วิธีพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ (ผสมผสานการฟังและการอ่าน): บทเรียนภาษาอังกฤษ

PodEnglish

ความยากในการเรียน
601 คำ 130 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าการฝึกฟังควบคู่กับการอ่านช่วยให้ผู้เริ่มต้นเพิ่มคำศัพท์ เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น ปรับการออกเสียง และสังเกตโครงสร้างไวยากรณ์ได้อย่างไร จากนั้นเสนอแนวทางฝึกที่ไม่หนักเกินไป ได้แก่ เลือกสื่อที่ง่าย ใช้เสียงสั้น ๆ พูดตามผู้พูด อ่านตามข้อความประกอบ และค่อย ๆ เพิ่มความยากด้วยการฝึกอย่างสม่ำเสมอ ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. Hearing the words while seeing how they are written — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่ากลุ่มคำกริยาเติม -ing สามารถทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคได้ และ while ใช้เชื่อมการกระทำสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คุณจึงนำรูปแบบนี้ไปอธิบายได้ว่ากิจกรรมสองอย่างที่ทำควบคู่กันเป็นวิธีการเรียนหรือร่วมกันก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร 2. graded readers, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เข้าใจคำศัพท์ที่หมายถึงหนังสือซึ่งเขียนหรือดัดแปลงให้เหมาะกับระดับความสามารถทางภาษาที่กำหนด ไม่ใช่ “ผู้อ่านที่ถูกให้คะแนน” ความรู้นี้ช่วยให้เลือกสื่ออ่านสำหรับผู้เริ่มต้นได้ถูกต้องจากชั้นเรียน ห้องสมุด หรือแอปเรียนภาษา 3. don't be afraid to start small — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่านี่คือคำแนะนำเชิงปลอบใจที่ช่วยลดแรงกดดันและเสนอให้เริ่มจากขั้นเล็ก ๆ ที่จัดการได้ ไม่ได้พูดถึงความกลัวตามตัวอักษรเท่านั้น คุณสามารถใช้เพื่อให้กำลังใจคนที่กำลังเริ่มฝึกทักษะ สร้างนิสัย หรือทำโครงการที่ยากได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Today, we're going to dive into a language learning strategy that can take your skills to the next level, โน้ต

0:00

วันนี้ เราจะมาเจาะลึกกลยุทธ์การเรียนรู้ภาษาที่สามารถยกระดับทักษะของคุณไปอีกขั้น

กริยาวลี

dive into: เริ่มเจาะลึกหัวข้อ

ในที่นี้ dive into หมายถึงเริ่มสำรวจหรือพูดคุยเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างละเอียด ไม่ได้หมายถึงการกระโดดลงน้ำจริง ๆ วลีนี้ทำให้คำเกริ่นฟังดูกระตือรือร้นและน่าสนใจ โครงสร้างคือ dive into + หัวข้อ คำถาม หรืองาน คำที่ตามหลัง into จะบอกว่าเราจะเจาะลึกเรื่องอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีที่มีชีวิตชีวาในการเริ่มเจาะลึกหัวข้อหนึ่ง

  1. Let's briefly mention how plants grow.
  2. Let's dive into how plants grow.
  3. Let's finish our discussion of how plants grow.
ดูคำตอบ

Let's dive into how plants grow.

สำนวน

take your skills to the next level: ยกระดับทักษะของคุณให้สูงขึ้น

Take your skills to the next level เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการช่วยให้ความสามารถของคุณพัฒนาไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น ในที่นี้ level หมายถึงระดับความสามารถ ไม่ใช่ชั้นของอาคารหรือด่านในเกม โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ take + บางสิ่ง + to the next level ในประโยคนี้ กลยุทธ์การเรียนคือสิ่งที่ช่วยพัฒนาทักษะภาษาของคุณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอช่วยพัฒนาความสามารถด้านการเขียนของคนคนหนึ่งไปสู่ขั้นที่สูงขึ้นได้

  1. Regular feedback can keep your writing routine organized.
  2. Regular feedback can show you your current writing level.
  3. Regular feedback can take your writing skills to the next level.
ดูคำตอบ

Regular feedback can take your writing skills to the next level.

combining listening and reading.

0:06

นั่นคือการผสมผสานการฟังและการอ่าน

If you're looking for effective ways to improve your language proficiency, ลำดับความ

0:09

หากคุณกำลังมองหาวิธีที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาความสามารถทางภาษาของคุณ

you're in the right place.

0:14

คุณมาถูกที่แล้ว

ลำดับความ

If you're looking for..., you're in the right place: บอกความต้องการและยืนยันว่าเนื้อหาเหมาะสม

ประโยคเปิดนี้ใช้ If you're looking for... เพื่อบอกเป้าหมายของผู้ชมก่อน แล้วใช้ you're in the right place เพื่อยืนยันว่าเนื้อหานี้ตอบเป้าหมายนั้นได้ จึงช่วยให้รู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเนื้อหานี้เหมาะกับใครและทำไมจึงควรติดตามต่อ ในที่นี้ the right place ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง แต่หมายความว่าผู้ฟังได้พบเนื้อหา ความช่วยเหลือ หรือบริการที่เหมาะสมแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเปิดบทเรียนทำอาหารสำหรับผู้เริ่มต้น โดยบอกความต้องการของผู้ชมและยืนยันว่าเนื้อหานี้เหมาะกับพวกเขา

  1. If you're looking for a kitchen, turn right at the front desk.
  2. If you're looking for simple cooking lessons, you're in the right place.
  3. This tutorial has several cooking lessons for beginners.
ดูคำตอบ

If you're looking for simple cooking lessons, you're in the right place.

In this video,

0:16

ในวิดีโอนี้

we'll explore the benefits of this strategy

0:17

เราจะมาสำรวจประโยชน์ของกลยุทธ์นี้

and provide you with practical tips on how to work with it. วลี

0:20

และให้เคล็ดลับที่นำไปใช้ได้จริงแก่คุณ

วลี

provide you with practical tips: โครงสร้าง provide someone with something

ใน provide you with practical tips คำว่า you คือผู้รับ ส่วน practical tips คือสิ่งที่มอบให้ โครงสร้างคือ provide + someone + with + something โดย with ใช้บอกสิ่งที่มอบให้ ไม่ได้หมายถึงการ “ใช้” บางสิ่ง Provide เป็นทางการกว่า give เล็กน้อย และพบได้บ่อยในบทเรียน คำแนะนำ การอธิบายบริการ และงานเขียน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง provide someone with something

  1. The guide gives practical tips to beginners.
  2. The guide provides practical tips for beginners.
  3. The guide provides beginners with practical tips.
ดูคำตอบ

The guide provides beginners with practical tips.

