วิดีโอคืออะไร ??: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
แนะนำวิดีโอ: Michael เริ่มจากที่มาของคำว่า record และ video แล้วอธิบายการเคลื่อนที่แบบเบตา อัตราเฟรม และความต่างระหว่างกล้องกับการมองเห็นของมนุษย์ ก่อนใช้ตัวเลขการอัปโหลดของ YouTube เพื่อแสดงขนาดของสื่อวิดีโอ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. known as — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้รูปประโยคกรรมวาจกที่ใช้แนะนำชื่อทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นที่ยอมรับ และแยกจาก known for ที่บอกเหตุผลของความมีชื่อเสียง 2. wind up with — กริยาวลี: เข้าใจการบอกผลลัพธ์สุดท้ายที่มักไม่ได้ตั้งใจ ในที่นี้คืออาการปวดศีรษะที่อัตราเฟรมสูงมากอาจก่อให้เกิด 3. if you were to take — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้เงื่อนไขสมมติเพื่อชวนผู้ฟังนึกภาพการรวมวิดีโอทั้งหมดที่อัปโหลดในหนึ่งนาที แล้วจึงบอกผลด้วย would
คำอธิบายในบทเรียนนี้
got back: กลับมาจากสถานที่หรือกิจกรรม
got back ในที่นี้เป็นรูปอดีตของ get back และหมายถึง “กลับมาแล้ว” ผู้พูดกลับมาหลังจากเข้าร่วม VidCon โดย got ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” เมื่อ get back หมายถึง “กลับมา” ก็ใช้ได้โดยไม่ต้องมีกรรมตรง สถานที่หรือกิจกรรมที่จากมาสามารถตามหลัง from ได้ เช่น get back from a trip, an event, or a place
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายในรูปอดีตให้สมบูรณ์: I just ____ from summer camp.
ดูคำตอบ
got back
the whole time: ตลอดช่วงเวลาหนึ่งทั้งหมด
The whole time หมายถึงตลอดทั้งช่วงเวลาที่กำลังพูดถึง ในประโยคนี้ I was there เป็นตัวกำหนดขอบเขตเวลา และผู้พูดบอกว่าการคิดนั้นดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่อยู่ที่นั่น วลีนี้มักชี้ถึงช่วงเวลาเฉพาะช่วงหนึ่งที่มีขอบเขตชัดเจน อาจวางหน้าประโยคย่อยที่กำหนดช่วงเวลาได้ เช่น the whole time I was there หรือวางภายหลังเมื่อช่วงเวลานั้นชัดเจนอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งกังวลตั้งแต่ต้นจนจบการแสดงของโรงเรียนครั้งหนึ่งโดยเฉพาะ วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะที่สุด: I was nervous ___ during the school play.
- the whole time
- all the time
- for a while
ดูคำตอบ
the whole time
We all watch video and many of us work with video,
0:10เราทุกคนดูวิดีโอ และพวกเราหลายคนก็ทำงานกับวิดีโอ
take a look(ลองดู)
take a look เป็นวลีทั่วไปที่หมายถึง “มองดูหรือตรวจดูบางสิ่ง” มักเป็นการดูสั้น ๆ หรือการหันความสนใจไปยังประเด็นถัดไป ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึง “หยิบหรือเอาไป” แต่คำทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นสำนวนเดียว สามารถละสิ่งที่ดูได้เมื่อบริบททำให้ชัดเจนอยู่แล้ว หากระบุสิ่งนั้น ให้ใช้ take a look at + คำนาม เช่น take a look at the picture
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ตรวจดูสั้น ๆ” ลงในประโยค: Before we choose a route, let's ____ at the map.
ดูคำตอบ
take a look
I think we should start all the way down at the bottom with language.
0:20ผมว่าเราควรเริ่มจากพื้นฐานที่สุด นั่นคือเรื่องภาษา
To begin ในฐานะคำเชื่อมเปิดเรื่อง
To begin เป็นคำเชื่อมที่วางต้นประโยคเพื่อบอกประเด็นหรือขั้นตอนแรก ช่วยจัดระเบียบข้อมูลที่จะตามมาและพาผู้ฟังไปยังจุดเริ่มต้นของคำอธิบาย ในประโยคนี้ To begin ทำหน้าที่กับประโยคทั้งหมด ไม่ได้เป็นคำสั่งให้ใครเริ่ม โดยทั่วไปจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นคำเชื่อมนี้ออกจากข้อความหลัก
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเริ่มการนำเสนอและต้องการบอกประเด็นแรก ประโยคเปิดใดเหมาะสมที่สุด?
- At first, the problem seemed minor.
- Begin the presentation now.
- To begin, let's define the main problem.
ดูคำตอบ
To begin, let's define the main problem.
The story behind the word record is actually quite cool and makes me a little sentimental. วลี
0:26ที่มาของคำว่า “record” นั้นเจ๋งทีเดียว และทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งนิด ๆ
The story behind + นามวลี
ใน “the story behind the word record” คำว่า story หมายถึงภูมิหลัง ข้อเท็จจริง ต้นกำเนิด หรือคำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับคำนั้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องแต่ง behind ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หัวข้อที่มองเห็นได้คือ “the word record” แต่สำนวนนี้ชี้ความสนใจไปยังประวัติหรือสาเหตุที่มองเห็นได้ไม่ชัดซึ่งใช้อธิบายคำนั้น รูปแบบ “the story behind + นามวลี” ใช้เกริ่นภูมิหลังที่ผู้ฟังกำลังจะได้รู้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ภูมิหลังหรือต้นกำเนิดที่อธิบายบางสิ่ง”: The museum guide told us ____ the ancient map.
ดูคำตอบ
the story behind
bringing it back into your heart ในฐานะคำเปรียบเปรย
ในที่นี้ bringing it back into your heart เป็นคำเปรียบเปรยถึงการจดจำบางสิ่งอย่างลึกซึ้งและทำให้สิ่งนั้นกลับมาปรากฏในโลกภายในอีกครั้ง ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายวัตถุจริง ๆ ผู้พูดเพิ่งเชื่อมโยง cor กับ heart หรือ soul จึงใช้ภาพนี้อธิบายความสัมพันธ์ทางรากศัพท์ระหว่างการบันทึกกับการจดจำ แม้ผู้พูดจะใช้คำว่า literally แต่การเน้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายต้นกำเนิดคำ ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรของ record ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ bringing it back into your heart สื่อความหมายอะไร?
- หมายถึงการเพิ่มระดับเสียงของไฟล์บันทึกเสียง
- หมายถึงการนำวัตถุใส่เข้าไปในร่างกายจริง ๆ
- หมายถึงการจดจำบางสิ่งและทำให้สิ่งนั้นกลับมามีชีวิตในความรู้สึกอีกครั้ง
ดูคำตอบ
หมายถึงการจดจำบางสิ่งและทำให้สิ่งนั้นกลับมามีชีวิตในความรู้สึกอีกครั้ง
had more to do with the fact that: การนำเสนอสาเหตุที่ถูกต้องกว่า
had more to do with the fact that ใช้นำเสนอคำอธิบายที่ผู้พูดมองว่าถูกต้องหรือสำคัญกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากแนวคิดที่ฟังดูสวยงามไปสู่ความเชื่อทางประวัติศาสตร์ที่ตามมา ในโครงสร้างนี้ have to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “อธิบายได้ด้วย” คำว่า more ใช้เปรียบเทียบสาเหตุนี้กับคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้ และ the fact that ใช้นำหน้าอนุประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึง “จำเป็นต้องทำบางสิ่ง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ใช้แก้ไขความเข้าใจแรกและนำเสนอคำอธิบายตามข้อเท็จจริง: It looked like a software problem, but it ____ the battery was dead.
