เบื่อกับการไถหน้าจอเสพข่าวร้ายแล้วหรือยัง?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,498 คำ 173 คำ/นาที

ภาพรวม: สุขภาพ ความรู้ และอำนาจที่ไม่เคยมีมาก่อนยังอยู่ร่วมกับความทุกข์และสัญชาตญาณแบบแบ่งพวก เมื่อมองประวัติศาสตร์ระยะยาว มนุษย์ยังเลือกอนาคตที่มีความหวังมากกว่าได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Never have so many of us lived so well, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าคำปฏิเสธต้นประโยคทำให้เกิดการสลับประธานกับกริยาช่วยและเน้นข้อสรุปทางประวัติศาสตร์ 2. hold power over. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกอำนาจควบคุมคนหรือสัตว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยแยกจากพละกำลังทางกาย 3. clean up our act, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียกร้องให้แก้พฤติกรรมที่เป็นอันตรายหรือขาดความรับผิดชอบ โดยไม่ได้หมายถึงการทำความสะอาดจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Being a human in the 21st century often feels frustrating.

0:00

การเกิดเป็นมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 มักจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจ

We're clearly at the high point of our species.

0:04

เห็นได้ชัดว่าเราอยู่ในจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์

Never have so many of us lived so well, ไวยากรณ์

0:06

ไม่เคยมีผู้คนจำนวนมากเท่านี้ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

been so healthy and well off. การใช้คำ

0:08

มีสุขภาพแข็งแรงและมั่งคั่งขนาดนี้

ไวยากรณ์

Never have so many ...: การกลับลำดับหลัง never ที่ต้นประโยค

Never ถูกวางไว้ต้นประโยคเพื่อเน้นว่า ไม่เคยมีช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่คนจำนวนมากเช่นนี้ใช้ชีวิตได้ดีขนาดนี้ จึงเป็นการนำเสนอสถานการณ์ปัจจุบันว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ เมื่อวางคำวิเศษณ์ปฏิเสธ never ไว้ต้นประโยค ต้องนำกริยาช่วย have มาไว้หน้าประธาน so many of us: Never have so many of us lived.... ส่วน been ที่ตามมาใช้ have ร่วมกับ lived ดังนั้นความสัมพันธ์เต็มคือ have lived ... and [have] been....

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ทำให้เกิดการกลับลำดับตามที่ต้องการ: In all of history, never ____ so many children had access to online lessons.

ดูคำตอบ

have

การใช้คำ

well off: มีฐานะทางการเงินที่สบาย

ในประโยคนี้ well off เป็นวลีคุณศัพท์ที่หมายถึงมีความสบายทางการเงิน หรือมีเงินเพียงพอและมีสภาพความเป็นอยู่ทางวัตถุที่ดี วลีนี้อยู่หลัง been และวางขนานกับ healthy วลีนี้ไม่ได้เกิดจากการนำความหมายทั่วไปของ off ที่เกี่ยวกับการออกไปมารวมกันตามตัวอักษร เมื่อใช้อธิบายสถานะการเงินของบุคคล ครอบครัว หรือกลุ่ม ให้เรียนรู้ well off เป็นวลีเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าครอบครัว Park มีฐานะทางการเงินที่สบาย โดยไม่เปรียบเทียบกับสถานการณ์ก่อนหน้า

  1. The Park family is better off than last year.
  2. The Park family is well off.
  3. The Park family is off for the weekend.
ดูคำตอบ

The Park family is well off.

At the same time, ลำดับความ

0:10

ในขณะเดียวกัน

ลำดับความ

At the same time: ความขัดแย้งระหว่างข้อเท็จจริงที่มีอยู่ร่วมกัน

At the same time ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่สองซึ่งเป็นจริงควบคู่กับข้อแรก ในที่นี้ไม่ได้บอกเพียงว่าเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ยังนำความยากลำบากมาวางคู่กับข้อเท็จจริงเชิงบวกที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โครงสร้างนี้ใช้จัดวางความตึงเครียดระหว่างข้อมูล กล่าวคือ สิ่งหนึ่งเป็นจริง และในขณะเดียวกัน ข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ขัดแย้งกันก็เป็นจริงด้วย ข้อเท็จจริงที่สองไม่ได้ลบล้างข้อแรก

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The plan is inexpensive. At the same time, it may be risky. At the same time ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกเพียงว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นตรงกันในวินาทีเดียว
  2. เพิ่มข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันแต่ก็เป็นจริงเช่นกัน
  3. บอกว่าข้อเท็จจริงแรกไม่เป็นความจริง
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันแต่ก็เป็นจริงเช่นกัน

life is incredibly hard.

0:11

ชีวิตก็ยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ

More than 15,000 children died yesterday.

0:13

เมื่อวานนี้มีเด็กกว่า 15,000 คนเสียชีวิต

700 million people live in extreme poverty.

0:16

ผู้คน 700 ล้านคนอาศัยอยู่ในความยากจนข้นแค้น

Even within rich societies,

0:18

แม้แต่ในสังคมที่ร่ำรวย

there's loads of unfairness and daily struggle. การใช้คำ

0:20

ก็ยังมีความไม่ยุติธรรมและการดิ้นรนในแต่ละวันอยู่มากมาย

การใช้คำ

loads of: ปริมาณมากในภาษาที่ไม่เป็นทางการ

Loads of หมายถึงจำนวนหรือปริมาณที่มาก ในประโยคนี้ใช้ขยายคำนามนับไม่ได้ unfairness ดังนั้น there's loads of unfairness จึงหมายถึงมีความไม่เป็นธรรมอยู่มากหรือเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย โครงสร้าง loads of + คำนาม ใช้ได้ทั้งกับคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น loads of problems และคำนามนับไม่ได้ เช่น loads of time

แบบฝึกหัด

เลือกวลีไม่เป็นทางการที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมประโยค: We still have (blank) time before the train leaves.

  1. a loads of
  2. loads of
  3. many
ดูคำตอบ

loads of

We are divided,

0:23

เราแตกแยก

unable to solve our problems while creating new ones,

0:24

ไม่สามารถแก้ปัญหาของเราได้และยังสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา

destroying our world in the process.

0:27

ทำลายโลกของเราไปในกระบวนการนี้

In many ways,

0:30

ในหลายๆ ด้าน

the vibe is that we live in dark times.

0:31

บรรยากาศเหมือนว่าเรากำลังอยู่ในยุคมืด

It's so easy to feel disconnected and powerless

0:33

มันง่ายมากที่จะรู้สึกตัดขาดและไร้พลัง

in the face of problems too big to solve. วลี

0:36

เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้

วลี

in the face of ...: เมื่อเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่เกินแก้

in the face of หมายถึง เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก คุกคาม หรือหนักหนาเกินรับมือ ในประโยคนี้ problems คือแรงกดดันจากภายนอกที่ผู้คนต้องรับมือ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่หน้าของใบหน้า วลีนี้ใช้แนะนำปัญหาที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง และวางไว้หน้ากลุ่มคำนามที่บอกถึงปัญหา ภัยคุกคาม แรงกดดัน หรือความยากลำบากร้ายแรงอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่มีความหมายว่าเผชิญกับความยากลำบากให้สมบูรณ์: The community stayed calm ____ repeated threats.

ดูคำตอบ

in the face of

And so the state of the world fills many of us with doom, วลี

0:39

และด้วยเหตุนี้ สภาพของโลกจึงทำให้หลายคนรู้สึกถึงจุดจบ

hopelessness, and sadness.

0:42

ความสิ้นหวัง และความเศร้า

วลี

fills many of us with doom: ทำให้หลายคนเต็มไปด้วยลางร้าย

fills many of us with doom ใช้รูปแบบ fill + คน + with + ความรู้สึก สภาพของโลกเป็นสาเหตุ many of us คือคนที่ได้รับผลกระทบ และ doom คือความรู้สึกหนักอึ้งว่าภัยพิบัติหรืออนาคตที่เลวร้ายกำลังจะมาถึง ในที่นี้ doom เป็นคำนามที่เรียกชื่อความรู้สึก ไม่ใช่คำอธิบายว่าคนเหล่านั้นต้องล้มเหลวแน่นอน การบอกว่าความรู้สึกเข้ามาเติมเต็มผู้คนทำให้ผลกระทบฟังดูรุนแรงและชัดเจนกว่าการพูดเพียงว่า make us sad

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fill + คนหรือกลุ่มคน + with + ความรู้สึกถึงภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึงได้ถูกต้อง

  1. The warning filled the town with a sense of doom.
  2. The warning made the town with a sense of doom.
  3. The warning filled the town of a sense of doom.
ดูคำตอบ

The warning filled the town with a sense of doom.

We feel it too.

0:44

เราก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน

It's one of the most pervasive stories of our time, ไวยากรณ์

0:46

มันเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่แพร่หลายที่สุดในยุคของเรา

ไวยากรณ์

one of the most ... + คำนามพหูพจน์

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายความว่าสิ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มที่อยู่ในระดับสูงมากสำหรับคุณสมบัตินั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าสิ่งนี้เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่แพร่หลายอย่างมาก ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องเล่าเพียงเรื่องเดียวที่แพร่หลายที่สุด หลัง one of คำนามนับได้ต้องเป็นพหูพจน์ จึงใช้ stories ไม่ใช่ story ในบริบทนี้ stories หมายถึงเรื่องเล่าที่ผู้คนแบ่งปันกันอย่างกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้คนเข้าใจโลก ไม่จำเป็นต้องเป็นงานแต่งเรื่องเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ one of และรูปขั้นสูงสุดของ popular: This is ____ museums in the city.

ดูคำตอบ

one of the most popular

and there's a lot of truth to it. วลี

0:48

และมีความจริงอยู่มากในนั้น

วลี

there's a lot of truth to it: เห็นด้วยอย่างมากแต่ยังมีข้อสงวน

There's a lot of truth to it หมายความว่าแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงมีข้อเท็จจริงหรือเหตุผลสนับสนุนอยู่มาก ผู้พูดยอมรับว่าแนวคิดนั้นไม่ได้ผิดไปเสียทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนจะเป็นความจริงเสมอไป There is truth to + ข้อกล่าวอ้างหรือแนวคิด เป็นรูปแบบตายตัว ต้องใช้ to ไม่ใช่ in ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงเรื่องเล่าที่กล่าวถึงก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

คุณไม่ยอมรับรายละเอียดทุกส่วนของข้อกล่าวอ้าง แต่คิดว่าส่วนใหญ่มีหลักฐานสนับสนุนอย่างดี ประโยคใดแสดงความเห็นนี้ได้ดีที่สุด

  1. There's a lot of truth to it.
  2. It's completely true.
  3. There's some truth to it.
ดูคำตอบ

There's a lot of truth to it.