The strategy of combining listening and reading is a powerful tool for language learners. วลี

0:24

กลยุทธ์การผสมผสานการฟังและการอ่านเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับผู้เรียนภาษา

วลี

a powerful tool for language learners: เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากสำหรับผู้เรียนภาษา

ในประโยคนี้ a powerful tool บอกว่ากลยุทธ์นี้มีประสิทธิภาพและมีประโยชน์มาก คำว่า tool ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ จึงอาจหมายถึงวิธีการ แหล่งข้อมูล หรือซอฟต์แวร์ ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือที่จับต้องได้เท่านั้น รูปแบบ a powerful tool for + คนหรือกลุ่ม บอกว่าใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ในที่นี้ for language learners ระบุว่ากลยุทธ์นี้ช่วยผู้เรียนภาษาได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ a powerful tool for ตามที่กำหนดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A picture dictionary can be ____ young readers.

ดูคำตอบ

a powerful tool for

By engaging both your auditory and visual senses, ไวยากรณ์

0:30

การกระตุ้นทั้งโสตประสาทและการมองเห็นของคุณ

you reinforce your understanding of the language and accelerate your progress. วลี

0:34

จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในภาษาและเร่งความก้าวหน้าของคุณได้

ไวยากรณ์

By engaging ...: อธิบายวิธีด้วย By + กริยารูป -ing

By engaging ... ที่ต้นประโยคหมายถึง “โดยการใช้...” และอธิบายว่าผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้อย่างไร การใช้การได้ยินและการมองเห็นคือวิธี ส่วนความเข้าใจที่ดีขึ้นและความก้าวหน้าที่เร็วขึ้นคือผลลัพธ์ ใช้รูปแบบ By + กริยารูป -ing, ประโยคหลัก เพื่อเชื่อมวิธีกับผลลัพธ์ Both A and B หมายความว่ารวมทั้ง A และ B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ By + รูป -ing ของ check: ____ the map first, we found the museum easily.

ดูคำตอบ

By checking

วลี

reinforce your understanding: ทำให้ความเข้าใจที่มีอยู่แน่นแฟ้นขึ้น

reinforce your understanding หมายถึง “ทำให้สิ่งที่เข้าใจอยู่แล้วชัดเจนและมั่นคงยิ่งขึ้น” ในที่นี้ reinforce คือการเสริมความรู้ที่เริ่มก่อตัวแล้ว ไม่ใช่การเริ่มเรียนภาษานั้นใหม่ตั้งแต่ต้น โครงสร้าง reinforce + your understanding of + หัวข้อ เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติในบริบทการเรียน การทบทวน ตัวอย่าง หรือการฝึกสามารถช่วยให้แนวคิดนั้นยังชัดเจนอยู่

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้ร่วมกันเป้าหมายให้คำแนะนำการเรียนสมบูรณ์: Reviewing the examples will ____ of the rule.

ดูคำตอบ

reinforce your understanding

วลี

accelerate your progress: ทำให้พัฒนาเร็วขึ้น

accelerate your progress หมายถึง “ทำให้การพัฒนาของคุณเกิดขึ้นเร็วขึ้น” ในประโยคนี้ สิ่งที่เร็วขึ้นคือ progress ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ ไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนเคลื่อนไหวร่างกายเร็วขึ้น โครงสร้าง accelerate + progress เป็นคำที่ใช้ร่วมกันแบบกระชับสำหรับพูดถึงการเรียน โครงการ และการพัฒนา

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้ร่วมกันเป้าหมายให้คำแนะนำการเรียนแบบเป็นทางการสมบูรณ์: Weekly feedback can ____.

ดูคำตอบ

accelerate your progress

So,

0:39

ดังนั้น

what are the benefits of this strategy?

0:40

กลยุทธ์นี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

Improved vocabulary.

0:43

คลังคำศัพท์ที่ดีขึ้น

By combining listening and reading,

0:45

การผสมผสานการฟังและการอ่านเข้าด้วยกัน

you expose yourself to new words and phrases in a meaningful context. วลี

0:47

จะทำให้คุณได้สัมผัสกับคำศัพท์และวลีใหม่ ๆ ในบริบทที่มีความหมาย

วลี

expose yourself to new words and phrases in a meaningful context: เปิดโอกาสให้ตนเองได้พบคำและวลีใหม่ในบริบทที่มีความหมาย

ในที่นี้ expose yourself to new words and phrases หมายถึงการตั้งใจสร้างโอกาสให้ตนเองได้พบและทำความเข้าใจภาษาใหม่ คำสรรพนามสะท้อนกลับ yourself แสดงว่าคุณเป็นผู้จัดให้ตนเองได้สัมผัสสิ่งนั้น คำว่า expose ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว in a meaningful context หมายถึงคำเหล่านั้นปรากฏอยู่ในภาษาที่เชื่อมโยงกันและช่วยให้เห็นความหมายกับวิธีใช้ ไม่ใช่อยู่ในรายการคำศัพท์ที่แยกเดี่ยวเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ตั้งใจเปิดโอกาสให้ตนเองได้สัมผัสบางสิ่ง”: Watch simple science videos to ____ new words in meaningful contexts.

ดูคำตอบ

expose yourself to

Hearing the words while seeing how they are written ไวยากรณ์

0:52

การได้ยินคำศัพท์พร้อมกับเห็นว่ามันเขียนอย่างไร

helps you understand their meaning and pronunciation.

0:55

จะช่วยให้คุณเข้าใจความหมายและการออกเสียงของมัน

ไวยากรณ์

Hearing the words while seeing how they are written: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Hearing the words เป็นวลี gerund โดยรูป -ing ใช้เรียกกิจกรรมนั้น และส่วนที่เน้นทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานซึ่งใช้กริยา helps ไม่ใช่กริยาในรูป progressive เพราะไม่มีรูปของ be อยู่หน้า hearing while seeing how they are written เพิ่มกิจกรรมที่สองซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ผู้ทำทั้ง hearing และ seeing เข้าใจได้ว่าเป็น you แบบกล่าวรวม ๆ คนเดียวกัน กิจกรรมทั้งสองรวมกันเป็นวิธีเรียนหนึ่งวิธี จึงใช้กริยาเอกพจน์ helps

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing เป็นประธาน และใช้ while + -ing เพื่อบอกกิจกรรมสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้ถูกต้อง?

  1. Listening while reading helps me remember new words.
  2. Listening while read helps me remember new words.
  3. Listen while reading helps me remember new words.
ดูคำตอบ

Listening while reading helps me remember new words.

