เลือกตั้งปี 2020: พรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งวุฒิสภาได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Economist

ความยากในการเรียน
1,224 คำ 168 คำ/นาที

ภาพรวม: The Economist ผสานผลสำรวจกับปัจจัยพื้นฐานเพื่อพยากรณ์การเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐฯ ปี 2020 ทดสอบและอัปเดตแบบจำลอง พร้อมยอมรับความไม่แน่นอนจากโรคระบาด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “within the margin of error.” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: ความนำที่เห็นอาจเป็นความไม่แน่นอนของการสุ่มตัวอย่าง จึงไม่ควรถือว่าได้เปรียบแน่นอน 2. “part and parcel of” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: หมายถึงส่วนที่มีอยู่โดยเนื้อแท้และแยกไม่ได้ ใช้อธิบายบทบาทโดยไม่แปล parcel ว่าพัสดุ 3. “however good the model.” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: however + คำคุณศัพท์ + ประธาน หมายถึง “ไม่ว่าจะดีเพียงใด” จึงยอมรับจุดแข็งพร้อมชี้ข้อจำกัดที่ยังอยู่ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Who's going to win America's election?

0:00

ใครจะชนะการเลือกตั้งของอเมริกา?

Today was the day of a thousand polls.

0:03

วันนี้เป็นวันที่มีผลโพลออกมานับพัน

It's a question everyone is trying to answer.

0:06

มันเป็นคำถามที่ทุกคนพยายามหาคำตอบ

Joe Biden up over President Trump. การใช้คำ

0:08

โจ ไบเดน มีคะแนนนำประธานาธิบดีทรัมป์

การใช้คำ

up over ในการรายงานผลสำรวจ

ในสำนวนข่าวผลสำรวจแบบย่อ Joe Biden up over President Trump หมายความว่าโจ ไบเดนมีคะแนนนำประธานาธิบดีทรัมป์ในผลสำรวจที่รายงานอยู่ โดยละคำกริยา is ซึ่งพบได้บ่อยในพาดหัวข่าว คำบรรยาย และกราฟิกบนหน้าจอ ในที่นี้ up สื่อถึงการได้เปรียบหรือการนำ ส่วน over ใช้นำหน้าบุคคลที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งอยู่เหนืออีกคนในตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในกราฟิกผลสำรวจ “Rivera up over Chen” หมายความว่าอะไร?

  1. Rivera อยู่เหนือ Chen ในตำแหน่งทางกายภาพ
  2. คะแนนสนับสนุน Rivera เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าพอดี
  3. Rivera นำ Chen ในผลสำรวจ
ดูคำตอบ

Rivera นำ Chen ในผลสำรวจ

Donald Trump is within the margin of error. การใช้คำ

0:11

โดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในช่วงขอบเขตความคลาดเคลื่อน

การใช้คำ

within the margin of error: อยู่ภายในค่าความคลาดเคลื่อน

ในการรายงานผลสำรวจ within the margin of error หมายความว่าผลต่างที่สังเกตได้เล็กพอที่จะอธิบายได้ด้วยความไม่แน่นอนตามปกติจากการสุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างอาจแสดงว่าผู้สมัครคนหนึ่งนำอยู่ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานที่หนักแน่นว่าผู้สมัครคนนั้นนำจริงในประชากรทั้งหมด สำนวนนี้อธิบายผลต่างระหว่างค่าประมาณ ไม่ได้หมายความว่าตัวผู้สมัครอยู่ใน “พื้นที่ความผิดพลาด” และไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้สมัครมีคะแนนเท่ากันพอดี

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นการตีความ “The lead is within the margin of error” ที่ดีที่สุด?

  1. ผู้สมัครต้องมีคะแนนสนับสนุนเท่ากันพอดี
  2. ผู้สมัครที่รายงานว่านำอยู่จะชนะอย่างแน่นอน
  3. ผลสำรวจไม่มีข้อมูลที่นำไปใช้ได้เลย
  4. กลุ่มตัวอย่างยังยืนยันไม่ได้ว่ามีคะแนนนำที่ชัดเจนในประชากรทั้งหมด
ดูคำตอบ

กลุ่มตัวอย่างยังยืนยันไม่ได้ว่ามีคะแนนนำที่ชัดเจนในประชากรทั้งหมด

Most of the focus is on the presidency,

0:13

จุดสนใจส่วนใหญ่อยู่ที่ตำแหน่งประธานาธิบดี

but there's another crucial race.

0:16

แต่ยังมีการแข่งขันที่สำคัญอีกสนามหนึ่ง

With Democrats and Republicans battling for control of the Senate in 2020.

0:19

นั่นคือการที่พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเสียงข้างมากในวุฒิสภาปี 2020

The Democrats hope this is their chance to win back the Senate.

0:23

พรรคเดโมแครตหวังว่านี่จะเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้วุฒิสภากลับคืนมา

After five years,

0:26

หลังจากผ่านไปห้าปี

the Democrats are in with a shot of taking back America's Senate. สำนวน

0:27

พรรคเดโมแครตมีโอกาสที่จะได้วุฒิสภาของอเมริกากลับคืนมา

สำนวน

in with a shot of + คำกริยาเติม -ing: มีโอกาสจริง

in with a shot of เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be in with a shot of + คำกริยาเติม -ing สำนวนไม่เป็นทางการนี้หมายถึงมีโอกาสจริงที่จะทำบางอย่างสำเร็จ แต่ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ในประโยคนี้หมายความว่าพรรคเดโมแครตมีความเป็นไปได้จริงที่จะกลับมาควบคุมวุฒิสภาสหรัฐฯ shot ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบว่าหมายถึง “โอกาส” ไม่ใช่การยิงหรือการฉีดยา ห้ามตัด with ออก และวลีกริยาเติม -ing หลัง of ระบุว่ามีโอกาสทำอะไรสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “มีโอกาสจริง”: After winning the first two rounds, our team is ____ reaching the final.

ดูคำตอบ

in with a shot of

But with 35 individual races to follow,

0:32

แต่ด้วยการแข่งขันระดับบุคคลถึง 35 ที่นั่งให้ติดตาม

the result is harder to predict than the presidency.

0:35

ผลลัพธ์จึงคาดเดาได้ยากกว่าตำแหน่งประธานาธิบดี

So, how do you work out who will win?

0:39

แล้วคุณจะคำนวณได้อย่างไรว่าใครจะชนะ?

The Economist might have the answer.

0:42

The Economist อาจมีคำตอบ

Control of Congress can make or break a presidency, สำนวน

0:51

การควบคุมรัฐสภาสามารถชี้ชะตาตำแหน่งประธานาธิบดีได้

สำนวน

make or break: ชี้ขาดความสำเร็จหรือความล้มเหลว

make or break เป็นสำนวนที่หมายถึงการตัดสินว่าบุคคลหรือสิ่งใดจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ในประโยคนี้ การควบคุมสภาคองเกรสอาจเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จโดยรวมของวาระประธานาธิบดี โดย make และ break ไม่ได้หมายถึงการกระทำตามตัวอักษร โครงสร้างที่พบบ่อยคือ X can make or break Y ซึ่งแสดงว่า X เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจชี้ขาด ไม่ใช่เพียงอิทธิพลเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ตัดสินความสำเร็จหรือความล้มเหลว”: One final interview can ____ your job application.

ดูคำตอบ

make or break

especially one intent on delivering change. ไวยากรณ์

0:54

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ตั้งใจจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง

ไวยากรณ์

intent on delivering: โครงสร้าง be intent on + -ing

ในที่นี้ intent เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่” โครงสร้างคือ be + intent on + คำนามหรือรูป -ing ดังนั้น intent on delivering จึงหมายถึงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้เกิดหรือผลักดันความเปลี่ยนแปลง วลีนี้นำเสนอเป้าหมายว่าเป็นสิ่งที่ผู้พูดจดจ่ออย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแผนทั่ว ๆ ไป ในบริบทนี้ one ย้อนกลับไปหมายถึงวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ประกอบด้วยคำคุณศัพท์และคำบุพบท ซึ่งหมายถึง “มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่”: The team is ____ finding a long-term solution.

ดูคำตอบ

intent on

If you just look at the presidency of Barack Obama,

0:57

หากคุณมองไปที่สมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา

he passed a bunch of major legislation during the first two years of his term.

1:00

เขาผ่านกฎหมายสำคัญๆ มากมายในช่วงสองปีแรกของการดำรงตำแหน่ง

The healthcare reform,

1:05

การปฏิรูประบบดูแลสุขภาพ

also the financial reform.