But,

0:50

แต่ทว่า

as Terry Pratchett said,

0:51

อย่างที่ เทอร์รี แพรตเชตต์ เคยกล่าวไว้

we are the storytelling ape.

0:52

เราคือวานรที่เล่าเรื่องได้

We think in narratives

0:54

เราคิดเป็นเรื่องราว

and live in a network of stories that make up our world. กริยาวลี

0:55

และมีชีวิตอยู่ในเครือข่ายของเรื่องราวที่ประกอบกันเป็นโลกของเรา

กริยาวลี

make up ในความหมายว่า “ก่อเป็นหรือประกอบกันเป็น”

ใน “stories that make up our world” คำว่า make up หมายถึง “ก่อเป็น” หรือ “ประกอบกันเป็น” เรื่องราวต่าง ๆ ถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนย่อยที่รวมกันแล้วสร้างสิ่งที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็คือโลกของเรา ใช้โครงสร้าง ส่วนย่อย + make up + สิ่งทั้งหมด กรรมที่ตามหลัง make up คือสิ่งทั้งหมดที่ใหญ่กว่า ซึ่งส่วนย่อยเหล่านั้นร่วมกันก่อขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ก่อเป็นหรือประกอบกันเป็น”: Seven days ____ a week.

ดูคำตอบ

make up

So, without minimizing the darkness, ลำดับความ

0:59

ดังนั้น โดยไม่มองข้ามด้านมืด

we want to add a story that we find helpful for dealing with the world.

1:01

เราอยากจะเพิ่มเรื่องราวที่เราคิดว่ามีประโยชน์ในการรับมือกับโลก

ลำดับความ

without minimizing the darkness ในฐานะวลีเกริ่นแบบยอมรับข้อเท็จจริงก่อน

วลีเปิด without minimizing the darkness ใช้โครงสร้าง without + กริยารูป -ing ในที่นี้ minimizing หมายถึงการทำให้เรื่องร้ายแรงดูร้ายแรงน้อยลง ส่วน darkness เป็นคำเปรียบเทียบถึงความทุกข์ ความอยุติธรรม และความจริงที่เจ็บปวดอื่น ๆ ซึ่งกล่าวถึงไปแล้ว การวางวลีนี้ไว้หน้าประโยคหลักทำให้ผู้พูดยอมรับความจริงเหล่านั้นก่อน แล้วจึงเพิ่มอีกมุมมองหนึ่ง วลีนี้เป็นคำเกริ่นแบบยอมรับข้อเท็จจริงก่อน มีความหมายว่า “ฉันไม่ได้ลดทอนความเสียหาย แต่ยังอยากพูดสิ่งที่จะตามมา”

แบบฝึกหัด

เติมส่วนเปิดด้วย without และรูป -ing ของ minimize: ____ the problem, we can still look for solutions.

ดูคำตอบ

Without minimizing

This is subjective and not a science video,

1:05

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวและไม่ใช่วิดีโอวิทยาศาสตร์

so you don't need to buy into it. กริยาวลี

1:07

ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเชื่อมันก็ได้

กริยาวลี

buy into it: ยอมรับแนวคิดทั้งชุด

ในที่นี้ buy into หมายถึงการยอมรับหรือเชื่อแนวคิด คำอธิบาย หรือมุมมองหนึ่งทั้งชุด เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวกับการซื้อจริง ๆ สรรพนาม it ชี้ไปยังกรอบความคิดเชิงอัตวิสัยที่ผู้พูดกำลังจะนำเสนอ เมื่อพูดว่า you don't need to buy into it ผู้พูดกำลังบอกว่าผู้ฟังติดตามคำอธิบายได้โดยไม่ต้องยอมรับกรอบนั้นทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ buy into ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกัน

  1. You don't have to buy the book to understand the theory.
  2. You don't have to invest in the company to read its plan.
  3. You don't have to buy into the theory to understand it.
ดูคำตอบ

You don't have to buy into the theory to understand it.

Our story begins with the first moment that ever was.

1:10

เรื่องราวของเราเริ่มต้นขึ้นจากช่วงเวลาแรกสุดที่เคยมีมา

14 billion years ago,

1:13

14 พันล้านปีก่อน

time and space began from some kind of state of pure energy.

1:15

กาลเวลาและอวกาศเริ่มต้นจากสภาวะพลังงานบริสุทธิ์บางอย่าง

From this very first moment,

1:19

จากช่วงเวลาแรกสุดนี้

the universe grew and evolved.

1:20

จักรวาลเติบโตและวิวัฒนาการ

Things that were one became many.

1:23

สิ่งที่เคยเป็นหนึ่งเดียวกลายเป็นหลายสิ่ง

Energy turned into forces and particles.

1:25

พลังงานกลายเป็นแรงและอนุภาค

Out of chaos, ไวยากรณ์

1:27

จากความโกลาหล

emerged the laws of nature.

1:28

กฎเกณฑ์ของธรรมชาติก็ปรากฏขึ้น

ไวยากรณ์

Out of chaos emerged ...: การกลับลำดับกริยาและประธานเชิงวรรณกรรม

ประโยคเริ่มด้วย Out of chaos เพื่อให้แหล่งกำเนิดหรือภูมิหลังเป็นจุดเริ่มต้นของข้อมูล ในรูปแบบเชิงวรรณกรรมนี้ ประธานที่เป็นนามเต็มรูป the laws of nature อยู่หลังคำกริยา emerged: Out of chaos + emerged + the laws of nature นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม ลำดับคำแบบปกติคือ The laws of nature emerged out of chaos. การกลับลำดับเปลี่ยนวิธีนำเสนอข้อมูลและสร้างจังหวะที่น่าตื่นเต้น แต่ไม่เปลี่ยนเหตุการณ์หลักและไม่ต้องใช้ did

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกลับลำดับเชิงวรรณกรรมหลังวลีบอกแหล่งกำเนิดที่ย้ายมาไว้ข้างหน้าได้ถูกต้อง

  1. From the dark forest a strange sound came.
  2. From the dark forest came a strange sound.
  3. From the dark forest did came a strange sound.
ดูคำตอบ

From the dark forest came a strange sound.

From these ingredients,

1:30

จากส่วนผสมเหล่านี้

stars arose,

1:31

ดวงดาวก็ถือกำเนิดขึ้น

gigantic engines turning simple stuff into complex stuff,

1:33

เหมือนเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่เปลี่ยนสสารง่ายๆ ให้กลายเป็นสสารที่ซับซ้อน

only to die violently and spread the new complexity around. ไวยากรณ์

1:36

เพียงเพื่อจะดับสูญอย่างรุนแรงและกระจายความซับซ้อนใหม่นั้นออกไป

ไวยากรณ์

only to die violently: ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

only to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสิ่งที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อผลนั้นขัดกับความพยายามหรือกระบวนการก่อนหน้า ในประโยคนี้ ดาวฤกษ์เปลี่ยนสสารธรรมดาให้ซับซ้อนขึ้น แต่เรื่องราวของมันจบลงด้วยการตายอย่างรุนแรง only ไม่ได้หมายความว่าการตายเป็นจุดประสงค์ของดาวฤกษ์ แต่ทำให้การตายดูเป็นผลลัพธ์ที่น่าตกใจ มีนัยประชด หรือไม่พึงประสงค์ กล่าวคือ สุดท้ายแล้วพวกมันกลับตายลงอย่างไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ทำให้ตอนจบเป็นความผิดหวังที่คาดไม่ถึง: We waited all afternoon, ____ learn that the concert had been canceled.

ดูคำตอบ

only to

Out of this more complex stuff,

1:41

จากสสารที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นนี้

new stars and more worlds emerged,

1:43

ดวงดาวใหม่และโลกอื่นๆ ก็ปรากฏขึ้น

repeating the cycle until most of the simple stuff was used up

1:45

ทำวงจรนี้ซ้ำๆ จนกระทั่งสสารแบบง่ายๆ ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปจนหมด

and most stars that will ever be born had been born.

1:48

และดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ที่จะถือกำเนิดขึ้น ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว

And then,

1:51

จากนั้น

on one planet where the conditions were just right,

1:52

บนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่มีเงื่อนไขพอเหมาะพอดี

dead particles and molecules combined to make another jump in complexity.

1:55

อนุภาคและโมเลกุลที่ไร้ชีวิตได้รวมตัวกันเพื่อสร้างการก้าวกระโดดของความซับซ้อนอีกครั้ง

Maybe the laws that govern everything were destined to make life happen. ไวยากรณ์

1:59

บางทีกฎที่ควบคุมทุกสิ่งอาจถูกกำหนดมาเพื่อให้เกิดชีวิต

ไวยากรณ์

were destined to make...: ผลลัพธ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนถูกลิขิต

be destined to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอเหตุการณ์ราวกับถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า หรือเป็นส่วนหนึ่งของกระแสใหญ่ที่ดูเหมือนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น were destined to make จึงบรรยายกฎเหล่านั้นราวกับถูกกำหนดไว้ให้ก่อกำเนิดชีวิต Maybe ที่ต้นประโยคแสดงว่านี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ความแน่นอนทางวิทยาศาสตร์ วลีนี้เพิ่มความรู้สึกเรื่องโชคชะตาหรือความหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้กับแนวคิด

แบบฝึกหัด

ใช้รูป simple past ของ be destined to เติมประโยคให้สมบูรณ์: The tiny invention ____ transform communication.

ดูคำตอบ

was destined to

Maybe it was just a cosmic dice throw.

