พบพนักงานที่หายตัวไปนาน 10 ปี ภายในซูเปอร์มาร์เก็ต: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,366 คำ 191 คำ/นาที

ภาพรวม: พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตที่หายไปสิบปีถูกพบหลังตู้แช่ เรื่องเล่าย้อนอุบัติเหตุและเหตุที่ไม่มีใครสังเกตเขาเป็นเวลานาน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “Only then could the individual be identified” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: เข้าใจการสลับประธานกับกริยาช่วยหลัง Only then ต้นประโยค และเน้นว่าผลลัพธ์เกิดได้หลังขั้นก่อนหน้าเท่านั้น 2. “Whatever the case may be,” — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ปิดความเป็นไปได้หลายทางที่ยังไม่แน่นอน ก่อนเข้าสู่ข้อสรุปที่จริงในทุกกรณี 3. “under the noses” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเรื่องเกิดใกล้หรือในที่เห็นชัดโดยไม่มีใครรู้ ใช้สื่อความย้อนแย้งหรือหลักฐานที่ถูกมองข้าม ไม่ใช่ตำแหน่งร่างกายตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

No one could have anticipated the shocking discovery ไวยากรณ์

0:00

ไม่มีใครคาดคิดถึงการค้นพบที่น่าตกใจนี้

ไวยากรณ์

could have anticipated: การมองย้อนกลับถึงเหตุการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้

Could have anticipated เป็นโครงสร้าง could have + กริยาช่องที่สาม ในที่นี้ could ใช้ย้อนมองเหตุการณ์ในอดีต และสื่อถึงความสามารถในการคาดการณ์สิ่งหนึ่งล่วงหน้า เมื่อใช้ร่วมกับ No one ประโยคนี้หมายความว่าไม่มีใครสามารถคาดการณ์การค้นพบที่น่าตกใจนี้ได้ ผู้บรรยายรู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว จึงเป็นการมองย้อนกลับไปหลังเหตุการณ์ การค้นพบนั้นไม่คาดคิดมากจนไม่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าใดที่สมเหตุสมผล ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่ามีใครคาดการณ์ได้จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอเหตุการณ์ในอดีตว่าไม่คาดคิดอย่างมากจนไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า

  1. No one will anticipate the sudden blackout.
  2. No one could have anticipated the sudden blackout.
  3. No one did anticipate the sudden blackout.
ดูคำตอบ

No one could have anticipated the sudden blackout.

in an old closed down No Frills Supermarket กริยาวลี

0:03

ในซูเปอร์มาร์เก็ต No Frills เก่าที่ปิดกิจการไปแล้ว

กริยาวลี

closed down: ธุรกิจหรือสถานที่ที่ไม่ดำเนินงานอีกต่อไป

Closed down เป็นรูป past participle ของ phrasal verb close down สำหรับธุรกิจหรือสถานที่ close down หมายถึงหยุดดำเนินงาน ที่นี่ใช้บรรยายว่าซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้เปิดดำเนินการอีกต่อไป ไม่ใช่แค่ประตูถูกปิดอยู่ในขณะนั้น เมื่อวางไว้หน้าคำนาม closed-down สามารถทำหน้าที่เป็นคำขยายแบบประสมในงานเขียนที่เป็นทางการได้ เช่น a closed-down supermarket บริบทบอกว่าเป็นสถานที่ประกอบการที่ไม่มีการดำเนินงานหรือถูกทิ้งร้าง แต่ไม่ได้ระบุอย่างแน่ชัดว่าปิดมานานเท่าไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ closed down เพื่อบอกว่าธุรกิจหยุดดำเนินงาน

  1. The bakery closed for an hour at noon.
  2. The bakery's front door was closed by the wind.
  3. The bakery closed down after rent doubled.
ดูคำตอบ

The bakery closed down after rent doubled.

in Council Bluffs, Iowa.

0:06

ในเมืองเคาน์ซิลบลัฟส์ รัฐไอโอวา

Contractors went to work on the vacant building วลี

0:07

ผู้รับเหมาเข้าไปทำงานในอาคารร้าง

วลี

went to work on: เริ่มลงมือทำงานหนึ่งอย่าง

ในที่นี้ went to work on หมายถึง “เริ่มลงมือทำงานกับ” อาคารนั้นอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายเพียงว่าผู้รับเหมาเดินทางไปทำงาน แต่สื่อว่าอาคารเป็นสิ่งที่พวกเขาลงแรงจัดการ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ go to work on + งาน ปัญหา สิ่งของ หรือทักษะ เมื่อพูดถึงอดีตให้เปลี่ยน go เป็น went เหมือนในคำบรรยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ go to work on: After the safety check, the repair crew ____ the damaged staircase.

ดูคำตอบ

went to work on

thinking they were just going in for the daily grind สำนวน

0:10

โดยคิดว่าพวกเขาแค่เข้าไปทำงานตามปกติ

สำนวน

daily grind: กิจวัตรซ้ำซากที่เหน็ดเหนื่อย

Daily grind เป็นสำนวนที่หมายถึงกิจวัตรซึ่งซ้ำซาก เหน็ดเหนื่อย และน่าเบื่อ โดยเฉพาะงานประจำหรือการเดินทางไปกลับเป็นประจำ Grind ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบดจริง ๆ แต่เพิ่มภาพของความพยายามที่ค่อย ๆ ทำให้คนอ่อนล้า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้วันนั้นดูเป็นวันทำงานธรรมดาที่คาดไว้ ไม่ใช่วันที่จะเกิดเรื่องผิดปกติ

แบบฝึกหัด

After ten years of the same commute and paperwork, Maya was tired of the daily grind. daily grind สื่อความหมายใด?

  1. กิจวัตรที่เกิดซ้ำทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยและเบื่อหน่าย
  2. เธอใช้เครื่องบดทุกวัน
  3. เธอชอบทำงานคนละประเภทในทุกเช้า
ดูคำตอบ

กิจวัตรที่เกิดซ้ำทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยและเบื่อหน่าย

on an ordinary cold day in January of 2019.

0:12

ในวันที่อากาศหนาวเย็นธรรมดาวันหนึ่งในเดือนมกราคมปี 2019

They probably started their day like anyone else,

0:15

พวกเขาคงเริ่มต้นวันใหม่เหมือนคนอื่นๆ

drinking a hot cup of coffee

0:18

ด้วยการดื่มกาแฟร้อนๆ สักแก้ว

before venturing into hard manual labor.

0:19

ก่อนที่จะลุยงานใช้แรงงานหนัก

But this would be no run of the mill type of workday สำนวน

0:22

แต่นี่จะไม่ใช่วันทำงานแบบเดิมๆ

สำนวน

No run of the mill: วันที่ไม่ธรรมดา

Run-of-the-mill หมายถึงธรรมดาและไม่มีอะไรพิเศษ ในที่นี้ใช้บอกว่าวันทำงานที่กล่าวถึงเป็นวันแบบไหน คำว่า no ทำให้ความหมายกลับกัน คือวันนี้จะไม่ใช่วันทำงานธรรมดา ในการเล่าเรื่อง ถ้อยคำนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีสิ่งที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปสะกดมาตรฐานที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ของ run of the mill เติมประโยคให้สมบูรณ์: This was no ____ workday; the team had never seen anything like it.

ดูคำตอบ

run-of-the-mill

for them.

0:24

สำหรับพวกเขา

As they started removing the store's empty shelving units and coolers,

0:25

ขณะที่พวกเขาเริ่มรื้อชั้นวางของและตู้แช่เย็นที่ว่างเปล่าของร้านออก

they found something deeply disturbing.

0:28

พวกเขาก็พบสิ่งที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง

A human body.

0:31

นั่นคือศพมนุษย์

It's a sight that most people would rather not have to face or come across, กริยาวลี

0:33

มันเป็นภาพที่คนส่วนใหญ่คงไม่อยากเผชิญหรือพบเจอ

กริยาวลี

Come across: พบเจอโดยบังเอิญ

ในประโยคนี้ come across หมายถึงพบเจอหรือค้นพบบุคคลหรือสิ่งของโดยไม่คาดคิด กรรมที่เข้าใจได้จากบริบทคือ a sight ดังนั้นจึงหมายถึงบังเอิญเห็นหรือพบภาพนั้น การใช้แบบนี้มักปรากฏเมื่อการพบเจอไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ข้ามพื้นผิวในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “During the inspection, we came across a hidden room,” came across หมายความว่าอะไร?

  1. ค้นพบโดยไม่คาดคิด
  2. เดินจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง
  3. ดูเหมือนว่าเป็น
ดูคำตอบ

ค้นพบโดยไม่คาดคิด

especially not when they least expect it. วลี

0:37

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่พวกเขาไม่คาดคิดที่สุด

วลี

when they least expect it: ในช่วงเวลาที่คาดไม่ถึงที่สุด

ใน when they least expect it คำว่า least ขยาย expect หมายความว่าในตอนนั้นคนเหล่านั้นไม่ทันตั้งตัวต่อเหตุการณ์มากที่สุด ความหมายคือ “ในช่วงเวลาที่พวกเขาคาดว่าจะเกิดขึ้นน้อยกว่าช่วงเวลาอื่นใด” ไม่ใช่ “ตอนที่มีคนคาดไว้น้อยที่สุด” อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นวลีบอกเวลา มักตามหลังข้อความที่กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหัน และใช้ได้ทั้งกับเหตุการณ์ไม่ดี ข่าวที่ไม่คาดคิด หรือเรื่องเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ when ... least expect it เพื่อบอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่น่าประหลาดใจที่สุด?

  1. The power may go out because you use the least electricity.
  2. The power may go out when you expect it every evening.
  3. The power may go out when you least expect it.
ดูคำตอบ

The power may go out when you least expect it.

Authorities could not immediately identify the body

0:39

เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุตัวศพได้ในทันที

or even determine the person's sex or age.

0:42

หรือแม้แต่ระบุเพศหรืออายุของบุคคลนั้นได้

It had to be sent to the Iowa State Medical Examiner's office วัฒนธรรม

0:44

ศพต้องถูกส่งไปยังสำนักงานนิติเวชรัฐไอโอวา

for a thorough autopsy.