1:07

รวมถึงการปฏิรูปทางการเงินด้วย

And then once the Republicans won the House in 2010, วัฒนธรรม

1:08

และหลังจากที่พรรครีพับลิกันชนะสภาผู้แทนราษฎรในปี 2010

วัฒนธรรม

the House: สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

ในบริบทการเมืองสหรัฐฯ นี้ the House เป็นชื่อย่อของ House of Representatives หรือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสภาของรัฐสภาสหรัฐฯ อีกสภาหนึ่งคือวุฒิสภา To win the House หมายถึงชนะที่นั่งมากพอที่จะควบคุมสภานี้ได้ ในประโยคนี้หมายความว่าพรรครีพับลิกันได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในปี 2010

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The Republicans won the House in 2010,” คำว่า the House หมายถึงอะไร?

  1. ทำเนียบขาว
  2. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
  3. บ้านพักส่วนบุคคล
ดูคำตอบ

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

that was that. สำนวน

1:11

ทุกอย่างก็จบลง

สำนวน

That was that: เรื่องจบลงตรงนั้น

That was that เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่าเรื่องในอดีตจบลง ณ จุดนั้น สถานการณ์ถูกตัดสินแล้ว และไม่มีการดำเนินการ การพูดคุย หรือโอกาสจริงที่จะเปลี่ยนแปลงอีก that ที่ซ้ำกันไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของสองอย่าง โครงสร้างทั้งหมดทำหน้าที่เป็นคำสรุปปิดเรื่อง มักใช้หลังเหตุการณ์สั้น ๆ หรือการตัดสินใจที่กำหนดทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'After one refusal, that was that,' คำว่า 'that was that' หมายความว่าอะไร

  1. สิ่งของสองอย่างปรากฏว่าเหมือนกันทุกประการ
  2. ผู้พูดไม่รู้ว่า 'that' หมายถึงอะไร
  3. เรื่องจบลงตรงนั้นและไม่เปิดให้เปลี่ยนแปลงอีก
ดูคำตอบ

เรื่องจบลงตรงนั้นและไม่เปิดให้เปลี่ยนแปลงอีก

No more legislative achievements for six years.

1:12

ไม่มีความสำเร็จทางกฎหมายใดๆ อีกเลยเป็นเวลาหกปี

Mitch McConnell,

1:16

มิตช์ แมคคอนเนลล์

the Senate Majority Leader at the end of Barack Obama's time in office, วัฒนธรรม

1:16

ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาในช่วงปลายวาระการดำรงตำแหน่งของบารัค โอบามา

วัฒนธรรม

Senate Majority Leader: ผู้นำพรรคเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ

Senate Majority Leader คือตำแหน่งของผู้นำหลักของพรรคที่ควบคุมวุฒิสภาสหรัฐฯ บุคคลนี้ช่วยกำหนดวาระด้านกฎหมาย จัดลำดับเรื่องสำคัญ และประสานงานพรรคเสียงข้างมาก ในวลีนี้ ตำแหน่งดังกล่าวอธิบายว่าทำไมบุคคลนั้นจึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อร่างกฎหมายและการรับรองผู้ได้รับการเสนอชื่อ ตำแหน่งนี้เป็นผู้นำพรรคและวาระการประชุม ไม่ใช่อำนาจสั่งการทางบริหารโดยตรงเหนือวุฒิสมาชิกทุกคน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ Senate Majority Leader มากที่สุด

  1. ผู้นำที่ได้รับเลือกของสภาผู้แทนราษฎร
  2. ผู้ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือรองประธานาธิบดี
  3. ผู้นำพรรคเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งช่วยกำหนดวาระของวุฒิสภา
ดูคำตอบ

ผู้นำพรรคเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งช่วยกำหนดวาระของวุฒิสภา

saw blocking democratic motions as part and parcel of his job. สำนวน

1:20

มองว่าการสกัดกั้นญัตติของพรรคเดโมแครตเป็นส่วนหนึ่งของงานของเขา

สำนวน

part and parcel of: ส่วนที่แยกไม่ออก

ในประโยคนี้ part and parcel of หมายถึง “ส่วนที่จำเป็นหรือแยกออกไม่ได้ของบางสิ่ง” การขัดขวางญัตติไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นงานเสริม แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในขอบเขตงานตามที่เขามองอยู่แล้ว โครงสร้างตายตัวคือ part and parcel of + คำนามหรือรูป -ing มักใช้บอกว่าลักษณะบางอย่าง—ซึ่งบางครั้งอาจยากหรือไม่พึงประสงค์—เป็นสิ่งที่เกิดควบคู่ไปตามธรรมชาติกับบทบาท กระบวนการ หรือประสบการณ์ที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ส่วนที่แยกออกไม่ได้และคาดหมายได้”: Handling last-minute changes is ____ event planning.

ดูคำตอบ

part and parcel of

I was in charge of what we did the last two years of the Obama administration.

1:25

ผมเป็นผู้รับผิดชอบสิ่งที่เราทำในช่วงสองปีสุดท้ายของรัฐบาลโอบามา

I give you full credit for that.

1:29

ผมขอยกความดีความชอบทั้งหมดนั้นให้คุณเลย

There is no doubt in my mind that if Joe Biden wins the presidency, วลี

1:31

ผมไม่สงสัยเลยว่าหากโจ ไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

วลี

There is no doubt in my mind that: ความมั่นใจส่วนตัวอย่างหนักแน่น

There is no doubt in my mind that ใช้นำข้อความที่ผู้พูดเชื่อมั่นอย่างเต็มที่เป็นการส่วนตัว ในที่นี้ทำให้คำคาดการณ์หลัง that ฟังหนักแน่นและชัดเจนกว่าความเห็นที่ยังไม่แน่ใจมาก โครงสร้างคือ There is no doubt in my mind that + อนุประโยค ส่วน in my mind เน้นความเชื่อมั่นของผู้พูดเอง ไม่ได้หมายความว่าข้อความที่ตามมาเป็นเพียงเรื่องในจินตนาการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอคำคาดการณ์ว่าเป็นความเชื่อมั่นส่วนตัวที่แน่นอนของผู้พูด

  1. There is no doubt in my mind that the plan will succeed.
  2. I think that the plan might succeed.
  3. It is possible that the plan will succeed.
ดูคำตอบ

There is no doubt in my mind that the plan will succeed.

Mitch McConnell will respond to his nominees and legislative initiatives exactly the way he did to Barack Obama,

1:35

มิตช์ แมคคอนเนลล์จะตอบโต้ผู้ที่เขาเสนอชื่อและร่างกฎหมายต่างๆ แบบเดียวกับที่เขาทำกับบารัค โอบามา

which is to block everything that he possibly can.

1:44

นั่นก็คือการขัดขวางทุกวิถีทางที่เขาจะทำได้

There are 35 Senate seats up for grabs in November. สำนวน

1:47

มีที่นั่งในวุฒิสภา 35 ที่นั่งให้ช่วงชิงในเดือนพฤศจิกายน

สำนวน

up for grabs: ยังเปิดให้ชิง

Up for grabs เป็นสำนวนที่หมายถึงสิ่งหนึ่งยังเปิดให้ชนะ อ้างสิทธิ์ หรือคว้ามาได้ผ่านการแข่งขันบางรูปแบบ ในประโยคนี้ ที่นั่งในวุฒิสภา 35 ที่นั่งยังไม่มีผู้ชนะ และการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนจะตัดสินว่าใครจะได้ที่นั่งเหล่านั้น สำนวนนี้ชี้ว่าผลลัพธ์ยังเปิดกว้างและไม่แน่นอน ไม่ได้หมายความว่าใครก็สามารถเอาที่นั่งไปได้โดยไม่ต้องมีคุณสมบัติ ทำตามกฎ หรือผ่านการเลือกตั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ยังเปิดให้ชิงได้”: With one award still unclaimed, the final scholarship is ____.

ดูคำตอบ

up for grabs

The Republicans are defending 23 seats,

1:52

พรรครีพับลิกันกำลังป้องกัน 23 ที่นั่ง

the Democrats 12.

1:55

พรรคเดโมแครต 12 ที่นั่ง

To take control,

1:57

เพื่อที่จะได้อำนาจควบคุม

the Democrats will need to gain at least four.

