So, when did the discussion begin?
ดูคำตอบ

So, which will it be? Staying home or coming with us?

Whichever you choose, ไวยากรณ์

5:22

ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไร

you're probably looking for more problems to pit your mind against. วลี

5:24

คุณก็น่าจะกำลังมองหาปัญหาอื่นๆ ที่จะใช้ท้าทายสมองของคุณ

ไวยากรณ์

Whichever you choose, ... — ผลเดียวกันสำหรับทุกตัวเลือก

Whichever you choose หมายถึง “ไม่ว่าคุณจะเลือกตัวเลือกใด” ในที่นี้ Whichever ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับทุกทางเลือก และยังทำหน้าที่เป็นกรรมของ choose ด้วย จึงไม่ใช่คำนามที่วางเดี่ยว ๆ อนุประโยคนี้ครอบคลุมทุกความเป็นไปได้ในกลุ่มตัวเลือกที่ทราบอยู่แล้ว ส่วนประโยคหลักบอกผลที่ยังคงเป็นจริงสำหรับทุกตัวเลือก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Whichever + ประธาน + กริยา, ... เช่น Whichever you choose, ...

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ว่าจะเลือกข้อไหน” ให้ตรงตามต้นฉบับ: ____, both games are fun.

ดูคำตอบ

Whichever you choose

วลี

pit your mind against: เปรียบการคิดเป็นการแข่งขัน

pit A against B หมายถึงทำให้ A แข่งขันหรือเผชิญหน้ากับ B ในที่นี้ your mind คือ A และ the problems คือ B การแก้ปัญหาจึงถูกเปรียบเหมือนการแข่งขันที่ทดสอบความคิด ใน more problems to pit your mind against คำว่า problems คือสิ่งที่ความคิดต้องเผชิญ คำนี้ไม่ถูกกล่าวซ้ำหลัง against เพราะเอ่ยไว้ก่อนแล้ว วิธีพูดนี้ทำให้ความท้าทายเด่นชัดกว่าการพูดเพียง solve more problems

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง pit A against B: For fun, I like to ____ the hardest logic puzzles.

ดูคำตอบ

pit my mind against

Brilliant has you covered. วลี

5:28

Brilliant ช่วยคุณได้

วลี

has you covered: พร้อมตอบโจทย์สิ่งที่คุณต้องการ

have someone covered หมายถึงพร้อมจัดหาความช่วยเหลือ ทรัพยากร หรือวิธีแก้ปัญหาที่คนนั้นต้องการ ใน Brilliant has you covered แพลตฟอร์มกำลังบอกว่าสามารถจัดหาสิ่งที่ผู้ชมต้องการได้ โดย covered ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว โครงสร้างคือ ประธาน + have + คน + covered ในบทสนทนาโดยตรง I've got you covered และ we've got you covered เป็นรูปที่พบบ่อยมาก ใช้บอกว่าผู้พูดจะรับผิดชอบดูแลความต้องการหรือปัญหานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง have + คน + covered: If you have questions about your account, our support team ____.

ดูคำตอบ

has you covered

Brilliant's many courses in math, science, and computer science

5:29

หลักสูตรมากมายของ Brilliant ทั้งในด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์

feature interactive challenges and conundrums

5:34

นำเสนอความท้าทายเชิงโต้ตอบและปริศนาที่ซับซ้อน

that will help you take your mastery to the next level. วลี

5:37

ซึ่งจะช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญของคุณไปอีกขั้น

วลี

ช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญของคุณขึ้นไปอีกขั้น

ในวลี will help you take your mastery to the next level โครงสร้าง take + something + to the next level หมายถึงทำให้บางสิ่งพัฒนาสูงกว่าระดับปัจจุบัน คำว่า mastery หมายถึงการมีทักษะหรือความเข้าใจในระดับสูง ไม่ได้หมายถึงความเป็นเจ้าของหรือสถานะของผู้เป็นนาย วลีทั้งชุดนำเสนอการพัฒนานั้นว่าเป็นประโยชน์ที่น่าจะได้รับจากหลักสูตร ตรงนี้ next level มักใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อถึงความก้าวหน้าที่เห็นได้ชัด แต่ไม่ได้ระบุระดับอย่างเป็นทางการหรือผลลัพธ์ที่วัดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าการฝึกสอนทุกสัปดาห์ช่วยพัฒนาทักษะการนำเสนอให้สูงกว่าระดับปัจจุบันได้

  1. Weekly coaching can help you take your presentation skills to the next room.
  2. Weekly coaching can help you take your presentation skills to the next level.
  3. Weekly coaching can help you keep your presentation skills at the same level.
ดูคำตอบ

Weekly coaching can help you take your presentation skills to the next level.

You can try it out today at brilliant.org/teded, กริยาวลี

5:40

คุณสามารถทดลองใช้ได้วันนี้ที่ brilliant.org/teded

and the first 833 of you to use that link

5:44

และ 833 คนแรกที่ใช้ลิงก์นั้น

will receive 20% off the annual premium subscription fee. การใช้คำ

5:47

จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับค่าสมัครสมาชิกพรีเมียมรายปี

กริยาวลี

try it out: ทดลองใช้หรือสัมผัสจริง

try something out หมายถึงการใช้หรือทดสอบผลิตภัณฑ์ บริการ เครื่องมือ วิธีการ หรือกิจกรรมจริง ๆ เพื่อดูว่าเป็นอย่างไรหรือเหมาะกับคุณหรือไม่ ในประโยคนี้ it หมายถึง Brilliant ดังนั้น try it out จึงเป็นการชวนผู้ฟังให้ลองใช้บริการด้วยตนเอง try out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง try out the app และ try the app out แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค จึงใช้ try it out ไม่ใช่ try out it ตรงนี้ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงข้างนอก

แบบฝึกหัด

ใช้ try out กับคำสรรพนาม it เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This study app is free for a week, so you can ____.

ดูคำตอบ

try it out

การใช้คำ

ได้รับส่วนลด 20% สำหรับค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีแบบพรีเมียม

ในข้อเสนอนี้ receive 20% off the annual premium subscription fee หมายถึงผู้ขายลดค่าธรรมเนียมตามราคาที่ประกาศไว้สำหรับการสมัครแผนพรีเมียมหนึ่งปีลง 20% ดังนั้น ก่อนรวมภาษีหรือค่าใช้จ่ายอื่น ลูกค้าจ่าย 80% ของค่าธรรมเนียมนั้น รูปแบบบอกราคาที่นำไปใช้ได้อีกคือ receive หรือ get + เปอร์เซ็นต์ + off + ราคาหรือค่าธรรมเนียมที่ระบุ ในที่นี้ annual บอกว่าค่าธรรมเนียมที่ได้ส่วนลดคือค่าสมัครพรีเมียมสำหรับหนึ่งปีเต็ม

แบบฝึกหัด

การสมัครแผนพรีเมียมรายปีมีราคาปกติ 100 ดอลลาร์ หากค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีลด 20% คุณต้องจ่ายเท่าไรก่อนรวมภาษี

  1. $120
  2. $20
  3. $80
ดูคำตอบ

$80