2:03

หรือบางทีมันอาจเป็นเพียงการทอยลูกเต๋าแห่งจักรวาล

But life, now the most complex thing in existence,

2:06

แต่ชีวิต ซึ่งบัดนี้คือสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่มีอยู่

wasted no time and spread to even the tiniest corners. วลี

2:08

ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า และแพร่กระจายไปแม้แต่ในมุมที่เล็กที่สุด

วลี

wasted no time: ลงมือทันที

ในสำนวนตายตัว waste no time ความหมายคือ “ลงมือทันที” หรือ “เริ่มโดยไม่ชักช้า” ไม่ได้หมายถึงมีใครวัดเวลาที่เสียไปจริง ๆ ในที่นี้ชีวิตถูกนำเสนอเหมือนตัวละครที่ลงมือทำเอง กล่าวคือ ชีวิตเริ่มแพร่กระจายทันที ประโยคใช้ wasted no time and spread เชื่อมการกระทำในอดีตสองอย่าง ส่วนรูปแบบที่พบบ่อยและนำไปใช้ได้ง่ายกว่าคือ waste no time doing something เช่น waste no time asking

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มทันที” ให้ประโยคสมบูรณ์: When the smoke alarm rang, Priya ____ calling for help.

ดูคำตอบ

wasted no time

For billions of years,

2:12

เป็นเวลาหลายพันล้านปี

cells held on, กริยาวลี

2:13

เซลล์ยึดหยัดไว้

fighting against the elements and each other,

2:15

ต่อสู้กับสภาพแวดล้อมและกันและกัน

evolving in the process,

2:17

วิวัฒนาการไปในกระบวนการนี้

กริยาวลี

held on: ยังคงอยู่รอด

held on ในที่นี้หมายถึง “ยังคงอยู่รอดหรืออดทนต่อไปแม้สภาพจะยากลำบาก” คำว่า fighting และ evolving ที่อยู่ใกล้กันแสดงว่าเซลล์ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางการต่อสู้อันยาวนาน ไม่ได้มีวัตถุใดที่ถูกจับไว้จริง ๆ Hold on มีหลายความหมาย จึงต้องดูบริบท ในการต่อสู้อันยาวนานอาจหมายถึง “อดทน” หรือ “อยู่รอด” แต่เมื่อใช้เป็นคำสั่งในบทสนทนา Hold on! มักหมายถึง “รอก่อน”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The tiny plants held on through the winter,” held on หมายถึงอะไร

  1. พวกมันรออยู่ครู่หนึ่งก่อนฤดูหนาวเริ่มขึ้น
  2. พวกมันยังคงอยู่รอดแม้สภาพจะยากลำบาก
  3. พวกมันจับฤดูหนาวไว้จริง ๆ
ดูคำตอบ

พวกมันยังคงอยู่รอดแม้สภาพจะยากลำบาก

until one day they came together and made another jump in complexity to plants,

2:18

จนกระทั่งวันหนึ่งพวกมันมารวมตัวกันและก้าวกระโดดทางความซับซ้อนอีกครั้งกลายเป็นพืช

animals, and fungi.

2:23

สัตว์ และเชื้อรา

First in the oceans,

2:25

เริ่มแรกในมหาสมุทร

then on the land.

2:26

จากนั้นก็บนบก

Earth was now the stage of something grand.

2:28

ตอนนี้โลกกลายเป็นเวทีของสิ่งที่ยิ่งใหญ่

A complexity acceleration machine going at full speed.

2:30

เครื่องจักรเร่งความซับซ้อนที่เดินเครื่องเต็มกำลัง

Millions of new species emerged and vanished.

2:34

สายพันธุ์ใหม่หลายล้านสายพันธุ์ปรากฏขึ้นและสูญพันธุ์ไป

Life was beaten down over and over, ลำดับความ

2:37

ชีวิตถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

but every time it came back stronger,

2:39

แต่ทุกครั้งมันก็กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

ลำดับความ

ถูกโค่นลงซ้ำ ๆ แต่กลับมาแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้ง

ประโยคนี้สร้างวงจรที่เกิดซ้ำ: Life was beaten down over and over กล่าวถึงการเผชิญอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วน but every time it came back stronger เปลี่ยนทิศทางไปสู่การฟื้นตัว รูปถูกกระทำ was beaten down เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต ขณะที่ came back stronger เน้นผลหลังอุปสรรคแต่ละครั้ง การจับคู่ over and over กับ every time ทำให้ผู้พูดสรุปประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นจังหวะของการเผชิญอุปสรรคและการฟื้นตัว ชีวิตถูกทำให้เหมือนมนุษย์ และ stronger หมายถึงมีความยืดหยุ่นหรืออยู่รอดได้ดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงมีกำลังทางกายมากขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดจัดลำดับเรื่องราวได้ดีที่สุดว่าเผชิญอุปสรรคซ้ำ ๆ แล้วฟื้นกลับมาแข็งแกร่งขึ้น?

  1. The climber checked her equipment carefully before leaving.
  2. The climber was forced back again and again, so she abandoned the route.
  3. The climber was forced back again and again, but each time she returned better prepared.
ดูคำตอบ

The climber was forced back again and again, but each time she returned better prepared.

resettling niches filled with corpses of the ones that came before.

2:41

เข้าไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ทางนิเวศที่เต็มไปด้วยซากศพของผู้ที่มาก่อนหน้านี้

Most of these beings are hidden in time forever.

2:45

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกซ่อนไว้ในกาลเวลาตลอดกาล

We only know their faint echoes. สำนวน

2:48

เรารู้เพียงแค่เสียงสะท้อนอันแผ่วเบาของพวกมันเท่านั้น

สำนวน

faint echoes ในความหมายว่าร่องรอยอันเลือนรางของอดีต

ในที่นี้ faint echoes หมายถึงร่องรอยที่เลือนรางและเป็นทางอ้อมของสิ่งมีชีวิตจากอดีตอันไกลโพ้น คำว่า echo ใช้เป็นอุปมา กล่าวคือ เช่นเดียวกับเสียงสะท้อนที่เป็นส่วนหลงเหลืออันเบาลงของเสียงต้นฉบับ หลักฐานที่เหลืออยู่ก็แสดงสิ่งที่เคยมีอยู่ได้เพียงอย่างไม่สมบูรณ์ faint เน้นว่าร่องรอยเหล่านั้นตรวจพบหรือตีความได้ยาก วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการได้ยินเสียงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The old tradition survives only in faint echoes," คำว่า faint echoes หมายถึงอะไร?

  1. ร่องรอยที่เลือนรางและเป็นทางอ้อมของประเพณี
  2. บันทึกที่สมบูรณ์ของประเพณี
  3. เสียงเบา ๆ ที่เกิดจากประเพณี
ดูคำตอบ

ร่องรอยที่เลือนรางและเป็นทางอ้อมของประเพณี

Until a few million years ago,

2:50

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ล้านปีก่อน

an animal looked to the night sky.

2:52

สัตว์ตัวหนึ่งมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

It looked at its hands.

2:54

มันมองดูมือของตัวเอง

It saw its reflection in a puddle

2:56

มันเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแอ่งน้ำ

and it realized it existed,

2:58

และมันก็ตระหนักว่าตัวมันมีอยู่จริง

that it was alive,

3:00

ว่ามันยังมีชีวิตอยู่

here and now.

3:02

ณ ที่นี่และตอนนี้

You probably had such a moment as a small child,

3:03

คุณอาจเคยมีช่วงเวลาเช่นนั้นเมื่อตอนเป็นเด็กเล็ก

mundane and majestic at the same time.

3:05

ดูธรรมดาแต่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งใหญ่

This is where the human story begins,

3:08

นี่คือจุดที่เรื่องราวของมนุษย์เริ่มต้นขึ้น

about 6 million years ago,

3:11

เมื่อประมาณ 6 ล้านปีก่อน

with the hominins.

3:12

ด้วยพวกโฮมินิน

Still just another animal among many others.

3:14

ยังคงเป็นแค่สัตว์อีกสายพันธุ์หนึ่งท่ามกลางสัตว์อื่นๆ มากมาย

They split into many families and lineages,

3:17

พวกมันแตกแขนงออกเป็นหลายครอบครัวและหลายสายเลือด

evolving further or disappearing again.

3:19

วิวัฒนาการต่อไปหรือหายไปอีกครั้ง

But for some reason,

3:22

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง

their evolutionary niche enabled their brains to grow การใช้คำ

3:23

ช่องว่างทางวิวัฒนาการของพวกมันทำให้สมองเติบโตขึ้น

and they learned more about this strange world.

3:27

และพวกมันก็เรียนรู้โลกที่แปลกประหลาดนี้มากขึ้น

การใช้คำ

ความหมายทางชีววิทยาของ evolutionary niche

ในที่นี้ evolutionary niche หมายถึงวิธีที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเข้ากับสภาพแวดล้อมตลอดกระบวนการวิวัฒนาการ เช่น ใช้ทรัพยากรอะไร อยู่รอดอย่างไร และเผชิญแรงคัดเลือกแบบใด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงชุดของเงื่อนไขและบทบาทที่ทำให้การมีสมองใหญ่ขึ้นเป็นประโยชน์หรือเกิดขึ้นได้ มันไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ evolutionary niche ในประโยคได้ตรงที่สุด

  1. ลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ ที่สนใจสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น
  2. บทบาทและวิธีอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นในสภาพแวดล้อมภายใต้แรงกดดันทางวิวัฒนาการ
  3. ช่องแคบที่เจาะไว้ในกำแพงซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นอาศัยอยู่
ดูคำตอบ

บทบาทและวิธีอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นในสภาพแวดล้อมภายใต้แรงกดดันทางวิวัฒนาการ

They prayed to the stars.

3:30

พวกมันสวดอ้อนวอนต่อดวงดาว

They tamed fire

3:31

พวกมันควบคุมไฟ

and turned stones into tools. ไวยากรณ์

3:33

และเปลี่ยนหินให้เป็นเครื่องมือ

ไวยากรณ์

turn A into B: เปลี่ยนสิ่งหนึ่งให้เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

Turn A into B หมายถึงการเปลี่ยน A ให้กลายเป็น B หรือทำให้ A เริ่มทำหน้าที่แบบ B โดย A คือวัสดุหรือสิ่งของเดิม และ B คือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ stones คือ A และ tools คือ B ประธาน they เป็นผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงใช้โครงสร้างสกรรมกริยา they turned stones into tools

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn A into B: The artist ____ old bottles ____ lamps.

ดูคำตอบ

turned · into

They celebrated and cried together.