ดูคำตอบ
had more to do with the fact that
The reason a sequence of still images can appear to be moving is an effect known as beta movement. โน้ต
0:54เหตุที่ภาพนิ่งต่อเนื่องกันดูเหมือนเคลื่อนไหวได้ เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการเคลื่อนไหวเบตา
known as: การนำเสนอชื่อที่เป็นที่ยอมรับ
known as ใช้นำเสนอชื่อหรือคำเรียกที่เป็นที่ยอมรับของบุคคล สิ่งของ ปรากฏการณ์ หรือแนวคิด ในประโยคนี้ ผลทางการมองเห็นได้รับชื่อว่า beta movement โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ be + known as + ชื่อหรือคำเรียก โดย as ชี้ว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร ไม่ได้อธิบายว่าสิ่งนั้นมีชื่อเสียงเพราะอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่ใช้นำเสนอชื่อที่เป็นที่ยอมรับ: This optical illusion is ____ the Müller-Lyer illusion.
ดูคำตอบ
known as
beta movement: การเคลื่อนไหวที่รับรู้จากภาพนิ่ง
Beta movement คือชื่อของปรากฏการณ์ด้านการรับรู้ทางสายตา เมื่อภาพนิ่งปรากฏต่อกันในตำแหน่งและจังหวะเวลาที่เหมาะสม ผู้ชมจะรับรู้ถึงการเคลื่อนไหว แม้ว่าแต่ละภาพจะอยู่นิ่งก็ตาม ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าเหตุใดภาพหลายเฟรมจึงดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหว โดยหมายถึงสิ่งที่สมองรับรู้ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางกายภาพแบบพิเศษของวัตถุในภาพ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ beta movement มากที่สุด
- การเคลื่อนไหวชนิดหนึ่งของวัตถุที่ชื่อว่า beta
- ปรากฏการณ์ทางสายตาที่ทำให้ภาพนิ่งต่อเนื่องกันถูกรับรู้ว่าเป็นการเคลื่อนไหว
- การที่รูปภาพเพียงภาพเดียวเคลื่อนที่ไปบนหน้าจอจริง ๆ
ดูคำตอบ
ปรากฏการณ์ทางสายตาที่ทำให้ภาพนิ่งต่อเนื่องกันถูกรับรู้ว่าเป็นการเคลื่อนไหว
our brain can't comprehend them as separate images
1:01สมองของเราจะไม่สามารถแยกว่ามันเป็นภาพคนละภาพ
fast enough: คำวิเศษณ์ + enough
ใน fast enough คำว่า enough วางไว้หลังคำวิเศษณ์ fast รูปแบบคือ คำวิเศษณ์ + enough และหมายความว่าความเร็วถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดผลลัพธ์หนึ่ง ในประโยคนี้ ผลลัพธ์คือสมองไม่ประมวลผลรูปภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่แยกจากกันอีกต่อไป รูปแบบเดียวกันนี้พบได้ใน slowly enough และ clearly enough
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ fast และ enough ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: The frames must move ____ for the viewer to perceive smooth motion.
ดูคำตอบ
fast enough
came about: ปรากฏขึ้นหรือเริ่มมีขึ้น
ในประโยคนี้ came about หมายถึง “ปรากฏขึ้น” หรือ “เริ่มมีขึ้น” โดยอธิบายการเกิดขึ้นของวิธีใหม่ในการบันทึกภาพเคลื่อนไหวตามพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ Come about เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นหรือปรากฏขึ้นจะเป็นประธาน เช่น A new method came about
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come about: No one planned the change; it ____ gradually as customers' needs evolved.
ดูคำตอบ
came about
video is an electronic representation of the moving image.
1:26วิดีโอคือการนำเสนอภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
rather than preserving: ตัดวิธีหนึ่งออกแล้วเลือกอีกวิธี
Rather than preserving นำเสนอวิธีที่ไม่ได้เลือก นั่นคือการเก็บภาพเคลื่อนไหวด้วยกระบวนการทางเคมีบนฟิล์มถ่ายภาพ จากนั้นประโยคหลักอธิบายว่าวิดีโอเป็นการแทนภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงเกิดความเปรียบต่างแบบ “ไม่ใช่ A แต่เป็น B” ในที่นี้ rather than ตามด้วยรูป -ing คือ preserving เพราะกล่าวถึงกิจกรรมหรือวิธีการ เมื่อนำไปสร้างประโยคใหม่ ควรทำให้ตัวเลือกทั้งสองมีความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์ที่ชัดเจนและขนานกันให้มากที่สุด เช่น by storing data electronically rather than printing it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย rather than ตามด้วยรูป -ing ของ rebuild: The team improved the current app ____ it from scratch.
ดูคำตอบ
rather than rebuilding
whether it's film or video camera: ผลลัพธ์เดียวกันสำหรับสองตัวเลือก
whether A or B นำเสนอความเป็นไปได้สองอย่างคู่กัน และบอกว่าข้อความที่ตามมาใช้ได้กับทั้งสองอย่าง ในที่นี้ whether it's film or video camera หมายความว่าการอธิบายด้วยอัตราเฟรมครอบคลุมกล้องทั้งสองประเภท whether ตรงนี้ไม่ได้ตั้งคำถามที่รอคำตอบ แต่ใช้จัดระเบียบข้อมูล ผู้พูดจึงไม่ต้องกล่าวลักษณะร่วมของกล้องฟิล์มและกล้องวิดีโอซ้ำสองครั้ง เพียงระบุตัวเลือกแล้วบอกคุณสมบัติที่ทั้งสองมีร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ whether A or B เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์เดียวกันใช้ได้กับทั้งสองกรณี
- Whether you pay online or at the desk, the price is the same.
- You can pay either online or at the desk.
- Tell me which payment method you prefer.
ดูคำตอบ
Whether you pay online or at the desk, the price is the same.
pictures of the world taken at a certain speed that are then quickly gone through,
1:41โดยถ่ายภาพโลกด้วยความเร็วค่าหนึ่ง แล้วนำภาพเหล่านั้นมาไล่แสดงอย่างรวดเร็ว
frame rates: จำนวนเฟรมต่อวินาที
อัตราเฟรมคือจำนวนภาพแต่ละเฟรมที่บันทึก เล่นกลับ หรือแสดงต่อหนึ่งหน่วยเวลา โดยทั่วไปบอกเป็นจำนวนเฟรมต่อวินาที (fps) ในประโยคนี้ frame rates หมายถึงความเร็วที่กำหนดไว้สำหรับการนำภาพต่อเนื่องมาไล่ผ่านเพื่อสร้างวิดีโอ rate ตรงนี้หมายถึงความถี่หรือความเร็ว ไม่ใช่คะแนนประเมินคุณภาพของภาพ และอัตราเฟรมก็แตกต่างจากปริมาณรายละเอียดภายในแต่ละเฟรม
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายอัตราเฟรม
- คะแนนคุณภาพภาพห้าดาว
- 1920 × 1080 พิกเซล
- 24 เฟรมต่อวินาที
ดูคำตอบ
24 เฟรมต่อวินาที
producing through beta movement the illusion of movement.