1:58

พรรคเดโมแครตจะต้องได้เพิ่มอย่างน้อยสี่ที่นั่ง

Three if Biden wins the presidency,

2:01

สามที่นั่งถ้าไบเดนชนะประธานาธิบดี

as the Vice President decides on tied votes. วัฒนธรรม

2:04

เนื่องจากรองประธานาธิบดีจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดหากคะแนนเสียงเสมอกัน

วัฒนธรรม

รองประธานาธิบดีชี้ขาดเมื่อคะแนนเสียงเสมอกัน

ในสหรัฐอเมริกา รองประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาด้วย โดยปกติรองประธานาธิบดีจะไม่ลงคะแนนในวุฒิสภา แต่สามารถลงคะแนนชี้ขาดได้เมื่อคะแนนของสมาชิกวุฒิสภาแบ่งเท่ากัน ดังนั้น decides on tied votes จึงหมายความว่ารองประธานาธิบดีสามารถตัดสินผลในสถานการณ์พิเศษนี้ ไม่ได้หมายความว่ารองประธานาธิบดีควบคุมการลงคะแนนทุกครั้งของวุฒิสภา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าพรรคใดครองตำแหน่งรองประธานาธิบดีอาจมีความสำคัญเมื่อวุฒิสภาแบ่งเป็นสองฝ่ายเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นมีความหมายอย่างไรในบริบทนี้?

  1. รองประธานาธิบดีเป็นผู้กำหนดว่าสมาชิกวุฒิสภาทุกคนต้องลงคะแนนอย่างไร
  2. รองประธานาธิบดีสามารถลงคะแนนชี้ขาดได้เมื่อคะแนนในวุฒิสภาแบ่งเท่ากัน
  3. รองประธานาธิบดีสามารถใช้การตัดสินใจส่วนตัวแทนการลงคะแนนใด ๆ ของวุฒิสภาได้
ดูคำตอบ

รองประธานาธิบดีสามารถลงคะแนนชี้ขาดได้เมื่อคะแนนในวุฒิสภาแบ่งเท่ากัน

But trying to predict the result is not an easy task.

2:07

แต่การพยายามทำนายผลลัพธ์ไม่ใช่เรื่องง่าย

There's so many different races with so many different candidates and so many different polls.

2:10

มีการแข่งขันที่แตกต่างกันมากมาย ผู้สมัครที่ต่างกันมากมาย และผลโพลที่ต่างกันมากมาย

I mean,

2:14

ผมหมายถึง

there's just no way that one person could keep track of it all in their head. กริยาวลี

2:14

มันไม่มีทางเลยที่คนๆ เดียวจะจดจำเรื่องทั้งหมดนั้นไว้ในหัวได้

กริยาวลี

keep track of สำหรับการติดตามอย่างต่อเนื่อง

ในที่นี้ keep track of หมายถึงการรับรู้และติดตามข้อมูลจำนวนมากอย่างต่อเนื่องเมื่อข้อมูลเปลี่ยนไป ผู้พูดหมายความว่าคนเพียงคนเดียวไม่สามารถเก็บรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการหาเสียง ผู้สมัคร และผลสำรวจไว้ในหัวได้อย่างแม่นยำ โครงสร้างคือ keep track of + คำนามหรือคำสรรพนาม วลีนี้เน้นการใส่ใจอย่างต่อเนื่องและการรู้สถานะล่าสุด ไม่ใช่การจำเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย keep track of: I use a spreadsheet to ____ my monthly expenses.

ดูคำตอบ

keep track of

And fortunately,

2:19

และโชคดี

we have computers to do that for us.

2:20

ที่เรามีคอมพิวเตอร์ทำสิ่งนั้นแทนเรา

Earlier this year,

2:22

เมื่อต้นปีนี้

Dan began work on creating a model to predict the result of the Senate vote.

2:23

แดนเริ่มลงมือสร้างโมเดลเพื่อทำนายผลการลงคะแนนเสียงของวุฒิสภา

It was probably a good three months of non-stop work including nights and weekends this July,

2:28

มันน่าจะเป็นเวลาสามเดือนเต็มของการทำงานไม่หยุดพัก รวมถึงช่วงกลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์ในเดือนกรกฎาคมนี้

August, September.

2:36

สิงหาคม และกันยายน

It's about as big as a project as anything I've ever done.

2:37

มันเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาเลย

All of that work for one crucial number,

2:42

งานทั้งหมดนั้นเพื่อตัวเลขสำคัญเพียงตัวเดียว

the percentage chance of a victory.

2:45

เปอร์เซ็นต์โอกาสในการได้รับชัยชนะ

As of October 6th,

2:48

ณ วันที่ 6 ตุลาคม

our model gave the Democrats a 71% chance of winning the Senate.

2:49

โมเดลของเราให้โอกาสพรรคเดโมแครต 71% ที่จะชนะวุฒิสภา

If you click on the link above,

2:55

หากคุณคลิกที่ลิงก์ด้านบน

it'll take you to the most up-to-date forecast.

2:57

มันจะพาคุณไปสู่การคาดการณ์ที่อัปเดตที่สุด

But why trust this number more than the polls?

3:00

แต่ทำไมถึงต้องเชื่อตัวเลขนี้มากกว่าผลโพล?

The Economist's model takes in two sources of information to produce its predictions. กริยาวลี

3:04

โมเดลของ The Economist นำข้อมูลจากสองแหล่งมาใช้เพื่อสร้างการทำนาย

กริยาวลี

takes in ในความหมายว่ารับเป็นอินพุต

ในที่นี้ takes in หมายถึงการรับข้อมูลเข้ามาเป็นอินพุตเพื่อให้แบบจำลองนำไปใช้ แหล่งข้อมูลทั้งสองป้อนข้อมูลเข้าสู่กระบวนการคาดการณ์ของแบบจำลอง รูปแบบ take in + information หรือ data ใช้บรรยายคน อุปกรณ์ หรือระบบที่รับสิ่งต่าง ๆ เข้ามาเพื่อประมวลผล ในความหมายนี้ take in เน้นสิ่งที่เข้าสู่กระบวนการ ไม่ใช่สิ่งที่ออกมาจากกระบวนการ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ take in เพื่อเติมประโยค: Every minute, the sensor ____ fresh data from the road.

ดูคำตอบ

takes in

The first is those polls.

3:09

อย่างแรกคือผลโพลเหล่านั้น

You can get quite accurate predictions of how legislative elections are going to go การใช้คำ

3:13

คุณสามารถได้การทำนายที่ค่อนข้างแม่นยำว่าการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติจะเป็นไปในทิศทางใด

การใช้คำ

are going to go: be going to ที่บอกอนาคตและ go ที่บอกการดำเนินไปหรือผลของเหตุการณ์

ใน are going to go นั้น are going to คือโครงสร้างอนาคต be going to + กริยารูปพื้นฐาน ส่วน go ตัวสุดท้ายคือกริยารูปพื้นฐานนั้น ไม่ใช่คำที่พูดซ้ำโดยผิดพลาด และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด เมื่อ go ใช้บรรยายเหตุการณ์ เช่น การเลือกตั้ง การประชุม หรือการสัมภาษณ์ คำนี้อาจหมายถึงดำเนินไป พัฒนาไป หรือจบลงอย่างไร อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ถามว่าคาดว่าการเลือกตั้งจะดำเนินไปหรือมีผลอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำ be going to + go โดยใช้รูปของ be ให้ถูกต้อง: I wonder how the interview ____.

ดูคำตอบ

is going to go

using polls when you have a lot of quality polls taken really close to an election.

3:18

โดยใช้ผลโพลเมื่อคุณมีโพลคุณภาพดีจำนวนมากที่จัดทำขึ้นในช่วงที่ใกล้กับการเลือกตั้งมากๆ

The problem is the quality and quantity of polls for Senate races vary widely state by state.

3:24

ปัญหาคือคุณภาพและปริมาณของโพลสำหรับการเลือกตั้งวุฒิสภาแตกต่างกันมากในแต่ละรัฐ

And every race counts.

3:31

และทุกการแข่งขันมีความสำคัญ

That leaves you very, very in the dark in races that don't have much or any polling. สำนวน

3:34

นั่นทำให้คุณมืดแปดด้านมากๆ ในการแข่งขันที่ไม่มีผลโพลหรือมีโพลน้อยมาก

สำนวน

in the dark: ขาดข้อมูลและไม่รู้สถานการณ์

in the dark เป็นสำนวนที่หมายถึงคนคนหนึ่งมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะเข้าใจสถานการณ์หรือรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ในที่นี้หมายถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากการมีผลสำรวจน้อยมากหรือไม่มีเลย ไม่ได้หมายถึงการอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีแสง โครงสร้าง be in the dark บรรยายสภาพของคนที่ไม่มีข้อมูล สามารถตามด้วย about + หัวข้อได้ เช่น be in the dark about the schedule

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกเพียงว่าพนักงานไม่มีข้อมูล โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวโทษว่ามีใครจงใจซ่อนข้อมูลไว้

  1. The manager kept the employees in the dark about the new policy.
  2. The employees worked in a dark office during the power cut.
  3. The employees were in the dark about the new policy.
ดูคำตอบ

The employees were in the dark about the new policy.