3:35

พวกมันเฉลิมฉลองและร้องไห้ร่วมกัน

Life was hard and brutally short,

3:37

ชีวิตนั้นยากลำบากและสั้นอย่างโหดร้าย

but together they endured,

3:40

แต่พวกเขาก็อดทนร่วมกันมาได้

probably by telling themselves stories about the world.

3:41

บางทีอาจด้วยการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโลกนี้ให้กันและกันฟัง

For almost 250,000 generations,

3:45

เป็นเวลาเกือบ 250,000 ชั่วอายุคน

they built a biological foundation.

3:48

พวกเขาสร้างรากฐานทางชีววิทยา

And then at some point,

3:50

และแล้วเมื่อถึงจุดหนึ่ง

200,000 years or about 10,000 generations ago,

3:51

200,000 ปีก่อน หรือประมาณ 10,000 ชั่วอายุคนที่แล้ว

they became us.

3:55

พวกเขาก็กลายเป็นเรา

Humanity had arrived.

3:57

มนุษยชาติได้ถือกำเนิดขึ้น

Our ancestors didn't waste any time.

3:59

บรรพบุรุษของเราไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า

Their world was still hard and unforgiving,

4:01

โลกของพวกเขายังคงยากลำบากและไม่ปรานี

but out of pure stubbornness,

4:04

แต่ด้วยความดื้อรั้นล้วนๆ

they didn't accept that.

4:05

พวกเขาจึงไม่ยอมรับสิ่งนั้น

They wanted their lives to be better,

4:07

พวกเขาอยากให้ชีวิตดีขึ้น

so they made better tools and learned to preserve their knowledge beyond death.

4:09

เลยสร้างเครื่องมือที่ดีกว่า และเรียนรู้ที่จะรักษาความรู้ให้คงอยู่แม้พวกเขาจะตายไป

Progress started slow

4:13

ความก้าวหน้าเริ่มต้นอย่างช้าๆ

and then suddenly they,

4:14

และในทันใดนั้น พวกเขา

or better,

4:15

หรือจะให้ถูกคือ

we made the planet our own. สำนวน

4:16

เรา ก็ทำให้โลกใบนี้เป็นของเรา

สำนวน

made the planet our own: ทำให้โลกเข้ากับเรา

ในที่นี้ made the planet our own ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของโลกตามกฎหมาย แต่เป็นการใช้ make something your own ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงมนุษย์ปรับเปลี่ยนโลกให้ตรงกับความต้องการ และเริ่มมองว่าโลกเป็นสถานที่ที่พวกเขาควบคุมและอยู่อาศัยได้ สำนวนนี้ยังใช้พูดถึงการปรับหรือรับบางสิ่งเข้ามาจนสะท้อนตัวตนของคนหรือกลุ่มคนได้ด้วย ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจาก they เป็น we เพื่อรวมมนุษย์ยุคปัจจุบันไว้ในกระบวนการอันยาวนานนั้นด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค The designers made the old room their own คำว่า made the old room their own หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาเปลี่ยนห้องให้สะท้อนความต้องการหรือรูปแบบของพวกเขา
  2. พวกเขาปล่อยห้องไว้เหมือนเดิมทุกประการ
  3. พวกเขาซื้อห้องนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ดูคำตอบ

พวกเขาเปลี่ยนห้องให้สะท้อนความต้องการหรือรูปแบบของพวกเขา

Agriculture and the first villages and temples snowballed into civilization, สำนวน

4:19

การเกษตร หมู่บ้าน และวิหารแห่งแรกๆ พัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นอารยธรรม

สำนวน

snowballed into civilization: เติบโตจากการสะสมจนกลายเป็นอารยธรรม

Snowballed into civilization ใช้ภาพของก้อนหิมะที่เก็บหิมะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะกลิ้งไปข้างหน้า เกษตรกรรม หมู่บ้าน และวิหารในยุคแรกถูกนำเสนอว่าเป็นพัฒนาการที่สะสมและส่งเสริมซึ่งกันและกัน จนเกิดผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่ามาก นั่นคืออารยธรรม สำนวนนี้เน้นกระบวนการที่เติบโตเป็นทอด ๆ และมีแรงส่งมากขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งเดียวแบบก้าวกระโดด ในบริบทอื่น สำนวนนี้ใช้ได้กับผลลัพธ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ snowballed into civilization หมายความว่าอย่างไร

  1. อารยธรรมที่ก่อตั้งแล้วมีขนาดเล็กลงอย่างกะทันหัน
  2. พัฒนาการเล็ก ๆ สะสมและเติบโตจนกลายเป็นผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่ามาก
  3. ผู้คนกลิ้งก้อนหิมะจริง ๆ ไปทางเมือง
ดูคำตอบ

พัฒนาการเล็ก ๆ สะสมและเติบโตจนกลายเป็นผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่ามาก

kingdoms and empires,

4:23

อาณาจักรและจักรวรรดิ

technology, writing, astronomy, medicine, philosophy.

4:24

เทคโนโลยี ตัวหนังสือ ดาราศาสตร์ การแพทย์ ปรัชญา

A hot second later, การใช้คำ

4:27

ในชั่วพริบตาต่อมา

การใช้คำ

A hot second later กับการข้ามเวลาแบบขำ ๆ

ในคำบรรยายนี้ A hot second later หมายถึงผู้พูดจงใจเล่าแบบขำ ๆ ราวกับว่าเวลาผ่านไปสั้นมาก a hot second เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ฟังดูขี้เล่น หมายถึงช่วงเวลาสั้นมาก ส่วน hot ไม่ได้บอกอุณหภูมิ ความขำเกิดจากการใช้คำข้ามเวลาที่ฟังดูสั้นนิดเดียวกับช่วงที่จริง ๆ แล้วกินเวลายาวนานมาก จึงทำให้ประวัติศาสตร์ดูเหมือนถูกย่อและเร่งให้ผ่านไป

แบบฝึกหัด

A hot second later สร้างผลอย่างไรในคำบรรยายนี้?

  1. ระบุวันที่แน่นอนของเหตุการณ์ถัดไป
  2. บอกว่าอุณหภูมิสูงขึ้นในอีกหนึ่งวินาทีต่อมา
  3. ทำให้ช่วงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากฟังดูเหมือนผ่านไปแทบจะทันทีอย่างขำ ๆ
ดูคำตอบ

ทำให้ช่วงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากฟังดูเหมือนผ่านไปแทบจะทันทีอย่างขำ ๆ

science, industrialization,

4:29

วิทยาศาสตร์ การปฏิวัติอุตสาหกรรม

the modern world,

4:31

โลกสมัยใหม่

the information age,

4:32

ยุคข้อมูลข่าวสาร

where we are today.

4:33

จุดที่เราอยู่ในปัจจุบัน

Earth is truly ours now.

4:35

ตอนนี้โลกเป็นของเราอย่างแท้จริงแล้ว

We changed it in ways unfathomable a few short generations ago.

4:37

เราเปลี่ยนแปลงมันในรูปแบบที่ไม่อาจจินตนาการได้เมื่อไม่กี่ชั่วอายุคนที่แล้ว

We turned the land into fields worked by millions of machines,

4:42

เราเปลี่ยนพื้นดินให้เป็นทุ่งนาที่ทำงานด้วยเครื่องจักรนับล้าน

built thousands of gigantic jungles made of sand and metal. สำนวน

4:45

สร้างป่าขนาดยักษ์นับพันแห่งที่ทำจากทรายและโลหะ

สำนวน

gigantic jungles made of sand and metal ในฐานะอุปมาของเมือง

วลี gigantic jungles made of sand and metal เป็นอุปมาเชิงภาพที่หมายถึงเมืองสมัยใหม่ขนาดมหึมา คำว่า jungles ชวนให้นึกถึงสถานที่ที่หนาแน่น แออัด และซับซ้อน sand สื่อโดยอ้อมถึงวัสดุอย่างคอนกรีตและแก้ว ส่วน metal ชวนให้นึกถึงโครงสร้างเหล็ก วลีนี้ไม่ได้พูดคำว่า cities โดยตรง ผู้ฟังต้องรวมภาพของป่าเข้ากับเบาะแสเรื่องวัสดุ เพื่อจินตนาการถึงเส้นขอบฟ้าของเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ ไม่ใช่ป่าจริงที่เติบโตบนทราย

แบบฝึกหัด

gigantic jungles made of sand and metal ในที่นี้น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. ทุ่งที่เพาะปลูกด้วยเครื่องจักรการเกษตรนับล้านเครื่อง
  2. เมืองสมัยใหม่ขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยคอนกรีต แก้ว และเหล็ก
  3. ป่าเขตร้อนจริงที่เติบโตในทะเลทราย
ดูคำตอบ

เมืองสมัยใหม่ขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยคอนกรีต แก้ว และเหล็ก

We split the atom and traveled to other worlds.

4:49

เราแยกอะตอมและเดินทางไปยังโลกอื่นๆ

Everything is different today,

4:51

ทุกวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

except us, of course.

4:53

ยกเว้นพวกเราแน่นอน

We humans have not changed.

4:55

มนุษย์เราไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

We were molded by a cold and unforgiving world

4:57

เราถูกหล่อหลอมโดยโลกที่หนาวเหน็บและไร้ความปรานี

where we needed to be hard and brutal to survive.

5:00

ที่เราต้องแข็งแกร่งและโหดร้ายเพื่อเอาชีวิตรอด

We are still bound to our nature that made us so successful. สำนวน

5:03

เรายังคงถูกผูกมัดด้วยธรรมชาติที่ทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างมาก

สำนวน

bound to our nature: ถูกจำกัดด้วยธรรมชาติของมนุษย์

ในประโยคนี้ bound to our nature หมายถึงการผูกติดหรือถูกจำกัดด้วยสัญชาตญาณและรูปแบบพฤติกรรมที่ประกอบกันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แนวโน้มที่ติดตัวมาเหล่านี้ยังคงจำกัดวิธีที่คนเราประพฤติ ในที่นี้ be bound to + คำนาม ใช้บอกสิ่งที่คนหรือสิ่งใดยังคงผูกติดหรืออยู่ภายใต้ข้อจำกัด เป็นความผูกพันเชิงเปรียบเทียบที่อาจหลุดพ้นได้ยาก

แบบฝึกหัด

ใน “After years away, she still felt bound to the customs of her hometown,” คำว่า bound to หมายถึงอะไร?