1:46ทำให้เกิดภาพลวงตาของการเคลื่อนไหวผ่านการเคลื่อนไหวเบตา
More frames per second means that more information is taken every second,
1:56ยิ่งมีจำนวนเฟรมต่อวินาทีมาก ก็ยิ่งเก็บข้อมูลได้มากขึ้นในแต่ละวินาที
leading to: การเพิ่มผลลัพธ์
ในที่นี้ leading to ใช้บอกผลที่เกิดจากข้อความทั้งหมดก่อนหน้า นั่นคือ การรับข้อมูลได้มากขึ้นในแต่ละวินาทีทำให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น leading เป็น present participle แต่ leading to ในที่นี้ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค และไม่ได้แสดงว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ข้อความสมบูรณ์, leading to + ผลลัพธ์ รูปแบบนี้ช่วยเชื่อมเหตุและผลในคำอธิบายได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เลือกรูปที่เพิ่มผลลัพธ์หลังอนุประโยคสมบูรณ์ได้ถูกต้อง: The road was covered in ice, ___ several delays.
- is leading to
- leads to
- leading to
ดูคำตอบ
leading to
a whole can of worms: ปัญหามากมายที่เชื่อมโยงกัน
ในประโยคนี้ a whole can of worms เป็นสำนวนที่หมายถึงสถานการณ์ซึ่งมีปัญหายุ่งยากจำนวนมากที่เชื่อมโยงกัน whole ช่วยเน้นความหมายว่า ผลที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ เพียงเรื่องเดียว แต่เป็นปัญหายุ่งเหยิงทั้งชุด สำนวนนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าหัวข้อที่ดูเหมือนง่ายกำลังจะซับซ้อนขึ้นมาก ไม่ได้หมายถึงกระป๋องหรือหนอนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
a whole can of worms ในที่นี้หมายถึงอะไร? Fixing one small bug revealed a whole can of worms.
- กลุ่มปัญหาซับซ้อนที่เชื่อมโยงกัน
- ปัญหาง่าย ๆ เรื่องเดียวที่มีคำตอบง่าย
- ภาชนะจริงที่ใช้สำหรับตกปลา
ดูคำตอบ
กลุ่มปัญหาซับซ้อนที่เชื่อมโยงกัน
which is a great transition to a conversation I had with Dylan from HouseholdHacker at VidCon. ลำดับความ
2:03ซึ่งเหมาะมากที่จะใช้เชื่อมไปยังบทสนทนาที่ผมคุยกับ Dylan จาก HouseholdHacker ที่ VidCon
a great transition to: เชื่อมหัวข้อหนึ่งไปยังหัวข้อถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ในประโยคนี้ a great transition to แสดงการเชื่อมโยงทางความคิดที่ลื่นไหล เรื่องที่เพิ่งพูดถึงนำเข้าสู่บทสนทนาถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ คำว่า transition ตรงนี้หมายถึงการจัดลำดับเนื้อหา ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง โครงสร้าง a transition to + นามวลี ชี้ไปยังหัวข้อ ช่วง หรือคลิปถัดไป ส่วน great แสดงว่าผู้พูดมองว่าการเชื่อมนี้เหมาะและได้ผลเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “ตัวเชื่อมที่ลื่นไหลไปสู่หัวข้อถัดไป” ให้สมบูรณ์: That question is ____ our next topic.
ดูคำตอบ
a great transition to
Roll the tape: สัญญาณให้เปิดคลิป
Roll the tape เป็นคำสั่งแบบดั้งเดิมในงานสื่อ หมายถึง “เปิดเสียงหรือวิดีโอที่บันทึกไว้แล้วตอนนี้” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังส่งสัญญาณให้เริ่มคลิปที่แทรกเข้ามา วลีนี้มาจากอุปกรณ์บันทึกแบบเก่าที่ทำให้เทปจริงเคลื่อนผ่านม้วน ปัจจุบันผู้สร้างสื่อยังใช้วลีนี้แม้จะไม่มีเทปอยู่เลย ดังนั้นความหมายจึงเป็นความหมายที่ใช้กันตามธรรมเนียม ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
พิธีกรพูดว่า “Roll the tape.” ต่อไปควรเกิดอะไรขึ้น?
- ควรเปิดคลิปที่บันทึกไว้ล่วงหน้า
- ควรลบไฟล์บันทึกที่มีอยู่
- ควรมีคนม้วนเทปกาวหนึ่งชิ้น
ดูคำตอบ
ควรเปิดคลิปที่บันทึกไว้ล่วงหน้า
Michael here and I am in the bathroom at VidCon
2:11Michael เองครับ ตอนนี้ผมอยู่ในห้องน้ำที่ VidCon
What's going on? ในฐานะคำทักทายแบบกันเอง
ในที่นี้ What's going on? เป็นคำทักทายแบบสบาย ๆ ที่พูดกับคนกลุ่มหนึ่ง ผู้พูดกำลังเปิดบทสนทนาและถามโดยรวมว่าทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง คำเดียวกันนี้อาจใช้ถามถึงสถานการณ์จริงได้เช่นกัน แต่การเปิดบทสนทนาอย่างเป็นมิตรและคำว่า everyone แสดงว่าที่นี่ไม่ได้ต้องการคำอธิบายอย่างละเอียด
แบบฝึกหัด
ตอนต้นของวิดีโอแบบสบาย ๆ มีคนพูดว่า “What's going on, everyone?” เขาน่าจะกำลังทำอะไร?
- ทักทายผู้ชมแบบสบาย ๆ และถามว่าทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง
- ขอให้ทุกคนบอกว่ากำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่
- เรียกร้องคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉิน
ดูคำตอบ
ทักทายผู้ชมแบบสบาย ๆ และถามว่าทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง
I got a good question for you based on frame rates and whatnot. การใช้คำ
2:20ผมมีคำถามดี ๆ จะถามคุณเกี่ยวกับอัตราเฟรมและอะไรทำนองนั้น
ใช้ and whatnot ปิดท้ายรายการแบบกันเองที่ยังไม่ครบ
ใน and whatnot คำว่า whatnot ไม่ได้เป็นชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งวลีใช้ปิดท้ายรายการแบบไม่เป็นทางการ และหมายถึง “รวมถึงสิ่งอื่น ๆ ที่คล้ายกันซึ่งฉันไม่ได้เอ่ยชื่อ” วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดปล่อยรายการไว้แบบกว้าง ๆ ได้ เพราะรายละเอียดของสิ่งอื่น ๆ ไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ and whatnot ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อปิดท้ายรายการแบบกันเองที่ยังไม่ได้แจกแจงทั้งหมด?
- We packed and whatnot snacks for the trip.
- We need the exact total: forty-two dollars and whatnot.
- We packed snacks, cards, and whatnot for the trip.
ดูคำตอบ
We packed snacks, cards, and whatnot for the trip.