So, the model also looks at a range of historical factors.

3:39

ดังนั้น โมเดลนี้จึงดูที่ปัจจัยทางประวัติศาสตร์หลายอย่างด้วย

Things like a state's voting history,

3:43

สิ่งต่างๆ เช่น ประวัติการลงคะแนนเสียงของรัฐ

whether a candidate is the incumbent, การใช้คำ

3:46

ว่าผู้สมัครเป็นเจ้าของตำแหน่งเดิมหรือไม่

การใช้คำ

the incumbent: ผู้ดำรงตำแหน่งอยู่เดิม

ในที่นี้ the incumbent หมายถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่งซึ่งกำลังมีการแข่งขันอยู่แล้ว และตอนนี้ลงสมัครเพื่อรักษาตำแหน่งนั้นไว้ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำนาม: the + incumbent Incumbent บอกสถานะว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เข้าร่วมการเลือกตั้ง ผู้สมัครอาจเป็นผู้ดำรงตำแหน่งเดิมหรือผู้ท้าชิงก็ได้ ดังนั้นข้อมูลนี้จึงอาจสำคัญต่อการประเมินการเลือกตั้ง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หมายถึงผู้สมัครซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่แล้วให้สมบูรณ์: In the mayoral race, ____ is seeking another term.

ดูคำตอบ

the incumbent

their political experience,

3:48

ประสบการณ์ทางการเมืองของพวกเขา

or how much money they've raised.

3:50

หรือจำนวนเงินที่พวกเขาระดมทุนมาได้

Political science nerds call these factors fundamentals. การใช้คำ

3:53

เนิร์ดทางรัฐศาสตร์เรียกปัจจัยเหล่านี้ว่า ปัจจัยพื้นฐาน (fundamentals)

การใช้คำ

fundamentals ในแบบจำลองการเลือกตั้ง

ในที่นี้ fundamentals เป็นคำนามพหูพจน์เชิงวิชาการ หมายถึงปัจจัยเบื้องหลังที่ค่อนข้างคงที่ซึ่งใช้ประเมินการเลือกตั้ง เช่น ประวัติการลงคะแนน สถานะผู้ดำรงตำแหน่งเดิม ประสบการณ์ของผู้สมัคร และการระดมทุน คำนี้รวมสัญญาณเชิงโครงสร้างเหล่านี้ไว้เป็นกลุ่มเดียว แตกต่างจากภาพ ณ ช่วงเวลาหนึ่งอย่างผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุด และในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงทักษะพื้นฐานที่เรียนในห้องเรียน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The model relies on fundamentals rather than today's poll,” คำว่า fundamentals หมายถึงอะไร

  1. การวัดความนิยมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากผลสำรวจล่าสุด
  2. ปัจจัยพื้นฐาน เช่น สถานะผู้ดำรงตำแหน่งเดิม การลงคะแนนในอดีต ประสบการณ์ และการระดมทุน
  3. บทเรียนพื้นฐานสำหรับผู้ที่ลงคะแนนเป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ

ปัจจัยพื้นฐาน เช่น สถานะผู้ดำรงตำแหน่งเดิม การลงคะแนนในอดีต ประสบการณ์ และการระดมทุน

You can produce predictions of results in these races based on all of those sort of benchmark

3:58

คุณสามารถสร้างการทำนายผลลัพธ์ในการแข่งขันเหล่านี้โดยอิงจากเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมดนั้น

quote-unquote fundamental factors without seeing a single poll. การใช้คำ

4:08

ที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยที่ไม่ต้องดูผลโพลเลยแม้แต่อันเดียว

การใช้คำ

quote-unquote: ทำเครื่องหมายชื่อเรียกที่ตามมา

quote-unquote เป็นคำพูดที่ใช้บอกว่าคำหรือวลีถัดไปควรอยู่ในเครื่องหมายคำพูด ในที่นี้ ผู้พูดนำเสนอ fundamental factors ว่าเป็นชื่อเรียกที่ใช้กับปัจจัยเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดยอมรับถ้อยคำนี้เป็นของตนอย่างเต็มที่ คำนี้อาจแสดงการเว้นระยะ ความสงวนท่าที หรือการประชด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท แต่ไม่ได้หมายถึงการเสียดสีอย่างรุนแรงเสมอไป หลักสังเกตที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ ให้เข้าใจสำนวนถัดไปว่าเป็นชื่อเรียกที่ถูกยกมา

แบบฝึกหัด

quote-unquote ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. คำนี้ทำให้ fundamental factors เป็นคำที่ถูกยกมาหรือเป็นชื่อเรียก และอาจแสดงว่าผู้พูดเว้นระยะจากถ้อยคำนั้น
  2. คำนี้หมายความว่าผู้พูดกำลังจบคำพูดอ้างอิงโดยตรงจากบุคคลที่ระบุไว้
  3. คำนี้บอกให้ผู้ฟังพูด fundamental factors ซ้ำออกมาดัง ๆ
ดูคำตอบ

คำนี้ทำให้ fundamental factors เป็นคำที่ถูกยกมาหรือเป็นชื่อเรียก และอาจแสดงว่าผู้พูดเว้นระยะจากถ้อยคำนั้น

But first,

4:12

แต่ก่อนอื่น

the model has to estimate the impact each of those factors is likely to have on the result.

4:13

โมเดลจะต้องประเมินผลกระทบที่แต่ละปัจจัยเหล่านี้น่าจะมีต่อผลลัพธ์

To work that out, กริยาวลี

4:19

เพื่อที่จะคำนวณสิ่งนั้น

กริยาวลี

work that out: หาคำตอบด้วยการให้เหตุผล

work out หมายถึง “หาคำตอบหรือแก้ปัญหาด้วยการคิด คำนวณ หรือวิเคราะห์” ส่วน that ย้อนกลับไปถึงคำถามว่าปัจจัยแต่ละอย่างส่งผลต่อผลลัพธ์มากเพียงใด ดังนั้น To work that out จึงหมายถึง “เพื่อหาคำตอบเรื่องนั้น” work out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ตรงกลาง เช่น work that out หรือ work it out ไม่ใช่ work out that หรือ work out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ work out และคำสรรพนาม it: The bill lists each item price but not the total, so I can ____.

ดูคำตอบ

work it out

it is tested on an election for which we already know the result.

4:21

มันถูกนำไปทดสอบกับการเลือกตั้งที่เรารู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว

You say,

4:25

คุณพูดว่า

"Okay, let's give our model the data from every election year except for say 1976.

4:26

"โอเค ลองให้ข้อมูลการเลือกตั้งทุกปีแก่โมเดลของเรา ยกเว้นปี 1976 สมมติว่านะ

And based on everything we knew from every year but 1976,

4:33

และจากสิ่งที่เราได้รู้จากทุกๆ ปี ยกเว้นปี 1976

what would we have predicted for 1976?" ไวยากรณ์

4:37

เราจะทำนายปี 1976 ว่าอย่างไร?"

ไวยากรณ์

what would we have predicted: ผลลัพธ์ในอดีตที่สมมติขึ้น

Would have + คำกริยาช่องที่ 3 ใช้บอกผลลัพธ์ในอดีตที่สมมติขึ้น ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง ในประโยคคำถาม would จะอยู่หน้าประธาน: what + would + we + have + predicted ในที่นี้ ผู้พูดถามว่าโมเดลน่าจะให้คำทำนายอะไร หากสมมติว่าได้ซ่อนผลของปี 1976 ไว้ ไม่ได้ถามว่าในปี 1976 มีการทำนายอะไรเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามโดยใช้ would have + รูป past participle ของ predict: If the 1976 result had been hidden, what ____ for that year?

ดูคำตอบ

would we have predicted

It does terribly.