  1. ผูกพันอย่างใกล้ชิดหรือถูกจำกัดโดย
  2. กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
  3. แน่นอนว่าจะเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ผูกพันอย่างใกล้ชิดหรือถูกจำกัดโดย

We still tell stories,

5:07

เรายังคงเล่าเรื่อง

are hungry for food,

5:08

หิวโหยอาหาร

greedy for resources,

5:10

โลภในทรัพยากร

desperate to be accepted by our peers.

5:11

ต้องการเป็นที่ยอมรับจากเพื่อนฝูงอย่างสิ้นหวัง

We're scared by the dangers that lurk in the dark,

5:13

เราหวาดกลัวอันตรายที่ซ่อนอยู่ในความมืด

imagined and real ones.

5:16

ทั้งจากจินตนาการและสิ่งที่มีอยู่จริง

We're still brutal to each other and the animals we hold power over. วลี

5:18

เรายังคงโหดร้ายต่อกันและกัน รวมถึงต่อสัตว์ที่เรามีอำนาจเหนือกว่า

วลี

hold power over: อำนาจหรือการควบคุมเหนือผู้อื่น

Hold power over someone or something หมายถึงมีอำนาจ การควบคุม หรืออิทธิพลอย่างมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุคคลหรือสิ่งนั้น ในประโยคนี้วลีดังกล่าวชี้ถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกับสัตว์ ไม่ได้หมายถึงการอยู่เหนือสัตว์ในเชิงตำแหน่ง ใน the animals we hold power over คำนาม animals ทำหน้าที่เป็นกรรมของ over โดยเข้าใจเต็ม ๆ ว่า we hold power over the animals ภาษาอังกฤษมักละ that หรือ which เมื่อทำหน้าที่เป็นกรรมในอนุประโยคขยายคำนาม และบุพบทสามารถอยู่ท้ายประโยคได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีอำนาจหรือการควบคุมเหนือ”: An unfair leader may ____ people who depend on them.

ดูคำตอบ

hold power over

We're still territorial and possessive.

5:22

เรายังคงหวงถิ่นและมีความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

We fear losing what we have

5:24

เรากลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่เรามี

and we fear change.

5:26

และเรากลัวการเปลี่ยนแปลง

We downplay the damage we cause วลี

5:28

เราประเมินความเสียหายที่เราก่อขึ้นต่ำเกินไป

วลี

downplay the damage: ทำให้ความเสียหายดูร้ายแรงน้อยลง

downplay หมายถึงทำให้บางสิ่งดูร้ายแรงหรือสำคัญน้อยกว่าความเป็นจริง ใน downplay the damage คำว่า damage คือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงหรืออธิบายให้ดูเบาลง วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าความเสียหายจริงลดลง ในประโยคเต็ม we cause ระบุว่าหมายถึงความเสียหายใด นั่นคือความเสียหายที่เราก่อ ผู้พูดกำลังวิจารณ์คนที่พูดถึงผลกระทบอันเป็นโทษจากการกระทำของตนให้ดูเล็กน้อยเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ามีคนทำให้ความเสียหายดูร้ายแรงน้อยกว่าความเป็นจริง

  1. The spokesperson reduced the damage after the spill.
  2. The spokesperson downplayed the damage after the spill.
  3. The spokesperson repaired the damage after the spill.
ดูคำตอบ

The spokesperson downplayed the damage after the spill.

and ignore the people in need outside our tribes.

5:30

และเพิกเฉยต่อผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือที่อยู่นอกเผ่าของเรา

Humans are not nice.

5:33

มนุษย์ไม่ได้น่ารักหรอก

And if we look at our history,

5:35

และถ้าเราดูจากประวัติศาสตร์ของเรา

how could we expect ourselves to be? ลำดับความ

5:37

เราจะคาดหวังให้ตัวเองเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?

ลำดับความ

how could we expect ourselves to be? — ใช้คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อแสดงความสงสัยอย่างมาก

ในคำถามเชิงวาทศิลป์นี้ how could we expect...? ไม่ได้ถามถึงวิธีการ แต่หมายความว่า เมื่อพิจารณาหลักฐานที่เพิ่งกล่าวถึง ซึ่งก็คือประวัติศาสตร์ของเรา ก็ไม่มีเหตุผลที่สมควรให้คาดหวังผลเช่นนั้น Expect ourselves to be ใช้โครงสร้าง expect + กรรม + to-infinitive ส่วน be ละคำคุณศัพท์ nice ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการซ้ำ คำถามนี้เปลี่ยนการอ้างถึงประวัติศาสตร์ให้เป็นข้อสรุปที่แสดงความสงสัยอย่างมากและช่วยเดินหน้าเหตุผลของผู้พูด

แบบฝึกหัด

คำถามเชิงวาทศิลป์นี้หมายความว่าอย่างไร: "The plan ignores every past failure. How could we expect it to work now?"

  1. วิธีใดจะทำให้ตอนนี้มันได้ผล
  2. ไม่มีเหตุผลที่ดีให้คาดหวังว่าตอนนี้มันจะได้ผล
  3. เราแน่ใจว่าตอนนี้มันจะได้ผล
ดูคำตอบ

ไม่มีเหตุผลที่ดีให้คาดหวังว่าตอนนี้มันจะได้ผล

In nature,

5:39

ในธรรมชาติ

we see great beauty,

5:39

เราเห็นความงามอันยิ่งใหญ่

but also endless violence and struggle,

5:40

แต่ก็เห็นความรุนแรงและการดิ้นรนที่ไม่มีวันสิ้นสุด

devoid of morals or kindness. การใช้คำ

5:43

ปราศจากศีลธรรมหรือความเมตตา

การใช้คำ

devoid of morals or kindness: ปราศจากศีลธรรมหรือความเมตตาอย่างสิ้นเชิง

Devoid of หมายถึง “ขาดบางสิ่งอย่างสิ้นเชิง” เป็นวลีคุณศัพท์ที่ตามด้วยคำนามหรือนามวลี เช่น devoid of morals or kindness ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าความรุนแรงและการดิ้นรนในธรรมชาติไม่มีคุณธรรมแบบมนุษย์หรือความเมตตาเลย เป็นการกล่าวถึงการขาดอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงมีน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน devoid of: The reviewer called the article ____ any original ideas.

ดูคำตอบ

devoid of

We are an instinct-driven apex predator that survived in an uncaring world,

5:45

เราคือนักล่าจุดสูงสุดที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณ ซึ่งรอดพ้นมาได้ในโลกที่ไม่แยแส

only now we have coal plants, nuclear weapons, and social media.

5:50

เพียงแต่ตอนนี้เรามีโรงไฟฟ้าถ่านหิน อาวุธนิวเคลียร์ และโซเชียลมีเดีย

This would be hard to handle for any animal,

5:54

นี่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับสัตว์ใดๆ ที่จะรับมือ

so it makes sense that we continue to follow the impulses so deeply ingrained in us. วลี

5:56

จึงสมเหตุสมผลที่เราจะยังคงทำตามแรงกระตุ้นที่ฝังรากลึกในตัวเราต่อไป

วลี

it makes sense that + อนุประโยค

ในโครงสร้าง it makes sense that + อนุประโยค คำว่า it เป็นประธานแทนรูปแบบ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุสถานการณ์ที่กำลังถูกประเมิน โครงสร้างนี้หมายความว่าสถานการณ์นั้นเข้าใจได้หรือมีเหตุผล ในที่นี้ ความยากในการควบคุมแรงกระตุ้นที่ฝังลึกถูกยกเป็นเหตุผล และการยังคงทำตามแรงกระตุ้นนั้นถูกนำเสนอว่าเป็นผลที่เข้าใจได้ Makes sense สื่อถึงคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ ความจำเป็น หรือการยอมรับทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประเมินว่าสถานการณ์ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เข้าใจได้

  1. It makes sense that Leo is tired after the overnight flight.
  2. It makes sense to rest after the overnight flight.
ดูคำตอบ

It makes sense that Leo is tired after the overnight flight.

วลี

deeply ingrained in us: ฝังลึกอยู่ในตัวเรา

Deeply ingrained in us หมายถึงสิ่งที่ก่อตัวมาเป็นเวลานานจนฝังแน่นอยู่ในนิสัยหรือธรรมชาติของเรา ในประโยคนี้ใช้บรรยายแรงกระตุ้นที่ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเรียนรู้หรือเลือกอย่างตั้งใจ โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ be/become deeply ingrained in + บุคคล กลุ่ม วัฒนธรรม หรือระบบ มักใช้กับนิสัย ความเชื่อ อคติ และสัญชาตญาณที่คงอยู่นานและเปลี่ยนได้ยาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์จากบทเรียนที่หมายถึง “ฝังแน่นมาเป็นเวลานาน”: After many generations, the custom was deeply ____ in the community.

ดูคำตอบ

ingrained

But this is only because we've not yet caught up with the mind-numbing gift we've been handed. โน้ต

6:00

แต่นี่เป็นเพียงเพราะเรายังตามไม่ทันกับของขวัญอันน่าเหลือเชื่อที่เราได้รับมา

กริยาวลี

caught up with: พัฒนาไปถึงระดับเดียวกัน

Caught up with ในที่นี้หมายถึงพัฒนาไปถึงระดับเดียวกับสิ่งที่ก้าวนำไปก่อนแล้ว ประโยคนี้บอกว่าความคิดของมนุษย์ยังพัฒนาไม่มากพอที่จะทัดเทียมหรือจัดการพลังมหาศาลที่เราได้รับมาอย่างมีความรับผิดชอบ เมื่อกรรมเป็นสิ่งนามธรรม catch up with จะแสดงว่าฝ่ายหนึ่งตามหลังและค่อย ๆ พัฒนาจนช่องว่างหายไป กรรมจะบอกว่าต้องตามให้ทันเกณฑ์หรือพัฒนาการใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ากฎได้พัฒนามากพอที่จะทันเทคโนโลยีใหม่แล้ว

  1. The committee has finally caught up on its paperwork.
  2. The rules have finally caught up with new technology.
  3. The manager has finally caught up with an old friend.
ดูคำตอบ

The rules have finally caught up with new technology.