What would you say the human eye sees as a frame rate? น้ำเสียง/เจตนา
2:23คุณคิดว่าดวงตามนุษย์มองเห็นเป็นอัตราเฟรมเท่าไร
What would you say ...? เพื่อขอการคาดเดา
คำขึ้นต้น What would you say เป็นการชวนให้อีกฝ่ายบอกการประเมินหรือการคาดเดาที่ดีที่สุดของตน ผู้พูดไม่ได้เรียกร้องคำตอบที่แน่นอนและถูกต้องเพียงคำตอบเดียว would ในที่นี้ทำให้คำถามดูไม่ฟันธงและเปิดกว้างขึ้น ไม่ได้สื่อถึงอนาคตเมื่อมองจากเวลาในอดีต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What would you say + อนุประโยค? โดยภายในอนุประโยคใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า
แบบฝึกหัด
ในการสนทนา ผู้พูดถามว่า "What would you say this old clock is worth?" คำขึ้นต้นนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร
- ชวนให้ผู้ฟังบอกการคาดเดาหรือการประเมิน
- ถามว่าก่อนหน้านี้ผู้ฟังพูดคำว่าอะไร
- บอกว่าผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าราคาที่แน่นอนคือเท่าไร
ดูคำตอบ
ชวนให้ผู้ฟังบอกการคาดเดาหรือการประเมิน
What frame rate do we see the world in with our eyeballs?
2:28ดวงตาของเรามองโลกด้วยอัตราเฟรมเท่าไรกัน
how fast does information travel from our eye to our brain?
2:32ข้อมูลเดินทางจากดวงตาไปยังสมองของเราเร็วแค่ไหน
it's a little bit of a trick question because our eyes are not cameras. การใช้คำ
2:42คำถามนี้มีลูกเล่นอยู่นิดหน่อย เพราะดวงตาของเราไม่ใช่กล้อง
trick question: คำถามที่มีหลุมพรางซ่อนอยู่
trick question คือคำถามที่การใช้ถ้อยคำหรือข้อสมมติที่แฝงอยู่ชักนำไปสู่คำตอบที่ดูชัดเจน แต่จริง ๆ แล้วผิดหรือง่ายเกินไป บ่อยครั้งต้องตั้งข้อสงสัยกับตัวคำถามก่อนตอบ ไม่ได้หมายถึงเพียงคำถามที่ยากเท่านั้น ในที่นี้ ข้อสมมติที่ซ่อนอยู่คือดวงตาทำงานเหมือนกล้อง จึงควรมีอัตราเฟรมคงที่เพียงค่าเดียว การเรียกว่า trick question ส่งสัญญาณว่าผู้พูดจะปรับกรอบของคำถามให้ถูกต้อง แทนที่จะให้ตัวเลขง่าย ๆ
แบบฝึกหัด
มีคนถามว่า "Which month has 28 days?" เหตุใดจึงเป็น trick question
- เพราะทุกเดือนมีอย่างน้อย 28 วัน ดังนั้นถ้อยคำจึงอาจชักนำให้ตอบไม่ครบถ้วน
- เพราะไม่มีใครรู้ว่าหนึ่งเดือนมีกี่วัน
- เพราะ month เป็นคำที่ออกเสียงยาก
ดูคำตอบ
เพราะทุกเดือนมีอย่างน้อย 28 วัน ดังนั้นถ้อยคำจึงอาจชักนำให้ตอบไม่ครบถ้วน
and receive a continuous flow of photons onto the retina,
2:48และรับโฟตอนที่ไหลเข้าสู่จอประสาทตาอย่างต่อเนื่อง
sending information via a chemical reaction to the brain.
2:52ก่อนส่งข้อมูลไปยังสมองผ่านปฏิกิริยาเคมี
ใช้ here's what we do know เพื่อเปลี่ยนไปสู่ข้อมูลที่เชื่อถือได้
Here's what we do know เปลี่ยนประเด็นจากสิ่งที่ไม่แน่นอนหรือเข้าใจผิดไปสู่ข้อมูลที่ผู้พูดถือว่าเชื่อถือได้ Here's ใช้นำเสนอข้อมูลที่จะตามมา ส่วน what we do know หมายถึง “ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว” กริยาช่วย do เพิ่มการเน้นยืนยันให้กับ know คือแม้จะยังมีหลายอย่างที่ไม่รู้ แต่อย่างน้อยส่วนนี้ก็รู้แน่ชัด do ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการ “ทำ” สิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมการเปลี่ยนไปสู่หลักฐานด้วยวลีที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: “We still do not know what caused the outage. Now, ____. The backup remained online.”
ดูคำตอบ
here's what we do know
usually holds that information from our retina for about a 15th of a second. การใช้คำ
2:59มักจะเก็บข้อมูลจากจอประสาทตาไว้นานประมาณหนึ่งในสิบห้าของวินาที
a 15th of a second ในฐานะเศษส่วน
ใน a 15th of a second คำว่า a หมายถึงหนึ่ง และ 15th เป็นตัวส่วน กล่าวคือหนึ่งวินาทีถูกแบ่งออกเป็นสิบห้าส่วนเท่า ๆ กัน และระยะเวลานี้เท่ากับหนึ่งในส่วนนั้น ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงหนึ่งในสิบห้าของวินาที ไม่ใช่วินาทีลำดับที่สิบห้า ตัวเลข 15th อ่านว่า fifteenth ในภาษาอังกฤษ ตัวส่วนของเศษส่วนใช้รูปเลขลำดับ และเมื่อเศษเป็นหนึ่ง fifteenth จะคงอยู่ในรูปเอกพจน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเศษส่วนมาตรฐานที่หมายถึงหนึ่งวินาทีซึ่งแบ่งเป็นสิบห้าส่วนเท่า ๆ กัน: “The indicator stays lit for ____.”
ดูคำตอบ
a fifteenth of a second
frames a second: a ที่หมายถึง “ต่อ”
ใน “15 frames a second” คำว่า a หมายถึง “ต่อหนึ่งหน่วย” หรือ per ดังนั้นวลีนี้จึงบอกอัตรา คือ 15 เฟรมในแต่ละวินาที ตรงนี้ a second เป็นหน่วยเวลา ไม่ได้หมายถึง “สิ่งที่สอง” รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ตัวเลข + คำนามนับได้พหูพจน์ + a/an + หน่วยเอกพจน์ เช่น 60 miles an hour และ three times a week ใช้ an หน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ เช่น 60 miles an hour
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึง “ต่อ” ให้สำนวนบอกอัตราสมบูรณ์: The camera records 30 frames ____ second.
ดูคำตอบ
a
our brain's not fooled by the beta movement and it'll look like it's skipping.
3:11สมองของเราจะไม่ถูกการเคลื่อนไหวเบตาหลอก และภาพจะดูเหมือนกระตุก
the faster ..., the better ...: การเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง
รูปแบบ the + ขั้นกว่า ..., the + ขั้นกว่า ... เชื่อมปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงเข้าด้วยกัน ในประโยคนี้หมายความว่า เมื่ออัตราเฟรมสูงขึ้น ผลลัพธ์ด้านภาพโดยรวมก็จะดีขึ้น อนุประโยคแรกนำเสนอเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง ส่วนอนุประโยคที่สองบอกผลลัพธ์ที่เปลี่ยนตาม ในรูปแบบนี้ the ทั้งสองคำทำหน้าที่บอกความสัมพันธ์ ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไปที่ชี้ถึงคำนามเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมคำบอกโครงสร้างที่จำเป็นในแต่ละช่องของรูปแบบเปรียบเทียบที่เชื่อมโยงกัน: ____ more carefully you plan, ____ fewer mistakes you make.