This expands your vocabulary

0:59

สิ่งนี้ช่วยขยายคลังคำศัพท์ของคุณ

and makes it easier to recognize and use these words in real life situations. ไวยากรณ์

1:01

และทำให้ง่ายต่อการจดจำและนำคำเหล่านี้ไปใช้ในสถานการณ์จริง

ไวยากรณ์

makes it easier to recognize and use: โครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + to do

ในที่นี้ makes it easier to recognize and use ใช้โครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to do โดยหมายความว่าวิธีฟังพร้อมกับอ่านที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ช่วยลดความยากในการจดจำและใช้คำเหล่านั้น คำว่า it อยู่ในตำแหน่งกรรม ส่วนการกระทำจริงอยู่ภายหลังในรูป infinitive ที่มี to recognize และ use เป็นคำกริยาที่เชื่อมกันและใช้ to ร่วมกันเพียงคำเดียว คือ to recognize and use ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำให้การกระทำที่ตามมาง่ายขึ้นหรือยากขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย make it easier to: Large buttons ____ use the phone.

ดูคำตอบ

make it easier to

Enhanced comprehension.

1:07

ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น

When you listen and read simultaneously, ไวยากรณ์

1:09

เมื่อคุณฟังและอ่านไปพร้อม ๆ กัน

you reinforce your understanding of the language.

1:12

คุณจะเสริมสร้างความเข้าใจในภาษาได้ดีขึ้น

ไวยากรณ์

When you listen and read simultaneously: การใช้ when เพื่อบอกสถานการณ์ที่เกิดซ้ำ

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when กำหนดสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดผลในประโยคหลัก กล่าวคือ ทุกครั้งที่คุณฟังและอ่านพร้อมกัน ความเข้าใจของคุณจะแน่นแฟ้นขึ้น ในที่นี้ when หมายถึง “ในสถานการณ์ที่” หรือ “ทุกครั้งที่” ไม่ได้ใช้ถามเวลา อนุประโยคทั้งสองใช้ simple present เพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่เป็นจริงโดยทั่วไป simultaneously ขยาย listen and read และหมายความว่าการกระทำทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ when เพื่อบอกสถานการณ์ที่เกิดซ้ำและนำไปสู่ผลลัพธ์

  1. What time did you review the new words yesterday?
  2. When you review a little every day, the new words become easier to remember.
  3. When do you review the new words?
ดูคำตอบ

When you review a little every day, the new words become easier to remember.

You can connect spoken words with their written form, วลี

1:16

คุณสามารถเชื่อมโยงคำที่พูดกับรูปแบบการเขียนได้

which helps you grasp the meaning more easily. วลี

1:19

ซึ่งช่วยให้คุณเข้าใจความหมายได้ง่ายขึ้น

วลี

connect spoken words with their written form: โครงสร้าง connect A with B

ใน connect spoken words with their written form โครงสร้าง connect A with B หมายถึงการเชื่อมโยงหรือจับคู่สองสิ่ง โดย A คือ spoken words และ B คือ their written form ตรงนี้ with ใช้นำสิ่งที่สองซึ่งถูกเชื่อมโยง ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบที่เขียนเป็นเครื่องมือที่ใช้เชื่อมคำเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ connect A with B: Please ____ each name ____ the correct photo.

ดูคำตอบ

connect · with

วลี

grasp the meaning: grasp หมายถึง “เข้าใจอย่างชัดเจน”

ใน grasp the meaning คำว่า grasp หมายถึงเข้าใจแนวคิดหรือข้อความอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายถึงใช้มือคว้าหรือจับสิ่งของ การใช้แบบนี้มักสื่อว่าความหมายนั้นชัดเจนขึ้นแล้ว โดยเฉพาะหลังจากคิดหรือได้รับคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “เข้าใจอย่างชัดเจน”: The final example helped me ____ of the rule.

ดูคำตอบ

grasp the meaning

This combination enables you to understand conversations,

1:22

การผสมผสานนี้ทำให้คุณสามารถเข้าใจบทสนทนา

dialogues, and even native speakers with greater confidence. วลี

1:26

บทพูด และแม้กระทั่งเจ้าของภาษาด้วยความมั่นใจที่มากขึ้น

วลี

with greater confidence: ทำบางสิ่งอย่างมั่นใจมากขึ้น

with greater confidence บอกว่าคุณทำกริยานั้นในลักษณะหรือสภาพใด ในที่นี้คือคุณเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดโดยรู้สึกมั่นใจในความสามารถของตนเองมากขึ้น โครงสร้าง with + คำนามนามธรรมใช้บอกลักษณะหรือสภาพขณะทำกริยาได้ เช่น speak with confidence greater เป็นรูปเปรียบเทียบในที่นี้ หมายความว่าระดับความมั่นใจสูงกว่าเมื่อก่อนหรือสูงขึ้นภายใต้เงื่อนไขใหม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ว่ามีความมั่นใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าการฝึกทำให้ Leo พูดได้อย่างมั่นใจกว่าเดิม

  1. After more practice, Leo spoke with greater confident.
  2. After more practice, Leo spoke with greater confidence.
  3. After more practice, Leo spoke greater confidence.
ดูคำตอบ

After more practice, Leo spoke with greater confidence.

Better pronunciation.

1:31

การออกเสียงที่ดีขึ้น

Listening to the language while reading along กริยาวลี

1:33

การฟังภาษาในขณะที่อ่านตามไปด้วย

helps improve your pronunciation.

1:35

ช่วยปรับปรุงการออกเสียงของคุณ

กริยาวลี

while reading along: อ่านตามข้อความเดียวกันขณะฟัง

while reading along หมายถึงการอ่านตามคำที่เขียนไว้ชุดเดียวกับเสียงหรือผู้ที่กำลังอ่าน read along เน้นการรักษาตำแหน่งของตนในข้อความที่ใช้ร่วมกันและอ่านต่อไปพร้อมกัน คุณจะอ่านในใจหรือออกเสียงก็ได้ ในที่นี้ while + -ing เป็นอนุประโยคบอกเวลารูปสั้น โดยเข้าใจได้ว่าเป็น while you are reading along ส่วน along หมายถึงการตามเนื้อหาหรือจังหวะเดียวกัน ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปตามถนน

แบบฝึกหัด

เรื่องเล่าเสียงกำลังเล่นอยู่ คุณฟังพร้อมกับดูคำเดียวกันในหนังสือ ประโยคใดอธิบายการกระทำนี้

  1. You are reading aloud.
  2. You are reading ahead.
  3. You are reading along.
ดูคำตอบ

You are reading along.

You'll hear how words and sentences sound, ไวยากรณ์

1:38

คุณจะได้ยินว่าคำและประโยคออกเสียงอย่างไร

which will help you imitate the correct pronunciation.

1:41

ซึ่งจะช่วยให้คุณเลียนแบบการออกเสียงที่ถูกต้องได้

ไวยากรณ์

how words and sentences sound: ลำดับคำในอนุประโยค how แบบคำถามทางอ้อม

อนุประโยค how words and sentences sound บอกว่าสิ่งที่คุณจะได้ยินคืออะไร ในที่นี้ how หมายถึง “ในลักษณะใด” และ sound เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ฟังดู” เนื่องจากเป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how + ประธาน + กริยา ต้องพูดว่า how words and sentences sound ไม่ใช่ how do words and sentences sound

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how แบบคำถามทางอ้อมหลัง hear ได้ถูกต้อง

  1. I want to hear how does the sentence sound.
  2. I want to hear how the sentence sounds.
  3. I want to hear how sounds the sentence.
ดูคำตอบ

I want to hear how the sentence sounds.

This practice trains your ear to recognize the correct sounds สำนวน

1:45

การฝึกฝนนี้เป็นการฝึกหูของคุณให้จดจำเสียงที่ถูกต้อง

and helps you speak more naturally.

1:48

และช่วยให้คุณพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

สำนวน

trains your ear: ฝึกทักษะการแยกแยะเสียง

ใน trains your ear คำว่า ear หมายถึงความสามารถในการสังเกตและแยกแยะเสียง ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหูเพียงอย่างเดียว การฝึกนี้ช่วยพัฒนาความสามารถด้านการฟังดังกล่าว รูปแบบที่พบบ่อยคือ train your ear to + คำกริยา คำกริยาจะบอกว่ากำลังฝึกทักษะใด เช่น train your ear to recognize sounds, train your ear to hear a rhythm หรือ train your ear to notice a difference

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยวลีที่หมายถึง “พัฒนาทักษะการแยกแยะเสียง”: Listen to short recordings every day to ____ notice small sound differences.

ดูคำตอบ

train your ear to

Reinforced grammar and sentence structure.

1:51

เสริมสร้างไวยากรณ์และโครงสร้างประโยค

When you combine listening and reading,

1:54

เมื่อคุณผสมผสานการฟังและการอ่านเข้าด้วยกัน

you also reinforce your understanding of grammar and sentence structure.

1:56

คุณยังเสริมสร้างความเข้าใจในไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคอีกด้วย

You will start to notice patterns in sentence construction วลี

2:02

คุณจะเริ่มสังเกตเห็นรูปแบบการสร้างประโยค

and become more familiar with the structure of the language. วลี

2:05

และคุ้นเคยกับโครงสร้างของภาษามากขึ้น

วลี

start to notice patterns in sentence construction: เริ่มสังเกตเห็นรูปแบบในการสร้างประโยค

start to notice patterns in sentence construction หมายถึง เริ่มมองเห็นลักษณะที่เกิดซ้ำในวิธีสร้างประโยค start to บอกว่าการรับรู้นี้เริ่มพัฒนาขึ้นตามเวลา ส่วน notice หมายถึงสังเกตจนรับรู้ได้ patterns ในที่นี้คือกฎหรือความสม่ำเสมอทางภาษา ไม่ใช่ลวดลายที่มองเห็น sentence construction หมายถึงวิธีนำคำและส่วนต่าง ๆ ของประโยคมาประกอบกัน โครงสร้าง notice patterns in + หัวข้อหรือชุดตัวอย่าง ใช้บอกว่าพบลักษณะที่เกิดซ้ำอย่างเป็นระบบในสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคุณจะเริ่มมองเห็นวิธีสร้างประโยคภาษาอังกฤษที่เกิดซ้ำเป็นแบบแผน

  1. You will start to notice patterns in English sentence construction.
  2. You will start to draw patterns beside English sentences.
  3. You will start to memorize one English sentence without comparing examples.
ดูคำตอบ

You will start to notice patterns in English sentence construction.

วลี

become more familiar with: ค่อย ๆ คุ้นเคยกับบางสิ่งมากขึ้น

become more familiar with หมายถึง ค่อย ๆ รู้จัก เข้าใจ หรือจำแนกบางสิ่งได้ดีขึ้น become แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ส่วน more เปรียบเทียบระดับความคุ้นเคยภายหลังกับระดับก่อนหน้า familiar เป็นคำคุณศัพท์ เมื่อต้องการระบุสิ่งที่คนหนึ่งคุ้นเคย ให้ใช้ familiar with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม เช่น become more familiar with the structure

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ you เป็นประธานอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อบอกว่าคุณจะรู้จักซอฟต์แวร์ใหม่นี้ดีขึ้น

  1. With practice, you will become more familiar with the new software.
  2. With practice, you will become more familiar to the new software.
  3. With practice, the new software will become more familiar to you.
ดูคำตอบ

With practice, you will become more familiar with the new software.

This makes it easier for you to form your own sentences correctly. วลี

2:10

สิ่งนี้ทำให้คุณสร้างประโยคของตัวเองได้อย่างถูกต้องง่ายขึ้น

วลี

form your own sentences correctly: สร้างประโยคของตัวเองอย่างถูกต้อง

ในที่นี้ form เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สร้าง” หรือ “ประกอบขึ้น” วลี form sentences หมายถึงการเรียงคำให้เป็นประโยคตามไวยากรณ์และลำดับคำของภาษา ไม่ได้หมายถึงการกรอกแบบฟอร์มหรือคำนามที่แปลว่า “รูปร่าง” Your own แสดงว่าคุณสร้างประโยคขึ้นเอง ไม่ใช่เพียงพูดตามตัวอย่าง ส่วน correctly บอกว่าต้องสร้างด้วยไวยากรณ์ ลำดับคำ และการเลือกคำที่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

ครูต้องการให้ผู้เรียนเรียงคำที่กำหนดให้เป็นประโยคใหม่ที่ถูกต้องตามไวยากรณ์ คำสั่งใดสื่อถึงงานนี้

  1. Use the words to fill in the sentences.
  2. Use the words to form correct sentences.
  3. Use the words to copy the sentences.
ดูคำตอบ

Use the words to form correct sentences.

Now,

2:15

เอาล่ะ

let's move on to some simple tips on how to work with this strategy. ลำดับความ

2:15

เรามาดูเคล็ดลับง่าย ๆ ในการนำกลยุทธ์นี้ไปใช้กันบ้าง

ลำดับความ

let's move on to: เกริ่นเข้าสู่ส่วนถัดไป

Let's move on to เป็นคำเชื่อมในการพูดที่ใช้จบส่วนปัจจุบันและเกริ่นหัวข้อหรือขั้นตอนถัดไป ในที่นี้ move on ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือสิ่งที่เดินหน้าคือการสนทนา ไม่ใช่ตัวบุคคล โครงสร้างคือ Let's move on to + คำนามหรือหัวข้อ สำนวนนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามลำดับของบทเรียน การนำเสนอ การประชุม หรือวิดีโอได้

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดบทนำจบแล้วและกำลังจะเริ่มส่วนผลลัพธ์ ประโยคใดบอกการเปลี่ยนผ่านนี้ได้อย่างชัดเจน

  1. Let's move on to the results.
  2. Let's stay with the introduction.
  3. Let's go back to the introduction.
ดูคำตอบ

Let's move on to the results.

Choose simple materials.

2:20

เลือกสื่อที่ง่าย

Start with beginner-friendly materials such as children's books, โน้ต

2:22

เริ่มต้นด้วยสื่อที่เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น เช่น หนังสือเด็ก

graded readers, or beginner level podcasts. วัฒนธรรม

2:26

หนังสืออ่านตามระดับ หรือพอดแคสต์ระดับเริ่มต้น

การใช้คำ

beginner-friendly materials: สื่อที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น

beginner-friendly หมายถึงสิ่งที่ผู้เริ่มต้นใช้หรือเข้าใจได้ง่าย ในประโยคนี้ คำคุณศัพท์ประสม beginner-friendly ขยายคำว่า materials ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงสื่อที่มีระดับความยากหรือการออกแบบเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้น friendly ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าคนมีนิสัยเป็นมิตร ในคำประสมอย่าง user-friendly หรือ child-friendly คำนี้หมายถึงเหมาะกับหรือใช้งานง่ายสำหรับบุคคลหรือกลุ่มที่ระบุไว้ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่มีขีดกลางและหมายถึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น: This is a ____ course.

ดูคำตอบ

beginner-friendly

ลำดับความ

such as: การยกตัวอย่างของหมวดหมู่

such as เชื่อมหมวดหมู่กว้าง ๆ กับสิ่งที่เป็นสมาชิกของหมวดหมู่นั้น ในที่นี้วางหลัง beginner-friendly materials และใช้ยก children's books, graded readers และ beginner level podcasts เป็นตัวอย่าง ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้เพื่อแสดงให้เห็นหมวดหมู่ ไม่ได้ให้คำจำกัดความหรือบอกว่ารายการครบทั้งหมด โครงสร้างคือ หมวดหมู่ทั่วไป + such as + ตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้ยกตัวอย่างของหมวดหมู่โดยตรง: Pack warm layers ____ a sweater and a jacket.

ดูคำตอบ

such as

วัฒนธรรม

graded readers: หนังสืออ่านสำหรับระดับภาษาต่าง ๆ

graded readers คือหนังสือที่เขียนหรือปรับเนื้อหาสำหรับผู้เรียนภาษาในระดับต่าง ๆ มีการควบคุมคำศัพท์ ไวยากรณ์ และความยาว เพื่อให้ผู้เรียนเลือกระดับความยากที่เหมาะกับตนเองได้ ในคำนี้ readers หมายถึงหนังสือที่ใช้ฝึกอ่าน ไม่ใช่คนที่อ่าน ส่วน graded หมายถึงแบ่งตามระดับ ไม่ใช่ได้รับคะแนนด้านคุณภาพ

แบบฝึกหัด

ในการเรียนภาษา graded readers หมายถึงอะไร?

  1. หนังสือที่เขียนหรือปรับสำหรับผู้เรียนที่มีระดับภาษาต่างกัน
  2. คนที่ได้รับคะแนนจากความสามารถในการอ่าน
  3. บทวิจารณ์ที่ให้คะแนนคุณภาพของหนังสือ
ดูคำตอบ

หนังสือที่เขียนหรือปรับสำหรับผู้เรียนที่มีระดับภาษาต่างกัน

These resources are designed to be easier to understand, ไวยากรณ์

2:30

แหล่งข้อมูลเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย

ไวยากรณ์

are designed to be easier to understand: บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้

โครงสร้างประธานถูกกระทำ be designed to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกสร้างหรือวางแผนมาเพื่อทำอะไร คำว่า are สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ resources และไม่บอกว่าใครเป็นผู้ออกแบบ เพราะจุดประสงค์สำคัญกว่า to be easier to understand บอกเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ คือทำให้แหล่งข้อมูลเหล่านี้เข้าใจง่ายขึ้น designed ในที่นี้หมายถึงหน้าที่หรือจุดประสงค์ ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปัจจุบันโดยใช้โครงสร้าง be designed to be: This game ____ easy for beginners to learn.

ดูคำตอบ

is designed to be

making it more enjoyable for beginners to follow along. กริยาวลี

2:34

ทำให้ผู้เริ่มต้นติดตามได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น

กริยาวลี

follow along: ตามเนื้อหาหรือขั้นตอนให้ทัน

ในที่นี้ follow along หมายถึงการทำความเข้าใจตามลำดับและความคืบหน้าของเนื้อหาที่พูด เขียน หรือสาธิต ผู้เริ่มต้นจึงยังเข้าใจเนื้อหาต่อไปได้ขณะที่เนื้อหาดำเนินไป คำว่า along ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปตามถนน แต่เพิ่มความหมายว่าไปพร้อมกับเนื้อหาหรือลำดับขั้นเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายตามขั้นตอนในวิดีโอให้ทัน?

  1. Open the guide and watch the video online.
  2. Open the guide and obey the video's rules.
  3. Open the guide and follow along with the video.
ดูคำตอบ

Open the guide and follow along with the video.

Start with short audio clips.

2:39

เริ่มจากคลิปเสียงสั้น ๆ

Begin with short audio clips or dialogues

2:41

เริ่มต้นด้วยคลิปเสียงหรือบทสนทนาสั้น ๆ

that focus on specific topics or vocabulary. วลี

2:44

ที่เน้นหัวข้อหรือคำศัพท์เฉพาะ

วลี

focus on specific topics or vocabulary: เน้นหัวข้อหรือคำศัพท์เฉพาะ

focus on หมายถึงการหันความสนใจหรือเนื้อหาไปยังเป้าหมายหนึ่ง ในประโยคนี้ ส่วน that focus on... ขยาย short audio clips or dialogues โดยบอกว่าเนื้อหาถูกจำกัดไว้ที่หัวข้อหรือคำศัพท์เฉพาะ โครงสร้างคือ focus on + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น focus on vocabulary, focus on it หรือ focus on improving pronunciation ในโครงสร้างนี้ต้องใช้บุพบท on

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ focus on อย่างถูกต้องเพื่อบอกทักษะที่ได้รับความสนใจ?

  1. Let's focus on reading clearly.
  2. Let's focus about reading clearly.
  3. Let's focus to read clearly.
ดูคำตอบ

Let's focus on reading clearly.

This allows you to focus on understanding the content ไวยากรณ์

2:48

วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีสมาธิกับการทำความเข้าใจเนื้อหา

without feeling overwhelmed.

2:52

โดยไม่รู้สึกว่ามันยากเกินไป

ไวยากรณ์

allows you to ... without feeling overwhelmed: แสดงสิ่งที่ช่วยให้ทำได้และปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้

allows you to focus ใช้โครงสร้าง allow + บุคคล + to + คำกริยา ในที่นี้ allow หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” ไม่ใช่ “อนุญาต” วิธีนี้ทำให้คุณมุ่งความสนใจไปที่การทำความเข้าใจเนื้อหาได้ โดยหลัง focus on ใช้รูป -ing คือ understanding without feeling overwhelmed เพิ่มปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ในขณะที่ได้รับประโยชน์นั้น หลัง without ใช้คำนามหรือรูป -ing ดังนั้น feeling จึงถูกต้อง โครงสร้างทั้งหมดแสดงทั้งสิ่งที่ช่วยให้บุคคลทำได้และความยากที่ช่วยให้บุคคลนั้นหลีกเลี่ยงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ allow + บุคคล + to + คำกริยา และ without + -ing ได้ถูกต้อง

  1. A clear schedule allows to you working steadily without feeling overwhelmed.
  2. A clear schedule allows you to work steadily without feeling overwhelmed.
  3. A clear schedule allows you work steadily without feel overwhelmed.
ดูคำตอบ

A clear schedule allows you to work steadily without feeling overwhelmed.

You can find such clips on language learning websites or apps.

2:54

คุณสามารถพบคลิปเหล่านี้ได้ตามเว็บไซต์หรือแอปเรียนภาษา

Listen and repeat.

2:59

ฟังและพูดตาม

While listening to audio or podcasts, ไวยากรณ์

3:00

ขณะฟังเสียงหรือพอดแคสต์

make an effort to repeat what you hear. วลี

3:03

ให้พยายามพูดซ้ำในสิ่งที่คุณได้ยิน

ไวยากรณ์

While listening ...: ใช้ while + -ing เพื่อบอกการกระทำพื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

While listening to audio or podcasts เป็นรูปย่อของ while you are listening to audio or podcasts โดยทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้คำสั่งหลัก make an effort to repeat what you hear คือการฟังและการพูดซ้ำเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ผู้ที่ทำทั้งสองการกระทำคือ you เมื่ออนุประโยคบอกเวลาและประโยคหลักมีประธานที่เข้าใจตรงกันเหมือนกัน while + ประธาน + be + -ing มักย่อเป็น while + -ing ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค while แบบย่อได้ถูกต้อง เมื่อคนเดียวกันทำทั้งสองการกระทำ

  1. While waiting for the bus, Maya checked her messages.
  2. During waiting for the bus, Maya checked her messages.
  3. While Maya waiting for the bus, she checked her messages.
ดูคำตอบ

While waiting for the bus, Maya checked her messages.

วลี

make an effort to repeat: โครงสร้าง make an effort to do

Make an effort to do something หมายถึงการตั้งใจทุ่มเทแรงและความสนใจเพื่อพยายามทำบางสิ่ง โดยเน้นที่ความพยายาม ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จแน่นอน ในที่นี้ to repeat บอกเป้าหมายของความพยายาม โครงสร้างนี้ใช้ make an effort ตามด้วย to และคำกริยารูปพื้นฐาน: make an effort to repeat

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make an effort to do ได้ถูกต้อง

  1. Please make an effort checking your work.
  2. Please make an effort to check your work.
  3. Please do an effort to check your work.
ดูคำตอบ

Please make an effort to check your work.

This helps you practice your pronunciation

3:06

สิ่งนี้ช่วยให้คุณฝึกการออกเสียง

and improve your speaking skills.

3:09

และพัฒนาทักษะการพูดของคุณ

You can start by imitating the speaker's intonation โน้ต

3:12

คุณอาจเริ่มจากการเลียนแบบน้ำเสียงของผู้พูด

and rhythm.

3:15

และจังหวะการพูด

ไวยากรณ์

start by imitating: โครงสร้าง start by + -ing

Start by doing something ใช้เสนอการกระทำนั้นว่าเป็นขั้นตอนแรกหรือวิธีเริ่มต้นของกระบวนการ ในประโยคนี้ การเลียนแบบทำนองเสียงและจังหวะของผู้พูดคือจุดเริ่มต้นที่แนะนำ หลัง by ใช้รูป -ing: start by imitating ตรงนี้ by ใช้บอกวิธีหรือขั้นตอนแรก ไม่ได้แปลว่าข้าง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยรูปที่ถูกต้องของ imitate: You can start by ____ one short sentence.

ดูคำตอบ

imitating

การใช้คำ

the speaker's intonation and rhythm: ทำนองเสียงและจังหวะของผู้พูด

Intonation คือการที่ระดับเสียงสูงขึ้นและต่ำลงตลอดวลีหรือประโยค ซึ่งช่วยบอกได้ว่าผู้พูดกำลังถาม จบข้อความ รู้สึกประหลาดใจ หรือแสดงท่าทีอื่นอยู่หรือไม่ Rhythm คือรูปแบบจังหวะเวลาที่เกิดจากพยางค์ที่ลงเสียงหนัก พยางค์ที่ไม่ลงเสียงหนัก และการเว้นจังหวะ ในประโยคนี้ การเลียนแบบผู้พูดหมายถึงการเลียนแบบทั้งการเคลื่อนของระดับเสียงและรูปแบบจังหวะเวลา ไม่ใช่การมองว่าสองอย่างนี้เป็นสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง intonation และ rhythm ได้ถูกต้อง

  1. Intonation และ rhythm ต่างก็อธิบายวิธีสะกดคำ
  2. Intonation คือการสูงขึ้นและต่ำลงของเสียง ส่วน rhythm คือรูปแบบของการเน้นเสียงและจังหวะเวลา
  3. Intonation หมายถึงการพูดเร็ว ส่วน rhythm หมายถึงการพูดดัง
ดูคำตอบ

Intonation คือการสูงขึ้นและต่ำลงของเสียง ส่วน rhythm คือรูปแบบของการเน้นเสียงและจังหวะเวลา

Practice with language learning apps.

3:17

ฝึกฝนด้วยแอปพลิเคชันเรียนภาษา

Many language learning apps provide audio lessons with accompanying text. การใช้คำ

3:19

แอปพลิเคชันเรียนภาษามากมายมีบทเรียนเสียงพร้อมข้อความประกอบ

การใช้คำ

accompanying text: ข้อความประกอบ

Accompanying text คือเนื้อหาที่เขียนไว้และให้มาพร้อมกับสิ่งอื่น ในที่นี้หมายถึงข้อความที่ให้มาพร้อมบทเรียนเสียง เช่น บทถอดเสียงหรือบันทึกที่ผู้เรียนอ่านไปพร้อมกับการฟังได้ Accompanying เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย text ในวลี with accompanying text คำว่า with นำเข้าสื่อเพิ่มเติม ส่วน accompanying บอกว่าข้อความนั้นใช้คู่กับบทเรียนเสียง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ข้อความที่ให้มาพร้อมกับเสียง” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Each audio lesson includes ____.

ดูคำตอบ

accompanying text

These apps often include interactive exercises

3:25

แอปเหล่านี้มักมีแบบฝึกหัดโต้ตอบ

that integrate listening and reading. วลี

3:28

ที่ผสมผสานทั้งการฟังและการอ่าน

วลี

integrate listening and reading: ผสานสองทักษะเข้าด้วยกัน

ในประโยคนี้ integrate listening and reading หมายถึงทำให้การฟังและการอ่านทำงานร่วมกันในแบบฝึกหัดเดียวกัน ความหมายนี้ชัดกว่าการบอกเพียงว่าแบบฝึกหัดมีทั้งสองทักษะ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ integrate A and B ซึ่งหมายถึงการรวมสองส่วนให้ทำงานเป็นกิจกรรมหรือระบบเดียวกันอย่างสอดคล้องกัน ในที่นี้ that integrate listening and reading ขยายความ interactive exercises

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการฟังและการอ่านทำงานร่วมกันในกิจกรรมเดียวกัน

  1. The activity replaces listening with reading.
  2. The activity integrates listening and reading.
  3. The activity includes listening and reading as separate tasks.
ดูคำตอบ

The activity integrates listening and reading.

Utilize these applications to practice your listening skills in a structured way.

3:31

ใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้เพื่อฝึกทักษะการฟังของคุณอย่างเป็นระบบ

And there you have it. สำนวน

3:37

และนี่ก็คือทั้งหมด

สำนวน

And there you have it: ปิดท้ายคำอธิบาย

And there you have it เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้หลังจากอธิบาย สาธิต หรือทำขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จแล้ว สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าได้แสดงผลลัพธ์สุดท้ายหรือคำอธิบายทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ในที่นี้ have it ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของสิ่งใดจริง ๆ และ there ก็ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่ใด สำนวนทั้งหมดเป็นสัญญาณปิดท้ายอย่างเป็นกันเองว่าผู้พูดกำลังจบคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งแสดงขั้นตอนสุดท้ายของบทเรียนงานประดิษฐ์ การปิดท้ายด้วย And there you have it. เป็นธรรมชาติหรือไม่

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

The strategy of combining listening and reading

3:38

กลยุทธ์การผสมผสานการฟังและการอ่าน

to improve your listening skills as a beginner.

3:41

เพื่อพัฒนาทักษะการฟังของคุณในฐานะผู้เริ่มต้น

By incorporating this approach into your language learning routine, วลี

3:45

การนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ในกิจวัตรการเรียนภาษาของคุณ

วลี

การนำแนวทางนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการเรียนภาษา

Incorporate A into B หมายถึงทำให้ A กลายเป็นส่วนหนึ่งของ B ในที่นี้ this approach คือวิธีที่นำมาเพิ่ม ส่วน your language learning routine คือแผนการเรียนเป็นประจำที่วิธีนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง คำว่า routine ในที่นี้หมายถึงนิสัยหรือตารางที่ทำซ้ำเป็นประจำ ไม่ได้หมายถึงเส้นทาง ในประโยคเต็ม โครงสร้าง by + รูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ในส่วนถัดไป มีความหมายว่า “ด้วยการ...”

แบบฝึกหัด

ใช้ incorporate A into B เพื่อบอกว่าการอ่านสิบนาทีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: We want to ____ our bedtime routine.

ดูคำตอบ

incorporate ten minutes of reading into

you will experience the benefits of an expanded vocabulary,

3:49

คุณจะได้รับประโยชน์จากการมีคำศัพท์ที่กว้างขึ้น

enhanced comprehension,

3:54

ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น

improved pronunciation,

3:56

การออกเสียงที่ดีขึ้น

and reinforced grammar.

3:58

และไวยากรณ์ที่แม่นยำขึ้น

Remember,

4:00

จำไว้ว่า

don't be afraid to start small น้ำเสียง/เจตนา

4:01

อย่ากลัวที่จะเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

ไม่ต้องกลัวที่จะเริ่มจากก้าวเล็ก ๆ

Don't be afraid to + คำกริยา มักใช้เพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าลงมือทำได้ ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกกลัวจริง ๆ เสมอไป Start small หมายถึงเริ่มจากขั้นตอนที่สั้น ง่าย หรือกดดันน้อย แทนที่จะพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน ทั้งวลีจึงช่วยลดแรงกดดันอย่างนุ่มนวลและกระตุ้นให้ลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Don't be afraid to start small”?

  1. ทำให้อีกฝ่ายสบายใจและแนะนำขั้นตอนแรกที่ทำได้ไม่ยาก
  2. เรียกร้องให้อีกฝ่ายทำงานที่ยากที่สุดให้เสร็จทันที
  3. เตือนว่าทุกก้าวเล็ก ๆ เป็นอันตราย
ดูคำตอบ

ทำให้อีกฝ่ายสบายใจและแนะนำขั้นตอนแรกที่ทำได้ไม่ยาก

and gradually build up to more challenging materials. กริยาวลี

4:03

และค่อย ๆ ไต่ระดับไปยังสื่อที่ท้าทายมากขึ้น

กริยาวลี

build up to more challenging materials: ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ระดับที่ยากขึ้น

Build up to + กลุ่มคำนาม หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นขั้น ๆ จนไปถึงระดับหรือเป้าหมายที่สูงขึ้น ในประโยคนี้คือการเริ่มจากสื่อที่ง่ายกว่าแล้วค่อยไปสู่สื่อที่ยากขึ้น Gradually ย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีละน้อย ในการใช้นี้ build ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความสามารถและความพร้อมของคุณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าควรเพิ่มระยะทางทีละขั้น?

  1. Start with short walks and build up to five kilometers.
  2. Start with short walks and immediately walk five kilometers.
  3. Start with short walks and build a five-kilometer path.
ดูคำตอบ

Start with short walks and build up to five kilometers.

Consistency is key, สำนวน

4:07

ความสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ

สำนวน

Consistency is key: ความพยายามอย่างสม่ำเสมอสำคัญที่สุด

Consistency is key เป็นวิธีพูดสั้น ๆ ว่าความพยายามอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อความสำเร็จ consistency หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งหรือรักษานิสัยนั้นต่อไปในระยะยาว ไม่ใช่ทำมากแค่ครั้งเดียว ในรูปแบบนี้ key หมายถึงจำเป็นหรือสำคัญมาก ไม่ได้หมายถึงกุญแจที่ใช้เปิดล็อก รูปแบบ X is key สามารถนำไปใช้ต่อเพื่อเน้นปัจจัยที่สำคัญมากในสถานการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสามคำที่ขึ้นต้นด้วย Consistency เพื่อเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: ____, so keep practicing a little every day.

ดูคำตอบ

Consistency is key

so make it a habit to regularly combine listening and reading. วลี

4:09

ดังนั้นจงสร้างนิสัยในการผสมผสานการฟังและการอ่านเป็นประจำ

วลี

make it a habit to...: ทำให้การกระทำกลายเป็นนิสัย

make it a habit to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตั้งใจทำให้การกระทำหนึ่งกลายเป็นกิจวัตร ในประโยคนี้ ผู้พูดแนะนำให้ฝึกฟังควบคู่กับการอ่านซ้ำ ๆ ไม่ใช่ทำเพียงครั้งเดียว ในโครงสร้างนี้ it ทำหน้าที่แทนตำแหน่งกรรมไว้ก่อน ส่วน to-infinitive ที่ตามมาบอกว่าเป็นนิสัยในการทำอะไร ให้เข้าใจ make it a habit ว่าเป็นการทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นกิจวัตร ไม่ใช่การสร้างนิสัยตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: To be ready in the morning, ____ pack your school bag before bed.

ดูคำตอบ

make it a habit to

You'll be amazed at how quickly your listening skills will improve. ไวยากรณ์

4:13

คุณจะทึ่งว่าทักษะการฟังของคุณพัฒนาขึ้นเร็วแค่ไหน

ไวยากรณ์

You'll be amazed at how quickly + อนุประโยคซ้อน

You'll be amazed at how quickly... เป็นการคาดการณ์ว่าความรวดเร็วของผลลัพธ์จะทำให้ผู้ฟังประหลาดใจ ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่าทักษะการฟังจะพัฒนาอย่างรวดเร็วและใช้การคาดการณ์เชิงบวกนี้เพื่อให้กำลังใจ คำที่ตามหลัง how quickly เป็นอนุประโยคซ้อนที่ใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า คือ how quickly + ประธาน + กริยา ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่สลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be amazed at how ร่วมกับอนุประโยคซ้อนได้ถูกต้อง

  1. You'll be amazed at how quickly the plants grow.
  2. You'll be amazed at how quickly do the plants grow.
  3. You'll be amazed at how quickly grow the plants.
ดูคำตอบ

You'll be amazed at how quickly the plants grow.

If you found this video helpful,

4:18

หากคุณพบว่าวิดีโอนี้มีประโยชน์

please give it a thumbs up สำนวน

4:20

โปรดกดถูกใจ

สำนวน

give it a thumbs up: กดถูกใจวิดีโอ

ในบริบทของแพลตฟอร์มนี้ give it a thumbs up หมายถึงการคลิกหรือแตะปุ่มถูกใจของวิดีโอ สรรพนาม it หมายถึงวิดีโอ จึงไม่ได้เป็นเพียงการบรรยายตามตัวอักษรว่ายกนิ้วโป้งขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + something + a thumbs up นอกบริบทของแพลตฟอร์ม รูปแบบเดียวกันยังใช้แสดงการเห็นชอบอย่างไม่เป็นทางการต่อแนวคิด แผนงาน หรือผลงานได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้ผู้ชมกดถูกใจวิดีโอได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. If this lesson helped you, please give it a thumb up.
  2. If this lesson helped you, please give it a thumbs up.
  3. If this lesson helped you, please give it your thumb.
ดูคำตอบ

If this lesson helped you, please give it a thumbs up.

and subscribe to our channel for more language learning tips.

4:22

และกดติดตามช่องของเราสำหรับเคล็ดลับการเรียนรู้ภาษาเพิ่มเติม

If you have any questions or suggestions for future videos,

4:26

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะสำหรับวิดีโอในอนาคต

please feel free to leave them in the comments section below. น้ำเสียง/เจตนา

4:30

สามารถฝากข้อความไว้ในส่วนความคิดเห็นด้านล่างได้เลย

น้ำเสียง/เจตนา

please feel free to leave them...: คำเชิญอย่างสุภาพโดยไม่กดดัน

Please feel free to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีเชิญหรืออนุญาตให้ใครทำบางอย่างอย่างสุภาพโดยไม่กดดัน ไม่ได้บรรยายความรู้สึกว่าเป็นอิสระ แต่บอกว่าการกระทำนั้นทำได้และผู้ฟังเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ ในที่นี้ leave หมายถึงโพสต์ ส่วน them ย้อนกลับไปหมายถึง questions or suggestions ดังนั้นวลีนี้จึงเชิญชวนให้ผู้ชมเขียนข้อความเหล่านั้นไว้ในส่วนความคิดเห็นด้านล่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชิญให้ผู้อื่นส่งอีเมลเมื่อมีคำถามอย่างสุภาพ โดยไม่ทำให้เป็นข้อบังคับ

  1. Please feel free to email me if you have any questions.
  2. Please feel free that you email me if you have any questions.
  3. Please feel freely to email me if you have any questions.
ดูคำตอบ

Please feel free to email me if you have any questions.

Keep practicing,

4:35

หมั่นฝึกฝนต่อไป

continue to combine listening and reading,

4:36

ผสมผสานการฟังและการอ่านต่อไป

and enjoy your language learning journey.

4:39

และขอให้สนุกกับเส้นทางการเรียนรู้ภาษาของคุณ