สำนวน

อุปลักษณ์ของขวัญอันยิ่งใหญ่จนยากจะเข้าใจที่ถูกส่งมอบให้เรา

gift ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ หมายถึงความรู้ เทคโนโลยี และเงื่อนไขทางสังคมที่คนรุ่นก่อนสะสมไว้ โครงสร้าง be handed something ทำให้ข้อได้เปรียบเหล่านี้ดูเป็นสิ่งที่มนุษยชาติได้รับมา ไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นจากศูนย์ ปกติ mind-numbing ใช้บรรยายสิ่งที่รุนแรงมากจนทำให้สมองมึนชาหรือรู้สึกท่วมท้น เมื่อใช้กับ gift คำนี้เน้นว่ามรดกดังกล่าวยิ่งใหญ่และยากจะทำความเข้าใจเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าของขวัญที่เป็นวัตถุทำให้คนหมดสติ

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มนุษยชาติได้รับข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่จนยากจะเข้าใจได้ทั้งหมด
  2. มนุษยชาติสร้างรางวัลเล็ก ๆ ให้คนรุ่นก่อน
  3. มนุษยชาติได้รับของขวัญที่เป็นวัตถุซึ่งทำให้คนหมดสติ
ดูคำตอบ

มนุษยชาติได้รับข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่จนยากจะเข้าใจได้ทั้งหมด

The real tragedy of humanity today

6:05

โศกนาฏกรรมที่แท้จริงของมนุษยชาติในปัจจุบัน

is that we are these amazingly powerful beings that have not awoken to their potential. สำนวน

6:07

คือเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอย่างน่าทึ่งแต่ยังไม่ตื่นขึ้นสู่ศักยภาพของตนเอง

สำนวน

Awoken to their potential: ตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง

Awoken เป็นรูป past participle ของ awake ใน have not awoken to their potential การตื่นเป็นอุปลักษณ์ หมายความว่ามนุษยชาติยังไม่ตระหนักอย่างเต็มที่ว่าตนเองมีความสามารถมากเพียงใด โครงสร้าง awake to + คำนาม หมายถึง “เริ่มตระหนักหรือรับรู้บางสิ่ง” และคำกริยาที่เกี่ยวข้องอย่าง awaken ก็ใช้คล้ายกันได้ การตระหนักถึงศักยภาพเป็นเพียงก้าวแรก วลีนี้ไม่ได้บอกว่าศักยภาพนั้นได้รับการพัฒนาหรือทำให้เป็นจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

have not awoken to their potential ในประโยคหมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขายังไม่ตระหนักอย่างเต็มที่ว่าตนเองทำอะไรได้บ้าง
  2. พวกเขาพัฒนาความสามารถทุกอย่างที่มีเรียบร้อยแล้ว
  3. พวกเขากำลังหลับอยู่จริง ๆ และต้องตื่นขึ้นมา
ดูคำตอบ

พวกเขายังไม่ตระหนักอย่างเต็มที่ว่าตนเองทำอะไรได้บ้าง

We're trapped in the present and the mindset of a scarce world.

6:12

เราติดอยู่กับปัจจุบันและกรอบความคิดของโลกที่ขาดแคลน

But aside from the physical limits of the universe, ลำดับความ

6:16

แต่นอกเหนือจากข้อจำกัดทางกายภาพของจักรวาลแล้ว

there's nothing stopping us from creating a literal paradise for ourselves. ไวยากรณ์

6:18

ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งเราจากการสร้างสวรรค์ที่แท้จริงให้แก่ตัวเราเองได้

ลำดับความ

aside from: ระบุข้อยกเว้นหนึ่งอย่างก่อนข้อกล่าวอ้างกว้าง ๆ

aside from ในที่นี้หมายถึง “ยกเว้น” โดยแยกขีดจำกัดทางกายภาพของจักรวาลออกจากข้อกล่าวอ้างกว้าง ๆ ที่ตามมา การเปิดประโยคแบบนี้ทำให้ข้อกล่าวอ้างแม่นยำขึ้น ผู้พูดยอมรับข้อจำกัดหนึ่งอย่างก่อน แล้วจึงบอกว่าไม่มีอุปสรรคอื่น ใช้ aside from X ก่อนข้อความทั่วไปเมื่อ X เป็นข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ aside from เพื่อระบุข้อยกเว้นหนึ่งอย่างก่อนข้อกล่าวอ้างกว้าง ๆ

  1. Because of a cracked window, the classroom was closed.
  2. Aside from a cracked window, the classroom is in good condition.
  3. Besides a cracked window, the classroom also needs new desks.
ดูคำตอบ

Aside from a cracked window, the classroom is in good condition.

ไวยากรณ์

nothing stopping us from creating: ไม่มีอุปสรรคขัดขวางการกระทำ

nothing stopping us from creating หมายความว่าไม่มีอุปสรรคใดขัดขวางเราจากการสร้างบางสิ่ง ในโครงสร้าง there is nothing stopping someone from doing something คำว่า nothing คือสิ่งที่ทำหน้าที่ขัดขวาง ส่วนบุคคลที่ตามหลัง stopping คือผู้ที่สามารถลงมือทำได้ หลัง stop someone from ต้องใช้กริยารูป -ing เช่น from creating ไม่ใช่ from create โครงสร้างนี้มักสื่อว่าการกระทำนั้นเป็นไปได้เพราะไม่มีสิ่งกีดขวางเหลืออยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ “apply today”: There is nothing stopping you from ____.

ดูคำตอบ

applying today

This seems so daft, การใช้คำ

6:23

นี่อาจฟังดูงี่เง่ามาก

but it's true.

6:25

แต่มันคือความจริง

การใช้คำ

Daft: คำไม่เป็นทางการแบบอังกฤษสำหรับความคิดที่ดูโง่หรือไร้เหตุผล

Daft เป็นคำไม่เป็นทางการที่พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงโง่ ไร้สาระ หรือไม่สมเหตุสมผล ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกว่าคำกล่าวอ้างฟังดูอย่างไร ไม่ได้บอกว่าคำกล่าวนั้นไม่จริงตามข้อเท็จจริง ผู้พูดยอมรับก่อนว่าแนวคิดนี้อาจฟังดูน่าขัน แล้วใช้ but it's true พลิกความคาดหมายนั้น การใช้แบบรู้ตัวว่าแนวคิดฟังดูแปลกนี้ช่วยให้คำกล่าวที่กล้าหาญฟังดูเบาลงและไม่เหมือนกำลังตั้งรับมากเกินไป

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอให้ถือร่มในอาคารเพราะฝนอาจตกลงมาจากเพดาน คำตอบใดใช้ daft เพื่อประเมินแนวคิดนี้แบบเบาและไม่เป็นทางการ

  1. Your intelligence is extremely low.
  2. That seems a bit daft.
  3. This proposal is formally rejected as infeasible.
ดูคำตอบ

That seems a bit daft.

If we dare to tell ourselves a different story สำนวน

6:26

ถ้าเรากล้าที่จะเล่าเรื่องราวที่แตกต่างออกไปให้ตัวเองฟัง

about who we are and who we could be.

6:29

เกี่ยวกับว่าเราเป็นใคร และเราจะเป็นใครได้บ้าง

สำนวน

Tell ourselves a different story: ปรับกรอบความเข้าใจเรื่องอัตลักษณ์ใหม่

ในที่นี้ tell ourselves a different story เป็นอุปมาเกี่ยวกับการเปลี่ยนเรื่องเล่าที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของกลุ่ม Story หมายถึงคำอธิบายที่จัดกรอบว่าผู้คนเป็นใครและเชื่อว่าอนาคตแบบใดเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงเรื่องแต่งเพียงอย่างเดียว คำสรรพนามสะท้อนกลับ ourselves แสดงว่ากลุ่มนี้ทั้งสร้างและยอมรับคำอธิบายดังกล่าวซ้ำ ๆ ดังนั้น a different story จึงหมายถึงการปรับกรอบสมมติฐานร่วมใหม่ ส่วน dare ทำให้การปรับกรอบนั้นดูเป็นก้าวที่ต้องใช้ความกล้า

แบบฝึกหัด

ในเวิร์กช็อปแห่งหนึ่ง ผู้นำกล่าวว่า “We need to tell ourselves a different story about failure.” เธอน่าจะกำลังขอให้กลุ่มทำอะไร

  1. อ่านเรื่องแต่งออกเสียง
  2. แต่งรายละเอียดเท็จเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
  3. ปรับกรอบวิธีที่พวกเขาเข้าใจความล้มเหลวใหม่
ดูคำตอบ

ปรับกรอบวิธีที่พวกเขาเข้าใจความล้มเหลวใหม่

Humans throughout history felt like they would witness the apocalypse,

6:32

มนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์รู้สึกว่าพวกเขากำลังจะได้เห็นวันสิ้นโลก

and this feels especially true today,

6:35

และสิ่งนี้รู้สึกเป็นจริงอย่างยิ่งในปัจจุบัน

but you're probably not living in the end times. วัฒนธรรม

6:37

แต่คุณอาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่ในยุคสิ้นโลกหรอก

วัฒนธรรม

ความหมายเรื่องวันสิ้นโลกของ “the end times”

“The end times” เป็นสำนวนตายตัวเกี่ยวกับวันสิ้นโลก หมายถึงช่วงสุดท้ายของโลกหรือประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งมักจินตนาการว่าจะจบลงด้วยการพิพากษาจากพระเจ้าหรือภัยพิบัติทั่วโลก รูปพหูพจน์ “times” เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดหลายครั้งที่แยกจากกัน ในที่นี้ ผู้พูดบอกว่าวิกฤตสมัยใหม่อาจทำให้รู้สึกเหมือนเป็นสัญญาณของช่วงสุดท้ายนั้น แต่คำว่า “probably not” ปฏิเสธข้อสรุปดังกล่าว สำนวนนี้มีน้ำหนักรุนแรงกว่าการบอกเพียงว่าช่วงเวลาปัจจุบันยากลำบากมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ living in the end times หมายความว่าอย่างไร

  1. ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงภัยพิบัติสุดท้ายของโลกหรือประวัติศาสตร์มนุษย์
  2. กำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากแต่เป็นเพียงชั่วคราว
  3. เห็นยุคทางวัฒนธรรมยุคหนึ่งสิ้นสุดลง
ดูคำตอบ

ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงภัยพิบัติสุดท้ายของโลกหรือประวัติศาสตร์มนุษย์

There's a solid chance that humanity will persist for thousands, วลี

6:40

มีโอกาสสูงมากที่มนุษยชาติจะคงอยู่ต่อไปอีกหลายพัน

maybe millions of years.

