คุณสามารถถูกหลอกให้ตกใจจนตายได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
509 คำ 203 คำ/นาที

ภาพรวม: วิดีโอนี้ถามว่าความกลัวทำให้ตายได้จริงหรือไม่ และเชื่อมโยงอาการกลัว อะดรีนาลีน ความเสี่ยงต่อหัวใจ และการเปลี่ยนวิธีคิด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "scared to death?" (สำนวนและภาษาภาพพจน์): เข้าใจความหมายปกติที่กล่าวเกินจริงว่ากลัวมาก และเห็นว่าผู้บรรยายทำให้เป็นความหมายตามตัวอักษรเพื่อเล่นคำ โดยไม่สรุปว่าทุกครั้งหมายถึงความตายจริง 2. "making the heart beat quicker" (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): รู้จักอนุประโยค -ing ที่บอกผลและโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อติดตามและอธิบายกระบวนการเหตุและผล 3. "incidence" (ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา): เข้าใจคำนามทางการนี้ว่าเป็นความถี่ที่ภาวะหนึ่งเกิดในประชากร ไม่ใช่ incident เหตุการณ์เดียวหรือเพียงจำนวนกรณี จึงอ่านความเสี่ยงได้แม่นยำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Most of us have experienced the rush of a big scare,

0:00

พวกเราส่วนใหญ่เคยสัมผัสอาการตื่นตัวพุ่งพล่านเวลาตกใจสุดขีด

the racing heart, วลี

0:02

หัวใจเต้นรัว

sweating palms,

0:03

ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ

and fast breathing.

0:04

และหายใจถี่เร็ว

วลี

racing heart, sweating palms และ fast breathing

นามวลีสามชุดที่วางขนานกันนี้บอกปฏิกิริยาทางร่างกายที่พบบ่อย ได้แก่ a racing heart คือหัวใจที่เต้นเร็วมาก sweating palms คือฝ่ามือที่กำลังมีเหงื่อออก และ fast breathing คือการหายใจด้วยจังหวะที่เร็ว เมื่อเรียงเป็นรายการ วลีเหล่านี้จะสร้างภาพที่กระชับของการตอบสนองของร่างกายต่อความกลัว กลุ่มคำเดียวกันนี้ยังใช้บรรยายความประหม่าอย่างมากหรือการออกแรงหนักได้ด้วย โดย racing ไม่ได้หมายถึงการแข่งขัน และ palms หมายถึงด้านในของมือ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเป้าหมายสามชุดจากบทเรียน: After the near miss, Maya noticed three fear responses: a ____, ____, and ____.

ดูคำตอบ

racing heart · sweating palms · fast breathing

But could these symptoms really BOO!!!! scare you?

0:06

แต่อาการเหล่านี้จะทำให้คุณ... แฮ่!!!! ...กลัวได้จริง ๆ ไหม?

It's a full-body experience

0:09

มันเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย

and can even feel a little dangerous at times,

0:11

และบางครั้งอาจรู้สึกอันตรายนิด ๆ ด้วยซ้ำ

but could you really be scared to death? สำนวน

0:13

แต่เราจะตกใจกลัวจนตายได้จริง ๆ หรือ?

สำนวน

scared to death: การพูดเกินจริงกับความตายตามตัวอักษร

Scared to death โดยทั่วไปเป็นสำนวนที่หมายถึงกลัวมากหรือกลัวสุดขีด คำว่า death ทำหน้าที่เพิ่มระดับความกลัว ในการใช้ทั่วไป สำนวนนี้มักไม่ได้บอกว่ามีใครเสียชีวิตจริงหรืออยู่ในอันตรายถึงชีวิต ใน could you really be scared to death? คำว่า really และรูปประโยคคำถามจงใจดึงความเป็นไปได้ตามตัวอักษรว่าความกลัวอาจทำให้เสียชีวิตกลับขึ้นมา ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นทั้งคำพูดเกินจริงที่คุ้นเคยและคำถามจริงจังที่เปิดประเด็น

แบบฝึกหัด

ในคำถาม Could a nightmare scare you to death? เหตุใด scared to death จึงได้ผลเป็นพิเศษ

  1. ใช้คำพูดเกินจริงที่คุ้นเคย พร้อมกับตั้งความเป็นไปได้ตามตัวอักษรว่าความกลัวอาจทำให้เสียชีวิตได้
  2. ระบุว่าคนที่ตกใจได้เสียชีวิตไปแล้ว
  3. หมายความว่าบุคคลนั้นกลัวความตายในฐานะแนวคิดทั่วไป
ดูคำตอบ

ใช้คำพูดเกินจริงที่คุ้นเคย พร้อมกับตั้งความเป็นไปได้ตามตัวอักษรว่าความกลัวอาจทำให้เสียชีวิตได้

Science suggests that today's most common fears

0:16

วิทยาศาสตร์ชี้ว่าความกลัวที่พบบ่อยที่สุดในปัจจุบัน

stem from the things that most frequently killed our ancestors. กริยาวลี

0:18

มีต้นตอมาจากสิ่งที่คร่าชีวิตบรรพบุรุษของเราบ่อยที่สุด

กริยาวลี

stem from: ระบุแหล่งที่มาของผลลัพธ์

stem from หมายถึง “มีต้นตอมาจาก” หรือ “เกิดจาก” ประธานทางไวยากรณ์คือผลลัพธ์ ส่วนวลีนามหลัง from คือสาเหตุหรือแหล่งที่มา ในประโยคเดิม today's most common fears คือผลลัพธ์ และสิ่งอันตรายถึงชีวิตที่บรรพบุรุษเผชิญคือแหล่งที่มา สำนวนนี้มักใช้จัดโครงสร้างคำอธิบายโดยย้อนหาต้นกำเนิดของบางสิ่ง ต้นกำเนิดนั้นอาจเป็นที่มาทางประวัติศาสตร์หรือปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดผล ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวกระตุ้นโดยตรงเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีต้นตอมาจาก”: Many customer complaints ____ confusing instructions.

ดูคำตอบ

stem from

Animal phobias like arachnophobia, วัฒนธรรม

0:21

โรคกลัวสัตว์ เช่น โรคกลัวแมงมุม

natural environment phobias like the fear of heights,

0:23

โรคกลัวสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น กลัวความสูง

situational phobias like claustrophobia,

0:26

โรคกลัวสถานการณ์ เช่น โรคกลัวที่แคบ

and blood injection injury phobias like the fear of needles

0:28

และโรคกลัวเลือด การฉีดยา และการบาดเจ็บ เช่น กลัวเข็ม

are the four most common categories today.

0:31

คือความกลัวสี่ประเภทที่พบบ่อยที่สุดในปัจจุบัน

วัฒนธรรม

โรคกลัวสัตว์…โรคกลัวสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ…โรคกลัวสถานการณ์…โรคกลัวเลือด การฉีดยา และการบาดเจ็บ

วลีที่เน้นแต่ละวลีเป็นชื่อหมวดหมู่กว้าง ๆ โดยคำที่อยู่หน้า phobias ระบุชนิดของสิ่งของหรือสถานการณ์ที่กระตุ้นความกลัว หมวดหมู่เหล่านี้อาจครอบคลุมโรคกลัวเฉพาะหลายแบบ ไม่ใช่ชื่อของความกลัวสี่อย่างที่แยกจากกัน Animal phobias เกี่ยวข้องกับสัตว์ เช่น แมงมุม natural environment phobias เกี่ยวข้องกับลักษณะของธรรมชาติ เช่น ความสูง พายุ หรือน้ำ situational phobias เกี่ยวข้องกับการอยู่ในหรือเข้าสู่สถานการณ์ เช่น การบินหรือพื้นที่ปิด โดยโรคกลัวที่แคบเป็นตัวอย่าง ส่วน blood injection injury phobias เป็นหมวดหมู่รวมหนึ่งหมวดที่เกี่ยวข้องกับเลือด การฉีดยาหรือเข็ม และสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บ

แบบฝึกหัด

ความกลัวอย่างรุนแรงที่เกิดจากการอยู่ในลิฟต์ที่แออัดเหมาะกับหมวดหมู่ใดมากที่สุด?

  1. Animal phobias
  2. natural environment phobias
  3. situational phobias
  4. blood injection injury phobias
ดูคำตอบ

situational phobias

And these make sense as most have been relatively consistent threats โน้ต

0:33

ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะสิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นค่อนข้างสม่ำเสมอ

throughout our evolution.

0:36

ตลอดช่วงวิวัฒนาการของเรา

วลี

make sense: สมเหตุสมผลหรือเข้าใจได้

ในประโยคนี้ make sense หมายถึง “สมเหตุสมผลหรืออธิบายได้” ความกลัวที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้สอดคล้องกับภัยคุกคามที่มนุษย์เผชิญซ้ำ ๆ ดังนั้นการมีอยู่ของความกลัวเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ประธานของ make sense คือสิ่งที่กำลังถูกประเมิน รูปแบบคือ something makes sense และใช้ประเมินได้ทั้งความสอดคล้องทางตรรกะและการที่บางสิ่งเข้าใจง่ายหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “สมเหตุสมผล”: Given the evidence, the conclusion ____.

ดูคำตอบ

makes sense

ไวยากรณ์

as ที่ใช้บอกเหตุผล

ในที่นี้ as ใช้นำเสนอเหตุผลที่ความกลัวเหล่านั้นสมเหตุสมผล นั่นคือสิ่งเหล่านั้นยังคงเป็นภัยคุกคามตลอดวิวัฒนาการของมนุษย์ ในการใช้นี้ as หมายถึง because ให้อ่านความสัมพันธ์ระหว่างอนุประโยค ไม่ใช่ดู as แยกเพียงคำเดียว อนุประโยคที่สองอธิบายว่าเหตุใดข้อความแรกจึงเป็นจริง หน้าที่หลักไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The outdoor concert was moved indoors as heavy rain was forecast,” as หมายถึงอะไร

  1. ขณะที่
  2. ในแบบเดียวกับที่
  3. เพราะ
ดูคำตอบ

เพราะ

As a result, ลำดับความ

0:38

ด้วยเหตุนี้

the genes preparing us to instinctively avoid them ไวยากรณ์

0:39

ยีนที่ทำให้เราเตรียมพร้อมหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นโดยสัญชาตญาณ

became more common,

0:41

จึงพบได้แพร่หลายขึ้น

ลำดับความ

การใช้ As a result, เพื่อนำเสนอผลลัพธ์

“As a result,” เป็นคำเชื่อมระดับประโยคที่ระบุว่าอนุประโยคถัดไปเป็นผลจากสถานการณ์ก่อนหน้า ในที่นี้ คำนี้บอกผู้อ่านว่ายีนดังกล่าวพบได้บ่อยขึ้นเนื่องจากภัยคุกคามบางอย่างมีอยู่มาเป็นเวลานาน คำนี้ใช้จัดลำดับเหตุผลแบบเหตุและผล ไม่ได้เพียงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นต่อมา เมื่อวางไว้ต้นอนุประโยค โดยปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่เติมประโยคบอกผลได้ถูกต้อง: The temperature dropped below freezing overnight. ____, the lake was covered with a thin layer of ice by morning.

  1. Meanwhile
  2. As a result
  3. As a result of
ดูคำตอบ

As a result

ไวยากรณ์

preparing us to instinctively avoid them ในฐานะส่วนขยายหลังคำนาม

“preparing us to instinctively avoid them” เป็นอนุประโยคกริยารูป present participle ที่วางไว้หลัง the genes โดยขยาย the genes จากด้านหลังผ่านการบอกผลของยีนเหล่านั้น ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค เพราะกริยาหลักที่ผันรูปคือ became โครงสร้างนี้คือ “คำนาม + อนุประโยค -ing” และสามารถขยายความโดยคร่าว ๆ เป็น the genes that prepared us to instinctively avoid them ภายในอนุประโยค prepare + someone + to-infinitive หมายถึงทำให้ใครบางคนพร้อมหรือมีแนวโน้มที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ ยีนทำให้มนุษย์มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงภัยคุกคามที่กล่าวถึงก่อนหน้าโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม “preparing us to instinctively avoid them” ทำหน้าที่อะไร?

  1. ขยาย “them” และอธิบายภัยคุกคาม
  2. ขยาย “the genes” และอธิบายผลของยีนเหล่านั้น
  3. เป็นกริยาหลักที่แสดงว่ายีนกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้
ดูคำตอบ

ขยาย “the genes” และอธิบายผลของยีนเหล่านั้น

while genes that did not faded away. ไวยากรณ์

0:42

ส่วนยีนที่ไม่ได้ทำเช่นนั้นก็ค่อย ๆ เลือนหายไป

ไวยากรณ์

genes that did not ... faded away: การละคำและขอบเขตของอนุประโยค

ในอนุประโยคขยาย that did not คำว่า did แสดงอดีต และทำให้สามารถละวลีกริยาที่กล่าวไปแล้วคือ prepare us to avoid those threats หลัง not ได้ อนุประโยคนี้ระบุว่าหมายถึง genes กลุ่มใด นั่นคือยีนที่ไม่ได้เตรียมเราให้พร้อมในลักษณะนั้น faded away เป็นกริยาของประโยคหลักที่มี genes เป็นประธาน โครงสร้างคือ while [genes [that did not ...]] [faded away] ไม่ใช่การรวม did not faded away เป็นวลีกริยาเดียว

แบบฝึกหัด

การวิเคราะห์ใดอธิบายรูปกริยาทั้งสองในประโยคได้ถูกต้อง

  1. did not faded away เป็นวลีกริยาเชิงปฏิเสธในอดีตเพียงวลีเดียว
  2. did not เป็นจุดจบของอนุประโยคขยายที่ละวลีกริยาซ้ำไว้ ส่วน faded away เป็นกริยาหลักที่มี genes เป็นประธาน
  3. faded away อยู่ในอนุประโยคขยาย และประโยคหลักไม่มีกริยา
ดูคำตอบ

did not เป็นจุดจบของอนุประโยคขยายที่ละวลีกริยาซ้ำไว้ ส่วน faded away เป็นกริยาหลักที่มี genes เป็นประธาน

Chances are, วลี

0:45

เป็นไปได้ว่า

if you have one of these fears,

0:45

ถ้าคุณมีความกลัวอย่างใดอย่างหนึ่งเหล่านี้

you may have inherited it from your parents. ไวยากรณ์

0:47

คุณอาจสืบทอดมันมาจากพ่อแม่

วลี

ใช้ Chances are, ... เพื่อเกริ่นข้อสรุปที่มีความเป็นไปได้สูง

Chances are เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้ขึ้นต้นประโยคและหมายความว่าเรื่องนั้นมีความเป็นไปได้สูง สำนวนนี้นำเสนอข้อความที่ตามมาว่าเป็นข้อสรุปที่น่าจะจริง ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน โดยทั่วไปจะตามด้วยจุลภาคและอนุประโยคที่สมบูรณ์ในรูป Chances are, + ประธาน + กริยา ในที่นี้ผู้พูดนำเสนอความเป็นไปได้ที่ความกลัวนั้นถ่ายทอดทางพันธุกรรมว่าเป็นข้อสรุปที่ตนคิดว่าน่าจะจริง

แบบฝึกหัด

เพื่อนเห็นเมฆดำและคิดว่าฝนน่าจะตกแต่ยังไม่แน่ใจ ประโยคใดสื่อการประเมินนี้ได้ดีที่สุด

  1. It will definitely rain before dinner.
  2. Chances are, it will rain before dinner.
  3. There is no chance that it will rain before dinner.
ดูคำตอบ

Chances are, it will rain before dinner.

ไวยากรณ์

may have inherited: คำอธิบายที่เป็นไปได้เกี่ยวกับอดีต

may have inherited เป็นโครงสร้าง modal perfect ซึ่งประกอบด้วย may + have + กริยาช่องสาม inherited โครงสร้างนี้เสนอว่าการสืบทอดเป็นหนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้ในอดีตสำหรับความกลัวที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน may ในที่นี้แสดงความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอน ไม่ได้แสดงการอนุญาต ส่วน have เป็นองค์ประกอบของโครงสร้าง modal perfect ทั้งชุด ไม่ใช่กริยา present perfect ที่แยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

may have inherited ในประโยคเดิมหมายความว่าอย่างไร?

  1. พ่อแม่กำลังเลือกความกลัวนั้นอยู่ในขณะนี้
  2. บุคคลนั้นได้รับอนุญาตให้สืบทอดความกลัว
  3. เป็นไปได้ว่าความกลัวนั้นถูกสืบทอดมาในอดีต
  4. ความกลัวนั้นจะถูกสืบทอดในภายหลังอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

เป็นไปได้ว่าความกลัวนั้นถูกสืบทอดมาในอดีต

Of course,

0:49

แน่นอนว่า

day-to-day learning also helps shape your personal fears. ไวยากรณ์

0:50

การเรียนรู้ในชีวิตประจำวันก็มีส่วนหล่อหลอมความกลัวเฉพาะตัวของคุณเช่นกัน

ไวยากรณ์

helps shape: โครงสร้าง help + กริยารูปพื้นฐาน

helps shape ใช้รูปแบบ help + กริยารูปพื้นฐาน โดย helps ผันให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ day-to-day learning ส่วน shape ยังคงเป็นรูปพื้นฐานเพราะเป็นกริยาที่เติมเต็ม help ภาษาอังกฤษใช้ help to shape ได้เช่นกัน แต่ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องมี to shape ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงประสบการณ์ในชีวิตประจำวันมีส่วนค่อย ๆ ก่อรูปความกลัวส่วนตัว ไม่ใช่การขึ้นรูปวัตถุจริง ๆ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกได้ว่าปัจจัยหนึ่งช่วยส่งเสริมหรือมีอิทธิพลต่อกระบวนการอย่างไร

แบบฝึกหัด

เลือกคำกริยารูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: Regular feedback helps ___ your writing over time.

  1. improve
  2. improving
  3. improved
  4. improves
ดูคำตอบ

improve

At the end of the day, สำนวน

0:53

ท้ายที่สุดแล้ว

it's not the actual threat, ไวยากรณ์

0:54

ไม่ใช่ภัยคุกคามจริง ๆ

but instead your perception of the threat

0:55

แต่เป็นการรับรู้ของคุณต่อภัยคุกคามนั้น

that controls the amount of fear you'll feel.

0:57

ที่กำหนดว่าคุณจะรู้สึกกลัวมากแค่ไหน

สำนวน

At the end of the day: การนำเสนอข้อสรุปสุดท้าย

ในประโยคนี้ “At the end of the day” เป็นสำนวนที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกสิ่งที่สำคัญแล้ว” หรือ “ท้ายที่สุด” โดยบอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการอภิปรายก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุปหลัก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงช่วงเย็น หลักสังเกตที่ใช้ได้คือ เมื่อวลีนี้นำเข้าสู่การตัดสินโดยรวมแทนที่จะกล่าวถึงเหตุการณ์ตามกำหนดเวลา ให้ตีความว่าเป็นคำบอกข้อสรุป

แบบฝึกหัด

“At the end of the day” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้นำเสนอข้อสรุปโดยรวมของผู้พูด
  2. วลีนี้กำหนดเส้นตายสำหรับการควบคุมความกลัว
  3. วลีนี้บอกว่าภัยคุกคามปรากฏเฉพาะตอนเย็น
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอข้อสรุปโดยรวมของผู้พูด

ไวยากรณ์

It's not X, but instead Y, that Z: โครงสร้างเน้นเพื่อแก้ความเข้าใจผิด

นี่คือโครงสร้าง it-cleft ที่ใช้เน้นเพื่อแก้ความเข้าใจผิด โดย “not X, but instead Y” ระบุสิ่งที่นำมาเปรียบต่าง และ “that Z” ทำให้ข้อความเกี่ยวกับสิ่งที่เน้นสมบูรณ์ ในที่นี้ X คือ the actual threat, Y คือ your perception of the threat และ Z คือ controls the amount of fear you'll feel โครงสร้างนี้ปฏิเสธตัวเลือกหนึ่งแล้วแทนที่ด้วยอีกตัวเลือกหนึ่งให้เป็นจุดเน้นที่แท้จริง that ตัวสุดท้ายเป็นส่วนหนึ่งของกรอบประโยค cleft โดยเชื่อมส่วนเปรียบต่างที่เน้นเข้ากับ controls และไม่ควรอ่านว่าเป็นเพียงคำสรรพนามเชื่อมประโยคที่ขยาย threat ซึ่งอยู่ข้างหน้าทันที

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง cleft ที่เน้นการแก้ความเข้าใจผิด: “It is ____ the price, ____ the waiting time, ____ bothers customers.”

ดูคำตอบ

not · but instead · that

So, could it kill you?

0:59

ถ้าอย่างนั้น ความกลัวฆ่าคุณได้ไหม?

The short answer is yes. ลำดับความ

1:01

คำตอบสั้น ๆ คือ ได้

ลำดับความ

The short answer is yes: ให้ข้อสรุปก่อนรายละเอียด

วลี The short answer is yes ให้ผลลัพธ์ตรง ๆ ก่อน กล่าวคือ คำตอบของคำถามที่ตอบได้ว่า yes หรือ no คือ yes คำว่า short บอกว่านี่เป็นเพียงข้อสรุปสำคัญแบบย่อ หลังจากนั้นอาจมีเงื่อนไข ข้อยกเว้น หลักฐาน หรือคำอธิบายตามมา วลีนี้จึงจัดลำดับข้อมูลแบบให้ข้อสรุปก่อนแล้วค่อยให้รายละเอียด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายห้าคำที่ให้ข้อสรุปทันทีและบอกเป็นนัยว่าจะมีเงื่อนไขตามมา: Can the medication cause drowsiness? ____. The risk is low, and it depends on the dose.

ดูคำตอบ

The short answer is yes

Not to scare you, of course. น้ำเสียง/เจตนา

1:03

แน่นอนว่าเราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณกลัว

น้ำเสียง/เจตนา

Not to scare you, of course: คำชี้แจงที่ช่วยให้น้ำเสียงนุ่มนวล

Not to scare you เป็นข้อความแทรกแบบละคำในภาษาสนทนา หมายถึง “I do not mean to scare you.” วลีนี้กล่าวถึงเจตนาของผู้พูด ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “in order not to scare you.” เมื่อวางไว้หลังคำตอบที่น่ากังวล วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจขึ้นและลดผลกระทบทางอารมณ์ Of course ช่วยทำให้น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอีก และเพราะข้อมูลนั้นน่ากลัวจริง ๆ จึงอาจสร้างอารมณ์ขันแบบแห้ง ๆ เล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Not to scare you, of course.” ทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีนี้บอกว่าการทำให้ผู้ฟังกลัวคือจุดประสงค์ของผู้พูด
  2. วลีนี้สั่งให้ผู้ฟังเพิกเฉยต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมด
  3. วลีนี้ปฏิเสธเจตนาที่จะทำให้ผู้ฟังกลัว พร้อมทั้งทำให้ข้อความที่น่ากังวลฟังดูนุ่มนวลลง
ดูคำตอบ

วลีนี้ปฏิเสธเจตนาที่จะทำให้ผู้ฟังกลัว พร้อมทั้งทำให้ข้อความที่น่ากังวลฟังดูนุ่มนวลลง

The chances of being scared to death

1:04

โอกาสที่จะตกใจกลัวจนตาย

depend greatly on how healthy your heart is. ไวยากรณ์

1:06

ขึ้นอยู่มากว่าหัวใจของคุณแข็งแรงแค่ไหน

ไวยากรณ์

depend greatly on + อนุประโยคคำถามทางอ้อมด้วย how

depend on ใช้แนะนำปัจจัยที่ควบคุมหรือมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ ในประโยคนี้ greatly เน้นความสัมพันธ์ดังกล่าว ส่วน how healthy your heart is ระบุระดับความแข็งแรงของหัวใจที่โอกาสนั้นขึ้นอยู่กับ เนื่องจาก how healthy your heart is เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่อยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า โดยประธาน your heart อยู่หน้ากริยา is ใช้โครงสร้าง depend on + how + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา เพื่ออธิบายว่าผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามระดับหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ใช้ how โดยอิงจากคำถามในวงเล็บ: The decision depends on ____. (How reliable is the data?)

ดูคำตอบ

how reliable the data is

When you're scared,

1:08

เมื่อคุณกลัว

your fight or flight response is triggered โน้ต

1:09

ปฏิกิริยาสู้หรือหนีจะถูกกระตุ้น

and adrenaline is released,

1:11

และอะดรีนาลีนจะหลั่งออกมา

วัฒนธรรม

fight or flight response: ปฏิกิริยาสู้หรือหนี

Fight or flight response เป็นชื่อเรียกที่ใช้กันเป็นมาตรฐานสำหรับปฏิกิริยาความเครียดอัตโนมัติของร่างกายเมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคาม Fight หมายถึงการเตรียมเผชิญหน้ากับอันตราย ส่วน flight หมายถึงการเตรียมหนีจากอันตราย ในประโยคนี้ ความกลัวเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยา ไม่ใช่สิ่งที่เลือกทำอย่างมีสติ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การหลั่งอะดรีนาลีน flight ในที่นี้หมายถึงการหนี ไม่ใช่การเดินทางโดยเครื่องบินหรือการบินจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษให้ครบแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยสังเกตว่าวลีดังกล่าวมีทั้ง fight และ flight หรือไม่

  1. The body can trigger a fight or flight response in an emergency.
  2. The body can trigger a flight response in an emergency.
  3. The body can trigger a fight response in an emergency.
ดูคำตอบ

The body can trigger a fight or flight response in an emergency.

ไวยากรณ์

กริยากระบวนการรูป passive: is triggered ... is released

is triggered และ is released เป็นวลีกริยารูป passive ใน present simple โดยมีโครงสร้าง be + past participle วลีแรกมี your fight or flight response เป็นประธาน ส่วนวลีที่สองมี adrenaline เป็นประธาน รูป passive ทำให้ความสนใจอยู่ที่เหตุการณ์สองอย่างและลำดับเหตุผล มากกว่ากลไกทางชีวภาพที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้น When you're scared ระบุเงื่อนไขที่เป็นตัวกระตุ้น และ and เชื่อมอนุประโยค passive ที่สมบูรณ์สองส่วน

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายกระบวนการด้วย is triggered และ is released: When the sensor detects smoke, an alarm ____, and pressure ____ through the vent.

ดูคำตอบ

is triggered · is released

making the heart beat quicker ไวยากรณ์

1:12

ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น

to pump more blood and oxygen to your muscles.

1:14

เพื่อสูบฉีดเลือดและออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อมากขึ้น

ไวยากรณ์

ผลลัพธ์และการแสดงเหตุใน making the heart beat quicker

Making นำเสนอผลที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ การหลั่งอะดรีนาลีนทำให้เกิดผลที่อธิบายไว้ในวลีนี้ ส่วนนี้เป็นอนุประโยค participle ไม่ใช่ประโยคหลักใหม่หรือคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ภายในวลี making ใช้โครงสร้างแสดงเหตุ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน นั่นคือ make the heart beat ผู้ที่เต้นคือ the heart และ beat คงอยู่ในรูปพื้นฐานโดยไม่มี to ส่วน quicker บอกว่าอัตราการเต้นเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ make และ beat: The music grew louder, ____ everyone's heart ____ faster.

ดูคำตอบ

making · beat

As a result,

1:16

ผลก็คือ

you become temporarily stronger and faster.

1:17

คุณจะแข็งแรงและรวดเร็วขึ้นชั่วคราว

But something really scary can kick this into overdrive. สำนวน

1:19

แต่สิ่งที่น่ากลัวมาก ๆ อาจเร่งปฏิกิริยานี้จนเกินขีดจำกัด

สำนวน

kick this into overdrive: ทำให้ปฏิกิริยาทำงานรุนแรงเกินปกติ

ในประโยคนี้ kick this into overdrive หมายถึงทำให้ปฏิกิริยาสู้หรือหนีทำงานรุนแรงขึ้นมากจนถึงขั้นอาจมากเกินไป this อ้างกลับไปถึงปฏิกิริยานั้น ส่วน kick ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเตะจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ kick + something + into overdrive ซึ่งนำเสนอว่าแรงหรือสิ่งกระตุ้นที่เกิดขึ้นฉับพลันทำให้ระบบ กระบวนการ หรือกิจกรรมทำงานหนักหรือเร็วกว่าเดิมมาก overdrive มาจากศัพท์เกี่ยวกับระบบส่งกำลังของยานพาหนะ แต่ในสำนวนนี้หมายถึงการทำงานอย่างเข้มข้นผิดปกติ ไม่ได้เกี่ยวกับการขับรถจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ kick something into overdrive: Last night's emergency ____, and the team processed twice its usual number of requests.

ดูคำตอบ

kicked the support center into overdrive

Too much and your heart simply can't keep up, โน้ต

1:23

หากอะดรีนาลีนมากเกินไป หัวใจของคุณก็รับไม่ไหว

ไวยากรณ์

Too much and ... can't keep up: โครงสร้างเงื่อนไขและผลลัพธ์แบบย่อ

Too much and your heart simply can't keep up เป็นโครงสร้างเงื่อนไขและผลลัพธ์แบบย่อ Too much ทำหน้าที่เป็นเงื่อนไขว่า “ถ้าปริมาณหรือความรุนแรงมากเกินไป” ส่วน and ใช้นำเข้าสู่ผลที่ตามมา ไม่ได้ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างที่อยู่ในระดับเดียวกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ วลีเงื่อนไข + and + อนุประโยคผลลัพธ์ ส่วนแรกอาจเป็นวลีสั้น ๆ แทนอนุประโยค if แบบเต็มได้ เช่น One more delay and we'll miss the train.

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ใช้เกริ่นนำผลลัพธ์ในโครงสร้างเงื่อนไขและผลลัพธ์แบบย่อ: One more delay ____ we'll miss the last train.

ดูคำตอบ

and

กริยาวลี

can't keep up (ตามไม่ทัน)

ในประโยคนี้ can't keep up หมายถึงหัวใจทำงานได้ไม่เร็วพอที่จะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน จังหวะที่ไม่ได้กล่าวตรง ๆ มาจากความต้องการนั้น ไม่ใช่จากคนหรือสิ่งของที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้า keep up ในที่นี้เป็นกริยาวลีที่ไม่รับกรรมตรง ใช้กล่าวถึงการตามความเร็ว ปริมาณงาน อัตราการเปลี่ยนแปลง หรือระดับความคืบหน้าให้ทัน โดยใช้เดี่ยว ๆ หรือใช้รูป keep up with + คำนามก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ดำเนินต่อด้วยความเร็วเท่ากัน” ลงในประโยค: The class moved so quickly that I couldn't ____.

ดูคำตอบ

keep up

which could damage heart tissue

1:25

ซึ่งอาจทำลายเนื้อเยื่อหัวใจ

and even stop it from beating altogether. ไวยากรณ์

1:26

และถึงขั้นทำให้หัวใจหยุดเต้นไปเลย

ไวยากรณ์

โครงสร้าง stop it from beating

โครงสร้าง stop + กรรม + from + -ing หมายถึงป้องกันไม่ให้กรรมทำการกระทำหนึ่ง ในที่นี้ it หมายถึง heart และ beating คือการทำงานของหัวใจ ดังนั้น stop it from beating จึงหมายถึงทำให้หัวใจไม่สามารถเต้นต่อไปได้ กรรมคือผู้หรือสิ่งที่เดิมจะเป็นผู้ทำกริยา -ing เช่น stop the child from running และ stop water from entering โครงสร้างนี้ทำให้ชัดเจนว่าใครหรือสิ่งใดถูกขัดขวาง

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา enter เติมโครงสร้างแสดงการป้องกันให้สมบูรณ์: The locked gate stopped visitors ____ the private area.

ดูคำตอบ

from entering

Hundreds of athletes have experienced a fatal rush of adrenaline

1:29

นักกีฬาหลายร้อยคนเคยเผชิญกับภาวะอะดรีนาลีนพุ่งสูงที่รุนแรงถึงชีวิต

as a result of simulated threats during intense competition, วลี

1:32

อันเป็นผลจากสถานการณ์คุกคามจำลองระหว่างการแข่งขันอันดุเดือด

วลี

as a result of + กลุ่มคำนาม

ในประโยคนี้ as a result of นำหน้ากลุ่มคำนาม simulated threats และระบุสาเหตุของการพุ่งสูงของอะดรีนาลีนที่กล่าวถึงก่อนหน้า โครงสร้างนี้บอกผลก่อนแล้วจึงตามด้วยสาเหตุ: ผล + as a result of + สาเหตุที่อยู่ในรูปกลุ่มคำนาม

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้อง? The flight was delayed ___ thick fog.

  1. as a result of
  2. As a result,
  3. because
ดูคำตอบ

as a result of

and you're no safer in the stands. โน้ต

1:35

และถึงจะอยู่บนอัฒจันทร์ คุณก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่า

ไวยากรณ์

“you're no safer”: no + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า

ใน no safer คำว่า no ขยายรูปขั้นกว่า safer โครงสร้าง no + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า หมายถึง “ไม่ได้…มากกว่าเลย” เมื่อเทียบกับจุดเปรียบเทียบที่กล่าวไว้หรือเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้เข้าใจได้ว่า การอยู่บนอัฒจันทร์ไม่ได้ปลอดภัยกว่าการอยู่ในการแข่งขัน สำนวนนี้ไม่ได้แปลว่า “อันตรายกว่า” โดยตัวมันเอง สองสถานการณ์อาจไม่ปลอดภัยเท่ากัน หรืออัฒจันทร์อาจแย่กว่าก็ได้ ประโยคนี้เพียงปฏิเสธว่ามีข้อได้เปรียบด้านความปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ประโยค "This backup route is no safer than the main road" หมายความว่าอย่างไร?

  1. เส้นทางนี้ไม่ได้ปลอดภัยกว่าถนนสายหลักเลย
  2. เส้นทางนี้ปลอดภัยกว่าถนนสายหลักเล็กน้อย
  3. เส้นทางนี้อันตรายกว่าถนนสายหลักมากอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

เส้นทางนี้ไม่ได้ปลอดภัยกว่าถนนสายหลักเลย

การใช้คำ

In the stands: ในบริเวณที่นั่งของผู้ชม

ในวลี in the stands คำว่า stands เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงบริเวณที่นั่งแบบเป็นชั้นสำหรับผู้ชมการแข่งขันกีฬา ในประโยคนี้หมายความว่าผู้ชมที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่าเช่นกัน ความหมายนี้ไม่เกี่ยวกับคำกริยา stand ที่แปลว่า “ยืน” รูปแบบ in the stands ใช้ระบุตำแหน่งของผู้ชม และมักเปรียบต่างกับผู้เล่นหรือกรรมการที่อยู่ในสนาม คอร์ต หรือลู่วิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเกี่ยวกับกีฬาสามคำที่หมายถึง “ในบริเวณที่นั่งของผู้ชม”: The players were on the court, while their families sat ____ and cheered.

ดูคำตอบ

in the stands

Studies found that the number of heart attacks

1:37

งานวิจัยพบว่าจำนวนผู้ที่มีอาการหัวใจวาย

during World Cup soccer matches

1:39

ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก

more than doubled in countries and cities ไวยากรณ์

1:40

เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในประเทศและเมืองต่าง ๆ

where the home team was eliminated.

1:42

ที่ทีมเจ้าบ้านตกรอบ

ไวยากรณ์

More than doubled: เพิ่มขึ้นเกินสองเท่าของจำนวนเดิม

more than doubled เป็นวลีกริยาอดีตกาลแบบไม่ต้องมีกรรม ซึ่งใช้บรรยายจำนวนผู้ป่วยหัวใจวาย doubled หมายถึงจำนวนดังกล่าวขึ้นไปถึงสองเท่าของระดับเดิม ส่วน more than ทำให้ผลลัพธ์มากกว่าสองเท่าของระดับเริ่มต้น หากจำนวนเดิมคือ 100 จำนวนภายหลังที่มากกว่า 200 จะตรงกับวลีนี้ ซึ่งเท่ากับเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ไม่ใช่เพียงเพิ่มขึ้นในระดับใดก็ได้ และไม่ใช่เพิ่มขึ้น 200%

แบบฝึกหัด

บริการหนึ่งมีสมาชิก 1,000 คนก่อนเริ่มแคมเปญ หากจำนวนสมาชิก more than doubled ตัวเลขใดหลังจากนั้นสอดคล้องกับวลีนี้

  1. สมาชิก 1,800 คน
  2. สมาชิก 2,000 คนพอดี
  3. สมาชิก 2,300 คน
ดูคำตอบ

สมาชิก 2,300 คน

So, should you lock yourself away in a closet กริยาวลี

1:44

ถ้าอย่างนั้น คุณควรขังตัวเองไว้ในตู้เสื้อผ้า

to avoid all these fears?

1:46

เพื่อหลีกเลี่ยงความกลัวเหล่านี้ทั้งหมดไหม?

กริยาวลี

“lock yourself away”: จงใจแยกตัวเองจากโลกภายนอก

ในประโยคนี้ lock yourself away หมายถึงการจงใจแยกตัวเองออกจากผู้อื่นและโลกภายนอก คำว่า away เพิ่มแนวคิดเรื่องการแยกห่างหรือการเก็บตัว ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปล็อกไว้ในที่ไกล ๆ การกล่าวถึงตู้เสื้อผ้าทำให้คำถามนี้สุดโต่งโดยตั้งใจ ผู้พูดไม่ได้แนะนำให้ทำเช่นนั้นจริง ๆ แต่กำลังถามว่าการแยกตัวเองโดยสิ้นเชิงเป็นการตอบสนองต่อความกลัวที่สมเหตุสมผลหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ “lock yourself away”: After weeks of unwanted attention, the actor decided to ____ and avoid all visitors.

ดูคำตอบ

lock himself away

The truth is,

1:48

ความจริงก็คือ

while scientists don't know exactly who is most vulnerable, ไวยากรณ์

1:48

แม้นักวิทยาศาสตร์จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครเสี่ยงที่สุด

we do know that the incidence is การใช้คำ

1:51

แต่เรารู้ว่าอัตราการเกิดเหตุนี้

extremely low for people with healthy functioning hearts.

1:53

ต่ำมากในผู้ที่มีหัวใจแข็งแรงและทำงานเป็นปกติ

ไวยากรณ์

“while ... we do know that ...”: สร้างสมดุลระหว่างความไม่แน่นอนกับความแน่นอน

ในที่นี้ while นำเข้าสู่ความขัดแย้งเชิงยอมรับข้อจำกัด โดยยอมรับก่อนว่านักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเปราะบางที่สุด แล้วประโยคหลักจึงเสนอข้อสรุปที่หนักแน่นกว่า while ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” ใน we do know that คำว่า do เป็นกริยาช่วยเน้นความหมายในประโยคบอกเล่า โดยเน้นว่าข้อความที่ตามมาเป็นสิ่งที่ได้รับการยืนยันจริง แม้ก่อนหน้านั้นจะมีความไม่แน่นอน รูปแบบ while X is uncertain, we do know that Y ช่วยแยกสิ่งที่หลักฐานยังบอกไม่ได้ออกจากข้อสรุปที่หลักฐานรองรับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่นำเสนอหลักฐานอย่างสมดุลด้วย while และ do ที่ใช้เน้น: ____ researchers cannot predict every reaction, they ____ know that serious cases are rare.

ดูคำตอบ

While · do

การใช้คำ

incidence: อัตราการเกิดในระดับประชากร

ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์และการแพทย์ incidence หมายถึงความถี่ที่กรณีใหม่ของภาวะหรือเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในประชากรที่กำหนด โดยมักพิจารณาภายในช่วงเวลาหนึ่ง ในที่นี้ the incidence is extremely low หมายความว่า ผลลัพธ์ที่น่ากังวลเกิดขึ้นน้อยมากในผู้ที่มีหัวใจแข็งแรงและทำงานเป็นปกติ incidence นำเสนอความเสี่ยงในฐานะสถิติระดับประชากร ไม่ได้หมายถึง incident เพียงเหตุการณ์เดียว และไม่ได้หมายถึงสัดส่วนของผู้ที่มีภาวะนั้นอยู่แล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ incidence ได้ถูกต้อง?

  1. The nurse wrote down one incidence that happened in room 12.
  2. The incidence shows how many people already have the condition, regardless of when it began.
  3. The incidence of the infection was low among vaccinated adults.
ดูคำตอบ

The incidence of the infection was low among vaccinated adults.

More food for thought is thought itself. สำนวน

1:56

สิ่งที่น่าคิดต่อไปก็คือความคิดนั่นเอง

สำนวน

food for thought ... thought itself: การเล่นคำจากสำนวน

food for thought เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงแนวคิดหรือหัวข้อที่ควรนำไปพิจารณา โดย food ไม่ได้หมายถึงอาหารจริง ๆ More food for thought มักใช้เพื่อเสนอประเด็นอื่นให้คิดต่อ จากนั้นประโยคก็ใช้ thought ซ้ำในความหมายทั่วไปที่หมายถึงกิจกรรมทางจิตของการคิด นั่นคือ ความคิดเองกลายเป็นหัวข้อถัดไป การเปลี่ยนจากความหมายเชิงสำนวนไปสู่ความหมายทั่วไปทำให้เกิดการเล่นคำ และเชื่อมอย่างมีอารมณ์ขันไปสู่แนวคิดที่ว่าวิธีคิดเกี่ยวกับความกลัวอาจส่งผลต่อการตอบสนองของคนเรา

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้เกิดการเล่นคำในประโยคนี้?

  1. ประโยคนี้บอกว่าคนเราต้องกินอาหารเพิ่มก่อนจึงจะคิดได้
  2. ใช้ thought สองครั้งด้วยหน้าที่เหมือนกันทุกประการและไม่มีการเปลี่ยนความหมาย
  3. ตอนแรกใช้ food for thought เป็นสำนวน แล้วใช้ thought เพื่อหมายถึงกิจกรรมการคิด
ดูคำตอบ

ตอนแรกใช้ food for thought เป็นสำนวน แล้วใช้ thought เพื่อหมายถึงกิจกรรมการคิด

It turns out that วลี

1:58

ปรากฏว่า

Training ourselves to think differently about fears ไวยากรณ์

1:59

การฝึกตัวเองให้คิดเกี่ยวกับความกลัวในมุมที่ต่างออกไป

can actually reduce the amount of adrenaline they produce.

2:01

ช่วยลดปริมาณอะดรีนาลีนที่ความกลัวสร้างขึ้นได้จริง ๆ

วลี

It turns out that: เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบ

It turns out that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งชัดเจนหลังจากการตรวจสอบ ประสบการณ์ หรือเหตุการณ์ที่ดำเนินต่อมา ในประโยคนี้ ข้อสรุปที่เพิ่งยืนยันได้คือการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับความกลัวสามารถลดอะดรีนาลีนที่ความกลัวสร้างขึ้นได้ โครงสร้างคือ It turns out that + อนุประโยคที่สมบูรณ์ มักมีความหมายว่า “ผลปรากฏว่า” หรือ “เราพบว่า” และบางครั้งใช้แก้ความเข้าใจเดิม ส่วน turn out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงซึ่งค้นพบหลังการตรวจสอบ: ____ the file was saved in the wrong folder.

ดูคำตอบ

It turns out that

ไวยากรณ์

Training ourselves ... ในฐานะวลี gerund ที่เป็นประธาน

Training ourselves to think differently about fears เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ can actually reduce วลีนี้เรียกกิจกรรมหนึ่งขึ้นมาเป็นหัวข้อเชิงนามธรรม กล่าวคือกิจกรรมนั้น ไม่ใช่บุคคลใดโดยเฉพาะ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลตามที่กล่าว Training ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ present progressive เพราะไม่มีรูปของ be อยู่ข้างหน้า Ourselves เป็นกรรมสะท้อนกลับของ training และย้อนกลับไปหาผู้ที่ทำการฝึก ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้เคียงกับ we train ourselves

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำกริยาในวงเล็บให้อยู่ในรูปที่ทำให้กิจกรรมเป็นประธาน: ____ every day can expand your vocabulary. (read)

ดูคำตอบ

Reading

But that's not always easy. ไวยากรณ์

2:04

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป

ไวยากรณ์

not always สำหรับการปฏิเสธบางส่วน

not always เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายถึง “ไม่ใช่ในทุกกรณีหรือทุกเวลา” ในประโยคนี้ การกระทำนั้นอาจง่ายในบางครั้ง แต่ก็มีบางครั้งที่ยากเช่นกัน ถ้อยคำนี้จำกัดขอบเขตของข้อความแทนที่จะกล่าวแบบเด็ดขาด ผู้พูดจึงยอมรับได้ว่าความยากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยไม่บอกว่ามันยากทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

“But that's not always easy” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ง่ายทุกครั้ง
  2. ยากทุกครั้ง
  3. บางครั้งง่ายและบางครั้งยาก
ดูคำตอบ

บางครั้งง่ายและบางครั้งยาก

In fact,

2:06

ที่จริงแล้ว

our friend Matthew Santoro just released a video

2:07

Matthew Santoro เพื่อนของเราเพิ่งปล่อยวิดีโอ

on 10 extremely bizarre phobias people actually have,

2:09

เกี่ยวกับโรคกลัวสุดประหลาด 10 อย่างที่มีคนเป็นกันจริง ๆ

which you should definitely check out. กริยาวลี

2:12

ซึ่งคุณควรไปดูให้ได้

กริยาวลี

check out ในความหมายว่า “ลองไปดู”

ในที่นี้ check out หมายถึง “ลองไปดู รับชม หรือสำรวจ” กรรมของคำนี้คือวิดีโอที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงแนะนำให้สนใจวิดีโอนั้น ไม่ได้หมายถึงการออกจากโรงแรมหรือชำระเงินค่าสินค้า check out เป็นกริยาวลีที่แยกได้ จึงวางคำนามที่เป็นกรรมไว้หลัง out หรือระหว่างสองคำก็ได้: check out the video / check the video out ส่วนคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: check it out ไม่ใช่ check out it

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำแบบไม่เป็นทางการด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ลองไปดู”: If you like astronomy, you should ____ this channel.

ดูคำตอบ

check out

Perhaps you have a fear on that list.

2:14

บางทีความกลัวของคุณอาจอยู่ในรายการนั้น

Matt makes really amazing fact videos

2:16

Matt ทำวิดีโอสาระน่าทึ่งมาก ๆ

that are sure to blow your mind. โน้ต

2:18

ซึ่งรับรองว่าจะทำให้คุณอึ้ง

ไวยากรณ์

are sure to + กริยา: การคาดการณ์อย่างมั่นใจ

ในอนุประโยคขยายคำนาม “that are sure to blow your mind” วลี are sure to หมายถึง “คาดอย่างมั่นใจว่าจะ” ประธานคือ fact videos และ blow your mind คือผลลัพธ์ที่คาดไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + sure to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคบอกเล่าที่มีประธานชัดเจน รูปแบบนี้แสดงความคาดหมายอย่างมากต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่คำสั่ง Be sure to + กริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “แทบจะแน่นอนว่าจะ”: This shortcut ____ save you time.

ดูคำตอบ

is sure to

สำนวน

blow your mind: ทำให้คุณตะลึงอย่างมาก

Blow your mind เป็นสำนวนเน้นอารมณ์ที่ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว หมายถึง “ทำให้คุณประหลาดใจ ตะลึง หรือประทับใจอย่างมาก” ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นกับสมองจริง ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวนำเสนอว่าวิดีโอข้อเท็จจริงน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง และช่วยให้คำแนะนำฟังดูกระตือรือร้น รูปแบบ blow + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + mind เปลี่ยนตามบุคคลได้ เช่น blow my mind และ blow her mind

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสามคำที่หมายถึง “ทำให้คุณประหลาดใจอย่างมาก”: The planetarium's new show will ____.

ดูคำตอบ

blow your mind

Click on the screen to see that video

2:19

คลิกบนหน้าจอเพื่อดูวิดีโอนั้น

or you can use the link in the description.

2:21

หรือใช้ลิงก์ในคำอธิบายก็ได้

And of course,

2:23

และแน่นอนว่า

if you haven't ordered our book yet, ไวยากรณ์

2:23

ถ้าคุณยังไม่ได้สั่งหนังสือของเรา

what are you waiting for? น้ำเสียง/เจตนา

2:25

จะรออะไรอยู่ล่ะ?

ไวยากรณ์

Haven't ordered ... yet: การกระทำที่ยังไม่เสร็จจนถึงตอนนี้

ในอนุประโยค if คำว่า haven't ordered เป็นรูปปฏิเสธของ present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have not + past participle รูปนี้บอกว่าการสั่งซื้อยังไม่เคยเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้ระบุว่าการไม่สั่งซื้อเกิดขึ้นในช่วงอดีตช่วงหนึ่งที่จบไปแล้ว yet ในที่นี้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “ยัง” โดยเน้นว่าการกระทำที่คาดหวังยังไม่เสร็จแต่ยังสามารถทำได้ เงื่อนไขนี้จึงเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันของผู้ฟังให้เป็นเหตุผลที่ควรลงมือทำตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธ present perfect ของ submit และ yet: If you ____ the form ____, please do it today.

ดูคำตอบ

haven't submitted · yet

น้ำเสียง/เจตนา

What are you waiting for? เพื่อกระตุ้นให้ลงมือทำ

ในที่นี้ What are you waiting for? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ขอให้ผู้ฟังระบุสิ่งของหรือเหตุการณ์ที่กำลังรออยู่ แต่หมายความว่าไม่มีเหตุผลที่ดีให้ชักช้าและกระตุ้นให้ผู้ฟังลงมือทำตอนนี้ เมื่ออยู่หลังเงื่อนไขเรื่องการยังไม่ได้สั่งหนังสือ คำถามนี้จึงทำหน้าที่เป็นคำท้าทายเชิงส่งเสริมการขายเพื่อให้สั่งซื้อโดยตรง ในความหมายที่กว้างขึ้น คำพูดเดียวกันนี้ใช้ให้กำลังใจอย่างมีพลังได้ แต่ระดับความแรงขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่ เพื่อนสนิทของคุณบอกว่าอยากสมัครเรียนเต้นแต่ยังลังเลอยู่ คุณจึงพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า “What are you waiting for? Sign up!”

  1. เหมาะสม—เป็นการกระตุ้นให้ลงมือทำอย่างมีพลัง
  2. ไม่เหมาะสม—ประโยคนี้ต้องใช้ถามถึงสิ่งที่กำลังรออยู่เสมอ
ดูคำตอบ

เหมาะสม—เป็นการกระตุ้นให้ลงมือทำอย่างมีพลัง

We'll be doing a bunch of giveaways โน้ต

2:26

เราจะจัดกิจกรรมแจกของรางวัลมากมาย

ไวยากรณ์

We'll be doing: future continuous สำหรับกิจกรรมที่วางแผนไว้

We'll be doing เป็นรูป future continuous ที่สร้างด้วย will + be + -ing ในประโยคนี้ รูปดังกล่าวนำเสนอกิจกรรมแจกของรางวัลว่าเป็นกิจกรรมที่วางแผนไว้แล้วและจะเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต ซึ่งน่าจะเกิดมากกว่าหนึ่งครั้ง ไม่ใช่การตัดสินใจที่เพิ่งเกิดขึ้นขณะพูด กาลนี้ช่วยให้ผู้ประกาศอธิบายได้ว่าผู้คนควรคาดหวังว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมในอนาคต ทำให้แผนฟังดูแน่นอนและราบรื่น โดยการกระทำไม่จำเป็นต้องกำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาเดียวที่เจาะจงในอนาคต

แบบฝึกหัด

ใน “We'll be running workshops every afternoon during the festival,” รูป future continuous สื่อถึงอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. การตัดสินใจกะทันหันหลังจากเทศกาลสิ้นสุด
  2. กิจกรรมที่เสร็จสิ้นก่อนเทศกาล
  3. กิจกรรมที่วางแผนไว้และจะเกิดซ้ำระหว่างงานในอนาคต
ดูคำตอบ

กิจกรรมที่วางแผนไว้และจะเกิดซ้ำระหว่างงานในอนาคต

with tons of prizes to those who have pre-ordered,

2:27

พร้อมรางวัลเพียบสำหรับผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้า

การใช้คำ

a bunch of ... tons of: สำนวนไม่เป็นทางการสำหรับปริมาณมาก

A bunch of และ tons of เป็นสำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการและจงใจไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน ในประโยคนี้ a bunch of หมายถึงกิจกรรมแจกของรางวัลหลายกิจกรรม ส่วน tons of หมายถึงรางวัลจำนวนมากอย่างยิ่ง tons of ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงน้ำหนักจริง ทั้งสองวลีเพิ่มน้ำเสียงกระตือรือร้นแบบภาษาสนทนาแทนที่จะระบุจำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงความหมายเรื่องปริมาณโดยประมาณไว้ แต่เหมาะสมที่สุดสำหรับรายงานกิจกรรมแบบเป็นทางการ

  1. We will run a bunch of promotional giveaways and offer tons of prizes to customers who pre-ordered.
  2. We will run many promotional giveaways and offer a large number of prizes to customers who pre-ordered.
  3. We will run one promotional giveaway and offer exactly two prizes to every customer.
ดูคำตอบ

We will run many promotional giveaways and offer a large number of prizes to customers who pre-ordered.

so get your copy now

2:30

เพราะฉะนั้น รีบสั่งหนังสือของคุณตอนนี้เลย

if you don't want to miss out. กริยาวลี

2:31

ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสนี้

กริยาวลี

miss out และ miss out on something

ในประโยคนี้ miss out หมายถึงการเสียโอกาสที่จะได้รับหรือสัมผัสสิ่งที่มีคุณค่า โอกาสที่ว่าถูกละไว้เพราะการกล่าวถึงของแจกและรางวัลก่อนหน้านี้ทำให้เข้าใจได้ชัดเจน สำนวนนี้ยังเพิ่มน้ำเสียงเร่งเร้าเพื่อโน้มน้าวว่า ควรลงมือทันที ไม่เช่นนั้นอาจเสียประโยชน์นั้นไป miss out ใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อบริบทบอกอยู่แล้วว่าหมายถึงโอกาสใด เมื่อต้องการระบุโอกาสนั้น ให้ใช้ miss out on + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย miss out และคำบุพบทที่จำเป็น: Sign up by Friday so you don't ____ the early-bird discount.

ดูคำตอบ

miss out on

Asapscience.com/book

2:32

Asapscience.com/book

and subscribe for more weekly science videos.

2:34

และกดติดตามเพื่อรับชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์