0:47

เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียด

วัฒนธรรม

State Medical Examiner's office: หน่วยงานที่สืบสวนการเสียชีวิตบางกรณี

State Medical Examiner's office เป็นหน่วยงานของรัฐที่สืบสวนการเสียชีวิตบางประเภท โดยเฉพาะการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน จากความรุนแรง อย่างมีเงื่อนงำ หรือไม่ทราบสาเหตุ หน่วยงานนี้สามารถทำหรือจัดให้มีการชันสูตรเพื่อระบุสาเหตุและลักษณะการเสียชีวิตได้ ในที่นี้ office หมายถึงทั้งหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หมายถึงเพียงห้องทำงาน State ระบุว่าเป็นหน่วยงานระดับรัฐ ส่วน Medical Examiner's แสดงว่าสำนักงานนี้สังกัดเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใดหรือจัดตั้งขึ้นรอบตำแหน่งใด

แบบฝึกหัด

หลังเกิดการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ หน่วยงานใดมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะรับร่างไปเพื่อทำการชันสูตรอย่างเป็นทางการ?

  1. the State Medical Examiner's office
  2. a pharmacy
  3. a family doctor's office
ดูคำตอบ

the State Medical Examiner's office

Only then could the individual be identified ไวยากรณ์

0:49

หลังจากนั้นเท่านั้น ถึงจะระบุตัวบุคคลนี้ได้

ไวยากรณ์

Only then could ...: การกลับลำดับคำหลัง only then ที่ต้นประโยค

Only then หมายถึง “ต้องถึงเวลานั้นหรือเงื่อนไขนั้นสำเร็จก่อน จึงจะเกิดสิ่งนี้ได้” ในประโยคนี้ การระบุตัวบุคคลทำได้หลังจากการตรวจสอบก่อนหน้านี้เสร็จแล้วเท่านั้น เมื่อวลีบอกข้อจำกัดที่ขึ้นต้นด้วย only ถูกวางไว้ต้นประโยค ประโยคบอกเล่าหลักต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โครงสร้างคือ Only then + could + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน หากไม่ย้ายวลีนี้มาข้างหน้า สามารถใช้ลำดับคำปกติได้ เช่น the individual could be identified only then

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง only then ที่ต้นประโยค: The technician reset the safety system. ____ we restart the machines.

ดูคำตอบ

Only then could

as Larry Ely Moncada,

0:51

ว่าเป็น ลาร์รี อีไล มอนกาดา

a man who had been reported missing วลี

0:53

ชายที่มีรายงานว่าสูญหายไป

10 years ago back in 2009.

0:55

เมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2009

วลี

reported missing: การแจ้งหน่วยงานว่าไม่สามารถหาตัวบุคคลได้

ในโครงสร้าง report someone missing คำว่า report เป็นกริยา บุคคลเป็นกรรม และ missing เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกสถานะของบุคคลนั้น วลีนี้หมายถึงการแจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าไม่สามารถหาตัวบุคคลนั้นได้ รูปถูกกระทำ be reported missing ย้ายบุคคลมาอยู่ตำแหน่งประธาน เช่น a man who had been reported missing ไม่ได้หมายความว่ารายงานฉบับหนึ่งเผลอละชื่อบุคคลนั้นไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ report someone missing: The hiker was ____ on Monday.

ดูคำตอบ

reported missing

Mario Moncada was only 25 years old when he disappeared.

0:57

มาริโอ มอนกาดา อายุเพียง 25 ปี ตอนที่เขาหายตัวไป

He worked as an employee of the No Frills Supermarket

1:00

เขาทำงานเป็นพนักงานของซูเปอร์มาร์เก็ต No Frills

while it was still operational.

1:03

ในช่วงที่ยังเปิดให้บริการอยู่

The mystery over his initial disappearance

1:05

ปริศนาการหายตัวไปครั้งแรกของเขา

turned into a new mystery กริยาวลี

1:07

ได้กลายเป็นปริศนาใหม่

กริยาวลี

turned into: การเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปเป็นอีกสภาพหนึ่ง

X turned into Y หมายถึง X เปลี่ยนแปลงและกลายเป็น Y ในประโยคนี้ ปริศนาเดิมพัฒนาไปเป็นปริศนาอีกเรื่องหนึ่ง โครงสร้างคือ ประธาน + turn into + ผลลัพธ์ โดย turned เป็นรูปอดีต วลีนี้อธิบายการเปลี่ยนสภาพหรือสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงการหันตัวไปอีกทิศทางหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่เรียนในบทนี้: The short meeting ____ a long debate.

ดูคำตอบ

turned into

as the recovery of his remains

1:09

เมื่อการพบร่างของเขา

sparked more questions than answers. สำนวน

1:10

ทำให้เกิดคำถามมากกว่าคำตอบ

สำนวน

sparked more questions than answers: ทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้น

sparked ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยการพบร่างทำให้เกิดปฏิกิริยาคือคำถามใหม่ ๆ ไม่ได้หมายถึงประกายไฟจริง more questions than answers หมายถึงการค้นพบนี้เพิ่มความไม่แน่นอนมากกว่าที่จะช่วยคลี่คลาย โดยทั่วไปเป็นการประเมินสถานการณ์ ไม่ใช่การนับจำนวนคำถามและคำตอบอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The audit sparked more questions than answers.

  1. การตรวจสอบให้คำอธิบายที่ครบถ้วน
  2. การตรวจสอบทำให้เกิดไฟไหม้จริงและทำให้การสืบสวนหยุดลง
  3. การตรวจสอบสร้างความไม่แน่นอนมากกว่าที่ช่วยคลี่คลาย
ดูคำตอบ

การตรวจสอบสร้างความไม่แน่นอนมากกว่าที่ช่วยคลี่คลาย

People were baffled,

1:12

ผู้คนรู้สึกงุนงง

wondering how a young guy could just die at work one day

1:13

และสงสัยว่าชายหนุ่มคนหนึ่งจะมาตายในที่ทำงานได้อย่างไร

and go unnoticed for years on end. วลี

1:16

และไม่มีใครสังเกตเห็นเลยเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน

วลี

go unnoticed ในความหมายของสภาพที่ดำเนินต่อไป

ในที่นี้ go unnoticed หมายถึง “อยู่ในสภาพที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือค้นพบต่อไป” go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ แต่ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมหน้า participial adjective อย่าง unnoticed และบอกสภาพที่ดำเนินต่อหลังจากเสียชีวิต โครงสร้าง go + adjective หรือ participle มักหมายถึง “เข้าสู่หรือคงอยู่ในสภาพหนึ่ง” โดยเฉพาะสภาพที่ไม่ดีหรือไม่คาดคิด เช่น go missing, go unanswered, go unchecked วลีนี้เน้นว่าไม่มีใครสังเกตหรือค้นพบ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ในขณะที่เสียชีวิต

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่มีใครสังเกตเห็น” ให้สมบูรณ์: Even after three reviews, the typo managed to ____.

ดูคำตอบ

go unnoticed

วลี

วลีบอกระยะเวลา for years on end

For years on end หมายถึง “เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน” on end ช่วยเน้นระยะเวลาและทำให้เห็นเป็นช่วงเดียวที่ยาวนานผิดปกติและดำเนินต่อเนื่อง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเพิ่มความตกใจว่าสถานการณ์ดำเนินอยู่นานเพียงใด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ for + หน่วยเวลาในรูปพหูพจน์ + on end เช่น for hours on end, for days on end, for months on end โดยปกติใช้บอกสภาพหรือกิจกรรมที่ทำซ้ำและดำเนินไปตลอดช่วงนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าไม่มีช่วงหยุดสั้น ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำเน้นภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนให้สมบูรณ์: The road stayed under construction for years ____.

ดูคำตอบ

on end

Almost an entire decade undetected.

1:18

แทบจะเต็มๆ หนึ่งทศวรรษโดยที่ไม่มีใครพบเห็น

The man was reported missing on November 28th, 2009

1:22

ชายคนนี้ถูกแจ้งความว่าสูญหายเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2009

during the midst of a heavy snowstorm. ไวยากรณ์

1:25

ท่ามกลางพายุหิมะตกหนัก

ไวยากรณ์

เหตุใด during the midst of จึงไม่ใช่รูปมาตรฐาน

During the midst of เป็นการนำโครงสร้างที่ถูกต้องสองแบบมาปนกันจนกลายเป็นรูปที่ไม่เป็นมาตรฐาน ได้แก่ during + นามวลี และ in the midst of + นามวลี ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการสื่อว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่พายุหิมะรุนแรงกำลังดำเนินอยู่ ให้ใช้ during a heavy snowstorm หรือ in the midst of a heavy snowstorm อย่างใดอย่างหนึ่ง during ตามด้วยนามวลีที่บอกเหตุการณ์โดยตรง ส่วน midst อยู่ในกรอบ in the midst of อย่านำสองกรอบมารวมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างมาตรฐานสามคำที่มี midst: The power went out ____ a fierce snowstorm.

ดูคำตอบ

in the midst of

His parents last saw him leaving

1:27

พ่อแม่เห็นเขาเดินออกไปเป็นครั้งสุดท้าย

with no shoes,

1:29

โดยไม่สวมรองเท้า

no socks,

1:30

ไม่สวมถุงเท้า

no keys,

1:31

ไม่พกกุญแจ

and no car.

1:32

และไม่ได้ขับรถไป

Before his disappearance,

1:33

ก่อนหน้าที่เขาจะหายตัวไป

he was reportedly experiencing some severe mental health issues. การใช้คำ

1:34

มีรายงานว่าเขากำลังประสบปัญหาสุขภาพจิตอย่างรุนแรง

การใช้คำ

reportedly: ระบุว่าข้อกล่าวอ้างมาจากรายงาน

Reportedly บอกว่าข้อความที่ตามมาเป็นข้อมูลจากรายงานหรือจากผู้อื่น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่ายืนยันด้วยตนเอง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวทำให้ผู้เล่าเว้นระยะจากข้อกล่าวอ้างเรื่องสุขภาพจิตของชายคนนั้น คำนี้เป็นคำวิเศษณ์ที่แสดงท่าทีต่อแหล่งข้อมูล โดยบอกว่าผู้พูดรู้ข้อมูลนั้นได้อย่างไร ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์มีความแน่นอนในเชิงข้อเท็จจริงเพียงใด ให้เข้าใจว่าเป็น according to reports ไม่ใช่ definitely

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The bridge is reportedly unsafe," reportedly บอกอะไรแก่เรา

  1. สะพานเพียงแค่ดูไม่ปลอดภัยจากลักษณะภายนอก
  2. ผู้พูดพิสูจน์ด้วยตนเองแล้วว่าสะพานไม่ปลอดภัย
  3. แหล่งข้อมูลอื่นบอกว่าสะพานไม่ปลอดภัย แต่ผู้พูดไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ตนยืนยันแล้ว
ดูคำตอบ

แหล่งข้อมูลอื่นบอกว่าสะพานไม่ปลอดภัย แต่ผู้พูดไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ตนยืนยันแล้ว

His mother explained that he arrived home from work

1:38

แม่ของเขาอธิบายว่าเขากลับมาถึงบ้านจากที่ทำงาน

that Thanksgiving

1:40

ในวันขอบคุณพระเจ้าปีนั้น

seeming very disoriented.

1:41

ดูมีอาการสับสนมาก

He began hearing voices telling him to eat sugar. การใช้คำ

1:43

เขาเริ่มได้ยินเสียงสั่งให้เขากินน้ำตาล

การใช้คำ

Hearing voices ในบริบทด้านสุขภาพจิต

ในประโยคนี้ hearing voices หมายถึงการรับรู้เสียงพูดหรือเสียงคล้ายคนพูด ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ กำลังพูดจริง ๆ ผู้ที่มีประสบการณ์นี้จะรู้สึกว่าเสียงนั้นเป็นเสียงจริง และเสียงอาจพูดเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง เช่น บอกให้เขากินน้ำตาล นี่เป็นคำบรรยายประสบการณ์ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคในตัวมันเอง และต่างจากความหมายทั่วไปที่ได้ยินคนใกล้ ๆ พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hearing voices ในความหมายด้านสุขภาพจิตแบบเดียวกับตัวอย่าง

  1. We were hearing voices from the neighbors' apartment through the wall.
  2. After several sleepless nights, Mina said she was hearing voices even though the room was empty.
  3. The guide raised his voice so everyone could hear him.
ดูคำตอบ

After several sleepless nights, Mina said she was hearing voices even though the room was empty.

He complained that his heart was beating too hard

1:45

เขาบ่นว่าหัวใจเต้นแรงเกินไป

and that he needed sugar to calm it.

1:47

และเขาต้องการน้ำตาลเพื่อให้หัวใจสงบลง

He also felt that he was being followed

1:49

เขายังรู้สึกว่ามีคนตามมา

and he was very scared.

1:51

และเขากลัวมาก

It was possible that he was experiencing some form of psychosis

1:52

เป็นไปได้ว่าเขากำลังมีอาการทางจิตเวชบางรูปแบบ

provoked by intense anxiety

1:55

ซึ่งถูกกระตุ้นจากความวิตกกังวลอย่างรุนแรง

causing schizophrenia-like symptoms of paranoia,

1:57

จนทำให้เกิดอาการหวาดระแวงคล้ายโรคจิตเภท

hallucinations,

2:00

เกิดภาพหลอน

and delusions.

2:01

และอาการหลงผิด

He'd just been prescribed antidepressants

2:02

เขาเพิ่งได้รับยาต้านซึมเศร้า

by a doctor upon his disappearance.

2:04

จากแพทย์ตอนที่เขาหายตัวไป

He ran off and was never heard from again. โน้ต

2:06

เขาวิ่งหนีไปและไม่มีใครได้ข่าวจากเขาอีกเลย

กริยาวลี

Ran off: จากไปอย่างกะทันหัน

Ran off เป็นรูปอดีตของ run off ในที่นี้หมายถึงเขาจากไปอย่างกะทันหัน โดยไม่มีจุดหมายหรือคำอธิบายที่ชัดเจน สำนวนนี้อาจสื่อถึงการหลบหนี การหลีกเลี่ยง หรือการจากไปอย่างหุนหันพลันแล่น คำกริยา ran ทำให้ฉากดูมีพลัง แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกก้าวเป็นการวิ่งจริง ๆ เสมอไป ในเรื่องเล่า มักเน้นการจากไปหรือหายตัวไปอย่างไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดตรงกับความหมายนี้มากที่สุด: Nora จากไปอย่างกะทันหัน และเรื่องไม่ได้อธิบายว่าเธอไปไหน

  1. Nora ran off after the argument, and nobody knew where she went.
  2. Nora ran out of the office to catch the bus.
  3. Nora ran away from the locked room to escape.
ดูคำตอบ

Nora ran off after the argument, and nobody knew where she went.

วลี

Was never heard from again: ไม่มีการติดต่ออีก

ในประโยคนี้ was never heard from again หมายความว่าไม่มีใครได้รับข้อความ โทรศัพท์ หรือการติดต่อที่เชื่อถือได้จากเขาอีก ไม่ได้หมายความว่าผู้คนไม่ได้ยินเสียงของเขา รูปประโยคแบบกระทำคือ hear from someone ในที่นี้เปลี่ยนเป็นรูปถูกกระทำ he was heard from และ never ... again แสดงว่าการขาดการติดต่อดำเนินต่อไปนับจากเวลานั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำที่หมายความว่าไม่มีใครได้รับการติดต่อเพิ่มเติม: After the rescue team lost radio contact with the pilot, he was never ____ again.

ดูคำตอบ

heard from

There was no activity on his debit or credit card

2:08

ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ในบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของเขา

and the No Frills Supermarket reported that he stopped showing up for work. กริยาวลี

2:11

และซูเปอร์มาร์เก็ต No Frills ก็รายงานว่าเขาไม่ได้มาทำงานอีก

กริยาวลี

Showing up for work: มาทำงานตามที่คาดไว้

Showing up หมายถึงการมาถึงหรือปรากฏตัวในสถานที่ที่คาดหวังให้ใครบางคนมา ดังนั้น showing up for work จึงหมายถึงการมาที่ทำงานตามกะที่กำหนด ไม่ใช่การแสดงสิ่งของบางอย่าง หลัง stop ภาษาอังกฤษใช้รูป -ing คือ stopped showing up ทั้งวลีหมายความว่าเขาเลิกมาทำงาน แต่ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าเขาจงใจทำเช่นนั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ show up: Mia said she would meet us at the station, but she never ____.

ดูคำตอบ

showed up

For a long time,

2:14

เป็นเวลานาน

his whereabouts remained unknown. การใช้คำ

2:15

ที่ไม่มีใครทราบเบาะแสของเขาเลย

การใช้คำ

whereabouts: คำนามทางการสำหรับตำแหน่งที่ไม่ทราบ

Whereabouts เป็นคำนามตายตัวที่หมายถึงสถานที่ที่บุคคลหรือสิ่งของอยู่ โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบสถานที่นั้น ในประโยคนี้ his whereabouts หมายถึงเขาอยู่ที่ไหน ไม่ได้เป็นประโยคคำถาม แม้คำนี้จะลงท้ายด้วย -s และดูเหมือนรูปพหูพจน์ แต่อย่าแยก whereabouts เป็น where กับ about ให้จำทั้งคำเป็นคำนามที่หมายถึงตำแหน่งของบุคคลหรือสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนามแบบเป็นทางการที่ดูเหมือนพหูพจน์และหมายถึง 'ตำแหน่งของบุคคล': After the witness missed the hearing, the police tried to confirm her ____.

ดูคำตอบ

whereabouts

His poor mother must have been frantic. ไวยากรณ์

2:17

แม่ผู้น่าสงสารของเขาคงจะแทบคลุ้มคลั่ง

ไวยากรณ์

must have been frantic: การคาดคะเนอย่างมั่นใจเกี่ยวกับสภาวะในอดีต

โครงสร้าง must have + past participle ใช้แสดงข้อสรุปที่ผู้พูดมั่นใจอย่างมากเกี่ยวกับอดีต ในที่นี้ been เป็นรูป past participle ของ be ดังนั้น must have been frantic จึงหมายความว่า จากสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้พูดมั่นใจมากว่าแม่ในตอนนั้นร้อนใจอย่างยิ่ง ไม่ได้หมายถึงหน้าที่หรือข้อบังคับ Frantic มีความหมายรุนแรงกว่า worried โดยสื่อถึงความกังวลหรือความกลัวอย่างมากจนรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ ประโยคนี้นำเสนออารมณ์นั้นเป็นการคาดคะเน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดเห็นโดยตรง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า 'Nora must have been exhausted after the overnight shift'?

  1. Nora ถูกกำหนดให้ต้องรู้สึกเหนื่อย
  2. ผู้พูดบอกว่า Nora กำลังเหนื่อยล้าอยู่ในตอนนี้
  3. ผู้พูดมั่นใจมากว่า Nora เคยเหนื่อยล้าอย่างยิ่งในอดีต
ดูคำตอบ

ผู้พูดมั่นใจมากว่า Nora เคยเหนื่อยล้าอย่างยิ่งในอดีต

Here's what is believed to have happened. ไวยากรณ์

2:20

นี่คือสิ่งที่เชื่อกันว่าเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

is believed to have happened: ความเชื่อที่ยังไม่ยืนยันเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า

โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ be believed to + infinitive นำเสนอข้อความว่าเป็นความเชื่อ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ is believed แสดงว่าผู้คนเชื่อเช่นนั้นอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อ perfect infinitive to have happened วางเหตุการณ์ไว้ก่อนความเชื่อในปัจจุบัน ดังนั้น what is believed to have happened จึงหมายถึง “เรื่องราวของเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ปัจจุบันผู้คนคิดว่าเกิดขึ้น”

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “is believed to have happened” ได้ตรงที่สุด

  1. ผู้คนเห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ด้วยตนเอง
  2. ในอดีตผู้คนวางแผนให้เหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
  3. ปัจจุบันผู้คนคิดว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เกิดขึ้น แต่ข้อความไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
ดูคำตอบ

ปัจจุบันผู้คนคิดว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เกิดขึ้น แต่ข้อความไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

Former employees at the No Frills Supermarket

2:22

อดีตพนักงานของซูเปอร์มาร์เก็ต No Frills

explained that they would sometimes climb into the space ไวยากรณ์

2:24

อธิบายว่า บางครั้งพวกเขาจะปีนเข้าไปในพื้นที่

ไวยากรณ์

would sometimes climb: การกระทำที่เกิดซ้ำในอดีต

เมื่อกรอบเวลาในอดีตชัดเจนแล้ว would + กริยารูปพื้นฐาน สามารถบอกการกระทำที่เกิดซ้ำในอดีตได้ Sometimes บอกความถี่ ดังนั้น would sometimes climb จึงหมายถึง ในอดีตมีบางครั้งที่พวกเขาปีนเข้าไปในพื้นที่นั้น would ในที่นี้เป็นเครื่องหมายของนิสัยในอดีต ไม่ได้แสดงความเต็มใจ แผนในอนาคตที่มองจากอดีต หรือผลลัพธ์สมมติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย would sometimes และรูปพื้นฐานของ visit: When I was a child, we ____ my aunt on Sundays.

ดูคำตอบ

would sometimes visit

above the coolers,

2:26

เหนือตู้แช่เย็น

which was used for storage.

2:27

ซึ่งถูกใช้เป็นที่เก็บของ

Mario Moncada went in to work on that fateful day วลี

2:29

มาริโอ มอนกาดา ไปทำงานในวันแห่งโชคชะตานั้น

วลี

went in to work: in กับ infinitive ที่บอกจุดประสงค์

ในประโยคนี้ went in เป็นหน่วยแสดงการเคลื่อนที่หนึ่งชุด หมายถึงมาริโอเข้าไปข้างใน ส่วน to work เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ หมายถึงเพื่อทำงาน การแยกคำเป็นไปตามโครงสร้างไวยากรณ์ โดย in ปิดท้าย went in ส่วน to เริ่มต้น to work เมื่อ to ตามด้วยคำกริยาและมีความหมายว่าเพื่อทำบางอย่าง ให้เขียน in to แยกเป็นสองคำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in to เป็นสองส่วนแยกกัน โดย in อยู่กับคำกริยาการเคลื่อนที่ และ to นำหน้าจุดประสงค์

  1. The technician went to work at eight.
  2. The technician went into the control room.
  3. The technician went in to check the alarm.
ดูคำตอบ

The technician went in to check the alarm.

and probably tried to climb into the storage space.

2:32

และอาจจะพยายามปีนขึ้นไปในพื้นที่เก็บของ

Perhaps he was still feeling distressed

2:34

บางทีเขายังคงรู้สึกกระวนกระวาย

and needed some time alone to gather himself.

2:36

และต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อตั้งสติ

Maybe he viewed the storage space as a good place to do this,

2:39

บางทีเขาอาจเห็นว่าพื้นที่เก็บของเป็นสถานที่ที่เหมาะจะทำเช่นนั้น

or perhaps he just needed to grab something.

2:42

หรือบางทีเขาแค่ต้องการจะหยิบอะไรบางอย่าง

Whatever the case may be, ลำดับความ

2:44

ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม

ลำดับความ

Whatever the case may be: การปิดความเป็นไปได้หลายทาง

Whatever the case may be ใช้ปิดการอภิปรายเกี่ยวกับคำอธิบายที่เป็นไปได้ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป ผู้พูดยอมรับว่ายังไม่ทราบคำอธิบายที่แน่ชัด แล้วเปลี่ยนไปยังประเด็นที่ยังคงเป็นจริงไม่ว่าความเป็นไปได้ใดจะถูกต้อง whatever ในที่นี้หมายถึงไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ไม่ได้มีความหมายเชิงปัดว่าไม่สนใจแบบที่คำตอบเดี่ยว ๆ ว่า Whatever! อาจสื่อได้

แบบฝึกหัด

หลังจากเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้สองอย่าง Whatever the case may be สื่อถึงอะไร

  1. ความเป็นไปได้หนึ่งที่กล่าวก่อนหน้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง
  2. ผู้พูดกำลังบอกว่าทั้งหัวข้อไม่สำคัญ
  3. ประเด็นถัดไปเป็นจริงไม่ว่าความเป็นไปได้ก่อนหน้าใดจะถูกต้อง
ดูคำตอบ

ประเด็นถัดไปเป็นจริงไม่ว่าความเป็นไปได้ก่อนหน้าใดจะถูกต้อง

we can speculate that when he pulled himself on top of the coolers,

2:45

เราสามารถสันนิษฐานได้ว่า เมื่อเขาดึงตัวเองขึ้นไปบนยอดตู้แช่เย็น

he must have fallen behind them.

2:48

เขาจะต้องตกลงไปด้านหลังของมัน

He then became trapped in the 12-foot

2:50

จากนั้นเขาก็ติดอยู่ในซอกลึก 12 ฟุต

18-inch wide space

2:52

กว้าง 18 นิ้ว

between the coolers and the wall.

2:54

ระหว่างตู้แช่เย็นกับกำแพง

Now, here's the disturbing part of the story. ลำดับความ

2:55

และตอนนี้นี่คือส่วนที่น่าสะเทือนใจของเรื่องราว

ลำดับความ

here's the disturbing part of the story. — การเกริ่นนำส่วนถัดไปที่น่าหวาดหวั่น

Here's เป็นรูปย่อของ here is ในประโยคนี้ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของที่อยู่ตรงหน้า แต่ใช้เกริ่นนำส่วนถัดไปของเรื่องและบอกว่าส่วนนั้นน่าหวาดหวั่น วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางในการเล่าเรื่อง ช่วยดึงความสนใจและสร้างความคาดหวัง ความหมายคือส่วนที่น่าหวาดหวั่นกำลังจะเริ่มขึ้น ไม่ใช่ผู้พูดกำลังแสดงสิ่งของที่อยู่ใกล้ ๆ

แบบฝึกหัด

here's the disturbing part of the story. ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้ Now, here's the disturbing part of the story.

  1. จบเรื่องด้วยบทสรุปที่ร่าเริง
  2. เกริ่นนำส่วนถัดไปของเรื่องซึ่งน่าหวาดหวั่นเป็นพิเศษ
  3. ขอให้ผู้ฟังเล่าช่วงต้นเรื่องอีกครั้ง
  4. ชี้ไปที่สิ่งของที่อยู่ตรงนี้จริง ๆ
ดูคำตอบ

เกริ่นนำส่วนถัดไปของเรื่องซึ่งน่าหวาดหวั่นเป็นพิเศษ

Because the noise being generated by the coolers was so loud,

2:58

เนื่องจากเสียงที่เกิดจากตู้แช่เย็นดังมาก

there was probably no way ไวยากรณ์

3:01

จึงอาจเป็นไปไม่ได้เลย

that anyone could have heard him

3:03

ที่จะมีใครได้ยินเขา

if he screamed for help.

3:04

ถ้าเขาร้องขอความช่วยเหลือ

ไวยากรณ์

there was probably no way that anyone could have heard him — การตัดสินอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในอดีต

there was probably no way that ... ใช้แสดงการตัดสินเชิงปฏิเสธอย่างหนักแน่นจากเงื่อนไขที่มีอยู่ หมายความว่าผลลัพธ์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ probably บอกว่านี่เป็นการอนุมาน ไม่ใช่ความแน่นอนอย่างสมบูรณ์ ส่วน no way ช่วยเน้นความปฏิเสธ could have heard ประกอบด้วย could have กับคำกริยาช่องสาม heard ใช้พูดถึงความเป็นไปได้หรือความสามารถในอดีตภายใต้เงื่อนไขสมมติ ในประโยคนี้ไม่ได้บอกว่ามีคนได้ยินเขาจริง ๆ แต่เสียงที่ดังทำให้การได้ยินเขาเป็นไปได้น้อยมากหากเขาตะโกน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ there was probably no way that anyone could have heard Maya หมายความว่าอย่างไร Because the alarm was blaring, there was probably no way that anyone could have heard Maya if she shouted for help.

  1. ผู้พูดกำลังถามว่าตอนนี้มีใครได้ยิน Maya หรือไม่
  2. ผู้พูดคิดว่าในสถานการณ์นั้นอาจเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครได้ยิน Maya
  3. ผู้พูดกำลังบอกว่า Maya ไม่ได้ตะโกนอย่างแน่นอน
  4. ผู้พูดรู้ว่าทุกคนได้ยิน Maya อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

ผู้พูดคิดว่าในสถานการณ์นั้นอาจเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครได้ยิน Maya

That means that if he did not die instantly from the fall, ไวยากรณ์

3:05

นั่นหมายความว่า หากเขาไม่เสียชีวิตทันทีจากการตกลงมา

he could have met a very lonely,

3:08

เขาอาจต้องเผชิญกับจุดจบที่โดดเดี่ยว

slow,

3:10

เชื่องช้า

and terrifying demise,

3:11

และน่าสะพรึงกลัวมาก

ไวยากรณ์

if he did not die instantly ... he could have met: เงื่อนไขในอดีตที่ไม่แน่นอน

ในประโยคนี้ if he did not die instantly กำหนดเงื่อนไขในอดีตที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง Simple past อย่าง did not die ไม่ได้บอกว่าเขารอดชีวิตจากการตก แต่ชวนให้เราพิจารณาความเป็นไปได้นั้นเพราะหลักฐานยังไม่แน่นอน จากนั้น he could have met แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น could have + past participle ระบุว่าผลลัพธ์เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันแล้ว โครงสร้างนี้จึงช่วยให้ผู้พูดคาดการณ์เหตุการณ์ในอดีตอย่างระมัดระวัง โดยไม่กล่าวว่าผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้เป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ยังไม่ทราบผลลัพธ์ที่แน่นอน ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เขาอาจไม่ได้เสียชีวิตทันที และถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็อาจเสียชีวิตในภายหลังอย่างน่าสยดสยอง
  2. เรารู้ว่าเขาเสียชีวิตทันที ดังนั้นความเป็นไปได้ภายหลังจึงเป็นไปไม่ได้
  3. เรารู้ว่าเขารอดชีวิตจากการตกและเสียชีวิตในภายหลัง
ดูคำตอบ

เขาอาจไม่ได้เสียชีวิตทันที และถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็อาจเสียชีวิตในภายหลังอย่างน่าสยดสยอง

almost like one would feel being buried alive.

3:13

เกือบจะเหมือนความรู้สึกของการถูกฝังทั้งเป็น

Only in this case,

3:16

เพียงแต่ในกรณีนี้

there were people around who could have helped him,

3:17

มีผู้คนอยู่รอบๆ ที่สามารถช่วยเขาได้

but sadly he was powerless to get their attention.

3:19

แต่น่าเศร้าที่เขาไร้เรี่ยวแรงจะเรียกร้องความสนใจจากพวกเขา

To make matters worse, ลำดับความ

3:22

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น

ลำดับความ

To make matters worse: การนำเสนอปัญหาใหม่ที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง

To make matters worse เป็นคำเชื่อมที่ใช้ขึ้นต้นประโยค โดยย้อนถึงสถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วและส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อเท็จจริงถัดไปจะเพิ่มข้อเสียอีกอย่าง หรือทำให้ปัญหาโดยรวมร้ายแรงขึ้น ในที่นี้ to make ไม่ได้เป็นคำสั่งและไม่ได้บรรยายว่ามีใครจงใจทำให้เรื่องแย่ลง วลีทั้งหมดทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูล คือมีปัญหาแรกก่อน แล้วข้อเท็จจริงใหม่ทำให้สถานการณ์แย่ลงอีก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสี่คำที่เรียนในบทนี้: The road was closed. ____, our phone battery died.

ดูคำตอบ

To make matters worse

he wasn't scheduled to work that day, วลี

3:23

วันนั้นเขาไม่มีตารางทำงาน

so no one even knew he was there

3:25

จึงไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่นั่น

or thought to look for him.

3:27

หรือคิดที่จะตามหาเขา

วลี

scheduled to work: ได้รับการจัดกะอย่างเป็นทางการ

Be scheduled to work หมายถึงมีแผนอย่างเป็นทางการ ตารางเวร หรือผู้จัดการกำหนดกะทำงานให้บุคคลหนึ่ง โครงสร้างคือ be + scheduled + to-infinitive ในประโยคนี้ wasn't scheduled to work หมายความว่าวันนั้นเขาไม่ได้รับการจัดกะ ไม่ได้หมายความว่าเขาเลือกไม่ทำงานหรือขาดงานจากกะที่ได้รับมอบหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ได้รับการจัดกะอย่างเป็นทางการ”: According to the posted rota, Mia is ____ from nine to five tomorrow.

ดูคำตอบ

scheduled to work

By the time he was found, ไวยากรณ์

3:29

เมื่อถึงเวลาที่มีคนพบเขา

Mario Moncada's body was completely unrecognizable.

3:30

ศพของมาริโอ มอนกาดา ก็อยู่ในสภาพที่จำเค้าเดิมไม่ได้เลย

ไวยากรณ์

By the time ...: จุดสิ้นสุดภายหลังกับผลลัพธ์ที่เกิดก่อนหน้า

By the time + อนุประโยค ใช้กำหนดเหตุการณ์ที่เกิดภายหลังให้เป็นจุดสิ้นสุดอ้างอิง ประโยคหลักบอกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหรือสภาพที่เป็นจริงอยู่แล้วเมื่อถึงจุดนั้น ในที่นี้ he was found คือจุดอ้างอิงที่เกิดภายหลัง ส่วน was completely unrecognizable บรรยายสภาพของร่างในเวลานั้น มักใช้ past perfect กับการกระทำก่อนหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว แต่ simple past เป็นธรรมชาติในประโยคนี้เพราะประโยคหลักบรรยายสภาพ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่แสดงชัดเจนที่สุดว่าการมาถึงของทีมเป็นจุดสิ้นสุดที่เกิดภายหลัง และมีผลลัพธ์เกิดขึ้นอยู่แล้วก่อนหน้านั้น

  1. At the time the repair crew arrived, the basement was already flooded.
  2. By the time the repair crew arrived, the basement was already flooded.
  3. When the repair crew arrived, the basement was already flooded.
ดูคำตอบ

By the time the repair crew arrived, the basement was already flooded.

He was only able to be identified

3:33

เขาได้รับการระบุตัวตน

by using the DNA from his parents.

3:34

โดยใช้ DNA จากพ่อแม่ของเขาเท่านั้น

This probably provided them with the worst kind of closure, การใช้คำ

3:37

นี่คงเป็นบทสรุปที่เลวร้ายที่สุดสำหรับพวกเขา

as they probably hoped their son was still alive somewhere.

3:40

เนื่องจากพวกเขาคงหวังว่าลูกชายยังคงมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง

การใช้คำ

“Closure” หลังการสูญเสียที่เจ็บปวดและยังไร้คำตอบ

ในบริบทนี้ closure หมายถึงความรู้สึกว่าได้ความแน่นอนและได้ข้อยุติ หลังจากการสูญเสียที่เจ็บปวดและไร้คำตอบมาเป็นเวลานาน การรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำให้ความไม่แน่นอนสิ้นสุดลง แม้คำตอบนั้นจะสะเทือนใจอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าความโศกเศร้าสิ้นสุดลงแล้วหรือครอบครัวรู้สึกดีขึ้น วลี the worst kind of closure แสดงให้เห็นว่าคำตอบอาจให้ความแน่นอนได้โดยไม่ได้ให้การปลอบโยน

แบบฝึกหัด

closure ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. คำตอบที่แน่ชัดซึ่งยุติความไม่แน่นอนหลายปี แม้จะเป็นคำตอบที่เจ็บปวด
  2. คำตัดสินอย่างเป็นทางการให้ยุติการสืบสวน
  3. การปิดอาคารซูเปอร์มาร์เก็ต
  4. การสิ้นสุดความโศกเศร้าของพ่อแม่โดยสมบูรณ์
ดูคำตอบ

คำตอบที่แน่ชัดซึ่งยุติความไม่แน่นอนหลายปี แม้จะเป็นคำตอบที่เจ็บปวด

Investigators examined the results of the autopsy

3:43

พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบผลการชันสูตร

and determined his death to be accidental.

3:45

และสรุปว่าการเสียชีวิตของเขาเป็นอุบัติเหตุ

Still, one can't help but wonder วลี

3:48

กระนั้น คนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า

how the No Frills Supermarket managed to go so long ไวยากรณ์

3:49

ซูเปอร์มาร์เก็ต No Frills ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมานานขนาดนี้ได้อย่างไร

without discovering the body.

3:52

โดยที่ไม่พบศพ

วลี

“One can’t help but wonder” สำหรับคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

can’t help but + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ทำหรือคิดบางอย่างได้ ในที่นี้ wonder ไม่ใช่สิ่งที่จงใจเลือกทำ แต่เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาเองอย่างเป็นธรรมชาติและหลีกเลี่ยงไม่ได้ one เป็นสรรพนามไม่ระบุบุคคลที่กล่าวถึงคนทั่วไป ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ one can’t help but wonder เป็นวิธีที่สุขุมและค่อนข้างเป็นทางการในการตั้งคำถามที่ยากหรือมีนัยวิจารณ์ โดยไม่กล่าวหาใครโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงคำถามนั้นผุดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้: After the third unexplained delay, one ____ whether the plan is realistic.

ดูคำตอบ

can't help but wonder

ไวยากรณ์

managed to go so long without discovering: ปล่อยให้นานขนาดนั้นโดยไม่พบ

ใน manage to go... คำว่า manage to ไม่ได้ชมว่ามีการค้นพบสำเร็จ แต่เน้นผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจว่าซูเปอร์มาร์เก็ตปล่อยให้สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปได้อย่างไร Go so long หมายถึงดำเนินต่อเป็นเวลานานขนาดนั้น ไม่ได้หมายถึงเดินทาง ส่วน without discovering ระบุการกระทำที่ไม่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลานั้น เนื่องจาก without เป็นคำบุพบท discover จึงต้องอยู่ในรูป -ing เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้มักสื่อความไม่อยากเชื่อหรือการตำหนิที่ไม่สังเกตเห็นบางสิ่งเป็นเวลานาน

แบบฝึกหัด

ส่วนที่เน้นในประโยคนี้สื่อความหมายใด

  1. ซูเปอร์มาร์เก็ตเดินทางเป็นเวลานานแล้วจึงพบศพ
  2. ซูเปอร์มาร์เก็ตปล่อยให้เวลาผ่านไปนานอย่างน่าประหลาดใจก่อนที่จะมีคนพบศพ
  3. ซูเปอร์มาร์เก็ตสามารถพบศพได้อย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

ซูเปอร์มาร์เก็ตปล่อยให้เวลาผ่านไปนานอย่างน่าประหลาดใจก่อนที่จะมีคนพบศพ

It's creepy to think that the employees

3:54

มันน่าขนลุกเมื่อคิดว่าพนักงาน

probably continued to utilize the storage space

3:55

คงยังใช้พื้นที่เก็บของนั้นต่อไป

while not realizing

3:58

โดยไม่รู้ตัวเลย

that there was a dead coworker lying beneath them.

3:59

ว่ามีเพื่อนร่วมงานที่เสียชีวิตนอนอยู่ข้างใต้พวกเขา

How, throughout the span of many years,

4:01

ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

did they never once think

4:04

พวกเขาไม่เคยคิดสักครั้งเลยหรือ

to check or clean the space back there?

4:05

ที่จะเข้าไปตรวจดูหรือทำความสะอาดพื้นที่ด้านหลังนั่น?

How could a body just remain unfound

4:07

ศพคนๆ หนึ่งจะยังคงไม่ถูกค้นพบ

in a public space for so long?

4:10

ในที่สาธารณะเป็นเวลานานขนาดนี้ได้อย่างไร?

The eerie component to this story

4:12

องค์ประกอบที่น่าขนลุกของเรื่องนี้

may be the thought that this can indeed happen,

4:14

อาจเป็นความคิดที่ว่าเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง

and if it occurred for Mario Moncada,

4:16

และถ้ามันเกิดขึ้นกับมาริโอ มอนกาดา ได้

it can happen to you, too.

4:18

มันก็สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้เช่นกัน

So then,

4:20

แล้ว

you might wonder if this has happened anywhere else.

4:20

คุณอาจจะสงสัยว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่อื่นอีกไหม

People are reported missing all the time.

4:24

มีคนถูกแจ้งความว่าสูญหายอยู่ตลอดเวลา

So, how many bodies remain unfound

4:26

แล้วมีอีกกี่ศพที่ยังคงไม่ถูกค้นพบ

in the most obvious of places? ไวยากรณ์

4:28

ในสถานที่ที่โจ่งแจ้งที่สุด?

ไวยากรณ์

the most obvious of places: กลับเป็นสถานที่ที่เห็นได้ชัดที่สุด

The most obvious of places ใช้โครงสร้างเน้นความหมาย the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + of + คำนามพหูพจน์ ในที่นี้ of places กำหนดประเภทของสิ่งที่กำลังพิจารณา ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ วลีนี้ชี้ถึงสถานที่ที่เห็นได้ชัดหรือสะดุดตามาก ในคำถามนี้ โครงสร้างดังกล่าวเพิ่มความประชด เพราะบางสิ่งยังไม่ถูกพบทั้งที่อยู่ในสถานที่แบบที่คนทั่วไปคาดว่าน่าจะสังเกตเห็นได้ โครงสร้างเชิงวาทศิลป์นี้มักเน้นการจับคู่ที่เหนือความคาดหมาย เช่น in the unlikeliest of places

แบบฝึกหัด

คำถอดความใดคงน้ำหนักของ the most obvious of places ได้ดีที่สุด

  1. อย่างน่าประหลาดใจ ในสถานที่ที่ควรสังเกตเห็นได้ง่าย
  2. ในสถานที่ที่เป็นของคนซึ่งเห็นได้ชัดที่สุด
  3. ในสถานที่เพียงแห่งเดียวที่ได้รับการจัดอันดับอย่างเป็นกลางว่ามองเห็นได้ชัดกว่าสถานที่อื่นทั้งหมด
ดูคำตอบ

อย่างน่าประหลาดใจ ในสถานที่ที่ควรสังเกตเห็นได้ง่าย

At your local grocery store,

4:30

ที่ร้านขายของชำในละแวกบ้านคุณ

your favorite novelty shop,

4:31

ร้านขายของแปลกใหม่ที่คุณโปรดปราน

a restaurant you frequently visit.

4:33

ร้านอาหารที่คุณไปบ่อยๆ

For the Iowa No Frills Supermarket,

4:35

สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต No Frills ในไอโอวา

this was certainly the case.

4:37

กรณีนี้เป็นความจริงอย่างแน่นอน

Shoppers innocently frequented the store for years,

4:38

นักช้อปต่างพากันมาที่ร้านนี้อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นเวลาหลายปี

blissfully unaware วลี

4:41

โดยไม่รู้เลยแม้แต่น้อย

that death hid behind the coolers in the back room. สำนวน

4:42

ว่าความตายซ่อนอยู่หลังตู้แช่เย็นในห้องหลังร้าน

วลี

blissfully unaware: ไม่รู้เรื่องและสบายใจ

ในประโยคนี้ blissfully unaware หมายถึงลูกค้าไม่รู้เลยว่ามีความจริงอันน่าสยดสยองอยู่ใกล้ ๆ จึงยังดำเนินชีวิตตามปกติโดยไม่กังวล คำว่า blissfully บรรยายความสบายใจที่เกิดจากการไม่รู้ ไม่ได้หมายความว่าความจริงที่ถูกซ่อนไว้นั้นน่ายินดี วลีนี้มักสร้างนัยประชด เพราะผู้พูดหรือผู้อ่านรู้ข้อมูลสำคัญที่เจ้าตัวไม่รู้ จึงเน้นช่องว่างระหว่างความสงบของเจ้าตัวกับความจริงที่น่ากลัว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Nora was blissfully unaware that her friends had canceled the trip,” วลี blissfully unaware สื่อความหมายอย่างไร?

  1. เธอไม่รู้ว่าการเดินทางถูกยกเลิก จึงไม่รู้สึกกังวล
  2. เธอสงสัยว่าการเดินทางถูกยกเลิกและรู้สึกกังวล
  3. เธอรู้ว่าการเดินทางถูกยกเลิกและรู้สึกพอใจ
ดูคำตอบ

เธอไม่รู้ว่าการเดินทางถูกยกเลิก จึงไม่รู้สึกกังวล

สำนวน

death hid behind the coolers: ความตายซ่อนอยู่หลังตู้แช่

ตรงนี้ death ใช้แทนศพที่ถูกซ่อนและข้อเท็จจริงเรื่องความตาย ส่วน hid ทำให้สิ่งนี้มีการกระทำเหมือนมนุษย์ นี่คือบุคลาธิษฐาน กล่าวคือแนวคิดนามธรรมอย่างความตายถูกบรรยายราวกับว่ามันตั้งใจซ่อนตัวได้ ถ้อยคำนี้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่หยุดนิ่งให้เป็นภาพที่คุกคาม แทนที่จะเพียงบอกตำแหน่งของศพ มันทำให้รู้สึกว่าความตายแฝงตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ในร้านค้าธรรมดาและรอให้มีคนค้นพบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้บุคลาธิษฐานเพื่อทำให้แนวคิดนามธรรมดูเหมือนเคลื่อนไหวได้?

  1. We felt afraid when the lights went out.
  2. Fear crept down the hallway as the lights went out.
  3. The hallway was dark after the lights went out.
ดูคำตอบ

Fear crept down the hallway as the lights went out.

You see this type of story on crime shows and mystery thrillers,

4:45

คุณเห็นเรื่องราวประเภทนี้ในรายการอาชญากรรมและหนังระทึกขวัญลึกลับ

but you never anticipate

4:48

แต่คุณไม่มีทางคาดคิดเลย

that something like this could be brought so close to home. สำนวน

4:50

ว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นใกล้ตัวขนาดนี้

สำนวน

close to home: เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเองอย่างใกล้ชิด

close to home ในที่นี้เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสถานการณ์ที่น่ากลัวนั้นรู้สึกเชื่อมโยงโดยตรงกับครอบครัว ชุมชน หรือชีวิตประจำวันของผู้พูด จึงมองว่าเป็นเพียงเรื่องแต่งที่อยู่ไกลตัวได้ยากขึ้น ใน brought so close to home คำว่า brought แสดงถึงการเปลี่ยนมุมมอง เรื่องแบบที่ปกติเห็นเพียงบนหน้าจอตอนนี้กลับดูเป็นจริงอย่างน่ากังวลและอาจเกิดขึ้นในโลกของตนเองได้ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้บ้านของใครบางคน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ brought so close to home หมายความว่าอย่างไร

  1. ย้ายรายการอาชญากรรมไปยังบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ
  2. ทำให้ความเป็นไปได้ที่น่ากลัวนั้นดูเกี่ยวข้องกับตนเองและเป็นเรื่องจริง
  3. พิสูจน์ว่าเรื่องนั้นเป็นเพียงเรื่องแต่ง
ดูคำตอบ

ทำให้ความเป็นไปได้ที่น่ากลัวนั้นดูเกี่ยวข้องกับตนเองและเป็นเรื่องจริง

For this reason,

4:53

ด้วยเหตุนี้

Mario Moncada's father, Victor Mario,

4:53

วิกเตอร์ มาริโอ พ่อของมาริโอ มอนกาดา

demanded answers.

4:55

จึงต้องการคำตอบ

It's understandable that he would be just as baffled

4:57

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ที่เขาจะรู้สึกงุนงง

over the situation

4:59

กับสถานการณ์นี้

as anyone else.

5:00

ไม่ต่างจากคนอื่นๆ

And even more so วลี

5:01

และยิ่งไปกว่านั้น

since he was directly related to the victim.

5:03

เพราะเขาเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ตาย

วลี

even more so: ในระดับที่มากยิ่งขึ้น

Even more so หมายถึง “ในระดับที่มากยิ่งขึ้น” โดย so ใช้แทนคุณสมบัติหรือสภาวะที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ ในที่นี้ so ย้อนกลับไปถึงภาวะงุนงง พ่อรู้สึกงุนงงยิ่งกว่าเดิมเพราะเขาเป็นญาติโดยตรงกับเหยื่อ even ช่วยเน้นการเปรียบเทียบระดับ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย since บอกเหตุผลที่ทำให้ระดับนั้นมากขึ้น ในโครงสร้างนี้ so ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” ผู้ฟังต้องเข้าใจจากบริบทก่อนหน้าว่า so ใช้แทนอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้แทน worried และหมายถึง “ในระดับที่มากยิ่งขึ้น”: Maria was worried about the delay, and ____ after the storm warning.

ดูคำตอบ

even more so

The grieving father,

5:05

พ่อผู้โศกเศร้า

suffering tremendous pain over the loss,

5:06

ซึ่งทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจากการสูญเสีย

asked the question,

5:08

ได้ตั้งคำถามว่า

"How can a body just be there undetected?"

5:09

"ศพไปอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใครตรวจพบได้อย่างไร?"

Investigators described the situation

5:13

พนักงานสอบสวนอธิบายถึงสถานการณ์ดังกล่าว

as being very unique,

5:15

ว่ามันแปลกประหลาดมาก

to say the least. สำนวน

5:16

อย่างน้อยที่สุดก็ว่าได้

สำนวน

to say the least ในความหมายว่าพูดแบบเบาที่สุดแล้ว

to say the least เป็นสำนวนที่บอกว่าผู้พูดจงใจกล่าวให้เบากว่าความเป็นจริง ผู้ฟังจึงเข้าใจได้ว่าสามารถใช้คำประเมินที่แรงกว่านี้ได้เช่นกัน ในประโยคนี้ very unique เป็นคำบรรยายที่ยับยั้งไว้แล้ว ความจริงคือสถานการณ์นั้นผิดปกติหรือน่ากังวลยิ่งกว่านั้น สำนวนนี้ไม่ได้เป็นคำสั่งให้ใครพูดอะไรอย่างน้อยที่สุด

แบบฝึกหัด

to say the least ในตัวอย่างสื่อความหมายอะไร?

  1. สถานการณ์ผิดปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  2. ผู้สืบสวนถูกกำหนดให้ต้องพูดวลีนี้ทุกคำ
  3. คำบรรยายถูกกล่าวอย่างยับยั้งโดยเจตนา สถานการณ์จริงยิ่งผิดปกติกว่านั้น
ดูคำตอบ

คำบรรยายถูกกล่าวอย่างยับยั้งโดยเจตนา สถานการณ์จริงยิ่งผิดปกติกว่านั้น

The store continued to run for seven long years

5:18

ร้านค้าแห่งนี้ยังคงเปิดกิจการต่อไปอีกถึงเจ็ดปี

after Mario Moncada's fatal disappearance.

5:20

หลังจากที่มาริโอ มอนกาดาหายตัวไปจนเสียชีวิต

It only just closed its doors in 2016, สำนวน

5:22

ร้านเพิ่งจะปิดตัวลงในปี 2016

three years before his body was uncovered.

5:25

สามปีก่อนที่ศพของเขาจะถูกค้นพบ

สำนวน

closed its doors ในความหมายว่าหยุดดำเนินงาน

เมื่อธุรกิจหรือสถาบัน closes its doors หมายถึงหยุดดำเนินงานและไม่เปิดรับลูกค้าหรือผู้ใช้อีกต่อไป ภาพของสำนวนมาจากการปิดประตูทางเข้าจริง ๆ แต่ความหมายคือองค์กรยุติการดำเนินงาน ในประโยคนี้ ปี 2016 ระบุการปิดซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างถาวร ไม่ได้หมายถึงเพียงปิดร้านในตอนเย็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ closed its doors ในความหมายว่าธุรกิจหยุดดำเนินงานอย่างถาวร?

  1. The café closed its doors at 10 p.m. and reopened the next morning.
  2. The driver closed the car doors before leaving.
  3. After fifty years, the neighborhood cinema closed its doors for good.
ดูคำตอบ

After fifty years, the neighborhood cinema closed its doors for good.

Perhaps after hearing this story,

5:27

บางทีหลังจากได้ฟังเรื่องนี้

you may never walk into a supermarket

5:29

คุณอาจจะเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต

the same way again.

5:31

ด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

It's hard to think about

5:32

มันยากที่จะนึกถึง

and spooky enough to make your skin crawl. สำนวน

5:34

และน่ากลัวพอที่จะทำให้คุณขนหัวลุก

สำนวน

make your skin crawl: ทำให้ขนลุกด้วยความกลัวหรือขยะแขยง

ในประโยคนี้ make your skin crawl หมายถึง “ทำให้เกิดความกลัว ความขยะแขยง หรือความรังเกียจอย่างรุนแรง” เป็นปฏิกิริยาที่แรงจนเหมือนรู้สึกได้ทางร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความว่าผิวหนังเคลื่อนไหวจริง ๆ โครงสร้างคือ make + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + skin + crawl โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามผู้ที่รู้สึก: It made my skin crawl; That can make your skin crawl.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ทำให้ใครบางคนรู้สึกขนลุกหรือขยะแขยงอย่างมาก” ลงในประโยค: The thought of bugs moving inside the mattress can ____.

ดูคำตอบ

make your skin crawl

Yet it teaches a ghastly lesson

5:36

แต่มันก็สอนบทเรียนที่น่าสะพรึงกลัว

that tragedy can lurk in the shadows สำนวน

5:38

ว่าโศกนาฏกรรมสามารถแฝงตัวอยู่ในเงามืด

of everyday mundane life.

5:40

ของชีวิตประจำวันที่แสนธรรมดาได้

สำนวน

lurk in the shadows: ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

ในที่นี้ lurk in the shadows เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงโศกนาฏกรรมอาจซ่อนอยู่ในชีวิตธรรมดาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น และอาจปรากฏขึ้นในภายหลัง ประโยคนี้ไม่จำเป็นต้องมีเงาจริง ๆ หรือมีคนที่ตั้งใจซ่อนตัว คำกริยา lurk เพิ่มความรู้สึกเป็นลางร้ายว่ามีบางสิ่งแอบแฝงอยู่ ส่วน shadows แทนสิ่งที่ถูกภาพภายนอกอันคุ้นเคยบดบังไว้

แบบฝึกหัด

เติมคำเปรียบเทียบจากบทเรียนที่หมายถึง “ซ่อนอยู่และอาจเป็นภัยคุกคาม” ลงในประโยค: Even in a calm community, serious problems can ____ for years.

ดูคำตอบ

lurk in the shadows

And there is another lesson to be learned

5:42

และยังมีอีกบทเรียนหนึ่งที่ควรเรียนรู้

from the events

5:44

จากเหตุการณ์

that led to Moncada's disappearance

5:45

ที่นำไปสู่การหายตัวไป

and death.

5:47

และการเสียชีวิตของมอนกาดา

That is,

5:47

นั่นก็คือ

the problems associated with his mental health

5:48

ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตของเขา

that pushed him to run away from home

5:50

ซึ่งผลักดันให้เขาหนีออกจากบ้าน

in the first place วลี

5:52

ในตอนแรก

and act in irrational ways.

5:53

และกระทำการอย่างขาดเหตุผล

วลี

in the first place:เหตุผลแรกเริ่ม

In the first place ใช้ชี้กลับไปที่เหตุผลแรกเริ่มหรือเงื่อนไขที่เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่ง ในประโยคนี้หมายถึงปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหนีออกจากบ้านและต่อมาทำสิ่งต่าง ๆ อย่างไร้เหตุผล ไม่ได้หมายถึงสถานที่แห่งแรก สำนวนนี้ยังใช้ตั้งคำถามว่าทำไมจึงทำสิ่งนั้นตั้งแต่แรก หรือสื่อเป็นนัยว่าไม่ควรทำสิ่งนั้นตั้งแต่ต้นก็ได้ จุดสำคัญคือสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์เริ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ชี้ถึงเหตุผลแรกเริ่มให้สมบูรณ์: The plan was risky ____, so the team changed it before launch

ดูคำตอบ

in the first place

Heading out amid a snowstorm ไวยากรณ์

5:55

การเดินออกไปท่ามกลางพายุหิมะ

without being properly equipped with shoes

5:56

โดยไม่ได้สวมรองเท้า

or socks,

5:59

หรือถุงเท้าอย่างเหมาะสม

we here at the Infographics Show

6:00

พวกเราที่ The Infographics Show

believe in the vitality of mental health.

6:01

เชื่อมั่นในความสำคัญของสุขภาพจิต

ไวยากรณ์

Heading out amid a snowstorm ... we here at the Infographics Show believe: ประธานเชิงตรรกะ

ในภาษาอังกฤษ วลี participial ที่อยู่ต้นประโยคมักจะขยายประธานทางไวยากรณ์ที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาค ในที่นี้ Heading out amid a snowstorm จึงไปขยาย we here at the Infographics Show ทำให้ฟังเหมือนว่าทีมรายการเป็นคนออกไปกลางพายุ คนที่ตั้งใจจะสื่อว่าเป็นผู้ที่ออกไปคือ Moncada แต่ประโยคหลักเปลี่ยนไปพูดจากมุมมองของรายการ เพื่อให้ความหมายชัดเจน ควรให้ Moncada เป็นประธานของวลีเปิด หรือใช้อนุประโยคเต็มที่มีประธานชัดเจน เช่น After Moncada headed out amid a snowstorm without being properly equipped with shoes or socks, we here at the Infographics Show believe in the vitality of mental health

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า Moncada เป็นคนออกไป ขณะที่ทีมรายการเป็นผู้แสดงความคิดเห็น

  1. After we here at the Infographics Show headed out amid a snowstorm without being properly equipped with shoes or socks, Moncada became concerned about mental health.
  2. After Moncada headed out amid a snowstorm without being properly equipped with shoes or socks, we here at the Infographics Show believe in the vitality of mental health.
  3. Heading out amid a snowstorm without being properly equipped with shoes or socks, we here at the Infographics Show believe in the vitality of mental health.
ดูคำตอบ

After Moncada headed out amid a snowstorm without being properly equipped with shoes or socks, we here at the Infographics Show believe in the vitality of mental health.

And if you or someone you know

6:03

และหากคุณหรือคนใกล้ตัว

struggles from anxiety or cognitive disturbance, วลี

6:04

กำลังต่อสู้กับความวิตกกังวลหรือความผิดปกติทางสติปัญญา

you should seek help right away.

6:07

คุณควรขอความช่วยเหลือทันที

วลี

struggles from anxiety: ใช้ struggles with หรือ suffers from

ในประโยคนี้ struggles from anxiety เป็นการนำวลีที่ใช้ร่วมกันสองแบบมาปนกัน จึงไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เป็นธรรมชาติ หากต้องการบอกว่าใครบางคนรับมือกับความวิตกกังวลได้ยาก ให้ใช้ struggles with anxiety ข้อความเดิมดูเหมือนจะผสม struggle with กับ suffer from หากคง struggle ไว้ ให้เปลี่ยน from เป็น with แต่หากคง from ไว้ ให้เปลี่ยน struggles เป็น suffers

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติและยังคงใช้คำกริยา struggle?

  1. Maya struggles from anxiety and has asked for support.
  2. Maya struggles with anxiety and has asked for support.
ดูคำตอบ

Maya struggles with anxiety and has asked for support.

Your mental health is as important as your physical health

6:09

สุขภาพจิตของคุณสำคัญพอๆ กับสุขภาพกาย

and should be taken just as seriously.

6:12

และควรได้รับการดูแลอย่างจริงจังไม่แพ้กัน

There's nothing shameful about receiving help, ไวยากรณ์

6:14

ไม่มีอะไรน่าละอายในการรับความช่วยเหลือ

ไวยากรณ์

There's nothing shameful about + -ing: การทำสิ่งหนึ่งไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย

โครงสร้าง There is nothing + คำคุณศัพท์ + about + คำนามหรือรูป -ing ใช้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการกระทำหนึ่งไม่ได้มีคุณสมบัติเชิงลบที่กล่าวถึงเลย ในที่นี้ nothing shameful about receiving help ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการรับความช่วยเหลือเป็นเรื่องน่าอับอาย About เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรืออาการนาม ดังนั้น receiving จึงถูกต้อง ส่วน receive ไม่เข้ากับโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจด้วยรูป -ing ที่เป็นธรรมชาติของ ask: There's nothing shameful about ____ for help.

ดูคำตอบ

asking

and we strongly encourage it.

6:16

และเราขอสนับสนุนอย่างยิ่ง

The circumstances surrounding the death of Mario Moncada

6:19

สถานการณ์แวดล้อมการเสียชีวิตของมาริโอ มอนกาดา

are unfortunate and mysterious.

6:22

เป็นเรื่องน่าเศร้าและลึกลับ

One can't help but wonder

6:24

คนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า

what he must have experienced or felt

6:25

เขาต้องเผชิญหรือรู้สึกอย่างไร

during his final hours.

6:27

ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

Though grim,

6:29

แม้จะฟังดูหดหู่

one can only hope that when he fell,

6:30

เราก็ได้แต่หวังว่าตอนที่เขาตกลงไป

he landed on his head

6:31

ศีรษะของเขาจะกระแทกพื้น

and died instantaneously,

6:33

และเสียชีวิตในทันที

because at least that would have been a far better fate

6:34

เพราะอย่างน้อยนั่นก็น่าจะเป็นชะตากรรมที่ดีกว่ามาก

than what could have transpired against him. การใช้คำ

6:37

เมื่อเทียบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเขา

การใช้คำ

การแก้คำที่ใช้ร่วมกันใน could have transpired against him

ในประโยคนี้ could have transpired against him ตั้งใจจะหมายถึง “สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเขา” คำว่า transpire อาจหมายถึง “เกิดขึ้น” โดยเฉพาะในภาษาที่เป็นทางการ แต่โดยธรรมชาติแล้วจะไม่ใช้ร่วมกับ against + บุคคล เพื่อบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งส่งผลต่อบุคคลนั้น หากต้องการสื่อความหมายเดิม ให้ใช้ what could have happened to him ถ้าต้องการบอกว่าอาจมีใครจงใจทำร้ายเขา ให้ใช้ what could have been done to him ส่วน against him สื่อถึงการต่อต้านหรือการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเขา จึงเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์กับบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เป็นธรรมชาติซึ่งใช้ happen: No one knows what could have ____ him in the abandoned tunnel.

ดูคำตอบ

happened to

Namely, ลำดับความ

6:40

กล่าวคือ

being consumed by the fear

6:40

การถูกกัดกินด้วยความกลัว

and awareness of being trapped.

6:42

และการรับรู้ว่าตนเองติดกับดัก

ลำดับความ

Namely: การนำเสนอรายละเอียดที่แน่นอน

Namely ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อความกว้าง ๆ ก่อนหน้า แล้วบอกรายละเอียดที่แน่นอนว่าข้อความนั้นหมายถึงอะไร ในที่นี้คำนี้ระบุว่า “ชะตากรรมที่ดีกว่ามาก” ถูกนำไปเปรียบเทียบกับอะไร นั่นคือการติดอยู่ข้างในโดยรู้ตัวอย่างเต็มที่และรู้สึกกลัว เพราะ namely ใช้ระบุเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง จึงทำให้ความหมายแคบลงแทนที่จะเพิ่มเพียงตัวอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้ มักพบในคำอธิบายที่เรียบเรียงอย่างรอบคอบ รวมถึงงานเขียนที่เป็นทางการหรือเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงว่า “the delivery date” คือรายละเอียดที่แน่นอนซึ่งต้องยืนยัน ไม่ใช่เพียงตัวอย่าง? We need to confirm one detail, ___ the delivery date.

  1. namely
  2. for example
  3. however
ดูคำตอบ

namely

Since the autopsy of his body

6:43

เนื่องจากการชันสูตรศพของเขา

could not find an exact cause of death,

6:45

ไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้

there is no way to know for certain วลี

6:47

จึงไม่มีทางรู้ได้แน่ชัด

what went on behind those coolers กริยาวลี

6:49

ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังตู้แช่เย็นนั้น

during the time.

6:50

ในช่วงเวลาดังกล่าว

วลี

there is no way to know for certain: หลักฐานไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัด

วลี there is no way to know for certain หมายความว่า หลักฐานที่มีอยู่ไม่สามารถยืนยันคำตอบที่แน่ชัดได้ ในที่นี้ no way กล่าวถึงขีดจำกัดของสิ่งที่เรารู้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเส้นทางจริง ๆ For certain หมายถึง “โดยไม่มีข้อสงสัยเลย” เมื่อรวมกัน วลีนี้จะแยกสิ่งที่มีหลักฐานรองรับว่าเป็นข้อเท็จจริงออกจากสิ่งที่ทำได้เพียงคาดเดา

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The camera was not recording, so ____ who entered the room.

ดูคำตอบ

there is no way to know for certain

กริยาวลี

went on ในความหมายว่า “เกิดขึ้น”

ในที่นี้ went on เป็นรูปอดีตของ go on ที่หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ดำเนินไป” ใน what went on คำว่า what ใช้ถามถึงเหตุการณ์หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสถานที่หนึ่งหรือในช่วงเวลาหนึ่ง การใช้แบบนี้มักพบเมื่อยังไม่ทราบรายละเอียด รายละเอียดถูกปกปิด ทำให้สับสน หรือกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ดำเนินต่อไป”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ went on ในความหมายว่า “เกิดขึ้นหรือดำเนินไป”?

  1. Please go on with your story.
  2. No one knows what went on in the locked office.
  3. The concert went on for another hour.
ดูคำตอบ

No one knows what went on in the locked office.

All we know for sure ไวยากรณ์

6:51

สิ่งที่เราทราบแน่นอน

is that it went on under the noses สำนวน

6:52

คือเหตุการณ์นี้ดำเนินไปใต้จมูก

of those working and shopping

6:54

ของผู้ที่ทำงานและมาจับจ่ายซื้อของ

at that No Frills Supermarket,

6:56

ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต No Frills แห่งนั้น

ไวยากรณ์

All we know for sure is that ...: จำกัดข้อสรุปไว้ที่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

All we know for sure is that ... เป็นโครงสร้างที่ใช้เน้นข้อมูล โดย All หมายถึง “ทั้งหมดของสิ่งที่รู้แน่ชัด” ไม่ได้หมายถึง “ข้อเท็จจริงจำนวนมาก” อนุประโยคหลัง that ระบุข้อมูลอันจำกัดที่สามารถถือว่าแน่นอนได้ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อมีคำอธิบายที่เป็นไปได้หลายอย่าง แต่มีข้อสรุปเพียงอย่างเดียวที่มีหลักฐานรองรับ โครงสร้างนี้ช่วยแยกหลักฐานออกจากการคาดเดาอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเน้นข้อมูลแบบเจ็ดคำจากบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย All: The cause is still unknown. ____ the door was already open when the guard arrived.

ดูคำตอบ

All we know for sure is that

สำนวน

under the noses: เกิดขึ้นใกล้ ๆ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น

ในวลี under the noses of those working and shopping เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้พนักงานและลูกค้ามาก หรือในสถานที่ที่พวกเขาอยู่เป็นประจำ แต่พวกเขากลับไม่สังเกตเห็น noses เป็นรูปพหูพจน์เพราะวลีที่ตามหลัง of หมายถึงคนหลายคน สำนวนนี้เน้นว่าการไม่สังเกตเห็นนั้นน่าประหลาดใจเป็นพิเศษ ไม่ได้บอกตำแหน่งตามตัวอักษรว่าสิ่งนั้นอยู่ใต้จมูกของใคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ในรูปบุรุษที่หนึ่งพหูพจน์: The billing error continued for months, right ____, but none of us noticed it.

ดูคำตอบ

under our noses

and this is a grisly reality

6:57

และนี่คือความเป็นจริงอันน่าสยดสยอง

that won't soon be forgotten.

6:59

ที่จะไม่ถูกลืมเลือนไปในเร็ววัน

How do you feel about this story?

7:01

คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องราวนี้?

Why do you think

7:03

คุณคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด

no one thought to look behind the coolers

7:04

ถึงไม่มีใครคิดที่จะดูหลังตู้แช่เย็นเลย

for 10 years?

7:06

เป็นเวลาถึง 10 ปี?

Let us know in the comments.

7:07

บอกให้เราทราบในช่องคอมเมนต์

Also,

7:08

นอกจากนี้

be sure to check out our other video.

7:09

อย่าลืมเข้าไปดูวิดีโออื่นๆ ของเราด้วย

These missing people were mysteriously found alive.

7:11

คนหายเหล่านี้ถูกพบตัวอย่างเป็นปริศนาในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

Thanks for watching.

7:14

ขอบคุณที่รับชม

And as always,

7:15

และเช่นเคย

don't forget to like,

7:15

อย่าลืมกดไลก์

share,

7:16

แชร์

and subscribe.

7:17

และกดติดตาม

See you next time.

7:18

ไว้เจอกันใหม่คราวหน้า