6:44

หรืออาจจะหลายล้านปี

วลี

“a solid chance” สำหรับความเป็นไปได้ที่มีน้ำหนัก

“A solid chance” หมายถึงความเป็นไปได้ที่เป็นจริง น่าเชื่อถือ และมีน้ำหนักพอสมควร “Solid” ใช้อธิบายว่าการประเมินนั้นดูมีหลักฐานรองรับมากเพียงใด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแข็งในทางกายภาพ สำนวนนี้แสดงความมั่นใจแต่ไม่ได้หมายถึงความแน่นอน ในรูปแบบ “There’s a solid chance that...” อนุประโยคที่ตามหลัง that จะระบุผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงความเป็นไปได้ที่น่าเชื่อถือและมีน้ำหนักพอสมควร: There's ____ that the delayed package will arrive tomorrow.

ดูคำตอบ

a solid chance

If this might be the very start of our history,

6:46

หากนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เรา

what can we dream of achieving?

6:49

เราจะฝันถึงการบรรลุสิ่งใดได้บ้าง?

Just like our very first ancestors 6 million years ago,

6:51

เช่นเดียวกับบรรพบุรุษคนแรกของเราเมื่อ 6 ล้านปีก่อน

we may be the ancestors of another 250,000 generations of people.

6:54

เราอาจเป็นบรรพบุรุษของผู้คนอีก 250,000 ชั่วอายุคนต่อไป

But while the hominins found themselves powerless in a world they had to adapt to, ไวยากรณ์

6:59

แต่ในขณะที่โฮมินินรู้สึกว่าตัวเองไร้พลังในโลกที่พวกเขาต้องปรับตัวเข้าหา

ไวยากรณ์

found themselves powerless: find oneself + คำคุณศัพท์

ในที่นี้ found themselves powerless หมายถึงมนุษย์ยุคแรกเหล่านั้นตระหนักว่าตนอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้อำนาจ คำสรรพนามสะท้อนกลับ themselves ย้อนกลับไปหมายถึง the hominins ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาค้นพบอัตลักษณ์ของตนเอง โครงสร้าง find oneself + คำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งตระหนักว่าตนอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง ซึ่งมักไม่ใช่สภาพที่ตั้งใจวางแผนหรือเลือกไว้ เมื่อเทียบกับการพูดเพียงว่า they were powerless โครงสร้างนี้สื่อถึงกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การตระหนักนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ find oneself + คำคุณศัพท์ อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงสภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

  1. After the power cut, the hikers found themselves were helpless in the dark.
  2. After the power cut, the hikers found themselves helpless in the dark.
  3. After the power cut, the hikers found their helpless selves in the dark.
ดูคำตอบ

After the power cut, the hikers found themselves helpless in the dark.

our starting conditions could not be more different. ไวยากรณ์

7:03

เงื่อนไขเริ่มต้นของเราแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

could not be more different: การเน้นระดับสูงสุด

Could not be more different เป็นวิธีพูดเน้นว่าทั้งสองสิ่งแตกต่างกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รูปปฏิเสธกำหนดขีดสูงสุดว่า ความแตกต่างนั้นมากอยู่แล้วจนไม่อาจมากไปกว่านี้ได้ ในที่นี้ could ไม่ได้แสดงความไม่แน่นอนหรือการคาดการณ์ โครงสร้างเต็ม could not be more + คำคุณศัพท์ ใช้แสดงระดับสูงสุดที่เป็นไปได้ของคำคุณศัพท์นั้น

แบบฝึกหัด

อ่านบริบท: The red room is completely modern, but the blue room is completely traditional. ใช้โครงสร้างระดับสูงสุดแบบไม่ย่อจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The two rooms ____.

ดูคำตอบ

could not be more different

It's like we got handed a save file of a game where others put in millions of hours of work วัฒนธรรม

7:06

เหมือนเราได้รับเซฟเกมที่คนอื่นทุ่มเทเวลาเล่นมาหลายล้านชั่วโมง

and where we can decide what game we want to play in the future.

7:11

และเราสามารถตัดสินใจได้ว่าเราอยากเล่นเกมแบบไหนในอนาคต

วัฒนธรรม

a save file of a game ในฐานะอุปมาของความก้าวหน้าที่ได้รับสืบทอด

ในวิดีโอเกม save file คือข้อมูลที่เก็บความคืบหน้า ทรัพยากร ตัวเลือก และสถานะปัจจุบันของผู้เล่น เพื่อให้กลับมาเล่นต่อภายหลังได้ ในที่นี้ a save file of a game เป็นอุปมาถึงอารยธรรมที่คนยุคปัจจุบันได้รับสืบทอดมา คนรุ่นก่อนทำงานจำนวนมหาศาลไว้แล้ว คนในวันนี้จึงเริ่มจากสิ่งที่สะสมมา ไม่ได้เริ่มจากศูนย์

แบบฝึกหัด

a save file of a game สื่อถึงอะไรในประโยคนี้

  1. คนยุคปัจจุบันถูกบังคับให้เล่นเกมเดิมซ้ำทุกอย่าง
  2. คนยุคปัจจุบันได้รับสืบทอดความก้าวหน้าที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้
  3. คนยุคปัจจุบันต้องช่วยกู้ไฟล์คอมพิวเตอร์ที่เสียหาย
ดูคำตอบ

คนยุคปัจจุบันได้รับสืบทอดความก้าวหน้าที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้

The world is still horrible

7:15

โลกนี้ยังคงเลวร้ายอยู่

and it's also the best world that's ever existed.

7:17

และมันก็เป็นโลกที่ดีที่สุดที่เคยมีมาเช่นกัน

And we can make it so much better.

7:20

และเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้อีกมาก

An optimistic person living in the year 1924

7:23

คนมองโลกในแง่ดีที่มีชีวิตอยู่ในปี 1924

would not believe the progress we've made in just a century.

7:26

คงไม่อยากเชื่อในความก้าวหน้าของเราภายในเวลาเพียงศตวรรษเดียว

How much we reduced poverty,

7:29

เราลดความยากจนไปได้มากแค่ไหน

how many diseases we cured,

7:31

เรารักษาโรคไปได้กี่โรค

how much free time we have,

7:32

เรามีเวลาว่างมากแค่ไหน

what kind of luxuries are ordinary to us,

7:34

ความหรูหราแบบไหนที่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเรา

what technological wonders we take for granted, สำนวน

7:36

ความมหัศจรรย์ทางเทคโนโลยีใดบ้างที่เรามองว่าเป็นเรื่องปกติ

สำนวน

take ... for granted: ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ

ในที่นี้ take something for granted หมายถึงการคุ้นเคยกับสิ่งที่มีคุณค่าหรือมีประโยชน์มากจนเลิกสังเกตเห็นคุณค่า หรือไม่รู้สึกซาบซึ้งต่อสิ่งนั้น กรรมคือ technological wonders ลำดับพื้นฐานคือ we take technological wonders for granted คำว่า What ย้ายกรรมมาไว้ข้างหน้าเพราะส่วนนี้อยู่ในรายการที่นำด้วย what แต่ตัวสำนวนยังคงมีโครงสร้าง take + กรรม + for granted

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างทั้งสองด้วยส่วนของสำนวนที่หมายถึงการไม่เห็นคุณค่า: Don't ____ your family's support ____.

ดูคำตอบ

take · for granted

how few of us die in war,

7:39

มีพวกเราตายในสงครามน้อยเพียงใด

how many live in a democracy.

7:40

และกี่คนที่มีชีวิตอยู่ในระบอบประชาธิปไตย

And today,

7:43

และในวันนี้

we might very well be gearing up for a jump like our ancestors 10,000 years ago, โน้ต

7:43

เราอาจจะกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวกระโดด เหมือนบรรพบุรุษของเราเมื่อ 10,000 ปีก่อน

when agriculture changed everything for everybody.

7:48

ตอนที่เกษตรกรรมเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างของทุกคน

ไวยากรณ์

might very well: มีโอกาสสูงแต่ไม่แน่นอน

ใน might very well คำว่า might ยังคงทำให้ข้อความไม่แน่นอน ส่วน very well เพิ่มระดับความมั่นใจของผู้พูด ในที่นี้ ผู้พูดคิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างสูง แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน ใช้ might very well เมื่อหลักฐานหรือเหตุผลทำให้ผลลัพธ์ดูมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าการใช้ might เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการเผื่อความไม่แน่นอนไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าแผนนี้มีโอกาสสำเร็จค่อนข้างสูง แต่ยังไม่แน่นอน?

  1. The plan will definitely succeed.
  2. The plan might succeed.
  3. The plan might very well succeed.
ดูคำตอบ

The plan might very well succeed.

กริยาวลี

gearing up for + คำนาม: เตรียมตัวอย่างจริงจัง

Be gearing up for something หมายถึงกำลังเข้าสู่ช่วงเตรียมตัวอย่างจริงจังสำหรับบางสิ่ง ในประโยคนี้สื่อถึงการเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ได้หมายถึงเฟืองหรืออุปกรณ์ตามตัวอักษร หลัง for ให้ใส่เหตุการณ์ งาน หรือสถานการณ์ที่กำลังเตรียมรับมือ เช่น gearing up for a launch หากแนวคิดถัดไปเป็นการกระทำ ให้ใช้ gear up to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น gearing up to launch

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ gearing up for หน้านามวลีได้ถูกต้อง?

  1. The team is gearing up for the launch.
  2. The team is gearing up to the launch.
  3. The team is gearing for up the launch.
ดูคำตอบ

The team is gearing up for the launch.