4:40

มันทำได้แย่มาก

You say, "Oops,

4:43

คุณก็บอกว่า "อุ๊บส์

that was overfit. การใช้คำ

4:44

นั่นมันโอเวอร์ฟิต (overfit) ไป

การใช้คำ

overfit: เรียนรู้ข้อมูลฝึกละเอียดเกินไป

Overfit ใช้หลัง was เพื่อบอกสภาพของโมเดลหรือผลจากการฝึกโมเดล ในการสร้างโมเดล โมเดลที่โอเวอร์ฟิตจะเรียนรู้สัญญาณรบกวนและรายละเอียดเฉพาะของข้อมูลฝึก แทนที่จะเรียนรู้รูปแบบที่นำไปใช้ได้กว้างกว่า ในที่นี้ that was overfit หมายความว่าโมเดลเข้ากับข้อมูลที่รู้จักมากเกินไป จึงทำนายข้อมูลที่กันไว้ได้ไม่ดี คำนี้ไม่เกี่ยวกับความแข็งแรงของร่างกายหรือสิ่งของที่แน่นเกินไป

แบบฝึกหัด

ในการประเมินโมเดล “The model was overfit” หมายความว่าอย่างไร?

  1. โมเดลเรียนรู้ข้อมูลฝึกละเอียดเกินไปและนำความรู้ไปใช้กับข้อมูลใหม่ได้ไม่ดี
  2. โมเดลง่ายเกินไปจนเรียนรู้รูปแบบที่มีประโยชน์จากข้อมูลฝึกไม่ได้
  3. โมเดลถูกปรับทางกายภาพจนแน่นมาก
ดูคำตอบ

โมเดลเรียนรู้ข้อมูลฝึกละเอียดเกินไปและนำความรู้ไปใช้กับข้อมูลใหม่ได้ไม่ดี

What were the least useful variables in here,

4:45

ตัวแปรอะไรที่มีประโยชน์น้อยที่สุดในนี้

the ones we could most afford to do without? กริยาวลี

4:47

สิ่งที่เราสามารถตัดทิ้งได้มากที่สุด?

กริยาวลี

do without: ยังรับมือได้เมื่อบางสิ่งไม่มีให้ใช้

ในประโยคนี้ do without หมายถึง “ยังรับมือได้แม้บางสิ่งจะไม่มีให้ใช้หรือไม่ได้เก็บไว้” กรรมที่ละไว้คือ the ones ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ดังนั้นตรงนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีคำนามตามหลัง without อย่างชัดเจน โครงสร้างปกติคือ do without + คำนาม/คำสรรพนาม แต่สามารถละกรรมได้เมื่อบริบททำให้ชัดเจนว่าขาดสิ่งใด เช่น Which features can we do without? สำนวนนี้มักใช้พิจารณาว่าอะไรไม่จำเป็น ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เลือกไม่ใช้บางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ขึ้นต้นด้วย do และหมายถึง “ยังรับมือได้แม้บางสิ่งจะไม่มีให้ใช้”: The team can ____ a second camera for one day.

ดูคำตอบ

do without

And let's get rid of them." กริยาวลี

4:49

และกำจัดมันออกไปเถอะ"

กริยาวลี

get rid of: นำสิ่งที่ไม่ต้องการออก

get rid of หมายถึงนำออก ทิ้ง หรือทำให้ไม่ต้องมีสิ่งที่ไม่ต้องการอีกต่อไป ในที่นี้ them เป็นกรรม และวลีนี้กล่าวถึงการนำตัวแปรที่เลือกออกจากแบบจำลอง เป็นสำนวนตายตัวสามคำในโครงสร้าง get rid of + คำนาม/คำสรรพนาม ต้องคง of ไว้หน้ากรรม โดยพูดว่า get rid of them ไม่ใช่ get rid them สำนวนนี้มักเพิ่มนัยว่าสิ่งนั้นไม่เป็นที่ต้องการหรือไม่มีประโยชน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสามคำที่ขึ้นต้นด้วย get และหมายถึง “นำสิ่งที่ไม่ต้องการออก”: Maya wants to ____ the duplicate files.

ดูคำตอบ

get rid of

And then even the really strong variables,

4:51

จากนั้น แม้แต่ตัวแปรที่แข็งแกร่งจริงๆ

let's maybe trim their effect size by like 10% or something because you just never know.

4:53

เราอาจจะลดขนาดผลกระทบของมันลงสัก 10% หรืออะไรประมาณนั้น เพราะคุณไม่มีทางรู้หรอก

And you basically have the computer just try a zillion of these permutations

4:58

และโดยพื้นฐานแล้ว คุณแค่ให้คอมพิวเตอร์ลองจัดเรียงสับเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เป็นล้านๆ วิธี

until it finds the amount of shrinkage that yields the best predictions on the unseen data. การใช้คำ

5:04

จนกว่ามันจะพบปริมาณการหดตัว (shrinkage) ที่ให้การทำนายที่ดีที่สุดบนข้อมูลที่ไม่เคยเห็น

การใช้คำ

shrinkage ในการสร้างแบบจำลองทางสถิติ

ในบริบทการสร้างแบบจำลองทางสถิตินี้ shrinkage หรือการหดค่า หมายถึงการดึงผลกระทบหรือสัมประสิทธิ์ที่ประมาณได้ให้เข้าใกล้ค่าที่เล็กลง โดยทั่วไปคือเข้าใกล้ศูนย์ วิธีนี้ช่วยจำกัดไม่ให้โมเดลตามรูปแบบที่อาจเป็นเพียงสัญญาณรบกวนมากเกินไป จึงพยากรณ์ข้อมูลใหม่ได้อย่างน่าเชื่อถือขึ้น The amount of shrinkage หมายถึงความแรงของการดึงค่านั้น กระบวนการจะลองหลายระดับและเลือกระดับที่พยากรณ์ข้อมูลที่กันไว้ได้ดีที่สุด

แบบฝึกหัด

ในแบบจำลองทางสถิติ shrinkage ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ดึงผลกระทบที่ประมาณได้ไปหาค่าที่เล็กลงเพื่อลด overfitting
  2. เพิ่มผลกระทบที่ประมาณได้ทุกค่าในปริมาณเท่ากัน
  3. สุ่มลบแถวเพื่อให้ชุดข้อมูลใช้พื้นที่จัดเก็บน้อยลง
ดูคำตอบ

ดึงผลกระทบที่ประมาณได้ไปหาค่าที่เล็กลงเพื่อลด overfitting

การใช้คำ

unseen data ในการประเมินโมเดล

ในการสร้างแบบจำลอง unseen data หรือข้อมูลที่โมเดลยังไม่เคยเห็น คือข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ปรับโมเดลก่อนที่จะให้โมเดลพยากรณ์ข้อมูลนั้น ในที่นี้จะกันตัวอย่างบางส่วนออกขณะปรับโมเดลแต่ละตัวเลือก แล้วตรวจสอบผลพยากรณ์บนตัวอย่างเหล่านั้นเพื่อเลือกระดับการหดค่า คำว่า unseen ขึ้นอยู่กับขั้นตอน ข้อมูลตรวจสอบอาจยังไม่เคยถูกใช้ในขั้นตอนปรับโมเดล แต่ภายหลังนำมาใช้ปรับค่าตั้งได้ ส่วนชุดทดสอบสุดท้ายควรไม่ถูกใช้ทั้งในขั้นตอนปรับโมเดลและปรับค่าตั้งจนกว่าจะถึงการประเมินสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งปรับโมเดลด้วยข้อมูลปี 2010–2020 ปรับค่าตั้งด้วยข้อมูลปี 2021 ที่กันไว้ แล้วประเมินครั้งสุดท้ายด้วยข้อมูลปี 2022 ที่ยังไม่เคยใช้ ข้อใดถูกต้อง

  1. ข้อมูลปี 2010–2020 เป็นข้อมูลที่โมเดลยังไม่เคยเห็น ส่วนข้อมูลปีหลังจากนั้นเป็นข้อมูลฝึก
  2. ข้อมูลปี 2021 และ 2022 เป็นข้อมูลฝึกทั้งคู่ เพราะรวบรวมไว้ก่อนการประเมินสุดท้าย
  3. ข้อมูลปี 2021 ยังไม่ถูกเห็นระหว่างการปรับโมเดลแต่ถูกใช้ปรับค่าตั้ง ส่วนข้อมูลปี 2022 ยังคงไม่ถูกเห็นจนถึงการประเมินสุดท้าย
ดูคำตอบ

ข้อมูลปี 2021 ยังไม่ถูกเห็นระหว่างการปรับโมเดลแต่ถูกใช้ปรับค่าตั้ง ส่วนข้อมูลปี 2022 ยังคงไม่ถูกเห็นจนถึงการประเมินสุดท้าย

Why go to all this trouble? วลี

5:11

ทำไมถึงต้องยุ่งยากขนาดนี้?

วลี

go to all this trouble: ลำบากขนาดนี้

ในคำถามนี้ go to all this trouble หมายถึงการทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากและยอมรับความไม่สะดวกเพื่อทำบางสิ่ง ส่วน all this เน้นว่าความพยายามหรือความยุ่งยากนั้นมีมาก คำถามที่ใช้ why ไม่ได้เพียงถามหาเหตุผล แต่ยังตั้งคำถามด้วยว่าความพยายามอันซับซ้อนนั้นจำเป็นหรือคุ้มค่าหรือไม่ go to ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียน: The report is only for internal use. Why ____ to print fifty color copies?

ดูคำตอบ

go to all this trouble

Because projections that combine polling data with fundamental factors

5:14

เพราะการคาดการณ์ที่ผสมผสานข้อมูลโพลเข้ากับปัจจัยพื้นฐาน

tend to be much more stable than those looking at polling alone. ไวยากรณ์

5:18

มีแนวโน้มที่จะมีเสถียรภาพมากกว่าการดูที่ผลโพลเพียงอย่างเดียว

ไวยากรณ์

tend to be much more stable than: มีแนวโน้มว่าจะเสถียรกว่า…มาก

tend to be นำเสนอแนวโน้มทั่วไปโดยยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ทำให้ข้อกล่าวอ้างระมัดระวังกว่าการพูดตรง ๆ ว่าสิ่งหนึ่งเสถียรกว่าเสมอ much more stable than สร้างการเปรียบเทียบที่ชัดเจน โดย more stable เป็นรูปเปรียบเทียบ much เน้นว่าความแตกต่างมีมาก และ than นำเข้าสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ ในประโยคนี้ those ใช้แทนคำนามก่อนหน้าที่หมายถึงการคาดการณ์หรือแบบจำลอง เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเต็มจากบทเรียน: Prices averaged over a month ____ prices recorded on a single day.

ดูคำตอบ

tend to be much more stable than

Take the 1992 election, ลำดับความ

5:22

ยกตัวอย่างการเลือกตั้งปี 1992

ลำดับความ

Take the 1992 election: การยกกรณีที่เป็นรูปธรรม

Take ในที่นี้ใช้ยกกรณีเฉพาะที่สนับสนุนข้อโต้แย้ง หมายถึง “ลองพิจารณาสิ่งนี้เป็นตัวอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “เอาไป” หรือ “เลือก” การใช้นี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยเริ่มจากข้อกล่าวอ้างทั่วไป แล้วตามด้วยกรณีที่เป็นรูปธรรมให้ผู้ฟังพิจารณา โครงสร้างคือ Take + นามวลี และในการเขียนมักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายที่ใช้ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้สมบูรณ์: ____ a neighborhood library: one popular event can bring in many new visitors.

ดูคำตอบ

Take

where George H.W. Bush lost the presidency to Bill Clinton.

5:25

ที่จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช พ่ายแพ้ตำแหน่งประธานาธิบดีให้กับบิล คลินตัน

This line marks his eventual share of the vote.

5:29

เส้นนี้แสดงสัดส่วนคะแนนเสียงสุดท้ายของเขา

But in the months before the election,

5:32

แต่ในช่วงหลายเดือนก่อนการเลือกตั้ง

you'd have been hard pressed to foresee that. สำนวน

5:34

คุณคงคาดเดาเรื่องนั้นได้ยากมาก

สำนวน

hard pressed to: การทำบางสิ่งได้ยากอย่างยิ่ง

be hard pressed to do something หมายถึงการทำบางสิ่งได้ยากมาก โดยทั่วไปเป็นเพราะขาดความสามารถ หลักฐาน เวลา หรือวิธีที่ใช้ได้จริง ในที่นี้ you'd have been hard pressed to foresee that หมายความว่า หากมองจากช่วงเวลาก่อนหน้านั้น การคาดการณ์ผลลัพธ์คงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง โครงสร้างคือ be hard pressed to + กริยารูปพื้นฐาน ส่วน You'd have been เป็นรูปย่อของ you would have been ซึ่งนำเสนอความยากจากมุมมองสมมติเกี่ยวกับอดีต

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: Without a map or phone signal, we'd be ____ find the cabin before dark.

ดูคำตอบ

hard pressed to

The polls were all over the place. สำนวน

5:37

ผลโพลกระจัดกระจายไปหมด

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ all over the place

ในประโยคนี้ all over the place ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผลสำรวจแตกต่างกันมากและไม่ได้ชี้ไปยังผลลัพธ์ที่มั่นคงหรือสอดคล้องกัน สำนวนนี้ยังใช้อธิบายข้อมูล ความคิด แผนงาน หรือผลงานที่กระจัดกระจาย ไม่สม่ำเสมอ หรือขาดระเบียบได้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่อยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ไม่สม่ำเสมอและไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน”: The weekly results were ____.

ดูคำตอบ

all over the place

The Economist model would have been within the margin of error throughout that election year.

5:39

โมเดลของ The Economist จะอยู่ในช่วงขอบเขตความคลาดเคลื่อนตลอดปีการเลือกตั้งนั้น

So much for elections that have long since been decided. ลำดับความ

5:46

พอแค่นี้สำหรับการเลือกตั้งที่ตัดสินไปนานแล้ว

ลำดับความ

So much for เพื่อปิดหัวข้อและเปลี่ยนเรื่อง

ในที่นี้ So much for ใช้ปิดหัวข้อที่เพิ่งพูดถึง นั่นคือการเลือกตั้งที่ดูเหมือนรู้ผลแน่นอนแล้ว เป็นการสรุปหัวข้ออย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงห้วนเล็กน้อย และเปิดทางไปสู่คำถามถัดไปเกี่ยวกับปี 2020 เมื่ออยู่ต้นประโยค So much for + กลุ่มคำนาม สามารถจัดการเปลี่ยนหัวข้อโดยบอกว่าหัวข้อก่อนหน้าจบแล้ว ในบริบทอื่น สำนวนนี้อาจหมายถึงความหวังหรือแผนการล้มเหลว แต่ไม่ใช่หน้าที่หลักในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด โดยปิดหัวข้อเก่าอย่างรวดเร็วและมีน้ำเสียงปัดทิ้งเล็กน้อย: We have reviewed the old system. ___ that; now let's examine the new one.

  1. So much for
  2. According to
  3. As for
ดูคำตอบ

So much for

What about the 2020 Senate race?

5:49

แล้วการเลือกตั้งวุฒิสภาปี 2020 ล่ะ?

Here's an example of how we rate the chances that a Republican senator like Susan Collins from Maine

5:54

นี่คือตัวอย่างวิธีที่เราประเมินโอกาสที่วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันอย่าง ซูซาน คอลลินส์ จากรัฐเมน

will retain her seat.

6:00

จะรักษาที่นั่งของเธอไว้ได้

Collins won the 2014 election for her Senate seat by a landslide, สำนวน

6:02

คอลลินส์ชนะการเลือกตั้งปี 2014 สำหรับที่นั่งในวุฒิสภาของเธออย่างถล่มทลาย

สำนวน

by a landslide: ชนะด้วยคะแนนทิ้งห่างอย่างท่วมท้น

ในที่นี้ by a landslide หมายถึง “ด้วยคะแนนหรือส่วนต่างที่ท่วมท้น” คอลลินส์ได้รับการสนับสนุนมากกว่าคู่แข่งมาก การเลือกตั้งจึงไม่ได้สูสี คำว่า landslide ในที่นี้เป็นการเปรียบเปรย ไม่ได้หมายความว่าภัยธรรมชาติเป็นสาเหตุของผลการเลือกตั้ง คำบุพบท by บอกลักษณะหรือขนาดของชัยชนะ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ win an election, vote, or contest by a landslide

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีคำว่า landslide และหมายถึง “ด้วยส่วนต่างที่ท่วมท้น” ลงในประโยค: The mayor won the election ____, taking nearly 80 percent of the vote.

ดูคำตอบ

by a landslide

suggesting it's more likely she would be voted in again.

6:06

ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสมากขึ้นที่เธอจะได้รับเลือกอีกครั้ง

She also has the advantage of incumbency,

6:09

เธอยังมีข้อได้เปรียบของการเป็นเจ้าของตำแหน่งเดิม

something particularly important in Maine.

6:12

ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในรัฐเมน

But the Democratic candidate Sara Gideon has raised more money in fundraising.

6:14

แต่ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ซาร่า กิเดียน ระดมทุนได้มากกว่าในการจัดหางบประมาณหาเสียง

Based on these and other fundamentals,

6:20

จากสิ่งเหล่านี้และปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ

the model had Collins eight points ahead.

6:22

โมเดลให้คอลลินส์นำอยู่แปดจุด

But that's not the end of the story. สำนวน

6:25

แต่นั่นไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว

สำนวน

not the end of the story: ยังมีข้อมูลสำคัญตามมา

not the end of the story หมายความว่าสิ่งที่อธิบายมาจนถึงตอนนี้ยังไม่ใช่สถานการณ์ทั้งหมดหรือข้อสรุปสุดท้าย คำว่า story ในที่นี้หมายถึงเรื่องราวหรือพัฒนาการทั้งหมดของประเด็นหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องแต่ง ในฐานะสัญญาณเชื่อมโยงเนื้อหา But that's not the end of the story ช่วยยับยั้งการด่วนสรุป และนำเข้าสู่หลักฐานหรือพัฒนาการภายหลังที่อาจเปลี่ยนวิธีทำความเข้าใจข้อมูลปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ But that's not the end of the story ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. ข้อมูลที่มีจนถึงตอนนี้ยังไม่ใช่ภาพทั้งหมด และจะมีพัฒนาการสำคัญตามมา
  2. ผู้พูดกำลังจะเล่าเรื่องแต่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ
  3. เหตุการณ์จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว จึงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม
ดูคำตอบ

ข้อมูลที่มีจนถึงตอนนี้ยังไม่ใช่ภาพทั้งหมด และจะมีพัฒนาการสำคัญตามมา

And then each time a poll comes in,

6:28

จากนั้นทุกครั้งที่มีผลโพลเข้ามา

you update your prediction.

6:30

คุณก็อัปเดตการทำนายของคุณ

It will move incrementally in the direction of whatever the new poll you're adding says.

6:32

มันจะขยับเพิ่มขึ้นทีละนิดไปในทิศทางของสิ่งที่ผลโพลใหม่ที่คุณกำลังเพิ่มเข้าไปบอก

There have been a number of high-quality polls in Maine,

6:40

มีโพลคุณภาพสูงหลายอันในรัฐเมน

the kind of poll our model weighs heavily.

6:43

ซึ่งเป็นประเภทของโพลที่โมเดลของเราให้น้ำหนักมาก

With those factored in, กริยาวลี

6:46

เมื่อนำสิ่งเหล่านั้นมาคำนวณ

กริยาวลี

factored in: นำปัจจัยมารวมในการตัดสินใจ

factored in ในที่นี้หมายถึงการนำบางสิ่งมารวมในการคำนวณหรือการตัดสิน those หมายถึงผลสำรวจที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการคาดการณ์ใช้ข้อมูลเหล่านั้นจริง ไม่ได้เพียงกล่าวถึงเท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ factor something in ใน with those factored in โครงสร้าง with + กรรม + คำกริยาช่องที่สามใช้แสดงเงื่อนไขว่า เมื่อรวมสิ่งเหล่านั้นแล้ว ผลที่ตามมาจึงใช้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย factor in: Before choosing a hotel, we need to ____ the cost of parking.

ดูคำตอบ

factor in

the forecast swings in favor of her Democratic challenger. วลี

6:48

การคาดการณ์ก็เอนเอียงไปทางผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตของเธอ

วลี

swings in favor of: เปลี่ยนไปเป็นผลดีต่อฝ่ายหนึ่ง

swings แสดงถึงการเปลี่ยนทิศทางอย่างเห็นได้ชัด ในที่นี้ การคาดการณ์เปลี่ยนจากเดิมที่ไม่ได้เอื้อให้ผู้ท้าชิง มาเป็นการทำให้ผู้ท้าชิงได้เปรียบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X swings in favor of Y หมายถึง X เปลี่ยนทิศทางจนตอนนี้สนับสนุนหรือเป็นประโยชน์ต่อ Y ส่วน in favor of ระบุฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นต้องอธิบายความรู้สึกส่วนตัวของใคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย swings in favor of: As the final ballots are counted, the race ____ the independent candidate.

ดูคำตอบ

swings in favor of

So, which other races should you keep an eye on? สำนวน

6:52

แล้วมีสนามไหนอีกที่คุณควรจับตามอง?

สำนวน

keep an eye on: คอยติดตามหรือช่วยดูแล

keep an eye on เป็นสำนวนที่หมายถึงคอยดูคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าควรติดตามการแข่งขันเลือกตั้งใดอีก เพราะผลการเลือกตั้งอาจเปลี่ยนแปลงได้ สำนวนนี้ยังหมายถึงการช่วยดูแลคนหรือสิ่งของชั่วคราวได้ด้วย สิ่งที่ตามหลัง on คือเป้าหมายของความสนใจ ส่วนบริบทจะบอกว่ากำลังติดตามความเปลี่ยนแปลงหรือกำลังช่วยดูแลอยู่

แบบฝึกหัด

หากต้องการติดตามการเปลี่ยนแปลงของโครงการที่กำลังดำเนินอยู่ สำนวนใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? 'We need to ___ the project schedule this week.'

  1. keep an eye on
  2. keep an eye out for
  3. look away from
ดูคำตอบ

keep an eye on

According to The Economist's model,

6:55

ตามโมเดลของ The Economist

Alabama is very likely to switch from Democrat to Republican.

6:57

รัฐแอละแบมามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเปลี่ยนจากเดโมแครตเป็นรีพับลิกัน

Whilst Arizona, Colorado, and North Carolina,

7:01

ในขณะที่รัฐแอริโซนา โคโลราโด และนอร์ทแคโรไลนา

like Maine, have a good chance of flipping the other way. การใช้คำ

7:04

ก็เหมือนกับรัฐเมน ที่มีโอกาสดีที่จะพลิกกลับไปอีกฝั่ง

การใช้คำ

flipping the other way ในข่าวเลือกตั้ง

ในการรายงานข่าวเลือกตั้ง flip หมายถึงการที่อำนาจควบคุมที่นั่ง รัฐ หรือเขตเลือกตั้งเปลี่ยนจากพรรคหนึ่งไปยังอีกพรรคหนึ่ง ส่วน flipping the other way หมายถึงการเปลี่ยนไปในทิศทางตรงข้ามกับที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ การเปลี่ยนก่อนหน้าคือจากการควบคุมของพรรคเดโมแครตไปเป็นพรรครีพับลิกัน ดังนั้นสำนวนนี้จึงหมายถึงการเปลี่ยนจากพรรครีพับลิกันไปเป็นพรรคเดโมแครต คำว่า the other way ไม่ได้ระบุชื่อพรรคด้วยตัวเอง แต่ต้องอาศัยทิศทางจากบริบทก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

รายงานหนึ่งกล่าวก่อนว่าที่นั่งเปลี่ยนจากพรรค A ไปพรรค B จากนั้นบอกว่าที่นั่งอีกแห่ง 'flipped the other way.' เกิดอะไรขึ้นกับที่นั่งแห่งที่สอง?

  1. เปลี่ยนจากพรรค A ไปพรรค B เช่นกัน
  2. เปลี่ยนจากพรรค B ไปพรรค A
  3. ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรค B
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากพรรค B ไปพรรค A

If Biden wins the presidency,

7:08

หากไบเดนชนะประธานาธิบดี

this map would give the Democrats their Senate majority.

7:10

แผนที่นี้จะทำให้พรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

Of course,

7:15

แน่นอนว่า

there's another challenge in predicting the results of these or any other race in the 2020 election,

7:16

มีความท้าทายอีกอย่างหนึ่งในการทำนายผลลัพธ์ของการแข่งขันเหล่านี้หรือการแข่งขันอื่นๆ ในการเลือกตั้งปี 2020

however good the model. ไวยากรณ์

7:22

ไม่ว่าโมเดลจะดีแค่ไหนก็ตาม

ไวยากรณ์

however good the model: however + คำคุณศัพท์ที่แสดงการยอมรับเงื่อนไข

ในโครงสร้าง however + คำคุณศัพท์ + ประธาน คำว่า however หมายถึง “ไม่ว่า…เพียงใด” ไม่ได้หมายถึง “แต่” หรือ “อย่างไรก็ตาม” however good the model แสดงการยอมรับเงื่อนไขด้านระดับ กล่าวคือ แม้โมเดลจะดีมาก ข้อจำกัดที่กล่าวต่อไปก็ยังคงอยู่ คำบรรยายตรงนี้ใช้ส่วนของอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไขแบบย่อ รูปเต็มคือ however good the model may be หรือ however good the model is โครงสร้างนี้ใช้ยอมรับข้อดีก่อน แล้วจึงชี้ว่าข้อดีนั้นไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ however อย่างถูกต้องในความหมายว่า “ไม่ว่าการพยากรณ์จะแม่นยำเพียงใด”

  1. However accurate the forecast is, we still need a backup plan.
  2. However, accurate the forecast is, we still need a backup plan.
  3. However the forecast is accurate, we still need a backup plan.
ดูคำตอบ

However accurate the forecast is, we still need a backup plan.

While in a pandemic,

7:23

ในขณะที่อยู่ในช่วงโรคระบาด

votes cast by mail are expected to set a new record this November. โน้ต

7:24

คาดว่าการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์จะสร้างสถิติใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ไวยากรณ์

votes cast by mail: อนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว

ใน votes cast by mail วลี cast by mail เป็นวลีคำกริยาช่องที่สามที่วางไว้หลัง votes และเป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ votes that are cast by mail โดย votes เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ส่วน by mail บอกวิธีการ Cast a vote หมายถึงลงคะแนนหรือบันทึกตัวเลือกอย่างเป็นทางการ วลีแบบย่อนี้ระบุว่าคะแนนเสียงกลุ่มใดคาดว่าจะทำสถิติ และไม่ได้หมายความด้วยตัวเองว่าคะแนนเสียงทั้งหมดถูกลงเรียบร้อยแล้วในเวลาที่พูด

แบบฝึกหัด

ย่ออนุประโยคสัมพันธ์ that are submitted online ให้เป็นส่วนขยายด้วยคำกริยาช่องที่สาม: Applications ____ will receive an email.

ดูคำตอบ

submitted online

ไวยากรณ์

are expected to: การคาดการณ์ที่เป็นกลาง

be expected to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นการคาดการณ์จากข้อมูลที่มีอยู่ ในประโยคนี้ are expected to set หมายความว่า จำนวนคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ถูกคาดว่าจะสูงถึงระดับที่เป็นสถิติ รูปถูกกระทำไม่ระบุว่าใครเป็นผู้คาดการณ์ จึงทำให้ข้อความฟังเป็นกลางและคล้ายภาษาข่าวหรือรายงาน มากกว่าจะเป็นความเห็นของคนคนเดียว ตัวประธานไม่ได้กำลังคาดหวังอะไรด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยรูปที่ถูกต้องของ be expected to: Ticket sales ____ rise sharply this summer.

ดูคำตอบ

are expected to

วลี

set a new record: สร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่

Set a new record เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันเป็นประจำ หมายถึงการทำผลลัพธ์ที่สูงกว่า มากกว่า เร็วกว่า หรือสุดขั้วกว่าผลลัพธ์ก่อนหน้าทั้งหมดในประเภทเดียวกัน ในที่นี้หมายถึงจำนวนคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่งจริง ๆ คำคุณศัพท์ new เน้นว่าระดับสถิตินี้กำลังถูกสร้างขึ้นในขณะนี้ สำนวนนี้ใช้ได้กับยอดรวม ยอดขาย ความเร็ว จำนวนผู้เข้าร่วม อุณหภูมิ และผลลัพธ์อื่น ๆ ที่วัดได้

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุดและหมายความว่างานดังกล่าวมีจำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุดเท่าที่เคยมีมา? The festival [BLANK] for attendance this year.

  1. matched the record
  2. held the record
  3. set a new record
ดูคำตอบ

set a new record

While the experts say voting by mail is safe,

7:29

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะบอกว่าการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์นั้นปลอดภัย

it's yet another example of how it's complicated and it could be even more challenging come November. การใช้คำ

7:31

แต่นั่นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความซับซ้อน และมันอาจจะท้าทายยิ่งกว่าเมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน

การใช้คำ

come November: เมื่อเดือนพฤศจิกายนมาถึง

ในที่นี้ come November หมายถึง “เมื่อเดือนพฤศจิกายนมาถึง” หรือ “พอเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน” วลีนี้มองไปข้างหน้าถึงเดือนพฤศจิกายนในฐานะช่วงเวลาที่สถานการณ์อาจยิ่งท้าทายขึ้น ในรูปแบบนี้ come ทำหน้าที่เชื่อมเวลา โดยวางหน้าวัน เดือน ฤดูกาล หรือช่วงเวลาอื่นในอนาคต เช่น come Monday, come winter, come election day ลำดับคือ come + คำบอกเวลา ไม่ใช่คำสั่งให้ใครมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนกระชับที่หมายถึง “เมื่อเดือนพฤศจิกายนมาถึง”: The roads may become icy ____.

ดูคำตอบ

come November

My model does not make any explicit adjustments for the fact that this election is occurring during the COVID pandemic.

7:37

โมเดลของผมไม่ได้ทำการปรับปรุงที่ชัดเจนใดๆ สำหรับความจริงที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด

I think COVID is a huge deal.

7:49

ผมคิดว่าโควิดเป็นเรื่องใหญ่มาก

It's obviously killed a huge amount of people.

7:51

เห็นได้ชัดว่ามันคร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมหาศาล

And of course,

7:53

และแน่นอน

it will cause changes in the way we vote that could indeed have significant unexpected uh you know,

7:53

มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการลงคะแนนเสียงของเรา ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ที่ไม่คาดคิด เอ่อ คุณก็รู้

unmodelable effects.

7:59

ผลกระทบที่ไม่สามารถนำมาจำลองในโมเดลได้

But uh I'll need to see the evidence.

8:02

แต่ เอ่อ ผมจำเป็นต้องเห็นหลักฐาน

Without that evidence,

8:08

หากไม่มีหลักฐานเหล่านั้น

predicting how the pandemic's going to affect this election would call for forces far beyond science. โน้ต

8:10

การทำนายว่าโรคระบาดจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร คงต้องอาศัยพลังที่ไกลเกินกว่าวิทยาศาสตร์

กริยาวลี

call for: ต้องใช้บางสิ่ง

ในประโยคนี้ call for หมายถึง “ต้องใช้” หรือ “ทำให้จำเป็น” การคาดการณ์ผลกระทบของโรคระบาดอย่างแม่นยำจะต้องอาศัยพลังที่เกินกว่าสิ่งที่วิทยาศาสตร์ให้ได้ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ สถานการณ์ งาน หรือแผน + call for + สิ่งที่ต้องใช้ เช่น The job calls for patience. ประธานมักเป็นสิ่งนามธรรมหรือสิ่งไม่มีชีวิต จึงไม่เกี่ยวกับการโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ต้องใช้”: A safe landing in these winds would ____ exceptional skill.

ดูคำตอบ

call for

สำนวน

forces far beyond science ในฐานะการกล่าวเกินจริงเชิงขบขัน

ในประโยคนี้ forces far beyond science เป็นอุปลักษณ์ที่จงใจกล่าวเกินจริง โดยชวนให้จินตนาการว่าการคาดการณ์ผลของโรคระบาดต่อการเลือกตั้งต้องอาศัยพลังที่วิทยาศาสตร์ให้ไม่ได้ ซึ่งแทบจะเป็นพลังเหนือธรรมชาติ ใจความที่ผู้พูดต้องการสื่อจริง ๆ คือยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะคาดการณ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ วลีนี้ปิดท้ายเหตุผลด้วยอารมณ์ขันและความกังขา ไม่ได้อ้างว่าพลังเช่นนั้นมีอยู่จริงหรือควรปฏิเสธวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

forces far beyond science สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้อ้างว่าความเชื่อเหนือธรรมชาติควรมาแทนที่วิทยาศาสตร์
  2. วลีนี้สื่ออย่างขบขันว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับการคาดการณ์ที่น่าเชื่อถือ
  3. วลีนี้บอกว่านักวิทยาศาสตร์คำนวณผลการเลือกตั้งไว้แล้ว
ดูคำตอบ

วลีนี้สื่ออย่างขบขันว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับการคาดการณ์ที่น่าเชื่อถือ

I'm Dan Rosenheck,

8:16

ผมแดน โรเซนเฮ็ค

The Economist's data editor.

8:17

บรรณาธิการข้อมูลของ The Economist

You can keep up to date on all of our election coverage by clicking on the link opposite.

8:19

คุณสามารถติดตามข่าวสารการรายงานการเลือกตั้งทั้งหมดของเราได้โดยคลิกที่ลิงก์ฝั่งตรงข้าม

Thank you for watching.

8:23

ขอบคุณที่รับชม