ดูคำตอบ
The · the
you wind up with an image that can actually cause headaches when people watch it on a screen. กริยาวลี
3:24สุดท้ายคุณจะได้ภาพที่อาจทำให้ผู้ชมปวดหัวจริง ๆ เมื่อดูบนหน้าจอ
Here's the thing: สัญญาณนำเข้าปัญหาสำคัญ
“Here's the thing” เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปคือประเด็น ปัญหา หรือข้อจำกัดที่สำคัญ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อเตรียมเข้าสู่ข้อจำกัดที่สวนทางกับสิ่งที่อาจคาดไว้ คือการเพิ่มอัตราเฟรมไปเรื่อย ๆ อาจก่อให้เกิดผลเสียได้ คำว่า thing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “Here's the thing” อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อนำเข้าปัญหาสำคัญ
- Here's the thing I bought at the market.
- Here is my ticket for the train.
- Here's the thing: our train leaves in ten minutes, so we must go now.
ดูคำตอบ
Here's the thing: our train leaves in ten minutes, so we must go now.
wind up with: ลงเอยด้วยผลลัพธ์สุดท้าย
Wind up with + นามวลี หมายถึงการมีหรือได้รับผลลัพธ์นั้นในท้ายที่สุดหลังจากผ่านกระบวนการบางอย่าง ผลลัพธ์มักไม่ได้วางแผนไว้หรือไม่เป็นที่ต้องการ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผลเสียเสมอไป ในที่นี้ การเพิ่มอัตราเฟรมซ้ำ ๆ นำไปสู่ภาพที่อาจทำให้ปวดศีรษะ วลีนี้เน้นผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ได้ใช้ wind ในความหมายว่าอากาศที่เคลื่อนที่หรือการม้วนสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “สุดท้ายมีผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ”: If you ignore the warning signs, you may ____ a much bigger problem.
ดูคำตอบ
wind up with
back to the point about our eyes tracking onto objects. ลำดับความ
3:34กลับมาที่เรื่องดวงตาของเราติดตามวัตถุ
back to the point about: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า
ในประโยคนี้ back to the point about ดึงความสนใจของผู้ฟังกลับไปยังแนวคิดที่พูดถึงก่อนหน้า คือเรื่องที่ดวงตาติดตามวัตถุ คำว่า back หมายถึงการกลับไปยังหัวข้อเดิมในการสนทนา ไม่ใช่การเคลื่อนตัวถอยหลัง หลังจากหยุด ถูกขัดจังหวะ หรือเปลี่ยนเรื่องไปชั่วครู่ สามารถใช้ back to the point about + กลุ่มคำนาม เพื่อกลับมาอธิบายประเด็นเดิมต่อ วลีนี้บอกว่าเนื้อหาต่อไปเชื่อมกับสิ่งที่พูดก่อนหน้าอย่างไร
แบบฝึกหัด
back to the point about ในที่นี้สื่อถึงอะไร
- การเริ่มหัวข้อใหม่ทั้งหมด
- การกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า
- การขอให้ใครบางคนเดินถอยหลัง
ดูคำตอบ
การกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า
my hand will move so fast that it's just a blur. ไวยากรณ์
3:45มือของผมจะขยับเร็วมากจนเห็นเป็นแค่ภาพเบลอ
so fast that: ระดับและผลลัพธ์
ในประโยคนี้ so fast that เชื่อมความเร็วที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น คือมือที่เคลื่อนไหวดูเป็นภาพเบลอ so บอกระดับของ fast และ that เริ่มอนุประโยคที่บอกผล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ so + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล ในที่นี้ so ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” เพียงลำพัง แต่ so...that ทำงานร่วมกันเพื่อแสดงระดับและผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบบอกระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The puppy ate ____ fast ____ nobody else got a bite.
ดูคำตอบ
so · that
And the reason it's a blur is because my eye can only track so fast. ไวยากรณ์
3:48สาเหตุที่มันเบลอก็เพราะดวงตาของผมติดตามได้เร็วเพียงระดับหนึ่ง
โครงสร้างอธิบาย the reason ... is because ...
โครงสร้าง the reason X is because Y ระบุสถานการณ์ที่ต้องการอธิบายไว้ใน X และบอกสาเหตุไว้ใน Y ในประโยคนี้ X คือภาพที่ดูพร่า ส่วน Y คือความเร็วในการติดตามของดวงตามีขีดจำกัด นี่เป็นวิธีอธิบายที่พบบ่อยในภาษาพูด โดยระบุก่อนว่าต้องการอธิบายอะไร แล้วจึงใช้ because เพื่อนำเข้าสู่สาเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างภาษาพูด the reason ... is because ...: The ____ the road is wet ____ it rained overnight.
ดูคำตอบ
reason · is because
Faster than our eyeballs can track เพื่อเปรียบเทียบกับขีดความสามารถ
ใน faster than our eyeballs can track คำว่า faster than เปรียบเทียบความเร็วจริงของวัตถุกับความเร็วสูงสุดที่ดวงตาจะติดตามวัตถุนั้นได้ กลุ่มคำ our eyeballs can track เป็นอนุประโยคหลัง than ไม่ใช่เพียงนามวลี กรรมของ track เข้าใจได้จาก objects ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ ดวงตาไม่สามารถติดตามวัตถุเหล่านั้นด้วยความเร็วนั้นได้ เพราะจุดที่ใช้เปรียบเทียบเป็นอนุประโยค โครงสร้างนี้จึงใช้เปรียบเทียบความเร็วหรือปริมาณจริงกับขีดความสามารถของคนหรืออุปกรณ์ได้
แบบฝึกหัด
การเปรียบเทียบใน “The drone flew faster than the camera could track” หมายความว่าอย่างไร?
- ความเร็วของโดรนเกินความสามารถในการติดตามของกล้อง
- กล้องทำให้โดรนเพิ่มความเร็ว
- โดรนหยุดเคลื่อนที่ทุกครั้งที่กล้องมองไม่เห็นมัน
ดูคำตอบ
ความเร็วของโดรนเกินความสามารถในการติดตามของกล้อง
adds in motion blur: การเพิ่มองค์ประกอบเข้าไป
Adds in หมายถึง “ใส่บางอย่างเพิ่มเข้าไป” โครงสร้างคือ add in + สิ่งที่ใส่เพิ่ม และในประโยคนี้ motion blur คือสิ่งที่ถูกใส่เพิ่ม ประโยคนี้อธิบายสมองราวกับว่ามันเติมความเบลอให้กับภาพที่คุณเห็น นี่เป็นการเปรียบเทียบง่าย ๆ เพื่ออธิบายการรับรู้ ไม่ได้หมายความว่าสมองตัดต่อวิดีโอจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ใส่เข้าไปเป็นส่วนเพิ่มเติม” ให้สมบูรณ์: After you mix the yogurt, ____ the strawberries.
ดูคำตอบ
add in
Get a sense of: รับรู้ภาพรวม
ในประโยคนี้ get a sense of หมายถึง “เกิดความรู้สึกหรือเห็นภาพรวมของบางสิ่ง” ผู้ชมรับรู้ได้ว่ากำลังมีการเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นต้องเห็นทุกช่วงอย่างชัดเจน โครงสร้าง get a sense of + คำนามหรือรูป -ing ใช้เมื่อความเข้าใจเป็นเพียงภาพรวมหรือกำลังก่อตัว ไม่ใช่ความรู้ที่แม่นยำ ในที่นี้ sense หมายถึงการรับรู้โดยรวม ไม่ใช่ประสาทสัมผัสหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง get a sense of movement หมายความว่าอย่างไร
- ระบุอวัยวะรับสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง
- วัดทุกช่วงของการเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ
- เกิดความรู้สึกโดยรวมว่ากำลังมีการเคลื่อนไหว
ดูคำตอบ
เกิดความรู้สึกโดยรวมว่ากำลังมีการเคลื่อนไหว
but we don't see something like a hand randomly appearing all over the place. สำนวน
4:01แต่ไม่เห็นอะไรอย่างมือที่โผล่ไปทั่วแบบสะเปะสะปะ
That way, ...: การเชื่อมวิธีกับผลลัพธ์
That way ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีหรือการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง หมายถึง “ด้วยการทำอย่างนั้น” หรือ “โดยใช้วิธีนั้น” โดย way ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ถนน” เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้ช่วยพาเนื้อหาจากวิธีไปยังผลลัพธ์โดยไม่ต้องพูดวิธีซ้ำ ในประโยคนี้ กระบวนการของสมองที่กล่าวก่อนหน้าคือวิธี และการรับรู้การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลคือผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่ย้อนอ้างถึงการกระทำและนำเข้าสู่ผลลัพธ์: Keep the key in the same drawer. ____, you can always find it.
- By the way
- That way
- Either way
ดูคำตอบ
That way
All over the place: กระจัดกระจายในหลายตำแหน่ง
ในที่นี้ all over the place หมายถึง “ในหลายตำแหน่งที่แตกต่างและกระจัดกระจาย” ทำให้นึกภาพว่ามือปรากฏอย่างคาดเดาไม่ได้ทีละตำแหน่ง แทนที่จะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง สำนวนทั่วไปนี้ใช้บรรยายสิ่งของที่กระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ และในบริบทอื่นยังใช้บรรยายความคิดหรือพฤติกรรมที่ไม่เป็นระเบียบได้ ในประโยคนี้เป็นความหมายด้านตำแหน่ง ไม่ได้หมายถึงการปกคลุมพื้นผิวทั้งหมดของสถานที่หนึ่งตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง all over the place บอกว่ามือปรากฏอยู่ที่ไหน
- ทั่วทุกส่วนของพื้นผิวเดียว
- ในตำแหน่งเดียวที่เลือกไว้อย่างระมัดระวัง
- ในหลายตำแหน่งที่กระจัดกระจาย
ดูคำตอบ
ในหลายตำแหน่งที่กระจัดกระจาย
But this becomes a problem with new high definition programs on big televisions
4:06แต่เรื่องนี้กลายเป็นปัญหากับรายการความละเอียดสูงแบบใหม่บนโทรทัศน์จอใหญ่
because some of those programs are brought to your TV at frame rates as high as a thousand frames a second. ไวยากรณ์
4:10เพราะบางรายการถูกส่งมายังทีวีของคุณด้วยอัตราเฟรมสูงถึง 1,000 เฟรมต่อวินาที
as high as + ตัวเลข: เน้นค่าที่สูง
เมื่อ as high as อยู่หน้าตัวเลข จะหมายความว่าค่านั้นอาจสูงถึงระดับที่น่าสังเกต ในประโยคนี้ หนึ่งพันเฟรมต่อวินาทีถูกเน้นว่าเป็นอัตราเฟรมที่สูงมาก ไม่ใช่เพียงการบอกว่าสองสิ่งสูงเท่ากัน รูปแบบนี้ใช้กับค่าที่เปลี่ยนจากต่ำไปสูงได้ เช่น ราคา อุณหภูมิ ความเร็ว อัตรา และยอดรวม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as high as หน้าตัวเลขเพื่อเน้นว่าค่านั้นสูงอย่างน่าสังเกต
- The balloon rose as high as the clouds.
- The fee could be as high as $2,000.
- The shelf is as high as my shoulder.
ดูคำตอบ
The fee could be as high as $2,000.
And objects like a tennis ball that normally travel so fast our eyes can't track them and they look blurry,
4:17และวัตถุอย่างลูกเทนนิสที่ปกติเคลื่อนที่เร็วเกินกว่าดวงตาจะติดตามได้จนดูเบลอ
don't look blurry because the camera is able to see them clearly.
4:23กลับไม่ดูเบลอ เพราะกล้องสามารถจับภาพได้อย่างชัดเจน
they're having to find ways to add blur back into HD pictures. กริยาวลี
4:31พวกเขาจึงต้องหาวิธีเติมความเบลอกลับเข้าไปในภาพ HD
add blur back into: เติมองค์ประกอบที่ถูกนำออกกลับเข้าไป
ใน add blur back into HD pictures คำว่า add บอกการกระทำ blur คือองค์ประกอบที่ถูกนำกลับมา และ into HD pictures บอกว่านำองค์ประกอบนั้นกลับไปใส่ในอะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ add + องค์ประกอบ + back into + สิ่งหนึ่ง back หมายถึงอีกครั้งหรือคืนสิ่งที่หายไป ไม่ได้หมายถึงไปทางด้านหลัง คำนี้บอกว่าความเบลอเคยเป็นส่วนหนึ่งของภาพและตอนนี้ถูกเติมกลับเข้าไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ add ... back into: The sound engineer had removed all the echo, but the voices sounded unnatural, so she had to ____ some echo ____ the recording.
ดูคำตอบ
add · back into
Pretty neat, right?: ประเมินแล้วชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
ในประโยคนี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ใช้ในภาษาพูด หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ดังนั้น pretty neat จึงเป็นการประเมินว่าแนวคิดนั้นค่อนข้างฉลาดหรือน่าประทับใจ โดย pretty ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สวย” คำสั้น ๆ ว่า right? ท้ายประโยคเปลี่ยนคำประเมินให้เป็นการชวนอีกฝ่ายเห็นด้วย ผู้พูดไม่ได้เพียงแสดงความคิดเห็น แต่ยังตรวจสอบว่าทั้งสองฝ่ายมีปฏิกิริยาร่วมกันหรือไม่ และทำให้บทสนทนาดำเนินต่อไปอย่างมีปฏิสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
'Pretty neat, right?' ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้?
- ผู้พูดเพียงบอกว่าสิ่งของนั้นสวยโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบ
- ผู้พูดประเมินว่าสิ่งหนึ่งค่อนข้างน่าประทับใจและชวนผู้ฟังเห็นด้วย
- ผู้พูดถามว่าสิ่งของนั้นได้รับการทำความสะอาดและจัดให้เรียบร้อยแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ
ผู้พูดประเมินว่าสิ่งหนึ่งค่อนข้างน่าประทับใจและชวนผู้ฟังเห็นด้วย
Even ใน How did you even learn this?
Even เปลี่ยนน้ำหนักของคำถามที่ใช้ how ทั้งประโยค ผู้พูดไม่ได้เพียงถามถึงวิธีหรือแหล่งที่เรียนรู้ แต่ even ยังบอกด้วยว่าการที่อีกฝ่ายรู้ข้อมูลนี้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย เมื่อไม่มี even ประโยค How did you learn this? อาจเป็นการขอข้อมูลแบบเป็นกลาง แต่เมื่อมี even จะกลายเป็นคำถามต่อเนื่องที่มีความประหลาดใจหรือความไม่อยากเชื่อ โดยน้ำเสียงเป็นตัวกำหนดว่าจะฟังดูชื่นชม อยากรู้ หรือสงสัย
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับบทบาทของ even ใน 'How did you even learn this?' มากที่สุด?
- เพียงเพิ่มอีกหนึ่งรายการลงในรายชื่อสิ่งที่ได้เรียนรู้
- หมายความว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นในอัตราที่เท่ากันหรือสมดุล
- เพิ่มความประหลาดใจที่ผู้ฟังได้เรียนรู้หรือรู้ข้อมูลนี้
ดูคำตอบ
เพิ่มความประหลาดใจที่ผู้ฟังได้เรียนรู้หรือรู้ข้อมูลนี้
That's what I'm here for: บอกว่าการช่วยเหลือคือหน้าที่ของผู้พูด
ในประโยคนี้ That หมายถึงความช่วยเหลือหรือข้อมูลที่เพิ่งกล่าวถึง That's what I'm here for สื่อว่าการให้สิ่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่หรือจุดประสงค์ของผู้พูด มักใช้ตอบคำขอบคุณหรือความประหลาดใจด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ และมั่นใจ here ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริงเสมอไป ทั้งประโยคอาจหมายถึง “นี่คืองานของฉัน” หรือ “ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อช่วย”
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของผู้ช่วยด้วยสำนวนที่หมายความว่า “การช่วยเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ผู้พูด”: “Thanks for showing me how to use the printer.” “No problem. ____.”
ดูคำตอบ
That's what I'm here for
See you around: คำลาสบาย ๆ ที่ไม่ได้นัดครั้งต่อไป
See you around เป็นคำลาแบบไม่เป็นทางการ สื่อว่าผู้พูดทั้งสองอาจได้พบกันอีกในสถานที่หรือวงสังคมที่ทั้งคู่ไปเป็นประจำ Around ทำให้การพบกันครั้งหน้ายังไม่แน่นอน กล่าวคือไม่ได้ระบุเวลา นัดหมาย หรือสัญญาแผนที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
คุณอาจพบคนคนหนึ่งอีกที่ศูนย์ชุมชนเดิม แต่ยังไม่ได้วางแผนใด ๆ คำลาใดเหมาะที่สุด
- See you tomorrow.
- See you around.
- See you at six.
ดูคำตอบ
See you around.
ใช้ just real quick เพื่อให้การขัดจังหวะสั้น ๆ นุ่มนวลขึ้น
Just real quick บอกผู้ฟังว่าผู้พูดต้องการเวลาเพียงสั้น ๆ คำว่า just ช่วยให้การขัดจังหวะดูเล็กน้อยลง ส่วน real เป็นคำวิเศษณ์แบบไม่เป็นทางการที่มีความหมายเหมือน really หรือ very ไม่ได้แปลว่าเป็นของจริงหรือไม่ใช่ของปลอม ใช้วลีนี้ก่อนคำถามหรือคำขอสั้น ๆ โดยเฉพาะตอนเรียกคนที่กำลังจะเดินจากไป การพูด real quick ซ้ำเพิ่มความเร่งด่วนและแสดงว่าผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายสนใจตอนนี้
แบบฝึกหัด
คุณเรียกเพื่อนที่กำลังเดินจากไปไว้เพื่อถามคำถามสั้น ๆ หนึ่งข้อ คำขึ้นต้นใดสื่อได้ดีที่สุดว่าคุณจะใช้เวลาไม่นาน
- We need to have a long conversation right now.
- Just real quick, can I ask you one thing?
- I know you are leaving, so I will explain everything.
ดูคำตอบ
Just real quick, can I ask you one thing?
Heard you coming out: hear + คน + -ing
ใน heard you coming out คำว่า you คือคนที่ผู้พูดได้ยิน ส่วน coming คือรูป -ing ที่บอกถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น ผู้พูดได้ยินเสียงที่เกี่ยวข้องกับคนนั้นโดยตรงระหว่างที่การกระทำกำลังเกิดขึ้น โครงสร้าง hear + คน + -ing เน้นการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่หรือส่วนหนึ่งของการกระทำนั้น coming out ในที่นี้หมายถึงการออกมาจากสถานที่หนึ่งเท่านั้น และในประโยคนี้ไม่ได้มีความหมายเชิงสำนวนอย่างอื่น
แบบฝึกหัด
คุณได้ยินส่วนหนึ่งของการกระทำโดยตรงขณะที่มันกำลังเกิดขึ้น ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด
- I heard Leo practice the piano from beginning to end.
- I heard that Leo practiced the piano yesterday.
- I heard Leo practicing the piano next door.
ดูคำตอบ
I heard Leo practicing the piano next door.
There you go เพื่อยืนยันและปิดบทสนทนาอย่างสบาย ๆ
ในบทสนทนานี้ there you go แสดงว่าผู้พูดยอมรับว่าคำตอบที่เพิ่งได้มาทำให้ข้อสงสัยหมดไปแล้ว มีความหมายใกล้กับ “นั่นยืนยันได้แล้ว” หรือ “นั่นตอบคำถามแล้ว” และช่วยให้จบการซักถามด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ความหมายของวลีนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้ there ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่ และผู้พูดก็ไม่ได้กำลังยื่นสิ่งของให้ใคร วลีทั้งชุดทำหน้าที่เป็นการตอบรับข้อสรุปหรือผลลัพธ์ในการสนทนา
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ Dylan ยืนยันว่าเขาล้างมือแล้ว there you go ทำหน้าที่อะไร?
- ยอมรับคำตอบและจบการซักถามอย่างสบาย ๆ
- บอก Dylan ว่าต้องไปที่ไหน
- บอกว่ากำลังมีคนยื่นสิ่งของให้ Dylan
ดูคำตอบ
ยอมรับคำตอบและจบการซักถามอย่างสบาย ๆ
Some cool facts about video that I learned while I was flying to and from VidCon from New York to LA. วลี
4:55นี่คือเกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับวิดีโอที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างบินจาก New York ไป LA เพื่อร่วม VidCon และบินกลับ
to and from เพื่อบอกการเดินทางทั้งสองทิศทาง
to and from เชื่อมทิศทางตรงข้ามสองทิศเข้าด้วยกัน คือการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่งและเดินทางกลับจากที่นั่น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวย่อเที่ยวบินขาไปและขากลับไว้ในสำนวนตายตัวชุดเดียว ส่วน from New York to LA ที่ตามมาระบุเส้นทางหรือจุดปลายทั้งสอง ไม่ได้ทำให้ to and from กลายเป็นสำนวนทางเดียว เพราะสองส่วนนี้ให้ข้อมูลคนละอย่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่รวมทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับให้สมบูรณ์: The shuttle carries students ____ campus every day.
ดูคำตอบ
to and from
and I want to end with some numbers about YouTube specifically.
5:03และผมอยากปิดท้ายด้วยตัวเลขบางส่วนที่เกี่ยวกับ YouTube โดยเฉพาะ
In fact, ในการเปลี่ยนจากคำกล่าวทั่วไปไปสู่หลักฐานที่หนักแน่นขึ้น
In fact, ในที่นี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากคำกล่าวโดยรวมว่า YouTube มีวิดีโอจำนวนมหาศาล ไปสู่ข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมซึ่งช่วยทำให้คำกล่าวนั้นหนักแน่นขึ้น ผู้ฟังจึงควรเข้าใจสิ่งที่ตามมาว่าเป็นหลักฐานเชิงข้อเท็จจริง ไม่ใช่หัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยทั่วไป In fact ที่ต้นประโยคสามารถเน้นย้ำ ทำให้ชัดเจน หรือแก้ไขคำกล่าวก่อนหน้า โดยนำเสนอข้อมูลที่แม่นยำขึ้นหรือน่าประหลาดใจขึ้น ความเชื่อมโยงกับแนวคิดก่อนหน้าเป็นสิ่งสำคัญ จึงไม่ใช่เพียงคำเติมที่ไม่มีความหมาย
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าประโยคที่สองให้หลักฐานเชิงข้อเท็จจริงที่หนักแน่นขึ้นแก่ประโยคแรก? The library is used constantly. ___, more than ten thousand books are borrowed each week.
- Meanwhile
- For example
- In fact
ดูคำตอบ
In fact
if you were to take: การตั้งการดำเนินการเชิงสมมติ
ใน if you were to take โครงสร้าง were to + กริยารูปพื้นฐาน take นำเสนอการกระทำนั้นเป็นการดำเนินการที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีต โครงสร้างเต็มคือ if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน และในประโยคนี้ตามด้วยผลลัพธ์ที่ใช้ would: if you were to take ..., it would equal .... รูปแบบนี้นำผู้ฟังเข้าสู่การคำนวณเชิงสมมติหรือการทดลองทางความคิด มักให้ความรู้สึกว่าตั้งสมมติฐานอย่างจงใจ และเป็นทางการหรือห่างจากความเป็นจริงมากกว่าประโยค if แบบง่าย เช่น if you take เล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ใช้ were to ร่วมกับกริยา combine เพื่อเติมประโยคสมมติให้สมบูรณ์: If you ____ all the monthly reports into one file, it would be too large to email.
ดูคำตอบ
were to combine
at any given minute: หนึ่งนาทีใดก็ตามที่เลือก
at any given minute หมายถึง “ในช่วงหนึ่งนาทีใดก็ตามที่เลือกมาพิจารณา” ในที่นี้ given เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ที่เลือกหรือกำหนดไว้” ไม่ได้บรรยายการกระทำของคำว่า give วลีนี้นำเสนอสถิติว่าใช้ได้โดยทั่วไป ไม่ได้ผูกอยู่กับเวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ กล่าวคือเลือกช่วงเวลาหนึ่งนาทีมาหนึ่งช่วงแล้วถือว่าเป็นช่วงที่กำลังพูดถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ at any given + หน่วยเวลาหรือโอกาสที่เป็นเอกพจน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ในช่วงหนึ่งนาทีใดก็ตามที่เลือกไว้”: The support desk may receive dozens of messages ____.
ดูคำตอบ
at any given minute
all together: รวมสิ่งทั้งหมดเข้าด้วยกัน
all together ในที่นี้เป็นวลีสองคำ all หมายถึงวิดีโอที่อัปโหลดทั้งหมด ส่วน together บอกให้นำวิดีโอทั้งหมดนั้นมารวมกันก่อนวัดระยะเวลา ดังนั้นวลีนี้จึงช่วยจัดวิธีคำนวณ โดยให้มองวิดีโอที่อัปโหลดแยกกันจำนวนมากเป็นปริมาณรวมเดียว แล้วจึงเปรียบเทียบกับ 48 ชั่วโมง แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ put, add หรือ count สิ่งที่แยกกัน all together
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ all together เพื่อเน้นการจัดสิ่งของที่แยกกันให้เป็นกลุ่มเดียว?
- Put the receipts all together before adding their values.
- Altogether, the repairs cost two thousand dollars.
- The plan was altogether too expensive.
ดูคำตอบ
Put the receipts all together before adding their values.
Two full days of video are uploaded to YouTube every single minute. การใช้คำ
5:25มีการอัปโหลดวิดีโอความยาวรวมสองวันเต็มขึ้น YouTube ในทุก ๆ หนึ่งนาที
การเน้นด้วย every single minute
ใน every single minute คำว่า every ให้ความหมายซ้ำว่า “ทุกหนึ่งนาที” ส่วน single ทำหน้าที่เน้นให้หนักแน่นขึ้นว่าไม่มีนาทีใดถูกเว้นไว้ คำที่เพิ่มเข้ามาทำให้ขนาดของสถิติดูน่าทึ่งยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนหน่วยเวลา single ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “โสด” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ every single + คำนามนับได้เอกพจน์ ซึ่งใช้เน้นสมาชิกทุกหน่วยในกลุ่ม เช่น every single day หรือ every single page
แบบฝึกหัด
วลีใดเน้นได้ชัดเจนที่สุดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกนาทีโดยไม่มีข้อยกเว้น?
- a single minute
- every minute
- every single minute
ดูคำตอบ
every single minute
soon enough ในความหมายว่า “อีกไม่นาน”
ในประโยคนี้ soon enough หมายถึง “อีกไม่นาน” หรือ “เมื่อถึงเวลา” ผู้พูดคาดว่าหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ตอนอื่น ๆ ก็จะปรากฏขึ้น enough ไม่ได้ใช้ประเมินตามตัวอักษรว่าตอนเหล่านั้นจะมาเร็วพอหรือไม่ การใช้แบบนี้นำเสนอผลลัพธ์ในอนาคตว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือตามที่คาดได้หลังจากรอ โดยสื่อถึงความคาดหวังโดยรวม ไม่ใช่กำหนดเวลาที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เพื่อนกังวลว่าต้นไม้เล็กยังโตไม่มาก คำตอบใดสื่อได้ดีที่สุดว่าผลลัพธ์จะปรากฏเมื่อถึงเวลา?
- It will grow soon enough.
- It will grow quickly enough.
- It has already grown.
ดูคำตอบ
It will grow soon enough.
It's supposed to be: สิ่งที่คาดไว้หรือสิ่งที่ถูกต้อง
ในประโยคนี้ “It's supposed to be the Tribune” หมายความว่า Tribune คือคำตอบหรือสิ่งที่คาดไว้ ตั้งใจไว้ หรือถูกต้อง ผู้พูดกำลังชี้ว่าสิ่งที่พูดหรือแสดงออกมาไม่ตรงกับความคาดหมายนั้น ในที่นี้ be supposed to be + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งควรจะเป็นอะไรตามที่คาดหรือตั้งใจไว้ ไม่ได้ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งมีหน้าที่ต้องทำอะไร
แบบฝึกหัด
ในเมนูบอกว่าซุปประจำวันคือซุปมะเขือเทศ แต่กลับมีซุปไก่มาเสิร์ฟ ประโยคใดใช้ชี้ว่าสิ่งที่ได้มาไม่ตรงกับที่ควรจะเป็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- It's supposed to be tomato soup.
- It used to be tomato soup.
- It might be tomato soup.
ดูคำตอบ
It's supposed to be tomato soup.