From AI possibly transforming the information age ลำดับความ

7:51

จาก AI ที่อาจเปลี่ยนยุคข้อมูลข่าวสาร

to biotechnology enabling us to manipulate the language of life itself สำนวน

7:54

สู่เทคโนโลยีชีวภาพที่ทำให้เราจัดการกับภาษาของชีวิตได้

สำนวน

the language of life itself ในฐานะอุปมาเกี่ยวกับพันธุศาสตร์

the language of life เป็นอุปมาที่หมายถึงข้อมูลทางชีวภาพซึ่งเข้ารหัสอยู่ใน DNA และยีน ส่วน manipulate this language หมายถึงการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่ออ่าน เปลี่ยนแปลง หรือจัดการข้อมูลนั้น ไม่ได้หมายความว่าสิ่งมีชีวิตกำลังพูดจริง ๆ ใน life itself คำว่า itself เป็นคำเสริมเน้น ทำให้คำกล่าวมีขอบเขตกว้างมาก กล่าวคือเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อรหัสพื้นฐานของชีวิต ไม่ใช่เพียงลักษณะภายนอก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "New gene-editing tools may let us rewrite the language of life itself," the language of life itself หมายถึงอะไร

  1. ระบบแปลศัพท์ทางการแพทย์
  2. คำที่สิ่งมีชีวิตใช้พูด
  3. ข้อมูลทางชีวภาพที่เข้ารหัสอยู่ใน DNA และยีน
  4. กฎสำหรับคุ้มครองพืชและสัตว์
ดูคำตอบ

ข้อมูลทางชีวภาพที่เข้ารหัสอยู่ใน DNA และยีน

to new sustainable ways of harvesting the energy we crave.

7:58

ไปจนถึงวิธีใหม่ที่ยั่งยืนในการเก็บเกี่ยวพลังงานที่เราปรารถนา

ลำดับความ

From AI ... to biotechnology สำหรับไล่เรียงขอบเขตที่กว้าง

from ที่ต้นข้อความนำเสนอตัวอย่างแรก คือ AI possibly transforming the information age ส่วน to ตัวแรกนำเสนอตัวอย่างที่สองซึ่งวางขนานกัน คือ biotechnology enabling us to manipulate the language of life itself และ to ที่ตามมาจะเพิ่มตัวอย่างที่สามเกี่ยวกับพลังงานที่ยั่งยืน ในที่นี้ from ... to ... to ... เป็นกรอบสำหรับไล่เรียงขอบเขต ทำให้ผู้พูดเชื่อมโยงสาขาที่แตกต่างกันมากและนำเสนอเป็นกลุ่มการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่กว้างขวาง ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "From repairing coral reefs to building safer bridges to mapping distant planets, the projects covered an enormous range," from ... to ... to ... ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเสนอตัวอย่างเหล่านั้นเป็นเหตุและผล
  2. บรรยายการเดินทางจริงที่มีจุดแวะสามแห่ง
  3. รวมตัวอย่างที่หลากหลายเพื่อแสดงว่าหัวข้อมีขอบเขตกว้าง
  4. แสดงว่ามีเพียงตัวอย่างแรกเท่านั้นที่สำคัญ
ดูคำตอบ

รวมตัวอย่างที่หลากหลายเพื่อแสดงว่าหัวข้อมีขอบเขตกว้าง

If we start thinking in decades and centuries, วลี

8:02

ถ้าเราเริ่มคิดในระดับทศวรรษและศตวรรษ

it's perfectly reasonable that we'll solve our problems.

8:04

มันสมเหตุสมผลอย่างยิ่งที่เราจะแก้ปัญหาต่างๆ ของเราได้

วลี

thinking in decades and centuries: การคิดในกรอบเวลาหลายทศวรรษและหลายศตวรรษ

ในที่นี้ thinking in decades and centuries หมายถึงการใช้ช่วงเวลาที่ยาวมากเป็นกรอบในการวางแผนและตัดสินว่าสิ่งใดเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงการคิดต่อเนื่องนานหลายทศวรรษ โครงสร้าง think in + หน่วยหรือมาตราส่วน แสดงวิธีที่คนคนหนึ่งจัดกรอบปัญหา เช่น think in days, years, percentages หรือ stages ในประโยคนี้ กรอบเวลาที่ยาวทำให้การแก้ปัญหาใหญ่เป็นความคาดหวังระยะยาวที่สมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ใช้หลายทศวรรษเป็นมาตราส่วนเวลาในการวางแผน”: For a forest restoration project, we need to ____, not months.

ดูคำตอบ

think in decades

We can eliminate poverty,

8:08

เราสามารถกำจัดความยากจน

maybe all material needs,

8:09

อาจรวมถึงความต้องการทางวัตถุทั้งหมด

defeat all diseases,

8:11

เอาชนะโรคภัยไข้เจ็บทุกโรค

maybe even death itself.

8:12

บางทีอาจเอาชนะความตายได้ด้วยซ้ำ

We have the potential to restore balance to the climate and heal the planet again.

8:14

เรามีศักยภาพในการฟื้นฟูสมดุลสภาพอากาศและรักษาโลกให้หายดีอีกครั้ง

We may be able to adapt to the information age and make lasting peace.

8:19

เราอาจจะสามารถปรับตัวเข้ากับยุคข้อมูลข่าวสารและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนได้

None of this is guaranteed

8:24

ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้

and it will be hard and full of failure and setbacks.

8:25

และมันจะยากลำบาก เต็มไปด้วยความล้มเหลวและอุปสรรค

Some things will get worse before they get better. สำนวน

8:28

บางสิ่งจะแย่ลงก่อนที่จะดีขึ้น

สำนวน

get worse before they get better: แย่ลงก่อนที่จะดีขึ้น

Get worse before they get better หมายถึงบางสถานการณ์อาจแย่ลงอยู่ช่วงหนึ่งแล้วจึงดีขึ้นในภายหลัง โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ โดย get worse หมายถึง “แย่ลง” และ get better หมายถึง “ดีขึ้น” รูปแบบ get ที่ซ้ำกันจัดสองช่วงตามลำดับเวลา คือแย่ลงก่อนแล้วจึงดีขึ้น They อ้างถึงประธานพหูพจน์ some things ประโยคนี้คาดการณ์ลำดับดังกล่าว แต่ตัวรูปแบบเองไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกสถานการณ์ที่แย่จะดีขึ้นเสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “แย่ลงชั่วคราวแล้วจึงดีขึ้น”: Some skills may ____ when you change your technique.

ดูคำตอบ

get worse before they get better

We'll run up against our nature over and over again. กริยาวลี

8:31

เราจะเผชิญหน้ากับธรรมชาติของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กริยาวลี

run up against: พบกับอุปสรรค

กริยาวลี run up against หมายถึงการพบกับอุปสรรค ข้อจำกัด หรือแรงต้านขณะพยายามทำบางสิ่ง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่งจริง ๆ ในประโยคนี้ ธรรมชาติของมนุษย์คืออุปสรรคที่ผู้คนพบซ้ำ ๆ โครงสร้างคือ run up against + สิ่งที่เป็นอุปสรรค เช่น run up against a rule หรือ run up against a problem

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ run up against ในความหมายว่า “พบกับอุปสรรค”

  1. The project ran up against a lack of funding.
  2. The committee was against the new proposal.
  3. Mia ran up the hill against the wind.
ดูคำตอบ

The project ran up against a lack of funding.

But if we manage to clean up our act, สำนวน

8:34

แต่ถ้าเราจัดการกับพฤติกรรมของเราได้สำเร็จ

สำนวน

clean up our act: ปรับปรุงพฤติกรรมของเรา

Clean up one's act เป็นสำนวนที่หมายถึงการหยุดพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบ เป็นอันตราย หรือยอมรับไม่ได้ แล้วเริ่มประพฤติตัวให้เหมาะสม ในที่นี้ act หมายถึงพฤติกรรมโดยรวมของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่การแสดงบนเวที คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนไปตามบุคคล ได้แก่ clean up my, your, his, her, our หรือ their act ในคำบรรยาย our แสดงว่าความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ clean up one's act: After repeated safety violations, the crew promised to ____.

ดูคำตอบ

clean up their act

we could create a world better than we dare hope for. ไวยากรณ์

8:36

เราก็จะสามารถสร้างโลกที่ดีกว่าที่เรากล้าหวังได้

ไวยากรณ์

better than we dare hope for: ดีกว่าแม้แต่ความหวังอันระมัดระวัง

better than we dare hope for หมายถึง ผลลัพธ์ดีกว่าแม้แต่ผลที่ดีที่สุดที่เราอนุญาตให้ตัวเองจินตนาการอย่างระมัดระวัง คำว่า dare เพิ่มความรู้สึกยับยั้งความหวัง ราวกับว่าแค่หวังเช่นนั้นก็ต้องใช้ความกล้า โครงสร้างคือ คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + อนุประโยค: better than we dare hope for สิ่งที่ละไว้หลัง for คือผลลัพธ์หรือระดับความดีที่กำลังเปรียบเทียบ ดังนั้น for จึงเป็นส่วนที่ทำให้ hope for สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อนุญาตให้ตัวเองหวัง”: With everyone working together, the future could be better than we ____.

ดูคำตอบ

dare hope for

You get to do that. ไวยากรณ์

8:40

คุณจะได้เป็นคนทำสิ่งนั้น

ไวยากรณ์

get to do: โอกาส ไม่ใช่หน้าที่

get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีโอกาสหรือได้รับอนุญาตให้ทำบางอย่าง ใน You get to do that. ผู้พูดนำเสนอการทำสิ่งนั้นว่าเป็นโอกาสพิเศษหรือมีคุณค่า ไม่ใช่คำสั่ง คำกริยาหลัง to คงรูปพื้นฐาน เช่น get to do, get to choose, get to help ประธานเปลี่ยนได้ และ get ก็เปลี่ยนตามกาลหรือความสอดคล้องกับประธาน เช่น she gets to choose; we got to help

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya ได้รับโอกาสที่น่ายินดีในการเป็นผู้นำเกม?

  1. Maya has to lead the game today.
  2. Maya is able to lead the game today.
  3. Maya gets to lead the game today.
ดูคำตอบ

Maya gets to lead the game today.

You get to live in a world that's deeply flawed,

8:41

คุณได้อยู่ในโลกที่มีข้อบกพร่องอย่างลึกซึ้ง

but also the best it ever was.

8:43

แต่มันก็อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเช่นกัน

And you get the opportunity to make it better.

8:46

และคุณได้รับโอกาสที่จะทำให้มันดีขึ้น

A world with the smallest amount of suffering possible

8:49

โลกที่มีความทุกข์ทรมานน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

that fits our nature and inspires us to be the best version of ourselves.

8:52

ซึ่งเข้ากับธรรมชาติของเราและเป็นแรงบันดาลใจให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด